ก คำนำ รายงานผลการใช้สื่อ โมเดลนาฏศิลป์ เรื่อง ภาษาท่า กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ(นาฏศิลป์) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เพื่อนำไปใช้ในกิจกรรมการเรียนการสอนที่จะส่งเสริมการเรียนนาฏศิลป์ของ นักเรียนให้มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ดีขึ้นให้นักเรียนเข้าใจเรื่อง ภาษาท่า มากยิ่งขึ้น และเพื่อเป็น ประโยชน์และแนวทางในการจัดการเรียนการสอนนาฏศิลป์ต่อ ๆ ไป ณปภัช เกลี้ยงทอง ผู้จัดทำ
ข สารบัญ เรื่อง หน้า บทที่ 1 บทนำ..................................................................................................................... 1 บทที่ 2 เอกสารที่เกี่ยวข้อง................................................................................................. 3 บทที่ 3 วิธีดำเนินการ......................................................................................................... 4 บทที่ 4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล.............................................................................................6 บทที่ 5 สรุป อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ........................................................................8 บรรณานุกรม...................................................................................................................................9 ภาคผนวก
1 บทที่ 1 บทนำ ที่มาและความสำคัญ การศึกษาที่ดีคือการพัฒนาผู้เรียนด้านความรู้ สร้างเสริมความคิด เน้นให้เกิดทักษะในการ เรียนและให้เกิดทัศนคติที่ดีในการเรียน สอนให้ผู้เรียนรู้จักตนเอง รู้จักชีวิต มีความเข้าใจในสังคมและ สิ่งแวดล้อมที่ตนมีส่วนร่วม สามารถนำความรู้ที่ได้จากการเรียนมาช่วยแก้ปัญหาต่างๆที่สำคัญจะต้อง ช่วยสร้างเสริมคุณภาพชีวิตและสังคมให้ดียิ่งขึ้น โดยสิ่งสำคัญที่จะต้องคำนึงในการจัดการเรียนการ สอนคือ จะสอนอย่างไรให้เด็กเกิดความสนใจ เข้าใจ และจดจำในสิ่งสอนไปได้แม่นยำสามารถนำไป ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ นักจิตวิทยาและนักการศึกษาจึงพยายามหาแนวทางในการสร้าง ประสิทธิภาพทางการเรียนการสอนที่จะให้ผู้เรียนเกิดการพัฒนาอย่างแท้จริงและยั่งยืน โดยทดลอง ให้ครูนำเอาภาพถ่าย แผ่นภาพ การ์ตูน เกม ฯลฯ มาใช้ประกอบการเรียนการสอน ปรากฏว่า เครื่องมือเหล่านี้มีผลต่อสมรรถภาพและประสิทธิภาพทางการเรียนของเด็ก เด็กเกิดการเรียนรู้อย่าง แท้จริง ส่งผลให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้โดยอัตโนมัติ สามารถเข้าใจและจดจำสิ่งที่ได้เรียนรู้ไปได้อย่าง ยั่งยืน ทำให้การเรียนการสอนที่จัดให้นักเรียนนั้นเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นทางผู้จัดทำจึงเห็นว่าควรจะนำสื่อการสอนชุด “โมเดลนาฏศิลป์ เรื่อง ภาษาท่า ” มา เป็น เครื่องมืออย่างหนึ่งในการจัดการเรียนการสอน เพราะนอกจากสื่อการสอนชุดนี้ จะดึงดูดความ สนใจ ของผู้เรียนได้แล้ว ก็ยังช่วยให้ผู้เรียนเกิดความเข้าใจในเนื้อหาที่เรียนได้ง่ายขึ้น ทำให้ผู้เรียนเกิด การเรียนรู้ได้ดีกว่ารูปแบบการสอนแบบบรรยายเพียงอย่างเดียว ทำให้ผู้เรียนสามารถนำความรู้ที่ได้ไป ประยุกต์ใช้ในการเรียนวิชานาฏศิลป์ไทยในระดับที่สูงขึ้นไปได้อย่างมีคุณภาพ วัตถุประสงค์ 1.เพื่อพัฒนารูปแบบการสอนนาฏศิลป์ โดยสร้าง แบบเรียนสำเร็จรูป เรื่อง นาฏยศัพท์และภาษาท่าตาม เกณฑ์มาตรฐาน 80/80 2.เพื่อเปรียบเทียบความก้าวหน้าทางการเรียนกิจกรรมนาฏศิลป์ ก่อนและหลังการสอนโดยใช้แบบเรียน สำเร็จรูป เรื่อง นาฏยศัพท์และภาษาท่า 3.เพื่อศึกษาความคิดเห็นของนักเรียนที่มีต่อการสอน โดยใช้แบบเรียนสำเร็จรูป เรื่อง นาฏยศัพท์และ ภาษาท่า เป้าหมาย 1. นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังสอบเรื่องภาษาท่าสูงขึ้น 2. ครูมีสื่อการเรียนการสอนกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ (นาฏศิลป์)
