1 รายงานผลการจัดกิจกรรมโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ระดับประถมศึกษาปีที่ 1 ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนบ้านศาลาพระม่วง อำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากระบี่ จัดทำโดย นางสุดา บุตรหลี
2 รายงานผลการจัดกิจกรรมโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย" ระดับประถมศึกษาปีที่ 1 ปีการศึกษา 2566 จัดทำโดย นางสุดา บุตรหลี โรงเรียนบ้านศาลาพระม่วง อำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากระบี่
3 คํานํา การจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์เป็นการเปิดโอกาสให้นักเรียนได้มีส่วนร่วมในการทำ กิจกรรม โดยใช้ประสบการณ์ตรงของนักเรียน นักเรียนได้ลงมือปฏิบัติจริง โดยมีครูเป็นผู้คอยกระตุ้น เพื่อให้นักเรียนเกิดความ สนใจการเรียนรู้มากขึ้น การทดลองวิทยาศาสตร์เป็นกระบวนการแสวงหา ความรู้ และค้นคว้า หาคําตอบในสิ่งที่ นักเรียนเกิดความอยากรู้ หรือสงสัยด้วยการหาคําตอบด้วยวิธีการ ต่าง ๆ โดยธรรมชาติของเด็ก มีความอยากรู้ อยากเห็น มีความคิดการกระทำเป็นของตนเอง ครูควรจัด ประสบการณ์ให้นักเรียนได้สังเกต ได้สัมผัส ได้ทดลอง เพื่อตอบสนองธรรมชาติของการเรียนรู้ ช่วยให้เกิด ความเจริญงอกงามทางปัญญา การได้คิด ได้สังเกต ได้สำรวจ ได้ค้นคว้าทดลองและปฏิบัติจริงด้วยตนเอง จะช่วยให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้ มีความเข้าใจในระยะยาวมากยิ่งขึ้น ขอขอบพระคุณ นายชํานาญ บุญทิพย์ ผู้อํานวยการโรงเรียนบ้านศาลาพระม่วง ศึกษานิเทศก์ สำนักงานเขต พื้นที่การศึกษาประถมกระบี่ และคุณครูทุกท่านที่ให้คําปรึกษา ให้ข้อแนะนํา ในการวาง แผนการทำงานร่วมกัน ทำให้ รายงานการจัดการเรียนรู้กิจกรรมบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ระดับประถมศึกษา 8 กิจกรรม สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี ผู้จัดทำหวังรายงานการจัดการเรียนรู้กิจกรรมบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ระดับ ประถมศึกษา 8 กิจกรรมเล่มนี้ จะเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่นําไปใช้ และพัฒนาเด็กในระดับชั้นประถมศึกษาปี ที่ 1-3 ต่อไป จึงขอขอบคุณ มา ณ โอกาสนี้ โรงเรียนบ้านศาลาพระม่วง คณะผู้จัดทำ
4 สารบัญ เรื่อง หน้า ตารางการวิเคราะห์กิจกรรมการสืบเสาะเกี่ยวกับร่างกาย 5 กิจกรรมร่างกายและทักษะที่เกี่ยวข้อง กิจกรรมที่ 1 ลายนิ้วมือ 8 กิจกรรมที่ 2 การทดสอบความรู้สึก 13 กิจกรรมที่ 3 ไม่เห็นไม่ได้ยิน 19 กิจกรรมที่ 4 การได้รับกลิ่น 24 กิจกรรมที่ 5 การปรุงรส 30 กิจกรรมที่ 6 ความสูงของฉัน 36 กิจกรรมที่ 7 โครงกระดูก 42 กิจกรรมที่ 8 มือยาง 49 ภาคผนวก
5 ตารางการวิเคราะห์กิจกรรม การสืบเสาะเกี่ยวกับร่างกาย
6 ตารางการวิเคราะห์กิจกรรมการสืบเสาะเกี่ยวกับร่างกาย คำชี้แจง วิเคราะห์แนวคิดและทักษะที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมและทำเครื่องหมาย ✓ ลงในตารางตาม ความคิดของท่าน แนวคิดและทักษะ กิจกรรมการสืบเสาะเกี่ยวกับ ร่างกาย กิจกรรม 1. ไม่ เห็น ไม่ได้ยิน 2. ลาย นิ้วมือ 3. โครง กระดูก 4. การ ปรุงรส 5. การ ทดสอบ ความรู้สึ ก 6. ความ สูงของ ฉัน 7. มือ ยาง 8. การ ได้รับ กลิ่น 1. แนวคิดเกี่ยวกับร่างกายและทักษะที่เกี่ยวข้อง 1.1 สังเกตส่วนต่าง ๆ ของโครง กระดูกมนุษย์ ✓ ✓ 1.2 สังเกตโครงสร้างและหน้าที่ ของกระดูกมือ ✓ 1.3 ตรวจสอบและกำหนดวิธีการ วัดเพื่อบอกความยาวของส่วนต่าง ๆ ของร่างกายมนุษย์ ✓ ✓ ✓ 1.4 เรียนรู้รูปแบบและ ลักษณะเฉพาะของลายนิ้วมือ ✓ 1.5 สะท้อนความสำคัญของการ ใช้ประสาทสัมผัส ได้แก่ การ สัมผัส การมองเห็น การได้ยิน การได้กลิ่น การชิมรสใน ชีวิตประจำวัน ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 1.6 เปรียบเทียบความแตกต่าง ของการตอบสนองต่อสิ่งเร้าของ ส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ✓ 1.7 กำหนดและเปรียบเทียบที่มา หรือต้นกำเนิดของกลิ่นด้วยตัวเอง และเทียบกับเด็กคนอื่น ๆ ✓ 1.8 ทดสอบแก้รสชาติอาหารด้วย วิธีการที่ต่าง ๆ ✓ 1.9 สะท้อนให้เห็นถึงความ แตกต่างของการรับรู้ทางประสาท สัมผัส ✓ ✓ 2. ทักษะทางสังคม 2.1 รับฟังบุคคลอื่นและ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกัน และกัน ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓
7 แนวคิดและทักษะ กิจกรรมการสืบเสาะเกี่ยวกับ ร่างกาย กิจกรรม 1. ไม่ เห็น ไม่ได้ยิน 2. ลาย นิ้วมือ 3. โครง กระดูก 4. การ ปรุงรส 5. การ ทดสอบ ความรู้สึ ก 6. ความ สูงของ ฉัน 7. มือ ยาง 8. การ ได้รับ กลิ่น 2.2 ช่วยเหลือและให้ความเคารพ ซึ่งกันและกัน ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 3. ทักษะกระบวนการ 3.1 การคาดการณ์หรือการ พยากรณ์ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 3.2 การทำความเข้าใจและ ตั้งสมมติฐานการทดลอง และส่ง ต่อไปยังสมมติฐาน การทดลองอื่น ๆ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 3.3 การบันทึกผลการทำกิจกรรม ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 3.4 การสร้างผลข้อมูลทางสถิติ ✓ 3.5 การสังเกตและการอธิบาย ความแตกต่าง ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 3.6 การทำกิจกรรมโดยใช้ แบบจำลองและสร้างแบบจำลอง การสะท้อนความเข้าใจเกี่ยวกับ กิจกรรม ✓ ✓ 4. ทักษะส่วนบุคคล 4.1 เข้าใจและยอมรับเอกลักษณ์ ของร่างกาย ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 4.2 วางแผนและดำเนินกิจกรรม ด้วยตนเองอย่างอิสระ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 4.3 เรียนรู้การทำงานให้สำเร็จ ด้วยความสามารถของตนเอง โดย อาศัยความรู้ที่ได้มาจากการลงมือ ปฏิบัติด้วยตนเอง ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ บันทึกเพิ่มเติม
