The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เอกสารประกอบการปฏิบัติการสอนกิจกรรมแนะแนวในสถานศึกษา

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by mixgale, 2022-03-18 22:06:16

แผนการสอนกิจกรรมแนะแนว

เอกสารประกอบการปฏิบัติการสอนกิจกรรมแนะแนวในสถานศึกษา

1

2

บทนำ
กิจกรรมแนะแนว
หลกั การ
กิจกรรมแนะแนวเปนกิจกรรมสงเสริมและพัฒนาความสามารถของผูเรียนใหเหมาะสมตามความ
แตกตางระหวางบุคคล ใหสามารถคนพบและพัฒนาศักยภาพของตน เสริมสรางทักษะชีวิต วุฒิภาวะทาง
อารมณ การเรยี นรใู นเชิงพหุปญญา และการสรางสัมพันธภาพที่ดี ครูแนะแนวทุกคนตองทำหนาท่ีแนะแนวให
คำปรกึ ษาดานชีวิต การศกึ ษาตอและพฒั นาตนเองสูโ ลกอาชีพและการมีงานทำ ตอ งมสี วนในการสงเสริมและ
สนับสนุนเพื่อพัฒนาใหเกิดการเรียนรู อันจะนำไปสูสมรรถนะที่สำคัญ 5 ประการ และคุณลักษณะอันพึง
ประสงค 8 ประการ นำไปบรู ณาการการจัดกิจกรรมแนะแนว สงเสริมพัฒนานักเรยี นใหมีทักษะชีวิตโดยมุงจัด
กิจกรรมใหสอดคลองกับสภาพปญหา ความตองการ ความสนใจ ธรรมชาติของนักเรียนและวิสัยทัศนของ
โรงเรียนใหคลอบคลมุ ท้ังดา นการศึกษา การงานและอาชพี ชีวติ และสังคม เนน นกั เรยี นเปนสำคญั
วัตถปุ ระสงค
1. เพื่อใหน ักเรียนเกิดการเรียนรู รจู ัก เขา ใจ รกั และเหน็ คุณคา ในตนเองและผูอ นื่
2. เพ่อื ใหน ักเรยี นเกดิ การเรยี นรู สามารถวางแผนการเรยี น อาชพี รวมท้งั การดำเนินชีวติ และสังคม
3. เพื่อใหนักเรียนเกิดการเรียนรู สามารถปรับตัวไดอยางเหมาะสม และอยูรวมกับผูอื่นไดอยางมี
ความสุข
ขอบขาย
การจดั กจิ กรรมแนะแนวมีองคประกอบ 3 ดา น ดงั นี้
1. ดานการศึกษา ใหนักเรียนไดพฒั นาตนเองในดานการเรียนอยางเตม็ ตามศักยภาพรูจักแสวงหาและ
ใชขอมูลประกอบการวางแผนการเรียนหรือการศึกษาตอไดอยางมีประสิทธิภาพมีนิสัยใฝรูใฝเรียน
มีวิธีการเรียนรแู ละสามารถวางแผนการเรยี นหรือการศกึ ษาตอ ไดอ ยางเหมาะสม
2. ดานการงานและอาชีพ ใหนักเรียนไดรูจักตนเองในทุกดาน รูและเขาใจโลกของงานอาชีพอยาง
หลากหลาย มีเจตคติที่ดีตออาชีพสุจริต มีการเตรียมตัวสูอาชีพ สามารถวางแผนเพื่อประกอบอาชีพตามที่
ตนเองมีความถนดั และสนใจ
3. ดานชีวิตและสังคม ใหนักเรียนรูจักและเขาใจตนเอง รักและเขาใจตนเอง รักและคุณคาในตนเอง
และผอู ืน่ รักษส งิ่ แวดลอม มวี ุฒิภาวะทางอารมณ มเี จตคตทิ ี่ดีตอการมีชวี ติ ท่ีดีมีคุณภาพ มีทักษะและสามารถ
ปรับตัวใหด ำรงชวี ติ อยูในสังคมไดอยา งมคี วามสขุ

3

แนวการจัดกจิ กรรม
1. สำรวจสภาพปญหา ความตองการ ความสนใจ และธรรมชาติของนักเรียน เพื่อเปนขอมูลใน

การกำหนดแนวทางและแผนการปฏบิ ตั ิกจิ กรรมแนะแนว
2. วเิ คราะหขอมูลของนักเรยี นท่ีไดจ ากฐานขอมลู นักเรียนรายบุคคล หรอื การสำรวจเพื่อทราบปญหา

ความตอ งการ และความสนใจ เพื่อนำไปกำหนดสาระและรายละเอียดของกิจกรรมแนะแนว
3. กำหนดเปา หมายกจิ กรรมแนะแนวของโรงเรยี น
4. กำหนดสัดสวนของกิจกรรมดานการศึกษา การงานและอาชพี รวมท้ังชวี ิตและสงั คมใหไ ดสัดสวนท่ี

