-4
ตารางท่ี 11 ข้อวินิจฉัยทางการพยาบาลท่ี 3 เส่ียงตอ่ การแพรก่ ระจายเชือ้ ให
(latent tuberculosis infection : LTBI) และระยะ Active tuberculosis
ขอ้ วินิจฉัยการพยาบาล/ เปา้ หมายการพยาบาล/
ข้อมูลสนับสนนุ เกณฑ์การประเมนิ ผล
3. เส่ียงต่อการแพร่กระจายเช้อื ใหก้ ับ เป้าหมายการพยาบาล 1. อธิบา
บคุ ลากรทางการแพทย์ เนื่องจาก - ผปู้ ่วยไม่แพร่กระจายเชื้อ แพร่กระ
พยาธสิ ภาพของวณั โรคอยู่ในระยะแฝง ใหก้ บั บุคลากร อนามัย
(latent tuberculosis infection : ถกู ต้องต
LTBI) และระยะ Active TB เกณฑ์การประเมิน โรงพยาบ
S= “ไข้ ไอ เจบ็ คอ เป็น 2 สปั ดาห์” -ผปู้ ว่ ยปฏบิ ัตติ ัวในการป้องกัน เชอ้ื วณั โ
“ไม่เคยไปสัมผัสใกล้ชิดกับผปู้ ่วยวณั โรค การแพร่เชื้อวณั โรคได้ตาม 2.ดูแลให
รายอนื่ ” มาตรการป้องกนั ของ เพือ่ ลดก
โรงพยาบาล โดยการสวม 3. บ่งช้สี
O= Sputum AFB 2 วนั แรก Not หน้ากาก และเกบ็ เสมหะได้ แกท่ ีมสุข
fond ถกู ต้อง ปอ้ งกันต
BT=37.6 C - บุคลากรของโรงพยาบาลไม่ ซกั ประว
WBC=14,200 ตดิ เชื้อวัณโรคจากผู้ปว่ ย หน้ากาก
Neutrophils= 77.3 % 4.ดูแลซัก
CXR= infiltration both lung ตึกแยกโ
Dx.แรกรับ Pneumonia
48-
หก้ บั บุคลากรทางการแพทย์ เนอ่ื งจากพยาธิสภาพของวัณโรคอย่ใู นระยะแฝง
กิจกรรมพยาบาล กจิ กรรมผรู้ ับบรกิ าร การประเมนิ ผล
ายเหตุผลและแนวทางการปอ้ งกันการ 1.รบั ทราบแนวทาง ในระยะแรกทเี่ ข้า
ะจายเชือ้ กอ่ นให้ผปู้ ว่ ยสวมหนา้ กาก ปฏบิ ตั กิ ารป้องกันการติด รับบรกิ ารตรวจโรค
(Face Mask) ปดิ ปาก ปิดจมกู ท่ี เช้ือวัณโรคในโรงพยาบาล ผูป้ ่วยไดร้ บั การ
ตลอดเวลาระหว่างพักในห้องแยกโรคใน 2.ผปู้ ่วยและผู้ดูแลสวมใส่ วินิจฉยั ปอดอักเสบ
บาลหลังประเมนิ ว่ามีอาการสงสยั ติด หนา้ กากอนามยั ไม่ได้สวมใส่
โรคปอด 3.ใหค้ วามร่วมมือไปตรวจ หนา้ กากอนามยั
ห้แยกผูป้ ว่ ยไปให้บริการที่ตึกแยกโรค ห้องแยกโรค แต่ปฏิบตั ติ าม
การแพร่กระจายเชอื้ 4.เกบ็ ส่งิ คัดหล่ังในบริเวณ คาแนะนาของ
สื่อสารการเฝ้าระวงั การแพร่กระจายเช้อื ทเ่ี จา้ หน้าท่จี ัดใหใ้ นบรเิ วณ เจา้ หนา้ ท่ใี นการ
ขภาพโดยการแจ้งเตือนผ้ปู ฏิบัตงิ านเพอ่ื ทีอ่ ากาศถ่ายเทสะดวก ป้องกนั การแพร่
ตนเอง และอธบิ ายเหตุผลทพี่ ยาบาลผู้ กระจายเช้อื ใหก้ ับ
วตั ิต้องป้องกันการรบั เชือ้ โดยสวม เจา้ หนา้ ทีแ่ ละ
กอนามยั ชนิด N95 ระหวา่ งใหก้ ารดูแล ผู้รับบรกิ ารคนอ่นื
กประวตั ิ ตรวจรา่ งกาย ให้คาปรกึ ษาที่ -เจ้าหนา้ ทต่ี รวจ
โรค สขุ ภาพประจาปยี ัง
ไม่พบการตดิ เชื้อ
วัณโรค
-4
ขอ้ วนิ จิ ฉัยการพยาบาล/ เปา้ หมายการพยาบาล/
ขอ้ มูลสนบั สนุน เกณฑก์ ารประเมนิ ผล
-สังเกตเหน็ ผูป้ ว่ ยไม่ได้สวมใส่หนา้ กาก 5.ให้ขอ้ ม
ขณะเขา้ ตรวจ แพรก่ ระ
สงั คม แล
-หอ้ งบรกิ ารตรวจเปดิ แอร์ 6.ใหข้ ้อม
ถกู ต้อง แ
7. ดแู ลใ
การแพร
49-
กิจกรรมพยาบาล กิจกรรมผรู้ บั บรกิ าร การประเมนิ ผล
มูลแนวทางการปฏิบตั ิตวั เพือ่ ลดการ
ะจายเช้ือวัณโรคขณะอยรู่ ว่ มกับผู้อ่นื ใน
ละการเขา้ รับบริการในโรงพยาบาล
มลู การเตรยี มตัวเก็บส่งิ ส่งตรวจที่
และการเตรียมถา่ ยภาพรังสีทรวงอก
ใหไ้ ดร้ ับการตรวจจากแพทยแ์ ละไมม่ ี
ร่กระจายเช้ือสู่บคุ คลและสง่ิ แวดล้อม
-5
ตารางท่ี 12 ข้อวนิ ิจฉัยทางการพยาบาลท่ี 4 เส่ียงต่อการแพรก่ ระจายของวัณโรค
ขอ้ วนิ ิจฉัยการพยาบาล/ เป้าหมายการพยาบาล/
ขอ้ มูลสนบั สนนุ เกณฑก์ ารประเมินผล
4. เสยี่ งต่อการแพร่กระจายของวัณ เปา้ หมายการพยาบาล 1.ประเม
โรคให้กบั ผดู้ แู ลและคนในชุมชน - ผู้ปว่ ยไม่แพร่กระจายเช้อื ป้องกนั ก
เน่อื งจากความรูเ้ ร่อื งการควบคุม ใหก้ บั ผูด้ ูแลและคนในชมุ ชน และผ้ดู ูแ
ป้องกันโรคไม่เพียงพอ 2.เปิดโอ
S= “ก่อนเข้ารบั การรักษาผมบ้วน เกณฑ์การประเมนิ ปฏิบตั ิตวั
นา้ ลายและขบั เสมหะท้ิงลงพ้ืนในบรเิ วณ -ผปู้ ว่ ยปฏบิ ัตติ ัวในการป้องกัน ครัวเรอื น
บา้ นและชมุ ชน” การแพรเ่ ช้ือวัณโรคได้ แพร่กระ
“ผมไม่ไดส้ วมใสห่ น้ากากอนามัยขณะ - ผ้ดู แู ลและคนในชุมชนไม่ตดิ 3.แนะน
