The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

สำเนาของ-107-วิจัยบทที่-1-5-แบบทางตรง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Suchira Seepadthoom, 2025-02-26 11:12:24

สำเนาของ-107-วิจัยบทที่-1-5-แบบทางตรง

สำเนาของ-107-วิจัยบทที่-1-5-แบบทางตรง

การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาทัศนศิลป เรื่อง การวาดภาพ ออกแบบตัวละคร ส าหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โดยการจัดการเรียนรู้แบบทางตรง A THE STUDY OF LEARNING ACHIEVEMENT IN VISUAL ARTS SUBJECT ON CHARACTER DESIGN DRAWING FOR FOR MATHAYOM 4 STUDENTS THROUGH DIRECT INSTRUCTION. นางสาวสุจิรา สีปัดทุม รายงานเล่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตร ปริญญาครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาทัศนศิลป์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี 2567 ลิขสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี


การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาทัศนศิลป เรื่อง การวาดภาพ ออกแบบตัวละคร ส าหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โดยการจัดการเรียนรู้แบบทางตรง A THE STUDY OF LEARNING ACHIEVEMENT IN VISUAL ARTS SUBJECT ON CHARACTER DESIGN DRAWING FOR FOR MATHAYOM 4 STUDENTS THROUGH DIRECT INSTRUCTION. นางสาวสุจิรา สีปัดทุม รายงานเล่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตร ปริญญาครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาทัศนศิลป์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี 2567 ลิขสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี


ชื่อวิจัยในชั้นเรียน การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาทัศนศิลป์ เรื่อง การวาดภาพ ออกแบบตัวละคร ส าหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โดยการจัดการ เรียนรู้แบบทางตรง ชื่อผู้วิจัย นางสาวสุจิรา สีปัดทุม สาขาวิชา ทัศนศิลป์ อาจารย์ที่ปรึกษา อาจารย รตบงกช อิฐไธสง คณะกรรมการบริหารหลักสูตรครศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาทัศนศิลป์ คณะครุศาสตร มหาวิทยาลัยราชัฏอุดรธานี อนุมัติให้นับรายงานการวิจัยในชั้นเรียนฉบับนี้ เป็นส่วนหนึ่งของ การศึกษาตามหลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาทัศนศิลป์ ……………………………………………………หัวหน้าสาขาวิชา (อาจารย พศิน เวียงแก้ว) คณะกรรมการผู้ประเมินรายงานวิจัยในชั้นเรียน ………………………………………………ประธานคณะกรรมการ (อาจารย รตบงกช อิฐไธสง) ………………………………………………กรรมการ (ผศ.ดร. เรืองศักดิ์ ปัดถาวะโร)


ก ชื่อเรื่อง การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาทัศนศิลป์ เรื่อง การวาดภาพ ออกแบบตัวละคร ส าหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โดยการจัดการ เรียนรู้แบบทางตรง ชื่อผู้วิจัย นางสาวสุจิรา สีปัดทุม อาจารย์ที่ปรึกษา อาจารย รตบงกช อิฐไธสง ปริญญา ครุศาตร บัณฑิต สาขาวิชาทัศนศิลป์ ปีการศึกษา 2567 บทคัดย่อ การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยครั้งนี้ใช้แบบแผนการทดลอง แบบกลุ่มเดียวทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน One Group-Pretest-Posttest Design โดยมี วัตถุประสงค 1) เพื่อการศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน รายวิชาทัศนศิลป์ เรื่อง การวาดภาพออกแบบตัวละครของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 4 โดยการจัดการ เรียนรู้แบบทางตรง 2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาทัศนศิลป์ เรื่อง การวาดภาพ ออกแบบตัวละครของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ก่อนและหลังเรียน โดยการจัดการเรียนรู้แบบทางตรง กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้เป็นนักเรียนชาย และนักเรียนหญิง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ปีการศึกษา 2567 โรงเรียนอุดรพิทยานุกูล จ านวน 40 คน ท าการวิเคราะห ข้อมูลโดยการหาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบน มาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่า การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาทัศนศิลป์ เรื่อง การวาดภาพ ออกแบบตัวละคร ส าหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โดยการจัดการเรียนรู้แบบทางตรง มีคะแนน หลังเรียนเมื่อพิจารณาคะแนนจากการทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียน มีคะแนนเฉลี่ย เท่ากับ 14.9 คิดเป็นร้อยละ 74.5 และเมื่อพิจารณาคะแนนจากการทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการ เรียนหลังเรียน มีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 12.05 คิดเป็นร้อยละ 60.25 ผลของคะแนนความก้าวหน้า มี คะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 2.85 คิดเป็นร้อยละ 14.25


ข Thesis Title A THE STUDY OF LEARNING ACHIEVEMENT IN VISUAL ARTS SUBJECT ON CHARACTER DESIGN DRAWING FOR FOR MATHAYOM 4 STUDENTS THROUGH DIRECT INSTRUCTION. Author miss suchira seepadtoom Degree Bachelor of Education in Visual Art Academic Year 2024 ABSTRACT This research utilized a One Group Pretest-Posttest Design experimental method with the objectives to: 1.Study the learning achievement in the Visual Arts subject on character design drawing for Mathayom 4 students through direct instruction. 2. Compare the learning achievement in the Visual Arts subject on character design drawing for Mathayom 4 students before and after learning through direct instruction. The sample group for this study consisted of 40 male and female Mathayom 4 students in the 2024 academic year from Udonpittayanukoon School. Data were analyzed using percentage, mean, and standard deviation. The research findings revealed that the study of learning achievement in the Visual Arts subject on character design drawing for Grade 10 students through direct instruction showed that the average pretest score was 14.9, accounting for 74.5%. The posttest average score was 12.05, accounting for 60.25%. The progress score indicated an average improvement of 2.85 points, equivalent to 14.25%.


ค กิตติกรรมประกาศ การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาทัศนศิลป์ เรื่อง การวาดภาพออกแบบตัวละคร ส าหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โดยการจัดการเรียนรู้แบบทางตรง โรงเรียนอุดรพิทยานุกูล ถนน ศรีสุข ต าบล หมากแข้ง อ าเภอ เมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการวิจัยใน ชั้นเรียน เพื่อการศึกษาผลของการจัดการจัดการเรียนรู้ โดยใช้รูปแบบการเรียนการสอนแบบทางตรง ที่มีผลต่อการเรียนรู้และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาทัศนศิลป์ของนักเรียน การท าการวิจัยในครั้ง นี้ส าเร็จลุล่วงไปได้ด้วยความร่วมมือจากนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนอุดรพิทยานุกูล ที่ให้ ความร่วมมือในการให้ข้อมูลและร่วมกิจกรรมการจัดการเรียนรู้เป็นอย่างดี จึงขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้ ขอขอบคุณ ที่ให้ค าปรึกษาแนะน า อ่านและตรวจแก้ไขข้อบกพร่องต่าง ๆ ตลอดจนให้ข้อคิดที่ เป็นประโยชน และดูแลให้ก าลังใจแก่ผู้วิจัยด้วยความเอาใจใส่อย่างดีเสมอมา ผู้วิจัยรู้สึกซาบซึ้งใน ความกรุณา และขอกราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูงมา ณ โอกาสนี้ ขอขอบคุณ ท่านผู้อ านวยการโรงเรียนอุดรพิทยานกูล นายล าเพย พิเคราะห แนะ ท่านรอง ผู้อ านวยการโรงเรียน และคณะครูทุกท่าน ที่อ านวยความสะดวกและช่วยเหลือมาโดยตลอด ท้ายนี้ ผู้วิจัย ขอกราบพระคุณบิดา มารดา รวมทั้งครอบครัว เพื่อน ๆ ที่ให้ความช่วยเหลือ ชี้แนะ ให้ก าลังใจแก่ผู้วิจัยมาโดยตลอด ขอกราบขอบพระคุณ ครูอาจารย ทุกท่านที่ได้ประสาทวิชา ให้แก่ผู้วิจัยนับแต่ปฐมจนปัจจุบัน ผู้วิจัยขอยกประโยชน และคุณค่าทั้งมวลที่เกิดจากงานนี้ บูชาแด่ บิดา มารดา ผู้มีพระคุณ และครูอาจารย ทุกท่าน สุจิรา สีปัดทุม


ง สารบัญ เรื่อง หน้า บทคัดย่อ…………………………………………………………………………………………………………………........ ก ABSTRACT……………………………………………………………………………………………………………………. ข กิตติกรรมประกาศ………………………………………………………………………………………………………….. ค สารบัญ………………………………………………………………………………………………………………………….. ง สารบัญตาราง…………..…………………………………………………………………………………………………….. จ บทที่ 1 บทน า………………………………………………………………………………………………………………… 1 ความเป็นมาและความส าคัญ……………………………………………………………………………………. 1 วัตถุประสงค การวิจัย………………………………………………………………………………………………. 2 สมมติฐานการวิจัย………………………………………………………………………………………………….. 2 ขอบเขตของการวิจัย……………………………………………………………………………………………….. 3 นิยามศัพท เฉพาะ……………………………………………………………………………………………………. 3 ประโยชน ที่คาดว่าจะได้รับ………………………………………………………………………………………. 3 บทที่ 2 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง…………………………………………………………………………….. 4 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551…………………………………………. 4 หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ………………………………………………………………………….. 7 การจัดการเรียนรู้แบบทางตรง…………………………………………………………………………….. 8 หลักการจัดการเรียนการสอนแบบทางตรง………………………………………………………………… 9 ขั้นตอนการเรียนการสอนแบบทางตรง……………………………………………………………………. 10 บทที่ 3 วิธีด าเนินการวิจัย………………………………………………………………………………………………… 14 แบบแผนการทดลอง……………………………………………………………………………………………. 14 ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง ……………………………………………………………………………………. 14 เครื่องมือการสร้างและหาคุณภาพเครื่องมือการวิจัย………………………………………………….. 15 การเก็บรวบรวมข้อมูล………………………………………………………………………………………… 16 การวิเคราะห ข้อมูล………………………………………………………………………………………………… 16 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห ข้อมูล………………………………………………………………………………… 17 บทที่ 4 ผลการวิเคราะห ข้อมูล………………………………………………………………………………………… 19 ผลการวิเคราะห ข้อมูล…………………………………………………………………………………………….. 19


