ค าน า รายงานนีเป็นส่วนหนึ่งของวิชา เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการจัดการ อาชีพ และสร้างขึ้นมาเพื่อให้ความรู้แก่ผู้ที่ได้อ่าน และที่ส าคัญคือเพื่อ เอาคะแนน และเพื่อ เก็บข้อมูลและความรู้ตางๆ ของวิชา เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อ การจัดการ อาชีพ
สารบัญ รายงานนี้มีทั้งหมด 22 หน้า รวม หน้าปก หน้า 1 . 2 . 3 ปก ค าน า สารบัญ หน้า 4 – 6 คือ ความหมายของเทคโนโลยีสารสนเทศ หน้า 7 – 10 คือ องค์ประกอบของเทคโนโลยีสารสนเทศ หน้า 10 – 15 คือ ประโยชน์ของเทคโนโลยีสารสนเทศต่ออาชีพ หน้า 16 – 20 คือ การท าธุรกิจดิจิทัลบนสื่อสังคมออนไลน์ หน้า 21 – 22 คือ การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการจัดการ อาชีพ
เทคโนโลยีสารสนเทศ (IT : Information Technology) หมายถึง การ น าวิทยาการที่ก้าวหน้าทางด้านคอมพิวเตอร์และ การสื่อสารมาสร้าง มูลค่าเพิ่มให้กับสารสนเทศ ท าให้สารสนเทศ มีประโยชน์และใช้งานได้ กว้างขวางมากขึ้น เทคโนโลยีสารสนเทศ รวมถึงการใช้เทคโนโลยีด้าน ต่างๆ ในการรวบรวม จัดเก็บ ใช้งาน ส่งต่อ หรือสื่อสารระหว่างกัน เทคโนโลยีสารสนเทศเกี่ยวข้อง เทคโนโลยี หมายถึง สงิ่ทมี่นุษยพ์ ัฒนาขนึ้เพอื่ชว่ยใน การท างานหรือแก ้ปัญหาต่าง ๆ เข่น อุปกรณ์, เครื่องมือ, เครื่องจักร, วสัดุหรอืแมก้ระทั่งทไี่มไ่ดเ้ป็ นสงิ่ของทจี่ับตอ้งได้เชน่กระบวนการ ต่าง ๆ เทคโนโลยีเป็ นการประยกุต์น าเอาความรทู้างวทิยาศาสตรม์าใช้และ ก่อให ้เกิดประโยชน์ ในทางปฏิบัติ แก่มวลมนุษย์กล่าวคือเทคโนโลยี เป็ นการน าเอาความรู้ทางวทิยาศาสตรม์าใชใ้นการประดษิฐส์งิ่ของตา่ง ๆใหเ้กดิประโยชนส์งูสดุสว่นทเี่ป็ นขอ้แตกตา่งอยา่งหนงึ่ของ เทคโนโลยี กับวิทยาศาสตร์ คือเทคโนโลยีจะขึ้นอยู่กับปัจจัย ทาง เศรษฐกจิเป็ นสนิคา้มกีารซอื้ขาย สว่นความรูท้างวทิยาศาสตร์เป็ น สมบัตสิว่นรวมของ ชาวโลกมกีารเผยแพรโ่ดยไมม่กีารซอื้ขายแตอ่ยา่ง ใดกล่าวโดยสรุปคือ เทคโนโลยีสมัยใหม่เกิดขึ้นโดยมีความรู้ทาง วิทยาศาสตร์เป็นฐานรองรับ ลักษณะของเทคโนโลยี สารสนเทศ หมายถึง ข้อมูลที่เป็นเรื่องเกี่ยวข้องกับ ความจริงของ คน สัตว์ สิ่งของ ทั้งที่เป็นรูปธรรมและนามธรรม ที่ได้รับการจัดเก็บ รวบรวม ประมวลผล เรียกค้น และสื่อสารระหว่างกัน น ามาใช้ให้เกิด ประโยชน์ได้
1.ความหมายของเทคโนโลยีสารสนเทศ
ความหมายของระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ (Management Information System) ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ คือ ระบบที่รวบรวม ประมวล เก็บ รักษา และเผยแพร่สารสนเทศ เพื่อใช้ในหารวางแผน การพัฒนา ตัดสินใจ ประสานงาน และควบคุมการด าเนินงาน องค์ประกอบระบบสารสนเทศที่ใช้คอมพิวเตอร์ ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการที่ใช้คอมพิวเตอร์ (Computerbased information systems CBIS) มีองค์ประกอบที่ส าคัญ 5 ส่วนคือ ฮาร์ดแวร์(hardware) ซอฟต์แวร์(software) ฐานข้อมูล (database) เครือข่าย (network) กระบวนการ (procedure) และคน (people) ฮาร์ดแวร์ (Hardware) ได้แก่ อุปกรณ์ที่ช่วยในการป้อนข้อมูล ประมวลจัดเก็บ และผลิต เอาท์พุทออกมาในระบบสารสนเทศ ซอฟต์แวร์ (Software) ได้แก่ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ช่วยให้ ฮาร์ดแวร์ท างาน ฐานข้อมูล (Database) คือ การจัดระบบของแฟ้มข้อมูล ซึ่งเก็บ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกัน เครือข่าย (Network) คือ การเชื่อมโยงคอมพิวเตอร์เข้าด้วยกัน เพื่อช่วยให้มีการใช้ทรัพยากรร่วมกัน และช่วยการติดต่อสื่อสาร กระบวนการ (Procedure) ได้แก่ นโยบาย กลยุทธ์ วิธีการ และ กฎระเบียบต่างๆ ในการใช้ระบบสารสนเทศ คน (People) เป็นองค์ประกอบที่ส าคัญที่สุดในระบบสารสนเทศ ซึ่งได้แก่ บุคคลที่เกี่ยวข้องในระบบสารสนเทศ เช่น ผู้ออกแบบ ผู้พัฒนา ระบบ ผู้ดูแลระบบ และผู้ใช้ระบบ ประโยชน์ของระบบสารสนเทศ ประสิทธิภาพ (Efficiency)
