5.4 นักสื่อความหมายท้องถิ่น
มี ไม่มี
5.4.1 เป็นคนในชุมชนและเป็นสมาชิกกลุ่มท่องเที่ยว
รวมทั้งได้รับการยอมรับจากชุมชน
5.4.2 มีคุณสมบัติพื้นฐานของการเป็นนักสื่อความหมายที่ดี
ตรงต่อเวลา มีไหวพริบปฏิภาณ รู้จักการควบคุมอารมณ์
มีการตัดสินใจที่ดี เหมาะสมกับสถานการณ์และ
แก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี
5.4.3 ผ่านการฝึกอบรม/รู้ข้อมูลของชุมชนเป็นอย่างดี
5.4.4 มีทักษะในการสื่อความหมาย นำเสนอได้อย่างน่าสนใจ
ข้อมูลมีความถูกต้องชัดเจน
5.4.5 มีการปฏิบัติตัวอย่างเหมาะสมกับนักท่องเที่ยว
รู้จักกาลเทศะ ไม่มีเรื่องชู้สาว
5.4.6 มีสภาพร่างกายที่พร้อมในการปฏิบัติงาน ไม่อยู่
ในสภาพที่มึนเมา ไม่สบาย มีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์
5.4.7 มีทักษะในการต้อนรับนักท่องเที่ยว การแนะนำ
ให้ข้อมูลเกี่ยวกับชุมชน ข้อมูลกลุ่มท่องเที่ยว
มีการแจ้งให้นักท่องเที่ยวได้ทราบถึงการปฏิบัติตน
ในการท่องเที่ยวในชุมชนและการทำกิจกรรมต่าง ๆ
5.4.8 มีทักษะในการประเมินความพร้อมทางร่างกายและ
จิตใจของนักท่องเที่ยวต่อกิจกรรมที่ทำและสามารถ
ให้คำแนะนำที่เหมาะสม
5.4.9 มีความรู้เรื่องการปฐมพยาบาลเบื้องตัน
5.4.10 มีการแจ้งให้กับนักท่องเที่ยวทราบถึงจุดที่มี
ความเสี่ยงเรื่องความปลอดภัยและข้อควรระวัง
5.4.11 มีการวางแผนและประสานงานกับผู้เกี่ยวข้องล่วงหน้า
5.4.12 มีจำนวนนักสื่อความหมายท้องถิ่นที่เหมาะสม
กับจำนวนนักท่องเที่ยวและกิจกรรมท่องเที่ยว
มีการกำหนดและระบุจำนวนที่แน่นอนในการทำ
กิจกรรมท่องเที่ยวแต่ละครั้ง
45
5.5 เจ้าของบ้าน
มี ไม่มี
5.5.1 มีทักษะการเป็นเจ้าบ้านที่ดี คือ แนะนำตนเอง
สมาชิกในครอบครัวและจุดสำคัญต่าง ๆ
ภายในบ้านพักต่อนักท่องเที่ยว ให้การต้อนรับที่อบอุ่น
มีอัธยาศัยไมตรี แต่งกายสุภาพ ไม่มีเรื่องชู้สาวกับ
นักท่องเที่ยว ไม่ส่งเสียงดังในยามวิกาล คอยดูแล
ความปลอดภัยให้ความช่วยเหลือแก่นักท่องเที่ยว
แนะนำสิ่งที่ควรปฏิบัติและไม่ควรปฏิบัติ
5.5.2 สามารถสร้างการมีส่วนร่วมและแลกเปลี่ยน
เรียนรู้ระหว่างเจ้าบ้านกับนักท่องเที่ยว
5.5.3 สมาชิกในครอบครัวมีความพร้อมและเต็มใจใน
การต้อนรับนักท่องเที่ยว
5.5.4 เจ้าของบ้านพักมีข้อมูลความรู้เกี่ยวกับแนวคิด
การท่องเที่ยวโดยชุมชนและข้อมูลของชุมชนเป็นอย่างดี
46
5.6 การติดต่อประสานงาน
มี ไม่มี
