ขอมลู ท่ัวไปจงั หวัดสมทุ รปราการ
สมุทรปราการเปน จงั หวัดในภาคกลางของประเทศไทย ตงั้ อยรู ิมฝง แมน ํ้าเจาพระยาตอน
ปลายสุดของแมนา้ํ เจา พระยา ลกั ษณะภมู ปิ ระเทศเปนท่ีราบลุมเหมาะแกการเพาะปลูก เชน ทํา
นา ทาํ สวน ทงั้ อยใู กลท ะเลจงึ ทําประมงกนั อยา งกวา งขวาง นอกจากน้ียังมีการทํานาเกลอื การ
ทาํ ฟน จากปา ชายเลน ผลิตผลสว นใหญจ งึ มขี าว มะพราว พืชผลจากสวน เกลือสมทุ ร สัตวน ํ้า
จืด และน้าํ เค็ม อนั ไดแ ก ปลา ปู กงุ หอย เปนตน และเนื่องจากเปน จังหวัดชายทะเล อากาศ
จึงไมร อ นจดั ไมห นาวจดั จนเกินไป
1.อาณาเขตติดตอ
จงั หวดั สมทุ รปราการ มอี าณาเขตตดิ ตอ กับจงั หวัดใกลเคยี ง ดังนี้
ทิศเหนอื ตดิ ตอ กับ กรุงเทพมหานคร
ทิศใต ติดตอกบั อาวไทย
ทศิ ตะวันออก ตดิ ตอ กบั จังหวดั ฉะเชิงเทรา
ทศิ ตะวันตก ตดิ ตอกับ กรุงเทพมหานคร
แผนทจ่ี งั หวัดสมุทรปราการ
2. ทต่ี ้ัง/ขนาด
สมทุ รปราการ เปน จงั หวดั ในภาคกลางของประเทศไทย ตงั้ อยรู มิ ฝง แมน าํ้ เจาพระยา
และเหนอื อา วไทย ระหวางเสน ละตจิ ูด 13ο 36’ 00.5” เหนอื ลองติจูดท่ี 100ο 35’ 51”
ตะวนั ออก มเี นื้อทป่ี ระมาณ1,004.09 ตารางกโิ ลเมตร หรอื ประมาณ 627,557.50 ไร อยูหาง
ออกไปทางทิศตะวนั ออกเฉียงใตข องกรุงเทพมหานคร เปน ระยะทาง 25 กิโลเมตร ตงั้ อยู
ปลายสุดของแมน ํา้ เจา พระยาท้ังสองฝงตวั จังหวดั ต้ังอยูริมนา้ํ ฝงตะวันออก
3. ลกั ษณะภมู ปิ ระเทศ
ลกั ษณะภมู ิประเทศสวนใหญ พ้ืนท่ีเปน ท่ีราบลุมไมม ภี เู ขา มีแมน ้ําเจาพระยา
ไหลผา นกลางแยกพื้นท่ีออกเปนดานตะวนั ตก และดา นตะวันออก มีลําคลองเปน จํานวนมาก
สภาพการใชท ีด่ นิ พบวา พนื้ ทเ่ี กษตรกรรมมีประมาณรอยละ 40 และมีแนวโนมลดนอ ยลง
สว นพน้ื ท่ชี มุ ชนเมอื ง แหลงอตุ สาหกรรมและอนื่ ๆ มีประมาณรอยละ 60
จังหวัดสมุทรปราการ
โดยทั่วไปแลว ลักษณะภูมิประเทศของจงั หวัด สามารถแบง พ้นื ที่ออกไดเ ปน 3 สวนคือ
1. บริเวณรมิ แมน ้ําเจาพระยาท้งั สองฝง ซ่งึ เปนท่ีราบลุม ทง้ั หมด เหมาะสําหรับ
การทาํ นาและทําสวน
2. บรเิ วณตอนใตใกลชายฝง ทะเล นํ้าทะเลทว มถงึ และพ้ืนดนิ จะเคม็ จัดใน
ฤดูแลง โดยมากจะเปน ทร่ี าบลุมเหมาะแกการทาํ ปาจากและปา ฟน (แสม โกงกาง)
3. บริเวณทร่ี าบกวางใหญ ทางตอนเหนือ และตะวนั ออก ซ่งึ จะเปนท่กี วาง
โดยตลอดทําการเพาะปลูกไดด ี เน่อื งจากภูมิประเทศอยตู ดิ ชายทะเลใกลน าํ้ เค็ม จึงตองมี
ประตูน้าํ ชลประทานหลายแหง สาํ หรับกกั กันน้าํ เคม็ และระบายนา้ํ จืดในการทํานา นบั เปน ท่ที ่ี
มีความสําคัญของจังหวัด
4. ภูมอิ ากาศ
จงั หวดั สมทุ รปราการมี 3 ฤดูกาล คอื
1. ฤดูฝน เปนชวงทลี่ มมรสุมตะวนั ตกเฉียงใตพ ดั เขามามีระยะเวลานาน 5 เดือน มฝี น
ตกแผกระจายเปนฤดูทสี่ รา งปญหาแกจงั หวัดสมุทรปราการมากเนอ่ื งจากมพี ้นื ที่ตํา่ อยูสงู กวา
ระดับน้าํ ทะเลเล็กนอ ย ในภาวะปกติบางพืน้ ที่นํ้าทวมขงั อยแู ลว เมือ่ ฝนตกหนกั ประกอบกบั มีน้าํ
จากทางเหนือไหลลงมาทาํ ใหเกดิ นาํ้ ทว มทกุ ป ปรมิ าณฝนตกหนักในชวงเดือนกนั ยายน –
ตลุ าคม ซ่งึ เปน ผลมาจากอทิ ธิพลของรองความกดอากาศต่ํา ทําใหเกดิ การกอ ตวั ของพายใุ ตฝนุ
และพายโุ ซนรอ นในทะเลจนี ใต ปรมิ าณนํ้าฝนเฉลีย่ ตลอดปเ ทา กบั 1,175.72 มลิ ลิเมตร เฉลยี่ ฝน
ตกตอ ป 37 วัน เดอื นตลุ าคมเปน เดอื นซง่ึ มีปริมาณน้ําฝนมากที่สุด และเดือนธันวาคมเปนเดือน
ซ่ึงมีปรมิ าณนา้ํ ฝนนอ ยท่ีสดุ
2. ฤดหู นาว เปนชวงท่ีลมมรสุมตะวนั ออกเฉียงเหนือพดั เขามามีระยะเวลาประมาณ 3
เดือน อุณหภูมลิ ดตํา่ ลงมคี วามกดอากาศสูงปกคลุมทวั่ ทงั้ ภาคกลาง แตเ น่ืองจากสมทุ รปราการ
อยูทางตอนลา งอากาศจึงไมรอ นจัดไมห นาวจดั เพราะมีลมทะเลพัดพาไอนา้ํ จากอาวไทยสู
พน้ื ดิน ชว ยบรรเทาความรอนและความหนาวไดมากจึงเปนชวงท่มี อี ากาศกาํ ลงั สบาย
3. ฤดูรอน เปนชว งระยะเวลาหลงั ลมมรสมุ ตะวันออกเฉียงเหนือ มรี ะยะเวลาประมาณ
3 เดือน คอื จากเดอื นกมุ ภาพันธ – เดือนพฤษภาคม เปน ชว งท่ีกระแสลมจากทะเลจีนใตพัดเขา
มาดวงอาทติ ยเ คล่อื นตัวอยูในซีกโลกภาคเหนือตรงละติจดู ที่ประเทศไทยต้ังอยู ดงั นน้ั อากาศจึง
รอ นมากโดยเฉพาะในวนั ทดี่ วงอาทิตยตั้งฉากกบั จังหวดั สมุทรปราการ
