คำนำ
หนังสอื อิเล็กทรอนิกส์ (e-book) จัดทำขึน้ เพ่ือเปน็ สว่ นหนึ่งของการเรียนการสอนวิชา (Innovation
and Technology for Learning) นวตั กรรมและเทคโนโลยีเพอ่ื การเรียนรู้ รหัสวชิ า 100103 นักศึกษา
สาขาพลศึกษา ชัน้ ปีที่ 1 กลุ่ม P3 เพ่ือให้สามารถสรา้ งนวตั กรรมการศกึ ษา สื่อการสอนท่ีทนั สมยั ได้ โดยใน
หนงั สอื อเิ ลก็ ทรอนิกส์ (e-Book) จะนำเสนอเกย่ี วกบั ประวัติความเปน็ มา กฎกติกา ประเภท เทคนคิ และทักษะ
ต่าง ๆ ของกฬี าแบดมนิ ตัน
ผจู้ ดั ทำหวังเป็นอย่างย่งิ ว่าหนังสืออเิ ล็กทรอนิกส์ (e-Book) เลม่ นจ้ี ะเปน็ ประโยชนก์ บั ผอู้ า่ น หรือ
นักเรียน นกั ศึกษาที่กำลังหาข้อมลู เกย่ี วกับกฬี าแบดมนิ ตัน หากมขี ้อผิดพลาดประการใด ผู้จดั ทำขอน้อมรบั ไว้
และขออภัยมา ณ ทน่ี ้ีด้วย
ผจู้ ัดทำ
นายพศนิ ศรจันทร์แดง
และคณะ
สารบัญ
หนา้
ประวตั คิ วามเปน็ มาของกีฬาแบดมนิ ตัน…………………………………………………………………………………….……1-4
ประวตั ิแบดมนิ ตัน ในประเทศไทย…………………………………………………………………………………………….…..5-7
ประโยชนใ์ นการเลน่ กีฬาแบดมินตันและมารยาทในการเล่นกฬี าแบดมนิ ตนั ………………………………..….….8
กฎกตกิ าในการเลน่ กฬี าแบดมนิ ตัน………………………………………………………………………………………………..9-10
สนามและอุปกรณ์ของกีฬาแบดมินตนั …………………………………………………………………………………….…....11-13
ทกั ษะพ้นื ฐานของกีฬาแบดมินตนั …………………………………………………………………………………………………14-18
ผจู้ ดั ทำ……………………………………………………………………………………………………………………………..……….19
อ้างอิง……………………………………………………………………………………………………………………………..………..20
ประวัติความเปน็ มาของกีฬาแบดมินตนั
จอห์น ลอเรน บอลดว์ ิน ผู้รเิ ริม่ กีฬาแบดมนิ ตันขึน้ เป็นครั้งแรกโดยจดั การเล่นท่ี คฤหาสนแ์ บดมินตนั
(Badminton House) ในปราสาทของทา่ นดยุค แหง่ บิวฟอรด์ ในกลอสเตอร์ชาร์ ประเทศอังกฤษ บอลด์วินมีค
วามคิดริเร่มิ เมื่อใดไม่ปรากฏแน่ชัด แต่วา่ กนั ประมาณ 60 ปีกว่าของครสิ ตศ์ ตวรรษที่แล้ว
บอลด์วนิ เกดิ เมื่อ พ.ศ. 2352 ไดร้ ับการศึกษาในมหาวทิ ยาลยั อ๊อกซฟ์ อรด์ เขาสนใจกีฬาครกิ เกต และ
ละครมาก เขามีความชำนาญในกฬี าหลายชนิด และได้กอ่ ตั้งสโมสรในกรุงลอนดอน (London) หลายแห่งจน
ได้ช่อื ว่า “ราชาสโมสร” ได้มีนติ ยสารฉบับหนง่ึ ชอื่ “แวนติ ้ีแฟร์” ไดก้ ลา่ วว่า “เปน็ เวลากว่าคร่งึ ศตวรรษทเี ดยี ว
ทช่ี ื่อเสยี งของเขายงิ่ ใหญ่ในวงการสงั คม สโมสร ซ่ึงทุกคนเชื่อฟงั โดยความเคารพ และเขาเกง่ ไม่มใี ครเทา่ เทียม
ได้ ในการสร้างข้อบังคบั และเป็นผ้ชู ข้ี าดเกี่ยวกับปญั หาทั่วไป และกำลังอยรู่ ะหวา่ งปรับปรงุ ขอ้ มูลต่างๆจาก
ลักษณะดังกลา่ วน้ี เราจะคดิ ไม่ไดห้ รอื วา่ เขาเปน็ ผู้วางกฎข้อบงั คับ กฬี าแบดมนิ ตัน ขนึ้ เปน็ คร้ังแรกสดุ ถงึ แมว้ า่
จะไมป่ รากฏเปน็ ลายลกั ษณอ์ ักษรกต็ าม” แวนิตี้แฟร์ บอกใหท้ ราบว่า “เขาเปน็ สหายคนสำคัญของ ทา่ นดยุค
แหง่ บวิ ฟอรด์ ” ชีวิตในระยะหลังบอลดว์ นิ ได้ไปอาศยั อยู่ใกล้ๆกับวิหาร Tintern Abbey ห่างจากคฤหาสน์
แบดมนิ ตันไปทางตะวนั ตกประมาณ 32 กิโลเมตร เม่ืออยู่ที่นน่ั เขาไดร้ บั ขนานนามวา่ ท่านบดิ าแห่งทินเทิน
ขณะนนั้ เขาแกล่ งมาก ความชราก็ไม่ไดท้ ำใหเ้ ขาลดหย่อนงานอันเป็นทรี่ ักเลยแมแ้ ตน่ ้อย
กีฬาแบดมินตัน เริม่ ต้นในชว่ งครสิ ตศ์ ตวรรษที่ 7 ในประเทศจนี จากหลักฐานของภาพวาดเกา่ ๆ ซึง่
บ่งบอกว่ามีการใช้ขนไก่ มาทำเปน็ ลูกขนไก่ใช้ในการเลน่ โดยชาวจนี นำอีแปะทีม่ ีรู แลว้ ใช้ขนไกห่ ลายเส้นเสยี บ
ผา่ นรูอีแปะสองสาม อนั ให้อแี ปะ เป็นตวั ถ่วงนำ้ หนกั ใช้ เชือกมัด ตรงปลายเอาไวไ้ มใ่ หห้ ลดุ เวลาเลน่ จะตั้งวง
เลน่ กนั ตั้งแตส่ องคนข้นึ ไป หรือจะเลน่ พรอ้ มกนั 3-4 คน ใช้เทา้ เตะกนั ไปมาทำนองเดียวกันกบั ทีค่ นไทยเลน่
ตะกร้อล้อมวง
ครสิ ต์ศตวรรษท่ี 13 ปรากฏหลกั ฐานวา่ ชาวอนิ เดยี นแดงในทวีปอเมริกาใชข้ นไกห่ รือ ขนนก เสียบ
มดั ติดกับก้อนกลม ให้ปลายหางของขนไกช่ ไ้ี ปทางเดียวกนั เปน็ พู่กระจายออกด้านหลงั เวลาเลน่ ใชม้ ือจบั ก้อน
กลมแล้วปาไปยงั ผเู้ ลน่ อน่ื ๆ ใหช้ ่วยกันจับ ตลอดจนชว่ งทกี่ ล่าวมานี้ ยงั ไม่มีการใชแ้ รก็ เกตหรอื อุปกรณอ์ ื่น ๆ
ตีปะทะลูกขนไก่ แตใ่ ชม้ ือ หรอื อวัยวะอน่ื ๆ แทน จนกระทั่งในศตวรรษท่ี 14 ชาวญปี่ ุ่นไดม้ ีการใชข้ นไก่
อเมรกิ าตอนใตใ้ ชห้ ญา้ ฟางพันขมวดเข้าด้วยกันจนเปน็ ก้อนกลม แล้วใชข้ นไกห่ รือขนนกเสยี บผกู ตดิ กับหวั ไม้
แลว้ ใชไ้ ม้แป้นท่ีทำจากไม้กระดาน สลกั ดว้ ยลวดลายหรอื รปู ภาพหวดเจา้ ลกู ขนไก่ไปมา นับวา่ เป็นวิวัฒนาการ
ในรปู ลกั ษณ์ของการเล่นแบดมินตนั ที่ใกลเ้ คียงกับยคุ ปจั จบุ ันมากท่สี ุด โดยมีการใช้แรก็ เกตตีลกู ขนไกแ่ ทนการ
ใช้อวยั วะของร่างกาย
คริสต์ศตวรรษท่ี 14 ชาวญป่ี ่นุ ไดม้ ีการใชข้ นไก่ หรือขนนกเสยี บผกู ติดกับหัวไม้ และใช้ไมต้ ลี ูกขนไก่
นัน้ โดยไมท้ ใ่ี ชต้ ีทำมาจากไม้กระดาน ตีลกู ขนไกไ่ ปมานบั ว่าเป็นวิวฒั นาการในรูปลักษณ์ของการเล่น
