The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รายงานกิ่งไม้เงินทอง1.1เทพ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by monday0027, 2020-11-29 05:17:16

รายงานกิ่งไม้เงินทอง1.1เทพ

รายงานกิ่งไม้เงินทอง1.1เทพ

รายงาน
เรอื่ ง ฉยุ ฉายกิ่งไมเ้ งินทอง และ เรอื่ ง รำพลายชุมพล

เสนอ

อาจารย์ขรรค์ชัย หอมจันทร์

อาจารย์ชไมพร จนั ทรวบิ ลู ย์

จัดทำโดย

นายเทพประทาน พรมจารี ๖๐๑๑๓๐๑๓๖๐

รายงานเลม่ นเี้ ปน็ สว่ นหนึ่งของรายวชิ าศิลปะการรำเดยี่ ว ๒ (DRAM๓๒๐๔)
ภาคเรียนท่ี ๒ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๒

สาขาวชิ านาฏศิลปแ์ ละศลิ ปะการแสดง คณะมนุษยศาสตรส์ งั คมศาสตร์
มหาวิทยาลัยราชภัฎจนั ทรเกษม



คำนำ

รายงานฉบับน้ีเปน็ สว่ นหนึ่งของรายวิชา ศิลปะการรำเดี่ยว ๒ เร่อื ง ฉุยฉายก่ิงไมเ้ งนิ ทองและเรื่อง รำ
พลายชุมพล ซึ่งได้เรียนรู้ถึงท่ารำ กระบวนการรำ นักศึกษาได้จัดทำขึ้นและเรียบเรียงข้อมูล ตามลำดับ
ขัน้ ตอนได้เป็นอยา่ งดี รายงานฉบบั นีจ้ ัดทำขน้ึ เพอื่ หวังวา่ จะเปน็ ประโยชน์กบั ผอู้ ่าน นักเรียน หรอื นกั ศกึ ษาได้
ศึกษาหาความรูเ้ พิม่ เติม และเป็นแนวทางในการศึกษาต่อไป หากข้อมูลมีความผิดพลาดประการใด คณะ
ผจู้ ัดทำขออภัยมา ณ โอกาสน้ี

คณะผู้จัดทำ

สารบัญ ค
เรอื่ ง
ประวตั คิ วามเป็นมาของฉยุ ฉาย หน้า
ลกั ษณะของฉยุ ฉาย 1
ความหมายของฉยุ ฉาย 1
ความเป็นมาของรากง่ิ ไมเ้ งนิ ทอง 2
ดนตรี และเพลงทีใ่ ชป้ ระกอบการแสดง 4
เนอื้ รอ้ ง 6
สรุป 7
ประวตั กิ ารแสดงพลายชมุ พล 8
ความเป็นมาของพลายชมุ พล 9
รูปแบบ และลกั ษณะการแสดง 9
การแต่งกาย 9
ดนตรี และเพลงทใ่ี ชป้ ระกอบการแสดง 10
บทรอ้ งราพลายชุมพล 11
บรรณานกุ รม 12

13

1

ประวตั ิความเปน็ มาฉุยฉาย

การรำฉยุ ฉายจะพบได้ใน ๓ ลกั ษณะ
๑. รำฉยุ ฉายแบบเต็ม คอื รำฉยุ ฉายท่ปี ระกอบด้วยบทรอ้ งเพลงฉุยฉาย และบทรอ้ งเพลงแม่ศรีอย่างละ2
บท หรอื มากกวา่
๒. รำฉุยฉายแบบตดั คือ รำฉุยฉายที่ประกอบด้วยบทร้องเพลงฉุยฉาย และบทร้องเพลงแมศ่ รีอย่างละ1
บท เพอ่ื ความเหมาะสมกบั เวลาทใี่ ช้แสดง
๓. รำฉุยฉายพวง รำฉยุ ฉายทีป่ ระกอบดว้ ยบทรอ้ งเพลงฉยุ ฉาย และบทร้องเพลงแมศ่ รี โดยไม่ตอ้ งมีเสยี งป่ี
เป่าเลยี นเสยี งบทรอ้ ง ได้แก่ รำฉยุ ฉายกงิ่ ไม้เงนิ ทอง และรำฉยุ ฉายยอพระกล่ิน ในการแสดงละครดกึ ดำบรรพ์
เรอ่ื ง มณพี ิชยั

