The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

7ภารกิจหลัก ส.บ.ม.ท. ดร.ประวัติ สุทธิประภา

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by school ebook, 2023-02-10 10:15:56

7 ภารกิจหลัก ส.บ.ม.ท. ดร.ประวัติ สุทธิประภา

7ภารกิจหลัก ส.บ.ม.ท. ดร.ประวัติ สุทธิประภา

+123-456-7890 [email protected] www.reallygreatsite.com 123 Anywhere st., Any City, ST 12345 ดร.ประวัติ สุทธิประภา ผู้อำ นวยการโรงเรียนหอวัง ผู้สมัคร นายก ส.บ.ม.ท. ชุดที่ 26 7 ภารกิจหลัก ขับเคลื่อน ส.บ.ม.ท "ถ้าผมเป็น ป็ นายก ส.บ.ม.ท. แล้วจะทำ อะไรเพื่อการศึกษา ระดับมัธยมศึกษาและสมาชิกบ้าง"


7 ภารกิจกิหลักลั ถ้า ถ้ ผมเป็น นายก ส.บ.ม.ท. " นอกจากหน้าที่ตามข้อบังคับสมาคมฯ แล้ว ผมขออาสาขับเคลื่อนภารกิจหลัก 7 ประการ ดังนี้ " 1 2 3 4 5 6 7 รายละเอียดเพิ่มเติม ดร.ประวัติวั ติสุทสุธิปธิระภา ผู้อำผู้ อำนวยการโรงเรียรีนหอวังวั ผู้สผู้ มัคมัร นายก ส.บ.ม.ท. ชุดชุที่ 26 ยกระดับดัการศึกศึษา ในยุคยุNext Normal เสนอปรับรั ปรุงรุเกณฑ์กฑ์ารย้าย้ย ผู้บผู้ ริหริารสถานศึกศึษา เสนอให้มีห้หมีน่วน่ยงาน ดูแดูลการมัธมัยมศึกศึษา ปกป้อป้ง พิทักทัษ์สิษ์ทสิธิ์ สมาชิกชิส.บ.ม.ท. ส่งส่เสริมริความก้าก้วหน้าน้ ทางวิชวิาชีพชีของสมาชิกชิ ร่วร่มส่งส่เสริมริสถานศึกศึษา ให้มีห้คมีวามเข้มข้แข็งข็ เร่งร่ดำ เนินนิการก่อก่สร้าร้ง อาคารสำ นักนังาน