แบดมินตนั ท่ีใกลเ้ คียงกับยุคปัจจุบันมากทีส่ ุด โดยมีการใช้แรก็ เกตตีลกู ขนไก่แทนการใช้อวัยวะของรา่ งกาย
ครสิ ต์ศตวรรษที่ 17 ตอนปลาย โดยเฉพาะใน ประเทศอังกฤษ จากภาพน้ำมันหลายภาพไดย้ นื ยันว่า
กฬี าแบดมินตนั เล่นกันอย่างแพร่หลายใน พระราชวงศ์ของราชสำนักตา่ งๆ ในทวปี ยโุ รป โดยอาจเรยี กชอื่ ต่าง
ๆ กัน อาทิ พระราชนิ ีครสิ ตนิ าแหง่ สวเี ดนทรงจำลองไม้แบดมินตนั มาจากแร็กเกตในกีฬาเทนนิส และใชข้ นไก่
หรอื ขนนกเสียบติดกบั หวั ไม้ก๊อก เจา้ ฟ้าชายเฟรดเดอริค มงกฎุ ราชกมุ ารแหง่ เดนมาร์ก ทรงแบดมินตันใน
ลักษณะเดียวกนั แต่ในตอนน้ันเรยี กแบดมนิ ตันว่า “แบตเทิลดอร์กับลกู ขนไก”่
สมัยศตวรรษท่ี 18 กษัตริยข์ องปรัสเซยี เฟรดเดอริคมหาราช และพระเจ้าหลานเธอเฟรดเดอรคิ วิ
ลเลียมท่ีสองไดท้ รงแบดมินตันอย่างสมำ่ เสมอ ซงึ่ เกมการเล่นมีลกั ษณะเดียวกนั
ประวัติแบดมนิ ตนั ที่มีหลกั ฐานอา้ งองิ
ประวตั ิของ กีฬาแบดมนิ ตัน มบี ันทกึ ไวท้ ี่สามารถอ้างอิงได้ ในปี พ.ศ. 2413 (ค.ศ. 1870) ท่ปี ระเทศ
องั กฤษ โดยมีเรื่องเล่าว่า นายทหารคนหนงึ่ ท่ีไปประจำการอย่ใู นเมืองปูนา ประเทศอินเดีย (Poona เป็นเมือง
เล็กๆ ห่างจากเมอื งบอมเปย์ประมาณ 50 ไมล์) ได้เหน็ กีฬาที่รวมการเล่นสองอยา่ งเข้าด้วยกนั คอื การเล่นปูนา
ของประเทศอนิ เดยี และการเลน่ ไมต้ กี บั ลูกขนไก่ (Battledore Shuttle Cock) ของยุโรป ในระยะแรกๆ การ
เลน่ จะเล่นกันเพยี งแต่ในหมู่นายทหารของกองทัพ และสมาชกิ ชนชั้นสงู ของอินเดยี จนกระทง่ั นายทหาร
อังกฤษท่ีไปประจำการอย่ทู ่เี มืองปูนา นำกลบั ไปเล่นในอังกฤษ ณ คฤหาสน์ แบดมนิ ตนั ของดยุคแห่งบิวฟอรด์
ท่ีกล๊อสเตอรเ์ ชอร์ ในปี พ.ศ. 2416 (ค.ศ. 1873) เกมกฬี าตีลูกขนไก่จึงถูกเรยี กว่า แบดมินตนั ตามชอ่ื ของ
สถานทนี่ ับต้ังแต่นัน้ มา
แบดมนิ ตนั กฬี าทไ่ี ด้รับความนยิ มอย่างแพร่หลาย
กีฬาแบดมนิ ตนั เรม่ิ แพรห่ ลายในประเทศแถบภาคพื้น ยโุ รป เพราะเป็นเกมท่ีคล้ายเทนนิส แตส่ ามารถ
เลน่ ได้ภายในตวั ตึก โดยไม่ตอ้ งกงั วลต่อลมหรือหมิ ะในฤดหู นาว ชาวยุโรปที่อพยพไปสู่ทวีปอเมริกา ได้นำกฬี า
แบดมนิ ตันไปเผยแพร่ รวมทั้งประเทศตา่ งๆ ในทวีปเอเชยี และออสเตรเลยี ท่ีอยู่ภายใต้อาณานคิ มของอังกฤษ
เนเธอรแ์ ลนด์ ต่างนำเกมแบดมนิ ตนั ไปเล่นยงั ประเทศของตนอย่างแพร่หลาย เกมกีฬาแบดมินตันจงึ กระจาย
ไปสสู่ ่วนตา่ งๆ ของโลก รวมทั้งประเทศไทยด้วย
การเล่นแบดมินตนั ในระยะแรกๆ มิได้มีกฎเกณฑ์ แตเ่ ป็นเพียงตโี ต้ลกู กนั ไปมาไม่ใหล้ ูกตกพ้นื เทา่ นั้น
เส้นแบง่ แดนก็ใช้ตาข่ายผูกโยงระหว่างต้นไม้สองตน้ ไม่ไดค้ ำนึงถึงเรื่องตำ่ สงู เล่นกันข้างละไมน่ ้อยกว่า 4 คน
สว่ นมาจะเล่นทมี ละ 6 ถึง 9 คน ผู้เลน่ แตง่ ตัวตามสบาย สุภาพสตรีสวมกระโปรงยาวท้ังชุด ใสห่ มวกตดิ ผา้ ลาย
ลูกไม้ สุภาพบรุ ุษแต่งสากลผกู โบว์ไทด์ เพราะกีฬาแบดมนิ ตันได้รับความนยิ มแพรห่ ลายออกไปตามบ้าน
ขา้ ราชการ พ่อค้า คหบดี และประชาชน
จนกระทงั่ ปี พ.ศ. 2436 (ค.ศ. 1893) ไดม้ ีการจัดต้ังสมาคมแบดมนิ ตันแหง่ ประเทศอังกฤษขน้ึ ซึง่
นับเป็นสมาคมแบดมนิ ตนั แห่งแรกของโลก มีการจดั แข่งขันแบดมนิ ตันชงิ ชนะเลศิ แหง่ ประเทศองั กฤษ หรือที่
เรยี กกนั วา่ ออลองิ แลนด์ ต้ังแต่ปี พ.ศ. 2432 (ค.ศ. 1889) เปน็ ตน้ มา ได้ต้ังกฎเกณฑข์ องสนามมาตรฐานขน้ึ
คอื ขนาดกว้าง 22 ฟตุ ยาว 45 ฟุต (22 x 45) เป็นสนามขนาดมาตรฐานประเภทคู่ท่ใี ชใ้ นปจั จุบัน ตง้ั แต่น้นั มา
การปรบั ปรงุ ดดั แปลงในเรื่องอุปกรณ์การเล่นได้กระทำใหด้ ีขนึ้ เปน็ ลำดบั ต่อมาไดร้ บั ความนยิ มแพรห่ ลายไป
ทว่ั โลก ในปี พ.ศ. 2482 Sir George Thomas นกั แบดมินตันอาวโุ สชาวอังกฤษเป็นผมู้ อบถว้ ยทองราคา
5,000 ปอนด์ เพอื่ มอบเปน็ รางวลั ใหแ้ กผ่ ชู้ นะเลศิ ประเภทชายในการแขง่ ขันแบดมินตนั ระหวา่ ง ประเทศ ซงึ่
สหพันธ์แบดมินตันได้รบั ไวแ้ ละดำเนินการตามประสงค์น้ี แมว้ า่ ตามทางการจะเรียกวา่ การแข่งขนั ชิงถ้วย
ชนะเลิศ แบดมินตันระหวา่ งประเทศ แตน่ ยิ มเรยี กกันว่า โธมสั คพั (Thomas Cup) การแข่งขันจะจัดข้ึนทุกๆ
3 ปี โดยสหพนั ธไ์ ดแ้ บ่งเขตการแขง่ ขันของชาตสิ มาชิกออกเปน็ 4 โซน คือ
• โซนยุโรป
• โซนอเมริกา
• โซนเอเชยี
• โซนออสเตรเลเซยี (เดิมเรียกว่าโซนออสเตรเลยี )
วิธีการแข่งขันจะแข่งขันชงิ ชนะเลศิ ภายในแต่ละโซน ขึน้ ก่อน แลว้ ให้ผูช้ นะเลิศแตล่ ะโซนไปแข่งขนั รอบ
อนิ เตอรโ์ ซนเพ่อื ใหผ้ ู้ชนะเลศิ ทั้ง 4 โซนไปแข่งขันชงิ ชนะเลิศกับทีมของชาติท่ีครอบครองถว้ ยโธมัสคัพอยู่ ซ่ึง
ไดร้ บั เกยี รติไมต่ ้องแข่งขันในรอบแรกและรอบอนิ เตอร์โซน ชดุ ทีเ่ ขา้ แข่งขันประกอบด้วยผูเ้ ลน่ อย่างน้อย 4 คน
การทจ่ี ะชนะเลิศนนั้ จะตัดสนิ โดยการรวมผลการแขง่ ขันของประเภทชายเดยี่ ว 5 คู่ และประเภทชายคู่ 4 คู่
รวม 9 คู่ และใช้เวลาการแขง่ ขัน 2 วัน การแข่งขนั ชงิ ถ้วยโธมสั คพั คร้งั แรก จดั ใหม้ ีขนึ้ ระหวา่ งปี พ.ศ. 2491-
2492