5. การคมนาคม
จงั หวดั สมุทรปราการมกี ารคมนาคมสะดวกทั้งทางบกและทางนํ้า สามารถติดตอ
ไดท ว่ั ถงึ กันทกุ อําเภอตลอดจนจังหวัดใกลเ คียง
การคมนาคมทางบก ถนนทนี่ บั วา สําคัญมี 7 สายคือ
1) ถนนบางนา – ชลบรุ ี เปน ทางไฮเวย เริม่ จากสีแ่ ยกบางนา เขตพระโขนง
กรงุ เทพมหานคร ตดั ไปสจู งั หวัดชลบรุ ี ถนนนี้ผา นสมทุ รปราการในทอ งท่ีอําเภอบางพลี และ
อําเภอบางบอ มีทางแยกจากทางไฮเวยเ ขาสทู ่วี าการอาํ เภอทั้งสอง
2) ถนนสขุ ุมวทิ เปน ทางหลวงแผนดิน เร่ิมตน จากกรุงเทพมหานคร ผาน
สมุทรปราการในทองที่อําเภอเมอื งสมุทรปราการไปสจู งั หวัดใกลเ คยี ง คอื ฉะเชงิ เทรา ชลบุรี
ระยอง จันทบรุ ี และตราด
3) ถนนเทพารกั ษ (สายสาํ โรง – บางพลี) เปนถนนแยกจากถนนสขุ มุ วิท
ที่ตาํ บลสําโรงเหนอื อําเภอเมอื งสมทุ รปราการ ถงึ ตาํ บลบางพลีใหญ อาํ เภอบางพลี และ
ในขณะนีก้ ําลงั กอ สรางเลยไปถึงอําเภอบางบอ ใกลกบั สถานอี นามัยช้ัน 1 เพ่ือจดกับถนนปาน
วถิ ี
4) ถนนปเู จาสมิงพราย (สายสาํ โรง – ทา หนิ ) เปนถนนท่แี ยกจากถนน
สุขมุ วิท ท่ตี าํ บลสาํ โรงเหนอื อําเภอเมอื งสมทุ รปราการ ถงึ ตําบลบางหญา แพรก จดรมิ แมนา้ํ
เจาพระยาตรงขา มที่วา การอําเภอพระประแดง
5) ถนนปานวิถี (สายบางบอ – คลองดา น) เปน ถนนแยกจากถนนสุขุมวทิ ที่
ตาํ บลคลองดาน อาํ เภอบางบอ ถงึ ตาํ บลบางบอ ไปจดฝง คลองตรงขามที่วา การอาํ เภอบางบอ
6) ถนนเพชรหงึ – บางกอบัว เร่ิมตน จากขางทวี่ าการอาํ เภอพระประแดงผา น
ตาํ บลทรงคะนอง ตาํ บลบางยอ ตําบลบางนาํ้ ผ้ึง ตาํ บลบางกระเจากลาง และตําบลบางกอบวั
ไปจดรมิ แมนํ้าเจาพระยา ตรงขามฝง ทา เรอื คลองเตย กรงุ เทพมหานคร
7)ถนนสขุ สวสั ด์ิ (สายดาวคะนอง – ปอ มพระจุลจอมเกลา ) เปนถนนที่
เร่มิ ตนจากวงเวียนใหญ กรงุ เทพมหานคร ผา นอาํ เภอพระประแดง (มีถนนเขา สทู ีว่ าการอาํ เภอ
พระประแดง) ถนนนีไ้ ปสุดทางท่ปี อ มพระจุลจอมเกลา กอนจะถึงปอมมีถนนแยกไปยงั
องคพ ระสมุทรเจดยี รมิ แมน า้ํ เจาพระยา ซ่ึงอยฝู งตรงขามกับศาลากลางจังหวัดสมุทรปราการ
การคมนาคมทางน้ํา จงั หวัดสมุทรปราการนอกจากจะมแี มน้ําเจาพระยาไหลผาน
แลว ยังมลี าํ คลองทว่ั ไปทกุ อําเภอ คลองบางแหงมีนาํ้ ไหลตลอดป แตบางแหง มกั จะแหงหรอื
ต้นื เขนิ ในฤดแู ลง ตองมีการขุดลอกกันเปนคร้ังคราว ลาํ คลองเหลาน้ี นอกจากใหป ระโยชนใ น
การเดินเรอื แลว ก็เปนประโยชนในการสง น้ํา ระบายนํ้าในการเพาะปลกู เปนประจํา แมนาํ้
ลาํ คลองที่นับวาสาํ คญั มี 5 สาย คือ
1) แมน้าํ เจาพระยา ไหลผา นกรุงเทพมหานคร มาออกปากนํ้าเจาพระยาที่
จงั หวัดสมุทรปราการ ผา นอาํ เภอพระประแดง และอาํ เภอเมอื งสมทุ รปราการตามลาํ ดับ ใชเปน
ทางคมนาคมตดิ ตอกับกรุงเทพมหานคร มเี รอื เดนิ สมทุ รขนาดใหญจ ากตางประเทศแลน ผานไป
มาเปน ประจํา โดยแลน ออกจากหรอื แลน ไปจอดที่ทา เรือกรุงเทพฯ (คลองเตย)
แมน ํา้ เจา พระยา คลองสาํ โรง
คลองสาํ โรง เปน คลองท่ขี ุดขึ้นในสมัยกรงุ ศรีอยุธยายาวประมาณ 80
กโิ ลเมตรแยกจากแมน ํา้ เจาพระยาทีต่ ําบลสําโรงใต อําเภอพระประแดง ผานตําบลสําโรงเหนือ
อาํ เภอเมืองสมุทรปราการ ผานตําบลบางแกว ตาํ บลบางพลใี หญ ตําบลบางโฉลง ตําบลศรษี ะ
จระเขใหญ อาํ เภอบางพลี และผา นที่ตําบลบางบอ ไปถึงทา สะอาน อําเภอบางปะกง จังหวดั
ฉะเชงิ เทรา คลองนี้ใชเปน ทางคมนาคมติดตอ กนั ไดท กุ อาํ เภอ ใชประโยชนในการเกษตรและ
การพาณชิ ย
2) คลองสรรพสามิต เปนคลองท่ขี ุดในทองทีอ่ ําเภอเมอื งสมทุ รปราการ แยก
จากแมน้าํ เจาพระยาทตี่ ําบลแหลมฟา ผา ไปยงั ตําบลนาเกลอื แลว ไหลไปออกคลองขนุ ราชพนิ จิ
ในจงั หวดั สมทุ รสาคร เปน คลองที่ขุดเพ่ือชวยเหลือชาวนาเกลอื ใชล ําเลียงเกลือสงไปขาย (ขดุ ใน
สมัยรฐั บาลของหลวงประดษิ ฐม นธู รรม) คลองน้ีใหป ระโยชนใ นการคมนาคมและพาณิชย
คลองสรรพสามติ
3) คลองดา น เปน คลองทแี่ ยกจากคลองสําโรงตรงหนา ทีว่ าการอําเภอบางบอ
ไหลผา นตาํ บลบางเพรียง ตาํ บลคลองดาน ผา นประตูนํ้าชลหารพจิ ิตร (ประตูนาํ้ คลองดาน) ซึ่ง
เปน ที่ตั้งสํานักงานโครงการชลประทาน ตัดผา นถนนสขุ ุมวทิ ลงสูทะเลบรเิ วณอา วไทย คลองน้ี
ใหประโยชนท งั้ การคมนาคมและการเกษตร
