คำนำ
ในปัจจุบันระบบสารสนเทศมีความสาคัญและความจาเป็นอย่างย่ิง
ในการดาเนินงานของหน่วยงานต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น หน่วยงานรัฐบาลหรือ
เอกชน เทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามามีบทบาทท่ีสาคัญมากในทุกหน่วยงาน
บรรณารักษ์เป็นผู้ท่ีต้องปฏิบัติงานเกี่ยวข้องกับสารสนเทศทุกประเภท
หนังสืออิเล็กทรอนิกส์จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งท่ีบรรณารักษ์สามารถนามา
ให้บรกิ ารได้
หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (e-book) เล่มน้ี คณะผู้จัดทาจัดทาขึ้นเพ่ือ
เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชาส่ือสิ่งพิมพ์อิเล็กทรอนิกส์ รหัสวิชา 1634510
สาขาวิชาบรรณารักษศาสตร์และสารสนเทศศาสตร์ ชั้นปีที่ 4 โดยมีจุดประสงค์
เพ่ือให้นักศึกษาและผู้ท่ีสนใจศึกษาค้นคว้ามีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับ
ระบอบประชาธปิ ไตยมากยงิ่ ขึน้
สำรบัญ
01 | ความหมายประชาธิปไตย
06 | รูปแบบประชาธปิ ไตย
14 | การเรยี กรอ้ งประชาธปิ ไตยในปจั จบุ นั
22 | ส่อื การเรียนรเู้ พ่ิมเตมิ
25 | บรรณานกุ รม
Chapter 1 | ประชำธปิ ไตย
‘การเมอื งการปกครองเปน็ เร่ืองของทุกคน’
สังคมควรเรียนรู้และทาความเข้าใจในระบอบการปกครองของ
รัฐตนเอง เนือ่ งจากชว่ ยให้บุคคลรู้จกั สิทธิ เสรีภาพและหน้าท่ีท่ีตนเองพึงมี
รวมถงึ การกระทาตา่ ง ๆ ทต่ี นเองสามารถกระทาได้และพึงจะได้รับภายใต้
ก า ร ด า เ นิ น ชี วิ ต บ น สั ง ค ม ท่ี อ ยู่ ภ า ย ใ ต้ ร ะ บ อ บ ก า ร ป ก ค ร อ ง แ บ บ
ประชาธิปไตยเพ่ือประโยชน์ต่อวิถีการดาเนินชีวิตประจาวัน รวมไปถึงเพื่อ
การดาเนินชีวิตในสังคมร่วมกันอย่างมีความสุขและช่วยพัฒนาสังคมให้มี
ความเจรญิ กา้ วหนา้ มากยงิ่ ข้ึน
ระบอบการปกครองที่ได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลายใน
ปัจจุบนั คือ ประชาธิปไตย
ประชาธิปไตย หรือ Democracy เป็นระบอบการปกครอง
ท่ีให้อานาจอธิปไตยแก่ประชาชน โดยใช้อานาจผ่านผู้แทนท่ีประชาชน
เลือกมาจากการเลือกตั้ง แล้วผู้ปกครองใช้อานาจในการปกครอง โดยแบ่ง
อานาจเป็น 3 ส่วน คือ อานาจนิติบัญญัติ อานาจบริหาร และอานาจตุลา
การ ทงั้ นีเ้ พ่ือใหเ้ กิดการตรวจสอบและถ่วงดุลอานาจระหว่างของแตล่ ะฝ่าย