2 ขอบเขตของการศึกษา 1. เป็นการศึกษาทดลองสื่อที่ใช้ชื่อ โมเดลนาฏศิลป์ เรื่อง ภาษาท่า กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 2. ประชากร เป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/7 ซึ่งกำลังศึกษาภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนอนุบาลยะลา อำเภอเมือง จังหวัดยะลา จำนวน 36 คน นิยามศัพท์เฉพาะ 1. แผนการจัดการเรียนรู้ หมายถึง แผนการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะเรื่อง นาฏยศัพท์และภาษาท่า ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนศิลปะ เรื่องนาฏยศัพท์และภาษาท่า ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/7 หมายถึง “คะแนนของนักเรียนที่ได้จากการทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ เรื่องการวิเคราะห์สำนวนไทย ที่ผู้ ศึกษาสร้างขึ้น” 3. ผู้เรียน หมายถึง นักเรียนที่กำลังศึกษาอยู่ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/7 ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนอนุบาลยะลา อำเภอเมือง จังหวัดยะลา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 1 จำนวน 36 คน 4. สื่อการสอนชื่อ สื่อโมเดลนาฏศิลป์ เรื่อง ภาษาท่า หมายถึง บัตรภาพที่ใช้สอนเรื่องความหมายและ ที่มาของภาษาท่าของนาฏศิลป์ ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 1.นักเรียนมีความสามารถในการทำกิจกรรมนาฏศิลป์ เรื่อง นาฏศัพท์และภาษาท่า 2.นักเรียนมีความคิดสร้างสรรค์ และมีเจตคติที่ดีในการเรียนวิชานาฏศิลป์ 3.นักเรียนมีแนวทางเพื่อพัฒนาทักษะ มีสมาธิ ความอดทนและความคิดสร้างสรรค์
3 บทที่ 2 เอกสารที่เกี่ยวข้อง ภาษาท่านาฏศิลป์ เป็นการนำท่าทางต่างๆ และสีหน้าที่มีอยู่ตามธรรมชาติ เช่น คำพูด กริยาอาการ อารมณ์ ความรู้สึก มาปฏิบัติเป็นท่าทางนาฏศิลป์ไทยที่มีความหมายแทนคำพูด ให้สอดคล้องกับจังหวะเพลงและ การขับร้อง การฝึกปฏิบัติ การฝึกหัดภาษาท่าจะต้องฝึกให้ถูกต้องตามแบบแผนเพื่อจำได้สื่อความหมายได้ โดยตรง ซึ่งจะทำให้ผู้ชมเข้าใจความหมายที่ผู้แสดงต้องการสื่อความหมายมากขึ้น ที่มาของภาษาท่า ที่ใช้ในการแสดงนาฏศิลป์ แบ่งออกเป็น ๒ ประเภท ๑. ภาษาท่าที่มาจากธรรมชาติ เป็นท่าทางที่ดัดแปลงมาจากท่าทางตามธรรมชาติของคนเรา แต่ปรับปรุง ให้ดูสวยงามอ่อนช้อยมากยิ่งขึ้น โดยใช้ลักษณะการ ร่ายรำเบื้องต้นมาผสมผสาน เช่น ท่ายิ้ม ท่าเรียก ท่า ปฏิเสธ ท่าร้องไห้ ท่าดีใจ ท่าเสียใจ ท่าโกรธ ๒. ภาษาท่าที่มาจากการประดิษฐ์โดยตรง เป็นท่าทางที่ประดิษฐ์ ขึ้นเพื่อให้เพียงพอใช้กับคำร้องหรือคำ บรรยาย ที่จะต้องแสดงออกเป็นท่ารำ เช่น สอดสร้อยมาลา เป็นต้น ภาษาท่าที่มาจากท่าทางธรรมชาติคือ ภาษาท่าที่นำลีลาท่าทางต่างๆที่สื่อความหมายและอิริยาบททาง ธรรมชาติของมนุษย์มาดัดแปลง ปรับปรุงให้มีความสวยงามอ่อนช้อย เพื่อใช้สื่อความหมายแทนการพูด ใน ชีวิตประจำวันทุกวันนี้มนุษย์เราใช้ท่าทางประกอบการพูดหรือบางครั้งมีการแสดงสีหน้า ความรู้สึก เพื่อเน้น