อยู่บา้ นและทากิจกรรมร่วมกับชุมชน” เช้ือวัณโรคเพมิ่ 3 วนั ตดิ
“ช่วงแรกของการป่วยดว้ ยวณั โรคยังไม่ อธิบายก
ทราบแนวทางการกาจดั ขยะติดเชอ้ื ที่ เชอื้ วัณโ
ออกจากรา่ งกายได้ถูกต้อง” เช้อื วัณโ
“แมบ่ ้านทิ้งขยะรอบๆบ้าน บางครัง้ ท้งิ ปอดจาก
ลงถงั ขยะชุมชนแบบไม่ไดห้ ่อพลาสติก” ตรวจเสม
“ไข้ ไอ เจบ็ คอ เป็น 2 สปั ดาห์” ภาพถา่ ย
“ไม่เคยไปสัมผสั ใกล้ชิดกบั ผู้ป่วยวัณโรค 4.แนะน
รายอ่ืน” กระจาย
ใกล้ชิดก
50-
คให้กบั ผู้ดแู ล เน่ืองจากความรู้เรอ่ื งการควบคมุ ปอ้ งกันโรคไมเ่ พยี งพอ
กจิ กรรมพยาบาล กจิ กรรมผรู้ ับบริการ การประเมินผล
มนิ ความรอบร้ดู ้านสขุ ภาพในการ 1.ผปู้ ว่ ยและผู้ดูแลให้ -ผู้ป่วยสามารถ
ปฏบิ ัติตาม
การแพรก่ ระจายเชอ้ื วัณโรคของผู้ป่วย ข้อมลู การปอ้ งกนั คาแนะนาของ
เจา้ หน้าท่ีในการ
แล แพร่กระจายเชื้อตาม ป้องกันการ
แพรก่ ระจายเชื้อ
อกาสให้ผปู้ ว่ ยและผู้ดูแลได้พดู ถงึ วธิ ี ขอ้ เทจ็ จริง วณั โรคให้กับผู้ดแู ล
และคนในชุมชนได้
วในการกาจัดขยะติดเชือ้ ภายใน 2.ปฏิบตั เิ ก็บสงิ่ คัดหลงั่ - สาหรับผู้ดูแล
ใกลช้ ดิ ผลการตรวจ
น และการปฏบิ ตั ิตนในการปอ้ งกันการ ขยะตดิ เชื้อตามแนวทาง วณั โรคปกติ แต่ยงั
คงใหค้ วามสาคญั
ะจายเช้อื คาแนะนา กับการป้องกันและ
ควบคมุ วัณโรค
นาวธิ กี ารเกบ็ เสมหะตอนเช้าหลังตน่ื นอน 3.งด ละเวน้ หลีกเลยี่ ง -สามารถกาจดั ขยะ
ติดเช้ือวัณโรคได้
ดต่อกันเพื่อยอ้ มหาเชอ้ื วณั โรค และ กิจกรรมรว่ มกับชุมชนใน ถกู ต้อง
การแปลผลเพ่ือวนิ ิจฉัยโรค ไดแ้ ก่ พบ ระยะ 6 เดือนแรก
โรคในเสมหะอย่างน้อย 2 ครงั้ หรอื พบ 4.ผดู้ ูแลไปตรวจคดั กรอง
โรคในเสมหะ 1 ครัง้ ร่วมกบั รอยโรคใน วัณโรคทโ่ี รงพยาบาล
กการถา่ ยภาพรังสีทรวงอก หากผล
มหะไม่พบเช้อื วณั โรคจะพจิ ารณาจาก
ยรงั สีทรวงอกเปน็ สาคัญ
นาการปฏิบัติตัวเพ่ือป้องกันการแพร่
ยเชื้อวัณโรคโดยให้หลีกเลี่ยงการคลุกคลี
กบั บคุ คลในครอบครัวไม่ควรพกั ร่วมห้อง
-5
ขอ้ วนิ ิจฉัยการพยาบาล/ เปา้ หมายการพยาบาล/
ข้อมูลสนบั สนุน เกณฑ์การประเมินผล
“ใช้ชวี ิตปกตสิ ขุ ไปพบเพอ่ื นบ้าน และ กั บ ผู้ อ่ื น
ทากจิ กรรมรว่ มกบั ชุมชนสมา่ เสมอ” รับประท
บริเวณ
O= Sputum AFB 2 วันแรก Not หลกี เลี่ย
fond 5.แจ้งผ้ปู
- Sputum AFB Day3 Positive+1 ระวังโรค
BT=37.6 C ทมี สหวิช
ป้องกนั
Neutrophils= 77.3 % และชุมช
6.แนะน
CXR= infiltration both lung ผู้ปว่ ย แ
Dx.แรกรับ Pneumonia แพร่กระ
Dx.สุดทา้ ย Active Pulmonary TB 7.แนะน
โรงพยาบ
ใหม่
51-
กจิ กรรมพยาบาล กจิ กรรมผู้รบั บริการ การประเมินผล
น เ ป็ น เ ว ล า 1 เ ดื อ น นั บ ตั้ ง แ ต่ เ ริ่ ม
ทานยารักษาวัณโรค และควรอยู่ใน
ณ ห รื อ ห้ อ ง ที่ มี อ า ก า ศ ถ่ า ย เ ท ส ะ ด ว ก
ยงการเขา้ ไปในสถานทที่ ่มี ีคนแออัด
ป่วยและผดู้ ูแลในมาตราการการเฝ้า
คตดิ ต่อในชุมชนท่จี ะได้รบั การดแู ลจาก
ชาชพี ท่ีจะออกให้บริการเฝ้าระวงั
และควบคุมวัณโรคในระดบั ครอบครัว
ชน
นาวิธกี ารกาจัดขยะตดิ เช้อื ทถ่ี กู วธิ ีใหก้ ับ
และผดู้ แู ลไดป้ ฏบิ ัตเิ พ่ือลดการ
ะจายเช้ือในชุมชน
นาผู้ดแู ลตรวจคดั กรองวัณโรคท่ี
บาลเพ่ือค้นหาผปู้ ว่ ยสงสยั วัณโรคราย
-5
ตารางท่ี 13 ข้อวินิจฉัยทางการพยาบาลท่ี 5 เส่ียงต่อการเกิดอาการข้างเคียงจา
วณั โรคไมถ่ ูกต้อง
ขอ้ วินจิ ฉัยการพยาบาล/ เป้าหมายการพยาบาล/
ขอ้ มูลสนบั สนนุ เกณฑก์ ารประเมนิ ผล
5. เส่ียงต่อการเกดิ อาการขา้ งเคียงจาก เป้าหมายการพยาบาล 1.ประเม
ยาวณั โรค เนื่องจากรับประทานยา เพ่ือให้ผู้ป่วยและญาติมคี วามรู้ วัณโรค แ
หลายชนดิ และมีทัศนคติต่อการ ท่ถี ูกต้องเกย่ี วกับเรื่องการใช้ รับประท
รับประทานยาวณั โรคไมถ่ ูกต้อง ยารกั ษาวณั โรค สามารถ
S: “ร้สู ึกเหนื่อย อ่อนเพลีย รับประทาน และทราบวธิ ปี ฏิบตั ติ ัวเมื่อเกดิ อนั ตราย
อาหารไดน้ ้อยตั้งแต่เรม่ิ กนิ ยา” อาการไม่พงึ ประสงค์จากการ ทางการแ
“กินยาแลว้ มีปสั สาวะสีส้ม” ใชย้ า 2. อธบิ า
“ผมต้องกินยานานแค่ไหนอาการของ เกณฑ์การประเมิน ละชนิดใ
