The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by thasakaes65030064, 2020-08-27 02:58:00

สื่อ60พรรษา ชุดกิจกรรมวิทย์ ป.6 เล่ม1

Sue60Ps_Sci61

Keywords: S60PSci61

ช่อื -สกุล เดือน ชัน้ เลขท่ี บ. ๓.๑ / ผ. ๑.๒-๐๒
วนั ท่ ี พ.ศ.

ผลกำรสงั เกต
ระบำยสแี สดงระดับผวิ หนำ้ ของน้ำ� สใี นภำชนะของแบบจ�ำลอง
เม่อื วำงในแนวรำบ

เมื่อเอยี งภำชนะ

๑๙๖ ชุดกจิ กรรมการเรยี นรู (สาํ หรบั นักเรยี น) กลุม สาระการเรยี นรูว ทิ ยาศาสตร ภาคเรียนที่ ๑ ชัน้ ประถมศกึ ษาปท ่ี ๖ (ฉบับปรับปรุง)

ชอื่ -สกุล เดือน ชั้น เลขที่ บ. ๓.๑ / ผ. ๑.๒-๐๒
วนั ท ่ี พ.ศ.

คา� ถามหลงั จากทา� กจิ กรรม
๑. เมือ่ วำงแบบจำ� ลองในแนวรำบ ระดับผิวหนำ้ ของน้�ำสเี ปน็ อย่ำงไร เม่อื เทียบกับ
ระดับของขอบโตะ๊

๒. เมอ่ื เอียงแบบจำ� ลองในลกั ษณะต่ำง ๆ ระดับผิวหน้ำของน�้ำสี จะเหมอื นหรอื
แตกตำ่ งจำกกำรวำงแบบจ�ำลองในแนวรำบหรือไม่ อยำ่ งไร

๓. กำรทร่ี ะดับผวิ หนำ้ นำ้� สี มีลักษณะดงั ข้อ ๒ เพรำะมีสมบัติใด

๔. จำกกิจกรรมนี้ สรปุ ไดว้ ำ่ อยำ่ งไร

๕. จำกสิ่งท่ีค้นพบทง้ั ๓ ตอน สรปุ ได้ว่ำอยำ่ งไร

ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู (สําหรบั นกั เรยี น) กลุมสาระการเรยี นรวู ิทยาศาสตร ภาคเรยี นที่ ๑ ช้นั ประถมศกึ ษาปท ี่ ๖ (ฉบับปรบั ปรุง) ๑๙๗

ชื่อ-สกุล เดือน ชั้น เลขที่ บ. ๓.๑ / ผ. ๑.๒-๐๓
วันท ี่ พ.ศ.

ใบงาน ๐๓ : แบบฝึกหัด เรื่องสมบัติของของเหลว

ตอบค�ำถำมต่อไปนใ้ี หถ้ กู ต้อง พรอ้ มเขียนเหตุผล
ถ้ำเทนำ้� จำกถงั ท่ี ๑ ดังรปู ไปถังท่ี ๒ จนหมด ขอ้ ควำมใดกล่ำวถกู ต้อง

ก. ปรมิ ำตรและรูปร่ำงของนำ้� เปลย่ี นไปตำมภำชนะ
ข. ปรมิ ำตรของนำ้� เปล่ยี นแปลง แต่รปู ร่ำงไม่เปล่ียนแปลง
ค. ปรมิ ำตรของนำ้� ไมป่ ล่ยี นแปลง แต่รปู ร่ำงเปล่ียนแปลง
ง. ท้งั ปริมำตรและรปู ร่ำงของนำ้� ไมเ่ ปลยี่ นแปลง

เหตุผล

๑๙๘ ชุดกิจกรรมการเรยี นรู (สาํ หรับนักเรยี น) กลุมสาระการเรียนรวู ิทยาศาสตร ภาคเรียนท่ี ๑ ช้ันประถมศกึ ษาปท่ี ๖ (ฉบับปรับปรงุ )

ใบงาน

บ. ๓.๑ / ผ. ๑.๓

หน่วยย่อยท่ี ๑

สมบัตขิ องสาร

เรอื่ ง แกส๊

ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู (สาํ หรบั นกั เรียน) กลุม สาระการเรียนรวู ิทยาศาสตร ภาคเรียนท่ี ๑ ช้นั ประถมศึกษาปท่ี ๖ (ฉบบั ปรับปรงุ ) ๑๙๙

ชือ่ -สกุล เดือน ช้นั เลขท่ี บ. ๓.๑ / ผ. ๑.๓-๐๑
วันท่ ี พ.ศ.

ใบความรู้ เร่ืองแกส๊

เรำทรำบมำแล้วว่ำน้�ำมีสถำนะเป็นของแข็งและของเหลว
นำ้� จะมสี ถำนะเปน็ แกส๊ ไดห้ รอื ไม่ ถำ้ นำ้� มสี ถำนะเปน็ แกส๊ จะยงั คงมมี วล
ต้องกำรท่ีอยู่ มีปริมำตรและมีรูปรำ่ งเช่นเดียวกับน�้ำในสถำนะของแข็ง
และของเหลวหรอื ไม่

เมื่อเหลียวไปรอบ ๆ ตัวเรำ เรำก็จะพบสสำรหลำยอย่ำงที่มี
สถำนะเป็นแก๊ส เช่น แก๊สออกซิเจนท่ีใช้ในกำรหำยใจของสิ่งมีชีวิต
แกส๊ คำรบ์ อนไดออกไซดท์ พี่ ชื ใชใ้ นกำรสรำ้ งอำหำร และแกส๊ ปโิ ตรเลยี ม
เหลวเปน็ เชอ้ื เพลงิ สสำรใดบำ้ งรอบตวั เรำมสี ถำนะเปน็ แกส๊ รไู้ ดอ้ ยำ่ งไร

๒๐๐ ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู (สําหรบั นกั เรียน) กลุม สาระการเรียนรวู ทิ ยาศาสตร ภาคเรียนท่ี ๑ ชัน้ ประถมศึกษาปท ่ี ๖ (ฉบับปรบั ปรุง)

ชือ่ -สกุล เดือน ชัน้ เลขที่ บ. ๓.๑ / ผ. ๑.๓-๐๑
วนั ที ่ พ.ศ.

กิจกรรมท่ี ๑ แกส๊ มีมวลและตอ้ งการท่อี ยหู่ รือไม่

จุดประสงค์
สงั เกตและอธบิ ำยเกี่ยวกบั มวลและกำรตอ้ งกำรทอ่ี ยูข่ องแก๊ส
วัสด-ุ อปุ กรณ์

๑. ลูกโป่ง
๒. ถงุ พลำสตกิ
๓. ยำงรดั ของ
๔. อ่ำงน�้ำ
๕. แกว้ น้�ำใส
๖. เครอ่ื งช่งั แบบคำน ๓ แขนหรือเครอื่ งชงั่ แบบดิจติ อล
๗. เทปใส
๘. หลอดดูดแบบงอได้
วธิ ที �า

ตอนท่ี ๑
๑. อภิปรำยและให้เหตุผลว่ำอำกำศมมี วลหรือไม่ เพรำะเหตุใด
๒. วำงแผนและรว่ มกนั ดำ� เนินกำรตรวจสอบโดยใชว้ ัสดอุ ุปกรณ์ทก่ี �ำหนดให้
ตอนท่ี ๒
๑. ใสน่ ำ้� สใี นแก้วใหเ้ ตม็ แลว้ คว่�ำในอำ่ งน้�ำโดยแกว้ ทค่ี วำ่� แลว้ ตอ้ งไมม่ ฟี องอำกำศอยู่
๒. ใช้ถงุ พลำสติกใสเก็บอำกำศรอบๆ ตัว แล้วรัดปำกถงุ ให้แน่น เสยี บปลำยข้ำงหนงึ่

ของหลอดดูดเขำ้ ในถงุ และปิดปลำยอกี ขำ้ งหน่ึงไว้
๓. คำดคะเนและบนั ทึกวำ่ จะเกิดอะไรขนึ้

ถ้ำบีบอำกำศในถุงพลำสติกเขำ้ ไปในแก้วน้�ำ
ทมี่ นี ำ้� อยู่เตม็ ดงั รูป
๔. ท�ำกิจกรรมเพื่อตรวจสอบกำรคำดคะเน
บนั ทึกผล

ชุดกิจกรรมการเรยี นรู (สาํ หรับนกั เรยี น) กลมุ สาระการเรยี นรวู ิทยาศาสตร ภาคเรยี นท่ี ๑ ชั้นประถมศกึ ษาปที่ ๖ (ฉบบั ปรบั ปรุง) ๒๐๑

ชื่อ-สกลุ เดือน ชั้น เลขท่ี บ. ๓.๑ / ผ. ๑.๓-๐๑
วันท ่ี พ.ศ.

