คม่ ู ือผปู้ กครอง-นกั ศึกษา
วิ ท ย า ลั ย เ ท ค นิ ค ม า บ ต า พุ ด | 1
คำนำ
คู่มือผู้ปกครอง-นักศึกษา วิทยาลัยเทคนิคมาบตาพุดเป็นเอกสารที่จัดทำขึ้น เพื่อให้ผู้ปกครอง
นักเรียน นักศึกษาในวิทยาลัยได้เข้าใจในบทบาทหน้าที่ของตนเอง นำไปใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติได้อย่าง
ถูกตอ้ ง ทำให้เกิดผลสำเร็จตามจดุ มุ่งหมายของวิทยาลยั ไดอ้ ยา่ งดยี งิ่ ข้ึน
หวังเปน็ อย่างยิ่งวา่ ผปู้ กครองนักเรียน นกั ศึกษาในวทิ ยาลัยจะใช้คมู่ ือฉบับนี้ ได้อย่างคุ้มค่าตลอด
ระยะเวลาของการเป็นสมาชิกทีด่ ีของวิทยาลยั เทคนิคมาบตาพุด ขอขอบคุณคณะกรรมการจัดทำหนังสือคู่มือ
ผ้ปู กครอง-นกั ศกึ ษา วิทยาลัยเทคนิคมาบตาพุดไว้ ณ โอกาสนี้
วิทยาลัยเทคนคิ มาบตาพุด
วิ ท ย า ลั ย เ ท ค นิ ค ม า บ ต า พุ ด | 2
สารบญั หน้า
4
แนะนำคณะผูบ้ ริหาร และครูวทิ ยาลยั เทคนคิมาบตาพุด 11
ทศั นยี ภาพวิทยาลยั เทคนคิ มาบตาพดุ 13
อาคาร และสถานท่ภี ายในวทิ ยาลัยเทคนิคมาบตาพุด 15
แนะนำ วิทยาลัยเทคนิคมาบตาพุด 20
คู่มือการใช้งาน RMS สำหรบั ผู้ปกครองและนักเรียน-นักศึกษา 24
หลักสตู รทว่ี ทิ ยาลยั เทคนิคมาบตาพดุ เปิดสอน 30
งานกิจกรรมนักเรียนนกั ศกึ ษา 41
การสมคั รเปน็ นักศึกษาวชิ าทหาร 44
งานครูที่ปรกึ ษา 45
กองทุนเงินให้กยู้ ืมเพ่ือการศึกษา 48
งานสวสั ดิการนกั เรียนนกั ศกึ ษา 49
การฝึกปฏิบัตงิ านจริงในสถานประกอบการ 51
เครือ่ งแบบนกั เรียน นกั ศึกษา วทิ ยาลยั เทคนิคมาบตาพุด 53
ประกาศจากงานปกครอง
วิ ท ย า ลั ย เ ท ค นิ ค ม า บ ต า พุ ด | 3
คณะผบู้ ริหารวิทยาลัยเทคนิคมาบตาพุด
1
23 4 5
1 ดร.สิรชิ ยั นยั กองศิริ ผอู้ ำนวยการวิทยาลัยเทคนคิ มาบตาพุด 08-1542-8024
2 นายวเิ ศษ นาเรือง รองผูอ้ ำนวยการ ฝ่ายบริหารทรัพยากร 09-3359-0292
3 นายยทุ ธพันธ์ โคตรพันธ์ รองผ้อู ำนวยการ ฝา่ ยวิชาการ 08-4349-3131
4 นายประกติ ปอคูสุวรรณ รองผอู้ ำนวยการ ฝ่ายแผนงานและความรว่ มมอื 086-827-8524
5 นางรกั ชนก โคตรพนั ธ์ รองผอู้ ำนวยการ ฝ่ายพฒั นากิจการนกั เรียนนักศึกษา 081-822-6831
วิ ท ย า ลั ย เ ท ค นิ ค ม า บ ต า พุ ด | 4
ครูสาขางานเครือ่ งมอื กล/เทคนคิ การผลติ วทิ ยาลยั เทคนิคมาบตาพุด
12 3
4 567
1 นายอนิ ทชั ชาติพกุ เบอรต์ ิดต่อ 08-9091-9194
เบอร์ติดต่อ 08-9406-3707