4) คลองพระองคเจาไชยานุชติ เปน คลองชลประทานท่ีขดุ ติดตอระหวางคลอง
ประเวศบรุ ีรมยก บั คลองสําโรงทอี่ ําเภอบางบอ ใหประโยชนใ นการคมนาคมและการเกษตร
การคมนาคมในแมน้าํ ลําคลอง สว นมากจะมเี รอื ยนตโ ดยสารและเรือยนตบ รรทุก
สนิ คา ตลอดจนเรือแจว เรือพาย ผานไปมาระหวางตําบล – อาํ เภอ –
จังหวดั เปนประจาํ แตป ระชาชนสวนใหญน ยิ มเดินทางโดยทางบก
เพราะมีถนนทั่วถึงและรวดเรว็ กวา เวนแตป ระชาชนทีอ่ าศัยอยรู มิ แมนา้ํ
หรอื ไปทางถนนไมส ะดวกก็จะอาศยั ทางน้าํ เปนทางคมนาคม
ประวัติจังหวดั สมทุ รปราการ
จงั หวดั สมทุ รปราการ หรอื ท่ีเรียกกันโดยทัว่ ไปวา “เมืองปากนาํ้ ”
เพราะตงั้ อยูปากแมนํ้าเจาพระยาเปนเมอื งสําคญั ทางประวตั ิศาสตรมาตั้งแตสมยั โบราณ เปน
เมืองหนาดา นทางทะเลที่มคี วามสําคัญตลอดมาทกุ ยคุ ทุกสมัย
“ สมทุ ร ” แปลวา “ ทะเล ” และ “ ปราการ ” แปลวา “ กําแพง ”
สมทุ รปราการ แปลวา กาํ แพงชายทะเลหรือกาํ แพงริมทะเล ซงึ่ หมายถงึ เมอื งหนาดาน
ชายทะเลหรือรมิ ทะเลทีม่ กี าํ แพงม่ันคงแข็งแรงสําหรบั ปอ งกนั ขาศึกน่นั เอง นับวาเปนการ
ใหช ่ือเมอื งท่ีถกู ตอ ง และเหมาะสมตามความมุงหมายในการตัง้ เมอื งเปน อยางย่ิง
ประวตั คิ วามเปนมาของเมอื งสมุทรปราการ สลับซบั ซอนสัมพันธก ับ
เมืองพระประแดง (ปจ จุบนั เปนอําเภอพระประแดง ในจงั หวัดสมทุ รปราการ) สมทุ รปราการ
ไดต ั้งขึ้นในสมัยกรงุ ศรอี ยุธยาเปน ราชธานี แตเมอื งพระประแดงเดมิ นนั้ ขอมไดต้งั ข้นึ ในสมัย
ขอมมีอํานาจครอบครองบริเวณลุม แมน้าํ เจาพระยา ซง่ึ สมัยน้ันทะเลยงั ลกึ เขามามากจนจดเขต
ทางใตของกรงุ เทพมหานคร ขอมเรียกวา “ปากนา้ํ พระประแดง” เม่อื ตงั้ เมืองที่ปากนํา้ ก็เรยี กวา
“เมืองพระประแดง” (ตามหลักฐานประวัติศาสตร เชอื่ วา เมอื งพระประแดง ที่ขอมตัง้ นีอ้ ยทู ี่
คลองเตย เขตพระโขนง กรงุ เทพมหานคร ปจ จุบันเปน ท่ที าํ การการทา เรอื แหง ประเทศไทย)
ครน้ั นานมามีแผน ดินงอกออกไป เมืองพระประแดงหา งจากปากนํา้ เขา ทุกที
จงึ มีการโยกยา ยต้งั เมืองปากนาํ้ ขึ้นใหมเพ่ือความเหมาะสมจึงมที ้งั เมอื งสมุทรปราการ และเมอื ง
พระประแดง ในสมัยกรุงศรีอยุธยา คร้นั ถงึ สมยั รตั นโกสินทร ความจําเปนทางการเมืองและ
ความปลอดภัยของประเทศชาติ มีมากขนึ้ จงึ ไดต้งั เมอื งนครเขื่อนขันธข นึ้ (ปจจุบนั เปนอําเภอ
พระประแดง จงั หวดั สมุทรปราการ) จึงกลาวไดว า จงั หวดั สมุทรปราการหรือเมืองปากนาํ้ ใน
ปจจุบันนมี้ ปี ระวัติและอาณาเขตของเมือง 3 เมอื งรวมกนั คอื เมอื งพระประแดง เมืองนคร-
เข่ือนขันธ และเมอื งสมุทรปราการ
สมทุ รปราการในอดีตนับเปน พนั ๆ ปม าแลว นั้น นักปราชญท างประวตั ิศาสตร
และโบราณคดสี ันนษิ ฐานวา บริเวณพื้นทีข่ องจังหวดั นท้ี ้ังหมด
ตง้ั แตป ากอา วไทย จดพื้นท่ที างใตของจังหวัดพระนครศรอี ยุธยา
เปนทะเลทง้ั หมด มเี รือสาํ เภาจนี แลนขึน้ ไปถงึ กรงุ ศรอี ยุธยาได
โดยสะดวกตอ มานาน ๆ เขา บรเิ วณแหลงนี้ตน้ื เขนิ กลายเปน
ทรี่ าบลุมอุดมสมบรู ณ ทง้ั มแี มน้าํ เจาพระยาไหลผานไปออกทะเล
การคมนาคมสะดวก ผคู นจงึ อพยพเขา ไปต้ังหลักแหลง ทาํ มาหากิน
มากขนึ้ โดยลําดบั บริเวณลุมน้ําเจาพระยาท้ังหมดมาจดปากอาวไทย
เปนเขตอาณาจกั ทวาราวดี และชนชาวทวาราวดีในบรเิ วณน้ีสว นมาก
มีเช้ือชาตไิ ทย จากหลักฐานการขดุ คนพบซากโบราณสถาน และพบ
โบราณวัตถุ มตี ะเกียงสัมฤทธขิ์ องชาวโรมนั ทต่ี ําบลพงตึก อาํ เภอทามะกา จงั หวัดกาญจนบุรี
ทาํ ใหส นั นษิ ฐานไดว าบรเิ วณตําบลดงั กลาว และอาณาเขตใกลเ คียงคงจะเปนเมอื งทาริมทะเล
ท่ีสาํ คญั ของอาณาจกั รทวาราวดี คกู ับเมอื งนครปฐม ซงึ่ เปน เมอื งสําคญั รมิ ทะเลอีกเมืองหนึ่ง
ของอาณาจักรทวาราวดเี ชนกนั
การปกครอง
เมอ่ื ร.ศ.114 (พ.ศ.2439) ประเทศไทยจัดระเบยี บการปกครอง
เปนมณฑลเทศาภบิ าลเมืองสมทุ รปราการไดข ้นึ อยใู นปกครอง
ขาหลวงเทศาภบิ าลมณฑลกรงุ เทพฯ มเี มืองทขี่ ึน้ กับมณฑล
กรุงเทพฯในสมัยนน้ั รวม 6 เมือง คอื
1. กรุงเทพฯ
2. เมอื งธนบรุ ี
3. เมืองสมทุ รปราการ
4. เมืองนครเข่ือนขันธ (พระประแดง)
5. เมืองนนทบุรี
6. เมอื งปทมุ ธานี
ใน พ.ศ.2457 ทางราชการไดยุบจังหวดั พระประแดงลงเปน อําเภอ เรียกวาอาํ เภอ