จ ผลการศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน………………………………………………………………………… 19 บทที่ 5 สรุปผล อภิปราย และข้อเสนอแนะ……………………………………………………………………… 20 ความมุ่งหมายของการวิจัย………………………………………………………………………………………. 20 สมมติฐานการวิจัย………………………………………………………………………………………………….. 20 วิธีการด าเดินการวิจัย……………………………………………………………………………………………… 20 การรวบรวมข้อมูล………………………………………………………………………………………………….. 21 สรุปผลการวิจัย………………………………………………………………………………………………………. 21 การอภิปรายผล …………………………………………………………………………………………………….. 21 ข้อสนอแนะ…………………………………………………………………………………………………………… 22


ฉ สารบัญตาราง ตารางที่ หน้า ตารางที่ 1 แสดงผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลัง……………………………………………… 17 ตารางที่ 2 แสดงจ านวนนักเรียนและคะแนน…………………………………………………………….. 19


1 บทที่1 บทน า ความเป็นมาและความส าคัญ ปัจจุบันวิชาศิลปะเป็นหนึ่งในวิชาที่ถูกบรรจุอยูในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานปี พ.ศ. 2551 ในกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะและได้ระบุเอาไว้ในตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้ตามหลักสูตรแกนกลางว่า การเรียนศิลปะจะช่วยให้ผู้เรียนมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค ชื่นชมความงาม มีสุนทรียภาพ ความมี คุณค่า ซึ่งส่งผลต่อคุณภาพชีวิตมนุษย ความส าคัญของวิชาศิลปะนอกเหนือไปจากการสร้างเสริม จินตนาการและความค ิด สร้างสรรค ดังที่ใคร ๆ ก็เข้าใจกันอยู่แล้วนั้น ยังสามารถใช้เพื่อพัฒนาผู้เรียนที่ ประสบปัญหาด้านการอ่านอีกด้วย โดยงานศึกษาของ คริสติน เบอร เกอร (Kristin Burger) และ เอ ลเลน วินเนอร (Ellen Winner) ตีพิมพ ในวารสาร The Aesthetic Education หัวข้อ ‘Instruction in Visual Art: Can it Help Children Learn to Read’ มี ข้อสรุปว่า การให้การเรียนรู้ด้าน ทัศนศิลป์ (visual art) ในวิชาศิลปะนั้นสามารถที่จะพัฒนาทักษะการเรียนรู้ ผ่านสายตาได้ การเรียน การสอนด้านทัศนศิลป์จึงมีส่วนช่วยให้นักเรียนที่ประสบปัญหาด้านการอ่านสามารถ เพิ่มศักยภาพได้ อย่างมีนัยยะส าคัญ (สถาบันวิจัยเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา, 2564) การจัดการเรียนรู้วิชาศิลปะมีเป้าหมายของการเรียนการสอนที่มีคุณภาพ โดยการมุ่งเน้นให้ ผู้เรียนเป็น ศูนย กลาง ให้ผู้เรียนได้ปฏิบัติจริงเพื่อเสริมสร้างทักษะและเป็นการสร้างองค ความรู้ด้วย ตนเอง ได้ม ีการเรียนรู้ จากสื่อและวัสดุการเรียนรู้จากสภาพที่เป็นจริงท ี่ผู้เรียนมีส่วนร่วมและสามารถ กระตุ้นการเรียนรู้ของนักเรียนได้ดีเป็นกระบวนการเรียนร ู้มุ่งพัฒนาผู้เรียนเต็มตามศักยภาพ เพื่อให้ นักเรียนเรียนอย่างมีความสุข (ยาใจ เจริญสวุรรณ, 2548, หน้า 29) การจัดการเรียนการสอนในปัจจุบันมุ่งเน้นผู้เรียนเป็นส าคัญได้มีการเรียนรู้ด้วยตนเองเพื่อให้มีการ เรียนรู้ให้เกิดความรู้ ความเข้าใจตนเอง ซึ่งสอดค้ลองกับแนวการจ ัดการศึกษาตามพระราชบัญญัติ การศึกษา พ.ศ.2542 (ส านักงานคณะการศึกษาแห่งชาติ, 2542) ในหมวด 4 มาตรา 22 การจัด การศึกษาต้องยึดหลักว่า “ผู้เรียนทุกคนสามารถเรียนรู้พัฒนาตนเองได้และถือว่าผู้เรียนมีความส าคัญ ที่สุด” ผู้เรียนได้มีส่วนร่วมในการเรียนแต่การจะให้ผู้เรียนเกิดการเรียนอย่างแท้จริง ผู้เรียนควรที่จะมี การฝึกคิด ฝึกปฏิบัติต่าง ๆ ด้วยตนเอง มีผู้สอนให้ค าแนะน าในปฏิบัติกิจกรรมการเรียน การที่จะให้ ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ด้วยตนเองนั้น จะต้องอาศัยปัจจัยหลายอย่างมาเป็นตัวช่วยทั้งเพื่อนในชั้นเรียน และอาจารย ผู้สอน การเรียนการสอนครูผู้สอนควร จะต้องค านึงถึงความแตกต่างในความสามารถใน


2 การเรียนของนักเรียน เพื่อประกอบการเลือกกิจกรรมในการสอน ซึ่งนักเรียนในระดับชั้นเดียวกัน แต่ ความสามารถอาจจะแตกต่างกัน วิชาทัศนศิลป์เป็นวิชามีประโยชน ต ่อการพัฒนาผู้เรียนในหลายด้าน ซึ่งช่วยให้นักเรียนมีความคิด ริเริ่มสร้างสรรค และมีจินตนาการทางศิลปะ ชื่นชมความงาม มีสุนทรียภาพ ความมีคุณค่า ซึ่งมีผลต่อ คุณภาพ ชีวิตมนุษย กิจกรรมทางศิลปะยังช่วยพัฒนาผู้เรียน ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สติปัญญา อารมณ สังคม รวมไปถึง การน าไปสู่การพัฒนาสิ่งแวดล้อม ที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีความเชื่อมั่นในตนเอง อันเป็น พื้นฐานในการศึกษาต่อ หรือประกอบอาชีพได้ในอนาคต ผู้วิจัยให้ผู้เรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จ านวน 1 ห้อง ท ากิจกรรมการเรียนรู้ทางทัศนศิลป์ จาก การตรวจสอบผลงานของผู้เรียนพบว่าผู้เรียนบกพร่องด้านการเรียนทัศนศิลป์และขาดความมีวินัยใน ตนเอง ผู้วิจัยจึงมีความประสงค ที่จะศึกษาเกี่ยวกับการพัฒนากิจกรรมการเรียนรรู้ายวิชาทัศนศิลป์ และคิดหาวิธีการ แก้ไขในการพัฒนานักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โดยใช้กิจกรรมการจัดการเรียนรู้ แบบทางตรงซึ่งประโยชน ของการท าวิจัยในครั้งนี้จะสามารถใช้เป็นแนวทางส าหรับครูผู้สอนใน การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชา ทัศนศิลป์ เรื่อง การวาดภาพวาดภาพออกแบบตัวละคร ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โดยการจัดการเรียนรู้แบบทางตรง ต่อไป วัตถุประสงค์การวิจัย 1. เพื่อการศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาทัศนศิลป์เรื่อง การวาดภาพออกแบบตัวละครของ นักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 4 โดยการจัดการเรียนรู้แบบทางตรง 2. เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาทัศนศิลป์ เรื่อง การวาดภาพออกแบบตัวละคร ของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ก่อนและหลังเรียน โดยการจัดการเรียนรู้แบบทางตรง สมมติฐานการวิจัย การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาทัศนศิลป์ เรื่อง การวาดภาพตัวละครของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 4 โดยการจัดการเรียนรู้แบบทางตรง หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน ขอบเขตของการวิจัย ประชากร คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่4 โรงเรียนอุดรพิทยานุกูล จ านวน 1 ห้อง มีจ านวน นักเรียน ทั้งหมด 40 คน ตัวแปรที่จะศึกษา ตัวแปรต้น คือ การจัดการเรียนรู้แบบทางตรง ตัวแปรตาม คือ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาทัศนศิลป์ นิยามศัพท์เฉพาะ การออกแบบตัวละคร คือ การปรับปรุงแบบ ผลงานหรือสิ่งต่างๆ ที่มีอยู่แล้วให้เหมาะสม และดูมี ความ แปลกใหม่ขึ้น จัดองค ประกอบต่าง ๆ เข้าด้วยกันให้สามารถสื่อถึงบุคลิกของตัวละคร รูปร่าง


3 รูปทรง ขนาด และสัดส่วนของตัวละคร ซึ่งจะเป็นตัวที่สร้างความแตกต่าง และลักษณะที่โดดเด่นของ ตัวละครได้ ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนทัศนศิลป์ โดยใช้รูปแบบการเรียนรู้แบบทางตรงเป็นไปในทางที่ดีขึ้น