5.6.1 มีผู้ประสานงานชัดเจน ติดต่อได้สะดวก
และมีตัวแทนในกรณีที่ผู้ประสานงานหลัก
ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่หรือติดต่อไม่ได้
5.6.2 มีคุณสมบัติที่ดีของการเป็นผู้ประสานงาน
ยิ้มแย้ม แจ่มใส มีทักษะในการสื่อสารและ
การกระจายข้อมูลถึงผู้ที่เกี่ยวข้อง
5.6.3 มีขั้นตอนการประสานงานที่ชัดเจน
5.6.4 มีอุปกรณ์สื่อสารที่พร้อมใช้งานอยู่เสมอ
5.6.5 มีระบบการจองล่วงหน้า
5.6.6 มีการให้ข้อมูลแก่นักท่องเที่ยวอย่างชัดเจน
ในเรื่องกิจกรรม การบริการ ราคา กติกาของชุมชน
5.6.7 มีการสอบถามข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับนักท่องเที่ยว
เช่น โรคประจำตัว อาหารการกิน เป็นต้น
5.6.8 มีการส่งต่อข้อมูลนักท่องเที่ยวให้กับผู้สื่อ
ความหมายท้องถิ่น เจ้าของบ้าน ฝ่ายยานพาหนะ
รวมถึงผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องอื่น ๆ และติดตามผลการ
ส่งต่อนักท่องเที่ยว
5.6.9 มีข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับชุมชน กลุ่มท่องเที่ยว
นักท่องเที่ยว และมีการจัดเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบ
5.6.10 มีระบบการทำสัญญาร่วมกับพันธมิตร
ทางการตลาด
5.6.11 มีข้อมูลของพันธมิตรต่าง ๆ เช่น หน่วยงาน
บริษัทนำเที่ยว สื่อมวลชน เป็นต้น และจัดเก็บอย่าง
เป็นระบบ
5.6.12 มีคู่มือการท่องเที่ยวแจกหรือจำหน่ายให้กับ
นักท่องเที่ยว
5.6.13 มีการประเมินความพึงพอใจของนักท่องเที่ยว
และจัดเก็บอย่างเป็นระบบ
47
5.7 ความปลอดภัย
มี ไม่มี
5.7.1 กลุ่มท่องเที่ยวมีแผนรองรับความปลอดภัย
ในกรณีเกิดอุบัติเหตุ มีการเตรียมการปฏิบัติงานทั้ง
ในด้านของบุคลากร อุปกรณ์ ยานพาหนะ
5.7.2 กลุ่มท่องเที่ยวมีการวางแผนที่เกี่ยวข้องกับ
ด้านความปลอดภัย เช่น การฝึกอบรม การฝึกซ้อม
ในสถานการณ์จำลอง
5.7.3 มีการทำประกันอุบัติเหตุให้กับนักท่องเที่ยว
5.7.4 กลุ่มการท่องเที่ยวมีการจัดเวรยามดูแลความ
ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของนักท่องเที่ยว
5.7.5 มีเครื่องมือในการสื่อสาร เช่น โทรศัพท์ วิทยุ
และต้องพร้อมใช้งานตลอดเวลา
5.7.6 มีการประสานงานร่วมกับฝ่ายปกครอง
หน่วยงานต่าง ๆ ในชุมชน เช่น สถานีอนามัย
กลุ่ม อปพร. เพื่อวางแผนเรื่องความปลอดภัย
5.7.7 มีข้อตกลงที่เหมาะสมของคนในชุมชนเพื่อ
สร้างความรู้สึกปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว
5.7.8 มีการเตือนนักท่องเที่ยวเกี่ยวกับการเก็บ
รักษาทรัพย์สิน
48
ขั้นที่สอง วิเคราะห์เงื่อนไขข้อจำกัด
นำผลของการประเมินเบื้องต้นนี้ โดยเลือกเอา
เฉพาะข้อที่ปรากฏว่าชุมชนยัง "ไม่มี" มาวิเคราะห์เงื่อนไขและ
ข้อจำกัดว่าทำไมชุมชนถึงยัง "ไม่มี" อะไรคืออุปสรรคและ
เงื่อนไขในการพัฒนาและหากจะพัฒนาให้ปรับเลื่อนขึ้นไปอยู่ใน
สถานะ "มี" นั้น จะต้องทำอย่างไร ใช้กิจกรรมอะไร
ใครจะสามารถช่วยได้บ้าง เพื่อนำข้อสรุปจากการวิเคราะห์เหล่านี้
ไปจัดทำเป็น "แผนงาน" ในการพัฒนากลุ่มได้อย่างเป็นระบบ
ตารางที่ 2.1 ตัวอย่างตารางวิเคราะห์เงื่อนไข/ข้อจำกัด
และแนวทางในการพัฒนา
49
ขั้นที่สาม วัดระดับคุณภาพมีหลักฐานอ้างอิง
การใช้มาตรฐานการท่องเที่ยวโดยชุมชนเป็น
เครื่องมือในการตรวจสอบควบคุมมาตรฐานการจัดการท่อง
เที่ยวของชุมชนนั้น ความถี่ในการประเมินควรทำไม่ต่ำกว่า
ปีละ 1 ครั้ง เพราะนอกจากเครื่องมือการควบคุมมาตรฐานแล้ว
ยังช่วยในการวิเคราะห์หาแนวทางในให้มีคุณภาพที่ดียิ่ง ๆ ขึ้นไป
แต่ทั้งนี้แบบประเมินจะต้องเพิ่มความละเอียดของระดับการวัด
ที่มากกว่า "มี" และ "ไม่มี" ยกตัวอย่างเช่น เพิ่มระดับการวัด
เป็น 4 ระดับ คือ "ปรับปรุง" "พอใช้" "ดี" และ "ดีมาก" เพื่อให้
เห็นว่าในแต่ละข้อนั้นชุมซนมีสถานะอยู่ตรงจุดไหน แล้วนำผล
ของการประเมินนี้เข้าสู่กระบวนการวิเคราะห์เพื่อนำไปสู่แผนใน
การพัฒนาต่อไป
นอกจากนี้ควรมีหลักฐานเชิงประจักษ์ในการยืนยัน
อาทิ ภาพถ่าย บันทึกการประชุม สมุดเยี่ยม เป็นต้น
ส่วนนี้จะเป็นการช่วยให้ชุมชนมีการจัดเก็บข้อมูลและหลักฐาน
อย่างเป็นระบบและพร้อมให้มีการตรวจสอบการประเมินตัวเอง
อย่างสม่ำเสมอจะทำให้ชุมชนรู้สถานะของตัวเองอยู่เสมอ
50
ตารางที่ 2.2 ตัวอย่างตารางประเมินมาตรฐานการท่องเที่ยวโดยชุมชน
51
ขั้นที่สี่ ทำงานกับภาคี
มาตรฐานสามารถที่จะใช้เป็นเครื่องมือในการประเมิน
ความพร้อมด้านการตลาดของชุมชนให้กับผู้ประกอบการได้
การใช้เครื่องมือนี้สามารถนำไปใช้ร่วมกับกระบวนการสำรวจ
ชุมชน (Site Inspection) โดยใช้การประเมินอย่างมีส่วนร่วม
ประเมินจากการจัดการท่องเที่ยวบนสภาพทำงานจริงของชุมชน
การตรวจสอบเอกสารต่าง ๆ รวมไปถึงการพูดคุยแลกเปลี่ยน
วิเคราะห์แก้ไขข้อจำกัดร่วมกันเพื่อให้ได้วิธีการจัดการที่สอดคล้อง
กับบริบทของชุมชนและบรรลุวัตถุประสงค์ตามเกณฑ์มาตรฐาน