ระบบสารสนเทศท าให้การปฏิบัติงานมีความรวดเร็วมากขึ้น โดยใช้ กระบวนการประมวลผลข้อมูลซึ่งจะท าให้สามารถเก็บรวบรวม ประมวลผลและปรับปรุงข้อมูลให้ทันสมัยได้อย่างรวดเร็วระบบ สารสนเทศช่วยในการจัดเก็บข้อมูลที่มีขนาดใหญ่ หรือมีปริมาณมาก และช่วยท าให้การเข้าถึงข้อมูล (access) เหล่านั้นมีความรวดเร็ว ด้วย ช่วยลดต้นทุน การที่ระบบสารสนเทศช่วยท าให้การปฏิบัติงานที่ เกี่ยวข้องกับข้อมูลซึ่งมีปริมาณมากมีความสลับซับซ้อนให้ด าเนินการ ได้โดยเร็ว หรือการช่วยให้เกิดการติดต่อสื่อสารได้อย่างรวดเร็ว ท า ให้เกิดการประหยัดต้นทุนการด าเนินการอย่างมาก ช่วยให้การติดต่อสื่อสารเป็นไปอย่างรวดเร็ว การใช้เครือข่ายทาง คอมพิวเตอร์ท าให้มีการติดต่อได้ทั่วโลกภายในเวลาที่รวดเร็ว ไม่ว่า จะเป็นการติดต่อระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์กับเครื่องคอมพิวเตอร์ ด้วยกัน (machine to machine) หรือคนกับคน (human to human) หรือคนกับเครื่องคอมพิวเตอร์ (human to machine) และการ ติดต่อสื่อสารดังกล่าวจะท าให้ข้อมูลที่เป็นทั้งข้อความ เสียง ภาพนิ่ง และภาพเคลื่อนไหวสามารถส่งได้ทันที ระบบสารสนเทศช่วยท าให้การประสานงานระหว่างฝ่ายต่างๆ เป็นไป ได้ด้วยดีโดยเฉพาะหาระบบสารสนเทศนั้นออกแบบเพื่อเอื้ออ านวย ให้หน่วยงานทั้งภายในและภายนอกที่อยู่ในระบบของซัพพลาย ทั้งหมด จะท าให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมดสามารถใช้ข้อมูลร่วมกัน ได้ และท าให้การประสานงาน หรือการท าความเข้าใจเป็นไปได้ ด้วยดียิ่งขึ้น ประสิทธิผล (Effectiveness) ระบบสารสนเทศช่วยในการตัดสินใจ ระบบสารสนเทศที่ออกแบบ ส าหรับผู้บริหาร เช่น ระบบสารสนเทศที่ช่วยในการสนับสนุนการ ตัดสินใจ (Decision support systems) หรือระบบสารสนเทศ ส าหรับผู้บริหาร (Executive support systems) จะเอื้ออ านวยให้ ผู้บริหารมีข้อมูลในการประกอบการตัดสินใจได้ดีขึ้น อันจะส่งผลให้ การด าเนินงานสามารถบรรลุวัตถุประสงค์ไว้ได้
ระบบสารสนเทศช่วยในการเลือกผลิตสินค้า/บริการที่เหมาะสมระบบ สารสนเทศจะช่วยท าให้องค์การทราบถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับต้นทุน ราคาในตลาดรูปแบบของสินค้า/บริการที่มีอยู่ หรือช่วยท าให้ หน่วยงานสามารถเลือกผลิตสินค้า/บริการที่มีความเหมาะสมกับความ เชี่ยวชาญ หรือทรัพยากรที่มีอยู่ ระบบสารสนเทศช่วยปรับปรุงคุณภาพของสินค้า/บริการให้ดีขึ้น ระบบสารสนเทศท าให้การติดต่อระหว่างหน่วยงานและลูกค้า สามารถ ท าได้โดยถูกต้องและรวดเร็วขึ้น ดังนั้นจึงช่วยให้
2.องค์ประกอบของเทคโนโลยีสารสนเทศ คือ ซอฟต์แวร์ที่ใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ช่วยท าให้คอมพิวเตอร์ท างาน ตามที่ต้องการได้ ประการสุดท้ายคือ ตัวข้อมูลที่เป็นเสมือนวัตถุดิบที่จะ ได้รับการเปลี่ยนแปลงให้เป็นสารสนเทศตามที่ต้องการ ปัจจัยน าเข้า กระบวนการ ผลลัพธ์ ส่วนประกอบทั้งห้าส่วนนี้ท าให้เกิดสารสนเทศได้ หากขาดส่วนประกอบ ใด หรือส่วนประกอบใดไม่สมบูรณ์ ก็อาจท าให้ระบบสารสนเทศ ไม่ สมบูรณ์ เช่น ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ไม่เหมาะสมกับงาน ก็จะท าให้งาน ล่าช้า ไม่ทันต่อการใช้งาน การด าเนินการระบบสารสนเทศจึงต้องให้ ความส าคัญ กับส่วนประกอบทั้งห้านี้ บุคลากร เป็นส่วนประกอบที่ส าคัญ เพราะบุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถ และเข้าใจวิธีการให้ได้มาซึ่งสารสนเทศ จะเป็น ผู้ด าเนินการ ในการท างานทั้งหมด บุคลากรจึงต้องมีความรู้ความเข้าใจ ในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ บุคลากรภายในองค์กรเป็น ส่วนประกอบที่จะท าให้เกิด ระบบสารสนเทศด้วยกันทุกคน เช่น ร้าน ขายสินค้าแห่งหนึ่ง บุคลากรที่ด าเนินการในร้านค้าทุกคน ตั้งแต่ ผู้จัดการถึงพนักงานขาย เป็นส่วนประกอบที่จะท าให้เกิดสารสนเทศได้