เหมาะสม โดยยึดสภาพปญ หา ความตองการ ความสนใจ ตลอดจนธรรมชาตขิ องนกั เรยี นเปน หลัก ทัง้ นี้ครแู ละ
นกั เรยี นมีสวนรว มในการปฏิบตั ิกิจกรรม

5. กำหนดแผนการปฏิบัติกิจกรรมแนะแนว โดยระดับประถมศึกษาจัดเปนรายป/ระดับมัธยมศึกษา
จัดเปนรายภาค เมื่อกำหนดสัดสวนของกิจกรรมในแตละดานแลว จะตองระบุวาจะจัดกิจกรรมแนะแนว
ในดานใด จำนวนกี่ชั่วโมง พรอมทั้งจะตองกำหนดรายละเอียดของแตละดานใหชดั เจนวาควรมีเรื่องอะไรบาง
เพือ่ จะไดจัดทำเปนรายละเอยี ดของแตละกจิ กรรมยอยตอไป

6. การจดั ทำรายละเอียดของแตละแผนการปฏิบตั กิ จิ กรรม เร่ิมต้งั แตการกำหนดชื่อกจิ กรรม
จุดประสงค เวลา เนอื้ หาสาระ และวธิ ดี ำเนินกจิ กรรม สื่อ/อปุ กรณ และการประเมินผล

7. ปฏิบัติตามแผนการปฏบิ ัติกจิ กรรมแนะแนว วดั และประเมินผล และสรุปรายงาน
การประเมินผลการจัดกจิ กรรม

ในการประเมินผลการจัดกิจกรรมแนะแนว ครูผูรับผิดชอบการจัดกิจกรรมแนะแนว นักเรียน และ
ผปู กครอง มภี ารกจิ ที่รับผิดชอบดังน้ี

1. ครผู ูจดั กจิ กรรมแนะแนว
1.1 จัดกิจกรรมเพื่อพัฒนานักเรียนใหเกิดคุณลักษณะตามวัตถุประสงค สอดคลองกับวิทัศนของ

โรงเรียนและตามสภาพความตอ งการและปญหาของนักเรยี น
1.2 รายงงานเวลาและพฤติกรรมการเขารวมกจิ กรรม
1.3 ศกึ ษา ตดิ ตาม และพัฒนานกั เรียนในกรณที น่ี ักเรยี นไมเ ขา รวมกิจกรรม
1.4 ประเมินผลนกั เรยี น โดยดูจากพัฒนาการของนักเรยี นตามวัตถุประสงคท ่ีกำหนด

เปนสำคัญ ในกรณที ผี่ ลการประเมนิ ยังไมผา นใหครผู ูจ ัดกจิ กรรมดำเนินการซอ มเสรมิ โดยนกั เรียนปฏิบัติ
กจิ กรรมซ้ำหรือปฏบิ ตั กิ ิจกรรมเพม่ิ เติม จนกระท่งั นักเรียนบรรลคุ ุณลักษณะตามวัตถุประสงคของกจิ กรรมหรือ
ผานการประเมินตามท่โี รงเรียนกำหนด

1.5 บันทกึ ผลการติดตามและประเมินผลนักเรียนไวเปน หลักฐาน
2. นกั เรยี น

2.1 มีเวลาเขารวมกิจกรรมแนะแนวตามเกณฑที่โรงเรียนกำหนดโดยมีหลักฐานแสดงเวลาการเขา
รวมกจิ กรรม

2.2 ปฏิบัติกิจกรรมตามที่ครูผูรับผิดชอบมอบหมาย ถาไมผานใหปฏิบัติกิจกรรมซ้ำหรือปฏิบัติ
เพม่ิ เตมิ และมีช้ินงาน/ผลงาน/คณุ ลกั ษณะตามทีค่ รผู ูจัดกิจกรรมมอบหมายใหป ฏิบตั ิ

3. ผูปกครอง
ผูป กครองควรมีสว นรวมในการประเมนิ ผลพฒั นาของนักเรียน และมกี ารบนั ทึกสรุปพฒั นาการและ

