The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

มาสนุกกับบึงกาฬ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

มาสนุกกับบึงกาฬ

มาสนุกกับบึงกาฬ

สารบญั

ประวตั ศิ าสตร์
การตงั้ ถิ่นฐาน
การจดั ตงั้ เป็นจงั หวดั
ภมู ิศาสตร์
อาณาเขต
สภาพภมู ิประเทศ
สภาพอากาศ
การปกครอง
การปกครองสว่ นภมู ิภาค
การปกครองสว่ นทอ้ งถ่ิน
ผวู้ ่าราชการจงั หวดั
การศกึ ษา
สถานศกึ ษาระดบั ขนั้ พนื้ ฐาน
การแบ่งเขตพนื้ ท่มี ธั ยมศกึ ษา
การแบง่ เขตพนื้ ท่ปี ระถมศกึ ษา
สถานศกึ ษาระดบั อาชวี ศกึ ษา
อาชวี ศกึ ษารฐั
อาชีวศกึ ษาเอกชน

สถานศกึ ษาระดบั อดุ มศกึ ษา
สถาบนั อดุ มศกึ ษาของรฐั
สถาบนั อดุ มศกึ ษาในกากบั สานกั งานคณะกรรมการการอาชีวศกึ ษา
สถาบนั อดุ มศกึ ษาเอกชน
การสาธารณสขุ
การทอ่ งเท่ยี ว
แหลง่ ท่องเท่ยี วทางธรรมชาติ
แหลง่ ท่องเท่ยี วทางประวตั ิศาสตรแ์ ละโบราณคดี
แหลง่ ท่องเท่ยี วศลิ ปวฒั นธรรมประเพณีและกิจกรรม
สวนสาธารณะ
นา้ ตกท่มี ชี ่อื เสียงแต่ละอาเภอ
อทุ ยานแห่งชาติ/วนอทุ ยาน
ชาวบงึ กาฬท่มี ีช่อื เสียง
พระเถระ
นกั แสดง
นกั รอ้ ง
นางงาม
อา้ งอิง

คานา

รายงานเลม่ นีจ้ ดั ทาขนึ้ เพ่อื เป็นสว่ นหนึง่ ของวชิ าชน้ั มถั ยมศกึ ษาปีท่4ี เพ่อื ใหไ้ ดศ้ ึกษา
หาความรูใ้ นเรอ่ื งจงั หวดั บงึ กาฬและไดศ้ กึ ษาอย่างเขา้ ใจเพ่อื เป็นประโยชนก์ บั การ
เรยี นผจู้ ดั ทาหวงั วา่ รายงานเลม่ นีจ้ ะเป็นประโยชนก์ บั ผอู้ า่ นหรือนกั เรยี นนกั ศกึ ษาท่ี
กาลงั หาขอ้ มลู เร่อื งนีอ้ ย่หู ากมขี อ้ แนะนาหรอื ขอ้ ผดิ พลาดประการใดผจู้ ดั ทาขอนอ้ มรบั
ไวแ้ ละขออภยั มา ณ ทน่ี ีด้ ว้ ย

บึงกาฬ

บงึ กาฬ เป็นจงั หวดั ท่ีตงั้ อย่ใู นภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือตอนบนสดุ ของประเทศ
ไทย อยหู่ า่ งจากกรุงเทพมหานคร 765 กิโลเมตร จดั ตงั้ ขนึ้ ตามพระราชบญั ญตั ิตงั้
จงั หวดั บงึ กาฬ พ.ศ. 2554 อนั มีผลใชบ้ งั คบั ตงั้ แต่วนั ท่ี 23 มนี าคม พ.ศ. 2554 เป็นตน้
ไป[2] โดยแยกอาเภอบงึ กาฬ อาเภอเซกา อาเภอโซพ่ สิ ยั อาเภอบงุ่ คลา้ อาเภอบงึ โขง
หลง อาเภอปากคาด อาเภอพรเจรญิ และอาเภอศรวี ไิ ล ออกจากการปกครองของ
จงั หวดั หนองคาย จงั หวดั บงึ กาฬ จดั ตงั้ เป็นจงั หวดั ลาดบั ท่ี 76 ของประเทศไทย เป็น
จงั หวดั ท่องเท่ียวเมอื งรองท่ีสาคญั ของจงั หวดั แถบลมุ่ แมน่ า้ โขง

ประวตั ศิ าสตร์

การตัง้ ถนิ่ ฐาน

บงึ กาฬ เดิมเป็น อาเภอไชยบรุ ี ในเขตการปกครองของ จงั หวดั นครพนม ซง่ึ มที ่ีว่าการ
อาเภอ ตงั้ อยทู่ ่ีบรเิ วณปากนา้ สงคราม ไชยบรุ ี เดิมชื่อ "เมืองไชยสทุ ธิ์อตุ มบรุ "ี อย่ใู น
เขตการปกครองของเมอื งเวยี งจนั ทน์ ซง่ึ เป็นเมอื งขนึ้ ของไทยในสมยั นนั้ ตามแผน่ ศิลา
จารกึ ท่วี ดั ไตรภมู ินนั้ ประวตั ขิ องเมอื งไชยบรุ ี ตงั้ ขนึ้ เม่อื พ.ศ. 2351 หวั หนา้ ชาว
ไทยญอ้ ชื่อ ทา้ วหมอ้ และนางสนุ นั ทา ไดพ้ าบตุ รและบา่ วไพร่ อพยพโยกยา้ ยผคู้ น
พลเมอื งจากเมืองหงสา (ตงั้ อยรู่ มิ ฝ่ังแมน่ า้ โขง ตอนเหนือเมืองหลวงพระบาง) อพยพ
ลงมาตามแม่นา้ โขง ลงมาตงั้ บา้ นเรอื นอยบู่ รเิ วณปากนา้ สงครามในสมยั กรุง
รตั นโกสนิ ทรต์ อนตน้ ไดร้ วบรวมผคู้ นมาสรา้ งเมืองใหม่ขนึ้ และตงั้ ชื่อวา่ “เมอื งไชย
สทุ ธิ์อตุ มบรุ ”ี ขนึ้ ตรงตอ่ เมืองเวยี งจนั ทน์ เจา้ ผคู้ รองนครเวยี งจนั ทน์ ไดต้ งั้ ใหท้ า้ วหมอ้
เป็นพระยาหงสาวดี และทา้ วเลก็ นอ้ งชายทา้ วหมอ้ เป็นอปุ ราชวงั หนา้ ทา้ วหมอ้ มี
บตุ รชายคนโตช่ือทา้ วโสม

พ.ศ. 2357 ไดส้ รา้ ง"วดั ศรสี นุ นั ทามหาอาราม"ตอ่ มาเรยี กวา่ "วดั ไตรภมู ิ" ซงึ่ ไดพ้ บ
แผ่นศิลาจารกึ ในวดั นแี้ ปลออกมาไดค้ วามว่า "พระศาสนาพทุ ธเจา้ ลว่ งลบั ไปแลว้
2357 พรรษา พระเจา้ หงสาวดที งั้ สองพ่นี อ้ งไดม้ าตงั้ เมืองใหม่ในท่นี ีใ้ หช้ ่ือวา่ "เมือง
ไชยสทุ ธิ์อตุ มบรุ "ี ในปีจอ ฉศก ตรงกบั ปีกาบเลด็ ในเดือน 4 แรม 11 คา่ วนั องั คาร
ภายนอกมอี าญาเจา้ วงั หนา้ เสนาอามาตยส์ ิบรอ้ ยนอ้ ยใหญ่ ภายในมเี จา้ ครูพทุ ธา
และเจา้ ชาดวงแกว้ เจา้ ชาบา เจา้ สธี มั มา เจา้ สมเดจ็ พทุ ธา และพระสงฆส์ ามเณรทกุ
พระองค์ พรอ้ มกนั มกั ใครต่ งั้ ใจไวย้ งั พทุ ธศาสนา จงึ ใหน้ ามวดั นีว้ ่า "วดั ศรสี นุ นั ทามหา
อาราม" ตามพทุ ธบญั ญตั สิ มเด็จพระองคเ์ จา้ ซง่ึ มีจิตตงั้ ไวใ้ นพทุ ธศาสนาสาเรจ็ ใน
ปีกดสี เดอื น 5 เพญ็ วนั จนั ทร์ มอื้ ฮวงมด ขอใหไ้ ดต้ ามคามกั คาปรารถนาแหง่ ปวงขา้
ทงั้ หลาย เทอญ"

