ค ่ ม ู อ ื ดแ ู ลความปลอดภ ั ย ในการท ํ างานก ่ อสรา ้ ง บรษิ ัทเอส.ด.ีเอ็นจเินยีรงิ แอนด์คอนสตรคัชนั จาํกัด 155/1 ซอยลาดพรา้ว130 (มหาดไทย2) ถนน ลาดพรา้ว แขวงคลองจนั เขตบางกะป กรงุเทพฯ 10240
1 บทนํา การประสบความส าเร็จทางดา้นความปลอดภยัของบริษทัและของโครงการต่าง ๆ จะเกิดข้ึนไดน้ ้นต้องอาศัยความ ั เชื่อมนั่จากทุกๆฝ่ายช่วยกนัวางแผนและปฏิบตัิอยา่งปลอดภยัผูจ้ดัการทุกๆคนมีหนา้ที่ท าให้เกิดความปลอดภยัในสถานที่ ท างานให้เป็ นไปตามแนวทางที่โครงการวางไว้ และต้องรับผิดชอบในการท าให้พนักงานมีความปลอดภัยในการท างาน ภายใต้การดูแลของผู้จัดการด้วย พนกังานแต่ละคนตอ้งมีความรับผิดชอบในการกระทา ของตนเองและปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับทางด้านความ ปลอดภัยในการท างาน หากพบเห็นการกระท าหรือสถานการณ์ที่ไม่ปลอดภยัควรมีการรายงานถึงผูบ้งัคบับญัชา สถานที่ ท างานที่มีความปลอดภัยเป็ นเป้าหมายของทุก ๆ คน การมีส่วนร่วมและความเชื่อมนั่เท่าน้นัที่จะทา ใหค้วามปลอดภยัท้งัหลายเกิดเป็น ผลสา เร็จ บริษทัเอส.ดี. เอน็จิเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชนั่จา กดั
2 สารบัญ เรื่อง หน้า กา หนดนโยบายความปลอดภยัและสุขภาพอนามยัในการทา งาน 3 ความร่วมมือกนัเพื่อสุขภาพและความปลอดภยันโยบาย 4 ประกาศ นโยบายความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการท างาน 5 การรักษาความปลอดภยัแผนผงัหน่วยงานการรักษาความปลอดภยัและหนา้ที่ความรับผดิชอบ 6 บทบาทและหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ด้านความปลอดภัย 7 แผนงานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการท างาน 10 การใช้เครื่องจักรกลเคลื่อนที่ 12 การท างานเกี่ยวกบัเสาเขม็ 13 การเตรียมหลุมฐานราก 14 นงั่ร้าน 15 การท างานบนที่สูง 16 ป้ันจนั่หอสูง 17 รถเครนแบบเคลื่อนที่ 18 การเคลื่อนย้ายวัสดุ 19 การตดัและการเชื่อมดว้ยก๊าซ 20 การเชื่อมด้วยไฟฟ้า 21 เครื่องมือที่ใช้แรงดันลม 22 การ์ดป้องกนัและอปุกรณ์ความปลอดภยั 23 การใช้เครื่องมือ 24 การจราจรภายในเขตก่อสร้าง 25 การตรวจสอบความปลอดภัยในการท างานก่อสร้าง 26 กา หนดกฎความปลอดภัย ในการท างานก่อสร้าง 27 การรายงานอุบัติเหตุและการสอบสวนวิเคราะห์อุบัติเหตุ 28 ข้ นัตอนการรายงานอบุตัิเหตุ 29 การสอบสวนวิเคราะห์อุบัติเหตุ 30 แบบการรายงานอุบัติเหตุ 32 การรณรงคส์ ่งเสริมความปลอดภยั 33 การปฐมพยาบาล 35 การวางแผนฉุกเฉิน 37 อุปกรณ์ป้องกนัอนัตรายส่วนบุคคลเบ้ ืองตน้ 42 วิธีการใช้ถังดับเพลิง
3 . 1) กําหนดนโยบายความปลอดภัยและสุขภาพอนามัยในการทาํงาน บริษทัเอส.ดี. เอ็นจิเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชนั่จา กดั ได้เล็งเห็นความส าคัญของสุขอนามัยและความปลอดภัย รวมถึงสวสัดิการของผูป้ฏิบตัิงานซ่ึงจะส่งผลให้การทา งานลุล่วงประสบความสา เร็จไดอ้ยา่งดีและเชื่อมนั่วา่ผูร้่วมงานใน โครงการต่างๆที่บริษัทฯด าเนินการ พนักงานทุกหน่วยจะได้ช่วยกนัดา รงรักษามาตรฐานความปลอดภัยให้ดีที่สุด เพื่อ ป้องกนัมิให้เกิดอุบตัิเหตุใดๆในงานก่อสร้างของบริษทัฯ จะดา เนินการตามมาตรการหรือข้นัตอนที่ไดว้างไว้และปฏิบตัิ ทางกฎหมายโดยมีการควบคุมดูแลป้องกนัมิให้เกิดความเสียหายใดๆ ซึ่งจะเป็ นอนัตรายต่อสุขอนามยัและความปลอดภยั ของผปู้ฏิบตัิงานและบุคคลทวั่ ไป วัตถุประสงค์ที่กา หนด เพื่อให้ผูป้ฏิบตัิงานและผูร้ับเหมาช่วงปฏิบตัิตามขอบข่ายงาน ร่วมกบังานส่งเสริมความ ปลอดภัย สุขอนามัยและสวัสดิการที่ได้วางแผนไว้ และดูแลรับผิดชอบเรื่องความปลอดภยัผา่นสายงานของทีมผูจ้ดการงานั ก่อสร้าง โดยจะถือเอาความปลอดภัยเป็ นความรับผิดชอบที่ส าคญัยงิ่ นโยบายเพื่อความปลอดภยัและสุขภาพอนามยัอยภู่ายใตก้ารควบคุมดูแลของบริษทัฯ และผูจ้ดัการโครงการส่วน ต่าง ๆที่บริษัทฯ มอบหมายด าเนินการ
4 ความร่วมม ื อกนัเพ ื่อสุขภาพและความปลอดภัยนโยบาย นโยบายของบริษทัเอส.ดี. เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์คอนสตรัคชนั่จา กดัที่ถือเป็นสิ่งสูงสุดคือการพิจารณาในเรื่อง สุขภาพและความปลอดภัย ภายในขอบเขตของวิธีการด าเนินงานของบริษัทฯ เพราะฉะน้นัสิ่งที่บริษทั ฯ จะปฏิบัติท้งัหมด น้นัก็คือการรับผิดชอบในการป้องกนัการเจ็บป่วยการบาดเจ็บ และความเสียหายต่อทรัพยส์ินของบริษทัฯ และการป้องกนั ทุกๆคน จากการท างานที่มีอันตรายรวมท้งังานที่เกี่ยวกบัสาธารณชนผซู้่ึงอาจจะเขา้มาเกี่ยวขอ้งกบัการปฏิบตัิงาน โดยเฉพาะอยา่งยงิ่เราตอ้งรับผิดชอบในดา้นการบา รุงรักษาและวิธีการจัดระบบการด าเนินการด้านความปลอดภัย เพื่อใหส้อดคลอ้งกบัหนา้ที่โดยทวั่ๆไปของนายจ้างโดยอยภู่ายใตป้ระกาศกระทรวงแรงงาน และสวสัดิการสงัคม ลงวนัที่27 มิถุนายน 2538และข้อบงัคบัที่เป็นพระราชบญัญตัิต่างๆ รวมถึงข้อบังคับที่ผูกพันโดยสัญญา เราจะมีการพัฒนามาตรฐานใน เรื่องของสุขภาพและความปลอดภยัอยา่งต่อเนื่อง และจะปรับปรุงระบบและวิธีการดา เนินการให้อยู่ในระดับสูงสุดตาม ความคาดหมายของบรรดาลูกค้า การประเมินความเสี่ยงต่างๆที่มีส่วนร่วมกบัการดา เนินการและผลของความต้งัใจที่เป็น มาตรฐานการวดัระดบัของการป้องกนัภยัจะเป็นรูปแบบที่จะเป็นกญุแจไขไปสู่ระบบของการดา เนินการของเรา บุคคลท้ งัหลายที่อยใู่นบริษทั ฯ และรวมไปถึงผรู้ับเหมาช่วงที่เกี่ยวขอ้งกบังานของเราจะตอ้งไดร้ับ การบอกกล่าว ให้รับรู้ถึงนโยบายและระบบการด าเนินการดา้นความปลอดภยัซ่ึงจะตอ้งสอดคลอ้งกบั พระราชบัญญัติ ผูอ้า นวยการโครงการจะตอ้งช้ีแจงรายละเอียดเกี่ยวกบันโยบายและระบบวิธีดา เนินการด้านความปลอดภัยของ บริษัทฯของเราต่อหน่วยงาน ดว้ยจุดประสงคน์ ้ีพวกเขาท้งัหลายจะพฒันาในดา้นความปลอดภยัใหก้บัโครงการโดยตรงและ วิธีด าเนินการต่างๆ ตลอดจนกา หนดข่าวสารที่ตอ้งการสา หรับความส าเร็จของเขาเหล่าน้นัผูจัดการด้านความปลอดภัยของ ้ บริษัทฯจะต้องมีหน้าที่รับผิดชอบในการตรวจสอบความเหมาะสมในการดา เนินงาน และเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวขอ้งกบัสุขภาพ และความปลอดภยัของพนกังานในโครงการอยา่งแทจ้ริงขา้พเจา้จะเป็นผูท้ี่พิจารณาตรวจสอบเพื่อแกไ้ขวิธีการดา เนินการ ตามนโยบายอยา่งนอ้ยที่สุดปีละ1 คร้ังกบัผอู้า นวยการโครงการและผจู้ดัการดา้นความปลอดภยั