การปฏิบัติกิจกรรมของผเู รยี น

4

กรอบการจัดกจิ กรรมแนะแนว ชน้ั มัธยมศึกษาปท่ี 4

วัตถุประสงค ประเดน็ หลัก จดุ ประสงคช ้นั ป
1.การรจู ัก เขาใจ รกั 1.1 รูจักตนเองและผูอ่ืนดา น 1.1.1 รบั รูความเปลี่ยนแปลงดา น
และเห็นคณุ คาในตนเอง กายภาพ ความคดิ อารมณและจิตใจ รางกายและอารมณต ามวัย
และผอู ื่น 1.2 เขา ใจตนเองและผูอน่ื ดาน 1.1.2 รับรูความคิด อารมณ และจติ ใจ
2. เพ่อื ใหผูเ รียน กายภาพ ความคิด อารมณและจติ ใจ ของตนเองและผูอ ืน่
สามารถวางแผนดาน 1.2.1 ดูแลรกั ษารางกายทเ่ี ปลย่ี นแปลง
การศึกษา อาชีพรวมทั้ง 1.3 รูจ ักและเขาใจความสนใจ ความ ตามวยั ของตนเองใหป ลอดภัย
สวนตัวและสังคม ถนดั และความสามารถทง้ั ดา นการ 1.2.2 อธิบายความคิด อารมณ และ
เรียนและอาชีพของตนเองและผอู ่นื จติ ใจของตนเองและผูอืน่ ท้ังดานบวก
1.5 ยอมรับ รกั และเห็นคุณคาใน และดานลบอยางมเี หตผุ ล
ตนเองและผูอ่นื ดา นกายภาพ 1.3.1 อธิบายความสนใจ ความถนดั
ความคดิ อารมณและจติ ใจ ดา นการเรียนและอาชีพของตนอยางมี
เหตุผล
1.6 ยอมรับ รักและเหน็ คุณคาใน 1.5.1 กำหนดเปา หมายและแนว
ตนเองและผอู นื่ ดา นความสนใจ ทางการดำเนินชีวิตไปสคู วามสำเร็จตาม
ความถนัด ความสามารถทั้งดานการ คุณคาทมี่ ีอยูในตนเอง
เรียนและอาชีพ 1.5.2 มงุ ม่ันในการรักษาคุณคาใน
1.7 ยอมรบั รกั และเห็นคุณคาใน ตนเองและช่ืนชมในคุณคา ผูอ่ืนดา น
ตนเองและผูอืน่ ดา นบุคลกิ ภาพ รา งกาย ความคิด อารมณแ ละจิตใจ
2.2 พิจารณาและเชือ่ มโยงขอมลู 1.6.1 มุง มั่นในการรกั ษาคณุ คาใน
ตนเองกับโลกกวา งทางการศึกษา ตนเองและชื่นชมในคุณคา ผูอื่นดา น
และอาชีพ รวมทง้ั ความตอ งการของ ความสนใจ ความถนัด ความสามารถ
ตลาดแรงงาน ดา นการเรยี นและอาชีพ
1.7.1 มุงมั่นในการรกั ษาคณุ คาใน
ตนเองและชนื่ ชมคณุ คาในผอู ื่นดา น
บุคลิกภาพ
2.2.1 พิจารณาความสอดคลองของ
ขอมูลตนเองกับอาชีพทมี่ ีความตอ งการ
ของตลาดแรงงานในประเทศกลุม
ประเทศอาเซยี นและในระบบเศรษฐกจิ
ยุคใหม

5

3. ใหผเู รียนสามารถ 3.1 ปรบั ตัวดานการเรยี นไดอยาง 3.1.1 พฒั นาทกั ษะการเรยี นทม่ี ี
ปรบั ตัวไดอยา ง เหมาะสม ประสิทธิภาพ
เหมาะสมและอยู 3.1.2 มีแนวทางในการพัฒนาผลการ
รวมกบั ผอู ื่นไดอยา งมี 3.2 ปรบั ตวั ดานอาชพี ไดอยาง เรียน
ความสุข เหมาะสม 3.2.1 ฝก ปฏบิ ตั จิ รงิ เก่ยี วกบั อาชพี ที่
3.3 ปรบั ตัวดา นสวนตัวและสังคมได สนใจ (เชน ฝกงาน บริษทั จำลอง กลมุ
อยา งเหมาะสม สนใจ)
3.3.1 รูจ กั ปรับตวั ดา นกายภาพทไ่ี มเปน
3.4 มีทักษะชวี ติ และอยรู ว มกับผูอ นื่ อันตรายแกช วี ิต
ไดอยางมคี วามสุข 3.3.2 รูสาเหตขุ องความเครียดและขจัด
ความเครยี ดไดอยางเหมาะสม
3.4.1 มหี ลักคดิ ทเี่ ปน ระบบ
3.4.2 รเู ทา ทันอาการทางกายที่เกดิ จาก
อารมณและความเครียด
3.4.3 แสดงออกทางอารมณ และคลาย
ความเครยี ดดวยวิธกี ารทีเ่ หมาะสม
3.4.4 สรางปฏิสัมพนั ธกับบคุ คลทว่ั ไป
3.4.5 รูจักเลอื กคบคน
3.4.6 ใชภาษาพดู ภาษากายหรือ
สญั ลกั ษณในการสือ่ สารกับผูอืน่ อยาง
เหมาะสม

6

โครงสรา งรายวิชา
รายวิชา กจิ กรรมแนะแนว
ระดบั ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที่ 4 จำนวน 1 ช่ัวโมง/สปั ดาห
20 ช่ัวโมง/ภาคเรียน ภาคเรียนท่ี 1
**********************************************************************************
เวลา
ที่ หนวยการเรยี นรู จุดประสงคชน้ั ป จุดประสงคการเรยี นรู (ช่วั โมง)

