The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

สามัคคีเภทคำฉันท์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Chanissara, 2023-09-23 00:08:23

สามัคคีเภทคำฉันท์

สามัคคีเภทคำฉันท์

เมื่อความสามัคคี นั้นพังลง วิเคราะห์วรรณคดี เรื่อง สามัคคีเภทคำ ฉันท์


สมาชิก ณัฐวดี วิเศษตุ่น 2 ณิชารีย์ สุกิจกาญจนภาคิน 10 แองกัส ปัง 18 ฐิติรัตน์ เตชรัตนะอมรสุข 33 พิชามญชุ์ เอื้อพัฒนพงศ์ 35 กิตติยา งามพิศ 47 ณัฐพิมล จิรไพศาลพงศา 48


สารบัญ เรื่อง 1.ภูมิหลังของเรื่อง - ประวัติผู้แต่ง – ที่มาของเรื่อง - จุดประสงค์ในการแต่ง 2.รูปแบบคำ ประพันธ์ 3.เนื้อเรื่องย่อ 4.คุณค่าด้านวรรณคดี 5.ข้อสอบทบทวน บรรณานุกรม หน้า 1-2 3-4 4-5 6 7-8 9


1.ประวัติผูัแต่ง นายชิต บุรทัต เกิดเมื่อวันที่ ๖ กันยายน พ.ศ. ๒๔๓๕ เป็นบุตรนายชู นางปริก ได้ รับการศึกษาขั้นต้นจากบิดาซึ่งเป็นเปรียญ ๕ ประโยค และได้เข้าเรียนในโรงเรียนวัด ราชบพิธเป็นแห่งแรก แล้วย้ายมาเรียนต่อจนสำ เร็จชั้นมัธยมบริบูรณ์ที่โรงเรียนวัดสุทัศน์ ขณะนั้นอายุได้ ๑๕ ปี บิดาจึงจัดการให้บวชเป็นสามเณร ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้าทรงเป็นอุปัชฌาจารย์ นายชิต บุรทัต เป็นผู้รักรู้ รักเรียน มีความรู้ในภาษาบาลีและฝึกฝนภาษาอังกฤษด้วยตนเอง จนอยู่ในเกณฑ์ใช้ได้ นายชิตเริ่มการประพันธ์เมื่ออายุ ๑๘ ปี ขณะนั้นได้กลับมาบวชเป็น สามเณรอีกเป็นครั้งที่สอง ณ วัดเทพศิรินทราวาสและได้ย้ายไปอยู่ที่วัดบวรนิเวศวิหาร จึง ได้อุปสมบทที่วัดนี้ ในฐานะเป็นศิษย์ของสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระวชิรญาณวโรรส สามเณรชิตได้สร้างงานประพันธ์โดยใช้นามปากกาเป็นครั้งแรกว่า“เอกชน” จนเจริญรุ่งโรจน์ ขึ้นในระยะเวลาอันรวดเร็ว ภูมิหลังของเรื่อง 2.ความเป็นมา เรื่องสามัคคีเภทคำ ฉันท์ มีที่มาจากนิทานในหนังสือธรรมจักษุ ซึ่งสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์(ม.ร.ว.ชื่น นพวงศ์) เมื่อครั้งดำ รงสมณศักดิ์พระคุณาคณาจารย์เป็นผู้ เรียบเรียงมาจาก สุมังคลวลาสินี อรรถกถา ฑีฆนิกายมหาวรรค ความในต้นเรื่อง ปรินิพพานสูตร นายชิต บุรทัต ได้อ่านนิทานแล้วเห็นว่าเป้นเรื่องที่ดีมีคติจึงแต่งเป็นคำ ฉันท์ โดยมีความประสงค์ทูลเกล้า ฯ ถวายเพื่อขอพระราชทานคำ พระราชวินิจฉัยตรวจแก้ จากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว แต่มิได้กระทำ เพราะเกรงจะขัดกับพระราช ประเพณีนิยมด้วย นายชิต บุรทัต แต่งเรื่องสามัคคีเภทคำ ฉันท์ เสร็จเมื่ออายุ เพียง ๒๓ ปี 1


