The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รายงานเรื่อง เศรษฐกิจของคนในหมู่บ้านแม่กำปอง (2)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Yanisa Yaroteak, 2022-10-06 04:19:35

รายงานเรื่อง เศรษฐกิจของคนในหมู่บ้านแม่กำปอง (2)

รายงานเรื่อง เศรษฐกิจของคนในหมู่บ้านแม่กำปอง (2)

เศรษฐกิจ

ใในนหหมมูู่่บบ้้าานนแแมม่่กกำำปปอองง

Economy in Mae Kampong Village



คำนำ

รายงานเล่มนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของวิชาประวัติศาสตร์ไทยชั้นมัธยมศึกษาปีที่5/2
โรงเรียนสันกำแพง เพื่อให้ได้ศึกษาหาความรู้ในเรื่อง“เศรษฐกิจของคนในหมู่บ้านแม่กำปอง”
เพื่อสอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบันและได้เห็นมุมมองความคิดเห็นของคนถายในหมู่บ้าน
แม่กำปองเพื่อทำให้ผู้ที่อ่านได้เกิดความรู้ ความเข้าใจอย่างท่องแท้และเพื่อเป็นประโยชน์
ต่อการเรียน

ผู้จัดทำหวังว่ารายงานเล่มนี้จะเป็นประโยชน์กับผู้อ่านหรือนักเรียน นักศึกษา
ที่กำลังหาข้อมูลเรื่องนี้อยู่หากมีข้อแนะนำหรือข้อผิดพลาดประการใดผู้จัดทำขอน้อมรับไว้และ
ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย

คณะผู้จัดทำ
นายสรชัช มณีเกี๋ยง เลขที่ 2
นางสาวสกุลกาญจน์ สุดใจ เลขที่ 24
นางสาวญานิศา ยารสเอก เลขที่ 29
นางสาวกนกวรรณ แดงคำ เลขที่ 35
นางสาวจุฬารักษ์ ต๊ะปัญญา เลขที่ 36

สารบัญ ข

เรื่อง หน้า
คำนำ ก
สารบัญ ข
ประวัติศาสตร์ความเป็นมาของหมู่บ้านแม่กำปอง 1
2
ความเป็นมาของหมู่บ้านแม่กำปอง 3
เศรษฐกิจของแม่กำปองในสมัยก่อน 4
5
ช่วงเศรษฐกิจในสมัยก่อน 6
เศรษฐกิจของแม่กำปองในสมัยนี้ 7
8
ช่วงเศรษฐกิจในสมัยนี้ 9
ความแตกต่างของการเปลี่ยนแปลงสภาพเศรษฐกิจ 10
11
การเปลี่ยนแปลงสภาพเศรษฐกิจ 12
การประกอบอาชีพของชาวแม่กำปอง 13
14
อาชีพเกี่ยวกับการท่องเที่ยวหรือการเปิดโฮมสเตย์ต้อนรับนักท่องเที่ยว 15
แผนที่ชุมชน 16 - 21
พืชผลทางการเกษตรส่วนใหญ่ของชุมชนบ้านแม่กำปอง 22
อาชีพเกี่ยวกับการการค้าขาย สินค้า อาหาร
ป้ายแบ่งเขตหมูบ้าน / สภาพบ้านเรือน
มุมมองของคนในท้องถิ่น
บทสัมภาษณ์ สอบถาม
บรรณานุกรม

1

ประวัติศาสตร์ความเป็นมา

หมู่บ้านแม่กำปอง

2

ความเป็นมาหมู่บ้านแม่กำปอง

หมู่บ้านแม่กำปองมีชื่อเสียงในเรื่องของกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์แบบ Homestay หมู่บ้านเล็ก ๆ แห่งนี้
ตั้งอยู่ห่างจากตัวอำเภอแม่ออน 20 กิโลเมตร และห่างจากตัวจังหวัดเชียงใหม่ประมาณ 58 กิโลเมตร ตาม
ประวัติศาสตร์ของการอพยพมาตั้งชุมชนบ้านแม่กำปองนั้นมีอายุเก่าแก่ร่วม 200 ปี โดยชื่อของหมู่บ้านมีที่มาจาก
ดอกไม้ชนิดหนึ่งที่เกิดขึ้นในหมู่บ้านเป็นจำนวนมาก คือ “ดอกกำปอง” บวกกับในบริเวณที่ตั้งชุมชนมีแม่น้ำไหลผ่าน
จึงมีคำว่าแม่อยู่ด้านหน้าตามสภาพแวดล้อมทางภูมิศาสตร์ กลายมาเป็นชื่อชุมชนว่า บ้านแม่กำปอง