1 ปฐมนเิ ทศนและ 3.1.1 พัฒนาทักษะการเรยี น 1.อธบิ ายสาระสำคญั ของหลกั สตู รแกนกลางขั้น 4
วนั แหงเสนชยั ไม ทีม่ ปี ระสิทธภิ าพ พ้นื ฐาน พุทธศักราช 2551 2
ไกลเกนิ 3.1.2 มีแนวทางในการ 2.วิเคราะหนสิ ยั การเรยี นของตนเอง
พัฒนาผลการเรยี น 3.บอกปญ หาเกย่ี วกับการเรียนของตนเอง 2
4.บอกแนวทางการเรียนทมี่ ปี ระสิทธภิ าพ
5.ระบุเทคนิคการเรียนท่ีมีประสิทธิภาพ 2
2 วยั ใสใส 1.1.1 รับรูค วาม 1.อธบิ ายการเปล่ียนแปลงดานรา งกาย อารมณของ 2
เปล่ยี นแปลงดานรา งกาย พัฒนาการตามวัย
และอารมณตามวยั 2.วิเคราะหป จจัยท่ีทำใหมีการเปลยี่ นแปลงดาน
1.2.1 ดูแลรักษารางกายที่ รา งกายตามวัย
เปล่ียนแปลงตามวยั ของ 3.มีทักษะในการดลู แตนเองตามการเปลยี่ นแปลงได
ตนเองใหปลอดภยั อยางเหมาะสม
4.ปฏบิ ตั ิตนในการดูแลตนเองไดถ ูกตอง
3 มองตน 1.1.2 รับรคู วามคิด อารมณ 1.สงั เกตอารมณตนเองและผอู ่ืนจากสถานการณตา งๆ
และจติ ใจของตนเองและ 2.จำแนกความคิด อารมณด า นบวกและลบได
ผูอ น่ื 3.บอกเหตแุ หงความคดิ อารมณข องตนเองและผอู ่นื
1.2.2 อธบิ ายความคิด ทง้ั ดานบวกและดา นลบ
อารมณ และจติ ใจของ
ตนเองและผอู ่นื ทั้งดานบวก
และดา นลบอยางมเี หตุผล
4 รูจ กั ขจัดเครยี ด 3.3.2 รูส าเหตขุ อง 1.รูส าเหตขุ องความเครียดทสี่ ง ผลกระทบตอตนเอง
ความเครียดและจัดการกับ และผอู น่ื
ความเครียดไดอ ยาง 2.วางแผนจดั การกับความเครียดท่ีเกิดขึ้น
เหมาะสม
5 หลากวธิ ผี อน 3.4.2 รเู ทาทนั อาการทาง 1.บอกลักษณะความเครยี ดในลกั ษณะตา งๆ
คลาย กายทีเ่ กิดจากอารมณและ 2.วิเคราะหแ ละประเมินดานความเครยี ดทส่ี ง ผล
ความเครยี ด กระทบตอ ตนเอง
3.4.3 แสดงออกทางอารมณ 3.ควบคุมอารมณ ความรูสกึ ของตนเองในสถานการณ
และความเครียดดว ยวธิ กิ าร ตา งๆได
ท่ีเหมาะสม

7

4.มที กั ษะและดแู ลตนเองในการขจดั ความเครียดได
อยางเหมาะสม
5.รวู ธิ ีผอนคลายอารมณอยา งเหมาะสมและสรา งสรรค
6 นี่แหละใชเลย 1.3.1 อธิบายความสนใจ 1.วิเคราะหค วามสามารถทางการเรียน ความถนดั 2
ความถนัด ดานการเรียน ความสนใจของตนเอง
และอาชีพของตนอยา งมี 2.ระบกุ ารเลอื กกลุมสาขาวิชาที่สอดคลองกับ
เหตุผล ความสามารถดานตา งๆของตนเอง
3.บอกความสัมพันธระหวา งสาขาการเรยี นกบั แนว
ทางการเลือกอาชีพ
7 มุมดดี ี มีใหมอง 1.6.1 มงุ มั่นในการรักษา 1.บอกความสนใจของตนเองดา นการเรยี นและอาชีพ 2
คุณคาในตนเองและชนื่ ชม 2.บอกความถนัดของตนเองดานการเรียนและอาชีพ
คณุ คา ของผูอ นื่ ดา นความ 3.บอกความสามารถของตนเองดา นการเรยี นและ
สนใจความถนัด อาชีพ
ความสามารถดานการเรียน 4.ภมู ิใจในความสนใจ ความถนดั และความสามารถ
และอาชีพ ของตนเอง
5.ยนิ ดกี บั ความสนใจ ความถนดั และความสามารถ
ของเพอ่ื น
8 ถึงเวลาทีตองกา ว 2.2.1 พิจารณาความ 1.อธิบายความสำคญั ของการเปน กลมุ เศรษฐกจิ 4
สอดคลอ งของขอมูลตนเอง อาเซยี นท่ีมีตอตนเอง
กับอาชีพที่เปน ความ 2.วเิ คราะหแนวโนมของตลาดแรงงานของกลุม
ตอ งการของตลาดแรงงาน ประเทศอาเซียนและสาขาอาชีพในอนาคต
ในกลมุ ประเทศอาเซยี นและ 3.วิเคราะหข อมูลดานอาชีพกับความตองการ
ในระบบเศรษฐกจิ ยุคใหม ตลาดแรงงานในกลมุ ประเทศอาเซียนและสาขาอาชพี
ในอนาคต
4.บอกคุณสมบตั ิของตนเองท่เี หมาะสมกบั อาชีพใน
กลุมประเทศอาเซียนและสาขาอาชพี ในอนาคต
รวม 20

