แบบทดสอบกอ่ นเรียน
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 1
คำช้ีแจง : ให้นักเรยี นเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว
1. ขอ้ ใด ไมใ่ ช่ สมบัติทางกายภาพของสาร 6. ข้อใด ไม่ใช่ ประโยชนข์ องธาตุโลหะ
ก. ความแข็ง ก. นามาทาเปน็ สายไฟ
ข. ความหนาแน่น ข. นามาตเี ปน็ แผ่น
ค. ความเป็นกรด-เบส ค. นามาทาเครอ่ื งประดับ
ง. การนาไฟฟ้า ง. นามาทาเปน็ ดา้ มจบั หม้อหงุ ต้ม
2. จงเรยี งลาดบั แรงยดึ เหนยี่ วระหวา่ งอนภุ าคของ 7. กมั มนั ตภาพรงั สชี นดิ ใดมสี มบัตเิ ปน็ แม่เหล็กไฟฟ้า
สารสถานะใดน้อยทสี่ ุด ก. รังสแี อลฟา
ก. ของแข็ง ข. รังสแี กมมา
ข. ของเหลว ค. รงั สบี ตี าบวก
ค. ของไหล ง. รงั สบี ีตาลบ
ง. แก๊ส 8. ข้อใดกลา่ วถงึ สารประกอบ ได้ถูกต้อง
3. ขอ้ ใดเปน็ การใชป้ ระโยชนจ์ ากความร้อนแฝง ก. เกิดจากสารมากกวา่ หนึ่งชนิดมารวมกัน
ของการกลายเป็นไอ ข. มีสมบัติเหมือนกบั ธาตุท่ีมาประกอบ
ก. การตากผ้า ค. การทาไอศกรีม ค. เปน็ สารบริสทุ ธิท์ ี่เกดิ จากธาตุมากกวา่ หนึ่งชนดิ
ข. การเกดิ เมฆ ง. ฟวิ สต์ ัดวงจรไฟฟ้า ง. เป็นสารผสมท่ีเกดิ จากธาตมุ ากกว่าหนง่ึ ชนิด
4. ขอ้ ใด ไม่ใช่ สารบรสิ ทุ ธ์ิ 9. นาเกลอื มสี ารใดเป็นตัวทาละลาย
ก. ด่างคลี ก. นา
ข. ทองคาขาว ข. เกลือ
ค. โซดาไฟ ค. นาและเกลือ
ง. ด่างทบั ทิม ง. ไม่สามารถระบุได้ เนือ่ งจากข้อมูลไม่เพียงพอ
5. ข้อใดเปน็ ธาตโุ ลหะ ธาตอุ โลหะ และธาตกุ งึ่ 10. ขอ้ ใดเป็นวิธจี าแนกสารบรสิ ุทธิอ์ อกจากสารผสม
โลหะตามลาดับ ก. หาจดุ เดอื ด-จดุ หลอมเหลว
ก. O P At ข. หาจุดควบแนน่
ข. Cu Br Sb ค. หาจุดเยือกแข็ง
ค. Si Ge Sn ง. หาตัวทาละลาย
ง. Hg As Pb
ใบงำนท่ี 1.1
เรื่อง กำรจำแนกสำร
คำชี้แจง : จงบันทึกช่อื สารจากภาพ และใช้สมบัตทิ างกายภาพของสารเปน็ เกณฑ์ในการจาแนกชนิดของสาร
โดยขดี เคร่อื งหมาย ลงในชอ่ งทีก่ าหนดให้
สมบตั ิทำงกำยภำพ
ชื่อสำร สถำนะ เน้อื สำร อนภุ ำค
ของ ของ แกส๊ สำร สำร สำร สำร คอลลอยด์
แข็ง เหลว เน้อื เดยี ว เน้ือผสม ละลำย แขวนลอย
ใบงำนที่ 1.2
เรอ่ื ง สำรรอบตัว
คำช้แี จง : ให้นักเรียนสารวจสง่ิ แวดล้อมท่ีอยูร่ อบตวั มา 2 ชนดิ และเปรียบเทยี บความแตกต่างของสาร
ตามหวั ข้อท่ีกาหนดให้
สถานทสี่ ารวจ:
สารชนดิ ที่ 1 สารชนิดท่ี 2
สมบัติทางกายภาพ
สมบัติทางเคมี
ใบงำนที่ 1.3
เรอื่ ง ควำมร้อนกบั กำรเปลย่ี นสถำนะของสำร