ต่อมาในการแข่งขนั แบดมนิ ตันโธมสั คพั ครั้งที่ 8 ปีพ.ศ. 2512-2513 สหพันธ์ไดเ้ ปลี่ยนแปลงวิธีการแขง่ ขนั
เล็กนอ้ ย โดยใหช้ าตทิ ่ีครอบครองถ้วยอยู่นั้นเขา้ ร่วมแขง่ ขันในรอบอินเตอร์โซนดว้ ย โดยวิธีการจับสลากแล้ว
แบง่ ออกเปน็ 2 สาย ผชู้ นะเลิศแต่ละสายจะไดเ้ ข้าแขง่ ขนั ชิงชนะเลิศโธมัสคัพรอบสุดทา้ ยตอ่ ไป สาเหตุท่ี
สหพนั ธ์เปล่ียนแปลงการแขง่ ขันใหม่น้ี เนือ่ งจากมีบางประเทศทีช่ นะเลิศได้ครอบครองถว้ ยโธมสั คพั ไม่รักษา
เกยี รตทิ ี่ ได้รบั จากสหพันธ์ไว้ โดยพยายามใช้ชั้นเชิงทไี่ ม่ขาวสะอาดรักษาถ้วยโธมัสคัพไวค้ ร้ังแลว้ คร้ังเลา่
สหพนั ธ์จึงตอ้ งเปล่ียนข้อบังคับให้ชาติทค่ี รอบครองถว้ ยอยู่นนั้ ลงแข่งขนั ใน รอบอนิ เตอร์โซนดังกล่าวด้วย
กฬี าแบดมนิ ตนั ได้แพร่หลายขึ้น แมก้ ระทัง่ ในกล่มุ ประเทศสงั คมนิยมก็ได้มีการเล่นเบดมินตันอย่างกวา้ งขวาง
และ มกี ารบรรจุแบดมนิ ตนั เข้าไวใ้ นการแข่งขันเอเชียนเกมส์ เซียพเกมส์ (ซีเกมส์ในปัจจบุ ัน) การแข่งขนั กีฬา
ของประเทศในเครือจักภพสหราชอาณาจกั ร รวมทั้งการพิจารณาแบดมินตันเข้าสู่การแขง่ ขันกีฬาโอลิมปกิ
ล้วนแต่เปน็ เคร่ืองยนื ยันว่า แบดมนิ ตนั ได้กลายเป็นกีฬาสากลแล้วอยา่ งแท้จรงิ
ประวัตแิ บดมนิ ตนั ในประเทศไทย
การเล่นแบดมนิ ตนั ได้เขา้ มาสู่ประเทศไทยในราวปี พ.ศ. 2456 โดยเร่มิ เลน่ กีฬาแบดมินตันแบบมตี า
ขา่ ย โดยพระยานิพทั ยกลุ พงษ์ ได้สรา้ งสนามขึน้ ที่บา้ น ซ่ึงตง้ั อย่รู ิมคลองสมเด็จเจา้ พระยาธนบรุ ี แลว้ นิยมเล่น
กนั อยา่ งแพร่หลายออกไป ส่วนมากเล่นกันตามบา้ นผูด้ ีมีตระกลู วงั เจ้านาย และในราชสำนัก การเล่น
แบดมนิ ตนั ครั้งน้นั นยิ มเลน่ ข้างละ 3 คนกันมาก ประมาณปี พ.ศ. 2462 สโมสรกลาโหมได้เป็นผจู้ ดั แข่งขนั
แบดมินตนั ทว่ั ไปขนึ้ เปน็ ครั้งแรก โดยจัดการแขง่ ขนั 3 ประเภทไดแ้ ก่ประเภทเดย่ี ว ประเภทคู่ และประเภท
สามคน ปรากฏว่าทมี แบดมนิ ตนั บางขวางนนทบุรี (โรงเรยี นราชวิทยาลัยบางขวางนนทบุรี) ชนะเลศิ ทุก
ประเภท นอกจากนี้ มีนักกีฬาแบดมินตันฝีมือดเี ดินทางไปแข่งขันยังประเทศใกลเ้ คียงอยู่บอ่ ยๆ
ตอ่ มาปี พ.ศ. 2494 พระยาจินดารักษ์ได้ก่อตั้งขึ้นเป็นสมาคมชอ่ื ว่า “สมาคมแบดมนิ ตนั แห่งประเทศ
ไทย” เมื่อแรกต้งั มีอยู่ 7 สโมสร คือ สโมสรสมานมิตร สโมสรบางกอก สโมสรนิวบอย สโมสรยูนติ ้ี สโมสร ส.
ธรรมภกั ดี สโมสรสงิ หอ์ ดุ ม และ สโมสรศิริบำเพ็ญบุญ ซึ่งในปัจจุบนั น้ีเหลือเป็นสโมสรสมาชิกของสมาคมอยู่
เพยี ง 2 สโมสร คือสโมสรนวิ บอย และสโมสรยูนิตีเ้ ท่านัน้ และในปีเดยี วกนั สมาคมแบดมินตนั แหง่ ประเทศ
ไทยก็ได้สมัครเขา้ เปน็ สมาชกิ ของสหพนั ธแ์ บดมินตนั นานาชาติดว้ ย สมาคมแบดมินตนั แห่งประเทศไทยมี
นกั กฬี าแบดมินตนั ทม่ี ีฝีมือดีอยู่มาก และจากการทไี่ ด้เขา้ แข่งขนั ในรายการตา่ งๆของโลกได้สรา้ งชอื่ เสียงใหก้ บั
ประเทศไทยเปน็ อย่างมาก ทั้งโธมัสคพั อเู บอรค์ ัพ และการแขง่ ขนั ออลองิ แลนด์ ซ่ึงวงการแบดมินตนั ถือว่าเปน็
การแข่งขนั ชิงชนะเลศิ ของโลกประเภทรายบุคคล ซ่งึ นักกีฬาของประเทศไทยก็เคยได้ตำแหน่งรองชนะเลศิ ทัง้
ประเภทชายเด่ยี ว และชายคู่มาแลว้ วงการแบดมินตนั ของไทยยกย่อง นายประวตั ิ ปัตตพงศ์ (หลวงธรรมนญู
วุฒกิ ร) เปน็ บิดาแห่งวงการแบดมนิ ตนั ของประเทศไทย
ปัจจุบนั กีฬาแบดมนิ ตนั ในประเทศไทยเป็นท่นี ยิ มกนั มาก เลน่ กันทัว่ ประเทศทง้ั เดก็ ผูใ้ หญ่ ผหู้ ญิง
ผู้ชาย มีการเรียนการสอนในโรงเรยี นในสถาบันอุดมศึกษา มสี นามแบดมนิ ตนั อยู่ท่วั ประเทศ มอี ุปกรณ์ทีไ่ ด้
มาตรฐาน ซ่ึงผลิตไดเ้ อง มีการอบรมฝกึ สอนกีฬาแบดมนิ ตันโดยองคก์ รทม่ี มี าตรฐาน มผี ้ฝู กึ สอนทัง้ ในประเทศ
และตา่ งประเทศทท่ี ำงานเต็มเวลา มกี รรมการผูต้ ัดสินท่เี ปน็ มาตรฐาน มีรายการแข่งขันภายในประเทศทจ่ี ัดข้ึน
ใน แต่ละปีไมน่ ้อยกว่า 20 รายการ มนี ักกีฬาทมี่ ีความสามารถติดอนั ดับ 1 ใน 10 ของโลก ทัง้ ชายและหญิง
ภายใต้การทำงานของสมาคมแบดมินตันแหง่ ประเทศไทยในพระบรมราชปู ถมั ภท์ ี่จริงจัง และเขม้ แขง็ เชอ่ื วา่
อกี ไมน่ านประเทศไทยคงจะก้าวหนา้ ไปเปน็ ผู้นำในกีฬาแบดมินตนั ของโลกใน โอกาสข้างหนา้ อยา่ งแนน่ อน
สมาคมแบดมินตันแหง่ ประเทศไทยในพระบรมราชนปู ถมั ภ์ ประวัตสิ มาคมแบดมินตัน
สมาคมแบดมนิ ตันแหง่ ประเทศไทยกอ่ ตั้งขน้ึ เม่ือปี พ.ศ.2493 โดยมีผมู้ ใี จรกั กีฬาแบดมินตันกลมุ่ หนึง่
อาทหิ ลวงธรรมนญู วฒุ กิ ร (นายประวตั ิ ปัตตพงศ)์ นายยง อุทศิ กลุ นายณัติ นยิ มวานิช ได้รว่ มกอ่ ตง้ั สมาคมฯ
ข้ึน พร้อมกับเรียนเชญิ พระยาจินดารักษ์ (นายจำลอง สวัสดชิ โู ต) มาเป็นนายกสมาคมแบดมินตันแห่งประเทศ
ไทยคนแรก จดทะเบียนเป็นสมาชกิ ของสหพันธ์แบดมนิ ตัน นานาชาติ ไอบีเอฟ. ในปี พ.ศ. 2494 เปน็ สมาชิก
อันดบั ที่ 19 ของโลก และสมาคมฯ ไดร้ บั พระมหากรณุ าธคิ ุณโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้อยู่ในพระบรม
ราชูปถัมภเ์ มื่อปี พ.ศ. 2498 นายกสมาคมฯ ทผ่ี า่ นมาต่อจากพระยาจินดารักษ์ คือ นายเล่ือน บัวสุวรรณ, นาย