ความหมายด้วยในทางนาฏศิลป์ ภาษาท่าเสมือนเป็นภาษาพูด โดยไม่ต้องเปล่งเสียงออกมา แต่อาศัยส่วนประกอบ อวัยวะของร่างกาย แสดงออกมาเป็นท่าทาง โดยเลียนแบบท่าทางธรรมชาติ เพื่อให้ผู้ชมสามารถเข้าใจได้ การ ปฏิบัติภาษาท่าทางนาฏศิลป์แบ่งออกได้ ดังนี้ 1. ภาษาท่าทางนาฏศิลป์ที่ใช้แทนคำพูด เช่น ฉัน เธอ ท่าน ปฏิเสธ ท่าเรียก ท่าไป 2. ภาษาท่าทางนาฏศิลป์อริยาบทหรือกิริยาอาการ เช่น ท่ายืน ท่าเดิน ท่านั่ง 3. ภาษาท่าทางนาฏศิลป์ที่ใช้แสดงอารมณ์ความรู้สึก เช่น ดีใจ เสียใจ โกรธ เศร้าโศก
4 บทที่ 3 วิธีดำเนินการ การศึกษาครั้งนี้เป็นการทดลองการใช้สื่อการเรียนการสอนวิชานาฏศิลป์ชื่อ สื่อโมเดลนาฏศิลป์ เรื่อง ภาษาท่า มีการศึกษาและวิธีดำเนินการ ดังนี้ 1. ประชากร ประชากร คือ กลุ่มนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/7 โรงเรียนอนุบาลยะลา ซึ่งไม่ผ่านวัตถุประสงค์เชิง พฤติกรรมในแผนการสอนกิจกรรมนาฏศิลป์ เรื่องนาฏยศัพย์และภาษาท่า กลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนชั้นมัธยมประถมศึกษาปีที่ 6/7 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 โรงเรียน อนุบาลยะลา ซึ่งไม่ผ่านวัตถุประสงค์ จำนวน 1 กลุ่ม 2. เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา 1. สื่อโมเดลนาฏศิลป์ เรื่อง ภาษาท่า เป็นสื่อที่ผู้ศึกษาสร้างขึ้นมีลักษณะเป็นบัตรภาพและมีคำ บรรยายภาพถึงความหมายภาษาท่า ในการผลิตสื่อ ผู้ศึกษาได้ศึกษาแนวทางการสร้างสื่อจากเอกสารที่กล่าว มาแล้วในบทที่ 2 เรื่องลักษณะสื่อการเรียนการสอน จึงนำความรู้ที่ได้มาผลิตสื่อ มีขั้นตอนดังนี้ 1.1 ศึกษาหลักสูตรสถานศึกษา กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เลือกหัวข้อ เรื่องที่จะสร้างสื่อโมเดลนาฏศิลป์ เรื่อง ภาษาท่า 1.2 วิเคราะห์สาระการเรียนรู้จากแผนการจัดการเรียนรู้ 1.3 ผลิตสื่อการเรียนการสอนวิชานาฏศิลป์ชื่อ สื่อโมเดลนาฏศิลป์ เรื่อง ภาษาท่า 1.4 จัดทำคู่มือการใช้สื่อการเรียนการสอนวิชานาฏศิลป์ชื่อชุด สื่อโมเดลนาฏศิลป์ เรื่อง ภาษาท่า 3. การสร้างแบบทดสอบ ผู้ศึกษาได้สร้างแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนนาฏศิลป์แบบเลือกคำตอบ จำนวน 10 ข้อ 3.1 ศึกษาเอกสารเกี่ยวกับการสร้างแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนนาฏศิลป์ เทคนิคการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ 3.2 วิเคราะห์เนื้อหากลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เรื่องภาษาท่า 3.3 นำแบบทดสอบไปทดลองใช้กับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/7 โรงเรียนอนุบาลยะลา 4. แผนการจัดการเรียนรู้ ผู้ศึกษาได้ดำเนินการทำแผนการจัดการเรียนรู้ ดังนี้ 4.1 ศึกษาวิธีเขียนแผนการสอนตามแนวทางของกรมวิชาการและคู่มือครูสาระการเรียนรู้ ศิลปะ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 4.2 เขียนแผนการสอน เรื่อง ภาษาท่า จำนวน 1 แผน 4.3 นำแผนการจัดการเรียนรู้สอนนักเรียนกลุ่มเป้าหมาย 5. ขั้นดำเนินการทดลอง 1. เตรียมเครื่องมือที่จะใช้ในการทดลอง 2. ผู้ศึกษาทำการทดสอบก่อนเรียนโดยใช้แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่อง ภาษาท่า แล้วบันทึกผลการสอบไว้เป็นคะแนนสอบก่อนเรียน (Pre-test)