โรคถงึ จะดีขนึ้ ” 1. ผ้ปู ว่ ยให้ความรว่ มมอื ใน เนอ่ื งจาก
“ผมหยดุ กนิ ยาได้ไหม จะหยุดกินได้ การรกั ษา ตามแผน
เมื่อไหร่” 2. รับประทานยา ครบจานวน และชว่ ย
“ยารกั ษาวณั โรคนี้มีอนั ตราย และมี ขนาด และเวลา ได้รับยาเ
อาการขา้ งเคียงทตี่ ้องสังเกตอะไรบ้าง” 3. ทราบผลข้างเคยี งทอ่ี าจ combin
เกดิ ขนึ้ และวิธปี ฏบิ ตั ติ ัวเม่อื เพิ่มสะด
O: Sputum AFB ครง้ั ท่ี 3 Positive เกิดอาการขา้ งเคียงของยา และหลีก
1+ เร่ิมรักษาโดยใช้ระบบยาสูตรท่ี 1 รกั ษาวัณโรค ขนานได
(CATEGORY 1) ประกอบด้วย คาแนะน
52-
ากยาวัณโรค เน่ืองจากรับประทานยาหลายชนิดและมีทัศนคติต่อการรับประทานยา
กจิ กรรมพยาบาล กจิ กรรมผูร้ บั บริการ การประเมนิ ผล
มินทัศนคติต่อการรบั ประทานยารักษา 1.ผู้ปว่ ยรบั ประทานยาวัณ ในระยะของการ
และประเมินความรเู้ กี่ยวกบั การ โรคตามแผนการรักษาและ รักษาภายหลังกนิ
ทานยาและการสงั เกตอาการผดิ ปกตทิ ี่ สังเกตอาการผิดปกติ ยาร้สู ึกเหนอื่ ย
ถเกิดข้ึนได้ และอาการผิดปกติทีเ่ ปน็ ภายหลังการรบั ประทาน ออ่ นเพลียมาก แต่
ยจากยาวัณโรคทตี่ ้องแจง้ บคุ ลากร ยา ไม่พบอาการ
แพทย์ 2.ผดู้ แู ลสนบั สนุนและ ผิดปกติทเ่ี ป็น
ายชื่อ ลกั ษณะ ขนาด และจานวนยาแต่ ควบคุมการรับประทานยา อนั ตรายจากยาวัณ
ให้กบั ผูป้ ่วยและผดู้ ูแลได้รับทราบ ทกุ วันจนครบตามแผนการ โรค เช่น ความ
กตอ้ งใหม้ ผี ู้ควบคุมกากบั รับประทานยา รักษา และให้กาลงั ใจผู อยากอาหารลดลง
นการรักษาเพ่อื ปอ้ งกันผปู้ ว่ ยหยดุ ยาเอง ปว่ ยในการรบั ประทานยา ผิวซดี เหลอื ง
ยป้องกนั การเป็นวัณโรคด้ือยา ผ้ปู ว่ ย ปัสสาวะมสี ีเขม้
เมด็ รวม (fixed-dose drug อาการไข้ติดต่อกัน
nation; FDC) เชน่ HR, HRZE จะชว่ ย 3 วันขึ้นไปโดยไม่มี
ดวกในการจดั การ และรับประทานยา สาเหตุ หายใจ
กเลี่ยงการเลือกรับประทานยาบาง ลาบาก รสู้ กึ วา่ หน้า
ด้ แต่ต้องใหย้ าตามน้าหนักตวั ตาม ท้องมีอาการแข็ง
นาอยา่ งถกู ตอ้ ง หรอื บวมผดิ ปกติมี
-5
ขอ้ วนิ ิจฉัยการพยาบาล/ เปา้ หมายการพยาบาล/
ข้อมูลสนับสนนุ เกณฑ์การประเมนิ ผล
2HRZE / 4HR 4.ผู้ดแู ลควบคุมการ 3. บอกเ
(H= INH, R= Rifampicin, Z= รบั ประทานยาอยา่ งสมา่ เสมอ รกั ษาเป
Pyrazinamide, E= Ethambutol) และสังเกตอาการข้างเคียง ต่อเน่ือง
-ผปู้ ่วยน้าหนกั 74 กิโลกรัมใช้ขนาดดวั นี้ จากยาวณั โรคร่วมกับผ้ปู ่วย ตามเวลา
H=300mg/day ยาส่งผล
R=600mg/day หายจาก
Z=2,000mg/day ในการรกั
E=1,200mg/day 4. อธิบา
-ผปู้ ว่ ยสอบถามเกี่ยวกับยารักษาวัณโรค พ่งึ ประส
ระยะเวลาการรักษา และอาการผดิ ปกติ วธิ ีการป
เมือ่ กนิ ยา จากยาแ
อาการเห
4.1 พษิ ต
เชน่ งว่ ง
4.2 พิษต
อาหาร ค
4.3 อาก
syndrom
อ่อนเพล
53-
กจิ กรรมพยาบาล กิจกรรมผ้รู ับบริการ การประเมินผล
เหตุผลทต่ี ้องรบั ประทานยาเพ่ือการ อาการบวมที่หน้า
ป็นจานวนมากการรบั ประทานยา รมิ ฝปี าก ล้นิ
ง และผลของการรับประทานยาไมต่ รง หรอื คอมปี ญั หา
าหรอื ไม่ต่อเน่ืองที่อาจก่อให้เกดิ การด้อื เรอ่ื งการมองเห็น
ลตอ่ ประสทิ ธิภาพของการรักษาคอื การ เชน่ เหน็ ภาพไม่ชัด
กโรคเปน็ ไปได้ยากและต้องใช้ระยะเวลา หรอื เหน็ สีผิดปกติ
กษานานขึ้น สาหรบั ผดู้ ูแล
ายอาการและอาการแสดงของอาการไม่ สามารถให้การ
สงคจ์ ากยาท่อี าจเกิดข้ึน และแนะนา ช่วยเหลือผูป้ ่วยใน
ปฏิบัตติ ัวเม่อื เกดิ อาการไมพ่ ึงประสงค์ การรับประทานยา
และควรรบี ไปพบแพทยท์ ันทีหากมี ตามแผนการรักษา
หล่าน้ี ไดแ้ ก่ ไดอ้ ย่างสมา่ เสมอ
ต่อระบบประสาท (CNS toxicities)
งซมึ ปวดศีรษะ สบั สน
ต่อตบั (hepatotoxicity) เช่น เบื่อ
คลน่ื ไส้ อาเจียน ตาเหลือง
การคลา้ ยไขห้ วัดใหญ่ (flu-like
mes) เชน่ มีไขส้ งู ปวดศีรษะ
ลีย ปวดกลา้ มเนื้อ เป็นตน้
-5
ข้อวินิจฉัยการพยาบาล/ เปา้ หมายการพยาบาล/
ขอ้ มูลสนับสนุน เกณฑก์ ารประเมนิ ผล
4.4 อาก
เช่น อาก
อาการผ
(GI-disc
อาเจียน
4.5 ภาว
4.6 ภาว
abnorm
หยดุ ใช้ย
แพทย์
4.7อากา
(periph
แก้ไขโดย
มก.ต่อวนั
5. สง่ เสร
ชนดิ และ
ขอ้ มูลอา
จัดการอ
ระหวา่ งก
54-
