๑. ชื่อเรื่องวิจัย การพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ โดยใช้กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ ๒. ชื่อครูผู้วิจัย นางสาวธนสรณ์ บุบผาชาติ ๓. ผลงานวิจัย ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 ๔. ความสำคัญและความเป็นมา ความคิดสร้างสรรค์มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการพัฒนามนุษย์ต่อสังคมและพัฒนาประเทศชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการพัฒนามนุษย์ต่อสังคมและพัฒนาประเทศชาติโดยเฉพาะอย่างยิ่งในโลกปัจจุบันที่มีการ แข่งขันในด้านความคิดในการพัฒนาด้านต่าง ๆ ความคิดสร้างสรรค์เป็นลักษณะการการคิดที่มีคุณค่าต่อบุคคล สังคม และประเทศชาติ ดังนั้นประเทศไทยจึงได้กำหนดให้ความคิดสร้างสรรค์เป็นจุดมุ่งหมายที่สำคัญของการ จัดการศึกษาทุกระดับ เด็กทุกคนมีความคิดสร้างสรรค์อยู่ในตัวเอง ซึ่งขึ้นอยู่กับการเลี้ยงดู ส่งเสริม และปูพื้นฐาน หรือการกระตุ้นให้เด็กเกิดความคิดสร้างสรรค์ เด็กได้รับการส่งเสริมนั้นจะทำให้เป็นคนที่กระตือรือร้นสนใจอยาก รู้อยากเรียน สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างหลากหลาย ซึ่งความิดสร้างสรรค์จะสั่งสมเป็นประสบการณ์ในระยะ ยาว ทำให้สามารถปรับเปลี่ยนตัวเองให้รับมือกับเหตุการณ์ต่าง ๆ ได้ ในเด็กปฐมวัยอายุระหว่าง 5- 6 ปี ความสามารถในการคิดหาคำตอบได้หลายทิศทางนั้นยังมองไม่เห็น ชัดเจน จึงเชื่อมั่นว่าหากเด็กปฐมวัยได้รับการส่งเสริมให้ปฏิบัติกิจกรรมต่าง ๆ อย่างเหมาะสม เด็กปฐมวัยจะ สามารถพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ ได้เต็มศักยภาพและพร้อมที่จะสร้างสรรค์ต่อไปได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัด กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์สำหรับนักเรียนชั้นอนุบาล เพื่อเป็นการส่งเสริมพัฒนาการให้เด็กมีความพร้อมทั้ง 4 ด้าน คือด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา กิจกรรมศิลปะเป็นอีกกิจกรรมที่ครูอนุบาลจะต้องจัดให้แก่ เด็กอนุบาลได้ปฏิบัติเป็นประจำทุกวัน เพราะกิจกรรมศิลปะเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้เด็กได้แสดงออกทาง อารมณ์ ความรู้สึก ความคิดสร้าวสรรค์และจินตนาการโดยใช้กระบวนการทางศิลปะ ที่เด็กได้ฝึกฝนและคิด สร้างสรรค์ผลงานออกมา จากที่กล่าวมาข้างต้น ผู้วิจัยจึงพัฒนากิจกรรมศิลปะที่พัฒนาความคิดสร้างสรรค์ของเด็กปฐมวัย เนื่อง ด้วยความคิดสร้างสรรค์เป็นความสามารถในการคิดหาคำตอบได้หลายทิศทางนั้น ยังมองไม่ชัดเจน จึงได้มุ่งวัดใน ด้านนี้ ซึ่งผู้วิจัยเชื่อมั่นว่าหากนักเรียนระดับปฐมวัยได้รับการส่งเสริมให้ปฏิบัติกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์อย่าง เหมาะสม จะสามารถพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ได้เต็มศักยภาพแบะพร้อมที่จะสร้างสรรค์ประโยชน์ต่อสังคม ต่อไป ๕. วัตถุประสงค์ของการวิจัย 1. เพื่อพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ของเด็กปฐมวัย 2. เพื่อเปรียบเทียบตวามคิดสร้างสรรค์ของเด็กปฐมวัยก่อนและหลังเรียนด้วยการใช้โดยใช้กิจกรร ศิลปะ สร้างสรรค์ ๖. กรอบแนวคิดการวิจัย ในการวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยใช้กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์เพื่อพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ของเด็กปฐมวัย