5 ประกาศนโยบายความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทํางาน ด้วยบริษทัเอส.ดี. เอน็จิเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชนั่มีความห่วงใยต่อชีวิตและสุขภาพของพนกังานทุกคนดงัน้นั จึงเห็นสมควรให้มีการดา เนินงานด้านความปลอดภยัอาชีวอนามยัและสภาพแวดลอ้ม ควบคู่ไปกับหน้าที่ประจ าของ พนกังานทุกคน จึงกา หนดนโยบายไวด้งัน้ี 1. กา หนดใหค้วามปลอดภยัในการทา งานถือเป็นหนา้ที่รับผิดชอบอนัดบัแรกในการปฏิบตัิงานของพนกังานทุกคน 2. ปฏิบตัิตามกฎหมายขอ้บงัคบัและมาตรฐานที่เกี่ยวขอ้งกบัความปลอดภยัอาชีวอนามยัและสภาพแวดลอ้มในการ ท างาน รวมถึงนโยบายและขอ้กา หนดดา้นความปลอดภยัของลูกคา้อยา่งเคร่งครัด 3. จดัใหม้ีการกา จดัแหล่งอนัตรายและลดความเสี่ยงดา้นอาชีวอนามยัและความปลอดภยัโดยเนน้เชิงรุก 4. สนบัสนุนและส่งเสริมใหม้ีการปรับปรุงสภาพการทา งาน สภาพแวดลอ้ม และวธิีการปฏิบตัิงาน ตลอดจนอุปกรณ์ คุม้ครองความปลอดภยัส่วนบุคคลให้มีความปลอดภยัและดีต่อสุขภาพของพนกังานทุกคน และมีการปรับปรุง อยา่งต่อเนื่อง 5. สนบัสนุนและส่งเสริมให้มีกิจกรรมความปลอดภยัเพื่อช่วยกระตุน้จิตสา นึกดา้นความปลอดภยัของพนกังานท้งั ในงานและนอกงาน 6. จดัใหม้ีการใหค้า ปรึกษาและการมีส่วนร่วมของพนกังาน ผรู้ับเหมาและผูม้ีส่วนไดส้ ่วนเสียดา้นอาชีวอนามยัและ ความปลอดภัย 7. พนกังานทุกคนตอ้งคา นึงถึงความปลอดภยัของตนเอง เพื่อนร่วมงาน ตลอดจนทรัพยส์ินของบริษทัเป็นสา คญั ตลอดเวลาที่ปฏิบัติงาน 8. สนับสนุนทรัพยากรบุคคลและงบประมาณในการบริหารจัดการด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย 9. จัดให้มีการน าผลงานดา้นอาชีวอนามยัและความปลอดภยัเป็นปัจจยัในการประเมินผลงานอยา่งจริงจงั 10. จดัใหม้ีการทบทวนระบบบริหารจดัการอาชีวอนามยัและความปลอดภยัอยา่งต่อเนื่องเป็นประจา ทุกปี บริษทัเอส.ดี. เอน็จิเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชนั่
6 การรักษาความปลอดภัย แผนผังหน่วยงานการรักษาความปลอดภัยและหน้าที่ความรับผิดชอบ หน้าที่ความรับผิดชอบในด้านรักษาความปลอดภัย (รปภ.) 1. จป. ความปลอดภัยระดับวิชาชีพ ควบคุมการบริหารงานความปลอดภัย จัดท าแผนงาน โครงการด้านการรักษา ความปลอดภยัและการปฐมพยาบาลเบ้ืองตน้ 2. เจ้าหน้าที่ปฐมพยาบาลเบ้ืองตน้มีหน้าที่ช่วยเหลือปฐมพยาบาลผูไ้ดร้ับบาดเจ็บจากการทา งานข้นัรุนแรง และ เจ็บป่วยเลก็นอ้ยในเบ้ ืองตน้ก่อนส่งสถานพยาบาลต่อไป 3. หน่วยรักษาความปลอดภยัของบริษทัฯ มีหน้าที่ตรวจตราดูแล ป้องกนัความสูญหายทรัพยส์ินของบริษทัและ ผรู้ับเหมาช่วงภายในบริเวณโครงการ 4. เจา้หนา้ที่รักษาความปลอดภยัมีหนา้ที่เบ้ืองตน้ดงัน้ี 4.1 ห้ามบุคคลภายนอกเขา้บริเวณหน่วยงานก่อสร้างโดยเด็ดขาด ยกเวน้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวขอ้งกับหน่วยงาน ก่อสร้างเท่าน้นั 4.2 ตรวจสอบบุคคลภายนอกที่มาติดต่อหน่วยงานก่อสร้าง 4.3 เปิ ด - ปิด บริเวณหน่วยงานก่อสร้างตามจุดที่ไดรับมอบหมายจากเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยระดับวิชาชีพ ้ 4.4 ดูแลการจอดรถของหน่วยงานก่อสร้างและบุคคลภายนอกที่มาติดต่อหน่วยงานก่อสร้างใหเ้ป็นระเบียบ 4.5 หากพบเห็นสิ่งของภายในหน่วยงานก่อสร้างชา รุดเสียหายใหร้ีบแจง้เจา้หนา้ที่ความปลอดภยัระดบัวชิาชีพ 4.6 คอยตรวจตราเวรยามตลอดเวลาที่ปฏิบตัิหนา้ที่เพื่อป้องกนัทรัพยส์ินของหน่วยงานก่อสร้างสูญหาย, เสียหาย 4.7 มีการเดินตรวจบริเวณที่รับผิดชอบทุกๆ ชวั่โมง 4.8 คอยตรวจตราดูแลความเรียบร้อยทวั่ ไป 4.9 หากพบพนักงานไม่ปฏิบัติตามระเบียบหน่วยงานก่อสร้างให้รายงานต่อเจ้าหน้าที่ความปลอดภยัระดับ วิชาชีพทราบทันที 4.10 หน้าที่อื่น ๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย เจ้าหน้าที่ความปลอดภัย ฯ หน่วยรักษาความปลอดภัย (รปภ.) หน่วยปฐมพยาบาล
7 2) บทบาทและหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ด้านความปลอดภัย หน้าที่รับผดิชอบของผู้ มีหน้าทเี่กยี่วข้องกบัความปลอดภัยในการทาํงานก่อสร้างโครงการ 1. เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการท างานระดับบริหารเช่น ผจู้ดัการโครงการ มีหนา้ที่ต่อไปน้ี -กา กบัดูแลให้เจา้หนา้ที่ความปลอดภยัในการทา งานระดบัพ้ ืนฐาน ระดบัหัวหน้างาน และระดับวิชาชีพ ปฏิบัติ หน้าที่รับผิดชอบให้เป็ นไปตามกฎ ระเบียบ ค าสงั่หรือ มาตรการความปลอดภยัในการทา งาน - ส่งเสริมและสนบัสนุนกิจกรรมดา้นความปลอดภยัในการทา งาน 2. เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการท างานระดับหัวหน้างาน เช่น วิศวกรโครงการ, วิศวกรสนามและหัวหน้าธุรการสนามมี หนา้ที่ดงัน้ี -กา กบัดูแลให้ลูกจา้งในหน่วยงานรับผิดชอบ ปฏิบตัิตามกฎ ระเบียบ คา สั่ งหรือมาตรการความปลอดภยัในการ ท างาน - สอนวธิีการปฏิบตัิงานที่ถูกตอ้งแก่ลูกจา้งในหน่วยงานที่รับผิดชอบ เพื่อใหเ้กิดความปลอดภัยในการท างาน - ตรวจสอบสภาพการท างาน เครื่องจักร เครื่องมือและอุปกรณ์ให้อยู่ในสภาพที่ปลอดภยัก่อนลงมือปฏิบตัิงาน ประจ าวัน - ตรวจสอบหาสาเหตุการประสบอันตราย การเจ็บป่วย หรือการเกิดเหตุเดือนร้อนร าคาญอันเนื่องจากการท างาน ของลูกจ้างร่วมกบัเจา้หนา้ที่ความปลอดภยัในการท างานระดบัพ้ืนฐานหรือระดบัวิชาชีพ และรายงานผลรวมท้งั ขอ้เสนอแนะต่อนายจา้งเพื่อป้องกนัการเกิดเหตุ - ส่งเสริมและสนบัสนุนกิจกรรมดา้นความปลอดภยัในการทา งาน - ปฏิบัติด้านความปลอดภัยในการท างานตามที่เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการท างานระดับบริหารมอบหมาย
8 3. เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการท างานระดบัวชิาชีพ มีหนา้ที่ดงัน้ี - ตรวจสอบและเสนอแนะใหน้ายจา้งปฏิบตัิตามกฎหมายวา่ดว้ยความปลอดภยัอาชีวอนามยัและสภาพแวดลอ้ม ในการท างาน -วิเคราะห์งานเพื่อช้ีบ่งอนัตรายและกา หนดมาตรการการป้องกนัและข้ นัตอนการทา งานอยา่งปลอดภยัเสนอต่อ นายจ้าง - ประเมินความเสี่ยงด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการท างาน -วิเคราะห์แผนงานหรือโครงการและขอ้เสนอแนะของหน่วยงานต่าง ๆ และเสนอแนะมาตรการความปลอดภยั ในการทา งานต่อนายจา้ง - ตรวจประเมินการปฏิบัติงานของสถานประกอบกิจการให้เป็นไปตามแผนงาน โครงการ หรือมาตรการความ ปลอดภัยในการท างาน -แนะนา ใหลู้กจา้งปฏิบตัิตามคู่มือวา่ดว้ยความปลอดภยัอาชีวอนามยัและสภาพแวดลอ้มในการทา งานของสถาน ประกอบกิจการ -แนะน า ฝึ กสอน และอบรมลูกจ้าง เพื่อให้การปฏิบัติงานปลอดจากเหตุอันจะทา ให้เกิดความไม่ปลอดภยัในการ ท างาน - ตรวจวดัและประเมินสภาพแวดลอ้มในการทา งานหรือดา เนินการร่วมกบับุคคล หรือนิติบุคคลที่ข้ึนทะเบียนหรือ ไดร้ับใบอนุญาตตามกฎหมายวา่ดว้ยความปลอดภยัอาชีวอนามยัและสภาพแวดลอ้มในการทา งานหรือกฎหมายที่เกี่ยวขอ้ง - เสนอแนะต่อนายจา้งเพื่อให้มีการจดัการดา้นความปลอดภยัในการทา งานที่เหมาะสมกบัสถานประกอบกิจการ และพฒันาใหม้ีประสิทธิภาพอยา่งต่อเนื่อง - ตรวจสอบหาสาเหตุและวิเคราะห์การประสบอนัตราย การเจ็บป่วย หรือการเกิดเหตุเดือดร้อนร าคาญอัน เนื่องจากการท างานของลูกจ้าง และรายงานผลการตรวจสอบ รวมท้งัเสนอแนะแนวทางการแกไ้ขต่อนายจา้งเพื่อป้องกนั การเกิดเหตุโดยไม่ชกัชา้ -รวบรวมสถิติวเิคราะห์ขอ้มูลและจดัทา รายงานและขอ้เสนอแนะเกี่ยวกบัการประสบอนัตรายการเจ็บป่วย หรือ การเกิดเหตุเดือดร้อนร าคาญอนัเนื่องจากการทา งานของลูกจา้งเสนอต่อนายจา้ง - ให้ความรู้และอบรมดา้นโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่ งแวดลอ้มแก่ลูกจา้งก่อนเขา้ทา งานและระหวา่งทา งาน เพื่อทบทวนความรู้อยา่งนอ้ยปีละคร้ัง - ปฏิบัติงานด้านความปลอดภัยในการท างานอื่นตามที่นายจ้างมอบหมาย
