The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by 1. อามาล โต๊ะตาหยง, 2024-03-26 03:27:47

ภาษาไทย - มะลิ

ภาษาไทย - มะลิ

รายงานผลการใช้สื่อ ชุดฝึกทักษะการอ่านจับใจความสำคัญ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดย นางสาวมะลิ ธารานุวงศ์ ครูโรงเรียนอนุบาลยะลา โรงเรียนอนุบาลยะลา อำเภอเมือง จังหวัดยะลา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต ๑ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ


ชื่อผลงาน การใช้ชุดฝึกทักษะการอ่านจับใจความสำคัญ ผู้รายงาน นางสาวมะลิ ธารานุวงศ์ ปีการศึกษา 2566 บทคัดย่อ การจัดทำชุดฝึกทักษะการอ่านจับใจความสำคัญ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย สำหรับนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 6 นี้ จัดทำขึ้นเพื่อรายงานผลการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยใช้ชุดฝึกทักษะการอ่าน จับใจความสำคัญ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนอนุบาลยะลา เพื่อให้ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยสูงขึ้น ซึ่งเป็นผลดีต่อการจัดกิจกรรม การเรียนการสอนของครูและผู้เรียนโดยยึดผู้เรียนเป็นสำคัญทำกลุ่มเป้าหมายเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/7 จำนวน 36 คน ผลการจัดกิจกรรมปรากฏว่า (1) นักเรียนมีความรู้ในการอ่านจับใจความสำคัญมากขึ้น (2) เปรียบเทียบผลการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน (50.20 : 81.11) พัฒนาการดีขึ้น


คำนำ การสร้างองค์ความรู้เพื่อให้ผู้เรียนมีทักษะพื้นฐานในเนื้อหาวิชา สามารถนำไปปรับใช้ในการแก้ปัญหา ของการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน และการสอบในทุกระดับ เช่น การสอบวัดผลของสถานศึกษา การสอบ ONET/LAS/NT เป็นต้น ผู้จัดทำแบบฝึกจึงได้ผลิตชุดฝึกทักษะการอ่านจับใจความสำคัญ กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ขึ้น เพื่อฝึกฝนให้ผู้เรียนได้คิดวิเคราะห์ สรุปความรู้ที่ได้รับไป ปรับใช้ได้ถูกต้อง โดยทดลองใช้กับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ของโรงเรียนอนุบาลยะลา ในปีการศึกษา 2566 ผู้จัดทำหวังเป็นอย่างยิ่งว่าชุดฝึกทักษะการอ่านจับใจความสำคัญ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยเล่มนี้ มีประโยชน์ต่อผู้ศึกษาได้เป็นอย่างดี มะลิ ธารานุวงศ์ ครูโรงเรียนอนุบาลยะลา


สารบัญ เรื่อง หน้า บทคัดย่อ ก คำนำ ข สารบัญ ค บทที่ 1 บทนำ - ความสำคัญและความเป็นมา 1 -วัตถุประสงค์ 2 -สมมติฐาน 3 -ขอบเขตการศึกษา 3 -นิยมศัพท์ 3 -ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 3 บทที่ 2 เอกสารที่เกี่ยวข้อง -ความหมายของแบบฝึกเสริมทักษะ 4 บทที่ 3 วิธีการดำเนินการ -กลุ่มตัวอย่าง 9 -เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา 9 -วิธีเก็บรวบรวมข้อมูล 9 -การวิเคราะห์ข้อมูล 9 บทที่ 4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล -ตารางเปรียบเทียบข้อมูล 10 บทที่ 5 สรุป อภิปรายผลและข้อเสนอแนะ -ผลการวิเคราะห์ 12 -ข้อเสนอแนะ 13 บรรณานุกรม


บทที่ 1 บทนำ 1. ความเป็นมาและความสำคัญ ภาษาไทยเป็นเอกลักษณ์ประจำชาติ เป็นสมบัติทางวัฒนธรรมอันก่อให้เกิดความเป็นเอกภาพ และ เสริมสร้างบุคลิกภาพของคนในชาติให้มีความเป็นไทย เป็นเครื่องมือในการติดต่อสื่อสาร เพื่อสร้างความเข้าใจและ ความสำคัญที่ดีต่อกันทำให้สามารถประกอบธุระกิจการงาน และการดำรงชีวิตร่วมกันในสังคมประชาธิปไตย ได้อย่างสันติสุข เป็นเครื่องมือในการแสวงหาความรู้ ประสบการณ์จากแหล่งข้อมูลสารสนเทศต่าง ๆ เพื่อพัฒนา ความรู้ความคิดวิเคราะห์ วิจารณ์ และสร้างสรรค์ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและความก้าวหน้า ทางวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี ตลอดจนการนำไปใช้ในการพัฒนาอาชีพให้มีความมั่นคงทางสังคมและ เศรษฐกิจ นอกจากนี้ภาษาไทยยังเป็นสื่อที่แสดงภูมิปัญญาของบรรพบุรุษด้านวัฒนธรรมอันล้ำค่า ภาษาไทยจึง เป็นสมบัติของชาติที่ควรค่าแก่การเรียนรู้ เพื่อเป็นการอนุรักษ์และสืบสานให้คงอยู่คู่ชาติไทยตลอดไป (ประภาวดี แก่นจันทร์หอม. 2550. หน้า 2) ดังนั้น หลักสูตรแกนกลาง การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ได้กำหนดมาตรฐาน การเรียนรู้ ตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ 8 กลุ่ม เป็นพื้นฐานสำคัญที่ผู้เรียนทุกคนต้องเรียนรู้สาระการเรียนรู้ที่ต้องใช้เป็นหลักใน การจัดการเรียนรู้ เพื่อสร้างพื้นฐานการคิด และเป็นกลยุทธ์ในการแก้ปัญหาและวิกฤตของชาติประกอบด้วย ภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และสังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม การจัดการเรียนรู้ในชั้นระดับ ประถมศึกษา (ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 – 6) การศึกษาระดับนี้เป็นช่วงแรกของการศึกษาภาคบังคับ มุ่งเน้นทักษะ พื้นฐานด้านการอ่าน การเขียนการคิดคำนวณ ทักษะการคิดพื้นฐาน การติดต่อสื่อสาร กระบวนการเรียนรู้ทาง สังคม และพื้นฐานความเป็นมนุษย์ การพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างสมบูรณ์และสมดุลทั้งในด้านร่างกายสติปัญญา อารมณ์ สังคม และวัฒนธรรม โดยเน้นจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ(กระทรวง ศึกษาธิการ. 2551. หน้า 2-3) การจัดการเรียนการสอนจึงจำเป็นต้องปลูกฝังให้นักเรียนมีนิสัยรักการอ่านและพัฒนา นักเรียนให้ สามารถอ่านได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่การที่จะพัฒนานักเรียนให้อ่านได้อย่างมี ประสิทธิภาพนั้น จำเป็นต้อง อาศัยการฝึกปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ จึงจะประสบความสำเร็จได้รับ การอ่านที่เป็นพื้นฐานและเป็นประโยชน์ต่อ การไปหาความรู้ คือการอ่านจับใจความ เรื่องจาก การอ่านจับใจความเป็นพื้นฐานของการอ่านระดับสูง เช่น การอ่านตีความ การอ่านรู้ข้อความ การอ่านจับใจความมีความสำคัญต่อการเรียนรู้ศิลปะวิทยาการต่าง ๆ เพราะผู้ที่จะเรียนรู้ต้องเข้าใจ ความแตกต่างในเรื่อง ข้อความจากตัวบทของศาสตร์แขนงต่าง ๆ จำเป็นต้องอ่าน จับใจความได้อย่างมีประสิทธิภาพ การอ่านจับใจความเข้าใจเรื่องที่อ่านระดับต้นและพื้นฐานสำคัญสำหรับ การ อ่านแบบเสียงต่อไป การอ่านจับใจความสำคัญจึงเป็นหัวใจของการอ่านทุกรูปแบบว่าผู้ที่จับใจความของเรื่องที่ อ่านได้มาก มีโอกาสรับรู้เรื่องราวได้ดีกว่าผู้ที่ไม่มีความสามารถจับใจความของเรื่องที่อ่านได้ หากจับใจความ สำคัญไม่ได้หรือไม่เข้าใจเรื่องที่อ่าน หากต้องการประโยชน์จากเรื่องที่อ่านนั้นก็ต้องกลับมาอ่านใหม่ทำให้เสียเวลา การอ่านจับใจความมีความสำคัญต่อการศึกษากระทรวงศึกษาจึงตระหนักถึงความสำคัญของการอ่านและ ประโยชน์ของการอ่านจับใจความที่มีต่อการเรียนการสอน จึงได้กำหนดเรื่องการอ่านไว้ในหลักสูตรแกนกลาง


-2- การศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยสาระที่ 1 การอ่าน มาตรฐาน ท 1.1 ใช้ กระบวน การอ่านสร้างความรู้และความคิด เพื่อนำไปใช้ตัดสินใจ แก้ปัญหาในการดำเนินชีวิตและมีนิสัยรักการ อ่าน เปลี่ยนการอ่านจับใจความ เมื่อพิจารณาจากสาระการเรียนรู้แกนกลาง และระดับชั้นประถมศึกษาตอนต้น ก็จะปรากฏอยู่ในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 สาระที่ 1 มาตรฐานที่ 1.1 ตัวชี้วัดที่ 2 3 4 และ 5 แล้วการอ่าน และการอ่านจับใจความจะมีความสำคัญต่อการเรียนรู้ และได้กำหนดเป็นเนื้อหาในการเรียนรู้การสอนวิชา ภาษาไทยอย่างต่อเนื่อง จากปัญหาดังกล่าวข้างต้น การที่นักเรียนจะเกิดทักษะการอ่านจับใจความสำคัญได้ถูกต้องนั้นต้องได้รับ การฝึกฝนและปรับปรุงแก้ไขข้อบกพร่องต่าง ๆอยู่เสมอและเลือกใช้สื่อที่เหมาะสมเป็นองค์ประกอบสำคัญ ซึ่งมีผู้ เสนอแนะกิจกรรมการเรียนรู้ที่น่าสนใจวิธีหนึ่งคือ การใช้โดยใช้ชุดฝึกทักษะ (สมพงษ์ ศรีพยาด. 2553 : 4) เพราะ ชุดฝึกสามารถใช้เวลาได้อย่างเหมาะสม สร้างให้น่าสนใจและ ท้าทาย ทำให้การอ่านและการเขียนมีเอกภาพและมี ความสมบูรณ์ คือ ได้สนองความสนใจใคร่รู้และความสามารถของผู้เรียน ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ อย่างเต็มที่ เป็นการคำนึงถึงพัฒนาการและวุฒิภาวะของผู้เรียน เน้นการแก้ปัญหา ช่วยในความแตกต่างระหว่าง บุคคล เนื่องจากผู้เรียนมีความสามารถแตกต่างกัน จากความเป็นมาและสภาพปัญหาดังกล่าว ผู้รายงานจึงคิดค้นนวัตกรรมเพื่อแก้ปัญหาการอ่านจับ ใจความสำคัญ ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของถวัลย์ มาศจรัส และคณะ (2520 : 21) ได้สรุปว่า แบบฝึกทักษะเป็น สื่อการเรียนรู้เพื่อพัฒนาการเรียนรู้แก่ผู้เรียน ฝึกทักษะด้านการอ่าน การคิด การวิเคราะห์และการเขียน พัฒนา ความรู้ และแก้ปัญหาในการเรียนรู้ของผู้เรียน ด้วยเหตุผลดังกล่าวทำให้ผู้รายงานมีแนวคิดในการพัฒนาชุดฝึกทักษะการอ่านจับใจความสำคัญ เพื่อ เป็นเครื่องมือในการพัฒนาทักษะการอ่านจับใจความสำคัญ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ให้สูงขึ้นตามเป้าหมายของสถานศึกษา 2. วัตถุประสงค์ของการศึกษา 2.1 เพื่อให้นักเรียนมีความเข้าใจในการอ่านจับใจความสำคัญเพิ่มมากขึ้น 2.2 เพื่อการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังการเรียน 3. สมมุติฐาน ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในกลุ่มสาระการเรียนรู้วิชาภาษาไทย ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/7 จำนวน 36 คน ปีการศึกษา 2566 สูงขึ้น