จุรินทร์ ล่ำซำ, พลตำรวจโทตอ่ ศกั ด์ิ ยมนาค, พลตำรวจเอกประเสรฐิ รจุ วิ งศ์ทา่ นผู้หญิงวจิ ติ รา ธนะรัชย์ (อยใู่ น
ตำแหน่งไม่ครบวาระ), นายชำนาญ ยุวบูรณ์, พลตำรวจพชิ ยั กลุ ละวณชิ ย์, พลตำรวจเอกชุมพล โลหะชาละ,
พลเอกเทยี นชัย สิริสัมพันธ์, นายเพยี รศักดิ์ ซอโสตถิกุล, ฯพณฯ กร ทัพพะรงั สี, และ ศาสตราจารย์เจรญิ
วรรธนะสิน สมาคมฯ ไดร้ ับพระมหากรุณาธิคณุ ที่ยง่ิ ใหญเ่ มื่อ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หวั และสมเดจ็ พระ
นางเจา้ พระบรมราชินีนาถ ได้ทรงมอบถ้วยพระราชทานท่ีออกแบบเป็นพิเศษโดยช่างฝมี ือเย่ยี มของประเทศ
แห่งยคุ สมยั ใหแ้ กส่ มาคมฯ สำหรับผคู้ รองตำแหน่งชนะเลศิ แบดมินตนั ชายเด่ยี วและหญิงเด่ยี วแหง่ ประเทศ
ไทยในปี พ.ศ. 2497 และถ้วยพระราชทานของท้งั สองพระองค์ ยังเปน็ ถว้ ยรางวลั กีฬาทสี่ วยงามแม้เวลาจะผา่ น
มารว่ มครง่ึ ศตวรรษ สมาคมฯ ในฐานะองคก์ รแบดมินตันแหง่ ชาติ ไดม้ กี ารพัฒนาวงการแบดมินตนั อย่าง
ต่อเนอื่ งมาโดยตลอด จนกลายเป็นองค์กรแห่งชาตทิ ่สี หพันธ์แบดมินตันนานาชาติ ไอบเี อฟ.ถือวา่ เปน็ สมาคมฯ
ระดบั แนวหนา้ ที่มีศกั ยภาพในการเป็นเจ้าภาพจัดการแขง่ ขันแบดมนิ ตนั ระดบั โลกสำคญั ๆ ต่างๆ อาทิ การ
แขง่ ขันโธมัส-อูเบอร์คัพ รอบชิงชนะเลศิ กรงั ดป์ รีซเ์ ซอรโ์ ลก และการแข่งขันไทยแลนด์โอเพน่ ประจำปี ชิงเงนิ
รางวลั หลายล้านบาทตัง้ แต่ปี พ.ศ.2527 จนถึงปจั จุบนั
ในปี พ.ศ. 2502 สมาคมฯ เป็นสมาชกิ ก่อต้ังของ สมาพนั ธแ์ บดมนิ ตนั แห่งเอเชยี (Asian Badminton
Confederation) และมีบทบาทสำคญั ในองกรแห่งน้ีมาแต่ต้น ต่อมา ศาสตราจารย์ เจริญวรรธนะสิน ได้รับ
การเลือกตง้ั จากสมาชิกในชาติเอเชียให้ทำหน้าท่เี ปน็ เลขาธิการของสมาพนั ธ์ฯ ระหว่างปี ค.ศ. 1987-1990
และรองประธานสมาพนั ธ์ในปี ค.ศ. 1990-1992 ซ่งึ ช่วงน้ไี ดม้ ีการใชก้ ารตลาดเข้ามาสูก่ ีฬาแบดมินตนั แห่ง
เอเชีย จนสามารถมีความเป็นปกึ แผน่ ด้านการเงิน และต่อมา ฯพณฯกร ทพั พะรงั สี ไดร้ ับเลอื กต้ังให้ดำรง
ตำแหน่งประธานสมาพันธ์ฯ ตั้งแตป่ ี ค.ศ. 1997-2000 และประเทศไทยได้เปน็ เจา้ ภาพจัดการแข่งขนั แชมป์
เปี้ยนแบดมนิ ตันแห่งเอเชยี หลายครงั้ มาตรฐานการเลน่ แบดมนิ ตนั ของประเทศไทย สหพันธแ์ บดมนิ ตนั
นานาชาติจดั ให้อยู่ในระดับแนวหน้าของโลก (จาก Statute Bookของสหพนั ธ์ฯ) เคยเข้ารอบชงิ ชนะเลศิ
ประเภททีมชายของโลก 2 ครงั้ ในประเภทรายบุคคล นักแบดมนิ ตันไทยหลายรุน่ ยังครองตำแหนง่ แชม เปย้ี น
ประเภทบุคคลในประเทศตา่ ง ๆ นบั ต้งั แต่การแข่งขนั แบดมินตนั ออล-อิงแลนด์ ซึง่ ถือว่าเปน็ การแขง่ ขนั ชงิ แช
มเปี้ยนโลกอย่างไม่เป็นทางการ นักแบดมินตันไทยกเ็ คยเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศท้งั ประเภทชายเดย่ี วและ
ประเภทชายคู่ และเคยครองแชมเป้ียนทั้งชายเดี่ยว หญงิ เดีย่ ว และชายคู่ในการแข่งขนั แบดมนิ ตนั ระหว่างชาติ
และแชมปเ์ ปยี้ นของชาตติ ่าง ๆ ทัว่ โลกในหลายประเทศรวมทัง้ มหกรรมกีฬาเอเชยี นเกมส์ ซีเกมส์ ตลอด
ระยะเวลาทผ่ี ่านมา นักแลดมินตันไทยไดค้ รองเหรยี ญทอง เหรียญเงิน และเหรียญทองแดงแตล่ ่ะยุคสมัย ในปี
ค.ศ. 2000 ศาสตราจารย์เจริญ วรรธนะสิน ไดร้ บั การยกย่องเข้าสู่ทำเนยี บเกียรติคณุ Hall of Fame ของ
สหพนั ธแ์ บดมนิ ตนั นานาชาติ ไอบีเอฟ และในปี ค.ศ. 2001 ฯพณฯ กรทพั พะรังสี ได้รบั เลอื กต้ังจากสมาชิก
สหพันธ์ 141 ชาติใหเ้ ป็นประธานสหพันธ์แบดมินตันนานาชาติ ไอบเี อฟ นับเปน็ เกยี รตสิ ูงสุดของวงการ
แบดมนิ ตนั ไทยท่ีได้รบั จากนานาประเทศทวั่ โลก
ในปี พ.ศ.2546-2547 ศาสตราจารยเ์ จริญ วรรธนะสนิ นายกสมาคมฯ ไดร้ เิ รมิ่ นำเอา Software การ
จบั ฉลากแบง่ สายด้วยระบบคอมพวิ เตอรจ์ ากยโุ รปมาใช้เป็นแห่งแรก ในประเทศไทย โดยมีนายสุรศักด์ิ ส่งวร
กุลพันธ์ กรรมการอำนวยการสมาคมฯ ผู้ชำนาญการคอมพิวเตอร์ ไดป้ ระสานงานพัฒนาจนทำใหซ้ อฟท์แวรใ์ ช้
เปน็ ภาษาไทยได้ ทำการจับฉลากแบง่ สายนอกจากจะเทยี่ งตรง ยุตธิ รรม และโปรง่ ใสแล้ว การจบั ฉลากแบ่ง
สายการแข่งขนั ที่มนี ักกีฬามากกวา่ หน่งึ พนั แมทช์ สามารถกระทำได้ภายในเวลาเพยี งคร่ึงช่วั โมง
ประโยชนใ์ นการเล่นกฬี าแบดมนิ ตันและมารยาทในการเลน่ กีฬาแบดมนิ ตัน
ประโยชนข์ อง กีฬาแบดมินตัน
แบดมนิ ตันก็เชน่ เดียวกบั กีฬาชนิดอนื่ ๆทีม่ ปี ระโยชนม์ ากสำหรับผเู้ ล่น ซง่ึ สามารถสรุปไดเ้ ปน็ ข้อๆ ดังนี้
1. ทำใหม้ ีพลานามัยสมบรู ณ์แข็งแรงทงั้ รา่ งกายและจิตใจ
2. ทำให้มสี ายตาและการเคล่ือนไหวทร่ี วดเรว็ ว่องไว
3. ทำใหเ้ ปน็ ผู้ทมี่ ีการคาดการณ์ล่วงหน้าได้
4. ทำใหเ้ ป็นผู้ทส่ี ามารถตัดสินใจได้อย่างรวดเรว็ ทันเวลา
5. ทำใหร้ ้จู กั แบ่งหน้าทแี่ ละรกั ษาหนา้ ที่ มีการรว่ มมอื กับผอู้ น่ื ได้ดี
6. สามารถเขา้ กบั คนอ่ืนได้ และมีมนุษย์สัมพนั ธ์ทดี่ ี
7. ทำใหเ้ ปน็ ผู้ท่ีมนี ำ้ ใจเป็นนักกีฬารูแ้ พร้ ชู้ นะและรจู้ ักให้อภัย
8. ทำให้เป็นผู้ท่รี ้จู ักใช้เวลาว่างใหเ้ ป็นประโยชน์