5 3. ผู้ศึกษาดำเนินการสอนตามแผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้สื่อการเรียนการสอนวิชานาฏศิลป์ ชื่อ สื่อโมเดลนาฏศิลป์ เรื่อง ภาษาท่า 4. เมื่อดำเนินการสอนครบ 1 ครั้งแล้วผู้ศึกษานำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่องภาษาท่า ไปทดสอบแล้วบันทึกผลการสอบไว้เป็นคะแนนสอบหลังเรียน (Post-test) 5. เก็บรวบรวมข้อมูล 6. นำคะแนนที่ได้มาวิเคราะห์ โดยใช้วิธีการทางสถิติ เพื่อทดสอบสมมติฐาน 6. สถิติในการวิเคราะห์ข้อมูล สถิติพื้นฐาน 1 หาค่าร้อยละ (Percentage) โดยใช้สูตร ร้อยละ = F ×100 M เมื่อ F แทน คะแนนที่ได้ M แทน คะแนนเต็ม 2 หาค่าเฉลี่ย (Arithmetic mean) โดยใช้สูตรหาค่าคะแนนเฉลี่ย จากหนังสือเทคนิคการ วิจัยทางการศึกษา ของ ล้วน สายยศ และอังคณา สายยศ (2536) X = X N เมื่อ X แทน ค่าเฉลี่ย X แทน ผลรวมของคะแนนทั้งหมด N แทน จำนวนนักเรียนในกลุ่มตัวอย่าง 5
6 บทที่ 4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล ผลการใช้นวัตกรรมสื่อโมเดลนาฏศิลป์ เรื่อง ภาษาท่า ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/7 จำนวน 36 คน ของโรงเรียนอนุบาลยะลา อำเภอเมือง จังหวัดยะลา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 1 ปีการศึกษา 2566 ในครั้งนี้ได้นำเสนอผลการศึกษาตามลำดับ ดังนี้ 1. ผลการเปรียบเทียบคะแนนแบบทดสอบก่อนเรียน ก่อนการใช้สื่อโมเดลนาฏศิลป์ เรื่อง ภาษาท่า และคะแนนหลังเรียน ตารางที่ 1 เปรียบเทียบแบบทดสอบก่อนและหลังการทดลองใช้สื่อภาพสำนวนไทย เลขที่ ชื่อ – สกุล คะแนนก่อนปฏิบัติ คะแนนหลังปฏิบัติ ความก้าวหน้า 1 เด็กชายศิรวัฒน์ วิกรัยสกุล 1 6 +5 2 เด็กชายทินกร ไชยนรินทร์ 6 10 +4 3 เด็กชายอุนซีย์ หลงหา 6 9 +3 4 เด็กชายอาลีฟ สาและ 4 6 +2 5 เด็กหญิงสุธีกาญจน์ คำแหง 8 10 +2 6 เด็กหญิงณิชา อารีบำบัด 4 7 +3 7 เด็กชายนพรุจ สุจวิพันธ์ 8 10 +2 8 เด็กหญิงอารีน่า บือแน 9 10 +1 9 เด็กหญิงปณิสรา พรหมเต็ม 7 9 +2 10 เด็กหญิงธันย์ชนก ศรีพะเนิน 8 10 +2 11 เด็กชายธัชกร หมื่นภู่ 5 10 +5 12 เด็กชายเตชินท์ ศรีขวัญ 4 7 +3 13 เด็กชายชวกร หนูแท้ 6 9 +3 14 เด็กชายนภสินธุ์ จุลยก 8 10 +2 15 เด็กหญิงณิชนิตา ดำด้วงโรม 6 10 +4 16 เด็กหญิงฑิตยา ยิ่งยง 5 9 +4 17 เด็กชายทัตพงษ์ ภูเฮืองแก้ว 7 10 +3 18 เด็กชายธรรมรัตน์ จันทร์แจ้ง 6 9 +3 19 เด็กชายภรภัทร สุวรรณโน 5 10 +5 20 เด็กชายเพิ่มศักดิ์ ชายสงค์ 6 9 +3 21 เด็กหญิงวันรัชดาน หลงแดวา 6 9 +3 22 เด็กหญิงภัทรภร จงไกรจักร์ 5 10 +5 23 เด็กหญิงซาฟีน่าร์ อาแซ 5 9 +4 24 เด็กหญิงวรพิชชา สิทธิศักดิ์ 6 9 +3 25 เด็กชายณฐกร หมั่นดี 7 10 +3 26 เด็กหญิงฟิรดาวส์ ปังหลีเส็น 4 8 +4
7 เลขที่ ชื่อ – สกุล คะแนนก่อนปฏิบัติ คะแนนหลังปฏิบัติ ความก้าวหน้า 27 เด็กชายมงคลกรณ์ พลชัย 6 9 +3 28 เด็กชายเกียรติศักดิ์ ธุระพันธ์ 5 9 +4 29 เด็กชายพลพิศิษฐ์ สุวรรณกุล 5 9 +4 30 เด็กหญิงปวิณิชา สีเส้ง 6 10 +4 31 เด็กหญิงฟิรดาวส์ เจ๊ะหล้อ 6 10 +4 32 เด็กชายศุภกร ไร่พิมาย 7 10 +3 33 เด็กชายภูริคุณ เกื้อพะระ 5 8 +3 34 เด็กหญิงธิดาวรรณ ชมใจ 6 9 +3 35 เด็กหญิงพิมพ์ชนก โชติศิริ 6 10 +4 36 เด็กชายอัฟฟาน ดอเลาะ 4 8 +4 รวม 208 332 +115 ค่าเฉลี่ย 5.78 9.22 +3.19 ค่าเฉลี่ยร้อยละ 74.88 97.32 +41.40 จากตารางที่ 1 แสดงให้เห็นว่าผลการทดสอบเพิ่มขึ้นจำนวน 36 คน คิดเป็นร้อยละ 100 2. ผลการเปรียบเทียบก่อนและหลังการทดสอบ จากการจัดกิจกรรมการใช้สื่อภาพสำนวนไทย การทดลอง จำนวนคน ค่าเฉลี่ย ค่าเฉลี่ยร้อยละ ก่อนการทดลอง 36 5.78 74.88 หลังการทดลอง 36 9.22 97.32 อัตราความก้าวหน้า 36 3.19 41.40 จากตารางที่ 2 แสดงให้เห็นว่าผลการใช้สื่อภาพสำนวนไทยทำให้นักเรียนมีการพัฒนาดีขึ้น