8

ระดับช้นั มัธยมศึกษาปท ี่ 4 หนวยการเรียนรูกจิ กรรมแนะแนว จำนวน 1 ชั่วโมง/สปั ดาห
20 ช่ัวโมง/ภาคเรียน ภาคเรยี นที่ 1

หนว ย ขอบขา ยการแนะแนว
การ
เรียนรูที่ กิจกรรม การ ึศกษา เวลา
อาชีพ

สวน ัตวและ
สังคม

1 ปฐมนเิ ทศและวันแหงเสนชัยไมไ กลเกนิ / 4
- ปฐมนเิ ทศ /
- หลกั สูตรนารู / 2
- น่ีแหละตวั ฉนั / 2
/ 2
2 วัยใสใส 2
- วยั รนุ นา รู / 2
/ 2
3 มองตน 4
- รเู ขารเู รา รบรอ ยคร้ังชนะรอ ยคร้ัง / 20
- ขา งในจิตใจฉนั

4 รจู กั ขจดั เครียด
- ความเครยี ดที่ฉันเปน
- ความเครียดนัน้ ฉนั จัดการได

5 หลากวธิ ีผอนคลาย
- อยากผอนคลายทำยงั ไงดี

6 น่แี หละใชเลย
- ความถนัดของตวั ฉัน
- เสนทางสอู าชพี

7 มมุ ดีดี มใี หมอง
- ฉนั รู
- ความสนใจ ความถนัด และความสามารถ

8 ถงึ เวลาทต่ี องกา ว
- อาเซียนและตลาดแรงงาน
- หนทางสอู าเซยี นและตลาดแรงงาน
รวม

9

แผนการจดั กิจกรรมแนะแนวที่ 5 ระดบั ช้ันมธั ยมศกึ ษาปท ่ี 4
กจิ กรรมแนะแนว เรอื่ ง รเู รารเู ขา รบรอ ยคร้งั ชนะรอยคร้งั
หนวยการเรยี นรทู ่ี 3 มองตน ภาคเรยี นท่ี 1/2564
เวลา 1 ชัว่ โมง
ผสู อน นางสาวกัญญาวรี  ประสพผล

1. สาระสำคัญ
เมอ่ื นกั เรยี นเจอเหตุการณต างๆ ส่งิ แรกท่ีเกิดขนึ้ กับตนเอง คอื ความคิด ความคิดเปน การตคี วาม

เหตกุ ารณ และเกิดเปน อารมณ ความรสู กึ และพฤตกิ รรมตามมา ดังนั้นนักเรยี นควรมีแนวทางในการรบั รู
ความคิด อารมณและจติ ใจของตนเองและผูอ่ืน เพอ่ื ใหเ ขา ใจความคดิ อารมณและจติ ใจตนเองและผูอ่นื
สงผลใหสามารถอยูรวมกันและใชช ีวติ อยใู นสงั คมอยา งมีความสุขได
2. จุดประสงคชั้นป
1.1.2 รับรคู วามคิด อารมณ และจิตใจของตนเองและผอู ่ืน
3. จุดประสงคก ารเรียนรู
1. นกั เรยี นสามารถจำแนกความคิด อารมณดานบวกและลบได (K)
2. นักเรยี นฝก การสังเกตอารมณตนเองและผูอืน่ จากสถานการณตางๆ ได (P)
3. นักเรียนมีสว นรวมในการทำกจิ กรรม (A)
4. สาระการเรยี นรู
1. แนวทางการรบั รอู ารมณของตนเองและผูอื่น
2. ประเภทของอารมณประกอบไปดว ย อารมณทางบวกและอารมณท างลบ
5. สมรรถนะสำคัญของผเู รียน
1. ความสามารถในการสื่อสาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการแกปญหา
6. คุณลักษณะทพี่ ึงประสงคต ามหลกั สตู รแกนกลาง
1. มีวินัย
2. ใฝเรยี นรู
3. มงุ ม่นั ในการทำงาน
7. ชน้ิ งาน/ภาระงาน
1. กระดาษอารมณ
2. ใบงาน เรอื่ ง เจา ความรสู ึกของฉนั