กจิ กรรมพยาบาล กจิ กรรมผรู้ ับบรกิ าร การประเมินผล
การแพ้อยา่ งรนุ แรง (hypersensitivity)
การผืน่ คนั บวม หายใจลาบาก เป็นตน้
ผิดปกตเิ กย่ี วกับระบบทางเดนิ อาหาร
comfort) เชน่ เบือ่ อาหาร คล่นื ไส้
ปวดทอ้ ง เปน็ ต้น
วะเกล็ดเลือดตา่ (thrombocytopenia)
วะผิดปกติของเมด็ เลือด (hematologic
malities) อาการในข้อ 4.1-4.6 ถา้ มี
ยาทีส่ งสัยจะเป็นสาเหตุและรบี ปรึกษา
ารชาตามปลายมือปลายเท้า
heral neuropathy)ไมต่ ้องหยุดยา
ยการให้วติ ามนิ บี 6 ขนาด 10 - 100
น
รมิ การรับประทานยารกั ษาวณั โรคครบ
ะถูกขนาดยาตดิ ตอ่ กัน 6 เดือน ให้
าการไม่พึงประสงค์จากยาและการ
อาการรบกวนเพื่อป้องกนั การหยดุ ยา
การรักษา
-5
ข้อวินิจฉัยการพยาบาล/ เปา้ หมายการพยาบาล/
ขอ้ มูลสนบั สนนุ เกณฑก์ ารประเมินผล
6. อธิบา
อาการผ
55- กจิ กรรมผรู้ ับบรกิ าร การประเมนิ ผล
กจิ กรรมพยาบาล
ายผลดีของการมาตรวจตามนัดและ
ผิดปกตทิ ่ีควรมาพบแพทย์
-5
ตารางท่ี 14 ข้อวนิ ิจฉัยทางการพยาบาลท่ี 6 วิตกกงั วลเกี่ยวกับพยาธสิ ภาพของวณั
ข้อวนิ ิจฉัยการพยาบาล/ เปา้ หมายการพยาบาล/
ขอ้ มูลสนับสนนุ เกณฑก์ ารประเมนิ ผล
6. วติ กกังวลเกี่ยวกับพยาธสิ ภาพของ เป้าหมายการพยาบาล 1.สรา้ งส
วณั โรค เนอ่ื งจากไมม่ ปี ระสบการณ์ - เพอื่ ลดความวิตกกงั วลของ เปน็ กนั เอ
เจ็บปว่ ยและมีอาการของโรครนุ แรง ญาติและครอบครวั ความเชอ่ื
S= “ไม่เขา้ ใจว่าตนเองติดเชอื้ วณั โรคได้ ข้องใจแล
อย่างไร” เกณฑ์การประเมนิ เจบ็ ปว่ ย
“รู้สกึ ไมส่ บายใจวา่ จะต้องดูแลตนเอง 1. ผปู้ ว่ ยแสดงความเข้าใจ เพ่อื ทรา
อย่างเมื่อเป็นวณั โรค” กลไกการเกิดของโรค การ 2.ประเม
“ยงั ไม่ทราบวิธกี ารปอ้ งกนั การ แพรก่ ระจายเช้อื และแผนการ ของทาง
แพรก่ ระจายเช้ือวัณโรคให้กับผู้อนื่ ” รักษา การป่วย
“เหนอื่ ยมาก อ่อนเพลยี มาก” 2. ผูป้ ่วยแสดงความตอ้ งการ 3. ประเม
O= Dx. Pulmonary tuberculosis และยินดีใหค้ วามรว่ มมือใน ภาวะสุข
- ไอมเี สมหะ ตรวจ AFB1+ การรักษาพยาบาล 4. วางแผ
- สหี น้ากงั วลเก่ียวกับความรนุ แรงของ 3. ผูป้ ่วยปฏิบัตติ ามคาแนะนา ควบคุมก
วัณโรค ภาวะแทรกซ้อนตา่ งๆ ทจ่ี ะ และสามารถบอกถึงส่งิ ทต่ี อ้ ง ความรู้เก
เกิดข้นึ จากยาและจากเชอ้ื วณั โรค ปฏบิ ัติตนไดถ้ ูกต้อง 4.1 อธบิ
4. ผปู้ ่วยระบุภาวะแทรกซ้อน เสยี่ ง ให
ทีอ่ าจเกดิ ขน้ึ ได้ งา่ ยๆ ไม
56-
ณโรค เนื่องจากไมม่ ปี ระสบการณเ์ จบ็ ปว่ ยและมีอาการของโรครุนแรง
กิจกรรมพยาบาล กิจกรรมผรู้ บั บริการ การประเมนิ ผล
สมั พันธภาพกับผปู้ ว่ ยดว้ ยท่าทสี ภุ าพ 1.ให้ความร่วมมอื กบั ก่อนรับทราบ
อง ประเมนิ สภาพอารมณจ์ ิตใจและ พยาบาลในการสร้าง คาแนะนาในการ
อของผู้ป่วย เปิดโอกาสใหซ้ ักถามข้อ ปฏสิ ัมพนั ธท์ ่ีดี และเปดิ ใจ ปฏบิ ัตติ ัวในการ
ละบอกถึง ความรูส้ กึ ท่มี ตี อ่ การ เพ่ือรับทราบข้อม,ู เก่ยี วกบั รกั ษาวัณโรค และ
ยครัง้ น้ี ใหผ้ ปู้ ่วยและญาตไิ ด้พบแพทย์ การวางแผนการรักษาและ การป้องกันการ
าบแนวทางการรกั ษา การปฏิบตั ติ วั เพ่ือป้องกัน แพร่กระจายเชอ้ื
มนิ ความวติ กกงั วลและสงั เกตการแสดง การแพร่กระจายของเชอ้ื ของวณั โรคใน
งพฤตกิ รรมของผ้ปู ่วยต่อความกงั วลของ วัณโรคให้กบั ผู้อ่ืน ชมุ ชนมีความกงั วล
ยวณั โรค 2.ผูป้ ว่ ยและญาติบอก เมือ่ ได้รบั ทราบ
มินการรับรู้ของผปู้ ว่ ย และผู้ดูแลตอ่ ความรู้สกึ ท่แี ทจ้ รงิ แนวทาง การดแู ล
ขภาพขณะปว่ ยด้วยวณั โรค เก่ียวกบั การปว่ ยวัณโรค ตนเองเก่ียวกบั การ
ผนการการเฝ้าระวงั ปอ้ งกัน และ และความไมส่ บายใจ รักษาและการ
การแพร่กระจายเชื้อวัณโรค และการให้ พร้อมกับสอบถามตามข้อ ป้องกนั การแพรเ่ ชอ้ื
ก่ียวกบั การปฏิบตั ติ น ดงั น้ี สงสัยของตนเองเกี่ยวกบั วัณโรคมีความ
บายโรค สาเหตุ การดาเนนิ โรค ปจั จัย แผนการรกั ษาวัณโรค เข้าใจมากขึน้ รบั รู้
หผ้ ู้ปว่ ยและญาติ เขา้ ใจโดยอธบิ าย 3.ผูป้ ว่ ยและญาตติ งั้ ใจรับ แผนการรกั ษาของ
ม่ซบั ซอ้ น ไมใ่ หเ้ กิดความวิตกกังวล ฟงั คาแนะนาเก่ยี วกับการ แพทย์ การสังเกต
ปฏิบตั ิตวั ในการปอ้ งกนั อาการผดิ ปกติที่
