The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

4AB50F11-591E-43CD-BF54-93A239E6EBD5

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by pear592313, 2022-10-26 01:28:10

กัณฑ์มัทรี

4AB50F11-591E-43CD-BF54-93A239E6EBD5

จัดทำโดย
นางสาว ภัคนันนท์ เจียมสวัสดิ์ ชั้น ม.5/4 เลขที่ 29

ผู้เเต่ง ลักษณะคำประพันธ์

ผู้แต่ง มหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์มัทรี เป็นร่ายยาว วิธีแต่งยกคาถาภาษาบาลีขึ้นเป็นหลัก แล้วแปลแต่งเป็น
คือ เจ้าพระยาพระคลัง (หน) ภาษาไทยด้วยร่ายยาว ภาษาบาลีที่ยกมานั้นจะยกมาเป็นตอน ๆ สั้น

ประวัติผู้แต่ง บ้าง ยาวบ้างตามลักษณะเรื่อง แล้วแปลเป็นภาษาไทยอีกทีหนึ่ง

เจ้าพระยาพระคลังหนเกิดในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอน จุดประสงค์ในการแต่ง
ปลายในแผ่นดินสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ
เพื่อที่จะนำหลักธรรมในพระพุทธศาสนามาสอนประชาชน
ในรัชกาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชรับราชการเป็น
หลวงสรวิชิตแล้วไปเป็นนายด่านเมืองอุทัยธานีในสมัย (รูปภาพ ผู้เเต่ง)
รัชกาลที่ 1 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์เลื่อนเป็นพระยาพิพัฒน์
โกษาและเจ้าพระยาพระคลังเสนาบดีจตุสดมภ์กรมท่า

ในสมัยกรุงธนบุรีมี อิเหนาคำฉันท์ ลิลิตเพชรมงกุฎ บท
มโหรีเรื่องกากี

ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์มี สามก๊ก ราชาธิวาช ลิลิต
พยุหยาตราเพชรพวงลิลิตศรีวิชัยชาดก ร่ายยาวมหา
เวสสันดรชาดกกัณฑ์กุมารและกัณฑ์มัทรี

ถึงแก่อสัญกรรม พ.ศ. 2348 ในสมัยรัชกาลที่ 1

เนื้อเรื่องย่อ

กล่าวถึง พระนางมัทรีได้เสด็จออกจากพระอาศรมเพื่อไปแสวงหาผลไม้เผือกมันมาเป็นอาหารซึ่งเป็นกิจวัตร
ประจำวันอยู่แล้วแต่ในพระทัยของพระนางในวันนี้มีความหวาดหวั่นถึงสองกุมารคือพระชาลีและพระกัณหายิ่ง
นัก(เพราะเมื่อคืนนี้พระนางทรงฝันร้าย แต่พอทูลให้พระเวสสันดรทรงแก้ความฝันให้พระเวสสันดรกลับทรงบอกว่า
ไม่มีอะไรร้ายแรง แต่จริงๆ แล้วมี เพราะชูชกเดินทางมาขอสองกุมารจากพระเวสสันดรได้สำเร็จ) เดินทางไปพลาง
พระนางก็ร้องไห้คร่ำครวญตลอดเวลา ผลหมากรากไม้ที่เคยพบเห็นอยู่มากมาย ในวันนี้กลับหายไปหมดสิ้น ทำให้
พระนางต้องเดินทางไปไกลกว่าทุกวัน และขณะที่กำลังเดินทางจะกลับอาศรม ก็มีเทวดาแปลงกายมาเป็นสัตว์ร้าย
อาทิ ราชสีห์ เสือโคร่ง และเสือเหลืองขวางทางไว้ จำทำให้พระนางมัทรีกลับถึงพระอาศรมเป็นเวลาค่ำมากกว่าทุกวัน
และพอมาถึงพระอาศรมพระนางก็เรียกหาลูกทั้งสองก็ไม่มีเสียงตอบตามหาก็ไม่พบ พระนางมัทรีจึงมาทูลถามพระ
เวสสันดร ตอนแรกพระเวสสันดรก็ทรงทำเฉย แต่พอพระนางมัทรีเซ้าซี้ถามอีกพระเวสสันดรก็ทรงแสร้งทำเป็นโมโห
หึงหวงต่อว่าต่อขานพระนางที่กลับมาถึงพระอาศรมจนมืดค่ำ ทั้งยังทรงกล่าวบริภาษพระนางมัทรีต่างๆมานาน พระ
นางมัทรีได้กล่าวขออภัยโทษพระเวสสันดรก็ทรงทำเฉยอีกพระนางมัทรีจึงออกติดตามหาสองกุมารตลอดทั้งคืน
พร้อมทั้งรำพึงรำพันไปตลอดเวลาด้วยความเศร้าโศกเสียพระทัยและความอิดโรย ทำให้พระนางมัทรีมาสลบลงตรง
หน้าพระอาศรมพระเวสสันดรจึงทรงแก้ไขจนพระนางฟื้ นขึ้นมา แล้วก็ทรงเล่าความจริง (ที่ได้ทรงมอบสองกุมารให้
ไปเป็นข้ารับใช้ของชูชก)ให้พระนางมัทรีฟังพระนางมัทรีจึงอนุโมทนาต่อบุตรทานในครั้งนี้ด้วยความปีติยินดียิ่ง
บรรดาทวยเทพยดาก็พลอยยินดีปรีดาไปกับบุตรทานในครั้งนี้ด้วย จึงพร้อมกับสาธุการสรรเสริญพระอินทร์ผู้เป็นเจ้า
แห่งดาวดึงส์สวรรค์ ก็มาโปรดดอกไม้ทิพย์เป็นการบูชาพระนางมัทรีด้วย