8 1. จุดประสงค์ 1.1 นักเรียนสามารถสังเกตและบอกลักษณะของลายมือนิ้วของตนเองได้(K) 1.2 นักเรียนสามารถเปรียบเทียบลายนิ้วมือของตนเองได้ (K) 1.3 นักเรียนสามารถลงความเห็นข้อมูลประเภทลายนิ้วมือของตนเองและผู้อื่นได้ (P) 1.4 นักเรียนมีส่วนร่วมในกิจกรรมและช่วยเหลือผู้อื่น (A) 2. วัสดุอุปกรณ์ - ตลับหมึก - แอลกอฮอล์ล้างมือ - กระดาษทิชชู - ดินสอ - แว่นขยาย 3. ขั้นตอนการจัดกิจกรรม 3.1 ตั้งคำถามกับธรรมชาติ/สิ่งที่สนใจ 1) นักเรียนสำรวจนิ้วมือของตนเองทั้ง 5 นิ้ว ว่ามีลักษณะอย่างไร 2) นักเรียนเล่าว่าพบเห็นอะไรบนนิ้วมือบ้าง 3) ครูชวนนักเรียนสนทนาเกี่ยวกับประสบการณ์ของนักเรียนและสอบถามว่า “นักเรียนรู้ อะไรบ้างเกี่ยวกับนิ้วมือบ้าง” และมีเรื่องใดบ้างเกี่ยวกับนิ้วมือที่นักเรียนอยากรู้ 4) ครูรวบรวมคำถามของนักเรียนเขียนบนกระดานทั้งที่นักเรียนรู้แล้วและที่อยากรู้ 5) ครูและนักเรียนช่วยกันเลือกคำถามที่อยากรู้มากที่สุดมา 1 คำถาม เช่น ลายนิ้วมือของคนเรา เหมือนกันหรือไม่ ลายนิ้วมือมีกี่แบบ 3.2 รวบรวมข้อมูล ความคิดและคาดคะเนคำตอบ จดบันทึก 1) ครูให้นักเรียนลองคาดคะเนคำตอบจากคำถามที่นักเรียนเลือกมา 1 ข้อ การคาดคะเนคำตอบ • ลายนิ้วมือของคนเราต่างกัน • ลายนิ้วมือมีหลายแบบ 3.3 ออกแบบการทดลอง และปฏิบัติการสืบเสาะ 1) ครูถามนักเรียนว่านักเรียนจะหาคำตอบตามที่คาดคะเนได้อย่างไรและด้วยวิธีใด 2) นักเรียนร่วมกันหาวิธีสำรวจว่าลายนิ้วมือของเพื่อนแต่ละคนเป็นอย่างไร 3) ครูถามนักเรียนว่านักเรียนจะมีวิธีดูลายนิ้วมือให้ชัดเจนได้อย่างไร ให้นักเรียนลองสาธิต วิธีการ 4) ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มปฏิบัติตามขั้นตอนที่ได้ออกแบบการค้นหาคำตอบไว้ 5) นักเรียนแต่ละกลุ่มเปรียบเทียบผลการสำรวจลายนิ้วมือ 6) นักเรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอแลกเปลี่ยนกันระหว่างกลุ่ม รายงานผลการจัดกิจกรรม ตามโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ระดับประถมศึกษา กิจกรรมการทดลอง 1 เรื่อง ลายนิ้วมือ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1
9 3.4 สังเกต และบรรยาย(เชื่อมโยงสู่คำถามต่อไป) 1) ครูใช้คำถามกระตุ้นให้นักเรียนสังเกตระหว่างทำกิจกรรม 2) ครูถามนักเรียนว่า - ลายนิ้วมือของนักเรียนมีลักษณะอย่างไร - ลายนิ้วมือของนักเรียนและของเพื่อนต่างกันหรือไม่ อย่างไร - นักเรียนสังเกตลายนิ้วมือของตนเอง และของเพื่อนแล้ว นักเรียนเห็นลายนิ้วมือ คล้ายกับอะไร 3) ผลการสำรวจเมื่อเปรียบเทียบกับที่คาดคะเนไว้เป็นอย่างไร 3.5 บันทึกข้อมูล 1) ครูให้นักเรียนดูรูปแบบของลายนิ้วมือที่กำหนดไว้ 2) ให้นักเรียนจำแนกลายนิ้วมือของตนเองว่าเป็นแบบใด 3) เก็บสถิติว่านักเรียนมีลายนิ้วมือแบบใดบ้างและแบบละกี่คน 4) นักเรียนร่วมกันออกแบบการบันทึกข้อมูลที่ได้จากการสังเกต 5) บันทึกข้อมูลตามที่ออกแบบไว้ 3.6 อภิปรายการทดลอง สรุปผล 1) ครูใช้คำถามกระตุ้นให้นักเรียนอภิปรายผลการทดลองและหาข้อสรุปความรู้ที่ค้นพบ - จากการทำกิจกรรมลายนิ้วมือ ลายนิ้วมือของนักเรียนแต่ละนิ้วเหมือนกันหรือไม่ อย่างไร - ลายนิ้วมือของมนุษย์มีกี่แบบ อะไรบ้าง 2) นักเรียนร่วมกันสรุปและอภิปรายผลการทดลอง ขั้นสรุปและต่อยอดกิจกรรม 1) นักเรียนเล่นเกมนักสืบลายนิ้วมือ โดยให้แต่ละกลุ่มประทับลายนิ้วมือนิ้วโป้งซ้าย ลงใน กระดาษจากนั้นให้ม้วนกระดาษลงในบีกเกอร์ แล้วให้ตัวแทนสุ่มหยิบออกมา 1 แผ่น แล้วให้สมาชิกใน กลุ่มนำกระดาษลายนิ้วมือที่ได้ไปเปรียบเทียบกับลายนิ้วมือของตนเองและของสมาชิกในกลุ่ม จากนั้นลง ข้อสรุปว่าลายนิ้วมือเป็นของสมาชิกคนใด 2) นักเรียนแลกเปลี่ยนความคิดเห็นจากข้อค้นพบและสรุปความรู้ที่ได้จากการทดลองแต่ละ ขั้นตอน 3) ครูถามคำถาม เชื่อมโยงประสบการณ์เกี่ยวกับลายนิ้วมือกับสิ่งที่พบในชีวิตประจำวัน 4) นักเรียนร่วมกันตอบคำถามเชื่อมโยงประสบการณ์เกี่ยวกับลายนิ้วมือกับสิ่งที่พบใน ชีวิตประจำวัน 4. ผลการจัดกิจกรรม 4.1 ผลที่เกิดขึ้นตามจุดประสงค์ - นักเรียนสามารถสังเกตและบอกลักษณะของลายมือนิ้วของตนเองได้ - นักเรียนสามารถเปรียบเทียบลายนิ้วมือของตนเองได้ - นักเรียนสามารถลงความเห็นข้อมูลประเภทลายนิ้วมือของตนเองและผู้อื่นได้
10 4.2 ทักษะที่เกิดกับผู้เรียน 4.2.1 ทักษะทางสังคม นักเรียนสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่น และช่วยเหลือผู้อื่นได้ 4.2.2 ทักษะกระบวนการ - นักเรียนมีทักษะการสังเกตและเปรียบเทียบความเหมือนต่างได้ - นักเรียนมีทักษะการคาดคะเนคำตอบ - นักเรียนมีทักษะการออกแบบการทดลอง - นักเรียนมีทักษะการทดลอง - นักเรียนมีทักษะการลงความเห็นข้อมูล 4.2.3 ทักษะส่วนบุคคล นักเรียนยอมรับความคิดเห็นของกลุ่มและเคารพการตัดสินใจของผู้อื่น
11 5. ภาพการจัดกิจกรรมที่ 1 เรื่อง ลายนิ้วมือ
12 ผลงานนักเรียน
13 1. จุดประสงค์ 1.1นักเรียนสามารถบอกความรู้สึกของตนเองได้(K) 1.2 นักเรียนสามารถสังเกตการรับความรู้สึกของอวัยวะแต่ละบริเวณได้ (P) 1.3 นักเรียนมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมและช่วยเหลือเพื่อนๆได้ (A) 2.