มารยาทในการเลน่ และการแข่งขันกีฬาแบดมินตัน
แบดมนิ ตัน เป็นกีฬาท่ีมผี ูน้ ิยมเลน่ กนั มากชนิดหนึ่ง เม่ือมีการแขง่ ขนั จะมีผชู้ มเปน็ จำนวนมาก
เพราะฉะนน้ั ผู้เลน่ ควรจะแสดงกิริยาท่าทางทสี่ ภุ าพ ไมแ่ สดงออกในท่าท่ไี มด่ ี ควรมนี ำ้ ใจเปน็ นักกีฬา รจู้ กั แพ้
รจู้ กั ชนะไม่ก่อใหเ้ กิดความวนุ่ วาย รวมท้ังผู้ชมกฬี าแบดมินตนั ก็ต้องมมี ารยาทเชน่ กนั ไมค่ วรทำอะไรทเ่ี ปน็ การ
รบกวนสมาธขิ องนักกีฬาขณะทำการแขง่ ขนั สำหรบั การเล่นและการแข่งขันกีฬาแบดมนิ ตันมมี ารยาทและส่งิ ที่
จะตอ้ งประพฤติปฏิบัติอยูห่ ลายประการ
ผูช้ ม
• แต่งกายใหส้ ภุ าพ เรยี บร้อย เป็นการให้เกยี รติแก่การแข่งขันนัน้ ๆ
• ใหเ้ กยี รติแกน่ ักกีฬาทัง้ 2 ฝา่ ย ด้วยการปรบมอื เม่อื มกี ารแนะนำคแู่ ข่งขัน
• ไม่กลา่ ววาจาที่ไม่สุภาพ และไมเ่ ชียรฝ์ า่ ยใดฝา่ ยหนึ่งจนไมน่ ่าดู
• ขณะการแข่งขนั ยงั ดำเนินอยู่ไมค่ วรรบกวนสมาธขิ องผู้แขง่ ขันหรอื ผู้ชมดว้ ยกนั เชน่ การลุกเดินไปมา
หรอื ตะโกนบอกลูกดีหรือลูกออก รวมท้ังการสอนผูเ้ ล่นดว้ ย
• การนิง่ เงียบ ในขณะที่นกั กีฬากำลังเลน่ ถอื เปน็ มารยาทท่ดี ขี องผู้ชม
• ควรปรบมอื เม่ือผู้เลน่ ฝา่ ยใดฝ่ายหน่ึงเล่นได้ดี สวยงาม และกระทำเมอื่ ลูกไม่ได้อยใู่ นการเล่น
• ไม่แสดงออกดว้ ยกริ ิยาหรือวพิ ากษ์วจิ ารณ์การตัดสนิ ของกรรมการขณะทำการแขง่ ขนั แม้วา่ จะมี
ข้อผิดพลาดอย่างไร ก็ควรให้อภัยและยอมรบั
• เมื่อการแขง่ ขันสน้ิ สดุ ลง ควรปรบมอื เปน็ เกียรติแก่ค่แู ขง่ ขันท้งั 2 ฝ่าย
กฎกตกิ าในการเล่นกฬี าแบดมนิ ตนั
1. การออกนอกเสน้ มกี ารกำหนดเสน้ ออกแต่งต่างกนั ในกรณีเล่นเดยี่ วและเล่นคู่
2. การเสริ ฟ์ ลูก ตามกตกิ า ที่ถูกต้อง คือ
2.1 หวั ไม้ขณะสัมผัสลูกต้องต่ำกวา่ ขอ้ มอื อย่างเห็นไดช้ ัด
2.2 หัวไม้ขณะสัมผสั ลูกต้องต่ำกว่าเอวอย่างเหน็ ไดช้ ดั
2.3 ผ้เู ลน่ ตอ้ งไม่ถว่ งเวลา หรอื เสรฟิ ช้า หรอื เสริฟ 2 จงั หวะ การเสริฟ ต้องเสริฟไปด้วย
จังหวะเดยี ว
2.4 ขณะเสริ ์ฟ ส่วนใดส่วนหน่งึ ของเท้าท้งั 2 ขา้ งต้องสมั ผัสพื้นตลอดเวลา
2.5 การเสริ ์ฟลูกทีถ่ ูกต้อง ต้องใหแ้ รก็ เกต็ สัมผัสกับหวั ลูกก่อน หากโดนขนกอ่ นถือวา่ ผดิ กตกิ า
3. ขณะตลี ูกโต้กัน ห้ามนำส่วนหนึง่ สว่ นใดของรา่ งกายหรือไม้แบดไปสมั ผัสกับเน็ท
4. หา้ มตีลูกที่ฝัง่ ตรงขา้ มโตก้ ลับมาในขณะท่ีลูกยังไม่ข้ามเน็ทมายงั แดนเรา(Over net)
สหพนั ธ์ แบดมินตนั นานาชาติ ( IBF) ไดก้ ำหนดให้ ทดลองใชร้ ะบบการนบั คะแนนการแข่งขนั กีฬาแบดมินตนั
ใหม่ ในระบบ 3 x 21 คะแนน ต้ังแต่ วันท่ี 1 มกราคม 2549 เปน็ ต้นไป
รายละเอยี ดของกติกาการนบั คะแนนมีดงั น้ี
1. แมทช์หนงึ่ ตอ้ งชนะให้ไดม้ ากที่สดุ ใน 3 เกม
2. ทุกประเภทของการแข่งขัน ฝา่ ยทไ่ี ด้ 21 คะแนนก่อนเป็นฝ่ายชนะในเกมนน้ั ยกเวน้ เมอื่ ได้ 20 คะแนน
เทา่ กนั ต้องนับต่อ ใหม้ คี ะแนนหา่ งกนั 2 คะแนน ฝา่ ยใดได้คะแนนนำ 2 คะแนนก่อนเป็นผชู้ นะ แต่ไมเ่ กิน 30
คะแนน หมายความว่า หากการ เล่นดำเนนิ มาจนถงึ 29 คะแนนเทา่ กนั ฝา่ ยใดได้ 30 คะแนนก่อน เป็นผ้ชู นะ
3. ฝ่ายชนะเปน็ ฝา่ ยสง่ ลูกตอ่ ในเกมต่อไป
4. ฝ่ายชนะการเสีย่ งสิทธิ์เปน็ ฝ่ายส่งลกู ไดก้ ่อน หากฝ่ายตรงขา้ มทำลูก "เสยี " หรอื ลกู ไม่ไดอ้ ยู่ในการเล่น ผู้
เลือกสง่ ลูกกอ่ น จะได้คะแนนนำ 1-0 และได้สง่ ลูกต่อ แต่หากผู้สง่ ลกู ทำลกู "เสีย" หรอื ลกู ไม่อยใู่ นการ
เลน่ ฝา่ ยตรงขา้ มจะได้คะแนน ตามมาทันทเี ป็น 1-1 และฝ่ายตรงข้ามจะไดส้ ิทธิส์ ่งลกู แทน ดำเนินเช่นน้ตี ่อไป
จนจบเกม
5. ประเภทค่ใู ห้สง่ ลกู ฝา่ ยละ 1 ครง้ั ตามคะแนนทไี่ ด้ ขณะทเี่ ปลี่ยนฝา่ ยส่งลูก หากคะแนนเปน็ จำนวนค่ี ผูอ้ ยู่
คอรด์ ดา้ นซ้าย เป็นผสู้ ่งลูก หากคะแนนเปน็ จำนวนคู่ผู้อยู่คอรด์ ดา้ นขวาเปน็ ฝ่ายสง่ ลูก
หมายเหตุ ศกึ ษากติกาโดยละเอยี ดได้ท่ีเวบ็ ไซต์ สมาคมแบดมนิ ตนั แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถมั ภ์
การดิวส์
หาก ผู้เลน่ ท้งั สองฝ่ายทำคะแนนไดเ้ ท่ากนั ในคะแนนท่ี 20 จะมกี ารเล่นตอ่ จนกว่าวา่ จะมีคะแนน
มากกวา่ ฝา่ ยตรงขา้ ม 2 คะแนน แต่ถ้ายังไม่สามารถทำคะแนนห่างกนั 2 แต้มได้ จะเล่นต่อไปเร่ือยๆ แต่ เมอื่
แต้มได้ 29 เท่ากัน ใครท่ีทำได้แต้ม 30 ก่อนจะเปน็ ฝ่ายชนะ
ลกั ษณะของการเล่น กฬี าแบดมนิ ตัน
แบดมนิ ตนั มีการเลน่ กันอยู่ 5 ประเภท คือ
• ประเภทชายเดี่ยว กำหนดการเลน่ ไวเ้ กมละ 21 คะแนน
• ประเภทหญิงเด่ยี ว กำหนดการเลน่ ไวเ้ กมละ 21 คะแนน
• ประเภทชายคู่ กำหนดการเล่นไวเ้ กมละ 21 คะแนน
• ประเภทหญงิ คู่ กำหนดการเล่นไว้เกมละ 21 คะแนน
• ประเภทคูผ่ สม (ชาย – หญิง) กำหนดการเลน่ ไว้เกมละ 21 คะแนน
ประเภทเด่ยี วจะมผี ู้เล่นข้างละ 1 คน และประเภทคู่จะมผี เู้ ล่นข้าง 2 คน
สนามและอุปกรณข์ องกฬี าแบดมนิ ตัน
1.สนามและอุปกรณ์สนาม
1.1 สนามจะเป็นรูปสเ่ี หล่ยี มผืนผ้าประกอบด้วยเส้นกวา้ งขนาด 40 มิลลเิ มตร ตามภาพผัง ก.
