1
หลักสูตร
ฝกึ อบรมเชงิ ปฏิบตั กิ ารปฐมพยาบาลเบอ้ื งตน้
และการช่วยชีวติ ขน้ั พื้นฐาน (CPR)
ศูนยก์ ารศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศยั อาเภอสุไหงโก-ลก
สังกัด สานักงานส่งเสรมิ การศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศัยจังหวัดนราธิวาส
2
3
คานา
สำนักงำนกศน.มีนโยบำยสง่ เสรมิ กำรจดั กำรศกึ ษำโดยใชก้ ศน.ตำบลเป็นฐำนและมีกำรจัดทำแผนปฏิบัติ
กำรกศน.ตำบล ประจำปงี บประมำณพ.ศ.25๖๔ จำกสถำนกำรณ์อุทกภัย วำตภยั ท่ีเกิดขึ้นในพ้ืนท่ีของอำ เภอสุ
ไหงโก-ลกในขณะน้ี ทำให้น้ำลน้ ตลง่ิ คลองทต่ี ิดชำยแดนไทย มำเลเซีย ท่วมเข้ำบ้ำนประชำชนเป็นบริเวณกว้ำง
และระดับนำ้ คอ่ นข้ำงสูง ทำให้เกิดควำมเสียหำยในชีวติ และทรพั ย์สิน ซึ่งเรำมกั จะได้ยินข่ำวอุบัติเหตุจมน้ำหลำย
คร้ังในปีท่ีผำ่ นมำ อำจเพรำะประชำชนในพ้นื ท่ีไม่รู้วธิ กี ำรปฐมพยำบำลเบือ้ งตน้ และกำรชว่ ยชวี ิตขั้นพื้นฐำน (CPR)
ท่ถี ูกตอ้ ง จงึ ไม่สำมำรถช่วยเหลอื ชวี ติ คนใกล้ชดิ และบุคคลอนื่ ได้ ดังน้ันกำรฝึกอบรมหลักสูตรกำรปฐมพยำบำล
เบือ้ งตน้ และกำรช่วยชวี ติ ขัน้ พ้ืนฐำน (CPR) จึงเป็นหลกั สตู รทสี่ ำคญั ซึ่งจะทำให้ผู้เข้ำอบรมได้รับควำมรู้ที่ถูกต้อง
และไดร้ บั กำรฝึกฝนอยำ่ งชำนำญ สำมำรถนำไปใชป้ ระโยชน์ในกำรช่วยเหลือผู้อน่ื ได้ในภำวะฉกุ เฉิน
ศูนย์กำรศึกษำนอกระบบและกำรศึกษำตำมอัธยำศยั อำเภอสไุ หงโก-ลก ตระหนักและเหน็ ถึงควำมสำคัญ
ดงั กล่ำวในขำ้ งตน้ จึงจดั ฝึกอบรมเชงิ ปฏิบัติกำรปฐมพยำบำลเบอื้ งตน้ และกำรช่วยชีวิตขั้นพื้นฐำน (CPR) สำหรบั
ประชำชนทว่ั ไปในพืน้ ที่อำเภอสุไหงโก-ลก เพือ่ ประชำชนทว่ั ไปในชุมชนได้รับควำมรู้ทถี่ กู ตอ้ ง ได้รับกำรฝึกฝน ลด
ควำมเส่ยี งและลดอัตรำกำรเสยี ชีวติ ของคนในชุมชน
กศน.อำเภอสไุ หงโก-ลก
4
สารบญั หน้า
คานา ๔
๖
หลกั สตู รฝกึ อบรมเชิงปฏบิ ตั ิกำรปฐมพยำบำลเบ้อื งต้นและกำรช่วยชีวิตข้ันพ้นื ฐำน (CPR) ๙
โครงสร้ำงหลักสูตร ๒๑
ใบควำมรูท้ ่ี๑ ๒๙
ใบควำมรูท้ ่ี๒ ๓๑
แบบประเมนิ ควำมพึงพอใจ ๓๒
แบบตดิ ตำมผูเ้ รยี นหลงั จบหลักสูตรกำรศกึ ษำต่อเนอ่ื ง ๓๓
บรรณำนกุ รม
คณะผู้จดั ทำ
5
หลกั สตู รการจัดการศกึ ษาต่อเนื่อง
ศนู ย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัยอาเภอสไุ หงโก-ลก
.....................................................................................................................................
ชื่อหลักสูตร ฝึกอบรมเชงิ ปฏิบัติการปฐมพยาบาลเบือ้ งตน้ และการชว่ ยชวี ิตข้นั พืน้ ฐาน (CPR)
จานวน ๖ ชว่ั โมง
ความเปน็ มา
ปจั จุบนั สำเหตุกำรเสยี ชีวิตของประชำกรในประเทศไทย โดยสว่ นใหญเ่ กิดจำกโรคเก่ยี วกับทำงเดินหำยใจ
และหลอดเลอื ด โรคหัวใจ ควำมดนั โลหติ และอุบัติเหตจุ มนำ้ ผู้ปว่ ยหรือผู้ท่ีได้รับบำดเจ็บเหล่ำนี้อำจมีอำกำรท่ี
ผดิ ปกติเกดิ ข้ึนกับร่ำงกำย หรือบำงรำยอำจมภี ำวกำรณห์ ยดุ หำยใจกะทันหนั ถ้ำปล่อยไว้นำนเกิน 4 นำที แม้จะ
ชว่ ยใหฟ้ ้ืนคืนชพี กลับมำได้ กจ็ ะเกิดสภำวะกำรตำยของสมองอย่ำงถำวร ดังนั้นกำรได้รับกำรช่วยเหลือเบื้องต้น
อยำ่ งทนั ท่วงทีและถกู ต้อง และมีกำรสง่ ตอ่ ผ้ปู ว่ ยหรือผูบ้ ำดเจ็บต่อไปยงั แพทย์หรือสถำนพยำบำลอย่ำงเหมำะสม
รวดเรว็ และถูกวิธีจะทำใหผ้ ปู้ ว่ ยหรอื ผู้บำดเจบ็ มโี อกำสรอดชีวิตและกลับคนื มำใชช้ วี ิตเปน็ ปกตไิ ด้
จำกสถำนกำรณอ์ ุทกภยั วำตภัย ทีเ่ กิดขน้ึ ในพื้นท่ีของอำเภอสไุ หงโก-ลกในขณะนี้ ทำให้น้ำล้นตลิ่ง คลอง
ทตี่ ิดชำยแดนไทย มำเลเซยี ทว่ มเขำ้ บำ้ นประชำชนเป็นบริเวณกว้ำง และระดับน้ำค่อนข้ำงสูง ทำให้เกิดควำม
เสียหำยในชวี ิต และทรัพย์สิน ซง่ึ เรำมักจะได้ยนิ ขำ่ วอบุ ตั เิ หตจุ มนำ้ หลำยครั้งในปที ผี่ ำ่ นมำ อำจเพรำะประชำชนใน
พ้ืนทไ่ี มร่ ู้วธิ กี ำรปฐมพยำบำลเบื้องต้น และกำรช่วยชวี ติ ขัน้ พนื้ ฐำน (CPR) ทถี่ ูกตอ้ ง จึงไมส่ ำมำรถช่วยเหลือชีวิตคน
ใกลช้ ดิ และบุคคลอน่ื ได้ ดังน้ันกำรฝึกอบรมหลักสูตรกำรปฐมพยำบำลเบ้อื งต้นและกำรชว่ ยชีวติ ข้ันพ้ืนฐำน (CPR)
จงึ เป็นหลักสตู รทส่ี ำคญั ซึง่ จะทำให้ผเู้ ขำ้ อบรมไดร้ ับควำมรู้ที่ถูกต้องและได้รับกำรฝึกฝนอย่ำงชำนำญ สำมำรถ
นำไปใชป้ ระโยชนใ์ นกำรชว่ ยเหลอื ผู้อนื่ ได้ในภำวะฉุกเฉนิ
ศนู ย์กำรศึกษำนอกระบบและกำรศึกษำตำมอัธยำศัยอำเภอสุไหงโก-ลก ตระหนกั และเห็นถึงควำมสำคัญ
ดังกลำ่ วในข้ำงต้น จงึ จัดฝึกอบรมเชงิ ปฏิบตั ิกำรปฐมพยำบำลเบอ้ื งต้นและกำรช่วยชีวติ ขัน้ พน้ื ฐำน (CPR) สำหรับ
ประชำชนทวั่ ไปในพ้ืนทอี่ ำเภอสไุ หงโก-ลก เพ่อื ประชำชนทั่วไปในชมุ ชนได้รับควำมรทู้ ่ถี กู ต้อง ได้รบั กำรฝึกฝน ลด
ควำมเสี่ยงและลดอัตรำกำรเสยี ชีวิตของคนในชุมชน
หลกั การของหลกั สตู ร
ประเภทของหลักสูตร
เป็นหลักสูตรประเภทกำรฝึกอบรมระยะสัน้
สำระสำคัญของหลกั สตู ร
1. ให้ควำมรู้เก่ยี วกับกำรปฐมพยำบำลเบ้ืองตน้ และกำรช่วยชวี ิตข้ันพ้ืนฐำน (CPR)
จำนวน ๓ ชัว่ โมง
2. ฝกึ ปฎบิ ัติกำรช่วยชีวิตข้นั พ้นื ฐำน (CPR) จำนวน ๓ ชว่ั โมง
จุดมุ่งหมาย
1. เพอ่ื ให้กลุ่มเป้ำหมำย มีควำมรู้ควำมเข้ำใจเกยี่ วกบั กำรปฐมพยำบำลเบอ้ื งตน้ และกำรช่วยชีวิตขั้น
พืน้ ฐำน (CPR)
๒. เพื่อให้กลุ่มเปำ้ หมำยมที ักษะกำรปฐมพยำบำลเบื้องตน้ และกำรชว่ ยชวี ติ ข้ันพ้ืนฐำน (CPR)
๓. เพื่อให้กลุ่มเปำ้ หมำยตระหนกั และสำมำรถนำไปใช้ในชวี ิตประจำวัน
6
กลมุ่ เปา้ หมาย
- ประชำชนทัว่ ไป
ระยะเวลา
หลักสูตรใช้เวลำทัง้ หมด ๖ ช่ัวโมง
- ภำคทฤษฎี ๓ ช่ัวโมง
- ภำคปฏบิ ตั ิ ๓ ช่ัวโมง
โครงสร้างฝึกอบรมเชิงปฏิบัตกิ ารปฐมพยาบาลเบ้ืองตน้ และการชว่ ยชวี ติ ขั้นพนื้ ฐาน (C
เรอ่ื ง จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ เน้ือหา
1. กำรปฐมพยำบำล - สำมำรถอธิบำยหลกั กำรและ 1. วัตถุประสงคข์ องกำรปฐม
เบอ้ื งตน้ วิธกี ำรปฐมพยำบำลเบือ้ งต้น พยำบำล
และกำรช่วยชีวิตขัน้ พื้นฐำน 2. กำรปฐมพยำบำลผทู้ ่ีมีบำดแผ
(CPR) ได้ 3. กำรปฐมพยำบำลผทู้ ่ีมีข้อเคล็ด
4. กำรปฐมพยำบำลผู้ที่มีขอ้ เคล่ือ
5. กำรปฐมพยำบำลผ้ทู ่ีมีกระดกู