ช่ือเดิมตามศิลาจารกึ วา่ "เมืองไชยสทุ ธิ์อตุ มบรุ "ี นนั้ หมายถึงเมืองท่มี ีชยั ชนะและ
อดุ มสมบรู ณ์ ท่ไี ดช้ ่ืออยา่ งนีก้ เ็ พราะว่า ในสมยั ท่ีตงั้ เมอื งนนั้ มีการทาสงครามระหวา่ ง
กรุงเทพฯ - เมอื งเวียงจนั ทน์ - ญวนอย่บู อ่ ยๆ สาหรบั เรอ่ื งความอดุ มสมบรู ณน์ นั้ เลา่
กนั วา่ ไชยบรุ เี ป็นเมืองท่ี "ในนา้ มีปลา ในนามขี า้ ว" อยา่ งอดุ มสมบรู ณเ์ พราะตงั้ อยรู่ มิ
ฝ่ังแม่นา้ โขงและแมน่ า้ สงครามจงึ จบั ปลา ไดอ้ ยา่ งสะดวก และไม่ไดพ้ ดู เกินความจรงิ
เลยวา่ สมยั เม่อื 40-50 ปีท่ีผา่ นมา ปลาในแมน่ า้ โขงแม่นา้ สงครามมมี าก ขนาดท่ี
เพียงแตพ่ ายเรอื เลียบไปตาม รมิ ฝ่ังนา้ ในเวลา ประมาณ 1 ทมุ่ เป็นตน้ ไปโดยพายไป
เบาๆ พอไปถงึ จดุ ใดจดุ หน่งึ แลว้ กก็ ระทบึ เรอื หรอื ขย่มเรอื ใหม้ ีเสยี งดงั ก็มีปลา (ซงึ่ สว่ น
ใหญ่เป็นปลาสรอ้ ย) ตกใจแลว้ กระโดดเขา้ ไปในเรอื เองเป็นจานวนมาก ทาอย่างนีไ้ ป
ประมาณ 1 ช่วั โมงเทา่ นนั้ ก็ไดป้ ลาเหลือใชแ้ ลว้ แจกญาติพน่ี อ้ ง แต่ภายหลงั มา
เปลี่ยนเป็น "ไชยบรุ "ี นนั้ ก็เพราะว่า คา่ นยิ มในเรอ่ื งภาษา หรอื การใชภ้ าษาในทอ้ งถ่ินนี้

ไม่ชอบพดุ คายาวๆ เชน่ "เมอื งไชยสทุ ธิ์อตุ มบรุ "ี ก็ใชเ้ พียงคา หวั กบั ทา้ ย สว่ นกลาง
ตดั ดงั นนั้ จงึ เหลอื เพยี ง "ไชยบรุ "ี เทา่ นนั้ เพราะเรยี กง่ายและจาง่าย

ตานานเลา่ ขานว่าไชยบรุ ไี ม่ไดเ้ ป็นเมืองของผไู้ ทยโดยแท้ แตม่ ตี านานสอดคลอ้ งกบั
ชาวผไู้ ทย ไชยบรุ เี ดิมเป็นเมอื งปากนา้ ศรสี งครามตามพงศาวดารรชั กาลท่ี 3 (พิมพ์
เม่อื พ.ศ. 2505 เลม่ 2 หนา้ 179) วา่ ไดร้ บั การโปรดเกลา้ โปรดกระหม่อมยกขนึ้
เป็นเมอื งในสมยั รชั กาลท่ี 3 การยกขนึ้ เป็นเมอื งคราวนีส้ มเดจ็ กรมพระยาดารงราชานุ
ภาพทรงเลา่ วา่ มีเรอ่ื งประหลาดท่ีหม่อมฉนั ไปทราบความในทอ้ งถน่ิ วา่

".....ดงั้ เดิมราษฎรเมืองทา่ อเุ ทนกบั เมืองไชยบรุ ี ซง่ึ อย่ใู นแนวลานา้ โขงตดิ ตอ่ กนั
อพยพหนีไปอยทู่ างฝ่ังซา้ ยใกลแ้ ดนญวน พวกชาวเมืองไชยบรุ กี ลบั มาก่อนเหน็ ว่าทน่ี า
เมอื งทา่ อเุ ทนดีจงึ พากนั ไปตงั้ อย่ทู เ่ี มืองท่าอเุ ทน เม่อื ชาวเมอื งทา่ อเุ ทนกลบั มาพบเหน็
วา่ บา้ นเดมิ ของตนกลบั เป็นของคนอ่นื แลว้ จงึ พากันไปตงั้ อย่เู มอื งไชยบรุ ี ราษฎรกไ็ ขว้
เมอื งกนั มาตงั้ แตน่ นั้ .....” (สาสน์ สมเด็จ ฉบบั โรงพิมพค์ รุ ุสภา พ.ศ. 2504 เลม่ 6
หนา้ 297)

ตามหนงั สือฝ่ังขวาแมน่ า้ โขงกลา่ วว่าไดโ้ ปรดเกลา้ โปรดกระหม่อม ใหย้ กบา้ นปากนา้
สงครามขนึ้ เป็นเมอื งไชยบรุ ี เม่อื พ.ศ. 2373 ในสมยั รชั กาลท่ี 3 เกดิ กบฏเจา้
อนวุ งศ์ ทา้ วหมอ้ กลวั ภยั จงึ อพยพพาครอบครวั บา่ วไพรห่ นีไปเมืองปงุ ลิง เมืองไชย
สทุ ธิ์อตุ มบรุ จี งึ เป็นเมอื งรา้ ง เจา้ พระยาบดนิ ทรเดชา (สงิ ห์ สงิ หเสนี) เม่อื ครงั้ ดารง
ตาแหนง่ พระยาราชสภุ าวดี (สิงห)์ แมท่ พั ไทยยกทพั มาปราบกบฏเจา้ อนวุ งศค์ รง้ั ท่ี 2
ไดจ้ ดั ราชการหวั เมอื งภาคอีสานดว้ ย (พ.ศ. 2369-2371)โดยส่งั ใหพ้ ระยาวชิ ติ
สงครามตงั้ ทพั อย่ทู ่ีเมอื งนครพนม ใหร้ าชวงศ์ (แสน) จากเมืองเขมราฐ เป็นนายดา่ น
ตงั้ กองรกั ษาปากนา้ สงคราม คมุ ไพรพ่ ลไปตงั้ อยู่ "เมอื งไชยสทุ ธิ์อตุ มบรุ "ี ซงึ่ เป็นเมือง
รา้ ง โดยมที า้ วไชย กรมการเมอื งยโสธร (ทา้ วไชย บตุ รอปุ ฮาด เมืองอบุ ลราชธานี)

ทา้ วขตั ตยิ ะ กรมการเมอื งอบุ ลราชธานีพาไพรพ่ ลเมืองยโสธรและเมอื งอบุ ลราชธานี
มาเป็นกาลงั รกั ษาด่านดว้ ย) เม่อื ปราบขบถจนราบคาบแลว้ ต่อมาเจา้ พระยาบดนิ ทร
เดชา (สงิ ห์ สิงหเสนี)จงึ ไดท้ ลู ขอรชั กาลท่ี 3ปนู บาเหน็จ ไดม้ ีทอ้ งตราราชสีหแ์ ต่งตงั้ ให้
ราชวงศ์ (แสน) เป็น พระยาไชยราชวงษา ปกครองเมืองไชยบรุ ี (เมอื งไชยสทุ ธิอ์ ตุ ม
บรุ )ี ซง่ึ เป็นตน้ ตระกลู “เสนจนั ทรฒ์ ิไชย” ในปัจจบุ นั

เม่อื ปราบปรามกบฏเจา้ อนวุ งศเ์ วียงจนั ทนจ์ บลงแลว้ พ.ศ. 2376 พระยามหาอา
มาตยาธิบดี (ปอ้ ม อมาตยกลุ ) เป็นแมท่ พั ตงั้ อยู่ ณ เมืองนครพนมอกี ครงั้ หน่ึง ไดไ้ ป
กวาดตอ้ นผคู้ นทางฝ่ังซา้ ยแมน่ า้ โขงตามแนวบรเิ วณใกลก้ บั แดนญวน อนั มีกลมุ่ ชาติ
พนั ธต์ า่ งๆเชน่ ผไู้ ท ข่า โซ่ กะเลิง แสก ญอ้ และโยย้ ใหเ้ ขา้ มาตงั้ ถิ่นฐานทางฝ่ังขวา
แมน่ า้ โขง เพ่อื มใิ หเ้ ป็นกาลงั แก่เจา้ อนวุ งศ์ และญวน และไดเ้ กลยี้ กลอ่ มชาวเมอื งปุ
งเลง ซงึ้ เป็นชาวไทยญอ้ ใหก้ ลบั มาดว้ ย โดยมาตงั้ ถิ่นฐานท่บี า้ นท่าอเุ ทนรา้ ง รมิ ฝ่ังขวา
แม่นา้ โขง เป็นท่ีตงั้ เมืองใหม่ซงึ่ ตรงกบั สมยั รชั กาลท่ี 3 มพี ระบรมราชโองการแต่งตงั้
ใหท้ า้ วพระปทมุ เจา้ เมอื งปงุ เลง เป็นพระศรวี รราช เจา้ เมืองท่าอเุ ทนคนแรก ตน้
ตระกลู “กติ ตศิ รวี รพนั ธ”์ ในปัจจบุ นั