ผแู้ สดงในการรำฉุยฉาย
เนื่องจากการรำฉุยฉายนั้น มิใช่จะเป็นการรำเดี่ยว หรือรำเพียงผู้เดยี ว เช่น ฉุยฉายพราหมณ์ บางคร้ัง
อาจมีการรำเปน็ คู่ เช่น ฉยุ ฉายก่ิงไม้เงนิ ทองหรือรำฉุยฉายเปน็ หมู่ เช่น ฉายฉายอวยพร ฉยุ ฉายสถาบัน ดังน้ัน
การพิจารณาคดั เลอื กผู้แสดงจึงต้องคดั เลือกให้ดเู หมาะสมกับการแสดงฉุยฉายชดุ นัน้ ๆ โดยพจิ ารณา ดังนี้
๑. กรณีเป็นการรำฉยุ ฉายเพยี งผ้เู ดยี ว อาจคัดเลอื กผแู้ สดงท่ีมีฝีมอื รปู ร่าง หน้าตาดี นำมาแสดง
๒. กรณเี ปน็ การรำฉุยฉายเปน็ คู่หรือเป็นหมู่ อาจคัดเลอื กผูแ้ สดงที่มที ้งั ฝมี อื รปู ร่าง หน้าตา และขนาด
สัดสว่ นของผูแ้ สดงให้มคี วามเหมาะสมพอๆ กัน เพื่อใหเ้ กดิ ความสวยงามมากขึน้
๓. การรำฉุยฉายแต่ละชุดจะมีลักษณะตัวละครที่รำแตกต่างกัน ตามบทร้องที่ระบุในชุดนั้นๆ เช่น ผู้
แสดงเป็นตัวพระ ตัวนาง ตวั ยกั ษ์ และตัวลงิ ดงั นนั้ การคัดเลือกผูแ้ สดงจงึ ควรให้เหมาะสมกบั บคุ ลิกท่าทางท่ีผู้
แสดงจะต้องรำในฉุยฉายนั้นว่ามีลักษณะเป็นอย่างไรจึงจะทำให้การรำฉุยฉายนั้นดูสวยงามถูกต้องในลีลา
รูปแบบของนาฏศลิ ป์ไทย
๔. ผู้แสดงรำฉุยฉายจะมรี ูปแบบการรำโดยทวั่ ไป ดงั นี้

๔.๑. รำตามบทร้องและรำทวนบทร้องท่ีมีเคร่ืองดนตรีบรรเลงเลยี นเสียงในบทร้องที่รอ้ งไปแลว้
ในการร้องฉุยฉาย

2

๔.๒. รำตามบทร้องและรำใชท้ ่ารับใหม่ ท่มี ีเครอ่ื งดนตรบี รรเลงเลียนเสยี งในบทรอ้ งทร่ี ้องไปแลว้
ในการร้องแม่ศรี

๕. ผู้แสดงต้องพยายามใสล่ ีลาให้เหมาะสมตามบทบาทของฉยุ ฉายชนิดนั้นๆ ที่กล่าวถึงว่าเป็นตัวใดรำ
เชน่ ตวั นางแปลงเปน็ ตวั พระ กต็ อ้ งรำใหด้ สู งา่ งาม กร้มุ กรม่ิ ทะมัดมะแมง หรือตวั พระแปลงเป็นตัวนาง ก็ต้อง
รำใหด้ ูชดช้อยกระต้งุ กระต้งิ ชมดชมอ้ ย เป็นตน้
ฉยุ ฉายเปน็ คำประสมระหว่างคำว่า "ฉุย" และ "ฉาย" พจนานกุ รมฉบับราชบณั ฑิตยสถาน ไดใ้ ห้ความหมายไว้
ดงั น้ี

ความหมายของฉุยฉาย
ฉุย หมายถึง กลน่ิ ท่ลี อยตามลมมากระทบ เช่น คำว่า "กล่นิ หอมฉยุ "
หมายถงึ ควนั หรือไอที่พุ่งขึ้นเร่ือยๆ เชน่ คำว่า "ควนั ฉยุ "
หมายถึง ลิ่ว คล่องแคลว่ เช่น คำวา่ "ไปฉุย เดนิ ฉยุ "
ฉาย หมายถึง เงา ท่รี ่ม
หมายถงึ กระจกส่องหนา้ เรยี กวา่ พระฉาย
หมายถึง กริ ยิ าทแ่ี สดงออก
หมายถงึ สอ่ งแสงออกไป
หมายถึง เกลีย่ ใหเ้ สมอ กระจายให้เสมอ เชน่ คำวา่ "ฉายเดนิ เกลี่ยดินให้เสมอ"
หมายถึง งาน สดใส ผุดผาด
หมายถงึ เดินเครือ่ งฉายไฟส่องภาพในฟลิ ์มไปตดิ จอ เช่น คำว่า "ฉายหนงั "