6. กำรปฐมพยำบำลผูท้ เ่ี ปน็ ตะคร
๗. กำรปฐมพยำบำลผทู้ ี่มีอำกำรช
๘. กำรปฐมพยำบำลผทู้ ถี่ กู งกู ดั
๙.กำรปฐมพยำบำลผทู้ ีจ่ มนำ้
๑๐. กำรปฐมพยำบำลผู้ที่ถูกไฟฟ
๑๑. กำรปฐมพยำบำลผทู้ หี่ มดสต
๑๒. กำรปฐมพยำบำลผ้ทู ม่ี ีอำกำ
ชอ็ ก
CPR) 7
การจัดกระบวนการเรยี นรู้ ชวั่ โมง
ทฤษฎี ปฏบิ ัติ
ข้ันนำ
๓-
ครูกศน.ตำบลและทีมสนทนำแลกเปล่ียนกับ
ผล กลมุ่ เป้ำหมำยเรือ่ งกำรปฐมพยำบำลเบื้องต้น
ด ข้ันสอน
อน ครกู ศน.ตำบลและทีมที่ไดร้ ับมอบหมำยบรรยำย
กหกั เกีย่ วกบั หวั ข้อดังน้ี
รวิ 1. วัตถปุ ระสงคข์ องกำรปฐมพยำบำล
ชกั 2. กำรปฐมพยำบำลผทู้ ่ีมบี ำดแผล
3. กำรปฐมพยำบำลผทู้ ี่มขี ้อเคล็ด
ฟำ้ ดูด 4. กำรปฐมพยำบำลผู้ท่ีมีขอ้ เคลื่อน
ติ 5. กำรปฐมพยำบำลผ้ทู ่ีมีกระดกู หัก
ำร 6. กำรปฐมพยำบำลผู้ท่ีเป็นตะคริว
๗. กำรปฐมพยำบำลผู้ท่ีมีอำกำรชัก
๘. กำรปฐมพยำบำลผู้ที่ถูกงกู ดั
๙. กำรปฐมพยำบำลผู้ท่ีจมน้ำ
๑๐. กำรปฐมพยำบำลผู้ท่ีถกู ไฟฟำ้ ดูด
๑๑. กำรปฐมพยำบำลผู้ทีห่ มดสติ
เร่อื ง จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ เนอ้ื หา
2.วิธกี ำรชว่ ยชีวติ ขั้น ๑. สำมำรถปฐมพยำบำล ๑. ขน้ั ตอนกำรช่วยชีวิตขัน้ พืน้ ฐำ
พืน้ ฐำน (CPR) เบอื้ งต้นได้
(CPR) สำหรับประชำชนทัว่ ไป
๒. สำมำรถช่วยชวี ติ ข้ันพน้ื ฐำน ๒. เทคนคิ กำรกดหน้ำกด
(CPR) ได้
รวม
การจัดกระบวนการเรยี นรู้ 8
ชวั่ โมง
๑๒. กำรปฐมพยำบำลผทู้ ม่ี ีอำกำรช็อก ทฤษฎี ปฏบิ ัติ
ข้ันสรุป -๓
ครกู ศน.ตำบลและทีมสรุปจำกกำรแลกเปลย่ี น 33
เรยี นรู้
ำน ขัน้ นำ
- วทิ ยำกรสำธิตข้ันตอนกำรชว่ ยชวี ิตขนั้ พื้นฐำน
(CPR) สำหรบั ประชำชนทวั่ ไป
ขั้นสอน
- ผูเ้ ข้ำรว่ มอบรมฝกึ ปฎิบตั ิกำรชว่ ยชวี ิตขั้น
พนื้ ฐำน (CPR) ดว้ ยควำมร่วมมือ โดยทีม
วิทยำกร
ข้ันสรปุ
- วิทยำกรสรุปจำกกำรประเมินผลจำกกำรฝึก
ปฏิบัติ
9
สอ่ื การเรยี นรู้
1. เนือ้ หำวชิ ำกำรศกึ ษำเพอ่ื พัฒนำทกั ษะชีวติ
2. ศกึ ษำอบรมจำกวทิ ยำกรภำยใน และ วิทยำกรภำยนอก
3. ใบควำมรู้
4. สื่ออเิ ล็กทรอนกิ ส์
การวดั ประเมินผล
๑. ประเมินจำกแบบประเมนิ ควำมพงึ พอใจ
๒. ประเมินจำกแบบติดตำมผ้เู รยี นหลงั จบหลกั สูตรกำรศึกษำต่อเน่อื ง
เง่อื นไขกำรจบหลกั สตู ร
- เวลำเรยี นไมต่ ่ำกว่ำรอ้ ยละ ๘๐
- คะแนนร้อยละ 80
เอกสำรหลกั ฐำนกำรศกึ ษำท่จี ะได้รับหลังจำกจบหลักสูตร
- ได้รบั วฒุ บิ ตั ร
10
ใบความรทู้ ่ี๑
การปฐมพยาบาลเบอ้ื งต้น
กำรปฐมพยำบำล หมำยถึง กำรใหก้ ำรช่วยเหลือผูบ้ ำดเจ็บจำกอุบตั ิเหตุตำ่ งๆ หรอื เจบ็ ป่วยกระทันหนั ณ
สถำนที่เกดิ เหตุ ใหพ้ ้นอันตรำย กอ่ นที่จะสง่ ไปใหแ้ พทย์รักษำต่อไป โดยใช้อุปกรณ์หรอื เครื่องมือเทำ่ ที่หำได้ใน
ขณะนัน้
วตั ถุประสงค์ของการปฐมพยาบาล
1. เพ่ือป้องกนั อันตรำยท่ีจะเกิดขน้ึ ในระยะตอ่ ไป และพยำยำมชว่ ยชวี ิตไว้
2. เพอ่ื ลดควำมรนุ แรง ภำวะไม่พงึ ประสงค์ และปอ้ งกันควำมพิกำร
3. เพื่อบรรเทำควำมเจ็บปวดทรมำนและชว่ ยให้กลับส่สู ภำพเดิมโดยเร็ว
กำรปฐมพยำบำลท่ีดี ผชู้ ว่ ยเหลือควรให้กำรปฐมพยำบำลอย่ำงถูกต้อง รวดเรว็ นมุ่ นวลและคำนึงถึงสภำพ
ด้ำนจติ ใจของผู้บำดเจบ็ ควบคู่ไปด้วย โดยควรปลอบประโลมและให้กำลังใจ เพ่อื สรำ้ งควำมมน่ั ใจว่ำจะไดร้ ับกำร
ช่วยเหลอื และปลอดภยั
การปฐมพยาบาลผู้ทมี่ บี าดแผล
บำดแผล แบง่ ออกเปน็ ชนิดตำ่ งๆ ดงั นี้
1. แผลฟกช้า เกิดจำกกำรกระแทกจำกของไม่มีคม ทำให้มกี ำรฉีกขำดของเนอื้ เยื่อและเลือดออกใตผ้ วิ หนงั มี
อำกำรเจ็บปวด บวม และผิวหนังมีสแี ดง ถ้ำมคี วำมรนุ แรงมำกขนึ้ หลอดเลอื ดใต้ผิวหนังจะฉกี ขำดด้วย ทำให้
ผิวหนังมสี ีแดงคลำ้ หรือม่วง
การปฐมพยาบาล
1. ยกและประคองส่วนทีบ่ ำดเจ็บให้อยูใ่ นท่ำท่ีสบำย
2. ใช้ผ้ำชุบน้ำเยน็ หรอื นำ้ แขง็ ประคบเบำๆบริเวณแผลช้ำ นำนประมำณ 30 นำที แลว้ ใชผ้ ำ้ ยืดพนั ไว้ให้แนน่
พอสมควร เพื่อใหเ้ ลือดหยดุ และชว่ ยจำกัดกำรเคล่ือนไหว และให้บริเวณแผลชำ้ นั้นอยนู่ งิ่ ๆนำน 24 ชวั่ โมง
หลงั จำกน้นั ใหป้ ระคบบรเิ วณแผลด้วยควำมร้อน เพือ่ ให้อำกำรบวมช้ำลดลง
11
2.แผลถลอก เปน็ บำดแผลตนื้ ๆ มผี วิ หนังถลอกหรือรอยขูดขว่ น มีเลอื ดออกเลก็ น้อย และเลอื ดมักหยดุ ไหลเอง
การปฐมพยาบาล
1. หำ้ มเลือด ถำ้ เลือดยังไหลไมห่ ยุด โดยใชผ้ ำ้ สะอำดกดไว้เบำๆหรอื ใชผ้ ้ำพันแผลกดแผลไวน้ ิ่งๆ
2. ล้ำงทำควำมสะอำดแผลด้วยนำ้ สะอำด และเอำเศษผงต่ำงๆหรือกรวดดนิ ออกให้หมด
3. ใชผ้ ำ้ ชุบน้ำสบู่เช็ดรอบแผลเบำๆ อยำ่ ใหแ้ ผลโดนสบ่เู พรำะจะทำใหร้ ะคำยเคอื ง
4. ทำแผลด้วยยำใส่แผลสด เชน่ เบตำดนี ไม่ต้องปดิ แผล
3. บาดแผลถูกของมีคม เกดิ จำกของมีคม ประเภทใบมีด กรรไกร เศษแก้วหรือกระจก ควำมลึกของบำดแผล
สำมำรถทำอันตรำยต่อเซลล์ผิวหนัง เส้นลือด กลำ้ มเน้อื เอน็ และเส้นประสำทได้ และเลอื ดทอี่ อกจำกแผลประเภท
น้มี กั จะไหลออกมำก
การปฐมพยาบาล
ต้องห้ำมเลือดกอ่ น เม่ือเลือดหยดุ แล้วทำควำมสะอำดบำดแผลด้วยน้ำสะอำด น้ำตม้ สุก น้ำเกลือ หรือนำ้
ผสมดำ่ งทับทิม อยำ่ เช็ดเลอื ดกอ้ นท่แี ข็งตวั อยู่ออก เพรำะจะทำให้เลอื ดออกจำกแผลอกี ระหว่ำงทำควำมสะอำด
บำดแผลต้องสังเกตลกั ษณะบำดแผลว่ำมีควำมกว้ำง ยำว ลึก หรอื มีส่งิ แปลกปลอมหกั ค้ำงอยูห่ รือไม่ หำกไมล่ ึก
มำกควรเอำออก กรณีบำดแผลบริเวณแขน ขำ ควรให้อวัยวะส่วนนนั้ พกั นง่ิ ๆ เมื่อทำควำมสะอำดบำดแผลแลว้ ใส่
ยำฆำ่ เช้ือโรค เช่น เบตำดีน และปิดแผลดว้ ยผ้ำก๊อซหรือผำ้ สะอำด แต่ถ้ำแผลลึกมำกควรห้ำมเลือด แลว้ รบี สง่
โรงพยำบำล
หลกั การหา้ มเลือดท่ีมเี สียเลอื ดภายนอกจานวนมาก
1. กำรกดบนบำดแผลโดยตรง เปน็ กำรใชผ้ ้ำสะอำดพับวำงบนบำดแผลแล้วใช้น้ิวมอื กดลงโดยตรงอย่ำง
นอ้ ย 10 นำที
2. ยกส่วนทม่ี บี ำดแผลใหส้ ูงกวำ่ ระดบั หัวใจ (กรณีมีบำดแผลบรเิ วณแขน ขำ) ถำ้ มีกระดกู หกั หำ้ มยก
3. ปดิ ทับผำ้ สะอำดนนั้ อีกชนั้ ให้แนน่ ดว้ ยผ้ำพนั แผล หำกเลอื ดยงั ไม่หยุดใหใ้ ชผ้ ้ำพนั แผล พนั ทบั ลงไปให้แน่นอีกผืน
หนึ่ง
4. กดบนหลอดเลอื ดแดงใหญ่ โดยกำรใชน้ ว้ิ กดลงบนหลอดเลอื ดแดงเหนือบำดแผล ตรงจุดท่จี ับชพี จรได้ จะทำให้
