The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ตัวอย่างแผนการจัดการเรียนรู้

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Thanawut Boonwan, 2022-03-14 09:50:29

ตัวอย่างแผนการจัดการเรียนรู้

ตัวอย่างแผนการจัดการเรียนรู้

แผนการจดั การเรียนรู้

กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

ภาคเรยี นท่ี 2 ปีการศกึ ษา 2564

รายวชิ า

ว 30205 ฟิ สิกส์ 6

นายธนาวฒุ ิ บุญวรรณ

ตาแหน่ง ครู

โรงเรยี นหนองเสอื วทิ ยาคม จงั หวดั ปทุมธานี
สานกั งานเขตพน้ื ทก่ี ารศกึ ษามธั ยมศกึ ษาปทุมธานี

สานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน กระทรวงศกึ ษาธกิ าร



แผนการจดั การเรียนรูท้ ่ี 5

รหสั วิชา ว 30205 ฟสิ กิ ส์ 6 กล่มุ สาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

ช้ันมัธยมศกึ ษาปีท่ี 6 ภาคเรยี นท่ี 2 ปกี ารศกึ ษา 2563

หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 1 เรอื่ ง คลืน่ แม่เหลก็ ไฟฟา้ จานวน 20 ช่ัวโมง

หนว่ ยยอ่ ยที่ 5 เรือ่ ง การสือ่ สารโดยอาศัยคลื่นแมเ่ หล็กไฟฟา้ จานวน 4 ชวั่ โมง

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

1. ผลการเรยี นรู้

สืบค้นและอธบิ ายการส่ือสารโดยอาศยั คล่ืนแมเ่ หลก็ ไฟฟ้าในการสง่ ผา่ นสารสนเทศ และเปรยี บเทียบ

การสือ่ สารด้วยสญั ญาณแอนะลอ็ กกับสญั ญาณดิจิทัล

2. สาระสาคญั

การส่อื สารเพอื่ สง่ ผ่านสารสนเทศจากท่ีหน่ึงไปอีกท่ีหนึง่ ทาได้โดยอาศยั คลืน่ แมเ่ หลก็ ไฟฟ้าสารสนเทศจะ

ถูกแปลงให้อยู่ในรูปสัญญาณสาหรับส่งไปยงั ปลายทางซงึ่ จะมีการแปลงสญั ญาณกลับมาเป็นสารสนเทศที่

เหมือนเดิม

3. สาระการเรียนรู้
3.1 ความรู้ (K)

1. บอกความหมายของสัญญาณแอนะล็อกและสัญญาณดิจิทัลได้
3.2 ทักษะ / กระบวนการ / กระบวนการคิด (P)

1. สืบคน้ ข้อมูลและเปรยี บเทียบการส่อื สารด้วยสัญญาณแอนะลอ็ กกบั สัญญาณดิจิทลั ไดอ้ ย่างถกู ต้อง
3.3 คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ (A)

1. ใฝ่เรยี นรู้
2. มุ่งมน่ั ในการเสาะแสวงหาความรู้
3.4 สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน
1. ความเปน็ คนช่างสังเกต ช่างคิด ช่างสงสยั

4. กจิ กรรมการเรยี นรู้
แนวคิด/รูปแบบการสอน/วิธีสอน/เทคนิค : การสอนแบบเนน้ มโนทัศน์ (Concept-Based Instruction)
ชว่ั โมงท่ี 1-2
4.1 ข้ันนา
ขน้ั การใชค้ วามรู้เดิมเช่ือมโยงความรู้ใหม่ (Prior Knowledge)