เมอื่ นำทั้งสองคำนีม้ าประสมกัน ทำให้เกิดความหมาย คือ
ฉยุ ฉาย หมายถึง เดนิ กรดี กรายอยา่ งเจ้าชู้
หมายถึง เพลงรอ้ งและท่ารำชนิดหน่ึง

นอกจากนย้ี งั มผี ู้ให้ความหมายอยูห่ ลายประการ เช่น

3

ฉุยฉายในทางนาฏศิลป์ หมายถึง การร่ายรำ เมื่อตัวละครเกดิ ความภาคภูมิใจท่ีสามารถแปลงกาย
หรอื แตง่ กายได้อยา่ งสวยสดงดงาม

ฉุยฉาย หมายถึง การรำทีม่ ีลีลากรดี กราย ท่วงทีงดงาม ใส่ความรู้สึกในใบหน้าท่าทาง และอาการ
เคล่อื นไหว เป็นบคุ ลิกเฉพาะของตัวละครในบทนัน้ ๆ

ฉุยฉาย หมายถึง ประเภทของนาฏศิลป์ไทยชดุ หนึ่ง ที่มีลลี าเยอ้ื งกรายมักใช้ในการรำเด่ยี ว การร่าย
รำแสดงถึงอุปนิสัยของตัวละคร โดยเน้นลักษณะบุคลิกภาพเฉพาะอย่าง บทร้องในการแสดงฉุยฉายจึงมัก
พรรณนาถึงหนา้ ตา ท่าทาง และการแต่งองคท์ รงเครื่องทีค่ อ่ นข้างละเมียดละไมสวยงาม

“รำฉยุ ฉาย” เป็นการแสดงประเภทรำเดย่ี วเพือ่ อวดฝีมอื ของตวั สำคญั ในการแสดง โขน หรอื ละคร ใน
เร่ืองหรือตอนน้นั ๆ เป็นการรำที่แสดงถงึ ความภาคภูมิใจ เมือ่ ได้แตง่ ตวั หรอื แปลงกายใหเ้ หมือนกับตัวละครท่ี
ต้องการจะเป็น เช่น รำฉุยฉายวันทอง เป็นการแปลงกายจากเปรต มาเปน็ นางวันทอง รำฉุยฉายยอพระกล่ิน
เป็นการแปลงกายจากพราหมณ์ มาเป็นนางยอพระกล่ิน เปน็ ตน้

รำฉุยฉายเกิดขึ้นและเป็นที่นิยมในช่วงปลายสมัยรัชกาลที่ ๔ ถึงต้นสมัยรัชกาลที่ ๕ (พ.ศ.๒๓๙๔ –
๒๔๑๑) ทา่ รำในยคุ นน้ั เปน็ ทา่ รำเกา่ ท่ีตกทอดมาจากรนุ่ หมอ่ มครแู ย้ม หม่อมครูองึ่ หม่อมครูนมุ่ เจ้าจอมมารดา
วาดและเจ้าจอมมารดาเขียน เป็นรุ่นครู ของครูลมุล ยมะคุปต์ ผู้วางรากฐานหลักสูตรการเรียนการสอน
นาฏศิลป์ไทย ในวิทยาลยั นาฏศิลป์ กรมศิลปากร (ปจั จุบันคือ วทิ ยาลัยนาฏศิลปะ สถาบันบัณฑิตพัฒนาศิลป์
กระทรวงวัฒนธรรม) และรำฉุยฉายก็เป็นรายวิชาหนึ่งที่นักเรียนนาฏศิลป์จะต้องเรียน ตั้งแต่สมัยเริ่มก่อตง้ั
โรงเรียน จนมาถึงปจั จบุ ัน โดยเปน็ ทยี่ อมรับวา่ เป็นรำที่ใช้อวดฝีมอื ความสามารถของผแู้ สดง และเป็นที่นิยมใน
หมนู่ าฏศิลปนิ มาจนถึงปัจจุบนั