คำชแี้ จง : จงศกึ ษำภำพ และนำคำท่กี ำหนดให้เติมลงในตำรำงใหส้ มบูรณ์
ของแขง็ แก๊ส ของเหลว การระเหย
การควบแน่น การละลาย การแข็งตวั
DE
F G C
A B
ตวั อกั ษร หมำยถึง
A
B
C
D
E
F
G
ใบงำนท่ี 1.4
เรื่อง ธำตุกมั มันตรงั สี
ตอนที่ 1
คำชีแ้ จง ให้นกั เรียนแต่ละกล่มุ ศึกษาเกี่ยวกับเรือ่ ง ธาตุกมั มนั ตรังสี แล้วตอบคาถามเก่ยี วกับแบบจาลองนิวเคลยี ส
ของธาตุกมั มันตรังสที ี่ครนู าเสนอ
นิวเคลียสของ กัมมนั ตภำพรงั สี ประจุ/กำรเบ่ยี งเบนของ เหตุผล (ทีส่ นับสนุนวำ่
ธำตุกัมมันตรงั สี ท่แี ผ่ออกมำ กมั มนั ตภำพรังสีใน นิวเคลยี สแผ่รังสชี นิดนั้นๆ)
สนำมไฟฟ้ำ
1. อนภุ าคแอลฟา ประจุบวก/เบ่ยี งเบนเขา้ หาข้วั นวิ เคลียสมีขนาดใหญ่มาก
ลบ และปลอ่ ยอนุภาคโปรตอน
และนวิ ตรอนออกมาอย่างละ
2 อนภุ าค
2. อนภุ าคเบตาบวก ประจุบวก/เบยี่ งเบนเขา้ หาขว้ั นิวเคลยี สมีอนภุ าคโปรตอน
หรอื โพสติ รอน ลบ มาานวิ ตรอน
3. อนภุ าคเบตาลบ ประจลุ บ/เบยี่ งเบนเข้าหา นิวเคลยี สมีอนภุ าคนิวตรอน
หรอื อิเลก็ ตรอน ขวั้ บวก มากกวา่ โปรตอน
4. รงั สีแกรมมา ไม่มีประจ/ุ ไมเ่ บย่ี งเบน นวิ เคลยี สไดร้ บั พลงั งานจึงทา
ใหไ้ ม่เสถียร
คำถำมหลังกจิ กรรม
1. ธาตกุ มั มนั ตรงั สี คืออะไร
............................................................................................................................. .................................................
2. แบบจาลองนิวเคลยี สที่ 2 และ 3 จะมีการเปล่ยี นแปลงอย่างไรเมอื่ แผร่ ังสแี ลว้
............................................................................................................................. .................................................
3. แบบจาลองนวิ เคลียสที่ 4 จะมกี ารเปล่ยี นแปลงเลขมวลและเลขอะตอมหรือไมห่ ลังจากมีการแผร่ งั สีแลว้
............................................................................................................................. .................................................
4. กัมมนั ตภาพรังสีแตล่ ะประเภทมีความสามารถในการทะลทุ ะลวงเป็นอยา่ งไร
............................................................................................................................... ...............................................
