หน้าปก
คานา
สารบญั
ประเพณลี ากพระหรือชักพระ
ประวตั ิความเป็ นมา
ประเพณีลากพระ บางทอ้ งถ่ินเรียกวา่ "ประเพณีชกั พระ" เป็นประเพณีพ้นื เมืองของชาว
ภาคใต้ ไดส้ ืบทอดมาต้งั แต่สมยั โบราณถึงปัจจุบนั และเป็นประเพณีที่มีกาหนดการแน่นอน คือ
จดั ทาในแรม 1 ค่า เดือน 11 ของทุกปี ตรงกบั วนั ออกพรรษา
ที่มาของประเพณี เม่ือพระพทุ ธองคท์ รงผนวชได้ 7 พรรษา และ พรรษาท่ี 7 น้นั ไดเ้ สดจ็ ไป
จาพรรษา ณ สวรรคช์ ้นั ดาวดึงส์ คร้ันออกพรรษาแลว้ ยามเชา้ ของแรม 1 ค่า เดือน 11 ไดเ้ สดจ็
กลบั มายงั โลกมนุษย์ ในการน้ีพทุ ธบริษทั ท้งั 4 ประกอบดว้ ย ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก และ อุบาสิกา ซ่ึง
รอคอยพระพทุ ธองคม์ าเป็นเวลานานถึง 3 เดือน คร้ังทราบวา่ พระพุทธเจา้ เสดจ็ กลบั จึงไดร้ ับเสดจ็
และไดน้ าภตั ตาหารคาวหวานไปถวายดว้ ย ผไู้ ปทีหลงั นง่ั ไกล ไม่สามารถเขา้ ไปถวายภตั ตาหารดว้ ย
ตวั เองได้ จึงใชใ้ บไมห้ ่ออาหารและส่งผา่ นชุมชนต่อๆกนั ไป เพอื่ ขอความอนุเคราะห์ต่อผนู้ ง่ั ใกลๆ้
ถวายแทน บุญประเพณีลากพระ จึงมีขนมตม้ หรือท่ีเรียกตามภาษาถิ่นวา่ "ตม้ " เป็นขนมประจา
ประเพณีทาดว้ ยขา้ วเหนียว ห่อดว้ ยใบไมอ้ ่อนๆ เช่น ใบจาก ใบลาน ใบตาล ใบมะพร้าว หรือ ใบ
กะพอ้ เป็นตน้
การลากพระ เป็นการบาเพญ็ บุญประเพณีในเทศกาลคลา้ ยวนั พระพุทธเจา้ เสดจ็ กลบั จาก
สรวงสวรรคช์ ้นั ดาวดึงส์มาสู่โลกมนุษย์ เพ่ือใหป้ ระเพณีดงั กล่าวโนม้ นา้ วเร้าจิตใจใหค้ ิดระลึกถึง
วนั ที่พระพุทธองคท์ รงกลบั มาสู่มนุษยโ์ ลก และ โปรดเวไนยสตั วจ์ นเสด็จดบั ขนั ปรินิพพาน
ประเพณีลากพระจดั ทาในวนั แรม 1 ค่า เดือน 11 โดยอญั เชิญพระพุทธรูปปางหา้ มญาติ หรือ ปาง
หา้ มสมุทร ซ่ึงเป็นปางประทบั ยนื ปละทรงยกพระหตั ถเ์ สมอพระอุระ ประดิษฐานเหนือบุษบกคือ
มณฑปขนาดเลก็ สาหรับประดิษฐานพระพทุ ธรูป ท่ีจดั ต้งั ไวใ้ นยานพาหนะสาหรับลากจูงต่อไป
ขบวนลากจูงเรือพระน้ี เป็นประเพณีท่ีชาวภาคใตเ้ รียกวา่ "พิธีลากพระ"
การลากพระแบ่งเป็ น 2 ประเภท
เน่ืองจากพ้ืนที่ภาคใตบ้ างแห่งเป็นท่ีราบลุ่ม ชุมชนท่ีอยอู่ าศยั ในสถานท่ีแห่งน้ีซ่ึง