4

ความเปน็ มาของรำกงิ่ ไมเ้ งนิ ทอง

ละครดึกดำบรรพ์ เปน็ ละครทเี่ กิดขึ้นในสมยั รัชกาลที่ ๕ กำเนิดข้นึ ณ บา้ นเจา้ พระยาเทเวศร์วงศ์วิวัฒน์ (
ม.ร.ว. หลาน กุญชร ) โดยแสดง ณ โรงละครของทา่ นทีต่ ้ังชื่อวา่ "โรงละครดึกดำบรรพ"์ เจ้าพระยาเทเวศร์วงศ์
วิวัฒนไ์ ด้เดนิ ทางไปยุโรปเมือ่ ปี พ.ศ. ๒๔๓๔ และมีโอกาสได้ชมละครโอเปร่า (Opera) ซ่ึงท่านชนื่ ชมการแสดง
มาก เมอื่ กลับมาจึงคิดทำละครโอเปรา่ ให้เปน็ แบบไทย จงึ เล่าถวาย สมเด็จพระเจ้าบรมวงศเ์ ธอ เจ้าพระยานริศ
รานุวดั ตวิ งศ์ สมเดจ็ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจา้ พระยานริศรานวุ ดั ติวงศ์กโ็ ปรดเห็นว่าดี ในการสร้างละครดึกดำ
บรรพ์คร้ังน้ี นอกจากทา่ นจะเป็นผูส้ ร้างโรงละครดกึ ดำบรรพ์ สรา้ งเครอ่ื งแตง่ กาย และอปุ กรณ์การแสดงแล้ว
ท่านยังไดร้ ับความรว่ มมือจากผ้รู ว่ มงานทส่ี ำคัญ ได้แก่

- สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าพระยานริศรานุวดั ติวงศ์ ทรงพระราชนิพนธ์บท และทรงเลือกสรร
ปรบั ปรุงทำนองเพลง ออกแบบฉาก และกำกับการแสดง

- หลวงประดษิ ฐ์ไพเราะ (ตาด ตาตะนนั ท)์ เปน็ ผจู้ ัดทำนองเพลงควบคมุ วงดนตรี และป่ีพาทย์

- หมอ่ มเขม็ กญุ ชร ณ อยธุ ยา ภรรยาของเจ้าพระยาเทเวศร์วงศว์ ิวัฒน์ เปน็ ผ้ปู รบั ปรุง ประดษิ ฐ์ท่ารำ
และฝกึ สอนใหเ้ ข้ากบั บท และลำนำทำนองเพลง

ละครดกึ ดำบรรพไ์ ด้ออกแสดงคร้ังแรกปี พ.ศ. ๒๔๔๒ เนอ่ื งในโอกาสตอ้ นรบั เจ้าชายเฮนร่ี พระอนุชา
สมเดจ็ พระเจ้ากรงุ รสั เซยี ซง่ึ เปน็ พระราชอาคนั ตกุ ะของพระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกล้าเจา้ อยูห่ วั ละครดกึ ดำ
บรรพ์ได้รับความนิยมตลอดมา จนกระทั่งปี พ.ศ. ๒๔๕๒ เจ้าพระยาเทเวศร์วงศ์วิวัฒน์ เกิดอาการเจ็บป่วย
ถวายบังคมลาออกจากราชการ ทำให้ต้องเลิกการแสดงละครดกึ ดำบรรพไ์ ป นบั แตเ่ รม่ิ แสดงละครดกึ ดำบรรพ์
จนเลกิ การแสดงรวมระยะเวลา ๑๐ ปี

รำเบิกโรงกิ่งไม้เงนิ ทอง ได้รับการลบื ทอดมาจากละครวังสวนกุหลาบในสมเดจ็ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจา้
ฟ้าอัษฎางค์เดชาวธุ กรมหลวงนครราชสีมา ที่ได้เชญิ เจ้าจอมมารดาสาย และเจ้าจอมละม้าย ในราชกาลท่ี ๕
ซึ่งเดิมทา่ นทัง้ สองเปน็ ละครหลวงรุน่ เล็กในราชกาลที่ ๔ และไดเ้ คยเปน็ ผรู้ ่ายรำมาก่อน เข้ามาถ่ายทอดให้กับ
คณะละครวงั สวนกหุ ลาบ นางลมุล ยมะคุปต์ ผู้เชี่ยวชาญการการสอนนาฎศิลปไ์ ทย วิทยาลับนาฏศิลป์ กรม
ศิลปะกร และนางเฉลย ศุขะวณิช ผู้เช่ียวชาญการสอนนาฏศิลป์ไทย วิทยาลัยนาฏศิลป์ กรมศิลปากร ศิลปนิ
แห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (นาฏศิลป์) ปีพุทธศักราช ๒๕๓๐ ได้จดจำนำมาถ่ายทอดให้กับนักเรียน
นาฏศิลป์ ศิลปากรสืบมา และไดบ้ รรจไุ วใ้ นหลักสตู รการเรยี นนาฏศลิ ป์ ในระดับนาฏศิลปข์ ้ันสงู