3.จุดประสงค์ในการแต่ง นายชิต บุรทัต อาศัยเค้าคำ แปลของเรื่องสามัคคีเภทมาแต่งเป็นคำ ฉันท์ เพื่อแสดงความ สามารถในเชิงกวีให้เป็นที่ปรากฏ และเป็นพิทยาภรณ์ประดับบ้านเมือง 2


คำ ประพันธ์ที่ใช้แต่งสามัคคีเภทคำ ฉันท์นั้นใช้ฉันท์และกาพย์สลับกัน จึงเรียกว่า คำ ฉันท์ โดย มีฉันท์ถึง 20 ชนิดด้วยกัน นับว่าเป็นวรรณคดีคำ ฉันท์เล่มหนึ่งที่อนุชนรุ่นหลังยกย่องและ นับถือเป็นแบบเรื่อยมา โดยเน้นจังหวะ ลหุ คือเสียงเบาอย่างเคร่งครัด กำ หนดเป็นสระเสียง สั้นไม่มีตัวสะกด เสมอ การใช้สัททุลลวิกกีฬิต ฉันท์แต่งบทไหว้ครู หรือการใช้มาลินีฉันท์ และสัทธราฉันท์แต่ง บทขรึมขลัง การใช้กาพย์และฉันท์ลักษณะอื่นๆ ที่ให้อารมณ์ความรู้สึกสอดคล้องกับเนื้อหา อารมณ์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องน่าหวาดกลัว เกรี้ยวกราด ตกใจ ผาดโผน ลีลาอ่อนไหวโน้มน้ำ ใจ หรือเศร้าสังเวช จนกล่าวได้ว่า เอกภาพของเนื้อหาและรูปแบบฉันทลักษณ์ในสามัคคีเภทคำ ฉันท์นั้นแต่งได้ดียิ่ง ควรเป็นแบบอย่างในการศึกษาเรียนรู้ เช่น กมลฉันท์, กาพย์ฉบัง, จิตรปทาฉันท์, , โตฏกฉันท์, ภุชงคประยาตฉันท์, มาณวกฉันท์, มาลินีฉันท์, วสันตดิลก ฉันท์, วังสัฏฐฉันท์, วิชชุมมาลาฉันท์, สัททุลวิกกีฬิตฉันท์, สัทธราฉันท์, สาลินีฉันท์, สุรางคนางค์ฉันท์, อินทรวิเชียรฉันท์, อินทรวงศ์ฉันท์, อีทิสังฉันท์, อุปชาติฉันท์, อุ ปัฏฐิตา ฉันท์ และอุเปนทรวิเชียรฉันท์ รูปแบบคำ ประพันธ์ 3


ตัวอย่างคำ ประพันธ์ ทิชงค์เจาะจงเจตน์ กละห์เหตุยุยงเสริม กระหน่ำ และซ้ำ เติม นฤพัทธะก่อการ ละครั้งระหว่างครา ทินะวาระนานนาน เหมาะท่าทิชาจารย์ ธก็เชิญเสด็จไป พระเจ้าอชาตศัตรูแห่งกรุงราชคฤห์ แคว้นมคธ ทรงมีวัสสการ พราหมณ์ผู้ฉลาดหลักแหลม เป็นที่ปรึกษา มีพระประสงค์จะขยายอาณาจักรไปยังแคว้นวัชชีของเหล่ากษัตริย์ลิจฉวี ซึ่งเป็น ที่รู้กันว่าแคว้นนี้ได้ถูกปกครองโดยยึดมั่นในอปริหานิยธรรม (ธรรมอันไม่เป็นที่ตั้งแห่งความ เสื่อม) ดังนี้ 1.หมั่นประชุมกันเนืองนิตย์ 2.พร้อมเพรียงกันประชุม พร้อมเพรียงกันเลิกประชุม พร้อมเพรียงกันทำ กิจที่พึงทำ 3.ไม่บัญญัติสิ่งที่มิได้บัญญัติไว้ (อันขัดต่อหลักการเดิม) ไม่ล้มล้างสิ่งที่บัญญัติไว้ (ตามหลัก การเดิม) ถือปฏิบัติมั่นตามวัชชีธรรม (หลักการ) ตามที่วางไว้เดิม 4.ท่านเหล่าใดเป็นผู้ใหญ่ในชนชาววัชชี เคารพนับถือท่านเหล่านั้น เห็นถ้อยคำ ของท่านว่าเป็น สิ่งอันควรรับฟัง 5.บรรดากุลสตรีกุลกุมารีทั้งหลาย ให้อยู่ดีโดยมิถูกข่มเหง หรือฉุดคร่าขืนใจ 6.เคารพสักการบูชาเจดีย์ (ปูชนียสถานและปูชนียวัตถุ ตลอดถึงอนุสาวรีย์ต่างๆ) ของวัชชี (ประจำ ชาติ) ทั้งหลาย ทั้งภายในและภายนอก ไม่ปล่อยให้ธรรมิกพลีที่เคยให้เคยทำ แก่เจดีย์ เหล่านั้นเสื่อมทรามไป เนื้อเรื่องย่อ 4


