การเคลือ่ นท่ขี องสิ่งมชี ีวิต
ของสตั วไ์ มม่ กี ระดูกสันหลัง
โดย
นายปิยะพงษ์ ปะส่ิงชอบ เลขที่ 2
นางสาวบญุ สิตา วเิ ชียรปัญญา เลขท่ี 35
นางสาวปิยมาส ตรงช่ืน เลขที่ 33
ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 6/1
เสนอ
ครูวันดี อรัญวงศ์
รายงานนเ้ี ปน็ สว่ นหนึง่ ของรายวิชาชวี วทิ ยา 10
ว33250 ภาคเรียนท่ี 1 ปี 2563
โรงเรนี แกลง"วิทยสถาวร"
สตั วไมมีระดูกสันหลังทีอ่ าศยั ในนา้ํ
หมึก
หมึกเปน สตั วก ลุม เดยี วกับหอย
จดั อยใู นไฟลัมมอลลัสกา(mollusca)
หมึกเคลอื่ นทโี่ ดยการหดตัวของกลา มเนอื้ ลาํ ตัว
พนนํ้าออกมาทางทอ ไซฟอน(siphon)
ซง่ึ อยูท างสว นลางของสวนหัวทาํ ใหต วั พงุ ไปขา งหนา
ในทศิ ทางท่ีตรงขามกับทิศทางของนํ้านอกจากนี้
สวนของไซฟอนสามารถเคลื่อนไหวไดทาํ ใหเ กดิ
การเปลย่ี นแปลงทศิ ทางของนํา้ ทพี่ น ออกมาทําให
เกิดการเปลยี่ นแปลงทศิ ทางของการเคล่อื นที่
ดว ยสว นความเร็วนนั้ ขนึ้ กับความแรงของการบีบตัว
ของกลา มเน้อื ลาํ ตัว แลวพน น้าํ ออกมา
หมึกยังมคี รีบอยูท างดานขา งลาํ ตัวชวยในการทรงตวั
ใหห มกึ เคลอ่ื นไปในทศิ ทางทีเ่ หมาะสม
สตั วไ มม ีระดูกสนั หลงั ที่อาศัยในนา้ํ
แมงกระพรนุ
แมงกะพรนุ มีของเหลวที่
เรียกวา มโี ซเกลีย แทรกอยรู ะหวา งเนอ้ื เยื่อช้ันนอก
และเน้ือเยอ่ื ชั้นใน มนี ้าํ เปน องคประกอบสว นใหญ
ของลาํ ตวั แมงกะพรนุ เคลอ่ื นที่โดยการหดตัว
ของเนื้อเยื่อบริเวณขอบกระดิ่งและที่ผนังลําตวั
สลบั กันทําใหพ นนาํ้ ออกมาทางดา นลางสว นตวั
จะพงุ ไปในทศิ ทางตรงขา มกบั ทศิ ทางนา้ํ ที่พน
ออกมาการหดตวั นีจ้ ะเปนจงั หวะทาํ ให
ตวั แมงกะพรุนเคล่ือนไปเปนจังหวะดว ย
สัตวไมมีระดูกสนั หลงั ทอี่ าศัยในน้ํา
ดาวทะเล
ดาวทะเลมรี ะบบการเคล่ือนที่ดว ยระบบทอนา้ํ ระบบทอนํ้า
ประกอบดวย มาดรโี พไรตสโตนแคเนล รงิ แคแนล
เรเดียลแคแนล ทวิ บฟ ท แอมพลู ลา ดาวทะเลเคลอ่ื นท่ี
โดยน้ําเขาสูร ะบบทอนาํ้ ดรโี พไรตแ ละไหลผานทอ วงแหวน
รอบปากเขาสทู อ เรเดียลแคแนลและทิวบฟท
เมื่อกลา มเนอื้ ท่แี อมพูลลาหดตวั ดันนาํ้ ไปยังทวิ บฟ ท
ทวิ บฟ ทจะยืดยาวออก ไปดันกับพื้นท่อี ยดู านลา ง
ทําใหเกดิ การเคลือ่ นที่ เมื่อเคลือ่ นที่ไปแลวกลามเนอ้ื
ของทวิ บฟ ทจะหดตัวทาํ ใหท วิ บฟทสั้นลงดนั น้ํากลบั ไปที่แอม
พลู ลาตามเดิม การยดื หดของทิวบฟ ท
หลายๆครัง้ ตอเนือ่ งกนั ทําใหด าวทะเลเกดิ การเคลื่อนทไ่ี ปได
สัตวไ มมรี ะดกู สันหลงั ทอี่ าศัยบนบก
ไสเ ดอื นดิน
การเคลือ่ นท่ีของไสเดือนเกดิ จากการทาํ งานรวมกัน
ของกลา มเนื้อวงกลม และกลา มเน้อื ตามยาวหดตวั
และคลายตัวเปนระลอกคลืน่ จากทางดา นหนามา
ทางดานหลงั ทาํ ใหเกดิ การเคลอื่ นทไี่ ปทางดา นหนา
ไสเดอื นมกี ลา มเนอื้ 2 ชดุ คือ กลา มเน้ือวงกลมรอบตัว
อยูทางดา นนอก และกลามเนือ้ ตามยาว ตลอดลาํ ตวั
อยูทางดา นใน นอกจากนไ้ี สเดอื นยังใชเดอื ยซง่ึ เปน
โครงสรางเล็ก ๆ ที่ยื่นออกจากผนงั ลําตวั รอบปลอง
ชว ยในการเคล่ือนที่ดวย
สตั วไ มม รี ะดกู สันหลังทอี่ าศัยบนบก
แมลง
แมลง เปนสัตวไ มม ีกระดูกสันหลัง แตแมลงมีโครงรา ง
ภายนอก ซ่งึ เปนสารพวกไคทนิ มลี ักษณะเปนโพรง เกาะกัน
ดว ยขอตอ ซ่งึ เปนเยอื่ ทีง่ อได ขอ ตอขอแรกของขากับลาํ ตวั
เปนขอตอ แบบ บอลแอนดซ อกเก็ต สวนขอตอ แบบอนื่ ๆ
เปน แบบบานพบั การเคล่อื นไหวเกดิ จากทํางานสลบั กนั
ของ กลามเนื้อเฟล็กเซอร และเอก็ เทนเซอรซึ่งเกาะอยู
โพรงไคทนิ นี้ โดยกลา มเนอื้ เฟล็กเซอร ทําหนา ท่ีในการ
งอขาและกลามเนอื้ เอก็ เทนเซอร ทาํ หนา ทใ่ี นการเหยยี ดขา
ซึง่ การทาํ งานเปนแบบแอนทาโกนิซมึ เหมอื นกับคน
แมลงมรี ะบบกลา มเนอ้ื เปน 2 แบบ
1. ระบบกลามเนื้อทีต่ ดิ ตอกับโคนปกโดยตรง
2. ระบบกลา มเนอ้ื ทไี่ มตดิ ตอ กับปก โดยตรง