เม่อื พ.ศ. 2384 โดยมีพระมหาสงครามเป็นแมท่ พั ไดเ้ กณฑก์ องทพั จากเมืองทา่ อุ
เทน เมอื งไชยบรุ ี เมอื งสกลนคร เมืองแสน รวมกาลงั พล 3,300 คน (พงศาวดาร
รชั กาลท่ี 3 พ.ศ. 2505 เลม่ 2 หนา้ 60) ซงึ่ พอจะสนั นษิ ฐานไดว้ า่ เมอื งไชยบรุ ไี ด้
ตงั้ เป็นเมอื งอย่างม่นั คงแลว้ จากสาสน์ ตราเจา้ พระยาจกั รสี มยั รชั กาลท่ี 3 พ.ศ.
2381 ไดก้ ลา่ วถึงเมอื งไชยบรุ วี า่ อนึ่ง หลวงศรโี ยธา หม่นื ภิรมยร์ กั ษา
ขา้ หลวง หลวงประสทิ ธิ์สงครามกองนอกเมืองนครราชสีมา พระสนุ ทรราชวงษา พระ
ยาไชยสนุ ทรเมอื งกาฬสนิ ธุ์ บอกไวแ้ ตก่ อ่ นว่าครอบครวั เมอื งคาเกิด บา้ นนาอาว นา
ซอง ชาย หญิง ใหญ่นอ้ ย 200 คน ไดข้ า้ มมาทางเมอื งไชยบรุ ี เจา้ เมืองกรมการเมือง

ไชยบรุ วี า่ ครอบครวั นเี้ ป็นครอบครวั เวยี งจนั ทน์ อปุ ฮาดราชวงศเ์ มอื งคาเกิด คาม่วน
วา่ เป็นครอบครวั เมอื งคาเกดิ เมอื งคาม่วน เวยี งจนั ทนช์ กั เอาไป ครนั้ เจา้ อนวุ งศ์
เวียงจนั ทนแ์ ตกไปอยเู่ มืองมหาชยั เจา้ อนเุ วียงจนั ทนม์ อบครอบครวั นีใ้ หเ้ มอื งคาเกิด
คามว่ นตามเดิม เจา้ เมอื งไชยบรุ กี ส็ ง่ ครอบครวั คืนใหไ้ ป 67 คน ชกั เอาไวท้ ่ีเมืองไชย
บรุ ี 133 คน ครอบครวั เมอื ง คาเกดิ คามว่ น ขา้ มมาทางเมืองท่าอเุ ทน ชาย หญิง
ผใู้ หญ่ 153 คน พระศรวี รราชเจา้ เมืองท่าอเุ ทน ชกั เอาไว้ 30 คน และสง่ ไปอยทู่ ่ี
บา้ นแซงกระดาน 123 คน นนั้ พระสนุ ทรราชวงษากบั พระไชยวงษาเจา้ เมืองไชยบรุ ี
ราชบตุ รเมอื งทา่ อเุ ทน เจา้ เมืองทา้ วเพยี้ เมอื งคาเกิด เมืองคาม่วนลงไปพรอ้ ม
ณ กรุงเทพมหานคร กไ็ ดว้ ่ากลา่ วดว้ ยครวั รายเมอื ง (รายงาน) เมืองคาเกดิ คามวน
(คาม่วน) ซงึ่ เก่ียวขอ้ งกบั เมอื งไชยบรุ ี เมืองท่าอเุ ทน พระไชยวงษา ราชบตุ รเมืองท่าอุ
เทนว่า ครอบครวั เมืองไชยบรุ กี บั เมอื งท่าอเุ ทนมคี วามสมคั รใจ เจา้ เมอื ง ราชบตุ ร ทา้ ว
เพยี้ เมืองคาเกดิ เมืองคามวน(คามว่ น) ก็ยอมใหค้ รอบครวั อยตู่ ามใจสมคั รนนั้
ครอบครวั ฟากตะวนั ออกเขา้ สวามภิ กั ดิว์ ่าพากนั ขา้ มมาแตโ่ ดยดมี ตี ราขนึ้ มาแตก่ อ่ น
วา่ ครวั จะสมคั รใจอยเู่ มอื งไหนกใ็ หอ้ ย่ตู ามใจสมคั รท่ีแจง้ อยใู่ นทอ้ งตราแตก่ ่อนแลว้ นนั้
และครวั เมืองคาเกดิ เมอื งคามวน (คามว่ น) ซง่ึ สมคั รใจอยเู่ มอื งไชยบรุ ี 133 คน
สมคั รใจอยเู่ มอื งทา่ อเุ ทน 30 คน เจา้ เพยี้ เมอื งคาเกิด เมืองคามวน(คามว่ น) ก็ยอม
ใหค้ รวั อยตู่ ามใจสมคั รชอบอย่แู ลว้ (นายถวิล เกสรราช สนั นษิ ฐานวา่ จากหลกั ฐานก็
เป็นท่ที ราบดีอยแู่ ลว้ วา่ เจา้ เมืองไชยบรุ นี นั้ มบี รรดาศกั ดเิ์ ป็นพระไชยวงษาแต่ไม่
ปรากฏชื่อตวั สาหรบั อปุ ฮาดราชวงศแ์ ละราชบตุ รก็คน้ หาไมพ่ บว่ามีช่ือวา่ อย่างไร
บา้ ง)

พ.ศ. 2457 มปี ระกาศพระบรมราชโองการ ลงวนั ท่ี 6 เมษายน 2457 ปรบั ปรุง
เขตอาเภอสาหรบั การปกครองในมณฑลอดุ รไดก้ ลา่ วถึง อาเภอไชยบรุ ี ทอ้ งท่ีอาเภอ

โพนพสิ ยั นนั้ ตามลานา้ ของ (โขง) ไปทางใตร้ าว 4,000 เสน้ กรมการอาเภอโพน
พิสยั ดงู านไมท่ ่วั ถึงและอาเภอไชยบรุ ี กต็ งั้ อยบู่ ดั นีก้ ็ใกลอ้ าเภอทา่ อเุ ทนเกินไป จงึ ทรง
พระกรุณาโปรดเกลา้ โปรดกระหม่อมใหต้ ดั ทอ้ งท่ีอาเภอโพนพสิ ยั ตอนใต้ ไปรวมกบั
ทอ้ งท่ีอาเภอไชยบรุ ี และใหย้ า้ ยท่ีวา่ การอาเภอไชยบรุ มี าตงั้ ท่บี า้ นบงึ กาญจนจ์ รดรมิ
แม่นา้ ของ(โขง)ฝ่ังตรงขา้ มเมืองบรคิ นั ฑ์ แขวงเวียงจนั ทน์ เพราะเป็นศนู ยก์ ลางเหมาะ
แก่การปกครองทอ้ งท่ีอาเภอ และอาเภอไชยบรุ กี ย็ งั คงขนึ้ เมอื งนครพนมตามเดิม[3]

ครนั้ ในปีตอ่ มา พ.ศ. 2459 มีประกาศพระบรมราชโองการเรอ่ื ง โอนอาเภอไชยบรุ ไี ป
ขนึ้ จงั หวดั หนองคาย ลงวนั ท่ี 22 มีนาคม 2459 มีความว่าทรงทราบฝ่าละอองธรุ ี
พระบาทว่าอาเภอไชยบรุ ี ซง่ึ เป็นอาเภอขนึ้ จงั หวดั นครพนมเวลานี้ (พ.ศ. 2459) มี
ทอ้ งท่ีและระยะทางหา่ งไกลจากจงั หวดั นครพนมมาก เป็นการลาบากแก่ราษฎรท่ีอยู่
ในแขวงอาเภอไชยบรุ ี ผมู้ ีกิจสขุ ทกุ ขจ์ ะมายงั จงั หวดั นครพนมและทงั้ ไมเ่ หมาะแก่การ
ปกครอง จงึ ทรงพระราชดารวิ ่าสมควรจะโอนอาเภอไชยบรุ ี มาขนึ้ จงั หวดั
หนองคาย จงึ ทรงพระกรุณาโปรดเกลา้ โปรดกระหม่อมใหโ้ อนอาเภอไชยบรุ มี าขนึ้
จงั หวดั หนองคาย ตงั้ แต่บดั นี้ (พ.ศ. 2459) เป็นตน้ ไป[4]