10

8. การวดั และประเมินผล วธิ กี ารวัด เครื่องมือทใ่ี ช เกณฑผ า น
สิง่ ท่ตี องการวัด ผา น คือ มี 2 ครบใบงาน
1. นกั เรยี นสามารถจำแนก ตรวจใบงานเจา แบบบนั ทึกระดบั ไมผ า น คอื ขาดใบงานใดใบ
อารมณดา นบวกและลบได ความรสู ึกของฉนั คณุ ภาพการ งานหนง่ึ
(K) ปฏบิ ตั งิ านรายบุคคล ผา น คอื มคี ะแนนต้งั แต 2
2. นักเรียนฝก การสังเกต การทำกจิ กรรมทาย แบบประเมนิ คะแนนข้นึ ไป
อารมณตนเองและผูอ่ืนจาก สิ ฉนั รูสกึ อยางไร พฤติกรรมการสงั เกต ไมผาน คอื มีคะแนนนอย
สถานการณตางๆ ได (P) อารมณตนเองและ กวา 2 คะแนน
ผอู ่นื ผา น คือ มีคะแนนตั้งแต 2
3. นกั เรยี นมีสวนรวมในการ การทำกิจกรรมทาย แบบสงั เกต คะแนนขึ้นไป
ทำกิจกรรม (A) สิ ฉนั รูสกึ อยางไร พฤติกรรมการทำ ไมผาน คอื มีคะแนนนอย
กิจกรรมกลุม กวา 2 คะแนน

9. กิจกรรมการเรยี นรู
กิจกรรมการเรียนรู

ขัน้ นำเขาสบู ทเรียน (10 นาท)ี
1.ครูฉายภาพวงลออารมณใ หนกั เรยี นสำรวจอารมณตนเอง จากนนั้ ครูแจกกระดาษสำรวจอารมณให
นักเรยี นเขียนอารมณ ความรูสกึ ของตนเองในวนั นพ้ี รอมกับวาดรปู ลงบนกระดาษ
2.ครสู มุ กระดาษออกมาอานจำนวน 15 แผน
ขน้ั การสอน (35 นาท)ี
3.ครูใหนกั เรียนจดั กลุมอารมณท นี่ ักเรียนเลือก (จะจดั กลุมไดเปน อารมณท างบวก และอารมณทางลบ)
จากนนั้ ครูและนกั เรียนรวมกันแสดงความคิดเหน็ ดงั น้ี

3.1 นักเรียนคดิ วา ความคิด และ อารมณส ่งิ ไหนเกดิ ขน้ึ กอนกนั
3.2 นักเรียนใชอ ะไรเปนเกณฑในการจดั กลมุ อารมณ
4.ครูชวนนกั เรยี นสำรวจความคดิ และอารมณข องตนเองตอเหตุการณที่เกดิ ข้นึ โดยการยกตัวอยา ง
เหตุการณเ พอ่ื ใหนกั เรยี นรว มกนั ตอบคำถาม ดังน้ี
“นายเอแอบชอบนางสาวบซี ่งึ เปน เพ่ือนในหองของตนเอง ในวันวาเลนไทนนายเอตัดสนิ ใจบอกความ
ในใจของตนใหนางสาวบีไดรับรู แตน างสาวบีบอกวา เราคิดกับนายแคเพ่ือนที่ดีคนหน่งึ ”

4.1 หากนักเรียนเปน นายเอนกั เรยี นเกิดความคิดและความรสู กึ อยางไร
4.2 เมื่อนักเรยี นเกิดความรูสึกนัน้ นักเรยี นทำอยางไรตอไป
4.3 อารมณทเ่ี กดิ ขน้ึ เปนอารมณประเภทใด
5.ครใู หนกั เรยี นกลุม 4 คน ตามความสมัครใจเพ่ือทำกิจกรรม “ทายสิ ฉันรสู ึกอยา งไร” และใหต วั แทน
นกั เรยี นทกุ กลมุ มารบั อุปกรณในการทำกิจกรรมซ่งึ ประกอบไปดว ย
- สลากสถานการณ
- การดอารมณ
- แผนปายประเภทของอารมณ ไดแก