5

นางลมุล ยมะคปุ ต์ ไดถ้ า่ ยทอดรำเบิกโรงกิง่ ไมเ้ งินทอง ใหน้ างสาวศริ วิ ฒั น์ แสงสว่าง (ดิษยนนั ทน)์ และ
นางสาวนติ ยา จามรมาน แสดงในงานพระราชพิธีบวงสรวงพระสยามเทวาธิราช ณ พระทีน่ ัง่ ไพศาลทกั ษณิ เปน็
ครั้งแรกเม่อื ปี พ.ศ ๒๔๕๙ เป็นชุดรำเบกิ โรงละครในเรอ่ื งอเิ หนา ตอนท้าวดาหาบวงสรวง

รำเบกิ โรงก่ิงไมเ้ งนิ ทอง ทีจ่ ัดแสดงโดยสำนกั การสังคตี ปัจจุบัน เป็นผลงานการปรบั ปรุงของท่านผู้หญิง
แผว้ สนิทวงศ์เสนี ซึง่ ได้มกี ารนำรปู แบบการแสดงชดุ รำก่งิ ไมเ้ งนิ ทอง มาใช้ประกอบการแสดงในงานพิธี รัฐพิธี
อันเป็นมงคล เช่น รำถวายพระพรต้อนรับพระราชอาคันตุกะ โดยเพิ่มจำนวนผู้แสดงเป็นระบำหมู่แบบ
พระ นาง ทงี่ ดงามย่งิ

รูปแบบและลกั ษณะการแสดง

ฉยุ ฉายก่งิ ไมเ้ งินทอง เป็นการรำเบกิ โรงละครไทยชดุ หนงึ่ ซึง่ เป็นบทพระราชนิพนธใ์ นพระบาทสมเด็จ
พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดให้อาจารย์เฉลย ศุขะวณิช เป็นผู้ประดิษฐ์ท่ารำและถ่ายทอดท่ารำเพลง
ฉุยฉายชุดน้ี จนเป็นท่ีนิยมแพร่หลาย ผู้รำแต่งกายยืนเครื่องนาง ๒ คน ตัวละครฝ่ายนางถือกิง่ ไม้เงนิ ทอง มือ
ข้างขวากำกิง่ ไม้ทอง ส่วนมือข้างซา้ ยกำกิ่งไมเ้ งนิ ในบท "สองนางเนื้อเหลือง" ฉบับเจ้าจอมละม้าย รำไปตาม
บทขับรอ้ งและทำนองเพลงฉุยฉาย การรำจะมีอิริยาบถที่งดงาม ทั้งอิริยาบถของการเคลื่อนไหว มือ แขน ขา
ใบหน้าและลำตัวที่สวยงาม มีจังหวะทา่ รำที่เหมาะเจาะเข้ากับจังหวะของเพลง เพลงที่ใชเ้ ป็นฉยุ ฉายพวง คือ
รอ้ งรวบความจนจบทอ่ น โดยไม่มีปเ่ี ป่ารบั นบั เป็นวิวัฒนาการอีกขั้นหนึ่ง ซงึ่ มมี าตัง้ แต่สมัยโบราณ

เครือ่ งแต่งกาย

ผูแ้ สดงแต่งกายยืนเครอ่ื งนาง รดั เกล้ายอด อปุ กรณป์ ระกอบการแสดง คือ ดอกไม้เงินดอกไม้ทอง

6

(ฉุยฉายกิ่งไมเ้ งนิ ทอง : shorturl.at/oMST2)
ดนตรี และเพลงทใ่ี ช้ประกอบการแสดง

ใช้วงปี่พาทย์ไม้นวม เพลงที่ใช้บรรเลงประกอบการแสดง เพลงโคมเวียน เพลงเชิดฉิง่ และเพลงเชิด
จีนตัวสาม