ตอนที่ 2
คำช้ีแจง ใหน้ ักเรียนแต่ละกลุ่มศกึ ษาเกี่ยวกับประโยชนข์ องธาตุกมั มนั ตรังสี แลว้ ตอบคาถามลงในใบงาน
กำรใช้ประโยชนด์ ้ำนอุตสำหกรรม ประโยชน์
ช่ือธำตุกัมมนั ตรงั ส/ี กัมมนั ตภำพรงั สี
กำรใช้ประโยชน์ด้ำนกำรแพทย์ ประโยชน์
ช่ือธำตกุ มั มันตรังส/ี กัมมนั ตภำพรงั สี
กำรใชป้ ระโยชน์ด้ำนกำรเกษตร ประโยชน์
ชื่อธำตุกมั มันตรงั สี/กัมมันตภำพรงั สี
กำรใช้ประโยชนด์ ้ำนธรณีวิทยำ ประโยชน์
ช่ือธำตุกัมมนั ตรงั ส/ี กัมมันตภำพรังสี
ใบงำนที่ 1.5
เรอื่ ง สำรประกอบ
ตอนท่ี 1
คำชแี้ จง ใหน้ ักเรยี นศึกษาเกี่ยวกบั สารประกอบ แลว้ บันทึกผลการสบื คน้ ลงในใบงาน
รปู โมเดลสำรประกอบ ชอ่ื สำรประกอบ สมบตั ขิ อง สมบัติของธำตุทเ่ี ป็น
โซเดีย สำรประกอบ องคป์ ระกอบ
Na H
O
มไฮดรอกไซด์
O กรดคารบ์ อนิก
CH
Mn O โพแทสเซียมเปอร์-
K แมงกาเนต
Cl โซเดียมคลอไรด์
Na
คำถำมหลงั กจิ กรรม
1. สารประกอบ คืออะไร
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
........................................................... ................................................................................................ ...................
2. สารประกอบมีสมบัตเิ หมือนกับธาตทุ ี่เปน็ องค์ประกอบของสารประกอบนันหรือไม่
................................................................. .......................................................................................... ...................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
ตอนท่ี 2
คำช้ีแจง จงเขียนชอื่ และสูตรโมเลกลุ ของสารประกอบรอบตวั ของนกั เรยี นมาอย่างน้อย 5 ชนิด พรอ้ มกับระบุ
ประโยชนแ์ ละโทษของสารประกอบชนดิ นนั
ชือ่ สำรประกอบ สตู รโมเลกลุ ประโยชน์/โทษของสำรประกอบ
NH2CO N,H,C,O
H,S,O
NH Hl
2
H2SO4
Na2B4O C,O
7·10H2O
C
O2
C5H8NO4Na
ใบงำนท่ี 1.6
เรือ่ ง สำรผสม
คำชแ้ี จง ให้นกั เรยี นทำกจิ กรรมฐำนต่อไปนี้
ฐำนท่ี 1 สารใดเปน็ สารแขวนลอย
ขันตอนการทดลอง : สังเกตตะกอนท่ีเกิดขึนจากบีกเกอร์ท่ีมีนาโคลน และบกี เกอร์ทีม่ ีนานม
สำร ลักษณะท่ีสังเกตไดจ้ ำก
จากการทดลองสารชนดิ ใดเป็นสารแขวนลอย เพราะเหตุใด
นา้ โคลนเปน็ สารแขวนลอย เนื่องจากอนุภาคของสารในน้าโคลนมีขนาดใหญ่ เม่ือตั้งท้งิ ไวอ้ นภุ าคจะตกตะกอน
น้าโคลนเป็นสารแขวนลอย เน่ืองจากอนุภาคของสารในน้าโคลนมขี นาดใหญ่ เม่ือตั้งทง้ิ ไวอ้ นภุ าคจะตกตะกอน
ฐำนที่ 2 ปรากฏการณ์ทนิ ดอลล์