วัสดุอุปกรณ์ - ดินสอปลายแหลม 2 แท่ง 3. ขั้นตอนการจัดกิจกรรม 3.1 ตั้งคำถามกับธรรมชาติ/สิ่งที่สนใจ 1) ครูถามคำถามดังนี้ - นักเรียนเคยโดนมีดบาดมือหรือไม่ ถ้าเคยนักเรียนรู้สึกอย่างไร - เมื่อโดนมีดบาดมือ ทำไมนักเรียนจึงรู้สึกเจ็บ - นักเรียนคิดว่าร่างกายของเราสามารถรับความรู้สึกได้อย่างไร 2) นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับการรับความรู้สึกเมื่อโดนมีดบาดมือ 3) ครูถามคำถามดังนี้ - นักเรียนคิดว่าร่างกายของเราสามารถรับความรู้สึกเมื่อถูกสัมผัสได้ใช่หรือไม่ อย่างไร - นักเรียนคิดว่าอวัยวะใดในร่างกายที่ทำหน้าที่ในการรับความรู้สึก 4) นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันตอบคำถาม 5) ครูถามนักเรียนว่า มีเรื่องใดเกี่ยวกับการรับความรู้สึกที่เด็กๆ อยากรู้บ้าง 6) นักเรียนบอกสิ่งที่ตนเองอย่างรู้เกี่ยวกับการรับความรู้สึก จากนั้นครูเขียนคำตอบของนักเรียน ลงบนกระดาน แล้วช่วยกันโหวดความคิดเห็นที่นักเรียนสนใจอยากรู้มากที่สุด ประเด็นที่นักเรียนอยากรู้ - ทำไมเวลาโดนตีเราถึงเจ็บ - ผิวหนังทำหน้าที่รับความรู้สึก - ถ้าเราออกแรงตีมาก เราจะเจ็บมาก - เราจะรู้สึกเมื่อมีคนมาสัมผัสร่างกาย 3.2 รวบรวมข้อมูล ความคิดและคาดคะเนคำตอบ จดบันทึก 1) ครูให้เด็ก ๆ ลองคาดคะเนคำตอบจากการคำถามประเด็นศึกษาข้างต้น ตัวอย่างการคาดคะเนคำตอบ - ร่างกายเรามีผิวหนังรับความรู้สึก - ถ้าเราโดนตีแรง เราก็จะเจ็บมาก ถ้าเราโดนตีเบา เราก็จะเจ็บไม่มาก รายงานผลการจัดกิจกรรม ตามโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ระดับประถมศึกษา กิจกรรมการทดลองที่ 2 เรื่อง การทดสอบความรู้สึก ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1
14 - ร่างกายของเราสามารถรู้สึกได้ทุกที่ 3.3 ออกแบบการทดลอง และปฏิบัติการสืบเสาะ 1) ครูชวนเด็ก ๆ สนทนาและใช้คำถามนำเข้าสู่ประเด็นศึกษา “เด็ก ๆ คิดว่าจะหาคำตอบตามที่คาดคะเนไว้ได้อย่างไร ” 2) นักเรียนจับคู่กัน จากนั้นตอบคำถาม ต่อไปนี้ - เมื่อมีดินสอปลายแหลม 1 แท่ง จิ้มที่ฝ่ามือ นักเรียนจะรู้สึกอย่างไร - เมื่อมีดินสอปลายแหลม 2 แท่ง จิ้มที่ฝ่ามือ คนละจุด นักเรียนจะรู้สึกอย่างไร - เมื่อมีดินสอปลายแหลม 2 แท่ง จิ้มที่ฝ่ามือจุดเดียวกัน นักเรียนจะรู้สึกอย่างไร 3) นักเรียนตอบคำถามการคาดคะเนความรู้สึก เมื่อถูกดินสอจิ้ม ก่อนทำกิจกรรม 4) นักเรียนแต่ละคู่ สลับกันทำกิจกรรม ดังนี้ - วิธีการที่ 1 ใช้ดินสอ 1 แท่ง - วิธีการที่ 2 ใช้ดินสอ 2 แท่ง ที่อยู่ชิดติดกัน - วิธีการที่ 3 ใช้ดินสอ 2 แท่ง ที่มีระยะห่างตามที่สนใจ สิ่งที่ต้องควบคุมให้เหมือนกันขณะจิ้มดินสอ - ปลายแหลมของดินสอ - ตั้งแท่งดินสอให้ตรงขณะจิ้ม - บริเวณที่จิ้มบนฝ่ามือและนิ้วมือตามที่แต่ละคู่กำหนด 3.4 สังเกต และบรรยาย(เชื่อมโยงสู่คำถามต่อไป) 1) ครูใช้คำถามกระตุ้นให้เด็ก ๆ สังเกตขณะทำกิจกรรม - เด็ก ๆ รู้สึกอย่างไรบ้างเมื่อถูกดินสอจิ้ม - เด็ก ๆ รู้สึกเหมือนหรือต่างกันอย่างไรเมื่อถูกดินสอจิ้มใน แต่ละครั้ง - ครั้งที่ 1 โดนดินสอจิ้มกี่แท่ง รู้สึกอย่างไร - ครั้งที่ 2 โดนดินสอจิ้มกี่แท่ง รู้สึกอย่างไร - ครั้งที่ 3 โดนดินสอจิ้มกี่แท่ง รู้สึกอย่างไร - นักเรียนมีวิธีการสังเกตอย่างไร 3.5 บันทึกข้อมูล 1) เด็ก ๆ ร่วมกันออกแบบการบันทึกข้อมูลที่ได้จากการทำกิจกรรม 2) บันทึกข้อมูลตามที่ออกแบบไว้ 3.6 อภิปรายการทดลอง สรุปผล 1) นักเรียนนำเสนอผลการทดลอง 2) ครูใช้คำถามกระตุ้นให้เด็กอภิปรายผลการทดลอง และหาข้อสรุปความรู้ที่ค้นพบ - ผลการคาดคะเนตรงกับผลการทดลองหรือไม่อย่างไร
15 - การทดลองครั้งที่ 1 จิ้มดินสอ 1 แท่ง บนฝ่ามือ นักเรียนรู้สึกอย่างไร - การทดลองครั้งที่ 2 จิ้มดินสอ 2 แท่ง บนฝ่ามือ คนละจุด นักเรียนรู้สึกอย่างไร - การทดลองครั้งที่ 3 จิ้มดินสอ 2 แท่ง บนฝ่ามือ จุดเดียวกัน นักเรียนรู้สึกอย่างไร - อวัยวะใดที่ใช้รับความรู้สึก - การจิ้มแต่ละจุดให้ความรู้สึกเหมือนกันหรือไม่ อย่างไร - ความแรงในการจิ้ม ส่งผลต่อความรู้สึกอย่างไร - ถ้าเราใช้ดินสอมากขึ้นเราจะเจ็บมากขึ้นหรือไม่ อย่างไร - ถ้าเราใช้ดินสอจิ้มหลายๆจุดในฝ่ามือ เราจะรู้สึกอย่างไร - ถ้าเราใช้วัสดุอื่นแทนดินสอในการจิ้ม นักเรียนจะสามารถรับความรู้สึกได้หรือไม่ ขั้นสรุปและต่อยอดกิจกรรม 1) นักเรียนเชื่อมโยงความรู้จากทุกขั้นตอนเพื่อสรุปความรู้ โดยผิวหนังเป็นอวัยวะห่อหุ้ม ร่างกาย มีหน่วยรับความรู้สึกจำนวนมาก หน่วยรับความรู้สึกจะไวต่อการกระตุ้นที่แตกต่างกันทั้งเร็วและ ช้า เช่น แรงกด ความร้อนเย็น ความเจ็บ เป็นต้น 2) ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้ และเสนอแนะเกี่ยวกับการทำการทดลองว่า ไม่แนะนำ ให้นักเรียนใช้ของมีคมในการทดลอง การทดลองควรอยู่ในการดูแลของครูหรือผู้ปกครอง 4. ผลการจัดกิจกรรม 4.1 ผลที่เกิดขึ้นตามจุดประสงค์ - นักเรียนสามารถบอกความรู้สึกของตนเองได้ - นักเรียนสามารถสังเกตการรับความรู้สึกของอวัยวะแต่ละบริเวณได้ 4.2 ทักษะที่เกิดกับผู้เรียน 4.2.1 ทักษะทางสังคม นักเรียนสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่น และช่วยเหลือผู้อื่นได้ 4.2.2 ทักษะกระบวนการ - นักเรียนมีทักษะการสังเกต - นักเรียนมีทักษะการคาดคะเนคำตอบ - นักเรียนมีทักษะการออกแบบการทดลอง - นักเรียนมีทักษะการทดลอง 4.2.3 ทักษะส่วนบุคคล นักเรียนยอมรับความคิดเห็นของกลุ่มและเคารพการตัดสินใจของผู้อื่น
16 5. ภาพการจัดกิจกรรม 2 เรื่อง การทดสอบความรู้สึก
17 5. ภาพการจัดกิจกรรม 2 เรื่อง การทดสอบความรู้สึก
18 ผลงานนักเรียน
19 1. จุดประสงค์ 1.1 นักเรียนสามารถอธิบายความสำคัญของตาและหูได้ (K) 1.2 นักเรียนสามารถออกแบบวิธีการสื่อสารเมื่อตาและหูไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ(P) 1.3 นักเรียนสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่น และรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นได้ (A) 2. วัสดุอุปกรณ์ - ผ้าปิดตา - ถังพลาสติก - ไม้สำหรับใช้เล่นเกม ปิดตาตีหม้อ 3. ขั้นตอนการจัดกิจกรรม 3.1 ตั้งคำถามกับธรรมชาติ/สิ่งที่สนใจ 1) ครูเริ่มกิจกรรมด้วยเกมส์ มอญซ่อนผ้า เป็นกิจกรรมเริ่มต้นการใช้ประสาทสัมผัส 2) ครูอธิบาย กติกาการเล่นเกมมอญซ่อนผ้า โดยคัดเลือกผู้เล่นมา 1 คน เพื่อเป็น มอญ และถือผ้า สมาชิกที่เหลือก็นั่งล้อมเป็นวงกลม คนมอญก็จะถือผ้าและเดินวนไปรอบ ๆ วง และสมาชิกที่ นั่งในวงก็จะปิดตาแล้วช่วยกันร้องเพลงว่า "มอญซ่อนผ้า ตุ๊กตาอยู่ข้างหลัง ไว้โน่นไว้นี่ ฉันจะตีก้นเธอ" ระหว่างเพลงร้องอยู่ คนที่เป็น "มอญ" จะแอบทิ้งผ้าไว้ข้างหลังผู้เล่นคนใดคนหนึ่ง หากผู้ที่ถูกทิ้งผ้าไม่รู้ตัว "มอญ" จะหยิบผ้ามาตีหลังผู้เล่นคนนั้น แล้วต้องกลายเป็น "มอญ" แทน แต่หากผู้เล่นรู้ตัวว่ามีผ้าอยู่ข้าง หลัง ก็จะหยิบผ้ามาวิ่งไล่ตี "มอญ" รอบวง "มอญ" ต้องรีบกลับมานั่งแทนที่ผู้เล่นคนนั้น แล้วผู้ที่วิ่งไล่ต้อง เปลี่ยนเป็น "มอญ" แทน 3) นักเรียนเล่นเกมมอญซ่อนผ้า 4) ครูถามคำถามดังนี้ - จากการเล่นเกมส์ เด็ก ๆ เคยเล่นเกมส์นี้มาก่อนหรือไม่ - ในระหว่างการเล่นเกมส์ เด็ก ๆ ใช้อวัยวะใดบ้าง ในการเล่นเกมส์ 5) ครูกระตุ้นให้เด็กคิด ว่า นอกจากเกมส์ มอญซ่อนผ้าแล้ว เด็ก ๆ คิดว่ามีเกมส์อะไรอีก ไหม ที่มีความคล้ายคลึงกัน ใช้อวัยวะต่าง ๆ ในการเล่นเกมส์คล้ายกัน 6) ครูรวบรวมคำถามของ เด็ก ๆ เขียนบนกระดาน 7) ครูและ เด็ก ๆ ช่วยกันเลือกเกมส์ที่อยากเล่น ซ้ำกันมากที่สุด มา 1 เกมส์ แนวทางคำถามของนักเรียน - เกมส์ล้วงไห - เกมส์ปิดตา ตีหม้อ รายงานผลการจัดกิจกรรม ตามโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ระดับประถมศึกษา กิจกรรมการทดลองที่ 3 เรื่อง ไม่เห็นไม่ได้ยิน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1
20 3.2 รวบรวมข้อมูล ความคิดและคาดคะเนคำตอบ จดบันทึก 1) ครูให้ เด็ก ๆ ลองคาดคะเนคำตอบจากเกมส์ปิดตา ตีหม้อ ว่าเราจะมีวิธีการเล่น อย่างไรที่เรา จะตีหม้อให้ได้ในขณะที่เราปิดตาอยู่ เรามองไม่เห็นจุดหมาย เราจะช่วยกันในกลุ่มได้อย่างไร ตัวอย่างการคาดคะเนคำตอบ - คอยกระซิบบอกทางเพื่อน - ส่งเสียงให้เพื่อนเดินไปตามทิศทางที่หม้อวางไว้ - เดินจูงมือเพื่อนไป 2) ครูให้เด็ก ๆ ลองคาดคะเนคำตอบ เราปิดตาและใช้สำลีอุดหูด้วย เราจะไม่สามารถมองเห็นได้ และได้ยินเสียงไม่ชัดเจน เราจะมีวิธีการ เล่นเกมส์ นี้ได้อย่างไร ตัวอย่างการคาดคะเนคำตอบ - คอยกระซิบบอกทางเพื่อนด้วยเสียงที่ดังขึ้น - ใช้การสัมผัสตัวเพื่อนเพื่อบอกทิศทาง - เดินจูงมือเพื่อนไป 3.3 ออกแบบการทดลอง และปฏิบัติการสืบเสาะ 1) แบ่งนักเรียนกลุ่มละ 4-5 คน นักเรียนแต่ละกลุ่มเล่นเกมปิดตาตีหม้อ โดยกติกามีดังนี้ - การเล่มเกมแบ่งเป็น 3 รอบ โดยรอบที่ 1 ให้แต่ละกลุ่มส่งตัวแทนผู้เข้าแข่งขันมา กลุ่มละ 1 คน โดยผู้เล่นจะต้องปิดตาและถือไม้ จากนั้นตัวแทนแต่ละกลุ่มจะทำการหมุนรอบตัวเอง 10 รอบ สมาชิกที่เหลือในกลุ่มจะทำการออกแบบวิธีการพาตัวแทนที่ปิดตาไปตีหม้อให้เร็วที่สุด โดยสมาชิกกลุ่ม ห้ามใช้เสียงในการทำกิจกรรม ทำการเล่มเกมให้ครบทั้ง 3 รอบ โดยเปลี่ยนผู้เล่นในแต่ละรอบ แล้ว สรุปกลุ่มที่ชนะการแข่งขัน 3.4 สังเกต และบรรยาย(เชื่อมโยงสู่คำถามต่อไป) 1) ครูถามคำถามดังนี้ - ในการเล่นเกมปิดตาตีหม้อ แต่ละกลุ่มมีวิธีสื่อสารกับผู้เล่นอย่างไร - ผู้เล่นทราบได้อย่างไรว่าวัตถุที่เราจะตีอยู่ที่ตำแหน่งใด - ถ้าในอนาคตเราไม่สามารถมองเห็น และไม่ได้ยิน เราจะใช้ชีวิตได้อย่างไร - จากการเล่นเกมส์นี้ นักเรียนได้ใช้อวัยวะใดบ้างในการเล่มเกม 2) นักเรียนทุกคนร่วมกันตอบคำถามและอภิปรายในชั้นเรียน 3.5 บันทึกข้อมูล 1) นักเรียนร่วมกันออกแบบการบันทึกข้อมูลที่ได้จากการ สังเกต 2) บันทึกข้อมูลตามที่ออกแบบไว้ 3.6 อภิปรายการทดลอง สรุปผล
21 1) จากการเล่นเกมปิดตาตีหม้อ ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับการใช้ประสาทสัมผัสในการ เล่มเกม โดยให้กลุ่มที่ได้อันดับที่ 1 นำเสนอผลการออกแบบการสื่อการกับผู้เล่นที่ปิดตา และเสนอ แนวทางในการเล่นเกมปิดตาตีหม้อให้แก่เพื่อนๆในห้องเรียน 2) นักเรียนแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในชั้นเรียน ขั้นสรุปและต่อยอดกิจกรรม 1) ครูถามคำถามดังนี้ - ถ้าตาและหูของเราไม่สามารถใช้งานได้ จะส่งผลต่อการใช้ชีวิตของเราอย่างไรบ้าง - ตาและหูมีความสำคัญอย่างไร - เราจะมีวิธีการดูแลรักษาตาและหูของเราอย่างไร 2) ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความสำคัญของหูและตาและร่วมกันค้นคว้าหาแนวทางในการดูแล รักษาหูและตาให้สามารถใช้งานได้อย่างปกติ 4. ผลการจัดกิจกรรม 4.1 ผลที่เกิดขึ้นตามจุดประสงค์ - นักเรียนสามารถอธิบายความสำคัญของตาและหูได้ - นักเรียนสามารถออกแบบวิธีการสื่อสารเมื่อตาและหูไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ 4.2 ทักษะที่เกิดกับผู้เรียน 4.2.1 ทักษะทางสังคม นักเรียนสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่น และช่วยเหลือผู้อื่นได้ 4.2.2 ทักษะกระบวนการ - นักเรียนมีทักษะการสังเกต - นักเรียนมีทักษะการคาดคะเนคำตอบ - นักเรียนมีทักษะการออกแบบการทดลอง - นักเรียนมีทักษะการทดลอง 4.2.3 ทักษะส่วนบุคคล นักเรียนยอมรับความคิดเห็นของกลุ่มและเคารพการตัดสินใจของผู้อื่น
22 5. ภาพการจัดกิจกรรมที่ 3 เรื่อง ไม่เห็นไม่ได้ยิน
23 ผลงานนักเรียน
24 1. จุดประสงค์ 1.1 นักเรียนสามารถอธิบายการใช้ประสาทสัมผัสในการดมกลิ่นได้ (K) 1.2 นักเรียนสามารถบอกแหล่งที่มาหรือต้นตอของกลิ่นได้ (K) 1.3 นักเรียนสามารถทำการทดลองการได้รับกลิ่นได้ (P) 1.4 นักเรียนสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่น และรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นได้ (A) 2. วัสดุอุปกรณ์ - น้ำสะอาด (ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น) - แก้วใส - น้ำส้มสายชู - หลอดหยด 1 อัน/กลุ่ม - ช้อนพลาสติก - แท่งแก้วคนสาร - ไม้บรรทัด - เปลือกส้ม เปลือกมะกรูด 3. ขั้นตอนการจัดกิจกรรม 3.1 ตั้งคำถามกับธรรมชาติ/สิ่งที่สนใจ 1) แบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 3-5 คน โดยคละความสามารถ 2) แต่ละกลุ่มจะได้รับส้มและมะกรูด จากนั้นให้แกะเปลือกส้มและมะกรูด แล้วให้นักเรียนลอง สูดดมกลิ่น 3) ครูถามคำถามดังนี้ - นักเรียนได้กลิ่นอะไรบ้าง - นักเรียนคิดว่ากลิ่นทั้ง 2 อย่างนั้น เหมือนกันหรือไม่ อย่างไร - นักเรียนใช้อวัยวะใดการรับกลิ่น - นักเรียนคิดว่าเพราะเหตุใดเราจึงสามารถรับรู้กลิ่นได้ 4) นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันตอบคำถาม แลกเปลี่ยนเรียนรู้ในชั้นเรียน 5) ครูถามคำถามดังนี้ - นักเรียนคิดว่าถ้าเรานำเปลือกส้มและมะกรูดห่างออกจากตัว เราจะยังสามารถได้ กลิ่นเหมือนเดิมหรือไม่ อย่างไร 6) นักเรียนแต่ละกลุ่มการคาดคะเนคำตอบจากคำถาม ดังนี้ - สิ่งใดบ้างที่มีผลต่อการได้กลิ่น ตัวอย่างการคาดคะเนคำตอบ - ระยะห่างระหว่างเปลือกส้มกับจมูก - ความมาก ความน้อยของเปลือกส้ม 7) ครูและนักเรียนช่วยกันเลือกคำถามที่สนใจศึกษามา 1 คำถาม รายงานผลการจัดกิจกรรม ตามโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ระดับประถมศึกษา กิจกรรมการทดลองที่ 4 เรื่อง การได้รับกลิ่น ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1