ตามประวัติระบุว่าผู้ที่เข้ามาอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านแม่กำปองในช่วงแรกของการตั้งชุมชนคือ พ่ออุ้ย กิ้งแก้ว
ซึ่งเป็นชาวบ้านจากบ้านดอกแดง อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ เดิมทีอพยพมาที่บ้านปางโตน
จากนั้นจึงย้ายถิ่นฐานกันมาจนเป็นชุมชนใหญ่ในปัจจุบันชาวบ้านที่อยู่โดยมากเป็นชาวล้านสาเหตุที่อพยพมาในอดีต
ก็เพื่อต้องการมาทำสวนเมี่ยง หรือ สวนชาในสมัยก่อนชาวล้านนานิยมบริโภคเมี่ยงกันจนกลายเป็นวัฒนธรรม

ในช่วงปี พ.ศ.2519 มีเหตุการณ์นักศึกษาแถบภาคเหนือหนีเข้าป่าและได้มาทำแคมป์หลบซ่อนอยู่ในพื้นที่
(คอมมิวนิสต์)แม่กำปองจึงกลายเป็นหมู่บ้านพื้นที่สีชมพูในช่วงปี พ.ศ.2521ชาวบ้านก็อยู่กันอย่างปกติไม่ได้
มีการเข้าร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์และในปีพ.ศ. 2524 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9เสด็จประภาส
หมู่บ้านแม่กำปอง ทรงประทานโครงการหลวงตีนตก ส่งเสริมอาชีพทางการเกษตรให้ชาวบ้าน ส่งเสริมการปลูก
กาแฟ
ปลูกผลไม้เมืองหนาวส่งเสริมการสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำให้ชุมชน ชาวบ้านจึงได้มีไฟฟ้าใช้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2526 เป็นต้น
มา ชาวบ้านนับถือศาสนาพุทธเป็นหลัก มีโรงเรียนวัดแม่กำปอง ก่อตั้งปี พ.ศ. 2490

หมู่บ้านแม่กำปองมีวัดประจำหมู่บ้านคือ “วัดคันธาพฤกษา” เดิมนั้นเป็นอาสรมตั้งอยู่เชิงเขาไกลจากหมู่บ้าน
ราว 300 เมตรสร้างเมื่อ พ.ศ.2473ต่อมาได้ย้ายมาตั้งอยู่ใจกลางของหมู่บ้านโดยชาวบ้านได้นำเอาฉายา“คันธา
พฤกษา” ของครูบาอินสม “คนธุธโส” ซึ่งเป็นผู้ริเริ่มสร้างอาสรมขึ้นในที่ดินของพี่สาวท่านท่ามกลางป่ามาตั้งเป็นชื่อ
วัด
บ้างก็เรียกชื่อตามหมู่บ้านว่าวัดแม่กำปองมาจนถึงทุกวันนี้

การมาท่องเที่ยวที่หมู่บ้านแม่กำปองสามารถมาได้ทั้งแบบวันเดียวหรือมาพักที่โฮมสเตย์ในหมู่บ้านซึ่ง
ภายในหมู่บ้านนั้นก็มีที่พักให้เลือกหลายแห่ง รวมถึงร้านค้า ร้านกาแฟบรรยากาศดี ๆ ท่ามกลางบรรยากาศที่
แวดล้อมไปด้วยธรรมชาติที่สวยงามกับบรรยากาศเนิบช้าอันเป็นเสน่ห์ของหมู่บ้านเล็ก ๆ แห่งนี้