1.2 เสน้ ทุกเส้นตอ้ งเดน่ ชัด และควรทาดว้ ยสขี าวหรอื สีเหลือง
1.3 เส้นทุกเสน้ เป็นสว่ นประกอบของพ้ืนทีซ่ ่ึงกำหนดไว้
1.4 เสาตาขา่ ยจะต้องสงู 1.55 เมตรจากพนื้ สนาม และตง้ั ตรงเม่อื ขงึ ตาข่ายใหต้ ึงตามท่ีได้กำหนดไว้ใน
กตกิ า ข้อ 1.10 โดยทจ่ี ะต้องไมม่ ีส่วนหนง่ึ ส่วนใดของเสายนื่ เข้ามาในสนาม (เฉพาะรายการทร่ี บั รองโดย IBF
จะต้องใช้ระเบยี บนี้ จนกระทั่ง 1 สงิ หาคม พ.ศ. 2547 ทกุ รายการท่ีแขง่ ขนั จะต้องยดึ ตามระเบยี บน)้ี
1.5 เสาตาข่ายจะต้องตั้งอย่บู นเส้นเขตขา้ งของประเภทคู่ ตามท่ไี ด้แสดงไวใ้ นภาพผัง ก. โดยไมต่ ้อง
คำนงึ ว่าจะเป็นประเภทเดย่ี วหรอื เล่นคู่
1.6 ตาขา่ ยจะต้องถักด้วยเส้นดา้ ยสเี ข้ม และมีขนาดตากว้างไมน่ ้อยกว่า 15 มิลลเิ มตร และไม่เกิน 20
มิลลเิ มตร
1.7 ตาขา่ ยตอ้ งมคี วามกว้าง 760 มิลลิเมตร และความยาวอย่างน้อย 6.1 เมตร
1.8 ขอบบนของตาขา่ ยต้องมีแถบผ้าสขี าวพบั สอง ขนาดกว้าง 75 มลิ ลเิ มตร ทับบนเชือกหรือลวดที่
ร้อยตลอดแถบผา้ ขาว
1.9 เชือกหรือลวดต้องมีขนาดพอทีจ่ ะขงึ ใหต้ งึ เตม็ ที่กบั หัวเสา
1.10 สุดขอบบนตาข่ายต้องสูงจากพืน้ ทตี่ รงก่ึงกลางสนาม 1.524 เมตร และ 1.55 เมตร เหนือเสน้
เขตขา้ งของประเภทคู่
1.11 ต้องไมม่ ีช่องว่างระหวา่ งสดุ ปลายตาข่ายกบั เสา ถา้ จำเปน็ ตอ้ งผกู ร้อยปลายตาข่ายทั้งหมดกบั เส
2. ลูกขนไก่
2.1 ลกู ขนไก่อาจทำจากวัสดธุ รรมชาติ หรือวัสดสุ งั เคราะห์ ไม่ว่าลูกนัน้ จะทำจากวัสดชุ นิดใดก็ตาม
ลกั ษณะวิถีวิง่
ทัว่ ไป จะต้องเหมือนกบั ลูกซ่งึ ทำจากขนธรรมชาติ ฐานเปน็ หัวไม้ก๊อก ห้มุ ด้วยหนงั บาง
2.2 ลูกขนไก่ต้องมขี น 16 อัน ปักอยบู่ นฐาน
2.3 วัดจากปลายขนถึงปลายสุดของฐาน โดยความยาวของขนในแต่ละลูกจะเทา่ กันหมด ระหวา่ ง 62
มิลลิเมตร ถึง 70 มลิ ลิเมตร
2.4 ปลายขนแผเ่ ป็นรปู วงกลม มีเส้นผ่าศูนยก์ ลางระหว่าง 58 มลิ ลเิ มตร ถึง 68 มิลลเิ มตร
2.5 ขนตอ้ งมัดใหแ้ นน่ ดว้ ยเส้นด้าย หรือวัสดอุ ื่นท่เี หมาะสม
2.6 ฐานของลกู ต้องมเี ส้นผา่ ศูนย์กลาง 25 มิลลเิ มตร ถึง 28 มิลลเิ มตร และส่วนลา่ งมนกลม
2.7 ลูกขนไก่จะมีนำ้ หนักตงั้ แต่ 4.74 ถึง 5.50 กรัม
2.8 ลูกขนไก่ที่ไมใ่ ช้ขนธรรมชาติ
2.8.1 ใชว้ ัสดสุ งั เคราะห์แทนขนธรรมชาติ
2.8.2 ฐานลูก ดงั ทไ่ี ดก้ ำหนดไวใ้ นกติกาข้อ 2.6
2.8.3 ขนาดและนำ้ หนักของลูกตอ้ งเป็นไปตามที่ได้กำหนดไวใ้ นกตกิ าข้อ 2.3, 2.4 และ 2.7
อยา่ งไรกต็ าม ความแตกต่างของความถว่ งจำเพาะ และคณุ สมบัตขิ องวสั ดสุ ังเคราะห์โดยการเปรียบเทยี บกับ
ขนธรรมชาติ ยอมให้มคี วามแตกตา่ งได้ถึง 10%
2.9 เน่อื งจากมิได้กำหนดความแตกตา่ งในเรื่องลักษณะทว่ั ไป ความเร็วและวิถวี ง่ิ ของลกู อาจมีการ
เปล่ยี นแปลงคุณลักษณะดังกล่าวขา้ งตน้ ได้โดยการอนมุ ัตจิ ากองค์กรแห่งชาติทเี่ กีย่ วขอ้ งในท่ีซ่งึ สภาพความกด
อากาศสงู หรือสภาพดนิ ฟ้าอากาศ เป็นเหตใุ หล้ ูกขนไกต่ ามมาตรฐานท่กี ำหนดไว้ไม่เหมาะสม
3. การทดสอบความเร็วของลกู
3.1 การทดสอบ ให้ยืนหลังเส้นเขตหลงั แล้วตลี ูกใต้มืออยา่ งสุดแรง โดยจุดสัมผสั ลูกอยเู่ หนอื เส้นเขต
หลัง ลกู จะพุ่งเป็นมมุ สงู และอยูใ่ นแนวขนานกบั เสน้ เขตข้าง
3.2 ลกู ทมี่ ีความเร็วถูกต้อง จะตกห่างจากเสน้ เขตหลงั ของอีกด้านหน่ึงไมน่ ้อยกว่า 530 มิลลิเมตร
และไมม่ ากกว่า 990 มิลลิเมตร (ภาพผัง ข.)
4. แร็กเกต
4.1 เฟรมของแร็กเกตยาวท้ังหมดไมเ่ กิน 680 มิลลเิ มตร และกว้างทัง้ หมดไมเ่ กิน 230 มิลลเิ มตร ส่วน
ต่าง ๆ ที่สำคญั ได้อธบิ ายไว้ในกตกิ าข้อ 4.1.1 ถงึ 4.1.5 และได้แสดงไว้ในภาพผัง ค.
4.1.1 ดา้ นจบั เปน็ ส่วนของแรก็ เกตทผี่ ู้เล่นใชจ้ บั
4.1.2 พน้ื ที่ขึงเอ็น เป็นส่วนของแร็กเกตที่ผเู้ ลน่ ใช้ตีลูก
4.1.3 หัว บรเิ วณที่ใช้ขงึ เอ็น
4.1.4 กา้ น ตอ่ จากดา้ มจบั ถงึ หวั (ขนึ้ อยกู่ ับกติกาข้อ 4.1.5)
4.1.5 คอ (ถ้าม)ี ต่อกา้ นกับขอบหวั ตอนล่าง
4.2 พน้ื ท่ีขึงเอ็น
4.2.1 พ้ืนท่ขี งึ เอน็ ต้องแบนราบ ด้วยการรอ้ ยเอ็นเส้นขวางขดั กบั เสน้ ยนื แบบการขึงเอ็นทวั่ ไป โดยพน้ื ที่
ตอนกลาง ไม่ควรทึบน้อยกว่าตอนอน่ื ๆ
4.2.2 พน้ื ทขี่ งึ เอ็นตอ้ งยาวทั้งหมดไม่เกิน 280 มิลลิเมตร และกวา้ งท้ังหมดไมเ่ กิน 220 มิลลิเมตร อย่างไรก็
ตามอาจขงึ ไปถึงคอเฟรม หากความกวา้ งทีเ่ พ่ิมของพน้ื ท่ีขึงเอน็ น้นั ไม่เกิน 35 มิลลเิ มตรและความยาวทั้งหมด
ของพ้นื ที่ขึงเอน็ ต้องไม่เกนิ 330 มลิ ลเิ มตร
4.3 แรก็ เกต
4.3.1 ต้องปราศจากวตั ถุอืน่ ติดอยู่ หรือยืน่ ออกมา ยกเวน้ จากส่วนทที่ ำเพ่ือจำกดั และป้องกนั การสึกหรอ
ชำรุดเสยี หาย การสั่นสะเทือน การกระจายน้ำหนัก หรือการพันด้ามจับให้กระชับมอื ผู้เลน่ และมีความ
เหมาะสมท้งั ขนาดและการติดตงั้ สำหรบั วัตถุประสงค์ดังกลา่ ว
4.3.2 ต้องปราศจากสิง่ ประดิษฐ์อน่ื ๆ ท่ีช่วยให้ผูเ้ ลน่ เปลี่ยนรปู ทรงของแรก็ เกต
5. การยอมรับอุปกรณ์
สหพนั ธ์แบดมินตันนานาชาติ จะกำหนดกฎเกณฑเ์ กย่ี วกบั ปญั หาของแร็กเกต ลูกขนไก่ หรอื อปุ กรณ์
ต้นแบบ ซง่ึ ใช้ในการเล่นแบดมินตนั ใหเ้ ปน็ ไปตามข้อกำหนดต่าง ๆ กฏเกณฑด์ งั กลา่ วอาจเป็นการรเิ ร่ิมของ
สหพนั ธเ์ องหรือจากการยนื่ ความจำนงของคณะบุคคล ที่มผี ลประโยชน์เก่ียวข้องอยา่ งแท้จรงิ กบั ผู้เลน่ ผผู้ ลติ
หรือองค์กรแหง่ ชาตหิ รือสมาชกิ ขององค์กรนั้น ๆ
ทักษะพ้ืนฐานของกฬี าแบดมินตัน