25 3.2 รวบรวมข้อมูล ความคิดและคาดคะเนคำตอบ จดบันทึก 1) นักเรียนทุกกลุ่มคาดคะเนคำตอบจากคำถามที่กลุ่มตนเองสนใจศึกษา จากนั้นเขียนคำตอบ การคาดคะเนลงในแบบบันทึกกิจกรรม คำตอบ - นำเปลือกส้มไปไว้ไกลๆจมูกจะไม่ได้กลิ่น - นำเปลือกส้มไปไว้ไกลๆจมูกจะได้กลิ่นเปลือกส้มเบาๆ - นำเปลือกส้มมาไว้ใกล้ๆจมูกจะได้กลิ่นเปลือกส้มแรงขึ้น - มีเปลือกส้มมากจะได้กลิ่นเปลือกส้มแรง - มีเปลือกส้มน้อยจะได้กลิ่นเปลือกส้มไม่แรง 2) ครูถามคำถามดังนี้ - จากคำตอบที่นักเรียนแต่ละกลุ่มคาดคะเนไว้ นักเรียนจะมีวิธีการตรวจสอบคำตอบของกลุ่ม ตัวเองได้อย่างไร 3.3 ออกแบบการทดลอง และปฏิบัติการสืบเสาะ 1) ครูแจกอุปกรณ์ในการทำกิจกรรมสืบเสาะ ได้แก่ น้ำส้มสายชู บีกเกอร์ แท่งแก้วคนสาร หลอดหยด ไม้บรรทัด น้ำ 2) จากอุปกรณ์ที่กำหนดให้ ให้นักเรียนทุกกลุ่มออกแบบการทดลอง (ใช้น้ำส้มสายชูแทนกลิ่น นมบูดในการทดลอง). โดยให้นักเรียนออกแบบการทดลองตามความคิดของกลุ่ม 3) นักเรียนทุกกลุ่มนำเสนอผลการออกแบบการทดลอง 4) ครูถามคำถามเพื่อตรวจสอบผลการออกแบบการทดลอง การทดลองระยะทางมีผลต่อการได้กลิ่น - นักเรียนใช้น้ำส้มสายชูกี่หยด - นักเรียนผสมน้ำกับน้ำส้มสายชูหรือไม่ อย่างไร - นักเรียนใช้ผู้สังเกตกลิ่นกี่คน เพราะเหตุใด - นักเรียนวางบีกเกอร์ที่ใส่สารไว้ห่างจากผู้สังเกตเท่าใด เพราะเหตุใด - นักเรียนวางบีกเกอร์ที่ใส่สารไว้กี่ระยะ - นักเรียนมีวิธีการทดลองอย่างไรบ้าง 5) ครูถามคำถามกระตุ้นจากนั้นให้สมาชิกในห้องเรียนร่วมกันอภิปรายการออกแบบการทดลอง จากนั้นให้แต่ละกลุ่มปรับการออกแบบการทดลองให้เหมาะสมที่สุด 6) ครูและนักเรียนสร้างข้อตกลงในห้องเรียนร่วมกันดังนี้ - นักเรียนไม่ควรดื่ม กิน สารที่นำมาใช้ในการทดลอง - นักเรียนใช้อุปกรณ์ในการทดลองอย่างระมัดระวัง - นักเรียนไม่ควรหยอกล้อเล่นกัน ขณะทำการทดลอง - นักเรียนทุกกลุ่มแบ่งหน้าที่การทำงานและช่วยเหลือกัน 3.4 สังเกต และบรรยาย(เชื่อมโยงสู่คำถามต่อไป)
26 1) นักเรียนทุกกลุ่มลงมือทำการทดลอง 2) ครูใช้คำถามกระตุ้นดังนี้ การทดลองระยะทางมีผลต่อการได้กลิ่น - หลังจากที่นักเรียนเปลี่ยนระยะห่างในการสังเกตการได้กลิ่น นักเรียนได้กลิ่นสารที่อยู่ในบีก เกอร์ชัดเจนมากขึ้น หรือน้อยลง เพราะเหตุใด - นักเรียนคิดว่าอะไรมีผลต่อการได้กลิ่นในการทดลองนี้ - ผลการทดลองเป็นไปตามที่นักเรียนคาดคะเนไว้หรือไม่ อย่างไร 3.5 บันทึกข้อมูล 1) นักเรียนทุกกลุ่มร่วมกันออกแบบการบันทึกผลการทดลอง 2) นักเรียนทุกกลุ่มบันทึกผลการทดลอง 3.6 อภิปรายการทดลอง สรุปผล 1) นักเรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอผลการทดลอง 2) ครูถามคำถามดังนี้ - จากการทดลองของแต่ละกลุ่ม ได้ผลการทดลองเป็นไปตามที่คาดคะเนไว้หรือไม่ อย่างไร 3) นักเรียนแต่ละกลุ่มแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ร่วมกันอภิปรายและสรุปผลการทดลอง โดยความรู้ ใหม่ที่ได้จากการค้นพบ คือ - ระยะห่างระหว่างกับผู้สังเกตมีผลต่อการได้รับกลิ่น - ความมาก น้อยของกลิ่นมีผลต่อการได้รับกลิ่น - อวัยวะที่ใช้ในการได้รับกลิ่นคือจมูก ขั้นสรุปและต่อยอดกิจกรรม 1) ครูถามคำถามเชื่อมโยงไปสู่ชีวิตประจำวัน - นักเรียนจะมีวิธีการดูแล รักษาจมูกของเราอย่างไรบ้าง 2) นักเรียนสืบค้นข้อมูลเรื่องการดูแลรักษาจมูกจากแหล่งเรียนรู้ที่นักเรียนสนใจ จากนั้นนำผล การสืบค้นมาอภิปรายในชั้นเรียนในชั่วโมงถัดไป 4. ผลการจัดกิจกรรม 4.1 ผลที่เกิดขึ้นตามจุดประสงค์ - นักเรียนสามารถอธิบายการใช้ประสาทสัมผัสในการดมกลิ่นได้ - นักเรียนสามารถบอกแหล่งที่มาหรือต้นตอของกลิ่นได้ - นักเรียนสามารถทำการทดลองการได้รับกลิ่นได้ 4.2 ทักษะที่เกิดกับผู้เรียน
27 4.2.1 ทักษะทางสังคม นักเรียนสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่น และช่วยเหลือผู้อื่นได้ 4.2.2 ทักษะกระบวนการ - นักเรียนมีทักษะการสังเกต - นักเรียนมีทักษะการคาดคะเนคำตอบ - นักเรียนมีทักษะการออกแบบการทดลอง - นักเรียนมีทักษะการทดลอง 4.2.3 ทักษะส่วนบุคคล นักเรียนยอมรับความคิดเห็นของกลุ่มและเคารพการตัดสินใจของผู้อื่น
28 5. ภาพการจัดกิจกรรมที่ 4 เรื่อง การได้รับกลิ่น
29 ผลงานนักเรียน
30 1. จุดประสงค์ 1.1 นักเรียนสามารถอธิบายการใช้ประสาทสัมผัสในการรับรสได้ (K) 1.2 นักเรียนสามารถบอกรสชาติต่างๆของอาหารได้ (K) 1.3 นักเรียนสามารถทำการทดลองการปรุงรสได้ (P) 1.4 นักเรียนสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่น และรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นได้ (A) 2. วัสดุอุปกรณ์ - น้ำดื่ม - แก้วพลาสติก - ช้อน - เกลือ - น้ำตาล 3. ขั้นตอนการจัดกิจกรรม 3.1 ตั้งคำถามกับธรรมชาติ/สิ่งที่สนใจ 1) แบ่ง เด็กๆเป็นกลุ่มๆละ 3-4 คน ครูพูดคุยเรื่องอาหารเช้าของนักเรียน โดยใช้คำถาม - เมื่อเช้าเด็ก ๆ ทานอะไร - เด็กๆ ชอบทานอะไร - รสชาติของอาหารเช้าที่ทานเป็นอย่างไร 2) ให้เด็กๆ เล่าประสบการณ์เกี่ยวกับอาหารเช้าให้เพื่อนฟัง 3) ครูถามนักเรียนดังนี้ - อาหารที่นักเรียนรับประทานมีรสชาติที่ถูกปากทุกครั้งหรือไม่ - ถ้าอาหารไม่ถูกปาก นักเรียนมีวิธีแก้ไขรสชาติของอาหารอย่างไร 4) นักเรียนแลกเปลี่ยนประสบการณ์เกี่ยวกับรสชาติอาหารที่ไม่ถูกใจและวิธีการแก้ไขรสชาติ อาหาร 3.2 รวบรวมข้อมูล ความคิดและคาดคะเนคำตอบ จดบันทึก 1) ครูให้ เด็กๆลองคาดคะเนคำตอบจากคำถามที่ เด็กๆช่วยกันเลือก 1 ข้อ คำตอบที่ได้ คือ - ถ้าหวานเกินไปก็ใส่น้ำเปล่าเพิ่มหรือเติมเกลือลงไปเพิ่ม - ถ้าเค็มเกินไปก็ใส่น้ำเปล่าเพิ่มหรือเติมน้ำตาลลงไปเพิ่ม 3.3 ออกแบบการทดลอง และปฏิบัติการสืบเสาะ รายงานผลการจัดกิจกรรม ตามโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ระดับประถมศึกษา กิจกรรมการทดลองที่ 5 เรื่อง การปรุงรส ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1