ตารางที่ 2.3 ตัวอย่างตารางประเมินสถานะมาตรฐานการท่องเที่ยว
โดยชุมชนเบื้องต้น ในการทำงานร่วมของผู้ประกอบการและชุมชน
52
บทที่ 3
วิธีการใช้มาตรฐานการท่องเที่ยว
โดยชุมชน ในการเป็นเครื่องมือในการพัฒนา
เยอะ ...ใช่ว่าจะยาก
แบบประเมินมาตรฐานการท่องเที่ยว
โดยชุมชน จะต้องมีเนื้อหาครอบคลุม
ความจำเป็นพื้นฐานที่ทางชุมชนจะต้องมี
จึงทำให้รายละเอียดในแต่ละด้านค่อนข้างเยอะ
ในการประเมินแต่ละครั้งอาจจะต้องใช้เวลา
ในการทำแบบประเมินมากวิธีการหนึ่งที่จะ
ช่วยลดระยะเวลาในการประเมินลงคือ
การแบ่งสมาชิกกลุ่มท่องเที่ยวออกเป็นกลุ่ม
ย่อยจำนวน 3-5 กลุ่ม การคละสมาชิกของ
กลุ่มให้กระจายไปอยู่ในกลุ่มต่าง ๆ
บนเงื่อนไขที่ว่าสมาชิกทุกคนต้องรู้ข้อมูลการ
ดำเนินงานของกลุ่มเท่า ๆ กัน
53
เราให้แต่ละกลุ่มทำการประเมินกลุ่มละ 1-2 ด้านเมื่อประเมินเสร็จแล้ว
จึงนำข้อมูลและสาระสำคัญของแต่ละกลุ่มอธิบายรวมกันเพื่อวิเคราะห์
หาเงื่อนไขและข้อจำกัดรวมไปถึงแนวทางในการพัฒนาของกลุ่มต่อไป
ให้การประเมิน... เป็นส่วนหนึ่งในการตรวจสอบตัวเอง
และปรับปรุงข้อบกพร่อง
การประเมินมาตรฐานการท่องเที่ยวโดยชุมชนจะไม่มีประโยชน์
เลยหากทำการประเมินแล้วแต่ชุมชนไม่มีการนำผลที่ได้ไปพัฒนา
ปรับปรุงแก้ไขในการจัดการท่องเที่ยวให้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น ฉะนั้น
หลังการประเมินจะต้องมีการติดตามตรวจสอบว่าสิ่งที่จะต้องปรับปรุง
และพัฒนานั้นได้มีการดำเนินการแล้วหรือไม่ การติดตามตรวจสอบนั้น
อาจอาศัยวาระการประชุมประจำเดือนของกลุ่มเป็นเวทีในการติดตาม
การดำเนินงาน และการประเมินมาตรฐานการท่องเที่ยวโดยชุมชนนั้น
ควรจะต้องมีการประเมินอย่างสม่ำเสมออย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
เพื่อการพัฒนาที่ต่อเนื่องและเป็นเครื่องมือในการควบคุมคุณภาพ
รักษามาตรฐานการดำเนินกิจกรรมท่องเที่ยวของกลุ่มได้และหากกลุ่ม
สามารถถอดบทเรียนการดำเนินงานการพัฒนามาตรฐานการท่องเที่ยว
ได้ก็จะเป็นประโยชน์ให้กับชุมชนอื่น ๆ
54
รู้จักการประยุกต์ ให้เหมาะกับบริบทของชุมชนของตนเอง
ชุมชนท่องเที่ยวแต่ละที่มีบริบทของสภาพพื้นที่กิจกรรมและ
รายละเอียดที่แตกต่างกัน บางประเด็นหัวข้อของแบบประเมินมาตรฐาน
การท่องเที่ยวอาจไม่ครอบคลุมในทุกรายละเอียดจึงจำเป็นจะต้องอาศัย
การประยุกต์ใช้บนพื้นฐานบริบทของชุมชนตนเอง
ค่อย เป็นค่อย ไป...