4 บทที่ 2 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง การวิจัยเรื่องการศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาทัศนศิลป์เรื่องการวาดภาพ ออกแบบตัวละคร ส าหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โดยการจัดการเรียนรู้แบบทางตรง ผู้วิจัยได้ ศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่ เกี่ยวข้องและได้น าเสนอตามหัวข้อต่อไปนี้ 1. หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 2. หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ 3. การจัดการเรียนรู้แบบทางตรง 4. หลักการจัดการเรียนการสอนแบบทางตรง 5. ขั้นตอนการเรียนการสอนแบบทางตรง หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 มุ่งพัฒนาผู้เรียนทุกคน ซึ่งเป็นก าลัง ของชาติ ให้เป็นมนุษย ที่มีความสมดุลทั้งด้านร่างกาย ความรู้ คุณธรรม มีจิตส านึกในความเป็น พลเมืองไทยและเป็นพล โลกยึดมั่นในการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย ทรง เป็นประมุข มีความรู้และทักษะ พื้นฐาน รวมทั้งเจตคติ ที่จ าเป็นต่อการศึกษาต่อการประกอบอาชีพ และการศึกษาตลอดชีวิต โดยมุ่งเน้น ผู้เรียนเป็นส าคัญบนพื้นฐานความเชื่อว่า ทุกคนสามารถเรียนรู้ และพัฒนาตนเองได้เต็มตามศักยภาพดังนี้ (กระทรวงศึกษาธิการ, 2551, หน้า 4) 1. หลักการ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีหลักการที่ส าคัญ ดังนี้ 1. เป็นหลักสูตรการศึกษาเพื่อความเป็นเอกภาพของชาติ มีจุดหมายและมาตรฐานการ เรียนรู้เป็น เป้าหมายส าหรับพัฒนาเด็กและเยาวชนให้มีความรู้ ทักษะ เจตคติ และ คุณธรรมบนพื้นฐานของความเป็นไทย ควบคู่กับความเป็นสากล 2. เป็นหลักสูตรการศึกษาเพื่อปวงชนที่ประชาชนทุกคนมีโอกาสได้รับการศึกษาอย่าง เสมอภาค และมีคุณภาพ 3. เป็นหลักสูตรการศึกษาที่สนองการกระจายอ านาจให้สังคมมีส่วนร่วมในการจัด การศึกษาให้สอดคล้อง กับสภาพและความต้องการของท้องถิ่น 4. เป็นหลักสูตรการศึกษาที่มีโครงสร้างยืดหยุ่นทั้งด้านสาระการเรียนรู้เวลาและการ จัดการเรียนรู้ 5. เป็นหลักสูตรการศึกษาที่เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญ 6. เป็นหลักสูตรการศึกษาส าหรับการศึกษาในระบบนอกระบบและตามอัธยาศัย ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย สามารถเทียบโอนผลการเรียนรู้


5 2. จุดหมาย หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนดี มีปัญญา มีความสุข มี ศักยภาพใน การศึกษาต่อ และประกอบอาชีพ จึงก าหนดเป็นจุดหมายเพื่อให้เกิดกับผู้เรียน เมื่อจบ การศึกษาขั้นพื้นฐาน ดังนี้ 1. มีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่พึงประสงค เห็นคุณค่าของตนเองมีวินัยและปฏิบัติ ตนตามหลักธรรมของพระพุทธศาสนา หรือ ศาสนาที่ตนนับถือยึดหลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียง 2. มีความรู้ ความสามารถในการสื่อสาร การคิด การแก้ปัญหาการใช้เทคโนโลยี และมี ทักษะชีวิต 3. มีสุขภาพกายและจิตที่ดีมีสุขนิสัย และรักการออกก าลังกาย 4. มีความรักชาติมีจิตส านึกในความเป็นพลเมืองไทยและพลโลกยึดมั่นในวิถีชีวิตและการ ปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย ทรงเป็นประมุข 3. สมรรถนะส าคัญของผู้เรียน และคุณลักษณะอันพึงประสงค ในการพัฒนาผู้เรียนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน มุ่งเน้น พัฒนาผู้เรียนให้มี คุณภาพตาม มาตรฐานที่ก าหนด ซึ่งจะช่วยให้ผู้เรียนเกิดสมรรถนะส าคัญ และคุณลักษณะอันพึง ประสงค ดังนี้ 1. สมรรถนะส าคัญของผู้เรียน หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นฟื้นฐาน มุ่งให้ผู้เรียนเกิดสมรรถนะส าคัญ 5 ประการ ดังนี้ 1.1 ความสามารถในการสื่อสาร เป็นความสามารถในการรับและส่งสาร มีวัฒนธรรมใน การใช้ภาษา ถ่ายทอดความคิด ความรู้ความเข้าใจ ความรู้สึก และทัศนะของตนเองเพื่อ แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารและประสบการณ อันจะเป็นประโยชน ต่อการพัฒนาตนเองและ สังคม รวมทั้งการเจรจาต่อรองเพื่อขจัด และลดปัญหาความขัดแย้ง การเลือกรับหรือไม่รับ ข้อมูลข่าวสารด้วยหลักเหตุผลและความถูกต้องตลอดจนการเลือกใช้วิธีการสื่อสารที่มี ประสิทธิภาพโดยค านึงถึงผลกระทบที่มีต่อตนเองและสังคม 1.2 ความสามารถในการคิด เป็นความสามารถในการคิดวิเคราะห การคิดสังเคราะห การคิดอย่างสร้างสรรค การคิดอย่างมีวิจารณญาณ และการคิดเป็นระบบ เพื่อน าไปสู่การ สร้างองค ความรู้หรือสารสนเทศเพื่อการตัดสินใจเกี่ยวกับตนเองและสังคมได้อย่างเหมาะสม 1.3 ความสามารถในการแก้ปัญหา เป็นความสามารถในการแก้ปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ที่เผชิญได้อย่างถูกต้องเหมาะสมบนพื้นฐานของหลักเหตุผล คุณธรรมและข้อมูล สารสนเทศ เข้าใจความสัมพันธ และการเปลี่ยนแปลงของเหตุการณ ต่าง ๆ ในสังคม แสวงหา ความรู้ ประยุกต ความรู้มาใช้ในการป้องกันและแก้ไขปัญหา และมีการตัดสินใจที่มี ประสิทธิภาพโดยค านึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อตนเองสังคมและสิ่งแวดล้อม 1.4 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต เป็นความสามารถในการน ากระบวนการต่าง ๆ ไปใช้ในการด าเนินชีวิตประจ าวัน การเรียนรู้ด้วยตนเองการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง การท างาน และการอยู่ร่วมกันในสังคม ด้วยการสร้างเสริมความสัมพันธ อันดีระหว่างบุคคล การจัดการ


6 ปัญหาและความขัดแย้งอย่างเหมาะสมการ ปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและ สภาพแวดล้อม รู้จักหลีกเลี่ยงพฤติกรรมไม่พึงประสงค ที่ส่งผล กระทบต่อตนเองและผู้อื่น 1.5 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี เป็นความสามารถในการเลือก และใช้เทคโนโลยี ด้านต่าง ๆ มีทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี เพื่อการพัฒนาตนเองและสังคมในด้านการ เรียนรู้การสื่อสารการท างาน การแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค เหมาะสม และมีคุณธรรม 3. คุณลักษณะอันพึงประสงค หลักสูตรแกนกลางการศึกษาชั้นพื้นฐาน มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค เพื่อให้ สามารถ อยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างมีความสุข ในฐานะเป็นพลเมืองไทยและพลโลก ดังนี้ 1. รักชาติ ศาสน กษัตริย 2. ซื่อสัตย สุจริต 3. มีวินัย 4. ใฝ่เรียนรู้ 5. อยู่อย่างพอเพียง 6. มุ่งมั่นในการท างาน 7. รักความเป็นไทย 8. มีจิตสาธารณะ นอกจากนี้สถานศ ึกษาสามารถกำหนดคุณลักษณะอันพึงประสงค เพิ่มเติมให้สอดคล้องตามบริบท และ จุดเน้นของตนเอง หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ 1. ค าอธิบายรายวิชา กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะเป็นกลุ่มสาระที่ช่วยพัฒนาความค ิดริเร ิ่ม สร้างสรรค ม ีจ ินตนาการทาง ศิลปะ ชื่นชมความงาม มีสุนทรยีภาพ ความมีค ุณค่า ซึ่งมีผลต่อคุณภาพชีว ิตมน ุษย กิจกรรมทางศิลปะ ช่วยพัฒนา ผู้เรียนทั้งด้านร ่างกาย จ ิตใจ สติปัญญา อารมณ สังคม ตลอดจนการนำไปสู่การพัฒนา สิ่งแวดล้อม ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีความเชื่อมั่นในตนเอง อันเป็นพื้นฐาน ในการศึกษาต่อหรือประกอบ อาชีพได้ ทัศนศิลป์มีความร ู้ความเข้าใจองค ประกอบศิลป์ทัศนธาตุสร ้างและนำเสนอผลงานทางทัศนศิลป์ จากจินตนาการโดยสามารถใช้อุปกรณ ที่เหมาะสม รวมทั้งสามารถใช้เทคนิควิธีการของศิลปินในการ สร้างงานได้ อย่างมีประสิทธิภาพ วิเคราะห ว ิพากษ ว ิจารณ ค ุณค่างานทัศนศิลป์ เข้าใจความสัมพันธ ระหว ่างท ัศนศิลป์ ประวัติศาสตร และวัฒนธรรม เห็นคุณค่างานศิลปะที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรม ภูมิ ปัญญาท้องถิ่น ภ ูม ิปัญญา ไทยและสากล ชื่นชม ประยุกต ใช้ในช ีว ิตประจำวัน 2. คุณภาพผู้เรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปี่ที่ 3 รู้และเข้าใจการใช้ทัศันธาตุรูปร่าง รูปทรง พื้นผิวสีแสงเงา มีทักษะพื้นฐานในการใช้วัสดุอุปกรณ ถ่ายทอดความคิด อารมณ ความรู้สึก สามารถใช้หลักการจัดขนาดสัดส่วน ความสมดุล น้ าหนัก แสง