7.จัดให้ความอารักขา คุ้มครอง ป้องกัน อันชอบธรรม แก่พระอรหันต์ทั้งหลาย ตั้งใจวาขอ พระอรหันต์ทั้งหลายที่ยังมิได้มาพึงมาสู่แว่นแคว้น ที่มาแล้วพึงอยู่ในแว่นแคว้นโดยผาสุก อปริหานิยธรรม 7 ประการนี้ พระพุทธเจ้าตรัสแสดงแก่เจ้าวัชชีทั้งหลายผู้ปกครองรัฐโดย ระบอบสามัคคีธรรม เมื่อชาววัชชียังปฏิบัติตามหลักธรรมนี้ จะเอาชนะด้วยการรบไม่ได้ นอกจากจะใช้การเกลี้ยกล่อมหรือยุแยงให้แตกสามัคคี ด้วยเหตุนั้น วัสสการพราหมณ์ปุโรหิต ผู้เป็นที่ปรึกษาจึงอาสาเป็นไส้ศึกเพื่อทำ ให้แคว้นวัชชีแตกความสามัคคี โดยออกอุบายกราบทูล ทัดทานการไปตีแคว้นวัชชีให้พระเจ้าอชาตศัตรูแกล้งกริ้ว สั่งให้ลงโทษววัสสการและขับไล่ออก จากเมือง เมื่อทางแคว้นวัชชีทราบเรื่องก็ให้วัสสการมาเข้าเฝ้าเพราะเห็นว่าเป็นคนที่มีความรู้ ความสามารถอย่างมาก จึงจะให้รับใช้ในราชสำ นัก ทั้งพิจารณาคดีความและสั่งสอนพระ โอรส วัสสการก็ได้ทำ ตามหน้าที่อย่างสุดความสามารถจนได้รับความไว้วางใจ หลังจากนั้นจึง ได้เริ่มสร้างความแคลงใจให้แก่พระโอรส จนนำ ความไปกราบทูลพระบิดาต่างก็ทรงเชื่อถือ พระโอรสของพระองค์ ทำ ให้เกิดความขุ่นเคืองกันทั่วในหมู่กษัตริย์ลิจฉวี เมื่อเวลาผ่านไป 3 ปี ความสามัคคีก็ถูกทำ ลายสิ้น วัสสการพราหมณ์ทดสอบด้วยการตีกลองนัดประชุม ปรากฏว่าไม่มีกษัตริย์ลิจฉวีมาเข้า ร่วมประชุมสักพระองค์ เมื่อมั่นใจว่าแผนการสำ เร็จ จึงลอบส่งข่าวไปยังพระเจ้าอชาตศัตรู ให้ ยกทัพมาตีแคว้นวัชชี เมื่อกองทัพแคว้นมคธมาถึงเมืองเวสาลี ชาวเมืองตื่นตระหนก แต่ เพราะความทิฐิ ทำ ให้ไม่มีกษัตริย์พระองค์ใดออกมาป้องกันเมือง วัสสการพราหมณ์จึงเปิด ประตูเมืองให้กองทัพมคธเข้ามายึดได้อย่างง่ายดาย 5