พระประแดง ขึ้นกบั จังหวดั สมทุ รปราการอีกอาํ เภอหน่ึง จังหวดั สมทุ รปราการในสมยั น้นั แบง
การปกครองเปน 4 อําเภอ และ 1 กงิ่ คือ
1. อาํ เภอสมทุ รปราการ
2. อาํ เภอบางเห้ีย
3. อาํ เภอบางพลี
4. อําเภอพระประแดง
5. กง่ิ อําเภอเกาะสชี ัง
ตอ มา พ.ศ.2459 ในรัชสมัยพระบาทสมเดจ็ พระมงกุฎเกลา เจาอยหู ัว ทรงโปรด-
เกลาโปรดกระหมอมใหเปลี่ยนคําวา เมอื ง เปน จังหวดั ดังน้นั เมอื งสมุทรปราการจงึ มีฐานะเปน
จงั หวดั สมุทรปราการ ตงั้ แตนั้นมา
จงั หวัดสมุทรปราการเดิมแบง การปกครองออกเปน 4 อําเภอ คือ
1. อาํ เภอเมืองสมทุ รปราการ
2. อาํ เภอบางเห้ีย (ปจ จุบันเปลยี่ นชอ่ื เปน อําเภอบางบอ )
3. อําเภอบางพลี
4. อําเภอเกาะสีชัง (ปจ จุบนั เปนกิ่งอําเภอเกาะสีชงั ขนึ้ อยกู บั จงั หวัดชลบรุ )ี
ตอ มาพระองคพระดําริวา เกาะสีชังมีอาณาเขตและพลเมืองนอ ย ไมสมควรจะ
แยกการปกครองออกเปน อําเภอ จึงโปรดฯ ใหรวมทองท่อี าํ เภอเกาะสีชังเขากบั อาํ เภอเมือง
สมทุ รปราการและใหม ีฐานะเปน กิง่ อาํ เภอเกาะสีชัง แบง การปกครองออกเปนตาํ บลเดียว
คอื ตาํ บลเทววงศ
ระหวา งสงครามโลกคร้งั ที่ 2 (พ.ศ.2484 – 2487) ประเทศไดเ ขา สูสงครามโลก
รวมกับญี่ปนุ ดว ยความจาํ เปน ประเทศไทยจึงไดรับผลกระทบทงั้ ทางเศรษฐกจิ และการปกครอง
รัฐบาลมพี ระราชกฤษฎกี ายบุ จงั หวดั บางจังหวัดเขารวมกนั จงั หวัดสมุทรปราการกถ็ ูกยุบโอน
การปกครองไปขึ้นกบั จงั หวดั พระนคร เมื่อ พ.ศ.2486
และตอมาเม่ือวันท่ี 9 พฤษภาคม 2489 รฐั บาลไดมีพระราชกฤษฎกี า ประกาศตง้ั
จังหวัดสมทุ รปราการขึ้นใหม และเปนตลอดมาจนตราบทกุ วนั น้ี
ปจจุบนั จงั หวัดสมทุ รปราการแบง การปกครองออกเปน 5 อําเภอ 1 กิง่ อาํ เภอคอื
1. อาํ เภอเมืองสมทุ รปราการ
2. อําเภอพระประแดง
3. อาํ เภอบางพลี
4. อาํ เภอบางบอ
5. อาํ เภอพระสมทุ รเจดยี
6. ก่งิ อําเภอบางเสาธง
ประเพณที ี่สําคญั ของจังหวดั สมุทรปราการ
1. งานประเพณสี งกรานตอําเภอพระประแดง
ชาวจังหวดั สมุทรปราการทีอ่ าศยั อยูในเขตอําเภอพระประแดง บางสวนมี
บรรพบรุ ษุ เปน ชาวรามญั ซึง่ อพยพมาจากเมืองปทมุ ธานี ในสมยั กรุงศรีอยธุ ยา ตัง้ ถน่ิ ฐานอยูใน
ยาน “ปากลดั ” ตอมาในสมยั รัชกาลที่ 2 แหง กรุงรตั นโกสินทรไดพระราชทานนามใหมใหวา
“เมืองนครเขื่อนขนั ธ” ชาวรามญั
ยงั คงรกั ษาขนบธรรมเนียมประเพณี
งานสงกรานตข องบรรพบุรุษตัง้ แต
ดัง้ เดิมไดตลอดมา เทศกาลสงกรานต
พระประแดงจะจดั ข้นึ ทุกปในวนั อาทิตย
หลงั จากวนั ที่ 13 เมษายน ณ บริเวณ
ที่วา การอําเภอพระประแดงและในเขต
เทศบาลเมอื งพระประแดง
ครอบครัวชาวรามญั ในพระประแดง
ในงานประเพณีดังกลาวชาวรามญั จะจัดใหมีการหุงขาวสงกรานตและมี
การละเลน พื้นเมืองของชาวรามัญ เชน การละเลน สะบา มอญราํ ทะแยมอญ การแขงเรอื
สําหรบั ในวนั สดุ ทายของงานจดั ใหม ีการแสดงของหนมุ สาวเชอ้ื รามญั แตงตัวในชดุ พ้ืนเมอื ง
โบราณ มีการปลอ ยนก ปลอ ยปลา มีการสรงน้ําพระและรดนาํ้ กันตามประเพณีของชาวไทย
รามัญ
2. งานแหเจา พอทัพสําโรง
ประเพณีการแหเ จาพอทัพเปนงานประจาํ ปของชาวจีนในเขตสําโรง วันแหใ น
แตละป มกั จะอยูในชวงเดอื นกุมภาพันธของทุกป ศาลเจาพอทัพน้นั ตง้ั อยูสุดซอยวัดมหาวงษ
ติดกับแมน า้ํ เจา พระยา ตําบลสําโรงใต ประชาชนชาวจีนและชาวไทยนยิ มไปกราบไหว
บนบานขอสิ่งของท่ปี ระสงคอ ยูเ สมอ
เนอื่ งจากพืน้ ทห่ี นาศาลคับแคบไมส ามารถจัดงานใหญใ นบรเิ วณนนั้ ได จึงได
อัญเชิญกระถางธูปจากศาลเจา พอทับมาประกอบพธิ กี ารแหที่ตาํ บลสําโรงเหนือ ในขบวนแหน ั้น
จะมีกระถางธูปเจาพอ ทัพเปน ประธานรวมไปในขบวนแหดวย
ในขบวนแหจะประกอบดว ยคนเขาทรงและศษิ ยานศุ ิษยทัง้ หลาย
มกี ารเชิดสิงโต จดุ ประทัดท่วั ท้ังขบวน
เพอื่ ความเปนสริ มิ งคล ขบวนแหจ ะแหไ ปรอบตลาดสาํ โรง
สงิ โตกจ็ ะเขาไปเชดิ ตามหางรานตาง ๆ มกี าร
เรย่ี ไรทาํ บุญกับเจา พอทัพตามกําลงั ศรทั ธา
เมือ่ แหร อบตลาดเรยี บรอยแลว กม็ กี ารเฉลมิ ฉลองดวยการ
แสดงงวิ้ ภาพยนตก ลางแปลง เปน เวลา 3 วนั 3 คนื ณ บริเวณรมิ คลองสําโรงหนา ศาลเจาพอ
ขนุ ปราบซึ่งเปน บรเิ วณกวา งขวางสามารถประกอบพิธไี ด