-5
ข้อวนิ จิ ฉัยการพยาบาล/ เปา้ หมายการพยาบาล/
ขอ้ มูลสนบั สนุน
เกณฑก์ ารประเมนิ ผล
5.ผู้ปว่ ยและครอบครัวมสี ีหนา้ 4.2 ใหค้
สดชนื่ ขน้ึ รบั ประท
การออก
4.3 แนะ
วณั โรค ก
ออกมาจ
เพอ่ื ป้อง
5. รบั ฟงั
ผปู้ ่วย ให
6. อธบิ า
หายใจเห
ได้รบั กา
การเหนอ่ื
7. สอนใ
ท่อี าจเก
8. แนะน
ดูแลตนเ
นัด
57-
กจิ กรรมพยาบาล กิจกรรมผูร้ ับบริการ การประเมินผล
ความรูเ้ กี่ยวกับการปฏิบตั ิตัว การ การแพร่กระจายเชื้อวณั ตอ้ งมาพบแพทย์
ภายหลังรบั ทราบ
ทานอาหารท่ีมปี ระโยชน์ โรค การรกั ษาด้วยยาวัณ แนวทางปฏิบตั ติ ัว
ความวติ กกงั วล
กกาลังกาย การพักผอ่ น โรค อาการผิดปกตทิ เ่ี กดิ ลดลง มีสีหนา้ สด
ชืน่ ขึ้น
ะนาวธิ กี ารป้องกนั การแพร่กระจายเช้อื จากการรับประทานยา
การจดั การขยะติดเชื้อ สง่ิ คดั หลั่งที่ และอาการผิดปกตอิ นื่ ๆที่
จากรา่ งกาย การลดกิจกรรมทางสงั คม ตอ้ งเข้ารับการรักษาทันที
งกนั การแพร่กระจายเชอื้
งปญั หาและการระบายอารมณ์ของ
หก้ าลงั ใจและช้ีแนะการปฏบิ ัตติ วั
ายให้ผูป้ ว่ ยเขา้ ใจวา่ การทีย่ ังมกี าร
หนื่อย เน่ืองจากพยาธิสภาพของโรคเม่อื
ารรักษาอาการเหนื่อยดงั กลา่ วจะดีข้นึ
อยจะลดลง
ใหผ้ ปู้ ่วยและญาติสงั เกต อาการผดิ ปกติ
กดิ ข้นึ
นาและเนน้ ให้เหน็ ความสาคัญของการ
เอง การรว่ มมือในการรักษา การมาตาม
-58-
สรุปผลการพยาบาลผูป้ ่วยวณั โรค
ผู้ป่วยวัณโรครายใหม่เป็นผู้ป่วยชายไทยวัยผู้ใหญ่ อายุ 52 ปี เข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลด้วย
อาการสาคัญ มีไข้ ไอมีเสมหะ เจ็บคอ เป็นก่อนมาโรงพยาบาล 2 สัปดาห์ สัญญาณชีพแรกรับ อุณหภูมิ
ร่างกาย 37.6 องศาเซลเซียส ชีพจร 82 ครั้ง/นาที อัตราการหายใจ 20 ครั้ง/นาที ความดันโลหิต 120/70
มิลลิเมตรปรอท นา้ หนักปัจจบุ นั 74 กิโลกรมั ลดลง 4 กโิ ลกรัม ผลการตรวจรา่ งกายทผี่ ิดปกติ ฟงั ปอดมีเสียง
ผิดปกติ fine crepitation both lung, no wheezing, WBC 14,200 Cell/mm3 Neutrophils 77.3%,
AFB Day3= Positive 1+, Posteroanterior chest radiography= Right and left lower lobe that looks
like a pneumonia total lung infiltration การวินิจฉัยแรกรับ Pneumonia การวนิจฉัยครั้งสุดท้าย
Pulmonary tuberculosis ปัญหาทางการพยาบาลผู้ป่วยวัณโรคมีทั้งหมด 5 ข้อ ดังน้ี 1) มีไข้เนื่องจากมีการ
ติดเชื้อในร่างกาย 2) ประสิทธิภาพการแลกเปลี่ยนก๊าซออกซิเจนของปอดลดลงจากเช้ือวัณโรคทาลายเนื้อ
ปอด 3) เสี่ยงต่อการแพร่กระจายเช้ือให้กับบุคลากรทางการแพทย์ เนื่องจากพยาธิสภาพของวัณโรคอยู่ใน
ระยะแฝง (latent tuberculosis infection : LTBI) และระยะ Active tuberculosis 4) เส่ียงต่อการ
แพร่กระจายของวัณโรคให้กับผู้ดูแลและคนในชุมชน เนื่องจากความรู้เร่ืองการควบคุมป้องกันโรคไม่เพียงพอ
5) เสยี่ งต่อการเกิดอาการขา้ งเคียงจากยาวัณโรคและเปน็ วัณโรคด้ือยา multidrug resistance Tb (MDR-TB)
เนือ่ งจากรับประทานยาหลายขนาดและมีทัศนคติต่อการรับประทานยาวัณโรคไม่ถูกต้อง 6) วติ กกังวลเกี่ยวกับ
พยาธิสภาพของวัณโรค เน่ืองจากไม่มีประสบการณ์เจ็บป่วยและมีอาการของโรครุนแรง จากการให้การ
พยาบาลผู้ป่วยวัณโรค พบว่าผู้ป่วยสามารถปฏิบัติตัวตามคาแนะนาทางการพยาบาล และแผนการรักษาของ
แพทย์ได้ เข้ารับการักษา ตามนัด การรับประทานยาต้านวัณโรคในช่วงแรกมีอาการเหน่ือยอ่อนเพลีย เบ่ือ
อาหาร แต่ไม่มีอาการข้างเคียงที่รุนแรง สาหรับปัญหาด้านความวิตกกังวลเม่ือได้รับทราบการวินิจฉัย แนว
ทางการปฏบิ ตั ติ วั ในการแพร่กระจายเช้ือมคี วามเข้าใจเพมิ่ มากขึ้นเกยี่ วกับกระบวนการรักษา การสงั เกตอาการ
ผิดปกติจากพยาธิสภาพของวัณโรค การสังเกตอาการข้างเคียงท่ีต้องพบแพทย์ทันที่เม่ือรับประทานยาต้านวัณ
โรคทาให้ผู้ป่วยคลายความวิตกกังวลได้ ตลอดระยะเวลาการรักษาผู้ป่วยได้กาลังใจท่ีดีจากเจ้าหน้าที่
สาธารณสุข และจากสมาชิกครอบครัว โดยเฉพาะภรรยาซึ่งผู้เป็นผู้ดูแลใกล้ชิด ได้สนับสนุนและดูแลใส่ใจ