(วงปพ่ี าทย์ไมน้ วม : https://sites.google.com/a/samakkhi.ac.th/kheruxng-dntri-thiy-3-2/wng-pi-
phathy/4-wng-pi-phathy-sepha)

7

ฉยุ ฉายเอย เนอื้ ร้อง
ห่มผา้ หน้าปกั ชาย - รอ้ งฉยุ ฉาย -
มอื ถือก่งิ ไมเ้ งินทอง
ได้ฤกษง์ ามยามโมง สองนางเนอ้ื เหลอื งย่างเยอ้ื งกรีดกราย
การฟอ้ นละครใน ผนั ผายมาเบกิ โรง
ลว้ นอร่ามงามตรู เปน็ ของสงา่ อ่าโถง
จะชักโยงคนมาดู
สองแมเ่ อย มิให้ผู้ใดมาเล่นสู้
เหมอื นหนงึ่ เทพธิดา เชิดชูพระเกียรติเอย
รำเตน้ เลน่ ดูดี - รอ้ งแม่ศรี -
เว้นแต่ท้ายไมง่ อน แม่งามหนกั หนา
ลงมากรายถวายกร
สองแมเ่ อย ยิ่งกว่ามีมาแต่กอ่ น
ยิ่งแมนแขนออ่ น ไมเ่ หมอื นละครนอกเอย
ไหล่เหลย่ี มเสงีย่ มองค์ แม่งามแม่งอน
ดงั นางในไกรลาศ ออ้ นแอน้ ประหนง่ึ วาด
คว้ิ เปน็ วงผวิ สะอาด
รอ่ นลงมารำเอย

8

สรุป

จากเอกสารทางวิชาการดังกล่าว สามารถสรุปได้ว่า การรำกิ่งไม้เงินทองเป็นการแสดงเบิกโรงของ
ละครในชดุ หน่ึงท่เี กดิ ขน้ึ จากพระรามประสงค์ในราชกาลท่ี ๔ ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกลา้ ให้ละครหลวงในสมยั
น้นั ฝึกหัดขน้ึ และใช้แสดงในงานอันเปน็ มงคลต่างๆ โดยในแลว้ คงจะได้รบั เครื่องราชบรรณาการดอกไม้เงนิ ทอง
จากประเทศตา่ งๆ สง่ มาทูลเกลา้ ฯ ถวายไวเ้ ปน็ อนั มาก จึงโปรดใหพ้ วกละครหลวงถือดอกไม้เงนิ ทองรำเบกิ โรง
รำเบกิ โรงแทนการถือหางนกยงุ แบบการรำบรรเลง และยังทรงพระราชนิพนธบ์ ทขบั ร้องรำดอกไม้เงินทองข้ึน
ซง่ึ เดิมการรำบรรเลงไมม่ ีบทรอ้ ง ผู้แสดงร่ายรำตามทำนองเพลงหน้าพากยเ์ ท่านนั้ ในเวลาเดียวกันนก้ี ็ทรงพระ
ราชนิพนธบ์ ทขับร้องรำฉยุ ฉายกิ่งไม้เงินทองให้ตัวละครฝ่ายนาง ๒ คน ออกมารำฉุยฉายเบิกโรงละครในดว้ ย
ในสมัยโบราณกอ่ นแสดงละครในจะตอ้ งมกี ารรำเบกิ โรงละครกอ่ นแลว้ จงึ แสดงละครในเป็นเรอ่ื งเป็นราว ต่อไป
การรำเบิกโรงละครในอย่างแรกคือ รำบรรเลง ต่อมาในสมัยราชกาลอืน่ ทรงเปลี่ยนการแสดงเบิกโรง ละครใน
ชดุ ประเลงมาเป็นรำดอกไม้เงินทอง และรำฉุยฉายก่งิ ไมเ้ งินทอง ในสมัยนั้นละครในทกุ โรงจะต้องแสดงเบิกโรง
ชุดรำดอกไมเ้ งนิ ทอง และรำฉุยฉายก่ิงไม้เงนิ ทองทุกครั้ง ก่อนจะแสดงละครใน