8 บทที่ 5 สรุป อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ การสร้างสื่อโมเดลนาฏศิลป์ เรื่อง ภาษาท่า ใช้เป็นสื่อในการประกอบการเรียนการสอนให้กับนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จากผลการดำเนินงาน ผลปรากฏดังนี้ สรุปผล ครูผู้สอนสร้างสื่อโมเดลนาฏศิลป์ เรื่อง ภาษาท่า สำหรับนักเรียนระดับประถมศึกษา เปรียบเทียบ คะแนนเฉลี่ยผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชานาฏศิลป์ก่อนเรียนและหลังเรียนจากการใช้สื่อโมเดลนาฏศิลป์ เรื่อง ภาษาท่า ผลปรากฏว่า ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์จากการเรียนรู้เรื่องภาษษท่า โดยใช้สื่อโมเดลนาฏศิลป์ เรื่อง ภาษาท่า ในกิจกรรม มีคะแนนสูงขึ้นหลังผู้เรียนได้เรียนรู้จากสื่อโมเดลนาฏศิลป์ เรื่อง ภาษาท่า นักเรียนเข้าใจเรื่องภาษา ท่ามากยิ่งขึ้น และผู้เรียนมีความสุขในการสร้างบรรยากาศที่ดีในการเรียนได้ อภิปรายผล ผลการทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียนของ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 หลังการใช้สื่อโมเดลนาฏศิลป์ เรื่อง ภาษาท่า กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ(นาฏศิลป์) มีคะแนนเฉลี่ย ก่อนเรียนเท่ากับร้อยละ 74.88 คะแนน และ คะแนนหลังเรียนร้อยละ 97.32คะแนน เมื่อเปรียบเทียบระหว่างคะแนนก่อนและหลังเรียน พบว่า คะแนนหลัง เรียนสูงกว่าก่อนเรียนเท่ากับร้อยละ 100 ข้อเสนอแนะ 1. เนื่องจากท่ารำหรือนาฏยศัพท์มีจำนวนมาก ในการศึกษาครั้งนี้ผู้ศึกษาจึงไม่สามารถเอามา ทั้งได้ 2. นำผลจากการศึกษาเรื่องนาฏยศัพท์ไปสร้างเป็นสื่อในรูปแบบต่าง ๆ เช่น นิทาน แบบฝึก ทักษะชุดฝึก เป็นต้น
9 บรรณานุกรม (กระทรวงศึกษาธิการ, 2551, หน้า 1- 34) หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 กรุงเทพมหานครจรรยา สุวรรณทัต (๒๕๒๕)การพัฒนาของเด็กกับการใช้สื่อการเรียนการสอน ใน เอกสารการ กรรณิการ์ พวงเกษม. (๒๕๓๒) การสอนเขียนเรื่องโดยใช้จินตนาการทางสร้างสรรค์ในระดับ ประถมศึกษา(พิมพ์ครั้งที่ ๒)กรุงเทพฯ : วัฒนาพานิช วิท ประวาลพฤกษ์ ๒๕๕๔ หนังสือเรียนสาระการเรียนรู้พื้นฐานนาฏศิลป์ พิมพ์ครั้งที่ สำนักพิมพ์ พัฒนาการคุณภาพวิชาการจำกัด (พว.) อบรมวิจัยปฏิบัติการ ครั้งที่๓-๔ เรื่องการวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนการสอน. ม.ป.ท. (อัดสำเนา) (อรวรรณ ชมวัฒนาและวีร์สุดา บุนนาค. 2553 : 105)
10 ภาคผนวก ก แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
11 ใบงานวิชานาฏศิลป์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 เรื่อง ภาษาท่าและนาฏยศัพท์ตัวชี้วัด ศ.3.1 ป.6/1 ชื่อ.................................................................................................ชั้น...................เลขที่..................... คำสั่ง ตอนที่ 1 ให้นักเรียนเติมชื่อท่านาฏยศัพท์ลงในช่องว่างให้สมบูรณ์ คำสั่ง ตอนที่ 2 ให้นักเรียนวาดภาษาท่าที่ตนเองชื่นชอบมา 1 ท่า พร้อมระบุวิธีปฏิบัติให้ถูกต้อง ชื่อท่า........................................................ วิธีปฏิบัติ.................................................. .......... ......................................................................... ......................................................................... ........................................................................... ...........................................................................