Democracy | 02
Chapter 2 | หลักกำรของประชำธิปไตย
ประชาธปิ ไตย เป็นรูปแบบการปกครองและประกอบไปด้วยหลัก
พน้ื ฐาน 4 ประการ ได้แก่
1. หลักอานาจอธิปไตยเป็นของปวงชน 2. หลักความเสมอภาคทางการเมือง
คอื อานาจสงู สุดในการตดั สินใจเป็น พลเมืองทุกคนมีโอกาสเท่าเทียมกัน
ของประชาชนทุกคนไม่เฉพาะกลุ่ม ในการมีส่วนร่วมหรือตัดสินใจทาง
ใดกลมุ่ หนึง่ การเมอื ง
3. หลักการฟังความคิดเห็นของ 4. หลักเสยี งข้างมากเปน็ การตัดสินใจ
ประชาชน คือ การตัดสินใจของ ทางการเมืองของรัฐบาล หากกรณีใด
รัฐบาลมาจากการรับฟังหรือคานึงถึง ความต้องการของประชาชนมีความ
ความต้องการของประชาชนทุกคนไม่ แตกต่างกันไม่เป็นเอกฉันท์รัฐบาล
เฉพาะกลุ่มใดกลุ่มหน่ึง ว่าต้องการ ต้องตัดสินใจบนพื้นฐานของคนส่วน
สิ่งใด ไมต่ ้องการสง่ิ ใด ใหญห่ รอื เสียงขา้ งมาก
Democracy | 03
Chapter 1 | ประชำธปิ ไตย
ลักษณะสำคญั ของประชำธปิ ไตย
1. ประชาชนเปน็ เจา้ ของอานาจอธิปไตย รัฐบาลได้อานาจมาจาก
ประชาชนหรือโดยความยนิ ยอมจากประชาชน
2. การเลือกผู้แทนในสังคมท่ีเป็นประชาธิปไตยแบบมีผู้แทนต้อง
เป็นการเลือกทบี่ รสิ ทุ ธิ์ ยตุ ิธรรม โดยประชาชนสามารถใช้สิทธิ
เลอื กต้ังไดอ้ ยา่ งอิสระ
3. ให้ความสาคัญแก่แนวความคิดท่ีแตกต่าง รวมถึงมีการแก้ไข
ปญั หาดว้ ยการร่วมกันคิด ร่วมกันตัดสนิ ใจ
4. เชื่อในความเป็นอิสระและเสรีภาพของมนุษย์ เช่น การนับถือ
ศาสนา การชุมนุมทางการเมือง การแสดงความคิดเห็น การ
ออกเสยี งเลอื กตัง้ เป็นต้น
5. การบังคับใช้กฎหมายยึดถือความเท่าเทียมกันโดยไม่มีการ
เลือกปฏิบัติ
6. รัฐบาลต้องมีอานาจจากัด อานาจต้องไม่อยู่ในมือคน ๆ เดียว
หรือกล่มุ เดยี ว มีการแบ่งอานาจและกระจายอานาจ โดยมีการ
ตรวจสอบและถว่ งดุลอานาจซ่งึ กนั และกนั
Democracy | 04
Chapter 1 | ประชำธปิ ไตย
ลักษณะสำคัญของประชำธปิ ไตย
7. การตัดสินใจหรือการปฏิบัติต้องเป็นไปตามเสียงข้างมาก โดย
ตอ้ งคานงึ ถึงสิทธขิ องคนสว่ นนอ้ ย
8. ประชาชนมีความเสมอภาคกันในด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะความ
เสมอภาคดา้ นกฎหมายและความมโี อกาสเท่าเทียมกนั
9. ประชาธิปไตยอยู่บนพื้นฐานหลักการของเสรีนิยม ประชาชน
ต้องมีอิสระและเสรีภาพในการกระทาต่าง ๆ เช่น การแสดง
