The 9 th Student Symposium of Computer Education | Department of Computer Education | Faculty of Education | Udon Thani Rajabhat University Computer Education | เกมเสริมการเรียนรู้ เรื่อง การดูแลรักษาอุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศ สำหรับนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 3 Games to enhance learning about maintenance of information technology equipment for Students in grade 3 วรินทร์ศรีสุวรรณ1 และนิพล สังสุทธิ2 สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ศึกษา คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี บทน ำ ควำมเป็นมำและควำมส ำคัญของปัญหำ ปัจจุบันการพัฒนาด้านเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และการสื ่อสารได้น ามาใช้เป็นเครื ่องมือ ช ่วยในการท างาน การศึกษา และพัฒนาอย ่างก้าวกระโดด เป็นการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพและ สะดวกสบายมากขึ้น (เกศกนก วงษ์นอก,2554) การเรียนรู้และการสื่อสารเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศที่ ผ่านมาส่งผลให้พฤติกรรมและความสนใจในการเรียนการของนักเรียนในยุคนี้เปลี่ยนไป การจัดการเรียนรู้ ให้แก่นักเรียน จึงไม่มุ่งเน้นเพียงแค่การเรียน ส าหรับการด าเนินชีวิตในยุคเศรษฐกิจดิจิทัลที่ต้องมีพื้น ฐานความรู้และทักษะเพื ่อแก้ปัญหาในชีวิตจริงหรือพัฒนานวัตกรรม และใช้ทรัพยากรด้านเทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสารในการสร้างองค์ความรู้หรือสร้างมูลค่าให้เกิดขึ้นได้อย่างสร้างสรรค์สถาบัน ส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ได้ตระหนักถึงความส าคัญของการพัฒนาทักษะของ ผู้เรียนให้ด ารงชีวิตอยู่ได้อย่างมีคุณภาพในศตวรรษที่ 21 จึงได้ปรับเปลี่ยนหลักสูตรเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื ่อสารไปสู ่หลักสูตรวิทยาการค านวณ ที ่มุ ่งเน้นให้ผู้เรียนได้พัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ แก้ปัญหาอย่างเป็นขั้นตอนและเป็นระบบ มีทักษะการคิดเชิงค านวณ และเป็นผู้ที่มีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมในการใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์(สสวท., 2560) วัตถุประสงค์ของกำรศึกษำ 1. เพื ่อพัฒนาคอมพิวเตอร์ช ่วยสอน เรื ่อง การดูแลรักษาอุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศ ส าหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 2. เพื ่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระหว ่างก ่อนเรียน และหลังเรียนของนักเรียน ที่เรียนด้วยคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง การดูแลรักษาอุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศ ส าหรับนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
The 9 th Student Symposium of Computer Education | Department of Computer Education | Faculty of Education | Udon Thani Rajabhat University Computer Education | 3. เพื่อศึกษาความพึงพอใจของผู้เรียนและผู้เชี่ยวชาญที่มีต่อสื่อการสอน คอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง การดูแลรักษาอุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศ ส าหรับ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 เอกสำรและงำนวิจัยที่เกี่ยวข้อง ในงานวิจัย คอมพิวเตอร์ช ่วยสอน เรื ่อง การดูแลรักษาอุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศ ส าหรับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ผู้วิจัยได้ก าหนดเนื้อหา เอกสาร และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ดังหัวข้อต่อไปนี้ 1. หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2560) กลุ่ม สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ สาระเทคโนโลยี (วิทยาการค านวณ) ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 2. ทฤษฎีการเรียนรู้ที่เกี่ยวข้องกับเกมเสริมการเรียนรู้ 3. การพัฒนาเกมเสริมการเรียนรู้โดยใช้ ADDIE Model 4. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 5. ความพึงพอใจ 6. งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง วิธีด ำเนินกำรศึกษำ คอมพิวเตอร์ช ่วยสอน เรื ่อง การดูแลรักษาอุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศ ส าหรับนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ในครั้งนี้ ผู้ศึกษาได้ด าเนินการตามล าดับขั้นตอน ดังนี้ 1. ประชากรและกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา 2. เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา 3. การสร้างเครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา 4. การด าเนินการและการเก็บรวบรวมข้อมูล 5. การวิเคราะห์ข้อมูล 6. สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ประชำกรที่ใช้ในกำรศึกษำ ประชากร ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนสุทธสิริโสภา อ.รัตนวาปี จ.หนองคาย ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 จ านวน 9 คน ได้มาโดยการเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (Purposive sampling) เครื่องมือที่ใช้ในกำรศึกษำ
The 9 th Student Symposium of Computer Education | Department of Computer Education | Faculty of Education | Udon Thani Rajabhat University Computer Education | 1. คอมพิวเตอร์ช ่วยสอน เรื ่อง การดูแลรักษาอุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศส าหรับนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 2. แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ก ่อนเรียน (Pretest) และหลังเรียน (Posttest) การดูแลรักษา อุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศ ที่เรียนด้วย คอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง การดูแลรักษาอุปกรณ์เทคโนโลยี สารสนเทศ วิชาเทคโนโลยี (วิทยาการค านวณ) ส าหรับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 3. แบบสอบถามความพึงพอใจของผู้เรียนและผู้เชี ่ยวชาญที ่มีต ่อคอมพิวเตอร์ช ่วยสอน เรื ่อง การดูแลรักษาอุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศ วิชาเทคโนโลยี (วิทยาการค านวณ) ส าหรับ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ผลกำรวิเครำะห์ข้อมูล คอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง การดูแลรักษาอุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศ ส าหรับนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 3 ในครั้งนี้ มีล าดับขั้นตอนในการน าเสนอข้อมูล ดังนี้ 1. ล าดับขั้นตอนในการเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล 2. ผลการวิเคราะห์ข้อมูล ล ำดับขั้นตอนในกำรเสนอผลกำรวิเครำะห์ข้อมูล 1. การวิเคราะห์เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระหว่างก่อนเรียน – หลังเรียน ของนักเรียน ที่เรียนด้วยคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง การดูแลรักษาอุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศ ส าหรับนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 3 2. ความพึงพอใจของผู้เรียนและผู้เชี่ยวชาญที่มีต่อสื่อ คอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง การดูแลรักษา อุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศ ส าหรับ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ผลกำรวิเครำะห์ข้อมูล 1. การวิเคราะห์เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระหว่างก่อนเรียน – หลังเรียน ของนักเรียน ที่เรียนด้วยคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง การดูแลรักษาอุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศ ส าหรับนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 3 การวิเคราะห์เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระหว่างก่อนเรียน – หลังเรียน ของนักเรียนที่ เรียนด้วยเกมเสริมการเรียนรู้ เรื่อง การดูแลรักษาอุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศ ผู้ศึกษาได้น าข้อมูลจาก การท าแบบทดสอบก่อนเรียน และหลังเรียนของกลุ่มตัวอย่าง แสดงผลดังตารางที่ 4.1
