โครงงาน IS การแปรรูปน้ำ มันครัวเรือนที่ใช้แล้ว นลินา พลายมาศ ม.5/1 เลขที่ 17
เรื่องการแปรรูปน ้ามันที่ใช้แล้วในครัวเรือน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ จัดท าโดย 1. นางสาว นลินา พลายมาศ เลขที่17 2. นางสาว สัญพิชา ศิริวรรณ เลขที่21 ชั้นมัธยมศึกษาปี ที่5 ห้อง1 รายงานการศึกษาค้นคว้าเชิงวิชาการนี้เป็ นส่วนหนึ่งของรายวิชา I30202 การสื่อสารและการน าเสนอ(IS2) ภาคเรียนที่1 ปี การศึกษา 2565 โรงเรียนสตรีวัดมหาพฤฒาราม ในพระบรมราชินูปถัมภ์
เรื่องการแปรรูปน ้ามันที่ใช้แล้วในครัวเรือน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ จัดท าโดย 1. นางสาว นลินา พลายมาศ เลขที่17 2. นางสาว สัญพิชา ศิริวรรณ เลขที่21 ชั้นมัธยมศึกษาปี ที่5 ห้อง1 ครูที่ปรึกษา ครูธรัตน์บัลลังค์โพธิ์ รายงานการศึกษาค้นคว้าเชิงวิชาการนี้เป็ นส่วนหนึ่งของรายวิชา I30202 การสื่อสารและการน าเสนอ(IS2) ภาคเรียนที่1 ปี การศึกษา 2565 โรงเรียนสตรีวัดมหาพฤฒาราม ในพระบรมราชินูปถัมภ์
ก เรื่องการแปรรูปน้า มนัที่ใชแ้ลว้ในครัวเรือน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ผู้จัดท า 1. นางสาว นลินา พลายมาศเลขที่17 2. นางสาว สัญพิชาศิริวรรณ เลขที่21 ครูที่ปรึกษา 1. ครูธรัตน์ บัลลังค์โพธิ์ 2. ครูรณชัยกลิ่นกลา้ สถานศึกษา โรงเรียนสตรีวัดมหาพฤฒาราม ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ภาคเรียนที่ 1 ปี การศึกษา 2565 บทคัดย่อ การวิจยัคร้ังน้ีมีวตัถุประสงคเ์พื่อศึกษาเกี่ยวกบัการแปรรูปน้ ามนัครัวเรือนที่ใชแ้ลว ด าเนินโดยการ ้ ใช้รูปแบบการท าการทดลองของกลุ่มตวัอย่างของน้ ามนัที่ใชแ้ลว้กบัเช้ือราชนิด Penicillium chrysogenum เครื่องมือที่ใช้คือ จานเพาะเช้ือและชุดทดสอบสารโพลาร์ในน้า มนัทอดซ้า วิเคราะห์ข้อมูลที่ใช้จากการ ทดลอง โดยวิธีการน าไลเปซ (Lipase) ที่ไดจ้ากการเพาะเช้ือราP. chrysogenum มาผสมกบัน้า มนัที่ใชแ้ลว้ โดยใช้ชุดทดสอบน้า มนัวดัผล
ข กิตติกรรมประกาศ โครงงานน้ีส าเร็จข้ึนได้ด้วย ทา้ยที่สุดน้ีผูจ้ดัทา หวงัเป็นอย่างยิ่งว่าโครงงานน้ีจะเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาการแปรรูปน้า มนัที่ ใช้แล้วในครัวเรือน ของผู้สนใจต่อไป คณะผู้จัดท า