เป็นพ้นื ท่ีใกลท้ ะเล แม่น้าลาคลอง การคมนาคมใชเ้ รือเป็นพาหนะ สาหรับชุมชนท่ีอาศยั ในท่ีราบสูง
ใชเ้ กวยี นหรือรถยนตเ์ ป็นพาหนะ ดงั น้นั บุญประเพณีลากพระจาเป็นตอ้ งใชย้ านพาหนะใหเ้ หมาะ
กบั พ้นื ท่ี จึงจะประกอบพธิ ีลากพระไดท้ วั่ ภูมิภาคและต่อละสถาน ที่มีวตั ถุประสงคอ์ ยา่ งเดียวกนั
ต่างกนั แต่รูปแบบ หรือ อุปกรณ์ท่ีนามาใชใ้ นพธิ ีดงั น้ี
1.การลากพระเรือ เป็นประเพณีลากพระทางน้าของชุมชนที่ต้งั ถิ่นฐานอยใู่ นที่ราบลุ่ม การ
คมนาคมใชเ้ รือเป็นพาหนะ
2.การลากพระบก เป็นประเพณ๊ลากพระทางบกของชุมชนท่ีต้งั ถิ่นฐานอยใู่ นที่ราบสูง การ
คมนาคมในชีวติ ประจาวนั ใชเ้ กวยี นหรือรถยนตแ์ ละรถไฟเป็นพาหนะ แต่ร้านมา้ ที่จดั ต้งั บุษบกใช้
คาวา่ "เรือ" นาหนา้ จึงเรียกวา่ "เรือพระบก" สันนิษฐานวา่ การลากพระคงเร่ิมจากลากพระเรือก่อนท่ี
จะดดั แปลงมาเป็นลากพระบก
การจดั เตรียมอปุ กรณ์ในการลากพระ
1.เคร่ืองประโคม ประกอบดว้ ย ฆอ้ ง ระฆงั ตะโพน (กลองชนิดหน่ึง)
2.พระพุทธรูปประทบั ยนื ปางหา้ มสมุทร หรือ ปางหา้ มญาติ จานวน 1 องค์ หรือ 2 องค์
ภาษาถิ่นเรียกวา่ "พระลาก" นิยมใชไ้ ม่เกิน 2 องค์
3.ยานพาหนะ สาหรับจดั ต้งั บุษบก ถา้ ลากพระทางน้าใชเ้ รือเป็นพาหนะ ลากพระทางบก
ใชร้ ้านมา้ เป็นพาหนะ
3.1 ลากพระทางน้า จดั เตรียมเรือขนาดใหญ่ 1 ลา หรือ เรือขนาดกลาง 2 ลา ผกู
ติดกนั เป็นคู่ขนาน วางคาน ปูพ้นื และขนาดพ้นื ท่ีกวา้ งไม่นอ้ ยกวา่ 4*4 เมตร เพ่ือวางบุษบกและ
อุปกรณ์อ่ืนๆ สะดวก
3.2 ลากพระทางบก จดั ทาร้านมา้ วางบนคานเลื่อน 2 แผน่ ดงั เลื่อนที่สุนขั ลากบน
น้าแขง็ ตอ้ งสร้างดว้ ยวสั ดุท่ีแขง็ แรง แต่ลากเลื่อนสะดวก สาหรับบุษบกจดั ต้งั บนร้านมา้ ยดึ ทุกส่วน
ติดกนั ใหแ้ ขง็ แรง มิฉะน้นั อาจจะหกั พงั เพราะบางทอ้ งถ่ินมีประเพณีแยง่ เรือพระซ่ึงกนั และกนั ดว้ ย
(จะเล่าใหท้ ราบในขบวนพิธีลากพระ) ปัจจุบนั บางทอ้ งถิ่นใชร้ ถยนตแ์ ทนร้านมา้ ทาใหค้ วาม
สนุกสนานในการลากพระบกลดนอ้ ยลง โดยเฉพาะอยา่ งยงิ่ การแยง่ ชิงเรือพระไม่สามารถกระทาได้