The 9 th Student Symposium of Computer Education | Department of Computer Education | Faculty of Education | Udon Thani Rajabhat University Computer Education | ตำรำงที ่ 4.1 การวิเคราะห์เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระหว ่างก ่อนเรียน – หลังเรียน ของนักเรียนที ่เรียนด้วยคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื ่อง การดูแลรักษาอุปกรณ์เทคโนโลยี สารสนเทศส าหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 กลุ่มทดลอง N ̅ S.D. t df Sig. ก่อนเรียน 9 12.26 3.31 15.24 22 0.00* หลังเรียน 9 16.35 1.94 *มีนัยส ำคัญทำงสถิติที่ระดับ.05 จากตารางที่ 4.1 พบว่า นักเรียนที่เป็นกลุ่มตัวอย่างจ านวน 9 คน มีค่าเฉลี่ยของคะแนนทดสอบ ก่อนเรียนเท่ากับ 12.26 และมีค่าเฉลี่ยของคะแนนทดสอบหลังเรียนเท่ากับ 16.35 แสดงว่า ผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนหลังเรียนการดูแลรักษาอุปกรณ์เทคโนโลยีสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยส าคัญ .05 ซึ่งเป็นไป ตามสมมติฐานที่ตั้งไว้ 2. ความพึงพอใจของผู้เรียนและผู้เชี่ยวชาญที่มีต่อสื่อการสอน คอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง การ ดูแลรักษาอุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศ ส าหรับ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ความพึงพอใจของผู้เรียนและผู้เชี่ยวชาญที่มีต่อสื่อการสอน คอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง การดูแล รักษาอุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศ ปรากฏผลดังตารางที่ 4.2 และตารางที่ 4.3 ตำรำงที่ 4.2 ความพึงพอใจของผู้เรียนที ่มีต ่อคอมพิวเตอร์ช ่วยสอน เรื ่อง การดูแลรักษาอุปกรณ์ เทคโนโลยีสารสนเทศ ส าหรับ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ข้อที่ รำยกำรประเมิน ̅ S.D. ควำมหมำย ล ำดับ ด้ำนเนื้อหำ 1 เนื้อหาเข้าใจง่าย 2.74 0.53 มาก 1 2 เนื้อหามีความสอดคล้องกันทั้งบทเรียน 2.65 0.48 มาก 3 3 กิจกรรมระหว ่างเรียนของบทเรียน น่าสนใจ 2.43 0.77 มาก 6 ด้ำนกำรออกแบบ และปฏิสัมพันธ์ 4 ภาพนิ่ง และภาพเคลื่อนไหวน่าสนใจ 2.70 0.62 มาก 2 5 สีตัวอักษร และขนาดตัวอักษรอ่านง่าย 2.43 0.71 มาก 6 6 ปุ่มควบคุมบทเรียนใช้งานง่าย 2.48 0.77 มาก 5
The 9 th Student Symposium of Computer Education | Department of Computer Education | Faculty of Education | Udon Thani Rajabhat University Computer Education | 7 เสียงบรรยาย และเสียงประกอบบทเรียน เข้าใจง่าย 2.52 0.71 มาก 4 ด้ำนควำมพึงพอใจที่มีต่อกำรสอน 8 สื่อการสอนมีประโยชน์ต่อนักเรียน 2.43 0.77 มาก 6 9 นักเรียนมีความน ่าประทับใจในสื ่อการ สอน 2.39 0.77 มาก 7 10 นักเรียนมีความประทับใจในสื่อการสอน 2.52 0.77 มาก 4 รวม 2.53 0.69 มาก จากตารางที่ 4.2 พบว่าความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนสุทธสิริโสภา จ านวน 9 คน ที ่มีต ่อคอมพิวเตอร์ช ่วยสอน เรื ่อง การดูแลอุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศ ส าหรับนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 3 โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก (̅= 2.53, S.D. = 0.69) เมื่อพิจารณารายด้านพบว่า ด้านเนื้อหามีค่าเฉลี่ยสูงสุด 3 อันดับได้แก่ เนื้อหาเข้าใจง่าย เนื้อหามีความสอดคล้องกันทั้งบทเรียน และ กิจกรรมระหว ่างเรียนของบทเรียนน ่าสนใจ (̅= 2.74, 2.65 และ 2.43 ตามล าดับ) ด้านการ ออกแบบ และปฏิสัมพันธ์มีค่าเฉลี่ยสูงสุด 3 อันดับได้แก่ ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหวน่าสนใจ เสียง บรรยาย และเสียงประกอบบทเรียนเข้าใจง่าย (̅= 2.70, 2.52 และ 2.48 ตามล าดับ) ด้านความพึง พอใจที่มีต่อการสอน มีค่าเฉลี่ยนสูงสุด 3 อันดับได้แก่ นักเรียนมีความประทับใจในสื่อการสอน สื่อการ สอนมีประโยชน์ต่อนักเรียน และนักเรียนมีความน่าประทับใจในสื่อการสอน (̅= 2.53, 2.43 และ 2.39 ตามล าดับ) ตำรำงที่ 4.3 ความพึงพอใจของผู้เชี่ยวชาญที่มีต่อคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง การดูแลรักษาอุปกรณ์ เทคโนโลยีสารสนเทศ ส าหรับ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ข้อที่ รำยกำรประเมิน ̅ S.D. ควำมหมำย ล ำดับ ด้ำนเนื้อหำ 1 เนื้อหาเข้าใจง่าย 3.00 0.00 มาก 1 2 เนื้อหามีความสอดคล้องกันทั้งบทเรียน 2.67 0.47 มาก 2 3 กิจกรรมระหว ่างเรียนของบทเรียน น่าสนใจ มีความเหมาะสม 3.00 0.00 มาก 1 4 ปริมาณของเนื้อหามีความเหมาะสม 2.67 0.47 มาก 2 5 ความชัดเจนในการอธิบายเนื้อหา 2.33 0.94 มาก 3