ค ค าน า รายงานเล่มน้ีจดัทา ข้ึนเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของวิชาว30290 คณะผู้จัดท าได้ช่วยกันคิดหาวิธีแก้ปัญหา มลภาวะที่เกิดจากน้า มนัครัวเรือนที่ใช้แล้ว ด้วยการท าโครงงาน “การแปรรูปน้า มนัที่ใชแ้ลว้ในครัวเรือน” ซึ่งเป็นโครงงานประเภทการทดลอง โครงงานน้ีประกอบไปดว้ยที่มาและความส าคัญของปัญหา ตัวแปร ต่างๆ การด าเนินการทดลองและสรุปผลการด าเนินโครงงาน โดยศึกษาผ่านแหล่งความรู้ต่างๆ เป็นการ ได้รับความรู้จากการปฏิบัติจริงและเป็นการฝึ กแก้ไขปัญหาด้วยตนเองจากข้อมูลที่มีอยู่ คณะผู้จัดท าเชื่อว่าจะเป็นประโยชน์ส าหรับผู้สนใจที่ได้ศึกษาและช่วยส่งเสริมให้ท าจัดท าโครงงาน ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งข้ึน คณะผู้จัดท า
สารบัญ หน้า บทคัดย่อ ก กิตติกรรมประกาศ ข ค าน า ค บทที่ 1 บทน า -ที่มาและความส าคัญ 1 -วัตถุประสงค์ 1 -สมมุติฐาน 1 -ขอบเขตการศึกษา 2 -นิยามศัพท์เฉพาะ 2 -ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 2 บทที่ 2 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง -เอกสารที่เกี่ยวข้อง 1.น้า มนัที่ใชแ้ลว้ในครัวเรือน 3 2.Penicillium chrysogenum 4 3.ไลเปซที่ได้จากPenicillium chrysogenum 4 -งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 4 5 บทที่ 3 อุปกรณ์และวิธีการทดลอง 1.อุปกรณ์ 6 2.วิธีการทดลอง 6
1 บทที่ 1 บทน า ที่มาและความส าคัญ น้า มนั ใชแ้ลว้ (Waste Cooking Oil) เป็นน้า มนัพืชหรือไขมนัสัตวท์ ี่ผ่านกระบวนการให้ความร้อน จากกระบวนการทา อาหารและยงัสามารถมาจากน้ ามนัจากการลา้งภาชนะไดอ้ีกดว้ย (ปิโยรส ทิพยม์งคล และ ณัฐพงศ์ ตันติวิวัฒนพันธ์, 2563) ปัญหาที่เกิดจากน้า มนั ใชแ้ลว้ในครัวเรือนสามารถพบเห็นไดท้วั่ ไป ยกตวัอย่างเช่น ปัญหาน้า เน่าเสีย ปัญหาการส่งกลิ่นเหม็น ร้านอาหารส่วนใหญ่เทน้า มนัที่ใชแ้ลว้ลงในท่อระบายน้า โดยไม่ผ่านกระบวนการ ใดๆท้งัสิ้น ซ่ึงเป็นอีกหน่ึงสาเหตุของท้งัสองปัญหาที่ยกตวัอย่างขา้งตน้การเทน้ ามนัไปปะปนกบัขยะมูล ฝอยของครัวเรือน ทา ให้ขยะมูลฝอยเหล่าน้นัไม่สามารถย่อยสลายได้ซ่ึงจะทา ให้เกิดคุณสมบตัิเป็นก๊าซเรือน กระจกและยงัผลิตก๊าซไข่เน่า ส่งกลิ่นเหม็นไม่พึงประสงค์(ปิโยรส ทิพยม์งคล, 2563) ทางผูจ้ดัทา เล็งเห็นว่า ปัญหาน้ีเป็นปัญหาที่ทุกคนควรจะช่วยกนัแกไ้ข ท้งัการกา จดัน้า มนั ให้ถูกวิธี การแปรรูป รวมท้งัการนา กลบัมาใชใ้หม่เพื่อให้ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดลอ้มนอ้ยที่สุด ทางผูจ้ดัทา มีความสนใจในงานวิจยัที่เกี่ยวกบั ประสิทธิภาพของการย่อยสลายน้า