เลือดไหลออกจำกแผลน้อยลง
12
๔. บาดแผลฉีกขาด เป็นแผลทเ่ี กิดจำกวัตถุไม่มคี มที่มีควำมแรงทำให้ผิวหนังฉีกขำดได้ ขอบแผลมักขำดกะรงุ่ กะริ่ง
หรอื มีกำรชอกช้ำของแผลมำก จะเจบ็ ปวดมำก มกั จะมีกำรสัมผัสกับสิง่ ปนเปื้อนได้มำก จงึ มีแนวโน้มของกำรตดิ
เชอื้ สูง
การปฐมพยาบาล
1. ปิดแผลทันทดี ว้ ยผ้ำท่สี ะอำด กดไว้เบำๆหรือใชผ้ ำ้ พนั แผลกดแผลไว้น่งิ ๆ เพื่อเป็นกำรห้ำมเลอื ด
2. ล้ำงทำควำมสะอำดแผลดว้ ยน้ำสะอำด และใช้แอลกอฮอล์เช็ดรอบๆแผล
3. รีบนำสง่ แพทย์เพ่ือตกแตง่ บำดแผล และเย็บแผล ฉีดวคั ซีนป้องกนั บำดทะยกั และอำจตอ้ งรบั ประทำนยำแก้
อกั เสบ ถำ้ แผลสกปรกมำก
5. แผลถูกแทง เกดิ จำกวตั ถปุ ลำยแหลม เช่น มีดปลำยแหลม กริช ไม้ ฯลฯ แม้วำ่ ปำกแผลจะเล็ก แต่มักจะลกึ ถ้ำ
ลกึ ลงไปถูกอวยั วะภำยในทส่ี ำคญั เช่น ปอด หัวใจ ตับ ไต กระเพำะอำหำร ฯลฯ จะทำให้ตกเลอื ดภำยในได้มำก
การปฐมพยาบาล
ถำ้ ผูป้ ว่ ยมีอำกำรเปน็ ลม หน้ำซีด แสดงว่ำมเี ลือดตกใน อย่ำตกใจใหผ้ ้ปู ่วยนอนรำบ ศีรษะต่ำ ไมค่ วรใหก้ ิน
อะไรทั้งสน้ิ รบี นำส่งโรงพยำบำลใหแ้ พทย์ตรวจบำดแผลทถี่ กู แทงว่ำถกู อวยั วะสำคญั หรือไม่ และหำกพบสิ่งหนงึ่ สิ่ง
ใดหักคำอยู่บนปำกแผล อย่ำพยำยำมดึงออก เพรำะจะทำใหเ้ ลือดออกมำกข้ึน หรอื เพิ่มอนั ตรำยตอ่ อวัยวะ
ใกล้เคียง ควรใชผ้ ำ้ สะอำดบำงๆ คลมุ ไว้ และให้นอนน่ิงๆ แลว้ รีบนำส่งโรงพยำบำลโดยเร็วท่ีสดุ โดยจัดผู้ป่วยให้
นอนรำบขณะเคล่อื นยำ้ ย
6.แผลถูกยิง เป็นแผลท่เี กิดจำกกระสุนปนื เหน็ เป็นรอยกระสุนปืนเขำ้ และออก ซึง่ รเู ข้ำจะเลก็ กวำ่ รูออก หรอื
กระสุนอำจฝังในก็ได้ มีอันตรำยตอ่ อวัยวะภำยในและอำจมกี ำรตกเลอื ดภำยในได้ ถ้ำกระสนุ เข้ำไปถูกอวยั วะที่
สำคัญภำยใน
การปฐมพยาบาล
ให้ผ้บู ำดเจบ็ นอนพกั น่งิ ๆ ยกปลำยเทำ้ สูง ใหโ้ ลหติ ไปเลี้ยงสมองมำกที่สุด ห่มผ้ำให้ควำมอบอุ่นแก่รำ่ งกำย
ไม่ควรให้ผบู้ ำดเจ็บกนิ อะไรท้ังสนิ้ ถ้ำมเี ลือดออกมำกต้องหำ้ มเลือด ปิดแผลด้วยผ้ำก๊อซและรบี ส่งโรงพยำบำล
โดยเร็วทสี่ ุด
7. แผลถกู ตา ส่วนมำกเกิดจำกวัตถุประเภทตะปู เข็ม หรอื เข็มหมุด เศษแก้ว หนำม ทม่ิ ตำ ซึ่งปกติแผลประเภทนี้
จะมีเลือดออกไมม่ ำกนกั หรือแทบไม่เหน็ เลือดไหลออกมำเลย และแผลเกือบจะปดิ ในทนั ที จงึ ทำใหเ้ กิดกำรติดเชือ้
ไดง้ ่ำย และอำจเปน็ อันตรำยถงึ ชวี ิตได้ เนอ่ื งจำกวัตถุที่ทำให้เกิดแผลอำจมีสปอร์ของเชอ้ื บำดทะยักหรือเชื้อโรค
อน่ื ๆติดอยู่ โดยเฉพำะถ้ำวตั ถนุ ้ันเคยสัมผสั ดนิ มำกอ่ น
การปฐมพยาบาล
ใหด้ ึงของแหลมท่ีทมิ่ ตำผวิ หนังน้ันออก เช็ดด้วยแอลกอฮอล์ ปิดแผลด้วยผำ้ ทส่ี ะอำด แลว้ รบี นำส่งพบ
แพทยท์ นั ที เพ่อื ทำควำมสะอำดแผลทอ่ี ยู่ลึกลงไปใต้ผวิ หนัง ชะล้ำงเอำส่งิ สกปรกออกใหห้ มด อำจต้องเปิดแผลให้
13
กว้ำงขึ้น เพอ่ื ไมใ่ หแ้ ผลกลำยเปน็ แผลติดเช้ือ และต้องรบั ประทำนยำแก้อกั เสบพร้อมท้งั ฉีดวคั ซีนป้องกันบำดทะยัก
8. บาดแผลถกู สัตว์กัด สตั วท์ ุกชนดิ (โดยเฉพำะสนุ ัข แมว หนู รวมทั้งคน) จะมเี ชื้อโรคอยู่ในปำก เมอื่ ถกู กัด
บำดแผลทลี่ ึกจะนำเช้อื โรคเขำ้ สูเ่ นื้อเยื่อได้มำก กำรปฐมพยำบำลจึงตอ้ งทำทนั ที แลว้ ตำมด้วยกำรรกั ษำของแพทย์
8.1 บาดแผลตื้น
1. ลำ้ งบำดแผลใหท้ ่วั ด้วยนำ้ สะอำดอ่ำงนอ้ ย 5 นำทีหรอื ด้วยสบแู่ ละนำ้ อนุ่
2. ซับบำดแผลใหแ้ หง้ แลว้ ปิดด้วยปลำสเตอร์หรอื ผ้ำทำแผลเล็กๆ
3. แนะนำให้ผู้ทถ่ี ูกกัดไปพบแพทย์
8.2 บาดแผลฉีกขาด หรอื ลกึ มาก
1. ห้ำมเลอื ด ตำมหลกั กำรห้ำมเลือด
2. กดบำดแผลด้วยผ้ำพันแผลทีป่ ลอดเช้ือ หรอื ผ้ำสะอำดพันให้อยูก่ ับที่
3. นำผูท้ ี่ถกู กดั ไปสง่ โรงพยำบำล
การปฐมพยาบาลผูท้ ่ีมีขอ้ เคลด็
ขอ้ เคลด็ หมำยถึง กำรที่ข้อต่ำง ๆ ได้มกี ำรเคล่ือนไหวมำกเกินไป ทำใหเ้ นอ้ื เย่ือห้มุ ข้อ หรือเอน็ รอบๆข้อ
รวมทั้งกล้ำมเน้อื บริเวณข้อมีกำรฉีกขำดหรือชำ้ สำเหตุขอ้ เคลด็ นั้น เกิดจำกขอ้ ต่อส่วนใหญ่เกิดกระทบกระเทือน
ทำให้เยื่อหุ้มหรอื เอน็ รอบ ๆ ข้อตอ่ เคล็ดหรือแพลง
ข้อเคล็ด มีอาการบอกใหร้ ดู้ งั นี้
บรเิ วณข้อสว่ นนัน้ จะบวม ช้ำ มีอำกำรเจบ็ ปวด ถ้ำเคล่อื นไหวหรือใชม้ ือกดจะทำให้เจ็บมำกขึ้น ในรำยที่มี
อำกำรรุนแรงจะไม่สำมำรถเคล่ือนไหวได้เลย เพรำะจะเจบ็ ปวดมำก มอี ำกำรชำท่ัวบริเวณขอ้ เคล็ด แสดงวำ่
เสน้ ประสำทสว่ นนั้นเกดิ ฉีกขำดดว้ ย
การปฐมพยาบาล
ประคบด้วยนำ้ เย็นหรือน้ำแขง็ ทันที และประคบหลำยๆครั้งติดตอ่ กัน แต่ละคร้งั นำน5-10 นำที และ
พัก 2-3 นำที เพ่ือลดอำกำรปวด บวม และระหวำ่ งพกั ให้สังเกตอำกำรบวมด้วย ถ้ำอำกำรบวมไม่เพิ่มขน้ึ ก็หยดุ
ประคบเยน็ ได้ ถ้ำยงั มีอำกำรบวมอยู่ให้ประคบตอ่ จนครบ 24 ชว่ั โมงแรก ใหบ้ ริเวณข้อน้นั อยู่นิ่ง โดยพนั ผ้ำยืดและ
ยกสงู ไว้
ภำยหลงั 24 ชั่วโมงไปแล้ว ถ้ำยงั มอี ำกำรบวมใหป้ ระคบด้วยน้ำร้อน หรอื นวดด้วยยำหม่อง นำ้ มัน
ระกำ GPO ปำลม์ ฯลฯ ถำ้ มอี ำกำรปวดหรอื บวมมำก ให้รีบไปพบแพทย์
14
การปฐมพยาบาลผู้ที่มขี อ้ เคลอ่ื น
ข้อเคลื่อน หมำยถึง ภำวะทป่ี ลำยกระดูก 2 ชิ้น ซึ่งประกอบกันเป็นข้อ เคลือ่ นหลดุ ออกจำกตำแหน่งปกติ
เป็นผลให้เยื่อหุ้มข้อ เอ็นห้มุ ข้อ เส้นเลือด เส้นประสำทของข้อนนั้ ๆ เกดิ กำรฉกี ขำด มกั เกิดจำกมแี รงกระแทกจำก
ภำยนอกมำกระทำท่ขี ้อน้ัน หรือถูกกระชำกทข่ี ้อนนั้ อย่ำงรุนแรงฯลฯ
ข้อเคล่ือน มีอำกำรบอกใหร้ ู้ดงั น้ี เคลื่อนไหวข้อไม่ได้ ขอ้ สว่ นนัน้ จะบวม ปวด รปู ร่ำงของข้อผิดไปจำกเดิม
เชน่ ถ้ำเป็นทขี่ อ้ สะโพก ขำขำ้ งนน้ั จะสั้นลง ถำ้ ข้อไหลห่ ลุด บรเิ วณหวั ไหล่จะแฟบลง ถำ้ มีอำกำรชำ แสดงว่ำ
เสน้ ประสำทที่มำเลีย้ งบริเวณน้นั ถูกทำลำย
การปฐมพยาบาล
ให้ขอ้ ส่วนน้นั อยูน่ ิง่ ท่ีสดุ โดยกำรใช้ผำ้ พนั ห้ำมดงึ ข้อให้เข้ำที่ ประคบด้วยควำมเย็น เพือ่ ลดอำกำรปวดและ
บวมลง รีบนำส่งโรงพยำบำล
15
การปฐมพยาบาลผทู้ มี่ ีกระดกู หกั
กระดูกของคนเรำอำจเกิดแตกหกั ได้ตลอดเวลำ ถำ้ ไม่ระมดั ระวังหรอื ไม่ปอ้ งกันอันตรำย เชน่ กำรถูก
กระแทกจำกอบุ ัติเหตตุ ำ่ งๆ กำรสะดดุ กำรบดิ หรือกำรกระชำก ลักษณะของกระดูกหักแบ่งออกเป็น 2 ประเภท