ค่านิยมที่ปรากฏในเรื่อง มหาเวสสันดรชาดก เป็นค่านิยมเชิงโลกุตระ คือ ค่านิยมที่เหนือโลกเหนือสามัญชน เป็น
ค่านิยมของอริยบุคคลที่ปรารถนาในพุทธภูมิ คือ พระเวสสันดรซึ่งทรงเห็นว่าการบำเพ็ญทานบารมีหรือบำเพ็ญ
คุณงามความดีเป็นสิ่งสำคัญ เป็นสิ่งที่มีค่าสำหรับพระองค์เพราะเป็นสิ่งที่จะนำพระองค์ไปสู่ความรู้แจ้งเห็นจริง

(พระโพธิญาณ) อันจะทำให้พระองค์ทรงชี้ทางนิพพานช่วยสัตว์ทั้งหลายให้พ้นทุกข์ได้

ที่มาของเรื่อง

มาจาก ร่ายยาวมหาเวสสันดรชาดก ซึ่งเป็นเรื่องหนึ่งใน ทศชาติชาดก หรือที่เรียกว่า “พระเจ้าสิบชาติ”
กัณฑ์นี้เป็นกัณฑ์ที่ 9 ในทั้งหมด 13 กัณฑ์

องค์ประกอบของชาดก มี 3 ประการ คือ

ปรารภเรื่อง หรือ เทศนานุบัติเหตุ หรือ อุบัติเหตุ กล่าวถึงต้นเหตุที่ทำให้พระพุทธเจ้าตรัสเทศน์เรื่องนั้น ๆ เช่น
เทศนานุบัติเหตุของเรื่องเวสสันดร คือ ฝนโบกขรพรรษ ซึ่งมีลักษณะพิเศษ คือ เป็นฝนสีแดงใสเหมือนทับทิม
ใครอยากให้เปียกก็เปียก ใครไม่อยากให้เปียกก็ไม่เปียกนำความชุ่มชื่นมาให้อย่างประหลาด และเมื่อตกถึงพื้น
จะซึมหายไปไม่ขังนอง เป็นต้น
ตัวนิทาน กล่าวถึงพระโพธิสัตว์เสวยพระชาติต่าง ๆ เพื่อบำเพ็ญพระบารมีให้บรรลุพระโพธิญาณเพื่อช่วยสัตว์
ทั้งหลายให้ถึงฝั่ งนิพพาน พ้นจากการเวียนว่ายตายเกิด
ประมวลชาดกหรือประชุมชาดก กล่าวถึงการกลับชาติ เช่น พระเวสสันดรกลับชาติมาเป็นเจ้าชายสิทธัตถะ
ประชาลีเป็นพระราหุล พระกัณหาเป็นนางอุบลวรรณา อัครสาวิกาฝ่ายซ้าย เป็นต้น

แนวคิดสำคัญ

ความรักของแม่ที่มีต่อลูกนั้นยิ่งใหญ่นัก พระนางมัทรีมีความรักในสองกุมารยิ่งนักพระนางทุ่มเททั้งกำลังกาย กำลังสติปัญญาที่มีเพื่อ
ค้นหาสองกุมารจนหมดสิ้นเรี่ยวแรง และสิ้นเสียงที่ร่ำร้องเรียกหา พระนางมัทรีดั้นด้นตามหาสองกุมารในป่าโดยมิได้พรั่นกลัวต่อ
ภยันตรายเลยถึง 3 รอบ จนกระทั่งหมดกำลังและสิ้นสติไปในที่สุด (ดูได้จากคำประพันธ์ในหน้า 35 และหน้า 39 ย่อหน้าแรก ใน
หนังสือวรรณคดีวิจักษ์ ชั้น ม.5)