สำหรับชุมชนน้องใหม่
ชุมชนที่เริ่มทำการท่องเที่ยวได้ไม่นานอาจจะมีตัวชี้วัดหลาย
ข้อที่ยังไม่สามารถทำให้สำเร็จได้ในช่วงเร่งรีบของการดำเนินงาน
ก็อย่าได้ท้อแท้แต่ให้มีการทำแผนกำหนดเป้าหมายว่าจะสามารถทำสิ่ง
เหล่านี้ให้เกิดเป็นรูปพรรณได้ภายในกี่ปี เช่น มีกองทุนที่สนับสนุน
ชุมชนในการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อมมีการผลักดัน
ให้องค์ความรู้เรื่องภูมิปัญญาประเพณีศิลปะวัฒนธรรมที่มี
การรวบรวมโดยกลุ่มท่องเที่ยวให้เข้าไปเป็นหลักสูตรท้องถิ่นหรือ
มีการผลักดันให้แผนงานของกลุ่มท่องเที่ยวเป็นส่วนหนึ่งของ
แผนงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นต้น
55
ทำงานภายใต้กรอบเดียวกัน...รู้ปัญหาร่วมแก้ไขด้วยกัน
การทำงานร่วมกับพันธมิตร การมีมาตรฐานเป็นเสมือน
การมีกรอบร่วมกันทำให้ผู้ประกอบการรู้ว่าการทำงานของชุมชนเดิน
ไปในแนวทางใดผู้ประกอบการจะรู้สึกสบายใจว่าได้ทำงานกับชุมชนที่
มีการเตรียมความพร้อมเมื่อเกิดปัญหาสามารถหาสาเหตุได้และ
สามารถแก้ปัญหาได้ง่าย เมื่อนักท่องเที่ยวมีความหวังที่เกินไปจาก
ขีดความสามารถของชุมชน การที่ชุมชนสามารถระบุได้ว่าตนเองมี
อะไรหรือไม่มีอะไรก็จะเป็นตัวช่วยปกป้องชุมชนและสามารถนำไป
ปรับปรุงข้อบกพร่องได้ซึ่งไม่จำเป็นที่จะต้องทำตามความคาดหวัง
ของนักท่องเที่ยว ในทางกลับกันใช้ความไม่มีนั้นไปจัดการ
ความคาดหวังของนักท่องเที่ยวตั้งแต่เริ่มต้นด้วยการให้ข้อมูล
นักท่องเที่ยวก่อนล่วงหน้า เป็นต้น
56
มองให้พ้น ไปจาก''การตัดสินหรือการประเมินค่า''
ปกติของการประเมินมักจะพบว่าผู้ประเมินจะเป็นผู้ใช้แบบ
ประเมินมาตรฐานเพื่อทำการตรวจสอบผู้ถูกประเมินว่ามีคุณสมบัติ
ตามเกณฑ์หรือตัวชี้วัดที่แบบประเมินนั้นๆต้องการหรือไม่คุณค่าของ
แบบประเมินเหล่านั้นจึงเป็นเสมือนเพียงเครื่องมือในการตัดสิน
พิจารณาในการให้การรองรับมาตรฐานหรือให้รางวัลผลงานของ
ผู้ถูกประเมินเพียงเท่านั้นแต่ควรมองว่ามาตรฐานการท่องเที่ยวโดย
ชุมชนเป็นเครื่องมือในการพัฒนาทำให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย
ไม่ว่าจะเป็นชุมชน นักพัฒนา ผู้ประกอบการ หน่วยงานภาครัฐ และ
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเห็นกรอบในการพัฒนาการท่องเที่ยว
ชุมชนไปสู่ความยั่งยืนชุมชนเห็นจุดเด่นและข้อบกพร่องของตน
นักพัฒนาแห่งศักยภาพและข้อจำกัดของชุมชนจะได้วางแผนใน
การพัฒนาขีดความสามารถผู้ประกอบการแห่งความพร้อม
หรือไม่พร้อมของชุมชนหากต้องการทำงานร่วมกับชุมชนก็จะได้มี
ความเชื่อมั่นปรับความคาดหวังและร่วมกันพัฒนา ส่วนหน่วยงานก็
สามารถเข้ามาส่งเสริมได้ตรงกับปัญหาและความต้องการของชุมชน
57
ข้อเท็จจริงและผลงาน...