คอื
หักออกจำกกนั เปน็ 2 ส่วน อำจหกั ธรรมดำไม่มีบำดแผลหรือหกั มบี ำดแผล กระดูกแตกละเอยี ด จะมี
อันตรำยเมอื่ มีกำรบำดเจ็บของกลำ้ มเนอ้ื หลอดเลอื ด เสน้ ประสำท หรือกระดูกท่หี กั แทงทะลุอวยั วะภำยในท่ี
สำคญั
กระดกู หักไมข่ ำดออกจำกกัน มีลักษณะกระดูกรำ้ ว กระดูกเดำะ หรือกระดูกบุบ ลกั ษณะอำกำรจะ
แตกตำ่ งกนั ไปตำมตำแหนง่ ท่ีกระดูกหกั อำกำรทวั่ ๆ ไป อำจมีอำกำรชอ็ ก มอี ำกำรบวม และรอ้ น ลกั ษณะกระดูก
ผดิ รูปร่ำงไปจำกเดิม เคลือ่ นไหวไมไ่ ด้ ถำ้ จับดูจะมเี สยี งกรอบแกรบ อำจมีบำดแผลท่ผี วิ หนังตรงตำแหน่งทีห่ ัก หรอื
พบปลำยกระดกู โผล่ออกมำใหเ้ หน็ ชัดเจน
16
การปฐมพยาบาล
1.ใหผ้ บู้ ำดเจ็บอยูน่ ่ิงๆ ประคองและจบั ส่วนท่ีบำดเจ็บอย่ำงมน่ั คง อย่ำพยำยำมเคล่ือนยำ้ ยผู้บำดเจ็บโดยไมจ่ ำเปน็
หรือจนกว่ำส่วนของกระดกู ทห่ี ักจะไดร้ ับกำรเข้ำเฝือกแล้ว
2. ใส่เฝือกชว่ั ครำว โดยใช้วสั ดทุ ี่หำงำ่ ย เชน่ กระดำษหนงั สือพิมพ์ กระดำษแข็ง ไม้ไผ่ เปน็ ตน้ ( ถำ้ เปน็ กระดูกชิน้
ใหญ่ เช่น กระดกู โคนขำ อำจใชข้ ำขำ้ งดีเป็นตัวยึดก็ได้) และก่อนเขำ้ เฝอื ก ควรใชผ้ ำ้ สะอำดพนั ส่วนทีห่ ักให้หนำ
พอสมควร หรือทำกำรหำ้ มเลือดก่อน ถ้ำมีเลือดออกมำก
3. พันผำ้ ยดื ไม่ให้เคล่ือนไหว ระวงั อยำ่ พันใหแ้ นน่ จนเกินควร เพรำะจะทำให้เลอื ดไปเลี้ยงอวัยวะส่วนปลำยไม่ได้
ซง่ึ เปน็ อนั ตรำยมำก ถำ้ เป็นปลำยแขน หรือมือ ใช้ผำ้ คล้องคอ
4.ถ้ำกระดูกหักโผลอ่ อกมำนอกเนอ้ื อยำ่ ดนั กลบั เข้ำทเี่ ดิมเดด็ ขำด เพรำะจะทำให้เช้ือโรคและสิ่งสกปรกจำก
ภำยนอกเข้ำไปในแผลสว่ นลกึ ได้ ใหห้ ำผำ้ สะอำดคลมุ หรือปิดบำดแผลไว้
5. ใหย้ ำแกป้ วดหำกปวดแผลมำก เชน่ พำรำเซตะมอล และห่มผ้ำให้ควำมอบอนุ่ แกร่ ำ่ งกำย
6. รีบนำผู้ป่วยส่งโรงพยำบำล ซึง่ กำรเคล่ือนย้ำยผ้ทู บี่ ำดเจ็บตอ้ งทำอย่ำงระมัดระวัง โดยให้สว่ นที่หกั เคลอื่ นไหว
นอ้ ยทสี่ ดุ
การปฐมพยาบาลผทู้ เี่ ปน็ ตะคริว
สำเหตุใหญ่ๆ ที่เป็นกันก็คอื
1. เกดิ จำกกำรขำดเลอื ดไปเลี้ยง เชน่ ใช้ถงุ เท้ำที่รดั แน่นเกนิ ไป หรอื อย่ใู นที่อำกำศเยน็ จดั
2. กำรขำดเกลอื แร่บำงอย่ำง เชน่ เกลือโซเดียม แคลเซียม ซ่ึงเสยี ไปกับกำรหลัง่ เหงอื่
3. จำกกำรถกู กระทบกระแทก อำจทำใหเ้ กิดปฏกิ ิริยำเกร็งตัวของกล้ำมเนื้อ เช่น กำรทำลกู หนู
4. กำรหดตวั อยำ่ งรนุ แรงของกลำ้ มเน้ือ เนื่องจำกกำรออกกำลังกำยมำกเกินไป หรือกำรนั่ง นอน ยืน ในท่ำทไ่ี ม่
ถนัด ตะคริวถ้ำเป็นพร้อมกนั หลำย ๆ แห่ง มักเกิดจำกกำรขำดนำ้ อำหำร เกลือแร่ในกลำ้ มเนอ้ื ซงึ่ ตะครวิ ท่เี กิดจำก
กำรหดเกรง็ ของกล้ำมเน้ือสำมำรถคลำยออกได้ โดยกำรใชก้ ำลังยดื กล้ำมเน้ือ ตำมทิศทำงกำรทำงำนของกล้ำมเน้ือ
บรเิ วณกล้ำมเนอ้ื ท่ีพบว่ำเปน็ ตะคริวได้บอ่ ยคือกล้ำมเนอื้ น่อง กลำ้ มเนื้อต้นขำท้งั ด้ำนหนำ้ และด้ำนหลงั
และกลำ้ มเนื้อหลัง แต่ทค่ี นสว่ นใหญเ่ ปน็ กันคือกล้ำมเนอ้ื น่อง
17
การปฐมพยาบาล
ปกตแิ ล้วกลำ้ มเนอ้ื จะคลำยตัวเองลง แตเ่ รำก็มีวิธชี ่วยให้คลำยตัวได้เร็วขึ้น โดย
1.ค่อยๆเหยยี ดกล้ำมเนือ้ ท่ีเป็นตะครวิ ใหย้ ืดออก ในรำยท่ีเป็นตะคริวทกี่ ล้ำมเนื้อน่อง ซึง่ ทำหนำ้ ท่เี หยยี ดปลำยเทำ้
ขณะเป็นตะคริวจะหดเกรง็ และทำใหป้ ลำยเทำ้ เหยยี ด กำรใช้กำลังดันปลำยเทำ้ เข้ำหำเข่ำโดยคอ่ ยๆ เพ่ิมกำลังดนั
จะช่วยเหยียดกลำ้ มเนื้อนอ่ งได้
2. ใชค้ วำมร้อนประคบหรอื ถูนวดเบำ ๆ ดว้ ยยำหมอ่ งหรอื น้ำมนั สโต๊ก ทำให้เลือดเลีย้ งมำกข้ึน กล้ำมเนอ้ื คลำยและ
มกี ำลังหดได้อกี
3. ให้ควำมอบอ่นุ แกผ่ ้ทู ีเ่ ปน็ ตะครวิ และให้น้ำผสมเกลือแกงดื่มเปน็ ระยะ ๆ จะช่วยใหก้ ลำ้ มเนอื้ คลำยกำรเกร็งได้ดี
ขน้ึ
การปฐมพยาบาลผ้ทู ม่ี อี าการชัก
กำรชกั เป็นกำรกระตุกของกล้ำมเนอื้ ในร่ำงกำยหลำยมดั ทนั ที โดยไม่ไดต้ ้งั ใจ เกิดจำกสมองทีท่ ำงำนผดิ ปกติ
มักเกิดร่วมกับกำรไม่รู้สึกตวั
สำเหตุ เกดิ ไดห้ ลำยอย่ำง รวมท้ังกำรบำดเจบ็ ทศี่ ีรษะ โรคบำงอย่ำงท่ีทำลำยสมอง สมองขำดออกซเิ จน และ
ได้รบั สำรพษิ บำงอยำ่ ง ในเดก็ อำจชักไดเ้ นื่องจำกไข้สูง และกำรชกั เป็นลกั ษณะอย่ำงหนึ่งของโรคลมชกั
กำรชกั ไม่ว่ำจำกสำเหตุใดก็ตำม ขณะชักผทู้ ี่มีอำกำรชกั มักไม่รสู้ ึกตวั กำรชว่ ยเหลือเบ้ืองต้นแต่ละคร้งั ตอ้ ง
จัดให้ผู้ที่ชักนอนตะแคง ระวังสำลัก ถ้ำมีสิ่งของในปำก เช่น เศษอำหำร ฟนั ปลอมให้ลว้ งออก และใชด้ ้ำมชอ้ น ไม้
หรอื ด้ำมดนิ สอสอดเข้ำไปในปำกระหวำ่ งฟันกรำม เพอื่ ปอ้ งกันไมใ่ หผ้ ู้ทช่ี กั กัดลน้ิ และต้องป้องกนั กำรบำดเจบ็ ท่ี
ศีรษะจำกกำรล้มลง
โรคลมชักรนุ แรง พยำยำมชว่ ยประคอง ถำ้ ผทู้ ่ีชักจะล้มและขอใหผ้ ู้มงุ ดูถอยห่ำงออกไป คลำยเส้ือผำ้ ออก
โดยเฉพำะรอบคอและประคองศรี ษะไวด้ ว้ ย
1.เม่ือหยุดชักแลว้ จดั ใหอ้ ยใู่ นท่ำพกั ฟ้ืน และอยู่กบั ผู้ทชี่ กั จนกระท่ังรูส้ ึกตวั ดี
2.รบี นำส่งโรงพยำบำล ถ้ำเป็นกำรชักครง้ั แรกและชักซำ้ ๆ กัน หรอื ไม่รูส้ ึกตัวนำนเกนิ 10 นำที
18
การปฐมพยาบาลผทู้ ถี่ ูกงูกัด
กำรถูกงูกดั เป็นภำวะฉุกเฉินเรง่ ด่วนอย่ำงหนึ่งที่ต้องรบี ให้กำรปฐมพยำบำล เพือ่ ลดควำมรนุ แรงหรอื
ภำวะแทรกซอ้ นจำกพิษงู ท้ังยังเปน็ กำรชะลอเวลำกำรออกฤทธิ์ของพิษงูเพ่อื นำสง่ สถำนพยำบำลไดอ้ ย่ำงทนั ท่วงที
ในเมืองไทยเรำงูมพี ิษมีหลำยชนิด พษิ ของงแู บง่ ออกครำ่ วๆ เป็น 3 แบบคอื
1.พษิ งทู ่ีทำให้เกิดกำรแข็งตวั ของเลือดผิดปกติ เชน่ งแู มวเซำ งูเขียวหำงไหม้ งูกะปะ
2. พิษงทู ที่ ำให้เกดิ เปน็ อัมพำตยับย้ังกำรทำงำนของระบบประสำท เชน่ งเู ห่ำ งจู งอำง
3. พิษงทู ่ีทำให้เกดิ กำรอกั เสบของกล้ำมเน้ืออยำ่ งรนุ แรง เชน่ งทู ะเล
อาการเมื่อถูกงูพิษกดั
นอกจำกจะสำมำรถบอกได้ว่ำถกู งกู ัดไดโ้ ดยกำรเห็นตัวงูแล้ว ในกรณีทไ่ี ม่เห็นตัวงู ตรงรอยที่ถกู งูกัดกดั จะมี
รอยเข้ยี ว 2 รอย และจะมอี ำกำรใน 10 นำที อำกำรของผู้ถกู งกู ัด แลว้ แต่ชนดิ ของงู เช่น งูเหำ่ จะมีพษิ ทำอนั ตรำย
ตอ่ ระบบประสำท อำกำรทัว่ ไป จะเกดิ ขึน้ ภำยหลังประมำณครึ่งชัว่ โมง โดยจะมีอำกำรอ่อนเพลยี เดินไม่ไหว หนงั