การจบั ไม้แบดมินตัน
กอ่ นทีจ่ ะเรียนรู้ถึงทักษะการเลน่ กฬี าแบดมนิ ตนั ใด ๆ ผูเ้ รียนจะต้องจับไม้แบดมินตันใหถ้ กู
วิธีเสียก่อน วธิ กี ารคอื ผู้ท่ถี นัดมอื ขวาก็ใชม้ ือขวาจับโดยยื่นมอื ขวาออกไปข้างหนา้ เหมือนกับการ
จบั มือกบั บุคคลอืน่ ท่ถี ูกแนะนำให้ร้จู กั โดยใหน้ วิ้ ทั้ง4กำรอบด้ามไม้แบดมนิ ตนั
นว้ิ หัวแมม่ อื กบั นิว้ ช้ีจะอยู่ตรงดา้ นสนั ของดา้ มไมแ้ บดมินตันเปน็ รปู ตัววีโดยตำแหนง่ น้ิวหวั แม่มอื จะ
ทาบอยทู่ างดา้ นแบนของด้ามไมแ้ บดมนิ ตนั
การจับลูกแบดมินตัน
เมือ่ รูถ้ งึ วิธกี ารจบั ไมแ้ ลว้ ต่อไปก็ตอ้ งรู้ถงึ การจบั ลูกขนไก่ซ่งึ เปน็ อุปกรณ์ประกอบการเล่น
กีฬาแบดมินตนั การจบั ลกู ขนไก่มีความสำคญั อย่างมากในการเสิร์ฟลกู
การจับลกู ขนไก่ทน่ี ิยมกนั มี 3วิธคี อื
1.จับท่หี วั ไมค้ อร์กของลูก โดยใชน้ ้ิวหวั แม่มือ นิว้ ช้ี และน้วิ กลางจับลูก
2.จบั ท่ปี ลายขนไก่ด้านในของลูกโดยใช้นวิ้ หวั แม่มอื กบั นิ้วชี้
3.จับโดยการวางลกู อยูบ่ นฝ่ามอื
การสง่ ลูก
การสง่ ลูกเปน็ วิธีการของการเริม่ เลน่ ในการเล่นหรือฝึกทักษะแบบต่าง ๆ ไมว่ ่าจะเป็นเรม่ิ
ฝึกตีลกู แบบ
ต่าง ๆ ตลอดจนเร่ิมการแขง่ ขนั การส่งลกู จะสง่ ไดท้ งั้ ลูกหน้ามือและหลงั มือซึง่ วิธกี ารสง่ มดี งั นี้
การสง่ ลกู หน้ามือ
1. ผู้ทีจ่ ะสง่ ลกู จะยนื หา่ งจากเส้นกลางสนามและเส้นสง่ ลูกส้ันประมาณ2-3น้วิ
(ในกรณเี ล่นประเภทคู่) และยืนหา่ งเส้นสง่ ลูกสนั้ ประมาณ 2-3 ฟตุ (ในกรณเี ล่นประเภทคู)่
2. ยนื ให้เท้าช้ายอยู่ขา้ งหน้าสำหรับผูท้ ่ีถนดั มือขวา ย่อเข่าเล็กนอ้ ย เทา้ ท้ังสองข้างจะไมย่ กพน้ พน้ื สนามเวลาส่ง
ลูก
3. ใช้มือซ้ายจบั ลกู ขนไก่ งอแขนพอประมาณ มือขวาเงื้อไม้ระดบั เอวพรอ้ มทจ่ี ะส่งลูก
4. ตามองเป้าหมายท่จี ะส่งลกู ปลอยลกู พร้อมกับตวดั แขนมาข้างหน้าเมื่อไม้สมั ผัสกบั ลกู ให้
กระดกข้อมือช่วยส่งลกู ไปยังทศิ ทางที่ต้องการ
การสง่ ลกู หลังมือ
1. ผู้ทจ่ี ะส่งลกู จะยนื ห่างจากเส้นกลางสนามและเส้นสง่ ลูกส้นั ประมาณ 2-3 นวิ้
2. ยนื ให้เทา้ ขวาอย่ขู า้ งหนา้ สำหรับผ้ทู ี่ถนดั มอื ขวา ยอ่ เขา่ เลก็ นอ้ ย เท้าท้งั สองขา้ งจะไมย่ กพน้ พนื้
สนามเวลาส่งลกู
3. ใชม้ อื ซา้ ยจับลูกขนไก่ บรเิ วณปลายขนไกท่ างด้านซ้ายของลำตวั หลังมือดา้ นขวาอยูด่ า้ นหนา้
งอแขนพอประมาณ มอื ขวาเงื้อไมร้ ะดับเอวพร้อมท่จี ะส่งลกู
4. ตามองเป้าหมายทจ่ี ะสง่ ลูก ปลอ่ ยลกู พร้อมกับตวัดแขนมาขา้ งหน้าเมอื่ ไม้สัมผสั กับลกู ให้กระดก
ขอ้ มือช่วยส่งลกู ไปยังทิศทางทต่ี ้องการ
รู้จักแหลง่ ท่ีมาของแรงตีลกู
นกั เลน่ หดั เล่นใหมต่ ลี กู ไปสักพักหน่งึ กจ็ ะเริม่ ฉุกคิดขึน้ มาวา่ ทำไมการตีลกู ของตนจงึ ไม่มี
แรงส่งอย่าง
ใจนึกเหว่ยี งแร็กเก็ตหวดตีลกู เตม็ แรงแล้วลูกยงั ไปไมถ่ ึงหลงั ใหเ้ รามาชว่ ยกันคดิ ดวู ่าทำไมจงึ เป็น
เชน่ นน้ั คำตอบกค็ อื การตีลกู ในกฬี าแบดมนิ ตัน ไม่เหมอื นการตีลูกเทนนิสหรือสคว๊อชเพราะลูกขน
ไกม่ นี ้ำหนกั เบาการตีลกู ขนไก่ให้พุ่งไปข้างหน้าอย่างแรง จึงต้องอาศยั จังหวะทีส่ มบรู ณ์ผสมผสาน
กันของแรงเหว่ียงท่ีมาจากแหล่งต่าง ๆ ของแรงตลี ูกแหลง่ ทมี่ าของแรงตลี ูกจำแนกออกไดจ้ าก 3
แหลง่ ใหญ่ คอื
1. แรงทเ่ี กดิ จากการถา่ ยเปลี่ยนนำ้ หนกั ตัวจากเท้าหลงั ไปสเู่ ท้าหนา้
2. แรงที่เกดิ จากการเหวยี่ งของลำแขน
3. แรงทเ่ี กิดจากการตวัดและการสะบดั อยา่ งแรงของขอ้ มอื
การตลี กู ใหแ้ รงในกฬี าแบดมนิ ตันน้นั จะต้องเกดิ จากจังหวะการประสานงานระหวา่ งแรง
เหวย่ี งตลี ูกของแขน เสรมิ ด้วยแรงตวัดและแรงสะบัดของข้อมือ หนนุ ดว้ ยแรงทเี่ กดิ จากการเปล่ียน
นำ้ หนักตวั ของฟตุ เวิร์ค จากเท้าหลังไปสเู่ ท้าหน้า ทีผ่ สมผสานกลมกลนื กัน ถ้าการประสานงานของ
องคป์ ระกอบทั้งหมดทกี่ ลา่ วมาน้ีเกิดผิดจังหวะในช่วงใดช่วงหนง่ึ การตลี ูกจะมผี ลทไี่ มส่ มบูรณ์ ลูกท่ี
พ่งุ จากหนา้ แรก็ เกต็ จะไม่แรงตามต้องการ แรงดดี สะบดั ของขอ้ มอื มชี ่วงเวลาของการดดี ลกู ตวดั ส้นั
กวา่ การเหวยี่ งตีลูกด้วยลำแขน แรงทเ่ี กิดการดดี ตวัดและสะบดั ของขอ้ มอื น้ีจงึ มีช่วงเวลาจำกัด
แรงตลี กู ท่วี ่าน้ีจงึ ต้องนำออกใช้ในเสย้ี ววนิ าทีท่ีถูกตอ้ ง ไมก่ ่อนหรอื หลงั เกนิ ไปในจังหวะทีแ่ รก็ เก็ต
กระทบตถี กู ลกู ขนไก่ แรงดดี ตวดั และสะบัดของขอ้ มอื นอกจากใช้เสรมิ แรงตลี ูกในวนิ าทีทถ่ี กู ต้อง
แลว้ ยังมีบทบาทในการบังคบั ทิศทางว่ิงของลูกขนไก่ไปสู่เป้าหมายต่าง ๆ ไดห้ ลากหลาย ความเร็ว
ทีเ่ กิดจากการดีด ตวัด สะบัด และพลิกขอ้ มอื สามารถทำใหค้ แู่ ข่งไม่อาจจับทางของลูกท่พี งุ่ ข้ามตา
ข่ายไปได้ ยากแก่ฝ่ายตรงขา้ มในการเดาเป้าหมายของลกู เพอื่ การตีลูกท่เี กิดจากแรงเหว่ียงสมบูรณ์
แบบ ผเู้ ล่นควรเรมิ่ ตน้ ทฟ่ี ุตเวิรค์ กอ่ น สำหรบั คนถนัดขวา ก่อนการตลี ูกน้ำหนักตัวอยทู่ ่ีเท้าขวาหลัง
ในช่วงท่ีกำลังจะตลี กู น้ำหนกั ตัวจะเรม่ิ ถา่ ยไปสเู่ ทา้ ซา้ ยหน้า การเปลย่ี นถ่ายน้ำหนักตัวน้ีจะดำเนนิ
ไปพร้อมกับแรงตีลกู ที่มาอีก 2 แหล่งคอื การเหว่ยี ง และการดดี ตวดั สะบดั ข้อมือใหก้ ลมกลนื เปน็
จังหวะเดียวกัน เม่ือเหว่ียงตีลูกไปแล้วแรงตลี ูกไดถ้ กู นำออกใชไ้ ด้ทั้งหมดเปน็ แรงตลี ูกในคร้ังเดยี ว
จะเกดิ วงสะวงิ ของแรก็ เก็ตหรอื เรยี กว่าFollow Throughให้เปน็ ไปตามธรรมชาติ การพยายามฝืน