1. ครทู บทวนความรู้เดมิ เกยี่ วกบั คลนื่ แม่เหล็กไฟฟ้า ดังนี้
• มีความถี่ต่อเนื่องกันเป็นช่วงกว้าง (104 เฮิรตซ์ ถึง 1023 เฮิรตซ์) คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าทุกย่าน
ความถี่ (หรือความยาวคลื่น) รวมกัน เรียกว่า สเปกตรัมของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ซ่ึง
ประกอบด้วยคลื่นวิทยุ ไมโครเวฟ รังสีอินฟราเรด แสง รังสีอัลตราไวโอเลต รังสีเอกซ์ และ
รังสีแกมมา เม่ือเรยี งลาดบั จากความถ่ีต่าไปสงู หรอื เรียงลาดบั จากความยาวคลื่นยาวไปสน้ั
• คล่นื แม่เหลก็ ไฟฟา้ นาไปใชป้ ระโยชน์ในการทางานของอปุ กรณบ์ างชนดิ เชน่ อุปกรณ์ควบคุม
ระยะไกล (รังสีอินฟราเรดและคลื่นวิทยุ) เครื่องถ่ายภาพเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (รังสีเอกซ์)
และเคร่ืองถ่ายภาพการสัน่ พ้องแม่เหล็ก (คลนื่ วิทย)ุ

2. ครูสนทนากบั นักเรียนว่า คล่นื แมเ่ หลก็ ไฟฟ้าท่ีมีคุณสมบัติที่สามารถนาข้อมูลภาพ เสียง และข้อมูล
อื่น ๆ เดนิ ทางผ่านชั้นอากาศได้ ซงึ่ เปน็ คุณสมบตั ิท่ีมีประโยชน์ ตอ่ การสอ่ื สารโทรคมนาคมในหลาย
ด้าน เช่น ระบบวิทยุสื่อสารเอเอ็มและเอฟเอ็ม การสื่อสารทางเรือดานา้ การสื่อสารทางทะเล การ
สอ่ื สารโทรศัพท์เคลอ่ื นที่ การแพร่ภาพโทรทัศน์ และการส่ือสารผา่ นดาวเทียม

3. ครูสนทนากับนักเรียนเกี่ยวกับการใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในการสื่อสารข้อมูล และถามคาคาถาม
นักเรียนว่า ความหมายของการสื่อสารข้อมูล มีความหมายว่าอย่างไร โดยให้นักเรียนร่วมกัน
อภิปรายแสดงความคดิ เห็นอยา่ งอิสระโดยไมม่ กี ารเฉลยวา่ ถกู หรอื ผิด
(แนวตอบ : การสื่อสารข้อมูล หมายถึง การแลกเปลี่ยนข้อมูล/สารสนเทศผ่านทางสื่อกลางในการ
สื่อสาร ซ่ึงอาจเป็นสื่อกลางประเภทมีสายหรือไร้สาย)

4. ครูสนทนากับนักเรียนเกี่ยวกับการสื่อสารโดยอาศัยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า โดยครูนาตัวอย่างภาพ
อุปกรณต์ ่าง ๆ มาให้นกั เรียนพิจารณาวา่ ใช้ประโยชนจ์ ากคลน่ื แมเ่ หล็กไฟฟา้ ชนดิ ใด

5. ครูถามคาถาม Key Question ว่า สัญญาณแอนะล็อกและสัญญาณดิจิตัลต่างกันอย่างไร เพื่อ
เชือ่ มโยงไปสูก่ ารเรยี นการสอน
(แนวตอบ : สัญญาณแอนะลอ็ กเปน็ สญั ญาณที่มคี ่าความถ่ีและแอมพลิจดู เปลี่ยนแปลงอยา่ งต่อเน่ือง
ตามเวลา ตัวอย่างของสัญญาณแอนะล็อก เช่น เสียงพูด เสยี งดนตรี ส่วนสญั ญาณดิจิทัล เป็นชดุ ของ
สัญญาณที่ไม่ต่อเนื่อง มีสถานะเพียงสองสถานะเท่านั้น คือ เปิด (1) และ ปิด (0) ไม่มีค่าระหว่าง
สถานะสองสถานะน)

4.2 ขัน้ สอน
ขน้ั รู้ (Knowing)

1. นักเรียนแบ่งกลุ่มออกเป็นกลุ่ม ๆ ละ 4 คน ตามความสมัครใจของนักเรียน จากนั้นให้แต่ละกลุ่ม
ร่วมกันศึกษาค้นคว้าขอ้ มูล เรื่อง องค์ประกอบพืน้ ฐานของระบบการส่ือสารข้อมูล กระบวนการรับ
และส่งข้อมูล และสื่อกลางในการสื่อสารข้อมูล จากหนังสือเรียน รายวิชาเพิ่มเติมวิทยาศาสตร์
ฟสิ ิกส์ ม.6 เลม่ 2 หรอื แหล่งการเรยี นรตู้ ่าง ๆ เชน่ อินเทอรเ์ นต็

2. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปรายเรื่องที่ได้ศึกษา จากนั้นให้นักเรียนแต่ละคนเขียนสรุป
ความรู้ที่ได้จากการศึกษาค้นควา้ ลงในสมุดประจาตวั เพอื่ นาส่งครูทา้ ยชวั่ โมง
(หมายเหตุ : ครเู ริ่มประเมินนักเรียน โดยใชแ้ บบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลมุ่ )

3. ครสู ่มุ นักเรียนให้ออกมานาเสนอผลการศกึ ษาหน้าชนั้ เรยี น โดยสมุ่ ออกมาเพยี ง 3 กลมุ่ ซึง่ ครเู ป็นคน
เลือกวา่ จะให้กลมุ่ ไหนนาเสนอเรอ่ื งอะไร ตามหวั ข้อเรื่อง ดงั ต่อไปน้ี
• องค์ประกอบพืน้ ฐานของระบบการส่อื สารข้อมูล
• กระบวนการรบั และสง่ ข้อมูล
• สือ่ กลางในการสอ่ื สารข้อมลู

4. ขณะทีน่ กั เรียนแต่ละกลุ่มกาลงั นาเสนอ ครูอาจเสนอแนะหรือแทรกข้อมูลเพม่ิ เตมิ ในเร่ืองนั้น ๆ ให้
นกั เรียนทกุ คนได้มคี วามเขา้ ใจท่ีถกู ตอ้ งมากยิ่งขน้ึ

ขั้นเขา้ ใจ (Understanding)
1. ครูให้ความรู้กับนักเรียนเกี่ยวกับการสื่อสารโดยอาศัยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ตามรายละเอียดในหนังสือ
เรยี น
2. นักเรียนและครรู ่วมกนั อภปิ รายแสดงความเหน็ ซึ่งไดข้ ้อสรปุ ดงั นี้

• สัญญาณข้อมูลที่ใช้ในการสื่อสาร มี 2 ชนิด คือ สัญญาณแอนะล็อก (analog signal) และ
สญั ญาณดจิ ทิ ัล (digital signal)

• สัญญาณแอนะล็อก เป็นสัญญาณที่มีลักษณะเป็นคลื่นต่อเนื่อง โดยแต่ละคลื่นอาจมีความถี่
และความเข้มของสัญญาณ (แอมพลิจูด) ต่างกัน โดยความถี่และความเข้มของสัญญาณจะ
เปลี่ยนแปลงตามเวลาอย่างตอ่ เนือ่ งแบบคอ่ ยเปน็ ค่อยไป เชน่ สัญญาณเสยี งในสายโทรศพั ท์

• สัญญาณดิจิทัล เป็นสัญญาณที่มีลักษณะเป็นคลื่นไม่ต่อเนื่อง คล้ายขั้นบันได ขนาดของ
สัญญาณดิจิทัลมีค่าคงที่เป็นช่วงๆ และการเปลี่ยนแปลงขนาดของสัญญาณเป็นแบบ
ทนั ทที นั ใด เช่น สญั ญาณท่ีคอมพวิ เตอรใ์ ชใ้ นการทางานและตดิ ต่อสอื่ สารกัน

• การสื่อสารเพื่อส่งผ่านสารสนเทศจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่งผ่านสื่อกลางแบบใช้สาย (แสง
เลเซอร)์ และสอื่ กลางแบบไรส้ าย (รงั สีอนิ ฟราเรด คลน่ื ไมโครเวฟ และคลน่ื วิทยุ)

• ใหน้ ักเรยี นกลบั ไปทบทวนความรโู้ ดยศึกษาจากเว็บบทเรยี นออนไลนท์ ่คี รจู ดั ทาขน้ึ มาเพิ่มเติม
ชวั่ โมงท่ี 3-4
ขน้ั ลงมือทา (Doing)

