The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ประวัติศาสตร์การศึกษา (192,259)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by supitchanama, 2020-11-07 04:40:30

ประวัติศาสตร์การศึกษา (192,259)

ประวัติศาสตร์การศึกษา (192,259)

ประวตั ิศาสตรก์ ารศึกษา
และผลิตครูในสังคมไทย

ตังแต่รัชกาล 5 - ปจจุ บัน

ED113

น า ง ส า ว ภ ค ม น ต์ เ ด ช า พ ร 6 3 1 0 5 0 1 0 1 9 2
น า ง ส า ว สุ พิ ช ช า น า ม ขั น ธ์ 6 3 1 0 5 0 1 0 2 5 9

สารบญั 01
02
การศึกษาไทยสมยั ปฏิรปู การศึกษา(พ.ศ. 2412-2474) 03
รชั กาลที 5 (พระจุลจอมเกล้าเจา้ อยูห่ วั ) 04
รชั กาลที 6 (พระมงกฎุ เกล้าเจา้ อยูห่ วั ) 05
รชั กาลที 7 ( พระปกเกล้าเจา้ อยูห่ วั ) 06

สรปุ การศึกษาของไทยสมยั ปฏิรปู การศึกษา
การศึกษาไทยสมยั เปลียนแปลงการปกครอง (พ.ศ. 2475-2502)
ระบอบรฐั ธรรมนญู (พ.ศ. 2475-2502)
การศึกษาของไทยสมยั พฒั นาการศึกษา (พ.ศ.2503-ปจจุบนั )

การพฒั นาดา้ นการศึกษา
ขอ้ ดี - ขอ้ เสยี

การศึ กษาไทยสมัยปฏิ รู ปการศึ กษา(พ.ศ. 2412-2474) 01

สมยั รตั นโกสนิ ทรต์ อนปลาย ( รชั กาลที 5-7 )

สมยั รชั กาลที 5 (พระจุลจอมเกล้าเจา้ อยูห่ ัว )

สภาวะประเทศ : ยุคการคกุ คามของจกั รวรรดินิยมตะวนั ตก
สภาวะผนู้ ํา : ปฏิรูปประเทศในทกุ ด้านโดยเฉพาะด้านการศึกษาซงึ ได้
รบั อิทธพิ ลจากทางตะวนั ตกการศึกษา

แนวคิดและวทิ ยาการต่าง ๆ ได้มาจาก
คณะมชิ ชนั นารี เขา้ มาเผยแพรใ่ นด้านการแพทย์ การพมิ พห์ นังสอื
และระบบโรงเรยี นของพวกสอนศาสนา

สถานทีสอน : จดั ตังโรงเรยี นชาย โรงเรยี นสตรี โรงเรยี นราษฎร์
โรงเรยี นสอนภาษา โรงเรยี นแพทย์ โรงเรยี นปรยิ ตั ิธรรม

แผนการศึกษา : ใชโ้ ครงการศึกษาตามแนวคิดตะวนั ตก
แบง่ ระดับการศึกษาเปนประถม มธั ยม สายสามญั สายวสิ ามญั
มหี ลักสตู รการสอนตามระดับ มกี ารตรวจนิเทศก์โรงเรยี น
หน่วยงานด้านการศึกษา : จดั ตังกรมศึกษาธกิ าร กรมฝกหดั ครู

ครู : ต้องการคนทีมคี วามรูค้ วามสามารถเขา้ มารบั ราชการ
เนืองจากได้ปรบั ปรุงและขยายงานในสว่ นราชการ จงึ จาํ เปน
ต้องจดั ตังโรงเรยี นเพอื สอนคนใหเ้ ขา้ มารบั ราชการ
ผสู้ อน : ครูไทย ครูชาวต่างประเทศ
การจดั การเรยี นการสอน : มกี ารแบง่ ระดับชนั เรยี น ใชส้ อื แบบ
เรยี นภาษาไทย 6 เล่ม สอนการอ่านเขยี น มกี ารสอบไล่

วชิ าทีสอน : ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ การคัดลายมอื
การแต่งจดหมาย เลข บญั ชี และวชิ าชา่ งต่าง ๆ

การศึ กษาไทยสมัยปฏิ รู ปการศึ กษา(พ.ศ. 2412-2474) 02

สมยั รตั นโกสนิ ทรต์ อนปลาย ( รชั กาลที 5-7 )

สมยั รชั กาลที 6 (พระมงกฎุ เกล้าเจา้ อยูห่ ัว)

สภาวะประเทศ : ยุคปฏิรูป
สภาวะผนู้ ํา : ศึกษาวชิ าการจากต่างประเทศและนํามาปรบั ปรุง
พฒั นาด้านการศึกษา