วงสะวงิ ดว้ ยการกระชากแรก็ เกต็ กลับเร็วเกนิ ไป อาจทำให้เกิดการบาดเจบ็ ที่แขนหรือทห่ี ัวไหลไ่ ด้
การฝึกหดั ตีลูกในขนั้ ตน้ นน้ั ควรฝกึ ตเี ฉพาะลูกโด่งเหนือศีรษะเพราะเป็นลูกเบสิคทตี่ ี ไดง้ ่าย เหวยี่ ง
ตีตามถนดั ฝึกฝนให้มาก ๆ จนเกดิ ความแมน่ ยำจบั จังหวะการเหวี่ยงตีและการใชแ้ รงจากแหลง่ ของ
การตีลูกตา่ ง ๆ ให้ผสมผสานเป็นจังหวะเดยี ว
ฟตุ เวริ ค์ กบั จังหวะของการตีลกู
กฬี าแบดมนิ ตนั เป็นเกมส์ท่ีผูเ้ ล่นทงั้ สองฝ่ายต้องมกี ารเคลือ่ นย้ายตวั วิง่ ไล่ตลี ูกตลอดเวลาผู้
เล่นจงึ ตอ้ งรู้จกั การว่งิ เข้าออก การประชดิ ลกู ในจังหวะทถี่ กู ต้อง เคลือ่ นยา้ ยตวั เองไปอย่ใู นจดุ ที่
ถูกตอ้ ง ตีลกู ไดถ้ นดั ตดี ้วยความสะดวก ตลี กู ดว้ ยความง่ายดาย และสน้ิ เปลอื งพลังงานใหน้ อ้ ยท่ีสดุ
ฟตุ เวริ ์คหรือจังหวะเทา้ สำหรบั การเลน่ แบดมนิ ตนั มคี วามสำคัญมากทีส่ ดุ ฟุตเวิรค์ ที่ดีจะทำ
ให้การออกตวั สืบเท้า พาตัวพุ่งไปสู่ทศิ ทางต่าง ๆ รอบสนามกระทำได้ดว้ ยความคลอ่ งแคล่วและฉบั
ไวเพราะหลักการสำคญั ท่ีสุดในกีฬาแบดมินตนั สำหรับผูเ้ ล่นทุกคนทเี่ ล่นเพ่อื ความเป็นเลิศในระดบั
แข่งขนั จะตอ้ งจำไวใ้ ห้แมน่ กค็ อื
- จะต้องวิ่งเข้าไปหาลกู เสมอ อย่าทง้ิ ช่วงปลอ่ ยให้ลูกวงิ่ มาหา
- จะต้องพงุ่ ตวั เขา้ ตลี กู ใหเ้ ร็วท่สี ดุ และตีลูกขณะที่อยู่ในระดบั ท่ีสงู ท่สี ุด
เพราะฉะนัน้ ในเกมการเล่นแบดมนิ ตันการคาดคะเน(Anticipation)เป้าหมายการตี กับวิธี
ทางตีลกู ของฝา่ ยตรงข้าม จึงจำเปน็ ตอ้ งพิถีพถิ นั เป็นพิเศษ บางคร้ังยงั ตอ้ งใช้เทคนิคการ “ดกั ลกู ”
เขา้ มาชว่ ยอกี ดว้ ยโดยเฉพาะอย่างย่ิงการเลน่ ประเภทคจู่ ะตอ้ งอาศยั การจับทางของคตู่ อ่ สใู้ หไ้ ดม้ าก
ทีส่ ุด เพื่อการพงุ่ เขา้ ประชิดตีลกู ในระดับบนใหเ้ ร็วทีส่ ุดเท่าที่จะทำได้การตลี กู ในระดบั ท่สี งู จะทำให้
ผู้เล่นมโี อกาส “กดลกู ” บบี เกมเลน่ ใหฝ้ ่ายตรงข้ามตอ้ งตกเป็นฝา่ ยตง้ั รบั อกี ท้งั ยงั มี “มมุ ลึก” กบั
“เปา้ หมาย” สำหรบั การตีลูกได้มากขน้ึ ยิ่งตลี กู จากระดบั สงู ไดม้ ากเท่าใดย่อมจะมี “มมุ ลึก” ของ
เป้าหมายได้มากเท่าน้นั เช่นการกระโดดตบพรอ้ มทง้ั ใชข้ อ้ มือตวดั ตลี ูกจกิ จะทำใหล้ กู สามารถข้าม
ไปในมมุ ทล่ี กึ กว่าการตบลูกจากระดบั ธรรมดา ถ้าทำอยา่ งน้ไี ด้ จะทำใหล้ กู ท่ีตขี า้ มไปน้นั เกดิ วถิ ลี กู ท่ี
ข้ามไปหลากหลาย ทำให้คู่ต่อสู้เดาการเล่นของเราไม่ถูก หรือคาด การณ์ออกว่าเราจะสง่ ลูกไปใน
ลกั ษณะใด
ฟุตเวิรค์ จงั หวะเทา้ ทด่ี ี เริ่มตน้ ท่ีผูเ้ ล่นท้ิงนำ้ หนกั ตัวบนปลายเท้าทัง้ สอง หรอื อีกนัยหน่ึง คือ
ไม่ควรยืนดว้ ยการทงิ้ นำ้ หนักตัวบนแผน่ เท้าทง้ั สอง ในขณะทีย่ ืนปลายเท้า ควรวางเท้าทงั้ สองแยก
จากกันเลก็ นอ้ ยตามถนัด การยืนในลกั ษณะน้ีทำใหผ้ ูเ้ ลน่ พรอ้ มท่ีจะพุ่งตวั ออกจากจุดศนู ยก์ ลาง
อย่างฉับไว การพงุ่ ออกไปไมว่ ่าจะไปทางด้านหนา้ ดา้ นหน้าซ้ายขวา ดา้ นข้างซา้ ยขวาหรอื ด้านหลงั
หรือหลงั ซ้ายขวา ผู้เลน่ สามารถเคล่อื นย้ายตวั ไปครอบคลมุ พ้นื ท่สี นามได้ทั้งหมดจงั หวะเทา้ อาจจะ
ซอยถี่ เปน็ ช่วงสั้น หรือยาวตามแต่สถานการณ์ ในกรณที ี่ตอ้ งว่งิ ในระยะทางไกลควรสาวเทา้ เก้า
ยาว เมื่อถึงจงั หวะที่จะเขา้ ประชิดลูกกอ็ าจจะซอยฟตุ เวริ ค์ สน้ั ลงเพอ่ื เสาะหาจังหวะการตลี ูกใหก้ ับ
ตัวตามถนัด
การสบื เทา้ เข้าประชิดลูกไม่ว่าเปน็ ก้าวสั้นหรอื ก้าวยาว ควรจะพาตัวเขา้ ใกล้ลูกในระยะใด ผู้
เล่นควรคำนึงถึงความจริงวา่ ถา้ ลกู ห่างไกลจากตัวมาก ผเู้ ล่นจะเอื้อมตีลกู ดว้ ยความลำบาก แรงท่ี
สง่ มาจากแหล่งต่าง ๆ ของการตีลูกไมม่ โี อกาสได้รวมพลังใชอ้ ย่างเต็มทใี่ นทำนองเดียวกัน ถ้าลกู
ประชิดในระยะใกล้เกนิ ไป วงสะวงิ ของการเหว่ียงตีลกู แคบแขนตดิ ท่ีช่วงไหล่ กจ็ ะทำให้แรงตลี ูกไม่
สามารถนำออกใช้ไดอ้ ย่างมปี ระสิทธภิ าพเช่นกนั ระยะห่างจากตวั ผเู้ ล่นในขณะท่ีเล่นควรจะอยู่ใน
ระหว่าง 2-3 ฟตุ จากลำตวั เปน็ ระยะทก่ี วา้ งพอสำหรับการตีลูกได้อยา่ งถนดั และเต็มเหนีย่ ว
ฟุตเวริ ค์ หรือจังหวะเท้า จะวางอยา่ งไรกแ็ ลว้ แต่ ต้องไม่ลมื การตีลกู เบสิคพน้ื ฐาน ลูกหนา้
มอื เท้าซา้ ยอยู่หน้า เท้าขวาอยู่หลัง และลูกหลังมือ เทา้ ขวาจะอูห่ น้า เท้าซา้ ยจะอยู่หลัง (สำหรับผู้
เล่นทถี่ นดั ขวาถ้าถนัดซ้ายก็สลับกนั ) ฝึกฟตุ เวิร์คจงั หวะเท้าไปสกั พักใหญ่ ๆ ทุกอย่างจะดำเนินไป
โดยธรรมชาติ ผเู้ ลน่ จะไม่คำนงึ หรือกังวลเรอื่ งของฟุตเวิรค์ อกี เลย
ผ้จู ดั ทำ
1.นายกิตติศกั ดิ์ กฤกษ์ยามดี รหัสนักศกึ ษา 6340106113
2.นายชยั อนนั ต์ จิตแสง รหสั นกั ศึกษา 6340106114
3.นายพศิน ศรจนั ทร์แดง รหสั นกั ศึกษา 6340106122
4.นายรฐั ชัยญา สวุ รรณศร รหสั นกั ศึกษา 6340106125
พลศกึ ษาชัน้ ปที ่ี 1 หม่เู รียนท่ี 1 กลมุ่ P3
อ้างองิ
https://www.educatepark.com/story/history-of-badminton/
https://www.siamsporttalk.com/th/entertainment/sport/84-badminton/rules-
sports-badminton/106-badminton-rules.html
http://119.46.166.126/self_all/selfaccess10/m4/health4_2/Health_Edu/9-2.php
https://sites.google.com/site/doisaketwittayakomsports/klu-sm-sara-sukh-
suksa-elea-phlsuksa/kila-baedmintan/thaksa-kar-len-kila-baedmintan