-3- 4. ขอบเขตการศึกษา 4.1 ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/7 จำนวน 36 คน ของ โรงเรียนอนุบาลยะลา อำเภอเมือง จังหวัดยะลา ปีการศึกษา 2567 4.2 นวัตกรรมที่นำมาใช้ คือ ชุดฝึกชุดฝึกทักษะการอ่านจับใจความสำคัญ กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย 4.3 ระยะเวลาที่ใช้ในการทดลอง ภาคเรียนที่ 1 และภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 4.4 ตัวแปรที่ศึกษา 4.1.1 ตัวแปรต้น คือ ชุดฝึกทักษะการอ่านจับใจความสำคัญ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย 4.1.2 ตัวแปรตาม คือ ผลเปรียบเทียบก่อนและหลังการใช้ ชุดฝึกชุดฝึกทักษะการอ่านจับใจความ สำคัญ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนอยู่ในเกณฑ์ดี 5. นิยามศัพท์ 5.1 โรงเรียน หมายถึง โรงเรียนอนุบาลยะลา ตั้งอยู่เลขที่ 131 ตำบลสะเตง อำเภอเมือง จังหวัด ยะลา 5.2 ผู้เรียน หมายถึง นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/7 จำนวน 36 คน ของโรงเรียนอนุบาลยะลา 5.3 แบบฝึก หมายถึง ชุดฝึกทักษะการอ่านจับใจความสำคัญ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ที่จัดทำ ขึ้นเพื่อเป็นเครื่องมือในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนสาระการเรียนรู้ภาษาไทย 6. ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 6.1 นักเรียนมีความเข้าใจชุดฝึกทักษะการอ่านจับใจความสำคัญ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยมากขึ้น 6.2 นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์เรื่องการอ่านจับใจความสำคัญก่อนเรียนและหลังเรียนดีขึ้น


บทที่ 2 เอกสารที่เกี่ยวข้อง การสร้างชุดฝึกทักษะการอ่านจับใจความสำคัญ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ของนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 6/7 จำนวน 36 คน โรงเรียนอนุบาลยะลา อำเภอเมือง จังหวัดยะลา มีเอกสารที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย 1. แบบฝึก 1.1 ความหมายของแบบฝึก 1.2 ประเภทของแบบฝึก 1.3 ประโยชน์ของแบบฝึก ความหมายของแบบฝึกเสริมทักษะ แบบฝึกเสริมทักษะเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างหนึ่งสำหรับการเรียนภาษาได้มีผู้รู้และผู้เชี่ยวชาญทางภาษา ให้ ความหมายของแบบฝึกเสริมทักษะไว้ดังนี้ กู๊ด (Gqqd 1973 : 224 , อ้างถึงใน ลักษณา อินทะจักร 2538 : 160 ) ให้ความหมายแบบฝึกเสริม ทักษะว่า หมายถึง งานหรือการบ้านที่ครูมอบหมายให้นักเรียนทำ เพื่อทบทวนความรู้ที่ได้เรียนมาแล้ว และเป็น การฝึกทักษะการใช้กฏใช้สูตรต่าง ๆ ที่เรียนไป ชัยยงค์ พรหมวงศ์ (2535 : 16 ) ให้ความหมาย แบบฝึกเสริมทักษะว่า หมายถึง สิ่งที่นักเรียนต้อง ใช้ควบคู่กับการเรียน ซึ่งมีลักษณะเป็นแบบฝึกที่ครอบคลุมกิจกรรมที่นักเรียนพึงกระทำ อาจกำหนดแยกเป็นแต่ ละหน่วย หรืออาจรวมเล่มก็ได้ พจนานุกรม เวบสเตอร์ (Webster 1981 : 64 ) ให้ความหมายแบบฝึกเสริมทักษะว่า หมายถึง โจทย์ ปัญหา หรือตัวอย่างที่ยกมาจากหนังสือ เพื่อนำมาใช้สอนหรือให้ผู้เรียนฝึกฝนทักษะต่าง ๆ ให้ดีขึ้น หลังจากที่ เรียนบทเรียนไปแล้ว ลักษณา อินทะจักร ( 2538 : 161 ) ให้ความหมาย แบบฝึกเสริมทักษะว่า หมายถึง แบบฝึกที่ครู สร้างขึ้นโดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้อย่างแท้จริง ศสิธร ธัญลักษณา (2542 : 375 ) ให้ความหมายแบบฝึกเสริมทักษะว่า หมายถึง แบบฝึกเสริมทักษะที่ ใช้ฝึกความเข้าใจ ฝึกทักษะต่าง ๆ และทดสอบความสามารถของนักเรียนตามบทเรียนที่ครูสอนว่านักเรียนเข้าใจ และสามารถนำไปใช้ได้มากน้องเพียงใด


-5- ดังนั้น จึงอาจกล่าวได้ว่าแบบฝึกเสริมทักษะ หมายถึง งานหรือกิจกรรมที่ครูสร้างขึ้นโดยมีรูปแบบ กิจกรรมที่หลากหลาย มีจุดมุ่งหมายเพื่อฝึกให้นักเรียนมีความรู้ ความเข้าใจบทเรียนได้ดียิ่งขึ้น และช่วยฝึก ทักษะต่าง ๆ ให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้อย่างแท้จริง อาจจะให้นักเรียนทำแบบฝึกขณะเรียนหรือหลังจากจบ บทเรียนไปแล้วก็ได้ ความสำคัญของแบบฝึกเสริมทักษะ ภายหลังจากการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนไปแล้ว การเรียนการสอนนั้นย่อมไม่เกิดผลอย่างเต็มที่ถ้า ไม่ด้รับการฝึกทักษะได้เกิดความชำนาญและเข้าใจอย่างแท้จริงโดยเฉพาะวิชาภาษาไทย เพราะภาษาไทยเป็นวิชา ทักษะซึ่งเป็นวิชาที่ต้องอาศัยการฝึกฝนเพื่อเป็นเครื่องมือ ในการเรียนรู้วิชาอื่น ๆ และการดำเนินชีวิตประจำวัน ตามที่หลักสูตรประถมศึกษา พุทธศักราช 2521 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2533) ต้องการ ดังนั้นในการสอน ภาษาไทยจึงต้องมีการฝึกฝนให้เกิดความชำนาญคล่องแคล่ว เพื่อช่วยให้เด็กเกิดพัฒนาการทางภาษาเพิ่มขึ้นจาม วัย และความสามารถของตนที่จะทำได้ และเครื่องมืออย่างหนึ่งที่ใช้ฝึกทักษะทางภาษาให้ได้ผลดีก็คือ แบบฝึก เสริมทักษะ ดังที่นักวิชาการหลายท่านได้กล่าวถึงความสำคัญของแบบฝึกเสริมทักษะไว้ ดังนี้ ลักษณะที่ดีของแบบฝึกเสริมทักษะ การสร้างแบบฝึกเสริมทักษะให้มีประสิทธิภาพต้องมีหลักในการสร้างที่สอดคล้องกับลักษณะที่ดีของแบบ ฝึกเสริมทักษะด้วย ซึ่งมีผู้ได้เสนอแนะไว้ดังนี้ การสร้างแบบฝึกเสริมทักษะให้มีประสิทธิภาพต้องมีหลักในการสร้างที่สอดคล้องกับลักษณะที่ดีของแบบ ฝึกเสริมทักษะด้วย ซึ่งมีผู้ได้เสนอแนะไว้ดังนี้ นิตยา ฤทธิ์โยธี (2520 : 1) ได้กล่าวถึงลักษณะที่ดีของแบบฝึกเสริมทักษะไว้ว่า แบบฝึกเสริมทักษะต้อง เกี่ยวข้องกับสิ่งที่เรียนมาแล้ว เหมาะสมกับระดับ วัย หรือความสามารถของเด็ก มีคำชี้แจงสั้น ๆ ที่ทำให้เด็ก เข้าใจวิธีทำได้ง่าย ใช้เวลาเหมาะสมหรือใช้เวลาไม่นาน และเป็นสิ่งที่น่าสนใจและท้าทายให้แสดงความสามารถ สามารถ มีศรี (2530 : 28) กล่าวว่า แบบฝึกเสริมทักษะที่ดีต้องเกี่ยวกับบทเรียนที่เรียนมาแล้ว เหมาะสมกับวัยของผู้เรียน มีคำสั่งและคำอธิบาย มีคำแนะนำการใช้แบบฝึกเสริมทักษะ มีรูปแบบที่น่าสนใจและ มีกิจกรรมที่หลากหลายรูปแบบ โรจนา แสงรุ่งระวี (2531 : 22) กล่าวว่า แบบฝึกเสริมทักษะที่ดีนอกจากมีคำอธิบายชัดเจนแล้วควร เป็นแบบฝึกสั้น ๆ ใช้เวลาในการฝึกไม่นานเกินไปและมีหลายรูปแบบ ฉะนั้น จึงอาจกล่าวได้ว่า แบบฝึกเสริมทักษะที่ดี ครูผู้สร้างจะต้องยึดหลักจิตวิทยา ใช้สำนวนภาษาที่ ง่าย เหมาะสมกับวัย ความสามารถของผู้เรียน มีกิจกรรมหลากหลาย มีคำสั่ง คำอธิบาย และคำแนะนำการใช้ แบบฝึกเสริมทักษะที่ชัดเจนเข้าใจง่าย ใช้เวลาในการฝึกไม่นานและที่สำคัญมีความหมายต่อชีวิต เพื่อนำไปใช้ใน ชีวิตประจำวันได้


-6- หลักการสร้างแบบฝึกเสริมทักษะ. การสร้างแบบฝึกเสริมทักษะให้มีประสิทธิภาพต้องมีหลักการสร้างที่สอดคล้องกับลักษณะที่ดีของแบบฝึก เสริมทักษะด้วย ซึ่งในเรื่องนี้ได้มีผู้เสนอแนะไว้ดังนี้ วรนาถ พ่วงสุวรรณ (2518 : 34-37) ได้ให้หลักการสร้างแบบฝึกเสริมทักษะไว้ดังนี้ 1. ตั้งจุดประสงค์ 2 ศึกษาเกี่ยวกับเนื้อหา 3. ขั้นต่าง ๆ ในการสร้าง 3.1 ศึกษาสิ่งที่ต้องพัฒนา 3.2 ศึกษาหลักจิตวิทยาของเด็กและจิตวิทยาการเรียนการสอน 3.3 ศึกษาเอหาวิชา 3.4 ศึกษาลักษณะของแบบฝึกเสริมทักษะ 3.5 วางโครงเรื่องและกำหนดรูปแบบให้สัมพันธ์กับโครงเรี่อง 3.6 เลือกเนื้อหาต่าง ๆ ที่เหมาะสมมาบรรจุในแบบฝึกเสริมทักษะให้ครบตามที่กำหนด เกสร รองเดช (2522 : 36 – 37) ได้เสนอแนะแนวทางในการสร้างแบบฝึกเสริมทักษะดังนี้ 1. สร้างแบบฝึกเสริมทักษะให้เหมาะสมกับวัยของนักเรียน คือ ไม่ง่ายไม่ยากจนเกินไป 2. เรียงลำดับแบบฝึกเสริมทักษะจากง่ายไปหายาก 3. แบบฝึกเสริมทักษะบางแบบควรใช้ภาพประกอบ 4. แบบฝึกเสริมทักษะที่สร้างขึ้นเป็นแบบฝึกสั้น ๆ ง่าย ๆ 5. ใช้เวลาในการฝึกประมาณ 30 ถึง 45 นาที 6. เพื่อป้องกันความเบื่อหน่าย แบบฝึกต้องมีลักษณะต่าง ๆ เช่น ประสมคำจากภาพ เล่นกับบัตรภาพ เติมคำลงในช่องว่าง อ่านคำประพันธ์ ฝึกร้องเพลง และใช้เกมต่าง ๆ ประกอบ จากแนวคิดข้างต้นสามารถสรุปได้ว่า การสร้างแบบฝึกเสริมทักษะควรมีหลักในการสร้าง ดังนี้ 1. ต้องยึดหลักจิตวิทยาการเรียนรู้และพัฒนาการของผู้เรียนในแต่ละวัย ต้องคำนึงถึงความสามาถ ความสนใจ แรงจูงใจของนักเรียน 2. ต้องตั้งจุดประสงค์ในการฝึกว่าต้องการฝึกเสริมทักษะใด เนื้อหาใด ต้องการให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ อะไร 3. แบบฝึกเสริมทักษะต้องไม่ยากไม่ง่ายจนเกินไป คำนึงถึงความสามารถของเด็กและต้องเรียงลำดับ จากง่ายไปหายาก