บทบาท หน้าที่ของนายกสมาคมผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย ได้บัญญัติไว้ใว้นข้อบังคับของสมาคมฯ ตามวัตถุประสงค์การจัดตั้ง ตั้งแต่ปี 2514 ไว้ชัดเจนแล้ว แต่ด้วยบริบททางการศึกษา ที่เปลี่ยนไปตามการเปลี่ยนแปลงทางสังคม นายก ส.บ.ม.ท. จึงต้องปรับ บทบาทตามสถานการณ์ เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อคุณภาพการศึกษาระดับมัธยมศึกษามากที่สุดและยัง ประโยชน์สูงสุดต่อมวลสมาชิก หากผมได้รับเลือกตั้งเป็นป็นายก ส.บ.ม.ท. ชุดที่ 26 ในวาระ 2 ปีนี้ปี นี้ ผมขออาสาขับเคลื่อนภารกิจหลัก 7 ประการดังนี้ 1. เสนอแนวทางการบริหารจัดการศึกษาระดับมัธยมศึกษาในยุค Next Normal จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด – 19 (COVID – 19) ตั้งแต่ ปี 2563 เป็นป็ต้นมา ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางสาธารณสุข การแพทย์ เศรษฐกิจ สังคมและพฤติกรรมการ ใช้ชีวิตประจำ วันของประชากรทั่วโลก การจัดการศึกษาก็เช่นกัน เปลี่ยนพฤติกรรมการเรียนรู้ของผู้เรียน พฤติกรรมการสอนและการออกแบบการสอนของครู รวมทั้งการบริหารสถานศึกษา ที่ต้องคำ นึงถึง ความปลอดภัยจากการติดเชื้อของผู้เรียนก่อนคุณภาพการเรียนรู้ ทั้งนี้ในแต่ละพื้นที่ก็มีแนวทาง ในการ แก้ปัญปัหาที่แตกต่างกัน ตามความพร้อมและบริบทพื้นที่ ด้วยระยะเวลาที่ยืดเยื้อของการแพร่ระบาดและ ไม่มีวี่แววว่าจะหายขาด แต่กลับมีการกลายพันธุ์ หลบภูมิ หลบวัคซีนอย่างต่อเนื่อง ทำ ให้เกิดนวัตกรรม ของแต่ละโรงเรียนในแต่ละพื้นที่ เพื่อแก้ปัญปัหาด้านคุณภาพการศึกษา ภายใต้การบริหารจัดการที่เกิด จากแนวคิด “โรงเรียนเป็นป็ฐาน” นวัตกรรมที่หลากหลายเหล่านี้ ขาดการเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ เพื่อให้เป็นป็แบบอย่างหรือวิธีการปฏิบัติที่เป็นป็เลิศ (Best Practice) ให้กับสถานศึกษาอื่นได้นำ ไปประยุกต์ ใช้ต่อไป รวมทั้งรูปแบบการจัด การศึกษาหลังการระบาดของโรคติดเชื้อโควิด – 19 (COVID – 19) ที่โรงเรียนได้มีการพัฒนาเป็นป็มิติใหม่ในการจัดการศึกษา นายก ส.บ.ม.ท. ซึ่งเป็นป็ผู้แทนโรงเรียนมัธยมศึกษา ในฐานะผู้ปฏิบัติในระดับพื้นที่ จึงควรเป็น ผู้รวบรวมข้อมูลความสำ เร็จ สะท้อนปัญปัหาและเสนอแนวทางพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้กับหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งแสวงหานวัตกรรมหรือแพลตฟอร์มสนับสนุนโรงเรียนในการยกระดับคุณภาพ การศึกษาระดับมัธยมศึกษา เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาระดับมัธยมศึกษา ลดความเหลื่อมล้ำ ทางการศึกษา พร้อมทั้งยื่นข้อเสนอเชิงนโยบายต่อรัฐบาล เพื่อกำ หนดทิศทางในการจัดการศึกษาระดับ มัธยมศึกษาให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นโดยมีนวัตกรรมและรูปแบบที่ทันสมัย ให้สอดคล้องกับยุค Next Normal Education ต่อไป


2.เสนอปรับปรุงรายละเอียดองค์ประกอบ ตัวชี้วัดและคะแนนการประเมิน ตามหลักเกณฑ์การย้าย ผู้บริหารสถานศึกษา ตามที่ สำ นักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากร ทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ได้กำ หนดหลักเกณฑ์และวิธีการย้าย ผู้บริหารสถานศึกษาสังกัดกระทรวงศึกษาธิการและสำ นักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานได้กำ หนดรายละเอียด องค์ประกอบตัวชี้วัดและคะแนนการประเมินตามองค์ประกอบ การประเมินศักยภาพของผู้ประสงค์ขอย้ายตำ แหน่งผู้บริหาร สถานศึกษา สังกัดสำ นักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประกาศ ณ วันที่ 31 พฤษภาคม 2565 นั้น มีเสียงวิพากษ์ วิจารณ์ ว่ามีคะแนนที่ผู้มีอำ นาจใช้ดุลพินิจ มากเกินไป ซึ่งอาจส่งให้ไม่เป็นป็ ไปตามหลักธรรมาภิบาล เท่าที่ควร ส.บ.ม.ท. เป็นป็องค์กรที่มีผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษา ทั่วประเทศ มากกว่า 2,360 โรงเรียน เป็นป็สมาชิก นายก ส.บ.ม.ท. ซึ่งเป็นป็ผู้แทนของสมาชิกฯ จึงควรมีบทบาท มีส่วนร่วมในการให้ข้อมูล ให้ความเห็น เกี่ยวกับหลักเกณฑ์ฯ การกำ หนดรายละเอียดองค์ประกอบ ตัวชี้วัดและคะแนน การประเมินตามองค์ประกอบการประเมินศักยภาพ ดังกล่าว เพื่อความเป็นป็ธรรมกับผู้บริหารทุกคน