11

สีดำ หมายถงึ อารมณด านลบ
สขี าว หมายถึง อารมณดานบวก
- ใบงาน เรอื่ ง เจาความรสู ึกของฉนั
6.ครอู ธิบายกติกาในการทำกิจกรรม ดังน้ี
6.1 ใหต ัวแทนนักเรียนเลอื กสถานการณส ลากตามจำนวนสมาชกิ กลุม จากนนั้ ใหน ำแผน ปายอารมณ
และการดอารมณว างไวตรงกลางของกลมุ
6.2 ใหน กั เรยี นคนท่ี 1 เปน ผูเลา หยิบการด สถานการณขนึ้ มา 1 ใบ อานออกเสยี งและพจิ ารณาวาตน
เกิดความรูส ึกใดตอสถานการณน ั้น จากนัน้ เลอื กหยบิ แผน ปายประเภทอารมณเ พื่อบอกใบประเภทอารมณ
6.3 ใหนักเรียนคนท่ี 2 3 และ 4 เปน ผทู าย โดยเลือกหยิบการด อารมณเ พื่อตอบ เมื่อตอบถูกใหเ ขียน
คำตอบลงบนใบงาน
6.4 ใหผูเ ลา เฉลยคำตอบ สมาชกิ คนถดั ไปจะเรม่ิ เลน และทำตามขอที่ 2–4 จนครบ 1 รอบ
7.เม่อื นักเรยี นทำกิจกรรมเสร็จครแู ละนกั เรียนรว มกนั เฉลยใบงาน
ข้ันสรุป (5 นาที)
7.ครใู หน ักเรียนตอบคำถามทายบทเรียน Learning Log 1 ขอ ผานทาง Padlet โดยการแสกน QR Code

ซ่งึ มีคำถาม ดังน้ี 1. วนั นฉี้ ันไดเ รยี น......
2. ฉันแปลกใจเรือ่ ง............
3. สิง่ ท่มี ปี ระโยชนท่ีสดุ ทีฉ่ ันไดจ ากบทเรยี นคอื ........โดยจะนำไปใช. ....
4. ฉันสนใจเร่อื ง......เพราะ........
5. สวนของบทเรียนทฉ่ี ันชอบมากที่สดุ คือ.....เพราะ.......
6. ส่ิงที่ฉันไมแนใ จ/ไมเขา ใจคือ........
7. ประเดน็ ความสำคัญทีฉ่ ันอยากรูเ พิ่มเติมคอื ......เพราะ......
8. ความรสู กึ ของฉันหลังจบบทเรียนนคี้ ือ..................
9. ฉันนาจะเรียนรใู นบทเรียนนมี้ ากกวานี้ ถา.......................

10. ส่ือและแหลงการเรยี นรู
1. วงลออารมณ
2. แผนปายประเภทของอารมณกลุม 2 อัน ไดแก
- สดี ำ หมายถงึ อารมณดานลบ
- สีขาว หมายถึง อารมณดานบวก
3. การดสถานการณ
4. การด อารมณ
5. Learning Log ใน Padlet

12

บนั ทึกหลังการจดั การเรียนรู
11. ผลการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู

- นักเรยี นทง้ั หมดจำนวน................... คน
- ผานจดุ ประสงคการเรยี นรโู ดยรวมท้งั หมด....................คน คิดเปนรอยละ..........................
- ไมผานจุดประสงคก ารเรยี นรูโ ดยรวมทั้งหมด....................คน คดิ เปน รอยละ..........................

ไดแ ก. ...............................................................................................................................................
มวี ธิ กี ารแกไ ขโดย.............................................................................................................................
- นกั เรียนท่ีมีความสามารถพิเศษ/ นกั เรยี นพิเศษ
ไดแ ก. ..............................................................................................................................................
- นักเรยี นทไี่ มผานจดุ ประสงคดานความรู (K) จำนวน.............คน
ไดแก. ..............................................................................................................................................
- นักเรียนท่ีไมผ านจดุ ประสงคดานทกั ษะ (P) จำนวน.............คน
ไดแก...............................................................................................................................................
- นักเรียนท่ไี มผา นจดุ ประสงคดานคณุ ลกั ษณะ (A) จำนวน.............คน
ไดแก...............................................................................................................................................
12. คณุ ลักษณะอนั พึงประสงคข องผูเรียน
................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
13. สมรรถนะสำคัญของผูเรยี น
................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
14. จุดเดน -จดุ ดอ ย ในการจดั กิจกรรม
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
15. ขอ เสนอแนะ/ขอสังเกตเพ่ิมเติม ในการจัดกจิ กรรม
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

ลงชอื่ ..................................................ผบู ันทึก
(นางสาวกัญญาวรี  ประสพผล)

วันท.ี่ ........เดือน.......................พ.ศ. ............

13

แบบบนั ทึกระดับคณุ ภาพการปฏิบตั ิงานรายบคุ คล

คำชแ้ี จง บันทึกระดับคุณภาพการปฏิบตั งิ านแตล ะใบงานลงในชองแลวสรปุ ระดบั คุณภาพตามเกณฑ

ชนั้ ..........................................หอง..........................