ที่ใชแ้ลว้ของ ไลเปซที่ได้จาก Penicillium chrysogenum ไลเปซเป็นเอนไซม์ที่เร่งปฏิกิริยาการไฮโดรไลซ์โมเลกุลของ ไตรกลีเซอไรด์ไดเ้ป็นกรดไขมนัอิสระ ซ่ึงไลเปซทา หนา้ที่ในการเร่งปฏิกิริยาการย่อยสลายน้ ามนัและ ไขมัน ให้ผลิตภัณฑ์เป็นกรดไขมันและกลีเซอรอล ส่วน P. chrysogenum ก็เป็นเช้ือราที่สามารถพบไดท้วั่ ไป วัตถุประสงค์ 1.เพื่อศึกษาวิธีการเล้ียงP. chrysogenum 2.เพื่อศึกษาคุณสมบัติและประโยชน์ของเลเปซที่ได้จากP. chrysogenum 3.เพื่อศึกษาเกี่ยวกบัโครงสร้างของน้า มนัที่ผ่านการย่อยสลายโดยไลเปซที่ไดจ้ากP. chrysogenum สมมุติฐาน 1.ไลเปซจากP. chrysogenum มีคุณสมบตัิที่สามารถย่อยสลายน้า มนัที่ใชแ้ลว้ได้ 2.เราสามารถพบ P. chrysogenum ไดท้วั่ ไป เช่น ในผลิตภัณฑ์อาหารเค็ม ในสภาพแวดล้อมในร่ม / ในอาคารที่เปียกช้ืนหรือไดร้ับความเสียหายจากน้ า 3.เราสามารถเล้ียงP. chrysogenum ได้ดีในที่มืด
2 ขอบเขตการด าเนินงาน 1.ศึกษาการเจริญเติบโตของเช้ือราPenicillium chrysogenum 2.ระยะเวลาที่ใช้ในการศึกษา เริ่มตน้ต้งัแต่เดือนกรกฎาคม 2565 –กันยายน 2565 3.สถานที่เก็บข้อมูลคือ ห้อง 347 โรงเรียนสตรีวัดมหาพฤฒาราม ในพระบรมราชินูปถัมภ์ นิยามศัพท์เฉพาะ 1.Penicillium chrysogenum เป็นสายพนัธุ์ของเช้ือราในสกุลPenicillium พบไดท้วั่ ไปในเขตอบอุ่น และกึ่งเขตร้อนและสามารถพบได้ในผลิตภัณฑ์อาหารที่มีรสเค็ม [1]แต่ส่วนใหญ่จะพบในสภาพแวดล้อม ภายในอาคารโดยเฉพาะในอาคารที่ช้ืนหรือมีน้า ขงั 2.ลิเปส (Lipase) เป็นตระกูลของเอนไซม์(enzyme) ที่สลายไตรกลีเซอไรด์เป็นกรดไขมันอิสระ และกลีเซอรอล 3.เอนไซม์(enzyme) คือกลุ่มของโปรตีนที่มีความสามารถในการเร่งปฏิกิริยาทางชีวเคมีที่เกิดข้ึน ภายในเซลลข์องสิ่งมีชีวิต เพื่อใช้ในการสังเคราะห์องค์ประกอบภายในเซลล์ระบบการย่อยอาหาร ฯลฯ ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 1.สามารถลดมลพิษและมลภาวะที่เกิดจากการทิ้งน้า มนัครัวเรือนที่ใช้แล้วอย่างไม่ถูกวิธีได้ 2.ทราบว่าP. chrysogenum มีประโยชน์อย่างไรบ้าง
3 บทที่ 2 เอกสารและโครงงานที่เกี่ยวข้อง โครงงานการย่อยสลายน้า มนัที่ใชแ้ลว้จากไลเปซที่ไดจ้ากเช้ือราPenicilium chrysogenumได้ศึกษาเอกสาร และงานวิจยัที่เกี่ยวขอ้งดงัน้ี 1.น้า มนัที่ใชแ้ลว้ 2.Penicillium chrysogenum 3.ไลเปซที่ไดจ้ากเช้ือราPenicillium chrysogenum 4.งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 1.