เอกสารหมาย1เลข ๓
รายงานนวัตกรรม
รปู แบบรายงานผลการใชน้ วัตกรรม สร้างสรรค์คนดี
รปู แบบการนาเสนองาน
บทท่ี ๑ ความเปน็ มา
บทที่ ๒ เอกสาร แนวคิด ทฤษฎที เี่ กยี่ วข้อง
บทที่ ๓ การผลติ และการใชน้ วตั กรรม
บทท่ี ๔ ผลการใชน้ วตั กรรม
บทที่ ๕ ปจั จัยความสาเร็จ ข้อเสนอแนะ และการเผยแพร่
ภาคผนวก ภาพประกอบ (ถา้ ม)ี
หมายเหตุ รายงานผลการใช้นวตั กรรม รวมภาคผนวก ไมเ่ กิน ๕๐ หนา้
2
คานา
รายงานผลการใช้นวัตกรรม สร้างสรรค์คนดี ประเภท ครูผู้สอน (ด้านการเรียนการสอน)
ประจาปี พ.ศ. ๒๕๖๔ เล่มนี้ ข้าพเจ้าได้ต้ังใจเรียบเรียงข้ึน เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงความเป็นมาของนวัตกรรม
เอกสาร แนวคดิ ทฤษฎที ่เี กีย่ วข้อง ขั้นตอนของการผลิตและการใช้นวัตกรรม ผลการใช้นวัตกรรม ตลอดจนปัจจัย
ความสาเรจ็ ขอ้ เสนอแนะ และการเผยแพร่ ซ่ึงใช้ชื่อนวัตกรรมในครั้งนี้ว่า “รับผิดชอบพิชิตชัย ชนะใจตัวเอง ด้วย
นวตั กรรม KRUTOM Model” โดยไดใ้ ช้นวัตกรรมดังกลา่ วในการพัฒนาคุณลกั ษณะคุณธรรมด้านความรับผิดชอบ
ของนักเรียนโรงเรยี นหนองมว่ งวทิ ยา อาเภอหนองม่วง จังหวัดลพบุรี ตามโครงการโรงเรียนคุณธรรม สพฐ. พร้อม
ทั้งได้แนบเอกสารหลักฐานอ้างอิงตามข้อเท็จจริง ซ่ึงรายงานที่นาเสนอนี้เกิดจากการปฏิบัติจริง ตามท่ีข้าพเจ้าได้
ทุ่มเท มุ่งมั่น และเอาใจใส่ในการปฏิบัติหน้าที่ครูเพ่ือนักเรียนอย่างเต็มความสามารถ เพื่อให้เกิดผลดีต่อนักเรียน
เพอื่ นครู โรงเรยี น และชมุ ชนอย่างยัง่ ยนื สืบไป
ขอขอบพระคุณบิดา มารดา ครู อาจารย์ ผู้ให้ชีวิตข้าพเจ้าและให้ความเป็นครูแก่ข้าพเจ้า
ขอบพระคุณท่านผู้อานวยการชูศรี คากัน ผู้อานวยการโรงเรียนหนองม่วงวิทยา รวมทั้งท่านรองผู้อานวยการ
โรงเรียนทั้ง ๒ ท่าน ท่ีคอยให้คาแนะนา สนับสนุน เป็นกาลังใจในการทางานมาโดยตลอด ขอบคุณคณะครู
บคุ ลากรทางการศกึ ษา ผปู้ กครอง นกั เรยี นโรงเรยี นหนองมว่ งวิทยา ตลอดจนผู้ทเ่ี ก่ียวข้องทุกท่าน ท่ีคอยช่วยเหลือ
สนับสนุน ให้ความร่วมมือในการขับเคลื่อนนวัตกรรมสร้างสรรค์คนดีให้บังเกิดผลสาเร็จอย่างเป็นรูปธรรม และ
ขอขอบพระคณุ ทา่ นคณะกรรมการผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ที่ได้ให้ความอนุเคราะห์ในการประเมินผลงานของข้าพเจ้า
ไว้ ณ โอกาสน้ี
นายกิตตศิ ักดิ์ แกว้ ตา
ครู โรงเรยี นหนองมว่ งวิทยา
3
สารบญั
บทที่ หนา้
1 ความเป็นมา……………………………………………….…………………………………….…………….…. 1
ความเป็นมาและความสาคัญของปัญหา............................................................................... 1
วัตถุประสงค…์ ………………………………………………….….……………………………………………….. ๔
เป้าหมาย……………………………………………………………………..………………….……………….….. ๔
ขอบเขตของการศกึ ษา.......................................................................................................... ๔
นิยามศัพท์เฉพาะ.................................................................................................................. ๔
ประโยชนท์ คี่ าดว่าจะได้รบั ……………………………………………………..……………………….….….. ๕
กรอบแนวคดิ การวิจัย............................................................................................................ ๖
2 เอกสาร แนวคิด ทฤษฎที เี่ กีย่ วขอ้ ง……………………………..…………………………………………. ๗
เอกสารท่ีเกีย่ วขอ้ ง………………………………………………………………..…............................……. ๗
แนวคดิ ทฤษฎีทเ่ี ก่ียวขอ้ ง…………………………………………………….…………………..……….…… ๘
1. ทฤษฎี ๒๑ วัน............................................................................................................... ๘
2. กฎแห่งการทาซ้า...................................................................................................... ๘
3. โมเดลแบบปล่อยความรบั ผดิ ชอบทลี ะนอ้ ย............................................................. ๙
4. ทฤษฎคี วามแตกต่างระหว่างบคุ คล......................................….………………….……… ๑๐
๕. ศาสตร์พระราชาหลักการทรงงานตามแนวพระราชดาริ “เขา้ ใจ เข้าถึง พฒั นา”.. ๑๐
๖. หลกั ธรรมแหง่ ความสาเรจ็ “อิทธบิ าท ๔”.............................................................. ๑๑
งานวิจัยทีเ่ ก่ียวข้อง................................................................................................................. ๑๑
3 การผลิตและการใช้นวัตกรรม…………………………………………….…………………………………. ๑๔
การผลติ นวตั กรรม............…………………………………………………….…………………..……….…… ๑๔
การใช้นวัตกรรม.………………………………………………………..……….…………………..……….…… ๑๗
๔ ผลการใชน้ วตั กรรม………………………………………………………….…………………………………. ๒๐
กลุ่มเปา้ หมายนักเรียนในทปี่ รกึ ษานักเรียนระดับช้นั มัธยมศึกษาปีท่ี ๑.............................. ๒๐
กลุ่มเป้าหมายนักเรียนในรายวิชาและกิจกรรมพฒั นาผเู้ รยี นท่รี ับผิดชอบ........................... ๒๒
กลุ่มเป้าหมายสภานกั เรียน................................................................................................... ๒๖
กลมุ่ เปา้ หมายนักเรียนโรงเรียนหนองม่วงวิทยาในภาพรวม................................................. ๒๙
๕ ปจั จัยความสาเร็จ ข้อเสนอแนะ และการเผยแพร่………………………………………………….… ๓๐
ปจั จัยความสาเร็จ.................................................................................................................. ๓๐
ขอ้ เสนอแนะ.......................................................................................................................... ๓๑
การเผยแพร่………………………………………………………………………………………………………….. ๓๒
บรรณานกุ รม......................................................................................................................... ๓๓
ภาคผนวก.............................................................................................................................. ๓๔
4
สารบัญตาราง
ตาราง หน้า
1 แสดงผลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี นเฉลยี่ ของนักเรียนช้ันมัธยมศกึ ษาปที ี่ ๑/๑ เปรยี บเทียบ ๒๐
ระหว่างภาคเรยี นท่ี ๑ และภาคเรยี นท่ี ๒ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๓………………………………………. ๒๑
๒๒
๒ แสดงความสามารถพเิ ศษ และการไดแ้ สดงศกั ยภาพรายบคุ คลของนักเรยี นชัน้ มัธยมศกึ ษา ๒๓
ปที ี่ ๑/๑......................................................................................................................................
๒๓
๓ แสดงผลสัมฤทธท์ิ างการเรียนเฉล่ยี ของนักเรยี นในรายวชิ าทรี่ ับผดิ ชอบ เปรียบเทียบระหว่าง ๒๔
ภาคเรียนท่ี ๑ และภาคเรยี นที่ ๒ ปีการศกึ ษา ๒๕๖๓............................................................. ๒๔
๒๖
๔ แสดงผลการประเมินกิจกรรมพฒั นาผเู้ รยี นและกิจกรรมลดเวลาเรยี นเพ่ิมเวลารู้ของนักเรียน ๒๗
ในกจิ กรรมท่ีรบั ผดิ ชอบ เปรียบเทยี บระหวา่ งภาคเรยี นที่ ๑ และภาคเรียนที่ ๒ ปกี ารศึกษา ๒๙
๒๕๖๓........................................................................................................................................
๒๙
๕ แสดงผลการประเมนิ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียนในรายวชิ าทร่ี บั ผดิ ชอบ
เปรยี บเทยี บระหวา่ งภาคเรียนท่ี ๑ และภาคเรียนที่ ๒ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๓............................
๖ แสดงผลการประเมนิ การอ่าน คิด วเิ คราะหข์ องนกั เรยี นในรายวชิ าทร่ี ับผิดชอบ
เปรยี บเทียบระหวา่ งภาคเรยี นท่ี ๑ และภาคเรยี นท่ี ๒ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๓............................
๗ แสดงรายช่อื นกั เรียนในรายวชิ าที่รับผิดชอบ ท่มี คี วามสามารถพิเศษเชงิ ประจักษ์ และ
การได้แสดงศักยภาพรายบุคคล ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๓................................................................
๘ แสดงผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเฉลย่ี ของสภานักเรียน เปรียบเทียบระหวา่ งภาคเรียนท่ี ๑
และภาคเรยี นท่ี ๒ ปีการศกึ ษา ๒๕๖๓.....................................................................................
๙ แสดงความสามารถพเิ ศษเชิงประจักษ์ และการได้แสดงศักยภาพรายบุคคลของสภานักเรียน
ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๓....................................................................................................................
๑๐ แสดงผลการประเมนิ การดาเนนิ กิจกรรมของสภานักเรยี นเฉลยี่ ทุกกจิ กรรมและใน
ภาพรวมจากคณะครู บุคลากรทางการศึกษา และนกั เรียนโรงเรยี นหนองม่วงวิทยา
เปรียบเทียบในภาคเรียนที่ ๑ และภาคเรียนท่ี ๒ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๓..................................
๑๑ แสดงผลสถติ ิการไมม่ ีสทิ ธสิ์ อบปลายภาคเรียน, ผลการเรยี นเฉลี่ย, ผลการประเมนิ
กจิ กรรมพัฒนาผู้เรียน และอ่นื ๆ ปกี ารศกึ ษา 2562 – 2563...........................................
5
สารบัญภาพ
ภาพ หน้า
1 แสดงกรอบแนวคิดในการวจิ ยั ……………………………………………………………………………………. ๖
๒ แสดงโมเดลแบบปล่อยความรับผดิ ชอบทีละน้อย.............................................................................. ๙
๓ แสดงข้นั ตอนการผลติ นวตั กรรม........................................................................................... ๑๖
๔ แสดงข้นั ตอนการใชน้ วัตกรรม.................................................................................................. ๑๙
1
บทท่ี ๑
ความเปน็ มา
ความเปน็ มาและความสาคญั ของปัญหา
การจัดการเรียนการสอนให้แก่ผูเ้ รยี นนั้น ถือเป็นหน้าที่สาคญั ของครูท่ีจะต้องดาเนินการอย่าง
มีระบบ มขี นั้ ตอน เพือ่ ใหบ้ งั เกิดผลสัมฤทธ์ิตามท่ีทุกฝ่ายคาดหวัง ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.
๒๕๔๒ และท่ีแก้ไขเพ่ิมเติมทุกฉบับ หมวด ๑ บทท่ัวไป ความมุ่งหมายและหลักการ มาตรา ๖ ท่ีระบุว่า การ
จดั การศึกษาตอ้ งเป็นไปเพอ่ื พฒั นาคนไทยให้เป็นมนษุ ย์ที่สมบูรณ์ท้ังทางร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู้ และ
คุณธรรม มีจริยธรรมและวัฒนธรรมในการดารงชีวิต สามารถอยู่ร่วมกับผู้อ่ืนได้อย่างมีความสุข หรือกล่าวอีก
อย่างคือเป้าหมายการศึกษาต้องการให้ผู้เรียนเป็น “คนดี คนเก่ง และมีความสุข” ประกอบกับในหมวด ๔
แนวการจัดการศึกษา มาตรา ๒๒ ได้ระบุไว้ว่า การจัดการศึกษาต้องยึดหลักว่าผู้เรียนทุกคนมีความสามารถ
เรียนรู้และพฒั นาตนเองได้ และถือว่าผเู้ รยี นมีความสาคัญที่สุด กระบวนการจัดการศึกษาต้องส่งเสริมให้ผู้เรียน
สามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ มาตรา ๒๓ ระบุว่า การจัดการศึกษา ท้ังการศึกษาใน
ระบบ การศกึ ษานอกระบบ และการศกึ ษาตามอธั ยาศัย ตอ้ งเน้นความสาคัญท้ังความรู้ คุณธรรม กระบวนการ
เรียนรู้และบูรณาการตามความเหมาะสมของแต่ละระดับการศึกษา และมาตรา ๒๖ ให้สถานศึกษาจัดการ
ประเมนิ ผูเ้ รยี นโดยพจิ ารณาจากพัฒนาการของผู้เรียน ความประพฤติ การสังเกตพฤติกรรมการเรียน การร่วม
กิจกรรมและการทดสอบควบคู่ไปในกระบวนการเรียนการสอนตามความเหมาะสมของแต่ละระดับและ
รูปแบบการศึกษา (กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ, ๒๕๔๕) น่ันหมายความว่า การจัดการเรียนการสอน
จะต้องส่งผลให้ผู้เรียนเป็นคนเก่งทางดา้ นวชิ าการ เป็นคนดีมีคุณธรรม จริยธรรม และสามารถใช้ชีวิตประจาวัน
ไดอ้ ยา่ งมคี วามสุข ดังนั้น คุณธรรม จึงเป็นอีกปัจจัยหน่ึงที่จะส่งผลให้นักเรียนเป็นคนดี ประสบความสาเร็จใน
การเรยี น
โรงเรียนหนองม่วงวิทยา เป็นโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดกลาง ประจาอาเภอหนองม่วง
จังหวัดลพบุรี มีนักเรียนจานวน ๙๖๓ คน ได้เข้าร่วมโครงการโรงเรียนคุณธรรม สพฐ. และได้มุ่งปลูกฝัง
คุณธรรมแก่นักเรียน ๕ ประการ อันได้แก่ ความพอเพียง ความกตัญญู ความซ่ือสัตย์สุจริต ความรับผิดชอบ
และอุดมการณ์คุณธรรม ซึ่งได้สอดแทรกคุณธรรมข้างต้นทั้งในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน กิจกรรม
พัฒนาผู้เรียน โครงการ/กิจกรรมตามแผนปฏิบัติการประจาปีงบประมาณ รวมถึงกิจกรรมพิเศษอ่ืน ๆ ตาม
นโยบาย มาโดยตลอดการเข้าร่วมโครงการฯ กอปรกับจากการสอบถามความคาดหวังของผู้ปกครองนักเรียน
ท่ีคาดหวังส่ิงที่ได้รับจากโรงเรียนในปีการศึกษา ๒๕๖๒ เม่ือคร้ังการประชุมผู้ปกครองนักเรียน ภาคเรียนท่ี ๒
ปีการศึกษา ๒๕๖๒ พบว่า ผู้ปกครองส่วนใหญ่คาดหวังให้นักเรียนสาเร็จการศึกษาตามกาหนด มากท่ีสุด
รองลงมาคือ เป็นคนเก่งคนดีของสังคม จบสาเร็จการศึกษาแล้วมีอาชีพมีงานทา และศึกษาต่อในระดับชั้นที่
สูงข้ึน ตามลาดับ เม่ือพิจารณาความคาดหวังดังกล่าวแล้วจึงเล็งเห็นว่าคุณธรรม “ความรับผิดชอบ” ของ
นกั เรยี น ถือเปน็ คุณธรรมหลักสาคัญทจี่ ะชว่ งผลกั ดันให้ความคาดหวังดังกลา่ วสัมฤทธิผลมากทีส่ ดุ
ความรับผิดชอบเป็นคุณธรรมธรรมสาคัญประการหนึ่งท่ีนักเรียนจะต้องได้รับการปลูกฝัง
เพราะการที่นักเรียนจะประสบความสาเร็จหรือความล้มเหลวในการเรียนหรือการทางานใด ๆ น้ันข้ึนอยู่กับ
ความรับผิดชอบต่องานนั้นเป็นสาคัญ และความรับผิดชอบยังเป็นพ้ืนฐานในการเรียนรู้ที่ทาให้เกิดผลดีต่อ
ตนเองและสังคม สอดคล้องกับกระทรวงศึกษาธิการท่ีได้กาหนดจุดมุ่งหมายของการศึกษาโดยมุ่งส่งเสริม
พัฒนาการของเด็กให้เป็นพลเมืองดีมีค่านิยมในความรับชอบตามหน้าท่ีของพลเมืองท่ีดี การปลูกฝังความ
รับผิดชอบสามารถกระทาได้โดยทุกฝ่ายต้องประสานความคิดและให้ความร่วมมือกันอย่างจริงจัง นับต้ังแต่
2
สถาบันครอบครวั สถาบันศาสนา สถาบันโรงเรยี น ตลอดจนสถาบันสังคม ความรับผิดชอบเปน็ พฤติกรรมอย่าง
หนึ่งที่สาคัญของเด็กและเยาวชนตอ่ การพฒั นาประเทศ จาเป็นท่ีทุกฝ่ายต้องช่วยกันฝึกฝนให้เด็กและเยาวชนมี
พฤติกรรมในการแสดงออกทีถ่ กู ต้องเหมาะสมในการดารงอย่เู พือ่ ใหส้ งั คมมีความสงบสขุ สามารถพัฒนาเยาวชน
เหล่านี้ให้เป็นผู้ใหญ่ท่ีมีคุณภาพ ซึ่งสานักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติได้จัดลาดับความสาคัญของ
พฤติกรรมที่เห็นควรจะปลูกฝังให้เยาวชน และผลการจัดลาดับปรากฏว่าความรับผิดชอบเป็นอันดับหน่ึง
ร่วมกับการพ่ึงตนเองและความขยันหม่ันเพียร (สุขุมาภรณ์ เอี่ยมสาอาง, 255๑, หน้า 2) และคุณลักษณะ
ด้านความรับผิดชอบไม่ได้เป็นส่ิงที่ติดตัวมาแต่กาเนิดและไม่ได้เกิดข้ึนเองโดยอัตโนมัติ จะต้องมีการปลูกฝัง
ฝกึ ฝน ฝกึ หดั อย่างคอ่ ยเป็นค่อยไปใหเ้ หมาะสมกบั อายจุ นเปน็ นสิ ัย
นักเรียนในระดับช้ันมัธยมศึกษา ถือว่าอยู่ในช่วงของวัยรุ่นตอนต้น และอยู่ในการศึกษาภาค
บังคบั และการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน ซึ่งมีความแตกต่างระหว่างบุคคลค่อนข้างมาก โดยเฉพาะนักเรียนในที่ปรึกษา
ของข้าพเจ้า คือนกั เรียนช้นั มัธยมศกึ ษาปีท่ี ๑/๑ เนือ่ งจากเป็นหอ้ งเรยี นท่วั ไปทคี่ ละนกั เรียนในระดับปานกลาง
และอ่อน ซ่ึงมีท้ังนักเรียนกลุ่มปกติ กลุ่มเส่ียงด้านการเรียน/พฤติกรรม และกลุ่มมีปัญหาด้านการเรียน/