สุขภาพของผู้ป่วยทุกด้านโดยเฉพาะการกินยาวัณโรคอย่างต่อเน่ือง การควบคุมการป้องกันการแพร่กระจาย
เชื้อวัณโรคให้กับสมาชิกครอบครัวและชุมชน การสนับสนุนด้านการรับประทานอาหาร ออกกาลังกาย การ
ผอ่ นคลายความเครียด ผลสาเร็จของการให้การพยาบาลพบวา่ ผู้ป่วยสามารถหายจากวัณโรค ผ้ดู ูแลหลกั ไม่ติด
เช้ือวณั โรค ส่งผลให้ผู้ป่วยและครอบครัวมีคณุ ภาพชวี ติ ดา้ นสุขภาพดีเพ่มิ ข้ึน
-59-
5. ผ้รู ว่ มดาเนนิ การ (ถ้ามี) นางสาวศิริณา รังกลิน่ สดั ส่วนผลงานร้อยละ 100
6. ส่วนของงานท่ผี เู้ สนอเปน็ ผู้ปฏบิ ัติ (ระบุรายละเอยี ดของผลงานพร้อมท้งั สัดส่วนของผลงาน)
นางสาวศิริณา รังกลิ่น ตาแหนง่ พยาบาลวิชาชพี (ด้านการพยาบาล) ระดบั ปฏิบัติการ เปน็ ผปู้ ฏิบตั ิและ
ดาเนินงานดว้ ยตนเอง ร้อยละ 100
6.1) ศึกษาปญั หา ทบทวนสถติ ิความชกุ ของโรค และความสาคญั ของวณั โรค
6.2) คัดเลือกกรณีศึกษาท่ีได้รับการวินิจฉัยวัณโรคปอดรายใหม่ที่มีสถานะการรักษาพยาบาลยังไม่ได้หาย
จากอาการเจบ็ ป่วย อยูร่ ะหว่างกระบวนการรักษาพยาบาลในระยะเวลา 1 ปี
6.3) ช้ีแจงวัตถุประสงค์การให้การพยาบาลผู้ป่วยและสมาชิกครอบครัว และวางแผนการให้การพยาบาล
อย่างมสี ่วนร่วม
6.4) ประชุมทีมสหวิชาชีพของโรงพยาบาลดอนจาน เพ่ือวางแผนการให้การพยาบาลและวางแผนการ
กานดแนวทางการเฝา้ ระวงั ปอ้ งกัน ควบคุมวัณโรคในโรงพยาบาล
6.5) ทบทวนวรรณกรรม วิจัย แนวทางปฏิบัติ และเอกสารวิชาการเกี่ยวกับการให้การพยาบาล
ผู้ปว่ ยวณั โรค
6.6) ใหก้ ารพยาบาลผูป้ ่วยวัณโรคตามการวางแผนการพยาบาลทไี่ ด้กาหนดไว้เบื้องตน้ กบั ผ้ปู ่วยและสมาชิก
ครอบครัว
6.7) ติดตามประเมนิ ผลการให้การพยาบาลกบั ผู้ป่วยวัณโรคและสมาชิกครอบครัว
7. ผลสาเร็จของงาน
จากการดาเนินงานการพยาบาลผู้ป่วยวัณโรคปอดในโรงพยาบาลดอนจาน ผลสาเร็จของการ
ดาเนนิ งานมี ดงั น้ี
7.1 ผลสาเร็จของงานเชงิ ปริมาณ
การพยาบาลผู้ป่วยวัณโรคปอดรายใหม่รายจานวน 1 ราย ในกระบวนการพยาบาลได้มีการให้ความรู้
เก่ียวกับการปฏิบัติตัวในการป้องกันการแพร่กระจายเช้ือในโรงพยาบาลและในชุมชน 3 ครั้ง ทาการติดตาม
เย่ียมบ้านเพื่อประเมินความเสี่ยงต่อการแพร่กระจายเชื้อให้กับสมาชิกครอบครัว และคนในชุมชน รวมทั้งการ
ให้คาแนะนาเกี่ยวกับการจัดการสิ่งแวดล้อม การกาจัดขยะติดเช้ือและสารคัดหลั่งของผู้ป่วยเพ่ือป้องกัน
และควบคุมการติดเช้ือวัณโรค 6 ครงั้ ติดตามเย่ยี มบา้ นร่วมกับทีมสหวชิ าชีพในการออกให้บรกิ ารหลังจาหน่าย
ออกจากโรงพยาบาลตลอดช่วงระยะเวลารกั ษา 6 คร้งั
-60-
7.2 ผลสาเรจ็ ของงานเชงิ คุณภาพ
เมื่อผู้ป่วยเร่ิมต้นเข้าสู่กระบวนการรักษาวัณโรค ในระยะแรกมีความวิตกกังวลเก่ียวกับสุขภาพของ
ตนเอง พยาธิสภาพของโรค การรับประทานยาต้านวัณโรคท่ียาวนาน การป้องกันการแพร่กระจายเช้ือวัณโรค
ให้กับผู้สัมผัสใกล้ชิด ภายหลังให้การพยาบาลผู้ป่วยเข้าใจและยอมรับปฏิบัติตามคาแนะนาในการดูแลสุขภาพ
การไปตรวจตามนัดทุกคร้ัง การรับประทานยาโดยมีผู้ดูแลควบคุมการรับประทานยาต้านวัณโรคต่อหน้า การ
ปฏิบัตติ ามแนวทางการป้องกนั การแพร่กระจายเช้ือวัณโรคสามารถทาไดด้ ี ส่งผลใหผ้ ปู้ ว่ ยทาการรักษาครบตาม
แผนการรักษาของแพทย์ ผู้ป่วยไม่ได้แพร่กระจายเช้ือให้กับผู้สัมผัสใกล้ชิดและคนในชุมชน ผู้ป่วยสามารถ
กลับมาใช้ชิวิตได้ตามปกติ ส่งผลให้ผู้ป่วยและสมาชิกในครอบครัวมีคุณภาพชีวิตดีเพ่ิมข้ึน นอกจากน้ันผู้ป่วย
วณั โรคและครอบครัวมคี วามพึงพอใจเกีย่ วกับกระบวนการทางการพยาบาลในการดูแลผู้ป่วยวัณโรคทง้ั ในส่วน
ท่ีไดร้ ับบรกิ ารท่โี รงพยาบาล และให้บริการติดตามเยีย่ มบ้านในระดบั ชมุ ชน
8. การนาไปใช้ประโยชน์
8.1) ส่งเสริมการนาผู้ป่วยวัณโรคปอดรายกรณี (Case conference) เพื่อนาไปพัฒนาระบบการคัด
กรองผู้ป่วยที่เป็นวัณโรคระยะแฝง หรือผู้ป่วยสงสัยวัณโรคที่มารับบริการโรงพยาบาลตามแนวทางการป้องกัน
การติดเช้ือของโรงพยาบาลทั้งในเวลาราชการและนอกเวลาราชการ เพื่อส่งเสริมให้บุคลากรทางการแพทย์ท่ี
เกย่ี วขอ้ งได้มีการแลกเปลยี่ นเรียนรู้วชิ าการทนั สมัยเกยี่ วกับวัณโรค