ตำตก พดู อ้อแอ้ กลนื ลำบำกและหำยใจไมส่ ะดวก ในที่สุดจะเปน็ อัมพำตทัว่ รำ่ งกำย และอำจถึงแกค่ วำมตำยได้
เน่ืองจำกกำรหำยใจหยดุ
การปฐมพยาบาล
รอยแผลงูพิษกดั จะมีรอยเขี้ยว 1 หรือ 2จดุ (งไู ม่มีพิษ แผลจะเปน็ รอยถลอก) ให้ผ้ทู ี่ถูกงูกัดนอนลง จัดให้
มอื หรอื เทำ้ ที่ถกู กดั อยรู่ ะดับเดียวหรือตำ่ กว่ำระดับหัวใจ ปลอบใจ ไมใ่ หต้ ่นื ตกใจ และพยำยำมให้ผทู้ ี่ถูกงกู ัดอยู่นิ่งๆ
หรือใหเ้ คลื่อนไหวร่ำงกำยให้น้อยท่ีสดุ เพรำะกำรตนื่ เต้น ตกใจ หัวใจจะเต้นเรว็ หรือเคล่อื นไหวมำก จะทำให้พิษงู
เข้ำไปในกระแสเลอื ดมำกข้ึน ค่อยๆ ลำ้ งบำดแผลท่ถี ูกงูกัด ด้วยน้ำสบ่แู ละน้ำสะอำดเท่ำทพี่ อจะทำได้
ห้ำมเลือด โดยใชผ้ ้ำสะอำดกดบำดแผลโดยตรง หรือใชก้ ำรพันผำ้ ดำมขำขำ้ งท่ีถกู งกู ัดกับขำอีกขำ้ งโดยใช้ผำ้ นมุ่ ค่ัน
ระหวำ่ งขำ และรดั ดว้ ยผำ้ ที่ขอ้ เทำ้ และเขำ่ และประคองส่วนทบ่ี ำดเจบ็ นำส่งโรงพยำบำล
หมายเหตุ กำรใชเ้ ชอื กรัดบรเิ วณเหนือจุดท่ถี ูกกดั ปจั จุบันไม่ขอแนะนำ เพรำะกำรรัดแน่นจนเกนิ ไปหรือถ้ำถูกรัด
ไว้เปน็ เวลำนำน ๆ อำจทำใหเ้ กิดกำรขำดเลือดของอวัยวะทอี่ ยู่ใต้ส่วนที่รดั ได้
19
การปฐมพยาบาลผทู้ ่จี มน้า
ถำ้ ผูท้ ีจ่ มนำ้ ยงั อยใู่ นนำ้ และร้สู ึกตวั ดีให้ช่วยเหลือโดยกำรโยนสง่ิ ของให้เกำะ เช่น เชอื ก หรอื เส้ือชูชีพ แลว้
ชว่ ยผจู้ มน้ำให้ขน้ึ จำกน้ำโดยเรว็ ถ้ำผูท้ จ่ี มน้ำรสู้ ึกตัวดี และหำยใจเองไดใ้ หน้ อนรำบกบั พ้นื เช็ดตัวใหแ้ หง้ และห่ม
ผำ้ ใหค้ วำมอบอุน่ ถำ้ ผทู้ ่ีจมนำ้ รสู้ ึกตวั ดี แต่ไอหรอื จำมและอำเจียน จัดให้นอนตะแคง เพือ่ ใหส้ ิ่งทีอ่ ำเจียนและ
เสมหะไหลออกได้งำ่ ยขึน้
ในกรณที ี่หมดสติ ให้ดวู ำ่ ยงั หำยใจอยู่หรอื ไม่ ถำ้ หยดุ หำยใจ ให้เปิดทำงเดนิ หำยใจทันที โดยกดหน้ำผำกลง
และยกคำงใหเ้ งยหนำ้ ขึน้ และคลำชีพจรทีค่ อ ถำ้ ยังมีชีพจรอยู่ แต่ยังไม่หำยใจหรอื หำยใจชำ้ ใหช้ ่วยหำยใจ โดย
วิธกี ำรเป่ำปำกหรือเปำ่ ปำกกบั จมกู ของผทู้ ีจ่ มนำ้
ในกรณที ี่คลำชพี จรท่ีคอไม่ได้ แสดงวำ่ มภี ำวะหัวใจหยุดเต้นแล้ว ใหช้ ่วยฟน้ื คืนชีพโดยกำรชว่ ยหำยใจและ
กำรนวดหัวใจ และ รบี นำส่งโรงพยำบำลไม่วำ่ จะรูส้ ึกตวั ดีหรือไม่ก็ตำม หรอื โทรศพั ท์ 1669 เพอ่ื ขอรถพยำบำล
ฉกุ เฉิน
การปฐมพยาบาลผู้ที่ถูกไฟฟา้ ดูด
ไฟฟำ้ เป็นเคร่ืองอำนวยควำมสะดวก ทีจ่ ำเปน็ ในกำรดำเนนิ ชีวติ ท่คี นเรำจะขำดเสยี ไมไ่ ด้ กำรใช้อุปกรณ์
ไฟฟำ้ อำจทำใหเ้ กดิ อันตรำยได้มำก ท้ังจำกกำรรูเ้ ท่ำไมถ่ งึ กำรณ์ เผลอเรอ หรือจำกอุปกรณ์ไฟฟ้ำม่ปี ัญหำ อำจทำ
ให้ผู้ใชถ้ กู ไฟฟำ้ ดูด มบี ำดแผลไฟไหม้ หรอื อำจทำใหห้ ัวใจหยุดเต้นและเสียชวี ติ ได้
การช่วยเหลือผู้ถูกไฟดูด
ช่วยให้ผู้ท่ีถูกไฟดูดพ้นจำกกำรสัมผสั โดยกำรปลดสวทิ ช์กระแสไฟฟำ้ หรอื ใชผ้ ้ำ หรอื กระดำษหมุ้ โคนไม้
แหง้ ๆ หรอื ส่งิ ที่เป็นฉนวนไฟฟ้ำเขย่ี สำยไฟออกให้พน้ ตวั ผทู้ ถ่ี ูกไฟดูด โดยผู้ช่วยเหลอื ตอ้ งสวมรองเท้ำพืน้ ยำงยนื อยู่
บนกระดำน หรอื พืน้ ท่ีไม่เปยี ก ไม่เป็นสอ่ื ไฟฟำ้
เม่ือแน่ใจว่ำตัดกระแสไฟฟ้ำออกไปได้แล้ว ถ้ำตรวจพบว่ำผทู้ ี่ถกู ไฟดูดไม่รูส้ กึ ตัว ให้เปดิ ทำงเดนิ หำยใจทันที
ดว้ ยกดหนำ้ ผำกลงและยกคำงให้เงยหน้ำข้นึ ตรวจกำรหำยใจและชีพจร และเตรยี มกำรช่วยฟน้ื คืนชีพ และหม่ ผ้ำ
20
ใหค้ วำมอบอุ่น ตรวจดูบำดแผล ถ้ำมแี ผลไหม้ ให้ใชน้ ำ้ เยน็ รำดและปิดบำดแผลด้วยผ้ำปดิ แผล รีบนำสง่
โรงพยำบำล
การปฐมพยาบาลผทู้ ี่หมดสติ
กำรหมดสติ แบ่งได้ 2 พวก คอื กำรหมดสติพรอ้ มกับมีอำกำรหำยใจลำบำก หรืออำจหยดุ หำยใจ และ
หมดสติ แต่ยังมีกำรหำยใจ ซงึ่ เป็นพวกท่ีมอี ำกำรชัก ไดแ้ ก่ ลมบำ้ หมู หรอี จำกโลหติ เป็นพษิ หรือโรค เช่น ฮิสทีเรีย
และพวกไม่มีอำกำรชกั ได้แก่ ชอ็ ก เป็นลม เมำเหลำ้ เบำหวำนและเสน้ โลหิตในสมองแตก ลักษณะกำรหมดสติ
มี 2 ลกั ษณะ คือ อำกำรซึม มนึ งง เขยำ่ ตัว อำจตนื่ งัวเงยี แลว้ หลบั พดู ได้บ้ำง แต่ฟงั ไมไ่ ดศ้ ัพท์ และลกั ษณะ
อำกำรหมดควำมรูส้ ึกทกุ อย่ำง แมแ้ ต่เขย่ำตวั ก็ไมฟ่ ื้น ดังนน้ั กำรปฐมพยำบำลผทู้ ่หี มดสติอยำ่ งถูกต้อง รวดเร็ว จงึ มี
ควำมสำคญั อยำ่ งยิ่ง มิฉะน้นั อำจเกิดอนั ตรำยถงึ แก่ชีวิตได้
การปฐมพยาบาล
1.ใหต้ รวจดวู ่ำผู้ทหี่ มดสติยังหำยใจอยู่หรอื ไม่ ถ้ำไม่หำยใจ ให้เปิดทำงเดนิ หำยใจ โดยกดหน้ำผำกลงและยกคำงให้
เงยหนำ้ ขึ้น และถ้ำยังไม่หำยใจใหช้ ่วยหำยใจ โดยผูช้ ว่ ยเหลอื เปำ่ ลมหำยใจออกเข้ำไปในปอดของผูท้ ห่ี มดสติ และ
ช่วยฟืน้ คืนชีพ โดยกำรนวดหวั ใจ ถ้ำมีหวั ใจหยุดเตน้
2. ตรวจรำ่ งกำยผู้ทห่ี มดสตอิ ย่ำงรวดเร็ว และดูใหท้ ั่ว วำ่ มกี ำรบำดเจบ็ หรือมีภำวะอื่นร่วมดว้ ยหรือไม่ ถ้ำมีบำดแผล
และมีเลอื ดออก หรือมี กระดกู หัก ให้ทำกำรหำ้ มเลือด และช่วยประคองให้สว่ นที่บำดเจบ็ อยู่กับที่ ตอ้ งระมดั ระวัง
หำกต้องกำรเคล่ือนไหว
3. ถ้ำผูท้ ี่หมดสติ เร่ิมมีอำเจยี น จัดใหน้ อน เอียงหน้ำไปดำ้ นใดด้ำนหน่งึ เพือ่ เปน็ กำรป้องกนั ไมใ่ หล้ ิ้นตกไปดำ้ นหลั ง
ลำคอ ซึ่งจะอุดกนั้ ทำงเดินหำยใจได้ และป้องกันไม่ให้อำเจียนไหลเข้ำสหู่ ลอดลม
4.หำกมอี ำกำรชัก ใหม้ ว้ นผ้ำ หรือด้ำมช้อนใส่เข้ำไประหวำ่ งฟัน เพอ่ื ป้องกันไมใ่ ห้กดั ล้ินตนเอง พร้อมท้ังหำสำเหตุ
ทท่ี ำให้หมดสติ และประวัติกำรเกดิ อุบัตเิ หตจุ ำกผเู้ ห็นเหตกุ ำรณ์ดว้ ย เพ่ือแจ้งใหแ้ พทยท์ รำบ เมื่อนำส่ง
โรงพยำบำล
การเป็นลม
กำรเป็นลม เปน็ กำรหมดสติไปชัว่ ครู่ ซง่ึ เกดิ ข้ึนเน่ืองจำกเลือดไปเลยี้ งสมองไมเ่ พยี งพอชวั่ ครำว มกั มีอำกำร
ซมึ เวียนศรี ษะนำมำก่อนและมีอำกำรตัวซีดเยน็ เฉยี บร่วมด้วย ควำมรู้สกึ เช่นน้อี ำจเกดิ ข้ึนโดยไม่หมดสติกไ็ ด้ กำร
ตกใจรนุ แรง ภำวะน้ำตำลในเลือดต่ำ อำจทำใหค้ วำมดันโลหิตลดลง และร้สู กึ จะเปน็ ลมได้ ถ้ำเปน็ ลมหมดสตไิ ป
ชัว่ ครำว เม่อื ให้นอน ยกเท้ำสงู และได้รบั อำกำศท่ถี ่ำยเทดี แล้วสำมำรถหำยใจได้ดี และรูส้ กึ ตวั ภำยใน 2-3 นำที
โดยไม่มีอำกำรอื่นแทรกก็เป็นเร่อื งท่ไี มน่ ำ่ ต้องตกใจ