เลขท่ี ชื่อ-สกุล ระดบั คณุ ภาพการปฏิบตั ิงาน สรุประดบั
กระดาษสำรวจ คุณภาพ
อารมณ ใบงาน

เกณฑการพจิ ารณา
ผาน คอื มี 2 ครบใบงาน
ไมผ า น คอื ขาดใบงานใดใบงานหน่ึง

14

แบบประเมินพฤตกิ รรมการสงั เกตอารมณตนเองและผูอ่นื

คำชแ้ี จง ใหผ ูป ระเมนิ เขยี นคะแนนลงในชองประเดน็ การประเมินตามเกณฑการใหค ะแนนท่กี ำหนด และสรปุ
ระดบั คุณภาพ
ชนั้ ..........................................หอ ง..........................
ประเดน็ การประเมนิ
การสงั เกต สรปุ ระดบั
เลขท่ี ชื่อ-สกุล อารมณตนเอง ความถกู ตอ ง รวม คณุ ภาพ

และผอู น่ื

เกณฑการพจิ ารณา
ผา น คอื มคี ะแนนมากกวา 2
ไมผ า น คอื มคี ะแนนนอยกวา 2
เกณฑการใหคะแนนพฤตกิ รรมการสังเกตอารมณต นเองและผอู น่ื
เกณฑก ารใหค ะแนน
ระดบั คะแนน 2 10 คะแนนรวม
2
ประเดน็ การประเมิน สังเกตอารมณตนเอง สงั เกตอารมณตนเอง
การสังเกตอารมณ สงั เกตอารมณ 2
ตนเองและผูอ่ืน ตนเองและผอู นื่ ได และผอู ื่นไมไดบางคร้ัง และผอู ืน่ ไมไดเ ลย
ความถกู ตอ ง บอกอารมณได บอกอารมณไดถูกตอง บอกอารมณไ ม 4
ถกู ตองท้ังหมด บางขอ ถกู ตองเลย
รวม

15

แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำกิจกรรมกลุม
คำชี้แจง ทำเครื่องหมาย / ในชองทีส่ อดคลองกับพฤติกรรมของนักเรยี น และสรปุ ระดับคุณภาพ

ชนั้ ......................................หอ ง....................................
ประเด็นการประเมิน

เลขที่ ชือ่ -สกุล ความสนใจในการทำ รวม สรุป
ิกจกรรม ระดบั
คุณภาพ
การมีสวนรวมในการ
ทำ ิกจกรรม

ทำงานตาม ี่ทไดรับ
มอบหมาย

การตอบคำถาม
การรับ ฟงผู ื่อน

เกณฑระดับคุณภาพ
ผาน คอื มเี ครอื่ งหมาย / มากกวา 3 ชอง
ไมผ า น คือ มเี คร่ืองหมาย / นอยกวา 3 ชอง

16

ส่อื การเรียนรู

1. ภาพวงลอ อารมณ

2. กระดาษสำรวจอารมณ ความรสู กึ
3. ภาพการยกตัวอยา งสถานการณของนายเอ

17

4. ใบงาน เจา ความรสู กึ ของฉัน

18

5. อปุ กรณในการทำกจิ กรรม
1. แผนปา ยประเภทของอารมณก ลุม 2 อัน ไดแ ก

- สดี ำ หมายถงึ อารมณดานลบ

อารมณท างลบ

- สีขาว หมายถงึ อารมณดา นบวก

อารมณท างบวก

2. สลากสถานการณ จำนวน 22 สถานการณ ไดแก โดนเพ่ือนเทนัด

3.

ถกู นำไปเปรยี บเทยี บกับ
ลกู ปาขางบาน

อานหนงั สือแทบตาย ลงคลปิ ในTIKTOKแลวมี
สดุ ทา ยคะแนนออกมาไมดี คนใหค วามสนใจมาก
พยายามทกุ อยา งแตเธอ ไดทำงานกลมุ แตเ พื่อนไม

คิดกบั เราแคเพื่อน ชวยทำงานเลย

สอบเคมีไดท ่ี 1 ของหอง 19

ทักมาคุยกบั เราสดุ ทาย คนท่ีชอบมาดูสตอร่ี
บอกวาไมไดคดิ อะไร FACEBOOK

ซอ้ื ของมาแลว ครูชมวาเราเปนคนที่
แตดนั ใชไมได ทำงานเกง
โดนคนโรคจิตสงขอ ความ
ไมเ หมาะสมมาหาในแชท ตอบคำถามวิชาฟสิกส
แลว ไดร างวลั
พอ แมบอกวาถาไดเ กรดดี ไดรบั เลือก
จะใหรางวลั
ใหเปนหัวหนาหอ ง
เราแตง ตัวดี แตด ันมีคน
พูดวาแตงตัวอะไรของมัน ตง้ั ใจวา เทอมหนาจะตั้งใจ
เรียน

บงั เอิญไดย นิ เพื่อนกำลงั
นนิ ทาตนเอง

20

ชนะการประกวด ลืมวันเกดิ แฟน
โครงงานวิทยาศาสตร
ลมื วนั เกิดเพือ่ นสนิท
มีคนเกบ็ กระเปาเงินได
แลว นำมาคนื

4. การด อารมณ จำนวน 30 อารมณ ไดแ ก
5.

21

22

23

5. Learning Log
6. QR Code Learning Log

24


Click to View FlipBook Version