8.2) พัฒนาสมรรถนะบุคลากรที่เก่ียวข้อง โดยเฉพาะพยาบาลวิชาชีพจุดบริการคัดกรองโรค (Triage
service) พยาบาลควบคุมการติดเช้ือ พยาบาลผู้ให้บริการงานการพยาบาลผู้ป่วยนอกและงานการพยาบาล
อบุ ัตเิ หตฉุ ุกเฉินและนิติเวชท่ีมีโอกาสใหบ้ ริการผปู้ ่วยสงสัยวัณโรค
8.3) ประยุกต์ใช้แนวทางการป้องกันและควบคุมวัณโรคในการอบรมฟื้นฟูวิชาการในโปรแกรมการ
ปฐมนิเทศบุคลากรใหม่และบคุ ลากรทป่ี ฏบิ ัติหน้าทปี่ ระจา (On the Job Training; OJT)
8.4) พฒั นาระบบการประเมินและเฝ้าระวังการดาเนนิ การตามแนวทางการดูแลผู้ป่วยวัณโรค หรือผู้มี
อาการสงสัยวัณโรคท่ีมารับบริการท่ีงานการพยาบาลผู้ป่วยนอก เพ่ือพัฒนาระบบบริการอย่างต่อเน่ือง และ
งานการพยาบาลอุบัติเหตุฉุกเฉินและนิติเวช กรณีส่งต่อการรักษาให้กับโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ วางระบบการ
ป้องกันการตดิ เช้อื ของบคุ ลากรทป่ี ฏบิ ตั ิงานบนรถนาส่งทางการแพทย์ (Ambulance medical car)
8.5) บรู ณาการระบบการคดั กรองผปู้ ่วยวัณโรคปอดเข้ากับการคัดกรองโรคติดต่อระบบทางเดินหายใจ
ทีต่ อ้ งใช้อาคารแยกโรคอ่นื ๆ ในงานการพยาบาลผู้ป่วยนอกโดยสื่อสารสร้างความเขา้ ใจร่วมกับ ทมี สหวชิ าชีพ
-61-
9. ความยงุ่ ยากในการดาเนนิ การ/ปญั หา/อุปสรรค
9.1 ในระยะแรกท่ีผูป้ ่วยเข้ารับบริการยังไมส่ ามารถวินิจฉัยวัณโรค เนื่องจากผลการตรวจเสมหะให้ผล
ลบใน 2 วันแรก จึงเป็นความเส่ียงที่ผู้ป่วยสามารถแพร่กระจายเชื้อให้กับบุคลากรทางการแพทย์ ผู้รับบริการ
และคนในชมุ ชน
9.2 ผู้ป่วยมีความกังวลเก่ียวกับพยาธิสภาพของวัณโรค แผนการรักษาวัณโรคที่ใช้เวลานาน และ
อาการขา้ งเคียงจากการรับประทานยาวัณโรค จากปญั หาดงั กล่าวทาให้พยาบาลประสานงานกับทีมสหวิชาชีพ
ประกอบด้วย แพทย์ เภสชั กร พยาบาล และเจ้าหน้าทสี่ าธารณสขุ ในการให้ความรู้ การปฏบิ ตั ติ ัวในการป้องกัน
และควบคุมการตดิ เชื้อวัณโรค
9.3 ในระยะก่อนแสดงอาการและระยะที่รับการรักษาวัณโรค ผู้ป่วยวัณโรค และผู้ดูแลเก็บส่ิงคัดหลั่ง
และทาลายไม่ถูกต้อง มีความเส่ียงต่อการแพร่กระจายเช้ือให้กับคนในครอบครัว ชุมชน และเจ้าหน้าที่
ผู้ปฏบิ ตั งิ าน
9.4 ระยะแรกของการใช้แนวทางป้องกันการติดเชื้อวัณโรคในโรงพยาบาลมีข้อจากัดในการให้บริการ
ในจุดคัดกรอง เน่ืองจากพยาบาลผู้รับผิดชอบงานวัณโรคปฏิบัติงานงานอุบัติเหตุฉุกเฉินและนิติเวช และ
พยาบาลประจาเวรจุดคัดกรองสับเปล่ียนการปฏิบัติงานจุดบริการ Triage ยังไม่ทราบแนวปฏิบัติชัดเจน
แต่ปัญหาดังกล่าวได้รับการปรับปรุง แก้ไข และพัฒนาแนวทางการป้องกันวัณโรคในโรงพยาบาลให้
ผู้ปฏบิ ัตงิ านมีการปฏิบตั ิงานไปในทิศทางเดียวกนั
10. ขอ้ เสนอแนะ
10.1 สนบั สนนุ ให้ผ้ปู ว่ ยและครอบครวั ป้องกนั และควบคุมการแพร่กระจายเชอื้ วัณโรคใหค้ นในชมุ ชน
โดยยดึ หลักของการป้องกนั การติดเชอื้ วณั โรคอยา่ งเคร่งครัด
10.2 สง่ เสริมให้อาสาสมัครสาธารณสุขประจาหมบู่ า้ นร่วมกับเจ้าหนา้ ทส่ี าธารณสุขในพน้ื ที่ตดิ ตาม
การรับประทานยาวัณโรคต่อเนอ่ื งเพ่ือป้องกนั การเปน็ วัณโรคด้อื ยา
10.3 สนับสนุนการทางานป้องกันและควบคุมการติดเชื้อวัณโรคของโรงพยาบาลดอนจานให้เป็นไป
ตามมาตรฐานการจัดบริการคลินิกวัณโรค เพื่อป้องกันการติดเชื้อของผู้ปฏิบัติงานและผู้รับบริการท่ีมารับการ
รกั ษาท่ีโรงพยาบาลดอนจาน
10.4 ส่งเสริมการเรียนรขู้ องผปู้ ่วยวัณโรค และผดู้ แู ลใหม้ คี วามร้คู วามสามารถในการเฝา้ ระวังอาการ
ข้างเคียงของยารักษาวัณโรค เพ่ือชว่ ยตรวจจับผลกระทบด้านลบทางสุขภาพทส่ี ามารถเกิดขึ้นได้จากยาวัณโรค
โดยความรว่ มมอื ของเภสัชกร พยาบาลวิชาชพี เจ้าหนา้ ที่สาธารณสขุ ในพนื้ ที่ และอาสาสมคั รสาธารณสขุ
10.5 สง่ เสรมิ ให้มีการปรับปรุง และพฒั นาแนวทางการป้องกนั การตดิ เชอื้ วัณโรคของโรงพยาบาล
ดอนจาน และโรงพยาบาลส่งเสรมิ สุขภาพตาบลในพื้นที่
-62-
10.6 ส่งเสรมิ การทางานเฝ้าระวัง ป้องกนั และควบคุมโรคโดยการมีส่วนร่วมของทีมสหวชิ าชีพ
โดยเฉพาะอย่างย่ิง แพทย์ พยาบาลควบคุมการติดเชื้อ พยาบาลผู้รับผิดชอบคลินิกวัณโรค นักวิชาการ
