การปฏิวัติวิทยาศาสตร์
(Scientific Revolution)
คำนำ
หนังสือเล่นนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับ การพัฒนาหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (e-Book)
เรื่องการปฏฺฺิวัติวิทยาศาสตร์ เพื่อนำไปใช้ในการเรียนรู้ส่งเสริมด้าน
เทคโนโลยีให้นักเรียนอ่านได้อย่างสะดวกเข้าถึงเนื้อหาได้ง่าย และ เพื่อให้การเรียน
การสอนให้ความรู้สำหรับนักเรียน และบุคคลากรทั่วไป ซึ่งผู้จัดทำได้ค้นหาข้อมูล
ที่หลากหลายเพื่อนำมาประกอบในการจัดทำหนังสือ อิเล็กทรอนิกส์เพื่อเป็นแนวในการ
ศึกษาผู้จัดทำหวังเป็นอย่างยิ่งว่า หนังสืออิเล็กทรอนิกส์(E-Book) เรื่อง การปฏิวัติสิทยา
ศาสตร์เล่มนี้ จะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้ อย ในการจัดการเรียนการสอนตลอดจนนำไปสู่
การสร้างสรรค์ผลงาน และสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันสืบไป
คณะผู้จัดทำ
สารบัญ หน้ า
เรื่อง 1
คำนำ 2
3
7
สารบัญ 8
การปฏิวัติวิทยาศาตร์ 9
10
ปั จจัยของการปฏิวัติวิทยาศาสตร์
ความสำคัญของการปฏิวัติวิทยาศาสตร์
ผลงานของนักวิทยาศาสตร์
การจัดตั้งสถาบันวิทยาศาสตร์
สาเหตุของการปฏิวัติวิทยาศาสตร์
ผลของการปฏิวัติวิทยาศาสตรื์
การปฏิวัติวิทยาศาสตร์ 1
(scientificrevolution
การปฏิวัติวิทยาศาสตร์(scientificrevolution)
การปฏิวัติทางวิทยาศาสตร์ คือ การพัฒนาความเจริญก้าวหน้ าในวิทยาการของ
โลกตะวันตก ในคริสต์ศตวรรษที่ 17 มีการค้นคว้าแสวงหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ
ธรรมชาติโลกและจักรวาล ทำให้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์เจริญรุ่งเรือง เป็นผลให้ชาติ
ตะวันตกพัฒนาความเจริญก้าวหน้ าในด้านต่าง ๆ อย่างรวดเร็ว
2
ปัจจัยการปฏิวัติวิทยาศาสตร์
1. การฟื้ นฟูศิลปวิทยาการ
ทำให้มนุษย์เชื่อมั่นในความสามารถของตน มีอิสระทางความคิด หลุดพ้น
จากอิทธิพลการครอบงำของคริสต์จักร และมุ่งมั่นที่จะเอาชนะธรรมชาติเพื่อ
พัฒนาคุณภาพชีวิตและความเป็ นอยู่ของตนให้ดีขึ้น
2. การพัฒนาเทคโนโลยี
ประดิษฐ์เครื่องพิมพ์แบบใช้วิธีเรียงตัวอักษรขอกูเตนเบิร์ก ในปี ค . ศ .