ใบงาน ๐๑ : มวลและการตอ้ งการที่อยขู่ องแกส๊

ตอนที่ ๑
จุดประสงค์ของกิจกรรม

บันทึกผลการท�ากิจกรรม
วิธตี รวจสอบมวลของอำกำศ

อปุ กรณท์ ่ตี ้องใช้

วธิ กี ำร

มวลของอำกำศทชี่ งั่ ได้ (ระบหุ น่วย)

๒๐๒ ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู (สําหรบั นักเรยี น) กลุมสาระการเรียนรูวทิ ยาศาสตร ภาคเรียนท่ี ๑ ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๖ (ฉบบั ปรับปรงุ )

ชอื่ -สกุล เดอื น ช้ัน เลขที่ บ. ๓.๑ / ผ. ๑.๓-๐๑
วนั ที ่ พ.ศ.

ค�าถามหลงั จากกจิ กรรม
๑. อำกำศมีมวลหรอื ไม่ รไู้ ดอ้ ยำ่ งไร

๒. จำกกิจกรรมนี้ สรุปไดว้ ่ำอย่ำงไร

ชุดกจิ กรรมการเรียนรู (สําหรบั นกั เรียน) กลมุ สาระการเรยี นรวู ทิ ยาศาสตร ภาคเรยี นที่ ๑ ช้นั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๖ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ) ๒๐๓

ชื่อ-สกลุ เดอื น ชั้น เลขที่ บ. ๓.๑ / ผ. ๑.๓-๐๑
วันท่ ี พ.ศ.

ตอนท่ี ๒
จุดประสงค์ของกิจกรรม

บันทึกผลการท�ากิจกรรม
วำดรูปและเขยี นอธิบำยกำรคำดคะเน และผลกำรสังเกต

กำรคำดคะเน ผลกำรสังเกต

เมือ่ บีบอำกำศเข้ำไป
ในแก้วซง่ึ มีนำ้� บรรจอุ ยู่

จนเตม็

๒๐๔ ชุดกจิ กรรมการเรยี นรู (สําหรบั นกั เรียน) กลมุ สาระการเรยี นรูวทิ ยาศาสตร ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นประถมศกึ ษาปท ่ี ๖ (ฉบบั ปรับปรงุ )

ชอื่ -สกุล เดือน ช้ัน เลขที่ บ. ๓.๑/ ผ. ๑.๓-๐๑
วันที ่ พ.ศ.

ค�าถามหลงั จากกิจกรรม
๑. เมอ่ื บีบถุงพลำสติกทบี่ รรจุอำกำศเขำ้ ไปในแกว้ ทม่ี นี �้ำอยจู่ นเต็ม เกิดอะไรขึ้น
เพรำะเหตุใด

๒. อำกำศตอ้ งกำรท่อี ยหู่ รอื ไม่ รูไ้ ดอ้ ย่ำงไร

๓. จำกกจิ กรรมน้ี สรปุ ไดว้ ่ำอยำ่ งไร

๔. จำกสิ่งทค่ี ้นพบทง้ั ๒ ตอน สรปุ ได้ว่ำอยำ่ งไร

ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู (สาํ หรับนกั เรียน) กลุมสาระการเรียนรูว ทิ ยาศาสตร ภาคเรยี นท่ี ๑ ชั้นประถมศึกษาปท่ี ๖ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ) ๒๐๕

ช่ือ-สกุล เดือน ชั้น เลขที่ บ. ๓.๑ / ผ. ๑.๓-๐๒
วันที ่ พ.ศ.

กจิ กรรมท่ี ๒ แกส๊ มีปริมาตรและรูปร่างเปน็ อยา่ งไร

จดุ ประสงค์
สังเกตและอธิบำยเกี่ยวกบั ปริมำตรและรปู ร่ำงของแก๊ส

วสั ดุ-อุปกรณ์
๑. ลกู โปง่

๒. ยำงรัดของ
๓. หลอดฉดี ยำ
๔. ถุงมอื ยำง
๕. หลอดพลำสติกเเขง็

วิธีท�า
ตอนที่ ๑
๑. ดนั ก้ำนหลอดฉีดยำไปจนสดุ แล้วดงึ ขึน้ เพ่อื ดดู อำกำศเขำ้ ไปในหลอดฉดี ยำจนเตม็
บันทึกปรมิ ำตรของอำกำศ
๒. คำดคะเนและบนั ทึกวำ่ ถำ้ ปดิ ปลำยหลอดฉีดยำให้แนน่ แลว้ ออกแรงดันกำ้ นหลอด
ฉีดยำลงไปจนดนั ตอ่ ไปไม่ได้แล้วปลอ่ ยก้ำนหลอดฉีดยำ ปริมำตรของอำกำศจะเป็น
อย่ำงไร
๓. ท�ำกจิ กรรมเพอ่ื ตรวจสอบกำรคำดคะเน สงั เกตและบันทึกผลปรมิ ำตรของอำกำศ
เมอื่ กดลงไปจนกดต่อไม่ได้ และบนั ทึกปริมำตรของอำกำศอีกครั้งหน่ึงเมื่อปลอ่ ย
ก้ำนหลอดฉดี ยำจนหยุดน่งิ

๒๐๖ ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู (สาํ หรับนกั เรียน) กลมุ สาระการเรียนรูว ทิ ยาศาสตร ภาคเรยี นที่ ๑ ช้นั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๖ (ฉบบั ปรับปรุง)

ชือ่ -สกุล เดือน ชนั้ เลขที่ บ. ๓.๑/ ผ. ๑.๓-๐๒
วันที่ พ.ศ.

ตอนที่ ๒
๑. เปำ่ ลกู โปง่ ซึ่งใชเ้ ปน็ ภำชนะบรรจุอำกำศใหพ้ องแลว้ บีบปำกลกู โปง่ ให้แนน่

สังเกตรปู รำ่ งของอำกำศภำยในลูกโป่ง บันทกึ ผล
๒. เสียบปลำยหลอดพลำสตกิ แขง็ ข้ำงหนึง่ เข้ำไปในถุงมือยำงซงึ่ เป็นภำชนะอกี อนั

หนึง่ แลว้ ใชย้ ำงรดั ใหแ้ นน่ ดังรูป

๓. นำ� ปลำยอกี ดำ้ นหนึง่ ของหลอดพลำสติกแขง็ เสียบเข้ำไปในลกู โปง่ ท่ีมี
อำกำศอยู่เต็ม รัดยำงให้แนน่ โดยยงั คงบีบปำกลกู โปง่ ไว้ คำดคะเนและบันทกึ
ว่ำถ้ำปลอ่ ยมือท่ีบบี ปำกลกู โป่งออกจะเกิดอะไรขึน้

๔. ท�ำกจิ กรรมเพอ่ื ตรวจสอบกำรคำดคะเน สงั เกตและบนั ทึกผล

ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู (สาํ หรับนักเรียน) กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตร ภาคเรยี นที่ ๑ ช้ันประถมศึกษาปท่ี ๖ (ฉบับปรบั ปรงุ ) ๒๐๗

ชอื่ -สกุล เดือน ชน้ั เลขที่ บ. ๓.๑ / ผ. ๑.๓-๐๒
วันที ่ พ.ศ.