3

เศรษฐกิจของแม่กำปอง
ในสมัยก่อน

4

ช่วงเศรษฐกิจในสมัยก่อน

สมัยก่อนชาวบ้านที่นี่ ต้องเดินเท้าใช้ม้าใช้วัว แต่พอถึงปี พ.ศ. 2517 ก็มีถนนแต่เป็นถนนดินลูกรังไม่ได้ดีอะไรมาก
เดินทางก็ยังลำบากอยู่” เมื่อก่อนชาวบ้านแม่กำปองประกอบอาชีพทำสวนเมี่ยงเก็บเมี่ยงตามป่าเพราะเป็นป่าเป็นเขา
ทำให้ไม่สามารถทำนาได้ดังนั้นคนที่แม่กำปองทำอาชีพเก็บเมี่ยงกันเป็นหลัก

พ่อหลวงธีรเมศร์ ได้เข้ามาเป็นผู้ใหญ่บ้านในปี พ.ศ. 2539 ตอนนั้นหมู่บ้านแม่กำปองไม่ได้เป็นที่รู้จักในการท่อง
เที่ยวแต่อย่างใด จึงตั้งใจพัฒนาให้การกินอยู่ดีขึ้น เป้าหมายที่สำคัญคือการพัฒนาชุมชน ด้วยสายตาที่เล็งเห็น
ศักยภาพของหมู่บ้านแห่งนี้ จึงนำเอาการท่องเที่ยวเข้ามาพัฒนาหมู่บ้านคือการทำโฮมสเตย์ขึ้น โดยที่นักท่องเที่ยว
สามารถไปอาศัยอยู่กับชาวบ้าน ร่วมกินอยู่ และแลกเปลี่ยนเรียนรู้วัฒนธรรมซึ่งกันและกัน ทำให้ปัจจุบันแม่กำปอง
เป็นการท่องเที่ยวโดยชุมชนแห่งแรกในประเทศไทย เป็นการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และวิถีชุมชน

หากถามถึงจุดเด่นของหมู่บ้านที่เป็นรากฐานสำคัญในการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ พ่อหลวงยกสรุปว่า มี 3 ปัจจัยหลัก
ปัจจัยที่ 1 คือ ดิน น้ำ ป่า อากาศอุดมสมบูรณ์มีน้ำใช้ตลอดทั้งปี ปัจจัยที่ 2 มีวิถีชีวิตชุมชนที่แตกต่างจากชุมชนอื่น
คือที่นี่เป็นคนพื้นเมืองแต่อาศัยอยู่บนเขา และปัจจัยที่ 3 มีวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์อย่างวัฒนธรรมล้านนา

5

เศรษฐกิจของแม่กำปอง
ในสมัยนี้

6

ช่วงเศรษฐกิจในสมัยนี้

ปัจจุบันหมู่บ้านแม่กำปองเริ่มพัฒนาการท่องเที่ยวมากขึ้นโดยความพยายามของผู้นำชุมชนและชาวบ้านที่เล็ง
เห็นว่าการท่องเที่ยวจะเป็นเครื่องมือในการยกระดับคุณภาพชีวิตของมนุษย์ตลอดระยะเวลาในการจัดการท่อง
เที่ยว
ของหมู่บ้านแม่กำปองปรากฏว่าการท่องเที่ยวของหมู่บ้านแม่กำปองโด่งดังอย่างมากโดยการเผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อ
ออนไลน์จำนวนมากจึงทำให้หมู่บ้านแม่กำปองกลายเป็นจุดหมายปลายทางของนั่งท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัส
บรรยากาศธรรมชาติและมีการเที่ยวชมวิถีชีวิตในชุมชน เช่น การทำเมี่ยง ทำสมุนไพร ทำกาแฟ ทำหมอนใบชา
การจักสาน เดินป่าชมธรรมชาติ หรือจะไปนั่งจิบชากาแฟเอาบรรยากาศสบายๆได้ และมีจุดชมวิวบนยอดดอย