๗. วิธีดำเนินการวิจัย 1. วิเคราะห์หลักสูตรศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560 และหลักสูตรสถานศึกษาศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก บ้านห้วยน้ำเย็น พุทธศักราช 2565 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2564 2. ปรับปรุงหน่วยการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ และแผนการจัดการเรียนรู้ที่ส่งเสริมความคิด สร้างสรรค์ 3. เปิดชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) โดยร่วมกับครูปฐมวัย ร่วมกันออกแบบกิจกรรมศิลปะ/ สร้างสรรค์ที่เหมาะกับผู้เรียน และเข้าไปสังเกตการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ช่วยกันตรวจสอบความถูกต้องในเนื้อหา การจัดกิจกรรมการเรียนการสอน การใช้สื่อการเรียนการสอน การจัดการชั้นเรียน แบบสังเกตพฤติกรรม พร้อมทั้ง เสนอแนะ และสะท้อนผลการจัดกิจกรรมเพื่อนำมาปรับปรุง แก้ไขให้ผู้เรียนเกิดการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ให้ เหมาะสมกับบริบท ผู้เรียน และสถานศึกษา 4. ครูผู้สอนนำกิจกรรมมาปรับปรุง แก้ไขตามคำแนะนำของคณะครูปฐมวัย ในโรงเรียนเทศบาลวัด ปากน้ำ 5. ครูผู้สอนสร้างแบบประเมินความคิดสร้างสรรค์ของเด็กปฐมวัยของเด็กปฐมวัยและแบบบันทึกการ ปฏิบัติกิจกรรม โดยตรวจสอบความถูกต้องจากสมาชิกกลุ่ม PLC และปรับปรุงแก้ไขตามคำแนะนำของสมาชิกกลุ่ม PLC 6. นำแบบประเมินความคิดสร้างสรรค์ทดลองและกิจกรรมที่ออกแบบใช้กับผู้เรียน เพื่อปรับปรุง แบบทดสอบอีกครั้ง 7. จัดกิจกรรมศิลปะ/สร้างสรรค์เรื่อง การพัฒนาความคิดสร้างสรรค์กับผู้เรียนระดับชั้นอนุบาลปีที่ 3 ( 6-3 ปี ) โดยปรับกิจกรรมให้เหมาะสมกับช่วงวัย ให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติตามแผนการจัดประสบการณ์จำนวน 4 สัปดาห์ ๆ ละ 2 วัน ( พฤหัส ศุกร์ ) 8. บันทึกผลการเรียนรู้ของสรุปสารสนเทศของผู้เรียน หากพบผู้เรียนที่ไม่ผ่านการพัฒนา ให้ได้รับการ พัฒนาจนกว่าผู้เรียนจะผ่านเกณฑ์ที่กำหนด 9. สอบถามความพึงพอใจของนักเรียนและผู้ปกครองในการจัดการเรียนการสอนเพื่อนำมาปรับปรุง แก้ไขให้ดีขึ้นกว่าเดิม ตัวแปรอิสระ กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ ตัวแปรตาม ความคิดสร้างสรรค์ 1. ความคิดริเริ่ม 2. ความคิดคล่องแคล่ว 3. ความคิดละเอียดละออ 4. ความคิดยืดหยุ่น