ซงึ่ ตามนยั เนือ้ หาของพระบรมราชโองการแสดงใหเ้ ห็นและเขา้ ใจวา่ หมายถงึ การโอน
เมอื งไชยบรุ ที ่ีตงั้ ท่ีวา่ การอย่ทู ่ีบา้ นบงึ กาญจน์ จนกระท่งั มกี ารไปขนึ้ กบั จงั หวดั
หนองคาย แลว้ ต่อมาไดเ้ ปลีย่ นชื่อเป็นอาเภอบงึ กาญจน์ ขนึ้ กบั จงั หวดั
หนองคาย สว่ นบา้ นปากนา้ สงครามท่เี ป็นเมอื งไชยบรุ เี ดิมนนั้ กย็ งั คงมชี ื่ออยู่ มิไดโ้ อน
ไปขนึ้ กบั จงั หวดั หนองคายแต่อย่างใด ยงั คงมีฐานะเป็นอาเภอหน่งึ ของจงั หวดั
นครพนมอยเู่ หมอื นเดมิ ดงั ปรากฏ หลกั ฐานในประกาศเสนาบดกี ระทรวงมหาดไทยท่ี
รบั พระราชโองการใหเ้ รยี กชื่ออาเภอท่วั ราชอาณาจกั ร ลงวนั ท่ี 24 เมษายน 2460
มคี วามวา่ อาเภอไชยบรุ ี ในจงั หวดั นครพนมนนั้ คงใหเ้ รยี กชื่ออาเภอไชยบรุ ตี ามเดิม

[5] ซงึ่ เวลาตอ่ มาไดถ้ กู ยบุ ลงใหเ้ ป็นตาบลไชยบรุ ี ขนึ้ อาเภอท่าอเุ ทน จงั หวดั
นครพนม

พ.ศ. 2475 ขา้ ราชการกระทรวงมหาดไทยทา่ นหนงึ่ เดนิ ทางมาตรวจราชการท่ี
อาเภอไชยบรุ ี จงั หวดั หนองคายพบวา่ หมบู่ า้ นบงึ กาญจน์ มหี นองนา้ ใหญ่แห่งหน่ึง
กวา้ งประมาณ 160 เมตร ยาวประมาณ 3,000 เมตร มีนา้ ขงั ตลอดปี ชาวบา้ นได้
อาศยั นา้ ในบึงแหง่ นีบ้ รโิ ภคและใชส้ อย ชาวบา้ นเรยี ก "บงึ กาญจน"์ เป็นท่รี ูจ้ กั
โดยท่วั ไป จงึ ไดพ้ ิจารณาและจดั ทารายงานไปยงั กระทรวงมหาดไทย ขอเปลย่ี นแปลง
ช่ืออาเภอไชยบรุ เี ป็น "อาเภอบงึ กาญจน"์ ตงั้ แตน่ นั้ มา

พ.ศ. 2477 ทางราชการไดพ้ ิจารณาเหน็ วา่ บงึ กาญจน์ ซง่ึ แปลว่านา้ สที องนนั้ ไม่
สอดคลอ้ งกบั สภาพความเป็นจรงิ เพราะนา้ เป็นสคี ลา้ ค่อนขา้ งดา จงึ ไดเ้ ปลี่ยนช่ือใหม่
ใหส้ อดคลอ้ งกบั ความหมาย และความเป็นจรงิ ของนา้ ในบึงวา่ “บงึ กาฬ” ทางการจงึ
ไดเ้ ปลี่ยนชื่อ อาเภอบงึ กาญจน์ เป็น"อาเภอบงึ กาฬ" เพ่อื ความสะดวกและเขา้ ใจงา่ ย
นายอาเภอคนแรกคอื รองอามาตยโ์ ท พระบรบิ าลศภุ กิจ (คาสาย ศิรขิ นั ธ)์ ต่อมาได้
แยกอาเภอเซกา อาเภอพรเจรญิ อาเภอศรวี ิไล และ อาเภอบงุ่ คลา้ ออกจากอาเภอ
บงึ กาฬ ตามลาดบั

การจัดตงั้ เป็ นจงั หวัด

โครงรา่ งศาลากลางจงั หวดั บงึ กาฬ

ใน พ.ศ. 2537 นายสเุ มธ พรมพนั หา่ ว สมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎรพรรคเสรี
ธรรม จงั หวดั หนองคาย เสนอใหจ้ ดั ตงั้ จงั หวดั บงึ กาฬขนึ้ โดยกาหนดจะแยกพืน้ ท่ี
อาเภอบงึ กาฬ อาเภอปากคาด อาเภอโซพ่ สิ ยั อาเภอพรเจรญิ อาเภอเซกา อาเภอบงึ
โขงหลง อาเภอศรวี ิไล และอาเภอบงุ่ คลา้ ออกจากจงั หวดั หนองคาย รวมเป็นทอ้ งท่ี
ทงั้ หมด 4,305 ตารางกิโลเมตร[6] และมีประชากรประมาณ 390,000 คน[7] อยา่ งไร
กด็ ี กระทรวงมหาดไทย แจง้ ผลการพจิ ารณาว่า ยงั ไม่มีแผนท่จี ะยกฐานะอาเภอบงึ
กาฬขนึ้ เป็นจงั หวดั เพราะการจดั ตงั้ จงั หวดั ใหมเ่ ป็นการเพ่มิ ภาระดา้ นงบประมาณ อกี
ทงั้ ยงั เป็นการเพ่มิ กาลงั คนภาครฐั ซงึ่ จะขดั กบั มติคณะรฐั มนตรี[8]

โครงการรา้ งมาเกือบ 20 ปี กระท่งั พ.ศ. 2553 นายเทวฤทธิ์ นกิ รเทศ
สมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎรจงั หวดั หนองคาย ไดย้ ่นื กระทสู้ ดถามนายกรฐั มนตรเี ร่อื งการ

จดั ตงั้ จงั หวดั บงึ กาฬ(ซงึ่ ตอ่ มานายเทวฤทธิ์ นกิ รเทศ ไดเ้ สนอ พระราชบญั ญตั ิจงั หวดั
บงึ กาฬเขา้ สทู่ ่ีประชมุ สภาผแู้ ทนราษฎร และดารงตาแหน่งรองประธานกรรมาธิการ
พิจารณา พรบ.จงั หวดั บงึ กาฬดว้ ย) กระทรวงมหาดไทยจงึ ไดน้ าเรอ่ื งการจดั ตงั้ จงั หวดั
บงึ กาฬ เสนอเขา้ ท่ีประชมุ คณะรฐั มนตรอี กี ครงั้ เพ่อื ยก "รา่ งพระราชบญั ญตั จิ ดั ตงั้
จงั หวดั บงึ กาฬ พ.ศ. ..."[7] ผลการสารวจความเห็นของประชาชนจงั หวดั หนองคายใน
คราวเดียวกนั ปรากฏว่า รอ้ ยละ 98.83 เห็นดว้ ยกบั การจดั ตงั้ จงั หวดั บงึ
กาฬ [7] ตอ่ มา วนั ท่ี 3 สงิ หาคม พ.ศ. 2553 คณะรฐั มนตรมี ีมติเหน็ ชอบใหจ้ ดั ตงั้
จงั หวดั บงึ กาฬ[9] [10][11] นายอภิสทิ ธิ์ เวชชาชีวะ นายกรฐั มนตรจี งึ ถวายรา่ ง
พระราชบญั ญตั ิใหพ้ ระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดชทรงลงพระ
ปรมาภิไธย โดยทรงลงเม่อื วนั ท่ี 11 มีนาคม 2554 นาประกาศเป็น "พระราชบญั ญตั ิ
ตงั้ จงั หวดั บงึ กาฬ พ.ศ. 2554" ในราชกิจจานเุ บกษา เม่อื วนั ท่ี 22 มนี าคม 2554 และ
ใชบ้ งั คบั ในวนั รุง่ ขนึ้ [2] [12] โดยใหเ้ หตผุ ลวา่ [13]

เป็นไปตามหลกั เกณฑใ์ นเรอ่ื งอาเภอ จานวนประชากร และลกั ษณะพิเศษของจงั หวดั
อีกทงั้ ยงั เป็นผลดตี อ่ การใหบ้ รกิ ารแกป่ ระชาชน,

จงั หวดั หนองคายเป็นพนื้ ท่แี นวยาวทอดตามแมน่ า้ โขง จงึ มผี ลตอ่ การรกั ษาความ
ม่นั คงและความสงบเรยี บรอ้ ยตามแนวชายแดน,

จงั หวดั หนองบวั ลาภแู ละจงั หวดั อานาจเจรญิ ท่ีเคยตงั้ ขนึ้ ใหม่ก็มเี นอื้ ท่ีนอ้ ยกว่า
หลกั เกณฑม์ ตคิ ณะรฐั มนตรเี ชน่ กนั ,