แตถ่ ำ้ เปน็ ลมบอ่ ย ๆ หรือมีอำกำรอืน่ ๆรว่ มด้วย จำเป็นอยำ่ งยงิ่ ท่ีตอ้ งรบี ปรึกษำแพทย์ หรอื ถ้ำหมดสติไป
นำน หำยใจไมด่ ี ไมส่ ม่ำเสมอหรือหำยใจชำ้ ผดิ ปกติ ต้องนำสง่ โรงพยำบำลทันที และระหว่ำงทำงไปโรงพยำบำล
ควรอยู่ในท่ำนอนก่งึ ควำ่ เพอ่ื ปอ้ งกันไม่ให้ทำงเดินหำยใจอุดตนั
21
การปฐมพยาบาลผทู้ ม่ี อี าการชอ็ ก
ช็อก มอี ำกำรเร่ิมแรกเหมอื นกับเปน็ ลม คือ มอี ำกำรหนำ้ มดื มือเทำ้ อ่อนแรง อยำกล้มตัวนอน หำยใจไม่
อมิ่ ใจหววิ มืออำจสน่ั และตำลำย ถำ้ ตรวจรำ่ งกำยขณะมีอำกำรชอ็ ก จะพบวำ่ มตี ัวเย็นชืด หนำ้ ซดี หรือเขียว อำจมี
เหง่ือออกมำก ชีพจรเบำเรว็ และหำยใจเร็ว ต้นื กระหำยนำ้ ซึม ไม่ค่อยพดู เพรำะเหนือ่ ย อำกำรจะมำกหรือน้อย
ขึ้นอยู่กับควำมรุนแรงของช็อก ถ้ำช็อกนำน สมองจะขำดเลือดมำก ทำใหห้ มดสตแิ ละหวั ใจหยดุ เตน้ ได้
การปฐมพยาบาล
ช็อก ไม่ว่ำจะเกิดจำกสำเหตใุ ดๆ ก็ตำม กำรช่วยเหลอื เร่ิมแรกเหมอื นกนั หมด คอื พยำยำมใหม้ ีกำร
ไหลเวียนของเลือดให้ดขี ึน้ อวัยวะทีท่ นตอ่ หัวใจขำดเลอื ดทีน่ ้อยที่สดุ คือสมอง หัวใจ และไต ดังนั้นควรช่วยเหลอื ผู้
ทมี่ อี ำกำรชอ็ ก โดย ใหน้ อนรำบ เลอื ดจะไดไ้ ปเล้ยี งสมองพอเพียง พรอ้ มกบั ทำให้หัวใจทำงำนนอ้ ยลง โดยให้นอน
ยกเทำ้ ใหส้ ูง ถ้ำมีเลือดออกจำกภำยนอกต้องห้ำมเลอื ดตำมวิธีกำรท่เี หมำะสม ถำ้ มีกระดูกหกั ต้องใส่เฝือกชวั่ ครำว
ป้องกันไมใ่ หเ้ สยี เลือดมำกและทำใหไ้ มเ่ จบ็ ป่วยเพ่ิมขนึ้ ถ้ำอำกำศเย็นหรอื หนำว ควรห่มด้วยผ้ำห่มใหร้ ่ำงกำยมี
ควำมอบอนุ่ กำรให้ยำระงบั ปวด เชน่ พำรำเซตำมอล ให้ใช้เฉพำะผทู้ ี่มีควำมเจบ็ ปวดมำกเทำ่ นัน้ ทดี่ ที ี่สุด คือ รบี
นำส่งโรงพยำบำล
22
ใบความรู้ที่ 2
เรอ่ื งข้ันตอนการช่วยชีวิตขัน้ พน้ื ฐำน (CPR) สาหรับประชาชนทัว่ ไป
เมือ่ เกดิ ภำวะหวั ใจหยดุ เตน้ และภำวะหยุดหำยใจข้ึนแล้ว ประชำชนผู้ใหก้ ำรช่วยเหลือสำมำรถใช้หลกั กำรจำ
ขั้นตอนทสี่ ำคัญ 4 หลักกำรสน้ั ๆ
1. ประเมินกำรตอบสนองของผปู้ ว่ ยวำ่ มสี ตหิ รือไม่ โดยกำรปลกุ เรียกและดกู ำรเคลอ่ื นไหวทห่ี น้ำอกวำ่ หำยใจ
หรอื ไม่
2. ขอควำมช่วยเหลอื จำกทีมแพทย์ฉุกเฉินตำมเครอ่ื งช็อกไฟฟำ้ หัวใจอตั โนมัติ: เครือ่ งเออดี ี (Automated
External Defibrillator: AED)
3. ปฏบิ ัตติ ำมขั้นตอน
– กำรช่วยกดหน้ำอก
– กำรเปดิ ทำงเดินหำยใจให้โล่ง
– กำรชว่ ยหำยใจ
4. กำรช็อกไฟฟ้ำหัวใจอัตโนมัตโิ ดยใช้เครอ่ื งเออีดี
ทัง้ 4 หลักกำรท่สี ำคญั นี้ มขี นั้ ตอนย่อยๆ ท่ีสำมำรถทำใหก้ ำรปฏบิ ตั ิกำรชว่ ยเหลอื มีประสิทธิภำพมำกท่ีสดุ โดยมี
ขนั้ ตอนกำรปฏิบัติ ดงั นี้
การช่วยชีวติ ข้นั พ้ืนฐาน
ขัน้ ท่ี 1 เรยี กดวู ่าหมดสติจรงิ หรือไม่
ควรมองดสู ภำพรอบตัวทีผ่ ู้หมดสตวิ ำ่ บรเิ วณน้นั ปลอดภยั กอ่ น แลว้ จงึ เขำ้ ไปยังขำ้ งตัวผู้หมดสติ ทำกำรกระตนุ้ โดย
กำรตบแรงๆ ทีบ่ รเิ วณไหล่ทั้งสองข้ำงของผุ้หมดสติ พรอ้ มกบั ตะโกนถำมว่ำ “คุณๆ..เป็นอย่ำงไรบ้ำง?”
ข้ันที่ 2 เรียกหาความชว่ ยเหลอื
หำกหมดสติ หรอื หำยใจเฮอื ก (เกิดจำกกำรเกรง็ ของกลำ้ มเนื้อ ไมใ่ ช่หำยใจตำมปกติ) ให้รอ้ งขอควำมชว่ ยเหลอื จำก
ผ้ทู ี่อยู่ในบรเิ วณน้ันและขอให้คนใดคนหน่ึงโทรศัพท์หมำยเลข 1669 ซ่งึ สำมำรถเรียกรถพยำบำลได้ทุกจงั หวดั
หรืออำจเรยี กรถพยำบำล หรือทมี งำนของโรงพยำบำลที่เคยใชอ้ ยปู่ ระจำกไ็ ด้
23
หมายเหตุ
– ผทู้ ที่ ำหนำ้ ท่โี ทรศัพทเ์ รยี กรถพยำบำลต้องเตรยี มข้อมลู ให้ครบถว้ นดงั น้ี เหตุเกิดท่ีไหน (ชือ่ บริษัท ชือ่ หม่บู ำ้ น ชอ่ื
ถนน ชือ่ ซอย ใกลก้ บั สถำนทสี่ ำคัญ) หมำยเลขโทรศัพทท์ ่ีกำลังใช้พูดอยู่ เกิดอะไรข้นึ (อุบตั เิ หตรุ ถยนต์ หวั ใจวำย
จมน้ำ) มีคนต้องกำรควำมช่วยเหลือก่ีคน เชน่ คนจมนำ้ 3 คน หรือ คนถูกไฟฟำ้ ชอรต์ 2 คน สภำพของผหู้ มดสติ
เป็นอย่ำงไรบ้ำง มีกำรให้ควำมชว่ ยเหลอื อะไรอยู่บ้ำง มเี คร่ืองชอ็ กไฟฟำ้ หัวใจอตั โนมัติ (เคร่ือง AED) อยู่หรือไม่
ขอ้ มูลอน่ื ๆ ทคี่ ดิ วำ่ จำเป็น อย่าวางหโู ทรศัพท์ ใหแ้ จง้ เบอรโ์ ทรกลบั และทบทวนใหถ้ กู ต้องก่อน หรือเปิดลำโพง
เสียง (speakerphone) ไวถ้ ำ้ เป็นไปได้
– ถา้ ผูห้ มดสติเป็นผูใ้ หญ่ ใหโ้ ทรศัพทเ์ รียกควำมชว่ ยเหลอื ทันทีก่อนลงมอื ปฏบิ ตั กิ ำรชว่ ยชีวิต (Phone first)
เพรำะผูใ้ หญท่ หี่ มดสติมักเกดิ จำกหัวใจหอ้ งลำ่ งเตน้ พลวิ้ (VF, ventricular fibrillation) ซง่ึ มีโอกำสรอดชวี ติ มำก
ที่สุดหำกได้รับกำรชอ็ กไฟฟ้ำจำกทมี งำนช่วยชีวิตขัน้ สูงโดยเรว็ (3-5 นำที)
– ถ้าผู้หมดสติเปน็ เดก็ หำกทำ่ นอยู่ในเหตกุ ำรณ์เพยี งคนเดยี ว ใหล้ งมือช่วยชีวิตกอ่ นแล้วค่อยไปโทรศัพทภ์ ำยหลงั
(CPR first) เพรำะสำเหตกุ ำรหมดสติในเด็กมกั เกดิ จำกทำงเดนิ หำยใจถกู อุดก้นั ซ่ึงแก้ไขไดโ้ ดยกำรลงมือปฏบิ ัตกิ ำร
ชว่ ยชีวติ กอ่ นโดยกำรดหน้ำอก 30 ครั้ง และกำรชว่ ยหำยใจ 2 คร้งั เป็นเวลำ 2 นำที (5 รอบ) แล้วจึงละจำก
ผู้ป่วยไปโทรศัพท์ ขอควำมชว่ ยเหลอื ทั้งนี้มขี ้อยกเว้นกรณีทร่ี แู้ นช่ ัดอยู่กอ่ นแล้วว่ำเด็กผูห้ มดสตเิ ปน็ โรคหวั ใจ หรือ
มผี ชู้ ่วยเหลอื มำกกวำ่ 1 คน ควรรบี โทรศัพท์กอ่ นเพรำะผูห้ มดสติจะมีโอกำสรอดชวี ิตมำกกวำ่ ถ้ำไดร้ บั กำรรบี ช็อก
ไฟฟ้ำ
– กำรตดิ ต่อขอควำมชว่ ยเหลือ ควรมีเบอร์โทรศัพท์สำหรบั ติดตอ่ เชน่ เบอรโ์ รงพยำบำล เบอรส์ ถำนีตำรวจ และ
เบอรท์ ่จี ำเปน็ ไว้ข้ำงๆโทรศัพท์ มหี ลำยกรณที ผี่ ้ปู ่วยได้รับควำมชว่ ยเหลือไมท่ นั ต่อเหตุกำรณจ์ งึ ควรโทรขอควำม
ช่วยเหลอื เช่น ผ้ปู ่วยมีอำกำรแน่นหน้ำอก เหน่อื ย หำยใจไม่ออก แขนขำออ่ นแรง ซึงทำ่ นไมแ่ นใ่ จว่ำจะทำอยำ่ งไร
ในกรณีฉกุ เฉินน้ัน ควรขอควำมชว่ ยเหลือทนั ที
ข้ันที่ 3 จดั ท่าให้พรอ้ มสาหรับการชว่ ยชวี ิต
จดั ทำ่ ใหผ้ ูห้ มดสติมำอย่ใู นทำ่ นอนหงำยบนพื้นรำบและแข็ง แขนสองขำ้ งเหยยี ดอย่ำงลำตัว
24
ขั้นท่ี 4 การหาตาแหนง่ วางมอื บนหนา้ อก
4.1 กรณผี ู้ใหญ่ ถำ้ มีผหู้ มดสตไิ ม่ไอ ไม่หำยใจ ไม่ขยบั สว่ นใดๆ ของร่ำงกำยใหถ้ อื ว่ำ หวั ใจหยุดเตน้ ไมม่ สี ัญญำณชพี
ต้องช่วยกดหนำ้ อกทันที ใหห้ ำตำแหน่งกำรวำงมือทค่ี ร่งึ ล่ำงของกระดูกหนำ้ อกเพื่อกดหนำ้ อก โดยใชส้ น้ มือขำ้ ง