พฤตกิ รรม จากการรู้จักนักเรียนเป็นรายบุคคล และคัดกรองนักเรียนแล้ว จึงพบว่านักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่
๑/๑ ขาดความรับผิดชอบในการเรียน การสง่ งานรายวิชา มีโอกาสเส่ียงสูงที่จะมีผลการเรียน ๐ ร เป็นจานวน
มาก ดังปรากฏในสมุดเกียรติภูมิของห้องท่ีครูผู้สอนแต่ละวิชาได้บันทึกพฤติกรรมของนักเรียนในลักษณะว่า
“นักเรียนขาดความรับผิดชอบมาก ไม่ทางาน ไม่ส่งงานตามกาหนด ไม่สนใจเรียน คุยกันในห้องเรียน มี
พฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม เข้าเรียนไม่ตรงเวลา” และอ่ืนๆ อีกหลายด้านที่นับวันยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเร่ือยๆ
ประกอบกบั นักเรยี นกลมุ่ ดงั กลา่ วเพงิ่ จบการศึกษาในระดบั ชนั้ ประถมศกึ ษาจากโรงเรียนประจาหมู่บ้าน ซึ่งบาง
คนยังปรบั ตวั กบั การเรยี นในระดบั มัธยมศึกษาไมไ่ ด้เทา่ ที่ควร รวมทัง้ นกั เรียนในรายวิชา-กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
ทข่ี า้ พเจา้ รบั ผิดชอบ ก็พบปัญหาในลักษณะนี้เช่นกัน ข้าพเจ้าจึงได้คิดหาวิธีการแก้ปัญหา โดยอาศัยการมีส่วน
ร่วมของผบู้ ริหาร ครู ผปู้ กครอง และนกั เรยี นในการสรา้ งกระบวนการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรม โดยได้น้อมนา
ศาสตร์พระราชาหลักการทรงงานตามแนวพระราชดาริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอ
ดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาประยุกต์ใช้ คือ “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” ซ่ึงถือเป็นวิธีการแห่งศาสตร์
พระราชาเพ่อื การพฒั นาที่ยง่ั ยนื ถือว่าเป็นหวั ใจของการทางาน และหลกั ธรรมทางพระพุทธศาสนาอิทธิบาท ๔
คือ ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา ซึ่งถือเป็นหลักธรรมแห่งความสาเร็จ มาเป็นแนวคิดเบื้องต้นในการพัฒนา
คุณธรรมด้านความรับผิดชอบแก่นกั เรียนด้วย
อย่างไรก็ตามในปีการศึกษา ๒๕๖๓ การจัดการเรียนการสอนของทางโรงเรียนยังประสบกับ
อุปสรรคจากปัจจัยภายนอกน่ันคือ การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-๑๙) ในภาค
เรียนท่ี ๑ นักเรียนต้องนั่งเรียนประจาห้องเรียน ในภาคเรียนท่ี ๒ สถานศึกษาต้องประกาศปิดด้วยเหตุพิเศษ
เป็นเวลา ๑ เดอื น แล้วจดั การเรียนการสอนในรูปแบบออนไลน์และรูปแบบอื่น ๆ ตามความเหมาะสม รวมทั้ง
สอนซอ่ มเสริมในรูปแบบดังกล่าวฯ เพื่อใหจ้ านวนวันจานวนช่ัวโมงครบถ้วนตามที่กระทรวงศึกษาธิการกาหนด
ซึ่งปัญหาที่ตามมาก็คือ นักเรียนส่วนใหญ่ไม่เข้าเรียน ไม่ส่งงาน ขาดความรับผิดชอบเป็นอย่างมาก ซ่ึงเหล่านี้
ควรท่ีจะได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน เพื่อให้นักเรียนท้ังโรงเรียนมีนิสัยรับผิดชอบต่อตนเองและต่อผู้อ่ืนให้
ได้มากท่สี ดุ
การแก้ปัญหาความรับผิดชอบในการเรียนของนักเรียน ถือเป็นโจทย์ปัญหาที่ท้าทายสาหรับ
ครูในยุคโลกาภิวัตน์ เน่ืองจากนักเรียนในปัจจุบันได้รับอิทธิพลหรือปัจจัยที่ส่งผลต่อการเปล่ียนแปลงทางด้าน
พฤตกิ รรม ความคิด ทั้งจากภายในและภายนอก ไมว่ ่าจะเปน็ สอื่ เทคโนโลยี สงั คมออนไลน์ ตลอดจนพฤติกรรม
เลียนแบบ จากการศึกษาก็พบว่าผู้ท่ีเกี่ยวข้องได้มีความพยายามในการแก้ปัญหาและส่งเสริมความรับผิดชอบ
3
ในการเรียนของนักเรียน อย่างธัญญาภรณ์ คาแก้ว และคณะ (2562) ท่ีได้ศึกษาผลของการให้การปรึกษา
แบบกลมุ่ ดว้ ยการสัมภาษณเ์ พือ่ เสรมิ สร้างแรงจูงใจต่อความรับผิดชอบในการเรียนของนักเรียนช้ันมัธยมศึกษา
ปีท่ี 1 โรงเรียนวัดชัยมงคล (เขตปทุมวัน) ที่ได้คะแนนความรับผิดชอบในการเรียนระดับน้อยและสมัครใจเข้า
รว่ มการทดลองจานวน 16 คน โดยใช้เคร่ืองมือวิจัย ประกอบด้วย โปรแกรมการให้การปรึกษาแบบกลุ่มด้วย
การสัมภาษณ์เพ่อื เสริมสร้างแรงจูงใจตอ่ ความรบั ผดิ ชอบในการเรียน (Motivational Interviewing : MI) และ
แบบวัดความรับผิดชอบในการเรียน โดยอาศัยทฤษฎีข้ันตอนการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม (Stage of Change)
ของ Prochaska & DiClemente ซ่ึงพบว่า นักเรียนกลุ่มทดลองหลังเข้าร่วมการให้การปรึกษาแบบกลุ่มด้วย
การสัมภาษณ์เพ่ือเสริมสร้างแรงจูงใจมีคะแนนความรับผิดชอบในการเรียนสูงขึ้น และสูงกว่านักเรียนกลุ่ม
ควบคุม จะเห็นได้ว่าการเข้าใจ เข้าถึง เอาใจใส่ และรู้จักนักเรียนรายบุคคลผ่านการสัมภาษณ์ของครูสามารถ
ช่วยเปลี่ยนแปลงพฤตกิ รรมและเสรมิ สร้างความรบั ผดิ ชอบใหแ้ ก่นกั เรยี นได้
นอกจากนตี้ ามทฤษฎี ๒๑ วัน (21-Day Habit Theory) จากหนังสือ Psycho-Cybrenetics
ของ Dr.Maxwell Maltz นายแพทย์ชาวสหรัฐอเมริกา (Maxwell Maltz, 2017) ซึ่งได้พูดถึงการปรับเปล่ียน
พฤติกรรมของมนุษย์ ดว้ ยการกระทาตอ่ เนื่องอยา่ งนอ้ ย ๒๑ วนั บนพ้ืนฐานของความเชื่อและมีสติในการลงมือ
ทา จนกลายเป็นนิสัย และสามารถนาทฤษฎีนี้ไปใช้ได้กับทุก ๆ เรื่องในชีวิตประจาวันของมนุษย์ เพ่ือ
เปลี่ยนแปลงตัวเองเพ่ือส่ิงที่ดีกว่า ไม่ว่าจะเป็นการประยุกต์ใช้กับการอ่านหนังสือ การออกกาลังกาย การออม
เงิน การทางานอดิเรก ตลอดจนการเรียน ซ่ึงสอดคล้องกับทฤษฎีสัมพันธ์เชื่อมโยง (Connectionism
Theory) ของธอร์นไดค์ นักปรัชญาทางการศึกษาชาวตะวันตก อันถือว่าเป็นหลักการเบ้ืองต้นที่นาไปสู่
เทคโนโลยีทางการศึกษาและการสอน ซึ่งมีกฎจานวน 3 กฎ ได้แก่ 1) กฎแห่งการฝึกหัดหรือการกระทาซ้า
(The Law of Exercise or Repetition) ชี้ให้เห็นว่า การกระทาซ้าหรือการฝึกหัดนี้ หากได้ทาบ่อย ๆ ซ้า ๆ
ซาก ๆ จะทาให้การกระทาน้ัน ๆ ถูกต้องสมบูรณ์และม่ันคง 2) กฎแห่งผล (The Law of Effect) เป็นกฎที่มี
ช่ือเสียงและได้รับความสนใจมากที่สุด ใจความสาคัญของกฎนี้ก็คือ รางวัลหรือความสมหวัง จะช่วยส่งเสริม
การแสดงพฤตกิ รรมนั้นมากข้ึน แต่การทาโทษหรอื ความผดิ หวังจะลดอาการแสดงพฤติกรรมนั้นลง และ 3) กฎ
แห่งความพร้อม (The Law of Readiness) กฎน้ีหมายถึงความพร้อมของร่างกาย จิตใจ สังคม ในอันที่จะ
แสดงพฤติกรรมใด ๆ ออกมา (ไพฑูรย์ สินลารัตน์, 2561) จะเห็นว่าท้ัง ๒ ทฤษฎีดังกล่าว มีความน่าสนใจ มี
ความน่าเชื่อถือท่ีจะสามารถนามาเป็นแนวคิดหลัก และปรับประยุกต์ใช้ในการแก้ไขปัญหา ส่งเสริม พัฒนา
คุณลักษณะของนักเรียนด้านความรับผิดชอบในการเรียน ตลอดจนความรับผิดชอบด้านอ่ืน ๆ ซึ่งมีความ
เป็นไปได้และมโี อกาสทจี่ ะประสบผลสาเร็จตามเปา้ ประสงคท์ ่ีตั้งไว้
ด้วยเหตุผลข้างต้น ผู้ศึกษาในฐานะครูผู้สอนและครูท่ีปรึกษานักเรียน จึงได้คิดค้นนวัตกรรม
เพ่ือพัฒนาสร้างสรรค์นักเรียนให้มีคุณลักษณะคุณธรรมด้านความรับผิดชอบ ช่ือ “รับผิดชอบพิชิตชัย ชนะใจ
ตัวเอง ดว้ ยนวัตกรรม KRUTOM Model” ข้ึน ประการหนึ่งเพื่อส่งเสริม พัฒนาให้นักเรียนโรงเรียนหนองม่วง
วิทยามีความรับผิดชอบในการเรียน ตามความคาดหวังของผู้ปกครอง อีกประการหน่ึงก็เพ่ือปลูกฝังคุณธรรม
ด้านความรับผิดชอบตามโครงการโรงเรียนคุณธรรม สพฐ. ให้มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ก่อเกิดความยั่งยืน
สบื ไป ซึง่ จะไดน้ าไปใชก้ บั นกั เรียนในทป่ี รกึ ษา นักเรียนในรายวิชาและกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนท่ีรับผิดชอบ และ
สภานักเรียน ก่อนจะขยายผลสนู่ ักเรยี นทัง้ โรงเรยี นต่อไป
4
วัตถุประสงค์
๑. เพื่อพัฒนาคุณลักษณะคุณธรรมด้านความรับผิดชอบแก่นักเรียนในที่ปรึกษาชั้น
มธั ยมศึกษาปที ี่ ๑/๑
๒. เพ่ือพัฒนาคุณลักษณะคุณธรรมด้านความรับผิดชอบแก่นักเรียนในรายวิชาและใน
กิจกรรมพฒั นาผู้เรียนทร่ี บั ผิดชอบ
๓. เพื่อพฒั นาคุณลักษณะคุณธรรมด้านความรับผดิ ชอบแก่สภานักเรยี น
๔. เพื่อพฒั นาคณุ ลกั ษณะคณุ ธรรมด้านความรบั ผิดชอบแกน่ ักเรยี นโรงเรยี นหนองมว่ งวิทยา
เป้าหมาย
๑. เป้าหมายเชิงปริมาณ
แบ่งนกั เรียนออกเปน็ ๔ กลมุ่ ดงั น้ี
๑.๑ นักเรยี นในทป่ี รึกษา คือ นกั เรียนชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ ๑/๑ จานวน ๓๐ คน
๑.๒ นักเรียนในรายวิชาและในกจิ กรรมพัฒนาผเู้ รยี นที่รบั ผิดชอบ รวมจานวน ๔๔๒ คน
๑.๓ สภานักเรยี น จานวน ๒๑ คน
๑.๔ นักเรยี นโรงเรยี นหนองม่วงวิทยาในภาพรวม จานวน ๙๖๓ คน
๒. เป้าหมายเชิงคุณภาพ
๒.๑ นักเรียนในที่ปรึกษา นักเรียนในรายวิชาและในกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนท่ีรับผิดชอบ
และสภานกั เรยี น มผี ลการเรียนปลอด ๐ ร มผ รอ้ ยละ ๙๕ ข้นึ ไป และมีจานวนลดลง
๒.๒ นักเรียนในที่ปรึกษา นักเรียนในรายวิชาและในกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนท่ีรับผิดชอบ
และสภานักเรียน มผี ลการเรียนเฉลยี่ สูงขึ้น อยใู่ นระดับคุณภาพดี (ระดบั ๓) ข้นึ ไป ร้อยละ ๖๐
๒.๓ นักเรียนในท่ีปรึกษา นักเรียนในรายวิชาและในกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนท่ีรับผิดชอบ
และสภานกั เรียน มีความสามารถพิเศษและไดร้ ับรางวลั ตา่ ง ๆ ทัง้ ในระดบั โรงเรยี น จังหวัด เขตพื้นท่ีการศึกษา
และประเทศ รวมรอ้ ยละ ๓๐ ขึ้นไป
๑.๔ นักเรียนโรงเรียนหนองม่วงวิทยาในภาพรวม มีความรับผิดชอบเพ่ิมมากขึ้น โดย
จานวนนักเรียนไม่มสี ทิ ธิส์ อบปลายภาคลดลง มผี ลการเรียนเฉล่ียระดับดีข้ึนไปสูงข้ึน เกินร้อยละ ๕๐ และผ่าน
การประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรยี นและอน่ื ๆ ระดับดขี น้ึ ไปสูงข้ึน เกนิ รอ้ ยละ 90
ขอบเขตของการศึกษา
นักเรียนโรงเรียนหนองม่วงวิทยา ตาบลหนองม่วง อาเภอหนองม่วง จังหวัดลพบุรี รวม
จานวน ๙๖๓ คน ในปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๓
นิยามศพั ทเ์ ฉพาะ
นวัตกรรม KRUTOM Model เป็นนวัตกรรมที่ผู้ศึกษาได้สร้างข้ึน เพ่ือนามาพัฒนา
คุณลักษณะคุณธรรมด้านความรับผิดชอบ แก่นักเรียนในที่ปรึกษา นักเรียนในรายวิชาและในกิจกรรมพัฒนา
ผู้เรียนท่ีรับผิดชอบ และสภานักเรียน โรงเรียนหนองม่วงวิทยา ตาบลหนองม่วง อาเภอหนองม่วง จังหวัด
ลพบรุ ี ในปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๓ โดยมีทั้งหมด ๖ กระบวนการ แยกออกเปน็ K, R, U, T, O และ M ดังน้ี
K = Know คือ รู้/ทราบปัญหาของนักเรียน โดยครูต้องเข้าถึง เข้าใจนักเรียน เน่ืองจาก
นักเรียนมีความแตกต่างระหว่างบุคคลในด้านการเรียนและความรับผิดชอบ จึงต้องดาเนินการเย่ียมบ้าน
5
นักเรียน วิเคราะห์ผู้เรียน เพ่ือจัดกลุ่มผู้เรียน นาไปสู่การรู้จักนักเรียนรายบุคคล และแก้ปัญหาตามลาดับ
ความสาคญั ไดอ้ ยา่ งตรงจดุ
R = Resolve คือ แก้ไขปัญหาด้านการเรียนและความรับผิดชอบของนักเรียน โดยครูต้อง
ดูแล เอาใจใส่นักเรียนแต่ละคนอย่างทั่วถึง ใช้กระบวนการระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนเชิงรุก หมั่นเข้าหา
หมั่นพดู คยุ แสดงความเป็นกันเอง ให้คาปรึกษา สัมภาษณ์ สื่อสารและประสานงานกับผู้ปกครองนักเรียนเพ่ือ
รว่ มกนั แก้ไขปัญหาด้านความรบั ผดิ ชอบของนกั เรยี นรายบุคคล
U = Upgrade คือ ยกระดับและปลูกจิตสานึกด้านความรับผิดชอบแก่นักเรียน ให้นักเรียน
กลา้ และอยากที่จะเปลยี่ นแปลงตนเอง โดยครูเป็นผู้นาที่จะพานักเรียนทา เป็นแบบอย่างด้านความรับผิดชอบ
สอดแทรกประสบการณ์ด้านความรับผิดชอบของตนลงสู่นักเรียน เพ่ือขัดเกลาและปลุกระดมทางความคิด
เชิงบวก
T = Train คอื ฝกึ ฝนความรับผิดชอบด้านการเรียนของนักเรียนให้ติดเป็นนิสัย เป็นกิจวัตร
ครูส่งเสริม สนับสนุนให้นักเรียนลงมือปฏิบัติจริง โดยครูเป็นผู้ชี้แนะให้คาปรึกษา คอยกากับ ติดตาม สังเกต
พัฒนาการและพฤตกิ รรมการเปล่ียนแปลง ทง้ั นี้นกั เรียนตอ้ งฝึกฝนความรบั ผดิ ชอบติดต่อกันอย่างน้อย ๒๑ วัน
ตามทฤษฎี ๒๑ วัน (21-Day Habit Theory) ของ Dr.Maxwell Maltz นายแพทย์ชาวสหรัฐอเมริกา
(Maxwell Maltz, 2017)
O = Operation คือ ปฏบิ ัติการส่งเสริมให้นักเรียนได้แสดงออกตามศักยภาพ เมื่อนักเรียน
มีนิสยั ความรบั ผดิ ชอบด้านการเรียนแลว้ ครูควรส่งเสริม สนับสนุนให้นักเรียนได้แสดงความสามารถพิเศษของ
แตล่ ะคนตามความถนัด ความสนใจ ทั้งในด้านการเรียนและนอกเหนือการเรียน เช่น งานอดิเรก โดยครูจัดหา
เวทีแข่งขัน จัดหาเวทีแสดงออกในระดับต่าง ๆ ให้นักเรียนได้ประกวด แข่งขัน แสดงออก เพื่อให้เกิดความรู้สึก
วา่ ตนมบี ทบาท มีท่ียืนในโรงเรียนตามความถนดั ของตน ท้ังนี้นักเรียนต้องฝึกฝนความรับผิดชอบติดต่อกันอย่าง
น้อย ๒๑ วัน ตามทฤษฎี ๒๑ วัน (21-Day Habit Theory) ของ Dr.Maxwell Maltz นายแพทย์ชาว
สหรัฐอเมรกิ า (Maxwell Maltz, 2017)
M = Motivation คือ แรงจูงใจมอบให้นักเรียน โดยครูต้องคอยเสริมแรงทางบวกแก่
นักเรียน ไม่ว่าจะเป็นการมอบเกียรติบัตร ของรางวัล เงินรางวัล การกล่าวชื่นชม ยินดี ยกย่อง เชิดชูตาม
โอกาส และการให้กาลังใจ เพื่อให้นักเรียนเกิดความภาคภูมิใจ เห็นคุณค่าของตน และเกิดทัศนคติท่ีดีต่อ
คุณธรรมด้านความรับผิดชอบ ซ่งึ จะนาไปสคู่ วามรบั ผดิ ชอบท่ียง่ั ยนื คอื การทาเปน็ กจิ วตั ร
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
๑. นักเรียนในที่ปรึกษา นักเรียนในรายวิชาและในกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนที่รับผิดชอบ สภา
นักเรียน และนักเรียนโรงเรียนหนองม่วงวิทยามีคุณธรรมด้านความรับผิดชอบสูงข้ึน โดยมีผลการเรียนเฉลี่ย
ที่สูงข้นึ และได้รบั รางวัลตามความสามารถในระดับตา่ ง ๆ
๒. เป็นแนวปฏิบัติในการพัฒนาคุณธรรมด้านความรับผิดชอบสาหรับครูท่านอ่ืน เพ่ือนาไป
พัฒนานักเรียนใหมใ่ นปีการศกึ ษา ๒๕๖๔
๓. เป็นนวัตกรรมสร้างสรรค์คนดีสาหรับพัฒนานักเรียนด้านคุณธรรมความรับผิดชอบแก่
สถานศึกษาอื่นในการนาไปปรบั ปรุง พฒั นา หรือบรู ณาการตามบริบทของแตล่ ะสถานศกึ ษาต่อไป
6
กรอบแนวคดิ การวจิ ัย
ภาพ ๑ แสดงกรอบแนวคิดในการวจิ ยั
7
บทที่ ๒
เอกสาร แนวคดิ ทฤษฎีทเี่ กยี่ วขอ้ ง
เอกสารที่เกี่ยวขอ้ ง
ในที่น้ีจะกล่าวถึงคานิยามของคาว่า “คุณธรรม” และ “ความรับผิดชอบ” ทีละประเด็น
ตามลาดบั ดงั นี้
๑. คณุ ธรรม
มีนักวิชาการหลายท่านให้คานิยามของคาวา่ “คุณธรรม” ท่ีใกล้เคยี งกนั อาทิ
พทุ ธทาสภกิ ขุ (2505, หนา้ 3) ไดใ้ หอ้ รรถาธิบายคาว่า คุณธรรม ไว้ว่า คุณ หมายถึง ค่าที่มี
อยใู่ นแตล่ ะสิ่ง ซึ่งเป็นที่ตั้งแห่งความยึดถือ เป็นไปได้ท้ังทางดีและทางร้าย คือ ไม่ว่าจะทาให้จิตใจยินดีหรือยิน
ร้าย ก็เรียกวา่ “คณุ ” ซ่งึ เป็นไปตามธรรมชาติของมัน สว่ นคาวา่ ธรรม มีความหมาย 4 อยา่ ง คือ
๑) ธรรมะ คือ ธรรมชาติ
๒) ธรรมะ คอื กฎของธรรมชาตทิ ่ีเรามหี นา้ ท่ีตอ้ งเรียนรู้
๓) ธรรมะ คือ หน้าท่ีตามกฎของธรรมชาติ เรามหี น้าทตี่ อ้ งปฏิบตั ิ
๔) ธรรมะ คอื ผลจากการปฏิบัติหน้าที่นน้ั เรามีหนา้ ท่จี ะต้องมี หรอื ใช้มนั อยา่ งถูกตอ้ ง
รองศาสตราจารย์ ดร. ทิศนา แขมมณี (2546, หน้า 4) ได้ให้ความหมายไว้ว่า คุณธรรม
หมายถงึ คณุ ลักษณะหรือสภาวะภายในจิตใจของมนุษย์ท่ีเป็นไปในทางท่ีถูกต้อง ดีงาม ซึ่งเป็นภาวะนามธรรม
อยูใ่ นจิตใจ
ส่วนในพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน (๒๕๕๖, หน้า ๒๖๓) ได้ให้ความหมายของ คุณธรรม ว่า
สภาพคุณงามความดี เป็นสภาพคุณงามความดีทางความ ประพฤติและจิตใจ ซึ่งสามารถแยกออกเป็น ๒
ความหมาย ไดแ้ ก่ ๑) ความประพฤตดิ งี าม เพื่อประโยชน์แกต่ นและสังคม ซ่ึงมีพื้นฐานมาจากหลักศีลธรรมทาง
ศาสนา ค่านยิ มทางวฒั นธรรม ประเพณี หลกั กฎหมาย จรรยาบรรณวิชาชีพ และ ๒) การรู้จักไตร่ตรองว่าอะไร
ควรทาไม่ควรทา และอาจกลา่ วได้วา่ คณุ ธรรม คอื จริยธรรมท่นี ามาปฏบิ ตั จิ นเป็นนิสยั เช่น การเป็นคนซื่อสัตย์
เสียสละ และมคี วามรบั ผิดชอบ
กลา่ วโดยสรุป คุณธรรม หมายถึง หลักของความดีความงาม ความถกู ต้อง ซึ่งจะแสดงออกมา