1. นักเรียนแต่ละคนทาแบบฝึกหัด เร่ือง การสื่อสารโดยอาศัยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
2. ครูสุม่ นักเรียนจานวน 2-3 คน ออกมาเฉลยแบบฝกึ หดั โดยครใู หน้ กั เรียนร่วมกันพิจารณาว่าคาตอบ

ใดถกู ต้อง จากน้ันครูเฉลยคาตอบท่ีถูกต้องให้นกั เรยี น
3. ครใู หน้ ักเรียนทุกคนทาใบงาน เรอ่ื ง การส่ือสารโดยอาศยั คลืน่ แมเ่ หลก็ ไฟฟ้า
4.3 ข้นั สรุป
1. ครูและนักเรียนรว่ มกันสรุปเก่ียวกับการสื่อสารโดยอาศยั คลื่นแมเ่ หล็กไฟฟ้า
2. ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนสอบถามเนื้อหาที่ได้ศึกษาผ่านมาแล้วว่ามีส่วนไหนที่ยังไม่เข้าใจ แล้วให้

ความรู้เพิ่มเติมในส่วนนั้น โดยที่ครูอาจจะใช้ PowerPoint เรื่อง การสื่อสารโดยอาศัยคลื่น
แมเ่ หล็กไฟฟา้ มาช่วยในการอธิบาย
4.4 ขั้นประเมิน
1. ประเมินความรเู้ กีย่ วกับเร่ือง การสอ่ื สารโดยอาศัยคลืน่ แม่เหล็กไฟฟ้า โดยสังเกตพฤติกรรมการตอบ
คาถาม การทาแบบฝึกหดั ใบงาน และการสรปุ สาระสาคญั
2. ประเมินทักษะและกระบวนการทางวิทยาศาสตรจ์ ากโดยสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกล่มุ การปฏิบตั ิ
กิจกรรม และการนาความรู้ทไ่ี ด้ไปใช้ประโยชน์
3. ประเมินคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงคโ์ ดยสงั เกตพฤติกรรมจากการสังเกตพฤตกิ รรมการปฏบิ ัตกิ จิ กรรม
การอภปิ ราย และการทาแบบฝึกหัด

5. ส่อื การเรยี นรู้ / แหล่งเรยี นรู้ / อปุ กรณ์
5.1 สอ่ื การเรียนรู้

1) หนังสอื เรยี น รายวชิ าเพิ่มเตมิ วทิ ยาศาสตร์ ฟสิ กิ ส์ ม.6 เล่ม 2
2) PowerPoint เร่อื ง การสื่อสารโดยอาศัยคล่ืนแมเ่ หล็กไฟฟา้
3) ใบงานที่ 18.4 เรือ่ ง การสอื่ สารโดยอาศยั คล่นื แม่เหลก็ ไฟฟา้
4) เวปไซตบ์ ทเรียนสาเร็จรูปออนไลน์ ฟสิ ิกส์ ม.6

(https://sites.google.com/nongsua.ac.th/physics-online-by-krunong)
5.2 แหล่งเรียนรู้

1) หอ้ งเรยี น
2) แหลง่ ขอ้ มลู สารสนเทศ

6. การวัดผลประเมินผล

รายการประเมนิ วธิ วี ัดผล เครื่องมือวดั ผล เกณฑก์ ารวัดผล
- แบบทดสอบวดั ความรู้ ร้อยละ 60
1. ความรู้ - ทดสอบวดั ความรู้ หลงั เรยี น
- ใบงานที่ 18.4 ร้อยละ 60
อปุ กรณ์ทที่ างานโดย หลังเรียน

อาศัยคลืน่ แมเ่ หล็กไฟฟ้า ตรวจใบงานที่ 18.4

2. ทักษะ/กระบวนการ/ - สงั เกตพฤติกรรม - แบบสังเกตพฤตกิ รรม ระดบั ดี
กระบวนการคดิ แบบสังเกตพฤติกรรม ระดับดี
แบบสังเกตพฤติกรรม ระดบั ดี
- พฤติกรรมการ
ทางานรายบคุ คล และ
การทางานกลมุ่
3. คุณลักษณะอนั พงึ สงั เกตพฤตกิ รรม
ประสงค์