ใบงาน ๐๒ : ปริมาตรและรปู รา่ งของแก๊ส

ตอนที่ ๑
จุดประสงค์ของกิจกรรม

บันทึกผลการท�ากิจกรรม
ปรมิ ำตรของอำกำศก่อนกดก้ำนหลอดฉีดยำ (ระบหุ น่วยให้ถกู ตอ้ ง)

ปริมำตรของอำกำศหลงั กดกำ้ นหลอดฉีดยำ (ระบุหน่วยให้ถูกตอ้ ง)

กำรคำดคะเน ผลกำรสังเกต

ปริมำตรของอำกำศเมอ่ื ปลอ่ ยกำ้ นหลอดฉีดยำ (ระบหุ นว่ ยใหถ้ ูกตอ้ ง)

กำรคำดคะเน ผลกำรสังเกต

๒๐๘ ชุดกิจกรรมการเรยี นรู (สําหรบั นักเรยี น) กลุม สาระการเรยี นรวู ิทยาศาสตร ภาคเรียนที่ ๑ ชั้นประถมศึกษาปที่ ๖ (ฉบับปรับปรุง)

ช่ือ-สกุล เดอื น ชั้น เลขท่ี บ. ๓.๑ / ผ. ๑.๓-๐๒
วันที่ พ.ศ.

คา� ถามหลังจากท�ากิจกรรม
๑. เมอื่ ดงึ ก้ำนหลอดฉดี ยำจนสุดและเมอ่ื กดก้ำนหลอดฉีดยำจนกดตอ่ ไปไม่ได้
และเมอื่ ปล่อยก้ำนหลอดฉีดยำจนหยุดนิ่ง ปรมิ ำตรของหลอดฉีดยำทีจ่ ะบรรจุ
อำกำศเปลย่ี นแปลงหรอื ไม่ อย่ำงไร

๒. ปริมำตรของอำกำศมคี วำมสัมพนั ธก์ บั ปรมิ ำตรของหลอดฉีดยำอย่ำงไร

๓. ปริมำตรของอำกำศ มีคำ่ คงท่หี รือไม่ รู้ไดอ้ ย่ำงไร

๔. จำกกิจกรรมน้ี สรปุ ได้วำ่ อยำ่ งไร

ชุดกิจกรรมการเรียนรู (สาํ หรับนักเรียน) กลมุ สาระการเรียนรวู ิทยาศาสตร ภาคเรียนท่ี ๑ ชน้ั ประถมศึกษาปท ี่ ๖ (ฉบับปรับปรงุ ) ๒๐๙

ช่อื -สกุล ชั้น เลขที่ บ. ๓.๑ / ผ. ๑.๓-๐๒
วันท ่ี เดอื น พ.ศ.

ตอนที่ ๒
จุดประสงค์ของกิจกรรม

บันทึกผลการท�ากิจกรรม
ตำรำง รปู รำ่ งของอำกำศภำยในภำชนะแบบตำ่ ง ๆ (วำดรูป)

รปู ร่ำงของอำกำศภำยในภำชนะ

รูปรำ่ งของภำชนะ กำรคำดคะเน ผลกำรสงั เกต

๒๑๐ ชดุ กิจกรรมการเรียนรู (สาํ หรบั นักเรียน) กลุมสาระการเรียนรูวทิ ยาศาสตร ภาคเรยี นท่ี ๑ ช้ันประถมศึกษาปท่ี ๖ (ฉบบั ปรบั ปรงุ )

ชอื่ -สกุล เดือน ชน้ั เลขท่ี บ. ๓.๑/ ผ. ๑.๓-๐๒
วนั ที ่ พ.ศ.

คา� ถามหลังจากทา� กจิ กรรม
๑. อำกำศท่ีบรรจุอยู่ในลกู โป่งมีรูปร่ำงอยำ่ งไร

๒. เมื่อปลอ่ ยมือที่บีบปำกลกู โป่ง เกิดกำรเปลี่ยนแปลงอยำ่ งไร

๓. กำรเปลยี่ นแปลงท่ีเกดิ ข้นึ ในขอ้ ๒ เปน็ เพรำะเหตุใด

๔. อำกำศท่อี ยูใ่ นถุงมือยำงมรี ปู รำ่ งอย่ำงไร

๕. อำกำศเปลีย่ นแปลงรปู รำ่ งได้หรือไม่ รู้ไดอ้ ย่ำงไร

๖. รปู ร่ำงของอำกำศสมั พันธ์กบั รูปรำ่ งของภำชนะท่บี รรจอุ ย่ำงไร

ชุดกิจกรรมการเรยี นรู (สําหรบั นกั เรียน) กลุมสาระการเรียนรวู ทิ ยาศาสตร ภาคเรยี นท่ี ๑ ชัน้ ประถมศกึ ษาปท่ี ๖ (ฉบับปรับปรุง) ๒๑๑

ช่ือ-สกุล เดือน ชน้ั เลขที่ บ. ๓.๑ / ผ. ๑.๓-๐๒
วันที ่ พ.ศ.

๗. จำกกิจกรรมน้ี สรปุ ได้วำ่ อยำ่ งไร

๘. จำกสง่ิ ทีค่ ้นพบท้งั ๒ ตอน สรุปได้ว่ำอยำ่ งไร

๒๑๒ ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู (สาํ หรบั นักเรยี น) กลุม สาระการเรยี นรวู ทิ ยาศาสตร ภาคเรียนท่ี ๑ ช้นั ประถมศึกษาปท ี่ ๖ (ฉบับปรับปรุง)

ชอ่ื -สกลุ เดือน ช้นั เลขที่ บ. ๓.๑ / ผ. ๑.๓-๐๓
วนั ท่ ี พ.ศ.

ใบงาน ๐๓ : แบบฝกึ หดั เร่ืองสมบัติของแกส๊

ตอบคำ� ถำมตอ่ ไปน้ใี หถ้ ูกต้อง พร้อมเขียนเหตผุ ล
๑. บรรจแุ กส๊ ชนดิ หนง่ึ ลงในถงั ขนำด ๒๐ ลติ ร และ ๔๐ ลติ ร ถงั ละ ๒๐ กโิ ลกรมั

ขอ้ เปรยี บเทยี บใดถกู ตอ้ งทส่ี ดุ
ก. มวลและปริมำตรของแกส๊ ทั้งสองถงั เทำ่ กัน
ข. มวลของแกส๊ ไม่เทำ่ กนั แตป่ ริมำตรของแก๊สเท่ำกัน
ค. มวลของแก๊สเท่ำกนั แต่ปริมำตรของแกส๊ ไมเ่ ทำ่ กนั
ง. มวลและปริมำตรของแก๊สทงั้ สองถังไมเ่ ทำ่ กัน

เหตุผล

ชดุ กิจกรรมการเรียนรู (สําหรบั นกั เรยี น) กลุม สาระการเรียนรูวิทยาศาสตร ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นประถมศึกษาปท ี่ ๖ (ฉบับปรบั ปรุง) ๒๑๓

ช่ือ-สกุล เดอื น ชัน้ เลขที่ บ. ๓.๑ / ผ. ๑.๓-๐๒
วันที ่ พ.ศ.