3. งานประเพณรี บั บวั หรือโยนบวั ท่ีบางพลี
กอน พ.ศ.2478 พอถงึ วันขนึ้ 13 คาํ่ เดือน 11 ตั้งแตตอนเย็นเปนตนไป ชาว
สมทุ รปราการและชาวพระประแดง จะชกั ชวนพวกพองเพ่ือนฝงู ลงเรือพรอมดว ยเครอ่ื งดนตรี
นานาชนดิ เชน ซอ ป กระจบั โทน รํามะนา โหมง กรับ ฉิ่ง ฉาบ เปนตน พายกันไปรองรํา
ทําเพลงกนั ไปตลอดทางตลอดคนื ซ่ึงบางพวกจะผานมาทางลาํ แมนํา้ เจาพระยา บางพวกจะผาน
มาทางลําคลองอื่น ๆ เขา คลองสาํ โรงและมงุ ไปหมบู า นบางพลใี หญ
สาํ หรับชาวบางพลี กจ็ ะถอื ปฏิบัติกันเปน ประเพณีวา เมื่อถงึ วนั ข้นึ 13 คาํ่ เดือน 11
กจ็ ะตอ งเตรียมหาดอกบัวหลวงสําหรับไวม อบใหแ กช าวตา งบา นที่ตอ งการ และการทมี่ ีญาติมิตร
ตางบาน มาเยือนในโอกาสสาํ คญั เชนนี้ ชาวบางพลกี ็ตองออกตอ นรับจัดหาสรุ า อาหารมาเลยี้ งดู
แขกผมู าเยือนกันต้ังแตต อนหัวคํ่าของวนั ขน้ึ 13 ค่ําเดือน 11 สวนพวกทม่ี ารบั บัวคนใด
ทรี่ จู ักมักคนุ กับชาวบางพลผี เู ปน เจาของบา น ก็จะพากนั ขึ้นไปเยยี่ มเยอื นบานนนั้ บา นน้ี และตาง
ก็สนุกสนาน รอ งรําทําเพลงและรับประทานสุราอาหารรวมกันตลอดท้งั คืน พอเชาตรขู องวันข้ึน
14 ค่ําเดอื น 11 ชาวบา นตางก็จะนาํ เรือของตนพายไปตามลาํ คลองสาํ โรง เพื่อไปขอรับดอกบวั
จากชาวบา นบางพลีทงั้ สองฝงคลอง การใหและรบั ดอกบัวกจ็ ะกระทาํ อยางสภุ าพคอื สง และรับ
กนั มือตอ มอื หรอื กอ นจะใหกันก็ยกมอื พนมอธษิ ฐานเสยี กอน สว นชาวบานอาํ เภอบางพลีกบั ชาว
ตา งบานทส่ี นิทสนมคุนเคยกนั เปนพเิ ศษ บางทชี าวบางพลกี จ็ ะโยนดอกบวั ลงไปใหก นั โดยไมม ี
พธิ ีรีตรอง เหตุทมี่ กี ารโยนบัวใหกันระหวา งผคู นุ เคยสนทิ สนมน้ีเอง นานเขา ก็กลายเปนความ
นิยม ทําใหก ารรบั แบบมอื ตอมอื คอย ๆ เลอื นหายไป จนมีคํากลาววา “โยนบัว” แทนคําวา
“รบั บัว” ในงานจะจัดใหมกี ารแขงเรือ มมี โหรสพสมโภช มกี ารแสดงพ้ืนบา น การประกวด
การทําอาหารพน้ื บานและอื่นๆอกี มากมาย
4. งานประเพณีแขง เรอื หนาเมอื งพระประแดง
ประเพณแี ขงเรือหนาเมอื งพระประแดง เปน ประเพณที จี่ ัดสืบเน่อื งมาต้ังแต
สมยั เม่อื พระประแดงยังมีฐานะเปนจังหวดั โดยประชาชนไดมกี ารแขงเรือติดตอ กันมาถึงปจจุบนั
ประวัติความเปนมาของประเพณกี ารแขงเรอื พอสรุปไดว า ชาวพระประแดงที่แยกยายกนั ไป
ทาํ นาหรือประกอบอาชพี ทาํ มาหากินอยใู นทอ งถิ่นอื่น ๆ ในวนั เทศกาลออกพรรษา ตา งกพ็ ากนั
เดนิ ทางกลบั ภูมลิ ําเนาเดิม เพ่ือรวมทาํ บญุ ในวัดใกลบานของตนตามประเพณนี ิยม เมือ่ เสร็จจาก
การทาํ บุญแลว กถ็ อื โอกาสพายเรอื รองราํ ทําเพลงอยา งสนกุ สนานไปตามลาํ น้าํ ซ่งึ มีนํ้าเจิ่งนอง
อยทู ั่วไป เปนเหตใุ หเ กิดความคดิ แขงเรือข้ึน
ในสมัยกอ น อําเภอพระประแดงมกี าร
คมนาคมติดตอ กนั ทางนํ้าไดเพยี งทางเดียว
เรือพายจึงมใี ชก ันเกอื บทกุ ครัวเรอื น
การนดั หมายแขงเรอื จึงถือเปน งาน
ประเพณีสบื เนอื่ งกันมาทุกป
งานประเพณีแขงเรือของชาวพระประแดง คอื วนั แรม 4 ค่ํา เดอื น 11 ของทุกป
เปน วันแขงเรือซ่งึ เปน การรบั ประเพณตี อเนอ่ื งกันมาจากงานรบั บัวของอําเภอบางพลี แลวกม็ าถงึ
งานประเพณีการแขง เรอื ของชาวพระประแดง
5. งานประเพณนี มัสการองคพระสมทุ รเจดีย
ทางจังหวดั สมทุ รปราการไดจ ดั งานนมัสการพระสมุทรเจดยี เปน งานประจําปท่ีสาํ คญั ของ
จังหวัดโดยกําหนดใหว นั แรม 5 ค่ํา เดือน 11 ของทุกปเปน วนั เรมิ่ งาน กอ นเรม่ิ งานประมาณ
วนั แรม 2 ค่าํ เดือน 11 จะมีพุทธศาสนิกชน ทงั้ ชายและหญงิ พรอ มใจกันไปชว ยเย็บผาแดง
ผืนใหญ สาํ หรบั หม องคพระสมทุ รเจดีย และพอถึงวันแรม 5 ค่าํ เดอื น 11 คณะกรรมการก็จะ
เชญิ ผา ผืนน้ีตง้ั บนบุษบก ใชรถยนตเ ปนพาหนะแหไปรอบ ๆ ตัวเมือง แลว เชิญผา แดงลงเรอื แห
ไปตามลาํ น้ําเจาพระยาจนถงึ อําเภอพระประแดง
เพอ่ื ใหชาวพระประแดงไดรว มอนโุ มทนา แลว จึงยกขบวนแหก ลบั มาทําพิธี
ทักษณิ าวรรตรอบพระสมทุ รเจดีย แลวนาํ ขน้ึ หม ทางจงั หวัดจดั งานฉลองทงั้ สองฝงแมน าํ้ คือ
ฝงพระสมุทรเจดียแ ละฝงจงั หวดั เปน เวลา 9 วัน 9 คืน ประชาชนใกลไ กลตางพากันมาสกั การะ
นมสั การปด ทองเปนจํานวนมาก
6. งานนมัสการหลวงพอปาน
งานนมัสการหลวงพอปาน เปน งานประจาํ ปของอําเภอ