7 เงา ตลอดจนการใช้สีคู่ตรงข้ามที่เหมาะสมในการสร้างงานทัศนศิลป์ 2 มิติ3 มิติ เช่น งานสื่อผสม งานวาดภาพ ระบายสี งานปั้น งานพิมพ ภาพรวมทั้งสามรถสร้างแผนภาพ แผนผัง และภาพประกอบ เพื่อถ่ายทอดความคิด จินตนาการ เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับเหตุการณ ต่าง ๆ และสามารถเปรียบเทียบ ความแตกต่างระหว่างงาน ทัศนศิลป์ที่สร้างสรรค ด้วยวัสดุอุปกรณ และวิธีการที่แตกต่างกัน เข้าใจ ปัญหาการจัดองค ประกอบศิลป์ หลักการลด และเพิ่มในงานปั้น การสื่อความหมายในงานทัศนศิลป์ ของตน รู้วิธีการปรับปรุงงานให้ดีขึ้น ตลอดจนรู้และเข้าใจคุณค่าของงานทัศนศิลป์ที่มีผลต่อชีวิตของ คนในสังคม 3. สาระและมาตรฐานการ เรียนรู้สาระที่ 1 ทัศนศิลป์ มาตรฐาน ศ 1.1 สร้างสรรค งานทัศนศิลป์ตามจินตนาการ และความคิดสร้างสรรค วิเคราะห วิพากษ วิจารณ คุณค่า งานทัศนศิลป์ ถ่ายทอดความรู้สึก ความคิดต่องานศิลปะอย่างอิสระ ชื่นชม และประยุกต ใช้ใน ชีวิตประจ าวัน มาตรฐาน ศ 1.2 เข้าใจความสัมพันธ ระหว่างทัศนศิลป์ ประวัติศาสตร และวัฒนธรรม เห็นคุณค่า งาน ทัศนศิลป์ที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น ภูมิปัญญาไทยและสากล การเรียนรู้แบบทางตรง การสอนแบบตรงเป็นการสอนโดยมุ่งเน้นให้ความรู้ที่ลึกซึ้งช่วยให้ผู้รียนรู้สึกว่ามีบทบาทในการ เรียนท า ให้ผู้เรียนมีความตั้งใจในการเรียนรู้และช่วยให้ผู้เรียนประสบความส าเร็จในการเรียน โดยจัด สาระและวิธีการให้ผู้เรียนอย่างดีทั้งทางด้านเนื้อหาความรู้และการให้ผู้เรียนใช้เวลาเรียนอย่างมี ประสิทธิภาพ เป็นประโยชน ต่อการเรียนรู้ของผู้เรียนมากที่สุด ผู้เรียนมีใจจดจ่อกับสิ่งที่เรียนและช่วย ให้ผู้เรียน 80 % ประสบความส าเร็จในการเรียนนอกจากนั้นยังพบว่าบรรยากาศที่ไม่ปลอดภัยส าหรับ ผู้เรียนสามารถสกัดกั้นความส าเร็จของผู้เรียนได้ ดังนั้นผู้สอนจึงจ าเป็นต้องระมัดระวังไม่ท าให้ผู้เรียน เกิดความรู้สึกในทางลบ เช่น การดุด่าว่ากล่าว การแสดงความไมพอใจ หรือวิพากษ วิจารณ ผู้เรียน หลักการจัดการเรียนการสอนโดยใช้วิธีการสอนแบบตรง โดยทั่วไป มีหลักการ ดังนี้ 1.จัดเนื้อหาอย่างเหมาะสมเป็นไปตามล าดับขั้นหรือล าดับของมโนทัศน จากขั้นพื้นฐานไปสู่ขั้นที่ ซับซ้อน ยิ่งขึ้น 2.ตรวจสอบความรู้พื้นฐาน ความรู้เดิมของผู้เรียน 3.น าเสนอเนื้อหาอย่างกระชับชัดเจนมีตัวอย่างประกอบให้โอกาสซักถามฝึกปฏิบัติส่งเสริมทักษะ ที่เรียนรู้และจ าเป็น 4.ฝึกปฏิบัติส่งเสริมทักษะที่เรียนรู้และจ าเป็น 5.ได้รับข้อมูลป้อนกลับทันที เพื่อผู้เรียนจะได้ปรับปรุงการปฏิบัติของตน 6.ฝึกปฏิบัติอย่างต่อเนื่องสม่ าเสมอ หลักการของการสอนแบบตรงคือการจัดการเรียนการสอน ในกลุ่มเล็ก (Small-Group) ครูเป็นผู้ด าเนินการสอน (Teacher-Directed) เกือบทั้งหมดโดยใช้วิธี แยกย่อยทักษะการเรียนรู้ออกเป็นขั้นเป็นตอน (Sequenced) และสอนไปตามขั้นตอนอย่างมีระบบ (Systematic) ส่วนมากจะใช้วิธี Model-Lead-Test (MLT) คือการน าเสนอหรือสาธติ ให้ดูก่อน


8 (Model) แล้วช่วยให้ผู้เรียนท าตาม (Lead) จากนั้นจึงทดสอบว่าท า ได้จริง (Test) โดยครูอธิบายทุก ขั้นตอนอย่างละเอียด (Explicit) ครูและผู้เรียนมีปฏิสัมพันธ ตลอดเวลาการ สอน (Interactive) ใน รูปแบบของการถามค าถาม การตรวจสอบความเข้าใจบ่อยครั้งการให้สิ่งเสริมแรง ทางบวก (Positive Reinforcement) เช่น ค าชม หรือหากผู้เรียนท าผิดให้ผลย้อนกลับทันที (Corrective Feedback) นอกจากนี้ยังมุ่งเน้นการประเมิน (Evaluation) และติดตามความกาวหน้าของ พฤติกรรมผู้เรียน และผลการเรียนอย่างต่อเนื่อง(ProgressMonitoring)ตัวบ่งชี้ในการจัดการเรียน การสอนโดยใช้วิธีการสอนแบบตรง 1. มีการจูงใจผู้เรียน 2. มีการแจ้งวัตถุประสงค ของการเรียนการสอน 3. น าเสนอเนื้อหาอย่างกระชับชัดเจนมีตัวอย่างประกอบให้โอกาสซักถามฝึกปฏิบัติส่งเสริมทักษะที่ เรียนรู้และจ าเป็น 4. ฝึกปฏิบัติ ส่งเสริมทักษะที่เรียนรู้และจ าเป็น 5. ได้รับข้อมูลป้อนกลับทันที เพื่อผู้เรียนจะได้ปรับปรุงการปฏิบัติของตน 6. ฝึกปฏิบัติอยางต่อเนื่องสม่ าเสมอ หลักการจัดการเรียนการสอนแบบทางตรง การจัดการเรียนการสอนในกลุ่มเล็ก(Small Group) ครูเป็นผู้ด าเนินการสอน (TeacherDirected) เกือบทั้งหมดโดยใช้วิธีแยกย่อยทักษะการเรียนรู้ออกเป็นขั้นเป็นตอน (Sequenced) และ สอนไปตามขั้นตอน อย่างมีระบบ (Systematic) ส่วนมากจะใช้วิธี Model-Lead-Test (MLT) คือการ น าเสนอหรือสาธิตให้ดูก่อน (Model) แล้วช่วย ให้ผู้เรียนท าตาม (Lead) จากนั้นจึงทดสอบว่าท าได้ จริง (Test) โดยครูอธิบายทุกขั้นตอน อย่างละเอียด (Explicit) ครูและผู้เรียนมีปฏิสัมพันธ ตลอดเวลา การสอน (Interactive) ในรูปแบบของการถามค าถาม การตรวจสอบความเข้าใจบ่อยครั้งการให้สิ่ง เสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) เช่น ค าชม หรือหากผู้เรียนท าผิดให้ผลย้อนกลับทันที (Corrective Feedback) นอกจากนี้ยังมุ่งเน้นการประเมิน (Evaluation) และติดตามความก้าวหน้า ของพฤติกรรมผู้เรียนและผลการเรียนอย่างต่อเนื่อง (Progress Monitoring) การจัดการเรียนการสอนแบทางตรงมีโครงสร้างแบบเรียงล าดับและน าเสนอเนื้อหาสาระแก่ นักเรียนโดยใช้วิธีการบรรยายหรือสาธิต พัฒนาโดย Siegfried Engelmann and Wesley C. Becker รูปแบบการสอน ทางตรงนี้รวมไปถึงการสอนที่ประกอบด้วยแบบฝึกหัดชั้นเรียนแบบมีส่วน ร่วม การสังเกต การอภิปราย การ สัมมนา การเรียนรู้แบบ Active learning การฝึกปฏิบัติ เป็น รูปแบบการสอนที่เกิดจาก 3 องค ประกอบคือ I do (Instructor หรือ ผู้สอน) We do (Instructor หรือ ผู้สอน และ Student หรือ นักเรียน) และ You do (นักเรียนฝึกปฏิบัติด้วยตนเองโดยการสังเกต และติดตามของผู้สอน) จอยส และวีล (Joyce and Weil, 1996: 334) กล่าวว่ามีงานวิจัยมากมายที่ชี้ให้เห็นว่า การเรียนการ สอนที่ มุ่งเน้นให้ความรู้ที่ลึกซึ้งจะช่วยให้ผู้เรียนรู้สึกมีบทบาทในการเรียน ท าให้ผู้เรียนมีความตั้งใจ