-7- 4. ต้องศึกษาขั้นตอนต่าง ๆ ในการสร้างแบบฝึกเสริมทักษะ ปัญหาและข้อบกพร่องของนักเรีย 5. แบบฝึกเสริมทักษะต้องมีคำชี้แจง และควรมีตัวอย่างเพื่อให้นักเรียนมีความเข้าใจมากขึ้น และ สามารถทำได้ด้วยตนเอง 6. แบบฝึกเสริมทักษะควรมีหลายรูปแบบ หลายลักษณะ เพื่อจูงใจในการทำ ทำให้นักเรียนมีความรู้สึก ว่ามีจำนวนไม่มาก 7. ควรมีรูปภาพประกอบที่สวยงามเหมาะสมกับวัยของเด็ก 8. ควรใช้ภาษาสั้น ๆ ง่าย ๆ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหาหรือคำสั่ง 9. ควรมีการทดลองใช้เพื่อหาข้อบกพร่องต่าง ๆ ก่อนนำไปใช้จริง 10. ควรจัดทำเป็นรูปแบบเล่ม ซึ่งสามารถเก็บรักษาได้ง่าย นักเรียนสามารถนำมาทบทวนก่อนสอบได้ หลักจิตวิทยาที่นำมาใช้ในการสร้างแบบฝึกเสริมทักษะ การสร้างแบบฝึกเสริมทักษะให้มีประสิทธิภาพ สำหรับนำไปใช้กับนักเรียนนั้นต้องอาศัยหลักจิตวิทยาใน การเรียนรู้ และทฤษฎีที่ถือว่าเป็นแนวความคิดพื้นฐานของการสร้างแบบฝึกเสริมทักษะเข้าช่วยเพื่อให้สอดคล้อง กับความสนใจและความสามารถของนักเรียน เดโช สวนานนท์ (2521 : 159 – 163) ได้กล่าวถึงทฤษฏีการเรียนรู้ของ ธอร์นไดค์ และสกินเนอร์ ได้ ตั้งกฎการเรียนรู้ขึ้น 3 กฎ ซึ่งนำมาใช้ในการสร้างแบบฝึกเสริมทักษะ ได้แก่ 1. กฎแห่งผล มีใจความว่าการเชื่อมโยงกันระหว่างสิ่งเร้ากับการ ตอบสนองจะดียิ่งขึ้นเมื่อผู้เรียนแน่ใจ ว่าพฤติกรรมตอบสนองของตนถูกต้อง การให้รางวัลจะช่วยส่งเสริมการแสดงพฤติกรรม 2. กฎแห่งการฝึกหัด มีใจความว่า การที่มีโอกาสกระทำซ้ำๆ ในพฤติกรรมใดพฤติกรรมหนึ่งนั้น จะมี ความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น การฝึกหัดที่มีการควบคุมที่ดีจะส่งเสริมผลต่อการเรียนรู้ ประโยชน์ของแบบฝึก เพ็ตตี้ (Petty , pp. 469 – 472 อ้างถึงใน พนมวัน วรดลย์, 2542 . หน้า 38 – 39) ได้กล่าวถึง ประโยชน์ของแบบฝึก ดังนี้ 1. เป็นส่วนเพิ่มหรือเสริมหนังสือเรียนในการเรียนทักษะ เป็นอุปกรณ์การสอนที่ช่วยลดภาระของครู ได้มาก เพราะแบบฝึกเป็นสิ่งที่จัดทำขี้นอย่างเป็นระบบระเบียบ 2. ช่วยเสริมทักษะทางการใช้ภาษา แบบฝึกเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เด็กฝึกทักษะการใช้ภาษาได้ดี แต่ ต้องอาศัยการส่งเสริมและเอาใจใส่จากครูผู้สอนด้วย 3. ช่วยในเรื่องความแตกต่างระหว่างบุคคล เนื่องจากเด็กมีความสามารถทางภาษาแตกต่างกัน การให้ เด็กทำแบบฝึกที่เหมาะสมกับความสามารถจะช่วยให้เด็กประสบความสำเร็จในด้านจิตใจมากขึ้น


-8- 4. แบบฝึกช่วยเสริมให้ทักษะทางภาษาคงทนโดยกระทำ ดังนี้ 4.1 ฝึกทันทีหลังจากที่เด็กได้เรียนรู้เรื่อง นั้น ๆ 4.2 ฝึกซ้ำๆหลายครั้ง 4.3 เน้นเฉพาะเรื่องที่ต้องฝึก 5. แบบฝึกที่ใช้เป็นเครื่องมือวัดผลการเรียนรู้หลังจากบทเรียนในแต่ละครั้ง 6. แบบฝึกที่จัดทำขึ้นเป็นรูปเล่ม เด็กสามารถเก็บรักษาไว้เพื่อเป็นแนวทางและทบทวนด้วยตนเองได้ ต่อไป 7. การให้เด็กทำแบบฝึกช่วยให้ครูมองเห็นจุดเด่นหรือปัญหาต่าง ๆ ของเด็กได้ชัดเจนซึ่งจะช่วยให้ครู ดำเนินการปรับปรุงแก้ปัญหานั้น ๆ ได้ทันท่วงที 8. แบบฝึกที่จัดทำขึ้น นอกเหนือจากที่มีอยู่ในหนังสือเรียน จะช่วยให้เด็กได้ฝึกฝนอย่างเต็มที่ 9. แบบฝึกที่จัดพิมพ์ไว้เรียบร้อย จะช่วยให้ครูประหยัดทั้งแรงงานและเวลาในการที่จะจัดเตรียมสร้าง แบบฝึกอยู่เสมอ ในด้านผู้เรียนก็ไม่ต้องเสียเวลาออกแบบฝึกจากตำราเรียน ทำให้มีโอกาสฝึกฝนทักษะต่าง ๆ ได้ มากขึ้น 10. แบบฝึกหัดช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย เพราะการจัดพิมพ์ขึ้นเป็นรูปเล่มแน่นอนย่อมลงทุนต่ำกว่าที่จะ พิมพ์ลงกระดาษไขทุกครั้ง ผู้เรียนสามารถบันทึกและมองเห็นความก้าวหน้าของตนเองได้อย่างมีระบบระเบียบ


บทที่ 3 วิธีดำเนินการ การดำเนินการเพื่อพัฒนาการจัดการเรียนรู้ โดยใช้ชุดฝึกเสริมทักษะภาษาไทย เรื่อง การอ่านจับใจความ สำคัญ ประกอบด้วยกลุ่มทดลอง เครื่องมือที่ใช้วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล การวิเคราะห์ สถิติที่ใช้ในการ วิเคราะห์ข้อมูล ดังนี้ กลุ่มทดลอง ประชากรที่ศึกษาในครั้งนี้ เป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/7 จำนวน 36 คน ของโรงเรียนอนุบาล ยะลา อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 1 ปีการศึกษา 2566 การสร้างเครื่องมือ การสร้างชุดฝึกเสริมทักษะภาษาไทย เรื่อง การอ่านจับใจความสำคัญ ได้ดำเนินการ ดังนี้ 1. แบบทดสอบก่อนเรียน จำนวน 1 ชุด 2. แบบฝึกเสริมทักษะภาษาไทย เรื่อง การอ่านจับใจความสำคัญ จำนวน 3 เล่ม 3. แบบทดสอบหลังเรียน จำนวน 1 ชุด วิธีการสร้างแบบฝึกเสริมทักษะภาษาไทย เรื่อง การอ่านจับใจความสำคัญ ผู้ศึกษาได้ดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูล ดังนี้ 1. จัดกิจกรรมการเรียนการสอนตามแผนการจัดการเรียนรู้ภาษาไทยและพบข้อบกพร่องของนักเรียน 2. ทำแบบทดสอบเพื่อวัดคุณภาพทางภาษาไทยของนักเรียน 3. สร้างชุดฝึกการอ่านจับใจความสำคัญ จำนวน 3 เล่ม เพื่อใช้กับผู้เรียนจำนวน 8 สัปดาห์ 4. นำไปทดลองกับนักเรียน 5. ปรับปรุงเนื้อหาเพื่อให้เหมาะสมกับระดับชั้น 6. รวบรวมข้อมูล วิธีการรวบรวมข้อมูล ผู้ศึกษาได้ดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูล ดังนี้ 1. ทดสอบความรู้ก่อนเรียนและเก็บข้อมูล 2. นักเรียนทำแบบฝึกชุดฝึกทักษะการอ่านจับใจความสำคัญ สัปดาห์ละ 1 ครั้ง จำนวน 8 สัปดาห์ 3. ทดสอบหลังเรียนเก็บข้อมูลและนำมาเปรียบเทียบกับข้อมูลก่อนเรียน


บทที่ 4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล ผลการใช้นวัตกรรมชุดฝึกการอ่านจับใจความสำคัญ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/7 จำนวน 36 คน โรงเรียนอนุบาลยะลา อำเภอเมือง จังหวัดยะลา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 1 ปีการศึกษา 2566 ในครั้งนี้ได้นำเสนอผลการศึกษาตามลำดับ ดังนี้ 1. ผลการเปรียบเทียบคะแนนแบบทดสอบก่อนเรียน ก่อนการใช้ชุดฝึกการอ่านจับใจความสำคัญ และ คะแนนหลังเรียน ตารางที่ 1 เปรียบเทียบแบบทดสอบก่อนและหลังการทดลองใช้ชุดฝึกเสริมทักษะการอ่านจับใจความสำคัญ เลขที่ ชื่อ – สกุล คะแนนก่อนฝึก คะแนนหลังฝึก ความก้าวหน้า 1 เด็กชายศิรวัฒน์ วิกรัยสกุล 15 24 +9 2 เด็กชายทินกร ไชยนรินทร์ 14 25 +11 3 เด็กชายอุนซีย์ หลงหา 14 25 +11 4 เด็กชายอาลีฟ สาและ 10 18 +8 5 เด็กหญิงสุธีกาญจน์ คำแหง 15 26 +11 6 เด็กหญิงณิชา อารีบำบัด 16 24 +8 7 เด็กชายนพรุจ สุจวิพันธ์ 14 23 +9 8 เด็กหญิงอารีน่า บือแน 16 25 +9 9 เด็กหญิงปณิสรา พรหมเต็ม 15 26 +11 10 เด็กหญิงธันย์ชนก ศรีพะเนิน 14 26 +12 11 เด็กชายธัชกร หมื่นภู่ 15 24 +9 12 เด็กชายเตชินท์ ศรีขวัญ 14 20 +6 13 เด็กชายชวกร หนูแท้ 16 23 +7 14 เด็กชายนภสินธุ์ จุลยก 14 22 +8 15 เด็กหญิงณิชนิตา ดำด้วงโรม 14 23 +9 16 เด็กหญิงฑิตยา ยิ่งยง 16 24 +8 17 เด็กชายทัตพงษ์ ภูเฮืองแก้ว 15 24 +9 18 เด็กชายธรรมรัตน์ จันทร์แจ้ง 14 22 +8 19 เด็กชายภรภัทร สุวรรณโน 15 25 +10 20 เด็กชายเพิ่มศักดิ์ ชายสงค์ 16 24 +8 21 เด็กหญิงวันรัชดาน หลงแดวา 15 26 +11 22 เด็กหญิงภัทรภร จงไกรจักร์ 16 27 +11 23 เด็กหญิงซาฟีน่าร์ อาแซ 17 27 +10 24 เด็กหญิงวรพิชชา สิทธิศักดิ์ 17 26 +8 25 เด็กชายณฐกร หมั่นดี 15 24 +9 26 เด็กหญิงฟิรดาวส์ ปังหลีเส็น 14 25 +11 27 เด็กชายมงคลกรณ์ พลชัย 15 24 +9