7.1 ประชากรและกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ประชากรที่ศึกษา ประชากรที่ศึกษาวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ เด็กปฐมวัยชาย – หญิง อายุระหว่าง 5 – 6 ปี ที่กําลัง ศึกษาอยู่ชั้น อนุบาล 3 โรงเรียนเทศบาลวัดปากน้ำ เทศบาลนครระยอง อําเภอเมือง จังหวัดระยอง ในภาคเรียนที่ 2 ปี การศึกษา 2565 จํานวน 23 คน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง กลุ่มตัวอย่าง กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ เด็กปฐมวัยชาย – หญิง อายุระหว่าง 5 – 6 ปี ที่ศึกษาอยู่ชั้น อนุบาล 3 โรงเรียนเทศบาลวัดปากน้ำ เทศบาลนครระยอง อําเภอเมือง จังหวัดระยอง ในภาคเรียนที่ 2 ปี การศึกษา 2565 จํานวน 23 คน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง 7.2 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 1. เครื่องมือที่ใช้ในการทดลองครั้งนี้ ประกอบด้วยแผนการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์เพื่อพัฒนา ความคิดสร้างสรรค์จำนวน 8 แผน ได้แก่ แผนการจัดกิจกรรมสัปดาห์ที่ 1 แผนที่ 1 ระบายสีสวยงาม แผนการจัดกิจกรรมสัปดาห์ที่ 1 แผนที่ 2 พิมพ์ภาพจากวัสดุ แผนการจัดกิจกรรมสัปดาห์ที่ 2 แผนที่ 1 ทะเลแสนสวย แผนการจัดกิจกรรมสัปดาห์ที่ 2 แผนที่ 2 ฉีกปะภาพโรงเรียน แผนการจัดกิจกรรมสัปดาห์ที่ 3 แผนที่ 1 สร้างสรรค์ภาพ แผนการจัดกิจกรรมสัปดาห์ที่ 3 แผนที่ 2 ปั้นหรรษา แผนการจัดกิจกรรมสัปดาห์ที่ 4 แผนที่ 1 นิ้วมือแปลงร่าง แผนการจัดกิจกรรมสัปดาห์ที่ 4 แผนที่ 2 พู่กันสร้างภาพ 2. แบบประเมินความคิดสร้างสรรค์ของเด็กปฐมวัย ก่อนและหลังการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ 7.3 การสร้างและการหาคุณภาพเครื่องมือ ขั้นตอนการสร้างเครื่องมือ 1. แผนการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์เพื่อพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ของเด็กปฐมวัยชั้นอนุบาล 3 จำนวน 8 แผน ขั้นตอนการสร้างเครื่องมือ 1. วิเคราะห์หลักสูตรศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560 และหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนเทศบาลวัด ปากน้ำ
2. ปรับปรุงหน่วยการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ และแผนการจัดการเรียนรู้ที่ส่งเสริมความคิด สร้างสรรค์ 3. เปิดชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) โดยร่วมกับครูปฐมวัย ร่วมกันออกแบบกิจกรรมศิลปะ/ สร้างสรรค์ที่เหมาะกับผู้เรียน และเข้าไปสังเกตการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ช่วยกันตรวจสอบความถูกต้องในเนื้อหา การจัดกิจกรรมการเรียนการสอน การใช้สื่อการเรียนการสอน การจัดการชั้นเรียน แบบสังเกตพฤติกรรม พร้อมทั้ง เสนอแนะ และสะท้อนผลการจัดกิจกรรมเพื่อนำมาปรับปรุง แก้ไขให้ผู้เรียนเกิดการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ให้ เหมาะสมกับบริบท ผู้เรียน และสถานศึกษา 4. ผู้วิจัยนำกิจกรรมมาปรับปรุง แก้ไขตามคำแนะนำของคณะครูปฐมวัย 2. แบบประเมินความคิดสร้างสรรค์ของเด็กปฐมวัย ขั้นตอนการสร้างเครื่องมือ (1) ศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการสร้างแบบประเมินความสร้างสรรค์ของเด็กปฐมวัย (2) สร้างแบบประเมินการสังเกตความคิดสร้างสรรค์ของเด็กปฐมวัย