12 เฉลยใบงานวิชานาฏศิลป์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 เรื่อง ภาษาท่าและนาฏยศัพท์ตัวชี้วัด ศ.3.1 ม.1/2 ชื่อ......................................................................................................ชั้น...................เลขที่..................... คำสั่ง ตอนที่ 1 ให้นักเรียนเติมชื่อท่านาฏยศัพท์ลงในช่องว่างให้สมบูรณ์ คำสั่ง ตอนที่ 2 ให้นักเรียนวาดภาษาท่าที่ตนเองชื่นชอบมา 1 ท่า พร้อมระบุวิธีปฏิบัติให้ถูกต้อง ชื่อท่า........................................................ วิธีปฏิบัติ.................................................. .......... ......................................................................... ......................................................................... ........................................................................... .......................................................................... ตั้งวงล่าง ตั้งวงกลาง ตั้งวงบน จีบคว่ำ จีบส่งหลัง จีบหงาย อยู่ที่ดุลพินิจของผู้สอน
13 แบบทดสอบก่อนเรียน เรื่องของนาฏยศัพท์และภาษาท่า 1. ข้อใดคือความหมายของนาฏยศัพท์ ก. การรำด้วยท่าทางต่างๆ ข. ศัพท์ที่ใช้เกี่ยวกับลักษณะท่ารำ ค. ลีลาท่าทางในการรำ ง. คำศัพท์ที่ใช้ในการรำสำหรับคนในวัง 2. ข้อใดคือภาษาท่านาฏศิลป์ที่ใช้สื่อความหมายแทนอารมณ์ความรู้สึก ก. ท่าตัวเรา ข. ท่าตาย ค. ท่าโกรธ ง. ท่ามอง 3. ภาษาท่ารัก ข้อใดถูกต้อง ก. ยกมือแล้วชูนิ้วชี้ ข. โบกมือไปมา ค. เอามือบังสายตา ง. ประสานมือไว้ที่อก 4. การหงายฝ่ามือแล้วยกขึ้น เป็นการสื่อความหมายว่าอย่างไร ก. รัก ข. เชื้อเชิญ ค. เสียใจ ง. คุณหรือเธอ 5. การนำมือประสานกันที่สะโพก ก้มหน้า ส่ายหน้า สื่อความหมายว่าอย่างไร ก. รอคอย ข. ชื่นชม ค. ดีใจ ง. โศกเศร้า 6. เพราะเหตุใดจึงใช้ภาษาท่าในการแสดงนาฏศิลป์ ก. เพื่อให้เข้าใจเนื้อเรื่องได้ชัดเจน
14 ข. เพื่อให้ชาวต่างประเทศชื่นชม ค. เพื่อให้เกิดความสวยงาม ง. เพื่อให้เกิดความสนุกสนาน 7. ภาษาท่าที่แสดงท่าพูด ใช้นิ้วใดชี้ที่ปาก ก. นิ้วโป้ง ข. นิ้วชี้ ค. นิ้วกลาง ง. นิ้วนาง 8.การทำท่าทางประกอบเพลง ควรคำนึงถึงข้อใด ก. ผู้ประพันธ์ ข. เสียงประสาน ค. ทำนอง ง. ความหมาย 9. การเขย่งเท้าวิ่ง เป็นท่าที่เหมาะกับเพลงใด ก. เพลงปู ข. เพลงแมงมุมลาย ค. เพลงม้าวิ่ง ง. เพลงรถไฟ จากภาพจงตอบคำถามข้อ 10 10. จากภาพด้านบนเป็นการเลียนแบบท่าอะไร ก. คนชรา ข. ม้า ค.ต้นไม้ ง. ปลา
15 ภาษาท่า