โดยการกระทา ทางกาย วาจาและจิตใจของแต่ละบุคคล ซึ่งเป็นหลักประจาใจในการประพฤติปฏิบัติจนเกิด
เปน็ นสิ ัยเป็นส่ิงทม่ี ีประโยชน์ตอ่ ตนเองผ้อู ่ืน และสังคมใหเ้ กดิ ความรกั สามัคคี ความอบอนุ่ ม่นั คงในชีวิต
๒. ความรับผดิ ชอบ
มีนกั วิชาการหลายท่านให้คานยิ ามของคาวา่ “รับผิดชอบ” ทมี่ ีลกั ษณะใกล้เคยี งกนั อาทิ
มารศรี กลางประพนั ธ์ (2549) ได้กล่าวไวว้ า่ คุณลักษณะด้านความรับผิดชอบไม่ได้เป็นสิ่งท่ี
ตดิ ตวั มาแต่กาเนิดและไม่ไดเ้ กดิ ขนึ้ เองโดยอตั โนมัติ จะต้องมีการปลูกฝัง ฝึกฝน ฝึกหัดอย่างค่อยเป็นค่อยไปให้
เหมาะสมกบั อายุจนเป็นนิสยั
รจรินทร์ ผลนา และศิริพันธ์ ติยะวงศ์สุวรรณ (๒๕๕๙) ได้อธิบายคุณลักษณะของความ
รับผิดชอบวา่ ประกอบด้วยหลายลกั ษณะ ไดแ้ ก่ ยอมรบั ผลจากการกระทาของตนท้ังที่เป็นผลดีหรือผลเสีย, ใช้
ความสามารถอย่างเต็มท่ีในการทางานที่ได้รับมอบหมาย, เอาใจใส่ในการทางานเพื่อให้งานมีประสิทธิภาพ, มี
ความหนักแน่นเมื่อเผชิญกับปัญหาหรืออุปสรรค, มีความละเอียดรอบคอบ และมีความมุ่งม่ันทางานที่ได้รับ
มอบหมายจนสาเร็จ
8
พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน (๒๕๕๖, หน้า ๙๙๐) ได้ให้ความหมายของ ความ
รับผดิ ชอบ ว่าหมายถึง ยอมรบั ผลท้ังท่ดี ีและไม่ดใี นกจิ การที่ตนได้ทาลงไปหรือท่ีอยใู่ นความดูแลของตน
จากตัวอยา่ งข้างต้นอาจสรุปได้ว่า “ความรับผิดชอบ” หมายถึง การยอมรับในส่ิงท่ีได้กระทา
ลงไป สามารถฝึกฝนให้เป็นนสิ ยั ได้ ซง่ึ ในทน่ี ้ีหมายถึงความรบั ผดิ ชอบของนักเรยี น
แนวคิด ทฤษฎีทีเ่ กีย่ วข้อง
จากการศึกษาแนวคิด ทฤษฎีท่ีเก่ียวข้อง เพื่อสร้างนวัตกรรมสร้างสรรค์คนดีในการพัฒนา
สง่ เสรมิ คณุ ธรรมดา้ นความรับผดิ ชอบแก่นักเรียน ท้งั ศาสตร์ฝั่งตะวันตกและตะวันออก ซ่ึงเป็นประโยชน์ย่ิงใน
การปรับ ประยุกต์ และบูรณาการในการสร้างนวัตกรรม “รับผิดชอบพิชิตชัย ชนะใจตัวเอง ด้วยนวัตกรรม
KRUTOM Model” สามารถอธิบายข้อมูลมาพอสงั เขปทลี ะประเด็น ดังน้ี
๑. ทฤษฎี ๒๑ วนั
ทฤษฎี ๒๑ วัน (21-Day Habit Theory) จากหนังสือ Psycho-Cybrenetics ของDr.Maxwell
Maltz นายแพทย์ชาวสหรัฐอเมริกา (Maxwell Maltz, 2017) ถึงแม้อาจยังไม่ถึงข้ันเป็นทฤษฎี เพราะเป็น
เพียงแค่ข้อสังเกตที่เขาได้ทาการศึกษา ซึ่งได้พูดถึงการปรับเปล่ียนพฤติกรรมของมนุษย์ ด้วยการกระทา
ต่อเนื่องอย่างน้อย ๒๑ วัน บนพื้นฐานของความเชื่อและมีสติในการลงมือทา จนกลายเป็นนิสัย และสามารถ
นาทฤษฎีนี้ไปใช้ได้กับทุก ๆ เร่ืองในชีวิตประจาวันของมนุษย์ เพ่ือเปล่ียนแปลงตัวเองเพื่อสิ่งที่ดีกว่า ไม่ว่าจะ
เป็นการประยุกต์ใช้กับการอ่านหนังสือ การออกกาลังกาย การออมเงิน การทางานอดิเรก ตลอดจนการเรียน
ซึ่งถือว่าเป็นเร่ืองใหม่ท่ีท้าทายให้ทดลองนามาใช้ในการพัฒนาคุณธรรมด้านความรับผิดชอบของนักเรียน
ภายในโรงเรียนต่อไป ซง่ึ จะมีความสอดคล้องกับกฎแหง่ การทาซ้า ฝึกฝน ฝกึ หัด ที่จะไดก้ ลา่ วถงึ ในลาดบั ตอ่ ไป
๒. กฎแหง่ การทาซา
ไพฑูรย์ สินลารัตน์ (2561) ได้อธิบายถึงกฎแห่งการทาซ้าว่า เป็นกฎ ๑ ใน ๓ ของทฤษฎี
สัมพันธ์เช่ือมโยง (Connectionism Theory) หรือทฤษฎีการเรียนรู้ ของธอร์นไดค์ นักปรัชญาทางการศึกษา
ชาวตะวันตก เป็นการท่ีผู้เรียนสามารถสร้างความสัมพันธ์เชื่อมโยง (Bond) ระหว่างส่ิงเร้าและการตอบสนอง
และได้รับความพึงพอใจจะทาให้เกิดการเรียนรู้ข้ึน อันถือว่าเป็นหลักการเบ้ืองต้นท่ีนาไปสู่เทคโนโลยีทางการ
ศึกษาและการสอน ซึ่งมกี ฎจานวน 3 กฎ ได้แก่
1) กฎแห่งการฝึกหัดหรือการกระทาซ้า (The Law of Exercise or Repetition) ชี้ให้เห็น
ว่า การกระทาซ้าหรือการฝึกหัดน้ี หากได้ทาบ่อย ๆ ซ้า ๆ ซาก ๆ จะทาให้การกระทาน้ัน ๆ ถูกต้องสมบูรณ์
และม่ันคง
2) กฎแห่งผล (The Law of Effect) เป็นกฎที่มีช่ือเสียงและได้รับความสนใจมากที่สุด
ใจความสาคัญของกฎน้กี ็คือ รางวัลหรือความสมหวัง จะช่วยส่งเสริมการแสดงพฤติกรรมน้ันมากข้ึน แต่การทา
โทษหรือความผดิ หวังจะลดอาการแสดงพฤตกิ รรมนนั้ ลง
3) กฎแห่งความพร้อม (The Law of Readiness) กฎนี้หมายถึงความพร้อมของร่างกาย
จิตใจ สังคม ในอนั ทจ่ี ะแสดงพฤติกรรมใด ๆ
จากแนวคดิ ทฤษฎขี า้ งต้นนอกจากกฎแห่งการฝึกหัดหรือการกระทาซ้าแล้ว กฎแห่งผล และ
กฎแห่งความพร้อมก็สามารถนามาช่วยส่งเสริม พัฒนาความรับผิดชอบได้ด้วยเช่นกัน เน่ืองจากมีความ
เก่ียวเนื่องกัน เพราะการใช้นวัตกรรมจะเริ่มจากความพร้อมของนักเรียน จากน้ันจึงฝึกฝน ฝึกหัด ทาซ้า และ
จบดว้ ยการเสรมิ แรง ซง่ึ จะชว่ ยสนับสนุนให้พฤตกิ รรมดงั กล่าวคงทนและตดิ เปน็ นิสัย
9
๓. โมเดลแบบปลอ่ ยความรับผิดชอบทลี ะน้อย
โมเดลแบบปล่อยความรับผิดชอบทีละน้อย (gradual release of responsibility model)
ได้กล่าวถึงในบทความวิจัยของนาถวดี นันทาภินัย (๒๕๖๑, อ้างอิงใน Fisher & Frey, ๒008) ว่า เป้าหมาย
ของการพัฒนาทกั ษะการคิดของนักเรียนโดยใช้การสอนอย่างจงใจ (Intentional Instruction) คือ การปล่อย
ให้ความรับผิดชอบในการเรียนรู้เป็นของนักเรียน ครูเป็นผู้ให้การสนับสนุนส่ิงที่จาเป็นต่อความสาเร็จของ
นักเรยี น โดยที่โมเดลแบบปล่อยความรับผิดชอบทีละน้อย (gradual release of responsibility model) ซึ่ง
คิดค้นโดย Fisher And Frey เป็นแนวทางท่ีเหมาะสมเพ่ือบรรลุเป้าหมายน้ี โมเดลนี้แนะนาให้ครูเปลี่ยน
บทบาทตีตัวจากการเป็นผู้สนับสนุนอย่างเต็มท่ีเหลือเพียงการช่วยเหลือกันเองระหว่างเพ่ือน จนถึงการไม่ให้
การช่วยเหลอื ใด ๆ ในทส่ี ุด หรอื การทค่ี รูเปลย่ี นจากการเป็นผู้รบั ผิดชอบงานท้ังหมดไปสู่สถานการณ์ที่นักเรียน
เป็นผู้รับผดิ ชอบทั้งหมด โมเดลแบบปล่อยความรบั ผดิ ชอบทีละนอ้ ย ประกอบด้วย 4 องคป์ ระกอบ ไดแ้ ก่
1) บทเรียนเนน้ ประเด็น (focused instruction) ถูกออกแบบให้ทากิจกรรม 2 อย่างโดย
ใช้เวลาประมาณ 10-15 นาที ส่ิงแรกคือในการสร้างจุดประสงค์ของบทเรียนเพื่อให้นักเรียนรู้ว่าสิ่งที่ครู
คาดหวังจากนกั เรยี นคืออะไร และนักเรียนเรียนรู้สิ่งเหล่าน้ันไปเพื่ออะไร ส่ิงที่สองคือ การสร้างโมเดลเป็นการ
คิดซ้อนคิด นั่นคือ เม่ือนักเรียนได้เห็นส่ิงท่ีเกิดขึ้นในความคิดของผู้เชี่ยวชาญพวกเขาก็จะเลียนแบบการคิดได้
การคิด คือ เหตผุ ลที่แทจ้ รงิ ในการเข้าถึงเทคโนโลยีศตววรรษท่ี 21 ที่นักเรยี นของเราใชอ้ ยทู่ ุกวัน
2) การสอนแบบช้ีแนะ (guided instruction) เป็นการใช้การบอกใบ้การกระตุ้นและการ
ตั้งคาถามเพื่อสนับสนุนให้นักเรียนใช้ความคิด การสอนแบบชี้แนะมีจุดประสงค์เพื่อจะให้นักเรียนเกิดความ
เข้าใจมากขึ้นไม่ใช่เป็นการย้าข้อมูลท่ีให้ในระหว่างเรียนแบบเน้นประเด็น เคร่ืองมือทางเทคโนโลยีสามารถ
ตอบสนองจุดประสงค์การสอนท่ีเจาะจงได้เครื่องมือเหล่านี้ช่วยอานวยความสะดวกในการถ่ายโอนความ
รับผิดชอบจากครไู ปสู่นักเรยี น และให้ความช่วยเหลือท่จี าเป็นแก่นักเรียนในการพฒั นาทักษะการคดิ
3) ภารกิจความร่วมมือ (collaborative learning) เพ่ือการเรียนรู้อย่างแท้จริง นักเรียน
ต้องมีส่วนร่วมในภารกิจกลุ่มที่ต้องอาศัยการมีปฏิสัมพันธ์ ต้องใช้ภาษาและความคิดของสาขาวิชาที่เพ่ือน ๆ
เข้าใจ และทุกคนต้องรับผดิ ชอบงานของตัวเอง เพอ่ื ท่คี รูจะไดร้ ู้ว่าใครที่เขา้ ใจเน้ือหาแล้วและต้องสอนใครเพ่ิม
4) การเรียนรู้ด้วยตนเอง (independent learning) นักเรียนต้องรู้จักประยุกต์ใช้ส่ิงท่ี
เรยี นซ่ึงถือเป็นสว่ นหน่งึ ของการสอน โดยที่การประยกุ ต์ใช้ดงั กลา่ วนี้อยภู่ ายใต้การชีแ้ นะของครูผู้สอนในช่ัวโมง
เรยี นก่อนหนา้ ทค่ี รจู ะส่ังการบา้ นนักเรยี นทุกคนต้องไดร้ ับการฝึกฝนก่อนท่จี ะถูกสัง่ ให้ทางานด้วยตนเอง
ภาพ ๒ แสดงโมเดลแบบปล่อยความรบั ผิดชอบทีละนอ้ ย (นาถวดี นันทาภนิ ัย ๒๕๖๑, อ้างองิ ใน Fisher & Frey, 2008)
10
จากโมเดลดงั กลา่ วนี้ จะเหน็ ได้ว่าผู้เรียนจะถูกฝึกให้คิดอย่างเป็นระบบ เริ่มจากองค์ประกอบ
ที่ 1 คดิ เลยี นแบบผู้เชยี่ วชาญจากสิ่งที่เป็นประเด็นสาคญั ทีค่ รูนาเสนอให้คิด ในองค์ประกอบที่ 2 ผู้เรียนจะถูก
กระตุ้นให้คิดด้วยคาถามจากการบอกใบ้ของครู ในองค์ประกอบที่ 3 ผู้เรียนจะใช้ภารกิจความร่วมมือในการ
ช่วยกันคิดเพื่อให้ได้ความคิดท่ีหลากหลาย จากนั้นในองค์ประกอบท่ี 4 ผู้เรียนจะต้องใช้การคิดแบบประยุกต์
ในการเรียนรู้ด้วยตนเองต่อไป เหล่านี้จะช่วยหลอมรวมคุณลักษณะของผู้เรียนให้มีความรับผิดชอบอย่าง
สมบรู ณแ์ ละยงั่ ยืนสบื ไปโดยอาศัยเวลาเป็นตวั ขับเคล่ือนใหเ้ กิดคณุ ลักษณะดังกลา่ ว
๔. ทฤษฎคี วามแตกต่างระหว่างบคุ คล (The Individual Differences Theory)
Melvin L. DeFleur (1970) กล่าวว่าผู้รับสารจากสื่อมวลชนแต่ละบุคคลมีความแตกต่างกัน
ในทางจิตวิทยา เช่น ทัศนคติ ค่านิยมและความเช่ือท่ีแตกต่างกัน ทาให้ความสนใจในการเปิดรับสารหรือ
ตีความหมายข่าวสารจากสื่อมวลชนแตกต่างกันออกไป จึงได้เสนอหลักการพ้ืนฐานของทฤษฎีความแตกต่าง
ระหว่างบคุ คลไว้ดังนี้
1. บุคคลมคี วามแตกตา่ งกันอยา่ งมากในองค์ประกอบด้านบุคลิกภาพและสภาพจิตวิทยา
2. ความแตกต่างกันดงั กล่าวน้ีบางส่วนมาจากความแตกต่างทางชีวภาพหรือทางร่างกายของ
แตล่ ะบุคคล แต่สว่ นใหญ่มาจากความแตกตา่ งทเ่ี กดิ จากการเรยี นรู้
3. บุคคลทอี่ ยภู่ ายใต้สภาพแวดล้อมตา่ ง ๆ กัน จะได้รับการเรียนรู้จากสภาพแวดล้อมต่าง ๆ กนั
4. การเรียนรู้จากสภาพแวดล้อมท่ีแตกต่างกันทาให้บุคคลมีทัศนคติ ค่านิยม ความเช่ือและ
บคุ ลิกภาพท่แี ตกตา่ ง
ความแตกต่างระหว่างบุคคลถือเป็นอีกประเด็นหนึ่ง ท่ีจะต้องใส่ใจในการพัฒนานักเรียน
เนื่องจากนักเรียนแต่ละคนย่อมมีความพร้อม มีความแตกต่างกันในด้านต่าง ๆ ทฤษฎีน้ีจึงควรนามาพิจารณา
ประกอบในการสร้างนวัตกรรมสรา้ งสรรค์คนดดี ้วย
๕. ศาสตรพ์ ระราชาหลักการทรงงานตามแนวพระราชดาริ “เข้าใจ เขา้ ถงึ พฒั นา”
ส านั กง าน ค ณะ กร ร มก าร พิเ ศษเ พ่ือ ปร ะส า น ง าน โ คร งก าร อั น เ นื่ อ งมา จ า กพ ร ะร าช ดา ริ
(๒๕๖๔) ไดเ้ ผยแพร่และอธบิ ายถงึ หลกั การทรงงาน “เขา้ ใจ เขา้ ถึง พฒั นา” ไว้ว่า
เข้าใจ : ทาอะไรต้องเข้าใจปัญหา เข้าใจหนทางแก้ไข เข้าใจกระบวนการจัดการ และปรับ
ความเขา้ ใจระหว่างผ้ใู ห้ ผูร้ ับเสยี ก่อน ใหเ้ ข้าใจซ่ึงกนั และกัน
เข้าถึง : เม่ือเข้าใจระหว่างกันทุกประการครบถ้วนแล้ว ต้องเข้าถึงการกระทา สร้างความ
ร่วมมือจากผู้เก่ียวข้อง เข้าถึงเครื่องไม้เครื่องมือและวัสดุอุปกรณ์ และความสามัคคีร่วมจิตร่วมใจของผู้ปฏิบัติ
ร่วมมอื ร่วมไมก้ ันทางาน
พัฒนา : เมื่อต่างฝ่ายต่างเข้าใจกันแล้ว เข้าถึงกันแล้ว การพัฒนาก็จะดาเนินการไปอย่าง
ย่ังยืน ไม่ส่งผลกระทบที่ติดลบต่อระบบเศรษฐกิจ สังคม ส่ิงแวดล้อมและการเมือง หากแต่นาไปสู่ความสมดุล
มนั่ คงและยง่ั ยนื
จากคานิยามดังกล่าว สามารถนาไปประยุกต์ใช้ในการรู้จักนักเรียนรายบุคคล การคิดหา
แนวทางวางแผน แกไ้ ข และพัฒนาคุณธรรมด้านความรบั ผดิ ชอบของนักเรียนไดเ้ ชน่ กนั
11
๖. หลกั ธรรมแห่งความสาเรจ็ “อทิ ธิบาท ๔”
พระพรหมคุณาภรณ์ (๒๕๔๖) ได้อธิบายความหมายของอิทธิบาท 4 ไว้ในพจนานุกรมพุทธ
ศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม ว่า อิทธบิ าท 4 คือ คุณเคร่ืองให้ถึงความสาเร็จ, คณุ ธรรมท่ีนาไปสู่ความสาเร็จแห่ง
ผลที่มุง่ หมาย ประกอบดว้ ย
1. ฉนั ทะ : ความพอใจ คือ ความตอ้ งการทีจ่ ะทา ใฝ่ใจรกั จะทาสิง่ น้นั อยู่เสมอ และปรารถนา
จะทาให้ไดผ้ ลดียงิ่ ๆ ข้ึนไป
2. วิริยะ : ความเพียร คือ ขยันหม่ันประกอบสิ่งน้ันด้วยความพยายาม เข้มแข็ง อดทน เอา
ธรุ ะไม่ท้อถอย
3. จิตตะ : ความคิด คอื ตั้งจิตรบั รใู้ นสิ่งท่ีทาและส่ิงน้ันด้วยความคิด เอาจิตฝักใฝ่ไม่ปล่อยใจ
ให้ฟงุ้ ซ่านเล่ือนลอยไป
4. วิมังสา : ความไตร่ตรอง หรือ ทดลอง คือ หม่ันใช้ปัญญาพิจารณาใคร่ครวญตรวจตราหา
เหตุผลและตรวจสอบข้อยิง่ หย่อนในสิ่งทที่ าน้ัน มกี ารวางแผน วัดผล คดิ คน้ วิธแี กไ้ ขปรบั ปรงุ เปน็ ตน้
ดังน้ัน “อิทธิบาท 4” จึงมีความหมายกับมนุษย์ทุกคนที่ต้องการจะเดินทางไปสู่ความสาเร็จ
ในชีวิตและการงาน และโดยเฉพาะนักเรียนที่จะต้องฝึกฝนตนเอง เพื่อให้เกิดคุณธรรมความรับผิดชอบจนติด
เปน็ นิสัยต่อไป
จากการศึกษาแนวคิด ทฤษฎีท่ีเกี่ยวข้อง ท้ังศาสตร์ทางตะวันตกและตะวันออก รวม 6
แนวคิด ทฤษฎี ช่วยให้ผู้วิจัยเห็นถึงคุณค่า ความสาคัญ และความสัมพันธ์กัน ซึ่งจะได้นาหลักการมาปรับ
ประยกุ ต์ ตลอดจนบูรณาการ เพื่อวางแผน คิด สร้าง และใช้นวัตกรรมสร้างสรรค์คนดี เพื่อพัฒนาคุณลักษณะ
ของนักเรียนโรงเรียนหนองม่วงวิทยาด้านคุณธรรมความรับผิดชอบ ตามสภาพปัญหา ปัจจัย และสิ่งแวดล้อม
ต่าง ๆ ท่พี บเจอ ให้มปี ระสทิ ธภิ าพและประสิทธผิ ลต่อไป
งานวิจัยทีเ่ ก่ียวข้อง
จากการศึกษางานวิจัยท่ีเก่ียวข้องกับการพัฒนา ส่งเสริม คุณธรรมด้านความรับผิดชอบของ
นักเรียนจากนักวิชาการหลายท่าน สามารถนาผลการวิจัยมาเป็นแนวทางในการสร้างและพัฒนานวัตกรรม
สร้างสรรค์คนดีของข้าพเจ้า ซ่ึงเป็นแหล่งข้อมูลที่เป็นประโยชน์ย่ิงในการสร้างนวัตกรรม “รับผิดชอบพิชิตชัย
ชนะใจตัวเอง ด้วยนวัตกรรม KRUTOM Model” สามารถสรปุ ผลการวิจัยมาพอสังเขปได้ดังนี้
นัฎฐกานต์ เหลาแก้ว และคณะ (2556) ได้ศึกษาผลของการจัดกระบวนการเรียนรู้โดย
ประยุกต์การสอนแบบสร้างศรัทธาและโยนิโสมนสิการ ที่มีต่อความรับผิดชอบและความสามารถในการคิด
แก้ปัญหาคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 1 โรงเรียนสกลนครพัฒนศึกษา สานักงานเขตพื้นท่ี
การศึกษามัธยมศึกษา เขต 23 จานวน 2 ห้องเรียน จานวนนักเรียน 76 คน โดยใช้เครื่องมือท่ีใช้ในการวิจัย
ประกอบดว้ ย 1) คมู่ อื การจดั กระบวนการเรยี นรู้โดยประยุกตก์ ารสอนแบบสร้างศรัทธาและโยนิโสมนสิการ 2)
แบบวัดความรับผิดชอบ 3) แบบทดสอบวัดความสามารถในการคิดแก้ปัญหาคณิตศาสตร์ พบว่า คู่มือการจัด
กระบวนการเรียนรู้ฯ มีค่าดัชนีประสิทธิผลด้านความรับผิดชอบท่ีระดับ .56 นักเรียนมีความรับผิดชอบหลัง
เรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสาคัญที่ระดับ .05 และสูงกว่านักเรียนท่ีได้รับการสอนปกติ อย่างมีนัยสาคัญ
ทางสถติ ิท่ีระดับ .05
ส่วน กนั นิกา บาลจบ และคณะ (2557) ได้ศึกษาผลของการใช้โปรแกรมการให้คาปรึกษา
กลุ่มทฤษฎพี ิจารณาเหตผุ ล อารมณ์ และพฤตกิ รรมรว่ มกับการอบรมเพื่อพัฒนาความคาดหวังในความสามารถ
ของตนที่มีต่อความรับผิดชอบด้านการเรียนและความมีวินัยในตนเอง ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 2
12
โรงเรียนศึกษาประชาสามัคคี สานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษามัธยมศึกษา เขต 23 จานวน 24 คน โดยใช้
เครอ่ื งมอื ทใ่ี ช้ในการวิจยั ประกอบดว้ ย 1) โปรแกรมการให้คาปรึกษากลุ่มทฤษฎีพิจารณาเหตุผล อารมณ์ และ
พฤตกิ รรมรว่ มกบั การอบรมเพื่อพัฒนาความคาดหวังในความสามารถของตน 2) แบบวัดความรับผิดชอบด้าน
การเรียน 3) แบบวัดความมีวินัยในตนเอง พบว่า นักเรียนท่ีได้รับโปรแกรมการให้คาปรึกษากลุ่มทฤษฎี
พิจารณาเหตุผล อารมณ์ และพฤติกรรมร่วมกับการอบรมเพ่ือพัฒนาความคาดหวังในความสามารถของตน
สามารถพัฒนาความรับผิดชอบด้านการเรียนและความมีวินัยในตนเองสูงกว่านักเรียนท่ีไม่ได้รับโปรแกรมการ
ให้คาปรึกษากลุ่มในระยะหลังการทดลองอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติท่ีระดับ .01, มีความรับผิดชอบด้านการ
เรียน และความมีวินัยในตนเองระยะหลังการทดลองสูงกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติท่ีระดับ
.01 ในระยะติดตามผลก็สูงกวา่ หลงั การทดลองอย่างมีนยั สาคัญทางสถติ ิท่รี ะดับ .01
นอกจากนี้ สุปชัย โกสีนาม และคณะ (2558) ได้ศึกษาการพัฒนาการเสริมสร้างวินัยด้าน