บางบอ สบื ตอกนั มาเปน เวลาหลายปจนกลายเปนประเพณี
สาํ คญั ของชาวอาํ เภอบางบอ และประชาชนทอ่ี ยใู กลเคยี ง
แมทา นไดม รณภาพไปแลวเปน เวลาหลายป ความเลอ่ื มใส
ศรทั ธาของประชาชาชนกม็ ไิ ดเสื่อมถอย
หลวงพอ ปาน
งานนมัสการหลวงพอปานจดั ข้ึนที่วดั มงคลโคธาวาส ในชวง วันข้ึน 5-7 คํา่ เดอื น 12
ของทกุ ป รวม 3 วัน ในวันแรกของงาน ชาวบา นจะอัญเชิญรปู หลอของหลวงพอ ประดิษฐาน
ในเรอื ลําใหญป ระดับดวยธงทิว กลวย ออย สวยงามมาก ภายในเรอื มีพณิ พาทยบรรเลง มี
การละเลนในเรอื ขบวนแหจะถกู ลากจูงดวยเรอื พายซึ่งมฝี พายประจาํ คลายเรอื แขง แตตอ มาใช
เรือยนตล ากจงู ขบวนแหจะไปดวยลําคลองปกกา กระทงั่ ถงึ บางพลนี อ ย บางบอ แลวแหกลบั
อัญเชญิ รปู หลอหลวงพอไวใ นปะราํ พิธี แตปจจบุ นั ไดสรา งมณฑปไวโดยเฉพาะ หลังจากน้นั ก็
ใหประชาชนปด ทองนมัสการในงานมกี ารละเลน หลายอยา ง เชน ลิเก รําวง ลําตดั เพลงฉอย
ภาพยนตร การแสดงพ้ืนบาน เปนตน
สถานทที่ อ งเทีย่ ว
1. องคพ ระสมุทรเจดยี
องคพระสมุทรเจดียต ง้ั อยูฝ ง ขวาของแมน ้าํ เจาพระยา
ตรงขามกบั ศาลากลางจังหวัดสมทุ รปราการในปจ จุบนั แตเดิมเรือแลน ออมตัวเกาะอนั เปนทีต่ ้ัง
องคพระสมุทรเจดยี ไดสะดวก ฉะนน้ั จงึ ไดช ่ือวา “พระเจดยี กลางนํา้ ” ในภายหลังพื้นดนิ ชายฝง
ของแมน ้ําไดยื่นลาํ้ ออกมา กระแสน้ําในแมนํ้าเกิดเปลีย่ นทางเดินไหลหา งออกไป พดั เอาดนิ
กรวด ทราย ที่ไหลมากับกระแสน้ําจากทิศเหนอื สะสมกนั มากเขา เม่ือเปน เวลานานป เปนเหตุ
ใหฝ ง ขวาของแมน ้าํ บริเวณปอ มผเี สอื้ สมทุ รและพระสมทุ รเจดียตนื้ เขินทําใหม องเห็นองคพ ระ
สมทุ รเจดีย ต้ังอยบู นฝงขวาของแมน้ํา
ฮงคพระสมุทรเจดีย
2. สถานตากอากาศบางปู
สถานตากอากาศบางปู อยทู ตี่ าํ บลบางปู อําเภอเมืองสมุทรปราการ จงั หวัด
สมุทรปราการถนนสขุ มุ วิท กโิ ลเมตรที่ 37 มีเน้ือท่ี 582 ไร ตง้ั อยูร ิมทะเลมีทวิ ทัศนส วยงามมาก
เปนสถานท่พี ักฟนและตากอากาศของกองทัพบก มีสะพานยาวย่นื ออกไปในทะเลหลายรอ ย
เมตร ซง่ึ เมื่อนํ้าทะเลขน้ึ เต็มฝง สถานที่ตากอากาศแหง นีด้ เู หมือนเกาะอยกู ลางทะเล ดา นหนึ่งเปน
ทะเลกวางไกลสดุ สายตา มีเรือเดินสมทุ รแลนเขา-ออกปากอา ว
สะพานสุขตา
สวนอกี ดา นหนึ่งเปนริมฝง จะมองเห็นทวิ ปา แสมและปาโกงกางซึ่งตดิ ตอ
กนั เขียวขจี คลา ยภูเขาเตี้ย ๆ ริมฝง แตความจริงแลวสมทุ รปราการไมมีภเู ขาเลย ในชวงเดอื น
ตลุ าคม - กุมภาพนั ธข องทกุ ปจ ะมีฝูงนกนางนางนวลจากซึกโลกภาคเหนือไดอ พยพถิ่นฐานหนี
ความหนาวเยน็ มาอาศัยอยู ณ ทแี่ หง นี้ เปน จํานวนมาก
3. พพิ ธิ ภัณฑชา งเอราวณั
พพิ ธิ ภณั ชา งเอราวณั ตง้ั อยูบนถนนสขุ ุมวิท
อําเภอเมอื งสมทุ รปราการ ชา งเอราวัณเปน
ประตมิ ากรรมชาง 3 เศยี ร ท่ีทาํ จากทองแดงบริสุทธิ์
สงู เทา กบั ตึก 17 ช้นั เปน อาคาร 5 ช้ัน ความสูงจาก
พืน้ ดินถึงยอด 50 เมตร ภายในของชางเอราวณั เปน
หองประชมุ ขนาดใหญ บรรจุคนไดป ระมาณ 200 คน
หอ งทเี่ กบ็ ถวย จาน ชาม เบญจรงคและหอง
นิทรรศการเก่ยี วกับอาวุธโบราณ
พนื้ ทรี่ อบ ๆ บริเวณชางเอราวณั ถูกจัดแตงไวด วยสวนพฤกษชาติ ชาวสมทุ รปราการนิยม
นาํ ธูป 16 ดอก เทยี นขาว 3 แทง ดอกบัว 3 ดอก กลวย 1 หวี ออ ย 1 มัดและผลไมชนดิ อืน่ ๆ
ถวายแกช า งเอราวณั และจะไมมีการนําอาหารคาวและเหลาไปถวายชางโดยเดด็ ขาด
4. สวนเสือสมุทรปราการ
สวนเสือสมุทรปราการอยทู ่ตี าํ บลบางโฉ
ลง อาํ เภอบางพลี บนฟารม เสือแหงนจี้ ะมี
เสือโครง มากกวา 300 ตัวและมีสัตวอื่น ๆ
อกี มากมายเชน งู จระเข สิงโต หมี เปน
ตน นักทอ งเทยี่ วสว นใหญจ ะไปเยี่ยมชม
การแสดงของเสือลายพาดกลอน
อาทิ เสือลอดบวงไฟ เสอื กระโดดขาม
สิ่งกีดขวาง
นอกจากนนั้ นกั ทอ งเที่ยวชาวไตห วันและชาวเอเชียมกั นยิ มมาด่ืมดีงูเหา เพ่อื รักษาโรคปวดหลัง
ปวดขอ นอกจากน้นั จะมีการถายภาพกับเสือท่ีถกู ฝก มาจนเช่ือง และจับจา ยซอ้ื ผลิตภณั ฑจาก
หนงั งูและหนังปลากระเบน ฟารม แหง นี้จะเปด ใหค นเขาชมทุกวนั ระหวางเวลา 10 โมงเชาถงึ
5 โมงเย็น
5. ฟารมจระเข
ฟารม จระเข อยูท ีต่ าํ บลทา ยบาน
อําเภอเมือง จงั หวดั สมุทรปราการ
ผูคดิ เรมิ่ จัดทาํ และเปน เจา ของคือ
คุณอทุ ยั ยงั ประภากร ฟารมแหงนี้