3. เสนอปรับโครงสร้างให้มีหน่วยงาน ดูแลการมัธยมศึกษา การจัดการศึกษาในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีหน้าที่รับผิดชอบการศึกษา ของประชากรตั้งแต่ระดับอนุบาล 3 ขวบ จนถึงระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ปี ที่6 อายุ 18 ปี นับเป็นป็หน่วยงานที่ต้องดูแล รับผิดชอบการศึกษา ที่อยู่ในช่วงวัยที่มีความแตกต่างกัน มากที่สุด ประกอบกับช่วงอายุ 3 – 18 ปี เป็นป็ช่วงวัยที่มีการเปลี่ยนแปลง ทางด้าน ร่างกาย จิตใจ อารมณ์และสังคมที่แตกต่างกันมาก ในการจัดการศึกษาจึงจำ เป็นป็อย่าง ยิ่งที่จะต้องมีหน่วยงาน มีผู้กำ หนดนโยบายและมีบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะ ช่วงวัยนั้นๆ เพื่อศึกษา วิเคราะห์ วิจัย และใช้จิตวิทยาการศึกษาที่สอดคล้องกับผู้เรียน แต่ละช่วงวัยให้ได้รับการพัฒนาเต็มตามศักยภาพสอดคล้องกับพัฒนาการ ทั้งนี้ภายใต้เนื้อหา สาระการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงกันตลอดหลักสูตร ดังนั้น นายก ส.บ.ม.ท. จึงจำ เป็นป็ต้องสะท้อนข้อมูลจากระดับพื้นที่และ หลักการจัดการศึกษาที่เป็นป็สากล เพื่อเสนอผู้ที่มีอำ นาจในการตรากฎหมาย การกำ หนดโครงสร้างของกระทรวงศึกษาธิการ ให้มีหน่วยงาน ที่รับผิดชอบ การจัดการศึกษาในระดับมัธยมศึกษา หรือที่บัญญัติในมาตรา 8 ตาม (ร่าง) พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ......(5) ช่วงวัยที่ห้า เมื่อายุเกินสิบสองปี ถึงสิบห้าปี (6) ช่วงวัยที่หก เมื่อายุเกินสิบห้าปีจปีนถึงสิบแปดปี


4. ปกป้อป้ง พิทักษ์สิทธิ์สมาชิก การบริหารสถานศึกษา ในปัจปัจุบัน ผู้บริหารนอกจากจะต้องมีความรู้อย่าง ถ่องแท้ลึกซึ้ง ในระเบียบ กฎหมาย ที่เกี่ยวกับ การบริหารสถานศึกษา การบริหารการศึกษา และที่เกี่ยวข้องแล้ว ยังต้องเป็นป็นักวิเคราะห์ กระแสสังคม สื่อมวลชน สื่อโซเชียลทุกแพลตฟอร์มมีความสามารถในการรับรู้และ จับกระแสการคาดการณ์สถานการณ์ รวมทั้งรู้เท่าทันผลประโยชน์ที่อาจจะแอบแฝงมา ในรูปของนโยบาย ทั้งนี้เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้ตนเองจากราชภัยหรือภัยอื่น ๆ แต่หากหลีกเลี่ยงไม่ได้หรือด้วยเหตุอื่นใดที่เป็นป็เหตุให้ต้องตกเป็นป็จำ เลยสังคม เป็นป็ผู้ถูกกล่าวหา หรือเข้าสู่กระบวนการทางวินัย นายก ส.บ.ม.ท. ควรเป็นป็ที่พึงเป็นป็ กำ ลังใจ เป็นป็เพื่อนร่วมคิด ร่วมแก้ปัญปัหา โดยเข้าถึงสถานการณ์โดยเร่งด่วน ทันเวลา เพื่อปกป้อป้งศักดิ์ศรีและพิทักษ์สิทธิ์สมาชิกสมาคมฯ ในรูปแบบและวิธีการต่างๆ รวมทั้ง รวบรวมข้อมูล เอกสาร หลักฐาน พยาน เพื่อคลี่คลายปัญปัหาและดำ เนินการในวิธีการ ที่เกี่ยวข้องต่อไป