ความรับผิดชอบของนักเรียนโรงเรียนบ้านหนองฮี อาเภอพยัคฆภูมิพิสัย สังกัดสานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษา
ประถมศึกษามหาสารคาม เขต 2 นักเรียน จานวน 38 คน โดยใช้วิธีวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action Researh)
กาหนดกลุ่มตัวอย่างท่ีได้มาโดยวิธีการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) เครื่องมือท่ีในการเก็บ
รวบรวม ไดแ้ ก่ แบบสงั เกต แบบสอบถาม และแบบสัมภาษณ์ พบว่า ผลการดาเนินจัดกิจกรรมเสริมสร้างวินัย
ด้านความรับผิดชอบ โดยใช้กิจกรรมการรณรงค์แต่งกายให้ถูกต้องตามระเบียบ กิจกรรมรณรงค์ความซื่อสัตย์
กิจกรรมรณรงค์การตรงต่อเวลา กิจกรรมรณรงค์ปฏิบัติตนตามระเบียบของโรงเรียน กิจกรรมแบ่ งเขต
รับผิดชอบภายในโรงเรียน และกิจกรรมประกวดห้องเรียนสะอาด ผลการวิเคราะห์การสังเกตจากการจัด
กิจกรรมณรงค์การแต่งกายให้ถูกต้องตามระเบียบ มีการปฏิบัติโดยรวมคิดเป็นความถี่ 96.51 ผลการจัด
กิจกรรมณรงค์การรกั ษาความสะอาดของรา่ งกาย มีการปฏิบตั ริ วมคดิ เป็นความถี่ 98.36 และการจัดกิจกรรม
ณรงค์แบ่งเขตรับผิดชอบภายในบริเวณโรงเรียน โดยรวมคิดเป็นความถี่ 98.36 ซึ่งผ่านเกณฑ์ที่ต้ังไว้ 90 ข้ึน
ไป สว่ นการประเมนิ พฤติกรรมนักเรียนโดยส่วนรวมอยู่ในระดับมาก เม่ือพิจารณาเป็นรายข้อพบว่าอยู่ในระดับ
มากทุกข้อ, ผลการประเมินผลการเสริมสร้างวินัยด้านความรับผิดชอบของนักเรียนโรงเรียนบ้านหนองฮี โดย
ส่วนร่วมมีระดับการปฏิบัติอยู่ในระดับมาก โดยมีจาแนกตามรายข้ออยู่ในระดับมากทุกข้อ โดยเรียงอันดับ
ค่าเฉล่ียจากมากไปหาน้อย 3 อันดับแรก ได้แก่ ทรงผมไม่ยาวเกินกว่าท่ีระเบียบของโรงเรียนกาหนดไว้ ร่วม
กิจกรรมต่าง ๆ ที่ทางโรงเรียนจัดขึ้นอย่างต้ังใจ และเข้าชั้นเรียนอย่างสม่าเสมอและส่งงานที่ได้รับมอบหมาย
ตรงตามเวลาท่กี าหนด และท่มี คี ่าเฉลีย่ น้อยที่สดุ ได้แก่ ปฏิบตั ิตนไดเ้ หมาะสมตามหน้าทข่ี องตนเอง
ธัญญาภรณ์ คาแก้ว และคณะ (2562) ท่ีได้ศึกษาผลของการให้การปรึกษาแบบกลุ่มด้วย
การสัมภาษณ์เพื่อเสริมสร้างแรงจูงใจต่อความรับผิดชอบในการเรียนของนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 1
โรงเรียนวัดชัยมงคล (เขตปทมุ วัน) ที่ไดค้ ะแนนความรับผิดชอบในการเรียนระดับน้อยและสมัครใจเข้าร่วมการ
ทดลองจานวน 16 คน โดยใช้เคร่ืองมือวิจัย ประกอบด้วย โปรแกรมการให้การปรึกษาแบบกลุ่มด้วยการ
สัมภาษณ์เพื่อเสริมสร้างแรงจูงใจต่อความรับผิดชอบในการเรียน (Motivational Interviewing : MI) และ
แบบวดั ความรบั ผดิ ชอบในการเรียน โดยอาศัยทฤษฎีข้ันตอนการเปล่ียนแปลงพฤติกรรม (Stage of Change)
ของ Prochaska & DiClemente ซึ่งพบว่า นักเรียนกลุ่มทดลองหลังเข้าร่วมการให้การปรึกษาแบบกลุ่มด้วย
การสัมภาษณ์เพื่อเสริมสร้างแรงจูงใจมีคะแนนความรับผิดชอบในการเรียนสูงขึ้น และสูงกว่านักเรียนกลุ่ม
ควบคุม
ในปีเดียวกัน พระมหาเอกชัย วิสุทฺโธ และคณะ (2562) ได้ศึกษาการจัดการเรียนรู้ตาม
หลักอิทธิบาท 4 เพ่ือพัฒนาผู้เรียนด้านความรับผิดชอบในการเรียนสาระสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
ระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลาย โรงเรียนพระปริยัตธิ รรม แผนกสามัญศึกษา อาเภอเมือง จังหวัดหนองคาย ใช้วิธี
13
วิทยาการวิจัยเชิงปริมาณ กับกลุ่มตัวอย่างท่ีใช้ในการวิจัย จานวน 354 คน โดยใช้แบบสอบถามในการเก็บ
รวบรวมข้อมูลวิจัย ผลการวิจัยพบว่า การจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาผู้เรียนด้านความรับผิดชอบ ในการเรียน
สาระสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญ
ศึกษา อาเภอเมือง จังหวัดหนองคาย โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ทั้ง 3 ด้าน ได้แก่ ด้านความมีวินัย ด้าน
ความซอ่ื สัตย์ และดา้ นจิตอาสา
จะเห็นได้วา่ งานวิจยั ทง้ั ๕ เร่ืองท่ไี ดท้ บทวนข้างตน้ ลว้ นแตเ่ ปน็ การส่งเสริม พัฒนาคุณธรรม
ความรับผิดชอบให้แก่นักเรียนทั้งสิ้น ไม่ว่าจะใช้เครื่องมือในการวิจัยผ่านโปรแกรม วิธีการจัดการเรียนรู้ และ
การจัดกิจกรรม ซึ่งได้ผลท่ีดีอย่างเห็นได้ชัด ประกอบกับงานวิจัยส่วนใหญ่ได้เน้นศึกษานักเรียนในระดับช้ัน
มัธยมศึกษาโดยใช้กลุ่มตัวอย่าง สามารถเป็นแนวทางสาหรับผู้วิจัยท่ีต้องการจะสร้างนวัตกรรมสร้างสรรค์คนดี
เพื่อพัฒนาคุณลักษณะคุณธรรมด้านความรับผิดชอบเช่นกัน โดยนาไปใช้กับนักเรียนกลุ่มเล็กที่เก่ียวข้อง
โดยตรงก่อน แล้วจึงขยายผลไปสู่นักเรียนกลุ่มใหญ่ทั้งโรงเรียน และจะใช้นวัตกรรมในรูปแบบขั้นตอน
กระบวนการผ่านระบบดูแลช่วยเหลือผู้เรียนผสมกับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ในช่ือนวัตกรรมท่ีว่า
“รับผดิ ชอบพิชติ ชยั ชนะใจตนเอง ด้วยนวตั กรรม KRUTOM Model” ตอ่ ไป
14
บทท่ี ๓
การผลิตและการใช้นวัตกรรม
การผลิตนวตั กรรม
การผลิตนวัตกรรม “รับผิดชอบพิชิตชัย ชนะใจตนเอง ด้วยนวัตกรรม KRUTOM Model”
นน้ั มีเหตุปัจจัยมาจากปัญหาการขาดรับผิดชอบของนักเรียนในท่ีปรึกษาตั้งแต่ปีการศึกษา ๒๕๖๒ ซ่ึงต้องนั้น
ข้าพเจา้ เป็นครทู ่ีปรกึ ษานกั เรยี นชน้ั มธั ยมศึกษาปที ี่ ๓/๑ ขณะนน้ั มีชือ่ นวตั กรรมเดิมว่า “๕ ส สร้างคนดี เป็นท่ี
๑ ได้” แล้วได้นาไปใช้กับกลุ่มนักเรียน มีการปรับปรุง พัฒนา จนเกิดนวัตกรรมใหม่ขึ้นมา ซึ่งจะได้อธิบาย
ตามลาดับข้ันตอนการผลติ นวตั กรรม ดงั น้ี
๑. สารวจปัญหา โดยได้สารวจ สังเกตปัญหาด้วยตนเอง สอบถามผู้บริหาร ครู บุคลากร
ทางการศึกษาท่ีเกี่ยวข้อง ถึงปัญหาด้านคุณธรรมในสถานศึกษา ท้ังด้านการจัดการเรียนการสอน พฤติกรรม
นกั เรียน แล้วจดั ลาดบั ความสาคญั ของปัญหาที่พบในสถานศกึ ษา
๒. วิเคราะห์ปัญหาและความต้องการพัฒนาคุณธรรมในสถานศึกษา ซึ่งพบว่านักเรียนในท่ี
ปรึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี ๓/๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๒ มีปัญหาท่ีต้องแก้ไขเร่งด่วน คือ ความรับผิดชอบในการ
เรยี น การส่งงาน ซ่งึ สาเหตเุ กิดจากการขาดความรบั ผิดชอบต่อตนเอง
๓. คิดค้นหาวิธีการแก้ไขปัญหาโดยการศึกษาเอกสารหลักการทรงงานของในหลวง รัชกาล
ที่ ๙ ในแนวคิด “เขา้ ใจ เข้าถึง พัฒนา” ศึกษาหลกั ธรรมทางพุทธศาสนา คือ อิทธิบาท ๔ (ฉันทะ วิริยะ จิตตะ
วิมังสา) และศึกษาแนวคิดด้านการศึกษา คือ ความแตกต่างระหว่างบุคคล (Individual differences) จึงเกิด
ความคิดว่าการจะแก้ไขพฤติกรรมนักเรียนได้น้ัน จะต้องเริ่มจากสิ่งท่ีนักเรียนชอบ ถนัด สนใจ ทาแล้วมี
ความสุข น่ันคือ งานอดิเรก (ภาคผนวก ๑, น. ๓๕) จึงสร้างนวัตกรรมเพอ่ื พฒั นาด้านความรับผิดชอบจากงาน
อดเิ รกสกู่ ารเรียน ในช่ือวา่ นวตั กรรม “๕ ส สร้างคนดี เป็นท่ี ๑ ได”้ ซึ่งมีกระบวนการ ดงั น้ี
- ส ๑. สังเกต คอื การรูจ้ กั นกั เรยี นรายบุคคลอย่างละเอียดและรอบดา้ น
- ส ๒. สัมภาษณ์ คือ การหาโอกาสพูดคุย สนทนา เปิดใจให้นักเรียนเลือกปฏิบัติ ฝึกฝน
พัฒนาในสงิ่ ทตี่ นรกั ชอบ ถนดั ตามความสามารถ
- ส ๓. สนับสนุน คือ ครูส่งเสริม สนับสนุน ให้นักเรียนพัฒนาความสามารถของตน ควบคู่
กบั การเรยี นอย่างมีสุข โดยใช้อิทธิบาท ๔
- ส ๔. เสริมแรง คือ การช้ีให้นักเรียนเห็นคุณค่าของตนว่าทุกคนสามารถพัฒนาและเป็นที่
๑ ได้ในดา้ นทต่ี นถนดั และนาไปสคู่ วามรับผิดชอบด้านการเรียน
- ส ๕. สร้างสรรค์ คือ การส่งเสริมให้นักเรียนได้แสดงออกในความสามารถของตนให้เป็นที่
ประจักษ์ และเป็นท่ยี อมรบั
๔. เม่ือนานวัตกรรมดังกล่าวไปใช้กับนักเรียนกลุ่มตัวอย่าง (Try out) จานวน ๓๒ คน เป็น
เวลา ๑ ปีการศึกษา พบว่า นักเรียนเป็นผู้มีความรับผิดชอบทั้งด้านการทางาน การเรียน งานอดิเรก
มีความสามารถพิเศษท่ีโดดเด่นอย่างน้อย ๑ ด้านทุกคน (ร้อยละ ๑๐๐) มีคุณธรรม จริยธรรม ทาหน้าที่ของ
ตัวเองไดเ้ ปน็ อย่างดี กล้าทาในส่งิ ท่ีถูกตอ้ ง กล้าแสดงออก ต้งั ใจศึกษาเล่าเรียน มีผลการเรยี นท่ดี ขี ้ึน ดังน้ี
- นักเรยี นสาเรจ็ การศกึ ษาภาคบังคบั ตามกาหนดร้อยละ ๙๐.๖๓ (ไม่สาเร็จการศึกษา ๓ คน)
- นักเรียนมีค่าคะแนนเฉล่ีย O-net ภาษาไทยชั้น ม.๓ สูงกว่าระดับประเทศ ในปีการศึกษา
๒๕๖๒ ซ่ึงถือว่าในการทดลองใช้นวัตกรรม (Try out) คร้ังน้ัน ผลการใช้นวัตกรรมถือว่าประสบผลสาเร็จใน
ระดบั ที่น่าพงึ พอใจ สาหรับนักเรียนกลุ่มเล็กจานวน ๑ หอ้ งเรียน (ภาคผนวก ๒, น. ๓๕)
15
๕. หาประสิทธิภาพของนวัตกรรม โดยให้ผู้เชี่ยวชาญ ๕ ท่าน ประกอบด้วยผู้อานวยการ
โรงเรียน และหัวหน้ากลุ่มบริหาร ๔ กลุ่มบริหาร ร่วมกันพิจารณาความเหมาะสม ความสอดคล้องของ
นวตั กรรมตอ่ การพัฒนานักเรยี นด้านความรับผดิ ชอบ และข้อเสนอแนะเพ่ิมเติม โดยใช้แบบประเมินนวัตกรรม
แบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) พบว่าค่าเฉลี่ยของการประเมินนวัตกรรมอยู่ท่ี 4.25 ซึ่งอยู่ใน
ระดับมาก การตรวจสอบคณุ ภาพดา้ นความตรง (validity) โดยให้ผเู้ ชีย่ วชาญทาการตรวจสอบความสอดคล้อง
ระหว่างคานิยามของพฤติกรรมความรับผิดชอบกับขั้นตอนการปฏิบัติของนวัตกรรม คานวณหาค่า IOC:
Index Item of Congruence ตามเกณฑ์พิจารณาท่ีมีคุณภาพและใช้ได้ คือ จะต้องมีค่า IOC มากกว่าหรือ
เท่ากับ .50 ข้ึนไป ซึ่งผลการวิเคราะห์เฉล่ียในภาพรวม พบว่านวัตกรรม มีค่าดัชนี IOC อยู่ระหว่าง .80 –
1.00 ซ่ึงผ่านเกณฑ์ที่กาหนด และยังพบว่านักเรียนมีความรับผิดชอบระยะหลังใช้นวัตกรรมสูงกว่าระยะแรก
ก่อนใช้นวัตกรรมอย่างมีนัยสาคัญท่ีระดับ .05 โดยใช้แบบวัดความรับผิดชอบ แต่อาจยังไม่สมบูรณ์หากต้อง
นาไปใชก้ ับนักเรียนในจานวนที่มากขน้ึ หรอื ทั้งโรงเรียน (ภาคผนวก ๓, น. ๓๕)
๖. นาค่าประสิทธิภาพของนวัตกรรมมาทบทวนข้ันตอนกระบวนการ เพื่อการปรับปรุง
พฒั นาให้เกดิ ประสิทธิภาพมากย่งิ ข้นึ โดยไดเ้ ขา้ ปรึกษาผบู้ ริหารและหัวหน้ากลุ่มบริหาร ๔ กลุ่ม ในการประชุม
คณะกรรมการบริหารโรงเรียนหนองม่วงวิทยา โดยได้อธิบายข้ันตอนกระบวนการของนวัตกรรม และค่า
ประสทิ ธิภาพของนวตั กรรม ซ่ึงผู้บริหารและคณะก็เห็นว่าผลการใช้นวัตกรรมและประสิทธิภาพของนวัตกรรม
กถ็ ือว่าอย่ใู นระดับดี สามารถนาไปใช้ได้ แต่ไดใ้ หข้ อ้ เสนอแนะเพิ่มเติมว่าหากนาไปใช้กับนักเรียนกลุ่มใหญ่หรือ
นักเรียนท้งั โรงเรียนให้ได้ผลเชน่ นี้ อาจต้องหาวธิ กี ารโดยเพ่ิมแนวคิด/ทฤษฎีเก่ียวกับการเลียนแบบ โดยครูเป็น
แบบอย่าง พานักเรียนทา และคิดหาวิธีการส่งเสริมให้นักเรียนมีความรับผิดชอบเป็นประจาสม่าเสมอ ทาเป็น
กิจวัตร เป็นนิสัยติดตัวให้เกิดความย่ังยืน หากเพ่ิมขั้นตอน/กระบวนการดังกล่าวได้นวัตกรรมน่าจะมี
ประสิทธิภาพยง่ิ ขน้ึ (ภาคผนวก ๓, น. ๓๕)
๗. พัฒนานวัตกรรม โดยศึกษาเอกสาร แนวคิด/ทฤษฎีเพิ่มเติมตามท่ีผู้เชี่ยวชาญเสนอ เพ่ิม
ข้นั ตอนให้ครูเป็นแบบอย่างด้านความรับผดิ ชอบ เปน็ ผู้นาพานักเรียนปฏิบัติจริง ประกอบกับใช้ทฤษฎี ๒๑ วัน
(Maxwell Maltz, 2017), กฎแห่งการกระทาซ้า ของธอร์นไดค์ และโมเดลแบบปล่อยความรับผิดชอบทีละ
น้อย ของ Fisher And Frey (ภาคผนวก ๑, น. ๓๕) ซึ่งได้นวัตกรรมใหม่ขึ้นมา และเพื่อให้มีความน่าสนใจ
จดจาได้ง่าย ผู้สร้างนวัตกรรมจึงได้ใช้ชื่อเล่นของตน คือ ครูทอม (KRUTOM) มาเป็นช่ือนวัตกรรมที่ว่า
“รับผิดชอบพิชิตชัย ชนะใจตนเอง ด้วยนวัตกรรม KRUTOM Model” โดยมีทั้งหมด ๖ กระบวนการ แยก
ออกเป็น K, R, U, T, O และ M ดงั น้ี
- K = Know คือ รู้/ทราบปัญหาของนักเรียน โดยครูต้องเข้าถึง เข้าใจนักเรียน เนื่องจาก
นักเรียนมีความแตกต่างระหว่างบุคคลในด้านการเรียนและความรับผิดชอบ จึงต้องดาเนินการเย่ียมบ้าน
นักเรียน วิเคราะห์ผู้เรียน เพ่ือจัดกลุ่มผู้เรียน นาไปสู่การรู้จักนักเรียนรายบุคคล และแก้ปัญหาตามลาดับ
ความสาคญั ไดอ้ ยา่ งตรงจุด
- R = Resolve คอื แกไ้ ขปญั หาดา้ นการเรยี นและความรบั ผิดชอบของนักเรียน โดยครูต้อง
ดูแล เอาใจใส่นักเรียนแต่ละคนอย่างท่ัวถึง ใช้กระบวนการระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนเชิงรุก หม่ันเข้าหา
หมั่นพูดคุย แสดงความเป็นกันเอง ให้คาปรึกษา สัมภาษณ์ สื่อสารและประสานงานกับผู้ปกครองนักเรียนเพื่อ
ร่วมกันแกไ้ ขปัญหาด้านความรับผิดชอบของนกั เรยี นรายบุคคล
- U = Upgrade คือ ยกระดับและปลูกจิตสานึกด้านความรับผิดชอบแก่นักเรียน ให้
นักเรียนกล้าและอยากท่ีจะเปล่ียนแปลงตนเอง โดยครูเป็นผู้นาท่ีจะพานักเรียนทา เป็นแบบอย่างด้านความ
16
รับผิดชอบ สอดแทรกประสบการณ์ด้านความรับผิดชอบของตนลงสู่นักเรียน เพื่อขัดเกลาและปลุกระดมทาง
ความคิดเชิงบวก
- T = Train คือ ฝึกฝนความรับผิดชอบด้านการเรียนของนักเรียนให้ติดเป็นนิสัย เป็น
กิจวัตร ครูส่งเสริม สนับสนุนให้นักเรียนลงมือปฏิบัติจริง โดยครูเป็นผู้ช้ีแนะให้คาปรึกษา คอยกากับ ติดตาม
สังเกตพัฒนาการและพฤติกรรมการเปลี่ยนแปลง ทั้งน้ีนักเรียนต้องฝึกฝนความรับผิดชอบติดต่อกันอย่างน้อย
๒๑ วัน ตามทฤษฎี ๒๑ วัน (21-Day Habit Theory) ของ Dr.Maxwell Maltz นายแพทย์ชาวสหรัฐอเมริกา
(Maxwell Maltz, 2017)
- O = Operation คือ ปฏิบัติการส่งเสริมให้นักเรียนได้แสดงออกตามศักยภาพ เมื่อ
นักเรียนมีนิสัยความรับผิดชอบด้านการเรียนแล้ว ครูควรส่งเสริม สนับสนุนให้นักเรียนได้แสดงความสามารถ
พิเศษของแต่ละคนตามความถนดั ความสนใจ ท้งั ในด้านการเรยี นและนอกเหนือการเรยี น เชน่ งานอดิเรก โดย
ครูจัดหาเวทีแข่งขัน จัดหาเวทีแสดงออกในระดับต่าง ๆ ให้นักเรียนได้ประกวด แข่งขัน แสดงออก เพื่อให้เกิด
ความรู้สึกว่าตนมีบทบาท มีท่ียืนในโรงเรียน เป็นท่ี ๑ ในด้านท่ีตนมีความถนัด ทั้งนี้นักเรียนต้องฝึกฝน
ปฏิบัติงานอดิเรกข้างต้นติดต่อกันอย่างน้อย ๒๑ วัน ตามทฤษฎี ๒๑ วัน (21-Day Habit Theory) ของ
Dr.Maxwell Maltz นายแพทย์ชาวสหรฐั อเมริกา (Maxwell Maltz, 2017) เชน่ กัน
- M = Motivation คือ แรงจูงใจมอบให้นักเรียน โดยครูต้องคอยเสริมแรงทางบวกแก่
นักเรียน ไม่ว่าจะเป็นการมอบเกียรติบัตร ของรางวัล เงินรางวัล การกล่าวชื่นชม ยินดี ยกย่อง เชิดชูตาม
โอกาส และการให้กาลังใจ เพื่อให้นักเรียนเกิดความภาคภูมิใจ เห็นคุณค่าของตน และเกิดทัศนคติท่ีดีต่อ
คุณธรรมด้านความรับผดิ ชอบ ซง่ึ จะนาไปสู่ความรับผิดชอบทยี่ ง่ั ยืน คือการทาเป็นกิจวัตร
๘. นานวัตกรรมดังกล่าวไปใช้กับนักเรียน ๓ กลุ่มแรกก่อนซ่ึงมีความเก่ียวข้องโดยตรงกับ
ผ้สู รา้ งนวัตกรรมและถือว่าเป็นกล่มุ เสี่ยงที่ควรได้รบั การพัฒนาก่อน คือ นักเรียนในที่ปรึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่
๑/๑ จานวน ๓๐ คน, นักเรยี นในรายวิชาและกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนที่รับผิดชอบ จานวน ๔๔๒ คน และสภา
นักเรียน จานวน ๒๑ คน ในปีการศึกษา ๒๕๖๓ จากน้ันนากระบวนการของนวัตกรรมขยายผลสู่คณะครูใน
กลุ่มสาระการเรียนรู้ คณะครูระดับช้ันมัธยมศึกษาปีที่ ๑ และครูทั้งโรงเรียน เพ่ือนาไปปรับใช้พัฒนาความ
รับผิดชอบแก่นักเรียนท้ังโรงเรียนจานวน ๙๖๓ คน ต่อไป ซ่ึงรายละเอียดจะได้อธิบายต่อในหัวข้อ การใช้
นวตั กรรม
ภาพ ๓ แสดงข้ันตอนการผลิตนวัตกรรม
17
การใช้นวตั กรรม
นวัตกรรม KRUTOM Model เป็นนวัตกรรมที่ผู้ศึกษาได้สร้างข้ึน เพื่อนามาพัฒนา
คุณลักษณะคุณธรรมด้านความรับผิดชอบ แก่นักเรียน ๓ กลุ่มแรก ซึ่งมีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับผู้สร้าง
นวตั กรรมและถือว่าเป็นกลุ่มเส่ียงที่ควรได้รับการพัฒนาก่อน คือ นักเรียนในท่ีปรึกษาช้ันมัธยมศึกษาปีที่ ๑/๑
จานวน ๓๐ คน, นักเรียนในรายวิชาและกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนที่รับผิดชอบ จานวน ๔๔๒ คน และสภา
นกั เรียน จานวน ๒๑ คน จากนัน้ นากระบวนการของนวตั กรรมขยายผลสู่คณะครูในกลุ่มสาระการเรียนรู้ คณะ