1.ด้านวรรณศิลป์ - ใช้ฉันทลักษณ์ได้อย่างงดงามเหมาะสม โดยเลือกฉันท์ชนิดต่าง ๆ มาใช้สลับกันตามความ เหมาะสมกับเนื้อเรื่อง จึงเกิดความไพเราะสละสลวย - ใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย เห็นภาพชัดเจน 2.ด้านสังคม - เน้นโทษของการแตกความสามัคคีในหมู่คณะ - ด้านจริยธรรม เน้นถึงหลักธรรม อปริหานิยธรรม ซึ่งเป็นธรรมอันไม่เป็นที่ตั้งแห่งความ เสื่อม - เน้นถึงความสำ คัญของการใช้สติปัญญาตริตรอง และแก้ไขปัญหาต่าง ๆ โดยไม่ต้องใช้ กำ ลัง 3.ด้านเนื้อหา สามัคคีเภทคำ ฉันท์เป็นนิทานสุภาษิตสอนใจให้เห็นโทษของการแตกความสามัคคี ที่ไม่ได้มี ผลกระทบต่อบุคคลเท่านั้น แต่ยังมีผลถึงสังคมส่วนรวมด้วย นอกจากนี้ยังแสดงให้เห็นความ สำ คัญของการใช้สติปัญญาให้เกิดผล โดยไม่ต้องใช้กำ ลังอีกด้วย คุณค่าด้านวรรณคดี 6


1.เรื่อ รื่ งสามัคมัคีเคีภทคำ ฉันฉัท์เท์กี่ย กี่ วข้อ ข้ งกับกัสิ่ง สิ่ ใด ก.สารคดี ข.พุท พุ ธศาสนา ค.ศาสนาพราหมณ์ ง.ประวัติวัศติาสตร์ ตอบ ข.พุท พุ ธศาสนา ข้อสอบทบทวน 2.ข้อ ข้ใดคือคืแก่นก่เรื่อ รื่ งหลักลัของเรื่อ รื่ งสามัคมัคีเคีภทคำ ฉันฉัท์ ก.โทษของการแตกความสามัคมัคี ซึ่ง ซึ่ นำ หมู่คมู่ ณะไปสู่คสู่ วามหายนะ ข.การใช้ปัช้ ญปัญาเอาชนะฝ่าฝ่ยศัตศัรู โดยไม่ต้ม่อ ต้ งเสียสีเลือลืดเนื้อ นื้ ค.การใช้วิ ช้ จวิารณญาณใคร่คร่รวญก่อก่ที่จ ที่ ะตัดตัสินสิใจทำ สิ่ง สิ่ ใดย่อย่มเป็น ป็สิ่ง สิ่ ที่ดี ที่ ดี ง.การรู้จัรู้กจัเลือลืกใช้บุ ช้ ค บุ คลให้เ ห้ หมาะสมกับกังานที่จ ที่ ะทำ ให้ง ห้ านสำ เร็จ ร็ ด้ว ด้ ยดี ตอบ ก.โทษของการแตกความสามัคคี ซึ่งนำ หมู่คณะไปสู่ความหายนะ 3.ฉันฉัท์ปท์ระเภทใดมีคมีวามหมายว่าว่ “ฉันฉัท์ที่ท์มี ที่ ลีมีลลีาประดุจ ดุ ชายหนุ่มนุ่ ในลักลัษณะที่ก ที่ ระฉับฉักระเฉง” ก.ภุช ภุ งคประยาตฉันฉัท์ 12 ข.อุเ อุ ปนทรวิเวิชียชีรฉันฉัท์ 11 ค.มาณวกฉันฉัท์ 8 ง.จิตจิรปทาฉันฉัท์ 8 ตอบ ค.มาณวกฉันฉัท์ 8 7