9 4. เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการท างานระดบัพ้ืนฐาน เช่น โฟร์แมน มีหน้าที่ดงัน้ี -แนะน าให้คนงานปฏิบัติตามกฎระเบียบ ค าสงั่หรือมาตรการเกี่ยวกบัความปลอดภยัในการทา งาน - ส ารวจสภาพการท างาน และรายงานความไม่ปลอดภยัตลอดจนเสนอแนะแนวทางการแกไ้ขต่อผบู้งัคบับญัชา -รายงานการเกิดการประสบอนัตรายหรือการเจ็บป่วยอนัเนื่องจากการทา งานของลูกจ้างต่อนายจา้งโดยไม่ชกัชา้ - ส่งเสริมและสนบัสนุนกิจกรรมปลอดภยัในการทา งาน - ปฏิบัติงานด้านความปลอดภัยในการท างานตามที่เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการท างานระดับหัวหน้างาน หรือ ระดับบริหารมอบหมาย 5. พนกังาน มีหนา้ที่รับผิดชอบดงัน้ี - พนักงานทุกคนต้องท างานด้วยความสา นึกถึงความปลอดภยัอยเู่สมอท้งัของตนเองและผอู้ื่น - พนักงานทุกคนต้องรายงานสภาพการท างานที่ไม่ปลอดภยัและอุปกรณ์ป้องกนัที่ชา รุดเสียหายต่อผูบ้งัคบับญัชา หรือผเู้กี่ยวขอ้ง พนกังานทุกคนตอ้งเอาใจใส่และปฏิบัติตามกฎข้อบังคับในการท างานอยา่งปลอดภยัอยเู่สมอ - พนกังานทุกคนตอ้งใหค้วามร่วมมือกบับริษทัฯ เกี่ยวกบัขอ้ปฏิบตัิใหเ้กิดความปลอดภยัในการทา งาน - เมื่อพนกังานมีขอ้คิดเห็นเกี่ยวกบัความปลอดภัยให้เสนอผู้บังคับบัญชาหรือผเู้กี่ยวขอ้ง - พนักงานทุกคนต้องใช้อุปกรณ์ป้องกันภัยที่บริษัทฯ จัดให้และแต่งกายให้รัดกุม เหมาะสมกับงานตลอด ระยะเวลาปฏิบัติงาน - พนกังานทุกคนตอ้งไม่เสี่ยงกบังานที่ไม่เขา้ใจ หรือแน่ใจวา่ทา อยา่งไรจึงจะปลอดภยัตอ้งศึกษางานที่ปฏิบตัิวา่ อาจเกิดอุบตัิเหตุหรืออนัตรายใดที่อาจเกิดข้ึนกบัตนเองหรือผู้อื่น
10 3) แผนงานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทํางาน ผูค้วบคุมงาน หัวหน้างาน คนงานและผูร้ับเหมาช่วง ที่ได้ผ่านการอบรมด้านความปลอดภัยของ โครงการ เรียบร้อยมาแล้ว เข้าท างานครบ 3 เดือน ทางด้านความปลอดภัยในโครงการจะได้เรียก ผู้ควบคุมงาน, หัวหน้างาน, ผู้รับเหมา ช่วง เขา้ฝึกทบทวน เพอื่เพิ่ มทกัษะโดยจะกา หนดวนัเดือน ปีและหวัขอ้การอบรม ดงัน้ี หัวข้อของการอบรมเบื้องต้น ดังนี้ 1. แจ้งนโยบายของโครงการ 2.อุปกรณ์ป้องกนัอนัตรายส่วนบุคคล 3.อุปกรณ์เครื่องจกัรกลต่างๆ ที่เกี่ยวขอ้ง 4.การใชป้้ันจนั่/การใหส้ญัญาณเครน 5. อุปกรณ์ถังดับเพลิง 6.ขอบเขตพ้ืนที่ทา งานในหน่วยงาน 7.กรณีฉุกเฉินในพ้ืนที่เป็นตน้ ผู้ ทาํหน้าทบี่รรยายการทบทวนความปลอดภัย 1.การป้องกนัวสัดุสิ่งของตกหล่นจากที่สูง โดย จป.ระดับวิชาชีพ การป้องกนัอคัคีภยัในหน่วยงาน โดย จป.ระดับวิชาชีพ/และ วิทยากรสนับสนุนจาก ภายนอก 2. การปฐมพยาบาลเบ้ืองตน้ โดย พยาบาลจากโรงพยาบาล การช่วยเหลือผปู้ระสบภยั โดย พยาบาลจากโรงพยาบาล 3. การใช้อุปกรณ์เครื่องมือไฟฟ้า โดย วิศวกรไฟฟ้า เครื่องจักรกล โดย วิศวกรเครื่องจักรกล 4.การซอ้มแผนฉุกเฉินในเขตก่อสร้าง โดย จป.ระดับวิชาชีพ (ซ้อมจริง)
11 4) แผนงานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทํางาน การท างานที่ต้องใช้อุปกรณ์เครื่องมือหรืออุปกรณ์เครื่องจักรกลต่าง ๆ ในหน่วยงานจา เป็นอย่างมากที่ต้องวาง มาตรการป้องกัน เพื่อป้องกันการเกิดอุบตัิเหตุที่อาจเกิดข้ึนได้หากไม่มีการวางมาตรการป้องกนัการทา งานที่ขาดการ วางแผนป้องกนัอาจทา ใหง้านที่กา ลงัดา เนินการอยนู่้นัตอ้งหยดุชะงกัลง ดงัน้นัก่อนเริ่มปฏิบตัิงานตอ้งมีมาตรการป้องกนั ดงัน้ี 1.การเตรียมงานก่อสร้างในดา้นความปลอดภยั ในหน่วยงานเขตก่อสร้างจะจดัใหม้ีเจา้หนา้ที่ความปลอดภัยระดับวิชาชีพประจ าหน่วยงาน อยา่งนอ้ยอยา่งละหน่ึง คน และให้เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยระดับวิชาชีพท างานได้เต็มเวลา 1.1อุปกรณ์คุม้ครองความปลอดภยัส่วนบุคคล ในหน่วยงานเขตก่อสร้างจะจดัซ้ือจดัหาอุปกรณ์ป้องกนัอนัตรายให้คนงานที่ทา งานในเขตก่อสร้าง เพราะอุบัติเหตุพบได้มากไดแ้ก่เศษไม้ตะปู ค้อน อื่น ๆ ตกโดนศีรษะ เพราะไมเ้ศษเล็ก ๆ ก็อาจท าให้ เกิดอุบตัิเหตุได้ 1.2การแต่งกาย นอกจากอุปกรณ์ป้องกนัส่วนบุคคลแลว้การแต่งกายของคนงานก็ควรจะมีการดูแลเอาใจใส่ดว้ย ซ่ึง เขตก่อสร้างมีสิ่งของระเกะระกะ เช่น ค้ า ยนัเศษไม้เศษเหล็ก ฉะน้นัชายหรือหญิงจะตอ้งแต่งกายอยา่ง รัดกมุที่สุดป้องกนัการเกิดอุบตัิเหตุโดยเฉพาะคนงานหญิง จะไม่นุ่งผา้ถุงเป็นอนัขาดจะใส่กางเกงผม ไม่ปล่อยใหย้าวออกจากหมวกนิรภยั 1.3 เขตก่อสร้าง ในหน่วยงานเขตก่อสร้างจะจดัทา แนวร้ัวอยา่งมิดชิด และปิดประกาศ“เขตก่อสร้าง” ห้ามเขา้ก่อน ไดร้ับอนุญาต นอกจากร้ัวเป็นเขตก่อสร้างแลว้หากหน่วยงานอยชู่ ิดกบัถนนหรือทางเดินเทา้จะจัดท า ให้มีหลังคากันวสัดุที่อาจตกหล่นลงมาถูกผูเ้ดินผ่านไปมา หลงัคาน้ันต้องแข็งแรงอย่างเพียงพอที่ ป้องกนัและในเขตก่อสร้าง หากมีผเู้ขา้เยยี่มชมจะมีเจา้หนา้ที่รับผิดชอบเป็นผูน าชม เพื่อค ้ วามปลอดภัย ในระหวา่งอยในู่ เขตสร้าง 1.4 กฎความปลอดภัยและการควบคุมการท างานต่างๆ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุในโครงการ ก่อสร้างมีดงัน้ี
12 4.1 การใช้เครื่องจักรกลเคลื่อนที่ เครื่องจักรกลที่ใช้ในงานก่อสร้างมีอยู่ด้วยกันหลายประเภทหลายชนิด ซ่ึงแต่ละประเภทแต่ละชนิด มีขีด ความสามารถและความเหมาะสมกบัการใชง้านแต่ละอย่างไป ดงัน้ัน ผู้ด าเนินการก่อสร้างนอกจากจะต้องรู้จักเลือกใช้ ประเภทชนิดและขนาดของเครื่องจกัรกลใหเ้หมาะสมกบัสภาพงานน้นั 1. รถขุดตักแบบเข้าหาตัวรถ - ผขู้บัขี่รถขดุตกัจะตอ้งเป็นผทู้ี่มีใบอนุญาตขบัขี่และมีความชา นาญเกี่ยวกบัการทา งานอยา่งดี - ก่อนเริ่มท างานตอ้งตรวจอุปกรณ์เครื่องยนตใ์หเ้รียบร้อยก่อนเริ่มติดเครื่องยนต์ - ตรวจสอบห้องควบคุมเครื่องยนตต์ ่าง ๆ ใหม้ีความพร้อม การควบคุมเพื่อป้องกนัไม่ให้เกดิอุบัตเิหตุ 1. หา้มปีนป่ายเครื่องจกัรกลขณะมีการปฏิบตัิงานอยู่ 2. ตรวจสอบบริเวณที่จะท าการขดุวา่มีสารพิษ หรือติดไฟหรือไม่ 3.ถา้ขดุลึกเกินกวา่1.20 เมตร ตอ้งพิจารณาจดัใหม้ีบนัไดและผนงักนัดินพงั 4.ถ้ามีสายไฟใตด้ิน ให้ตดัสะพานไฟหยุดจ่ายกระแสไฟฟ้าชั่ วคราว และติดป้ายการหยุดจ่ายกระแสไฟฟ้าให้ ทราบด้วย 5.ถา้มีท่อใตด้ิน ใหท้า เครื่องหมายบอกต าแหน่งที่ต้ งัใหเ้รียบร้อย 6.ถา้พบวา่เครื่องจกัรกลชา รุดเสียหายใหด้า เนินการช่วยใหเ้รียบร้อยจึงจะนา กลบัมาใชง้าน