๒. ภำชนะ A และ B ซง่ึ ไมม่ แี กส๊ ใดบรรจอุ ยตู่ อ่ กนั ดว้ ยทอ่ ขนำดเลก็ มำกและ
มีล้ินปิดเปดิ ดงั รูป

ล้ินปิดเปดิ

ภำชนะ A ภำชนะ B
มปี รมิ ำตร ๑๐๐ cm3 มปี รมิ ำตร ๓๐๐ cm3

๒.๑ บรรจุแกส๊ ออกซิเจนในภำชนะ A โดยปิดล้ินไว้ แก๊ส A
มีปริมำตร cm3
เพรำะ

๒.๒ เมอ่ื เปดิ ลิ้นให้แกส๊ ออกซิเจนผำ่ นไปยงั ภำชนะ B แก๊สออกซเิ จนจะม ี
ปริมำตร cm3

เพรำะ

๒๑๔ ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู (สาํ หรับนกั เรยี น) กลมุ สาระการเรียนรูวิทยาศาสตร ภาคเรยี นท่ี ๑ ช้นั ประถมศกึ ษาปท่ี ๖ (ฉบบั ปรับปรงุ )

หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ ๔
การแยกสาร การจา� แนกสาร

ในชวี ิตประจา� วนั

ชุดกจิ กรรมการเรยี นรู (สาํ หรบั นักเรยี น) กลมุ สาระการเรยี นรูว ิทยาศาสตร ภาคเรียนที่ ๑ ช้ันประถมศึกษาปท ่ี ๖ (ฉบบั ปรบั ปรุง) ๒๑๕

ใบงาน

บ. ๔.๑ / ผ. ๑

หนว่ ยยอ่ ยที่ ๑

การแยกสาร

เรือ่ ง การแยกสารดว้ ยวิธกี ารต่าง ๆ

๒๑๖ ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู (สาํ หรับนักเรียน) กลุมสาระการเรยี นรวู ทิ ยาศาสตร ภาคเรยี นที่ ๑ ชน้ั ประถมศกึ ษาปท่ี ๖ (ฉบบั ปรับปรงุ )

ช่ือ-สกุล เดือน ชัน้ เลขท่ี บ. ๔.๑ / ผ. ๑-๐๑
วนั ท ่ี พ.ศ.

กิจกรรมท่ี ๑ แยกของแข็งทมี่ ีลักษณะแตกต่างกนั ไดอ้ ยา่ งไร

จุดประสงค์
สงั เกตและอธบิ ายวิธกี ารแยกสารเนอ้ื ผสมที่ประกอบดว้ ยของแขง็ ทม่ี ีลกั ษณะ
แตกต่างกัน

วัสด-ุ อปุ กรณ์
๑. ครกและสากหิน
๒. ข้าวเปลอื ก
๓. ตะแกรง่ รอ่ นหรือกระด้ง
๔. ถาดพลาสติกหรอื ถาดอะลูมเิ นยี ม

วธิ ที า�
๑. สังเกตลักษณะของข้าวเปลือก บนั ทกึ ผล
๒. ใส่ข้าวเปลอื กลงในครก บดข้าวเปลอื กไปมาเบา ๆ ด้วยสากหิน เพือ่ ให้
เปลอื กขา้ วหลดุ ออกจากเมลด็ ขา้ วเปลอื ก สงั เกตลักษณะและส่วนประกอบ
ของสารผสม บันทึกผล

๓. แยกเมลด็ ข้าวสารออกจากสารผสมในข้อ ๒ บนั ทึกวิธกี ารแยกสาร
๔. อภิปรายและนำาเสนอลักษณะและสมบตั ขิ องสารทใี่ ช้แยกในแต่ละวิธี
๕. อภปิ รายและยกตวั อยา่ งการนาำ วิธกี ารแยกสารจากกิจกรรมนี้ไปใช้ประโยชน์
ในชีวติ ประจาำ วันและนำาเสนอ

ชุดกจิ กรรมการเรยี นรู (สาํ หรับนกั เรียน) กลุมสาระการเรียนรวู ทิ ยาศาสตร ภาคเรียนท่ี ๑ ชนั้ ประถมศกึ ษาปท ่ี ๖ (ฉบับปรบั ปรงุ ) ๒๑๗

ชอื่ -สกลุ เดือน ช้นั เลขท่ี บ. ๔.๑ / ผ. ๑-๐๑
วนั ท่ี พ.ศ.

ใบงาน ๐๑ : การแยกสารทเ่ี ปน็ ของแขง็
จดุ ประสงค์ของกจิ กรรม

บนั ทกึ ผลการท�ากจิ กรรม
ลกั ษณะของขา้ วเปลอื ก

ลกั ษณะและสว่ นประกอบของสารผสมหลงั บดข้าวเปลือก

วธิ ีการแยกเมลด็ ขา้ วสารออกจากสารผสม

๒๑๘ ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู (สาํ หรับนกั เรียน) กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตร ภาคเรยี นท่ี ๑ ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ี่ ๖ (ฉบบั ปรับปรุง)

ชอื่ -สกลุ เดอื น ชนั้ เลขท่ี บ. ๔.๑ / ผ. ๑-๐๑
วนั ที ่ พ.ศ.

ค�าถามหลงั จากทา� กิจกรรม
๑. หลงั จากการบดข้าวเปลือก สารทอี่ ยูใ่ นครกเปน็ สารเนอ้ื เดียวหรือสารเนอ้ื ผสม

เพราะเหตใุ ด

๒. การแยกเมล็ดข้าวสารออกจากสารผสม ทำาได้อย่างไรบ้าง แต่ละวิธีมีชื่อ
เรียกว่าอะไร

๓. แต่ละวิธีใชแ้ ยกสารผสมที่มลี ักษณะและสมบตั ิอยา่ งไร

ชุดกจิ กรรมการเรยี นรู (สําหรับนกั เรียน) กลมุ สาระการเรยี นรูวทิ ยาศาสตร ภาคเรยี นที่ ๑ ช้นั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๖ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ) ๒๑๙

ชื่อ-สกุล เดือน ชนั้ เลขท่ี บ. ๔.๑ / ผ. ๑-๐๑
วนั ท่ี พ.ศ.

๔. วิธกี ารแยกสารในกจิ กรรมน้ี นำาไปใช้ประโยชน์อะไรได้บ้าง ยกตวั อย่าง

๕. จากกจิ กรรม สรปุ ไดว้ า่ อย่างไร

๒๒๐ ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู (สาํ หรบั นกั เรียน) กลมุ สาระการเรยี นรูว ทิ ยาศาสตร ภาคเรยี นที่ ๑ ชนั้ ประถมศกึ ษาปท ี่ ๖ (ฉบับปรับปรุง)

ชอื่ -สกุล เดือน ชั้น เลขที่ บ. ๔.๑ / ผ. ๑-๐๒
วนั ท่ี พ.ศ.