ความคดิ เหน็ การเดนิ ทางไปได้ทกุ ท่ใี นสงั คม เป็นตน้
10. ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพต่าง ๆ อย่างกว้างขวาง โดยที่รัฐบาล
เป็นผูใ้ หห้ ลกั ประกนั และคุ้มครองการใช้สทิ ธิเสรภี าพ
11. รัฐบาลใช้หลักการปกครองโดยกฎหมาย ไม่ใช้อานาจตาม
อาเภอใจ
12. ประชาชนต้องมีส่วนร่วมในการปกครองประเทศผ่านกลไก
หรอื ใชส้ ิทธทิ์ ่ีจะแสดงบทบาทตา่ ง ๆ ได้โดยตรง
13. รัฐบาลต้องรับผิดชอบต่อประชาชน ประชาชนมีสิทธ์ิท่ีจะ
แสดงความคิดเห็นในด้านต่าง ๆ ต่อรัฐบาลตลอดเวลา รวมถึง
มสี ิทธเ์ิ ปล่ียนแปลงรัฐบาลตามวธิ ีการที่ได้กาหนดไว้
Democracy | 05
Chapter 3 | รปู แบบประชำธิปไตย
รปู แบบประชำธิปไตย
ระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยแบง่ ออกไดเ้ ป็น 2 รูปแบบใหญ่ๆ ดงั นี้
1. ประชำธิปไตยทำงตรง (direct democracy) หรือประชำธิปไตยแบบมีส่วนร่วม
(participatory democracy) มหี ลกั การพืน้ ฐานท่สี าคัญ 3 หลกั การ ไดแ้ ก่
1.1 การมีสว่ นร่วมจากประชาชน
โดยประชาชนทุก ๆ คนจะเข้ามามีส่วนร่วมทางการเมืองโดยตรง
ประชาชนจะมีบทบาทในการตัดสินใจในกิจการบ้านเมืองโดยไม่ต้องผ่าน
กระบวนการหลากหลายขั้นตอน เหมือนกับประชาธิปไตยแบบมีผู้แทน
และประชาชนมีส่วนร่วมในการออกกฎหมาย ซ่ึงจะเข้าสู่ข้ันตอนของ
ระบอบ การเมืองต้ังแต่ข้ันตอนการรับฟังประเด็นปัญหาการอภิปราย
โตเ้ ถียง การตัดสนิ ใจทางการเมือง การลงคะแนนเสยี งการกาหนดนโยบาย
หรือข้อปฏิบัติ เพื่อนาไปใช้ในเชิงรูปธรรมรวมท้ังการตรวจสอบและ
ประเมินผล
Democracy | 07
Chapter 3 | รูปแบบประชำธิปไตย
1.2 การยึดถอื เสยี งส่วนใหญ่ (majority rule)
การตดั สินใจทางการเมอื งในระบอบประชาธปิ ไตยทางตรง จะยึดถือ
เสียงส่วนใหญ่หรือมติเสียงข้างมากของประชาชนท้ังในกระบวนการนิติ
บญั ญัติ บริหาร และตุลาการ
1.3 ความเท่าเทยี มกันทางการเมอื ง (political equality)
ใ น ก า ร ตั ด สิ น ใ จ ท า ง ก า ร เ มื อ ง ใ น ร ะ บ อ บ ก า ร ป ก ค ร อ ง แ บ บ
ประชาธิปไตย ถือว่าประชาชนทุกคนมีสิทธิทางการเมืองเท่าเทียมกัน
คอื ทุกคนมี 1 เสียงท่ีจะเลอื กโดยอิสระ
ประชาธิปไตยทางตรง หรือ ประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม
เป็นระบอบการปกครองท่ีเกิดขึ้นจากประสบการณ์ของชาวเอเธนส์ในกรีก
โบราณประมาณ 2500 ปี เป็นรูปแบบประชาธิปไตยท่ีเหมาะสมกับสังคม
ท่ีมีจานวนประชากรไม่มากนักและสภาพสังคมไม่มีความซับซ้อน การ
ตัดสินใจในเรื่องที่สาคัญจะกระทาโดยการโหวตหรือออกเสียงโดยพลเมือง
เสียงข้างมากเป็นเกณฑ์ ในปัจจุบันการปกครองประชาธิปไตยแบบมีส่วน
ร่วมนี้ไม่สามารถพบได้อยางเต็มรูปแบบในระดับชาติอีกต่อไป เนื่องจาก
สภาพสังคมท่ีได้เปลี่ยนแปลงไปจากอดีตและสังคมมีความซับซ้อนมากขึ้น
รวมถึงจานวนประชากรได้เพ่ิมขน้ึ มากกว่าในอดตี
Democracy | 08
Chapter 3 | รปู แบบประชำธิปไตย
(2r.epปrรeะsชeำnธtิปatไiตvยeทdำeงอm้อoมcr(aincรdyูปi)rปeแcรบะtบชdาปธeรปิmะไตoชยcำแraธบcิปบyมไ)ตีผห้แูยรทือนปมรีหะลชกั ำพธิปนื้ ฐไตานยทแบี่สบาคมัญีผู้แดทงั นน้ี
2.1 ระบอบการปกครองประชาธิปไตยแบบมีผู้แทนมีหลักการท่ี
สาคัญเหมือนกับประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม ได้แก่ การมีส่วนร่วมจาก
ประชาชน การยึด เคารพเสียงส่วนใหญ่ และมีความเท่าเทียมกันทาง
การเมือง แต่ส่ิงที่แตกต่างและเพิ่มเข้ามาคือการเลือกต้ังและรัฐธรรมนูญ
โดยการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนจะผ่านทางการเลือกตั้งตาม
หลักรัฐธรรมนูญท่ีได้กาหนดไว้ในแต่ละประเทศอาจมีความแตกต่างกัน
หรือคล้ายคลึงกันในแต่ละประเทศ ซ่ึงการเลือกต้ังจะทาให้ได้ผู้แทนของ
กลุ่มบุคคล โดยการเลือกตั้งมีหลักการสาคัญ คือ ต้องมีการเลือกต้ังท่ีมี
อิสระและเสรี รวมถึงไมผ่ ดิ กฎหมายหรือระเบียบทว่ี างไว้
2.2 สามารถทาให้คนเข้ามามสี ่วนร่วมได้มากกว่าประชาธิปไตยแบบ
มีส่วนร่วม นอกจากการมีส่วนร่วมทางการเมืองผ่านทางการเลือกตั้งแล้ว
การมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนยังสามารถทาได้ผ่านทางการ
ชุมนุม การเรยี กร้องโดยสนั ติ การแสดงออกทางการเมืองในรูปแบบต่าง ๆ
ผ่านทางงานเขียน การอภิปราย รวมถึงการรวมตัวกันเพ่ือเสนอข้อ
กฎหมายหรือถอดถอนผู้ที่ ดารงตาแหน่งทางการเมอื ง
Democracy | 09
Chapter 3 | รปู แบบประชำธปิ ไตย
จะเป็น2ต.ั3วกขา้อหยนกดเนวโ้นยบบาางยรปปูหรรแะือบกกาบฎรปหขรอมะงาเชยสำียแธงตปิส่ใน่วไตนบยใาหงกญร่ ณถึงีเสแียมง้เสสีย่วนงสให่วนญใ่อหาญจ่
ไม่เพียงพอต่อประเด็นที่สาคัญ เช่น การแก้รัฐธรรมนูญ อาจต้องใช้เสียง
ข้างมากถึง 3 ใน 4 เพื่อที่จะให้เพียงพอต่อการยกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ
รวมถึงเสียงข้างมากของศาลรัฐธรรมนูญ อาจสามารถล้มกฎหมายที่ออก
โดยผู้แทน ของคนส่วนใหญ่ในสังคมได้ หากกฎหมายน้ันขัดกับกฎหมาย
รฐั ธรรมนญู ทใี่ ช้ในการปกครองประเทศ
2.4 เป็นการปกครองภายใต้หลักการที่กาหนดโดยรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญ
เปน็ สิง่ ทส่ี าคญั มากของรฐั บาลในระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย เน่ืองจาก
เปน็ ส่ิงสาคัญในการทีจ่ ะจากดั อานาจของรัฐบาลซึ่งได้มาจากเสียงขา้ งมากในสังคม
การใช้อานาจของเสียงข้างมากโดยปราศจากข้อจากัดอาจทาให้เกิด “ทรราชเสียง
ข้างมาก” (tyranny of majority) ซึ่งเป็นเหตุการณ์หรือ สถานการณ์ทางการเมือง
ท่ีรัฐบาลเลือกท่ีจะทาตามความต้องการเสียงส่วนใหญ่ โดยละทิ้งเสียงส่วนน้อย
โดยเสียงส่วนน้อยอาจต้องสญู เสียสิทธิท่พี ึงมี ดังนนั้ รฐั ธรรมนญู จึงเป็นสิง่ ท่สี าคัญ
ในการจากัดอานาจเสียงขา้ งมากในระบอบการปกครองแบบประชาธปิ ไตย
Democracy | 10
Chapter 3 | รปู แบบประชำธปิ ไตย
ประชาปธริปะไชตายธทิปาไงตอย้อทมาหรงรปู ตือแรปบงรหบะรปชือารปธะิรปชะไำตชธยาปิ แธไิปบตไบยตมยีผแู้แบทบนมสีสร่วุปนไรด่ว้วม่าทแั้งละ2
รปู แบบมสี ว่ นคลา้ ยคลงึ กนั เชน่ การยึดถือเสียงสว่ นใหญห่ รอื เสียงข้างมาก
ของประชาชนในการดาเนินการหรือตัดสินใจ ประชาชนในสังคมมีสิทธิ
ทางการเมืองเท่าเทียมกัน คือทุกคนมี 1 เสียง ประชาชนมีส่วนร่วมในการ
ออกกฎหมาย เป็นตน้ สว่ นท่แี ตกต่างกันคือ การตัดสินใจของประชาชนใน
แบบประชาธิปไตยทางอ้อมประชาชนจะเลือกต้ังตัวแทน เพื่อมาทาหน้าท่ี
ปกครองแทนตนผ่านทางกิจกรรมที่รัฐบาลได้จัดข้ึน โดยต้องเป็นไปตาม
หลักเกณฑท์ ี่กาหนดไว้ในระเบยี บกฎหมายรวมถึงกฎหมายรัฐธรรมนูญ คือ
ส่ิงสาคัญในระบอบการปกครองแบประชาธิปไตยทางอ้อม เน่ืองจาก
รัฐธรรมนูญ คือ สิ่งที่จากัดเสียงข้างมากของรัฐบาลที่มาจากการเลือกต้ัง
ไม่ให้สามารถใช้อานาจได้ตามอาเภอใจ
Democracy | 11
Chapter 3 | รปู แบบประชำธปิ ไตย
หลกั ประมขุ ของประเทศ (Head of State)
1 กำรปกครองระบอบกษตั ริยภ์ ำยใต้รัฐธรรมนญู
(Constitutional Monarchy)