น ้ามันที่ใช้แล้ว น้า มนั ประกอบอาหารที่ใชแ้ลว้(Waste Cooking Oil) เป็นน้า มนัพืชหรือไขมนัสัตวท์ ี่ผ่าน กระบวนการให้ความร้อนจากกระบวนการทา อาหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหารจานทอดท้งัหลาย (Deep fry) แหล่งที่มาของน้า มนั ใชแ้ลว้นอกจากน้ ามนัที่ใชท้อดแลว้ยงัสามารถมาจากน้ ามนัจากการลา้งภาชนะน้า มนัที่ ใช้แล้ว ถือเป็นของเสียที่อันตราย การก าจดัน้า มนัที่ใชแ้ลว้ลงในระบบนิเวศต่างๆ รวมท้งัดินและน้า อาจ ส่งผลเสียต่อสิ่งแวดลอ้มอย่างรุนแรง ในทางกลบักนัถา้การจัดการน้า มนัน้ีเกิดความผิดพลาดสามารถ เปลี่ยนแปลงเป็นการสูญเสียทรัพยากร เนื่องจากปริมาณพลังงานของมัน ส าหรับประเทศไทยแลว้น้า มนั ใชแ้ลว้ส่วนใหญ่จะเป็นน้า มนั ปาลม์ (90%) เนื่องจากคุณสมบตัิที่ เหมาะสมในการทอดอาหารและราคาถูกคุณสมบตัิของน้า มนั ใชแ้ลว้ของประเทศไทยจะมีคุณลกัษณะ คลา้ยกบัน้า มนั ปาลม์ซ่ึงประกอบไปดว้ยไตรกลีเซอร์ไรด์(Triglyceride) แต่มีคุณภาพต ่าเนื่องจากผ่าน กระบวนการให้ความร้อนที่สูงและปนเป้ือนน้า และเศษอาหาร โดยเฉพาะ ค่าความเป็นกรดที่สูง (Acid value) จากการสลายตัวของไตรกลีเซอร์ไรด์เป็นกรดไขมันอิสระ (Free fatty acid) จากกระบวนการสลายตัว ดว้ยน้า (Hydrolysis) ดงัน้นัจึงมีความจา เป็นที่ตอ้งมีการปรับปรุงคุณภาพของน้า มนัพืชใชแ้ลว้ก่อนน้ าไป แปรรูปส าหรับบางกระบวนการ
4 2.Penicillium chrysogenum Penicillium เป็นชื่อวงศข์อง เช้ือรา (mold) ชนิดหนึ่ง ซึ่งอยู่ในอาณาจักรฟังไจ (fungi)Penicillium มี ชื่อเรียกกันว่า green mold และ blue mold ตามสีสปอร์ของรา สปอร์แบบไม่อาศัยเพศ ของ Penicillium เป็น แบบ codinia มีลักษณะกลมและมีเซลล์เดียว สปี ชีส์ถูกจ าแนกตามวิธีการผลิตโคนิเดีย (codinia) เมื่อ Penicillium เกดิข้ึน จะมีpenicillin, mycophenolic acid, compactin, fungal steroid transforms, ชีสขาวและน้า เงิน, salamis หมกั, เม็ดสีและเอนไซมน์อกเซลล์เป็นราที่พบไดท้วั่ ไปทุกหนทุกแห่ง มี ความส าคัญทางเศรษฐกิจในการผลิตยาปฏิชีวนะ(เพนิซิลลิน คิววี) กรดอินทรีย์ และชีส Penicillium chrysogenum เป็นสายพนัธุ์ของเช้ือราที่ใชบ้ ่อยที่สุดในการผลิตเพนิซิลลิน ชนิดที่อยู่ ภายในสกุลPenicillium ของตระกูล Aspergilliaceae มีลกัษณะโดยเป็นเช้ือราใยกบั septate hyphae P. chrysogenum จะเติบโตข้ึนอย่างรวดเร็วในห้องแลป มีลักษณะที่อ่อนนุ่มเพื่อฝ้ายและมีเขียวสีฟ้า 3.