จงั หวดั ท่ีตงั้ ขนึ้ ใหม่ไมใ่ หบ้ รกิ ารสาธารณะซา้ ซอ้ นกบั องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ และ

บคุ ลากรจานวน 439 อตั รา สามารถกระจายกนั ในสว่ นราชการได้ ไม่มผี ลกระทบมาก

ตอ่ มารฐั สภาไดม้ ีมติเหน็ ชอบ "รา่ งพระราชบญั ญตั ิจดั ตงั้ จงั หวดั บงึ กาฬ พ.ศ. ..." เม่อื
วนั ท่ี 7 กมุ ภาพนั ธ์ พ.ศ. 2554[14] นายอภสิ ทิ ธิ์ เวชชาชีวะ นายกรฐั มนตรจี งึ ถวายรา่ ง
พระราชบญั ญตั ใิ หพ้ ระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภมู ิพลอดลุ ยเดชทรงลงพระ
ปรมาภิไธย โดยทรงลงเม่อื วนั ท่ี 11 มีนาคม 2554 นาประกาศเป็น "พระราชบญั ญตั ิ
ตงั้ จงั หวดั บงึ กาฬ พ.ศ. 2554" ในราชกิจจานเุ บกษา เม่อื วนั ท่ี 22 มนี าคม 2554 และ
ใชบ้ งั คบั ในวนั รุง่ ขนึ้ [2] เหตผุ ลในการประกาศใชพ้ ระราชบญั ญตั ิ มวี า่

"...เน่ืองจากจงั หวดั หนองคายเป็นจงั หวดั ท่มี ที อ้ งท่ีตดิ ชายแดน และมลี กั ษณะภมู ิ
ประเทศเป็นแนวยาว ทาใหก้ ารตดิ ต่อระหว่างอาเภอท่หี ่างไกลและจงั หวดั เป็นไปดว้ ย
ความยากลาบาก และใชร้ ะยะเวลาในการเดนิ ทางมากเกินควร ดงั นนั้ เพ่อื ประโยชน์
ในการจดั ระเบียบการปกครอง การรกั ษาความม่นั คง และการอานวยความสะดวก
ใหแ้ กป่ ระชาชนในทอ้ งท่ี สมควรแยกอาเภอบงึ กาฬ อาเภอเซกา อาเภอโซพ่ สิ ยั อาเภอ
บงุ่ คลา้ อาเภอบงึ โขงหลง อาเภอปากคาด อาเภอพรเจรญิ และอาเภอศรวี ไิ ล จงั หวดั
หนองคาย ออกจากการปกครองของจงั หวดั หนองคาย รวมตงั้ ขนึ้ เป็นจงั หวดั บงึ กาฬ
จงึ จาเป็นตอ้ งตราพระราชบญั ญตั ินี"้

นอกจากมาตรา 3 ของพระราชบญั ญตั ิดงั กลา่ ว ท่ใี หจ้ ดั ตงั้ จงั หวดั บงึ กาฬ โดยมี
องคป์ ระกอบเป็นอาเภอทงั้ แปดขา้ งตน้ แลว้ มาตรา 4 ยงั ใหเ้ ปลีย่ นช่ือ "อาเภอบงึ กาฬ"
เป็น "อาเภอเมอื งบงึ กาฬ" ดว้ ย

เม่อื วนั ท่ี 22-25 มีนาคม พ.ศ. 2554 ไดม้ กี ารจดั งานฉลองจงั หวดั บงึ กาฬอย่างย่งิ ใหญ่
โดยมี นายชวรตั น์ ชาญวีรกลู รฐั มนตรวี า่ การกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานใน
พธิ ี[15]

ภมู ศิ าสตร์

ภทู อก
อาณาเขต
บงึ กาฬเป็นจงั หวดั ท่มี เี ขตพนื้ ท่ีตดิ ตอ่ กบั ประเทศลาว โดยมแี ม่นา้ โขงเป็นแนว
พรมแดน

ทิศเหนือ ติดต่อกบั แขวงบอลิคาไซ ประเทศลาว
ทศิ ตะวนั ออก ตดิ ตอ่ กบั แขวงบอลิคาไซ ประเทศลาว และจงั หวดั นครพนม
ทศิ ใต้ ตดิ ตอ่ กบั จงั หวดั สกลนคร
ทศิ ตะวนั ตก ตดิ ตอ่ กบั แขวงบอลคิ าไซ ประเทศลาว และจงั หวดั หนองคาย

สภาพภมู ิประเทศ

จงั หวดั บงึ กาฬเป็นจงั หวดั ท่มี ีสภาพแวดลอ้ มทส่ี มบรู ณ์ แวดลอ้ มไปดว้ ยภเู ขาและ
นา้ ตกทส่ี วยงาม เช่น นา้ ตกเจ็ดสี, นา้ ตกตากชะแนน ท่ีอยภู่ ายในเขตรกั ษาพนั ธส์ ตั ว์
ป่าภวู วั พนื้ ท่สี ว่ นใหญ่ในจงั หวดั เป็นท่รี าบลมุ่

สภาพอากาศ

ภมู อิ ากาศท่จี งั หวดั บงึ กาฬคอ่ นขา้ งดี เพราะไดอ้ ทิ ธิพลจากแม่นา้ โขงทาใหอ้ ากาศไม่
รอ้ นมากในชว่ งถดรู อ้ น ในฤดหู นาวอากาศดีเหมาะแกก่ ารท่องเท่ยี วและพกั ผอ่ น
โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสาคญั จงั หวดั บงึ กาฬมกั จะมีนกั ทอ่ งเท่ยี วเขา้ มาจองหอ้ งพกั
ต่อเนื่อง

การปกครอง

การปกครองสว่ นภมู ภิ าค
การปกครองสว่ นภมู ภิ าค แบง่ ออกเป็น 8 อาเภอ 53 ตาบล 615 หม่บู า้ น

อาเภอเมืองบงึ กาฬ พนื้ ท่จี งั หวดั บงึ กาฬ
อาเภอพรเจรญิ
อาเภอโซพ่ สิ ยั
อาเภอเซกา
อาเภอปากคาด
อาเภอบงึ โขงหลง
อาเภอศรวี ิไล
อาเภอบงุ่ คลา้

การปกครองส่วนทอ้ งถน่ิ

การปกครองสว่ นทอ้ งถนิ่ ประกอบดว้ ย
องคก์ ารบรหิ ารสว่ นจงั หวดั 1 แห่ง ไดแ้ ก่ องคก์ ารบรหิ ารสว่ นจงั หวดั บงึ กาฬ

เทศบาลเมือง 1 แหง่ ไดแ้ ก่ เทศบาลเมืองบงึ กาฬ

เทศบาลตาบล 17 แหง่ ไดแ้ ก่ เทศบาลตาบลโคกกอ่ ง, เทศบาลตาบลไคส,ี เทศบาล
ตาบลโนนสวา่ ง, เทศบาลตาบลหนองเลงิ , เทศบาลตาบลหอคา (อาเภอเมอื งบงึ
กาฬ); เทศบาลตาบลซาง, เทศบาลตาบลทา่ สะอาด, เทศบาลตาบลป่งไฮ, เทศบาล
ตาบลศรพี นา, (อาเภอเซกา); เทศบาลตาบลโซพ่ ิสยั (อาเภอโซพ่ สิ ยั ); เทศบาล
ตาบลบงึ โขงหลง, เทศบาลตาบลบงึ งาม (อาเภอบงึ โขงหลง); เทศบาลตาบลปาก
คาด (อาเภอปากคาด); เทศบาลตาบลดอนหญา้ นาง, เทศบาลตาบลพรเจรญิ ,
เทศบาลตาบลศรสี าราญ (อาเภอพรเจรญิ ) และเทศบาลตาบลศรวี ไิ ล (อาเภอศรวี ไิ ล)