28 เด็กชายเกียรติศักดิ์ ธุระพันธ์ 16 26 +10 29 เด็กชายพลพิศิษฐ์ สุวรรณกุล 15 23 +8 30 เด็กหญิงปวิณิชา สีเส้ง 16 24 +8 31 เด็กหญิงฟิรดาวส์ เจ๊ะหล้อ 15 25 +10 32 เด็กชายศุภกร ไร่พิมาย 15 26 +9 33 เด็กชายภูริคุณ เกื้อพะระ 16 24 +8 34 เด็กหญิงธิดาวรรณ ชมใจ 17 27 +10 35 เด็กหญิงพิมพ์ชนก โชติศิริ 16 25 +9 36 เด็กชายอัฟฟาน ดอเลาะ 15 24 +9 รวม 542 876 +331 ค่าเฉลี่ย 15.01 24.33 +2.97 ค่าเฉลี่ยร้อยละ 50.20 81.11 + จากตารางที่ 1 แสดงให้เห็นว่าผลการทดสอบเพิ่มขึ้นจำนวน 36 คน คิดดเป็นร้อยละ 100 2. ผลการเปรียบเทียบก่อนและหลังการทดสอบ จากการจัดกิจกรรมการใช้แบบฝึกเสริมทักษะวรรณคดี และ วรรณกรรม การทดลอง จำนวนคน ค่าเฉลี่ย ค่าเฉลี่ยร้อยละ ก่อนการทดลอง 36 15.01 50.20 หลังการทดลอง 36 24.33 81.11 อัตราความก้าวหน้า 36 9.32 30.91 จากตารางที่ 2 แสดงให้เห็นว่าผลการใช้ชุดฝึกการอ่านจับใจความสำคัญ และคะแนนหลังเรียน ทำให้นักเรียนมี การพัฒนาดีขึ้น


บทที่ 5 สรุป อภิปรายผลและข้อเสนอแนะ สรุปผลจากการจัดกิจกรรมใช้แบบฝึกเสริมทักษะภาษาไทย ชุดฝึกการอ่านจับใจความสำคัญให้กับ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/7 จำนวน 3 6 คน โรงเรียนอนุบาลยะลา อำเภอเมือง จังหวัดยะลา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 1 บทนี้จะกล่าวถึงวัตถุประสงค์ สมมติฐาน การวิเคราะห์ ข้อมูล สรุปผลการวิจัย การอภิปรายผลและข้อเสนอแนะ สรุปได้ดังนี้ วัตถุประสงค์ 1. เพื่อให้นักเรียนมีความเข้าใจในการอ่านจับใจความสำคัญเพิ่มมากขึ้น 2. เพื่อการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังการเรียน สมมุติฐาน ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในกลุ่มสาระการเรียนรู้วิชาภาษาไทย ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/7 จำนวน 36 คน ปี 2566 สูงขึ้น เครื่องมือ 1. แบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน 2. ชุดฝึกการอ่านจับใจความสำคัญ จำนวน 3 เล่ม การวิเคราะห์ข้อมูล 1. หาค่าเฉลี่ย ของคะแนนที่วัดก่อนและหลังการทดลอง 2. หาค่าเฉลี่ยร้อยละ ของคะแนนที่วัดไว้ก่อนและหลังการทดลอง สรุปผล ผลการวิจัยปรากฏว่า 1. นักเรียนมีความเข้าใจหลักการอ่านจับใจความสำคัญมากขึ้น 2. ผลการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนดีขึ้นกว่าเดิม (50.20 : 81.11) 3. นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนภาษาไทยอยู่ในระดับดี


-13- ข้อเสนอแนะ ควรส่งเสริมให้นักเรียนได้ศึกษาและเห็นคุณค่าของวรรณคดี และวรรณกรรมเพื่อเป็นการพัฒนา นักเรียนให้เกิดทักษะความรู้ ความเข้าใจมากยิ่งขึ้น


คู่มือการใช้สื่อ แบบฝึกเสริมทักษะวรรณคดีและวรรณกรรม ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕ นางสาวมะลิ ธารานุวงศ์ ครูโรงเรียนอนุบาลยะลา โรงเรียนอนุบาลยะลา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต ๑ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน


คู่มือการใช้ ชุดฝึกการอ่านจับใจความสำคัญ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ใช้ประกอบการเรียนการสอน กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย 1. หลักการและเหตุผล การสอนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยเป็นการมุ่งเน้นพัฒนาผู้เรียนให้มีทักษะทางด้านต่าง ๆ ควบคู่การ เรียนการสอน ทักษะการฟัง การพูด การอ่าน การเขียน วรรณคดี และวรรณกรรม การที่นักเรียนจะเกิดทักษะการอ่านจับใจความสำคัญได้ถูกต้องนั้นต้องได้รับการฝึกฝนและปรับปรุง แก้ไขข้อบกพร่องต่าง ๆอยู่เสมอและเลือกใช้สื่อที่เหมาะสมเป็นองค์ประกอบสำคัญ ซึ่งมีผู้เสนอแนะกิจกรรมการ เรียนรู้ที่น่าสนใจวิธีหนึ่งคือ การใช้โดยใช้ชุดฝึกทักษะ (สมพงษ์ ศรีพยาด. 2553 : 4) เพราะชุดฝึกสามารถใช้เวลา ได้อย่างเหมาะสม สร้างให้น่าสนใจและ ท้าทาย ทำให้การอ่านและการเขียนมีเอกภาพและมีความสมบูรณ์ คือ ได้ สนองความสนใจใคร่รู้และความสามารถของผู้เรียน ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการเรียนรู้อย่างเต็มที่ เป็นการ คำนึงถึงพัฒนาการและวุฒิภาวะของผู้เรียน เน้นการแก้ปัญหา ช่วยในความแตกต่างระหว่างบุคคล เนื่องจาก ผู้เรียนมีความสามารถแตกต่างกัน จากความเป็นมาและสภาพปัญหาดังกล่าว ผู้รายงานจึงคิดค้นนวัตกรรมเพื่อแก้ปัญหาการอ่านจับ ใจความสำคัญ ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของถวัลย์ มาศจรัส และคณะ (2520 : 21) ได้สรุปว่า แบบฝึกทักษะเป็น สื่อการเรียนรู้เพื่อพัฒนาการเรียนรู้แก่ผู้เรียน ฝึกทักษะด้านการอ่าน การคิด การวิเคราะห์และการเขียน พัฒนา ความรู้ และแก้ปัญหาในการเรียนรู้ของผู้เรียน ด้วยเหตุผลดังกล่าวทำให้ผู้รายงานมีแนวคิดในการพัฒนาชุดฝึกทักษะการอ่านจับใจความสำคัญ เพื่อ เป็นเครื่องมือในการพัฒนาทักษะการอ่านจับใจความสำคัญ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ให้สูงขึ้นตามเป้าหมายของสถานศึกษา 2. วัตถุประสงค์ 2.1 เพื่อนักเรียนมีความเข้าใจหลักการการอ่านจับใจความสำคัญเพิ่มมากขึ้น 2.2 เพื่อเปรียบเทียบผลการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน 3. ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 3.1 นักเรียนมีความเข้าใจหลักการการอ่านจับใจความสำคัญเพิ่มมากขึ้น 3.2 นักเรียนมีผลการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนพัฒนาดีขึ้น 4. วัสดุอุปกรณ์ 4.1 กระดาษ A 4 4.2 เครื่องคอมพิวเตอร์ 4.3 กระดาษปกสี


5. ขั้นตอนการผลิต ชุดฝึกทักษะการอ่านจับใจความสำคัญ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษา ปีที่ 6 การสร้างและหาคุณภาพของชุดฝึกทักษะการอ่านจับใจความสำคัญ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ผู้รายงานได้ดำเนินการสร้างและหาคุณภาพตามขั้นตอนดังนี้ 1. ศึกษารายละเอียด ในหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้น ประถมศึกษาปีที่ 6 ของกระทรวงศึกษาธิการ และหลักสูตรของโรงเรียนอนุบาลยะลา เพื่อวิเคราะห์สาระและ มาตรฐานการเรียนรู้ 2. ศึกษาวิธีการสร้างเอกสารประกอบการเรียนจากเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับแนวคิดทฤษฎี หลักการและวิธีการสร้างเอกสารประกอบการเรียน 3. ศึกษาข้อมูล วิเคราะห์เนื้อหา ศึกษาคู่มือครู ชุดฝึกทักษะการอ่านจับใจความสำคัญ กลุ่มสาระการ เรียนรู้ภาษาไทย สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เพื่อกำหนดหัวข้อเรื่องในแต่ละหน่วย สำหรับนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 6 4. กำหนดจุดประสงค์การเรียนรู้ ให้สอดคล้องกับคำอธิบายรายวิชา และจุดประสงค์การเรียนรู้ใน หลักสูตรและเนื้อหา 5. ออกแบบการสร้างชุดฝึกทักษะการอ่านจับใจความสำคัญ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย สำหรับ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 3 เล่ม ดังนี้ เล่มที่ 1 ชุดฝึกทักษะการอ่านจับใจความสำคัญจากเรื่องสั้น ๆ เล่มที่ 2 ชุดฝึกทักษะการอ่านจับใจความสำคัญจากนิทาน เล่มที่ 3 ชุดฝึกทักษะการอ่านจับใจความสำคัญจากบทความ 6. สร้างแบบทดสอบก่อนเรียน จำนวน 30 ข้อ และแบบทดสอบหลังเรียน จำนวน 30 ข้อ 7. เข้าเล่มเพื่อสะดวกสำหรับการนำไปใช้ 6. วิธีการใช้สื่อ 6.1 ชั่วโมงที่ 1 ให้นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน จำนวน 30 ข้อ 6.2 ชั่วโมงที่ 2-6 นักเรียนทำชุดฝึกทักษะการอ่านจับใจความสำคัญจากเรื่องสั้น ๆ 6.3 ชั่วโมงที่ 7-11 นักเรียนทำชุดฝึกทักษะการอ่านจับใจความสำคัญจากนิทาน 6.4 ชั่วโมงที่ 12-16 นักเรียนทำชุดฝึกทักษะการอ่านจับใจความสำคัญจากบทความ 6.6 ชั่วโมงที่ 17 ให้นักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน จำนวน 30 ข้อ 7. ผลจากการจัดกิจกรรม นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/7 จำนวน 36 คน โรงเรียนอนุบาลยะลา ปีการศึกษา 2566 มีความรู้ เข้าใจและสามารถนำนักเรียนทักษะการอ่านจับใจความสำคัญไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้เป็นอย่างดี


บรรณานุกรม กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทยจำกัด. ถวัลย์ มาศจรัส และคณะ. (2550). แบบฝึกหัด แบบฝึกทักษะเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ผู้เรียนและ บุญชม ศรีสะอาด. (2556). พื้นฐานการวิจัยการศึกษา. (พิมพ์ครั้งที่ 4). กาฬสินธุ์: ประสานการพิมพ์. ประภาวดี แก่นจันทร์หอม. (2550). การพัฒนาชุดฝึกทักษะการอ่านจับใจความสำคัญภาษาไทย สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการสอน ภาษาไทย. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่. พเยาว์ สิ่งวี. (2551). ผลการจัดการเรียนรู้ แบบร่วมมือ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ด้านการอ่าน จับใจความโดยใช้เทคนิค CIRC สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนวัดดอนไก่เตี้ย สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเพชรบุรีเขต 1. วิทยานิพนธ์ครุศาสตร มหาบัณฑิต สาขาวิชาวิจัยและการพัฒนา. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี. วาโร เพ็งสวัสดิ์. (2551). วิธีวิทยาการวิจัย. กรุงเทพฯ : สุวีริยาสาส์น. ศิริชัย กาญจนวาสี. (2552). ทฤษฎีการทดสอบแบบดั้งเดิม (Classical Test Theory). กรุงเทพฯ : คณะครุศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ศันสนีย์ สื่อสกุล. (2554). การพัฒนาชุดฝึกทักษะการเขียนเชิงคิดวิเคราะห์ วิชาภาษาไทยสําหรับ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนสตรีวิทยา 2 ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนคริน ทราบรมราชชนนี. ปริญญานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต(การมัธยมศึกษา). กรุงเทพฯ : บัณฑิต วิทยาลัย. มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร. สมบัติ ท้ายเรือคำ. (2551). การวิจัยทางการศึกษาเบื้องต้น. มหาสารคาม : ภาควิชาวิจัยและพัฒนา การศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม. สมพงษ์ ศรีพยาต. (2553). การพัฒนาชุดฝึกทักษะการเขียนสะกดคำ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษา ปีที่ 6. วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต สาขาการสอนภาษาไทย. มหาวิทยาลัยศิลปากร. สุคนธ์ สินธพานนท์. (2553). นวัตกรรมการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาคุณภาพของเยาวชน. กรุงเทพฯ : ห้างหุ้นส่วนจํากัด 9119 เทคนิคพริ้นติ้ง. หยาดนภา ยัพราษฎร์. (2552). ผลการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ เรื่อง บทประยุกต์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โดยใช้แบบฝึกทักษะประกอบการเรียนรู้แบบร่วมมือ เทคนิค TAI. ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน. มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.