มีน้ำตกเป็นจุดที่น่าสนใจที่ทำให้นักท่องเที่ยวอยากมาดูมาเห็นธรรมชาติด้วยตัวเองนอกจากนี้ยังมีบ้านพักโฮม
สเตย์เป็นสถานที่พักผ่อนสูดกลิ่นอายธรรมได้อย่างเต็มที่ พร้อมกับบรรยากาศเย็นสบายไม่ค่อยหนาวมากถ้ามาช่่วง
ฤดูร้อน แต่ถ้ามาในช่วงฤดูหนาวก็จะหนาวมากผิงไฟเอาฟิวบรรยากาศได้ ส่วนการค้าขายปัจจุบันก็ดีขึ้นไปตามยุค
สมัย

มีการค้าขายสิ้นค้าประจำถิ่นและมีอาหารพื้นเมืองขายให้นักท่องเที่ยวลองชิมช่วยการค้าขายก็คือคนในชุมชน
หมู่บ้านแม่กำปองเป็นคนขาย ทำให้คนในหมู่บ้านมีรายได้เข้าหาครอบครัวมีเงินหมุนเวียนในชุมชน ส่วนโฮมสเตย์
ก็คนในหมู่บ้านเป็นคนเปิดให้บริการ

7

ความแตกต่างของการ

เปลี่ยนแปลงสภาพเศรษฐกิจ

8

การเปลี่ยนแปลงสภาพเศรษฐกิจ

สภาพเศรษฐกิจของชุมชนบ้านแม่กำปองในอดีตและปัจจุบันมีการเปลี่ยนเเปลงไปเป็นอย่างมากเนื่องจากในอดีต
ก่อนที่ชุมชนหมู่บ้านแม่กำปองจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาผู้คนจะมีอาชีพการเก็บของป่า การเก็บกาแฟสด การเก็บใบชา
รวมถึงการนำของสดมาแปรรูปเล็กน้อยเพื่อให้อยู่ได้นานขึ้นรวมถึงการนำไปค้าขายเป็นหลักชาวบ้านมีการช่วยเหลือ
ซึ่งกันและกันเพราะผู้คนในหมู่บ้านมีจำนวนไม่มากนักหลังจากเริ่มมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมชมในชุมชนชาวบ้านเริ่ม
มีการสร้างรายได้ด้วยการให้บริการแก่นักท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นการนวดแผนไทย การนวดสมุนไพร การอบไอน้ำ
การย่างแคร่ การเดินป่า ทำให้ผู้คนเริ่มสนใจหมู่บ้านมายิ่งขึ้นแต่สภาพเศรษฐกิจในอดีตผู้คนก็ยังมีอาชีพการเก็บของ
ป่าและค้าขายเป็นหลัก มากกว่าการให้บริการ

แต่ในปัจจุบันหลังจากที่เริ่มมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมชมหมู่บ้านแม่กำปองมากขึ้นผู้คนในหมู่บ้านเริ่มมีการทำ
บ้านพักแบบโฮมสเตย์ ( เป็นการพักรวมกับเจ้าของบ้าน ) เป็นจำนวนมากชาวบ้านเริ่มมีการสร้างร้านอาหารเพื่อตอบ
สนองความต้องการให้กับลูกค้า การให้บริการเช่นการนวดแผนไทย นวดสมุนไพร อบไอน้ำ การย่างแคร่ การเดินป่า
เริ่มลดลงจนไม่เห็นในปัจจุบัน เพราะผู้คนในหมู่บ้านมีการหันมาลงทุนในการทำบ้านพักแบบปลูกบ้านขึ้นมาใหม่
เพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืนกว่าการให้บริการแบบต่าง ๆ เริ่มมีนักลงทุนมาซื้อที่ดินเพื่อมาอยู่อาศัยและ
รวมไปถึงการสร้างร้านอาหาร ร้านกาแฟ บ้านพัก สถานที่ท่องเที่ยวแบบธรรมชาติต่าง ๆ เพื่อสร้างกำไรให้กับตนเอง