13 4.2 การทํางานเกี่ยวกับเสาเข็ม การตอกเสาเข็มส่วนมาก มกักระทา ดว้ยความประมาทนับต้งัแต่การปีนไต่ตามตวัเครื่องตอกเสาเข็ม ที่ไม่มีสิ่ง อา นวยความปลอดภยัการที่ไม่มีวสัดุรองรับการกระแทกของดา้ม เช่น ใชค้นงานสอดแผ่นไม้กระดานในขณะที่ปล่อยตุม้ ซึ่งอาจท าใหค้นงานเสี่ยงต่อนิ้ วขาดได้ 2.1ก่อนเริ่มท างานใช้เครื่องตอกเสาเข็ม จะต้องตรวจสอบสภาพของตัวเครื่องตอกเสาเข็ม เพราะ สภาพตัวเครื่อง ตอกเสาเขม็บางตวัเก่ าหรือสภาพเครื่องตอกกา ลงัไม่พอนา มาใชง้านอาจเป็นอนัตรายต่อ บุคคลและทรัพยส์ิน 2.2 การตอกเสาเข็มจมดินลงไป 2 เมตรเป็นร้อยตน้จะมีรูทวั่ ไปในบริเวณที่ตอกเสาเข็มถา้ไม่มีการกลบหรือปิด เสียทันที่อาจท าให้แข้งขาหักได้ โดยเฉพาะถ้ามีเด็กๆเข้ามาเล่นจะตอ้งไม่อนุญาตใหเ้ขา้มาเล่นอยา่งเด็ดขาด 2.3การลากเสาเข็มและการยกเสาเข็ม เขา้ที่ตอกก็มีอนัตรายไม่น้อยเช่นกนัเพราะคนงานบางคนประมาทข้ึนยืน บนเสาเข็มให้เครื่องตอกเสาเข็มยกข้ึน เพื่อเป็นการประหยดัเวลาปืนข้ึน ขณะมีการลากเสาเข็มหรือยกเสาห้ามข้ึนยืนอยา่ง เด็ดขาด 2.4ขณะตอกเสาเขม็คนงานตอ้งสวมอุปกรณ์ป้องกนัส่วนบุคคลป้องกนัวสัดุตกหล่นได้ การควบคุมเพื่อป้องกนัไม่ให้เกดิอุบัตเิหตุ 1.ก่อนน าเครื่องตอกเสาเข็มมาใช้งาน ต้องรับการตรวจสอบสภาพของเครื่องตอกเสาเข็มให้มีสภาพไม่คดงอของ โครงเหล็ก 2.รูของเสาเขม็ที่ตอกแลว้ตอ้งจดัหาไมม้าปิดป้องกนัการเกิดอุบตัิเหตุข้ึนอีกได้ 3. หา้มพนกังานหรือคนงาน ข้ึนไปยนืบนเสาเขม็อยา่งเด็ดขาด 4. ก่อนทา งาน ต้องสวมอุปกรณ์ป้องกนัอนัตรายส่วนบุคคล
14 4.3 การเตรียมหลุมฐานราก การขดุดินเพื่อเตรียมงานหลุมฐานรากของงานก่อสร้างเป็นงานที่มีความสา คญัอยา่งมากที่ตอ้งใหค้วามเอาใจใส่ ของการท างาน หากไม่มีการควบคุมการขุดเตรียมอาจท าใหง้านในส่วนน้นัตอ้งเสียเวลาไปอยา่งมาก 3.1 การขุดหลุมฐานราก ถ้ามีความลึกของการขุดจะต้องตอก sheet pile ท้งัสี่ดา้นป้องกนัดินทลายลงมาทับคนงาน 3.2 บริเวณปากหลุมฐานรากจะตอ้งมีแนวอาณาเขตก้นัอยา่งชดัเจนท้งัสี่ดา้น 3.3ระหวา่งที่ทา งานน้นัจะตอ้งคอยมีผใู้หส้ญัญาณเตือนแก่ผขู้บัขี่ทราบ 3.4แสงสวา่งขณะขดุหลุมตอนกลางคืน ตอ้งมีแสงสวา่งในบริเวณที่ทา งานอยา่งเพียงพอ การควบคุมเพื่อป้องกนัไม่ให้เกดิอุบัตเิหตุ 1. ตอ้งทราบการขดุหลุมฐานรากจะขดุลึกกี่เมตรและตอ้งตอกsheet pile ให้เรียบร้อย 2. สภาพดินที่ปากบ่อจะตอ้งใหห้ ่างจากปากบ่อ1-2 เมตร ป้องกนัดินทลายทบ ั 3. ต้องมีการควบคุมการให้สัญญาณเตือนขณะรถท างานอยอู่ยา่งใกลช้ิด 4. การท างานกลางคืน ตอ้งจดัแสงสวา่งอยา่งเพียงพอหากไม่มีหา้มทา
15 4.4 นั่งร้าน การติดต้ งันงั่ร้านในเขตก่อสร้างมีความจา เป็นอยา่งมาก ที่ตอ้งการนงั่ร้านใชง้านในที่สูงๆ และที่แคบ ๆ เมื่อมีการ ติดต้งันั่ งร้านสูงต้งัแต่2 เมตรข้ึนไป จะตอ้งมีวิศวกรออกแบบกา หนด การรับรอง การควบคุมน้า หนักได้โดยการติดต้งั นงั่ร้านตอ้งดา เนินการตามกฎหมายคุม้ครองเกี่ยวกบันงั่ร้าน ดงัน้ี 4.1 นงั่ร้านทุกตวัตอ้งมีรากฐานมนั่คง โครงนงั่ร้านจะตอ้งต้งัให้ไดฉ้ากกบัพ้ืนห้ามนา ถงัเปล่ามาใช้เป็ นฐานหรือ ช่วยรองฐานของนงั่ร้าน เพราะไม่มนั่คงเพียงพอ พ้ ืนรองรับขาต้ งัเสานงั่ร้านและขอ้ต่อต่าง ๆ ตอ้งอยใู่นสภาพมนั่คงแข็งแรง ไม่โยกขณะปฏิบตัิงานระยะระหวา่งขาต้ งัเสานงั่ร้าน ตอ้งห่างไม่เกิน 3 เมตร 4.2 ชิ้ นส่วนของนงั่ร้าน หรือพ้ืนไมต้อ้งมีสภาพดีไม่ชา รุดเสียหายและจะยื่นโผล่จากโครงสร้าง ไม่เกิน 20 ซม. และไม่นอ้ยกวา่15 ซม. ปลายชิ้ นส่วนนงั่ร้านที่โผล่ตอ้งพนด้วยเทปพลาสติก ั หรือหุ้มยางปิ ดของส่วนที่มีคม 4.3ถา้นงั่ร้านสูงกวา่2.00 เมตร ตอ้งมีราวจบัอยสูู่งกวา่พ้ืนนงั่ร้าน ไม่ต่า กวา่90 ซม. ไม่เกิน 110 ซม.และตอ้งมี ราวกนัตกอยสูู่งระหวา่งพ้ืนนงั่ร้านประมาณ 45 ซม.และมีแผน่ก้นัเทา้หรือกนัของตก สูง15 ซม.รอบพ้ ืนนงั่ร้าน 4.4แผ่นไมพ้าดนงั่ร้าน ให้ใชไ้มเ้น้ือแข็งหน้าตดัอยา่งนอ้ย 15 x 2.5 ซม. ตอ้งเรียงติดกนัผูกมดัมนั่คงอยา่งนอ้ย 2-3แผน่ การควบคุมเพื่อป้องกนัไม่ให้เกดิอุบัตเิหตุ 1. นงั่ร้านในงานก่อสร้าง ตอ้งไดร้ับการตรวจสอบก่อนอนุญาตเขา้ทา งาน และต้องมีการตรวจเช็คทุกวันหรือทุก สัปดาห์ 2. นงั่ร้านที่ติดต้ งัแลว้หา้มมีการเปลี่ยนแปลงส่วนใดส่วนหน่ึงก่อนไดร้ับอนุญาตจากวศิวกรหรือหัวหนา้ระดับสูง ผเู้กี่ยวขอ้ง 3. นงั่ร้านไม่ปลอดภยัตอ้งติดป้ายอนัตราย“นงั่ร้านยงัไม่สมบูรณ์” 4. หา้มทิ้ งวสัดุหรือเครื่องมือลงจากนงั่ร้านโดยเด็ดขาด
16 4.5 การทํางานบนทสีู่ง การก่อสร้างอาคารที่สูง ๆ น้นัการเกิดอุบตัิเหตุจากการทา งานบนที่สูง มกัจะพบเห็นบ่อยคร้ังอาทิเช่น เศษวสดุั ตกหล่นถูกคนงานดว้ยกนัหรือการวางวสัดุสิ่ งของโดยไม่มีการจดัเก็บอยา่งเรียบร้อยหรือการท างานจากความประมาทของ คนงานที่ท างานไม่เตรียมการป้องกนท า ั ให้คนงานเหล่าน้นั พลัดตกลงมาต้องเสียชีวิตก็เป็นจา นวนมาก เพราะหัวหน้างาน หรือผูค้วบคุมงาน ไม่มีคา แนะน าให้แก่คนงานข้ึนท างานบนที่สูง เหตุการณ์เหล่าน้ีจะไม่เกิดข้ึนอยา่งเด็ดขาด เพื่อให้การ ท างานของคนงานเข้าใจและการปฏิบัติงานตามกฎ ข้อบังคับด้านความปลอดภัย 1. เมื่อมีการท างานบนที่สูง พนักงานจะต้องใช้เข็มขัดนิรภัย หรือสายรัดตัวนิรภัย และต้องดูแล บ ารุงรักษาให้อยู่ ในสภาพดีอยเู่สมอ 2. ตอ้งจดัเชือกช่วยชีวติ ในกรณีที่ไม่มีที่เกาะเกี่ยวที่มนั่คง เพื่อที่จะเกาะเกี่ยวเขม็ขดันิรภยั 3.ไม่ควรโยนสิ่งของ, เครื่องมือ หรืออุปกรณ์ต่าง ๆ ลงจากที่สูง 4. หากรู้สึกวา่ ไม่สบายใหแ้จง้ผบู้งัคบับญัชาไม่ควรข้ึนทา งานบนที่สูง 5. หา้มใชน้งั่ร้านที่ไม่ปลอดภยัข้ึนทา งานบนที่สูง 6.ผใู้ชต้อ้งตรวจสอบใหแ้น่ใจวา่ที่กนัของตกอยใู่นสภาพที่มนั่คงท้ งัสี่ดา้นของพ้ืนที่บนนงั่ร้าน การควบคุมเพื่อป้องกนัไม่ให้เกดิอุบัตเิหตุ 1. หา้มเสพสุราข้ึนทา งานบนที่สูง 2. สุขภาพร่างกายไม่พร้อม ใหแ้จง้ต่อผบู้งัคบับญัชา 3. ต้องปฏิบัติตามกฎขอ้บงัคบัเกี่ยวกบัการทา งานบนที่สูงอยา่งเคร่งครัด 4. ต้องได้รับค าสงั่จากผคู้วบคุมงานหรือหวัหนา้งานเท่าน้นัที่จะข้ึนทา งานบนที่สูง 5. ตอ้งสวมเขม็ขดันิรภยัและเกาะเกี่ยวโครงสร้างทุกคร้ัง
17 4.6 ป้ันจั่นหอสูง ป้ันจนั่เป็นเครื่องจกัรที่ใชใ้นการยกและยา้ยของหนกัภายในหน่วยงานก่อสร้างทวั่ ไป การทา งานของป้ันจนั่จะ ผา่นทางสลิง ซ่ึงทา ดว้ยลวดเลก็ๆ คดัสานเป็นโครง ตวัป้ันจนั่เองมีโครงสร้างเป็นเหลก็เพื่อใหส้ามารถรับน้ า หนักหรือภาระ ได้ตามการออกแบบ และจะต้องรู้การท างานที่ปลอดภัย คือ 1.รู้น้ า หนกัของของที่จะยกและไม่ยกเกินที่เครื่องจกัรสามารถรากไดใ้นระยะน้นัๆ 2. รู้รัศมีการยกของและย้ายของให้ดูต าแหน่งที่ห่างจากตวัป้ันจนั่มากที่สุดในการประเมินความสามารถเครื่องจักร 3. ใช้รัศมีของแขนในต าแหน่งที่ใกลต้วัป้ันจนั่ที่สูง 4. ตอ้งทราบและปฏิบตัิตามแผนภาพความสามารถในการยกของป้ันจนั่ 5. หา้มการเริ่มหรือการหยดุยกแบบทนัทีทนั ใดหรือขบัแบบกระแทกกระชาก 6.การยกของตอ้งยกในแนวดิ่ ง ใหร้อกตะขอตรงกบัศูนยก์ลางของน้ า หนกัที่ยกและตรงกบักลางแขนของเครน 7.การปรับใหป้้ันจนมีเสถียรภาพมากที่สุดและได้ดี ั่ การควบคุมเพื่อป้องกนัไม่ให้เกดิอุบัตเิหตุ 1. ตอ้งรีบรายงานด่วนต่อผบู้งัคบับญัชา เมื่อพบเห็นชิ้ นส่วนที่สึกหรอ 2. ตรวจสอบสลิงอุปกรณ์ที่เกี่ยวขอ้งรอก, คว้าน 3. ตรวจสอบความหลวมของน็อต สลัก รอยเชื่อมและรอยสึกหรอของตัวโครงสร้าง 4. ตรวจสอบการรั่ วซึมของสายไฮดรอลิก 5. เมื่อเกิดพายแุรง หา้มใชป้้ันจนั่ยกของ 6. หา้มคนขบั ป้ันจนั่ทา งานนอกเหนือค าสงั่ 7. ป้ันจนั่ตอ้งไดร้ับตรวจสอบจากวศิวกรเครื่องจกัรกลทุกๆ 3 เดือน 8. ห้ามท างานใกลก้บัไฟฟ้าแรงสูงที่อาจเป็นอนัตรายได้ 9. ตรวจเช็คตามแบบใบตรวจเช็คประจ าวัน