เป็นพลังในการยืนยันและสร้างความน่าเชื่อถือ
การประเมินมาตรฐานการท่องเที่ยวโดยชุมชนนั้นจำเป็น
จะต้องประเมินจากข้อเท็จจริงไม่ใช่จากความรู้สึกฉะนั้น
กลุ่มท่องเที่ยวจะต้องมีหลักฐานอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อใช้ประกอบ
การพิจารณาการประเมินในแต่ละหัวข้อตามความเหมาะสม เช่น
มีบันทึกการประชุมเพื่อสะดวกต่อการตรวจสอบความถี่ในการประชุม
ของสมาชิกในกรณีที่มีผู้ประเมินจากหน่วยงานภายนอกผู้ประเมิน
สามารถสัมภาษณ์ผู้นำชุมชนว่ากลุ่มท่องเที่ยวเข้ามามีบทบาทในการ
ร่วมพัฒนาชุมชนมากน้อยเพียงใดหรือการลงพื้นที่สำรวจบ้านพัก
แต่ละหลังว่ามีการจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ที่จำเป็น
สำหรับนักท่องเที่ยวหรือไม่การทดลองท่องเที่ยวและสังเกตการณ์
การทำหน้าที่ของนักสื่อความหมายท้องถิ่นในการปฏิบัติหน้าที่ว่ามี
ทักษะในการนำเสนอเรื่องราวในท้องถิ่นได้น่าสนใจเพียงใดหรือไม่
58
บทที่ 4
ประโยชน์ของมาตรฐานการท่องเที่ยว
โดยชุมชนต่อผู้เกี่ยวข้อง
ชุมชน : ประโยชน์ 3 ประการที่จะได้รับ
ประการที่ 1 ได้กรอบและแนวทางในการพัฒนาชุมชนแบบบูรณาการ
และเกิดการเก็บหลักฐานเชิงประจักษ์ไว้สำหรับการตรวจสอบตนเอง
และให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรับรู้รับทราบเป็นการทำให้กระบวนการ
พัฒนาชุมชนโปร่งใสตรวจสอบได้และไม่ได้อยู่ภายใต้ผู้นำเดียวหรือผู้
เกี่ยวข้องไม่กี่คน
ประการที่ 2 เป็นการสร้างคุณภาพและยกระดับการท่องเที่ยวที่อยู่
ในมือของชุมชนที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวให้เกิดความยั่งยืนที่แท้จริง
เพราะทรัพยากรธรรมชาติวัฒนธรรมและสังคมชุมชนที่หล่อรวม
อยู่ด้วยกันจะคงอยู่แน่นอนเพราะชุมชนจะต้องมีการติดตามประเมิน
ผลมีการวางแผนการทำงานเพื่อให้เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานซึ่ง
เป็นกระบวนการที่ทำให้ชุมชนมีการเก็บข้อมูลเห็นผลกระทบเป็น
กระบวนการในการสร้างความรู้สึกหวงแหนในทรัพยากรธรรมชาติ
และวัฒนธรรมต่างจากผู้ประกอบการหรือสถานประกอบการอื่น
ซึ่งหากมีเหตุอันเกิดจากการกระทบการท่องเที่ยวก็อาจย้าย
สถานประกอบการเป็นที่อื่น ดังนั้นความยั่งยืนจะเกิดขึ้นในทาง
ปฏิบัติเพราะคนในชุมชนเป็นเจ้าของ
59
ประการที่ 3 เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงการตลาดที่มีศักยภาพ
เนื่องจากนักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการบางกลุ่มเลือกใช้บริการที่
มีการรับรองเรื่องคุณภาพ อาทิกลุ่มนักเรียนนานาชาติจะให้
ความสำคัญเรื่องความปลอดภัย กลุ่มผู้ประกอบการทางยุโรปให้
ความสำคัญเรื่องการเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและชุมชน
ผู้ประกอบการ : ประโยชน์ 3 ประการที่จะได้รับ
ประการที่ 1 ได้แหล่งท่องเที่ยวกิจกรรมท่องเที่ยวบริการท่องเที่ยว
ที่มีคุณภาพมีคุณค่าและยั่งยืน
ประการที่ 2 สนับสนุนชุมชนท้องถิ่นให้มีรายได้เสริม ให้ได้มีส่วนร่วม