31 1) ครูถามว่า นักเรียนคิดว่าจะหาคำตอบตามที่คาดคะเนไว้ได้อย่างไร หรือ ด้วยวิธีใด (ออกแบบและปฏิบัติการทดลอง) โดยครูแจกน้ำเกลือให้นักเรียนทุกกลุ่ม จากนั้นให้นักเรียนออกแบบ วิธีการทดลองให้น้ำเกลือมีความเค็มน้อยลง 2) นักเรียน ร่วมกันวางแผนและออกแบบการทดลอง - ทำอย่างไรให้น้ำเค็มน้อยลง - เด็ก ๆ จะใส่อะไรลงไปบ้าง ใส่ปริมาณเท่าไร 3) นักเรียนนำเสนอผลการออกแบบกการทดลองของกลุ่มตนเอง 4) นักเรียนแต่ละกลุ่ม ปฏิบัติตามขั้นตอนที่ออกแบบไว้ และสร้างข้อตกลงในการปฏิบัติการ ทดลอง ดังนี้ - ใช้อุปกรณ์ด้วยความระมัดระวัง - ไม่เล่น หยอกล้อกัน ขณะทำการทดลอง 5) นำเสนอแลกเปลี่ยนกันระหว่างกลุ่ม 3.4 สังเกต และบรรยาย(เชื่อมโยงสู่คำถามต่อไป) 1) ครูใช้คำถามกระตุ้นให้เด็กๆสังเกตขณะทดลอง - เด็กๆสังเกตอะไรได้บ้าง และมีวิธีสังเกตอย่างไร - หลังจากที่เติมน้ำตาลลงไป เด็ก ๆ คิดว่าน้ำในแต่ละแก้ว รสชาติเปลี่ยนไปหรือไม่ อย่างไร - จากการทดลองนี้ เด็กค้นพบว่าถ้าจะทำให้อาหารที่เค็มมีรสชาติที่ดีขึ้น จะต้องทำอย่าไร - ผลจากการสำรวจเมื่อเปรียบเทียบกับที่คาดคะเนไว้ เป็นอย่างไร 3.5 บันทึกข้อมูล 1) เด็กร่วมกันออกแบบการบันทึกข้อมูลที่ได้จากการ สังเกต 2) บันทึกข้อมูลตามที่ออกแบบไว้ 3.6 อภิปรายการทดลอง สรุปผล 1) นักเรียนนำเสนอผลการทดลอง 2) ครูใช้คำถามกระตุ้นให้เด็กอภิปรายผลการทดลองและ หาข้อสรุปความรู้ที่ค้นพบ - จากการทดลองเมื่อเราเติมน้ำตาลลงไป ทำให้น้ำเกลือของเรามีรสชาติเปลี่ยนแปลง อย่างไร - การทดลองตรงกับผลการคาดคะเนไว้หรือไม่ อย่างไร 3) ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายผลการทดลองโดย - ถ้าน้ำมีรสชาติเค็มเกินไป ให้แก้ไขโดยการเติมน้ำตาลลงไป ขั้นสรุปและต่อยอดกิจกรรม 1) ครูให้นักเรียนนำเสนอแนวคิดในการนำความรู้ที่ค้นพบไปใช้ใน การปรุงอาหารและการดำรงชีวิต อย่างปลอดภัย
32 4. ผลการจัดกิจกรรม 4.1 ผลที่เกิดขึ้นตามจุดประสงค์ - นักเรียนสามารถอธิบายการใช้ประสาทสัมผัสในการรับรสได้ - นักเรียนสามารถบอกรสชาติต่างๆของอาหารได้ - นักเรียนสามารถทำการทดลองการปรุงรสได้ 4.2 ทักษะที่เกิดกับผู้เรียน 4.2.1 ทักษะทางสังคม นักเรียนสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่น และช่วยเหลือผู้อื่นได้ 4.2.2 ทักษะกระบวนการ - นักเรียนมีทักษะการสังเกต - นักเรียนมีทักษะการคาดคะเนคำตอบ - นักเรียนมีทักษะการออกแบบการทดลอง - นักเรียนมีทักษะการทดลอง - นักเรียนมีทักษะการลงความเห็นข้อมูล 4.2.3 ทักษะส่วนบุคคล นักเรียนยอมรับความคิดเห็นของกลุ่มและเคารพการตัดสินใจของผู้อื่น
33 5. ภาพการจัดกิจกรรมที่ 5 เรื่อง การปรุงรส
34 5. ภาพการจัดกิจกรรมที่ 5 เรื่อง การปรุงรส
35 ผลงานนักเรียน
36 1. จุดประสงค์ 1.1 นักเรียนสามารถบอกหน้าที่และประโยชน์ของกระดูกมนุษย์ได้ (K) 1.2 นักเรียนสามารถวัดความยาวและเปรียบเทียบความยาวของเท้ากับความสูงของร่างกายตนเอง โดยใช้หน่วยวัดที่หน่วยมาตรฐาน (เท้า) และหน่วยวัดที่เป็นมาตรฐานได้ (P) 1.3 นักเรียนสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่น และยอมรับความคิดเห็นของผู้อื่น (A) 2. วัสดุอุปกรณ์ - กระดาษแข็ง - ปากกาเมจิก - เชือกฟาง - กรรไกร - เทปใส 3. ขั้นตอนการจัดกิจกรรม 3.1 ตั้งคำถามกับธรรมชาติ/สิ่งที่สนใจ 1) ครูให้นักเรียนจับคู่กับเพื่อนและร่วมกันอภิปรายว่าเห็นด้วยหรือไม่ เกี่ยวกับข้อความ ที่ว่า “คนเรามักมีความสูงประมาณ 7 เท่าของความยาวของเท้าตนเอง” 2) นักเรียนแต่ละคนแสดงความคิดเห็นว่า เห็นด้วย / ไม่เห็นด้วย กับประเด็นข้างต้น 3) ครูชวนนักเรียน สนทนาเรื่องความสูงจากประสบการณ์ของนักเรียน โดยใช้คำถาม - นักเรียนรู้หรือไม่ว่านักเรียนมีความสูงเท่าไหร่ - นักเรียนมีวิธีรู้ความสูงของตนเองได้อย่างไร - มีอุปกรณ์ใดบ้างที่สามารถวัดความสูงได้ - ถ้าไม่มีอุปกรณ์ที่ใช้วัด นักเรียนจะใช้สิ่งใดในการวัดความสูงของตนเอง 4) ครูรวบรวมคำถามของนักเรียนเขียนบนกระดานทั้งที่นักเรียนรู้แล้วและที่อยากรู้ 5) ครูและนักเรียนช่วยกันเลือกคำถามที่อยากรู้ซ้ำกันมากที่สุด 1 คำถาม - ความสูงของเราเท่ากับกี่เท้า /ส่วนใดในร่างกายที่มีความยาวเท่ากัน 3.2 รวบรวมข้อมูล ความคิดและคาดคะเนคำตอบ จดบันทึก 1) ครูให้นักเรียนลองคาดคะเนคำตอบ - ความยาว 7 เท้า ยาวประมาณ เท่ากับความสูง 3.3 ออกแบบการทดลอง และปฏิบัติการสืบเสาะ 1) ครูถามนักเรียนว่านักเรียนจะหาคำตอบตามที่คาดคะเนได้อย่างไรและด้วยวิธีใด รายงานผลการจัดกิจกรรม ตามโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ระดับประถมศึกษา กิจกรรมการทดลองที่ 6 เรื่อง ความสูงของฉัน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1