- ใฝเ่ รียนรู้
- ม่งุ มน่ั ในการเสาะ
แสวงหาความรู้
4. สมรรถนะสาคัญของ สงั เกตพฤติกรรม
ผู้เรยี น
- ความเป็นคนช่าง
สงั เกต ชา่ งคิด ช่างสงสยั

7. บนั ทกึ หลังการจัดการเรียนรู้

7.1 ผลการเรียนรู้

รายการประเมนิ ผลการวัดผลและประเมินผล

1. ความรู้ นักเรียนสว่ นใหญ่มีความรูค้ วามเขา้ ใจเก่ยี วกับอปุ กรณท์ ่ที างาน

อุปกรณ์ท่ีทางานโดยอาศัย โดยอาศัยคลนื่ แม่เหล็กไฟฟา้ โดยมีนกั เรียนรอ้ ยละ 95 ทาใบงานถกู ตอ้ ง

คลน่ื แม่เหลก็ ไฟฟ้า เกนิ ร้อยละ 60 ตามเกณฑ์

2. ทกั ษะ/กระบวนการ/

กระบวนการคิด นักเรียนรอ้ ยละ 98 มีทักษะ/กระบวนการคดิ อยู่ในระดับดี จาก

- พฤติกรรมการทางาน ความต้งั ใจในการทาใบงาน

รายบุคคล และการทางานกลมุ่

3. คุณลักษณะอันพึงประสงค์

- ใฝเ่ รยี นรู้ นกั เรียนรอ้ ยละ 98 มีความมุ่งมั่นในการหาความรู้เพมิ่ เติม

- ม่งุ มั่นในการเสาะแสวงหา นอกเหนือจากในหนังสอื เรยี น อย่ใู นระดับดขี ้นึ ไป

ความรู้

4. สมรรถนะสาคัญของผเู้ รียน

- ความเปน็ คนช่างสงั เกต นักเรยี นส่วนใหญ่สามารถตอบปัญหาในใบงานได้อยใู่ นระดับดี

ชา่ งคดิ ชา่ งสงสัย ขนึ้ ไป

7.2 ปญั หา / อปุ สรรค
ยงั มนี กั เรยี นหลายคนท่สี ง่ ใบงานชา้ ไมต่ งั้ ใจในการทาใบงาน เนือ่ งจากเปน็ การเรยี นในรปู แบบ

ออนไลน์ ทาให้ครผู ู้สอนตามงานคอ่ นขา้ งยาก

7.3 ข้อเสนอแนะ / แนวทางแกไ้ ขและพฒั นา
ครตู อ้ งใหเ้ พอื่ น ๆ ช่วยกันติดตามนกั เรยี นที่สง่ งานช้าอกี ทางหนง่ึ นอกจากการติดตามด้วยตัวเองแล้ว

และแจง้ กาหนดการส่งงานใหช้ ัดเจน

ลงช่ือ......................................................
(นายธนาวฒุ ิ บญุ วรรณ)

วันท่ี 15 เดอื น ธันวาคม พ.ศ. 2564

ใบงานท่ี 18.4

เรอ่ื ง การสอื่ สารโดยอาศัยคล่นื แมเ่ หลก็ ไฟฟ้า

คาชแ้ี จง : ตอบคาถามต่อไปน้ี
1. สญั ญาณแอนะล็อกและสัญญาณดจิ ิตลั ต่างกันอย่างไร

2. เพราะเหตุใด สัญญาณแอนะล็อกถูกรบกวนให้เปลี่ยนแปลงได้ง่าย และสัญญาณดิจิทัลเมื่อถูกรบกวนจะ
เปล่ยี นแปลงไปจากเดิมได้น้อย