หนึ่งวำงบนบรเิ วณครงึ่ ลำ่ งกระดูกหนำ้ อก แลว้ เอำมอื อีกข้ำงหนง่ึ วำงทำบหรือปะสำนไปบนมือแรก
4.2 กรณเี ด็ก (ยงั ไม่เป็นวยั รุ่น) วำงสน้ มือของมือหนงึ่ ไว้บนคร่ึงลำ่ งของกระดูกหน้ำอก (ใชม้ ือเดยี ว หรือใช้สองมือ
ขน้ึ อยู่กับรปู รำ่ งเดก็ ตัวเล็กหรือตัวโต)
25
4.3 กรณีทำรก (อำยุ 1 เดือน ถึง 1 ปี) กดหน้ำอกดว้ ยนิ้วมอื สองนิ้ว ทก่ี ึ่งกลำงหน้ำอกเด็ก โดยใช้นวิ้ ชแ้ี ละ
นิ้วกลำง หรือใช้นิ้วกลำงและนิว้ นำงกดหน้ำอก
ขัน้ ท่ี 5 การกดหนา้ อก 30 ครัง้
กำรกดหน้ำอกเป็นกำรทำให้ระบบไหลเวียนโลหิตคงอยู่ได้แมห้ วั ใจจะหยุดเต้น สำมำรถทำไดโ้ ดย กดหนำ้ อกแล้ว
ปล่อย กดแลว้ ปล่อย ทำติดตอ่ กันไป 30 ครั้งใหไ้ ด้ควำมถขี่ องกำรกด 100-120 คร้ังต่อนำที โดยนบั “หนึ่ง และ
สอง และสำม และสี่ และห้ำ และหก และเจ็ด และแปด และเกำ้ และสิบ สิบเอด็ สิบสอง สบิ สำม สบิ สี่..สิบเกำ้
ยส่ี ิบ ยีบเอด็ ยีบสอง ยบี สำม..ยีบเกำ้ สำมสิบ”
ให้ฝกึ นบั และจบั เวลำ หน่ึงและสองและสำมไปจนถึงสำมสิบ จะใชเ้ วลำ 15-18 วินำที จึงจะไดค้ วำมเร็วในกำรกด
100-120 วินำที
เทคนคิ ในการกดหน้าอก
1. วำงมอื บนลงตำแหน่งที่ถูกต้อง ระวังอยำ่ กดลงบนกระดูกซีโ่ ครง เพรำะจะเปน็ ตน้ เหตุให้ซี่โครงหัก
2. แขนเหยียดตรงอยำ่ งอแขนโน้มตัวใหห้ ัวไหลอ่ ยู่เหนือผหู้ มดสติ โดยทิศทำงของแรงกดดิ่งลงส่กู ระดกู หน้ำอก
3. กรณีผใู้ หญ่ กดหนำ้ อกใหย้ บุ ลงไปอย่ำงนอ้ ย 2 นิ้ว หรอื 5 ซม. (แตไ่ ม่ควรเกิน 2.4 น้วิ หรอื 6 ซม.)
4. กรณเี ดก็ กดหน้ำอกให้ยุบลงอยำ่ งนอ้ ย 1/3 ของควำมหนำของทรวงอก หรือ 2 น้ิว (5 ซม.)
5. กรณที ำรก กดหนำ้ อกใหย้ ุบลงอย่ำงน้อย 1/3 ของควำมหนำของทรวงอก หรอื 1.5 น้วิ (4 ซม.)
6. ในจงั หวะปล่อยต้องคลำยมอื ขน้ึ มำให้สดุ เพอื่ ให้หนำ้ อกคนื ตัวกลับมำส่ตู ำแหน่งปกตกิ อ่ นแล้วจึงทำกำรกดครง้ั
ต่อไป อย่ำกดทิ้งน้ำหนกั ไวเ้ พรำะจะทำให้หัวใจคลำยตวั ได้ไมเ่ ต็มที่ หำ้ มปล่อยจนมือหลดุ จำกหนำ้ อก เพรำะจะทำ
ให้ตำแหนง่ ของมอื เปลยี่ นไป
7. กำรกดหน้ำอกอย่ำงมปี ระสทิ ธภิ ำพต้อง กดลกึ ปล่อยสุด อยา่ หยุด กดบ่อย
26
ขน้ั ท่ี 6 เปดิ ทางเดนิ หายใจให้โลง่
ในคนทหี่ มดสติ กลำ้ มเน้ือจะคลำยตวั ทำให้ลนิ้ ตกลงไปอุดทำงเดินหำยใจ กำรเปดิ ทำงเดินหำยใจทำโดยวิธดี ัน
หนำ้ ผำกและยกคำง โดยกำรเอำฝ่ำมอื ขำ้ งหนึ่งดันหน้ำผำกลง นิ้วชแี้ ละนิว้ กลำงของมืออกี ข้ำงหนึง่ ยกคำงขน้ึ ไป ใช้
นว้ิ มอื ยกเฉพำะกระดูกขำกรรไกรล่ำงโดยไม่กดเนอ้ื อ่อนใต้คำงให้หนำ้ ผูป้ ่วยเงยขึน้
ข้นั ท่ี 7 ชว่ ยหายใจ
เมอ่ื เห็นวำ่ ผู้หมดสติไม่หำยใจหรือไม่มนั่ ใจวำ่ หำยใจได้ ให้เปำ่ ลมเขำ้ ปอด 2 ครงั้ แตล่ ะครัง้ ใชเ้ วลำประมำณ 1
วินำที และให้เห็นผนังทรวงอกขยับขน้ึ
วิธีชว่ ยหายใจแบบปากต่อปากพร้อมกับดันหน้าผากและยกคาง
ให้เลอื่ นหวั แม่มือและน้ิวชี้ของมอื ท่ีดนั หน้ำผำกอยู่มำบีบจมูกผหู้ มดสติใหร้ ูจมูกปิดสนิท สูดลมหำยใจเขำ้ ตำมปกติ
แล้วครอบปำกผชู้ ่วยเหลอื เขำ้ กบั ปำกของผหู้ มดสติ ตำชำเลอื งมองหนำ้ อกผ้หุ มดสตพิ ร้อมกับเป่ำลมเขำ้ ไปจน
หนำ้ อกของผู้หมดสตขิ ยับขึ้น เป่ำนำน 1 วนิ ำที แลว้ ถอนปำกออก ให้ลมหำยใจของผหู้ มดสตผิ ่ำนกลบั ออกมำทำง
ปำก ถำ้ เปำ่ ลมเข้ำปอดครงั้ แรกแล้วทรวงอกไมข่ ยบั ข้ึน (ลมไม่เขำ้ ปอด) ให้จัดทำ่ โดย ทำกำรดนั หน้ำผำก ยกคำงข้ึน
ใหม่ (พยำยำมเปดิ ทำงเดนิ หำยใจใหโ้ ลง่ ที่สดุ ) กอ่ นจะทำกำรเป่ำลมเขำ้ ปอดครั้งต่อไป
กำรชว่ ยชวี ิตเด็กและทำรก มปี ระเดน็ สำคญั ท่ีแตกตำ่ งจำกกำรชว่ ยชีวิตในผ้ใู หญ่บำงประกำร คือ ในกรณที ีป่ ำกเด็ก
เลก็ มำก กำรเป่ำปำกควรอ้ำปำกให้ครอบท้งั ปำกและจมกู ของเด็กและทำรก
27
ขัน้ ที่ 8 กดหน้าอก 30 ครงั้ สลบั กบั การเป่าลมเขา้ ปอด 2 ครัง้
เมื่อผ่ำนขั้นตอนกำรช่วยเหลือมำตง้ั แต่ขัน้ ท่ี 1 ถึงขั้นท่ี 8 แลว้ ผู้หมดสติจะได้รบั กำรเปำ่ ลมเขำ้ ปอด 2 ครั้ง สลบั
กับกำรกดหน้ำอก 30 ครัง้ (นบั เป็น 1 รอบ) ใหท้ ำตอ่ ไปเร่ือยๆจนกว่ำผ้ปู ว่ ยมีกำรเคล่อื นไหว ไอ หรือหำยใจ หรอื
เครือ่ งเออดี ีมำถึง หรือมีบุคลำกรทำงกำรแพทย์รับช่วงต่อไป
ในกรณีที่มผี ู้ปฏิบัติกำรชว่ ยชีวิตไมต่ อ้ งกำรเปำ่ ปำกผู้หมดสติ หรอื ทำไม่ได้ ให้ทำกำรชว่ ยชีวติ ด้วยกำรกดหนำ้ อก
อย่ำงเดยี ว
ขน้ั ที่ 9 การจดั ท่าให้อยู่ในทา่ พักฟนื้
ถ้ำผูห้ มดสตริ ู้ตวั หรอื หำยใจเองได้แล้ว ควรจัดใหผ้ ู้ปว่ ยนอนในท่ำพกั ฟื้น โดยจัดใหน้ อนตะแคงเอำมอื ของแขน
ดำ้ นบนมำรองแก้มไม่ให้คว่ำหน้ำมำกเกนิ ไป เพอื่ ป้องกันไม่ให้สำลักหรอื ลิน้ ตกไปอุดก้ันทำงเดนิ ลมหำยใจ
หมายเหตุ
ในกรณที ี่สงสยั วำ่ มีกำรบำดเจบ็ ของศีรษะ หรอื คอ ไมค่ วรขยบั หรอื จัดท่ำใด ๆ
ขั้นตอนสาคัญ 4 ประการของการใชเ้ คร่ืองเออีดี
1. เปดิ เครอื่ ง ในเคร่อื งเออีดีบำงรุ่น ท่ำนตอ้ งกดปุ่มเปิดเครอ่ื ง ในขณะที่เครื่องบำงรนุ่ จะทำงำนทันทที ี่เปดิ ฝำครอบ
ออก เม่ือเปดิ เคร่ืองแลว้ จะมีเสยี งบอกให้รู้วำ่ ท่ำนต้องทำอยำ่ งไรต่อไปอยำ่ งเปน็ ขน้ั ตอน
28
2. ตดิ แผ่นนำไฟฟ้ำ โดยติดแผน่ นำไฟฟ้ำทั้ง 2 แผน่ เข้ำกับหน้ำอกของผู้ปว่ ยให้เรียบร้อย (ในกรณี (กระเป๋ำเออีดี
อยู่แล้ว)ตอ้ งใหแ้ นใ่ จวำ่ หน้ำอกของผู้ป่วยแหง้ สนทิ ดี ไม่เปียกเหง่อื หรอื เปียกน้ำ แผ่นนำไฟฟำ้ ของเครอ่ื งเออดี ีตอ้ ง
ตดิ แนบสนทิ กบั หน้ำอกจริงๆ ตำแหน่งติดแผ่นนำไฟฟำ้ ดูตำมรูปทีแ่ สดงไว้ เครอ่ื งบำงรุ่นมีรูปแสดงท่ตี วั นำแผน่
ไฟฟ้ำ บำงรุ่นก็มีรูปแสดงที่ตัวเครือ่ ง
3. ใหเ้ คร่ืองเออดี ีวิเครำะห์คลน่ื ไฟฟ้ำหัวใจ ระหวำ่ งน้ันหำ้ มสัมผสั ถูกตัวผู้ปว่ ยโดยเด็ดขำด ให้ทำ่ นรอ้ งเตือนดังๆ วำ่
“เคร่ืองกำลงั วิเครำะหค์ ล่ืนไฟฟำ้ หัวใจ หำ้ มสัมผัสตวั ผปู้ ว่ ย” เคร่อื งเออีดสี ว่ นใหญจ่ ะเร่ิมวเิ ครำะห์คลนื่ ไฟฟำ้ หัวใจ
ทนั ทที ีต่ ดิ แผ่นนำไฟฟำ้ เสร็จ เครื่องบำงรุ่นต้องใหก้ ดปุม่ “ANALYZE” ก่อน
4. ห้ำมสัมผัสตัวผู้ปว่ ย ถ้ำเคร่ืองเออีดพี บวำ่ คล่ืนไฟฟำ้ ของผู้ป่วยเป็นชนิดท่ตี ้องกำรรักษำด้วยกำรช็อกไฟฟำ้ หัวใจ