กิจกรรมที่ ๒ แยกของแขง็ ออกจากของเหลวในสารเนือ้ ผสมไดอ้ ยา่ งไร

จดุ ประสงค์
สังเกตและอธบิ ายวธิ ีการแยกสารเนอ้ื ผสมที่ประกอบดว้ ยของแขง็ และของเหลว

วัสด-ุ อุปกรณ์
๑. ขา้ วสารเหนียว
๒. กะละมัง
๓. หวดไม้ไผห่ รอื กระชอนหรอื ผ้าขาวบาง
๔. ภาชนะใส เช่น แก้วใส ขวดพลาสตกิ ใส
๕. น้าำ

วธิ ีท�า
ตอนที่ ๑
๑. เทขา้ วสารเหนยี วใสก่ ะละมงั เติมนาำ้ ใหท้ ่วมข้าวสารเหนียว ใชม้ อื คน ตง้ั ไวส้ กั ครู่
สงั เกตและบันทกึ ผล
๒. แยกเมล็ดข้าวออกจากน้ำาซาวขา้ ว โดยใช้อุปกรณท์ ีก่ าำ หนดให้ บนั ทึกวธิ ีการ
แยกสาร
๓. สงั เกตสิง่ ที่ได้หลงั จากแยกขา้ วออกจากนำ้าซาวข้าว บนั ทกึ ผล
๔. อภปิ รายและยกตัวอยา่ งการนำาวิธกี ารแยกสารจากกจิ กรรมน้ีไปใชป้ ระโยชน์
ในชวี ิตประจาำ วัน และนาำ เสนอ

ชุดกิจกรรมการเรียนรู (สาํ หรับนักเรยี น) กลมุ สาระการเรียนรวู ิทยาศาสตร ภาคเรยี นที่ ๑ ชัน้ ประถมศกึ ษาปท่ี ๖ (ฉบับปรบั ปรุง) ๒๒๑

ช่อื -สกลุ เดือน ชน้ั เลขท่ี บ. ๔.๑ / ผ. ๑-๐๒
วันท่ี พ.ศ.

ตอนท่ี ๒
๑. นาำ นำ้าซาวขา้ วท่ไี ด้จากตอนที่ ๑ เทใส่ภาชนะใส แล้วต้งั ไว้นิ่ง ๆ สังเกต
และบันทกึ ผล
๒. สงั เกตน้ำาซาวข้าว แล้วบันทกึ ผลทกุ ๆ ๕ นาที จนครบ ๑๕ นาที
๓. แยกของเหลวออกจากสารผสมในขอ้ ๒ บนั ทึกวธิ ีการแยกสาร
๔. สงั เกตลักษณะของสารท่ไี ด้หลงั การแยก บันทกึ ผล
๕. อภิปรายวิธีการแยกสารที่ใช้ทั้งหมด พร้อมท้ังระบุลักษณะและสมบัติของสารที่ใช้
แยกในแต่ละวิธี
๖. อภปิ รายและยกตวั อยา่ งการนาำ วธิ กี ารแยกสารจากกจิ กรรมน้ีไปใชป้ ระโยชน์
ในชีวติ ประจาำ วันและนำาเสนอ

๒๒๒ ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู (สาํ หรบั นักเรียน) กลุม สาระการเรียนรูวทิ ยาศาสตร ภาคเรยี นที่ ๑ ช้นั ประถมศกึ ษาปท ี่ ๖ (ฉบบั ปรบั ปรงุ )

ชื่อ-สกุล เดอื น ช้นั เลขที่ บ. ๔.๑ / ผ. ๑-๐๒
วนั ที่ พ.ศ.

ใบงาน ๐๒ : แยกของแข็งออกจากของเหลวในสารเนอื้ ผสม
ตอนท่ี ๑
จดุ ประสงค์ของกจิ กรรม

บันทึกผลการทา� กจิ กรรม
ผลการสงั เกตเมอ่ื เตมิ นำา้ ลงในข้าวสารเหนียว ใชม้ ือคน แล้วตงั้ ไวส้ ักครู่

วธิ กี ารแยกเมล็ดขา้ วออกจากนา้ำ ซาวข้าว

ผลการสงั เกตเม่อื แยกขา้ วออกจากนาำ้ ซาวขา้ ว

ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู (สําหรบั นกั เรยี น) กลุมสาระการเรียนรวู ทิ ยาศาสตร ภาคเรียนที่ ๑ ชนั้ ประถมศกึ ษาปท่ี ๖ (ฉบับปรบั ปรุง) ๒๒๓

ช่ือ-สกุล เดอื น ช้นั เลขท่ี บ. ๔.๑ / ผ. ๑-๐๒
วันท ่ี พ.ศ.

ค�าถามหลังจากท�ากิจกรรม
๑. เมอ่ื เทนาำ้ ลงในขา้ วสารเหนยี ว สารผสมทไ่ี ดเ้ ปน็ สารเนอื้ เดยี วหรอื สารเนอื้ ผสม
เพราะเหตใุ ด

๒. วธิ ีการแยกขา้ วสารเหนียวออกจากน้าำ ซาวข้าวทาำ ไดอ้ ย่างไร

๓. วธิ กี ารแยกสารนเ้ี รียกวา่ อะไร ใช้แยกสารทม่ี ีลักษณะและสมบตั อิ ยา่ งไร

๔. วิธีการแยกสารในกิจกรรมน้ี นำาไปใชป้ ระโยชน์อะไรได้บ้าง ยกตวั อย่าง

๕. จากกิจกรรมนี้ สรุปได้ว่าอยา่ งไร

๒๒๔ ชุดกจิ กรรมการเรยี นรู (สาํ หรับนกั เรียน) กลุมสาระการเรียนรูวทิ ยาศาสตร ภาคเรยี นที่ ๑ ช้นั ประถมศึกษาปท่ี ๖ (ฉบบั ปรับปรงุ )

ช่ือ-สกลุ เดือน ชน้ั เลขท่ี บ. ๔.๑ / ผ. ๑-๐๒
วนั ที่ พ.ศ.

ตอนที่ ๒
จุดประสงคข์ องกิจกรรม

บันทกึ ผลการทา� กจิ กรรม
ตาราง ลกั ษณะของน�้าซาวข้าวเม่อื วางไวน้ ง่ิ ๆ

เวลา (นาท)ี ลกั ษณะนำ้าซาวขา้ ว




๑๐

๑๕

วิธกี ารแยกของเหลวออกจากสารผสม

ผลการสงั เกตลักษณะของสารท่ไี ดห้ ลังการแยกสารผสม

ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู (สาํ หรบั นกั เรียน) กลุมสาระการเรยี นรวู ิทยาศาสตร ภาคเรียนท่ี ๑ ช้นั ประถมศกึ ษาปท ี่ ๖ (ฉบบั ปรบั ปรุง) ๒๒๕

ช่ือ-สกุล เดอื น ชั้น เลขที่ บ. ๔.๑ / ผ. ๑-๐๒
วันท่ ี พ.ศ.

ค�าถามหลงั จากท�ากิจกรรม
๑. นำ้าซาวขา้ วมลี กั ษณะเปน็ สารเนอื้ เดียวหรือสารเน้ือผสม เพราะเหตุใด

๒. ต้งั แต่เรม่ิ เทนา้ำ ซาวข้าวใส่ภาชนะแลว้ ตั้งไวจ้ นครบ ๑๕ นาที สารทอี่ ยใู่ น
น้าำ ซาวขา้ วมกี ารแยกออกจากกันหรอื ไม่ รไู้ ด้อยา่ งไร

๓. วธิ กี ารแยกสารในข้อ ๒ เรยี กว่าอะไร และใช้แยกสารที่มลี ักษณะและสมบตั ิ
อยา่ งไร

๔. วธิ ีการแยกของเหลวออกจากสารผสมเรยี กวา่ อะไร และใช้แยกสารท่ีมี
ลักษณะและสมบัตอิ ย่างไร
๕. วิธกี ารแยกสารในกจิ กรรมนี้ นำาไปใชป้ ระโยชนอ์ ะไรไดบ้ ้าง ยกตัวอยา่ ง

๒๒๖ ชดุ กิจกรรมการเรียนรู (สาํ หรับนักเรียน) กลมุ สาระการเรยี นรวู ทิ ยาศาสตร ภาคเรยี นท่ี ๑ ช้ันประถมศกึ ษาปที่ ๖ (ฉบับปรับปรุง)

ชอื่ -สกลุ เดอื น ช้นั เลขท่ี บ. ๔.๑ / ผ. ๑-๐๒
วนั ท ี่ พ.ศ.