18 4.7 รถเครนแบบเคลื่อนที่ ในการก่อสร้าง มีความจา เป็นอยา่งมากที่ตอ้งใชร้ถเครน ซ่ึงรถเครนเหล่าน้ีกจ็ะมีแบบและขนาดที่แตกต่างกนั ฉะน้นัการใชง้านของรถเครนชนิดเคลื่อนที่ที่ผรู้ับผิดชอบและผปู้ฏิบตัิงานควรจะมีความรู้คือ 1. สลิงของรถเครน 2. สวติชค์วบคุมระบบต่าง ๆ 3. ระบบไฮโดรลิก 4. น้ า หนกัการยกของรถเครน 5. ตอ้งทราบน้ า หนกัของวสัดุสิ่ งของที่จะยก 6. ห้ามท างานใกลก้บัไฟฟ้าแรงสูงหรือใกลก้บัสายไฟฟ้า 7. ผู้ควบคุมเครน จะต้องเป็ นผู้มีความช านาญงาน การควบคุมเพื่อป้องกนัไม่ให้เกดิอุบัตเิหตุ 1. ผู้ขบัเครน จะตอ้งไม่ลงจากเครนในขณะติดเครื่องยนตแ์ละการยดึบูมอยู่ 2. ตอ้งตรวจสอบสภาพของสลิงทุกวนัก่อนมีการยกวสัดุ 3. ตอ้งหมนั่ตรวจตราระบบควบคุมสวติชบ์นหนา้ปัทมข์องหอ้งควบคุม 4. ตอ้งหมนั่ตรวจสอบระบบไฮโดรลิกของขาหยงั่และบูมเครน 5. หา้มยกวสัดุสิ่งของเกินน้ า หนักของเครน 6. หา้มฝ่าฝืนการใหส้ญัญาณการยกวสัดุสิ่ งของ 7. หา้มยกวสัดุสิ่งของโดยไม่มีเชือกผกูมดัวสัดุป้องกนัวสัดุโยกไปมา 8. หากต้องการท างานใกลก้บัไฟฟ้าแรงสูงหรือใกลก้บัสายไฟฟ้าจะตอ้งเตรียมแผนการล่วงหนา้กบัการไฟฟ้า เสียก่อน
19 4.8 การเคลื่อนย้ายวสัดุ การเคลื่อนยา้ยวสัดุในเขตก่อสร้าง มีอนัตรายอยา่งมากหากไม่มีการวางแผนของการทา งานอยา่งรัดกุม เพราะการ ใชเ้ครื่องจกัรกลเคลื่อนยา้ยวสัดุอุบตัิเหตุน้นัอาจเกิดข้ึนไดท้นัที รถบรรทุก ที่มีตวัเครนติดต้ งัอยบู่นตวัโครงรถบรรทุกเป็นรถที่ออกแบบข้ึนเอง การใช้งานในที่เรียบสามารถ เคลื่อนที่และยา้ยไปในที่ต่าง ๆ ไดร้วดเร็ว รถบรรทุกคอเลอร์เครน เป็นเครื่องจกัรกลชนิดป้ันจนั่ติดต้ งับนรถตีนตะขาบ เพื่อใหส้ามารถเคลื่อนที่ไดใ้นที่ลุ่ม แต่ความเร็วในการเคลื่อนที่จะต่า การเคลื่อนยา้ยไปในที่ต่างๆ จะตอ้งใชร้ถเทเลอร์ใน การเคลื่อนย้าย การควบคุมเพื่อป้องกนัไม่ให้เกดิอุบัตเิหตุ 1.การยกวสัดุหรือการเคลื่อนยา้ยตอ้งแจง้หวัหนา้งานที่มีคนงานอยใู่นบริเวณน้นั ใหห้ลบจากรถบรรทุก ที่มีการ เคลื่อนยา้ยสิ่งของต่าง ๆ เป็นการป้องกนัอนัตราย 2. การเคลื่อนยา้ย หา้มยกสิ่งของขา้มศีรษะของคนงานหรือมีคนท างานโดยเด็ดขาด 3. ตรวจสอบสลิงของเครื่องจกักลที่จะเขา้ไปยกวสัดุน้นัมีความเรียบร้อยหรือไม่ 4. ตรวจสอบสภาพทางเสน้ทางที่จะเขา้ไปยกวสัดุหรือการเคลื่อนยา้ยมีสภาพปลอดภยัหรือไม่
20 4.9 การตัดและการเชื่อมด้วยก๊าซ เป็ นนโยบายของบริษัท ที่อนุญาตใหผ้ทู้ี่มีคุณวฒุิเท่าน้นัที่จะทา การเชื่อมหรือตดัดว้ยก๊าซเพื่อความปลอดภัยของผู้ ปฏิบตัิและสิ่งโดยร่วม วิธีปฏิบัติอย่างปลอดภัย 1. เพื่อป้องกนัออกซิเจนและก๊าซหรือไฟยอ้นกลบัของหวัเชื่อมตอ้งติดต้ งัวาวลป์ ้องกนัที่ชุดสายเชื่อม 2. วาลว์ป้องกนัไฟยอ้นกลบัเขา้ถงั ใหต้ิดต้ งัที่เกยว์ดัที่ต่อเขา้กบัถงั 3. ห้ามใช้ไม้ขีดหรือไฟแช็ค จุดหัวเชื่อม ต้องใช้ชุดจุดประกายไฟเฉพาะ 4. ถังอะเซทีลิน ตอ้งวางในแนวต้ งัตลอดเวลาไม่วา่จะอยรู่ะหวา่งการขนยา้ยจดัเก็บหรือขณะที่ใชง้าน 5. หา้มเก็บถังอะเซทีลินไว้ในสถานที่อับอากาศ 6. ถังอะเซทีลิน ตอ้งจดัเก็บในลกัษณะที่มนั่คงเพื่อป้องกนัถงัลม้เช่น ยดึหรือผกูติดกบัที่เก็บถัง 7. หา้มบีบหรือพบัสายเพื่อหยดุทางเดินของก๊าซเด็ดขาด เพราะจะเป็นอนัตราย 8. ตอ้งสวมอุปกรณ์ป้องกนัอนัตรายส่วนบุคคลใหเ้หมาะสมกบัลกัษณะที่ทา ถ้าสงสัยให้ปรึกษากบผู้ควบคุมงาน ั 9. ตอ้งใส่ฝาครอบถงัออกซิเจนและถังอะเซทีลินทุกคร้ัง เมื่อไม่อยรู่ะหวา่งการใชง้าน การควบคุมเพื่อป้องกนัไม่ให้เกดิอุบัตเิหตุ 1. ตอ้งตรวจเชค็อุปกรณ์ที่ใชง้านใหม้ีความปลอดภยัก่อนนา มาใช้งาน 2. ตอ้งใชอุ้ปกรณ์เฉพาะงานน้นัๆ อยา่งถูกตอ้งตามขอ้แนะน าของผลิต 3. ตอ้งติดต้ งัอุปกรณ์หรือถงัลมถงัก๊าซใหต้้ งัตรงและผกูมดัอยา่งมนั่คง 4. หา้มสูบบุหรี่ขณะติดต้ งัหรือเปิดก๊าซลมอยา่งเด็ดขาด
21 4.10 การเชื่อมด้วยไฟฟ้า เป็ นอปุกรณ์เครื่องเชื่อมตามขนาดต่างๆ ที่มีความจา เป็นกบัโครงการอยา่งต่อเนื่องการใชง้านของเครื่องเชื่อม ไฟฟ้า ตอ้งมีวธิีการปฏิบตัิอยา่งปลอดภยั วิธีปฏิบัติอย่างปลอดภัย 1. ต้องเป็ นผู้ที่ได้รับอนุญาตให้ท างานเกี่ยวกบังานเชื่อมเท่าน้นั 2.อุปกรณ์ขอ้ต่อส่วนต่างๆ ของตเู้ชื่อม ตอ้งยดึแน่นและมีฉนวนเพอื่ป้องกนัอนัตราย 3. ตอ้งถอดปลกั๊ ตู้เชื่อมจากแหล่งจ่ายกระแสไฟฟ้าก่อนที่จะทา การต่อของงานเชื่อม 4. สายไฟเชื่อมและตวันา กระแสไฟฟ้าตอ้งมีการป้องกนัและมีฉนวนป้องกนัอุบตัิเหตุเนื่องจากการชา รุดเสียหาย กระแสไฟฟ้าลัดวงจร 5. สายไฟเชื่อมที่ยาวเกินไปจะทา ใหก้ระแสไฟฟ้าตกและจะเป็นสาเหตุใหก้ระแสไฟฟ้าไม่มีพอสา หรับงานเชื่อม และสายไฟเชื่อมที่มีขนาดเลก็จะเกิดความร้อนจดั 6.อยา่เชื่อมชิ้ นงานที่ใกลก้บัถงัอะเซทีลินหรือถงัก๊าซ และสารเคมีต่างๆ ที่ติดไฟง่าย 7. ขณะท างานเชื่อมหรือการเปลี่ยนลวดเชื่อม จะต้องสวมถุงมือหนัง ถุงมือเปี ยก ๆ อาจเป็ นอันตรายได้ 8. งานเชื่อมส่วนต่าง ๆ ตอ้งมีอากาศถ่ายเทไดอ้ยา่งดีและสะอาด 9. ต้องท าฉากป้องกนั ประกายไฟหรือฉากป้องกนัรังสีเชื่อมใหก้บัคนงานที่ทา งานอยใู่กล้ๆ 10. ต้องตรวจสอบสถานที่เข้าไปท างานมีอะไรที่อนัตรายต่อส่วนรวม การควบคุมเพื่อป้องกนัไม่ให้เกดิอุบัตเิหตุ 1. ตรวจสอบถังเชื่อม ให้มีความปลอดภยัก่อนนา ใชง้าน 2. อุปกรณ์สายเชื่อม จะต้องได้ขนาดมาตรฐานความปลอดภัย 3. ตรวจสอบสถานที่ท างาน มีอนัตรายต่อส่วนรวมหรือสารเคมีใด ๆ 4. ต้องเชื่อฟังผู้ควบคุม หัวหน้างาน เจ้าหน้าที่ความปลอดภัย
22 4.11 เครื่องมือที่ใช้แรงดันลม วิธีปฏิบัติอย่างปลอดภัย 1. ต้องประเมินงานที่จะท าแลว้เลือกเครื่องมือใหเ้หมาะสมกบัลกัษณะงานที่ทา 2. ตอ้งหมนั่ตรวจสอบ ถอดและทา ความสะอาดเครื่องมืออยา่งสม่า เสมอ 3. อยา่หนั ปลายท่อขบัแรงลมเขา้สู่ส่วนหน่ึงส่วนใดของร่างกาย 4. จงใช้ความระมัดระวัง ขณะที่ใช้เครื่องยิงตะปูและเครื่องเย็บที่ใช้แรงดันลม 5. อยา่ ใชแ้รงลมในการทา ความสะอาดเส้ือผา้ผมหรือมือ 6. สวมอุปกรณ์ป้องกนัส่วนบุคคล ตามความเหมาะสม การควบคุมเพื่อป้องกนัไม่ให้เกดิอุบัตเิหตุ 1. ตอ้งผา่นการตรวจเช็คอุปกรณ์โดยผชู้า นาญงาน 2. ตอ้งสวมอุปกรณ์ป้องกนัส่วนบุคคลตามขอ้กา หนดความปลอดภัย 3. ตอ้งจดัเก็บเศษวสัดุต่างๆในพ้ืนที่ทา งานอยา่งต่อเนื่อง
23 4.12 การ์ดป้องกนัและอุปกรณ์ความปลอดภัย วิธีปฏิบัติอย่างปลอดภัย 1. เครื่องจกัรที่ใชใ้นงานก่อสร้างที่ใชแ้รงขบัในตวัยกเวน้รถบริการขนาดเลก็รถบรรทุกเลก็และ ป้ันจนั่ชนิด สายพาน ตอ้งติดต้ งัแตรถอยเป็นเสียงดงัต่อเนื่องขณะมีการถอย 2. พ้ืนที่ทา งานบริเวณทางเดินต้องติดต้ งัวสัดุกนัลื่นและมีราวจับท้ งั2ขา้ง เพื่อความปลอดภยัในการข้ึน-ลง 3. หา้มถอดการ์ดป้องกนัเครื่องใชเ้พื่อป้องกนัความปลอดภัย 4. เครื่องจักรตอ้งมีอปุกรณ์ป้องกนัอนัตรายอื่นๆ ส าหรับผคู้วบคุมเครื่องจกัรไวอ้ยา่งเหมาะสม การควบคุมเพื่อป้องกนัไม่ให้เกดิอุบัตเิหตุ 1. เครื่องจกัรต่าง ๆ ที่ใชง้านก่อสร้างตอ้งมีการ์ดป้องกนั ใหอ้ยา่งเหมาะสม 2. ต้องได้รับอนุญาตจากผู้ควบคุม หัวหน้างาน ผจู้ดัการโครงการอนุญาตก่อน