ครรู ะดับชัน้ มธั ยมศึกษาปที ่ี ๑ และครูทั้งโรงเรียน เพื่อนาไปปรับใช้พัฒนาความรับผิดชอบแก่นักเรียนโรงเรียน
หนองม่วงวทิ ยา ตาบลหนองมว่ ง อาเภอหนองมว่ ง จังหวดั ลพบุรี ในปีการศกึ ษา ๒๕๖๓ จานวน ๙๖๓ คน โดย
มขี ัน้ ตอนทง้ั หมด ๖ กระบวนการ (ภาคผนวก ๔, น. ๓๖) แยกออกเปน็ K, R, U, T, O และ M ดังน้ี
๑. K = Know คือ รู้/ทราบปัญหาของนักเรียน (ใชเ้ วลาสปั ดาหท์ ี่ ๑-๒) (ภาคผนวก ๕, น. ๓๗)
๑.๑ นักเรียนในท่ีปรึกษา ครูเข้าถึงนักเรียนให้เร็วท่ีสุด ดาเนินการออกเย่ียมบ้าน ทา
ความรู้จักนักเรียนรายบุคคล วิเคราะห์ผู้เรียนโดยให้นักเรียน ผู้ปกครอง ครูประเมินนักเรียน จัดกลุ่มผู้เรียน
ด้านความรับผิดชอบ ๓ ระดบั (ไม่มีปัญหา, มีปัญหาเล็กน้อย, มีปัญหามาก) จัดลาดับความสาคัญระดับปัญหา
ของนักเรียนรายบุคคล
๑.๒ นักเรียนในรายวิชาและกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนท่ีรับผิดชอบ ทาความรู้จักนักเรียน
รายบคุ คลในช่ัวโมงแรก วเิ คราะห์ผเู้ รยี นโดยใชแ้ บบประเมินพฤติกรรมความรับผิดชอบท้ังการเรียนและการส่ง
งาน สังเกตพฤติกรรมนักเรียนรายบุคคล จัดกลุ่มผู้เรียนด้านความรับผิดชอบ ๓ ระดับ (ไม่มีปัญหา, มีปัญหา
เล็กน้อย, มปี ัญหามาก) จดั ลาดับความสาคัญระดบั ปญั หาของนกั เรยี นรายหอ้ งและรายบุคคล
๑.๓ สภานักเรียน ทาความรู้จักนักเรียนรายบุคคล วิเคราะห์ผู้เรียนโดยการสังเกต
พฤติกรรมความรับผิดชอบนักเรียนรายบุคคล จัดกลุ่มผู้เรียนด้านความรับผิดชอบ ๓ ระดับ (ไม่มีปัญหา, มี
ปัญหาเล็กน้อย, มีปัญหามาก) จัดลาดับความสาคัญระดับปัญหาของนักเรียนรายบุคคล ซ่ึงข้าพเจ้าได้ปฏิบัติ
หนา้ ทคี่ รูผู้ดูแลสภานักเรียนด้วย
๒. R = Resolve คอื แกไ้ ขปญั หาดา้ นการเรียนและความรับผิดชอบของนักเรียน (ใช้เวลา
สปั ดาหท์ ี่ ๓-๔) (ภาคผนวก ๖, น. ๓๗)
๒.๑ นกั เรยี นในท่ีปรึกษา ครูดูแล เอาใจใส่นักเรียนแต่ละคนอย่างทั่วถึง ใช้กระบวนการ
ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนเชิงรุก หมั่นเข้าหา พูดคุย แสดงความเป็นกันเอง ให้คาปรึกษา สัมภาษณ์ปัญหา
นักเรียนรายบุคคล ในช่วงเวลาว่างหรือคาบโฮมรูม/แนะแนว สื่อสารและประสานงานกับผู้ปกครองนักเรียน
ผา่ นการพูดคยุ ทางโทรศัพท์/กลุ่มไลน์ เพอื่ รว่ มกันแก้ไขปญั หาดา้ นความรบั ผดิ ชอบของนักเรียนรายบุคคล
๒.๒ นกั เรยี นในรายวิชาและกจิ กรรมพัฒนาผู้เรยี นท่ีรบั ผดิ ชอบ ครูดแู ล เอาใจใส่นักเรียน
แต่ละคนอย่างทั่วถึง ใช้กระบวนการระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนเชิงรุก หมั่นเข้าหา พูดคุย แสดงความเป็น
กันเอง ให้คาปรึกษา สัมภาษณ์ปัญหานักเรียนรายบุคคล ในคาบเรียน/ช่วงเวลาว่าง ส่ือสารและประสานงาน
กับคุณครูทปี่ รึกษาของนกั เรยี นแตล่ ะห้อง เพอื่ รว่ มกนั แก้ไขปัญหาดา้ นความรบั ผดิ ชอบของนกั เรยี นรายบุคคล
๒.๓ สภานักเรียน ครูดูแล เอาใจใส่นักเรียนแต่ละคนอย่างทั่วถึง ใช้กระบวนการระบบ
ดูแลช่วยเหลือนักเรียนเชงิ รุก หมนั่ เขา้ หา พดู คุย แสดงความเป็นกันเอง ใหค้ าปรกึ ษา สัมภาษณ์ปัญหานักเรียน
รายบุคคล ในช่วงเวลาว่าง ส่ือสารและประสานงานกับคุณครูในทีมงานสภานักเรียนและครูท่ีปรึกษาของ
นักเรียนแตล่ ะห้อง เพอื่ ร่วมกันแกไ้ ขปญั หาดา้ นความรบั ผดิ ชอบของนกั เรียนรายบุคคล
๓. U = Upgrade คือ ยกระดับและปลูกจิตสานึกด้านความรับผิดชอบแก่นักเรียน (ใช้
เวลาสัปดาหท์ ี่ ๕-๖) (ภาคผนวก ๗, น. ๓๘)
18
๓.๑ นักเรียนในที่ปรึกษา พยายามยกระดับและปลูกจิตสานึกด้านความรับผิดชอบแก่
นักเรียน ให้นักเรียนกล้าและอยากท่ีจะเปล่ียนแปลงตนเอง โดยครูเป็นผู้นาที่จะพานักเรียนทา เป็นแบบอย่าง
ด้านความรับผิดชอบ สอดแทรกประสบการณด์ ้านความรับผดิ ชอบของครู เชน่ ประสบการณ์การเรียนในระดับ
ต่าง ๆ การทางาน ความตรงต่อเวลา การรับผิดชอบต่อตนเอง ผู้อื่น และสังคม ลงสู่นักเรียน เพื่อขัดเกลาและ
ปลกุ ระดมทางความคิดเชิงบวก ตามโอกาสตา่ ง ๆ เชน่ คาบโฮมรมู คาบแนะแนว ชว่ งเวลาว่าง เปน็ ตน้
๓.๒ นกั เรียนในรายวชิ าและกิจกรรมพฒั นาผเู้ รยี นทร่ี ับผดิ ชอบ ครปู ฏิบตั เิ ชน่ เดียวกบั นกั เรยี น
ในทปี่ รกึ ษา โดยหาโอกาสสอดแทรกในเนื้อหาระหว่างการสอน การทากิจกรรมในชนั้ เรยี น หรือช่วงเวลาวา่ ง
๓.๓ สภานักเรยี น ครปู ฏิบัตเิ ชน่ เดียวกบั นกั เรียนในที่ปรึกษา โดยหาโอกาสสอดแทรกใน
เนอื้ หาระหว่างการประชมุ สภานกั เรียน การทากจิ กรรมของสภานกั เรยี น หรือชว่ งเวลาว่าง
๔. T = Train คือ ฝึกฝนความรับผิดชอบด้านการเรียนของนักเรียนให้ติดเป็นนิสัย เป็นกิจวัตร
นักเรียนต้องฝึกฝนความรับผิดชอบติดต่อกันอย่างน้อย ๒๑ วัน ตามทฤษฎี ๒๑ วัน ของ Dr.Maxwell Maltz
แพทยช์ าวสหรฐั อเมริกา (Maxwell Maltz, 2017) (ใชเ้ วลาต้ังแต่สปั ดาหท์ ่ี ๖ เปน็ ตน้ ไป) (ภาคผนวก ๘, น. ๓๘)
๔.๑ นกั เรียนในทปี่ รึกษา ครูส่งเสริม สนับสนุนให้นักเรียนลงมือปฏิบัติจริง เพ่ือฝึกความ
รบั ผดิ ชอบในการเรียน การส่งงาน ความรับผิดชอบต่อสังคม เช่น การทาสมุดบันทึกรักการอ่านวันละ ๒ เร่ือง
การทาการบา้ นวิชาต่าง ๆ การทาเวรความสะอาดห้องเรียน การทาเวรเขตพ้ืนที่รับผิดชอบ การช่วยเหลืองาน
ผู้ปกครองท่บี ้าน การชว่ ยงานครูท่ีโรงเรียน การทบทวนเน้ือหาวิชาในช่วงเวลาว่าง เป็นต้น โดยครูเป็นผู้ชี้แนะ
ให้คาปรกึ ษา คอยกากับ ติดตาม สงั เกตพัฒนาการและพฤติกรรมการเปล่ียนแปลงของนักเรียนรายบคุ คล
๔.๒ นักเรียนในรายวิชาและกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนท่ีรับผิดชอบ ครูส่งเสริม สนับสนุนให้
นักเรียนลงมือปฏิบัติจริง เพ่ือฝึกความรับผิดชอบในการเรียน การส่งงาน ความรับผิดชอบต่อสังคม เช่น การทา
สมดุ บนั ทกึ รกั การอ่านวนั ละ ๒ เรอื่ ง การทางานท่ีได้รับมอบหมายในช่ัวโมง (ครูเน้นให้งานให้จบในช่ัวโมง เพื่อลด
การบ้านนักเรียน ยกเว้นวันเสาร์-อาทิตย์ หรือวันหยุด อาจมีงานให้นักเรียนไปทบทวนเป็นการบ้านบ้าง) การจัด
วางรองเท้า-จัดโต๊ะเก้าอี้ของตน การทา/ฝึก/ร่วมกิจกรรมในชั่วโมง (กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน) การช่วยเหลืองาน
ผู้ปกครองท่ีบ้าน การช่วยงานครูที่โรงเรียน การทบทวนเนื้อหาวิชาในช่วงเวลาว่าง เป็นต้น โดยครูเป็นผู้ช้ีแนะให้
คาปรึกษา คอยกากบั ตดิ ตาม สังเกตพัฒนาการและพฤติกรรมการเปลย่ี นแปลงของนักเรียนรายบุคคล
๔.๓ สภานักเรียน ครูส่งเสริม สนับสนุนให้นักเรียนลงมือปฏิบัติจริง เพื่อฝึกความ
รับผิดชอบในการทางาน/ทากิจกรรม ความรับผิดชอบต่อสังคม เช่น การดาเนินจัดกิจกรรมต่าง ๆ ของ
โรงเรียนตามแผนที่กาหนดไว้ การดาเนินกิจกรรมหน้าเสาธงทุกเช้า-เย็น การดาเนินกิจกรรมตามโอกาสพิเศษ
ต่าง ๆ การช่วยเหลืองานผู้ปกครองที่บ้าน การช่วยงานครูท่ีโรงเรียน เป็นต้น โดยครูเป็นผู้ช้ีแนะให้คาปรึกษา
คอยกากับ ตดิ ตาม สงั เกตพฒั นาการและพฤตกิ รรมการเปลีย่ นแปลงของนกั เรียนรายบุคคล
๕. O = Operation คือ ปฏิบัติการส่งเสริมให้นักเรียนได้แสดงออกตามศักยภาพ นักเรียน
ต้องฝึกฝนปฏิบัติงานที่ตนชื่นชอบติดต่อกันอย่างน้อย ๒๑ วัน ตามทฤษฎี ๒๑ วัน ของ Dr.Maxwell Maltz
แพทยช์ าวสหรฐั อเมริกา (Maxwell Maltz, 2017) (ใชเ้ วลาต้งั แต่สัปดาหท์ ่ี ๙ เปน็ ต้นไป) (ภาคผนวก ๙, น. ๓๙)
๕.๑ นักเรียนในท่ีปรึกษา เมื่อนักเรียนมีนิสัยความรับผิดชอบด้านการเรียนแล้ว ครู
ส่งเสริม สนับสนุนให้นักเรียนได้แสดงความสามารถพิเศษของแต่ละคนตามความถนัด ความสนใจ ท้ังในด้าน
การเรียนและนอกเหนือการเรียน เช่น งานอดิเรก โดยครูจัดหาเวทีแข่งขัน จัดหาเวทีแสดงออกในระดับต่าง ๆ
ให้นักเรียนได้ประกวด แข่งขัน แสดงออก เพื่อให้เกิดความรู้สึกว่าตนมีบทบาท มีท่ียืนในโรงเรียน เป็นที่ ๑ ใน
ด้านท่ีตนมีความถนัด โดยประสานความร่วมมือกับคุณครูที่มีความสามารถด้านน้ัน ๆ หรือมีความเก่ียวข้อง
รบั ผดิ ชอบในเรอื่ งนนั้ ๆ ร่วมส่งเสรมิ สนับสนนุ นักเรยี นให้ไดแ้ สดงออกตามศักยภาพเป็นรายบุคคล
19
๕.๒ นักเรียนในรายวิชาและกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนท่ีรับผิดชอบ และสภานักเรียน ครูปฏิบัติ
เชน่ เดียวกับนักเรียนทป่ี รกึ ษา คอยกากบั ตดิ ตอ่ ไปพร้อม ๆ กบั ครทู ป่ี รึกษาของนักเรียนและครูผู้ควบคุม/ผฝู้ ึกซอ้ ม
๖. M = Motivation คอื แรงจงู ใจมอบใหน้ ักเรยี น (ตลอดเวลา) (ภาคผนวก ๑๐, น. ๓๙)
๖.๑ นักเรียนในท่ีปรึกษา ครูต้องคอยเสริมแรงทางบวกแก่นักเรียน โดยเชิญผู้บริหาร
หรือหัวหน้ากลุ่มบริหารที่ได้รับมอบหมายทาพิธีมอบเกียรติบัตร ของรางวัล เงินรางวัล การกล่าวช่ืนชม ยินดี
ยกย่อง เชิดชูตามโอกาส และการให้กาลังใจ ท้ังที่แถวหน้าเสาธง เว็บไซต์/เพจเฟซบุ๊กของโรงเรียน เป็นการ
สว่ นตวั และไลน์กลุ่มผู้ปกครอง เพื่อให้นักเรียนเกิดความภาคภูมิใจ เห็นคุณค่าของตน และเกิดทัศนคติท่ีดีต่อ
คณุ ธรรมดา้ นความรบั ผิดชอบ ซ่ึงจะนาไปส่คู วามรบั ผดิ ชอบท่ยี งั่ ยืน คือการทาเป็นกิจวตั ร
๖.๒ นักเรยี นในรายวิชา/กิจกรรมพัฒนาผูเ้ รียนและสภานักเรียน ปฏบิ ัตเิ หมือนนักเรียนท่ีปรึกษา
๗. นานวัตกรรมพัฒนานักเรียนทังโรงเรียน ผู้สร้างนวัตกรรมนากระบวนการของ
นวัตกรรมขยายผลสู่คณะครูในกลุ่มสาระการเรียนรู้ก่อน ตามด้วยคณะครูระดับชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี ๑ และครู
ทั้งโรงเรียน ในการประชุมของแต่ละกลุ่ม เพื่อสามารถนาไปปรับใช้พัฒนาคุณธรรมด้านความรับผิดชอบแก่
นักเรียนโรงเรียนหนองม่วงวิทยา ตาบลหนองม่วง อาเภอหนองม่วง จังหวัดลพบุรี ในภาคเรียนท่ี ๒ ปีการศึกษา
๒๕๖๓ ในนกั เรียนทป่ี รึกษาและในรายวชิ าของคณุ ครูแต่ละท่าน (ภาคผนวก ๑๑, น. ๔๐)
๘. กากับ ติดตาม รวบรวมผล และสรุปผลการใช้นวัตกรรม ผู้สร้างนวัตกรรมกากับ
ติดตามการใช้นวัตกรรมกับคุณครูในโรงเรียนผ่านการพูดคุย สอบถาม การประชุมหารือ เสนอแนะ พร้อมกับ
รวบรวมผลการใช้นวัตกรรมของตน และในภาพรวมของโรงเรียน (ภาคผนวก ๑๒, น. ๔๐) เพ่ือรายงานผลและ
นาเสนอผลการใชน้ วัตกรรมตอ่ ผบู้ ังคบั บัญชาตามลาดับต่อไป สามารถแสดงข้นั ตอนการใช้นวตั กรรมได้ ดังน้ี
ภาพ ๔ แสดงขั้นตอนการใช้นวตั กรรม
20
บทที่ ๔
ผลการใช้นวัตกรรม
จากการนานวัตกรรม รับผิดชอบพิชิตชัย ชนะใจตัวเอง ด้วยนวัตกรรม KRUTOM Model
ไปใช้กับกลุ่มเป้าหมาย ๔ กลุ่ม คือ นักเรียนในท่ีปรึกษา นักเรียนในรายวิชาและกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนที่
รับผิดชอบ สภานักเรียน และนักเรียนโรงเรียนหนองม่วงวิทยา รวมนักเรียนจานวน ๙๖๓ คน เพื่อให้บรรลุ
วัตถุประสงค์ท่ีตั้งไว้ ตามขั้นตอนกระบวนการของนวัตกรรมทั้ง ๖ ข้ันตอนนั้น สามารถแสดงผลการใช้
นวตั กรรม ไดด้ ังนี้
๔.๑ กลุม่ เป้าหมายนักเรียนในทปี่ รึกษานักเรยี นระดบั ชันมธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๑ จานวน ๓๐ คน
ตารางที่ ๑ แสดงผลสัมฤทธท์ิ างการเรียนเฉล่ียของนักเรียนชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ ๑/๑ เปรียบเทียบระหว่าง
ภาคเรยี นท่ี ๑ และภาคเรยี นที่ ๒ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๓
ที่ ช่ือ-สกลุ จานวน ๐ ร มผ จานวน ๐ ร ผม ผลการเรียนเฉลย่ี ผลการเรียนเฉลย่ี พัฒนาการ
ภาคเรยี นที่ ๑ ภาคเรียนท่ี ๒ ภาคเรยี นท่ี ๑ ภาคเรยี นท่ี ๒
1 ด.ช.กนกพล ประดิษฐจนั ทร์ - - ๒.๒๖ 2.25 - 0.01
2 ด.ช.ณภทั ร พงษษ์ า - - ๒.๑๑ 2.5 + 0.39
3 ด.ช.ณฐั พล เชือ้ เกตุ - - ๓.๒๘ 3.08 - 0.20
4 ด.ช.ทินภัทร หาญชนะ - - ๒.๓๕ 2.44 + 0.09
5 ด.ช.ธนากร พวงเพช็ ร - - ๒.๓๐ 2.18 - 0.12
6 ด.ช.ปฏิพัฒน์ จูเจย่ี - - ๒.๗๐ 2.37 - 0.23
7 ด.ช.พงศกร สขุ ชิด - - ๒.๓๑ 2.43 + 0.12
8 ด.ช.ภาคภูมิ เผือกพนั ธ์ - - ๒.๕๑ 2.56 + 0.05
9 ด.ช.ภูดทิ เมฆชยั - - ๒.๙๑ 2.74 - 0.17
10 ด.ช.มนชติ ผนั ใจ - - ๒.๗๓ 2.5 - 0.23
11 ด.ช.รพภี ทั ร์ ขานงึ ๑ - ๒.๑๑ 2.32 + 0.21
12 ด.ช.วศิ รุต สรี ักสา - - ๒.๒๐ 2.29 + 0.09
13 ด.ช.สิรวิ ัฒนา ทบั ทิมแดง - - ๓.๘๓ 3.91 + 0.08
14 ด.ช.สุรวินทร์ ทองน่มุ - - ๒.๙๑ 3.05 + 0.14
15 ด.ช.อภชิ าติ ขาคลอ้ ย ๒๒ ออก 0.00 ออก
16 ด.ช.อภิวัชญ์ ภูมพิ ลับ - - ๒.๕๐ 2.36 - 0.14
17 ด.ช.เอกภพ จบั คีรี - - ๓.๑๘ 2.86 - 0.32
18 ด.ช.อนาวิล เข็มเพชร - - ๒.๒๕ 2.05 - 0.20
19 ด.ช.ปลวชั ร หลงทอง - - ๑.๙๖ 2.06 + 0.10
20 ด.ญ.กติ ติกา แสนแสง - - ๓.๒๑ 3.5 + 0.29
21 ด.ญ.จริ าภรณ์ เร่งรัตน์ - - ๓.๒๖ 3.34 + 0.08
22 ด.ญ.ณัฏฐพ์ ชิ ญา พทุ ธรตนวงศ์ - ๑๖ ป่วยขาดสอบปลายภาค ๒.๔๐ ร -
23 ด.ญ.ณีรนชุ ประทุมชาติ - - ๓.๓๕ 3.72 + 0.37
24 ด.ญ.นทั ธวรรณ ใบกว้าง - - ๓.๕๓ 3.72 + 0.19
25 ด.ญ.ปวิณอร บุญพินิจ - - ๓.๖๕ 3.74 + 0.09
26 ด.ญ.พรพนา โพธ์ิเจรญิ - - ๓.๐๘ 3.03 - 0.05
21
ท่ี ช่อื -สกลุ จานวน จานวน ผลการเรยี น ผลการเรียน
๐ ร มผ ๐ ร ผม เฉล่ยี เฉลยี่ พัฒนาการ
ภาคเรียนท่ี ๑ ภาคเรียนที่ ๒ ภาคเรยี นที่ ๑ ภาคเรยี นท่ี ๒
27 ด.ญ.พชิ ชานนั ท์ อ่อนละไม - - ๒.๗๖ 2.86 + 0.10
28 ด.ญ.วรญั ญา ค้มุ ทวี - - ๓.๔๐ 3.68 + 0.28
29 ด.ญ.สิราวรรณ แก้วมว่ ง - - ๓.๐๑ 3.13 + 0.12
30 ด.ญ.สุธาสณิ ี สขุ สวสั ด์ิ - - ๒.๘๐ 3.03 + 0.23
31 ด.ญ.ธมนวรรณ คงกลน่ั ดี ๒๒ ออก 0.00 ออก
๓๒ ด.ญ.อรกัญญา ประสทิ ธ์ิ - ย้ายสถานศกึ ษา ๓.๔๕ ยา้ ยสถานศึกษา
3๓ ด.ญ.ชนติ า มิง่ นุกูล เขา้ ภาคเรียน ๒ - เขา้ ภาคเรยี น ๒ 2.91 -
รวม ๔๕ - ๘๔.๓๐ 82.61 +1.52
เฉลยี่ รอ้ ยละ ๙.๓๗ 0.00 (3.33) ๒.634 2.848 +0.214
คิดจากจานวนนกั เรยี น 32 คน 29 คน (30) 32 คน 29 คน
จากตารางจะเห็นว่า จานวน ๐ ร มผ ของนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปีที่ ๑/๑ ในภาคเรียนที่ ๑
มี ๓ คน รวม ๔๕ ตัว คิดเปน็ ร้อยละ ๙.๓๗ สว่ นภาคเรียนที่ ๒ นั้นนักเรียนทุกคนปลอด ๐ ร มผ ยกเว้น ด.ญ.
ณฏั ฐ์พชิ ญา พทุ ธรตนวงศ์ ที่ป่วยหนักและเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลทาให้ขาดสอบปลายภาค จึงมีผลการ
เรยี น ร จานวน ๑๖ ตวั (รอ้ ยละ 3.33) ส่วนผลการเรียนเฉลี่ยของห้องภาคเรียนที่ ๑ อยู่ท่ี ๒.๖๓๔ ภาคเรียน
ที่ ๒ อยู่ท่ี 2.848 ซงึ่ สงู ข้ึน +0.214 แสดงความรับผดิ ชอบท่ีเพมิ่ ขนึ้ ของนักเรยี นจากการใช้นวัตกรรมของครู
ตารางที่ ๒ แสดงความสามารถพเิ ศษ และการได้แสดงศักยภาพรายบคุ คลของนกั เรยี นชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ ๑/๑
ที่ ช่อื -สกลุ เป็นที่ ๑ ในด้าน การได้แสดงศักยภาพรายบคุ คล
1 ด.ช.กนกพล ประดิษฐจันทร์ เล่นสเกตบอรด์ ได้รบั รางวัลท่ี ๒ การแขง่ ขันสเกตบอรด์ จ.ลพบรุ ี
2 ด.ช.ณภัทร พงษ์ษา ดแู ลตา ยาย ดแู ลตา ยาย ที่ปว่ ยทั้งที่บา้ นและโรงพยาบาลเสมอ
3 ด.ช.ณฐั พล เชือ้ เกตุ ดุริยางค์ ตกี ลอง รว่ มวงดรุ ยิ างคบ์ รรเลงในกจิ กรรมต่าง ๆ ใน-นอก รร.
4 ด.ช.ทินภทั ร หาญชนะ ดุรยิ างค์ ตกี ลอง ร่วมวงดุรยิ างค์บรรเลงในกจิ กรรมตา่ ง ๆ ใน-นอก รร.
5 ด.ช.ธนากร พวงเพช็ ร คา้ ขาย ช่วยชวด ขายของชาหลงั รร. เลกิ และเสาร์-อาทิตย์
6 ด.ช.ปฏิพฒั น์ จเู จี่ย ค้าขาย ชว่ ยยา่ เปิดรา้ น เก็บร้านขายก๋วยเตย๋ี ว อาหารตามส่ัง
7 ด.ช.พงศกร สขุ ชดิ ฟุตซอล ทีมหนองม่วงFC เข้ารอบ ๔ สุดท้ายฟตุ บอลระดบั จ.
8 ด.ช.ภาคภูมิ เผอื กพันธ์ คา้ ขาย ชว่ ยพอ่ ขายไกอ้ บโอง่ หลงั รร. เลิก และเสาร-์ อาทิตย์
9 ด.ช.ภูดทิ เมฆชยั การเกษตร ชว่ ยตาทาไร่มัน และเล้ยี งไก่หลงั รร. เลกิ และวันหยุด
10 ด.ช.มนชิต ผันใจ ฟุตบอล นักกีฬาทมี เยาวชนหนองม่วง แขง่ ขันโปรแกรมต่าง ๆ
๑๑ ด.ช.รพภี ัทร์ ขานึง ชว่ ยเหลอื เพ่ือน ใหเ้ พอ่ื นยมื อปุ กรณก์ ารเรียน สอนการบา้ นเพอ่ื น
12 ด.ช.วศิ รุต สีรักสา ดรุ ิยางค์ ตีกลอง รว่ มวงดุริยางคบ์ รรเลงในกิจกรรมตา่ ง ๆ ใน-นอก รร.