พระมหากษัตริย์ในฐานะประมุข พระมหำกษัตริย์จะเป็นกลำง และ
ของประเทศ เป็นศูนย์รวมของอานาจ ไม่ยุ่งเกี่ยวกับกำรบริหำรรำชกำร
อธิปไตยซ่ึงเป็นของประชาชนท้ังมวล ประเทศ ประเทศที่ปกครองโดย
โดยจะใช้อานาจอธิปไตยผ่านอานาจ ระบอบนี้ ได้แก่ สหราชอาณาจักร
สามฝ่าย คือ นิติบัญญัติผ่านทาง ประเทศไทย และประเทศญี่ปุ่น
รัฐสภา บริหารผ่านทางคณะรัฐมนตรี เปน็ ต้น
และตุลาการผา่ นทางศาล ทั้งนี้
2 กำรปกครองโดยมปี ระธำนำธบิ ดเี ป็นประมุข (Presidency)
ผู้ดารงตาแหน่งประธานาธิบดีมาจากการเลือกต้ังของประชาชน ทาหน้าท่ี
เป็นประมุขของรัฐ และในบางประเทศจะทาหน้าท่ีเป็นประมุขของฝ่ายบริหาร
ดว้ ย เช่น สหรัฐอเมรกิ า และประเทศอินโดนีเซยี เป็นตน้
Democracy | 12
Chapter 3 | รปู แบบประชำธิปไตย
หลักกำรรวมและแยกอำนำจ (Separation of Powers)
1 กำรปกครองระบบรฐั สภำ เ มื่ อ ไ ด้ รั บ เ ลื อ ก ตั้ ง จ ะ มี สิ ท ธิ แ ล ะ
(Parliamentary System) อานาจในการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี
ฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติจะทา เพ่ือบริหารประเทศ โดยผ่านความ
หน้าที่ผ่านรัฐสภา ระบอบรัฐสภา เห็นชอบของวุฒิสภา ในขณะที่
สามารถแบ่งออกได้เป็นรูปแบบสภา สมาชิกรัฐสภาทั้งสองสภา จะมาจาก
เดียว (Unicameral System) และ การเลือกตั้งท่ัวไปท่ีไม่เก่ียวข้องกับ
รูปแบบสองสภา (Bicameral System) การเลอื กตงั้ ประธานาธิบดี
2 กำรปกครองระบบประธำนำธบิ ดี 3 กำรปกครองระบบผสม
(Congressional System) (Mixed System)
มี ลั ก ษ ณ ะ ค ล้ า ย ค ลึ ง กั บ ร ะ บ บ ป ร ะ ธ า น า ธิ บ ดี เ ป็ น ป ร ะ มุ ข แ ล ะ
รัฐสภา แต่กระบวนการในการ บ ริ ห า ร ร า ช ก า ร แ ผ่ น ดิ น ร่ ว ม กั บ
จัดตั้งรัฐบาล และแบ่งแยกอานาจ นายกรัฐมนตรี ในด้านการบริหาร
จ ะ แ ต ก ต่ า ง กั น ใ น ร ะ บ อ บ น้ี นายกรัฐมนตรีจะเป็นผู้ใช้อานาจ
ประธานาธิบดีซ่ึงเป็นประมุขของ บริหาร และรับผิดชอบต่อรัฐสภา
รัฐและฝ่ายบริหาร จะมาจากการ ป ร ะ ธ า น า ธิ บ ดี จ ะ เ ป็ น ผู้ ก า ห น ด
เลือกตัง้ ทัว่ ไป นโยบายต่างประเทศและการเมือง
ทั่วไป
Democracy | 13
Chapter 3 |กำรเรียกรอ้ งประชำธปิ ไตยในปัจจบุ นั
ปจั จบุ นั ประเทศไทยปกครองดว้ ยระบอบอะไร ?