ภาคผนวก


ภาพรายงานการใช้สื่อการสอน ชุดฝึกทักษะการอ่านจับใจความสำคัญ


ภาพรายงานการใช้สื่อการสอน ชุดฝึกทักษะการอ่านจับใจความสำคัญ


ตัวอย่าง แผนการจ ั ดการเร ี ยนร ู ้


แผนการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระภาษาไทย ลักษณะของแผน บูรณาการ เฉพาะสาระ ชื่อหน่วยการเรียนรู้ การอ่านจับใจความสำคัญ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑ การทดสอบก่อนเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ เวลา 1 คาบ วันที่ ..........................................................ชั้น ................................. เวลา ...................................... น. --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 1. มาตรฐานการเรียนรู้ สาระที่ ๑ การอ่าน มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดในการตัดสินใจ แก้ปัญหาใน การดำเนินชีวิต และมีนิสัยรักการอ่าน 2. ตัวชี้วัด ท 1.1 ป.6/2 อธิบายความหมายของคำ ประโยคและข้อความที่เป็นโวหาร ท 1.1 ป.6/3 อ่านเรื่องสั้น ๆ อย่างหลากหลายโดยจับเวลาแล้วถามเกี่ยวกับเรื่องที่อ่าน ท 1.1 ป.6/4 แยกข้อเท็จจริงและข้อคิดจากเรื่องที่อ่าน ท 1.1 ป.6/5 อธิบายการนำความรู้และความคิดจากเรื่องที่อ่านไปตัดสินใจแก้ปัญหาในชีวิต 3. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด การทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียน เป็นการวัดความรู้พื้นฐานของนักเรียนก่อนการเรียนด้วย ชุดฝึกทักษะการอ่านจับใจความสำคัญ 4. จุดประสงค์การเรียนรู้ (พุทธพิสัย จิตพิสัย ทักษะพิสัย) เพื่อทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียน ด้วยชุดฝึกทักษะการอ่านจับใจความสำคัญ 5. เนื้อหาสาระ การทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียน ด้วยชุดฝึกทักษะการอ่านจับใจความสำคัญ 6. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน - 7. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ -


8. ชิ้นงาน/ภาระงาน 1. แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียน ด้วยชุดฝึกทักษะการอ่านจับใจความสำคัญ 9. กิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นนำ 1. ครูและนักเรียนร่วมกันทำกิจกรรมขยับกาย ขยายสมอง โดยการร้องโดยการร้องเพลง ลู ลา เลพร้อม ทำท่าทางประกอบเพลง (ดูตัวอย่างการร้อง และการแสดงท่าทางประกอบจาก www.youtube.com/watch?v=ZMErplIATmU) ขั้นสอน 1. ครูชี้แจงการทำแบบทดสอบวัดผลผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนด้วยชุดฝึกทักษะการอ่าน จับใจความสำคัญ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ให้นักเรียนฟังอย่างละเอียด 2. นักเรียนทำแบบทดสอบวัดผลผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียน ด้วยชุดฝึกทักษะการอ่านจับใจความ สำคัญ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยเป็นข้อสอบแบบปรนัย 4 ตัวเลือก จำนวน 30 ข้อ 30 คะแนน ใช้เวลาในการทำแบบทดสอบ 45 นาที ขั้นสรุป 1. ครูตรวจแบบทดสอบวัดผลผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียน ด้วยชุดฝึกทักษะการอ่านจับใจความ สำคัญ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 และแจ้งผลคะแนนให้นักเรียนทราบ 10. สื่อการเรียนรู้ 1. แผนภูมิเพลง ลา เล ลู 11. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์การผ่าน ทดสอบก่อนเรียน แบบทดสอบก่อนเรียน นักเรียนได้ 25-30 คะแนน ดีมาก 18-24 คะแนน ดี 14-17 คะแนน พอใช้ 0-13 คะแนน ปรับปรุง ผู้ประเมิน นักเรียน ครู ผู้ปกครอง อื่น ๆ


12. ความคิดเห็น/ข้อเสนอแนะของผู้บริหารหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย ............................................................................................................................. ................................................ ............................................................................................................................. ................................................ ............................................................................................................................. ................................................ ............................................................................................................................. ................................................ ............................................................................................................................. ................................................ ............................................................................................................................. ................................................ ............................................................................................................................. ................................................ ............................................................................................................................. ................................................ ............................................................................................................................. ................................................ ลงชื่อ.................................................. ผู้สอน ลงชื่อ............................................. ผู้ตรวจ (นางสาวมะลิ ธารานุวงศ์) (..........................................)


แผนภูมิเพลง เพลง ลู ลา เล ไม่ปรากฎนามผู้แต่ง ลู ลา เล ลู ลา เล ลู ลา ลู ลา เล ลู ลา ลู ลา ลู ลา ลู ลา ลู ลา เล ลู ลา เล ลู ลา เล ลู ลา ลู ลา เล ลู ลา ลู ลา ลู ลา เล (ดูตัวอย่างการร้อง และการแสดงท่าทางประกอบจาก www.youtube.com/watch?v=ZMErplIATmU)


แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง การอ่านจับใจความสำคัญ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 คำชี้แจง 1. แบบทดสอบนี้เป็นแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่อง การอ่านจับใจความ สำคัญ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 2. แบบทดสอบนี้เป็นแบบทดสอบชนิดปรนัย 4 ตัวเลือก จำนวน 30 ข้อ ข้อละ ๑ คะแนน รวม 30 คะแนน ใช้เวลาในการทำแบบทดสอบ 45 นาที ----------------------------------------------------------------------------- คำชี้แจง นักเรียนทำเครื่องหมายกากบาท (x) บนตัวเลือกที่ถูกที่สุด เพียงข้อเดียว 1. ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของใจความสำคัญ ก. ใจความสำคัญส่วนมากมีลักษณะเป็นวลี ข. ใจความสำคัญของข้อความหนึ่ง ๆ ส่วนมากมีเพียงประการเดียว ค. ใจความสำคัญมีลักษณะเป็นประโยค ส่วนมากจะปรากฏอยู่ในข้อความ ง. เป็นข้อความที่ทำหน้าที่คลุมใจความของข้อความอื่น ๆ ในตอนนั้นได้ทั้งหมด 2. ข้อใดไม่ใช่หลักการอ่านเพื่อจับใจความสำคัญ ก. พยายามอ่านทุกตัวอักษร ข. ขณะอ่านควรคำนึงถึงจุดมุ่งหมายของการอ่านเสมอ ค. อย่าพยายามอ่านซ้ำ บางครั้งอาจได้ความหมายจากประโยคถัดไปได้ ง. ไม่ควรพะวงกับเรื่องหลักภาษาหรือเรื่องราวอื่น ๆ ที่ไม่อยู่ในความต้องการ 3. ข้อใดไม่ใช่จุดมุ่งหมายของการจับใจความสำคัญ ก. เมื่ออ่านแล้วสามารถสรุปหรือย่อเรื่องได้ ข. เมื่ออ่านแล้วสามารถจำคำประพันธ์ชนิดต่าง ๆ ได้ ค. เมื่ออ่านแล้วสามารถปฏิบัติตามคำสั่งและคำแนะนำได้ ง. เมื่ออ่านแล้วสามารถคาดการณ์ และหาความจริงแสดงข้อคิดเห็น


อ่านนิทานต่อไปนี้ แล้วตอบคำถามข้อที่ 4-7 4. ข้อใดเป็นข้อคิดจากนิทานข้างต้น ก. ไม่ควรไว้ใจใครง่าย ๆ ข. ควรอดทนต่อความยากลำบาก ค. ไม่ควรเมตตาต่อผู้ที่คิดร้ายกับเรา ง. ควรพยายามทำในสิ่งที่ตนมุ่งหวัง 5. ผู้เขียนมีจุดมุ่งหมายในการเขียนอย่างไร ก.ชี้แจง ข. แนะนำ ค. สั่งสอน ง. ตักเตือน 6. ข้อใดเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้หนูเชื่อว่าแมวแก่เป็นผู้ใจดีมีเมตตา ก. แมวแก่อายุมากเดินไหว ข. แมวแก่แอบยิ้มให้หนู ค. แมวแก่นั่งนิ่งเฉยไม่ทำร้ายหนู ง. แมวแก่นอนหลับไม่สนใจพวกหนู 7. นิทานเรื่องนี้ตรงกับ สำนวนไทย ในข้อใด ก. เลือกนัก มักได้แร่ ข. รักดีหามจั่ว รักชั่วหามเสา ค. อย่าเชื่อใจทาง อย่าวางใจคน ง. ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น แมวแก่ตัวหนึ่งรู้สึกอ่อนกำลังลงด้วยวัยที่ร่วงโรย และไม่สามารถจะจับหนูกินได้ เหมือนก่อน มันจึงคิดอุบายล่อหนูให้เข้ามาใกล้ๆอุ้งเท้าของมัน แมวแก่ใช้อุบายนั่งนิ่งเฉย แสดงความเป็นมิตรไมตรีดูแล้วไม่น่าจะมีพิษมีภัย มันใช้ความอดทนข่มใจนิ่งเฉยดูหนูวิ่ง ไปมาอยู่ครึ่งค่อนวัน จนทำให้พวกหนูตายใจและเกิดความเลื่อมใสในตัวแมวแก่นั้น หนู ตัวหนึ่งจึงพูดออกมาว่า “ แมวตัวนี้ท่าทางใจดีมีเมตตา ไม่ทำร้ายพวกเรา พวกเราควรไป ผูกมิตรกับแมวตัวนี้ไว้นะ” แล้วก็ชวนกันเดินเข้าไปใกล้แมวแก่ฝ่ายแมวรู้แล้วว่าพวกหนู หลงกลเข้าแล้วจึงนิ่งเฉยรอพวกหนูเดินเข้ามาใกล้ๆแล้วตะปบหนูมากินเป็นอาหารได้ หลายตัว 100 นิทานอีสปชุดที่ 2 โดย อานนท์อาทิตย์อุทัย สำนักพิมพ์แสงดาว


อ่านบทโฆษณาต่อไปนี้ แล้วตอบคำถามข้อ 8-10 8. สินค้าในโฆษณานี้เป็นสินค้าสำหรับคนรุ่นใด ก. เด็ก ข. ผู้ใหญ่ ค. คนชรา ง. ทุกคน 9. สินค้าในโฆษณานี้มีจุดเด่นอย่างไร ก. ไม่ระคายเคืองตาและหนังศีรษะ ข. ความสวยงามของตัวสินค้า ค. ความปลอดภัยต่อร่างกาย ง. ความสบายเวลาหยิบใช้ 10. ข้อความโฆษณาดังกล่าวน่าเชื่อถือหรือไม่เพราะเหตุใด ก. น่าเชื่อถือ เพราะสินค้ามีการปรับปรุงใหม่ให้ดีขึ้น ข. น่าเชื่อถือ เพราะมีการผสมสารเคมีชนิดใหม่ลงไป ค. ไม่น่าเชื่อถือ เพราะเมื่อแชมพูเข้าตาย่อมต้องแสบตา ง. ไม่น่าเชื่อถือ เพราะผู้ใช้ควรได้ทดลองใช้สินค้าชนิดนี้ก่อน เส้นผมและดวงตาห่างกันไม่ถึงคืบ หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่แชมพูจะไหลมาใกล้ดวงตา แชมพูเด็กกลิ่นใหม่ ในขวดใหม่ อ่อนใสบริสุทธิ์ด้วยสูตรที่ไม่มีความเป็นกรดหรือด่าง ไม่ระคายเคืองเวลาสระ ไม่ระคายเคืองหนังศีรษะที่บอบบาง และยังดูแลสุขภาพผมให้ แข็งแรง