ใบงานท่ี 18.4 เฉลย

เรอื่ ง การสือ่ สารโดยอาศัยคล่นื แม่เหลก็ ไฟฟ้า

1. สัญญาณแอนะล็อกและสัญญาณดจิ ติ ัลต่างกนั อยา่ งไร

สัญญาณแอนะล็อก เป็นสัญญาณที่มีลักษณะเป็นคลื่นต่อเนื่อง โดยแต่ละคลื่นอาจมีความถี่และความเข้มของ
สัญญาณ (แอมพลจิ ดู ) ตา่ งกนั โดยความถแี่ ละความเขม้ ของสญั ญาณจะเปลีย่ นแปลงตามเวลาอย่างต่อเน่ืองแบบค่อย
เป็นค่อยไป เช่น สัญญาณเสียงในสายโทรศัพท์ ลักษณะของสัญญาณแอนะล็อกพิจารณาได้จากภาพ ส่วนสัญญาณ
ดิจิทัล เป็นสัญญาณที่มีลักษณะเป็นคลื่นไมต่ ่อเนื่อง คล้ายขั้นบันได ขนาดของสัญญาณดิจิทัลมีค่าคงที่เป็นช่วง ๆ
และการเปลี่ยนแปลงขนาดของสัญญาณเป็นแบบทันทีทันใด เช่น สัญญาณที่คอมพิวเตอร์ใช้ในการทางานและ
ตดิ ตอ่ สอื่ สารกัน ลักษณะของสัญญาณดิจทิ ัลพิจารณาไดจ้ ากภาพ
2. เพราะเหตุใด สัญญาณแอนะล็อกถูกรบกวนให้เปลี่ยนแปลงได้ง่าย และสัญญาณดิจิทัลเมื่อถูกรบกวนจะ
เปล่ยี นแปลงไปจากเดมิ ได้นอ้ ย

สญั ญาณแอนะลอ็ กถกู รบกวนให้เปลีย่ นแปลงไดง้ า่ ย เนอ่ื งจากสัญญาณรบกวนหรอื นอยส์ (noise) จะเตมิ เข้าไปใน
สัญญาณจริงโดยตรง กล่าวคือ สัญญาณจริงรวมกับสัญญาณรบกวนเป็นสัญญาณขณะนั้น ทาให้เกิดความผิดเพี้ยน
ของสญั ญาณซึ่งส่งผลให้แปลความหมายผิดพลาดไป โดยเฉพาะการส่งสัญญาณแอนะล็อกไปในระยะไกล ๆ ไม่ว่าจะ
ส่งไปตามสายหรือไปกับคลื่นวิทยุ การรบกวนโดยสัญญาณรบกวนจากสิ่งแวดล้อม เช่น การส่งสัญญาณ ไปยัง
ดาวเทยี มจะมีการรบกวนเน่ืองจากการแผ่รังสี ฟ้าแลบ หรอื จดุ ดบั บนดวงอาทิตย์ทาให้สัญญาณผิดเพี้ยนไดง้ ่าย จึงไม่
นิยมใชส้ ญั ญาณแอนะลอ็ กในการสง่ สญั ญาณเพื่อการส่ือสารท่ีตอ้ งการ ความแมน่ ยาสูง และมกั ใช้ในการส่ือสารทาง
วิทยุในระยะใกล้ เช่น ใช้ในระบบวิทยุเอเอ็มและเอฟเอ็ม ส่วนสัญญาณดิจิทัลเมื่อถูกรบกวนจะเปลีย่ นแปลงไปจาก
เดิมได้น้อย เนือ่ งจากสญั ญาณรบกวนต้องมคี ่าสูงกวา่ ค่าท่ีต้ังไว้เท่านน้ั จงึ จะเกิดการเปลย่ี นแปลงขึน้ ส่งผลให้การส่ง
สัญญาณดจิ ทิ ัลไปในระยะไกล นา่ เชือ่ ถือมากกวา่ การสง่ สัญญาณแอนะล็อกเพราะความผิดเพยี้ นท่ีเกดิ จากการรบกวน
จากสิ่งแวดล้อมมีน้อยกว่า ในทางปฏิบัติยังมีการกาหนดค่าขั้นต่าของสัญญาณระดบั สูงและค่าขั้นสูงของสัญญาณ
ระดบั ตา่ ไวด้ ว้ ย ทาให้สามารถแยกระดบั สัญญาณทัง้ สองออกจากสญั ญาณดิจทิ ลั ท่ผี ิดเพี้ยนได้


Click to View FlipBook Version