คณิตศาสตร์
นส.ณฐั ชยา สทุ ธศิ ริ มิ งคล ม5/1 เลขท 23
จำนวนเชิงซ้อน
โลกของจำนวน
จำนวนเชงิ ซอ้ น
จำนวนจริง จำนวนจนิ ตภาพ
จำนวนตรรกยะ จำนวนอตรรกยะ
จำนวนเต็ม จำนวนตรรกะทไมใ่ ชจ่ ำนวนเต็ม
จำนวนลบ จำนวนเต็มศนู ย์ จำนวนบวก หรอื จำนวนนับ
จจปำนำสรนรนกัมะะวบวคกจนนำบาณวจรทจนัตินิทำไศนไตมถมาภว่มือสม่นาอี กตีคพยจำรำรจู่เ์ตเนงิรปพองิ ิดน็ยบใขารนอยน ะยชาบจู่ใมวี บานิตแกก้ / นิยามสว่ นจินตภาพ i ว่า i = -1
\ z = a + bi = ( a , b )
แทน z เป็นจำนวนเชงิ ซอ้ นใดๆ
แทน a เปน็ จำนวนจริง
แทน bi เป็นจำนวนจินตภาพ
จำนวนเชงิ ซ้อน
- a = Re(z) เป็นส่วนจรงิ ของ z และ b = Im(z) เปน็ ส่วนจนิ ตภาพของ z
- จนิ ตภาพแท้ ไมม่ ีส่วนจรงิ เลย เช่น z = 2i จนิ ตภาพไมแ่ ท้ มีส่วนจรงิ
เช่น z = 2+i Re(z) = 2 Im(z) = 1
ค่าของ i n (วน loop ทค วรร้)ู
iา า-
=
i l 11 )2 1)l=
=
า- า- -
P= I 2. i " )( iา= = -11 i 1 i= - = - -1
= 1
-
i4 i. i ' = 1- 1) ( - 1)
=
i5 i 4. i 1 = 1 า)( i ) = i
= = -1
i° i 4. i 2 = (1) ( - 1)
=
วน i , - 1 , - i , 1 ทกุ ๆ 4 ตวั
0 ตวั อย่าง 1098
243 = 243 25 = 25 I = 1098
4 4
i I
61 2742
40 = =
4 4
= 603 เศษ 1 = เศษ 2 = -1
i
4 า-
i
Iเศษ 3 = -
i. i "" i= - i. i 25 ""
= i. i =
i+ i2 + i 3 + +i "
= o
...
tlltt= t+ (A) +
) ttl+✗ + . + - 1)
..
= -1
> ทุก 4 ตวั บวกกนั ไดเ้ ท่ากบั 0
จำนวนเชงิ ซ้อน
1 การบวก ลบ และคูณกันของจำนวนเชิงซอ้ น
กำหนดให้ z 1 = 4 + 5i และ z 2 = -3 + 3i
- 2 า +22 = 14+5 I 1 + 1 3- + 3 I ) = 1+8 I
= 14+5 II - l -3 t 3 I ) = 7 + 2 i
Zz2- -
า
222- - = ( 4+5 i ) ( -3 +3 I ) = -12 - 3 i + 15 l - 1)
า
= -12 -3 I - 15
= -27 - 3 I
32222- - = 214 t 5 i ) - 31 - 3+3 i ) = 8 +10 i + 9- 9 I
= 1 7- I
า
e สังยคุ ของจำนวนเชงิ ซ้อน ( conjugate )
การกลับเครองหมายส่วนจนิ ตภาพ z = a + bi > z = a - bi
- 2t 3i I = 2- 3 I ฒื๋
- 1- 2 i I = 1+2 i 2=2 + i
I 12,11
3- I= 3
-2 i- Z= + 2i
Il 2 า - 1)
ผ๋ืสู้
จำนวนเชงิ ซอ้ น
1 สมบตั ขิ องสงั ยคุ ของจำนวนเชงิ ซ้อน
กำหนด z , z 1 , z 2 เป็นจำนวนเชงิ ซ้อนจะไดว้ ่า
1. z = z
2. z z = a + b2 2
- latbi ) ( a- bi )
3. z 1 + z 2 = z 1 + z 2
4. z z = z z'
12" 2
1
5. H = (E) เมอ z2 = o
6. ถา้ f(x) = 0 มี z 1 เป็นคำตอบสมการ จะไดว้ า่ z 1 เป็นคำตอบของสมการดว้ ย
โดยมีข้อแมว้ ่าสมั ประสทิ ธทุกตสั ของพหนุ ามต้องเปน็ จำนวนจรงิ