โดยเป็นสังเกตบันทึกในรูปแบบ ของการประเมินเพื่อให้คะแนน 2 1 และ 0 ตามคิดสร้างสรรค์ที่เด็กแสดงออก ซึ่งแบบบันทึกการประเมิน ความคิดสร้างสรรค์ก่อนและหลังการจัดกิจกรรมจะประกอบด้วย รายการที่ประเมิน 4 รายการ 2.5 ครูผู้สอนสร้างแบบบันทึกการประเมินคิดสร้างสรรค์ของเด็กปฐมวัยและแบบบันทึกการปฏิบัติ กิจกรรม โดยตรวจสอบความถูกต้องจากสมาชิกกลุ่ม PLC และปรับปรุงแก้ไขตามคำแนะนำของสมาชิกกลุ่ม PLC 2.6 นำบันทึกคิดสร้างสรรค์ของเด็กปฐมวัย ทดลองและกิจกรรมที่ออกแบบใช้กับผู้เรียน เพื่อปรับปรุง แบบทดสอบอีกครั้ง 7.4 การเก็บรวบรวมข้อมูล การเก็บรวบรวมข้อมูล ผู้วิจัยได้ดําเนินการทดลองด้วยตนเองตามขั้นตอน ดังนี้ 1. หลังจากสมาชิกกลุ่ม PLC ได้ร่วมกันตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือการวิจัย นำผลที่ได้มาวิเคราะห์ หาค่า IOC 2. เก็บข้อมูลก่อนการทดลอง โดยให้เด็กทำกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ก่อนให้เด็กทำกิจกรรมการตาม แผนในหน่วยการเรียนรู้ เพื่อทดสอบความคิดสร้างสรรค์บเด็กปฐมวัย สังเกตทำกิจกรรม โดยใช้แบบบันทึการ ประเมินก่อนการจัดกิจกรรม 3. ผู้วิจัยทดลองกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์สำหรับเด็กปฐมวัย โดยใช้กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์จำนวน 8 แผน สัปดาห์ละ 2 วัน (พฤหัสบดีศุกร์ ) วันละ 30 นาที ดังนี้ ตารางที่ 1 การจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์(บูรณาการเข้ากับหน่วยการเรียนรู้ในสัปดาห์) สัปดาห์ที่ วัน กิจกรรม 1 พฤหัสบดี ระบายสีสวยงาม
สัปดาห์ที่ วัน กิจกรรม ศุกร์ พิมพ์ภาพจากวัสดุ 2 พฤหัสบดี ทะเลแสนสวย ศุกร์ ฉีกปะภาพโรงเรียน 3 พฤหัสบดี สร้างสรรค์ภาพ ศุกร์ ปั้นหรรษา 4 พฤหัสบดี นิ้วมือแปลงร่าง ศุกร์ พู่กันสร้างภาพ 4. ผู้วิจัยประเมินความคิดสร้างสรรค์โดยใช้แบบประเมินความคิดสร้างสรรค์ 5. เมื่อผู้วิจัยจัดกิจกรรมครบตามระยะเวลาที่กําหนด ผู้วิจัยทําการประเมินหลังการจัดกิจกรรมอีกครั้ง โดยใช้แบบประเมินความคิดสร้างสรรค์สำหรับเด็กปฐมวัยชุดเดียวกันกับที่ใช้ประเมินก่อนการจัดกิจกรรม 6. เมื่อได้คะแนนจากการบันทึกการประเมินความคิดสร้างสรรค์ของเด็กปฐมวัยก่อนและหลังการจัด กิจกรรมแล้ว 7. เขียนรายงานการวิจัย เพื่อสรุปผลการวิจัย ๗.5 การวิเคราะห์ข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล ผู้วิจัยดำเนินการวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติพื้นฐาน ได้แก่ ความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ( Mean ) ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) ๘. ผลการวิจัย ผลการวิเคราะห์ข้อมูล 1. ผลการวิเคราะห์ข้อมูลความคิดสร้างสรรค์ของเด็กปฐมวัยระหว่างก่อน และหลังการจัดกิจกรรมศิลปะ สร้างสรรค์ดังตารางที่ 4.1 ตารางที่ 2 ผลการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ก่อนและหลังที่ได้รับการจัดกิจกรรม ผลการวิเคราะห์ตามตารางที่ 1 พบว่า ความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก ก่อนทดลอง หลังทดลอง 1. ด้านความคิดริเริ่ม 3 8 2. ด้านความคิดคล่องแคล่ว 5 7 3. ด้านความคิดละเอียดละออ 2 7 4. ด้านความคิดยืดหยุ่น 2 10 รวม 12 32 คิดเป็นร้อยละ 30.00 85.00