16 ความหมายภาษาท่านาฏศิลป์ ภาษาท่านาฏศิลป์ เป็นการนำท่าทางต่างๆ และสีหน้าที่มีอยู่ตามธรรมชาติ เช่น คำพูด กริยา อาการ อารมณ์ ความรู้สึก มาปฏิบัติเป็นท่าทางนาฏศิลป์ไทยที่มีความหมายแทนคำพูด ให้สอดคล้องกับจังหวะ เพลงและการขับร้อง การฝึกปฏิบัติ การฝึกหัดภาษาท่าจะต้องฝึกให้ถูกต้องตามแบบแผนเพื่อจำได้สื่อความหมาย ได้ โดยตรง ซึ่งจะทำให้ผู้ชมเข้าใจความหมายที่ผู้แสดงต้องการสื่อความหมายมากขึ้น ที่มาของภาษาท่า ที่ใช้ในการแสดงนาฏศิลป์ แบ่งออกเป็น ๒ ประเภท ๑. ภาษาท่าที่มาจากธรรมชาติ เป็นท่าทางที่ดัดแปลงมาจากท่าทางตามธรรมชาติของคนเรา แต่ปรับปรุง ให้ดูสวยงามอ่อนช้อยมากยิ่งขึ้น โดยใช้ลักษณะการ ร่ายรำเบื้องต้นมาผสมผสาน เช่น ท่ายิ้ม ท่าเรียก ท่า ปฏิเสธ ท่าร้องไห้ ท่าดีใจ ท่าเสียใจ ท่าโกรธ ๒. ภาษาท่าที่มาจากการประดิษฐ์โดยตรง เป็นท่าทางที่ประดิษฐ์ ขึ้นเพื่อให้เพียงพอใช้กับคำร้องหรือคำ บรรยาย ที่จะต้องแสดงออกเป็นท่ารำ เช่น สอดสร้อยมาลา เป็นต้น ภาษาท่าที่มาจากท่าทางธรรมชาติคือ ภาษาท่าที่นำลีลาท่าทางต่างๆที่สื่อความหมายและอิริยาบททาง ธรรมชาติของมนุษย์มาดัดแปลง ปรับปรุงให้มีความสวยงามอ่อนช้อย เพื่อใช้สื่อความหมายแทนการพูด ใน ชีวิตประจำวันทุกวันนี้มนุษย์เราใช้ท่าทางประกอบการพูดหรือบางครั้งมีการแสดงสีหน้า ความรู้สึก เพื่อเน้น ความหมายด้วยในทางนาฏศิลป์ ภาษาท่าเสมือนเป็นภาษาพูด โดยไม่ต้องเปล่งเสียงออกมา แต่อาศัยส่วนประกอบ อวัยวะของร่างกาย แสดงออกมาเป็นท่าทาง โดยเลียนแบบท่าทางธรรมชาติ เพื่อให้ผู้ชมสามารถเข้าใจได้ การ ปฏิบัติภาษาท่าทางนาฏศิลป์แบ่งออกได้ ดังนี้ 1. ภาษาท่าทางนาฏศิลป์ที่ใช้แทนคำพูด เช่น ฉัน เธอ ท่าน ปฏิเสธ ท่าเรียก ท่าไป 2. ภาษาท่าทางนาฏศิลป์อริยาบทหรือกิริยาอาการ เช่น ท่ายืน ท่าเดิน ท่านั่ง 3. ภาษาท่าทางนาฏศิลป์ที่ใช้แสดงอารมณ์ความรู้สึก เช่น ดีใจ เสียใจ โกรธ เศร้าโศก
17 1. ภาษาท่าที่ใช้แทนคำพูด เช่น ฉัน เธอ ท่าน ปฏิเสธ ท่าเรียก ท่าไป ท่าฉันหรือตัวเรา วิธีปฏิบัติ ฉันหรือตัวเรา ใช้มือซ้ายจีบหันข้อมือที่จีบเข้าหาลำตัวและวางมืออยู่ระดับระหว่างอก
18 ท่าท่าน เธอ วิธีปฏิบัติ ท่าน เธอ คำว่าท่าน ซึ่งเป็นบุรุษที่ 2 นี้ ใช้แทนตัวผู้ที่มีเกียรติหรือศักดิ์ที่สูงกว่าผู้พูดไม่ควรใช้การชี้ ควรใช้ส่วน ทั้งหมดของฝ่ามือในลักษณะของการตะแคงมือ ให้ปลายมือไปสู่ผู้ที่กล่าวถึงและคำว่าเธอ จะใช้ลักษณะของการชี้มือได้ ข้อควรระวัง การใช้กิริยาชี้มือควรจะเป็นลักษณะของการตะแคงนิ้วชี้ ส่วนลักษณะการใช้นิ้วชี้ชี้ตรงหรือคว่ำมือ จะบอก ถึงอารมณ์โกรธ ไม่พอใจ
19 ท่าไป วิธีปฏิบัติ ไป จะชี้มือใดก็เริ่มจากการจีบหงาย ยกจีบระดับหน้าอกแล้วม้วนมือออกไปเป็นวงหน้า หรือวงข้างก็ได้
20 ท่ามา วิธีปฏิบัติ มา ให้ตั้งมือพอประมาณระดับวงหน้าแล้วกดปลายมือลงจีบคว่ำและตวัดจีบเข้าหาลำตัว
21 ท่าปฏิเสธ วิธีปฏิบัติ ปฏิเสธ ให้ตั้งมือขึ้นระดับวงหน้าแล้วสั่นปลายมือพร้อมส่ายหน้าเล็กน้อย