ในการส่งเสริมการอนุรักษ์ธรรมชาติฟื้นฟูวัฒนธรรมและพัฒนา
คุณภาพชีวิตของคนในชุมชน
ประการที่ 3 สามารถบอกกับลูกค้าหรือคู่ค้าทางธุรกิจได้ว่าธุรกิจ
ของเขาสนับสนุนหรือทำงานร่วมกับคนในชุมชนและเงินที่ลูกค้า
จ่ายได้มีส่วนสนับสนุนการพัฒนาคนและพัฒนาชุมชนท้องถิ่นด้วย
60
นักท่องเที่ยว : ประโยชน์ 3 ประการที่จะได้รับ
ประการที่ 1 มั่นใจได้ว่าชุมชนที่ตนเลือกในการท่องเที่ยวนั้นมี
คุณภาพและบริการที่ตนคาดหวังว่าจะได้รับ
ประการที่ 2 คุ้มค่ากับเงินที่จ่าย
ประการที่ 3 การท่องเที่ยวของตนมีส่วนในการสนับสนุนการ
จัดการทรัพยากรการท่องเที่ยวโดยชุมชนและชุมชนได้รับประโยชน์
อย่างแน่นอน
รัฐท้องถิ่น : ประโยชน์ 3 ประการที่จะได้รับ
ประการที่ 1 ชุมชนมีความเข้มแข็งและท้องถิ่นไม่ต้องออกแรงมาก
ในการแก้ไขปัญหา
ประการที่ 2 ทรัพยากรธรรมชาติวัฒนธรรมท้องถิ่นมีการจัดการ
อย่างยั่งยืนเป็นต้นทุนที่ดีในการพัฒนาและต่อยอดการพัฒนา
สังคมและชุมชนให้รุ่งเรือง
ประการที่ 3 สร้างความมีชื่อเสียงให้กับท้องถิ่นเมื่อชุมชนได้รับ
มาตรฐานหรือรางวัล
61
บทที่ 5
สรุป
การท่องเที่ยวโดยชุมชนเป็นการ
ท่องเที่ยวที่สมาชิกในชุมชนมีส่วนร่วมบริหาร
จัดการการท่องเที่ยว เพื่อประโยชน์ต่อชุมชน
ลักษณะการท่องเที่ยวมุ่งสร้างการปฏิสัมพันธ์
และความผูกพันระหว่างเจ้าบ้าน (Host)
กับผู้มาเยือน (Guest) ผ่านการมีส่วนร่วมใน
กิจกรรมการท่องเที่ยว ซึ่งนำไปสู่การเรียนรู้
เข้าใจถึงรากเหง้า (Authenticity)
ของชุมชนอย่างลึกซึ้ง เน้นความยั่งยืน และ
เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สร้างความสมดุล
ระหว่างทรัพยากรการท่องเที่ยว สังคม
วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของสมาชิกในชุมชน
การท่องเที่ยวโดยชุมชนสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี
ให้กับสมาชิกใน ชุมชน และก่อให้เกิดการเรียนรู้
ประสบการณ์ที่มีคุณค่ากับผู้มาเยือน
62
การจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชนมีปัจจัยหลาย
ปัจจัยที่ประกอบเข้าดัวยกันแล้วทำให้การจัดการ
ท่องเที่ยวโดยชุมชนประสบความสำเร็จ ได้แก่
(1) สมาชิกในชุมชนเห็นประโยชน์ของการจัดการท่องเที่ยว
(2) องค์ประกอบหลักของการท่องเที่ยวโดยชุมชน
(3) แนวทางการเตรียมการ และพัฒนาการท่องเที่ยว
(4) การพัฒนาให้การท่องเที่ยวอยู่ในมาตรฐาน เกณฑ์ของ
การท่องเที่ยว โดยชุมชน หรือการรับรองแหล่งท่องเที่ยว
(5) การตลาดเพื่อการท่องเที่ยว
(6) การจัดการห่วงโซ่อุปทานการท่องเที่ยว
โดยทั้ง 6 ปัจจัยนี้เป็นแนวทางของการพัฒนาการท่องเที่ยวโดย
ชุมชน ให้ประสบความสำเร็จ และยังประโยชน์ของการท่องเที่ยว
ให้ชุมชนอย่างยั่งยืน โดยสมาชิกในชุมชนให้ความร่วมมือกัน
ในการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวของชุมชนร่วมกัน ร่วมวางแผน
ร่วมตัดสินใจ ร่วมพัฒนา ร่วมลงมือปฏิบัติ ร่วมแบ่งปัน
ผลประโยชน์ และมีส่วนร่วมประเมินผล
63