1448 ทำให้สามารถพิมพ์หนังสือเผยแพร่ความรู้ต่าง ๆ ได้อย่างกว้างขวาง
3. การสำรวจทางทะเลและการติดต่อกับโลกตะวันออก
ตั้งแต่คริสต์ศตวรรษ ที่ 16 เป็นต้นมาทำให้อารยธรรมความรู้ต่าง ๆ จากจีน
อินเดีย อาหรับ และเปอร์เชีย เผยแพร่เข้ามาในสังคมตะวันตกมากขึ้น
3
ความสำคัญของการปฏิวัติวิทยาศาสตร์
1. ทำให้มนุษย์เชื่อมั่นในสติปัญญาและความสามารถของตน เชื่อ
มั่นในความมีเหตุผล และนำไปสู่การแสวงหาความรู้โดยไม่มีสิ้นสุด
2. ก่อให้เกิดความรู้และความเจริญก้าวหน้ าใน
วิทยาการด้านต่าง ๆ และทำให้วิทยาศาสตร์กลายเป็น
ศาสตร์ที่มีความสำคัญ โดยเน้ นศึกษาเรื่องราวของ
ธรรมชาติ
3. ทำให้เกิดการค้นคว้าทดลองและแสวงหาความรู้ด้านต่าง ๆ ซึ่ง
นำไปสู่การประดิษฐ์คิดค้นสิ่งใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง และเป็นพื้นฐาน
ของการปฏิวัติอุตสาหกรรมในสมัยต่อมา
4. ทำให้ชาวตะวันตกมีทัศนคติเป็นนักคิด ชอบสังเกต ชอบ
ซักถาม ชอบค้นคว้าทดลอง เพื่อหาคำตอบ และนำความรู้ที่
ได้รับไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิต
ผลงานของนั กวิทยาศาสตร์ 4
1.นิโคลัส โคเปอร์นิคัส (NICOLUS COPERNICUS : ค.ศ. 1473-1543) ชาว
โปแลนด์ เสนอทฤษฎีว่าดวงอาทิตย์เป็น ศูนย์กลางของจักรวาล โดยมีดาวเคราะห์
รวมทั้งโลกหมุนรอบ ดวงอาทิตย์ ทฤษฎีของเขาล้มล้างความเชื่อของคนในสมัย
โบราณและสมัยกลางที่ยึดถือข้อสมมติฐานของอริสโตเติล (ARISTOTLE) และงาน
เขียนของโตเลมี (PTOLEMY) ที่อธิบายว่า โลกเป็นศูนย์กลางของจักรวาล
2. กาลิเลโอ กาลิเลอิ (GALILEO GALILEI : ค.ศ. 1564- 1642)
ชาวอิตาลีได้ประดิษฐ์กล้องโทรทัศน์ เพื่อสังเกตการโคจรรอบ ดวงดาว ทำให้นัก
ดาราศาสตร์ได้รับความรู้เกี่ยวกับจักรวาลและการ เคลื่อนที่ในระบบสุริยจักรวาล
ตามทฤษฎีของโคเปอร์นิคัส ทฤษฎีของ กาลิเลโอขัดแย้งกับคริสต์ศาสนา ทำให้ถูก
ลงโทษจากคริสตจักร
5
3.โยฮันเนส เคปเลอร์ (johanes Kepler)
ชาวเยอรมันได้พิสูจน์ทฤษฎีของนิโคลัสโคเพอร์นิคัสและยืนยันข้อมูลว่า ดวง
อาทิตย์เป็ นศูนย์กลางจักรวาล
4.เซอร์ ฟรานซิส เบคอน (SIR FRANCIS BACON : ค.ศ. 1561-1626) ชาว
อังกฤษได้วางรากฐานการศึกษางานด้าน วิทยาศาสตร์ จนในที่สุดทำให้มีการ
จัดตั้งราชบัณฑิตยสมาคม ที่ เรียกว่า THE ROYAL SOCIETY OF
LONDON FOR THE PROMOTION OF NATURAL KNOWLEDGE
ขึ้นเพื่อส่งเสริมการค้นคว้าทางวิทยาศาสตร์
6
5.เรอเน เดส์การ์ส (RENE DESCARTES : ค.ศ. 1596- 1650)
ชาวฝรั่งเศสได้เสนอหลักการใช้เหตุผล และการศึกษาค้นคว้า วิจัยในการแสวงหา
ความรู้และการวิเคราะห์ทางคณิตศาสตร์ว่า สามารถนำมาพิสูจน์และตรวจสอบข้อ
เท็จจริงได้
6.เซอร์ ไอแซก นิวตัน (SIR ISAAC NEWTON : ค.ศ. 1642- 1727)
ชาวอังกฤษค้นพบกฎแรงดึงดูด (LAW OF UNIVERSAL ATTRACTION) และกฎ
แห่งความโน้ มถ่วง (LAW OF GRAVITY) ซึ่งเป็นผลให้นัก วิทยาศาสตร์อธิบายการ
โคจรของโลกและดาวเคราะห์ต่างๆ ที่หมุนรอบ
ดวงอาทิตย์ได้
7
7.เบนจามิน แฟรงคลิน(Benijamin Franklin)
ค้นหาการเกิดฟ้ าแลบ ฟ้ าร้อง และฟ้ าผ่า ผู้ประดิษฐ์สายล่อฟ้ า นำไฟฟ้ าจากก้อนเมฆ
มาใช้ประโยชน์