7. z + z = 2 Re(z) หรอื 2a latyi ) +1 a- bt ) = 2 a
8. z - z = 2 Im(z) หรือ 2bi
✗1 ¢ + bi 1- 1- bi ) = 2 bi
ตัวอยา่ ง จงหาตวั ประกอบของ P(x) = (x2+9)(x-1)
2 =0
× +q
2
✗ q=
-
X =± q-
=± 9 -1
= ± 3I
X= 1,3 i , -3 i
b* X = - ± b2- 4 ac
2a
b 2- 4 ac < 0 ใน นวน เ ง อน
จ้ซิชำ
จำนวนเชิงซ้อน
" คา่ สมั บูรณข์ องจำนวนเชงิ ซ้อน ( เป็นขนาดทจะมคี ่ามากกวา่ เทา่ กับศนู ยเ์ สมอ )
โดย z = a2 + b2 ถ้า z =2 a 2 + b2
z = 3- 4 I n
121 = (3) 2 1- 4) 2 C 7 C ลา b)
+
1
= 9+16
1 21 1
= 25
1b
5=
>
a
สมบตั ิของค่าสมั บรู ณข์ องจำนวนเชงิ ซ้อน
1. z - z = |z| 2
2. |z| = |z้| = |-z| = z, z
3. 1 ย ง 2=1 + i
z 1 จง หา ,µ
12 l = 1 4 12
= = 2
121
4. 2 1 l ำ 1 เอ Zz =/ 0 12 1 12
= =
22 12 21 →
5. |z ' z | = |z | ' |z |
12 12 ( 2 { g 12
6. |z n | = |z| n = 26
7. |z + z2 | < |z1 | + |z2 | = 64mn
1
8. |z - z | > |z | - |z |
12 12
่ืมู่ย้ึห่ก
จำนวนเชงิ ซอ้ น
ตวั อยา่ ง จงหา |z| หากกำหนดให้ z เปน็ ดังต่อไปน
1. 2 + i → 121 = 22+12
= 5
2. 2- I → 121 = 24 2
= ( - 1)
= 4+1
5
2 II3. - → 121 = (E) 41 - # 2
= #¥
า=
=1
4. - 3- 4 I | 21→ = 22
= 1- 3) + 1- 4)
25
5=
5. 5- 12 I → 121 = 52+1 - ☒ 2
= 169
= 13
ข้
จำนวนเชงิ ซ้อน
- การหารกันของจำนวนเชงิ ซอ้ น
โดยหลักการ คอื คอนจเู กตให้สว่ นเป็นจำนวนจริง
21 Z2 า = 21 ' 5 2
= 2.
22 Zz Z 2 | 2 2 12
ตัวอยา่ ง จงหาคำตอบของ 1+2 i
2- 3 I
= 2+7 it Gi 2
4- 9 i
= -4 t 7 I
4+9
= -4 + 7 I
1 3 13
\ การหาอนิ เวอร์สการคณู
จำนวนทคูณแล้วกลบั ไปได้เอกลักษณ์ หรอื เลข 1
จาก " = 1 งน " = 1 = a- bi
2- 2
z
tkf = 1 2 a 2 + b2
b=
I. § 2 a- bi
a+
b2
ด้ันั
จำนวนเชงิ ซ้อน
- การเขียนจำนวนเชิงซอ้ นในรปู เชงิ ขว (Polar Form)
* มองจาก a + bi เป็น x + yi จะไดค้ ำตอบตามแตล่ ะแกน *
- เมอ กำหนด 0 เปน็ มมุ บวกทเลก็ ทสดุ ซง วดั ทวนเข็ม จากแกน x ทางบวกไปยงั
เวคเตอร์ oz และ r = |oz| คอื ระยะจากจุดกำเนดิ ไปยัง z จะได้ความสมั พนั ธ์วา่
x = rcos0 และ y = rsin0
และทำให้เราสามารถเขยี นจำนวนเชงิ ซอ้ น z ได้ในรปู แบบใหมเ่ ป็น
z = x + yi = r (cos0 + isin0) = rcis0
ซง r = |z| = x 2 + y2 และ tan0 = y เมอ x = 0 (ชว่ ยให้หามมุ ง่ายขน)
✗
โดยเราจะเรียน r วา่ โมดลู สั (modulus) ของ z และ 0 ว่า อาร์กวิ เมนต์ (argument)