9

เร่ือง รำพลำยชุมพล

ประวตั ิการแสดง

การรำเดี่ยว คือ การแสดงที่ใช้ผู้แสดงเพียงคนเดยี ว มีจุดมุ่งหมายเพ่ืออวดฝีมือการร่ายรำที่ประณีต
งดงาม ผู้แสดงรำเดยี่ วจงึ ต้องมที กั ษะในการรำและได้รบั การฝกึ ฝนมาเป็นอย่างดี การรำเดยี่ ว ได้แก่ มโนห์รา
บูชายัญ ในเร่อื งพระสุธนมโนหร์ า รำพลายชมุ พลในเร่ืองขุนชา้ งขุนแผน ฯลฯ ซง่ึ เป็นการรำท่ีมีลีลากรีดกราย
ท่วงทงี ดงามใสค่ วามร้สู ึกบนใบหนา้ ทา่ ทางและการเคลอ่ื นไหว โดยเฉพาะการรำฉยุ ฉายซึ่งมอี ยู่หลายชุด เช่น
ฉุยฉายพราหมณ์ ฉยุ ฉายศูรปนขาแปลง ฉยุ ฉายทศกณั ฐ์ เปน็ ตน้ สว่ นใหญ่สอดแทรกอยู่ในการแสดงโขน เร่ือง
รามเกียรติ์ แตล่ ะเพลงผูแ้ สดงจะตอ้ งรำด้วยลีลาการเคลื่อนไหวไปตามบุคลกิ เฉพาะของตวั ละครในบทนนั้ ๆ

ความเป็นมาของพลายชมุ พล

เป็นการแสดงชดุ หนึง่ ซึง่ อยู่ในละครเสภา เรอ่ื งขนุ ชา้ งขนุ แผน ตอนพระไวยแตกทพั โดยเฉพาะตอนท่ี
พลายชมุ พลแต่งตัวเปน็ มอญ ซ่ึงมีเนอื้ เรอื่ งโดยยอ่ วา่ ขนุ แผนได้คบคดิ กบั ลกู ชายคอื พลายชมุ พล ลูกชายของตน
อกี คนหน่งึ ซ่ึงเกิดจากนางแก้วกริ ิยา ธดิ าเจา้ เมอื งสุโขทัย และนดั แนะอุบายให้พลายชุมพล ปลอมตนเปน็ มอญ
ใหม่ ยกทัพหุ่นยนต์ ทำทใี หข้ า่ วระบือไปว่าพวกมอญใหม่ ยกกองทัพมาตกี รุงศรอี ยุธยา แตค่ วามจริงเปน็ ศึกแก้
แค้นระหวา่ งสมาชกิ ครอบครวั เดยี วกนั เอง หรือถ้าจะกล่าวให้ตรงก็คอื ศกึ แกแ้ ค้นระหว่างพ่อกับลูก (ขุนแผน
กบั พระไวย)

การแสดงละคร เรื่องขุนช้างขุนแผน ตอนพระไวยแตกทัพ กรมศิลปากรจัดการแสดง ณ โรงละคร
ศลิ ปากร (สะกดตามสูจิบตั ร) เมือ่ พ.ศ ๒๔๙๓ โดยจดั แสดงในวันศกุ ร์ เสาร์ และอาทติ ย์ เวลา ๑๔.๐๐ น. และ
๒๐.๐๐ น. วนั อาทติ ย์เพมิ่ รอบเชา้ เวลา ๑๐.๐๐ น. การจดั การแสดงในคร้ังนี้ ผูท้ ่ีรบั บทพลายชมุ พล (มอญ) ซ่ึง
มีอยู่ด้วยกนั ๒ ชุด คือ

ชดุ ศิลปินชาย ไดแ้ ก่ นายจำนง พรพิสทุ ธ์ิ

ชุดศิลปินหญิง ไดแ้ ก่ นางสาวสินนี าฎ โพธเิ วส

รูปแบบ และลักษณะการแสดง

รำพลายชุมพล เป็นการแสดงทีอ่ ยู่ในละครเรือ่ ง แต่เนื่องจากมีผู้นิยมนำมาแสดงเปน็ เอกเทศ และได้รบั
ความนยิ มมาก กระบวนท่ารำทะมดั ทะแมง เพลงท่ีนำมาใช้ประกอบการแสดง ก็สนกุ สนาน รวดเร็ว ผสมผสาน
ทา่ รำในลักษณะตา่ งๆ เชน่ กระบวนท่าตีไหลอ่ อก กระบวนท่ารำหอก และกระบวนทา่ รำข่มี ้า เปน็ ตน้