5. ส่งเสริมความก้าวหน้า ทางวิชาชีพของสมาชิก ความก้าวหน้าของผู้บริหารสถานศึกษา เป็นป็ขวัญ กำ ลังใจที่สำ คัญในการปฎิบัติหน้าที่ราชการ ความก้าวหน้าในที่นี้หมายถึง กรณีต่อไปนี้ - การแต่งตั้งโยกย้ายที่เป็นธรรม โดยเริ่มตั้งแต่หลักเกณฑ์ฯ ที่เป็นธรรม องค์คณะบุคคลที่มีธรรมาภิบาล รวมทั้งการติดตาม เฝ้าระวัง พฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์และรับเรื่องราวร้อทุกข์(ถ้ามี) เพื่อเสนอหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องต่อไป - การเลื่อนวิทยะฐานะที่สูงขึ้น เมื่อเทียบกับสังกัดอื่น ผู้บริหารสังกัด สำ นักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ยังมีสัดส่วนการได้รับอนุมัติวิทยฐานะ เชี่ยวชาญ ค่อนข้างน้อย ส.บ.ม.ท. จึงควรแสวงหาวิธีการส่งเสริม สนับสนุน ผู้บริหาร อย่างจริงจัง เช่น เสนอหลักเกณฑ์การเลื่อนวิทยฐานะ ในหลายรูปแบบ ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการพัฒนา เตรียมความพร้อม สำ รวจความต้องการและพัฒนาผู้บริหาร สถานศึกษาเฉพาะกลุ่ม เพื่อพัฒนาความเป็นนักวิชาการและ เป็นขวัญกำ ลังใจในการปฏิบัติราชการ - การให้สิทธิ ให้โอกาสมากขึ้นในการเปลี่ยนตำ แหน่ง ผู้บริหารสถานศึกษาที่มีความรู้ ความสามารถ มีประสบการณ์ มีความซื่อสัตย์ ควรได้รับโอกาสได้ปฏิบัติหน้าที่ในตำ แหน่งที่สูงขึ้น เช่น ผู้อำ นวยการโรงเรียน วิทยฐานะชำ นาญการพิเศษ ควรได้รับ สิทธิ ในการสอบคัดเลือกเป็นผู้อำ นวยการสำ นักงานเขตพื้นที่ การศึกษาและศึกษาธิการจังหวัด รองผู้อำ นวยการโรงเรียน วิทยฐานะชำ นาญการพิเศษ ควรได้รับสิทธิ ในการสอบคัดเลือก เป็นรองผู้อำ นวยการสำ นักงานเขตพื้นที่การศึกษาและ รองศึกษาธิการจังหวัด โดยเสนอ ก.ค.ศ. ปรับปรุงหลักเกณฑ์ วิธีการ ต่อไป "นายก ส.บ.ม.ท. จึงเป็นป็ผู้มีบทบาทสำ คัญ ในการขับเคลื่อนประสานงาน และดำ เนินการเพื่อเสริมสร้าง ขวัญกำ ลังใจแก่สมาชิก ในประเด็นเหล่านี้และอื่นๆ ที่เห็นสมควร"