สาธารณสุข และบุคลากรทางการแพทย์ท่ีเก่ียวข้องในทีมเฝ้าระวังสอบสวนเคลื่อนท่ีเร็ว (Surveillance and
Rapid Response Team : SRRT)
10.7 พฒั นาบริเวณพ้นื ที่แยกโรคในจดุ บริการห้องอุบตั ิเหตฉุ ุกเฉนิ และนติ ิเวช ให้อยใู่ นบริเวณอากาศ
ถ่ายเทสะดวก เพอื่ ปอ้ งกนั การติดเช้อื ในผู้รบั บริการอน่ื ๆ ท่มี าใชบ้ ริการทางการแพทยข์ องโรงพยาบาลดอนจาน
ขอรับรองว่าผลงานดังกล่าวข้างต้นเป็นความจริงทกุ ประการ
ลงชือ่ …………………......................……………ผเู้ สนอผลงาน
(นางสาวศิรณิ า รังกลิ่น)
พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ
วันที่............เดือน................................พ.ศ.......................
-63-
ได้ตรวจสอบแล้วขอรบั รองว่าผลงานดังกล่าวข้างต้นถกู ต้องตรงกับความเป็นจริงทกุ ประการ
ลงชื่อ…………………….............................................….........
(นางจิรประภา ประคา)
พยาบาลบาลวชิ าชพี ชานาญการพิเศษ
หัวหนา้ กลมุ่ การพยาบาลโรงพยาบาลดอนจาน
วนั ท่ี............เดือน................................พ.ศ.......................
ลงชื่อ………………..............................……….......................
(นางเรณูภูจอมจติ ตฎ์ มิ่งพันธ์)
พยาบาลวชิ าชพี ชานาญการพิเศษ
รองผู้อานวยการฝา่ ยการพยาบาล โรงพยาบาลกาฬสนิ ธ์ุ
วันที่............เดือน................................พ.ศ.......................
ลงชื่อ…………………….............................................….........
(นายสุยนั ต์ ลวงพิมาย)
นายแพทย์ชานาญการ
รักษาการในตาแหน่งผู้อานวยการโรงพยาบาลดอนจาน
วันที่............เดือน................................พ.ศ.......................
ลงชื่อ…………………….............................................….........
(นายประมวล ไทยงามศลิ ป์)
นายแพทย์ชาชาญการพิเศษ
ผ้อู านวยการโรงพยาบาลกาฬสินธ์ุ
วนั ที่............เดือน................................พ.ศ.......................
หมายเหตุ หากผลงานมลี ักษณะเฉพาะเชน่ แผ่นพับ หนงั สือ แถบบันทกึ เสียง ฯลฯ
ผเู้ สนอผลงานอาจส่งผลงานจรงิ ประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการก็ได้
-64-
เอกสารอ้างอิง
กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข. (2561). แนวทางการวินิจฉัยและการดแู ลผปู้ ่วยวัณโรคในประเทศไทย
(Clinical Practice Guideline(CPG) of Tuberculosis Treatment in adulth 2018).
กรมการแพทย์ กระทรทวงสาธารณสขุ .
กองวณั โรค กรมควบคุมโรค. (2562). คาแนะนาเรอื่ งการวินจิ ฉัยและรักษาการติดเชอ้ื วัณโรคระยะแฝง
(Latent Tuberculosis Infection). อักษรกราฟฟคิ แอนด์ดไี ซน.
ประเทือง ธราธรรงุ่ เรือง. (2561). การพยาบาลผ้ปู ว่ ยวณั โรคปอด ในงานบรกิ ารผู้ป่วยนอก. วารสารวทิ ยาลัย
พยาบาลพระจอมเกล้า จังหวัดเพชรบุร, 1(2), 77–95.
โรงพยาบาลดอนจาน. (2562). รายงานเวชระเบยี นการตรวจรกั ษาโรคของโรงพยาบาลดอนจาน ปพี .ศ.2562.
โรงพยาบาลดอนจาน สานักงานสาธารณสขุ จังหวดั กาฬสินธ.์ุ
วภิ า รีชัยพิชติ กุล. (2019). Update TB Management 2019.
สานักวัณโรค กรมควบคุมโรค. (2559). แนวทางการป้องกันและควบคุมการแพร่กระจายเชอื้ วณั โรค
(Guidelines for Prevention and Control of tuberculosis transmission). อกั ษรกราฟฟคิ
แอนด์ดีไซน์.
สานกั วัณโรค กรมควบคมุ โรค. (2561a). การคดั กรองเพื่อค้นหาวัณโรคและวัณโรคด้ือยา (Systematic
screening for active TB and drug-resistant TB) (2nd ed.). อกั ษรกราฟฟิคแอนด์ดไี ซน์.
สานกั วัณโรค กรมควบคมุ โรค. (2561b). แนวทางการควบคุมวณั โรคประเทศไทย พ.ศ. 2561. สานักพิมพ์
อักษรกราฟฟิคแอนดด์ ีไซน์.
Centers for Disease Control and Prevention. (2020). Principles of Epidemiology in Public
Health Practice Lesson 1: Introduction to Epidemiology Section 9: Natural History
and Spectrum of Disease.
https://www.cdc.gov/csels/dsepd/ss1978/lesson1/section9.html