13 ด.ช.สริ วิ ัฒนา ทับทิมแดง วิชาการ/การเรยี น ท่ี ๑ ของหอ้ ง, ชนะเลิศตอบคาถามวันเอดสโ์ ลก-ผลงาน IS
14 ด.ช.สุรวนิ ทร์ ทองนมุ่ เล้ยี งแคตตัส ช่วยป้าเลีย้ งแคตตัสมากกว่า ๒๐ พนั ธ์ทุ บี่ า้ นตอนเยน็
15 ด.ช.อภวิ ัชญ์ ภูมพิ ลับ ตดั ตอ่ ภาพ ช่วยตัดตอ่ งาน/ภาพ ให้เพือ่ นในห้อง/งานกลมุ่
16 ด.ช.เอกภพ จับคีรี เล้ียงววั -ควาย ชว่ ยปา้ และพอ่ เลย้ี งวัว-ควาย ๑๐ กว่าตวั ในวนั หยดุ
17 ด.ช.อนาวลิ เขม็ เพชร คา้ ขาย ช่วยแมข่ ายลกู ชน้ิ ทอดหลงั รร. เลกิ และเสาร-์ อาทติ ย์
18 ด.ช.ปลวชั ร หลงทอง เลยี้ งนอ้ ง ช่วยยา่ เล้ยี งน้องคนเล็กหลงั รร. เลิก และเสาร-์ อาทิตย์
19 ด.ญ.กติ ตกิ า แสนแสง ค้าขาย ช่วยยายขายของชา หลัง รร. เลกิ และเสาร-์ อาทติ ย์
20 ด.ญ.จิราภรณ์ เรง่ รตั น์ ภาวะผนู้ า หัวหน้าหอ้ ง, ชนะเลศิ ตอบคาถามวันเอดสโ์ ลก-ผลงาน IS
22
ท่ี ชอ่ื -สกลุ เป็นที่ ๑ ในด้าน การไดแ้ สดงศกั ยภาพรายบุคคล
21 ด.ญ.ณัฏฐพ์ ชิ ญา พทุ ธรตนวงศ์ วอลเลย์บอล นักกีฬาวอลเลย์บอล สฟี า้ เหรยี ญเงินกฬี าสภี ายใน
22 ด.ญ.ณีรนุช ประทุมชาติ จติ อาสา ชว่ ยเหลืองานแมแ่ ละครู ทาเวรห้องทกุ ครง้ั
23 ด.ญ.นัทธวรรณ ใบกวา้ ง วิชาการ/การเรยี น ท่ี ๓ ของหอ้ ง, ๒๗ ของระดบั , ชนะเลศิ ผลงาน IS ม.๑
24 ด.ญ.ปวณิ อร บุญพนิ จิ วชิ าการ/การเรียน ที่ ๒ ของหอ้ ง, ๑๗ ของระดบั , หัวหนา้ ฝ่ายการเรยี น
25 ด.ญ.พรพนา โพธ์เิ จรญิ ค้าขาย ชว่ ยพ่ีสาวขายปลาหมึกย่าง หลงั รร. เลิก และวันหยดุ
26 ด.ญ.พิชชานนั ท์ ออ่ นละไม ฟตุ บอล นักกฬี าฟตุ บอลหญงิ ม. ตน้ ของโรงเรียน
27 ด.ญ.วรญั ญา คมุ้ ทวี งานบ้าน ชว่ ยแม่ทางานบ้านทกุ อย่าง ในทกุ ๆ วนั
28 ด.ญ.สิราวรรณ แก้วม่วง งานใบตอง ประดษิ ฐก์ ระทง ได้รบั รางวลั ท่ี ๓ ของระดับ ม.๑
29 ด.ญ.สธุ าสณิ ี สขุ สวสั ด์ิ ฟตุ บอล นกั กฬี าฟตุ บอลหญิง ม. ต้น ของโรงเรียน
30 ด.ญ.ชนติ า มง่ิ นกุ ูล คา้ ขาย ช่วยแม่ขายกว๋ ยเต๋ยี วทบ่ี า้ นหลงั รร. เลิก และวันหยดุ
รวม ๓๐ เฉลีย่ รอ้ ยละ ๑๐๐
จากตารางจะเหน็ วา่ นกั เรยี นชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ ๑ ทงั้ ๓๐ คน มคี วามสามารถพเิ ศษ มีความดีเดน่
เป็นท่ีประจักษ์ ร้อยละ ๑๐๐ และได้แสดงศักยภาพของตนออกมาในระดับต่าง ๆ ส่งผลให้ได้รับรางวัล เงินรางวัล
และได้รับคาชืน่ ชม ซึ่งจะเปน็ แบบอย่างท่ีดดี า้ นความรับผดิ ชอบใหแ้ กเ่ พอื่ นห้องอนื่ ๆ ตอ่ ไป (ภาคผนวก ๑๓, น. ๔๑)
๔.๒ กลมุ่ เปา้ หมายนกั เรียนในรายวชิ าและกจิ กรรมพฒั นาผเู้ รียนทรี่ บั ผดิ ชอบ รวมจานวน ๔๔๒ คน
ตารางที่ ๓ แสดงผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรียนเฉลี่ยของนักเรยี นในรายวชิ าที่รับผดิ ชอบ เปรยี บเทยี บระหวา่ ง
ภาคเรยี นท่ี ๑ และภาคเรียนที่ ๒ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๓
ภาค รายวชิ า หอ้ ง จานวน ร มส. 0 ผลการเรยี น (คน)
เรยี นที่ ผเู้ รียน 1 1.5 2 2.5 3 3.5 4 รวม
ภาษาไทย 5 3/1 26 ๓ - 2 ๑ 7 4 3 1 1 4 26
ภาษาไทย 5 3/2 2๗ 1 - - 5 2 4 - 4 5 6 2๗
ภาษาไทย 5 3/3 26 - - - - - - - 6 1 19 26
๑ ภาษาไทยเพอื่ กิจธรุ ะ ๓/๔ 2๖ - - - - 1 4 3 3 5 10 2๖
ภาษาไทยเพื่อกจิ ธรุ ะ 3/5 28 - - - - 4 2 5 7 2 8 28
ประวตั วิ รรณคดี 5/2 4๑ - - - - 1 4 4 10 7 15 4๑
ประวัตวิ รรณคดี 5/3 31 5 - 1 2 4 6 7 3 1 2 31
IS1 (I20201) 1/1 32 2 - - - - - 1 4 8 17 32
รวม 237 ๑๑ - 3 8 19 24 23 38 30 81 237
ร้อยละ 100 4.64 - 1.27 3.37 8.02 10.13 9.7 16.03 12.66 34.18 100
ภาษาไทย 6 3/1 26 1 - - ๔ 5 7 4 1 1 3 26
ภาษาไทย 6 3/2 27 2 - - 1 3 4 3 6 2 6 27
ภาษาไทย 6 3/3 26 - - - - - - - 2 7 17 26
หลกั ภาษาไทย ๓/๔ 26 - - - 3 2 1 6 2 4 8 26
๒ หลกั ภาษาไทย 3/5 28 - - - 5 1 6 3 6 4 3 28
การพนิ จิ วรรณคดเี ฉพาะเรอื่ ง 5/2 41 - - - - - - 2 5 9 2๕ 41
การพนิ จิ วรรณคดีเฉพาะเรื่อง 5/3 31 ๕ - - ๖ 4 4 5 4 - 3 31
IS2 (I20202) 1/1 30 - - - - - - - - - 30 30
รวม 23๕ ๘ - - 1๙ 15 22 23 26 27 9๕ 23๕
ร้อยละ 100 3.40 - - 8.09 6.38 9.36 9.79 11.06 11.4940.43 100
23
จากตารางจะเห็นว่า นกั เรยี นมีผลการเรียนเกนิ ระดบั คณุ ภาพดี คือ ๓.๐ ข้ึนไป ในภาคเรียน
ท่ี ๑ ร้อยละ 62.87 ภาคเรียนที่ 2 ร้อยละ 62.98 (เพิ่มข้ึน + 0.11) ส่วนจานวนนักเรียนมีผลการเรียน 0
และ ร พบว่า ภาคเรียนท่ี ๑ ร้อยละ ๕.๙๑ ภาคเรียนท่ี ๒ ร้อยละ 3.40 (ลดลงร้อยละ ๒.๕๑) แสดงถึงว่า
นกั เรยี นมคี วามรบั ผดิ ชอบในการเรียนแต่ละรายวิชามากข้ึนปลอด 0 ร ร้อยละ 96.6 และมีพัฒนาการที่ดีขึ้น
ตามลาดบั
ตารางท่ี ๔ แสดงผลการประเมนิ กิจกรรมพฒั นาผู้เรยี นและกจิ กรรมลดเวลาเรยี นเพม่ิ เวลารขู้ องนกั เรยี น
ในกจิ กรรมทรี่ บั ผิดชอบ เปรียบเทียบระหว่างภาคเรียนท่ี ๑ และภาคเรยี นท่ี ๒ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๓
กิจกรรม ชั้น จานวน ภาคเรยี นท่ี ๑ (จานวน/รอ้ ยละ) ภาคเรยี นที่ ๒ (จานวน/รอ้ ยละ)
(คน) ผา่ น ไมผ่ า่ น ผ่าน ไม่ผา่ น
แนะแนว ม.๑/๑ ๓๒/๓๐ ๓๐ / ๙๓.๗๕ ๒ / ๖.๒๕ ๓๐ / ๑๐๐.๐๐ ๐ / ๐.๐๐
ชุมนมุ ม.๑/๑ ๓๒/๓๐ ๓๐ / ๙๓.๗๕ ๒ / ๖.๒๕ ๓๐ / ๑๐๐.๐๐ ๐ / ๐.๐๐
ลูกเสือ ม.๒/๑-๒/๖ ๑๘๐/๑๗๘ ๑๖๘/ 93.33 ๑๒ / 6.67 ๑๖๙/๙๔.๙๔ ๙ / ๕.๐๖
ลดเวลาเรยี นฯ ม.๓/๑-๓/๖ ๑๖๗/๑๖๓ ๑๖๐ / 95.81 ๗ / 4.19 ๑๖๒/๙๙.๓๙ ๑ / ๐.๖๑
รวม ๔๑๑/401 388 23 ๓๙1 ๑๐
คา่ เฉลย่ี ๑๐๐ 94.40 5.60 ๙7.51 2.49
จากตารางจะเหน็ ว่า นกั เรียนในกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนท่ีข้าพเจ้ารับผิดชอบมีผลการประเมิน
ในภาคเรียนที่ ๑ ผ่านร้อยละ 94.40 ไม่ผ่านร้อยละ 5.60 ส่วนภาคเรียนท่ี ๒ ผ่านร้อยละ 97.51 (เพิ่มขึ้น
รอ้ ยละ 3.11) ไม่ผา่ นร้อยละ 2.49 (ลดลงร้อยละ 3.11) แสดงถึงความรับผิดชอบในการร่วมกิจกรรมพัฒนา
ผ้เู รยี นทเี่ พิม่ ข้ึน
ตารางท่ี ๕ แสดงผลการประเมนิ คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงคข์ องนักเรียนในรายวชิ าทรี่ ับผิดชอบ
เปรียบเทียบระหวา่ งภาคเรียนท่ี ๑ และภาคเรยี นท่ี ๒ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๓
ภาคเรยี นท่ี / วชิ า ชั้น จานวน ผลการประเมิน(คน)
นักเรียน ไม่ผา่ น ผา่ น ดี ดีเยี่ยม
ภาษาไทย 5 (ท23101) 3/1 – ๓/๓ 79 - 6 13 60
๑ ภาษาไทยเพอ่ื กิจธรุ ะ (ท23201) ¾ – 3/5 54 - - 17 37
ประวัติวรรณคดี (ท32201) 5/2 – 5/3 72 - 5 28 39
IS1 (I20201) 1/1 32 - 2 12 18
รวม 237 - 13 70 154
ร้อยละ 100 - 5.49 29.53 64.98
รอ้ ยละของนกั เรียนท่ีไดร้ ะดับ ดี ขน้ึ ไป 94.51
ภาษาไทย 6 (ท23102) 3/1 – 3/3 79 - 5 11 63
๒ หลกั ภาษาไทย (ท23202) ¾ – 3/5 54 - - 17 37
การพนิ ิจวรรณคดีเฉพาะเร่อื ง (ท32202) 5/2 – 5/3 72 - 5 17 50
IS2 (I20202) 1/1 30 - - 8 22
รวม 23๕ - 10 53 172
ร้อยละ 100 - 4.26 22.55 73.19
ร้อยละของนกั เรียนที่ได้ระดับ ดี ขน้ึ ไป 95.74
รอ้ ยละของนกั เรียนทไี่ ด้ระดบั ดี เปรียบเทียบ ภาคเรยี นที่ 1 กบั ภาคเรยี นท่ี 2 + 1.23
24
จากตารางจะเห็นว่า นักเรียนในรายวิชาท่ีข้าพเจ้ารับผิดชอบมีผลการประเมินคุณลักษณะ
อันพึงประสงคต์ ามคา่ เปา้ หมายของโรงเรยี นในระดบั ดี ขึน้ ไป ในภาคเรยี นท่ี 1 ร้อยละ 94.51 ส่วนภาคเรียน
ท่ี ๒ รอ้ ยละ 95.74 (เพ่มิ ขน้ึ รอ้ ยละ + 1.23) แสดงถึงวา่ นักเรียนมีคุณลักษณะด้านความรับผิดชอบและด้าน
อืน่ ๆ เพมิ่ ขน้ึ
ตารางท่ี ๖ แสดงผลการประเมินการอ่าน คิด วิเคราะห์ของนักเรียนในรายวิชาท่ีรับผิดชอบ เปรียบเทียบ
ระหวา่ งภาคเรยี นที่ ๑ และภาคเรยี นท่ี ๒ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๓
ภาคเรยี นที่ / วชิ า ชน้ั จานวน ผลการประเมนิ (คน)
นกั เรียน (คน) ไมผ่ ่าน ผา่ น ดี ดีเยยี่ ม
ภาษาไทย 5 (ท23101) 3/1 – ๓/๓ 79 - 11 21 47
๑ ภาษาไทยเพ่ือกจิ ธุระ (ท23201) ¾ – 3/5 54 - - 19 35
ประวัติวรรณคดี (ท32201) 5/2 – 5/3 72 - 8 27 37
IS1 (I20201) 1/1 32 - 2 5 25
รวม 2๓๗ - 21 72 144
รอ้ ยละ 100 - 8.86 30.38 60.76
ร้อยละของนกั เรียนที่ได้ระดับ ดี ขน้ึ ไป 91.14
ภาษาไทย 6 (ท23102) 3/1 – 3/3 79 - 8 24 47
๒ หลกั ภาษาไทย (ท23202) ¾ – 3/5 54 - - 19 35
การพนิ ิจวรรณคดเี ฉพาะเร่อื ง (ท32202) 5/2 – 5/3 72 - 7 19 46
IS2 (I20202) 1/1 30 - - - 30
รวม 23๕ - 15 62 158
รอ้ ยละ 100 - 6.38 26.38 67.24
รอ้ ยละของนกั เรยี นทไี่ ดร้ ะดับ ดี ขึ้นไป 93.62
ร้อยละของนกั เรียนทไ่ี ด้ระดับ ดี เปรียบเทียบ ภาคเรยี นท่ี 1 กบั ภาคเรยี นท่ี 2 + 2.48
จากตารางจะเห็นว่า นักเรียนในรายวิชาที่ข้าพเจ้ารับผิดชอบมีผลการประเมินการอ่าน คิด
วเิ คราะห์ตามคา่ เป้าหมายของโรงเรียนในระดับ ดี ข้ึนไป ในภาคเรียนท่ี 1 ร้อยละ 91.14 ส่วนภาคเรียนที่ ๒
ร้อยละ 93.62 (เพม่ิ ข้นึ รอ้ ยละ + 2.48) แสดงถึงวา่ นกั เรยี นมดี ้านความรบั ผดิ ชอบในการเรยี นเพมิ่ มากขน้ึ
ตารางที่ ๗ แสดงรายชื่อนักเรียนในรายวิชาที่รับผิดชอบ ท่ีมีความสามารถพิเศษเชิงประจักษ์ และการได้
แสดงศกั ยภาพรายบคุ คล ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๓
ท่ี ชือ่ -สกลุ ชั้น ความสามารถพเิ ศษเชิงประจกั ษ์ /การได้แสดง
ศักยภาพรายบคุ คล
1 ด.ช.แสนไกล, ด.ช.ฐิติพันธ,ุ์ ม.๓/๑ มีความสามารถด้านกีฬาฟุตบอล-ฟุตซอล ได้รับรางวัลรอง
- ด.ช.จกั รภทั ร, ม.๓/๑ ชนะเลิศอันดับ ๑ กีฬาฟุตซอล รุ่นอายุไม่เกิน ๑๕ ปี กีฬา
๗ ด.ช.จักรพงค์, ด.ช.ธนภัทร ม.๓/๔ นักเรียนนักศึกษาจังหวัดลพบุรี ประจาปี ๒๕๖๓ และเข้ารอบ
ด.ช.อรรถพร, ด.ช.ธรี พงษ์ ม.๓/๖ ๔ ทีมสุดท้าย การแข่งขันฟุตซอลเยาวชน รายการชิงแชมป์
แห่งประเทศไทย SDN Futsal No-L Cup 2021 Inspired
By Thai PBS รนุ่ อายุ ๑๕ ปี รอบคัดเลอื กระดบั จงั หวัดลพบุรี
๘ ด.ช.ธนดล ชันขนุ ทด ม.๓/๓ มีความสามารถแตง่ คาประพนั ธ์ ได้รับรางวัลชนะเลศิ การ
แข่งขนั แตง่ คาประพนั ธ์ ประเภทกลอนสภุ าพ หวั ขอ้ “บทเรียน
ชีวติ จากโควดิ -๑๙” จาก ม.ราชภฎั เทพสตรี
25
ท่ี ชอ่ื -สกลุ ช้ัน ความสามารถพิเศษเชิงประจักษ์ /การได้แสดง
ศักยภาพรายบุคคล
๙ ด.ญ.ญาณศิ า, ด.ญ.ธญั ชนก ม.๓/๓ มีความสามารถด้านกรีฑา เป็นนักกรีฑาของโรงเรียน เข้า
- ด.ญ.พัชราภรณ์
๑๓ นายติณณภพ, นายรัตพงษ์ ม.๓/๔ แข่งขัน กีฬา-กรีฑานักเรียนนักศึกษาจังหวัดลพบุรี ได้รับ
ม.๕/๓ รางวัลเหรียญเงิน-ทองแดง วงิ่ เดีย่ ว-ผลัด รุน่ อายุไม่เกิน ๑๕ ปี,
๑๘ ปี กีฬานักเรยี นนักศึกษาจงั หวัดลพบรุ ี ประจาปี ๒๕๖๓
๑๔ ด.ญ.ปรรัตน์ ทองอว่ มใหญ่ ม.๓/๔ ทาโครงงานคุณธรรม ได้รับรางวัลดีเยี่ยมอันดับท่ี ๑ การ
๑๕ ด.ญ.ณิชา พลิ อด
ม.๓/๔ ประกวดโครงงานคุณธรรมเฉลมิ พระเกยี รติ ปีท่ี ๑๕ ระดับเขต
พ้ืนที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๕ และได้เป็นตัวแทนแข่งขัน
ในระดับประเทศตอ่ ไป
๑๖ ด.ช.ภทั รพล, ด.ช.ภาคภมู ,ิ ม.๓/๒ มคี วามสามารถดา้ นดนตรี เล่นวงดุริยางค์ของโรงเรียน ทง้ั
- ด.ญ.ฐติ พิ ร, ด.ญ.ชนัญชดิ า,
๒๕ ด.ญ.รววี รรณ, ด.ญ.ขนิษฐา, ม.๓/๓ เครือ่ งตี เครอ่ื งเป่า รว่ มแสดงในกจิ กรรมต่าง ๆ ท้ังภายใน เช่น
ด.ช.นพนันท,์ ด.ช.ชชั นันท,์ ม.๓/๓ กฬี าสี และกจิ กรรมภายนอก เชน่ แห่เทียนพรรษา เป็นต้น
ด.ญ.ปรรัตน,์ ด.ญ.ณิชา
ม.๓/๓ อกี ทง้ั ยงั ได้เปน็ ส่วนหน่งึ ของการดาเนินกจิ กรรมโครงงาน
๒๖ ด.ช.ศจษิ ฐศ์ กั ย์, ด.ญ. ณิชา
- ด.ช.กมลเทพ, ด.ช.สริ วิ ฒั น์ ม.๓/๓ คุณธรรมเฉลมิ พระเกียรติ ปที ี่ ๑๕ ของโรงเรยี นด้วย
๓๐ นายปธานนิ
ม.๓/๑ เปน็ นกั เรยี นผูม้ ีความรับผดิ ชอบดา้ นการแตง่ กายเรียบรอ้ ย จน
๓๑ ด.ช. ธนภทั ร, ด.ช.ธนภูม,ิ
- ด.ช.ชนสิษฐ,์ ด.ช.ศจิษฐศ์ กั ย์, ม.๓/๕ ได้เป็นตวั แทนขึน้ ป้าย ลกู มว่ ง-เหลอื ง เปน็ ผู้แต่งกายเรยี บรอ้ ย
๖๗ ด.ญ.อนญั ญา, ด.ช.ภัทรพล,
ม.๕/๒ ของโรงเรียน และเปน็ แบบอย่างแก่นกั เรยี นคนอน่ื ๆ
ด.ญ.นรนิ ทิพย,์ ด.ญ.ภคพร,
ด.ญ.ธิดาพร, ด.ญ.ศวติ า ม.๓/๑ มีทักษะการพูด การคิด การนาเสนอ และการกล้าแสดงออก
ด.ช.ธนดล, ด.ช.ชินวัตร,
ด.ช.อภิรกั ษ,์ ด.ญ.มัตทรา, ม.๓/๑ เปน็ นักเรียนแกนนาประจาฐานการเรียนรู้ ของศูนย์การเรียนรู้
ด.ญ.ขนษิ ฐา, ด.ญ.รวีวรรณ,
ด.ญ.ศศมิ า, ด.ญ.นพรัตน์ ม.๓/๑ ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงด้านการศึกษา เช่น
ด.ญ.ณฐั กมล, ด.ญ.ญาณศิ า,
ด.ญ.ธญั ชนก, ด.ญ.ชลธิชา, ม.๓/๒ ฐานกิจกรรมลูกเสือ, ฐานธนาคารโรงเรียน, ฐานเกษตร
ด.ช.ชชั นันท,์ ด.ช. ไตรภพ,
ด.ช.กติ ตภิ ณ, ด.ญ.เกวรนิ ม.๓/๒ ก้าวล้า น้อมนาหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง, ฐาน
ด.ญ.ปรรตั น,์ ด.ญ.ณชิ า
ด.ช.รพีภทั ร, ด.ญ. ศริ นิ ภา, ม.๓/๓ สหกรณโ์ รงเรียน, ฐานซ่อมบารุง เป็นต้น ซึ่งทาหน้าที่วิทยากร
ด.ญ.ชดิ ชนก, ด.ญ.ปวณี า
ด.ช.ศุภโชค, ด.ญ.อภสิ รา, ม.๓/๓ บรรยายกิจกรรมในฐาน ถอดหลักคิด ๒:๓:๔ สู่รุ่นน้อง คณะ
ด.ญ.รวิสรา
นายเตชิด, น.ส.สทุ ธิชา ม.๓/๓ ศึกษาดูงานจากโรงเรียนอื่น ๆ ท้ังยังได้ออกเผยแพร่ความรู้สู่
๖๘ ด.ช.ศิรชิ ยั , ด.ช.นราธิป, ม.๓/๓ โรงเรยี นเครือข่าย และออกจัดนิทรรศการของศูนย์การเรียนรู้
- ด.ช.ศภุ โชค,
๗๔ นายธนกฤต, นายนนทพทั ร์, ม.๓/๓ ฯ นอกสถานท่ีอยู่เสมอ จนโรงเรียนได้รับการประกาศจาก
นายสัมพันธ์ุ, นายสาธติ ม.๓/๓ กระทรวงศึกษาธิการ ให้เป็น ศูนย์การเรียนรู้ตามหลักปรัชญา
ม.๓/๔ ของเศรษฐกิจพอเพียงด้านการศึกษา ปกี ารศึกษา ๒๕๖๒
ม.๓/๔
ม.๓/๔
ม.๓/๕
ม.๓/๕
ม.๓/๖
ม.๓/๖
ม.๕/๒
ม.๓/๓ มคี วามสามารถด้านดนตรีไทย เป็นนักเรียนวงดนตรไี ทยของ
ม.๓/๖ โรงเรียน บรรเลงเพลงในกิจกรรมตา่ ง ๆ ทงั้ ภายในโรงเรียน
ม.๕/๒ เชน่ กจิ กรรมไหวค้ รู กจิ กรรมทาบญุ วันคล้ายวันสถาปนา
ม.๕/๒ โรงเรียน และภายนอกโรงเรยี นตามโอกาส เป็นต้น
26
ท่ี ชอื่ -สกลุ ชัน้ ความสามารถพเิ ศษเชิงประจกั ษ์ /การได้แสดง
ศกั ยภาพรายบุคคล
๗๕ ด.ช.อภิรกั ษ์ ทองรอด ม.๓/๓ เปน็ ผู้มจี ติ อาสา เปน็ แกนนาลูกเสือจติ อาสา ทาความดีดว้ ย
๗๖ ด.ช.ศรญั ญู ทองแท้ ม.๓/๔ หวั ใจ ตา้ นภยั ยาเสพติด พากองลกู เสอื สามญั รนุ่ ใหญข่ อง
โรงเรยี นทากิจกรรมสาธารณประโยชน์ในโอกาสตา่ ง ๆ
๗๗ ด.ญ.กรณกิ าร์, ด.ช.ภัทรพล, ม.๓/๑ เปน็ ผูม้ ีความรับผิดชอบต่อสังคม โดยไดร้ ับการประกาศจาก
- ด.ช.ธนายทุ ธ, ด.ญ.พรนภัส, ม.๓/๒ งานสง่ เสริมคุณธรรมจริยธรรมนกั เรียน วา่ เปน็ ผูส้ มควรได้รับ
๙๐ ด.ช.อภริ ักษ,์ ด.ช.ดรัณภพ, ม.๓/๓ การยกยอ่ ง เปน็ แบบอย่างท่ีดี ในกิจกรรมธนาคารความดี
ด.ญ.ศศมิ า, ด.ญ. ขนษิ ฐา, ม.๓/๓ ของหายไดค้ ืน ประจาปีการศึกษา ๒๕๖๓
ด.ญ.นณิ า, ด.ช.สิทธิกร, ม.๓/๔
ด.ช.พงษป์ ระสทิ ธ์,ิ ด.ช.วรชยั ม.๓/๖
นายศภุ กร, นายพีรณัฐ ม.๕/๓
๙๑- นายหม่ลู กู เสอื จานวน ๑๒ คน ม.๒ ชื่นชอบในกจิ กรรมลูกเสอื ไดเ้ รียนรู้ ฝึกซอ้ ม และไดร้ ่วมรบั
๑๐๒ การตรวจประเมินข้ันที่ ๕ ทง้ั การเดนิ สวนสนาม ระเบยี บแถว
๑๐๓ เนตรนารีกองพิเศษ จานวน ๓๔ ม.๒ การเปิด-ปดิ ประชมุ กอง และการประชุมนายหมู่ ซง่ึ ไดร้ บั คา
ช่ืนชมจากคณะกรรมการผทู้ รงคณุ วุฒิ จากสานกั งานลกู เสือ
-๑๓๖ คน
จังหวัดลพบรุ ี และผา่ นการประเมินในครงั้ นด้ี ว้ ยดี
รวมจานวน (คน) ๑๓๖ คน จาก 412 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 33.01
จากตารางจะเห็นว่า นักเรียนช้ันในรายวิชาและกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนที่รับผิดชอบ รวม
136 คน มคี วามสามารถพิเศษ มคี วามดเี ดน่ เปน็ ท่ีประจกั ษ์ คดิ เป็นรอ้ ยละ 33.01 และได้แสดงศักยภาพของ