- มาตรา 14 6. ร่วมส่งเสริมสถานศึกษา ให้มีความเข้มแข็งเพื่อรองรับ การกระจายอำ นาจ (ร่าง)พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ..... มีสาระสำ คัญในหมวด 2 สถานศึกษา (มาตรา 20–31) ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารสถานศึกษา สรุปใจความสำ คัญๆ ดังนี้ การจัดการศึกษาของสถานศึกษาของรัฐต้องอยู่บนพื้นฐาน ดังต่อไปนี้ (1) มีความเป็นอิสระในการบริหารสถานศึกษาและการกำ หนดวิธีการจัดกระบวนการ เรียนรู้เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามาตรา 6 และเป้าหมายตามมาตรา 8 โดยต้องอยู่ ในความรับผิดชอบและบังคับบัญชาของผู้บริหารสถานศึกษา (2).................................................................................................................................................. (3).................................................................................................................................................. (4) ในแต่ละสถานศึกษา ต้องจัดให้มีผู้ปฏิบัติหน้าที่ในการสนับสนุนการบริหารจัดการ และดำ เนินงานอื่นที่มิใช่การจัดกระบวนการเรียนรู้ ตามจำ นวนที่จำ เป็นและเหมาะสม ในกรณีที่สถานศึกษาอยู่ใกล้เคียงกัน จะมีผู้ปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวร่วมกันทั้งหมดหรือ บางส่วนก็ได้ (5)................................................................................................................................................ (6)................................................................................................................................................ (7)................................................................................................................................................ (8)................................................................................................................................................ (9)................................................................................................................................................ (10) การเลื่อนวิทยฐานะหรือเลื่อนตำ แหน่งของครู ให้พิจารณาจากผลการปฏิบัติงานที่ สะท้อนพัฒนาการและผลสัมฤทธิ์ตามวัตถุประสงค์ตค์ามมาตรา 6 และเป้าหมายตามมาตรา 8 และความสามารถในความเป็นครู (11) ต้องมีมาตรการป้องกันมิให้หน่วยงานของรัฐ สั่งการหรือมอบหมายกิจกรรมหรือ โครงการใดๆ อันจะทำ ให้ครูไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่หลักได้เต็มกำ ลังความสามารถหรือทำ ให้ ผู้เรียนไม่มีเวลาเพียงพอในการเรียน (12) ต้องมีมาตรการในการตรวจสอบและประเมินผลการจัดการศึกษาของแต่ละ สถานศึกษา เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาและสามารถดำ เนินการให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ ตามมาตรา 6 และเป้าหมายตามมาตรา 8 ได้อย่างสมบูรณ์