4.เชือกลากเรือพระ วสั ดุลากจูง ถา้ ลากพระทางน้าใชเ้ ชือกลากพระ เพราะน้าหนกั นอ้ ยกวา่
หรือไม่ ถา้ ลากพระทางบกนิยมใชไ้ มไ้ ผแ่ ทนเชือก เพราะประชาชนจบั ลากจูงสะดวกกวา่ เชือก
ขบวนลากพระ
การลากพระท้งั ทางบกและทางน้า มีท้งั สิ่งที่เหมือนกนั และต่างกนั ท้งั น้ีข้ึนอยกู่ บั
สถานที่และยานพาหนะท่ีใชเ้ ป็นเรือพระ
ส่ิงที่แตกต่างกนั คือ การลากพระทางน้า เนื่องจากใชเ้ รือเพือ่ จดั ต้งั บุษบกและใชเ้ รือ
ยาวขนาดหลายๆฝี พาย พร้อมท้งั เรือเลก็ ทุกขนาดลากจูง กรรมวธิ ีกค็ ือ เรือลากจูงผกู ติดกบั เชือกลาก
เรือพระเป็นขบวนยาวสุดสายตา เรียงหนา้ ขนานไปตามลาคลองเหมือนเป็นฝูงใหญ่ลงวา่ ยน้าพร้อม
กนั สายน้าที่ใสสะอาดปราศจากมลภาวะ ถึงกบั ตอ้ งเปลี่ยนสีที่เกิดจากเงาสะทอ้ น ยอ้ นแสงสีเขียว
เหลืองแดงของอาภรณ์หนุ่มสาวที่สรรหามาแต่งตวั ยว่ั กนั เช่น เรือยางบางลาแต่งกายดว้ ยสีม่วงหรือ
สีแดง ท้งั 30 ฝี พาย สายน้ายง่ิ ดูยงิ่ งามยามเรือผา่ น เห็นดว้ ยกบั คาวา่ "น้าพ่ึงเรือ เสือพ่งึ ป่ า" เรือทุกลา
ต่างคนต่างพาย พร้อมทกั ทายเพอ่ื นร่วมงานเป็นฉนั ทม์ ิตรที่คน้ เคยมาแต่ก่อนกส็ าดน้าเขา้ ใส่สกิจใจ
แทนวาจา ต่างเพศ ต่างฐานะ ต่างวยั แต่เสมอกนั ดว้ ยศรัทธาร่วมใจลากจูงเรือพระไปยบั สถานที่ซ่ึง
กาหนดไว้ ใหท้ นั เพลาถวายภตั ตาหารเพลแด่ภิกษุสามเณรร่วมกนั ประชาชนท้งั สองฝ่ังคลอง เมื่อ
ขบวนเรือพระมาถึงหนา้ บา้ น ยกภาชนะขนมตน้ ลงเรือไปแขวนพระหตั ถพ์ ระพทุ ธรูป ซ่ึงประทบั ยนื
อยใู่ นบุษบก แลว้ กร็ ีบพายเรือของตนไปผกู ติดกบั เชือกลากเรือพระเขา้ ขบวน มือพายเรือปากทกั ทาย
เจรจาพาทีกบั พ่ีนอ้ งนา้ ป้าต่อไป
การลากพระทางบก แตกต่างจากลากพระทางน้า คือ การใชแ้ รงคนเดินเทา้ ลากจูง
เรือพระ ต้งั ขบวนเดินลดั ตดั ทุ่งนา หมู่บา้ น ผา่ นคูหนองร่องลาธาร โดยใชไ้ มไ้ ผผ่ กู ติดโคนต่อปลาย
ใหย้ าวตามท่ีตอ้ งการผกู ติดกบั เรือพระเป็นคู่ขนานหลายๆเส้นแทนเชือก เพราะสะดวกในการจบั
ลากจูงขบวนผา่ นหมู่บา้ นใด ประชาชนนาขนมตม้ มาแขวนพระหตั ถพ์ ระพทุ ธรูปหรือผกู หอ้ ยกบั
ร้านมา้ ร่วมอนุโมทนาแลว้ เสร็จ รีบกา้ วไปเขา้ ขบวนลากพระตามประเพณี บางคนแยง่ เรือพระหรือ