ขนั ตอนการทดลอง : นาไฟฉายมาส่องสารผสมท่ีเตรยี มไวใ้ นบีกเกอร์ สังเกตลาแสงที่สอ่ งผา่ นผสม
สำร ลักษณะที่สังเกตได้จำก
เหน็ ลาแสงส่องผ่านสาร
นา้ นมผสมนา้ ไมเ่ ห็นลาแสง
น้าเกลือ
จากการทดลองสารชนดิ ใดเป็นคอลลอยด์ เพราะเหตใุ ด
นา้ นมผสมน้าเป็นสารผสมประเภทคอลลอยด์ เพราะแสงท่ีส่องผา่ นสารผสมเกดิ การกระเจงิ ของแสง
ซง่ึ น้าโคลนเป็นสารแขวนลอย เนอ่ื งจากอนภุ าคของสารในนา้ โคลนมขี นาดใหญ่ เมือ่ ตั้งท้ิงไว้อนุภาคจะตกตะก
จากการทดลองนาเกลอื เป็นสารผสมประเภทใด
นา้ เกลอื เป็นสารละลาย เนอื่ งจากนา้ เกลือเปน็ สารผสมเน้ื อเดยี ว
น้าโคลนเป็นสารแขวนลอย เน่อื งจากอนุภาคของสารในนา้ โคลนมขี นาดใหญ่ เมื่อต้งั ท้ิงไว้อนุภาคจะตกตะกอน
จากการทดลองนักเรยี นมีวิธแี ยกนากลน่ั กบั นาเกลืออย่างไร
นาสารท้งั สองไปหาจดุ เดือด และจุดหลอมเหลว โดยสารบรสิ ทุ ธจ์ิ ะมีจดุ เดือดคงที่ และมีจุดเดอื ดตา่
กวา่ นา้ โคลนเป็นสารแขวนลอย เนือ่ งจากอนภุ าคของสารในนา้ โคลนมขี นาดใหญ่ เม่ือตั้งทิ้งไวอ้ นุภาคจะตกตะ
ฐำนท่ี 3 อมิ ัลชัน
ขันตอนการทดลอง : 1. หยดนามนั พืชและนาส้มสายชูลงในหลอดทดลอง
2. เขย่าหลอดทดลอง สงั เกตและบันทึกผล
3. หยดไข่แดงลงในหลอดทดลองข้อ 2. สงั เกตและบันทึกผล
ลกั ษณะสำรก่อนหยดไข่แดง ลักษณะสำรหลังหยดไขแ่ ดง
เกดิ การแยกชั้นระหวา่ งนา้ มนั กบั นา้ สม้ สายชู นา้ มนั และน้าสม้ สายชูผสมเป็นเน้อื เดียวกัน
น้าเกลอื ไม่เห็นลาแสง
ไข่แดงจดั เป็นสารประเภทใด ทาหนา้ ที่อย่างไร
ไข่แดงเป็นอิมลั ซไิ ฟเออร์ ทาหนา้ ท่เี ปน็ ตวั ประสานใหน้ า้ มนั รว มกั บ นา้
โคลนเปน็ สารแขวนลอย เนอ่ื งจากอนุภาคของสารในน้าโคลนมขี นาดใหญ่ เมอื่ ตั้งทิง้ ไวอ้ นุภาคจะตกตะกอน
คำถำมทำ้ ยกจิ กรรม
1. สารผสมทกุ ชนดิ จัดเป็นสารเนือผสม นักเรียนเหน็ ด้วยกับข้อความนีหรอื ไม่ อย่างไร
ไม่ สารผสม เกดิ จากสารตั้งแต่ 2 ชนดิ มาผสมกัน บางชนิดผสมกนั เปน็ เน้ือเดยี วกนั เชน่ สารละลาย
บางชนิดผสมไมเ่ ป็นเนื้อเดียวกนั (สารเนื้อผสม) เช่น สารแขวนลอย และคอลลอยด์ เปน็ ต้
2. สารแขวนลอย ต่างจากคอลลอยดอ์ ย่างไร
ไม่ สารผสม เกิดจากสารตงั้ แต่ 2 ชนิดมาผสมกนั บางชนดิ ผสมกันเป็นเนื้อเดียวกนั เช่น สารละลาย
บางชนิดผสมไม่เปน็ เน้ือเดยี วกัน (สารเนอ้ื ผสม) เชน่ สารแขวนลอย และคอลลอยด์ เปน็ ตน้
3. ปรากฏการณ์ทินดอลล์ คอื อะไร
ไม่ สารผสม เกดิ จากสารต้งั แต่ 2 ชนดิ มาผสมกนั บางชนิดผสมกนั เปน็ เนือ้ เดียวกนั เชน่ สารละลาย