ไลเปซที่ได้จากPenicillium chrysogenum Penicillium chrysogenum ผลิตไลเปสที่มีลกัษณะไม่ชอบน้า แสดงให้เห็นว่าการแยกไลเปส (และ เอ็นไซม์อื่นๆ) ออกจากของเสียจากโรงงานอุตสาหกรรมต้องน ามาพิจารณาอาจอนุญาตให้ใชน้ ้า มนัดิบที่มี อยู่อย่างเหมาะสม โดยมีประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมและ/หรือสิ่งแวดล้อม ไลเปสที่ผลิตจากPenicillium chrysogenum ถูกนา ไปใชใ้นการไฮโดรไลซ์น้า มนัครัวเรือนที่ใช้ แล้ว เพื่อจัดหาผลิตภัณฑ์ได้เป็นกรดไขมัน C-18 22% เพื่อให้ได้ไลเปสสามารถใช้งานได้ในอุตสาหกรรม ต่างๆ เช่น ส าหรับอุตสาหกรรมเช้ือเพลิงชีวภาพ สบู่และผงซักฟอกแล้วเป็นแนวทางปัจจุบันที่เป็นมิตรกับ สิ่งแวดลอ้มรวมถึงสร้างผลกา ไรภายใตห้ลกัการเคมีสีเขียว 4.งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ปิ โยรส ทิพย์มงคล และ ณัฐพงศ์ ตันติวิวัฒนพันธ์(2563)วิศวะสิ่งแวดลอ้ม คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและ สถาบันวิจัยสภาวะแวดล้อม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีการน าเสนอการ จดัการและการแปรรูป น้า มนั ใชแ้ลว้ ในภาคครัวเรือน เพื่อแก้ไขปัญหามลพิษที่เกิดจากการทิ้งน้า มนั ที่ใช้ แล้วในภาคครัวเรือนอย่างไม่ถูกวิธีส าหรับการเทน้า มนั ใชแ้ลว้ลงท่อระบายน้า หรือไม่มีการติดต้งับ่อ/ถงัดกั ไขมนัจะทา ให้เกิดการอุดตนัตามท่อระบายน้า ปัจจบุนัท่อระบายน้า ส่วนใหญ่จะทา มาจากท่อพลาสติกพีวีซี (PVC plastic) ซ่ึงมีคุณสมบตัิในการดูดซับน้า มนั ใชแ้ลว้เป็นอย่างดีนอกจากจะทา ให้ท่ออุดตนัและเหม็นเน่า จากการหมกัในสภาวะไร้อากาศภายในท่อน้ าแลว้น้า มนั ใชแ้ลว้ยงัส่งผลเสียต่อระบบการบา บดัน้า เสีย โดยเฉพาะในระบบการบา บดัน้า เสียดว้ยระบบชีวภาพ (Biological wastewater treatment) ท าให้เกิดการลอย ของตะกอนเช้ือและน้า มนั ใชแ้ลว้ยงัจะไปเคลือบบนพ้ืนผิวของจุลินทรียท์า ให้ไม่สามารถแลกเปลี่ยน สารอาหาร น้า และออกซิเจนได้ดงัน้นั ในงานวิจยัน้ีจึงคน้หาแนวทางการใชป้ระโยชน์จากน้า มนัเหล่าน้นั
5 โดยการแปรรูปน้า มนัที่ใชแ้ล้วอย่างถูกวิธี Sunil Kumar & Sangeeta Negi (2015)จัดท าโครงงานการแปรรูปน้า มนัที่ใชแ้ลว้ทิ้งให้เป็นกรด ไขมัน C-18 โดยใช้ไลเปสชนิดใหม่ที่ผลิตโดย Penicillium chrysogenum ผ่านกระบวนการหมักแบบสถานะ ของแข็ง เพื่อสร้างทางเลือกใหม่ในการแปรรูปน้า มนัที่ใชแ้ลว้แทนที่จะทิ้งโดยอยู่ภายใตก้ระบวนการต่างๆ ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดลอ้ม จุดมุ่งหมายหลกัคือการแสดงให้เห็นส่วนประกอบที่มีอยู่ในน้า มนั ปรุงอาหารที่ใช้ แล้วและเพื่อพัฒนากระบวนการที่ประหยัดส าหรับการผลิตกรดไขมันจากเศษวัตถุดิบที่มีต้นทุนต ่า น้า มนัที่ ใชแ้ลว้เป็นของเสียมีลกัษณะเฉพาะโดยการเกิดไฮโดรคาร์บอนที่มีน้า หนกัโมเลกุลสูงและอนุพนัธ์ของพอลิ เมอร์ของเอสเทอร์ถูกตรวจพบว่าเป็นสารปนเป้ือนจากความร้อนและออกซิเดชนัที่ส่งผลเสียต่อคุณภาพของ น้า มนั ปรุงอาหาร โดยพ้ืนฐานแลว้น้า มนัที่ใชแ้ลว้ทิ้งประกอบดว้ยพนธะเอสเทอร์ของกรดไขมันสายยาว ั ไล เปสนอกเซลล์ที่ผลิตจากP. chrysogenum ถูกส ารวจส าหรับการไฮโดรไลซิสของน้า มนัที่ใชแ้ลว้ทิ้ง Rachel Adams (2016) post-doctoral fellow in the Department of Plant & Microbial Biology at the University of California at Berkeley น าเสนอเกี่ยวกับ P. chrysogenum ความจริงแล้วเพนนิซิลเลียมเป็น เพียงหน่ึงในเช้ือราหลายชนิดที่พบไดท้วั่ ไปในอากาศแมว้่างานตามปกติแล้วจะน าเสนอว่าเป็นสิ่งที่พบได้ บ่อยที่สุด P. chrysogenum และ Penicillium อื่นๆ เจริญเติบโตได้ดีในพ้ืนที่ทวั่ ไป ซ่ึงเป็นวิธีด้งัเดิมในการ ติดตามว่าสปอร์ของเช้ือราชนิดใดมีอยู่แต่มองไม่เห็น เพียงพอจะงอกไดง้่ายและเมื่อเริ่มเติบโต ก็จะ เจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว
6 บทที่ 3 อุปกรณ์และวิธีการทดลอง 1.วัสดุและอุปกรณ์ 1. จานอาหารเล้ียงเช้ือ(perridish or plate) 2. ปากคีบ (forcep) 3.เข็มเขี่ยเช้ือ(needle) 4.ชุดทดสอบสารโพลาร์ในน้า มนัทอดซ้า 5.ตู้เย็น (refrigerater) 6.ตูเ้พาะเช้ือ(incubator) 7.ส้ม 8.น้า มนัครัวเรือนที่ใชแ้ลว้ (waste cooking oil) อาหารเล้ียงเช้ือ Potato Dextrose agar (PDA) 2.วิธีการทดลอง การทดลองที่ 1การส ารวจ P. chrysogenum จากผลส้ม 1.1 เก็บรวบรวมตัวอย่างส้มจากแหล่งธรรมชาติหรือ ซ้ือตามแหล่งซ้ือขาย เพื่อใช้เป็นตัวอย่างใน การหาเช้ือราPenicillium chrysogenum 1.2 น าส้มมาเก็บไว้ในอุณหภูมิ27 องศา นาน 14 วัน เพื่อรอให้ส้มเน่า เมื่อส้มเน่าจะท าให้เกิดราข้ึน ราที่ข้ึนในส้มจะเป็นเช้ือราที่เราต้องการน ามาศึกษา เสร็จแลว้เก็บตวัอย่างเช้ือราเพื่อนา ไปเพาะเล้ียง การทดลองที่ 2 การเก็บตวัอย่างน้า มนัครัวเรือนที่ใชแ้ลว้ เก็บรวบรวมตวัอย่างน้า มนัครัวเรือนที่ใช้แล้วตาม ร้านอาหาร บ้านเรือน น้า มนัจากการลา้งภาชนะ ตวัอย่างน้า