9 เรียนและช่วยให้ ผู้เรียนประสบความส าเร็จในการเรียนยิ่งขึ้น โดยผู้สอนต้องจัดสาระ และวิธีการเรียน ให้ผู้เรียนอย่างดีทั้งด้าน เนื้อหาความรู้รวมไปถึงการใช้เวลาเรียนอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งช่วยให้เกิด ประโยชน ต่อการเรียนรู้ของ ผู้เรียนมากที่สุด การจัดการเรียนการสอนนี้ช่วยท าให้ผู้เรียนมีสมาธิจดจ่อ กับสิ่งที่เรียน ตัวบ่งชี้ในการจัดการเรียนการสอนโดยใช้วิธีการสอนแบบทางตรง 1. มีการจูงใจผู้เรียน 2. มีการแจ้งวัตถุประสงค ของการเรียนการสอน 3. มีการทบทวนความรู้เดิมที่เป็นพื้นฐานของความรู้ใหม่ 4. มีการน าเสนอความรู้ใหม่ 5. ให้ผู้เรียนแสดงพฤติกรรมการเรียนรู้ 6. ให้ข้อมูลป้อนกลับเกี่ยวกับพฤติกรรมการเรียนของผู้เรียน ขั้นตอนการเรียนการสอนแบบทางตรง การน าวิธีการสอนแบบทางตรงไปใช้สอนเด็กนั้น สุวิทย มูลค า และอรทัย มูลค า (2547) กล่าวถึงขั้นตอนการจัด การเรียนการสอนไว้ว่ามีล าดับ ขั้นตอน 6 ขั้นตอน คือ 1. ขั้นทบทวนความรู้เดิม 2. ขั้นบอกวัตถุประสงค 3. ขั้นน าเสนอเนื้อหาใหม่ 4. ขั้นฝึกโดยการชี้แนะ 5. ขั้นการฝึกโดยอิสระ 6. ขั้นทบทวน Joyce and Weil (1996) กล่าวว่า การสอนแบบตรง คือ รูปแบบการเรียนการสอนนี้มุ่งช่วยให้ ได้เรียนรู้ ทั้งเนื้อหาสาระและมโนทัศน ต่าง ๆ รวมทั้งได้ฝึกปฏิบัติทักษะต่าง ๆ จนสามารถท าได้ดีและ ประสบผลส าเร็จได้ ในเวลาที่จ ากัด ซึ่งมี 5 ขั้นตอนดังนี้ ขั้นที่ 1 ขั้นน า 1.1ผู้สอนแจ้งวัตถุประสงค ของบทเรียนและระดับการเรียนรู้หรือพฤติกรรมการเรียนรู้ที่คาดหวัง แก่ผู้เรียน 1.2 ผู้สอนชี้แจงสาระของบทเรียน และความสัมพันธ กับความรู้และประสบการณ เดิมอย่างคร่าว ๆ 1.3 ผู้สอนชี้แจงกระบวนการเรียนรู้ และหน้าที่รับผิดชอบของผู้เรียนในแต่ละขั้นตอน ขั้นที่ 2 ขั้นน าเสนอบทเรียน 2.1 หากเป็นการน าเสนอเนื้อหาสาระ ข้อความรู้ หรือมโนทัศน ผู้สอนควรกลั่นกรองและสกัด คุณสมบัติเฉพาะของมโนทัศน เหล่านั้น และน าเสนออย่างชัดเจนพร้อมทั้งอธิบายและยกตัวอย่าง ประกอบให้ ผู้เรียนเข้าใจ ต่อไปจึงสรุปค านิยามของมโนทัศน เหล่านั้น


10 2.2 ตรวจสอบว่าผู้เรียนมีความเข้าใจตรงตามวัตถุประสงค ก่อนให้ผู้เรียนลงมือฝึกปฏิบัติหาก ผู้เรียนยังไม่เข้าใจต้องสอนซ่อมเสริมให้เข้าใจก่อน ขั้นที่ 3 ขั้นฝึกปฏิบัติตามแบบ ผู้สอนปฏิบัติให้ผู้เรียนดูเป็นตัวอย่าง ผู้เรียนปฏิบัติตาม ผู้สอนให้ข้อมูลป้อนกลับให้การ เสริมแรงหรือ แก้ไขข้อผิดพลาดของผู้เรียน ขั้นที่ 4 ขั้นฝึกปฏิบัติภายใต้การก ากับของผู้ชี้แนะ ผู้เรียนลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง โดยผู้สอนคอยดูแลอยู่ห่างๆ ผู้สอนจะสามารถประเมินการ เรียนรู้และ ความสามารถของผู้เรียนได้จากความส าเร็จและความผิดพลาดของการปฏิบัติของผู้เรียน และช่วยเหลือผู้เรียน โดยให้ข้อมูลป้อนกลับเพื่อให้ผู้เรียนแก้ไขข้อผิดพลาดต่าง ๆ ขั้นที่ 5 การฝึกปฏิบัติอย่างอิสระ หลังจากที่ผู้เรียนสามารถปฏิบัติตามขั้นที่ 4 ได้ถูกต้องประมาณ 85-90 % แล้ว ผู้สอนควรปล่อย ให้ผู้เรียนปฏิบัติต่อไปอย่างอิสระ เพื่อช่วยให้เกิดความช านาญและการเรียนรู้อยู่คงทน ผู้สอนไม่ จ าเป็นต้องให้ข้อมูลป้อนกลับในทันทีสามารถให้ภายหลังได้การฝึกในขั้นนี้ไม่ควรท าติดต่อกันในครั้ง เดียว ควรมีการฝึกเป็นระยะๆ เพื่อช่วยให้การเรียนรู้อยู่คงทนขึ้น เนื่องจากสามารถท าให้นักเรียนเกิดความรู้ ทักษะ และสามารถน า ความรู้ไปใช้ให้เกิดผลในทาง ปฏิบัติได้ ซึ่งเป็นเป้าหมายปลายทางที่มุ่งหวังให้เกิดขึ้น บทบาทของครูในการสอนแบบทางตรง ขั้นที่ 1 ขั้นน า 1.1 เตรียมความพร้อมของนักเรียนในการเรียนรู้ ครูกล่าวทักทายนักเรียนและถามถึงสาระทุกข สุขของผู้เรียนเพื่อให้นักเรียนเกิดความพร้อมในการเรียน และส ารวจความพร้อมของผู้เรียนโดยให้ทุกคนหยุดการท า พฤติกรรมต่าง ๆ แล้วมุ่งความสนใจมายัง ครูผู้สอน 1.2 บททบทวนความรู้เดิมและเชื่อมโยงไปสู่เนื้อหาใหม่ของผู้เรียนจากประสบการณ ตรงของ ผู้เรียนเพื่อให้ผู้เรียนทบทวนประสบการณ ของตนเองหรือเรื่องราวที่พูดคุยด้วยครูพูดคุยกับนักเรียน เรื่องความรู้เดิมในเรื่องที่เรียนเพื่อน าเข้าสู่บทเรียนเป็นการกระตุ้นและสร้างบรรยากาศการเรียนให้ ผู้เรียนเกิดความสนใจใน เนื้อหาที่จะเรียน และมีส่วนร่วมในการเรียน 1.3 ให้ผู้เรียนได้ทราบถึงเป้าหมายในการเรียนรู้ของตนเองเพื่อให้เห็นความส าคัญหรือ ความ น่าสนใจของ เนื้อหาที่จะเรียนต่อไป ครูแนะน าให้ผู้เรียนทราบเนื้อหาและจุดประสงค การเรียนรู้ที่จะ เรียนกันในวันนี้บอกเงื่อนไขและข้อตกลงร่วมกันพร้อมทั้งซักถามถึงความเข้าใจในเงื่อนไขและ ข้อตกลงต่าง ๆ ที่ครูก าหนด ขั้นที่ 2 ขั้นน าเสนอบทเรียน 2.1น าเสนอเนื้อหาโดยการใช้สื่อต่าง ๆ และท าการสาธิตให้ผู้เรียนเป็นตัวอย่างเพื่อผู้เรียน ปฏิบัติตามได้อย่างถูกต้อง ผู้สอนท าการสอบถามความเข้าใจพร้อมกับอธิบายเพิ่มเติม ขั้นที่3 ขั้นฝึกปฏิบัติตามแบบ


11 3.1 เมื่อครูผู้สอนมั่นใจว่าผู้เรียนเข้าใจวิธีการท างานแล้ว ผู้สอนให้ผู้เรียนท าแบบฝึกหัดง่าย ๆ ภายในชั่วโมงเรียนแล้วเปิดโอกาสให้นักเรียนพูดคุยให้ความช่วยเหลือและให้ค าแนะน าซึ่งกัน และกัน ขั้นที่ 4 ขั้นฝึกปฏิบัติภายใต้การก ากับของครู 4.1ครูให้ผู้เรียนได้ท ากิจกรรมเพื่อทดสอบความเข้าใจและฝึกฝนจนผู้เรียนเกิดความช านาญ และเก่งขึ้น โดยอยู่ภายใต้การก ากับของครูผู้สอน ขั้นที่ 5 การฝึกปฏิบัติอย่างอิสระ 5.1 ครูให้ผู้เรียนได้ฝึกท ากิจกรรมด้วยตนเอง ให้ผู้เรียนไปศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมอย่างอิสระ หลังจากนั้น ครูท าการทบทวนเพื่อให้เกิดความเข้าใจมากขึ้น บทบาทของผู้เรียน ขั้นที่ 1 ขั้นน า 1.1 ผู้เรียนหยุดการท ากิจกรรมต่าง ๆ ทักทายครูพร้อมทั้งมุ่งความสนใจมายังครูเพื่อสร้างความ พร้อมใน การเรียนรู้ของตนเอง 1.2 ผู้เรียนร่วมกันพูดคุยและแสดงความคิดเห็นของตนเองกับเหตุการณ ที่ครูยกตัวอย่าง 1.3 ผู้เรียนตอบข้อซักถามของครูเพื่อแสดงให้เห็นความเข้าใจเกี่ยวกับเงื่อนไขและข้อตกลงใน การเรียนรู้ และท าตามค าแนะน าของครูทุกอย่าง ขั้นที่ 2 ขั้นน าเสนอบทเรียน 2.1 ผู้เรียนฟังค าอธิบายจากครูผู้สอนเกี่ยวกับเรื่องที่เรียนตอบข้อซักถามของครู ขั้นที่ 3 ขั้นฝึกปฏิบัติตามแบบ 3.1 ผู้เรียนท าตามที่ครูแนะน า ขั้นที่ 4 ขั้นฝึกปฏิบัติภายใต้การก ากับของครู 4.1ผู้เรียนฝึกปฏิบัติเพิ่มเติมที่ครูได้สั่งจนเกิดความช านาญในเรื่องเนื้อหามากยิ่งขึ้น ขั้นที่ 5 การฝึกปฏิบัติอย่างอิสระ 5.1 ผู้เรียนได้ไปศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมกันอย่างสนุกสนานในเรื่องของตนที่ได้รับมอบหมาย 5.2 ผู้เรียนตอบค าถามของครูผู้สอนอย่างสนุกสนาน