37 2) ให้นักเรียนสังเกตอุปกรณ์ที่จัดเตรียมไว้ ได้แก่ กระดาษแข็ง เชือกฟาง ปากกาเมจิก กรรไกร เทปใส จากนั้นร่วมกันอภิปรายวิธีการและวางแผนตรวจสอบจำนวนเท้าที่คิดไว้เมื่อเทียบกับ ความสูงของตนเอง โดยแต่ละกลุ่มจะทำการวัดความสูงของตนเองโดยการกำหนดจุดเริ่มต้น จากนั้นต่อ เท้าไปเรื่อยๆจนครบ 7 ก้าว แล้วใช้ไม้บรรทัดวัดความยาวที่ได้ 3) นักเรียนแต่ละกลุ่มลงมือทำกิจกรรมตามที่ได้ออกแบบ 3.4 สังเกต และบรรยาย(เชื่อมโยงสู่คำถามต่อไป) 1) ครูใช้คำถามกระตุ้นให้นักเรียนสังเกตระหว่างทดลอง - ส่วนสูงของนักเรียนเท่ากับกี่จำนวนเท้าของตนเอง - ความสูงของนักเรียนเท่ากับ 7 จำนวนเท้าหรือไม่ - ส่วนใดของร่างกายบ้างที่เท่ากัน 2) ครูให้นักเรียนทุกคนวัดความสูงของตนเอง จากนั้นนำไปเปรียบเทียบกับสิ่งที่ คาดคะเนไว้ 3.5 บันทึกข้อมูล 1) ครูให้นักเรียนออกแบบการบันทึกข้อมูลที่ได้จากการสังเกต 2) ให้นักเรียนบันทึกข้อมูลตามที่ได้ออกแบบไว้ 3.6 อภิปรายการทดลอง สรุปผล 1) ครูใช้คำถามกระตุ้นให้นักเรียนอภิปรายผลการทดลองและหาข้อสรุปความรู้ที่ค้นพบ 2) นักเรียนแลกเปลี่ยนความคิดเห็นจากข้อค้นพบและสรุปความรู้ที่ได้จากการทดลอง แต่ละขั้นตอน (นักเรียนได้รู้อะไร/อย่างไร/เพราะอะไร) 3) นักเรียนเปรียบเทียบผลการทดลองแต่ละขั้นตอนกับการคาดคะเน 4) นักเรียนเชื่อมโยงความรู้จากทุกขั้นตอน เพื่อสรุปความรู้จากผลการทดลอง 5) นักเรียนนำเสนอการออกแบบทดลอง ผลการทดลอง และการเรียนรู้จากการ ทดลอง 6) นักเรียนนำเสนอผลการทดลองและสรุปความรู้ใหม่ที่ค้นพบ - เราสามารถใช้เท้าวัดความสูงได้ - การวัดความสูงมีหลายวิธี ขั้นสรุปและต่อยอดกิจกรรม 1) ครูถาม คำถามดังนี้ - นอกจากมนุษย์แล้ว นักเรียนคิดว่ามีสัตว์ชนิดใดบ้างที่มีกระดูก
38 2) นักเรียนร่วมกันตอบคำถาม และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในชั้นเรียน เกี่ยวกับสัตว์ที่มี กระดูก 3) นักเรียนแต่ละกลุ่มเขียนรายชื่อสัตว์ที่มีกระดูกในร่างกาย ลงในกระดาษ จากนั้น นำเสนอหน้าชั้นเรียน 4. ผลการจัดกิจกรรม 4.1 ผลที่เกิดขึ้นตามจุดประสงค์ - นักเรียนสามารถบอกหน้าที่และประโยชน์ของกระดูกมนุษย์ได้ - นักเรียนสามารถวัดความยาวและเปรียบเทียบความยาวของเท้ากับความสูงของ ร่างกายตนเองโดยใช้หน่วยวัดที่หน่วยมาตรฐาน (เท้า) และหน่วยวัดที่เป็นมาตรฐานได้ - นักเรียนสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่น และยอมรับความคิดเห็นของผู้อื่น 4.2 ทักษะที่เกิดกับผู้เรียน 4.2.1 ทักษะทางสังคม นักเรียนสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่น และช่วยเหลือผู้อื่นได้ 4.2.2 ทักษะกระบวนการ - นักเรียนมีทักษะการสังเกตและเปรียบเทียบ - นักเรียนมีทักษะการคาดคะเนคำตอบ - นักเรียนมีทักษะการออกแบบการทดลอง - นักเรียนมีทักษะการทดลอง 4.2.3 ทักษะส่วนบุคคล นักเรียนยอมรับความคิดเห็นของกลุ่มและเคารพการตัดสินใจของผู้อื่น
39 5. ภาพการจัดกิจกรรมที่ 6 เรื่อง ความสูงของฉัน
40 5. ภาพการจัดกิจกรรมที่ 6 เรื่อง ความสูงของฉัน
41 ผลงานนักเรียน
42 1. จุดประสงค์ 1.1 นักเรียนสามารถบอกรูปร่างของกระดูก แขนและมือของมนุษย์ได้ (K) 1.2 บอกความแตกต่างของกระดูกแขนและมือจริงกับแบบจำลองที่สร้างขึ้น (K) 1.3 นักเรียนสามารถวัดความยาวของกระดูก แขนและมือของมนุษย์ได้ (P) 1.4 นักเรียนสามารถสร้างแบบจำลองแขนและมือได้ (P) 1.5 นักเรียนสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ และรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น (A) 2.วัสดุอุปกรณ์ - ไม้บรรทัด - รูปภาพโครงกระดูกมนุษย์/กระดูกแขน - วัสดุทำแบบจำลองกระดูกแขนและมือ เช่น กระดาษสี เทปใส ปากกาเมจิก เชือก กรรไกร กาว 3. ขั้นตอนการจัดกิจกรรม 3.1 ตั้งคำถามกับธรรมชาติ/สิ่งที่สนใจ 1) แบ่ง เด็กๆเป็นกลุ่มๆละ 3-5 คน 2) ครูให้นักเรียนสำรวจร่างกายของตนเองทุกส่วน โดยใช้มือจับตามร่างกาย แล้วครูถามคำถาม ดังนี้ - นักเรียนสังเกตเห็นอะไรบ้างในร่างกายของเรา - ในร่างกายของเรามีส่วนใดบ้างที่มีแข็ง - นักเรียนคิดว่าส่วนใดในร่างกายที่แข็งที่สุด - นักเรียนคิดว่าส่วนใดที่ช่วยค้ำจุนร่างกายของเรา ทำให้เราสามารถยืน เดิน และทำ กิจกรรมต่างๆได้ เพราะเหตุใด 3) นักเรียนร่วมกันอภิปรายในชั้นเรียนเกี่ยวกับอวัยวะที่ช่วยค้ำจุนร่างกาย และทำให้เรายืน เดิน และทำกิจกรรมต่างๆได้ 4) ครูชวน เด็กๆสนทนาเกี่ยวกับประสบการณ์ของนักเรียนเรื่องกระดูก และสอบถามว่า - มีเรื่องใดเกี่ยวกับกระดูกที่นักเรียนรู้แล้วบ้าง - มีเรื่องใดเกี่ยวกับกระดูกที่นักเรียนอยากรู้บ้าง 5) ครูรวบรวมคำถามของ เด็กๆเขียนบนกระดาน ทั้งที่รู้แล้วและอยากรู้ 6) ครูและ เด็กๆช่วยกันเลือกคำถามที่อยากรู้ ซ้ำกันมากที่สุด มา 1 คำถาม - ร่างกายเรามีกระดูกไหม รายงานผลการจัดกิจกรรม ตามโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ระดับประถมศึกษา กิจกรรมการทดลองที่ 7 เรื่อง โครงกระดูก ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1
43 - ร่างกายมีกระดูกตรงไหนบ้าง - กระดูกมีลักษณะเป็นอย่างไร และมีขนาดเท่าไหร่ - กระดูกมีสีอะไร 3.2 รวบรวมข้อมูล ความคิดและคาดคะเนคำตอบ จดบันทึก 1) นักเรียนเลือกคำถาม กระดูกมีลักษณะเป็นอย่างไร 2) ครูให้ เด็กๆลองคาดคะเนคำตอบจากคำถามที่ เด็กๆช่วยกันเลือก การคาดคะเนคำตอบ - ร่างกายเรามีกระดูก - เรามีกระดูกอยู่ทั่วร่างกาย - กระดูกมีลักษณะยาว กลม แบน และมีขนาดเล็กและใหญ่ - กระดูกแข็ง 3.3 ออกแบบการทดลอง และปฏิบัติการสืบเสาะ 1) นักเรียนแต่ละกลุ่มออกแบบการศึกษากระดูก โดยวัดความยาวของกระดูกแขนและกระดูก มือ จากนั้นทำการวาดภาพออกแบบที่จำทำกระดูกจำลอง และช่วยกันคัดเลือกวัสดุที่จะนำมาทำ แบบจำลองโครงกระดูกแขนและมือ 2) นักเรียนแต่ละกลุ่มทำแบบจำลองโครงกระดูก โดยมีครูคอยช่วยเหลือ ดูแลในการทำ กิจกรรม 3.4 สังเกต และบรรยาย(เชื่อมโยงสู่คำถามต่อไป) 1) นักเรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอแบบจำลองโครงกระดูกของกลุ่มตนเอง 2) ครูถามคำถามดังนี้ - นักเรียนทราบได้อย่างไรว่ากระดูกของเพื่อนแต่ละคนมีความยาวเท่าไร - นักเรียนสามารถศึกษาลักษณะของกระดูกได้อย่างไร 3) ครูนำ ฟิล์ม X-ray แขนและมือให้นักเรียนทุกกลุ่มได้ทำการศึกษา จากนั้นถามคำถามดังนี้ - ภาพโครงกระดูกจาก ฟิล์ม x-ray นักเรียนสังเกตเห็นอะไรบ้าง - กระดูกแขนและกระดูกมือของเรามีลักษณะอย่างไร - ทำไมแขนและนิ้วมือจึงสามารถงอและพับได้ - กระดูกแต่ละบริเวณเหมือนหรือต่างกันอย่างไร - ถ้าไม่มีกระดูกร่างกายเราจะเป็นอย่างไร - จากการทดลองนี้เด็กค้นพบว่ากระดูกทำหน้าที่ อะไร 3.5 บันทึกข้อมูล 1) เด็กร่วมกันออกแบบการบันทึกข้อมูลที่ได้จากการ สังเกต 2) บันทึกข้อมูลตามที่ออกแบบไว้