เด็กปฐมวัยระดับชั้นอนุบาลปีที่ 3 ( 5-6 ปี ) ที่ได้รับการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์มีคะแนนความคิด สร้างสรรค์หลังการทดลองสูงกว่าก่อนการทดลอง โดยก่อนการทดลองมีค่าร้อยละของคะแนน เท่ากับ 30 และ หลังการทดลองมีค่าร้อยละของคะแนน เท่ากับ 85 ตารางที่ 3 ผลการวิเคราะห์คะแนนความคิดสร้างสรรค์ของเด็กปฐมวัยโดยการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ แยก เป็นรายด้าน ความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก ก่อนจัดกิจกรรม หลังจัดกิจกรรม Mean S.D. Mean S.D. 1. ด้านความคิดริเริ่ม 0.6 0.54 1.8 0.44 2. ด้านความคิดคล่องแคล่ว 0.8 0.44 1.4 0.54 3. ด้านความคิดละเอียดละออ 0.4 0.54 1.4 0.54 4. ด้านความคิดยืดหยุ่น 0.4 0.54 2 0 รวม 3.2 2.06 8.6 1.52 จากตาราง 3 พบว่า คะแนนเฉลี่ยความคิดสร้างสรรค์ทั้ง 4 ด้านของเด็ก อนุบาลระดับชั้นปีที่ 3 ( อายุ 5-6 ปี ) ที่ได้รับการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์สูงกว่าก่อนการจัดกิจกรรมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ ระดับ .01 แยกรายด้าน ดังนี้ ด้านความคิดริเริ่มมีคะแนนเฉลี่ยก่อนการวิจัยเท่ากับ 0.6 หลังการวิจัยเท่ากับ 1.8 และ ส่วนเบี่ยงเบน มาตรฐานก่อนการวิจัยเท่ากับ 0.54 หลังการวิจัยเท่ากับ 0.44 ด้านความคิดยืดหยุ่นมีคะแนนเฉลี่ยก่อนการวิจัยเท่ากับ 0.8 หลังการวิจัยเท่ากับ 1.4 และ ส่วนเบี่ยงเบน มาตรฐานก่อนการวิจัยเท่ากับ 0.44 หลังการวิจัยเท่ากับ 0.54 ด้านคิดละเอียดละออมีคะแนนเฉลี่ยก่อนการวิจัยเท่ากับ 0.4 หลังการวิจัยเท่ากับ 1.4 และส่วนเบี่ยงเบน มาตรฐานก่อนการวิจัยเท่ากับ 0.54 หลังการวิจัยเท่ากับ 0.54 ด้านความคิดยืดหยุ่นมีคะแนนเฉลี่ยก่อนการวิจัยเท่ากับ 0.4 หลังการ วิจัยเท่ากับ 2 และส่วนเบี่ยงเบน มาตรฐานก่อนการวิจัยเท่ากับ 0.54 หลังการวิจัยเท่ากับ 0.00 9. สรุปและอภิปรายผล จากการวิจัย สรุปได้ดังนี้ ตอนที่ 1 การพัฒนาคิดสร้างสรรค์ของเด็กปฐมวัยโดยการจัด กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ โดยรวม พบว่า กลุ่มเป้าหมายจำนวน 5 คน มีคะแนนเฉลี่ยหลังการทดลอง สูงกว่าก่อนการทดลอง คิดเป็นร้อยละ 50 โดยก่อน การทดลองมีค่าร้อยละของคะแนน 34 และหลัง การทดลองมีค่าร้อยละของคะแนน 84 ตอนที่ 2 การเปรียบเทียบคิดสร้างสรรค์ของเด็กปฐมวัยโดยใช้กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ก่อนและหลังการ ทดลอง รายด้าน ก่อนและหลังการทดลอง พบว่า ด้านการ ความคิดยืดหยุ่น มีคะแนนเฉลี่ยหลังการวิจัยสูงกว่า ก่อนการวิจัย เท่ากับ 1.6 คะแนน สูงเป็นอันดับ 1 ด้านความคิดริเริ่ม มีคะแนนเฉลี่ยหลังการวิจัยสูงกว่าก่อนการ