๖. จากกจิ กรรมน้ี สรุปไดว้ ่าอย่างไร

๗. จากกิจกรรมทั้ง ๒ ตอน สรปุ ไดว้ ่าอยา่ งไร

ชุดกจิ กรรมการเรียนรู (สาํ หรับนกั เรียน) กลุมสาระการเรียนรวู ทิ ยาศาสตร ภาคเรยี นท่ี ๑ ชน้ั ประถมศกึ ษาปท่ี ๖ (ฉบับปรบั ปรงุ ) ๒๒๗

ช่ือ-สกลุ เดือน ชั้น เลขที่ บ. ๔.๑ / ผ. ๑-๐๓
วันท ี่ พ.ศ.

กจิ กรรมท่ี ๓ แยกสารแม่เหล็กออกจากสารเน้ือผสมได้อยา่ ไร

จดุ ประสงค์
สงั เกตและอธบิ ายการแยกสารโดยใช้แม่เหล็กดูด

วัสด-ุ อุปกรณ์
๑. สารผสม
๒. ผา้ ขาวบาง
๓. ไมจ้ ม้ิ ฟนั
๔. บีกเกอร์หรอื ภาชนะใส
๕. แม่เหล็ก
๖. ตะแกรงรอ่ น
๗. กระดาษเย่อื หรอื ถุงพลาสตกิ
วิธที �า
๑. สงั เกตสารผสม บันทกึ ผล
๒. อภิปรายและออกแบบวิธแี ยกสารผสมออกจากกนั โดยใชว้ ัสดอุ ปุ กรณ์
ท่กี าำ หนดให้ บนั ทึกผล

๒๒๘ ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู (สาํ หรบั นกั เรยี น) กลมุ สาระการเรียนรูวิทยาศาสตร ภาคเรียนท่ี ๑ ชน้ั ประถมศึกษาปท ี่ ๖ (ฉบบั ปรับปรุง)

ชือ่ -สกุล เดอื น ช้ัน เลขท่ี บ. ๔.๑ / ผ. ๑-๐๓
วนั ที่ พ.ศ.

ใบงาน ๐๓ : แยกสารผสม

บันทกึ ผลการท�ากิจกรรม
ผลการสังเกตลักษณะของสารเนื้อผสม

ผลการออกแบบวธิ ีการแยกสารเน้ือผสม

ผลการสังเกตลักษณะของสารทไี่ ด้หลังการแยกสาร

ชุดกิจกรรมการเรยี นรู (สําหรบั นักเรยี น) กลุมสาระการเรยี นรูวทิ ยาศาสตร ภาคเรยี นท่ี ๑ ชน้ั ประถมศึกษาปท ี่ ๖ (ฉบับปรบั ปรุง) ๒๒๙

ชอ่ื -สกุล เดือน ชนั้ เลขท่ี บ. ๔.๑ / ผ. ๑-๐๓
วนั ท่ ี พ.ศ.

คา� ถามหลังจากท�ากิจกรรม
๑. สว่ นประกอบในสารเนื้อผสมมีลักษณะและสมบตั อิ ยา่ งไร

๒. การแยกสารเน้ือผสมออกจากกันทาำ ได้อยา่ งไร เพราะเหตุใดจงึ ทำาเช่นนนั้

๓. วิธกี ารแยกสารเนือ้ ผสมในกจิ กรรมน้ี เรียกว่าอะไรและใช้แยกสารทีม่ ีลักษณะ
และสมบตั อิ ย่างไร

๒๓๐ ชุดกจิ กรรมการเรียนรู (สําหรบั นกั เรียน) กลมุ สาระการเรียนรวู ทิ ยาศาสตร ภาคเรียนท่ี ๑ ช้นั ประถมศึกษาปท่ี ๖ (ฉบบั ปรบั ปรงุ )

ชอ่ื -สกลุ เดือน ชัน้ เลขท่ี บ. ๔.๑ / ผ. ๑-๐๓
วนั ที่ พ.ศ.

๔. จากกิจกรรมนี้ สรุปได้ว่าอย่างไร

ชุดกิจกรรมการเรียนรู (สาํ หรบั นักเรียน) กลมุ สาระการเรยี นรูวทิ ยาศาสตร ภาคเรยี นที่ ๑ ช้ันประถมศึกษาปท ่ี ๖ (ฉบับปรับปรงุ ) ๒๓๑

ช่อื -สกลุ เดือน ชน้ั เลขที่ บ. ๔.๑ / ผ. ๑-๐๔
วนั ท่ี พ.ศ.

กิจกรรมที่ ๔ แยกของแข็งทล่ี ะลายในของเหลวได้อย่างไร

จุดประสงค์
สังเกตและอธบิ ายวธิ ีการแยกของแขง็ ที่ละลายในของเหลว

วัสดุ-อปุ กรณ์

๑. สารละลายเกลอื
๒. น้าำ
๓. จานหลมุ โลหะ
๔. ไม้ขดี ไฟ
๕. กระป๋องทราย
๖. บีกเกอร์
๗. แทง่ แก้วคนสาร
๘. ตะเกยี งแอลกอฮอลพ์ ร้อมท่ีกัน้ ลม
๙. กระดาษกรอง
๑๐. กรวยกรอง

วิธที �า
ตอนท่ี ๑
๑. เทสารละลายเกลือ ลงในจานหลุมโลหะ ๒ - ๓ หลมุ สงั เกตและบันทกึ ผล
๒. คาดคะเนและบนั ทึกว่าจะเกิดอะไรข้นึ เม่อื นำาจานหลุมโลหะไปต้งั ไฟ
๓. ทำากจิ กรรมเพ่ือตรวจสอบการคาดคะเน สงั เกตและบนั ทกึ ผล
๔. อภปิ รายและยกตัวอยา่ งการนาำ วิธกี ารแยกสารจาก
กจิ กรรมนีไ้ ปใชป้ ระโยชนใ์ นชีวิตประจำาวนั และนาำ เสนอ

๒๓๒ ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู (สาํ หรบั นักเรยี น) กลมุ สาระการเรยี นรวู ทิ ยาศาสตร ภาคเรยี นที่ ๑ ชั้นประถมศึกษาปที่ ๖ (ฉบบั ปรบั ปรุง)

ชอ่ื -สกุล เดอื น ช้นั เลขท่ี บ. ๔.๑ / ผ. ๑-๐๓
วนั ที่ พ.ศ.

ตอนท่ี ๒
๑. ตกั เกลอื ใส่ในบกี เกอรป์ ระมาณ ๒ ชอ้ น จากนน้ั ค่อย ๆ เตมิ น้าำ
จนเกลอื ละลายหมดโดยใชป้ ริมาณนำ้าใหน้ ้อยที่สดุ
๒. ทำาสารในขอ้ ๑ ให้เป็นสารละลายอิ่มตวั แล้วตง้ั สารละลายเกลือไว้
สงั เกตและบนั ทึกผลทกุ วันเป็นเวลาอยา่ งนอ้ ย ๓ วัน
๓. ใช้กระดาษกรองแยกสารในขอ้ ๒ สงั เกตและบันทกึ ผล
๔. อภิปรายและยกตัวอยา่ งการนำาวธิ กี ารแยกสารจากกิจกรรมน้ีไปใช้
ประโยชน์ในชวี ิตประจาำ วันและนำาเสนอ

ชุดกิจกรรมการเรียนรู (สําหรบั นักเรียน) กลมุ สาระการเรยี นรวู ทิ ยาศาสตร ภาคเรยี นที่ ๑ ช้นั ประถมศึกษาปท ี่ ๖ (ฉบับปรับปรุง) ๒๓๓

ชื่อ-สกุล เดอื น ชนั้ เลขท่ี บ. ๔.๑ / ผ. ๑-๐๔
วันท ่ี พ.ศ.