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 2
บัญญัติว่า ‘ประเทศไทยมีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมี
พระมหากษตั ริย์ทรงเปน็ ประมุข’
โดยอานาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย ตามหลักการ
แบ่งแยกอานาจเพื่อให้มีการตรวจสอบและถ่วงดุลอานาจจึงแบ่งอานาจ
อธิปไตยออกเป็นสามฝ่ายคือ อานาจนิติบัญญัติโดยใช้อานาจทางรัฐสภา
อานาจบริหารทางคณะรัฐมนตรี และอานาจตุลาการทางศาล ซึ่งทั้งสาม
ฝ่ายเป็นเพียงผู้แทนในการใช้อานาจแทนประชาชน ผู้ใช้อานาจปกครอง
สูงสดุ หรือรัฐาธปิ ตั ย์คอื นายกรฐั มนตรี
รฐั าธปิ ตั ย์ = ผ้ใู ช้อานาจปกครองสงู สุดในรัฐ
Democracy | 15
Chapter 3 |กำรเรยี กรอ้ งประชำธปิ ไตยในปัจจุบัน
สำเหตุของกำรเรียกรอ้ ง
ในปี พ.ศ.2557 มีการรัฐประหารและฉีกรัฐธรรมนูญเข้ามาโดย
คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ทาให้อานาจนิติบัญญัติและอานาจบริหาร
ข้ึนกับคณะรักษาความสงบแห่งชาติโดยตรง หัวหน้าคณะรักษาความสงบ
แห่งชาติจึงเป็นผู้ใช้อานาจสูงสุดของรัฐหรือรัฐาธิปัตย์ ต่อมาได้ร่าง
รัฐธรรมนูญปี 2560 ตั้งแต่ที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติรัฐประหารเข้า
มาก็มีการใช้อานาจแต่งตั้งโยกย้ายตาแหน่งของบุคลากรทางรัฐ การ
เลือกต้ังในปี พ.ศ.2562 ได้ใช้กฎเกณฑ์ตามรัฐธรรมนูญปี 60 ท่ีเขียนข้ึน
โดยคณะรกั ษาความสงบแห่งชาติ
จากการใช้อานาจเขียนร่างรัฐธรรมนูญข้ึนมาเองและใช้อานาจ
แต่งตั้งบุคลากรของรัฐ ซึ่งขัดกับหลักอานาจอธิปไตยหรืออานาจสูงสุดใน
การตัดสินใจเป็นของประชาชนตามหลักประชาธิปไตย โดยคนบางส่วน
เชื่อวา่ มกี ารใชก้ ลอบุ ายหลอกลวงประชาชนใหย้ ินยอมรับร่างรัฐธรรมนูญที่
เขียนขึ้นโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และมีการใช้อานาจจับกุมผู้
ต่อต้านร่างรัฐธรรมนูญ จึงเป็นจุดเริ่มต้นในการต้ังคาถามถึงการใช้อานาจ
ของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาในฐานะรัฐาธิปัตย์และนามาสู่การลุกฮือ
ของประชาชนจานวนมากที่ต้องการเปลี่ยนแปลงการสืบทอดอานาจของ
คณะรกั ษาความสงบแหง่ ชาติ
Democracy | 16
Chapter 3 | กำรเรียกร้องประชำธิปไตยในปจั จุบนั
กำรเรียกร้องของผู้ชุมนมุ
ยบุ สภำ นำยกรัฐมนตรีลำออก และมกี ำรรำ่ งรัฐธรรมนูญใหม่
นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน ไม่ได้มา
จากประชาชนอยา่ งแท้จริง ส.ว. 250 คน
เกิดจากการแต่งต้ังกันเอง มีการสืบทอด
อานาจ บริหารเศรษฐกิจล้มเหลว เอ้ือ
พวกพ้องและกลุ่มนายทุน การเสนอย่ืน
แ ก้ ร า ย ชื่ อ ร่ า ง รั ฐ ธ ร ร ม นู ญ ใ ห ม่ ถึ ง
100,732 รายชื่อ แตก่ ลับถูกปัดตก
รฐั หยดุ คุกคำมประชำชน ปฏริ ูปสถำบันกษตั ริย์