9

การประกอบอาชีพของ
ชาวแม่กำปอง

10

ที่พักแม่กำปอง

อาชีพเกี่ยวกับการท่องเที่ยวหรือการเปิดโฮมสเตย์ต้อนรับนักท่องเที่ยว

แม่กำปองใน 8-12 ปี ก่อนมีการทำโฮมสเตย์เป็นรูปแบบที่พักประเภทหนึ่งของการท่องเที่ยวแบบชนบท
และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศบ้านพักที่อยู่ในชุมชนชนบทที่มีชาวบ้านเป็นเจ้าของบ้านและสมาชิกในครัว
เรือนซึ่งอาศัยอยู่ประจำ และบ้านนั้นเป็นสมาชิกในรูปแบบของกลุ่ม ชมรม หรือว่าสหกรณ์ที่ร่วมจัดกัน
เป็นโฮมสเตย์ในชุมชน โดยนักท่องเที่ยวสามารถเข้าพักร่วมกับเจ้าของบ้าน แลพผู้เป็นเจ้าของบ้านเองก็มี
ความยินดีในการบริการ รับรองเรื่องห้องพัก อาหาร ให้กับนักท่องเที่ยว และเต็มใจ ที่จะรับนักท่องเที่ยว
พร้อมทั้งถ่ายทอดประเพณีวัฒนธรรมอันดีงามของท้องถิ่นแก่นักท่องเที่ยวและพานักท่องเที่ยวเที่ยวชม
แหล่งท่องเที่ยวและทำกิจกรรมต่าง ๆ

แต่ในปัจจุบันหมู่บ้านแม่กำปองมีการทำที่พักแบบบ้านพักมากขึ้นและทำที่พักแบบโฮมสเตย์ที่มีอยู่นั้น
น้อยลงบ้านพักในที่นี้หมายถึงการสร้างบ้านหลังใหม่ขึ้นมาเพื่อให้นักท่องเที่ยวเข้ามาพักผ่อนเหมือนเป็น
บ้านของตัวเองโดยไม่ยุ่งกับบ้านพักของเจ้าของบ้านไม่มีการพักร่วมกับเจ้าของบ้านทั้งนี้เพื่อให้ความเป็น
ส่วนตัวให้กับนักท่องเที่ยวที่ที่มาพักผ่อนมากกว่าสมัยก่อน

11

แผนที่ชุมชนแม่กำปอง
แผนที่เดินดินบ้านแม่กำปอง

พืชผลทางการเกษตรส่วนใหญ่ของชุมชนบ้านแม่กำปอง 12

พืชผลทางการเกษตรส่วนใหญ่ของชุมชนบ้านแม่กำปอง คือกาแฟและใบชา กาแฟที่คนนำมาปลูกเป็นกาแฟ
พันธุ์อาราบิก้า (Arabica coffee) นิยมปลูกมากใน “ภาคเหนือ” เพราะกาแฟพันธุ์นี้จะชอบอากาศเย็นและ
โตได้ดีในที่สูงกว่าระดับน้ำทะเล 1,000 เมตรขึ้นไป ส่วนมากจึงปลูกในแถบภาคเหนือตามดอยต่าง ๆ
เช่น จังหวัดเชียงใหม่ , เชียงราย , แม่ฮ่องสอน , ตาก และน่าน ชาวบ้านมักจะเก็บเมล็ดกาแฟสด แล้วนำมา
ผ่านการแปรรูปให้กลายเป็นเมล็ดกาแฟแบบแห้งส่งออกไปขายในตัวเมืองจังหวัดเชียงใหม่หรือส่งให้ลูกค้า
ที่ต้องการกาแฟจากหมู่บ้านแม่กำปอง