The 9 th Student Symposium of Computer Education | Department of Computer Education | Faculty of Education | Udon Thani Rajabhat University Computer Education | 6 ความเหมาะสมของเนื้อหากับระดับของ ผู้เรียน 3.00 0.00 มาก 1 ด้ำนกำรออกแบบ ภำพ เสียง ภำษำ และปฏิสัมพันธ์ 7 ภาพนิ ่ง และภาพเคลื ่อนไหว น ่าสนใจ มีความเหมาะสม 2.67 0.47 มาก 2 8 สีตัวอักษร และขนาดตัวอักษร อ่านง่าย มี ความเหมาะสม 3.00 0.00 มาก 1 9 ปุ ่มควบคุมบทเรียนใช้งานง ่าย และสื่อ ความหมายได้ชัดเจน 3.00 0.00 มาก 1 10 เสียงบรรยาย และเสียงประกอบบทเรียน มีความเหมาะสม 3.00 0.00 มาก 1 11 ความถูกต้องของภาษาที่ใช้ 3.00 0.00 มาก 1 12 ความตรงตามเนื้อหาของภาพที่น าเสนอ 2.67 0.47 มาก 2 13 ภาพการฟิกที่ใช้ประกอบบทเรียน มีความ เหมาะสม 2.33 0.94 มาก 3 ด้ำนควำมพึงพอใจต่อสื่อกำรสอน 14 สื่อการสอนมีประโยชน์ต่อนักเรียน 2.67 0.47 มาก 2 15 ผู้เชียวชาญมีความประทับใจในสื ่อการ สอน 2.33 0.94 มาก 3 16 ความน ่าสนใจของสื ่อการสอนชวนให้น่า ติดตาม 3.00 0.00 มาก 1 17 การใช้ประโยชน์ของคอมพิวเตอร์ในการใช้ สื่อการสอน 2.67 0.47 มาก 2 18 ความทันสมัยของการใช้สื่อการสอน 2.67 0.47 มาก 2 รวม 2.79 0.27 มาก
The 9 th Student Symposium of Computer Education | Department of Computer Education | Faculty of Education | Udon Thani Rajabhat University Computer Education | จากตารางที่ 4.3 พบว่าความพึงพอใจของผู้เชี่ยวชาญจ านวน 1 ท่าน ที่มีต่อคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง การดูแลอุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศ ส าหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โดยภาพรวมอยู่ใน ระดับมาก (̅= 2.77, S.D. = 0.30) เมื่อพิจารณารายด้านพบว่า ด้านเนื้อหา มีค่าเฉลี่ยนสูงสุด 3 อันดับ ได้แก ่ เนื้อหาเข้าใจง ่าย (̅= 3.00 กิจกรรมระหว ่างเรียนของบทเรียนน ่าสนใจ มีความเหมาะสม (̅= 3.00 และความเหมาะสมของเนื้อหากับระดับของผู้เรียน (̅= 3.00, 3.00 ตามล าดับ) ด้านการออกแบบ ภาพ เสียงภาษา และปฏิสัมพันธ์มีค่าเฉลี่ยสูงสุด 4 อันดับได้แก่ สีตัวอักษร และขนาด ตัวอักษร อ่านง่าย มีความเหมาะสม (̅= 3.00 ปุ่มควบคุมบทเรียนใช้งานง่าย และสื่อความหมายได้ ชัดเจน (̅= 3.00 เสียงบรรยาย และเสียงประกอบบทเรียน มีความเหมาะสม (̅= 3.00 และความถูก ต้องของภาษาที ่ใช้ (̅= 3.00 ตามล าดับ) ด้านความพึงพอใจต ่อสื ่อการสอน มีค ่าเฉลี ่ยสูงสุด ได้แก่ ความน่าสนใจของสื่อการสอนชวนให้น่าติดตาม (̅= 3.00, S.D. = 0.00) สรุป อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ คอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง การดูแลรักษาอุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศ สำหรับนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ในครั้งนี้ มีประเด็นสำคัญสรุปได้ดังนี้ วัตถุประสงค์ของการศึกษา 1. เพื่อพัฒนา คอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง การดูแลรักษาอุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 2. เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระหว่างก่อนเรียน และหลังเรียนของนักเรียน ที่เรียนด้วยคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง การดูแลรักษาอุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศ สำหรับนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 3. เพื่อศึกษาความพึงพอใจของผู้เรียนและผู้เชี่ยวชาญที่มีต่อคอมพิวเตอร์ช่วย เรื่อง การดูแล รักษาอุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศ สำหรับ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 สมมติฐานการศึกษา 1. คอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง การดูแลรักษาอุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศ สำหรับนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ใช้สำหรับการเรียนการสอน 2. ผู้เรียนที่เรียนด้วยคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง การดูแลรักษาอุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศ สำหรับ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญ .05