การรำแบ่งเปน็ ขัน้ ตอนต่าง ๆ ได้ดงั นี้

10

ขั้นตอนท่ี ๑ รำออกตามทำนองเพลงมอญดดู าว
ข้นั ตอนที่ ๒ รำตบี ทตามบทร้องเพลงมอญดูดาม
ขน้ั ตอนที่ ๓ รำรบั ท่าตรงทำนองรับ
ขัน้ ตอนที่ ๔ รำเข้าตามทำนองเพลงพระยาลำพอง

การรำในชุด “รำพลายชุมพลแต่งตวั ” นี้ จุดสำคัญอยู่ที่การใช้ไหล่ เพราะการใช้ไหล่ในท่าของมอญที่
จะต้อง “ตีไหล่ออก” เสยี เป็นสว่ นมาก และเป็นการรำทเี่ รยี กว่า โกเ้ ก๋ ฉะนัน้ ผู้ทรี่ ำตวั พลายชุมพล จึงประสบ
ความสำเรจ็ มาแล้วหลายตอ่ หลายคน
การแตง่ กาย

(รำพลายชมุ พล : http://nichapat0605.blogspot.com/2016/10/)

เสือ้ แขนยาว คอตง้ั ผา่ อกตลอด สชี มพู กางเกงสชี มพู (สนับเพลา)

ผา้ นงุ่ เปน็ ผา้ ตะโก้ง (ลายตาหมากรกุ ) ลายตาราง ผู้ประเจียดสขี าว เขียนยันต์

ผา้ คาดเอวสเี ขยี ว ผา้ โพกหวั สแี ดง ขลิบทอง

เสื้อกั๊กสดี ำ ปกั ลายยันต์ เครื่องประดับ ตา่ งหู

สายเพชรคาดผา้ โพกเขม็ ขดั พร้อมหวั ข้อเท้า

อปุ กรณ์ประกอบการแสดง ตะกรุด,หอกสตั ตะโลหะ,ม้าสกี ะเลียว (เขียว)

11

ดนตรี และเพลงทใี่ ชป้ ระกอบการแสดง
ใช้วงป่ีพาทยไ์ ม้นวมแต่เปล่ียน ขลุย่ เป็น ปมี่ อญ และเพม่ิ ตะโพนมอญ
เพลงที่ใช้ประกอบการแสดงคือ เพลงมอญดดู าว และเพลงพญาลำพอง

(วงปี่พาทย์ไม้นวม : https://sites.google.com/a/samakkhi.ac.th/kheruxng-dntri-thiy-3-2/wng-pi-
phathy/3-wng-pi-phathy-minwm)

12

บทรอ้ งรำพลายชุมพล

- ปี่พาทยท์ ำเพลงมอญดดู าว -

- รอ้ งเพลงมอญดดู าว -

แลว้ จัดแจงแตง่ กายพลายชุมพล ปลอมตนเปน็ มอญใหมด่ คู มสนั

นุ่งผา้ ตาหมากรุกของรามัญ ใส่เส้อื ลงยันตย์ ้อมว่านยา

- ป่ีพาทยร์ ับ –

คอผกู ผา้ ประเจยี ดของอาจารย์ โอมอ่านเสกผมผดั หน้า

คาดตะกรดุ โทนทองของบิดา โพกผา้ สที ับทมิ ริมขลบิ ทอง

- ป่ีพาทย์รบั -

- ป่ีพาทยท์ ำเพลงพระยาลำพอง –

ถือหอกสตั ตะโลหะชนะชยั เหมอื นสมงิ มอญใหมด่ ูไววอ่ ง
ขุนแผนขี่สีหมอกออกลำพอง ชุมพลขน้ึ กระเลียวผยองนำโยธา

- ป่ีพาทย์รบั เพลงมอญดูดาว ๑ เท่ียว –

13

บรรณานกุ รม
ผู้ช่วยศาสตราจารย์สุมิตร เทพวงษ์. (๒๕๔๗). ฉุยฉาย. พิมพ์ครั้งที่๒. กรุงเทพมหานคร : โอ.
เอส.พรน้ิ ติง้ เฮา้ ส์
รำพลายชมุ พล : https://sites.google.com/site/passakorn1/prawati-khwam-pen-ma-
khxng-ra-thiy

https://www.nattasampun.com/?action=show_category&id=1


Click to View FlipBook Version