ขั้นตอนการปฏิบัติเป็นระเบียบวิธีการปฏิบัติงานในการจัดเก็บรักษา ข้อมูลให้อยู่ในรูปแบบที่จะท าให้เป็นสารสนเทศได้ เช่น ก าหนดให้ มี การป้อนข้อมูลทุกวัน ป้อนข้อมูลให้ทันตามก าหนดเวลา มีการแก้ไข ข้อมูลให้ถูกต้องอยู่เสมอ ก าหนดเวลาในการประมวลผล การท ารายงาน การด าเนินการ ต่าง ๆ ต้องมีขั้นตอน หากขั้นตอนใดมีปัญหาระบบก็จะมี ปัญหาด้วย เพราะทุกขั้นตอนมีผลต่อระบบสารสนเทศ เครื่องคอมพิวเตอร์ เป็นเครื่องมือที่ช่วยในการจัดการสารสนเทศ คอมพิวเตอร์ช่วยประมวลผล คัดเลือก ค านวณ หรือพิมพ์รายงาน ผล ตามที่ต้องการ คอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์ที่ท างานได้รวดเร็ว มีความ แม่นย าในการท างาน และท างานได้ต่อเนื่อง คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ ต่าง ๆ จึงเป็นองค์ประกอบหนึ่งของระบบสารสนเทศ ซอฟต์แวร์คือล าดับขั้นตอนค าสั่งให้เครื่องคอมพิวเตอร์ ท างานตาม วัตถุประสงค์ที่วางไว้ ซอฟต์แวร์ จึงหมายถึงชุดค าสั่งที่เรียง เป็นล าดับ ขั้นตอนสั่งให้คอมพิวเตอร์ท างานตามต้องการ และประมวลผลเพื่อให้ได้ สารสนเทศที่ต้องการ ข้อมูล เป็นวัตถุดิบที่ท าให้เกิดสารสนเทศ ข้อมูลที่เป็นวัตถุดิบจะต่างกัน ขึ้นกับสารสนเทศที่ต้องการ เช่น ในสถานศึกษามักจะต้องการ สารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลนักเรียน ข้อมูลผลการเรียน ข้อมูล อาจารย์ ข้อมูลการใช้จ่ายต่าง ๆ ข้อมูลเป็นสิ่งที่ส าคัญประการหนึ่งที่มี บทบาทต่อการให้เกิด สารสนเทศ
3. ระบบสารสนเทศ หมายถึง ระบบสารสนเทศ (Information system) ระบบที่ ประกอบด้วยส่วนต่างๆ ได้แก่ ระบบคอมพิวเตอร์ทั้ง ฮาร์ดแวร์ ซอฟท์แวร์ ระบบเครือข่าย ฐานข้อมูล ผู้พัฒนาระบบ ผู้ใช้ ระบบ พนักงานที่เกี่ยวข้อง และ ผู้เชี่ยวชาญในสาขา ทุกองค์ประกอบนี้ ท างานร่วมกันเพื่อก าหนด รวบรวม จัดเก็บข้อมูล ประมวลผลข้อมูลเพื่อ สร้างสารสนเทศ และส่งผลลัพธ์หรือสารสนเทศที่ได้ให้ผู้ใช้เพื่อช่วย สนับสนุนการท างาน การตัดสินใจ การวางแผน การบริหาร การ ควบคุม การวิเคราะห์และติดตามผลการด าเนินงานขององค์กร
ประเภทของระบบสารสนเทศ ปัจจุบันจะเห็นความสัมพันธ์ระหว่างองค์กร กับระบบสารสนเทศ และเทคโนโลยี สารสนเทศชัดเจนมากขึ้น และเนื่องจากการบริหารงานในองค์กรมีหลาย ระดับ กิจกรรมขององค์กรแต่ละประเภทอาจจะแตกต่างกัน ดังนั้นระบบ สารสนเทศของแต่ละองค์กรอาจแบ่งประเภทแตกต่างกันออกไป ถ้าพิจารณาจ าแนกระบบสารสนเทศตามการสนับสนุนระดับการท างานใน องค์กร จะแบ่งระบบสารสนเทศได้เป็น 4 ประเภท ดังนี้ ระบบสารสนเทศส าหรับระดับผู้ปฏิบัติงาน (Operational – level systems) ช่วยสนับสนุนการท างานของผู้ปฏิบัติงานในส่วนปฏิบัติงาน พื้นฐานและงานท ารายการต่างๆขององค์กร เช่นใบเสร็จรับเงิน รายการ ขาย การควบคุมวัสดุของหน่วยงาน เป็นต้น วัตถุประสงค์หลักของระบบนี้ก็ เพื่อช่วยการด าเนินงานประจ าแต่ละวัน และควบคุมรายการข้อมูลที่ เกิดขึ้น ระบบสารสนเทศส าหรับผู้ช านาญการ (Knowledge-level systems) ระบบ นี้สนับสนุนผู้ท างานที่มีความรู้เกี่ยวข้องกับข้อมูล วัตถุประสงค์หลักของ ระบบนี้ก็เพื่อช่วยให้มีการน าความรู้ใหม่มาใช้ และช่วยควบคุมการ ไหลเวียนของงานเอกสารขององค์กรระบบสารสนเทศส าหรับผู้บริหาร (Management - level systems) เป็นระบบสารสนเทศที่ช่วยในการ ตรวจสอบ การควบคุม การตัดสินใจ และการบริหารงานของผู้บริหาร ระดับกลางขององค์กร ระบบสารสนเทศระดับกลยุทธ์ (Strategic-level system) เป็นระบบ สารสนเทศที่ช่วยการบริหารระดับสูง ช่วยในการสนับสนุนการวางแผน ระยะยาว หลักการของระบบคือต้องจัดความสัมพันธ์ระหว่างสภาพแวดล้อม ภายนอกกับความสามารถภายในที่องค์กรมี เช่นในอีก 5 ปีข้างหน้า องค์กร จะผลิตสินค้าใด