หยุดคุกคามประชาชนที่เห็นต่าง ไม่ใช่กำรล้มล้ำง แต่เป็น
ทางการเมือง ประชาชนต้องไม่ถูก การเปลี่ยนแปลงให้สถาบันยังอยู่
กระทาโดยเจ้าหน้าท่ีรัฐ การอุ้มหาย การ ได้ตามยุคสมัย ยกเลิกมาตรา 112
ทาร้ายร่างกาย ปัจจุบันมีผู้ถูกผลักดันให้ ไม่ลงนามรับรองการทารัฐประหาร
ลี้ภัยมากกวา่ 100 คน แ ล ะ รั ฐ ธ ร ร ม นู ญ ต้ อ ง เ ป็ น ข อ ง
ประชาชน
Democracy | 17
Chapter 3 | กำรเรียกรอ้ งประชำธปิ ไตยในปจั จบุ ัน
การเรียกร้องประชาธิปไตยใน
ประเทศ เกิดจากการต่ืนรู้ของผู้คน
ทกี่ ้าวทนั ข่าวสารและเทคโนโลยีมาก
ยง่ิ ขึ้น
การต้ังคาถามเกิดข้ึนอย่าง
มากมายในปัจจุบัน การหาข้อมูล
ศึกษาเพิ่มเติมนอกเหนือจากหนังสือ
ของกระทรวงศึกษาธิการ มีการค้น
ขอ้ มูลยอ้ นไปถึง
‘ใครฆ่าพระเจา้ ตาก’
ไม่ไดเ้ กดิ กระแสการชุมนุมแค่
ที่กรุงเทพมหานครเท่านั้น แต่ใน
ต่างจังหวัดท่ียังขาดความเจริญมาก
เท่าในตัวเมืองก็เกิดการชุมนุมอย่าง
ต่อเนื่อง เช่น เชียงใหม่ อยุธยา ตาก
บุรรี ัมย์ ระยอง และอีกหลายจงั หวัด
Democracy | 18
Chapter 3 | กำรเรยี กร้องประชำธิปไตยในปัจจุบัน
กำรเรียกรอ้ งประชำธปิ ไตยในตำ่ งแดน
การเรียกร้องประชาธิปไตย ยังมีเสียงของการเรียกร้อง
ไมไ่ ด้เกิดข้นึ แค่ในประเทศไทย แต่ยัง
เ กิ ด ขึ้ น กั บ ค น ไ ท ย ท่ี อ า ศั ย อ ยู่ ป ร ะ ช า ธิ ป ไ ต ย ใ น ต่ า ง แ ด น อี ก
ต่างประเทศอีกด้วย เช่น การ
เรียกร้องประชาธิปไตยในประเทศ มากมาย และการขอให้รัฐบาลหยุด
เกาหลใี ต้
ทาร้ายและหยุดลิดรอนสิทธิเสรีภาพ
แรงงานชาวไทยไดข้ ้ึนปราศรัย
เกี่ยวกับการทางานและได้เกิดการ การแสดงออกของประชาชนชาว
เปรยี บเทยี บว่า
ไทยอกี ดว้ ย
“ทาไมประเทศอน่ื เขาใหช้ วี ติ ดี ๆ
ไดแ้ ตป่ ระเทศไทยใหเ้ ราไมไ่ ด้ ? ” • Aotea Square, Auckland, New
และยังเกิดเป็นแฮชแท็กในโลกทวิต Zealand
เตอรอ์ ีกด้วย • The Bean, Chicago, USA
#แทกกุ ลกุ มาซดั เผดจ็ การ • International Fountain(Space
Needle), Seattle, USA
• Bhumibol Square, Boston,
USA
• Innsbruck, Austria
• Washington Square Park, USA
• Tokyo, JAPAN
Democracy | 19
Chapter 3 | กำรเรยี กร้องประชำธปิ ไตยในปัจจบุ ัน
Washington Square Park, USA
Sydney, Austria
Innsbruck, Austria
Democracy | 20
Chapter 3 | กำรเรียกรอ้ งประชำธิปไตยในปจั จบุ ัน
Seoul, South Korea
Democracy | 21
Chapter 6 | สื่อกำรเรยี นรู้เพ่มิ เตมิ
Democracy | 23
Chapter 6 | สอ่ื กำรเรียนรเู้ พ่มิ เตมิ
Democracy | 24
Chapter 7 | บรรณำนกุ รม
Democracy | 26
ปาณิศรา ธรรมจุฒา สาขาวชิ าบรรณารกั ษศาสตรแ์ ละสารสนเทศศาสตร์
วรรณภิ า โพธิเสน คณะมนษุ ยศาสตร์และสงั คมศาสตร์
มหาวิทยาลัยสวนดุสิต
ปรารถนา เจตชุ่ม
Best regards from fellow human beings,
Not dust