24 4.13 การใช้เครื่องมือ นโยบายของบริษทัใหใ้ชเ้ครื่องมือที่เหมาะสมกบัลกัษณะของงานและเครื่องมือตอ้งอยใู่นสภาพที่ปลอดภัยขณะ ท างาน วิธีปฏิบัติงานอย่างปลอดภัย 1. อยา่ ใชเ้ครื่องมือผิดประเภท ตอ้งใชเ้ครื่องมือใหถู้กกบัลกัษณะของงาน 2. เครื่องมือทุกชนิดต้องได้รับการตรวจสอบและบ ารุงรักษาเป็ นประจ า 3. ตรวจสอบ คอ้น อีเตอร์และพลวั่หารอยแตกหรือเส้ียนตรงดา้มจบั 4. สิ่วเหลก็หมาย หรือเหลก็ส่งหวับานตอ้งทา การลบัหรือตกแต่งใหม่ทนัที 5. ต้องเช็คท าความสะอาดเครื่องมือที่สกปรกเปียกเป้ ือนจารบีหรือลื่นจากสาเหตุอื่น ๆ 6. มือตอ้งไม่เป้ือนน้ า มันและจารบี 7. อยา่ทิ้ งเครื่องมือไวบ้นทางเดิน บนัได หรือในที่สูง 8. เครื่องมือที่ใช้คมต้องลับให้คมเสมอ 9. หลงัเสร็จงานเพื่อความปลอดภยัของตนเองและผอู้ื่นตอ้งจดัเก็บเครื่องมือใหถูกต้อง ้ การควบคุมเพื่อป้องกนัไม่ให้เกดิอุบัตเิหตุ 1. เครื่องมือต้องมีสภาพเรียบร้อยและปลอดภัย 2. ตอ้งหมนั่ตรวจสอบอยเู่ป็นประจา ของใช้งาน
25 4.14 การจราจรภายในเขตก่อสร้าง การจราจรภายในหน่วยงานก่อสร้าง ตอ้งมีมาตรการควบคุมผขู้บัขี่ตอ้งมีความระมดัระวงัขณะอยภู่ายในหน่วยงาน หากไม่มีการควบคุมอุบตัิเหตุต่าง ๆ มกัเกิดข้ึนไดท้า ให้งานก่อสร้างตอ้งล่าชา้ โดยไม่มีเหตุอนัควร ฉะน้นัเป็นการป้องกนั อนัตรายจากการขบัขี่รถยนตจ์ะตอ้งปฏิบตัิตามดงัน้ี 1. อนุญาตให้เฉพาะผู้มีใบอนุญาตขับขี่ถูกต้องสามารถขับขี่รถเขตก่อสร้าง 2.จา กดัความเร็วในเขตก่อสร้างที่20กม./ชม.และใหเ้คารพกฎที่ปรากฏบนป้ายจราจร 3.ไม่อนุญาตใหข้บัขี่รถที่หวาดเสียว ซ่ึงก่อใหเ้กิดอนัตรายได้ 4. ผู้ขับขี่รถจะต้องปฏิบัติตามกฎอยา่งเคร่งครัด ขอ้บงัคบัและป้ายเตือนต่างๆ 5. ห้ามจอดรถขวางเส้นทางผู้อื่น 6.กฎระเบียบวา่การจราจรทวั่ ไปใชบ้งัคบัในเขตก่อสร้าง การควบคุมเพื่อป้องกนัไม่ให้เกดิอุบัตเิหตุ 1. ผู้ขับขี่จะตอ้งไม่เสพสุราขณะขบัรถยนต์ 2.ผขู้บัขี่ไม่ขบัรถยนตด์ว้ยความเร็วที่กา หนด 3. ผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบข้อบังคับ 4. ต้องตรวจสอบสภาพรถยนต์ ให้มีความปลอดภัย 5. รถยนต์ทุกคัน ต้องมี พรบ. คุ้มครอง
26 5) การตรวจสอบความปลอดภัยในการทํางานก่อสร้าง การตรวจสอบความปลอดภัย เป็ นการตรวจสอบมาตรฐานของกิจกรรมดา้นความปลอดภยัในการท างาน กิจกรรม เดียว หรือหลายกิจกรรมก็ได้ซ่ึงกิจกรรมดงักล่าวมีหลายเรื่องดว้ยกนัเช่น การบริหารความปลอดภัยการด าเนินงานความ ปลอดภัย การอบรมและจูงใจ การสอบสวนอุบัติเหตุและการวิเคราะห์ ถา้จะเปรียบเทียบการตรวจความปลอดภัยกับการตรวจสอบความปลอดภยัแลว้จะเห็นได้ว่าการตรวจความ ปลอดภัยเป็ นเรื่องรายละเอียดของการตรวจสภาพการท างาน แต่การตรวจสอบความปลอดภยัน้ันเป็นการประเมินว่า ประสิทธิภาพของการตรวจสภาพในการท างานในแต่ละเรื่องน้นั มีปัญหาหรืออุปสรรคเรื่องใด เช่น ตรวจสอบวา่ ใครเป็น ผู้ท าการตรวจมีความรู้ความสามารถหรือไม่ตรวจสัปดาห์ละคร้ังไดผ้ลประการใด ความส าคัญของการตรวจสอบความ ปลอดภัย เมื่อเทียบกบัเกณฑม์าตรฐานความปลอดภยัแลว้จะเกิดประโยชน์ดงัน้ี 1. ท าให้ทราบผลส าเร็จของการดา เนินงานในภาพรวมวา่อยใู่นเกณฑด์ีมากนอ้ยเพียงใด 2. เพื่อที่จะได้ทราบว่างานความปลอดภยัท้ังระบบที่ควรดา เนินการภายในสถานประกอบการน้ัน ทางสถาน ประกอบการ ได้ด าเนินการไปในเรื่องใด ขาดตกบกพร่องในเรื่องใด 3. ใช้ส าหรับเฝ้าระวังดูความกา้วหนา้ของงาน หรือการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดข้ึนในช่วงเวลาการดา เนินการ เพื่อ หาขอ้บกพร่องก่อนถึงเวลาสิ้ นสุดของการดา เนินการเพื่อประโยชน์ใน การปรับปรุงแกไ้ข 4. การตรวจสอบความปลอดภยัท้งัระบบน้ีจะเป็นหน้าที่หลักของเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยประจ าหน่วยงาน โครงการ และรายงานเสนอแนะข้อปรับปรุงให้ที่ประชุมคณะกรรมการ ความปลอดภัยอาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมใน การท างานประจ าเดือน
27 6) กําหนดกฎความปลอดภัย ในการทํางานก่อสร้าง 1. หวัหนา้งาน หรือพนกังาน คนงาน ผรู้ับเหมาช่วง ตอ้งผา่นการอบรมความปลอดภยัและนโยบายความปลอดภยั 2. ตอ้งสวมหมวกนิรภยัตลอดเวลาที่อยใู่นเขตก่อสร้าง 3. สวมใส่รองเทา้นิรภยัหรือรองเทา้บู๊ทยาง หรือรองเทา้หุม้ สน้ ห้ามสวมรองเท้าแตะเด็ดขาด 4. สวมใส่แวน่ตาป้องกนัสะเก็ดเขา้ตาขณะทา งานเชื่อม, งานเจียร์หรืองานสกดัคอนกรีต 5. สวมเครื่องกรองจมูก เมื่อท างานที่มีฝุ่ น หรือ อากาศเสีย 6. สวมใส่ถุงมือเมื่อทา งานเสี่ยงอนัตรายที่เกิดข้ึน เช่น ตดัเหลก็, ยกเหล็ก, งานผูกสลิง 7. สวมเครื่องป้องกนัเสียง เมื่อทา งานที่มีเสียงดงัจนเกินไป 8. คาดเข็มขัดนิรภัย เมื่อท างานบนที่สูง 9. สวมใส่เส้ือผา้ที่รัดกมุไม่ปล่อยชายเส้ือออกนอกกางเกงและหา้มสวมกางเกงขาส้นั ในเขตก่อสร้าง 10. หา้มดื่มสุรา เสพยาเสพติด ของมึนเมาและหา้มเลน่การพนนัทุกชนิดในหน่วยงานก่อสร้าง อยา่งเด็ดขาด 11. หา้มหยอกลอ้เลน่กนั ในขณะปฏิบตัิงาน ซ่ึงอาจทา ใหเ้กิดอุบตัิเหตุได้ 12. หา้มโดยสารไปกบัรถเครน และเครื่องจกัรทุกชนิดในไซต์งาน 13. ห้ามน าเด็กเล็กเขา้มาในพ้ืนที่ทา งานก่อสร้างโดยเดด็ขาด 14. หา้มหลบันอนหรือนอนเล่นในสถานที่ทา งาน 15. ห้ามให้ใช้ลมเป่ าตัว เพื่อปัดฝุ่ นหรือท าความสะอาดร่างกาย 16. ห้ามท างานที่มีประกายไฟ งานเชื่อม,งานตดัทุกชนิดโดยไม่มีถงัดบัเพลิง ในพ้ืนที่ทา งานโดยเด็ดขาด 17. เพื่อความปลอดภยัตอ้งจดัเกบ็กองวสัดุอุปกรณ์ใหเ้ป็นระเบียบเรียบร้อย 18.ก่อนการทา งานทุกคร้ังจะตอ้งตรวจสอบอปุกรณ์เครื่องมือเครื่องทุ่นแรงวธิีการทา งานเพื่อใหม้นั่ใจวา่ ปลอดภัยในการท างานทุกคร้ัง 19. ต้องปฏิบัติตามค าสงั่ของผบู้งัคบับญัชาอยา่งเคร่งครัด
28 7)การรายงานอบุัติเหตุและการสอบสวนวเิคราะห ์ อบุัติเหตุ ในการท างานของงานก่อสร้างการเกิดอุบตัิเหตุจะเกิดข้ึนอยเู่ป็นประจ าไม่วา่อุบตัิเหตุน้นัจะเป็นอุบตัิเหตุแบบใดก็ ตาม ในส่วนน้ีจะกล่าวถึงการเขียนรายงาน ของอบุตัิเหตขุ้ นัไม่รุนแรง วิธีการเขียนรายงาน 1. หวัหนา้งาน ตอ้งรีบไปที่เกิดเหตุสอบถามเหตุการณ์ที่เกิดข้ึน จากผพู้บเห็นเหตุการณ์ และเข้าระงับเหตุ 2. หวัหนา้งาน ตอ้งเขียนแผนที่และถ่ายรูปภาพที่ของที่เกิดเหตุรวบรวมขอ้มูลเสนอผบู้งัคบับญัชาทราบ และจป. ระดับวิชาชีพ 3. จป.ระดบัวชิาชีพ รวบรวมเอกสารเกิดอุบตัิเหตุสรุปผลของการรายงานให้คณะกรรมการความปลอดภยัในการ ท างาน พร้อมติดป้ายประกาศใหผ้เู้กี่ยวขอ้งทราบ
29 ข้ันตอนการรายงานอุบัติเหตุ แผนฉุกเฉินข้ันตอนการดําเนินการ/แจ้งเหตุ/รายงานกรณเีกดิอุบัติเหตุขณะปฏิบัติงาน ‘ คนเจ็บ แจ้งหัวหน้างาน น าผู้บาดเจ็บไปยังห้องพยาบาล เพื่อวิเคราะห์การบาดเจ็บ แจ้ง จป. ท ารายงานการ สอบสวนอุบัติเหตุ แจ้งเรื่องน าเข้าวาระการประชุม บาดเจ็บเล็กน้อย บาดเจ็บมาก PM ท าแผล ส่งโรงพยาบาล ผู้พบเห็น -ร่วมกนัวเิคราะห์สาเหตุและกา หนดวธิีการ ป้องกนัและแกไ้ขเพื่อไม่ใหเ้กิดเหตุซ้ า เขียนใบนา ตวัส่งรพ.