ผู้ที่จะปรารถนาสิ่งต่าง ๆ อันยิ่งใหญ่จะต้องทำด้วยความอดทนและเสียสละอันยิ่งใหญ่ด้วย เฉกเช่นพระเวสสันดรที่ทรงปรารถนาพระ
โพธิญาณ จึงต้องทรงบำเพ็ญบุตรทานที่ถือว่าเป็นทานที่สูงส่ง พระองค์ต้องทรงตัดความอาลัยรักที่มีต่อพระลูกรักทั้งสอง ทั้งยังต้อง
ทรงตัดความรักความสงสารที่มีต่อพระมเหสีมัทรีด้วย ทั้ง ๆ ที่ในพระทัยนั้นต้องเจ็บปวดยิ่งนักเพราะไหนจะทรงห่วงใยพระลูกรัก และ
ยังต้องเสแสร้งแกล้งทำเป็นตัดพ้อต่อว่าพระนางมัทรีด้วยการกล่าวบริภาษที่รุนแรง และยังต้องทรงทนทำเฉยเมยไม่แยแสกับการ
ตัดพ้อต่อว่าคร่ำครวญของพระนางมัทรีด้วย

ความซื่อสัตย์ระหว่างสามีภรรยาทำให้ชีวิตครอบครัวมีความสุข เฉกเช่น พระนางมัทรีมีความจงรักภักดีต่อพระเวสสันดรยิ่งนัก ไม่ว่า
พระเวสสันดรจะทรงกล่าวบริภาษพระนางอย่างรุนแรงก็ตาม อาทิ หาว่าพระนางคบชู้สู่ชาย แม้จะสร้างความเจ็บช้ำน้ำใจแก่พระนาง
ยิ่งนัก แต่พระนางมัทรีก็มิได้ทรงถือโกรธทั้งยังกล่าวชี้แจงเหตุผลตามความเป็นจริงอีกด้วย

ผู้มีปัญญาย่อมแก้ไขเหตุการณ์เฉพาะหน้าได้ดี เห็นได้จากพระเวสสันดรที่ทรงมีปฏิภาณไหวพริบเป็นเยี่ยมในการแก้ปัญหาเฉพาะ
หน้า เพราะเมื่อทรงเห็นว่าพระนางมัทรีกำลังมีแต่ความทุกข์เศร้าโศกที่ตามหาสองกุมารไม่พบ พระองค์จึงทรงเบี่ยงเบนความคิดและ
อารมณ์ทุกข์โศกของพระนางด้วยการทำทีเป็นตัดพ้อต่อว่าด่าทอที่พระนางมัทรีกลับมาถึงพระอาศรมค่ำ ๆ มืด ๆ ทั้ง ๆ ที่ไม่เคยเป็นมา
ก่อน ซึ่งก็ทำให้พระนางมัทรีบรรเทาความทุกข์โศกลง เพราะความน้อยเนื้อต่ำใจที่ถูกต่อว่าทั้ง ๆ ที่ไม่มีความผิด ทั้งยังต้องคิดถ้อยคำ
กราบทูลถึงเหตุผลที่แท้จริงให้พระสวามีทรงทราบอีกด้วยและครั้นพระเวสสันดรทรงเห็นพระนางสร่างโศกแล้วจึงทรงเล่าความจริง
ให้ฟัง

การบริจาคบุตรทานบารมีเป็นสิ่งที่ยากยิ่งที่ใครจะกระทำได้ง่าย ๆ เฉกเช่นพระเวสสันดรที่ทรงกระทำด้วยการให้บุตรทั้งสองแก่ชูชก
ทั้ง ๆ ที่ทรงรู้ว่าชูชกจะนำไปเป็นข้ารับใช้ พระองค์ก็ยังมีพระทัยอันแน่วแน่ที่จะทรงกระทำ เพื่อให้บรรจุซึ่งพระโพธิญาณที่ได้ทรงหวัง
ไว้

ความหมายของ “ชาดก”

“ชาดก” (เป็นคำในภาษาบาลีมาจาก “ชาตะ” แปลว่า เกิดลง) ประวัติหรือเรื่องของพระพุทธเจ้าเมื่อครั้งเสวยพระชาติ
เป็นพระโพธิสัตว์ ได้ทรงบำเพ็ญบารมีต่าง ๆ เพื่อที่จะตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า

ชาดก มี 2 ประเภท คือ
นิบาตชาดก เป็นชาดกที่มีปรากฏอยู่ในคัมภีร์พระพุทธศาสนา ถือเป็นพระพุทธวัจนะ มีทั้งหมด 550 เรื่อง มหา
นิบาตชาดก 10 เรื่อง เรียกว่า “ทศชาติชาดก” หรือ พระเจ้าสิบชาติ”