องคก์ ารบรหิ ารสว่ นตาบล 39 แห่ง

ผู้วา่ ราชการจังหวัด

รายนาม วนั ท่ดี ารงตาแหน่ง

1. นายสมพงศ์ อรุณโรจนป์ ัญญา 23 มนี าคม 2554 - 27 พฤศจกิ ายน 2554

2. นายพรศกั ด์ิ เจยี รณยั 28 พฤศจกิ ายน 2554 - 8 ตลุ าคม 2555

3. นายธงชยั ลอื อดลุ ย์ 19 พฤศจกิ ายน 2555 - 20 มิถนุ ายน 2556

4. นายพงศธร สจั จชลพนั ธ์ 21 มิถนุ ายน 2556 - 30 กนั ยายน 2556

5. นายชโลธร ผาโคตร 1 ตลุ าคม 2556 - 30 กนั ยายน 2557

6. นายพงษ์ศกั ดิ์ ปรชี าวทิ ย์ 3 พฤศจกิ ายน 2557 - 30 กนั ยายน 2559

7. นายพิสทุ ธิ์ บษุ ยพรรณพงศ์ 1 ตลุ าคม 2559 - 5 กรกฎาคม 2561

8. นายนริ ตั น์ พงษ์สิทธิถาวร 6 กรกฎาคม 2561 - 30 กนั ยายน 2562

9. นายสนิท ขาวสอาด 1 ตลุ าคม 2562 - ปัจจบุ นั

การศกึ ษา

สถานศกึ ษาระดบั ขนั้ พนื้ ฐาน
ดเู พ่มิ เติมไดท้ ่ี รายชอื่ โรงเรยี นในจงั หวดั บงึ กาฬ

จงั หวดั บงึ กาฬ มีสถาบนั การศกึ ษาหลายแห่ง โดยแบง่ เป็นระดบั ประถมศกึ ษา 1 เขต
และมธั ยมศกึ ษา 1 เขต (ไมร่ วมสงั กดั อปท.)
การแบง่ เขตพนื้ ท่มี ธั ยมศกึ ษา[แก]้
สงั กดั สานกั งานเขตพนื้ ท่ีการศกึ ษามธั ยมศกึ ษา เขต 21 (หนองคาย-บงึ กาฬ) -
ครอบคลมุ โรงเรยี นมธั ยมศกึ ษาในจงั หวดั 25 แห่ง
การแบง่ เขตพนื้ ท่ปี ระถมศกึ ษา[แก]้
แบง่ เป็นระดบั ประถมศกึ ษา 1 เขต
สงั กดั สานกั งานเขตพนื้ ท่ีการศกึ ษาประถมศกึ ษาบงึ กาฬ

สถานศกึ ษาระดบั อาชีวศกึ ษา
อาชีวศึกษารัฐ

วทิ ยาลยั เทคนคิ บงึ กาฬ
วทิ ยาลยั การอาชีพเซกา
อาชีวศกึ ษาเอกชน
วิทยาลยั เทคโนโลยบี รหิ ารธุรกิจรกั ไทยบงึ กาฬ
วิทยาลยั เทคโนโลยเี อน็ – เทคอนิ เตอรเ์ นช่นั แนล
วิทยาลยั อาชีวศกึ ษาพรเจริญ
วทิ ยาลยั เทคโนโลยีเอน็ -เทค บรหิ ารธรุ กิจปากคาด
วิทยาลยั เทคโนโลยีโซพ่ ิสยั

สถานศกึ ษาระดับอุดมศึกษา
สถาบันอุดมศึกษาของรัฐ

มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั อดุ รธานี ศนู ยก์ ารศกึ ษาบงึ กาฬ
สถาบนั อดุ มศกึ ษาในกากบั สานกั งานคณะกรรมการการอาชีวศกึ ษา
สถาบนั การอาชีวศกึ ษาภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ ๑ (เทคนคิ บงึ กาฬ)
สถาบนั อดุ มศกึ ษาเอกชน
มหาวิทยาลยั เวสเทิรน์ ศนู ยบ์ รกิ ารการศกึ ษาบงึ กาฬ
มหาวทิ ยาลยั ปทมุ ธานี หอ้ งเรยี นจงั หวดั บงึ กาฬ

การสาธารณสุข
ดา้ นการสาธารณสุขจงั หวัดบงึ กาฬ ประกอบดว้ ย

โรงพยาบาลรัฐบาล 8 แห่ง สานกั งานสาธารณสุขจงั หวดั 1 แห่ง

• โรงพยาบาลบึงกาฬ โรงพยาบาล • สานกั งานสาธารณสุขจงั หวดั บงึ กาฬ

ทว่ั ไป ขนาดS สานกั งานสาธารณสุขอาเภอ 8 แห่ง

• โรงพยาบาลพรเจริญ • สานกั งานสาธารณสุขอาเภอเมืองบึงกาฬ

• โรงพยาบาลโซ่พิสัย
• โรงพยาบาลเซกา โรงพยาบาลแม่ขา่ ย • สานกั งานสาธารณสุขอาเภอพรเจริญ
• สานกั งานสาธารณสุขอาเภอโซ่พิสยั
ขนาดM2
• สานกั งานสาธารณสุขอาเภอปากคาด
• โรงพยาบาลปากคาด
• สานกั งานสาธารณสุขอาเภอบึงโขงหลง
• โรงพยาบาลบึงโขงหลง
• สานกั งานสาธารณสุขอาเภอศรีวไิ ล
• โรงพยาบาลศรีวิไล
• สานกั งานสาธารณสุขอาเภอบุ่งคลา้
• โรงพยาบาลบงุ่ คลา้

การทอ่ งเทยี่ ว
แหล่งทอ่ งเทย่ี วทางธรรมชาติ

เขตรกั ษาพนั ธส์ ตั วป์ ่าภวู วั

เขตรกั ษาพนั ธส์ ตั วป์ ่าภวู วั (อาเภอบงุ่ คลา้ ) ผืนป่าใหญ่ของจงั หวดั บงึ กาฬ และเป็น
ป่าอนรุ กั ษท์ ส่ี วยสมบรู ณท์ ส่ี ดุ อกี แหง่ หน่ึงของภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ ภายในพืน้ ท่ีมี
นา้ ตกสวยงามหลายแหง่ โดยมีนา้ ตกชะแนนเป็นนา้ ตกขนาดใหญ่สดุ

นา้ ตกเจด็ สี (อาเภอเซกา) นา้ ตกท่สี วยงามอกี แหง่ หน่งึ ในเขตรกั ษาพนั ธส์ ตั วป์ ่าภวู วั
สายนา้ ไหลตกจากหนา้ ผาหนิ ทรายแลว้ แผ่กวา้ งออกสวยงามตระการตา ดา้ นลา่ งมี
แอง่ นา้ สาหรบั เลน่ นา้ และโขดหินใหน้ ่งั เลน่ พกั ผ่อนหย่อนใจ

นา้ ตกตาดกนิ รี (อาเภอบงึ โขงหลง) อย่ใู นป่าภลู งั กา เป็นนา้ ตกใหญ่ไหลลงสหู่ บุ เหว
นา้ ตกชน้ั บนไหลลดหล่นั กนั ไปตามลานหนิ กวา้ ง และมีแอง่ นา้ ใสใหเ้ ราสามารถลงไป
เลน่ นา้ กนั ได้ ตงั้ อย่ใู นอทุ ยานแหง่ ชาตภิ ลู งั กา

นา้ ตกตาดวิมานทิพย์ (อาเภอบงึ โขงหลง) ตงั้ อย่ใู นเขตอทุ ยานแหง่ ชาติภลุ งั กา อาเภอ
บงึ โขงหลง

บงึ โขงหลง (อาเภอบงึ โขงหลง) ทะเลสาบขนาดใหญ่ท่ีเป็นพนื้ ท่อี นรุ กั ษพ์ นั ธุน์ ก
โดยเฉพาะนกนา้ ทย่ี า้ ยถิ่นเขา้ มาในช่วงฤดหู นาว ทงั้ ห่านป่า นกเป็ดนา้ นกยาง นก
กระเตน็ มจี ดุ ดนู กอย่ดู อนสวรรค์ ซง่ึ เป็นท่ตี งั้ ของท่ีทาการเขตหา้ มลา่ สตั วป์ ่าบงึ โขง
หลง บรเิ วณบงึ ยงั มหี าดคาสมบรู ณท์ ่ีมีหาดทรายทอดยาวในช่วงฤดหู นาว เป็นแหลง่
พกั ผ่อนและชมวิวทวิ ทศั น์ มองเหน็ ภลู งั กาเป็นฉากหลงั

ภสู ิงห์ (อาเภอศรวี ิไล ) ภเู ขาหนิ ทรายสีชมพทู ท่ี อดตวั ยาว มสี านกั สงฆห์ ลายแหง่
ตลอดแนวภเู ขา ทาใหม้ ีความเป็นธรรมชาตมิ าก มีตน้ ไมน้ านาชนดิ ขนึ้ ปกคลมุ ทงั้
ดา้ นลา่ งและดา้ นบนภเู ขานนั้ เป็นพลาญหินลานกวา้ งสามารถขบั รถขนึ้ ไปได้ มีหิน
ลกั ษณะตา่ งดา้ นบนทส่ี วยงามอาทเิ ชน่ หนิ สามวาฬ ภเู ขาหินทรายสีชมพทู ่ีมีลกั ษณะ