30 การสอบสวนวเิคราะห์อุบัติเหตุ เมื่อมีการเกิดอุบตัิเหตุต่างๆในขณะท างาน ไม่วา่อุบตัิเหตุที่เกิดข้ึนจะเป็นข้นัเล็กนอ้ยหรือข้ นัรุนแรง จะตอ้งมีการ สอบสวนสาเหตุเกิดอุบตัิเหตุหากปล่อยใหผ้า่นไปจะก่อใหเ้กิดอุบตัิเหตุซ้ า ๆอยา่งน้ีอยตู่ลอดไป การสอบสวนอุบตัิเหตุเป็นส่วนหน่ึงในเรื่องความปลอดภัย เพราะการสอบสวนอุบัติเหตุน้นัส่วนนอ้ยคร้ังที่จะหา สาเหตุที่แท้จริงท าใหเ้กิดอุบตัิเหตุได้การสอบสวนอุบตัิเหตุสามารถทา ได้โดย 1.อธิบายวา่เกิดอะไรข้ึน 2. สาเหตุที่เกิดข้ึน 3.การตดัสินใจต่อความเสี่ยง 4. พฒันาการควบคุม และการปรับปรุงแกไ้ข 5. การคน้หาแนวโนม้ที่อาจเกิดข้ึน 6.แจง้ผเู้กี่ยวขอ้งทราบ การเกิดอบุตัิเหตุ การเกดิอุบัตเิหตุหน้าทกี่ารสอบสวน 1. ผู้ควบคุมงาน / หัวหน้างาน ตอ้งมีหน้าที่รับผิดชอบต่องานที่ตนไดร้ับมอบหมายกบัตอ้งดูแลผูใ้ตบ้งัคบับญัชาดงัน้ันการเกิดอุบตัิเหตุกบั ผู้ใต้บังคับบัญชากบัการสูญเสียต่อทรัพยส์ินและเครื่องมือจนเป็นผลทา ให้เกิดการบาดเจ็บ เจ็บป่วยหยดุงาน ผูบ้งัคบับญัชา ต้องท าการสอบสวน 2. ผู้บริหารระดับกลางผู้ควบคุมงาน (วิศวกรสนาม,วิศวกรโครงการ) - ตอ้งเป็นผมู้ีส่วนร่วมในการสอบสวนอุบตัิเหตุ - ตอ้งเป็นแกนนา ในการเรียกหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวขอ้งในเหตุการณ์เขา้ร่วมสอบสวน อุบตัิเหตุ -แนวทางการแกไ้ขและการป้องกนัอุบตัิเหตุจากการสอบสวน บางคร้ังตอ้งไดร้ับการอนุมตัิให้ดา เนินการหรือ อนุมัติงบประมาณจากผู้บริหารระดับสูง (จัดการโครงการ) 3. จป.ระดับวิชาชีพ การสอบสวนจ าเป็ นต้องไดร้ับความร่วมมือจากบุคคลที่มีความชา นาญ เฉพาะเรื่อง
31 การจัดสรรเวลาในการสอบสวนอุบัติเหตุ เมื่อพบวา่มีอุบตัิเหตุเกิดข้ึน จะตอ้งมีการสอบสวนอุบตัิเหตุน้นัๆ เวลาที่ใชใ้นการสอบสวนเป็น สิ่งจา เป็น เพราะ นนั่หมายถึงการเสียเวลาทา งานกบัค่าใชจ้่ายต่างๆ ถา้การสอบสวนไม่ดีก็จะทา ให้การสอบสวนน้นั ไร้ความหมาย ข้ันตอนการสอบสวนอุบัตเิหตุ อุบตัิเหตุที่เกิดข้ึนในแต่ละคร้ัง ตอ้งรีบดา เนินการในเรื่องของการช่วยเหลือผูบ้าดเจ็บ การป้องกนัอุบัติเหตุที่จะ เกิดข้ึนซ้ า เช่น ไฟไหม้หรือการระเบิด การตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุการณ์ การสอบสวนผู้รู้เห็นเหตุการณ์การตรวจสอบ อุปกรณ์และเก็บบนัทึกการวิเคราะห์สาเหตุที่เกิดข้ึน การเขียนรายงาน ป้องกนัและการแกไ้ขและการนา พนักงานกลบั เข้าท าานตามปกติ 1. เมื่อเกิดอุบตัิเหตุหรือเหตุการณ์ผิดปกติข้ึน หัวหนา้ผูค้วบคุมงานและหัวหนา้งานจะตอ้งไปที่เกิดเหตุทนัทีเพื่อ ควบคุมสถานการณ์เช่น ใหค้า แนะนา ช่วยเหลือผปู้ระสบเหตุแจง้ผูท้ี่ไม่เกี่ยวขอ้งออกนอกบริเวณที่เกิดเหตุแจง้ผูค้วบคุม ภาวะฉุกเฉิน ถา้เหตุการณ์รุนแรงมากข้ึนแจง้การอพยพ การประเมินค่าความสูญเสียและรายงานใหผ้เู้กี่ยวขอ้งทราบ 2. เก็บรวบรวมขอ้มูลที่เกี่ยวขอ้ง มีอะไรเกิดข้ึน ใครเป็นผูรู้้เห็นเหตุการณ์อุปกรณ์เครื่องมือเครื่องจักร หรือผู้ใด ไดร้ับผลจากเหตุการณ์น้ัน อะไรคือสิ่งที่ไม่ควรเกิด อะไรคือสิ่งที่อาจทา ให้เกิดความสูญเสียหรือเสียหายอะไรคือสิ่งที่ จา เป็นที่ควรจะรู้เกี่ยวกบัขอ้มูลการฝึกอบรม การซ่อมแซม การบา รุงรักษา และอื่นๆได้บันทึกไว้ 3. วิเคราะห์สาเหตุที่ส าคญัตอ้งพิจารณาความเสียหายหรือการบาดเจ็บ วา่เกิดจากการกระทา หรือสภาพการณ์ที่ไม่ ปลอดภยั ปัจจัยในงาน ปัจจัยด้านบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์น้ันรวมไปถึงการวิเคราะห์เพื่อหาสาเหตุซ่ึงพอจะ สันนิษฐานไดว้า่อะไรคือสิ่งที่ทา ใหเ้กิดอุบตัิเหตุ 4. พฒันาและหามาตรการป้องกนัและแกไ้ขเพื่อป้องกนัมิใหเ้กิดเหตุการณ์ในทา นองเดียวกนัหรือเกิดซ้ า เช่น การ หกหรือรั่ วของสารเคมีมีความจ าเป็ นต้องรีบท าความสะอาดพ้ืนทันทีงานที่ได้รับคา สั่ งให้แก้ไข ควรจะมีการบันทึก ขอ้แนะนา ที่จา เป็นในการพฒันาและแกไ้ขเช่น ด้านวิศวกรรม หรือการสับเปลี่ยนต าแหน่งงาน 5. การพิจารณา ตรวจสอบ และข้อแนะน า ผลการสอบทุกคร้ังควรไดร้ับการพิจารณาจากผูบ้ริหารระดบัสูงกวา่ข้ึน ไป เพื่อพิจารณาปัญหาที่พบ และวิธีการแกไขในการสอบสวน โดยเสริมข้อแนะน าเพิ่ มเติม และวิเคราะห์ด้านความ บกพร่องของความปลอดภัยอันจะมีผลท าใหเ้กิดอุบตัิเหตุ 6. ติดตามผลการป้องกนัแกไ้ขอย่างมีประสิทธิภาพ การละเลยหรือไม่ติดตามการป้องกนัและแกไ้ขอุบตัิเหตุที่ เกิดข้ึนจากผลการสอบสวน อาจทา ใหอุ้บตัิเหตุมีแนวโนม้ที่จะเกิดข้ึนไดอ้ีกและผลการสอบสวนก็จะไม่มีความหมาย
32 แบบการรายงานอบุัติเหตุ
33 8) การรณรงค์ส่งเสริมความปลอดภัย เพื่อเป็ นแรงจูงใจ และการโน้มน้าวให้พนักงานตลอดจนผู้รับเหมาช่วง ไดม้ีกา ลงัใจต่อความปลอดภยักบัการช้ี ภาพเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดข้ึนตามแต่ละสถานที่ที่มีเหตุการณ์เกิดข้ึนมาเป็นแรงจูงใจให้ร่วมมือปฏิบัติและจะเป็นการ เสริมสร้างความรู้ทัศนคติด้านความปลอดภัยเป็ นการสร้างจุดสนใจในการรับรู้กบัเป็นการลดความรุนแรงของการบาดเจ็บ จากการประสบอันตรายจากการท างานหรือการน าสื่อต่าง ๆ มา ประกอบภาพช้ีทางของด้านความปลอดภัยให้มี ประสิทธิภาพอยา่งมาก ตวัอยา่ง เช่น 1. การจดัประชุมอบรมชีแ้นะ ช่วงเช้า (Morning Talk) -โดยช่วงเชา้ของทุก ๆ วนัก่อนเริ่มท างานพนกังานและคนงานทุกท่าน ตอ้งเขา้แถวร่วมกิจกรรม -ก่อนทา งาน ตอ้งออกกายบริหารร่างกาย10 นาที -วิศวกร/ หวัหนา้งาน /โฟร์แมน ผเู้กี่ยวขอ้ง /จป.ระดบัวชิาชีพ 2. การจัดกิจกรรมความร่วมมือ -การท าความสะอาดในหน่วยงานหลงัเลิกงาน ก่อน 30 นาที -จัดท ารายชื่อผเู้ขา้ข่ายการป้องกนัอนัตรายและการสวมอุปกรณ์ป้องกนัส่วนบุคคลอยา่งสม่า เสมอ -การมอบรางวัลของผู้ปฏิบัติความปลอดภัย ตามกฎระเบียบและการไม่ฝ่าฝืน 3. จัดทําป้ายประชาสัมพันธ์ของความปลอดภัย - นา สื่อสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวขอ้งการเกิดอุบตัิเหตตุ่างๆเป็ นสื่อให้เห็น -จัดท าป้ายสถิติการเกิดอุบตัิเหตุและการสูญเสีย - เป้าหมาย “ความปลอดภัย” 4. กิจกรรม 5 ส. การทํา5 ส. คืออะไร 5 ส. คือการปรับปรุงสภาพการท างานใหเ้กิดประสิทธิภาพในการทา งานความ ปลอดภัยและคุณภาพ ของงานโดยยอ่มาจาก
34 o สะสาง o สะดวก o สะอาด o สุขลักษณะ o สร้างนิสัย ความสําคัญของ 5 ส. 1. 5 ส. เป็ นหลักเบ้ืองตน้เพื่อสร้างใหห้น่วยงานมีความปลอดภยัน่าอยแู่ละถูกสุขลักษณะ 2. 5 ส. มีความเกี่ยวขอ้งอยา่งลึกซ้ึงกบัการผลิต 3.5 ส. มีความเกี่ยวขอ้งกบัความเชื่อถือของลูกคา้ 4.5 ส. เกี่ยวขอ้งกบัการประหยดัทรัพยากร 5.5 ส. เกี่ยวขอ้งกบั ปัญหามลภาวะการทา กิจกรรม 5 ส ไดด้ีน้นัพนกังานทุกคนตอ้งทา อยา่งจริงจงั ความหมายของ 5 ส. สะสาง แยกสิ่งที่ไม่จา เป็นออกจากสิ่งที่จา เป็นและจา กดัสิ่งที่ไม่ดี สะดวก แบ่งกลุ่มสิ่ งที่จา เป็นตอ้งใชง้าน และเก็บในที่ๆ หยบิใชไ้ดง้่าย สะอาด กา จดัสิ่งสกปรกออก สุขลักษณะ สถานที่ท างานสะอาด ที่ท างานน่าทา งาน สร้างนิสัย ด าเนินการให้เป็ นนิสัย