มนัที่เก็บมาจะตอ้งผ่านกระบวนการให้ความร้อนจากการท าอาหาร เช่น การทอด (deep fry) การทดลองที่ 3 การเพาะเล้ียงเช้ือราPenicillium chrysogenum ใช้เข็มเขี่ย หยิบชิ้นส้มที่มีเช้ือราแยกออกมาแยกตวัเช้ือราออกจากเน้ือส้มอายุ 14 วัน น าไปวางบน อาหาร PDA โดยวางในแนวเส้นผ่านศูนย์กลางของจานให้ห่างจากขอบ จานเข้ามา 2 เซนติเมตรและบ่มเช้ือ ที่ 25องศาเซลเซียส เป็นเวลา 4 วัน ท าการทดสอบซ้า จ านวน 3 คร้ัง
7 การทดลองที่ 4 การทดสอบน้า มนัโดยใชชุ้ดทดสอบสารโพลาร์ในน้า มนัครัวเรือนที่ใช้แล้ว 1.น าไลเปซที่ได้มาจากการเพาะเล้ียงP. chrysogenum ใส่ในหลอดทดลอง ผสมกบัตวัอย่างน้า มนั ในปริมาณ ¼ ปิ ดใหลอดแล้วเขย่าให้เข้ากัน 2.เทน้า ยาPolar 1ลงใน ขวดน้า ยาPolar 2ให้หมด 3.หยดน้า ยาจากขวด Polar 2จ านวน 4 หยดลงในหลอดทดสอบ 4.เติมตวัอย่างน้า มนั 3 หยดลงในหลอดทดสอบ ปิ ดฝาหลอดเขย่า 30คร้ัง 5.แปลผลทดสอบทันที
เอกสารอ้างอิง ปิ โยรส ทิพย์มงคล และ ณัฐพงศ์ ตันติวิวัฒนพันธ์. (2563). น ้ามันที่ใช้แล้วในครัวเรือน. สืบค้นเมื่อ 20 กรกฎาคม 2565, จาก http://www.ej.eric.chula.ac.th/content/6136/292 ไม่ปรากฏชื่อผู้เขียน. (2013). Purification and properties of a lipase fromPenicillium chrysogenum. สืบค้นเมื่อ 20 กรกฎาคม 2565, จาก https://d1wqtxts1xzle7.cloudfront.net/45058647/Purification_and_properties_of_a_lipase_2016 0425-10516-vfeprk-with-cover-pagev2.pdf?Expires=1663409513&Signature=HQLnN~sKdAmk26JfCJrnodNrHbriUbvC0svj9S7ys mWnqO8xyzMWtN3DCHjyNb5pMOBk8elR3glnpXPsmDAz1MzrvOSUkt5V8q5rZRfsmqOd Dy0O5Dd4RM2Z1TQ8H3yIwqQr3xKEG5Wr8p4Pq6QyIL7v89l8OF3q~da4vDJQeRVuh~iYjQyMRiZ77LqluByUfLDGSQmwivaioCLghSlQMWak6qr TrN~9qmJNDmJbYH4auTd5Blkfq~L83FAmxnU~eVu1uD3fcalFET3GnondyTt488GklARIY wgsltHSuh50gvGqVlNQigxv1SMYjLgMM9PoEMXixFJXPelOurZA__&Key-PairId=APKAJLOHF5GGSLRBV4 Rachel Adams. (2016). Penicillium chrysogenum. สืบค้นเมื่อ 20 กรกฎาคม 2565, จาก https://robdunnlab.com/projects/invisible-life/penicillium-chrysogenum/ Sunil Kumar & Sangeeta Negi. (2015). Transformation of waste cooking oil into C-18 fatty acids using a novel lipase produced by Penicillium chrysogenumthrough solid state fermentation. สืบค้นเมื่อ 20 กรกฎาคม 2565, จาก https://link.springer.com/article/10.1007/s13205-014-0268-z