3.ประโยชน์ของเทคโนโลยีสารสนเทศต่ออาชีพ ประโยชน์เทคโนโลยีสารสนเทศ ปัจจุบันเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจ าวันของ คนเรามากขึ้นจนกลายเป็นส่วนหนึ่งในการ ด าเนินชีวิตขงอคนเกือบทุกระดับ ซึ่งบทบาทและประโยชน์ของ เทคโนโลยีสารสนเทศ ได้แก่ 1. ท าให้เกิดคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และมีความสะดวกสบายยิ่งขึ้น จากสิ่ง อ านวยควมสะดวกต่าง ๆ 2. ท าให้เกิดความเท่าเทียมกันในสังคม และเกิดการกระจายโอกาส เช่น การใช้ระบบการเรียนการสอนทาง ไกลผ่านดาวเทียม ท าให้เด็กที่อยู่ในชนบทหรือเด็กที่อยู่ในถิ่นถุรกันดาร มีโอกาสได้เรียนรู้เหมือนเด็กที่อยู่ในเมือง
3. ท าให้เกิดสื่อการเรียนการสอนต่างๆมากขึ้น เช่น การใช้บทเรียน คอมพิวเตอร์ช่วยสอน เป็นต้น 4. ท าให้เกิดการจัดการทรัพยากรธรรมชาติได้ดียิ่งขึ้น เช่น การ รวบรวมข้อมูลเรื่องคุณภาพในแม่น้ าล าคลองต่างๆ เพื่อน ามาตรวจวัดมลภาวะ แล้วด าเนินการแก้ไขปัญหา เป็นต้น 5. ท าให้เกิดระบบป้องกันประเทศที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เช่น การ ใช้คอมพิวเตอร์มาควบคุมอาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆ หรือระบบป้องกันภัย ต่าง ๆ เป็นต้น 6.ประหยัดค่าใช้จ่ายและเวลา มีความสะดวกสบายในการติดต่อหรือ แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร 7. สามารถเพิ่มช่องทางเลือกในการรับรู้ข่าวสารของประชาชนให้มาก ขึ้น 8. ลดแรงงานคนในการท างานต่าง ๆ เช่น ควบคุมการผลิต และช่วยใน การค านวน 9. เป็นแหล่งความบันเทิง 10.ลดต้นทุนการผลิต ประโยชน์ในด้านต่างๆของเทคโนโลยีสารสนเทศ
ชีวิตความเป็นอยู่ในปัจจุบันเกี่ยวข้องกับสารสนเทศ ต่างๆ มากมาย การอยู่รวมกันเป็นสังคมของมนุษย์ท าให้ต้อง เสียเวลาในการสื่อสารถึงกัน ต้องติดต่อและท างานหลายสิ่งหลายอย่าง ร่วมกันสมองของเราต้องจดจ าสิ่งต่างๆ ไว้มากมาย ต้องจดจ ารายชื่อผู้ที่เราเกี่ยวข้องด้วย จดจ าข้อมูลต่างๆ ไว้เพื่อใช้ ประโยชน์ในภายหลัง สังคมจึงต้องการความเป็นระบบ ที่มีรูปแบบชัดเจน เช่น การก าหนดเลขบ้าน ชื่อถนน อ าเภอ จังหวัด ท า ให้สามารถติดต่อส่งจดหมายถึงกันได้ เลขบ้าน เป็นสารสนเทศอย่างหนึ่งที่ใช้งานกันอยู่ เพื่อให้สารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์เป็นระบบมาก ขึ้น จึงมีการจัดการสารสนเทศเหล่านั้นในลักษณะเชิงระบบ เช่น ระบบทะเบียนราษฎร์ มีการใช้เลขประจ าตัวประชาชน ซึ่งมีเลข รหัส 13 ตัว แต่ละตัวจะมีความหมายเพื่อใช้ในการ ตรวจสอบ เช่น แบ่งตามประเภท ตามถิ่นที่อยู่ การเข้ารับการตรวจรักษา ในโรงพยาบาลก็ต้องมีการลงทะเบียน การสร้าง เวชระเบียน ระบบเสียภาษีก็มีการสร้างรหัสประจ าตัวผู้เสียภาษี นอกจากนี้มีการจดทะเบียนรถยนต์ ทะเบียนการค้า ทะเบียนโรงงาน ฯลฯ
การน าเทคโนโลยีสารนิเทศมาใช้กับสังคมสารนิเทศใน ปัจจุบัน ก่อให้เกิดการสื่อสารและการใช้ประโยชน์ จากสารนิเทศได้อย่าง เต็มที่ และมีประสิทธิภาพ ประโยชน์ของเทคโนโลยีสารนิเทศมี ดังต่อไปนี้ คือ 1. ช่วยให้ติดต่อสื่อสารระหว่างกันอย่างสะดวกรวดเร็ว โดยใช้ โทรศัพท์ คอมพิวเตอร์หรือในรูปของ สิ่งพิมพ์ต่าง ๆ 2. ช่วยในการจัดระบบข่าวสารจ านวนมหาศาล ซึ่งผลิตออกมา ในแต่ละวัน 3. ช่วยให้เก็บสารนิเทศไว้ในรูปที่สามารถเรียกใช้ได้ครั้งแล้ว ครั้งเล่าอย่างสะดวก 4. ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสารนิเทศ เช่น ช่วย นักวิทยาศาสตร์ วิศวกร ด้วยการช่วยค านวณตัวเลขที่ยุ่งยาก ซับซ้อน ซึ่งไม่สามารถท าให้ส าเร็จได้ด้วยมือ 5. ช่วยให้สามารถจัดระบบอัตโนมัติเพื่อการเก็บ เรียกใช้และ ประมวลผลสารนิเทศ 6. สามารถจ าลองแบบระบบการวางแผนและท านาย เพื่อ ทดลองกบั สงิ่ทยี่ังไมเ่กดิขนึ้ 7. อ านวยความสะดวกในการเข ้าถึงสารนิเทศดีกว่าสมัยก่อน ท าใหผ้ ใู้ชส้ารนเิทศมีทางเลอืกทดี่กีวา่มปีระสทิธภิาพกวา่และ สามารถแข่งขันกับผู้อื่นได ้ดีกว่า 8. ลดอุปสรรคเกี่ยวกับเวลาและระยะทางระหว่างประเทศ เทคโนโลยสีารนเิทศเบอื้งตน้ทคี่วรน ามาใชใ้นการด าเนนิงานทั่วๆไป คอื การใชเ้ครอื่งไมโครคอมพวิเตอรใ์นการจัดการขอ้มลู
ในบรรดาองค์ประกอบของเทคโนโลยีสารนิเทศทั้งหมดคอมพิวเตอร์ นับว่ามีบทบาทมากทสี่ดุตอ่การเป็ นองคป์ระกอบทสี่ าคัญ คอมพวิเตอร์ เป็ นอปุกรณ์สอื่สารนเิทศทมี่บีทบาทอยา่งมากตอ่ สังคมสารนเิทศ คอมพิวเตอร์เปลี่ยนแปลงสภาพการให ้บริการสารนิเทศในห ้องสมุดจาก การเสยีเวลาสบืคน้ สารนเิทศหลาย ๆ นาทหีรอืหลายชวั่โมงมาเป็ น เสยีเวลาเพยีงไมก่วี่นิาทีคอมพวิเตอรเปลี่ยนแปลงสภาพความเป็นอยู่ ์ ของคนในสังคมเป็ นเครอื่งมอื ในการด ารงชวีติทมี่บีทบาทยงิ่กวา่ เครื่องมือหรืออุปกรณ์ใด ๆ ที่มนุษยไ์ดผ้ลติขนึ้ใชใ้นโลกมากอ่น คนใน สงัคมสมัยสงัคมสารนเิทศจะเห ็ นพัฒนาการดา้นนไี้ดอ้ยา่งเดน่ ชดั นับตัง้แตม่กีารประดษิฐเ์ครอื่งคอมพวิเตอรข์นึ้ใชเป็นครั้งแรก ้ คอมพวิเตอรไ์มใ่ ชเ่พยีงสงิ่ประดษิฐท์างวทิยาศาสตรเ์ทา่นัน้ แต่กลับ เป็ นสงิ่ทคี่นในสังคมสารนเิทศตอ้งรูจ้ ักและมสีว่นเกยี่วขอ้งดว้ยอยา่ง หลกีเลยี่งไมไ่ด้เป็ นอปุกรณ์และองคป์ระกอบทสี่ าคัญของ เทคโนโลยสีารนเิทศทบี่รรณารักษ์จะตอ้งน ามาใชอ้ยตู่ลอดเวลา เครื่อง คอมพิวเตอร์ได ้รับการพัฒนามาโดยล าดับ ตั้งแต่ยุคแรก (พ.ศ. 2487- 2501) จนถึงยุคปัจจุบัน (พ.ศ. 2531 เป็นต้นมา) ได ้มีการน า เครื่อง คอมพวิเตอรม์าใชง้านกนัอยา่งแพรห่ลาย เชน่งานจัดการ เอกสารข ้อมูลแบบ ต่าง ๆ งานระบบสารนิเทศเพื่อการจัดการและงาน ด ้านระบบสนับสนุนการตัดสนิ ใจ (Decision Support System) เป็นต้น และจากการแข่งขัน ในการผลิตเครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กท าให ้ เครื่องคอมพิวเตอร์มีราคาถูก และสามารถใชก้นัอยา่งแพรห่ลายเป็ นสงิ่ หนงึ่ทจี่ าเป็ นในสังคมสารนเิทศปัจจบุัน ในสังคมสารนเิทศปัจจบุัน กลา่วไดว้า่คอมพิวเตอร์เข ้ามามี บทบาท ในชวีติประจ าวันของคนในสงัคมมากยงิ่ขนึ้บทบาทของ คอมพวิเตอรม์มีากยงิ่ขนึ้ส าหรับผทู้ตี่อ้งการสารนเิทศ และส าหรับผทู้ ี่ ไมต่อ้งการสารนเิทศเพอื่ใชป้ระโยชน์กบัตนเองก ็ หลกีเลยี่งการ ใช้ คอมพิวเตอร์เพื่อประโยชน์ด ้านอื่น ๆ ไม่ได ้บทบาทของคอมพิวเตอร์ที่มี ตอ่การใชส้ารนเิทศในสงัคมมดี ังตอ่ ไปนี้
บทบาทของเทคโนโลยีสารสนเทศที่ก าลังเปลี่ยนแปลงสังคมนี้เอง ผลักดันให้เราต้องศึกษาหาความรู้เพื่อปรับตัว ให้เข้ากับสังคมได้ กระทรวงศึกษาธิการได้เพิ่มเติมหลักสูตรเกี่ยวกับ คอมพิวเตอร์เข้าไปในหลักสูตรมัธยมศึกษา หลายรายวิชา โดยมุ่งเน้นให้เยาวชนของชาติได้มีโอกาสเรียนรู้ เทคโนโลยีเหล่านี้ หากไม่หาทางปรับตัวเข้ากับเทคโนโลยี และเรียนรู้ให้เข้าใจ เพื่อให้มีการพัฒนาสังคมไทยได้อย่างเหมาะสม เรา จะตกเป็นทาสของเทคโนโลยี เราจะเป็นเพียง ผู้ใช้ที่ต้องเสียเงินตราให้ต่างประเทศอีกมากมาย