ตนออกมาในระดบั ต่าง ๆ สง่ ผลให้ได้รับรางวัล เงินรางวัล และได้รับคาช่ืนชมจากทุกฝ่าย ซ่ึงจะเป็นแบบอย่าง
ทีด่ ดี า้ นความรับผดิ ชอบใหแ้ ก่เพือ่ น พ่ี นอ้ ง คนอื่น ๆ ต่อไป (ภาคผนวก ๑๔, น. ๔๑)
๔.๓ กลุ่มเป้าหมายสภานกั เรยี น จานวน ๒๑ คน
ตารางท่ี ๘ แสดงผลสัมฤทธท์ิ างการเรียนเฉลยี่ ของสภานักเรียน เปรยี บเทียบระหวา่ งภาคเรียนท่ี ๑ และ
ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศกึ ษา ๒๕๖๓
ที่ ช่ือ-สกลุ ชัน้ ผลการเรียน ผลการเรียน พฒั นา คณุ ลกั ษณะ การอา่ น
เฉลี่ย เฉลี่ย การ
อันพึง คดิ
ภาคเรียนที่ ๑ ภาคเรียนท่ี ๒ ประสงค์ วเิ คราะห์
1 น.ส. ชาลสิ า คนั ซอทอง ประธานสภานกั เรียน ๕/๑ ๓.๘๓ 3.91 +0.08 ดีเยย่ี ม ดเี ยย่ี ม
2 น.ส.ณภทั ร ปนิ่ ทองน้อย รองประธานฯ คนที่ ๑ ๖/๒ ๓.๗๐ ๓.๗๖ +๐.๐๖ ดีเยยี่ ม ดีเยย่ี ม
3 น.ส.ธชั รนิ ทร์ สุขสนุ ติ ย์ รองประธานฯ คนที่ ๒ ๔/๑ ๒.๔๓ 2.33 -0.10 ดีเยีย่ ม ดเี ยย่ี ม
4 นายโสภณวิชญ์ สขุ มุ ารินทร์ หน.ผา่ ยอานวยการ ๕/๑ ๓.๐๙ 3.47 +0.38 ดเี ยย่ี ม ดเี ยยี่ ม
5 นายอาทติ ย์ ตุม้ ทอง ผช.หน.ผา่ ยอานวยการ ๕/๑ ๑.๑๕ 2.16 +1.01 ดีเยีย่ ม ดเี ยย่ี ม
6 น.ส.วิลาวัลย์ หาลาภ หน.ฝ่ายส่งเสริมวชิ าการ ๕/๑ ๓.๙๗ 4.00 +0.03 ดเี ยย่ี ม ดเี ยย่ี ม
7 น.ส.พชั ราพรรณ แย้มสัจจา ผช.หน.ฝ่ายส่งเสรมิ วิชาการ ๕/๑ ๓.๙๘ 3.94 -0.04 ดีเยย่ี ม ดเี ยี่ยม
8 น.ส.พัชราพร ศรีมาวงษ์ หน.ฝ่ายกิจการนกั เรียน ๕/๑ ๓.๓๒ 3.55 +0.23 ดเี ยย่ี ม ดีเย่ยี ม
9 นายคมสันต์ ฟักนิล ผช.หน.ฝ่ายกิจการนกั เรียน ๕/๑ ๓.๔๘ 3.74 +0.26 ดเี ยย่ี ม ดเี ย่ยี ม
10 นายภตู ะวัน อังคนาวนิ หน.ฝา่ ยบริการและสวสั ดิการ ๕/๑ ๓.๒๙ 3.55 +0.26 ดีเยย่ี ม ดีเยี่ยม
11 นายพิชญ กล่นั หุน่ ผช.หน.ฝา่ ยบรกิ ารและฯ ๕/๑ ๑.๗๙ 2.71 +0.92 ดีเย่ียม ดเี ยย่ี ม
12 น.ส.สพุ รรษา คาโสภา หน.ฝ่ายธรุ การและการเงิน ๕/๑ ๓.๐๗ 3.55 +0.48 ดีเยี่ยม ดีเยีย่ ม
27
ท่ี ชอ่ื -สกลุ ช้ัน ผลการเรียน ผลการเรยี น พัฒนา คณุ ลกั ษณะ การอา่ น
เฉลีย่ เฉลี่ย การ
13 น.ส.สริสา รอดวงษ์ ผช.หน.ฝ่ายธรุ การและฯ อนั พึง คดิ
ภาคเรยี นท่ี ๑ ภาคเรียนท่ี ๒ ประสงค์ วเิ คราะห์
๔/๑ ๒.๔๕ 2.37 -0.08 ดเี ย่ยี ม ดีเยย่ี ม
14 นายวายวุ ฒั น์ ใจตรง หน.ฝา่ ยปกครองและควบคุมวนิ ยั ๖/๓ ๑.๙๘ ๒.๐๑ +๐.๐๓ ดเี ยี่ยม ดีเยย่ี ม
15 นายนนั ทวฒั น์ นาคประดับ ผช.หน.ฝา่ ยปกครองฯ ๖/๓ ๓.๖๙ 3.88 +0.19 ดีเย่ยี ม ดเี ยย่ี ม
16 น.ส.ปภาวนิ ี คชวงษ์ หน.ฝา่ ยประชาสัมพันธ์ฯ ๕/๑ ๓.๕๐ 3.74 +0.24 ดเี ยีย่ ม ดเี ยย่ี ม
17 นายอนนต์ หงสส์ า ผช.หน.ฝ่ายประชาสัมพนั ธ์ฯ ๕/๑ ๒.๔๔ 2.72 +0.28 ดีเยยี่ ม ดเี ยย่ี ม
18 น.ส.วณี ชั อุดมโพคา หน.ฝ่ายสงิ่ แวดล้อม ๖/๑ ๓.๕๗ ๓.๓๕ -๐.๒๒ ดีเย่ยี ม ดีเยย่ี ม
19 นายอนุวฒั น์ รอดเสถยี ร ผช.หน.ฝ่ายสิง่ แวดล้อม ๕/๑ ๓.๑๑ 3.47 +0.36 ดเี ยยี่ ม ดีเย่ยี ม
20 น.ส.สภุ านนั ท์ เหมือนเอยี่ ม เลขานกุ ารสภานกั เรียน ๕/๑ ๓.๘๒ 3.95 +0.13 ดีเยี่ยม ดเี ย่ยี ม
21 น.ส.เคยี งคืนเพญ็ แสงวิภาคนภาพร ผช.เลขานุการสภานกั เรยี น ๕/๑ ๓.๗๖ 3.74 -0.02 ดเี ยี่ยม ดเี ยี่ยม
รวม ๖๕.๔๒ 69.9 +4.48 ดีเยีย่ ม ดเี ยยี่ ม
เฉล่ีย 3.115 3.328 +0.213 ๑๐๐ ๑๐๐
จากตารางจะเห็นว่า ผลการเรียนเฉล่ียของสภานักเรียนท้ัง ๒๑ คน ภาคเรียนท่ี ๑ อยู่ท่ี
3.115 ภาคเรยี นที่ ๒ อยทู่ ่ี 3.328 ซ่ึงสูงข้ึน +0.213 สาหรับผลการประเมินคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์และ
การอา่ น คดิ วิเคราะห์ พบวา่ นักเรยี นทุกคนมีผลการประเมนิ ในระดับดีเยี่ยม แสดงถงึ ความรับผิดชอบที่เพิ่มข้ึน
ของนักเรียนจากการใชน้ วัตกรรมของครู ที่ควบคทู่ ั้งการเรยี นและการดาเนนิ กจิ กรรมของสภานกั เรียน
ตารางท่ี ๙ แสดงความสามารถพเิ ศษเชิงประจักษ์ และการไดแ้ สดงศักยภาพรายบคุ คลของสภานกั เรียน
ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๓
ที่ ชื่อ-สกลุ ชั้น ความสามารถพเิ ศษเชิงประจักษ์ /การไดแ้ สดงศกั ยภาพ
รายบุคคล
1 น.ส. ชาลิสา คนั ซอทอง ภาวะผูน้ า : นาทีมสภานกั เรยี นและนกั เรียนโรงเรยี นหนองม่วง
ประธานสภานกั เรียน ๕/๑ วิทยาทากจิ กรรมหนา้ เสาธง และกิจกรรมตา่ ง ๆ ได้อย่างดีเย่ยี ม
เป็นนกั เรยี นแกนนาประจาฐานโครงงานคณุ ธรรม
2 น.ส.ณภทั ร ปน่ิ ทองน้อย ๖/๒ การพดู : เปน็ พธิ ีกรของโรงเรยี น และเปน็ นักเรยี นประจาฐาน
รองประธานฯ คนที่ ๑ การเรียนรูห้ อ้ งพอเพียง นาเสนอทงั้ ในและนอกโรงเรียนดเี ยยี่ ม
3 น.ส.ธัชรินทร์ สุขสนุ ติ ย์ ๔/๑ การพดู : เปน็ นกั เรียนประจาฐานการเรยี นรฐู้ านลกู เสอื และ
รองประธานฯ คนท่ี ๒ ไดร้ ับรางวลั ชนะเลศิ โครงงานคุณธรรมฯ ระดบั เขตพ้ืนท่ฯี
4 นายโสภณวิชญ์ สุขุมารนิ ทร์ ๕/๑ การพูด/การแสดง : เปน็ นักเรียนประจาฐานโครงงานคุณธรรม
หน.ผา่ ยอานวยการ และไดร้ บั รางวัลชนะเลศิ โครงงานคุณธรรมฯ ระดับเขตพนื้ ที่ฯ
5 นายอาทติ ย์ ตุ้มทอง ๕/๑ จติ อาสา/ผู้นา : เปน็ หวั หนา้ นกั ศกึ ษาวิชาทหารของโรงเรียน นา
ผช.หน.ผ่ายอานวยการ ฝกึ ซ้อมและเดนิ ธงเกยี รตยิ ศในกจิ กรรมตา่ ง ๆ ของโรงเรียน
6 น.ส.วลิ าวัลย์ หาลาภ ๕/๑ วิชาการ/การเรียน : เปน็ นกั เรยี นประจาฐานการเรียนรหู้ อ้ ง
หน.ฝา่ ยส่งเสรมิ วชิ าการ พอเพียง นาเสนอการดาเนนิ งานท้ังในและนอกโรงเรยี นดีเยีย่ ม
7 น.ส.พชั ราพรรณ แย้มสจั จา การเขียนภาษาไทย : เปน็ นกั เรยี นทาโครงงานคณุ ธรรม และ
ผช.หน.ฝา่ ยส่งเสรมิ วชิ าการ ๕/๑ ได้รบั รางวัลชนะเลศิ โครงงานคุณธรรมฯ ระดบั เขตพ้ืนที่ฯ
เป็นนกั เรียนแกนนาประจาฐานการเรียนรูห้ ้องพอเพยี ง
8 น.ส.พชั ราพร ศรมี าวงษ์ ๕/๑ การถ่ายภาพ : เปน็ ชา่ งภาพประจาของสภานกั เรยี น และ
หน.ฝ่ายกิจการนกั เรียน ช่างภาพอาสาของโรงเรียน ชว่ ยบันทึกภาพกจิ กรรมต่าง ๆ
28
ที่ ชอื่ -สกลุ ช้นั ความสามารถพิเศษเชิงประจักษ์ /การไดแ้ สดงศักยภาพ
รายบคุ คล
9 นายคมสันต์ ฟักนลิ ๕/๑ จิตอาสา : เปน็ ผนู้ านอ้ ง ๆ นกั เรยี นชว่ ยครูจัดสถานทใ่ี นกิจกรรม
ผช.หน.ฝ่ายกจิ การนกั เรียน ตา่ ง ๆ ของโรงเรียน
10 นายภตู ะวัน อังคนาวนิ ๕/๑ วิทยาศาสตร์ : เป็นนักเรียนประจาฐานการเรียนรู้สะเตม็ ศึกษา
หน.ฝา่ ยบรกิ ารและสวสั ดกิ าร นาเสนอการดาเนนิ งานทง้ั ในและนอกโรงเรียนดเี ยี่ยม
11 นายพิชญ กลน่ั หุ่น ๕/๑ จิตอาสา : เปน็ ผนู้ าน้อง ๆ นกั เรยี นช่วยครูจัดสถานท่ใี นกิจกรรม
ผช.หน.ฝา่ ยบริการและฯ ตา่ ง ๆ ของโรงเรียน
12 น.ส.สพุ รรษา คาโสภา กรฑี า : เปน็ นักกรีฑาหญิง ม.ปลาย ของโรงเรยี น เขา้ แขง่ ขนั ใน
หน.ฝา่ ยธรุ การและการเงนิ ๕/๑ ระดบั จงั หวัดลพบรุ ไี ด้รับรางวลั เหรยี ญทองหลายรายการ และ
เป็นตวั แทนแขง่ ขนั ระดบั ภาค เปน็ นกั เรียนแกนนาประจาฐาน
การเรยี นรู้ขยะรไี ซเคิล
13 น.ส.สริสา รอดวงษ์ ๔/๑ แกนนาขยะรไี ซเคลิ : เปน็ นกั เรยี นประจาฐานการเรียนรขู้ ยะ
ผช.หน.ฝา่ ยธรุ การและฯ รีไซเคลิ นาเสนอการดาเนนิ งานทั้งในและนอกโรงเรียนดเี ยย่ี ม
14 นายวายุวัฒน์ ใจตรง ผ้นู า/เปน็ แบบอย่างแก่รนุ่ นอ้ ง : ชว่ ยงานสง่ เสรมิ วนิ ัยจราจร
หน.ฝ่ายปกครองและควบคมุ วินยั ๖/๓ ในการตรวจการสวมหมวกนริ ภยั ของนกั เรียนทม่ี าโรงเรียน
เป็นนกั เรยี นประจาฐานการเรยี นรู้ซ่อมบารุง
15 นายนันทวัฒน์ นาคประดับ ๖/๓ กฬี าฟตุ บอล : เป็นนักกฬี าฟุตบอลของโรงเรียน เขา้ แข่งขนั ท้ัง
ในระดับโรงเรียน และอาเภอ
ผช.หน.ฝา่ ยปกครองและควบคมุ ฯ
16 น.ส.ปภาวนิ ี คชวงษ์ ๕/๑ กรีฑา : เปน็ นักกรีฑาหญิง ม.ปลาย ของโรงเรยี น เข้าแขง่ ขนั ใน
หน.ฝา่ ยประชาสัมพนั ธฯ์ ระดบั จงั หวดั ลพบรุ ี ไดร้ บั รางวัลเหรยี ญรางวัลหลายรายการ
17 นายอนนต์ หงส์สา ๕/๑ จติ อาสา : เปน็ ผนู้ าน้อง ๆ นกั เรยี นช่วยครจู ัดสถานที่ในกจิ กรรม
ผช.หน.ฝา่ ยประชาสัมพันธฯ์ ตา่ ง ๆ ของโรงเรียน
18 น.ส.วีณชั อดุ มโพคา ๖/๑ แกนนาขยะรไี ซเคิล : เป็นนกั เรียนประจาฐานการเรียนรขู้ ยะ
หน.ฝ่ายสิง่ แวดลอ้ ม รไี ซเคลิ นาเสนอการดาเนินงานท้ังในและนอกโรงเรียนดีเยย่ี ม
19 นายอนวุ ัฒน์ รอดเสถียร ๕/๑ ดนตรีสากล : เป็นนกั ดนตรีสากลของโรงเรียน ร่วมแสดงในงาน
ผช.หน.ฝ่ายสิ่งแวดลอ้ ม ตา่ ง ๆ ท้งั ในระดบั โรงเรยี น และอาเภออยูเ่ สมอ
20 น.ส.สภุ านันท์ เหมือนเอี่ยม จติ อาสากภู้ ยั หนองมว่ ง : ได้รบั รางวลั เดก็ และเยาวชนดเี ดน่
เลขานุการสภานักเรียน ๕/๑ แห่งชาติ ปี ๒๕๖๔ และไดร้ ับทุนเดก็ ดีของสงั คม จาก ธ.ออมสิน
เปน็ นกั เรียนแกนนาประจาฐานโครงงานคณุ ธรรม
21 น.ส.เคียงคนื เพ็ญ แสงวภิ าคนภาพร ๕/๑ การพูด/พธิ กี ร : เป็นนกั เรียนประจาฐานโครงงานคณุ ธรรม และ
ผช.เลขานกุ ารสภานักเรียน ไดร้ บั รางวัลชนะเลศิ โครงงานคณุ ธรรมฯ ระดบั เขตพ้ืนท่ฯี
รวม นกั เรียนมีความสามารถพิเศษเชงิ ประจักษ์ทกุ คน
เฉลี่ย ๑๐๐
จากตารางจะเห็นว่าสภานักเรียนโรงเรียนหนองม่วงวิทยา ปีการศึกษา ๒๕๖๓ ทั้ง ๒๑ คน
มคี วามสามารถพิเศษเป็นท่ีประจักษ์ ร้อยละ ๑๐๐ และได้แสดงศักยภาพของตนออกมาในระดับต่าง ๆ ส่งผล
ให้ไดร้ บั รางวลั ทุนการศึกษา และได้รับคาช่นื ชม ซ่ึงจะเปน็ แบบอย่างทดี่ ีด้านความรับผิดชอบให้แก่นักเรียนคน
อ่ืน ๆ ต่อไป (ภาคผนวก ๑๕, น. ๔๒)
29
ตารางท่ี ๑๐ แสดงผลการประเมินการดาเนนิ กจิ กรรมของสภานกั เรียนเฉลยี่ ทุกกิจกรรมและในภาพรวม
จากคณะครู บุคลากรทางการศกึ ษา และนักเรยี นโรงเรยี นหนองม่วงวทิ ยา เปรยี บเทียบใน
ภาคเรยี นท่ี ๑ และภาคเรยี นที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๖๓
ภาคเรยี นที่ ๑ ภาคเรยี นท่ี ๒
กจิ กรรม คา่ เฉลีย่ ระดบั กจิ กรรม คา่ เฉลีย่ ระดบั
๑. กจิ กรรมไหว้ครู “ครุ คุ ารวตา” ๔.๔๒ ดี ๑. กิจกรรมวันคริสตม์ าสและวนั ขึ้นใหม่ ๔.๔๗ ดี
๒. กิจกรรมเลือกตง้ั สภานักเรียน ๔.๕๖ ดีมาก ๒. กจิ กรรมอาลาสถาบนั และปัจฉมิ นเิ ทศ ๔.๘๘ ดีมาก
๓. กจิ กรรมแหเ่ ทียนพรรษา ๔.๓๙ ดี ๓. กิจกรรมมุทติ าครยู ้าย ๔.๘๑ ดีมาก
๔. กิจกรรมมทุ ติ าครเู กษยี ณอายรุ าชการ ๔.๔๔ ดี ๔.ภาพรวมการดาเนินกิจกรรมภาคเรียนที่ ๒ ๔.๗๕ ดมี าก
๕.ภาพรวมการดาเนนิ กิจกรรมภาคเรยี นท่ี ๑ ๔.๔๘ ดี - --
รวม ๒๒.๒๙ - รวม ๑๘.๙๑ -
เฉลีย่ ๔.๔๖ ดี เฉลี่ย ๔.๗๓ ดมี าก
จากตารางจะเห็นว่า ผลการประเมินการดาเนินกิจกรรมของสภานักเรียนเฉล่ียทุกกิจกรรม
และในภาพรวม ภาคเรียนที่ ๑ อยู่ท่ี ๔.๔๖ ระดับดี ภาคเรียนที่ ๒ อยู่ท่ี ๔.๗๓ ระดับดีมาก ซึ่งภาคเรียนที่ ๒
มคี ่าเฉล่ียสูงกว่าภาคเรียนท่ี ๑ เท่ากับ +๐.๒๗ สะท้อนว่านักเรียนมีความรับผิดชอบท่ีดีขึ้นในการดาเนินงานต่าง ๆ
(ภาคผนวก ๑๖, น. ๔๒)
๔.๔ กลมุ่ เปา้ หมายนกั เรยี นโรงเรียนหนองม่วงวิทยาในภาพรวม จานวน ๙๖๓ คน
ตารางที่ ๑๑ แสดงผลสถิตกิ ารไมม่ สี ทิ ธิส์ อบปลายภาคเรยี น, ผลการเรยี นเฉล่ยี , ผลการประเมินกิจกรรม
พัฒนาผเู้ รยี น และอื่น ๆ ปกี ารศึกษา 2562 – 2563
รายการ จานวน ภาคเรยี นท่ี ๑/2563 ภาคเรยี นท่ี ๒/2563 พัฒนาการ
(คน) จานวน รอ้ ยละ จานวน ร้อยละ
นักเรียนไม่มสี ิทธส์ิ อบปลายภาค ๙๖๓ ๕๖ คน 5.815 ๔๑ คน ๔.257 ลดลง ๑.558
ปกี ารศึกษา 2563 (๔๘ วิชา) (๓๗ วชิ า)
รายการ จานวน ปีการศกึ ษา 2562 ปกี ารศกึ ษา 256๓ พัฒนาการ
รอ้ ยละ
นกั เรียน รอ้ ยละ
ผลการเรยี นเฉล่ยี ได้ระดับ 3 ขึน้ ไป ๙๒๔/๙๖๓ 46.69 53.135 + 6.175
ผา่ นกจิ กรรมพัฒนาผู้เรียนโดยรวม ๙๒๔/๙๖๓ 95.50 96.14 + 0.64
คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ ดี ขนึ้ ไป ๙๒๔/๙๖๓ 89.65 92.20 + 2.55
อ่าน คิดวิเคราะหแ์ ละเขียน ดี ขน้ึ ไป ๙๒๔/๙๖๓ 86.05 88.30 + 2.25
จากตารางจะเห็นว่า นักเรียนโรงเรียนหนองม่วงวิทยามีพัฒนาการด้านความรับผิดชอบท่ี
สูงข้ึน จากสถิติจานวนนักเรียนไม่มีสิทธิ์สอบปลายภาค ปีการศึกษา 2563 ท่ีภาคเรียนที่ ๒ ลดลงร้อยละ
๑.558 นอกจากน้ีเมื่อเปรียบเทียบผลการประเมินทุกด้านระหว่างปีการศึกษา 2562 และ 2563 ยังพบว่า
ผลการเรยี นเฉล่ียของนกั เรียนท่ีได้ระดับ 3 ข้ึนไป เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.175, นักเรียนผ่านกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
โดยรวม เพ่ิมข้ึนร้อยละ 0.64, นักเรียนมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ระดับดีขึ้นไป เพ่ิมขึ้นร้อยละ 2.55 และ
นักเรียนมีทักษะการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียนระดับดี ขึ้นไป เพ่ิมข้ึนร้อยละ 2.25 เหล่าน้ีล้วนแสดงให้เห็น
ถึงผลสัมฤทธ์ิเชิงประจักษ์จากการร่วมแรงร่วมใจกันขับเคล่ือนนวัตกรรมสร้างสรรค์คุณดีด้านคุณธรรมความ
รับผิดชอบของครูท้ังโรงเรียน และการให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีในการพัฒนาตนเองของนักเรียนโรงเรียน
หนองมว่ งวิทยา
30
บทที่ ๕
ปจั จยั ความสาเรจ็ ข้อเสนอแนะ และการเผยแพร่
ปัจจยั ความสาเร็จ
ปัจจัยแห่งความสาเร็จของการใช้นวัตกรรม รับผิดชอบพิชิตชัย ชนะใจตัวเอง ด้วยนวัตกรรม
KRUTOM Model เกดิ จากหลายปจั จัยทเ่ี กอ้ื หนุน เออ้ื อานวยใหม้ ผี ลเป็นท่นี า่ พึงพอใจ และบรรลุเป้าหมาย ซึ่ง
สามารถจัดกลมุ่ ปัจจยั ความสาเร็จได้ ๗ กลุ่ม ดังนี้
๑. นักเรียน นักเรียนถือเป็นปัจจัยที่สาคัญที่สุดท่ีมีผลให้นวัตกรรมน้ีบรรลุเป้าหมาย เพราะ
หากไม่มีนักเรียน หรือนักเรียนไม่ให้ความร่วมมือตามลาดับข้ันตอนของนวัตกรรมย่อมไม่บังเกิดผลให้เห็นเป็น
รูปธรรม ซึ่งนักเรียนท่ีเกี่ยวข้องทุกคนจะต้องมีความพร้อม มีความเข้าใจ ให้ความร่วมมือกับครูผู้ใช้นวัตกรรม
ในที่น้ีรวมท้ังนักเรียนท่ีเป็นกลุ่มตัวอย่าง และนักเรียนที่ได้รับการพัฒนาด้วยนวัตกรรมของโรงเรียนหนองม่วง
วิทยาทกุ คน นอกจากนก้ี าลังใจจากนักเรียนก็ถอื เป็นปจั จยั ความสาเร็จของการใชน้ วัตกรรมนี้เชน่ กนั
๒. ครูผู้สร้างนวัตกรรม (ตัวเอง) ด้วยหน้าที่ของครูไม่ได้มีเพียงให้ความรู้แก่ศิษย์เพียงอย่าง
เดยี ว หากต้องอบรมส่ังสอน ขดั เกลาคุณลักษณะนิสัยให้เขาเป็นคนดี มีคุณธรรมจริยธรรมควบคู่ไปด้วย ดังนั้น
จึงถือว่าตัวครูผู้สร้างนวัตกรรมเป็นปัจจัยแห่งความสาเร็จลาดับรองลงมา เพราะเป็นผู้เก่ียวข้องทุกลาดับ
ขน้ั ตอนต้ังแตย่ ังไม่มีนวตั กรรมนนั่ คอื การมองเห็นปัญหา การคิด วางแผนการแก้ปัญหา การศึกษาหาความรู้ท่ี
เกี่ยวข้อง จนถึงขั้นตอนการสร้าง ทดลองใช้ และการใช้นวัตกรรมจริง หากครูไม่เร่ิมต้นท่ีจะทาผลแห่ง
ความสาเรจ็ ท่งี ดงามย่อมไม่เกิดขนึ้ เชน่ กนั
๓. ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษาและคณะ ถือเป็นแหล่งกาลังใจสาคัญที่คอย
สนับสนุน ส่งเสริม ให้ความช่วยเหลือ ตลอดจนให้คาปรึกษา ในการสร้างนวัตกรรมสร้างสรรค์คนดีในคร้ังน้ี
โดยเริ่มตั้งแต่การให้โอกาสครูคนหน่ึงได้กล้าท่ีจะคิดแก้ปัญหาให้กับนักเรียน คอยสอบถามปัญหา ช้ีแนะ หา
แนวทางในการแกไ้ ขปัญหาและอุปสรรคท่ีพบขณะดาเนินการมาโดยตลอด อีกทั้งยังช่วยตรวจสอบในเรื่องของ
คณุ ภาพ ประสทิ ธภิ าพนวตั กรรม และใหโ้ อกาสในการเผยแพร่นวัตกรรมสู่ครูในโรงเรียนและนอกโรงเรียนเป็น
อยา่ งดี จึงถือวา่ ทุกทา่ นเป็นปจั จยั แหง่ ความสาเรจ็ ในครั้งน้ดี ว้ ย
๔. เพอ่ื นครู คณะครูและบคุ ลากรทางการศึกษาโรงเรียนหนองม่วงวิทยาทุกคน ซึ่งอยู่ด้วยกัน
แบบกัลยาณมิตรเสมอมา ได้ช่วยเป็นกาลังใจ เป็นท่ีปรึกษา ให้คาแนะนา ช่วยเหลือการดาเนินการนวัตกรรม
สร้างสรรค์คนดีมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นครูท่ีปรึกษาร่วมห้อง ครูสายระดับช้ัน ครูกลุ่มสาระการเรียนรู้