22 2. ภาษาท่าทางนาฏศิลป์อริยาบทหรือกิริยาอาการ เช่น ท่ายืน ท่าเดิน ท่านั่ง ท่ายืน วิธีปฏิบัติ ตัวพระ ใช้เท้าขวายืนรับน้ำหนัก ส่วนเท้าซ้ายวางเท้าเหลื่อมเท้าขวา ตึงเข่าซ้ายเชิดปลายนิ้วเท้าขึ้น มือขวา เท้าสะเอว มือซ้ายแบฝ่ามือวางแนบไว้ที่หน้าขา ศีรษะเอียงไปทางขวา กดไหล่ขวาลง ตัวนาง ยืนด้วยเท้าขวา เท้าซ้ายวางเหลื่อมไว้ เชิดปลายนิ้วเท้าซ้าย มือขวาจีบหงายที่ชายพก มือ ซ้ายแบมือวางบนหน้าขาซ้าย เหยียดแขนตึง ศีรษะเอียงซ้าย กดไหล่ซ้าย
23 ท่าเดิน วิธีปฏิบัติ ตัวพระ เริ่มด้วยการก้าวเท้าซ้ายมาข้างหน้า เท้าขวาเปิดส้นเท้า มือทั้งสองจีบคว่ำระดับเอวข้างลำตัวทั้ง สองข้าง แล้วปล่อยจีบเป็นมือขวาตั้งวงล่างระดับเอว มือซ้ายตั้งมือทอดแขนข้างลำตัวเอียงขวา ต่อไปก้าวเท้าขวา ส่วน เท้าซ้ายเปิดส้นด้านหลัง มือทั้งสองจีบคว่ำ แล้วปล่อยจีบเป็นมือซ้ายตั้งวงล่าง มือขวาแบออกทอดแขนข้างลำตัวเอียง ทางซ้าย ทำสลับกันไปเรื่อยๆ ตัวนาง (ท่าเดินมือเดียว) เริ่มด้วยก้าวเท้าซ้ายด้านหน้า เท้าขวาเปิดส้น มือซ้ายทำจีบหงายที่ชายพก มือขวาแบมือตั้งแขนตึง แล้วหยิบจีบคว่ำแล้วเคลื่อนมือมาปล่อยเป็นวงล่างเอียงขวา ต่อด้วยก้าวเท้าขวาด้านหน้า เท้าซ้าย เปิดส้น มือซ้ายจีบหงายเหมือนเดิม หยิบจีบคว่ำที่ชายพก แล้วเคลื่อนมือขวาไปข้างลำตัว ปล่อยจีบเป็นมือแบแขนตึง กด ไหล่และเอียงศีรษะไปทางซ้าย ทำสลับกันทั้งซ้ายและขวา
24 ท่านั่ง วิธีปฏิบัติ ตัวพระ นั่งพับเพียบไปทางขวา แยกเข่าซ้ายออกให้เท้าซ้ายวางหน้าหัวเข่าขวา มือซ้ายเหยียดตึงแบมือตั้งบน เข่าซ้ายมือขวางอแขนแบมือตั้งบนขาขวา ลำตัวตั้งตรง ตัวนาง นั่งพับเพียบไปทางขวา เชิดปลายนิ้วเท้ามาด้านหน้าเท้าขวาซ้อนบนเท้าซ้าย มือซ้ายแบมือ วางบนขาขวาด้านนอก มือขวาแบมือวางถัดมาทางด้านใน งอแขนขวา เอียงขวา
25 3. ภาษาท่าทางนาฏศิลป์ที่ใช้แสดงอารมณ์ความรู้สึก เช่น ดีใจ เสียใจ โกรธ เศร้าโศก ท่าดีใจ วิธีปฏิบัติ เป็นการใช้มือซ้ายกรีดจีบ หักข้อมือให้ปลายนิ้วชี้และหัวแม่มือหันเข้าหาใบหน้าให้อยู่ตรงกับปาก
26 ท่าโกรธ วิธีปฏิบัติ เป็นการใช้ฝ่ามือข้างใดข้างหนึ่งถูที่ก้านคอใต้ใบหูไปมา แล้วกระชากลง ถ้ากระชากเบาๆก็เพียงเคืองใจ แต่ถ้า กระชากแรงๆพร้อมทั้งกระทีบเท้าลงกับพื้นแสดงว่าโกรธจัด
27 ท่าเสียใจ วิธีปฏิบัติ เป็นการประสานลำแขนส่วนล่าง ใช้ฝ่ามือทั้งสองวางทาบระดับหน้าท้องใกล้ๆกระดูกเชิงกราน
28 ท่ารัก วิธีปฏิบัติ เป็นการทำมือทั้งสองตั้งวงไขว้กันระดับอก แล้วหมุนข้อมือทาบลงที่ฐานไหล่
29 ท่าอาย วิธีปฏิบัติ เป็นการใช้ฝ่ามือแตะข้างแก้มใกล้ขากรรไกร ก้าวเท้าข้างที่มือแตะแก้มไขว้ไปอีกด้านตรงข้าม (ก้าว หลบคนที่เราอาย) ส่วนใหญ่เป็นท่าของตัวนาง
30 ท่าร้องไห้ วิธีปฏิบัติ เป็นการใช้มือซ้ายแตะที่หน้าผาก มือขวาจีบหงายที่ชายพก ตัวพระมือขวาเท้าสะเอว ก้มหน้าเล็กน้อย พร้อม สะดุ้งตัวขึ้นเหมือนกำลังสะอื้น แล้วจึงใช้นิ้วชี้ซ้ายแตะที่นัยน์ตาทั้งสองข้าง เหมือนกำลังเช็ดน้ำตา
31 ภาพกิจกรรมการเรียนการสอน โมเดล เรื่องภาษาท่า
32 นักเรียนปฏิบัติภาษาท่าตามบัตรคา ที่ได้
33 นักเรียนปฏิบัติภาษาท่าตามบัตรคา ที่ได้
34 นักเรียนปฏิบัติภาษาท่าตามบัตรคา ที่ได้