ปรบั ปรุงพฒั นาแผนการศึกษา
ตังกองลกู เสอื เปนครงั แรก
ประกาศใชโ้ ครงการศึกษาเน้นสายวชิ าชพี
พ.ร.บ.ประถมศึกษา ภาคบงั คับ 1 กันยายน พ.ศ 2464
พ.ร.บ. โรงเรยี นราษฎร์ พ.ศ. 2461
หน่วยงานด้านการศึกษาระดับสงู ตังโรงเรยี นขา้ ราชการพลเรอื น จดั การศึกษา
ระดับอุดมศึกษา โดยจดั ตังจุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลัย
การจดั การเรยี นการสอนและวชิ าทีสอน เชน่ เดียวกับสมยั รชั กาลที 5 แต่เพมิ
วชิ าการชา่ งมากขนึ

สมยั รชั กาลที 7 ( พระปกเกล้าเจา้ อยูห่ ัว )

สภาวะประเทศ : รบั ผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจตกตําทัวโลกหลังสงครามโลกครงั ที 1
สภาวะผนู้ ํา : แก้วกิ ฤตภาวะเศรษฐกิจตกตําลดงบประมาณในการพฒั นาทกุ ด้านการศึกษา

ปรบั ปรุงพฒั นาแผนการศึกษา แบง่ หลักสตู รมธั ยมศึกษาตอน
ปลายออกเปนแผนกกลาง แผนกภาษา และแผนกวทิ ยาศาสตร์
การจดั การเรยี นการสอน ไมม่ กี ารพฒั นาเท่าทีควร ต้องยุบ
โรงเรยี นจาํ นวนมากเพอื ตัดปญหาด้านงบประมาณ

03

สรุ ปการศึ กษาของไทยสมัยปฏิ รู ปการศึ กษา

เปนการวางรากฐานของการจดั การศึกษาทีครบถ้วน
การสรา้ งหลักสตู รและแบบเรยี น การประเมนิ ผล การนิเทศ โรงเรยี น

มกี ารบงั คับการรูห้ นังสอื โดยประกาศใช้ พ.ร.บ.ประถมศึกษาภาคบงั คับ ป 2464
เพอื ใหเ้ ด็กอายุถึงเกณฑ์ 7 ป บรบิ ูรณ์ต้องเขา้ โรงเรยี น

สรา้ งความเท่าเทียมกันในการศึกษาของหญิงและชาย โดยการจดั ตัง โรงเรยี น
สตรขี นึ

ด้านการจดั การเรยี นการสอนมหี ลากหลายวชิ ามากขนึ แบง่ เปนระดับชนั เพอื
พฒั นาผเู้ รยี นตามศักยภาพของตนเอง บรรยากาศการจดั การเรยี นรูย้ งั เปนแบบ
ครูเปนศูนยก์ ลาง ใชว้ ธิ กี ารบรรยายใหจ้ ดตามคําบอก เน้นเนือหาวชิ ามากกวา่ การ
ปฏิบตั ิ
ขยายโอกาสในระดับอุดมศึกษา โดยการจดั ตังมหาวทิ ยาลัย ซงึ ถือวา่ เปนการ
พฒั นาผเู้ รยี นใหเ้ ปนบุคลากรด้านการศึกษา

มกี ารปลกู ฝงค่านิยมในการประกอบอาชพี อิสระโดยการจดั ตังสถาบนั การ
อาชวี ศึกษา

การประกาศใช้ พ.ร.บ. โรงเรยี นราษฎร์ เพอื ควบคมุ โรงเรยี นเอกชนไมใ่ หอ้ บรม
แนวคิดทีรฐั ไมต่ ้องการใหเ้ กิดแก่เยาวชนแต่ควบคมุ ใหส้ อนการอ่าน เขยี น พูด
ภาษาไทยอยา่ งถกู ต้อง

การศึ กษาไทยสมัยเปลี ยนแปลงการ 04
ปกครอง ( พ.ศ. 2475-2502 )

สภาวะประเทศ : เปลียนแปลงจากระบบสมบูรณาญาสทิ ธริ าชเปนระบอบ
ประชาธปิ ไตย และผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจตกตําสมยั สงครามโลก ครงั ที 2
สภาวะผนู้ ํา : คณะราษฎรพ์ ฒั นาระบบการศึกษาเรง่ ด่วน

การจดั ระบบการศึกษา ประกาศแผนการศึกษาชาติ ประถมเปน 6 ชนั
มธั ยมศึกษาตอนต้นและ ปลาย สายอาชวี ศึกษาประกาศใชพ้ .ร.บ. ประถมศึกษา
พ.ศ. 2478เพอื ขยายโอกาส
จดั ตังมหาวทิ ยาลัยขนึ หลายแห่ง จดั ตังศูนยอ์ บรมการศึกษา ผใู้ หญ่ กระทรวง
ศึกษาธกิ ารรว่ มมอื กับองค์การยูเนสโกเพอื ปรบั ปรุงการศึกษาไทย มโี ครงการ
ฝกหดั ครูชนบทและจดั ตังกรมสามญั ศึกษา