2 นางสาวกนั ยน์ ิกา โตดษิ ฐ์ เบอรต์ ดิ ต่อ 08-8913-9293
เบอรต์ ิดต่อ 08-2172-9469
3 นายพทิ ักษ์พงศ์ กลุ ภกั ดี เบอรต์ ิดต่อ 08-3018-9007
เบอร์ตดิ ต่อ 06-2478-8860
4 นายสทิ ธศิ ักดิ์ ศรีคำ เบอรต์ ิดต่อ 08-0628-5915
5 นายธรี พงษ์ เครือวเิ สน
6 นายณัฐพล ไชยเอม
7 นางสาวนพวรรณ ไสวงาม
วิ ท ย า ลั ย เ ท ค นิ ค ม า บ ต า พุ ด | 5
ครูสาขางานยานยนต์ วิทยาลัยเทคนิคมาบตาพุด
1 23 4
1 นายพงษ์ศกั ดิ์ วิรยิ ะธรรม เบอร์ติดต่อ 08-7357-4350
2 นายเอกวีร์ บญุ ยืน เบอร์ตดิ ต่อ 08-5339-0934
3 นายเอกพงษ์ บานเย็น เบอรต์ ิดต่อ 09-3636-9662
4 นายเอกลักษณ์ แสนเขยี ววงษ์ เบอรต์ ิดต่อ 09-2996-4882
ครูสาขางานช่างเชือ่ มโลหะ วิทยาลัยเทคนคิ มาบตาพดุ
123
1 นายทรงเกยี รติ หาญสุโพธ์ิ เบอร์ติดต่อ 08-2709-9920
2 นายไพรวลั ย์ วิเศษดอนหวาย เบอร์ติดต่อ 08-5006-9788
3 นายวิทวัส รตั นบุรมย์ เบอร์ติดต่อ 08-0158-2079
วิ ท ย า ลั ย เ ท ค นิ ค ม า บ ต า พุ ด | 6
ครสู าขางานไฟฟา้ กำลัง วิทยาลัยเทคนิคมาบตาพดุ
123
456
4
1 นายบญั ชา แปน้ มา เบอรต์ ดิ ต่อ 08-1572-3876
2 นายเสวก พรหมเวยี ง เบอร์ตดิ ต่อ 08-8163-4929
3 นายวิสทุ ธ์ิ จีนเพชร เบอรต์ ดิ ต่อ 08-7684-1049
4 นายไพฑูรย์ คลา้ ยนุช เบอร์ตดิ ต่อ 08-9697-6636
5 นายอมั รนิ ทร์ พง่ึ ไพร เบอรต์ ดิ ต่อ 09-5456-6189
6 นายธนาวฒุ ิ แตง่ แดน เบอร์ตดิ ต่อ 08-5778-5493
วิ ท ย า ลั ย เ ท ค นิ ค ม า บ ต า พุ ด | 7
ครูสาขางานอิเล็กทรอนิกส์ วทิ ยาลยั เทคนคิ มาบตาพุด
123
1 นายสทิ ธศิ ักด์ิ แกว้ ธนกูล เบอร์ติดต่อ 06-4871-0878
2 นายสน่ัน ทองดารา เบอรต์ ดิ ต่อ 08-4871-0878
3 นายปวณี ก์ ร รุ่งนามา เบอรต์ ดิ ต่อ 09-6827-2988
ครสู าขางานเทคโนโลยสี ารสนเทศ วทิ ยาลัยเทคนิคมาบตาพุด
1 23 4
1 นายวีระพันธ์ อยู่เสงยี่ ม เบอรต์ ิดต่อ 086-410-7319
2 นางสาวฐริ ญา จันทร์เกดิ เบอรต์ ดิ ต่อ 086-900-9896
3 นางศิรเิ พ็ญ บญุ ยืน เบอร์ตดิ ต่อ 085-339-0922
4 นายกญั พิพัฒน์ แก่นมา เบอร์ติดต่อ 098-465-4277
วิ ท ย า ลั ย เ ท ค นิ ค ม า บ ต า พุ ด | 8
ครูสาขางานเทคนิคพืน้ ฐาน วทิ ยาลยั เทคนคิ มาบตาพดุ
12
1 นายจาตุรงค์ พง่ึ จกั คล่ี เบอร์ตดิ ต่อ 08-9536-7754
2 นายชยากร แสงจินดา เบอร์ติดต่อ 08-8628-6215
ครสู าขางานสามญั สมั พันธ์ วิทยาลยั เทคนคิ มาบตาพุด
12 3 4