35 9) การปฐมพยาบาล การปฐมพยาบาลคือการช่วยเหลือผูบ้าดเจ็บเบ้ืองตน้ก่อนที่จะนา ส่งแพทยห์รือโรงพยาบาลเพื่อป้องกนัมิให้เกิด อนัตรายจนถึงพิการหรือเสียชีวิตไปโดยไม่สมควร หน่วยงานก่อสร้างจึงตอ้งมีห้องปฐมพยาบาล ส าหรับการรักษาแก่ พนกังานคนงาน อยา่งถกูตอ้งตามหลกัการโดยตอ้งจดัหาอุปกรณ์เครื่องมือที่เกี่ยวกบัการรักษา ดงัน้ี 1. ห้องปฐมพยาบาล 2. สายยางรัดห้ามเลือด 3. กรรไกร 4. ส าลี ผ้าเช็ดแผล, ผ้าพันแผล, ผ้ายางพลาสเตอร์ 5. ถ้วยตวงยา 6. ถ้วยล้างตา 7. หลอดหยดตา 8.ถว้ยน้ า 9. ที่ป้ายตา 10. เข็มกลัด 11. ปากคีมปลายคู่ 12. ปรอทวัดไข้ 13.ยาแดงใส่แผล, ยาเหลือใส่แผล, ทิงเจอร์ไอโอดิน 14. แอลกอฮอล์เอธิลบริสุทธ์ิ70% 15.ยาแกไ้ฟไหมน้้ า ร้อนลวก 16. น้ า กรดบอริดล้างตา 17.ยาแกไ้ข้ตวัร้อน 18.ยาธาตุน้ า ขาว 19.ยาธาตุน้ า แดง 20. วาสลินขาว 21. ทิงเจอร์ฝิ่นการบูร
36 ในหน่วยงานก่อสร้าง จะมีเจา้หนา้ที่ปฐมพยาบาลเบ้ืองตน้ที่ไดร้ับการอบรมเรื่องการปฐมพยาบาลมาเป็นอยา่งดี และช านาญประจ าอยา่งนอ้ย1คนเพื่อการปฐมพยาบาลข้นัตน้ยานพาหนะ 1คนัพร้อมที่จะส่งคนงานที่ไดร้ับบาดเจ็บข้นั รุนแรงนา ส่งโรงพยาบาลอยา่งเร่งด่วน หลักสําคัญในการปฐมพยาบาล มีดงัต่อไปน้ีคือ 1. เมื่อพบเห็นผูบ้าดเจ็บ ควรดูให้แน่นอนว่าผูป้่วยมีเลือดออกหรือไม่ออกจากที่ใดบ้าง มีความรุนแรงของ บาดแผลแค่ไหน ถา้มีเลือดออกควรทา การห้ามเลือดเป็ นอันดับแรก 2.ถา้ผูป้่วยไม่มีเลือดออกให้ตรวจดูว่าร่างกายอบอุ่นหรือไม่ถา้ร่างกายเยน็ช้ืน แสดงว่าผูป้่วยอาจมีอาการช็อค ควรห่มผา้ใหอ้บอุ่น ใหน้อนศีรษะต่า กวา่ลา ตวัเลก็นอ้ย 3.ควรตรวจดูปากของผูป้่วยว่ามีสิ่งอาเจียน หรือสิ่งอื่นใดอุดตนัหรือไม่ถา้มีให้รีบล้วงออกเสียเพื่อมิให้อุดตัน ทางเดินหายใจ หรือมิให้ส าลักเข้าปอด 4. ตรวจดูส่วนต่าง ๆ ของร่างกายว่ามีบาดแผล รอยฟกช้า กระดูกหัก ขอ้เคลื่อนหรือไม่ถา้พบสิ่งผิดปกติให้ ปฏิบตัิการปฐมพยาบาลแลว้แต่กรณีเช่น ปิดบาดแผลเขา้เฝือกชวั่คราวเป็นตน้ 5. ตรวจดูให้แน่ว่าผูป้่วยหายใจขดัหรือหยุดหายใจหรือไม่ถา้หยุดหายใจให้รีบทา การผายปอด และตรวจคล า ชีพจรของเสน้เลือดใหญ่บริเวณลา คอวา่ยงัเตน้เป็นจงัหวะหรือไม่ถา้คลา ชีพจรไม่พบหรือเบามาก ให้จัดการนวดหัวใจด้วย วิธีกดหนา้อกต่อไป 6. ไม่ควรเคลื่อนยา้ยผูป้่วยโดยไม่จา เป็น ถา้หากตอ้งการเคลื่อนยา้ยควรทา ให้ถูกวิธีและมีผูช้่วยเหลือหลายคน ช่วยกนั 7. คลายเส้ือผา้ที่รัดร่างกายออก 8.อยา่ ใหค้นมามุงดูเพราะจะท าใหอ้ากาศถ่ายเทไม่สะดวก 9. พยายามปลอบใจผปู้่วยอยา่ ใหต้ื่นเตน้ตกใจอยา่ ใหผ้ ปู้่วยมองเห็นบาดแผลและรอยเลือดของตน 10. ตามแพทยม์าสถานที่เกิดเหตุหรือนา ส่งโรงพยาบาลโดยเร็ว
37 10) การวางแผนฉุกเฉิน การท างานต่างๆ ที่มีพนักงานอยู่มากในหน่วยงานที่ก่อสร้างการจดัทา แผนฉุกเฉิน มีความจ าเป็ นอย่างมากที่ ตอ้งการใหพ้นกังานเกิดความมนั่ใจวา่งานที่ทา อยนู่้นัเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินสามารถปฏิบตัิตามแผนที่กา หนด และช่วยป้องกนั การประสบอนัตรายต่างๆ ไดเ้ป็นอยา่งดี ในกรณีแผนฉุกเฉินที่ต้องมีการอพยพคนงานหรือผเู้กี่ยวขอ้งขณะที่ท างาน มีระดับ ความรุนแรงแตกต่าง 1.ระดบัธรรมดา ที่สามารถควบคุมได้ขณะเกิดเหตุในระยะเวลาไม่มากและสามารถปฏิบตัิไดด้ว้ยทีมงานภายใน ที่ผา่นการอบรมและฝึกฝนใหป้ฏิบตัิ 2. ระดับข้นัรุนแรง ที่ไม่สามารถควบคุมได้ขณะเกิดเหตุในระยะเวลาและขอกา ลงัสนับสนุน ภายนอกจึงได้ กา หนดแผนฉุกเฉินส าหรับปฏิบตัิต่างๆไว้ดงัน้ี 1. เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน เช่น เพลิงไหม้ เป็ นต้น ให้กดสัญญาณแจ้งเหตุเพลิงไหม้หรือวิทยุแจ้งเพลิงไหม้ 2. ใชอุ้ปกรณ์ดบัเพลิงเบ้ืองตน้ดบัเพลิงทนที ั 3. เมื่อเพลิงไหมข้้ นัรุนแรง ติดต่อผเู้กี่ยวขอ้งดา เนินการสงั่การ 4.การอพยพ ออกจากพ้ืนที่เกิดเหตุ 5. รวมพล ณ จุดรวมพล 6. หัวหน้าเช็คยอดพนักงาน 7. หัวหน้างานรายงานผู้ที่มีอ านาจคุมสงั่การทราบ ยอดพนกังานที่ขาดหาย 8.กา ลงัสนบัสนุน จากตา รวจดับเพลิงหน่วยงานราชการ/หน่วยงานพยาบาล-กภู้ยั 9.กองอา นวยการสงั่การชวั่คราว 10. สรุป การเกิดเหตุฉุกเฉิน
38 หน้าทกี่ารรับผดิชอบกรณฉีุกเฉิน ข้ันรุนแรง 1.ผจู้ดัการโครงการเป็นผอู้า นวยการสงั่การแผนฉุกเฉิน และการติดต่อประสานผเู้กี่ยวขอ้งท้งัภายในและภายนอก 2.วศิวกรโครงการเป็นผแู้จง้เหตุการณ์ที่เกิดข้ึนและแจง้เหตุขอกา ลงัสนบัสนุนจากภายนอกพร้อมกบั ประสานการ ติดต่อยงัหน่วยความปลอดภยัโครงการเพื่อเขา้ทา การช่วยเหลือเบ้ ืองตน้ 3.จป.ระดงัวชิาชีพ มีหนา้ที่ช่วยเหลือและเขา้ระงบัเหตุการเกิดเหตุ 4. วิศวกรสนาม มีหน้าที่ควบคุมการสั่ งการให้ชุดช่วยเหลือ และชุดผจญเพลิงเขา้ทา การระงับเหตุก่อนกา ลงั สนับสนุนจากภายนอกเข้ามา 5.วศิวกรสนาม มีหนา้ที่ควบคุมการจดัการจราจรในขณะเกิดเหตุและอา นวยความสะดวก 6. ชุดระงบัเหตุหวัหนา้ควบคุมงานและทีมงาน เขา้ระงบัเหตุที่เกิดข้ึน 7. ชุดช่างไฟฟ้า หวัหนา้ควบคุมงานระบบไฟฟ้าของงานก่อสร้าง จะตอ้งคอยควบคุมไฟฟ้าพ้ืนที่และอา นวยความ สะดวกขณะเกิดเหตุฉุกเฉิน
39 แผนผงัการตอบเหตุฉุกเฉิน กรณไีฟไหม้ ผู้พบเห็นเหตุเพลิงไหม้ ผู้พบเห็นประเมินสถาการณ์วา่ สามารถระงบัเหตุไดด้ว้ยตนเองหรือไม่ แจ้งหัวหน้างาน ผู้อ านวยการเหตุฉุกเฉิน -ใช้แผนปฏิบัติการระงับเหตุเพลง ไหม้ขั้นต้น -แจ้งแผนกความปลอดภัยประสาน กับทุกทีมงาน -แจ้งหน่วยรักษาความปลอดภัย -แจ้งโรงพยาบาลที่ใกล้เคียง -ผู้อ านวยการเหตุฉุกเฉินแจ้งหน่วยงาน ป้องกันและบรรเทาÿาธารณภัยในเขต พื้นที่โครงการระงับเĀตุ ผู้อ านวยการประกาศใช้แผนระงับเĀตุ ฉุกเฉิน และเริ่มใช้แผนอพยพ ด าเนินการดับเพลิงทันที หัวหน้างาน จป. วิชาชีพ ผู้อ านวยการดับเพลิง ที่ปรึกษาโครงการ สามารถระงับเหตุได้ ไม่สามารถระงบัเหตุได้ รายงานผู้บังคับ บัญชาตามล าดับ รายงาน รายงาน รายงาน รายงาน สงั่การ ไม่สามารถระงับเหตุได้ สามารถระงับเหตุได้ จป. วิชาชีพ รายงาน แจ้งยกเลิกการใช้แผนระงับเหตุฉุกเฉิน
40 แผนอพยพหนีไฟ ผอู้า นวยการ หรือผชู้่วยผูอ้า นวยการเหตุฉุกเฉิน สั่ งใชแ้ผนอพยพหนีไฟ ไปยงัจุดรวมพล ประชาสัมพันธ์ ประกาศ พร้อมกดสัญญาณเตือนภยักนัยาว3คร้ัง หัวหน้างานจะถือ (สัญญาณธง) น าบุคลากร ออกจากพ้ ืนที่ปฏิบตัิงานตามช่องทางที่กา หนด หัวหน้างานน าบุคลากรไปยังจุดรวมพล หัวหน้างานตรวจสอบจ านวนพนักงาน หวัหนา้งานแจง้จา นวนพนกังานต่อผูอ้า นวยการ หรือผชู้่วยผอู้า นวยการอพยพหนีไฟ ณ จุดรวมพล ผชู้่วยผอู้า นวยการแจง้ใหพ้นกังาน อยทู่ ี่จุดรวมพลจนกวา่เหตุจะสงบ บงบ น าผู้บาดเจ็บส่ง โรงพยาบาล ผอู้า นวยการสั่ งทีมคน้หาหรือทีม เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเข้าไปค้นหา รายงานผลการค้นหาให้ ผู้อ านวยการทราบ ผู้อ านวยการ ประกาศเลิกใช้แผน อพยพ ยอดครบ ยอดไม่ครบ
41 อุปกรณ์ป้องกนัอันตรายส่วนบุคคลเบื้องต้น
42 วิธีการใช้ถังดับเพลิง โดยใช้หลัก " ดึง-ปลด-กด-ส่าย"