4.การท าธุรกิจดิจิทัลบนสื่อสังคมออนไลน์ คือ การท าการตลาดรูปแบบหนึ่งโดยโปรโมทสินค้าหรือบริก ารผ่านท า งสื่อดิจิทัล และส ามารถสร้าง การมีส่วนร่วมกับผู้บริโภค เพื่อเพิ่มยอด ข ายโดยใช้กลยุทธ์ต่างๆ ท างสื่อดิจิทัล ซึ่งก าลังเป็นที่นิยมอย่ าง แพร่หลายใน ปัจจุบัน เนื่องจากผู้บริโภคส าม ารถเข้าถึงสื่อเหล่านี้ได้ง่าย และสามารถเข้าถึงได้ทุกที่ทุกเวลา นอกจากนี้ การตลาด ดิจิทัลคืออีก ทางเลือกหนึ่งของก ารสร้ างก ารรับรู้ให้เกิดขึ ้นกับธุรกิจแบรนด์ใหม่ ท ำให้ก ารรับรู้ในวงกว้ างไม่ใช่เรื่องที่ย ากอีก ต่อไป อีกทั้งยังสามารถ เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่ก าหนดไว้ในจ านวนมากได้โดยตรง ธุรกิจแบรนด์ ใหม่จึงมีโอกาสที่จะเป็นที่ รู้จัก และเติบโตได้อย่างรวดเร็วช่องท างต่างๆ ของก ารตลาดแบบดิจิทัล Social Media Marketing โซเชียลมีเดียจะเป็นตัวช่วยผลักดันให้ เว็บไซต์ของคุณเป็นที่รู้จักและขยับขึ้นไปอยู่ในอันดับที่ดีขึ้นในเว็บไซต์ ของ Google ซึ่งข้อดีของการทพการตล าดบนสังคมออนไลน์ หรือ โซเชียลมีเดีย คือ สามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้ตรงต ามกลุ่มเป ้าหม าย รวดเร็วทันใจ และช่วยในก ารประช าสัมพันธ์ เพื่อให้เกิดก ารบอกต่อใน หมู่มาก ได้อย่างง่ายด าย ช่องท างที่ส าม ารถใช้ใน ก ารท ำก ารตล าด ผ่ านโซเชียลมีเดีย
Content Marketing เนื้อหากลายเป็นส่วนประกอบที่ส าคัญสูงสุดส าหรับการผลิตสื่อออนไลน์ ในยุคเทคโนโลยีปัจจุบัน จากค ากล่าวที่ว่า “Content is King” บ่งบอก ได้ถึงคุณค่าของการสร้างเนื้อหาที่มีคุณภาพ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมเว็บไซต์ ให้มีคุณภาพยิ่งขึ้นเช่นกัน โดยวิธีการสร้างและแจกจ่ายเนื้อหาที่มี “คุณค่า” ให้กับกลุ่มเป้าหมาย โดยมีจุดประสงค์ให้กลุ่มเป้าหมายกลับมา สร้างรายได้ให้เรา ช่องทางที่มีส่วนช่วยในการตลาดด้วยการใช้เนื้อหา ได้แก่ บล็อกโพสต์ (Blogs) หนังสืออิเล็กทรอนิกส์และบทความข้อเสนอแนะ Infographics โบรชัวร์ออนไลน์และลุคบุ๊ค Search Engine Optimization การใช้เนื้อหาในการท าการตลาดสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพกลไก การค้นหาผ่านSEO ได้ และท าให้เว็บไซต์ของคุณติดอันดับในหน้าของ การค้นหาซึ่งจะเป็นการเพิ่มปริมาณผู้เข้าชมเว็บไซต์ได้ ซึ่งช่องทางที่จะ ได้รับประโยชน์จากการค้นหา SEO ได้แก่ Websites Blogs
Infographics Search Engine Marketing เป็นรูปแบบการท าการตลาดออนไลน์บนหน้าแสดงผลการ ค้นหา (Search Result Page) อาทิ Google, Yahoo!, Bing, Baidu เป็นต้น โดยการท าโปรโมชั่นกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ซึ่งเป็นผู้ใช้งาน Search Engine เพื่อให้รู้จักเว็บไซต์ สินค้า หรือบริการของคุณ และน ามาซึ่งยอดผู้ใช้เว็บไซต์และเพิ่ม โอกาสในการขายสินค้าและบริการให้มากยิ่งขึ้นซึ่งใช้ PPC (Pay Per Click) ในการลงโฆษณาบนหน้าแสดงผล การค้นหา โดยที่คิดค่าใช้จ่ายจากการคลิกตัวข้อความ โฆษณา แม้ว่าโฆษณาจะแสดงขึ้นมา แต่หากไม่มีการคลิก เกิดขึ้น ก็จะไม่เสียเงินในการลงโฆษณาแต่อย่างใด ระบบ โฆษณาแบบPPCที่เป็นที่นิยมทั่วโลก ได้แก่
- โฆษณาแบบช าระเงินบน Facebook - การโปรโมทผ่าน Twitter - ข้อความผ่าน LinkedIn - แชร์ผ่าน Facebook, Instagram - แชร์โฆษณาวิดีโอผ่านทาง YouTube - Email ข้อมูลข่าวสาร - Email ติดตามผู้เข้าชมและดาวน์โหลดข่าวสารบนเว็บไซต์ - Email ต้อนรับลูกค้าใหม่ - โปรโมชั่นวันหยุดส าหรับสมาชิก เนื่องจากการท าการตลาดแบบดิจิทัลไม่เพียงแต่ช่วยให้ธุรกิจของคุณ สามารถท าการโปรโมทสินค้าและบริการได้เท่านั้น แต่ยังช่วยให้บริการ ลูกค้าออนไลน์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกว่าได้รับการดูแล และเอาใจใส่เป็นอย่างดี ด้วยเหตุนี้การตลาดแบบดิจิทัลจึงเป็นประโยชน์ ส าหรับแบรนด์และธุรกิจต่างๆ หากคุณยังไม่แน่ใจในการท าการตลาดแบบดิจิทัลว่าจะช่วยโปรโมท สินค้าหรือบริการของคุณได้อย่างไร สามารถเลือกใช้บริการที่ ปรึกษา การตลาดออนไลน์ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านการท า การตลาดอย่าง Advanced iService มาให้ค าปรึกษา Online Marketing เป็นผู้ช่วยในการวางแผนวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมาย วิเคราะห์ คู่แข่ง ปรับกลยุทธ์ และแก้ไขปัญหา จะช่วยต่อยอดธุรกิจของคุณด้าน การตลาดบนดิจิทัล ซึ่งจะครอบคลุมทุกช่องทางออนไลน์และช่วยปรับ ภาพลักษณ์ธุรกิจตอบโจทย์ทุกความต้องการ เดินหน้าสู่ Digital Marketing อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อเพิ่มยอดขายสู่เป้าหมายที่ธุรกิจของ คุณต้องการ