ใบชา ( ใบเมี่ยง )
ต้นเมี่ยงคือต้นชาพันธุ์อัสสัมมีใบที่มีขนาดใหญ่กว่าใบชาหลายๆสายพันธุ์ชาวบ้านมักจะนำใบชามาทำเป็นเมี่ยง
เพื่อเก็บรักษา,ค้าขายและรับประทาน การทำเมี่ยงจะเลือกเก็บใบที่มีความสม่ำเสมอไม่เก็บยอดอ่อนเหมือน
การทำชา เก็บใบที่ไม่อ่อนมาก เมื่อเก็บได้เต็มกำมือจะใช้ตอกมัดรวมไว้เรียกว่า 1 กำ นำเมี่ยงที่เก็บได้มานึ่ง
ในไหเมี่ยงทำจากไม้มะเดื่อหรือไม้เนื้อแข็ง นึ่งให้สุก ใบจะเป็นสีเหลือง นำมาวางเรียง บนเสื่อผิวไม้ไผ่
พอเย็นนำไปเรียงในเข่ง กันไม่ให้อากาศเข้าประมาณ 2–3 วันแล้วนำไปหมักต่ออีก 1–3 เดือน
เมี่ยงจะมีรสเปรี้ยว จากนั้นนำใบเมี่ยงหมักมาจัดเรียงและคัดก้านแข็งออก จัดเรียงลงก๋วยเมี่ยง ในบางท้องที่นำ
ใบเมี่ยงที่นึ่งสุกแล้วนำไปหมักไว้ 2–3 คืน จากนั้นใส่โอ่งดองไว้ 15–30 วัน การดองในโอ่ง จะวางใบเมี่ยง
เป็นชั้น ๆ ใส่เกลือ ราดน้ำ กดใบเมี่ยงลง แล้วเรียงชั้นต่อไปเรื่อย ๆ ให้เต็ม พอทิ้งไว้ 3–4 วัน จะยุบลงจึงใส่ใบ
เมียดลงไป เพื่อป้องกันไม่ให้อากาศเข้า มิฉะนั้นเมี่ยงจะมีกลิ่นเหม็น เมี่ยงที่ได้จากการดองนี้ เรียกว่าเมี่ยงส้ม
นิยมนำไปกินกับเกลือเม็ด ขิง มะขามเปียก กระเทียมดอง หรือกินกับไส้หวานที่ทำจาก มะพร้าวคั่ว น้ำตาล
ทราย เกลือ ถั่วลิสงคั่ว นอกจากนี้ ยังมีเมี่ยงรสฝาด เรียกเมี่ยงฝาด และเมี่ยงที่มีรสเปรี้ยวและฝาด เรียกเมี่ยง
ส้มฝาด

การเกษตร

13

อาชีพเกี่ยวกับการการค้าขาย สินค้า อาหาร

ในสมัยอดีต - มีการผลิตอาหารหรือผลไม้เพียงเพื่อการบริโภคภายในบ้านเรือน

และมีการแลกเปลี่ยนกันเล็กๆน้อยภายในบริเวณละแวกบ้าน

ในสมัยปัจจุบัน - เริ่มมีนักท่องเที่ยวเข้ามาภายในหมู่บ้านจึงทำให้เกิดการค้าขาย เช่น อาหารพื้นเมือง
อาหารของคนในท้องถิ่น เป็นต้น ซึ่งมีราคาไม่ค่อยแพงมากนัก
จากสถานการณ์โควิด - ทำให้เศรษฐกิจเริ่มชะลอตัวเนื่องจากเชื่อไวรัสโควิด -19 มีการแพร่กระจาย
ของเชื้อไวรัฐบาลจึงทำให้ประเทศถูกปิดตัวลงจึงทำให้ไม่มีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวมากนักทำให้
คนภายในหมู่บ้านจึงมีรายได้ลดลงได้รับผลกระทบ

14

ป้ายแบ่งเขตหมูบ้าน
สภาพบ้านเรือน

15

มุมมองของคน
ในท้องถิ่น

บทสัมภาษณ์ สอบถาม 16

ชื่อบุคคล : นายประดิษฐ์ ถมมา
อายุ : 60 ปี
บทพูดคุยสอบถาม
1.คิดว่าในอดีตสภาพความเป็นอยู่ด้านเศรษฐกิจของผู้คนใน

ชุมชนบ้านแม่กำปองเป็นอย่างไรบ้าง?
• 20 ปีย้อนหลัง
มีการท่องเที่ยว ส่งออกกาแฟเดือนละครั้ง ขายเมี่ยง ทำการ

เกษตร
• 40 ปีก่อนมีแต่ไม่ยังไม่มีกาแฟเฉลี่ย 10,000 มัด
ไม่มีการศึกษามีถึง ป.4 แล้วทำส่วนเมี่ยง
ถนนดินแดงไม่มีทางรถเดิน
ใช้รถต่างมาเชือกติดรถตลอด