12 บทที่3 วิธีด าเนินวิจัย งานวิจัยการศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนทัศนศิลป์ เรื่อง การวาดภาพออกแบบตัวละคร ส าหรับ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โดยการจัดการเรียนรู้แบบทางตรง การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค เพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง การวาดภาพออกแบบตัวละครส าหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 4 โดยการจัดการเรียนรู้แบบทางตรงและเพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนทัศนศิลป์ การ วาดภาพออกแบบตัว ละครส าหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โดยการจัดการเรียนรู้แบบก่อนและ หลังเรียนโดยการเรียนรู้แบบทางตรงโดยด าเนินการตามขั้นตอน ดังต่อไปนี้ 1. แบบแผนการทดลอง (แบบแผนการวิจัย) 2. ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง 3. เครื่องมือเครื่องมือการสร้างและหาคุณภาพเครื่องมือ 4. การเก็บรวบรวมข้อมูล 5. การวิเคราะห ข้อมูล 6. สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห ข้อมูล 1.แบบแผนการทดลอง ในการวิจัยครั้งนี้ใช ้แบบแผนการทดลองแบบกลุ่มเดียวทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน One GroupPretest-Posttest Design (ล้วน สายยศ และ อังคณา สายยศ, 2538: 249) ดังนี้ สัญลักษณ ที่ใช้ในแผนการทดลองมีความหมายดังนี้ ??1 หมายถึง การทดสอบก่อนเรียน X หมายถึง การจัดการเรียนรู้แบบทางตรง ??2 หมายถึง การทดสอบหลังเรียน 2. ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง ประชากร คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2567 โรงเรียนอุดร พิทยานุกูล จ านวน 1 ห้องเรียน 40 คน กลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2567 โรงเรียนอุดร พิทยานุกูล จ านวน 1 ห้องเรียน 40 คน ??1 → ?? → ??2


13 3.เครื่องมือ การสร้างและหาคุณภาพเครื่องมือเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย เครื่องมือในการวิจัย ครั้งนี้แบ่งออกเป็น ดังนี้ 1. แบบสังเกตการณ เรียนรู้วิชาทัศนศิลป์ โดยการจัดการเรียนรู้แบบทางตรง 2. แผนการจัดการเรียนรู้วิชาทัศนศิลป์ โดยการจัดการเรียนรู้แบบทางตรง การสร้างและหาคุณภาพแบบทดสอบความรู้วิชาทัศนศิลป์มีขั้นตอนดังนี้ 1. แผนการสอนศิลปะโดยใช้การสอนแบบทางตรง 1.1 ศึกษาหลักสูตรจุดมุ่งหมายของหลักสูตร จุดประสงค รายวิชาค าอธิบายรายวิชาและ ขอบเขตของ เนื้อหาตามหลักสูตรในกลุ่มสาระการเรียนรู้ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 1.2 ศึกษาหลักการสอนศิลปะโดยใช้วิธีการสอนแบบทางตรง โดยประมวลจากการวิเคราะห เอกสาร และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 1.3 ศึกษาเนื้อหาสาระกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะและกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น ๆ ที่จะ น ามาใช้ในการเขียนแผนการสอน 1.4 สร้างแผนการสอนจ านวน 1 ชั่วโมง 1.5 น าแผนการสอนที่สร้างเสร็จแล้วให้ผู้เชี่ยวชาญทางการสอนศิลปะ 3 คนตรวจสอบ 1.6 น าแผนการสอนที่ได้รับการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญด้านการสอนศิลปะแล้ว มาปรับ ปรุงตาม ข้อเสนอแนะของผู้เชี่ยวชาญ 1.7 น าแผนการสอนที่ปรับปรุงแล้วไปทดลองกับนักเรียนที่ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ภาค เรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2567 โรงเรียนอุดรพิทยานุกูล จ านวน 40 คน เพื่อหาข้อบกพร่อง และน ามาปรับปรุงแก้ไข 4.การเก็บรวบรวมข้อมูล ในการวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยได้ด าเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลการวิจัยเพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียน รายวิชาทัศนศิลป์ เรื่องการวาดภาพออกแบบตัวละครส าหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 4 โดยการจัดการเรียนรู้แบบทางตรง มีขั้นตอนดังนี้ เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ทัศนศิลป์ โดยใช้แบบฝึกเสริมทักษะกับการเรียนแบบ ทางตรง การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัย เชิงทดลอง(Experimen tal research) ช่วงทดลองโดยใช้รูปแบบ การทดลอง 2 รูปแบบ มีการวัดหลังให้สิ่งทดลอง (t-test independent) (พรรณีลิกิจวัฒนะ, 2558) มีขั้นตอนดังนี้ 1) ผู้วิจัยด าเนินการจัดห้องเรียนเป็นกลุ่มทดลองจ านวน 1 ห้องเรียน 2) ชี้แจงวัตถุประสงค และอธิบายขั้นตอนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้รายวิชาทัศนศิลป์เรื่องการวาด ภาพ ออกแบบตัวละคร ส าหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โดยการจัดการเรียนรู้แบบทางตรง 3) สังเกตพฤติกรรมก่อนเรียนกับนักเรียน ด้วยการเรียนรู้แบบปกติ 4) ด าเนินการสอนโดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบทางตรงโดยใช้เวลาในการทดลองจ านวน 1 คาบ 5) สังเกตพฤติกรรมก่อนเรียน กับนักเรียน ด้วยการเรียนรู้แบบทางตรง


14 6) น าข้อมูลที่ได้ทั้งหมดไปวิเคราะห ทางสถิติต่อไป 5.การวิเคราะห์ข้อมูล การวิเคราะห ข้อมูลเชิงคุณภาพ ผู้วิจัยข้อมูลที่ได้จากแบบสังเกตการเรียนทัศนศิลป์ของผู้เรียน มาท าการวิเคราะห ตีความ สรุปผลและประเมินผล โดยการวิเคราะห ข้อมูล 3 วิธีดังนี้ 1) การวิเคราะห โดยการจ าแนกชนิดข้อมูล (Typological Analysis) คือการจ าแนกข้อมูลเป็นชนิด ตามลักษณะของข้อมูลแล้วพิจารณาความสัมพันธ ของข้อมูล 2) การวิเคราะห โดยการเปรียบเทียบข้อมูล (Constant Comparison) การน าข้อมูลหลังจาก จ าแนกหรือจัดกลุ่มชนิดข้อมูลแล้วจึงน ามาเปรียบเทียบเพื่อหาความเหมือนและความแตกต่างของ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาทัศนศิลป์ เรื่องการวาดภาพออกแบบตัวละครส าหรับนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 4 โดยการจัดการเรียนรู้แบบทางตรง 3) การสร้างข้อสรุป (Analytic Induction) ผู้วิจัยสร้างข้อสรุปจากข้อมูลจากสังเกตพฤติกรรมการ เรียนรู้ของผู้เรียนแบบสังเกตทักษะเรียนทัศนศิลป์ของผู้เรียนจากข้อมูลที่ได้จ าแนกชนิดและ เปรียบเทียบแล้ว 6. สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห ข้อมูลในการวิจัยครั้งนี้มีรายละเอียดดังต่อไปนี้ 1. สถิติหาคุณภาพของเครื่องมือ ได้แก่ 1.1 ใช้ IOC หาค่าความตรงเชิงเนื้อหาของเครื่องมือเก็บข้อมูลจากผลการพิจารณาของ ผู้เชี่ยวชาญ ทุกฉบับโดยมีสูตร ดังนี้ (กระทรวงศึกษาธิการ, 2550 : 323) สูตร 1.2 ใช้ แอลฟา (2) หาค่าความเที่ยง (ความเชื่อมั่น) ของแบบสอบถามชนิดมาตร ประมาณค่า 5 ระดับ ทุกฉบับ โดยมีสูตร ดังนี้ (พิสณุ ฟองศรี, 2554 : 202) 2. สถิติที่ใช ้พื้นฐาน ได้แก่ 2.1 ใช้ X หาค่าเฉลี่ย โดยมีสูตร ดังนี้ (กระทรวงศึกษาธิการ, 2550 : 345)


15 2.2 ใช้ S.D. หาค ่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน โดยมีสูตร ดังนี้ (กระทรวงศึกษาธิการ, 2550 : 346) S.D = √ ∑(????−??̅) 2 (??−1) 3. สถิติหาค่าความสัมพันธ ได้แก่ 3.1 ใช้สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ แบบเพียร สัน (Peurson Product Moment Corelation Coefficient) หาค่าความสัมพันธ ของคะแนนการสังเกตการเรียนทัศนศิลป์ของนักเรียนระหว่าง คะแนนสังเกตของก่อนและหลังการใช้รูปแบบการเรียนการสอนแบบบูรณนาการ (พิสณุ ฟองศรี, 2553 : 160)


16 บทที่ 4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาทัศนศิลป์ เรื่องการวาดภาพออกแบบตัวละครส าหรับ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โดยการจัดการเรียนรู้แบบทางตรง ผู้วิจัยได้น าเสนอข้อมูลตาม วัตถุประสงค ของการวิจัย ดังนี้ 1.ผลการวิเคราะห์ข้อมูล ผู้วิจัยได้ด าเนินการศึกษาวิจัยกับกลุ่มตัวอย่าง ซึ่งคือนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จ านวน 40 คน โดยออกแบบการเรียนการสอนในรายวิชาทัศนศิลป์ เรื่องการวาดภาพออกแบบตัวละคร ด้วย รูปแบบการสอนแบบทางตรง เพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนในหัวข้อดังกล่าว ผู้วิจัย ได้ใช้แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล และก าหนด เกณฑ การประเมินให้มีนักเรียนอย่างน้อยร้อยละ 70 ของกลุ่มตัวอย่างที่ต้องได้คะแนนผ่านเกณฑ ขั้น ต่ า ร้อยละ 70 หลังจากได้รับการจัดการเรียนการสอน ทั้งนี้ การด าเนินการวิจัยและผลลัพธ ที่ได้จะถูก น าเสนอและอภิปรายผลอย่างละเอียดในส่วนต่อไป ผลการศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หลังจากที่ผู้วิจัยได้ด าเนินการปฏิบัติการสอนกับกลุ่มตัวอย่าง ซึ่งคือนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปี่ที่ 4 จ านวน 40 คน โดยให้นักเรียนท าแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาทัศนศิลป์ โดยใช้ รูปแบบการเรียนรู้แบบทางตรงตามเกณฑ ที่ก าหนดไว้ โดยนักเรียนร้อยละ 70 มีคะแนนผ่านเกณฑ ร้อยละ 70 ขึ้นไป เพื่อประเมินผลการวิจัยว่าหลังจากท าการสอนแล้วผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของ นักเรียนเป็นอย่างไร โดยใช้เกณฑ ที่ก าหนดไว้ คือ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน จ านวน 20 ข้อ ใช้เกณฑ การผ่านให้นักเรียน ร้อยละ 70 มีคะแนนผ่านเกณฑ ร้อยละ 70 ขึ้นไป คือนักเรียน จ านวน 28 คน สามารถท าข้อสอบได้ตั้งแต่ 14 ข้อขึ้นไป ผลการทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน รายวิชาทัศนศิลป์ เรื่องการวาดภาพออกแบบตัวละครส าหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 แสดงดัง ตารางต่อไปนี้