- มาตรา 20 วรรค 4 ให้สถานศึกษาของรัฐเป็นนิติบุคคลและ มีความเป็นอิสระในการบริหารสถานศึกษา ฯ - มาตรา 25 (1) มีความเป็นอิสระในการบริหารงานวิชาการ ตามแนวทางที่สถาบันพัฒนาหลักสูตรและการเรียนรู้กำ หนด (2) มีความเป็นอิสระในการบริหารงบประมาณ (3) มีความเป็นอิสระในการบริหารงานบุคคล โดยให้สถานศึกษา สรรหา บรรจุ แต่งตั้ง พัฒนาและดำ เนินการทางวินัยข้าราชการครูและบุคลากรในสังกัดได้ ตามกฎ ข้อบังคับ ระเบียบ หลักเกณฑ์และวิธีการที่องค์กรกลางบริหารงานบุคคลกำ หนด (4) มีความเป็นอิสระในการบริหารทั่วไป โดยให้สถานศึกษามีอิสระในการบริหารงาน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของสถานศึกษาหรือกลุ่มสถานศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา กรรมการสถานศึกษาหรือกรรมการกลุ่มสถานศึกษา ต้องรับผิดชอบ ต่อความเป็นอิสระที่ได้รับ - มาตรา 28 เงินรายได้ฯ ให้สถานศึกษานำ ไปใช้เพื่อประโยชน์ในการจัดการศึกษาและแก่ผู้เรียน ดังนี้ 1)จัดหาอุปกรณ์การเรียนการสอน 2)พัฒนาสถานศึกษา 3)ค่าดำ เนินการและ ค่าจ้างบุคลากร 4)ช่วยเหลือผู้เรียนที่ยากไร้หรือจำ เป็น 5) ค่าใช้จ่ายในการพัฒนาครูและ บุคลากรทางการศึกษา 6)**สวัสดิการบุคลากรในสถานศึกษา 6/1)ค่าสาธารณูปโภค ของสถานศึกษา 7) **ค่าใช้อื่นที่จำ เป็นหรือเป็นประโยชน์ต่อการจัดการศึกษา 8)**ค่าใช้จ่ายอื่น ทั้งนี้สัดส่วนการใช้จ่ายให้เป็นไปตามที่บุคลากรของสถานศึกษาร่วมกับคณะ กรรมการสถานศึกษากำ หนด - มาตร 30 วรรค 2 ให้ถือว่า สถานศึกษาของรัฐ เป็นหน่วยงานอื่นของรัฐตามที่กำ หนดในกฎกระทรวง มาตรา 6 แห่งพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 จาก พ.ร.บ. ฉบับนี้ จะส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงในการบริหารจัดการศึกษา ของสถานศึกษาหลายประเด็นที่แตกต่างไปจากเดิม ผู้บริหารสถานศึกษาจึงต้องควรได้รับ การพัฒนาเพื่อให้เกิดการรับรู้ที่ถูกต้อง มีความชัดเจนในทางปฏิบัติ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โรงเรียนมัธยมศึกษาที่ส่วนใหญ่มีความพร้อมในการเป็นนิติบุคคล ตามมาตรา 20 นายก ส.บ.ม.ท. จึงเป็นผู้ที่มีบทบาทสำ คัญในการเตรียมความพร้อมให้กับผู้บริหารโรงเรียน มัธยมศึกษาเป็นการเฉพาะ คู่ขนานไปกับหน่วยงานราชการ ที่รับผิดชอบภารกิจนี้


7. จัดจัสร้า ร้ งอาคารสำ นักนังาน ของ ส.บ.ม.ท. จากปณิธาน ของคณะกรรมการสมาคมผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย ชุดที่ผ่านๆ มา มีเจตนารมณ์แน่วแน่ ที่จะสร้างความเข้มแข็งให้กับ ส.บ.ม.ท. จากการที่ได้รับ บริจาคที่ดินจากท่าน ผู้หญิงยศวดี บูรณะสัมฤทธิ์ อัมพรไพศาล จำ นวน 1 งาน 97 ตารางวา และคณะกรรมการ ส.บ.ม.ท. มีมติที่จะจัดสร้างอาคารสำ นักงาน ของ ส.บ.ม.ท. เพื่ออำ นวย ความสะดวกและเป็นสวัสดิการให้กับสมาชิกฯ ที่เดินทางมาติดต่อประสานงานในเขต กรุงเทพมหานครและปริมณฑล นอกจากจะเป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายแล้วยังเป็นการสร้าง ความเข้มแข็ง สร้างความผูกพันให้กับสมาชิก ส.บ.ม.ท. อีกด้วย " หากผมได้รับความไว้วางใจจากสมาชิกฯ ให้เป็น นายก ส.บ.ม.ท. ผมพร้อมสานต่อปณิธานนี้ และจะเร่งระดมทรัพยากร ระดมสรรพกำ ลัง เพื่อให้การดำ เนินการ มีความคืบหน้าโดยเร็ว "


22 เมษายน 2566 ประชุชุชุ ม ชุ มใหญ่ญ่ ญ่ สญ่ สามัมั มั ญ มั ญประจำจำจำจำปีปีปีปีส.บ.ม.ท. ณ มหาวิวิวิทวิยาลัลั ลั ย ลั ยราชภัภั ภั ฏ ภั ฏนครศรีรี รี ธ รี ธรรมราช โปรดเลือก ดร.ประวัติ สุทธิประภา เป็น ป็ นายก ส.บ.ม.ท. ชุดที่ 26


Click to View FlipBook Version