เหมือนปลาวาฬ 3 ตวั ตงั้ อยบู่ รเิ วณหนา้ ผาของภสู งิ ห์ เป็นตน้ ช่วงฤดรู อ้ นจะมองเหน็
ภมู ิประเทศเบอื้ งลา่ งไดไ้ กลถึงฝ่ังประเทศลาวและแมน่ า้ โขงซง่ึ มคี วามความสวยงาม
มาก สว่ นในชว่ งฤดฝู น-หนาว หากเดนิ ทางขนึ้ มาในชว่ งเชา้ จะเหน็ ทะเลหมอกท่วั ทงั้
บรเิ วณบนภเู ขา

ภทู อก (อาเภอศรวี ิไล ) ภเู ขาหนิ ทราย ท่มี วี ดั เจตยิ าคีรวี หิ าร ตงั้ อยเู่ ชงิ เขา และมี
สะพานไมส้ รา้ งวนเวยี นขนึ้ ไปสยู่ อดเขารวม 7 ชนั้ เพ่อื เป็นทางเดินขนึ้ ไปยงั กฏุ ิและถา้
ท่ีอยตู่ ามหลบื ผา และมองเห็นความสวยงามของภมู ิประเทศเบอื้ งลา่ งไดไ้ กลสดุ ลกู หู
ลกู ตา ถา้ ในวนั ท่ีอากาศแจ่มใสอาจมองไดไ้ กลถงึ เทอื กเขาในเขตจงั หวดั นครพนม

วดั สวา่ งอารมณ์ (อาเภอปากคาด) ภายในวดั มีโบสถอ์ ย่ยู นกอ้ นหนิ ใหญ่ หลบื ถา้
ดา้ นลา่ งเป็นท่ีประดิษฐานพระพทุ ธรูปไสยาสนป์ างปรนิ ิพพาน บรเิ วณดา้ นบนกอ้ นหนิ
เป็นจดุ ชมวิวทิวทศั นส์ วยงามของแมน่ า้ โขง

หาดทรายขาว (อาเภอเมอื งบงึ กาฬ) เป็นหาดทรายขาวรมิ ฝ่ังแมน่ า้ โขงท่ีสวยงาม
ระยะทางยาวประมาณ 2 กิโลเมตร เม่อื ยามเชา้ และเยน็ อากาศดี ลมพดั เย็นสบาย
และความสวยงามเม่อื พระอาทติ ยล์ บั ขอบฟ้า

แก่งอาฮง (อาเภอเมอื งบงึ กาฬ) เป็นแก่งหินกลางลานา้ โขง บรเิ วณหนา้ วดั อาฮงศลิ า
วาส บา้ นอาฮง ตาบลไคสี ถือว่าเป็นจดุ ท่ีแมน่ า้ โขงมีความลกึ ท่สี ดุ ไมส่ ามารถวดั
ความลกึ ได้ กระแสนา้ บรเิ วณแก่งอาฮงจะไหลเช่ียวมากในฤดนู า้ หลาก และมี
กระแสนา้ ไหลวนเป็นรูปกรวยขนาดใหญ่ซงึ่ ชาวบา้ นเช่ือกนั วา่ เป็น "สะดือแมน่ า้ โขง"
แมน่ า้ โขงบรเิ วณแกง่ อาฮงมีความกวา้ งประมาณ 300 เมตรในฤดนู า้ ลด และมคี วาม
กวา้ งราว 400 เมตรในฤดนู า้ หลาก และจะสามารถมองเหน็ แกง่ ไดใ้ นช่วงเดอื น
มีนาคม-พฤษภาคมของทกุ ปี และกลมุ่ หินท่ีปรากฏบรเิ วณแกง่ อาฮงจะมชี ื่อเรยี กตาม

ลกั ษณะของหนิ เชน่ หนิ ลนิ้ นาค หนิ ปลาเข้ ถา้ ปลาสวาย นอกจากจะเป็นแหลง่
พกั ผ่อนและสถานท่ีทอ่ งเท่ยี วของอาเภอเมืองบงึ กาฬแลว้ ยงั เป็นหนง่ึ ในสถานท่เี กิด
ปรากฏการณ์ "บงั้ ไฟพญานาค" ในช่วงประเพณีออกพรรษาจะมนี กั ทอ่ งเท่ยี วมาพกั
เท่ยี วชมบงั้ ไฟพญานาคบรเิ วณบา้ นอาฮงเป็นจานวนมาก จะมมี ากในวนั ขนึ้ 15 ค่า
เดอื น 11 ท่ีปฏิทินไทยกบั ปฏทิ ินประเทศลาวตรงกนั และชาวบา้ นโดยรอบยงั อาศยั
ทาการประมงดว้ ย

หนองกดุ ทงิ (อาเภอเมอื งบงึ กาฬ) แหลง่ ทอ่ งเท่ียวและพนื้ ท่ีช่มุ นา้ ท่ียงั ความเป็น
ธรรมชาตไิ วอ้ ย่างแทจ้ รงิ ดว้ ยมีพนื้ ท่เี ชื่อมตอ่ แม่นา้ โขง ทาใหพ้ นื้ ท่ีแหง่ นีม้ คี วามความ
หลากหลายทางชีวภาพจนไดร้ บั การขนึ้ ทะเบียนเป็นพนื้ ทช่ี ่มุ นา้ สาคญั ระดบั โลก
(พนื้ ท่แี รมซาร)์ แหง่ ท่ี 11 ของประเทศไทย หนองกดุ ทิง มพี นื้ ท่รี าว 22,000 ไร่ มี
สตั วน์ า้ อาศยั อยมู ากกว่า 250 สายพนั ธุ์ มปี ลาท่เี ป็นเอกลกั ษณห์ นึ่งเดยี วในโลกถึง
20 สายพนั ธุ์ มีนกพนั ธตุ์ า่ งๆกว่า40 ชนิด เหมาะสาหรบั การมาพกั ผ่อน ชื่นชม
ธรรมชาติในวนั สบาย ๆ

ตลาดสองฝ่ังโขง (อาเภอเมอื งบงึ กาฬ) เป็นตลาดรมิ แม่นา้ โขงท่ีมีพอ่ คา้ แม่คา้ ทงั้ คน
ไทยและคนลาวขา้ มฟากมาเปิดขายสนิ คา้ ในทอ้ งถิ่นกนั อย่างคกึ คกั ทงั้ อาหารสด
อาหารแหง้ เสอื้ ผา้ ของกินพนื้ ถ่ิน เดนิ เลน่ ในบรรยากาศแบบพนื้ บา้ น ติดตลาดเฉพาะ
วนั องั คารกบั วนั ศกุ ร์

นา้ ตกถา้ พระ อยใู่ นเขตรกั ษาพนั ธุส์ ตั วป์ ่าภวู วั ต.โสกกา่ ม อ.เซกา จ.บงึ กาฬ เป็น
แหลง่ นา้ ตกท่สี วยงามอกี หนงึ่ ท่ี

แหล่งทอ่ งเทยี่ วทางประวัตศิ าสตรแ์ ละโบราณคดี

แหลง่ ทอ่ งเท่ียวศิลปวฒั นธรรมประเพณีและกิจกรรม

ประเพณีวฒั นธรรมของจงั หวดั บงึ กาฬไดร้ บั การสบื ทอดมาอย่างรุน่ ตอ่ รุน่ อยา่ งไมข่ าด
หาย เพราะไดร้ บั การสนบั สนนุ จากประชาชนอย่างดี เทศกาลตา่ ง ๆ ของจงั หวดั บงึ
กาฬ เช่น เทศกาลบญุ บงั้ ไฟ, เทศกาลสงกรานต,์ ประเพณีแข่งขนั เรอื ยาว, วนั
ยางพาราบงึ กาฬ, หนาวดดี ี ท่ีบงึ กาฬ

สวนสาธารณะ

นา้ ตกท่มี ีช่ือเสยี งแตล่ ะอาเภอ

1.อาเภอบงึ โขงหลง นา้ ตกกินรี,นา้ ตกตาดวมิ านทิพย,์ นา้ ตกลานดอกเงนิ
2.อาเภอเซกา นา้ ตกเจด็ สี(นา้ ตกสะอาม),นา้ ตกชะแนน,นา้ ตกถา้ พระ,นา้ ตกหินสะเลศิ
3.อาเภอบ่งุ คลา้ นา้ ตกถา้ ฝ่นุ