ของ z ซง บางครงใช้สญั ลกั ษณ์ arg(z)
ตัวอย่าง จงเขียนจำนวนเชิงซ้อนตอ่ ไปนใ นรปู เชงิ ขว
12 ji1. + +24→ 121 = I
1=
= 11 COS 60 + Isin 60 )
= 1 cis °
60
2. 1 + I → 121 = 12+ 12
= 2
=
21 า + า i |
จำนวนเชงิ ซ้อน
= 2 lcose + sin e)
= 2 CIS 45 °
3. 1- I → 121 = 2 2
า+
1- 1)
= 2
= 21 า -
( )2
= ° ISI n 315 °
=
c 05 3 15 +
2 CIS 315 °
4. -1 + I → 121 = ( - 1) 2+12
= 2
= 21 า -
( )2
= ° ISI ทาง 5 °
cos 135 +
= 2 CIS °
135
i5. - 1- → 121 = 22
( - 1) ( 1)+ -
= 2
= at า - H
( )2
= ° ISI n °
c 05 2 25 + 225
= 2 CIS 225 °
จำนวนเชงิ ซอ้ น
6. 1 t 3 i → 121 = 12 + 2
= (3)
1+3
4=
2=
= 21 ± + { i /
= 2 cis °
60
7. 2 I → 121 = 02 + 22
=4
2=
= 2 lcos ° + Isin 9 1
90
= 2 CIS 90 °
- การดำเนินการของจำนวนเชิงซ้อนในรปู เชงิ ขว
ทฤษฎบี ทให้ z = r cos0 และ z = r cis0 โดยท z = 0
2
z1 z 2 = r1 r2 cis (01 +02 )
cis (0 - 0 )1
=ท
2 V2
12
z =า- 1 = cis1 (-0 )
2
22 52
z 1 = r1 cis (-01 )
อํ
จำนวนเชงิ ซ้อน
ตัวอย่าง ให้ z 1 = 4cis120° z 2 = 2cis60°
1. 2,22 = (4 CIS 120 ° ) 12 Cis ° 1
60
= (4) (2) CIS 112 +60° 1
= 8 CIS ° ' ทฤษฎีบทของเดอมวั ร์ (De Moivre’s
Theorem
180 ชว่ ยให้ยกกำลังง่ายขน
z = r n [cis(n0)]
21 ¥= CIS 1 ° -60 ° |
exi 24 = 24 cis 1 6 01 4) 1
2. 22 1 20
= 2 CIS °
60
= 16 CIS °
240
3. 2 I= cis C- 1°
60
4. I = 4 CISI -120° 1
า
= 4 CIS °
240
/ รากท n ของจำนวนเชิงซ้อน
ทฤษฎีบท ถ้า z = rcis0 แล้วรากท n ของ z มีทงหมด n รากทแ ตกตา่ งกัน คือ
z r= lcisl ำ + ำ< | เมอ k = 1 , 2 , 3 , … , (n - 1)
ตัวอยา่ ง 2 = 8 CIS ° หา 2
270
2 = 8 } lcisl " + ง k 1)
= 2 CIS l 90 +120K 1 K = 0 า 1,2
°
21 = 2 CIS 90,22 = 2 CIS ำ210 2g = 2 CIS 330
ืง๋ว๋วุท่ีท่ีท่ิวํอ
ตัวอยา่ งโจทย์จำนวนเชงิ ซ้อน
1. กำหนดให้ z เป็นจำนวนเชิงซ้อนทส อดคลอ้ งกบั สมการ (1 + i)z + (3 - 1)z = 6 + 2i
เมอ i 2 = -1 และ z แทนสังยคุ (conjugate) ของ z คา่ ของ |(z - z)(z + z)l เท่ากบั เทา่ ใด
8 01 ( 1 + i ) ( a- bi ) tl 3- illatbi ) = 6+2 i
2+3a- bi + ai - bi a +3 bi ai- - bi 2 = 6+2 i
4 a + 2 bt 2 b I = 6+2 i
4 at 2 (1) = 6
2 bi = 2 i
b 1=
4 a +2 (1) = 6
a =1
→ 112 - E) 12 + Z 11 อ latbi ) +1 a- bi ) = 2ล | 14 abi 1
Catbi ) + l a- bi ) = 2 bi
14 abil = 14 i 1
= 10 + 4 Il
= 02 + 42
= 4*
คื