ภาษาไทย ตลอดจนครูและบุคลากรทางการศึกษาท่านอื่น ๆ ที่ได้รับฟังแนวทางการปฏิบัติการเผยแพร่
นวตั กรรมของขา้ พเจา้ และไดพ้ ร้อมใจกันนาไปปฏิบัติ ปรับใช้สู่นักเรียนของตนในภาพรวมของโรงเรียน แม้ว่า
ผลการใช้นวัตกรรมของครูท่านอ่ืน ๆ อาจยังไม่ได้รับข้อมูลสะท้อนกลับมาครบถ้วนท้ังโรงเรียน แต่เชื่อแน่ว่า
นักเรยี นของโรงเรยี นหนองม่วงวทิ ยาจะได้รับการพัฒนาคุณลักษณะดา้ นความรับผิดชอบทุกคน และจะเป็นคน
ดี คนเก่งในอีกไม่ช้า เพ่ือนครูจึงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยแห่งความสาเร็จ ที่จะช่วยเผยแพร่และนานวัตกรรมไปปรับ
ใช้ใหเ้ กิดประโยชนก์ ับนักเรียนอยา่ งยง่ั ยนื สบื ไป
๕. ผู้ปกครองนกั เรยี น ผปู้ กครองนักเรียนเป็นอีกปัจจัยความสาเร็จท่ีขาดไม่ได้ เนื่องจากเป็น
ผู้ท่ีคอยสนับสนุน ช่วยเหลือ คอยกากับติดตามพฤติกรรมของนักเรียนที่บ้านในช่วงหลังเลิกเรียนและช่วง
วันหยุด ย่ิงในช่วงการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-๑๙) ซึ่งสถานศึกษาต้อง
ประกาศปิดด้วยเหตุพิเศษ และจัดกิจกรรมการเรียนการสอนในรูปแบบออนไลน์นั้น ผู้ปกครองมีส่วนสาคัญใน
การติดต่อ ประสานงานระหว่างครูกับนักเรียน ซ่ึงผู้ปกครองให้ความร่วมมือดีมาก นอกจากนี้ยังได้คอยแจ้ง
31
ข่าวสาร พัฒนาการ และพฤติกรรมที่สังเกตเห็นของนักเรียนให้ครูได้ทราบอย่างสม่าเสมอ เหล่าน้ีล้วน
เอื้ออานวยให้นวตั กรรมมีผลการใชท้ ปี่ ระสบความสาเร็จตามทต่ี ง้ั ไว้
๖. ชุมชน ชุมชนถอื เป็นอีกหนึ่งปัจจัยแห่งความสาเร็จ โดยเฉพาะคณะกรรมการสถานศึกษา
ขั้นพ้ืนฐานโรงเรียนหนองม่วงวิทยาและพระอาจารย์ท่ีวัดวาปีอัมพารามท่ีคอยเป็นห่วง ใส่ใจ และให้
ความสาคัญกับคุณธรรมจริยธรรม ความรับผิดชอบของนักเรียน โดยทุกคร้ังท่ีมีการประชุมคณะกรรมการ
สถานศึกษาข้ันพ้ืนฐานฯ ก็จะมีการสอบถามในประเด็นนี้เสมอ และส่งเสริม สนับสนุนให้ทางโรงเรียน นาโดย
ท่านผู้บริหาร คณะครูให้ช่วยกันผลักดันให้นักเรียนเป็นคนดี คนเก่ง และมีความสุข สาเร็จการศึกษาตาม
กาหนด นอกจากน้ีท่านยังได้สอบถามปัญหาอุปสรรค ชี้แนะแนวทาง และให้กาลังใจแก่ข้าพเจ้าในการพัฒนา
เด็กเสมอมา
๗. หน่วยงานต้นสังกัด สานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาเป็นอีกหน่วยงาน ท่ีได้ส่งเสริม
สนับสนุนให้โรงเรียน และครูในโรงเรียนได้ดาเนินกิจกรรมดี ๆ มีคุณค่ายิ่ง ตามโครงการโรงเรียนคุณธรรม
สพฐ. จึงส่งผลให้เกิดการคิดค้นและพฒั นานวัตกรรมสร้างสรรค์คนดีน้ีข้ึน ซ่ึงเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ตัวนักเรียน
ทุกคน และจะพฒั นาตอ่ ยอดดา้ นคุณธรรมของนักเรยี นใหย้ ง่ั ยืนสบื ไป
ขอ้ เสนอแนะ
สาหรบั ข้อเสนอแนะผ้สู ร้างนวัตกรรมขออธิบายใน ๒ ลักษณะ คือ ข้อเสนอแนะในการนาผล
การใช้นวัตกรรมไปใช้ และข้อเสนอแนะในการสร้างนวัตกรรมคร้ังต่อไป เพ่ือให้เกิดประโยชน์สูงสุดท้ังต่อผู้นา
นวัตกรรมไปใชห้ รือปรับ-ประยุกต์ใช้ และผ้ทู ่ีต้องการสร้างนวตั กรรมใหม่ในการพัฒนานกั เรียนตอ่ ไป ดงั นี้
๑. ขอ้ เสนอแนะในการนาผลการใช้นวัตกรรมไปใช้
1.๑ ผูส้ นใจสามารถนาผลการใช้นวตั กรรมนี้ ไปศกึ ษาเชิงเปรียบเทียบเก่ียวกับการพัฒนา
คุณลกั ษณะคณุ ธรรมด้านความรับผดิ ชอบของนักเรยี นกบั นวตั กรรมในรปู แบบอื่นได้
๑.2 ผลการใช้นวัตกรรมน้ี อาจเป็นข้อมูลสาหรับโรงเรียนอื่น ๆ ในการนานวัตกรรม
สร้างสรรคค์ นดใี นลกั ษณะน้ไี ปปรบั ใชก้ บั นักเรยี น
๑.3 ผลการใช้นวัตกรรมนี้ เป็นการศึกษาพัฒนาการคุณธรรมความรับผิดชอบของ
นักเรียนระดับช้ันมัธยมศึกษาเฉพาะที่โรงเรียนหนองม่วงวิทยาเท่าน้ัน หากเป็นกลุ่มนักเรียนในระดับชั้นอื่น
เชน่ ระดับช้นั อนบุ าล ระดับช้ันประถมศึกษา อาจมีผลการใช้นวัตกรรมที่ต่างไปจากนี้ เนื่องจากนักเรียนมีอายุ
ประสบการณ์ และระดบั ความรับผิดชอบทแี่ ตกตา่ งกัน
๒. ขอ้ เสนอแนะในการสรา้ งนวตั กรรมครังตอ่ ไป
๒.1 ควรมีการปรบั ปรงุ พัฒนานวัตกรรมสร้างสรรค์คนดีในคุณธรรมด้านความรับผิดชอบ
ให้มีความทันสมัย เหมาะสม และสามารถใช้ปฏิบัติจริงกับนักเรียนจานวนมากข้ึน เช่น โรงเรียนขนาดใหญ่
โรงเรยี นขนาดใหญ่พิเศษ เปน็ ตน้ เพอ่ื ใหเ้ กดิ ประสทิ ธิภาพและประสิทธผิ ลในการนาไปใช้ครั้งต่อ ๆ ไป
2.๒ ควรคิดค้นและสร้างนวัตกรรมสร้างสรรค์คนดีในคุณธรรมด้านความรับผิดชอบ
รูปแบบอ่ืนๆ เช่น ส่ือเทคโนโลยี ส่ือประกอบการสอน ส่ือผสม เป็นต้น เพ่ือความแปลกใหม่ น่าสนใจ เพ่ือให้
เกดิ ประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการนาไปใชค้ รั้งต่อ ๆ ไป
2.๓ ควรคิดค้นและสร้างนวัตกรรมสร้างสรรค์คนดีในคุณธรรมด้านอ่ืน ๆ เช่น ความ
พอเพียง ความกตัญญู ความซื่อสัตย์สุจริต เป็นต้น เพื่อเป็นการสร้างคุณลักษณะที่ดีแก่นักเรียนให้ครอบคลุม
คุณธรรมตามโครงการโรงเรยี นคณุ ธรรม สพฐ.
32
การเผยแพร่
การเผยแพร่นวัตกรรม ผู้สร้างนวัตกรรมได้ดาเนินการเผยแพร่ผลงานหลังพบว่านวัตกรรม
ดงั กลา่ วสัมฤทธิ์ผลอย่างเป็นรปู ธรรม โดยไดเ้ ผยแพรท่ ัง้ ภายในและภายนอกโรงเรยี น ดังนี้
๑. การเผยแพร่ภายในโรงเรยี น (ภาคผนวก ๑๗, น. ๔๓)
๑.๑ เผยแพร่สู่ครูในกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยจานวน ๖ ท่านก่อน ในการประชุมกลุ่ม
สาระการเรียนรู้ฯ ประจาเดือน รวมท้ังนานวัตกรรมเสนอ และสอดแทรกในกระบวนการสร้างชุมชนแห่งการ
เรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) โดยได้เสนอแนะให้คุณครูในกลุ่มสาระฯ ทุกท่านนาแนวทางข้ันตอนของนวัตกรรมไป
ปรับใช้ในการแก้ปญั หาการเรยี น ปัญหาความรับผิดชอบในการสง่ งานในรายวิชาต่าง ๆ ของแต่ละระดับช้ันต่อไป
โดยใช้วิธีการอธบิ ายยกตัวอย่าง เล่าประสบการณ์ ประกอบกบั นาเสนอผา่ นข้อมลู แผนภาพนวตั กรรม
๑.๒ เผยแพร่สู่ครูในสายระดับชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี ๑ จานวน ๖ ห้องเรียน รวม ๑๒ ท่าน
ในการประชุมครูในสายระดับช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี ๑ ประจาเดือน โดยได้เสนอแนะให้คุณครูในสายชั้นทุกท่าน
นาแนวทางขั้นตอนของนวัตกรรมไปปรับใช้ในการแก้ปัญหานักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ซึ่งพบว่าขาดความ
รับผิดชอบ ไม่ค่อยส่งงานในรายวิชาต่าง ๆ และนักเรียนยังปรับตัวในระดับชั้นมัธยมศึกษาไม่ได้เช่นกัน โดยใช้
วิธีการอธิบายยกตัวอยา่ ง เลา่ ประสบการณ์ และนาเสนอผ่านขอ้ มลู แผนภาพนวัตกรรม
๑.๓ เผยแพร่สู่คณะครูในโรงเรียน ในการประชุมประจาเดือน โดยได้เสนอแนะให้คุณครู
ทุกท่านได้พิจารณานาแนวทางข้ันตอนของนวัตกรรมไปปรับใช้ในการแก้ปัญหาท้ังนักเรียนในที่ปรึกษา และ
นักเรียนท่ีสอนในรายวิชาที่รับผิดชอบ ท่ียังขาดความรับผิดชอบในการเรียน การส่งงานตามบริบทของแต่ละ
ห้อง โดยใชว้ ธิ ีการอธิบายยกตัวอยา่ ง เล่าประสบการณ์ และนาเสนอผา่ นขอ้ มูลแผนภาพนวัตกรรม
๒. การเผยแพร่ภายนอกโรงเรียน (ภาคผนวก ๑๘, น. ๔๓)
๒.๑ เผยแพร่นวัตกรรมฯ สู่คณะครูและนักศึกษาของศูนย์การศึกษานอกระบบและ
การศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอหนองม่วง จังหวัดลพบุรี จานวน ๕๐ คน ในโอกาสท่ีได้รับเชิญไปเป็นวิทยากร
โครงการค่ายวิชาการเพื่อยกระดับผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนของ นักศึกษา กศน. เม่ือวันที่ ๖ มีนาคม ๒๕๖๔ ณ
ห้องสมุดประชาชนอาเภอหนองม่วง และ กศน.ตาบลหนองม่วง โดยในช่วงเวลาหลังพิธีเปิดโครงการ ได้มีโอกาส
เล่าประสบการณ์ วิธีการของนวัตกรรม เพ่ือการนาไปปรับใช้และพัฒนาคุณธรรมด้านความรับผิดชอบของ
นกั ศกึ ษา กศน. อาเภอหนองมว่ ง ต่อไป
๒.๒ เผยแพร่นวัตกรรมฯ สู่ผู้ปกครองนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี ๑/๑ จานวน ๓๐ คน
เพ่ือให้ผู้ปกครองได้นาแนวทางหรือข้ันตอนของนวัตกรรมไปปรับใช้ในการพัฒนาคุณลักษณะด้านความ
รับผิดชอบแก่นักเรียนท่ีบ้านในช่วงวันหยุด หรือช่วงปิดภาคเรียน รวมถึงบุตรหลานในครอบครัวหรือละแวก
บ้านในระดับชั้นอ่ืน ๆ หรือเรียนท่ีโรงเรียนอื่น ๆ ต่อไป โดยใช้การนาเสนอข้อมูลผ่านแผนภาพนวัตกรรมใน
แอพพลิเคชันไลน์กลุ่มของห้อง ประกอบกับการพูดคุย สนทนาสอบถามในช่องสนทนา การโทรศัพท์พูดคุย
หรือการพบปะพูดคุยซึง่ หนา้ ตามโอกาส
๒.๓ เผยแพร่นวัตกรรมฯ สู่เครือข่ายเพื่อนครูทางส่ือสังคมออนไลน์ ผ่านระบบเฟซบุ๊ก
และแอพพลิเคชันไลน์ เช่น กลุ่มเพื่อนมัธยมศึกษาท่ีประกอบวิชาชีพครู กลุ่มเพ่ือนศึกษาต่อระดับปริญญาโท
มหาวทิ ยาลยั พะเยา ซ่ึงทุกคนประกอบวิชาชีพครู เป็นต้น โดยใช้การนาเสนอข้อมูลผ่านแผนภาพนวัตกรรมใน
แอพพลิเคชันไลน์กลุ่ม ประกอบกับการพูดคุย สนทนาสอบถามในช่องสนทนา การโทรศัพท์พูดคุย หรือการ
พบปะพูดคุยซึ่งหน้าตามโอกาส ซึ่งเพื่อนแต่ละคนได้รับราชการในหลายโรงเรียน หลายจังหวัด และได้
รับผิดชอบสอนในระดับชั้นต่าง ๆ ตั้งแต่ประถมศึกษาถึงมัธยมศึกษา ซึ่งจะได้นาแนวทางหรือขั้นตอนของ
นวตั กรรมไปปรบั ใชใ้ นการพฒั นาคุณลกั ษณะด้านความรับผดิ ชอบของนักเรยี นในแต่ละแห่งต่อไป
33
บรรณานุกรม
กรมวิชาการ กระทรวงศกึ ษาธกิ าร. (2545). พระราชบัญญตั ิการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 แกไ้ ขเพ่มิ เตมิ
(ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ. 2545 และ (ฉบบั ที่ 3) พ.ศ. 2543. กรุงเทพฯ: กระทรวงศึกษาธกิ าร.
กนั นิกา บาลจบ และคณะ. (2557). ผลของการใชโ้ ปรแกรมการใหค้ าปรกึ ษากลุม่ ทฤษฎีพจิ ารณาเหตุผล อารมณ์
และพฤติกรรมรว่ มกับการอบรมเพอื่ พฒั นาความคาดหวังในความสามารถของตนท่มี ีตอ่ ความรับผิดชอบดา้ น
การเรยี นและความมวี นิ ัยในตนเอง ของนักเรียนชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ ๒. วารสารบณั ฑติ ศกึ ษา มหาวทิ ยาลยั
ราชภัฏสกลนคร, ปที ี่ 11(52), ๕๕-๖๒.
ทิศนา แขมมณ.ี (2546). การพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมและคา่ นยิ ม : จากทฤษฎสี กู่ ารปฏบิ ัติ. กรุงเทพมหานคร:
เสริมสิน พรเี พรส ซิสเทม็ .
ธัญญาภรณ์ คาแกว้ และคณะ. (๒๕๖๒). ผลของการให้การปรึกษาแบบกล่มุ ดว้ ยการสัมภาษณเ์ พอื่ เสริมสรา้ งแรงจงู ใจ
ตอ่ ความรับผิดชอบในการเรียนของนักเรียนชัน้ มัธยมศึกษาปีท่ี 1. วารสารวชิ าการและวิจัยสงั คมศาสตร์
มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค,์ ปีที่ 14(3), ๑๒๑-๑๓๔.
นฎั ฐกานต์ เหลาแก้ว และคณะ. (2556). ผลของการจดั กระบวนการเรียนร้โู ดยประยุกต์การสอนแบบสรา้ งศรทั ธา
และโยนโิ สมนสิการ ที่มตี อ่ ความรับผิดชอบและความสามารถในการคดิ แกป้ ญั หาคณิตศาสตรข์ องนกั เรียนช้ัน
มัธยมศกึ ษาปีท่ี 1. วารสารบณั ฑิตศึกษา มหาวิทยาลยั ราชภัฏสกลนคร, ปีท่ี 10(49), ๗-๑๖.
นาถวดี นนั ทาภนิ ัย. (๒๕๖๑). การพฒั นาทักษะการคดิ ของนกั เรยี นในศตวรรษที่ 21 โดยใชโ้ มเดลแบบปลอ่ ยความ
รบั ผดิ ชอบทลี ะนอ้ ยรว่ มกบั การเรียนแบบผสมผสานในวชิ าอิเล็กทรอนกิ ส์. วารสารครศุ าสตร์ จุฬาลงกรณ์
มหาวิทยาลยั , ปีที่ 46(1), 202-220.
พระพรหมคณุ าภรณ.์ (๒๕๔๖). พจนานกุ รมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม (พมิ พ์ครง้ั ที่ ๑๒). กรงุ เทพฯ: มปท.
พุทธทาสภิกขุ. (2505). แนะแนวจริยธรรม. กรงุ เทพมหานคร: บรษิ ทั ศริ ิพธั ต.์
ไพฑรู ย์ สินลารัตน์. (๒๕๖๑). ปรชั ญาการศกึ ษาเบอ้ื งตน้ (พิมพค์ รงั้ ท1ี่ 2). กรงุ เทพฯ : สานกั พิมพ์แห่งจฬุ าลงกรณม์ หาวทิ ยาลัย.
มารศรี กลางประพนั ธ.์ (๒๕๔๙). ความรู้พืน้ ฐานเกยี่ วกับการพฒั นาคณุ ธรรมจรยิ ธรรม. สกลนคร: คณะครุศาสตร์
มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏสกลนคร.
รจรนิ ทร์ ผลนา และศริ ิพันธ์ ติยะวงศส์ ุวรรณ. (2559). การพฒั นาตัวบง่ ชี้คุณลกั ษณะความเป็นคนดีของนกั เรยี น
ระดบั มัธยมศึกษาตอนตน้ สังกดั สานักงานเขตพนื้ ทกี่ ารศึกษาประถมศกึ ษานครราชสีมา เขต 7. วารสาร
ราชพฤกษ์, ปที ี่ 14(3), 100-110.
สขุ มุ าภรณ์ เอ่ยี มสาอาง. (2551). การศึกษาความสมั พนั ธ์ระหว่างปัจจัยบางประการทีส่ ง่ ผลตอ่ ความรบั ผดิ ชอบ
ของนกั เรยี นชัน้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 6 ของโรงเรยี นสังกดั สานักงานเขตพนื้ ทกี่ ารศกึ ษาสุพรรณบุรี เขต 3.
วิทยานพิ นธ์ กศ.ม., มหาวทิ ยาลยั ศรนี ครินทรวโิ รฒ, กรงุ เทพฯ.
สุปชยั โกสีนาม และคณะ. (2558). การพฒั นาการเสรมิ สรา้ งวนิ ัยดา้ นความรับผดิ ชอบของนกั เรยี นโรงเรยี นบา้ น
หนองฮี อาเภอพยคั ฆภมู ิพิสยั สงั กดั สานักงานเขตพน้ื ท่ีการศึกษาประถมศึกษามหาสารคาม เขต 2, วารสาร
มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม (มนษุ ยศาสตรแ์ ละสงั คมศาสตร)์ , ปีท่ี 9(2), 179-190.
สานกั งานคณะกรรมการพเิ ศษเพอ่ื ประสานงานโครงการอนั เน่อื งมาจากพระราชดาริ. (2564). หลักการทรงงาน
“เขา้ ใจ เข้าถึง พฒั นา”. สืบคน้ เมือ่ วันที่ 1 พฤษภาคม ๒๕๖๔. จากเว็บไซต:์ http://www.rdpb.go.th
เอกชัย วิสทุ โฺ ธ, พระมหา. (๒๕๖๒) การจัดการเรยี นรตู้ ามหลกั อิทธบิ าท 4 เพือ่ พัฒนาผเู้ รยี นดา้ นความรบั ผิดชอบใน
การเรยี นสาระสงั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรมระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย โรงเรียนพระปรยิ ตั ิธรรม
แผนกสามัญศกึ ษา อาเภอเมือง จังหวัดหนองคาย. วารสารสถาบันวิจัยพิมลธรรม, ปีที่ 6 (2), ๒๐๓-๒๑๖.
Maxwell Maltz, (2017). Psycho-Cybrenetics. New York: David Mckey Co.
Melvin L. DeFleur, (1970). Theories of Mass Communication. New York: David Mckey Co.,
pp.122-124.
34
ภาคผนวก
35
ภาคผนวก ๑ : แสดงการสารวจ วเิ คราะหป์ ญั หา และคิดหาวธิ แี กป้ ัญหา โดยการศึกษาเอกสารที่เก่ียวขอ้ ง
ภาคผนวก ๒ : แสดงการทดลองใช้นวัตกรรมกับกล่มุ ตวั อย่าง นักเรยี นชั้น ม.๓/๑
ภาคผนวก ๓ : แสดงการหาค่าประสทิ ธภิ าพนวัตกรรม ทบทวน ขอคาแนะนา และปรงุ ปรุง พัฒนานวตั กรรม
36
ภาคผนวก ๔ : แสดงกระบวนการใช้นวัตกรรมสร้างสรรค์คนดกี บั นกั เรยี นโรงเรียนหนองมว่ งวิทยา
37
ภาคผนวก ๕ : แสดงกระบวนการข้ันที่ ๑ K = Know คือ รู้/ทราบปญั หาของนักเรียน
ภาคผนวก ๖ : แสดงกระบวนการขน้ั ที่ ๒ R = Resolve คือ แก้ไขปัญหาดา้ นการเรยี น/ความรับผิดชอบของนกั เรยี น
38
ภาคผนวก ๗ : แสดงกระบวนการขั้นท่ี ๓ U = Upgrade คือ ยกระดับ/ปลูกจิตสานึกความรับผดิ ชอบแก่นักเรียน
ภาคผนวก ๘ : แสดงกระบวนการขัน้ ที่ ๔ T = Train คอื ฝกึ ฝนความรับผดิ ชอบดา้ นการเรยี นของนักเรียนใหเ้ ปน็ นสิ ยั
39
ภาคผนวก ๙ : แสดงกระบวนการขั้นท่ี ๕ O = Operation คอื ปฏบิ ัติการสง่ เสรมิ นักเรียนไดแ้ สดงออกตามศักยภาพ
ภาคผนวก ๑๐ : แสดงกระบวนการขัน้ ท่ี ๖ M = Motivation คือ แรงจูงใจมอบใหน้ ักเรียน
40
การ
ภาคผนวก ๑๑ : แสดงการนากระบวนการของนวตั กรรมขยายผลส่คู ณะครใู นโรงเรียน
ภาคผนวก ๑๒ : แสดงการกากับ ติดตาม รวบรวมผล และสรุปผลการใช้นวัตกรรมการ
41
ภาคผนวก ๑๓ : แสดงความสามารถพิเศษ และการไดแ้ สดงศักยภาพรายบุคคลของนักเรียนในทปี่ รกึ ษา
ภาคผนวก ๑๔ : แสดงนักเรยี นในรายวิชาท่ีมคี วามสามารถพิเศษเชิงประจกั ษ์ และการได้แสดงศักยภาพ
42
ภาคผนวก ๑๕ : แสดงความสามารถพิเศษเชิงประจักษ์ และการได้แสดงศกั ยภาพรายบคุ คลของสภานักเรยี น
ภาคผนวก ๑๖ : แสดงการดาเนินกิจกรรมของสภานักเรยี น ปกี ารศึกษา ๒๕๖๓
43
ภาคผนวก ๑๗ : แสดงการเผยแพร่นวตั กรรมสร้างสรรค์คนดีภายในโรงเรียน
ภาคผนวก ๑๘ : แสดงการเผยแพร่นวตั กรรมสร้างสรรค์คนดีภายนอกโรงเรยี น
44