เครอ่ื งจะบอกให้เรำกดปุ่ม “SHOCK” และกอ่ นที่เรำจะกดปุ่ม “SHOCK” ต้องให้แน่ใจวำ่ ไมม่ ีใครสัมผัสถกู ตวั ของ
ผปู้ ว่ ย ร้องบอกดังๆ ว่ำ “ผมถอย คุณถอย และทกุ คนถอย” ให้มองซำ้ อีกครั้งเป็นกำรตรวจสอบครั้งสุดท้ำย ก่อน
กดปุ่ม “SHOCK”
29
หลงั จำกเคร่ืองเออีดี บอกวำ่ ปลอดภยั ทจี่ ะสัมผัสผู้ปว่ ยไดแ้ ล้วให้ทำกำรกดหนำ้ อกตอ่ ทนั ที หรอื หำกเครอ่ื งเออีดมี ี
ปญั หำในกำรทำงำน ให้ทำกำรกดหน้ำอกตอ่ ไปจนกวำ่ เคร่อื งจะพรอ้ มใช้งำน
30
แบบประเมินความพึงพอใจ แบบ กศ.ตน.๑๐
โครงการฝึกอบรมเชงิ ปฏิบัตกิ ารปฐมพยาบาลเบ้ืองต้นและการช่วยชวี ติ ข้ันพ้นื ฐาน (CPR)
ระหว่างวนั ท่ี ๒๑-๒๔ เดอื น ธันวาคม พ.ศ.256๓
ณ กศน.ตาบลทั้ง ๔ ตาบล อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธวิ าส
ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัยอาเภอสุไหงโก-ลก
.......................................................................................... .......................................
คาช้ีแจง ๑. แบบประเมินควำมพึงพอใจมี ๔ ตอน
๒. โปรดแสดงเคร่ืองหมำย ในชอ่ งวำ่ งระดบั ควำมพึงพอใจตำมควำมคิดเหน็ ของท่ำน
ขอ้ มลู ทัว่ ไปพื้นฐานของผูป้ ระเมินความพึงพอใจ
๑. เพศ ชำย หญงิ
๒. อำยุ ๑๕ ปี ๑๖ – ๒๖ ปี ๒๗ – ๓๗ ปี ๓๘ – ๔๘ ปี ๔๙ – ๕๙ ปี
๖๐ ปขี นึ้ ไป
วฒุ ิกำรศกึ ษำ ประถมศึกษำ มัธยมศกึ ษำตอนตน้ มธั ยมศึกษำตอนปลำย/ปวช.
ปรญิ ญำตรี สงู กวำ่ ปริญญำตรี อน่ื ๆ (โปรดระบุ)......................
อำชพี ไม่มอี ำชีพ รบั จำ้ งทั่วไป คำ้ ขำย เกษตรกรรม
พนกั งำน/ลกู จ้ำงเอกชน ข้ำรำชกำร/พนักงำน/ลูกจำ้ งของรัฐ อืน่ ๆ(โปรดระบุ)……………
ท่ี รายการประเมนิ ความพงึ พอใจ ระดบั ความพงึ พอใจ หมายเหตุ
ตอนที่ ๑ ความพงึ พอใจด้านเน้ือหา
๑. เนอ้ื หำตรงตำมควำมต้องกำร ๕๔๓๒๑
๒. เน้ือหำเพยี งพอต่อควำมต้องกำร
๓. เนอ้ื หำปจั จบุ นั ทนั สมัย มาก มาก ปาน นอ้ ย นอ้ ย
๔. เนื้อหำมีประโยชน์ตอ่ กำรนำไปใชใ้ นกำรพฒั นำคุณภำพชีวติ ทส่ี ุด กลาง ท่ีสุด
ตอนท่ี ๒ ความพงึ พอใจด้านกระบวนการจัดกจิ กรรมการอบรม
๕. กำรเตรยี มควำมพรอ้ มกอ่ นอบรม
๖. กำรออกแบบกิจกรรมเหมำะสมกับวัตถุประสงค์
๗. กำรจัดกิจกรรมเหมำะสมกบั เวลำ
๘. กำรจัดกจิ กรรมเหมำะสมกบั กลุ่มเปำ้ หมำย
๙. วีธีกำรวัดผล/ประเมินผลเหมำะสมกบั วตั ถุประสงค์
ตอนที่ ๓ ความพงึ พอใจต่อวิทยากร
๑๐. วทิ ยำกรมีควำมรูค้ วำมสำมำรถในเร่ืองท่ถี ่ำยทอด
๑๑. วิทยำกรมีเทคนคิ กำรถ่ำยทอดใชส้ ่อื เหมำะสม
๑๒. วทิ ยำกรเปดิ โอกำสให้มีส่วนร่วมและซกั ถำม
31
ที่ รายการประเมนิ ความพึงพอใจ ระดับความพงึ พอใจ หมายเหตุ
ตอนท่ี ๔ ความพงึ พอใจต่อสถานท่ี ๕๔ ๓๒๑
๑๓. สถำนท่ี วัสดุ อุปกรณ์และสิง่ อำนวยควำมสะอวย
๑๔. กำรส่ือสำร กำรสรำ้ งบรรยำกำศเพื่อใหเ้ กิดกำรเรยี นรู้ มาก มาก ปาน นอ้ ย น้อย
๑๕. กำรบริกำร กำรช่วยเหลือและกำรแกป้ ญั หำ ที่สุด กลาง ทีส่ ุด
ควำมคิดเห็นและข้อเสนอแนะอ่นื ๆ
.............................................................................................................. ......................................................................
............................................................................................................................. .......................................................
...................................................................................................................................................................................
32
แบบติดตามผู้เรยี นหลังจบหลักสูตรการศึกษาต่อเน่ือง แบบ กศ.ตน.๒๒
กศน.ตำบล/แขวง.......................................กศน.เขต/อำเภอ...................................จังหวัด.....................
หลักสูตร.......................................................รปู แบบ......................................................จำนวน.................ช่ัวโมง
ระหว่ำงวันที่..................................................................ช่ือวิทยำกร......................................................................
คาชแี้ จง
๑. แบบตดิ ตำมผู้เรยี นจบหลกั สูตรกำรศึกษำต่อเน่ือง มวี ัตถุประสงคเ์ พื่อรวบรวมข้อมลู ของ
ผูเ้ รยี นในกำรนำควำมร้ไู ปใช้ประโยชน์ หลงั จำกจบหลักสตู รแล้ว ดงั นี้
๑.๑ จดั ทำทะเบยี นผู้เรียนเข้ำเรียนและจบหลกั สูตรอำชีพตั้งแต่ ๖ ชัว่ โมงข้ึนไป
๑.๒ ติดตำมหรือสอบถำมผจู้ บหลักสูตรตงั้ แต่ ๖ ชัว่ โมงขน้ึ ไป ดำเนนิ กำรโดยสอบถำมจำกใบสมัคร และ
เมอ่ื จบหลักสูตรระยะเวลำ ๑ เดือน
๒. ประเด็นกำรนำไปใชป้ ระโยชน์จะข้ึนอยกู่ ับลักษณะหลกั สตู รทจ่ี ดั
๒.๑ ดำ้ นพัฒนำอำชพี เช่น เพิม่ รำยได้ ลดรำยจำ่ ย สรำ้ งอำชีพใหม่ ต้องกำรไดร้ ับกำรพัฒนำ และตอ่ ยอด
อำชพี เดิมทำเป็นอำชีพเสริม
๒.๒ ด้ำนพัฒนำทกั ษะชีวติ เชน่ พฒั นำสขุ ภำพกำย พัฒนำสขุ ภำพจิต พัฒนำกำรคิดวิเครำะห์
๒.๓ ด้ำนพัฒนำสังคมและชุมชน เช่น รว่ มพัฒนำชุมชน แกป้ ญั หำภัยแล้ง ด้ำนกำรประหยดั พลังงำน
การนาไปใช้ประโยชน์
ท่ี ชือ่ – นามสกุลผู้เรียน ตอ้ งการมี ตอ้ งการมี ตอ้ งการ ใช้เวลา อื่นๆ หมายเหตุ
รายได้ อาชพี ไดร้ ับการ ว่างใหเ้ กิด โปรด
พัฒนา ประโยชน์ ระบุ
ลงช่อื ........................................ผ้รู ำยงำน
(..........................................)
ตำแหนง่ .....................................
33
บรรณานุกรม
อำ้ งองิ https://sites.google.com/site/sivziklatwklla/bth-thi-1-kar-pthmphyabal
https://www.vichaiyut.com/th/health/informations/to-save-life-cpr/
34
ทป่ี รกึ ษา คณะผจู้ ัดทา
นำงสำวพรี ภำว์ ทองแดง
ผอู้ ำนวยกำรกศน.อำเภอสไุ หงโก-ลก
ผู้เขียนและเรียบเรียง ครูศรช.ศรีอำมำน
นำงฟำรีดำห์ เจะ๊ อบุ ง
โทร. 08๔ – 7๕๐๖๙๒๔ ครูศรช.ศรอี ำมำน
ผพู้ มิ พ์และออกแบบปก
นำงฟำรีดำห์ เจะ๊ อุบง
โทร. 08๔ – 7๕๐๖๙๒๔
35