17 ตารางที่ 1 แสดงผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาที่ 4 ที่ได้จากการท าแบบทดสอบ ก่อนเรียนและหลังเรียน ล าดับที่ คะแนนก่อนเรียน (20) ร้อยละ คะแนนหลังเรียน (20) ร้อยละ 1 14 70.00 17 85.00 2 14 70.00 16 80.00 3 12 60.00 14 70.00 4 12 60.00 14 70.00 5 11 55.00 15 75.00 6 13 65.00 15 75.00 17 12 60.00 14 70.00 8 10 50.00 13 65.00 9 12 60.00 13 65.00 10 15 75.00 17 85.00 11 14 70.00 16 80.00 12 14 70.00 16 80.00 13 14 70.00 17 85.00 14 14 70.00 17 85.00 15 15 75.00 17 85.00 16 14 70.00 16 80.00 17 13 65.00 14 70.00 18 11 55.00 14 70.00 19 10 50.00 14 70.00


18 20 10 50.00 13 65.00 21 11 55.00 14 70.00 22 14 70.00 15 75.00 23 11 55.00 14 70.00 24 10 50.00 15 75.00 25 10 50.00 14 70.00 26 12 60.00 13 65.00 27 9 45.00 12 60.00 28 8 40.00 12 60.00 29 9 45.00 14 70.00 30 10 50.00 14 70.00 31 14 70.00 16 80.00 32 14 70.00 15 75.00 33 13 65.00 15 75.00 34 12 60.00 16 80.00 35 10 50.00 14 70.00 36 11 55.00 15 75.00 37 14 70.00 16 80.00 38 14 70.00 17 85.00 39 12 60.00 16 80.00 40 10 50.00 17 85.00


19 ตารางที่ 2 แสดงจ านวนนักเรียนและผลคะแนนจากการท าแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน รายวิชาทัศนศิลป์ โดยใช้รูปแบบการเรียนรู้แบบทางตรง จ านวนนักเรียน คะแนนหลังเรียน ทั้งหมด ที่ผ่าน เกณฑ ร้อยละ เต็ม ต่ าสุด สูงสุด ตาม เกณฑ ค่าเฉลี่ย S.D. 40 34 85.00 20 12 17 14 14.9 1.44 จากตารางที่ 2 แสดงจ านวนนักเรียนและผลคะแนนจากการท าแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนรายวิชาทัศนศิลป์ โดยใช้รูปแบบการเรียนรู้แบบทางตรง หลังสิ้นสุดการเรียนรู้พบว่า นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 มีคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาทัศนศิลป์ เรื่องการวาดภาพ ออกแบบตัวละครโดยใช้รูปแบบการเรียนรู้แบบทางตรงของนักเรียน เฉลี่ยอยู่ที่ 14.9 คะแนน คิดเป็น ร้อยละ 74.5 และมีนักเรียนจ านวน 34 คน ที่ผ่านในการท าแบบทดสอบ คิดเป็นร้อยละ 85 ของ จ านวนนักเรียนทั้งหมดผ่านเกณฑ ที่ก าหนดไว้คือ ร้อยละ 70 มีคะแนนผ่านเกณฑ ร้อยละ 70 ขึ้นไป ซึ่งผ่านเกณฑ ที่ก าหนดไว้ สามารถอภิปรายผลได้ว่าการจัดการเรียนรู้รายวิชาทัศนศิลป์ เรื่อง การวาด ภาพออกแบบตัวละคร ส าหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โดยการจัดการเรียนรู้แบบทางตรงนั้น ผู้วิจัยแจ้งวัตถุประสงค ของบทเรียน และระดับการเรียนรู้หรือพฤติกรรมการเรียนรู้ที่คาดหวังแก่ นักเรียน และตรวจสอบส่านักเรียนมีความเข้าใจตรงตามวัตถุประสงค ก่อนเริ่มเรียน หรือก่อนให้ นักเรียนลงมือปฏิบัติ หากนักเรียนไม่เข้าใจ ผู้วิจัยได้อธิบายพร้อมทั้งยกตัวอย่างเพิ่มเติมให้นักเรียน เข้าใจมากยิ่งขึ้นก่อน นอกจากนี้ผู้ได้มีการเสริมแรงและแก้ไขข้อผิดพลาดให้นักเรียนดูเป็นตัวอย่าง เล็กน้อย แล้วให้นักเรียนลงมือปฏิบัติด้วยตนเองต่อไป โดยผู้วิจัยคอยดูแลอยู่ห่าง ๆ ผู้วิจัยจึงสามารถ ประเมินการเรียนของนักเรียนได้จากความส าเร็จ และความผิดพลาดของการปฏิบัติงานของนักเรียน โดยให้ข้อมูลป้อนกลับเพื่อให้นักเรียนแก้ไขข้อผิดพลาดต่าง ๆ หลังจากเรียนรู้สามารถเรียนรู้และ ปฏิบัติได้อย่างถูกต้องและเกิดความพึงพอใจในผลงาน ผู้วิจัยจึงปล่อยให้นักเรียนปฏิบัติและศึกษา เรียนรู้ต่อไปอย่างอิสระ เพื่อช่วยให้เกิดความคิดสร้างสรรค อย่างอิสระและเกิดการช านาญอย่าง ต่อเนื่องและคงทน จึงเป็นผลให้มีจ านวนนักเรียนและคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนผ่านเกณฑ ที่ ก าหนดไว้


20 บทที่ 5 สรุปผล อภิปราย และข้อเสนอแนะ การวิจัยเรื่องการศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนทัศนศิลป์ เรื่อง การวาดภาพออกแบบตัวละคร ส าหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โดยการจัดการเรียนรู้แบบทางตรง มีการสรุปผล การอภิปราย ผล และข้อเสนอแนะ ดังนี้ 1. ความมุ่งหมายของการวิจัย 2. สมมุติฐานการวิจัย 3. วิธีการด าเนินการวิจัย 4. สรุปผลการวิจัย 5. การอภิปรายผล 6. ข้อเสนอแนะ ความมุ่งหมายของการวิจัย 1. เพื่อการศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาทัศนศิลป์ เรื่อง การวาดภาพออกแบบตัวละครส าหรับ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โดยการจัดการเรียนรู้แบบทางตรง 2. เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาทัศนศิลป์เรื่อง การวาดภาพออกแบบตัวละคร ส าหรับนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ก่อนและหลังเรียน โดยการจัดการเรียนรู้แบบทางตรง สมมุติฐานการวิจัย การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาทัศนศิลป์ เรื่อง การวาดภาพตัวละครของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 4 โดยการจัดการเรียนรู้แบบทางตรง หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน วิธีการด าเนินการวิจัย 1. ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง ประชากร คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2567 โรงเรียนอุดร พิทยานุกูล จ านวน 1 ห้องเรียน 40 คน กลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2567 โรงเรียนอุดร พิทยานุกูล จ านวน 1 ห้องเรียน 40 คน 2. เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย เครื่องมือในการวิจัย ครั้งนี้แบ่งออกเป็น ดังนี้ 1. แบบสังเกตการณ เรียนรู้วิชาทัศนศิลป์ โดยการจัดการเรียนรู้แบบทางตรง


21 2. แผนการจัดการเรียนรู้วิชาทัศนศิลป์ โดยการจัดการเรียนรู้แบบทางตรง 3. การเก็บรวบรวมข้อมูล ในการวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยได้ด าเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลการวิจัยเพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียน รายวิชาทัศนศิลป์ เรื่องการวาดภาพออกแบบตัวละครส าหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 4 โดยการจัดการเรียนรู้แบบทางตรง มีขั้นตอนดังนี้ เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ทัศนศิลป์ โดยใช้แบบฝึกเสริมทักษะกับการเรียนแบบ ทางตรง การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัย เชิงทดลอง(Experimen tal research) ช่วงทดลองโดยใช้รูปแบบ การทดลอง 2 รูปแบบ มีการวัดหลังให้สิ่งทดลอง (t-test independent) (พรรณีลิกิจวัฒนะ, 2558) มีขั้นตอนดังนี้ 1) ผู้วิจัยด าเนินการจัดห้องเรียนเป็นกลุ่มทดลองจ านวน 1 ห้องเรียน 2) ชี้แจงวัตถุประสงค และอธิบายขั้นตอนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้รายวิชาทัศนศิลป์เรื่องการวาด ภาพ ออกแบบตัวละคร ส าหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โดยการจัดการเรียนรู้แบบทางตรง 3) สังเกตพฤติกรรมก่อนเรียนกับนักเรียน ด้วยการเรียนรู้แบบปกติ 4) ด าเนินการสอนโดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบทางตรงโดยใช้เวลาในการทดลองจ านวน 1 คาบ 5) สังเกตพฤติกรรมก่อนเรียน กับนักเรียน ด้วยการเรียนรู้แบบทางตรง 6) น าข้อมูลที่ได้ทั้งหมดไปวิเคราะห ทางสถิติต่อไป สรุปผลการวิจัย จากการศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ในรายวิชาทัศนศิลป์ เรื่องการวาดภาพออกแบบตัวละคร โดยใช้รูปแบบการเรียนรู้แบบทางตรง พบว่าหลังสิ้นสุดการเรียนรู้ นักเรียนมีคะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 14.9 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 74.5 ของคะแนนเต็ม และมีนักเรียน จ านวน 34 คน หรือร้อยละ 85 ของนักเรียนทั้งหมดที่ผ่านเกณฑ ขั้นต่ าร้อยละ 70 ซึ่งเป็นเกณฑ ที่ ก าหนดไว้ การอภิปรายผล ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังเรียนของนักเรียนที่เรียนด้วยบทเรียนเรื่อง การวาดภาพ ออกแบบตัวละคร ของนักเรียนชันมัธยมศึกษาปีที่ 4 โดยการเรียนรู้แบบทางตรง ปีการศึกษา 2567 โรงเรียนอุดรพิทยานุกูล ต าบลหมากแข้ง อ าเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี จ านวน 40 คน พบว่า มีคะแนนการทดสอบหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน แสดงให้เห็นว่าการจัดการเรียนรู้ในลักษณะนี้มี ประสิทธิภาพ เนื่องจากผู้วิจัยได้แจ้งวัตถุประสงค ของบทเรียนอย่างชัดเจน รวมถึงอธิบายระดับ พฤติกรรมการเรียนรู้ที่คาดหวังแก่นักเรียนก่อนเริ่มการเรียนการสอน ทั้งนี้ ผู้วิจัยได้ตรวจสอบความ