2.ในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงสภาพความเป็นอยู่ด้าน

เศรษฐกิจของผู้คน
ในชุมชนบ้านแม่กำปองอย่างไรบ้าง?
• การปลูกเมี่ยงค้าขายเมี่ยงเริ่มหายไป
• ทำมาหากินง่ายขึ้น
• มีนักท่องเที่ยว
• ทำบ้านพัก รายได้เยอะ
• มีการขายของที่ระลึก สินค้า
• มีโอกาสในการขายมากกว่าเดิม
• มีสัญญาณเครือข่าย WiFi ที่ดีขึ้นพัฒนาไปจากเดิม
• เด็กๆได้เรียนหนังสือกันมากขึ้น
• เด็กๆบนหมู่บ้านมีการไปเรียนต่างที่ที่ไม่ใช่ภายในหมู่บ้าน

มากขึ้น
• ถนนเปลี่ยนเป็นถนนคอนกรีตราดยาง
• เดินทางได้สะดวกมากขึ้น
• โรงเรียนกลายเป็นศูนย์บริการประชาชน

17

บทสัมภาษณ์ สอบถาม

ชื่อบุคคล : นายอนันต์ ไทยกรณ์
อายุ : 68 ปี
บทพูดคุยสอบถาม
1.คิดว่าในอดีตสภาพความเป็นอยู่ด้านเศรษฐกิจของผู้คนในชุมชนบ้านแม่กำปองเป็นอย่างไรบ้าง?

ก่อนก็ดีพออยู่ได้ อยู่ด้วยตนเอง
ไม่ค่อยดี ได้แต่เอาเมี้ยงไปค้าขาย กาแฟเสริมเริ่มมีโฮมสเตย์เสริม
2.ในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงสภาพความเป็นอยู่ด้านเศรษฐกิจของผู้คนในชุมชนบ้านแม่กำปองอย่างไรบ้าง?
ตอนนี้ดีว่าแต่ก่อน บ้านพักเพิ่มมากขึ้น โฮมสเตย์ก็เหมือนเดิม ห้วยแก้ว สันกำแพง มหาวิทยาลัย

18

บทสัมภาษณ์ สอบถาม

ชื่อบุคคล : นางศรีพรรณ แสนการณ์
อายุ : 56 ปี
บทพูดคุยสอบถาม
1.คิดว่าในอดีตสภาพความเป็นอยู่ด้านเศรษฐกิจของผู้คนในชุมชนบ้านแม่กำปองเป็นอย่างไรบ้าง?

ไม่ค่อยดี การหากินอาหารลำบาก สมัยอดีตตอนที่ยังไม่มีการท่องเที่ยวมักจะเก็บของป่ากัน รวมถึง
อาชีพก็จะเก็บเมี่ยงซึ่งราคาถูกมาก
2.ในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงสภาพความเป็นอยู่ด้านเศรษฐกิจของผู้คนในชุมชนบ้านแม่กำปอง
อย่างไรบ้าง?
ในสมัยนี้พอมีการท่องเที่ยวเเละนักท่องเที่ยวแล้วเศรษฐกิจดีขึ้นเเต่ในช่วงโรคโควิดระบาดไม่ค่อยมี
นักท่องเที่ยวรายได้เลยลดลงน้อยลงยังรวมถึงค่าใช้จ่ายการกักตัวไปด้วยเเละเริ่มมีนายทุนเข้ามาซื้อที่
ทำบ้านพักกันเยอะขึ้น

19

บทสัมภาษณ์ สอบถาม

ชื่อบุคคล : นางสาวจิราภรณ์ เสทธะยะ
อายุ : 45 ปี
1.คิดว่าในอดีตสภาพความเป็นอยู่ด้านเศรษฐกิจของผู้คนในชุมชนบ้านแม่กำปองเป็นอย่างไรบ้าง?

อยู่อย่างพอมีพอกิน พึ่งพาช่วยเหลือกัน
2.ในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงสภาพความเป็นอยู่ด้านเศรษฐกิจของผู้คนในชุมชนบ้าน
แม่กำปองอย่างไรบ้าง?