ใบงาน ๐๔ : แยกของแข็งท่ลี ะลายในของเหลว
ตอนท่ี ๑
จดุ ประสงค์ของกจิ กรรม

บันทกึ ผลการทา� กจิ กรรม
ผลการสงั เกตลกั ษณะของสารละลายเกลือก่อนใหค้ วามรอ้ น

ตารางที่ ๑ ลกั ษณะของสารละลายเกลอื หลงั ใหค้ วามรอ้ น

การคาดคะเน ผลการสงั เกต

๒๓๔ ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู (สาํ หรบั นักเรียน) กลุม สาระการเรียนรูว ิทยาศาสตร ภาคเรยี นท่ี ๑ ชั้นประถมศกึ ษาปท่ี ๖ (ฉบบั ปรับปรุง)

ชือ่ -สกุล เดือน ช้นั เลขท่ี บ. ๔.๑ / ผ. ๑-๐๔
วนั ที่ พ.ศ.

ค�าถามหลงั จากทา� กจิ กรรม
๑. สารทอี่ ยใู่ นจานหลมุ โลหะกอ่ นและหลงั ใหค้ วามรอ้ น เหมอื นหรอื แตกตา่ งกนั อยา่ งไร

๒. หลงั จากใหค้ วามรอ้ น สารทเ่ี หลอื อยู่ในจานหลมุ โลหะมาจากทใี่ ดและ
เกดิ ขึน้ ได้อยา่ งไร

๓. วิธีที่ทำาให้สารในขอ้ ๒ แยกออกมาจากสารละลายเกลือ เรยี กวา่ อะไร ใชแ้ ยกสาร
ทม่ี ลี กั ษณะและสมบัตอิ ย่างไร

๔. วธิ ีการแยกสารในกิจกรรมน้ี นำาไปใช้ประโยชน์อะไรได้บ้าง ยกตวั อย่าง

๕. จากกจิ กรรมนี้ สรปุ ได้วา่ อยา่ งไร

ชดุ กิจกรรมการเรียนรู (สาํ หรับนกั เรยี น) กลุม สาระการเรยี นรวู ิทยาศาสตร ภาคเรยี นท่ี ๑ ชน้ั ประถมศึกษาปที่ ๖ (ฉบับปรับปรุง) ๒๓๕

ชอื่ -สกลุ เดือน ช้นั เลขที่ บ. ๔.๑ / ผ. ๑-๐๔
วนั ท ่ี พ.ศ.

ตอนที่ ๒
จดุ ประสงคข์ องกจิ กรรม

บนั ทกึ ผลการท�ากจิ กรรม
ตารางที่ ๒ ลกั ษณะของสารละลายเกลอื หลังตงั้ ไว้

ระยะเวลาทตี่ ัง้ สารละลายเกลือไว้ (วนั ) ลกั ษณะของสารละลายเกลอื ในภาชนะหลงั ตง้ั ไว้







๒๓๖ ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู (สําหรับนักเรยี น) กลุม สาระการเรยี นรวู ิทยาศาสตร ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นประถมศกึ ษาปท่ี ๖ (ฉบบั ปรบั ปรุง)

ช่อื -สกุล เดอื น ชั้น เลขท่ี บ. ๔.๑ / ผ. ๑-๐๔
วนั ท่ ี พ.ศ.

ค�าถามหลังจากท�ากจิ กรรม
๑. หลงั จากต้ังสารละลายเกลืออมิ่ ตัวไว้ ๓ วนั สารทอี่ ยูใ่ นบีกเกอร์ มาจากทใ่ี ด
และเกดิ ขนึ้ ไดอ้ ยา่ งไร

๒. วธิ ที ีท่ าำ ให้สารในขอ้ ๒ แยกออกมาจากสารละลายเกลอื เรยี กวา่ อะไร
ใชแ้ ยกสารท่มี ีลกั ษณะและสมบัตอิ ยา่ งไร

๓. วิธีแยกสารโดยใชก้ ระดาษกรอง เรียกวา่ อะไร ใช้แยกสารที่มลี ักษณะและ
สมบัติอยา่ งไร

๔. วธิ ีการแยกสารในกิจกรรมนี้ นำาไปใชป้ ระโยชนอ์ ะไรได้บา้ ง ยกตัวอย่าง

๕. จากกิจกรรมน้ี สรุปไดว้ ่าอยา่ งไร

ชดุ กิจกรรมการเรียนรู (สําหรบั นกั เรยี น) กลุมสาระการเรียนรูวทิ ยาศาสตร ภาคเรยี นท่ี ๑ ช้นั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๖ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ) ๒๓๗

ชอ่ื -สกุล เดือน ช้ัน เลขที่ บ. ๔.๑ / ผ. ๑-๐๔
วันท่ ี พ.ศ.

๖. จากกจิ กรรมทั้ง ๒ ตอน สรุปไดว้ า่ อยา่ งไร

๒๓๘ ชุดกิจกรรมการเรียนรู (สําหรับนักเรยี น) กลุมสาระการเรยี นรวู ิทยาศาสตร ภาคเรียนท่ี ๑ ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๖ (ฉบับปรับปรุง)

ชอื่ -สกลุ เดอื น ชัน้ เลขที่ บ. ๔.๑ / ผ. ๑-๐๕
วันที ่ พ.ศ.

ใบงาน ๐๕ : แบบฝึกหัด เร่ืองการแยกสาร

๑. โยงเสน้ จับคู่สารผสมและวิธีการแยกสารจากสารผสมให้ถกู ตอ้ ง

สารผสม วธิ กี ารแยกสาร
A และ B เปน็ ของแขง็ ขนาดเลก็ ๆ การระเหยแห้ง
โดย A มขี นาดใหญก่ วา่ B การกรอง
C และ D เปน็ ของแขง็ มขี นาดใกลเ้ คยี ง
กนั และ C มสี แี ตกตา่ งจาก D

E เปน็ ของแขง็ ทไ่ี มล่ ะลายในของเหลว F การรอ่ น

G เปน็ ของแขง็ ทเี่ ปลย่ี นแปลงไดย้ ากเมอ่ื ได้ การหยบิ ออก
รบั ความรอ้ นและละลายในของเหลว H

๒. พจิ ารณาสารผสมตอ่ ไปนี้ และอธบิ ายวิธีการแยกสารออกจากกนั
ก. น้ำามันปนกบั นำ้า

ชุดกิจกรรมการเรยี นรู (สําหรับนักเรยี น) กลมุ สาระการเรยี นรูวิทยาศาสตร ภาคเรียนที่ ๑ ชั้นประถมศกึ ษาปท่ี ๖ (ฉบับปรับปรุง) ๒๓๙

ช่ือ-สกุล เดือน ชน้ั เลขที่ บ. ๔.๑ / ผ. ๑-๐๕
วนั ท ่ี พ.ศ.

ข. สารละลายน้ำาตาลทราย

ค. เปลือกหอยปนกับทราย

ง. ผงถา่ นในน้ำา

จ. เศษอาหารในนาำ้ ท้ิง

ฉ. ตะปูเหล็กกบั กรวด

๒๔๐ ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู (สาํ หรบั นักเรียน) กลุมสาระการเรียนรวู ิทยาศาสตร ภาคเรยี นท่ี ๑ ช้ันประถมศึกษาปท่ี ๖ (ฉบบั ปรับปรุง)

ชื่อ-สกุล เดอื น ช้นั เลขท่ี บ. ๔.๑ / ผ. ๑-๐๕
วันท ่ี พ.ศ.