เปนฟารมจระเขท ่ใี หญท่ีสุดในโลก
มีเนอื้ ที่ท่ีใชเลยี้ งจระเขและเปนสวน
สตั ว
ตลอดจนบริเวณทีพ่ กั ผอ นหยอนใจรวมกันถึง 40 ไรเศษ มีจระเขนอยใหญ
ประมาณ 50,000 ตวั (หา หมืน่ ตัว) มีจระเขน ้ําจดื จระเขพ ันธุผสม ซงึ่ เปน พันธุไทยแทแ ละ
จระเขพ ันธุตาง ๆ ทว่ั โลก ในฟารม แหง นีม้ จี ระเขขนาดเลก็ ลาํ ตัวยาวประมาณ 25-30 เซนตเิ มตร
นํ้าหนักประมาณ60-90 กรัม และตัวโตข้นึ เปนลําดับอายุ เรื่อยไปจนถึงจระเขขนาดใหญมคี วาม
ยาวประมาณ 6 เมตร หรอื 20 ฟตุ น้าํ หนักประมาณ 1,200 กิโลกรมั หนังจระเขจากฟารม แหงน้ี
มคี ณุ ภาพดีอันดับหนึง่ ของโลก
6. เมืองโบราณ
เมืองโบราณ ต้งั อยทู ต่ี าํ บลบางปใู หม อาํ เภอเมืองสมทุ รปราการ จังหวัด
สมทุ รปราการกิโลเมตรที่ 33 ถนนสุขุมวทิ ทางฝง ซายมอื จะพบลานกวา งมีสะพานทอดขาม
ไปสอู าคารตาง ๆ มรี ปู รา งแบบตา งสมยั เปนเมอื ง ๆ หนงึ่ ในเนือ้ ที่ 500 ไร ซ่งึ ณ สถานที่นไ้ี ด
รวบรวมโบราณสถานจําลองและส่งิ ทเ่ี ปนศิลปะสําคญั ในประวัตศิ าสตรทกุ ๆ สมัยของประเทศ
ไทย พื้นที่ของเมืองโบราณมีรูปรา งเหมือนประเทศไทย การจดั โบราณสถานตา ง ๆ กเ็ อาตาม
แบบแผนท่ปี ระเทศไทย โดยเรมิ่ จากทางใตสุดของประเทศขน้ึ ไปสูตอนเหนือสุด มกี ารขุดคลอง
สรา งถนน โดยทผ่ี ูช มสามารถเขาถงึ โบราณทกุ แหงได ทุก ๆ อยา งท่ปี รากฏอยนู นั้ ผจู ัดพยายาม
ทําใหเ หมอื นของจริงและเปน ไปตามธรรมชาตใิ หม ากทีส่ ุด
7. ปอ มปูเจา สมิงพราย
ปอ มปูเจาสมิงพราย ตัง้ อยูที่ตําบลบางหญาแพรก
ริมฝงแมนาํ้ เจาพระยาดา นตะวนั ออกฝงตรงขา มกับ
ทว่ี า การอําเภอพระประแดง สรา งเมือง พ.ศ.2357
สมัยรชั กาลที่ 2 พรอมกบั การสรางปอ มปศาจสิง
และปอ มราหูจร
ปจ จุบนั ปอ มปเู จา สมิงพรายเหลอื เพยี งซากกาํ แพงในบริเวณของโรงพยาบาล
โรคเรอ้ื นพระประแดง
8. ปอมแผลงไฟฟา
ปอมแผลงไฟฟา สรางสมัยรัชกาลที่ 2 พ.ศ.2357 ปอมแหง น้อี ยใู นตําบลตลาด
เขตเทศบาลเมืองพระประแดง ปจ จบุ ันยงั มีสภาพทสี่ มบูรณม าก ดานบนปอ มมีปน ใหญน าจะ
เปนปน ที่สั่งซอื้ มาจากยุโรป จงึ ไมใ ชป น ประจําปอมสมัยรัชกาลท่ี 2
เทศบาลเมืองพระประแดงจดั ใหป อมนเ้ี ปนทีใ่ หประชาชน เขาไปใชเปน ที่
พกั ผอน ปรบั ปรงุ พื้นท่ีโดยรอบใหส วยงามเปน สถานที่ทอ งเท่ียวทีน่ าสนใจอกี แหงหน่ึงของ
สมุทรปราการ
9. ปอ มนาคราช
ปอมนาคราช ต้งั อยทู ่ตี าํ บลปากคลองบางปลากด อาํ เภอพระสมทุ รเจดีย รมิ ฝง
แมนา้ํ เจาพระยาดานตะวันตก สรา งใน สมัยรัชกาลที่ 2 เสรจ็ ส้ินในรัชกาลท่ี 6 ปจ จุบันซาก
กําแพงและอาคารเกายงั มีอยอู กี เปน จาํ นวนมาก ซากของปอมนาคราชปจ จุบันอยใู นโรงเรียน
ปอ มนาคราชสวาทยานนท
10. ปอมพระจุลจอมเกลา
ปอ มพระจลุ เจอมเกลา สรางสมยั รัชกาลที่ 5 ตง้ั อยูตําบลแหลมฟา ผา อาํ เภอพระสมุทร-
เจดยี จังหวัดสมุทรปราการ เงนิ ที่ใชในการสรางไดจ ากงบประมาณแผน ดินและพระราชทรพั ย
สว นพระองค ปอมไดสรา งเสร็จราวกลางป ร.ศ.112 มีการตดิ ตงั้ อาวธุ ปนใหญอ ารมสตองขนาด
ปากลาํ กลอ ง 6 นิ้ว จาํ นวน 7 กระบอก สง่ั ซื้อจากบริษทั เซอร ดับบลวิ จี อารม สตอง จํากดั (Sir
W.G.Arasstrong & Co) ประเทศองั กฤษ
ปนชนิดนเี้ ม่อื จะทําการยิง่ ตอ งใชแ รงน้ํามัน ปน เสือหมอบ
อัดยกปน ใหโผลพนปากหลุม เมื่อทาํ การ
ยง่ิ ปน จะลดลงมาอยูในหลมุ ตามเดมิ ทําให
เรียกช่ือปนนวี้ า “ปนเสอื หมอบ” และปน
ชนิดนี้ 3 กระบอก นําไปติดต้ังไวที่ปอ ม
ผเี สือ้ สมุทร
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลา เจาอยูหวั (รชั กาลท่ี 5) ไดเ สร็จโดยเรือพระทน่ี ่งั มหาจักรี
ทอดพระเนตรการสรา งปอม เม่ือวันที่ 10 เมษายน พ.ศ.2436 (ร.ศ.112) ไดท รงทดลองยงิ ปน ที่
ปอมนด้ี ว ยพระองคเอง และพระราชทานชื่อปอ มนีว้ า “ปอ มพระจลุ จอมเกลา”
กองทพั เรือไดด ําเนนิ การจดั สรางพิพิธภัณฑเ รอื รบไทย โดยนาํ เรอื หลวงแมกลอง ซง่ึ เปน
เรอื รบทมี่ อี ายุการใชง านยาวนานถึง 60 ป นับเปน เวลานานท่ีสุด มาอนรุ กั ษเ พ่ือจดั ทําเปน
พิพิธภัณฑเรือรบกลางแจง เพอ่ื เปนประโยชนในการศกึ ษาทางประวตั ิศาสตร การคน ควา หา
ความรู หาความเพลิดเพลนิ ของประชาชนทวั่ ไป โดยเปดใหเขาชมชมฟรที กุ วนั ต้งั แตเ วลา
08.00 – 18.00 น.