44 3.6 อภิปรายการทดลอง สรุปผล 1) ครูใช้คำถามกระตุ้นให้เด็กอภิปรายผลการทดลองและ หาข้อสรุปความรู้ที่ค้นพบ 2) เด็กแลกเปลี่ยนความคิดเห็นจากข้อค้นพบและสรุป ความรู้ที่ได้จากการทดลองแต่ละขั้นตอน (โดยระบุว่ารู้ ได้อย่างไร เพราะอะไร) 3) เด็กเปรียบเทียบผลการทดลองแต่ละตอนกับการ คาดคะเน 4) เด็กเชื่อมโยงความรู้จากทุกขั้นตอนเพื่อสรุปความรู้ จากผลการทดลอง 5) นักเรียนและครู สรุปความรู้ใหม่ที่ ค้นพบ - กระดูกแข็ง - กระดูกที่อยู่ในแต่ละตำแหน่งมีรูปร่างและขนาด แตกต่างกัน - กระดูกทำให้ร่างกายรักษารูปทรงไว้ได้ ขั้นสรุปและต่อยอดกิจกรรม 1) ครูเปิดภาพผู้ป่วยที่แขน ขา หัก นอนพักอยู่ในโรงพยาบาล จากนั้นถามคำถามดังนี้ - จาก ภาพผู้ป่วยในโรงพยาบาล นักเรียนคิดว่า ผู้ป่วยในภาพ เกิดความผิดปกติ อย่างไรบ้าง - นักเรียนคิดว่าผู้ป่วยในภาพ มีความเจ็บป่วยเกี่ยวกับกระดูกอย่างไร - ถ้านักเรียนเกิดความผิดปกติเกี่ยวกับกระดูก นักเรียนจะมีวิธีการ ดูแลร่างกายของ ตนเองอย่างไร - นักเรียนมีวิธีการระวังอุบัติเหตุและการดำรงชีวิตอย่างปลอดภัยอย่างไรบ้าง 2) นักเรียนร่วมกันตอบคำถามแลกเปลี่ยนแนวคิดในชั้นเรียน 4. ผลการจัดกิจกรรม 4.1 ผลที่เกิดขึ้นตามจุดประสงค์ - นักเรียนสามารถบอกรูปร่างของกระดูก แขนและมือของมนุษย์ได้ - บอกความแตกต่างของกระดูกแขนและมือจริงกับแบบจำลองที่สร้างขึ้น - นักเรียนสามารถวัดความยาวของกระดูก แขนและมือของมนุษย์ได้ - นักเรียนสามารถสร้างแบบจำลองแขนและมือได้ 4.2 ทักษะที่เกิดกับผู้เรียน 4.2.1 ทักษะทางสังคม นักเรียนสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่น และช่วยเหลือผู้อื่นได้ 4.2.2 ทักษะกระบวนการ - นักเรียนมีทักษะการสังเกตและเปรียบเทียบ - นักเรียนมีทักษะการคาดคะเนคำตอบ - นักเรียนมีทักษะการวัด
45 - นักเรียนมีทักษะการออกแบบการทดลอง - นักเรียนมีทักษะการทดลอง - นักเรียนมีทักษะการสร้างแบบจำลอง 4.2.3 ทักษะส่วนบุคคล นักเรียนยอมรับความคิดเห็นของกลุ่มและเคารพการตัดสินใจของผู้อื่น
46 5. ภาพการจัดกิจกรรมที่ 7 เรื่อง โครงกระดูก
47 5. ภาพการจัดกิจกรรมที่ 7 เรื่อง โครงกระดูก
48 ผลงานนักเรียน
49 1. จุดประสงค์ 1.1 นักเรียนสามารถอธิบายหน้าที่ของกระดูกมือของมนุษย์ (K) 1.2 นักเรียนสามารถสร้างแบบจำลองและเปรียบเทียบแบบจำลองมือกับมือจริง (P) 1.3 นักเรียนสามารถทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่นได้ (A) 2. วัสดุอุปกรณ์ - ถุงมือยางเบอร์ - เทปกาว - ทรายละเอียด - ฟิล์มเอกซเรย์กระดูกมือ - ไม้เสียบลูกชิ้น - ปากกาเมจิก - ยางรัดของ - กระดาษ A4 3. ขั้นตอนการจัดกิจกรรม 3.1 ตั้งคำถามกับธรรมชาติ/สิ่งที่สนใจ 1) แบ่งกลุ่มนักเรียนออกเป็นกลุ่มละ 3-4 คน 2) ครูกระตุ้นด้วยการสร้างเหตุการณ์จำลองจากประสบการณ์ตามธรรมชาติ - ให้นักเรียนใช้มือหยิบสิ่งของที่วางอยู่บนโต๊ะมาคนละ 1 ชิ้น ค้างไว้ 3) ครูถามคำถาม ทำไมเราจึงสามารถหยิบสิ่งของนั้นได้ 4) คุณครูให้นักเรียนตั้งคำถามที่อยากรู้เกี่ยวกับมือของตนเอง ได้ดังนี้ - ทำไมมือเรางอได้ - ทำไมนิ้วมือมี 3 ข้อ - ทำไมต้องมือหยิบของได้ - ทำไมถึงต้องมีกระดูก 3.2 รวบรวมข้อมูล ความคิดและคาดคะเนคำตอบ จดบันทึก 1) ให้นักเรียนทุกคนช่วยกันเลือกคำถามที่อยากหาคำตอบมากที่สุด ๑ คำถาม นักเรียนเลือก - ทำไมมือถึงหยิบสิ่งของได้ 2) ให้นักเรียนทุกกลุ่มคาดคะเนคำตอบ - เพราะมือมีกระดูก - เพราะกระดูกในมืองอได้ 3.3 ออกแบบการทดลอง และปฏิบัติการสืบเสาะ 1) ให้ตัวแทนกลุ่มมารับวัสดุอุปกรณ์ รายงานผลการจัดกิจกรรม ตามโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ระดับประถมศึกษา กิจกรรมการทดลองที่ 8 เรื่อง มือยาง ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1
50 2) ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันออกแบบการสร้างมือจำลอง โดยมีเงื่อนไขว่ามือจำลองต้องมี กระดูกอยู่ภายใน และมีความแข็งแรง 3.4 สังเกต และบรรยาย(เชื่อมโยงสู่คำถามต่อไป) 1) ครูถามคำถามดังนี้ - นักเรียนใช้วัสดุอะไรบ้างแทนส่วนต่างๆของมือ - กระดูกมือของเรามีลักษณะอย่างไร - นักเรียนเลือกใช้วัสดุอะไรแทนกระดูก เพราะเหตุใด 2) ครูทดสอบความแข็งแรงของมือจำลองโดยการนำของที่มีน้ำหนักมาวางไว้บนมือ 3) ครูถามคำถามดังนี้ - นักเรียนคิดว่าถ้าไม่มีกระดูก เราจะสามารถหยิบ จับ สิ่งของได้หรือไม่ อย่างไร - นอกจากมือจะมีประโยชน์ใช้หยิบจับสิ่งของ แล้วมือมีประโยชน์ด้านใดอีกบ้าง 3.5 บันทึกข้อมูล 1) เด็กๆ ร่วมกันออกแบบการบันทึกข้อมูลที่ได้จากการ สังเกต 2) บันทึกข้อมูลตามที่ออกแบบไว้ 3.6 อภิปรายการทดลอง สรุปผล 1) ครูใช้คำถามกระตุ้นให้เด็กอภิปรายผลการทดลองและหาข้อสรุปคสามรู้ที่ค้นพบ 2) เด็กๆ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นจากข้อค้นพบและสรุป ความรู้ที่ได้จากการทดลองแต่ละ ขั้นตอน 3) เด็กเปรียบเทียบผลการทดลองแต่ละตอนกับการคาดคะเน 4) เด็กเชื่อมโยงความรู้จากทุกขั้นตอนเพื่อสรุปความรู้ จากผลการทดลอง 5) เด็กนำเสนอการออกแบบทดลองผลการทดลอง และเรียนรู้จากการทดลอง 6) เด็กนำเสนอผลการทดลองและสรุปความรู้ใหม่ที่ค้นพบ - กระดูกแข็ง - มือรับน้ำหนัก และหยิบจับสิ่งของได้ ขั้นสรุปและต่อยอดกิจกรรม 1) เด็กเชื่อมโยงประสบการณ์เกี่ยวกับกระดูกส่วนของมือ 2) ให้เด็กแสดงแนวคิดในการนำความรู้ที่ค้นพบไปใช้ใน การระวังอุบัติเหตุและการดำรงชีวิต อย่างปลอดภัย 4. ผลการจัดกิจกรรม 4.1 ผลที่เกิดขึ้นตามจุดประสงค์ - นักเรียนสามารถอธิบายหน้าที่ของกระดูกมือของมนุษย์ - นักเรียนสามารถสร้างแบบจำลองและเปรียบเทียบแบบจำลองมือกับมือจริง