ปัญญาชาดก เป็นชาดกนอกนิบาต แต่งขึ้นจากนิทานพื้นบ้านมี 50 เรื่อง พระภิกษุชาวเชียงใหม่ เป็นผู้แต่งขึ้นเมื่อ
ประมาณปี พ.ศ. 2000 – 2200 เป็นภาษามคธ โดยเลียนแบบนิบาตชาดก ครั้ง พ.ศ. 2453 – 2458 พระเจ้าบรม
วงศ์เธอกรมพระสมมตมอรพันธ์ดำรงตำแหน่งองค์สภานายกหอพระสมุดสำหรับพระนคร ได้ทรงแปลเป็นภาษา
ไทย เรื่องปัญญาสชาดกจึงแพร่หลาย

ประเพณีเทศน์มหาชาติ
ประเพณีการเทศน์มหาชาติมีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ตามปกตินิยมจัดเทศน์มหาชาติระหว่างเดือน 12

พฤศจิกายน กับเดือนอ้าย (ธันวาคม) วัดที่จัดเทศน์จะแจกใบฎีกาหาเจ้าของกัณฑ์ ผู้รับเป็นเจ้าของกัณฑ์ใดจะต้องจัด
เครื่องภัณฑ์ มีธูปเทียนดอกไม้ และเงินตามจำนวนคาถาในกัณฑ์นั้น รวมทั้งจัดเครื่องไทยทานถวายพระภิกษุให้เข้ากับ
กัณฑ์ เช่น กัณฑ์กุมาร จัดกล้วย มะพร้าวอ่อน เป็นเครื่องไทยทาน เป็นต้น

การแปลมหาชาติ

สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงสันนิษฐานว่า การแปลมหาชาติจากภาษาบาลีเป็นภาษาไทยคงมีมา
ตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัยแล้ว แต่ไม่มีหลักฐานเหลืออยู่ เท่าที่พบหลักฐานและเป็นฉบับสำคัญ ๆ มีดังนี้

1. ) มหาชาติคำหลวง เป็นมหาชาติฉบับแรกเท่าที่มีหลักฐานเหลืออยู่ สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถโปรดให้ประชุม
นักปราชญ์และกวีแปลเมื่อปี พ.ศ. 2025 สำหรับสวดให้พุทธศาสนิกชนฟังคำประพันธ์ที่ใช้มีทั้งโคลง ร่าย ฉันท์ และกาพย์

2. ) กาพย์มหาชาติ สมเด็จพระเจ้าทรงธรรมโปรดให้นักปราชญ์และกวีแปลเมื่อพ.ศ. 2170 แต่งเป็นร่ายยาวและใช้
สำหรับเทศน์แต่ยากเกินไปไม่สามารถเทศน์ให้จบภายในวันเดียวได้

3. ) มหาชาติกลอนเทศน์ หรือ ร่ายยาวมหาเวสสันดรชาดก เป็นมหาชาติฉบับแปล สำหรับเทศน์ให้จบภายในวัน
เดียว แต่งด้วยร่ายยาว มีมากมายหลายสำนวน เมื่อกระทรวงศึกษาธิการจะนำมาใช้เป็นแบบเรียน ได้คัดเลือกสำนวนที่ดี
มารวมเป็นเล่มเรียกว่า “ร่ายยาวมหาเวสสันดรชาดกฉบับกระทรวงศึกษา” ซึ่งได้รับยกย่องจากวรรณคดีสโมสรในรัชกาล
ที่ 6 ให้เป็นยอดของวรรณคดีประเภทกลอนเทศน์สำนวนที่ได้รับเลือกและเพลงประจำกัณฑ์มีดังในตารางต่อไปนี้

เหตุที่เรียกมหาเวสสันดรชาดกว่า มหาชาติ เพราะว่า
เป็นชาติที่ได้บำเพ็ญบารมีครบ 10 ประการ เท่ากับทศชาติ
เป็นพระชาติสุดท้ายของพระโพธิสัตว์ ก่อนที่จะเป็นพระพุทธเจ้า
เป็นชาติที่ได้บำเพ็ญทานอันยิ่งใหญ่ คือ บุตรทารทาน
เป็นชาติที่พุทธศาสนิกชน นิยมฟังเทศน์ด้วยเชื่อว่าถ้าได้ฟังเรื่องมหาเวสสันดรแล้วจะได้ไป
เกิดในยุคพระศรีอาริยเมตไตรย์


Click to View FlipBook Version