22 เข้าใจของนักเรียนตามวัตถุประสงค หากนักเรียนมีข้อสงสัยหรือไม่เข้าใจ ผู้วิจัยจะอธิบายเพิ่มเติม พร้อมทั้งยกตัวอย่างประกอบเพื่อเสริมความเข้าใจให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ระหว่างการเรียนรู้ ผู้วิจัยให้ค าแนะน าและแก้ไขข้อผิดพลาดให้นักเรียนโดยใช้ตัวอย่างเพิ่มเติม จากนั้นเปิดโอกาสให้นักเรียนลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง โดยผู้วิจัยคอยสังเกตการณ อยู่ห่าง ๆ พร้อม ประเมินผลการเรียนรู้ของนักเรียนจากความส าเร็จและข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้น นอกจากนี้ยังให้ข้อมูล ป้อนกลับ เพื่อให้นักเรียนแก้ไขจุดที่ยังผิดพลาด หลังจากการเรียนรู้ นักเรียนสามารถปฏิบัติได้ถูกต้อง ตามที่ก าหนดและมีความพึงพอใจในผลงานของตนเอง ในขั้นสุดท้าย ผู้วิจัยได้ปล่อยให้นักเรียนปฏิบัติงานและศึกษาเพิ่มเติมด้วยตนเองอย่างอิสระ เพื่อ ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค และความช านาญที่ยั่งยืน ด้วยแนวทางดังกล่าว ท าให้นักเรียนจ านวนมาก มีคะแนนผลสัมฤทธิ์ผ่านเกณฑ ขั้นต่ าที่ก าหนดไว้อย่างชัดเจน ซึ่งแสดงถึงความส าเร็จของการจัดการ เรียนรู้แบบทางตรงในบทเรียนนี้ ข้อเสนอแนะ ผู้วิจัยได้พิจารณาและมีข้อเสนอแนะดังนี้ 1) ควรมีตัวอย่างที่หลายหลายไม่เน้นตัวอย่างที่เจาะจงตามเพศใดเพศหนึ่งเพียงอย่างเดียว มั่น ศึกษาข้อมูลใหม่ ๆ ตามยุคสมัยให้สอดคล้องกับเนื้อหาและอายุของนักเรียนมากขึ้น 2) ควรมีการดูแลนักเรียนอย่างทั่วถึงมากขึ้น เนื่องจากมีนักเรียนจ านวนมากจึงอาจท าให้การให้ ค าแนะน านักตกหล่นได้ ควรเช็คนักเรียนด้วยว่าขาดเหลืออุปกรณ อะไรอีกบ้าง แล้วจึงช่วยเหลือให้ หยิบยืมอุปกรณ บางส่วนในห้องเรียนได้


23 บรรณานุกรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก. (ม.ป.ป.). เอกสารอิเล็กทรอนิกส์: การออกแบบการ สอน. สืบค้นจาก https://arit.rmutto.ac.th/e-book/admin/book_file/125bookfile.pdf มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา. (ม.ป.ป.). หน่วยที่ 3 การออกแบบตัวละคร. สืบค้นจาก https://elcca.ssru.ac.th/somtop_ke/pluginfile.php/248/mod_resource/content/ 1/Unit3การออกแบบตัวละคร.pdf โรงเรียนน้ าสวยวิทยา. (ม.ป.ป.). รูปแบบการเรียนการสอนทางตรง (Direct Instruction). สืบค้นจาก http://namsuaywittaya.ac.th/news-detail__39210 โรงเรียนแม่ใจวิทยาคม. (2563). กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ. สืบค้นจาก https://www.mkj.ac.th/wp-content/uploads/2020/08/กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ.pdf สไลด แชร (Slideshare). (ม.ป.ป.). การออกแบบตัวละคร. สืบค้นจาก https://www.slideshare.net/ssusera6abf5/ss-57972409 ส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (ม.ป.ป.). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. สืบค้นจาก https://www.act.ac.th/document/curriculum/6.pdf GotoKnow. (ม.ป.ป.). รูปแบบการเรียนการสอนทางตรง (Direct Instruction). สืบค้นจาก https://www.gotoknow.org/posts/488195 GotoKnow. (ม.ป.ป.). รูปแบบการเรียนการสอนทางตรง (Direct Instruction). สืบค้นจาก https://www.gotoknow.org/posts/677673 InTarumphun. (ม.ป.ป.). รายงานการวิจัย. สืบค้นจาก http://www.intarumphun.com/dockkk/research/28.pdf Parnzyis. (2561). รูปแบบการเรียนการสอนทางตรง (Direct Instruction). สืบค้นจาก https://parnzyis.blogspot.com/2018/02/51.html


24 ภาคผนวก


25 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ (ทัศนศิลป์) ชั้นมัธยมศึกษาที่ 4 เรื่อง การวาดภาพการ์ตูนสร้างสรรค์ เวลา 50 นาที มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ศ 1.1 สร้างสรรค งานทัศนศิลป์ตามจินตนาการและความคิดสร้างสรรค วิเคราะห วิพากษ วิจารณ คุณค่างานทัศนศิลป์ถ่ายทอดความรู้สึกความคิดต่องานศิลปะอย่างอิสระ ชื่นชม และ ประยุกต ใช้ในชีวิตประจ าวัน ตัวชี้วัด ศ 1.1 ม.4-6/11 สาระส าคัญ การวาดภาพการ ตูน เป็นศิลปะที่นอกจากจะแสดงถึงจินตนาการของผู้วาดแล้ว ยังเป็นผลงานที่ สามารถใช้ในการถ่ายทอดความคิดเห็นของผู้วาดเกี่ยวกับเรื่องต่าง ๆ ได้ จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. ผู้เรียนสามารถอธิบายความหมายของการวาดภาพการ ตูนได้ (K) 2. ผู้เรียนสามารถวาดภาพการ ตูนได้ (P) 3. ผู้เรียนเห็นคุณค่าในผลงานที่สร้างสรรค ด้วยตนเอง (A) สาระการเรียนรู้ การวาดภาพการ ตูน สมรรถนะหลัก 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 3. ความสามารถในการใช้ชีวิต คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. มีวินัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการท างาน


26 การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นน าเข้าสู่บทเรียน 1.ครูทักทายนักเรียน สอบถามนักเรียนเรื่องทั่วไป เพื่อให้นักเรียนผ่อนคลายและเตรียมตัวเข้าสู่ บทเรียน ขั้นจัดการเรียนรู้ 1.ครูถามค าถามนักเรียนเรื่องตัวละครที่นักเรียนชื่นชอบเพื่อโน้มน้าวให้นักเรียนสนใจในบทเรียน 2. นักเรียนตอบค าถามครูเรื่องตัวละครที่นักเรียนชื่นชอบมาคนละ 1 ตัวละคร 3.นักเรียนดูสไลด บรรยายความหมายของการ ตูนและการวาดภาพการ ตูนประเภทต่าง ๆ เพื่อให้ เกิดแรงบันดาลใจ และความเข้าใจในบทเรียนมากยิ่งขึ้น ขั้นสรุป 1.ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนสอบถามเพิ่มเติมได้ และชี้แนะแนวทางในการวาดภาพการ ตูนให้กับ นักเรียน สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 1. สื่อ 1.1 Power point 1.2 ใบกิจกรรม 2. แหล่งการเรียนรู้ 2.1 ห้องเรียน 2.2 ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในโรงเรียน 2.3 ห้องสมุด 2.4 อินเตอร เน็ต


27 การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ วิธีการวัดและ ประเมินผล เครื่องมือการวัดและ ประเมินผล เกณฑ์การวัด ด้านความรู้ (K) ตอบค าถามใน ห้องเรียน ค าถาม ระดับคุณภาพ 2 ผ่าน เกณฑ ด้านทักษะ/ กระบวนการ (P) ตรวจผลงาน ผลงาน ระดับคุณภาพ 2 ผ่าน เกณฑ ด้านคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยม (A) สังเกตจากพฤติกรรม แบบสังเกตุพฤติกรรม ระดับคุณภาพ 2 ผ่าน เกณฑ เกณฑ์การให้คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสมบูรณ ชัดเจน ให้ 4 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมมีข้อบกพร่องบางส่วน ให้ 3 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมมีข้อบกพร่องเป็นส่วนใหญ่ ให้ 2 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมมีข้อบกพร่องมาก ให้ 1 คะแนน


28 บันทึกหลังสอน 1.ปัญหาที่เกิดขึ้น ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2.วิธีการแก้ปัญหา ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3.ผลการแก้ปัญหา ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ……………………………… (……...…….....……….………) ครูผู้สอน ..………/.…….../………. ความคิดเห็นของครูพี่เลี้ยง ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ………..………..……………… (……...…….....……….………) ครูพี่เลี้ยง ..………/.…….../………. ความคิดเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระศิลปะ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ………..………..…………… (……...…….....……….………) หัวหน้ากลุ่มสาระศิลปะ ..………/.…….../……….


Click to View FlipBook Version