การจัดตั้งสถาบันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ 8
1. การเสนอทฤษฏีการศึกษาค้นคว้าด้วย “วิธีการทางวิทยาศาสตร์ ” ทำให้เกิด
ความตื่นตัวในหมู่ปัญญาชนของยุโรป มีการจัดตั้งสถาบันวิทยาศาสตร์แห่งชาติขึ้นใน
ประเทศต่าง ๆ หลายแห่ง ในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 17 เพื่อสนับสนุนงานวิจัย การ
ประดิษฐ์อุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ต่าง ๆและแลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกันทำให้
วิทยาศาสตร์เจริญก้าวหน้ าโดยลำดับ
2. ความร่วมมือระหว่างนักวิทยาศาสตร์กับนักประดิษฐ์นำไปสู่
การพัฒนาสิ่งประดิษฐ์ต่าง ๆ มากมาย ความรู้ทางวิทยาศาสตร์จึง
เป็นรากฐานของความเจริญ ก้าวหน้ าทางเทคโนโลยีด้านต่าง ๆ จึงมี
ผู้กล่าวว่ากรปฏิวัติวิทยาศาสตร์ในคริสต์ ศตวรรษที่ 17 เป็นยุคแห่งอัจฉริยะ
( The Age of Genius ) เพราะมีการค้นพบความรู้ทางวิทยาศาสตร์ใหม่ ๆ เกิดขึ้น
มากมาย
9
สาเหตุของการปฏิวัติวิทยาศาสตร์
1. การฟื้ นฟูศิลปวิทยาการ เป็นผลให้ชาวยุโรปสนใจใฝ่หาความรู้
และกระตือรือร้นที่จะ หาความรู้ใหม่ๆ นอกจากนี้ระบบการพิมพ์ก็
ก้าวหน้ าขึ้น ทำให้ประชาชนสนใจที่จะศึกษามากขึ้น
2. การสำรวจทางทะเลและการค้นพบดินแดนใหม่ๆ ทำให้ชาวยุโรป
พบเห็นสิ่งใหม่ๆ พืชพันธุ์ใหม่ คนต่างเชื้อชาติต่างวัฒนธรรม ทำให้
เกิดอยากเรียนรู้เสาะหาข้อเท็จจริงใหม่ๆ ยิ่งขึ้น
ผลของการปฏิวัติวิทยาศาสตร์ 10
1. การปฏิวัติทางวิทยาศาสตร์ทำให้เกิด“ยุคภูมิธรรม” หรือ “ยุคแห่งการรู้
แจ้ง”ทำให้ชาวตะวันตกเชื่อมั่นในเหตุผล ความสามารถ และภูมิปัญญาของตนเชื่อ
มั่นว่าโลกจะก้าวหน้ าพัฒนาต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง มีความมั่นในว่าจะสามารถแสวงหา
ความรู้ต่อไปไม่มีวันสิ้นสุด โดยอาศัยเหตุผลและสติปัญญาของตน
2.ทำให้ชาวยุโรปเชื่อมั่นตนเองว่าในอนาคตจะสามารถนำความ
สำเร็จมาสู่ชีวิตได้ ทำให้เกิดความปรารถที่จะเรียนรู้และประดิษฐ์สิ่ง
ต่างๆ
3.การปฏิวัติอุตสาหกรรมคริสต์ศตวรรษที่18ประเทศต่างๆ
ในยุโรปพัฒนาความเจริญก้าวหน้ าด้านการผ
ลิตจนกลายเป็น
ประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำของโลก และเป็นประเทศ
มหาอำนาจของโลกในเวลาต่อมา
4.เกิดความรู้ใหม่หลายสาขาทั้งคณิตศาสตร์ ดาราศาสตร์
ฟิสิกส์ เป็นต้น วิทยาศาสตร์ได้ถุกนำมาประยุกต์ใช้ในงานต่างๆ
เช่น การประดิษฐ์นาฬิกา การคำนวณการยิงปืนใหญ่ มีการจัดตั้ง
ราชบัณฑิตยสถานทางวิทยาศาสตร์ที่อังกฤษใน ค.ศ 1662
5.การปฏิวัติทางภูมิปัญญา(Intellectual Revolution) ยุโรป
กล้าใช้เหตุผลแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการเมือง การปกครอง
ตลอดจนเรียกร้องสิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาค เกิดนัก
ปรัชญาทางการเมืองที่สำคัญ เช่น วอลแตร์(Voltaire)และมองเต
สกิเออร์(Montesaieu)
ผู้จัดทำ
นางสาว รัตติกาล ดีบัวภา เลขที่ 15
นางสาว วริษา ทองสมุด เลขที่ 20
นางสาว สุพินวัน โจมัรมย์ เลขที่ 27
ชั้นมัธยมศึกษาปี ที่6/3
โรงเรียนรมย์บุรีพิทยาคม รัชมังคลาภิเษก