อ่านบทความต่อไปนี้ แล้วตอบคำถามข้อที่ 11-14 11. พื้นที่ใดที่มีชาวโซ่งอาศัยอยู่อีกบ้าง ก. เพชรบุรี สุพรรณบุรี ข. ชลบุรี จันทบุรี ค. กรุงเทพ อยุธยา ง. นนทบุรี ปทุมธานี 12. ข้อใดคือเอกลักษณ์ที่สำคัญของชาวโซ่ง ก. แต่งกายด้วยผ้าสีดำ ข. รักความสะอาด ค. ตั้งบ้านเรือนบริเวณลุ่มแม่น้ำ ง. มีภาษาพูดและเขียนของตนเอง 13. ชาวโซ่ง เดิมมีถิ่นฐานกำเนิดอยู่ที่ใด ก. ตอนเหนือของประเทศไทยประเทศไทย ข. ตอนเหนือของประเทศเวียดนาม ค. ตอนเหนือของประเทศลาว ง. ไม่ระบุ 14. ชาวโซ่ง เข้ามาอยู่ในประเทศไทย ในสมัยใด ก. สุโขทัย ข. อยุธยา ค. รัตนโกสินทร์ตอนต้น ง. รัตนโกสินทร์ตอนปลาย ชาวโซ่งเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่อาศัยอยู่กันมากในเขตจังหวัดเพชรบุรีและสุพรรณบุรี นับเป็นคนไทยเผ่าหนึ่งที่มีชื่อเรียกต่าง ๆ ว่า ไทยทรงดำบ้าง ผู้ไทบ้าง โดยมีถิ่นฐาน กำเนิดอยู่ทางเหนือของประเทศลาวต่อแดนประเทศเวียดนาม ต่อมาได้ถูกกวาดต้อนเข้า มาให้เป็นพลเมืองไทยในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น ตั้งหลักแหล่งอยู่แถวอำเภอเขา ย้อย จังหวัดเพชรบุรี ต่อมาจึงเคลื่อนย้ายกระจายกันไปอยู่ในเขตจังหวัดสุพรรณบุรี ชาวโซ่งเป็นกลุ่มชนที่รักความสะอาด เกลียดความชื้นแฉะ แม้ว่าอาชีพหลักจะเป็น เกษตรในพื้นที่ลุ่มก็ตาม มักเลือกตั้งบ้านเรือนและแหล่งที่อยู่อาศัยบนที่ดอนน้ำท่วมไม่ถึง เพื่อว่าจะได้มีลานบ้านเป็นที่สะอาดโล่งเตียน ให้ความสะดวกสบายกับความเป็นอยู่ใน ยามกลางวัน


อ่านเรื่องสั้นๆ ต่อไปนี้แล้วตอบคำถามข้อที่ 15-18 15. นักเรียนคิดว่าผู้แต่งเรื่องนี้ มีจุดประสงค์ใด ก. แนะนำ ข. ตักเตือน ค. สั่งสอน ง. ให้กำลังใจ 16. จากเรื่องสั้นดังกล่าวนักเรียนคิดว่า “คุณค่าในตัวเอง” เกิดขึ้นจากอะไร ก. สิ่งแวดล้อมรอบตัว ข. ประสบการณ์ที่เราเจอ ค. การตัดสินจากคนรอบข้าง ง. การศรัทธาและเห็นคุณค่าในตัวเอง 17. จากเรื่องสั้น ตัวละครแสดงให้ผู้ที่เข้าร่วมสัมมนาเกิดความรู้สึกเห็นคุณค่าในตนเองด้วยวิธีใด ก. เปรียบเทียบ ข. อธิบาย ค. บรรยาย ง. สาธิต คุณค่าในตัวเอง นักพูดที่รู้จักกันดีท่านหนึ่ง ได้เริ่มหยุดการสัมมนาของเขา โดยหยิบแบงค์ 20 ดอลาร์ ขึ้นมาในห้องที่มีผู้สัมมนาร่วม 200 คน แล้วเขาพูดว่า “ผมจะให้เงินแบงค์20 นี้ แก่หนึ่งในพวกคุณ แต่ครั้งแรกนั้น ผมจะทำอย่างนี้” เขาเริ่มขยำเงินนั้น แล้วเขาก็ถามอีกว่า “ใครยังต้องการแบงค์นี้อีกไหม” ยังคงมีมือที่ยกขึ้นอีก “ดี แล้วถ้าผมทำอย่างนี้ล่ะ” เขาทิ้งมันลงไปที่พื้น เหยียบย่ำมันด้วยรองเท้า แล้วเขาก็เก็บมันขึ้นมา ขณะนี้มันทั้งยับยู่ยี่และสกปรก “ตอนนี้ ใครยังต้องการมันอีกไหม” ก็ยังมีคนยกมืออีก “เพื่อน ๆ คุณได้เรียนรู้บทเรียนที่มีคุณค่ามากที่สุดบทหนึ่งว่า ไม่ว่าผมจะทำ อะไรกับเงิน คุณก็ยังต้องการมันอยู่ เพราะว่ามันไม่ได้ลดคุณค่าในตัวมันลงเลย มันก็ ยังคงมีค่า ๒๐ ดอลล่าอยู่นั่นเอง” เหมือนกับหลายๆครั้งในชีวิตของเรา ที่ถูกทิ้ง ถูกเหยียบย่ำ และถูกทำให้ สกปรก โดยสิ่งที่เราตัดสินใจทำมัน และสภาพแวดล้อมที่เราเจอ ทำให้เรารู้สึกว่า คุณค่าของเราลดน้อยลง แต่ไม่ว่าอะไรที่ได้เกิดขึ้น หรืออะไรที่จะเกิดขึ้น คุณไม่เคยสูญเสียคุณค่าของคุณ อย่านำความผิดของเมื่อวาน มาบดบังความฝันในวันพรุ่งนี้


18. ใจความสำคัญของเรื่องนี้ คืออะไร ก. การสร้างคุณค่าในตนเอง ข. การมองเห็นคุณค่าในตัวเอง ค. การประเมินคุณค่าในตนเอง ง. การปฏิบัติตนให้ตัวเองมีคุณค่า อ่านข่าวต่อไปนี้ แล้วตอบคำถามข้อที่ 19-20 ผู้รายงานข่าวมีวัตถุประสงค์อย่างไร แจ้งให้ทราบ ข. แนะนำ ค. อธิบาย ง. สั่งสอน 19. ใจความสำคัญของข่าวนี้คืออะไร ก. การหยุดจำหน่ายและบริการเกี่ยวกับโทรทัศน์เนื่องจากยอดขายลดลง ข. การหยุดจำหน่ายและบริการเกี่ยวกับโทรทัศน์ ค. ปัญหาเกี่ยวกับยอดขาย ง. ปัญหาเกี่ยวกับแรงงาน 20. เหตุการณ์นี่เกิดขึ้นเมื่อใด ก. 2 พ.ค. 61 ข. 1 เม.ย. 61 ค. 2 พ.ค. 62 ง. 1 เม.ย. 62 โตชิบา ไทยแลนด์ ประกาศหยุดขายทีวี ไม่รับซ่อม-งดจำหน่ายอะไหล่ เมื่อวันที่ ๒ พ.ค. เพจ Toshiba Thailand รายงานว่า บริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด ใคร่ขอแจ้งให้ท่านทราบว่า ตั้งแต่วันที่ ๑ เม.ย. 2562 เป็นต้นไป บริษัทจะหยุดการ เป็นผู้แทนจำหน่ายและให้บริการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ทีวี ทั้งการตรวจเช็ค การซ่อม รวมถึงการจำหน่ายอะไหล่ ทั้งนี้ บริษัท สกายเวิร์ท (ไทยแลนด์) จำกัด ซึ่งเป็นผู้แทนจำหน่ายที่ได้รับการแต่งตั้ง อย่างเป็นทางการจะเป็นผู้ดูแลการจัดจำหน่าย รวมถึงการดูแลบริการหลังการขายต่อไป ท่าน สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือ เช็ค สาขาศูนย์บริการได้จาก บริษัท สกายเวิร์ท (ไทยแลนด์) จำกัด จาก มติชนออนไลน์ www.matichon.co.th/economy/news_1475769


อ่านข่าวต่อไปนี้แล้วตอบคำถามข้อที่ 21-22 21. จากข่าว โรคชนิดใดมักเกิดขึ้นในฤดูร้อน ก. ท้องร่วง ข.ไข้หวัดใหญ่ ค. อาหารเป็นพิษ ง. ไข้เลือดออก 22. ข้อใดเป็นวิธีในการป้องกันโรคอาหารเป็นพิษ ก. รับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ ข. ไม่รับประทานอาหารสุกๆ ดิบๆ ค. ล้างผักผลไม้ให้สะอาดก่อนนำมาปรุงอาหาร ง. ถูกทุกข้อ อ่านสื่อโฆษณาต่อไปนี้ แล้วตอบคำถามข้อที่ 23-24 ดร.นายแพทย์สุวิช ธรรมปาโล ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 12 จังหวัดสงขลา เผยว่าด้วยขณะนี้ประเทศไทยเข้าสู่ฤดูร้อน ทำให้เกิดการเจริญเติบโตและ เพิ่มจำนวนของเชื้อโรคหลายชนิด โดยเฉพาะเชื้อโรคที่ปนเปื้อนในน้ำและอาหารจะมีการ เพิ่มจำนวนได้รวดเร็ว เสี่ยงต่อการระบาดของโรคติดต่อทางอาหารและน้ำโดยเฉพาะโรค อาหารเป็นพิษ ซึ่งพี่น้องประชาชนไม่ควรชะล่าใจ และได้แนะนำการป้องกันโรคให้ ประชาชนยึดหลัก "สุก ร้อน สะอาด" โดยรับประทานอาหารปรุงสุกใหม่ด้วยความร้อน ไม่รับประทานอาหารแบบสุกๆ ดิบๆ และควรรับประทานภายใน 2 ชั่วโมงหลังปรุงเสร็จ ควรล้างผักผลไม้ให้สะอาดด้วยน้ำหลายๆ ครั้ง ดื่มน้ำสะอาดหรือน้ำต้มสุก หรือน้ำบรรจุ ขวดที่ได้รับการรับรองจาก อย. หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ฉบับวันที่ 9 เมษายน 2562


23. “คิดจะพัก คิดถึงคิทเคท” ข้อใดคือที่มาของข้อความนี้ ก. ควรรับประทานคิทแคทเมื่อต้องการการพักผ่อน ข. การรับประทานคิทแคททำให้รู้สึกผ่อนคลาย ค. ควรรับประทานคิทแคทในเวลาว่าง ง. ไม่มีข้อถูก 24. เนื้อหาของโฆษณา กล่าวในลักษณะใด ก. อธิบาย ข. โน้มน้าว ค. เสนอแนะ ง. บอกกล่าว 25. ข้อใดคือข้อคิดเห็น ก. คิทแคทคือขนมรสช็อคโกแลต ข. คิทแคท เป็นสินค้าในเครือบริษัทเนสเล่ ค. เมื่อต้องการการพักผ่อนต้องคิดถึงคิทแคท ง. คิทแคทคือขนมชนิดหนึ่ง อ่านนิทานต่อไปนี้ แล้วตอบคำถามข้อที่ 26-30 มดกับตั๊กแตน เช้าวันหนึ่งในฤดูร้อน ตั๊กแตนร้องเพลงอย่างสนุกสนาน มันก็หันไปเห็นฝูงมดขน อาหารเดินผ่านมา จึงเอ่ยปากชวนฝูงมดให้มาร้องเพลงด้วยกัน มดตัวหนึ่งตอบว่า "ไม่ได้ หรอก พวกข้าต้องรีบหาอาหารมาตุนไว้ สำหรับฤดูหนาวที่กำลังจะมาถึง แล้วเจ้าไม่เตรียม อาหารไว้บ้างหรือ" "ไม่เห็นต้องรีบเลย อีกตั้งนานกว่าจะถึงฤดูหนาว" ตั๊กแตนตอบ เมื่อฤดูหนาวมาถึงสัตว์ต่าง ๆ พากันหลบอยู่แต่ในรัง ส่วนตั๊กแตนหาอาหารไม่ได้เลย มันจึงมาขออาหารแบ่งจากฝูงมด "ข้ามัวแต่ทำตัวไร้สาระในฤดูร้อน ตอนนี้ข้าสำนึกแล้วได้ โปรดแบ่งอาหารให้ข้าบ้างเถิด" ฝูงมดจึงตอบว่า "ถ้าเจ้าสามารถร้องเพลงได้อย่างสบายใจ ได้ในฤดูร้อน ทำไมเจ้าจึงไม่ทำต่อไปในฤดูหนาวละ" อีสป : https://www.kalyanamitra.org/th