4.ข้อ ข้ใดกล่าล่วไม่ถูม่ก ถู ต้อ ต้ งเกี่ย กี่ วกับกักวีผู้วีแผู้ต่งต่เรื่อ รื่ ง สามัคมัคีเคีภทคำ ฉันฉัท์ ก.เคยทำ งานหนังนัสือสืพิมพิพ์หพ์ลายฉบับบั ข.เป็น ป็ คนเดียดีวกับกัผู้แผู้ต่งต่เรื่อ รื่ ง กรุง รุ เทพฯ คำ ฉันฉัท์ ค.ใช้น ช้ ามปากกาว่าว่เอกชน แมวคราว และเขียขีวหวาน ง.ได้รั ด้ บรัพระราชทานนามสกุล กุ จากพระบาทสมเด็จ ด็ พระมงกุฎกุ เกล้า ล้ เจ้า จ้ อยู่หัยู่ วหั ตอบ ค.ใช้น ช้ ามปากกาว่าว่เอกชน แมวคราว และเขียขีวหวาน 5.สามัคมัคีเคีภทคำ ฉันฉัท์ ใครเป็น ป็ ผู้แผู้ต่งต่และชี้ใชี้ ห้เ ห้ ห็น ห็ เรื่อ รื่ งอะไร ก.นายชัตชับุร บุ ทิตทิชี้ใชี้ ห้เ ห้ ห็น ห็ ความรักรัต่อต่เพื่อ พื่ นมนุษ นุ ย์ ข.นายชิตชิบุร บุ ทัตทัชี้ใชี้ ห้เ ห้ ห็น ห็โทษของการแตกสามัคมัคี ค.พระบาทสมเด็จ ด็ พระมงกุฎกุ เกล้า ล้ เจ้า จ้ อยู่หัยู่ วหัชี้ใชี้ ห้เ ห้ ห็น ห็โทษของการไม่เม่ชื่อ ชื่ ใจ ง.กรมพระยาดำ รงราชานุภ นุ าพ ชี้ใชี้ ห้เ ห้ ห็น ห็โทษของการหักหัหลังลัเพื่อ พื่ น ตอบ ข.นายชิต บุรทัต ชี้ให้เห็นโทษของการแตกสามัคคี 6.ข้อ ข้ใดกล่าล่ว ไม่ถูม่ก ถู ต้อ ต้ ง เกี่ย กี่ วกับกัเรื่อ รื่ ง สามัคมัคีเคีภทคำ ฉันฉัท์ ก.เนื้อ นื้ เรื่อ รื่ งขาดการชมธรรมชาติ ข.รักรัษากฎเกณฑ์แฑ์ห่งห่ฉันฉัทลักลัษณ์อณ์ย่าย่งเคร่งร่ครัดรั ค.เนื้อ นื้ เรื่อ รื่ งไม่ไม่ด้สด้ อดแทรกการคร่ำ ครวญความรักรัที่วั ที่ สวัสการพราหมณ์ จะต้อ ต้ งจากครอบครัวรั ง.ผู้แผู้ต่งต่มีคมีวามเป็น ป็ นักนัธรรมชาตินิติยนิมเพราะมีกมีารกล่าล่วชมธรรมชาติสติอดแทรกไว้ต ว้ ลอดทั้ง ทั้ เรื่อ รื่ ง ตอบ ง.ผู้แต่งมีความเป็นนักธรรมชาตินิยมเพราะมีการกล่าวชมธรรมชาติสอดแทรกไว้ตลอดทั้ง เรื่อง 8


บรรณานุกรม kanjana pom bintavihok/ (4 ตุลาคม 2010)./ สามัคคีเภทคำ ฉันท์./ สืบค้นเมื่อ 21 กันยายน 2566,/ จากเว็บไซต์: https://www.gotoknow.org/posts/406381 ทีมงานทรูปลูกปัญญา/ (8 พฤศจิกายน 2016)./ สามัคคีเภทคำ ฉันท์./ สืบค้นเมื่อ 21 กันยายน 2566,/ จากเว็บไซต์: https://www.trueplookpanya.com 9


Click to View FlipBook Version