เรอื หลวงแมกลอง
ประชากรและการประกอบอาชีพ
ประชากรในจงั หวัดสมทุ รปราการประกอบดวยผูทีเ่ ปนชาวสมุทรปราการโดย
กําเนิดที่สวนใหญมอี าชพี ชาวนา ชาวสวน และผทู ีอ่ พยพมาจากตางจงั หวัด สว นใหญม อี าชีพ
รับจา งในโรงงานอตุ สาหกรรม ซ่งึ มีวิถกี ารดาํ เนินชีวิตทีแ่ ตกตา งกนั สง ผลใหเ กดิ ปญหาทาง
สังคมและส่ิงแวดลอ มตามมา
อาชีพชาวนา ชาวสวน
อาชีพท่สี าํ คัญของประชาชนในจงั หวัดสมทุ รปราการ ประกอบดวย
1. การเกษตรกรรม ไดแ ก การกสิกรรม การเลย้ี งสตั ว และการประมง
2. การอุตสาหกรรม
3. การคา
4. การบรกิ าร
ในป พ.ศ.2540 (กนั ยายน 2540) จังหวดั สมทุ รปราการมีประชากรรวมทง้ั ส้นิ
998,764 คนอําเภอเมอื งสมุทรปราการมปี ระชากรมากทสี่ ุด รองลงมาไดแ กอําเภอบางพลี อาํ เภอ
บางบอ อาํ เภอพระสมทุ รเจดีย และกง่ิ อาํ เภอบางเสาธง
ในดา นความหนาแนน ของประชากรพบวาจังหวัดสมทุ รปราการ มคี วาม
หนาแนน เฉลี่ย 995 คนตอตารางกิโลเมตร โดยเทศบาลเมอื งพระประแดงมีความหนาแนน ของ
ประชากรสูงสดุ คอื 16,456 คน ตอ ตารางกิโลเมตร รองลงมาไดแก เทศบาลเมอื งสมทุ รปราการ
สาํ หรับอาํ เภอบางบอ มปี ระชากรอยู หนาแนนนอยที่สุดใกลเ คียงกับก่ิงอําเภอบางเสาธงเปน
อันดบั หนงึ่ ของจังหวัดในภาคกรงุ เทพมหานครและปรมิ ณฑล
รายไดป ระชากรเมื่อเปรยี บเทยี บในระหวาง พ.ศ.2530- 2534 และ พ.ศ.2536-2538
ชาวจงั หวดั สมทุ รปราการยังคงมีรายไดเ ฉลี่ยตอบคุ คลสงู กวา จังหวัดอ่นื ๆ ทงั้ ใน
กรงุ เทพมหานคร
และปริมณฑล ตลอดจนมีรายไดส ูงกวารายไดเฉลย่ี ตอบคุ คลของทั้งประเทศเปน จาํ นวนมากดวย
การที่จังหวดั สมทุ รปราการมรี ายไดเ ฉลย่ี ตอบคุ คลสูงกวา จังหวัดอ่นื ๆ นนั้ เนื่องจากจังหวดั
สมทุ รปราการเปน จงั หวัดทม่ี ลู คา การผลติ ทสี่ าํ คญั คืออตุ สาหกรรมท่ที าํ รายไดเปนจํานวนมาก
อกี ทง้ั การขยายตัวในสาขาการผลิตอ่ืน ๆ ก็มีมากขึ้นดวย ดังน้นั จากสภาพเศรษฐกิจของจังหวัด
โดยรวมแลว สาขาการผลติ ตาง ๆ ทาํ รายไดใหแกจังหวดั มมี ลู คาสูงจึงสงผลใหร ายไดเ ฉลี่ยตอ
บุคคลของจังหวัดสมทุ รปราการสูงดว ย
การศกึ ษา
จังหวัดสมุทรปราการมีสถานศกึ ษาท้ังในระบบโรงเรยี น และการศกึ ษา
นอกระบบโรงเรียนโดยการศึกษาในระบบโรงเรียนมสี ถานศกึ ษารวมทง้ั
ส้ิน 279 โรงเรียน จํานวนครผู สู อน 9,016 คน และจํานวนนกั เรียน
191,002 คน สว นการศกึ ษานอกระบบโรงเรียนมที ัง้ การสอนดา นวิชาชีพ
และการศึกษาผใู หญ
นอกจากน้นั ในระดบั อุดมศึกษา ปจ จุบนั มีมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลมิ
พระเกยี รติ ซึ่งเปด สอนท้งั ในสาขาบริหารธุรกิจ วทิ ยาศาสตรและ
เทคโนโลยี และ มหาวิทยาลยั อัสสัมชญั (ABAC) มาเปด ใหมอีกแหงหนง่ึ
ตารางแสดง จํานวนสถานศกึ ษา ครู นกั เรยี น ในระบบโรงเรยี นแยกตามสงั กดั
หนว ยงาน/สถานศกึ ษา จํานวน ครู นกั เรยี น ครู:นักเรียน
สถานศกึ ษา 1:22
1:21
1. สปจ.สมทุ รปราการ (สปช.) 147 3,172 71,442 1:23
1:16
2. สศ.สมทุ รปราการ 22 1,844 39,245 1:29
1:22
3. ร.ร.เอกชน-สายสามัญ (สช.) 94 2,476 56,675 1:27
4. ร.ร.เอกชน-อาชวี ศึกษา 3 271 4,237 (โดยเฉล่ีย)
5. กรมอาชวี ศกึ ษา 3 689 6,149
6. เทศบาล 8 314 6,760
7. ม.หัวเฉยี งเฉลิมพระเกียรติ 1 238 6,351
8. กรมศาสนา (ศน.) 1 12 143
รวมท้งั จงั หวัด 279 9,016 191,002
ที่มา : สาํ นักงานศึกษาธกิ ารจงั หวัดสมุทรปราการ ป 2540 (10 มิถนุ ายน 2540)
ศาสนา
ในป 2540 จังหวัดสมุทรปราการ มพี ทุ ธศาสนกิ ชน 904,107 คน (รอ ยละ 94.93)
มีวัด จํานวน 123 แหง แยกเปน อําเภอเมือง 25 วัด อาํ เภอพระประแดง 38 วดั อําเภอบางพลี 13 วดั
อําเภอบางบอ 22 วดั อาํ เภอพระสมุทรเจดีย 16 วัดและกิ่งอาํ เภอบางเสาธง 9 วัด วัดทเี่ กาแกทีส่ ดุ มี
อายมุ ากกวา 650 ป ขนึ้ ไปสรางสมัยตอนปลายสโุ ขทัย คอื วัด ชัยมงคล อําเภอเมืองสมุทรปราการ
สรางต้ังแต พ.ศ. 1893
40
35
30 Muang
25 Phrapradaeng
20 Bang Phli
Bang Bo
15 Phrasamutchedi
10 Bang sua Thong
5
0
แผนภูมแิ สดงจํานวนวดั ในศาสนาพุทธของจังหวดั สมทุ รปราการ
ประชากรท่เี ปนชาว มสุ สมิ มีจาํ นวน 30,709 คน (รอ ยละ 3.22) มมี สั ยดิ 11 แหง
เปน ผทู ี่นับถือศาสนาคริส จํานวน 15,600 คน (รอ ยละ 1.64) มีโบสถ 3 แหง และเปนพรามหณ
ฮินดู ซิกส 2,035 คน (รอ ยละ 0.21)
*อภินนั ทนาการจาก ศน. จรีธร แหวนทอง ศกึ ษานิเทศก สพท.สมุทรปราการ เขต 1 จงั หวดั สมทุ รปราการ