The 9 th Student Symposium of Computer Education | Department of Computer Education | Faculty of Education | Udon Thani Rajabhat University Computer Education | 3. ผู้เรียนและผู้เชี่ยวชาญ มีความพึงพอใจต่อคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง การดูแลรักษาอุปกรณ์ เทคโนโลยีสารสนเทศ สำหรับ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 อยู่ในระดับมาก ข้อเสนอแนะ 1. ข้อเสนอแนะในการนำไปใช้ 1.1 ครูผู้สอนควรทำความเข้าใจและเลือกรูปแบบการจัดการเรียนรู้มีการใช้สื่อการสอนให้ เหมาะสมกับสาระการเรียนรู้และวัยของนักเรียน 1.2 ก่อนให้นักเรียนเรียนด้วยสื่อการสอน ครูผู้สอนต้องอธิบายวิธีการใช้สื่อการสอนก่อน เพื่อให้การเรียนรู้โดยใช้สื่อการสอนมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น 1.3 ครูผู้สอนต้องเตรียมเครื่องมืออุปกรณ์ที่ต้องใช้ในการเรียนการสอน เช่น ลงสื่อการสอนไว้ ในเครื่องคอมพิวเตอร์ให้พร้อมก่อนนักเรียนจะเข้ามาเรียนเพื่อไม่เป็นการเสียเวลา เตรียมหูฟัง หรือลำโพง เป็นต้น 2. ข้อเสนอแนะเพื่อทำการศึกษาครั้งต่อไป 2.1 ควรมีการพัฒนาสื่อการสอนให้สามารถเรียนรู้บนระบบปฏิบัติการของสมาร์ตโฟน เพื่อให้ นักเรียนสามารถศึกษาได้ในกรณีที่โรงเรียนไม่มีความพร้อมด้านอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ 2.2 ควรมีการสร้างฐานข้อมูลแสดงชื่อ ชั้น เลขที่ และคะแนนของผู้เรียนในสื่อการสอน เพื่อความ สะดวกในการดูข้อมูลที่บันทึก และสามารถเริ่มใช้สื่อการเรียนรู้ต่อจากเดิมที่บันทึกได้เอกสารอ้างอิง กชพร ราชธรรมมา. (2560). การพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่องคำศัพท์ภาษาอังกฤษสำหรับ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4. มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์. กชพร ราชธรรมมา. (2560). การพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่องคําศัพท์ภาษาอังกฤษสําหรับ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4. มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์. กุลธิดา ชูเสน และกาญจนา ธนนพคุณ. (2556). การพัฒนารูปแบบการสอนโดยอาศัยแอปพลิเคชันการ อ่านออกเสียงด้วยระบบรู้จำเสียงพูด และเกมทายคำศัพท์ภาษาอังกฤษ. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี ราชมงคลพระนคร กรุงเทพมหานคร. เกศกนก วงษ์นอก. (2554). การพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง การดำรงชีวิตของพีช กลุ่ม สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4. มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม ชฎาพร ยางเงิน. (2561). เรื่อง การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษโดยใช้เกมสำหรับ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2. ครุศาตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม. ไชยยศ เรื่องสุวรรณ. (2551). การพัฒนาคอร์สแวร์และบทเรียนบนเครือข่าย. (พิมพ์ครั้งที่ 12). คณะ ศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
The 9 th Student Symposium of Computer Education | Department of Computer Education | Faculty of Education | Udon Thani Rajabhat University Computer Education | ณัฐกฤตา มะโนสุวรรณ และคณะ. (2558). การพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน โดยใช้การเสริมแรง แบบดีอาร์โอเรื่อง การวาดภาพด้วยโปรแกรม Paint Brush เพื่อลดสภาวะสมาธิสั้นของนักเรียนที่มี ความบกพร่องทางสติปัญญา. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นิภาพร ชนะมาร. (2556). การพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนเรื่อง “การเขียนโปรแกรมบนเว็บ”. มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร. บุญชม ศรีสะอาด. (2545). การวิจัยเบื้องต้น. พิมพ์ครั้งที่ 7. กรุงเทพฯ: สุวีร