๓. ในการจดั การขยะในครวั เรอื น ใช้วธิ ีการแยกสารดว้ ยวิธีใดบ้าง อย่างไร

๔. ปัญหานำา้ ทว่ มขังเกี่ยวข้องกับการแยกสารในชีวติ ประจาำ วันหรือไม่ อย่างไร

ชุดกจิ กรรมการเรยี นรู (สาํ หรับนักเรยี น) กลุม สาระการเรียนรวู ิทยาศาสตร ภาคเรียนท่ี ๑ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที่ ๖ (ฉบับปรบั ปรุง) ๒๔๑

ชอื่ -สกุล เดือน ช้ัน เลขที่ บ. ๔.๑ / ผ. ๑-๐๔
วันท ่ี พ.ศ.

๕. ศึกษาแผนภาพกระบวนการบาำ บัดน้ำาเสยี มีวิธกี ารอะไรบ้างที่ใช้แยกสิ่งเจอื ปนออก
จากนำ้า และแตล่ ะวธิ ีมหี ลักการอยา่ งไร

กระบวนการบาำ บดั นำา้ เสยี

สารสม้ ถงั ตกตะกอน บ่อกรอง
ตะแกรงคดั

นา้� กอ่ นบา� บดั ถงั กวน ตะกอน

กา� จัด กาก

สถานปี ม๊ั ถังน้�าใส คลอรีน

หัวจา่ ยนา้� ออก
สู่แหลง่ นา้�

๒๔๒ ชดุ กิจกรรมการเรียนรู (สําหรับนกั เรยี น) กลุมสาระการเรยี นรูว ทิ ยาศาสตร ภาคเรยี นท่ี ๑ ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๖ (ฉบบั ปรับปรงุ )

โรงเรียน ปีการศกึ ษา แบบทดสอบวชิ าวทิ ยาศาสตร์
ภาคเรยี นท่ี ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่

ชื่อ - นามสกลุ เลขท่ี ชน้ั

คำ� ชแี้ จง :
แบบทดสอบมที ั้งหมด ๓๐ ขอ้ รวม ๖ หนา้ เวลา ๖๐ นาที คะแนนเตม็ ๓๐ คะแนน
ใหเ้ ขียนเคร่อื งหมาย X ทับตวั อกั ษรหนา้ คา� ตอบทถี่ กู ต้องทส่ี ุด

คะแนนเต็ม คะแนนที่ได้

๓๐

ขอให้นกั เรยี นตั้งใจทำ� แบบทดสอบด้วยควำมซ่อื สตั ยส์ ุจริต

ชุดกิจกรรมการเรยี นรู (สาํ หรบั นกั เรียน) กลุมสาระการเรียนรูวทิ ยาศาสตร ภาคเรยี นท่ี ๑ ชัน้ ประถมศึกษาปที่ ๖ (ฉบบั ปรับปรุง) ๒๔๓

๑. การเจรญิ เตบิ โตของคนเริ่มขนึ้ เมอื่ ใด ข. หลังการปฏสิ นธิ
ก. กอ่ นการปฏสิ นธิ ง. หลงั จากคลอดได้ ๑ เดือน
ค. หลงั จากคลอดได้ ๑ วัน

๒. หลอดเลือดใดน�าเลอื ดออกจากหัวใจไปยงั สว่ นต่าง ๆ ของรา่ งกาย
ก. หลอดเลือดดา�
ข. หลอดเลือดแดง
ค. หลอดเลือดฝอย
ง. หลอดเลอื ดด�าและหลอดเลือดแดง

๓. กระบวนการหายใจเร่ิมต้นขน้ึ เม่ือใด
ก. อากาศผ่านเข้าทางจมูก
ข. อากาศผา่ นเขา้ ไปยงั ปอด
ค. อากาศผ่านเขา้ ไปยังถุงลม
ง. อากาศผ่านเข้าไปยังหลอดลม

๔. ขอ้ ใดกล่าวถกู ต้อง
ก. เมอ่ื หายใจเขา้ บริเวณทรวงอกจะพองข้นึ
ข. เมอ่ื หายใจเข้า บริเวณทรวงอกจะแฟบลง
ค. เม่อื หายใจเข้า หัวใจเราจะหยุดเตน้ ไปชั่วคราว
ง. เม่ือหายใจเข้า ระบบหมนุ เวยี นเลอื ดจะหยุดไหลไปช่วั ครู่

๕. เด็กผหู้ ญิง ๑๒ ปี ใน ๑ วันตอ้ งการพลงั งาน ๑,๖๐๐ กิโลแคลอรี โดยมื้อเช้า
และกลางวันรบั ประทานอาหารดังนี้

มอื้ เชา้ : แซนวิชแฮม (๓๙๔ kcal) นมสด (๑๕๐ kcal)
มือ้ กลางวัน : ขา้ วหมแู ดง (๕๕๑ kcal)

๒๔๔ ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู (สาํ หรับนกั เรยี น) กลุม สาระการเรยี นรูว ิทยาศาสตร ภาคเรยี นที่ ๑ ชน้ั ประถมศึกษาปท ่ี ๖ (ฉบับปรับปรงุ )

ในมื้อเย็น เด็กคนนี้ควรรบั ประทานอาหารอะไรใหไ้ ด้รบั สารอาหารครบถ้วน
และได้รับปรมิ าณพลังงานทเ่ี พียงพอกบั ความตอ้ งการของร่างกาย
ก. ขา้ วสวย (๒๓๐ kcal) ไข่เจียวหมสู บั (๒๐๐ kcal)
ข. ขา้ วเหนียวหมูทอด (๔๔๐ kcal) ชาเย็น (๘๑ kcal)
ค. ขา้ วตม้ (๒๔๐ kcal) ผดั ดอกกะหลา่� กับกงุ้ (๒๕๐ kcal)
ง. เกาเหลาลูกชิน้ หมู (๒๒๕ kcal) น้า� ส้มค้ัน (๒๔๐ kcal)
๖. ถา้ รับประทานอาหารไม่ตรงเวลา จะมีผลอยา่ งไรต่อรา่ งกาย
ก. หลอดอาหารตีบ
ข. ตบั หยุดสรา้ งน�้าดี
ค. ลา� ไส้เล็กบบี ตวั มากขึ้น
ง. กระเพาะอาหารอกั เสบ

พจิ ารณาข้อมลู ในตารางท่ี ๑ และ ๒ และตอบคา� ถามข้อ ๗-๙
ตำรำงที่ ๑ เกณฑอ์ ้ำงองิ น�ำ้ หนักตำมเกณฑส์ ่วนสูงของเพศหญิงไทยท่มี ีส่วนสูง

๑๔๕-๑๕๕ เซนติเมตร

รปู รา่ ง น้า� หนกั (กิโลกรมั )

ค่อนขา้ งผอม ไม่เกิน ๓๐
สมสว่ น ๓๑-๕๕
เรมิ่ อ้วน ๕๖ ขึ้นไป

ตำรำงที่ ๒ สว่ นสูงและน�ำ้ หนกั ของเดก็ หญิง ๓ คน

เด็กคนที่ ส่วนสงู นา�้ หนัก
(เซนติเมตร) (กโิ ลกรมั )

๑ ๑๔๘ ๔๘
๕๗
๒ ๑๕๒ ๔๘
๓ ๑๕๒

ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู (สาํ หรับนักเรียน) กลมุ สาระการเรียนรวู ิทยาศาสตร ภาคเรยี นท่ี ๑ ชนั้ ประถมศกึ ษาปท ่ี ๖ (ฉบบั ปรับปรุง) ๒๔๕


Click to View FlipBook Version
Previous Book
EmployeeSelfService (2)
Next Book
วารสารช่างพูด ฉบับที่ 2 ปี 2563