The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

6240308135นางสาวอุมาพร-กันกระโทก-1

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Gittima Khamsuk, 2022-10-11 07:26:54

6240308135นางสาวอุมาพร-กันกระโทก-1

6240308135นางสาวอุมาพร-กันกระโทก-1

รายงาน
เรื่อง การจัดการความรู้เพื่อการพัฒนาสังคม



จัดทำโดย
นางสาวอุมาพร กันกระโทก
รหัสนักศึกษา 6240308135



เสนอ
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กนกพร ฉิมพลี



รายงานเล่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชาการจัดการความ

รู้เพื่อการพัฒนาสังคม รหัสวิชา219331
มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา

คำนำ

รายงานเล่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชาการจัดการความรู้เพื่อการพัฒนาสังคม รหัสวิชา
219331 เพื่อให้ได้ศึกษาหาการประเมินผลมุ้งเน้นการพัฒนาทักษะ การค้นคว้าข้อมูล
ทำให้เกิดการเรียนรู้สามรถนำทักษะไปประยุกต์ใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และได้ศึกษา
อย่างเข้าใจเพื่อเป็นประโยชน์กับการเรียน

ผู้จัดทำหวังว่า รายงานเล่มนี้จะเป็นประโยชน์กับผู้อ่าน หรือ นักศึกษาที่กำลังหา
ข้อมูลเรื่องนี้อยู่ หากมีข้อแนะนำหรือข้อผิดพลาดประการใด ผู้จัดทำขอน้อมรับไว้และ
ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย

ผู้จัดทำ
นางสาวอุมาพร กันกระโทก

สารบัญ ก

คำนำ 1
สารบัญ 2
1. จงอธิบายกระบวนการเกิดความรู้ 3
พร้อมยกตัวอย่างประกอบเพื่อสังเคราะห์ 4
กระบวนการเกิดความรู้ของตนเอง อย่างละเอียด
2. กระบวนการสร้างความรู้ หรือ 5
SECI Model มีลักษณะเป็นอย่างไร
และท่านมีแนวทางการสร้าง
ความจาก Model ดังกล่าวได้อย่างไรบ้าง
3. จงวิเคราะห์กระบวนการจัดการความรู้
โดยอธิบายว่าแตกต่างระหว่างกระบวนการ
จัดการความรู้ที่ประยุกต์ใช้ในภาคองค์กร
และกระบวนการจัดการความรู้ในชุมชน
อย่างละเอียด
4.ในฐานะที่ท่านเป็นนักพัฒนานักสังคม
จงอธิบายแนวทางการจัดการความรู้เพื่อ
การพัฒนาบัณฑิตสาขาวิชาการพัฒนาสังคม
ในอนาคต ว่าควรมีรูปแบบ/แนวทางเป็นอย่างไร
ที่จะส่งผลให้บัณฑิตสาขาวิชาการพัฒนาสังคม
เป็นบัณฑิตที่มีคุณภาพ
บรรณานุกรม

1

1. จงอธิบายกระบวนการเกิดความรู้ พร้อมยกตัวอย่างประกอบ
เพื่อสังเคราะห์กระบวนการเกิดความรู้ของตนเอง อย่างละเอียด

1.ข้อมูล (Data) คือ ข้อเท็จจริงต่างๆ โดยเป็นข้อมูลดิบหรือตัวเลขต่างที่ไม่ผ่านการแปล
ความหรือตีความแต่อย่างใด
2.สารสนเทศ (Information)คือข้อมูลที่ผ่านกระบวนการวิเคราะห์ สังเคราะห์ เพื่อนำ
มาใช้ในการตัดสินใจโดยมีบริบทที่เกิดจากความเชื่อ ความคิดหรือประสบการณ์ของผู้ใช้
สารสนเทศนั้น โดยมักอยู่ในรูปข้อมูลที่วัดได้ จับต้องได้
3.ความรู้ (Knowledge) คือ สารสนเทศที่ผ่านกระบวนการคิดเปรียบเทียบ เชื่อมโยง
กับความรู้อื่น ๆ

การรวบรวมองค์ความรู้ที่กระจัดกระจายอยู่ในตัวบุคคล เอกสาร องค์การ หรือ
ชุมชน มาจัดระเบียบ พัฒนา แล้วจัดเก็บให้อย่างระบบ เพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึง
ความรู้ พัฒนาตนเองให้เป็นผู้รู้ และนำไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานให้เกิด
ประสิทธิภาพและประสิทธิผล เป็นแนวทางการบริหารองค์การให้เกิดวัฒนธรรมแห่งการ
เรียนรู้ การต่อยอดความรู้ การแบ่งปันภูมิปัญญา และการนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์
ภายในชุมชนหรือองค์การ เพื่อความได้เปรียบทางการแข่งขันและสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ

ตัวอย่างคือการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เป็นปัจจัยที่ส่งผลให้เกิด องค์ความรู้ใหม่ต่อ ได้
รับการแลกเปลี่ยนเป็นสิ่งที่ทำให้เกิด นวัตกรรม การต่อยอดแนวคิด ทีส่งผลให้สำเร็จใน
กิจกรรมนั้นๆ สำเร็จการแลกเปลี่ยนเรียนรู้นั้น ส่งผลให้เกิดความเข้าใจ สร้างแรงจูงใจ
และแบ่งปันประสบกาณ์ที่ดี มีประเด็นที่สนใจตรงกัน ในมุมมองของฉันไม่มีการเรียนรู้ใด
ที่เป็นสูตรสำเร็จตายตัว ทุกอย่างสามารถนำมาประยุกต์ได้ สามารถทำความเข้าใจได้

2

อ2.ย่ากงรไะรบวแนลกะาทร่าสนร้ามีงแคนววาทมารู้งกหารืรอสSร้าEงCคIวMามoจdาeกl มีMลักoษdณelะเปด็ันง
กล่าวได้อย่างไรบ้าง

กระบวนในการสร้างความรู้ใหม่อย่างต่อเนื่องการเผยแพร่ความรู้อย่างทั่วถึง โดย
ความรู้สามารถเปลี่ยนสถานะได้ตลอดเวลาขึ้นอยู่กับสถานการณ์ซึ่งจะทำให้เกิดความรู้
ใหม่ โดยผ่านกระบวนการความรู้ หรือ SECI Model ซึ่งมีการประกอบที่สำคัญ 4
ประการ (Nonaka and Takeuechi, 1995 ) สรุปได้ดังนี้
1) การสร้างปฏิสัมพันธ์ทางสังคม (Socialization) คือ การสร้างความรู้แบบฝังลึก เป็น
ความรู้แบบฝังลึกโดยการแลกเปลี่ยนประสบการณ์อันเนื่องมาจากสิ่งแวดล้อมเดียวกัน
โดยการฝึกอบรม
2) การปรับเปลี่ยนสู่ภายนอก (Externalization) คือ การพูดหรือบรรยายความรู้แบบฝัง
ลึกให้เป็นความรู้ชัดแจ้งจะช่วยให้สามารถมองเห็นภาพได้ง่ายขึ้น ซึ่งกระบวนการนี้นับว่า
เป็นหัวใจสำคัญของกระบวนการสร้างความรู้
3) การผสมผสาน (Combination) คือ การรวบรมความรู้ชัดแจ้งให้เป็นความรู้ที่ขยายวง
กว้างออกไป โดยการรวมหรือบูรณการองค์ความรู้หรือสังเคราะห์ความรู้ที่มีอยู่เพื่อให้เกิด
ความรู้ใหญ่ขึ้นมาเข้าไว้ด้วยกันเพื่อให้เป็นระบบและชัดเจน ซึ่งความรู้ที่นำมารวมกันนี้เกิด
จากการแลกเปลี่ยนของบุคคลเป็นหลัก
4) การปรับเปลี่ยนสู่ภายใน (Internation) คือ การสร้างความรู้แบบชัดแจ้งให้เป็นความรู้
แบบฝังลึก โดยศึกษาจากความรู้ที่ได้เขียนไว้ในคู่มือ เอกสารเรียนรู้ของแต่ละบุคคลที่เกิด
จากการนำความรู้ไปปฏิบัติกลับไปเป็นความรู้โดยนัยที่ฝังอยู่ในบุคคลนั้นๆ

3

3. จงวิเคราะห์กระบวนการจัดการความรู้ โดยอธิบายว่าแตกต่าง
ระหว่างกระบวนการจัดการความรู้ที่ประยุกต์ใช้ในภาคองค์กร และ
กระบวนการจัดการความรู้ในชุมชน อย่างละเอียด