การท่องเที่ยวโดยชุมชนเป็นการท่องเที่ยวที่ตอบ
วัตถุประสงค์หลักของการท่องเที่ยวได้สมบูรณ์รูปแบบหนึ่ง
ตามนิยามของการท่องเที่ยวว่า เป็นการเดินทางเพื่อผ่อนคลาย
ความเครียด และแสวงหาประสบการณ์แปลกใหม่ให้กับชีวิตซึ่ง
การท่องเที่ยวโดยชุมชนเป็นการเรียนรู้ร่วมกัน ระหว่างคนใน
ชุมชนท้องถิ่นกับผู้มาเยือน กิจกรรมการท่องเที่ยวที่เปิดโอกาส
ให้นักท่องเที่ยวเป็นผู้เข้าร่วมกิจกรรมมากกว่าเป็นผู้ชม ได้รับ
ประสบการณ์จากการมีส่วนร่วม มีความเข้าใจอย่าง ลึกซึ้ง
เกี่ยวกับทรัพยากร วัฒนธรรมของพื้นที่ ส่วนในด้านของชุมชน
เจ้าของแหล่งท่องเที่ยวจะได้รับผลตอบแทนของการจัด
การท่องเที่ยวโดยชุมชน คือการดูแลรักษาทรัพยากรด้านต่าง ๆ
ของชุมชนที่มีอยู่แล้วให้คงอยู่คู่ชุมชนตลอดไป ด้วยการบันทึก
องค์ความรู้ ฟื้นฟู รักษา สืบสาน ประวัติศาสตร์ชุมชน
ภูมิปัญญา และสืบทอดประเพณี วัฒนธรรมของท้องถิ่น
และประการสำคัญ คือ การท่องเที่ยวโดยชุมชนเป็นเครื่องมือ
ของการพัฒนาคน และพัฒนาชุมชนให้เกิดความยั่งยืนที่เกิด
จากการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในชุมชนเพื่อประโยชน์ในทาง
เศรษฐกิจชุมชน สังคม วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม
64
อ้างอิง
กระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬา. 2557. นโยบายด้านการท่อง
เที่ยว.เข้าถึงได้จาก
www.mots.go.th/ewtadmin/ewt/mots_web57/ewt_
news.php?nid=5953
·ดรรชนี เอมพันธุ์. 2550. การพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชน
และการจัดกิจกรรมโฮมสเตย์. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
·พจนา สวนศรี และสมภพ ยี่จอหอ. 2556. คู่มือมาตรฐานการ
ท่องเที่ยวโดยชุมชน. เชียงใหม่:
·วีระพล ทองมา. 2559. การท่องเที่ยวโดยชุมชน
(Community Based Tourism :CBT) สาหรับ การพัฒนา
คุณภาพชีวิตของชุมชนในเขตที่ดินป่าไม้. เข้าถึง ได้จาก
www.dnp.go.th/fca16/file/i49xy4ghqzsh3j1.doc
วรรณวิมล ภู่นาค. 2558. ศักยภาพชุมชนในการจัดการท่อง
เที่ยวโดยชุมชน: กรณีศึกษาตลาดน้ำ อัมพวา. 26(1), 63-74.
สถาบันการท่องเที่ยวโดยชุมชน. 2560. ประโยชน์ที่ชุมชนได้รับ.
เข้าถึง ได้จาก www.cbt-i.or.th/?
ge=show_pages&gen_lang=20112012094103.
สินธุ์ สโรบล. 2546. การท่องเที่ยวโดยชุมชนแนวคิด
ประสบการณ์จากภาคเหนือ. กรุงเทพฯ: โครงการประสานงาน
วิจัย และพัฒนาเครือข่ายการท่องเที่ยวโดยชุมชน สำนักงาน
กองทุน สนับสนุนการวิจัย (สกว.). สำนักงานจังหวัดกระบี่.
2560. หลักการของการพัฒนาท่องเที่ยวโดยชุมชน. เข้าถึงได้
จาก
www.krabi.go.th/krabi2015/m_file/lifetravel/25.pdf
·อรลัชชา ศิวรักษ์, พจนา สวนศรี, ชนินทร์ อยู่เพชร, แก้วตา
ม่วงเกษม, มาลินวิษา ศักดิยากร, วิริยะ เตชะรุ่งโรจน์, วิมลสิริ
เหมทานนท์ และอาภาพร เอี่ยมอุบล. 2559. คู่มือสำหรับฝึก
อบรม ชุมชนท่องเที่ยว. กรุงเทพฯ: กรมท่องเที่ยว. วนิดาการ
พิมพ์.
65