วิจัย เท่ากับ 1.2 คะแนนสูงเป็นอันดับ 2 ด้านความคิดละเอียดละออและความคิดยืดหยุ่น มีคะแนน เฉลี่ยหลัง การวิจัยสูงกว่าก่อนการวิจัยเท่ากันคือ เท่ากับ 1.00 คะแนน อภิปรายผล การวิจัยครั้งนี้ มีจุดมุ่งหมายเพื่อพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัด กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ ผลการวิจัยพบว่า ความคิดสร้างสรรค์ของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมศิลปะ สร้างสรรค์หลังการทดลองเพิ่มขึ้น คิดเป็นร้อยละ 50 ซึ่งสอดคล้องกับสมมติฐานที่ตั้งไว้แสดงให้เห็นว่าการจัด กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ ก่อให้เกิดผลในการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ซึ่งสอดคล้องกับ ผกากานต์ น้อมเนียม (2556) กล่าวว่า ความคิดสร้างสรรค์มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อเด็ก กล่าวคือ ความคิดสร้างสรรค์เป็นความคิดที่มี ความสำคัญต่อการส่งเสริมตัวเด็กให้มีความสมบูรณ์ เนื่องจากความคิดสร้างสรรค์เป็นต้นเหตุของลักษณะพึง ประสงค์ของเด็กนับตั้งแต่การเป็นผู้มีอารมณ์สุนทรีมองโลกในแง่ดี ใฝ่เรียนรู้ ชอบการค้นคว้าทดลอง มีความคิด ริเริ่ม ภาคภูมิใจและมั่นใจในตนเอง ลักษณะเช่นนี้เกิดขึ้นเมื่อเด็กได้รับประสบการณ์ที่สร้างสรรค์ (Creative experience) จากผู้ใหญ่ที่อยู่รอบๆ ตัวเขา มันอาจเป็นผลของความคิดใหม่ หรือการออกแบบใหม่ มันอาจเป็น เหตุของการวางแผนที่ดีกว่าเพื่อการพัฒนา มันอาจจะแสดงออกมาด้วยตัวของผลิตภัณฑ์ใหม่และมีองค์ประกอบ ที่น่าสนใจ ความคิดสร้างสรรค์เป็นสิ่งที่อยู่ในจิตใจของบุคคล ที่สามารถรับรู้ด้วยอวัยวะรับสัมผัสทั้งห้า เมื่อเด็ก ได้รับการส่งเสริมนั้นจะทำให้เป็นคนที่กระตือรือร้นสนใจอยากรู้อยากเรียน สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่าง หลากหลาย ซึ่งความิดสร้างสรรค์จะสั่งสมเป็นประสบการณ์ในระยะยาว ทำให้สามารถปรับเปลี่ยนตัวเองให้ รับมือกัลป์เหตุการณ์ต่าง ๆ ได้ การพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ของเด็กปฐมวัย หลังการจัดกิจกรรมศิลปะ สร้างสรรค์ พบว่า ด้านการ ความคิด ยืดหยุ่น มีคะแนนเฉลี่ยหลังการวิจัยสูงกว่าก่อนการวิจัย เท่ากับ 1.6 คะแนน สูงเป็นอันดับ 1 ด้านความคิดริเริ่ม มี คะแนนเฉลี่ยหลังการวิจัยสูงกว่าก่อนการวิจัย เท่ากับ 1.2 คะแนนสูงเป็นอันดับ 2 ด้านความคิดละเอียดละออและ ความคิดยืดหยุ่น มีคะแนน เฉลี่ยหลังการวิจัยสูงกว่าก่อนการวิจัยเท่ากันคือ เท่ากับ 1.00 คะแนน ทั้งนี้ เนื่องจาก กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ เป็นกิจกรรมที่เหมาะสมกับความสนใจของเด็ก ช่วยให้เด็กมีความสุข สนุกสนาน และ เพลิดเพลินไปกับการลงมือปฏิบัติจริง อีกทั้งยังเป็นการฝึกกล้ามเนื้อมัดเล็กได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งการจัดกิจกรรมศิลปะ สร้างสรรค์ มีความสอดคล้องกับพัฒนาการและธรรมชาติของเด็กปฐมวัย เด็กได้สัมผัส สื่อวัสดุ การ ประสาน สัมพันธ์ระหว่างมือกับตาให้มีความสัมพันธ์กันจนเกิดความคล่องแคล่วของกล้ามเนื้อมือทั้ง สองข้างมากขึ้น เกิด