อุทยานแหง่ ชาต/ิ วนอุทยาน

อทุ ยานแหง่ ชาตภิ ลู งั กา(นครพนม-บงึ กาฬ) ท่ที าการอทุ ยานฯ ตงั้ อยทู่ ่ีตาบลไผล่ อ้ ม
อาเภอบา้ นแพง จงั หวดั นครพนม สถานท่ีทอ่ งเท่ียวของอทุ ยานฯ ในเขตจงั หวดั บงึ
กาฬ ไดแ้ ก่ นา้ ตกกินรี นา้ ตกตาดวิมานทิพย์ อาเภอบงึ โขงหลง
เขตรกั ษาพนั ธุส์ ตั วป์ ่าภวู วั ท่ีทาการเขตรกั ษาพนั ธุส์ ตั วป์ ่าฯ ตงั้ อยทู่ ่ีอาเภอบงุ่ คลา้
เขตหา้ มลา่ สตั วป์ ่าบงึ โขงหลง ท่ีทาการเขตหา้ มลา่ สตั วป์ ่าฯ ตงั้ อยทู่ ่ีตาบลบา้ นตอ้ ง
อาเภอเซกา
วนอทุ ยานภสู งิ ห(์ หนิ สามวาฬ) ท่ีทาการวนอทุ ยานฯ ตงั้ อยทู่ ่ีตาบลโคกกอ่ ง อาเภอ
เมืองบงึ กาฬ

ชาวบงึ กาฬทม่ี ีชื่อเสียง

พระเถระ

หลวงป่ทู องพลู สริ กิ าโม วดั ป่าภกู ระแต (วดั สามคั คีอปุ ถมั ภ)์ อาเภอเมอื งบงึ กาฬ
หลวงป่ทู องคา กาญจนวณั โณ วดั ถา้ บชู า อาเภอเซกา
หลวงป่เู สถียร คณุ วโร วดั ถา้ พระภวู วั อาเภอเซกา
หลวงป่ทู ยุ ฉนั ทกโร วดั ป่าดานวิเวก อาเภอโซพ่ ิสยั
หลวงตาแยง สขุ กาโม วดั เจติยาคีรวี ิหาร(ภทู อก) อาเภอศรวี ไิ ล
หลวงป่สู มภาร ปัญญาวโร วดั ป่าวเิ วกพฒั นาราม อาเภอพรเจรญิ
หลวงป่อู ดุ ม ญาณรโต วดั ป่าสถติ ยธ์ รรมาราม อาเภอพรเจรญิ
หลวงป่จู วน กลุ เชฏโฐ วดั เจตยิ าคีรวี ิหาร(ภทู อก) อาเภอศรวี ไิ ล
หลวงป่อู ่อนสา ปัญฺญาณวโร (พระครูสริ วิ รยตุ ) วดั ศรบี ญุ เรอื ง อาเภอปากคาด
หลวงตาสมพร ธมฺมธีโร (พระครูภาวนาธรรมวสิ ทุ ธิ์) วดั สทุ ธิวนาราม อาเภอปากคาด

นักแสดง

หสั วีร์ ภคั พงษไ์ พศาล นกั แสดงสงั กดั ชอ่ ง 7 HD
แพรว อมรรตั น์ กิตตกิ าวสวุ รรณ นกั แสดงละครชดุ
ฮอรโ์ มนส์ วยั วา้ วนุ่ ฤดกู าลท่ี 1 และเจา้ ของแบรนดเ์ คร่อื งประดบั เวลเมล

นักร้อง

อาม ชตุ ิมา (นกั รอ้ ง นกั แต่งเพลง)
เตย้ อธิบดนิ ทร์ (นกั รอ้ ง นกั แต่งเพลง)
หล่ถี งั ชลที ศรแี กว้ รองชนะเลศิ อนั ดบั ท่ี 1 ไมคท์ องคา ซซี ่นั 1

นางงาม

กิ๊ฟท์ มณิ ทรล์ ดา สรา่ งโศก รองอนั ดบั 1 มสิ ไทยแลนดเ์ วลิ ด์ 2558
พลอยทราย รวิสรา สวยสมเรยี ม มสิ แกรนดไ์ รสซ์ ่ิงสตาร์ มสิ แกรนดไ์ ทยแลนด์ 2016
สว่ นนีร้ อเพ่มิ เติมขอ้ มลู คณุ สามารถชว่ ยเพ่มิ เตมิ ขอ้ มลู ในสว่ นนีไ้ ด้

อ้างองิ

↑ กรมการปกครอง. กระทรวงมหาดไทย. "ประกาศสานกั ทะเบยี นกลาง กรมการ
ปกครอง เร่อื ง จานวนราษฎรท่วั ราชอาณาจกั ร แยกเป็นกรุงเทพมหานครและจงั หวดั
ตา่ ง ๆ ตามหลกั ฐานการทะเบยี นราษฎร ณ วนั ท่ี 31 ธนั วาคม 2562."
[ออนไลน]์ . เขา้ ถงึ ได้
จาก: http://stat.bora.dopa.go.th/stat/pk/pk_57.pdf 256
3. สบื คน้ 9 กมุ ภาพนั ธ์ 2563.

↑ กระโดดขนึ้ ไป:2.0 2.1 2.2 "พระราชบญั ญตั ติ งั้ จงั หวดั บงึ กาฬ พ.ศ.
2554" (PDF). ราชกิจจานเุ บกษา (in Thai). 128 (18 ก): 1. 2011-
03-22.
↑ ราชกิจจานเุ บกษา เลม่ 31 หนา้ 48 ลงวนั ท่ี 12 เมษายน 2457

↑ ราชกิจจานเุ บกษา เลม่ 33 หนา้ 320 – 321 ลงวนั ท่ี 25 มีนาคม 2459

↑ ราชกิจจานเุ บกษา เลม่ 34 หนา้ 60 ลงวนั ท่ี 29 เมษายน 2460

↑ ไทยรฐั , ครม.ตงั้ 'บงึ กาฬ' จงั หวดั ท่7ี 7 แยกจากหนองคาย, 3 สงิ หาคม
2553.
↑ กระโดดขนึ้ ไป:7.0 7.1 7.2 กรุงเทพธุรกิจ, ชาวอ.บงึ กาฬดใี จ มท.ชงเขา้ ครม.
ตงั้ จงั หวดั ใหม,่ 6 พฤษภาคม 2553.

↑ "กระทถู้ ามท่ี 176 ร." (PDF). ราชกิจจานเุ บกษา (in Thai). 111 (24
ก): 58. 2011-03-22.

↑ หนงั สือพมิ พเ์ ดลนิ วิ ส์ ฉบบั วนั พธุ ท่ี 4 สงิ หาคม 2553 หนา้ 15

↑ กรุงเทพธุรกจิ
,[http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/politi
cs/policy/20100803/346311/ครม.มตเิ ห็นชอตอ่ มารฐั สภาไดม้ มี ติ
เหน็ ชอบ "รา่ งพระราชบญั ญตั จิ ดั ตงั้ จงั หวดั บงึ กาฬ พ.ศ. ..." เม่อื วนั ท่ี 7 กมุ ภาพนั ธ์
พ.ศ. 2554

↑ วฒุ ฯิ จดั ใหผ้ ่านฉลยุ กฎหมายจดั ตงั้ 'จงั หวดั บงึ กาฬ'

↑ เหตผุ ลในการประกาศใชพ้ ระราชบญั ญตั ิ ครม.มีมติเห็นชอบตงั้ 'บงึ กาฬ' เป็น
จงั หวดั บงึ กาฬเป็นจงั หวดั ท่ี 77 เม่อื วนั ท่ี 3 สิงหาคม 2553.

↑ ครม. มมี ติตงั้ จงั หวดั บงึ กาฬ เป็น จงั หวดั ท่ี 77. กระปกุ ดอตคอม. สืบคน้ 10-
12-2553.
↑ วฒุ ฯิ จดั ใหผ้ า่ นฉลยุ กฎหมายจดั ตงั้ 'จงั หวดั บงึ กาฬ'

↑ จดั งานฉลองย่งิ ใหญ่นบั ถอยหลงั สจู่ งั หวดั บงึ กาฬเท่ียงคนื นี.้ (22 มนี าคม
2554). สืบคน้ 26-3-2554.

↑ กระโดดขนึ้ ไป:
16.0 16.1 16.2 16.3 16.4 16.5http://www.matichon.co.t
h/news_detail.php?newsid=1380021625&grpid=03&ca
tid=&subcatid=
↑ ประกาศสานกั นายกรฐั มนตรี เรอ่ื ง แต่งตงั้ ขา้ ราชการพลเรอื นสามญั ราชกิจจา
นเุ บกษา เลม่ ๑๓๕ ตอน ๑๕๕ ง พเิ ศษ หนา้ ๗ ๔ กรกฎาคม ๒๕๖๑

↑ "เบอื้ งหลงั ‘Welmel’ แบรนดเ์ คร่อื งประดบั สดุ ก๊กุ กกิ๊ ของ ‘แพรว-
อมรรตั น’์ ", กรุงศร,ี สืบคน้ เม่อื =19 May 2017


Click to View FlipBook Version