ประพนธ์ ผาสุกยืด (2548)กระบวนการจัดการความรู้ที่ประยุกต์ใช้ในภาค
องค์การเป็นการรวบรวมและถ่ายทอดความรู้ของบุคลากรการผสมผสานและ
หาความสัมพันธ์ของข้อมูลจากแหล่งต่างๆ เพื่อสร้างองค์ความรู้ใหม่การถ่ายทอด
ความรู้ที่ป็นประโยชน์ ระหว่างหน่วยงานกับผู้เรียน ลูกค้ากลุ่มอื่น ผู้ส่งมอบ คู่ความ
ร่วมมือทั้งที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการการรวบรวมความรู้และถ่ายทอดความรู้ที่
เป็นประโยชน์ไปใช้ใน การสร้างนวัตกรรมและในกระบวนการวางแผนเชิงกลยุทธ์

ฉลาด จันทรสมบัติ (2548) กระบวนการจัดการความรู้ในชุมชน การรวบรวม
องค์ความรู้ของชุมชน เพื่อเป็นคลังแห่งความรู้และคลังแห่งปัญญา ในการที่จะนำ ไป
ถ่ายทอดแก่ผู้คนใน และนอกชุมชน ด้วยองค์ความรู้ นี้เองจะเป็นพื้นฐานสำ คัญใน
การสร้างความยั่งยืน ตั้งแต่ระดับ ครอบครัว ชุมชน และประเทศชาติ ซึ่งปรับเปลี่ยน
วาทกรรมไปตามบริบทและสถานการณ์ของแต่ละยุคสมัย แต่สิ่งที่ไม่เปลี่ยน คือ การ
ทำงานในพื้นที่ชุมชน โดยมีเป้าหมายเพื่อทำให้ชุมชมเข้มแข็ง พึ่งตนเองได้พัฒนากร
จะสร้างพลังชุมชน และส่งเสริมให้ชุมชนใช้พลังชุมชน ในการพัฒนาชุมชน หรือ
เปลี่ยนแปลงชุมชนให้ดีขึ้นความท้าทาย คือทำอย่างไรชุมชน คนในชุมชนจะยอมปรับ
เปลี่ยนพฤติกรรม ปรับเปลี่ยนวิธีคิด วิธีทำจนถึงขั้นปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต

4

4. ในฐานะที่ท่านเป็นนักพัฒนานักสังคม จงอธิบายแนวทางการ
จัดการความรู้เพื่อการพัฒนาบัณฑิตสาขาวิชาการพัฒนาสังคม ใน
อนาคต ว่าควรมีรูปแบบ/แนวทางเป็นอย่างไรที่จะส่งผลให้บัณฑิต
สาขาวิชาการพัฒนาสังคม เป็นบัณฑิตที่มีคุณภาพ

1.ต้องทำงานอย่างเป็นระบบ
2. สร้างความเชื่อมั่นให้ชุมชน
3.ทำงานกับพื้นที่
4. มีบทบาทรับผิดชอบต่อสังคม
5. เป็นนักคิดเชิงกลยุทธ์
6. พัฒนาชุมชนท้องถิ่นให้เข้มแข็ง
7. มีการศึกษาที่ดีทั้งในระบบและนอกระบบ
8. มีวิสัยทัศน์ก้าวไกล
9. มีทักษะความฉลาดทางอารมณ์
10. เป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้
11. ทำงานให้เกิดผลลัพธ์และผลกระทบต่อสังคมส่วนรวม มีบุคลิกภาพที่ดี
12. ประเมินศักยภาพการทำงานของตนเองอยู่เสมอ
13. มีทักษะความสามารถในการเขียนรายงานที่ดีทักษะมีความสำคัญและจำเป็นอย่าง
ยิ่งในการพัฒนาบัณฑิตให้ตอบสนองทิศทางการพัฒนาประเทศในยุคไทยแลนด์ 4.0 ที่
มุ่งเน้นให้คนไทยมีทักษะความรู้ความสามารถที่รอบด้าน มีวิจารณญาณ ความคิด
สร้างสรรค์ แก้ไปปัญหาแบบมีเหตุและผล มีจิตบริการ ตลอดจนทำงานร่วมกับคนอื่น
ได้อย่างมีความสุข

บรรณานุกรม 5

NonakHao, wI. JaanpdanTeaskeeuCcohmi, pHa.n1i9e9s5C.rTehaeteKtnhoewDleyndagem-cicrseaotfinIngnCoovmatpioann.y:
New York:Oxford University.
ฉลาด จันทรสมบัติ. 2548. การพัฒนารูปแบบการจัดการความรู้ขององค์กรชุมชน.
วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิด การบริหารและพัฒนาการศึกษา
มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
ประพนธ์ ผาสุกยืด. (2548). การจัดการความรู้ (Knowledge managemen).
กรุงเทพฯ: สถาบันส่งเสริมการจัดการความรู้เพื่อสังคม.


Click to View FlipBook Version