26. จากนิทาน แสดงให้เห็นว่า ตั๊กแตนมีลักษณะนิสัยอย่างไร ก. รู้จักการวางแผน ข. รักความสบาย ค. ร่าเริง แจ่มใส ง. รู้จักแบ่งปัน 27.จากนิทาน แสดงให้เห็นว่า มดมีลักษณะนิสัยอย่างไร ก. รู้จักการวางแผน ข. รักความสบาย ค. ร่าเริง แจ่มใส ง. รู้จักแบ่งปัน 28. สาระสำคัญของนิทานเรื่องนี้คืออะไร ก. ตั๊กแตนร้องเพลงอย่างสบายใจในฤดูร้อน ข. ในฤดูร้อนมดหาอาหารมาตุนไว้เพื่อไว้รับประทานในฤดูหนาว ค. เมื่อถึงฤดูหนาวตั๊กแตนไม่มีอาหารรับประทานจึงขออาหารจากมด ง. ในฤดูร้อนตั๊กแตนไม่ยอมเตรียมอาหารไว้ทำให้ไม่มีอาหารรับประทาน ในฤดูหนาว 29. นิทานเรื่องนี้ให้ข้อคิดอย่างไรบ้าง ก. ควรมีความสุขกับปัจจุบัน ข. เมื่อผู้อื่นเดือดร้อนเราควรช่วยเหลือ ค. ความสามัคคีเป็นบ่อเกิดของความสำเร็จ ง. ควรเตรียมตัวให้พร้อมเสมอสำหรับสิ่งที่ต้องเจอในวันข้างหน้า 30.ข้อใดคือข้อเท็จจริง ก. มดมัวแต่ทำตัวไร้สาระในฤดูร้อน ข. มดเป็นสัตว์ที่ไม่รู้จักการวางแผน ค. ตั๊กแตนเป็นสัตว์ที่ไม่มีน้ำใจ ง. ถูกทุกข้อ


เฉลยแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง การอ่านจับใจความสำคัญ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 คำชี้แจง 1. แบบทดสอบนี้เป็นแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่อง การอ่านจับใจความ สำคัญ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 2. แบบทดสอบนี้เป็นแบบทดสอบชนิดปรนัย 4 ตัวเลือก จำนวน 30 ข้อ ข้อละ ๑ คะแนน รวม 30 คะแนน ใช้เวลาในการทำแบบทดสอบ 45 นาที ----------------------------------------------------------------------------- คำชี้แจง นักเรียนทำเครื่องหมายกากบาท (x) บนตัวเลือกที่ถูกที่สุด เพียงข้อเดียว 1. ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของใจความสำคัญ ก. ใจความสำคัญส่วนมากมีลักษณะเป็นวลี ข. ใจความสำคัญของข้อความหนึ่ง ๆ ส่วนมากมีเพียงประการเดียว ค. ใจความสำคัญมีลักษณะเป็นประโยค ส่วนมากจะปรากฏอยู่ในข้อความ ง. เป็นข้อความที่ทำหน้าที่คลุมใจความของข้อความอื่น ๆ ในตอนนั้นได้ทั้งหมด 2. ข้อใดไม่ใช่หลักการอ่านเพื่อจับใจความสำคัญ ก. พยายามอ่านทุกตัวอักษร ข. ขณะอ่านควรคำนึงถึงจุดมุ่งหมายของการอ่านเสมอ ค. อย่าพยายามอ่านซ้ำ บางครั้งอาจได้ความหมายจากประโยคถัดไปได้ ง. ไม่ควรพะวงกับเรื่องหลักภาษาหรือเรื่องราวอื่น ๆ ที่ไม่อยู่ในความต้องการ 3. ข้อใดไม่ใช่จุดมุ่งหมายของการจับใจความสำคัญ ก. เมื่ออ่านแล้วสามารถสรุปหรือย่อเรื่องได้ ข. เมื่ออ่านแล้วสามารถจำคำประพันธ์ชนิดต่าง ๆ ได้ ค. เมื่ออ่านแล้วสามารถปฏิบัติตามคำสั่งและคำแนะนำได้ ง. เมื่ออ่านแล้วสามารถคาดการณ์ และหาความจริงแสดงข้อคิดเห็น


อ่านนิทานต่อไปนี้ แล้วตอบคำถามข้อที่ 4-7 4. ข้อใดเป็นข้อคิดจากนิทานข้างต้น ก. ไม่ควรไว้ใจใครง่าย ๆ ข. ควรอดทนต่อความยากลำบาก ค. ไม่ควรเมตตาต่อผู้ที่คิดร้ายกับเรา ง. ควรพยายามทำในสิ่งที่ตนมุ่งหวัง 5. ผู้เขียนมีจุดมุ่งหมายในการเขียนอย่างไร ก.ชี้แจง ข. แนะนำ ค. สั่งสอน ง. ตักเตือน 6. ข้อใดเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้หนูเชื่อว่าแมวแก่เป็นผู้ใจดีมีเมตตา ก. แมวแก่อายุมากเดินไหว ข. แมวแก่แอบยิ้มให้หนู ค. แมวแก่นั่งนิ่งเฉยไม่ทำร้ายหนู ง. แมวแก่นอนหลับไม่สนใจพวกหนู 7. นิทานเรื่องนี้ตรงกับ สำนวนไทย ในข้อใด ก. เลือกนัก มักได้แร่ ข. รักดีหามจั่ว รักชั่วหามเสา ค. อย่าเชื่อใจทาง อย่าวางใจคน ง. ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น แมวแก่ตัวหนึ่งรู้สึกอ่อนกำลังลงด้วยวัยที่ร่วงโรย และไม่สามารถจะจับหนูกินได้ เหมือนก่อน มันจึงคิดอุบายล่อหนูให้เข้ามาใกล้ๆอุ้งเท้าของมัน แมวแก่ใช้อุบายนั่งนิ่งเฉย แสดงความเป็นมิตรไมตรีดูแล้วไม่น่าจะมีพิษมีภัย มันใช้ความอดทนข่มใจนิ่งเฉยดูหนูวิ่ง ไปมาอยู่ครึ่งค่อนวัน จนทำให้พวกหนูตายใจและเกิดความเลื่อมใสในตัวแมวแก่นั้น หนู ตัวหนึ่งจึงพูดออกมาว่า “ แมวตัวนี้ท่าทางใจดีมีเมตตา ไม่ทำร้ายพวกเรา พวกเราควรไป ผูกมิตรกับแมวตัวนี้ไว้นะ” แล้วก็ชวนกันเดินเข้าไปใกล้แมวแก่ฝ่ายแมวรู้แล้วว่าพวกหนู หลงกลเข้าแล้วจึงนิ่งเฉยรอพวกหนูเดินเข้ามาใกล้ๆแล้วตะปบหนูมากินเป็นอาหารได้ หลายตัว 100 นิทานอีสปชุดที่ 2 โดย อานนท์อาทิตย์อุทัย สำนักพิมพ์แสงดาว


อ่านบทโฆษณาต่อไปนี้ แล้วตอบคำถามข้อ 8-10 8. สินค้าในโฆษณานี้เป็นสินค้าสำหรับคนรุ่นใด ก. เด็ก ข. ผู้ใหญ่ ค. คนชรา ง. ทุกคน 9. สินค้าในโฆษณานี้มีจุดเด่นอย่างไร ก. ไม่ระคายเคืองตาและหนังศีรษะ ข. ความสวยงามของตัวสินค้า ค. ความปลอดภัยต่อร่างกาย ง. ความสบายเวลาหยิบใช้ 10. ข้อความโฆษณาดังกล่าวน่าเชื่อถือหรือไม่เพราะเหตุใด ก. น่าเชื่อถือ เพราะสินค้ามีการปรับปรุงใหม่ให้ดีขึ้น ข. น่าเชื่อถือ เพราะมีการผสมสารเคมีชนิดใหม่ลงไป ค. ไม่น่าเชื่อถือ เพราะเมื่อแชมพูเข้าตาย่อมต้องแสบตา ง. ไม่น่าเชื่อถือ เพราะผู้ใช้ควรได้ทดลองใช้สินค้าชนิดนี้ก่อน เส้นผมและดวงตาห่างกันไม่ถึงคืบ หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่แชมพูจะไหลมาใกล้ดวงตา แชมพูเด็กกลิ่นใหม่ ในขวดใหม่ อ่อนใสบริสุทธิ์ด้วยสูตรที่ไม่มีความเป็นกรดหรือด่าง ไม่ระคายเคืองเวลาสระ ไม่ระคายเคืองหนังศีรษะที่บอบบาง และยังดูแลสุขภาพผมให้ แข็งแรง


อ่านบทความต่อไปนี้ แล้วตอบคำถามข้อที่ 11-14 11. พื้นที่ใดที่มีชาวโซ่งอาศัยอยู่อีกบ้าง ก. เพชรบุรี สุพรรณบุรี ข. ชลบุรี จันทบุรี ค. กรุงเทพ อยุธยา ง. นนทบุรี ปทุมธานี 12. ข้อใดคือเอกลักษณ์ที่สำคัญของชาวโซ่ง ก. แต่งกายด้วยผ้าสีดำ ข. รักความสะอาด ค. ตั้งบ้านเรือนบริเวณลุ่มแม่น้ำ ง. มีภาษาพูดและเขียนของตนเอง 13. ชาวโซ่ง เดิมมีถิ่นฐานกำเนิดอยู่ที่ใด ก. ตอนเหนือของประเทศไทยประเทศไทย ข. ตอนเหนือของประเทศเวียดนาม ค. ตอนเหนือของประเทศลาว ง. ไม่ระบุ 14. ชาวโซ่ง เข้ามาอยู่ในประเทศไทย ในสมัยใด ก. สุโขทัย ข. อยุธยา ค. รัตนโกสินทร์ตอนต้น ง. รัตนโกสินทร์ตอนปลาย ชาวโซ่งเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่อาศัยอยู่กันมากในเขตจังหวัดเพชรบุรีและสุพรรณบุรี นับเป็นคนไทยเผ่าหนึ่งที่มีชื่อเรียกต่าง ๆ ว่า ไทยทรงดำบ้าง ผู้ไทบ้าง โดยมีถิ่นฐาน กำเนิดอยู่ทางเหนือของประเทศลาวต่อแดนประเทศเวียดนาม ต่อมาได้ถูกกวาดต้อนเข้า มาให้เป็นพลเมืองไทยในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น ตั้งหลักแหล่งอยู่แถวอำเภอเขา ย้อย จังหวัดเพชรบุรี ต่อมาจึงเคลื่อนย้ายกระจายกันไปอยู่ในเขตจังหวัดสุพรรณบุรี ชาวโซ่งเป็นกลุ่มชนที่รักความสะอาด เกลียดความชื้นแฉะ แม้ว่าอาชีพหลักจะเป็น เกษตรในพื้นที่ลุ่มก็ตาม มักเลือกตั้งบ้านเรือนและแหล่งที่อยู่อาศัยบนที่ดอนน้ำท่วมไม่ถึง เพื่อว่าจะได้มีลานบ้านเป็นที่สะอาดโล่งเตียน ให้ความสะดวกสบายกับความเป็นอยู่ใน ยามกลางวัน