ความภาคภูมิใจในตนเอง และสามารถปฏิบัติกิจวัตรประจำวันได้ด้วยตนเอง 10. ข้อเสนอแนะในการนำผลการวิจัยไปใช้ 10.1 การกำหนดให้มีกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ที่มีผลต่อการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์เล็กของเด็ก ปฐมวัย ควรให้มีการทำซ้ำบ่อย ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เด็กได้ความคิดสร้างสรรค์มากขึ้น จะทำให้เห็นผลชัดเจนว่า เด็กมีความคิดสร้างสรรค์ที่ดีมากขึ้น 10.2 การจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ ครูควรมีการจัดเตรียมสื่อและอุปกรณ์ให้มีความ หลากหลายและ เพียงพอต่อจำนวนนักเรียน
10.3 ผลการวิจัยที่ได้รับสามารถนำมาเป็นแนวทางในการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา นำผลการวิจัยมา ปรับปรุงการสอนของโรงเรียนให้มีการจัดการเรียนรู้ที่ดียิ่งขึ้น 11. ข้อเสนอแนะในการทำวิจัยครั้งต่อไป 11.1 ควรมีการศึกษาผลของการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์สำหรับเด็กปฐมวัยที่มีผลต่อ พัฒนาการใน ด้านอื่นๆ เช่น พัฒนาการด้านสังคม พัฒนาการด้านการคิดแก้ปัญหา พัฒนาการทางภาษา ฯลฯ 11.2 ในการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ของเด็กปฐมวัย ควรใช้กิจกรรมอื่น ที่นอกเหนือจากกิจกรมศิลปะ สร้างสรรค์ เช่น การทำกิจกรรมพลศึกษา โยน - รับลูกบอล การทำ กิจกรรมเสรี การเล่านิทานฯลฯ
เอกสารอ้างอิง กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). คู่มือหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว. กฤษณา รักนุช. (2560). การพัฒนาชุดกิจกรรมสร้างสรรค์ตามแนวคิดของ Gesell เพื่อพัฒนา ความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กของนักเรียนระดับปฐมวัย. วิทยานิพนธ์ สาขาวิชา หลักสูตรและการสอน.คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์. กุลยา ตันติผลาชีวะ. (2551). การจัดกิจกรรมการเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัย. กรุงเทพมหานคร:เบรน-เบส. คำวัง สมสุวรรณ. (2551). การส่งเสริมพัฒนาการทางด้านกล้ามเนื้อเล็กของเด็กปฐมวัยโดยการจัดกิจกรรม การปั้นดิน. ปริญญานิพนธ์ กศ.ม. (การศึกษาปฐมวัย). กรุงเทพมหานคร บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัย ศรีนครินทรวิโรฒ รวิพร ผ่าด่าน. (2557). ความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมศิลปะ สร้างสรรค์การฉีก ตัด ปะเศษวัสดุ. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโร) Torrance, E. P. (1970). Encouraging Creativity in the Classroom. Dubugue, lowa : William C. Brown. Trilling B. Fadel C. (2015). 21st century skills: Learning for life in our times: Education Review; 2010. [ cited 2015 January 1]. Available from: http://www.edrev.info/ review/rev968.pdf11. Wallach, Michael A. and Kogan Nathan. (1965). Model of Thinking in Young Children. New York : Holt,Rinehartandwinston.