เมื่อมีนักท่องเที่ยวเข้ามา ทำให้มันร้านค้ามากขึ้นทำให้เกิดการแข่งขันกันภายในชุมชน
มีการเรียนรู้ภาษาที่สองจากนักท่องเที่ยว
เศรษฐกิจมีการพัฒา ถนนหนทาง สิ่งอำนวยความสะดวกเยอะ

บทสัมภาษณ์ สอบถาม 20

ชื่อบุคคล : นางสมศรี ไทรทอง
อายุ : 52 ปี
1.คิดว่าในอดีตสภาพความเป็นอยู่ด้านเศรษฐกิจของผู้คนในชุมชนบ้านแม่กำปองเป็นอย่างไรบ้าง?

สภาพชุมชนไม่เจริญผู้คนอยู่แบบปลูกพืชผักไม่มีอะไรเหมือนปัจจุบันไม่มีรายได้เกี่ยวกับการท่องเที่ยว
เพราะว่าไม่ได้ติดกับถนนไม่ได้ติดกับแหล่งน้ำไม่มีเงินในการลงทุน มีการค้าขายของป่า

2.ในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงสภาพความเป็นอยู่ด้านเศรษฐกิจของผู้คนในชุมชนบ้านแม่กำปอง
อย่างไรบ้าง?
-

21

บทสัมภาษณ์ สอบถาม

ชื่อบุคคล : นางกมลนิษฐ ขจรพัฒนพิรมณ์
อายุ : 70 ปี
1.คิดว่าในอดีตสภาพความเป็นอยู่ด้านเศรษฐกิจของผู้คนในชุมชนบ้านแม่กำปองเป็นอย่างไรบ้าง?

เมื่อในอดีตผู้คนส่วนมากเข้าป่าเพื่อเก็บของป่ากันเยอะการเป็นอยู่ในเเต่ละหลังก็จะทำกับข้าวกินกันใน
ครอบครัวใหญ่ เเต่ก่อนการไปเก็บใบเมี่ยงนั้น ได้อยู่ 3 บาท 5 บาท เพราะเป็นอาชีพหลักของคนในพื้นที่ ใน
ชุมชนมีป่ามีน้ำเเละสภาพอากาศเย็นสบาย

2.ในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงสภาพความเป็นอยู่ด้านเศรษฐกิจของผู้คนในชุมชนบ้านแม่กำปองอย่างไรบ้าง?
ในตอนนี้ก็พึ่งทำบ้านพักนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นวันธรรมดาคนไม่ค่อยเยอะเเต่ก็ไม่เท่าในช่วงของเทศกาลใน
ทุกๆปีก็จะเยอะตามเทศกาลซึ่งคุณย่าไม่คิดที่จะย้ายไปไหนเเล้วซึ่งในการที่จะลงไปซื้อที่มันเเพง ขนาด 1 ไร่
ยังเเพง ย่าเลยไม่ไปไหนละยอมขายของเป็นบ้านพักก็พอเพียงละ

บรรณานุกรม 22

เกียรติก้อง เทียมธรรม. (2561). แม่กำปอง : จาก “คน ป่า เมี่ยง” ถึงหมู่บ้านในนิทานที่มีชีวิต.
สืบค้นเมื่อ 24 กันยายน 2565,
จากhttps://suemuanchonnews.wordpress.com

เงินตรา บัวยิ้ม. (2559). แม่กำปอง.
สืบค้นเมื่อ 25 กันยายน 2565,
จากhttps://sites.google.com/a/sappha.ac.th/maekampong/prawati-khwam-pen-ma

วรพงศ์ ผูกภู่. (2563).บทสรุปสำหรับผู้บริหาร โครงการวิจัย การจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชนบนฐานแนวคิด

เศรษฐกิจพอเพียงภายใต้พลวัติของการเปลี่ยนแปลง ของบ้านแม่กำปอง.
สืบค้นเมื่อ 24 กันยายน 2565,
จากhttps://www.randdcreation.com

Webmaster. (2564). หมู่บ้านแม่กำปอง จังหวัดเชียงใหม่ ประเทศไทย.
สืบค้นเมื่อ 24 กันยายน 2565,
จากhttps://palanla.com/index.php?op=domesticLocation-detail&id=379

23


Click to View FlipBook Version