บงั คบั ใหอ้ อ้ มโคง้ ออกนอกเส้นทาง หวงั จะใหเ้ รือพระผา่ นทุ่งนาของตน เพราะมีความเชื่อวา่ เรือ
พระผา่ นทอ้ งทุ่งแห่งใด จะทาใหข้ า้ วกลา้ พชื พนั ธุ์ธญั ญาหารงอกไพบูลย์ การลากพระบก มีท้งั
นนั ทนาการ มีความสนุกสนาน ตลกขบขนั และความสมั พนั ธ์กเ็ กิดข้ึน เป็นตน้ วา่ ขบวนผา่ นลงน้าทุก
คนกเ็ ปี ยกน้า ผา่ นโคลนตมกเ็ ป้ื อนโคลนตม บางคร้ังแยง่ เรือพระซ่ึงกนั และกนั อีกกลุ่มหน่ึงลากไป
ขา้ งหนา้ อีกกลุ่มหน่ึงดึงถอยหลงั เพราะอยากเปลี่ยนเสน้ ทางจนกลายเป็นกีฬาชกั เยอ่ ไปโดยไม่
เจตนา เสียงหวั หนา้ กลุ่มและลูกนอ้ งร้องตะโกนหาแนวร่วมจากชุมชน ประสมประสานเสียงกบั
เครื่องประโคม เช่น ระฆงั ตะโพน ฆอ้ ง กอ้ งกมั ปนาทสะเทือนทุ่ง หากขบวนมุ่งตรงเขา้ หมู่บา้ นใด
หมูจะแหกคอก ววั ควายวงิ่ ออกนอกบา้ นพลดั ถิ่นหลงฝงู เชือกผกู ล่ามจูงขาดกระจดั กระจาย
เหตุการณ์เหล่าน้ี ไม่มีใครโกรธและโทษใคร เพราะบุญประเพณีเป็นท่ียดึ ใจ ความโกรธไม่สามารถ
มาบญั ชาใหใ้ ครโกรธใคร เพราะจิตใจพกพาอภยั ทานต้งั แต่ก่อนจะร่วมงานซ่ึงกนั และกนั ความ
ผดิ พลาดท้งั หลายละลายดว้ ยการใหอ้ ภยั โทษ
สิ่งที่เหมือนกนั คือ ขบวนลากพระท้งั ทางบกและทางน้า ต่างมุ่งหนา้ ไปยงั สถานท่ีแห่ง
เดียวกนั เพ่อื บาเพญ็ ทากิจกรรมและนนั ทนาการร่วมกนั สถานที่ดงั กล่าวจะเป็นศูนยก์ ลางทอ้ งถ่ิน
น้นั ๆ เรือพระที่ขบวนลากมาจากวดั เหนือ วดั ใต้ หรือ จากวดั อื่นใด ท้งั เรือพระบกและพระน้า จะ
ลากไปหยดุ ร่วมกนั ณ สถานท่ีน้นั และจะถึงก่อนเวลาถวายภตั ตาหารเพลแด่พระสงฆท์ ุกๆ ขบวน
กจิ กรรมประจาประเพณี
แต่ละสถานที่อาจจะแตกต่างกนั ท้งั น้ีข้ึนอยกู่ บั ส่ิงแวดลอ้ มและค่านิยมของชุมชน
กิจกรรมที่จดั ทาทว่ั ไป ไดแ้ ก่
1.ประกวดเรือพระ หลกั เกณฑแ์ ละวธิ ีคดั เลือก ตดั สินแพช้ นะ พิจารณาถึงความสวยงาม
ส่งเสริมอนุรักษป์ ระเพณีชาวภาคใตท้ ้งั เรือพระบกและเรือพระน้า ไดป้ ระดบั ดว้ ยสิ่งประดิษฐอ์ นั
วจิ ิตรการตา เช่น เรือพระบกคานรองร้านมา้ และสลกั เป็นพญานาค 2 ตวั ยกหวั ชูหงอนสะบดั หาง