ปญหา

การขาดแคลนครูทังด้านปรมิ าณและคณุ ภาพทําใหอ้ ัตราสว่ นระหวา่ ง
1 ครูและนักเรยี นไมไ่ ด้มาตราฐาน มผี ลทําใหค้ ณุ ภาพผเู้ รยี นและด้านการ

เรยี นการสอนลดลงอยา่ งมาก

การสอนเปนแบบลองผดิ ลองถกู เนืองจากครูผสู้ อนไมม่ ปี ระสบการณ์
2 เพราะครูผสู้ อนจบแค่ระดับมธั ยมต้นและต้องออกไปสอนโรงเรยี น

ประชาบาลทันที โดยไมไ่ ด้ผา่ นการฝกหดั ครู ดังนันรฐั จงึ ได้ตังกรม
ฝกหดั ครูขนึ เพอื ยกระดับคณุ ภาพของครูใหส้ งู ขนึ

การศึ กษาของไทยสมัยพัฒนาการศึ กษา 05
พ.ศ.2503-ปจจุ บัน

การพฒั นาด้านการศึกษา

ประกาศใชแ้ ผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2503 เน้นจรยิ ศึกษา พลศึกษา พุทธิ
ศึกษา และหตั ถศึกษา

ประกาศใชห้ ลักสตู รประถมศึกษา และ หลักสตู รมธั ยมศึกษาตอนต้น มกี าร
ประกาศใชแ้ ผนพฒั นาการศึกษาแหง่ ชาติ ตังแต่ฉบบั ที 1 – 8

ประกาศใชแ้ ผนการศึกษาแหง่ ชาติ พ.ศ. 2535 เพอื เตรยี มความพรอ้ มสาํ หรบั
เด็กอยา่ งน้อย 1 ป ก่อนเขา้ เรยี นระดับประถมศึกษา

สง่ เสรมิ การศึกษาของบุคคลากรด้านศาสนา

เน้นการจดั เครอื ขา่ ยการเรยี นรูโ้ ดยใชเ้ ทคโนโลยกี ารสอื สารสารสนเทศ และ
สอื มวลชนทกุ ประเภทในการใหค้ วามรูข้ อ้ มูลขา่ วสารแก่ประชาชน

ประกาศใชแ้ ผนการศึกษาแหง่ ชาติ พ ศ. .2542 จนถึงปจจุบนั ซงึ เน้นหลักสตู ร
การศึกษาขนั พนื ฐานทีมุง่ พฒั นาผเู้ รยี นในทกุ ด้านทกุ ระดับชว่ งชนั ใหม้ ี
คณุ ภาพ มคี วามรู้ และดํารงตนอยา่ งมคี วามสขุ ในสงั คม

การศึ กษาของไทยสมัยพัฒนาการศึ กษา 06
พ.ศ.2503-ปจจุ บัน

ขอ้ ดี

1. แผนพฒั นาการศึกษามกี ารปรบั ปรุงใหเ้ หมาะสมกับชว่ งเวลาเพอื ใหเ้ หมาะกับ
กระแสแหง่ ยุคโลกาภิวฒั น์ทีนําเอาเทคโนโลยี และการสอื สารต่าง ๆ มาใชใ้ หเ้ กิด
ประโยชน์ในวงการศึกษา
2. ด้านการจดั การเรยี นการสอนยดึ หลักปรชั ญาพพิ ฒั นาการนิยม ทีเน้นผเู้ รยี น
เปนสาํ คัญ การมสี ว่ นรว่ ม คิด ปฏิบตั ิแก้ปญหา และนําไปใชใ้ นชวี ติ จรงิ
3. การจดั บรรยากาศชนั เรยี นคละกันทังเด็กเก่งและเด็กอ่อนตามสภาพสงั คม
จรงิ โต๊ะ เก้าอีสามารถเคลือนยา้ ยได้ตามความเหมาะสม จดั การเรยี นรูใ้ นชนั เรยี น
โดยการใชส้ อื ต่าง ๆ
4. ครูผสู้ อนต้องมกี ารพฒั นาตนเองขอ้ ทีควรปรบั ปรุงแก้ไขพฒั นา

ขอ้ เสยี

1. ความไมเ่ สมอภาคทางการศึกษาในเด็กด้อยโอกาส
2. คณุ ภาพการศึกษาทีตกตําลง เนืองจากระบบการบรหิ ารการจดั การศึกษา
ของโรงเรยี นทีไมเ่ ปนเอกภาพอยา่ งแท้จรงิ
3. ปญหาด้านหลักสตู รทีไมม่ จี ุดยนื แน่นนอนมกี ารเปลียนแปลงทีทําใหเ้ กิด
ความสบั สนต่อผสู้ อนและผเู้ รยี น
4. ปญหาด้านการจดั หาเทคโนโลยที างด้านการศึกษา
5. ความเสอื มในด้านคณุ ธรรมและจรยิ ธรรม


Click to View FlipBook Version