อ่านเรื่องสั้น ๆ ต่อไปนี้แล้วตอบคำถามข้อที่ 15-18 15. นักเรียนคิดว่าผู้แต่งเรื่องนี้ มีจุดประสงค์ใด ก. แนะนำ ข. ตักเตือน ค. สั่งสอน ง. ให้กำลังใจ 16. จากเรื่องสั้นดังกล่าวนักเรียนคิดว่า “คุณค่าในตัวเอง” เกิดขึ้นจากอะไร ก. สิ่งแวดล้อมรอบตัว ข. ประสบการณ์ที่เราเจอ ค. การตัดสินจากคนรอบข้าง ง. การศรัทธาและเห็นคุณค่าในตัวเอง 17. จากเรื่องสั้น ตัวละครแสดงให้ผู้ที่เข้าร่วมสัมมนาเกิดความรู้สึกเห็นคุณค่าในตนเองด้วยวิธีใด ก. เปรียบเทียบ ข. อธิบาย ค. บรรยาย ง. สาธิต คุณค่าในตัวเอง นักพูดที่รู้จักกันดีท่านหนึ่ง ได้เริ่มหยุดการสัมมนาของเขา โดยหยิบแบงค์ 20 ดอลลาร์ ขึ้นมาในห้องที่มีผู้สัมมนาร่วม 200 คน แล้วเขาพูดว่า “ผมจะให้เงินแบงค์ 20 นี้ แก่หนึ่งในพวกคุณ แต่ครั้งแรกนั้น ผมจะทำอย่างนี้” เขาเริ่มขยำเงินนั้น แล้วเขาก็ถามอีกว่า “ใครยังต้องการแบงค์นี้อีกไหม” ยังคงมีมือที่ยกขึ้นอีก “ดี แล้วถ้าผมทำอย่างนี้ล่ะ” เขาทิ้งมันลงไปที่พื้น เหยียบย่ำมันด้วยรองเท้า แล้วเขาก็เก็บมันขึ้นมา ขณะนี้มันทั้งยับยู่ยี่และสกปรก “ตอนนี้ ใครยังต้องการมันอีกไหม” ก็ยังมีคนยกมืออีก “เพื่อน ๆ คุณได้เรียนรู้บทเรียนที่มีคุณค่ามากที่สุดบทหนึ่งว่า ไม่ว่าผมจะทำ อะไรกับเงิน คุณก็ยังต้องการมันอยู่ เพราะว่ามันไม่ได้ลดคุณค่าในตัวมันลงเลย มันก็ ยังคงมีค่า ๒๐ ดอลล่าอยู่นั่นเอง” เหมือนกับหลายๆครั้งในชีวิตของเรา ที่ถูกทิ้ง ถูกเหยียบย่ำ และถูกทำให้ สกปรก โดยสิ่งที่เราตัดสินใจทำมัน และสภาพแวดล้อมที่เราเจอ ทำให้เรารู้สึกว่า คุณค่าของเราลดน้อยลง แต่ไม่ว่าอะไรที่ได้เกิดขึ้น หรืออะไรที่จะเกิดขึ้น คุณไม่เคยสูญเสียคุณค่าของคุณ อย่านำความผิดของเมื่อวาน มาบดบังความฝันในวันพรุ่งนี้


18. ใจความสำคัญของเรื่องนี้ คืออะไร ก. การสร้างคุณค่าในตนเอง ข. การมองเห็นคุณค่าในตัวเอง ค. การประเมินคุณค่าในตนเอง ง. การปฏิบัติตนให้ตัวเองมีคุณค่า อ่านข่าวต่อไปนี้ แล้วตอบคำถามข้อที่ 19-20 ผู้รายงานข่าวมีวัตถุประสงค์อย่างไร แจ้งให้ทราบ ข. แนะนำ ค. อธิบาย ง. สั่งสอน 19. ใจความสำคัญของข่าวนี้คือ อะไร ก. การหยุดจำหน่ายและบริการเกี่ยวกับโทรทัศน์เนื่องจากยอดขายลดลง ข. การหยุดจำหน่ายและบริการเกี่ยวกับโทรทัศน์ ค. ปัญหาเกี่ยวกับยอดขาย ง. ปัญหาเกี่ยวกับแรงงาน 20. เหตุการณ์นี่เกิดขึ้นเมื่อใด ก. 2 พ.ค. 61 ข. 1 เม.ย. 61 ค. 2 พ.ค. 62 ง. 1 เม.ย. 62 โตชิบา ไทยแลนด์ ประกาศหยุดขายทีวี ไม่รับซ่อม-งดจำหน่ายอะไหล่ เมื่อวันที่ ๒ พ.ค. เพจ Toshiba Thailand รายงานว่า บริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด ใคร่ขอแจ้งให้ท่านทราบว่า ตั้งแต่วันที่ ๑ เม.ย. 2562 เป็นต้นไป บริษัทจะหยุดการ เป็นผู้แทนจำหน่ายและให้บริการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ทีวี ทั้งการตรวจเช็ค การซ่อม รวมถึงการจำหน่ายอะไหล่ ทั้งนี้ บริษัท สกายเวิร์ท (ไทยแลนด์) จำกัด ซึ่งเป็นผู้แทนจำหน่ายที่ได้รับการแต่งตั้ง อย่างเป็นทางการจะเป็นผู้ดูแลการจัดจำหน่าย รวมถึงการดูแลบริการหลังการขายต่อไป ท่าน สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือ เช็ค สาขาศูนย์บริการได้จาก บริษัท สกายเวิร์ท (ไทยแลนด์) จำกัด จาก มติชนออนไลน์ www.matichon.co.th/economy/news_1475769


อ่านข่าวต่อไปนี้แล้วตอบคำถามข้อที่ 21-22 21. จากข่าว โรคชนิดใดมักเกิดขึ้นในฤดูร้อน ก. ท้องร่วง ข.ไข้หวัดใหญ่ ค. อาหารเป็นพิษ ง. ไข้เลือดออก 22. ข้อใดเป็นวิธีในการป้องกันโรคอาหารเป็นพิษ ก. รับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ ข. ไม่รับประทานอาหารสุกๆ ดิบๆ ค. ล้างผักผลไม้ให้สะอาดก่อนนำมาปรุงอาหาร ง. ถูกทุกข้อ อ่านสื่อโฆษณาต่อไปนี้ แล้วตอบคำถามข้อที่ 23 - 24 ดร.นายแพทย์สุวิช ธรรมปาโล ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 12 จังหวัดสงขลา เผยว่าด้วยขณะนี้ประเทศไทยเข้าสู่ฤดูร้อน ทำให้เกิดการเจริญเติบโตและ เพิ่มจำนวนของเชื้อโรคหลายชนิด โดยเฉพาะเชื้อโรคที่ปนเปื้อนในน้ำและอาหารจะมีการ เพิ่มจำนวนได้รวดเร็ว เสี่ยงต่อการระบาดของโรคติดต่อทางอาหารและน้ำโดยเฉพาะโรค อาหารเป็นพิษ ซึ่งพี่น้องประชาชนไม่ควรชะล่าใจ และได้แนะนำการป้องกันโรคให้ ประชาชนยึดหลัก "สุก ร้อน สะอาด" โดยรับประทานอาหารปรุงสุกใหม่ด้วยความร้อน ไม่รับประทานอาหารแบบสุกๆ ดิบๆ และควรรับประทานภายใน 2 ชั่วโมงหลังปรุงเสร็จ ควรล้างผักผลไม้ให้สะอาดด้วยน้ำหลายๆ ครั้ง ดื่มน้ำสะอาดหรือน้ำต้มสุก หรือน้ำบรรจุ ขวดที่ได้รับการรับรองจาก อย. หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ฉบับวันที่ 9 เมษายน 2562


23. “คิดจะพัก คิดถึงคิทเคท” ข้อใดคือที่มาของข้อความนี้ ก. ควรรับประทานคิทแคทเมื่อต้องการการพักผ่อน ข. การรับประทานคิทแคททำให้รู้สึกผ่อนคลาย ค. ควรรับประทานคิทแคทในเวลาว่าง ง. ไม่มีข้อถูก 24. เนื้อหาของโฆษณา กล่าวในลักษณะใด ก. อธิบาย ข. โน้มน้าว ค. เสนอแนะ ง. บอกกล่าว 25. ข้อใดคือข้อคิดเห็น ก. คิทแคทคือขนมรสช็อคโกแลต ข. คิทแคท เป็นสินค้าในเครือบริษัทเนสเล่ ค. เมื่อต้องการการผ่อนคลายต้องคิดถึงคิทแคท ง. คิทแคทคือขนมชนิดหนึ่ง อ่านนิทานต่อไปนี้ แล้วตอบคำถามข้อที่ 26-30 มดกับตั๊กแตน เช้าวันหนึ่งในฤดูร้อน ตั๊กแตนร้องเพลงอย่างสนุกสนาน มันก็หันไปเห็นฝูงมดขน อาหารเดินผ่านมา จึงเอ่ยปากชวนฝูงมดให้มาร้องเพลงด้วยกัน มดตัวหนึ่งตอบว่า "ไม่ได้ หรอก พวกข้าต้องรีบหาอาหารมาตุนไว้ สำหรับฤดูหนาวที่กำลังจะมาถึง แล้วเจ้าไม่เตรียม อาหารไว้บ้างหรือ" "ไม่เห็นต้องรีบเลย อีกตั้งนานกว่าจะถึงฤดูหนาว" ตั๊กแตนตอบ เมื่อฤดูหนาวมาถึงสัตว์ต่าง ๆ พากันหลบอยู่แต่ในรัง ส่วนตั๊กแตนหาอาหารไม่ได้เลย มันจึงมาขออาหารแบ่งจากฝูงมด "ข้ามัวแต่ทำตัวไร้สาระในฤดูร้อน ตอนนี้ข้าสำนึกแล้วได้ โปรดแบ่งอาหารให้ข้าบ้างเถิด" ฝูงมดจึงตอบว่า "ถ้าเจ้าสามารถร้องเพลงได้อย่างสบายใจ ได้ในฤดูร้อน ทำไมเจ้าจึงไม่ทำต่อไปในฤดูหนาวละ" อีสป : https://www.kalyanamitra.org/th


26. จากนิทาน แสดงให้เห็นว่า ตั๊กแตนมีลักษณะนิสัยอย่างไร ก. รู้จักการวางแผน ข. รักความสบาย ค. ร่าเริง แจ่มใส ง. รู้จักแบ่งปัน 27.จากนิทาน แสดงให้เห็นว่า มดมีลักษณะนิสัยอย่างไร ก. รู้จักการวางแผน ข. รักความสบาย ค. ร่าเริง แจ่มใส ง. รู้จักแบ่งปัน 28. สาระสำคัญของนิทานเรื่องนี้คืออะไร ก. ตั๊กแตนร้องเพลงอย่างสบายใจในฤดูร้อน ข. ในฤดูร้อนมดหาอาหารมาตุนไว้เพื่อไว้รับประทานในฤดูหนาว ค. เมื่อถึงฤดูหนาวตั๊กแตนไม่มีอาหารรับประทานจึงขออาหารจากมด ง. ในฤดูร้อนตั๊กแตนไม่ยอมเตรียมอาหารไว้ทำให้ไม่มีอาหารรับประทาน ในฤดูหนาว 29. นิทานเรื่องนี้ให้ข้อคิดอย่างไรบ้าง ก. ควรมีความสุขกับปัจจุบัน ข. เมื่อผู้อื่นเดือดร้อนเราควรช่วยเหลือ ค. ความสามัคคีเป็นบ่อเกิดของความสำเร็จ ง. ควรเตรียมตัวให้พร้อมเสมอสำหรับสิ่งที่ต้องเจอในวันข้างหน้า 30.ข้อใดคือข้อเท็จจริง ก.มดมัวแต่ทำตัวไร้สาระในฤดูร้อน ข.มดเป็นสัตว์ที่ไม่รู้จักการวางแผน ค.ตั๊กแตนเป็นสัตว์ที่ไม่มีน้ำใจ ง.ถูกทุกข้อ


แบบบันทึกคะแนน เรื่อง การอ่านจับใจความสำคัญ ที่ ชื่อ – สกุล คะแนน ก่อนเรียน คะแนน หลังเรียน ผลต่างของ คะแนน เกณฑ์การ ประเมิน 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31


แบบบันทึกคะแนน เรื่อง การอ่านจับใจความสำคัญ (ต่อ) ที่ ชื่อ – สกุล คะแนนก่อน เรียน คะแนนหลัง เรียน ผลต่างของ คะแนน เกณฑ์การ ประเมิน 32 33 34 35 36 37 คะแนนรวม คะแนนเฉลี่ย *หมายเหตุ ตั้งแต่ 24 คะแนน ผ่านเกณฑ์การประเมิน


Click to View FlipBook Version