5.การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการจัดการอาชีพ การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ การประยุกต์ใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศในปัจจุบัน ได้มีการ น ามาใช้ในหลายสาขาวิชาชีพ ทั้งในด้านการศึกษา ด้านธุรกิจ อุตสาหกรรม ด้านการแพทย์ ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อ อ านวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจ การท างาน การศึกษาหา ความรู้ ท าให้คุณภาพชีวิตของคนในสังคมปัจจุบันดีขึ้น นอกจากนี้ หน่วยงานราชการต่างๆ ก็น าเทคโนโลยีสารสนเทศและ ระบบ คอมพิวเตอร์เข้ามาอ านวยความสะดวกให้กับประชาชน ในการติดต่อ ประสานงานกับทางราชการ และในธุรกิจเอกชนทางด้านการโรงแรม และการท่องเที่ยว ก็ให้บริการข้อมูลข่าวสาร และบริการลูกค้าผ่านทาง ระบบอินเทอร์เน็ต ท าได้อย่างสะดวกรวดเร็วทันเหตุการณ์ ประยุกต์ใช้ในงานสาธารณสุขและการแพทย์ เทคโนโลยีสารสนเทศได้รับการน ามาใช้ในการพัฒนา ด้านสาธารณสุขอย่างกว้างขวาง และท าให้งานด้าน สาธารณสุขเจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว โดยกระทรวง สาธารณสุข ได้ปรับระบบ -ด้านการลงทะเบียนผู้ป่วยตั้งแต่เริ่มท าบัตรจ่ายยาเก็บเงิน - การสนับสนุนการรักษาพยาบาล โดยการเชื่อมโยงระบบ คอมพิวเตอร์ของโรงพยาบาล ต่างๆ เข้าด้วยกันสามารถสร้าง เครือข่ายข้อมูลทางการแพทย์แลกเปลี่ยนข้อมูลของผู้ป่วย
รูปแสดงการน าเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในวงการสาธารณสุขและ การแพทย์ - ด้านการลงทะเบียนผู้ป่วย ตั้งแต่เริ่มท าบัตร จ่ายยา เก็บเงิน - การสนับสนุนการรักษาพยาบาล โดยการเชื่อมโยงระบบคอมพิวเตอร์ ของโรงพยาบาล ต่างๆ เข้าด้วยกัน สามารถสร้างเครือข่ายข้อมูลทาง การแพทย์ แลกเปลี่ยนข้อมูลของผู้ป่วย - สามารถให้ค าปรึกษาทางไกล โดยแพทย์ผู้เชี่ยวช านาญ เทคโนโลยี สารสนเทศ จะช่วยให้แพทย์สามารถเห็นหน้า หรือท่าทางของผู้ป่วยได้ ช่วยให้ส่งข้อมูลที่เป็นเอกสาร หรือภาพเพื่อประกอบการพิจารณาของ แพทย์ได้ - เทคโนโลยีสารสนเทศจะช่วยในการ ให้ความรู้แก่ประชาชนของ แพทย์ หรือหน่วยงานสาธารณสุขต่างๆ เป็นไปด้วยความสะดวก รวดเร็ว ได้ผลขึ้น โดยสามารถใช้สื่อต่างๆ เช่นภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหวมีเสียง และอื่นๆ เป็นต้น - เทคโนโลยีสารสนเทศ ช่วยให้ผู้บริหารสามารถก าหนดนโยบาย และ ติดตามก ากับการด าเนินงานตามนโยบายได้ดียิ่งขึ้น โดยอาศัยข้อมูลที่ ถูกต้องฉับไว และข้อมูลที่จ าป็น ทั้งนี้อาจใช้คอมพิวเตอร์เป็นตัวเก็บ ข้อมูลต่างๆ ท าให้การบริหารเป็นไปได้ด้วยความรวดเร็ว ถูกต้องมาก ยิ่งขึ้น - ในด้านการให้ความรู้หรือการเรียน การสอนทางไกล เทคโนโลยี สารสนเทศ โดยเฉพาะดาวเทียม จะช่วยให้การเรียนการสอนทางไกล
ทางด้านการแพทย์และสาธารณะสุข เป็นไปได้มากขึ้นประชาชน สามารถเรียนรู้พร้อมกันได้ทั่วประเทศและ ยังสามารถโต้ตอบหรือถาม ค าถามได้ด้วย ประยุกต์ใช้ในงานด้านการศึกษา เทคโนโลยีสารสนเทศที่น ามาใช้ส าหรับการเรียนการสอน เป็นการ ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่หลายอย่าง สอนด้วยสื่ออุปกรณ์ที่ทันสมัย ห้องเรียนสมัยใหม่ มีอุปกรณ์วิดีโอโปรเจคเตอร์ (Video Projector)มีเครื่อง คอมพิวเตอร์ มีระบบการอ่านข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์แบบต่าง ๆ รูปแบบ ของสื่อที่น