เล้ือยเคียงคู่ประคองบุษบกไปตามเส้นทาง ยงิ่ ดูยงิ่ เพ่มิ ศรัทธาเร้าใจ จนเขา้ ไปร่วมขบวนโดยไม่รู้สึก
เหน่ือยหน่าย
2.การแข่งตะโพน ซ่ึงเป็นกลองชนิดหน่ึง หวั สอบทา้ ยสอบตวั ตะโพนทาดว้ ยไมข้ ึงดว้ ยหนงั
หวั ทา้ ย มีขารอง ตีดว้ ยฝ่ ามือ (ภาษาถ่ินบางแห่งเรียกวา่ "ปื ด") เขา้ ทาการแข่งขนั คร้ังละคู่ ตดั สินโดย
การฟังเสียงเป็นสาคญั วธิ ีแข่งขนั เรียงตะโพนตามกนั 2 ใบ ใบแรกจะต้งั เสียงตีก่อน ใบท่ี 2 จะตดั
เสียงทีหลงั คณะกรรมการจะดกั ฟังเสียงทางดา้ นหลงั ของตะโพนท้งั 2 ใบ และตอ้ งอยหู่ ่างไกล จึง
สามารถแยกเสียงต้งั และเสียงตดั ไดด้ ี คู่แข่งขนั จะสลบั วางดา้ นหนา้ และดา้ นหลงั อยา่ งนอ้ ยคนละ
หน่ึงคร้ัง
ตะโพนอีกประเภทหน่ึง ตีดว้ ยไม้ ผตู้ ีกลองตอ้ งแขง็ แรง วธิ ีแข่งขนั จะตีแรงๆ รัวเร็วๆ และช่วงเวลาตี
ยาวนาน ผลดั เปลี่ยนตีโชวค์ นละคร้ัง
3.แข่งเรือยาว กาหนดรุ่นตามจานวนฝีพาย กติการและวธิ ีแข่งขนั ตดั สินการแพช้ นะท่ี
ความเร็วชา้ กวา่ กนั ดงั แข่งขนั เรือยาวทว่ั ไป
4.แข่งขนั ซดั ขนมตม้ เป็นกีฬาท่ีรุนแรง ผแู้ ข่งขนั ตอ้ งตาเร็ว มือเร็ว มีทกั ษะในการขวา้ งปาแม่นยา
ดว้ ย
อุปกรณ์ในการแข่งขนั คือ ขนมตม้ สามเหลี่ยมและจดั ทาเป็นขนมตม้ ชนิดแข่งขนั
เฉพาะ บางแห่งใชข้ า้ วเหนียวผสมทรายห่อดว้ ยใบกะพอ้ ตม้ หรือน่ึงจนแหง้ ใหข้ า้ วเหนียวแขง็
วธิ ีแข่งขนั แข่งเป็นคู่ๆ และใชส้ นามกวา้ งๆ ผชู้ มยนื ห่างจากนกั กีฬาในระยะที่ปลอดภยั
เตรียมการโดยคู่แข่งมีขนมตม้ ขา้ งละ 30-40 ลูก ยนื ห่างกนั ประมาณ 12 เมตร กติกาในการแข่งขนั
ใชข้ นมตม้ ปาใหถ้ ูกร่างกายของคู่แข่งใหม้ ากที่สุด หา้ มปาต่ากวา่ เขม็ ขดั เม่ือหมดขนมตม้ นบั จานวน
ท่ีปาถูกร่างกายคู่แข่งเป็นสาคญั เมื่อจบกิจกรรมต่างวดั ต่างลากเรือพระของตนกลบั สนุกสนานสั่ง
ลาก่อนจากฝากมิตรต่อไป
ดงั น้นั งานประเพณีลากพระ จะเป็นงานเทศกาลบุญกศุ ลเท่าน้นั กห็ าไม่ได้ แต่เป็น
ประเพณีเสริมสร้างสามคั คี อนุรักษศ์ ลิ ปวฒั นธรรมอนั เป็นเอกลกั ษณ์ของชาวภาคใต้ ใหส้ ืบสาน
ไปสู่เยาวชนคนรุ่นหลงั และคงเป็นมรดกสังคมคงอยคู่ ู่ไทยถิ่นใตช้ วั่ นิรันดร์