บางชนิดผสมไม่เปน็ เน้ือเดียวกัน (สารเน้อื ผสม) เชน่ สารแขวนลอย และคอลลอยด์ เปน็ ตน้
4. อิมลั ชัน และ อิมัลซไิ ฟเออร์มคี วามเก่ียวข้องกนั อย่างไร
ไม่ สารผสม เกิดจากสารตง้ั แต่ 2 ชนดิ มาผสมกนั บางชนิดผสมกนั เป็นเนอ้ื เดยี วกัน เช่น สารละลาย
บางชนิดผสมไมเ่ ปน็ เนื้อเดียวกัน (สารเนือ้ ผสม) เช่น สารแขวนลอย และคอลลอยด์ เปน็ ตน้
รวมกนั ได้
แบบทดสอบหลังเรยี น
หน่วยกำรเรยี นรทู้ ่ี 1
คำช้ีแจง : ให้นกั เรยี นเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว
1. ขอ้ ใดเปน็ สมบตั ิทางกายภาพ และสมบัติทางเคมี 6. ข้อใดกลา่ วถงึ สมบัตขิ องธาตุไดถ้ ูกตอ้ ง
ของแทง่ เหล็ก ตามลาดับ ก. ธาตุทแ่ี ผร่ งั สไี ด้ มักเปน็ ธาตุท่ีไมเ่ สถียร
ก. เกดิ สนิมเหลก็ เปน็ ของแข็ง ข. ธาตุก่ึงโลหะสว่ นมากมสี มบตั เิ ปน็
ข. เกดิ สนิมเหลก็ นาความร้อน สารก่งึ ตวั นา
ค. นาความร้อน เปน็ ของแข็ง ค. ธาตุกง่ึ โลหะไม่สามารถแผ่รงั สีได้
ง. นาความรอ้ น เกิดสนมิ เหล็ก ง. ธาตุอโลหะมกั มีจุดเดือดและจุด
2. ขอ้ ใดกลา่ วถงึ สถานะของสารไม่ถูกต้อง หลอมเหลวตา่
ก. เกลือเป็นของแข็งที่มีแรงยดึ เหนีย่ วระหวา่ ง 7. จงเรยี งลาดบั อานาจทะลุทะลวงของ
อนภุ าคสงู กมั มันตภาพรังสจี ากน้อยไปมาก
ข. ปรอทเป็นของแข็งทมี่ อี นภุ าคอยใู่ กล้กนั ก. รังสแี อลฟา > รงั สีบตี า > รงั สีแกมมา
ค. อนภุ าคของแกส๊ ออกซิเจนเคลื่อนท่ีอสิ ระ ข. รงั สแี กมมา > รงั สบี ตี า > รังสีแอลฟา
ง. นามีรูปรา่ งไม่คงท่ี แต่มปี รมิ าตรคงท่ี ค. รังสแี อลฟา > รงั สีแกมมา > รังสีบตี า
3. จงเรียงลาดบั ขนาดอนภุ าคของสารจากเลก็ ไปใหญ่ ง. รังสแี กมมา > รงั สแี อลฟา > รงั สบี ตี า
ก. นานม นาเกลอื นาโคลน 8. ขอ้ ใดเปน็ สตู รเคมขี องดา่ งคลี ด่างทบั ทิม และ
ข. นาโคลน นานม นาเกลือ โซดาไฟ ตามลาดับ
ค. นาเกลือ นานม นาโคลน ก. KOH, NaOH, KMnO4
ง. นาเกลอื นาโคลน นานม ข. KMnO4, NaOH, KOH
4. ข้อใดมีอุณหภมู ทิ สี่ มั พันธก์ ัน ค. KMnO4, KOH, NaOH
ก. จุดเดอื ด - จุดหลอมเหลว ง. KOH, KMnO4, NaOH
ข. จุดเดอื ด - จดุ เยือกแข็ง 9. สารละลายขอ้ ใดมนี าเป็นตัวทาละลาย
ค. จุดควบแน่น - จดุ เดือด ก. ทองคาขาว ค. กาแฟ
ง. จดุ ควบแนน่ - จดุ เยอื กแขง็ ข. แอลกอฮอล์ 70% ง. อากาศ
5. ขอ้ ใดไม่จดั เปน็ ธาตุกง่ึ โลหะ 10. สาร A มีจุดเดอื ดคงทซ่ี ่ึงตา่ กว่าสาร B
ก. Si และสาร A มจี ดุ หลอมเหลวสูงกว่าสาร B
ข. Pb สาร A และ B คอื ข้อใด
ค. Sb ก. นาเกลือ นา
ง. Po ข. นา นาเกลอื
ค. นาเชือ่ ม นา
ง. นา นาตาล