ามาใช้ในด้านการเรียนการสอน ก็มีหลากหลาย ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมในการน ามาใช้ เช่น คอมพิวเตอร์ช่วยสอน อิเล็กทรอนิกส์บุค วิดีโอเทเลคอนเฟอเรนซ์ ระบบวิดีโอออนดีมานด์ การ สืบค้นข้อมูลในคอมพิวเตอร์ และระบบอินเทอร์เน็ต เป็นต้น คอมพิวเตอร์ช่วยสอน เป็นการน าเอาเทคโนโลยี รวมกับการออกแบบ โปรแกรมการสอน มาใช้ช่วยสอน ซึ่งเรียกกันโดยทั่วไปว่าบทเรียน CAI ( Computer - Assisted Instruction ) การจัดโปรแกรมการสอน โดยใช้ คอมพิวเตอร์ช่วยสอน ในปัจจุบันมักอยู่ในรูปของสื่อประสม (Multimedia) ซึ่งหมายถึงน าเสนอได้ทั้งภาพ ข้อความ เสียง ภาพเคลื่อนไหวฯลฯ โปรแกรมช่วยสอนนี้เหมาะกับการศึกษาด้วยตนเอง และเปิดโอกาสให้ผู้เรียนสามารถโต้ตอบ กับบทเรียนได้ตลอด จนมีผล ป้อนกลับเพื่อให้ผู้เรียนรู้ บทเรียนได้อย่างถูกต้อง และเข้าใจใน เนื้อหาวิชาของบทเรียนนั้นๆ - การเรียนการสอนโดยใช้เว็บเป็นหลัก เป็นการจัดการเรียน ที่มีสภาพ การเรียนต่างไปจากรูปแบบเดิม การเรียนการสอนแบบนี้ อาศัยศักยภาพ และความสามารถของเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ซึ่งเป็นการน าเอาสื่อการ
เรียนการสอน ที่เป็นเทคโนโลยี มาช่วยสนับสนุนการเรียนการสอน ให้ เกิดการเรียนรู้ การสืบค้นข้อมูล และเชื่อมโยงเครือข่าย ท าให้ผู้เรียน สามารถเรียนได้ทุกสถานท ี่และทุกเวลา การจัดการเรียนการสอน ลักษณะนี้ มีชื่อเรียกหลายชื่อ ได้แก่ การเรียนการสอนผ่านเว็บ (Webbased Instruction) การฝึกอบรมผ่านเว็บ (Web-based Trainning) การ เรียนการสอนผ่านเวิล์ดไวด์เว็บ (www-based Instruction) การสอนผ่าน สื่อทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-learning) เป็นต้น - อิเล็กทรอนิกส์บุค คือการเก็บข้อมูลจ านวนมากด้วยซีดีรอม หนึ่งแผ่น สามารถเก็บข้อมูลตัวอักษรได้มากถึง 600 ล้านตัวอักษร ดังนั้นซีดีรอม หนึ่งแผ่นสามารถเก็บข้อมูลหนังสือ หรือเอกสารได้มากกว่าหนังสือหนึ่ง เล่ม และที่ส าคัญคือการใช้กับคอมพิวเตอร์ ท าให้สามารถเรียกค้นหา ข้อมูลภายในซีดีรอม ได้อย่างรวดเร็วโดยใช้ดัชนี สืบค้นหรือสารบัญ เรื่อง ซีดีรอมจึงเป็นสื่อที่มีบทบาทต่อการศึกษาอย่างยิ่ง เพราะในอนาคต หนังสือต่าง ๆ จะจัดเก็บอยู่ในรูปซีดีรอม และเรียกอ่านด้วยเครื่อง คอมพิวเตอร์ ที่เรียกว่าอิเล็กทรอนิกส์บุค ซีดีรอมมีข้อดีคือสามารถ จัดเก็บ ข้อมูลในรูปของมัลติมีเดีย และเมื่อน าซีดีรอมหลายแผ่นใส่ไว้ใน เครื่องอ่านชุดเดียวกัน ท าให้ซีดีรอมสามารถขยายการเก็บข้อมูลจ านวน มากยิ่งขึ้นได้ รูปแสดงการน าเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในวงการสาธารณสุขและ การแพทย์ – ด้านการลงทะเบียนผู้ป่วย ตั้งแต่เริ่มท าบัตร จ่ายยา เก็บเงิน – การสนับสนุนการรักษาพยาบาล โดยการเชื่อมโยงระบบคอมพิวเตอร์ ของโรงพยาบาล ต่างๆ เข้าด้วยกัน สามารถสร้างเครือข่ายข้อมูลทาง การแพทย์ แลกเปลี่ยนข้อมูลของผู้ป่วย – สามารถให้ค าปรึกษาทางไกล โดยแพทย์ผู้เชี่ยวช านาญ เทคโนโลยี สารสนเทศ จะช่วยให้แพทย์สามารถเห็นหน้า หรือท่าทางของผู้ป่วยได้ ช่วยให้ส่งข้อมูลที่เป็นเอกสาร หรือภาพเพื่อประกอบการพิจารณาของ
แพทย์ได้ – เทคโนโลยีสารสนเทศจะช่วยในการ ให้ความรู้แก่ประชาชนของ แพทย์ หรือหน่วยงานสาธารณสุขต่างๆ เป็นไปด้วยความสะดวก รวดเร็ว ได้ผลขึ้น โดยสามารถใช้สื่อต่างๆ เช่นภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหวมีเสียง และอื่นๆ เป็นต้น – เทคโนโลยีสารสนเทศ ช่วยให้ผู้บริหารสามารถก าหนดนโยบาย และ ติดตามก ากับการด าเนินงานตามนโยบายได้ดียิ่งขึ้น โดยอาศัยข้อมูลที่ ถูกต้องฉับไว และข้อมูลที่จ าป็น ทั้งนี้อาจใช้คอมพิวเตอร์เป็นตัวเก็บ ข้อมูลต่างๆ ท าให้การบริหารเป็นไปได้ด้วยความรวดเร็ว ถูกต้องมาก ยิ่งขึ้น