1 นายสยาม จงสุขเกษม เบอร์ตดิ ต่อ 08-1429-3227
เบอรต์ ิดต่อ 08-3704-1666
2 นางสาวลดาวลั ย์ ยอดญาติไทย เบอร์ติดต่อ 08-8067-9266
เบอร์ตดิ ต่อ 08-3936-9812
3 นายจุลงกรณ์ ปัตถเมฆ
4 Mr.John Philip L.restauro
วิ ท ย า ลั ย เ ท ค นิ ค ม า บ ต า พุ ด | 9
ครูสาขางานปโิ ตรเคมี วิทยาลยั เทคนคิ มาบตาพุด
12 34
56 78
9
1 นางสาวเบญจวรรณ เหลาราช เบอรต์ ดิ ต่อ 08-9937-9165
เบอร์ตดิ ต่อ 08-9938-9688
2 นางสาวกรองรตั น์ พมุ่ เพชร เบอร์ตดิ ต่อ 08-1421-4526
เบอรต์ ดิ ต่อ 08-9011-3166
3 นายโยธิน แสนศริ ิ เบอร์ติดต่อ 09-4860-4231
เบอรต์ ิดต่อ 09-3246-0529
4 นางสาวสพุ ตั รา มาลาศรี เบอร์ติดต่อ 09-4341-3961
เบอร์ตดิ ต่อ 09-9393-4765
5 นางสาวกรี ตญิ า วงศใ์ หญ่ เบอรต์ ดิ ต่อ 09-1725-6832
6 นางสาวสรุ วี ลั ย์ ปานอิน
7 นางสาวศศภิ รณ์ อินทโร
8 นายโสภณ เฉิดดิลก
9 นางสาวชุติมาพร วรรณวงษ์
วิ ท ย า ลั ย เ ท ค นิ ค ม า บ ต า พุ ด | 10
ทศั นยี ภาพวทิ ยาลยั เทคนคิ มาบตาพดุ ในอนาคต
วิ ท ย า ลั ย เ ท ค นิ ค ม า บ ต า พุ ด | 11
ทศั นยี ภาพวทิ ยาลยั เทคนคิ มาบตาพดุ ปจั จบุ ัน
วิ ท ย า ลั ย เ ท ค นิ ค ม า บ ต า พุ ด | 12
อาคาร และสถานท่ภี ายในวทิ ยาลยั เทคนคิ มาบตาพดุ
อาคารอำนวยการ อาคารอเนกประสงค์
อาคารวทิ ยบริการ (หอ้ งสมุด,แผนกเทคโนโลยสี ารสนเทศ) สนามบาสเกตบอล
สนามฟตุ ซอล สนามฟุตบอล
โรงอาหาร หอ้ งประชุมราชพฤกษ์
วิ ท ย า ลั ย เ ท ค นิ ค ม า บ ต า พุ ด | 13
อาคาร และสถานทภ่ี ายในวิทยาลัยเทคนิคมาบตาพดุ (ต่อ)
อาคารแผนกเครื่องมือกล ,ไฟฟ้า และอเิ ล็กทรอนิกส์ อาคารแผนกปิโตรเคมี
พ้ืนทป่ี ฏิบัตกิ ารเรียน การสอน งานกัด งานกลึง อาคารแผนกชา่ งเชอ่ื มโลหะ
อาคารแผนกสามญั สัมพันธ์ และเทคโนโลยีสารสนเทศ อาคารแผนกช่างยนต์
วิ ท ย า ลั ย เ ท ค นิ ค ม า บ ต า พุ ด | 14
แนะนำ วิทยาลยั เทคนิคมาบตาพดุ MP-TECH
Maptaphut Technical College
สิ่งศกั ด์สิ ิทธิป์ ระจำสถาบนั
หอพระพุทธรปู พระวษิ ณกุ รรม ศาลเจ้าที่ประจำวิทยาลัย
สญั ลักษณ์วิทยาลยั มาบตาพุด
ปรชั ญาของวิทยาลัย: เรียนดี มคี ุณธรรมนำวิสยั ทัศน์ มุ่งพัฒนา
ความหมายของปรัชญา
เรียนดี หมายถึง นักเรียนนักศึกษามีความสามารถในการเรียนรู้ คิดเป็น ทำเป็น แก้ปัญหาได้
สามารถคิดวิเคราะห์หาเหตผุ ลเชงิ วทิ ยาศาสตร์ มคี วามสามารถในการเรียนรู้ตลอดชวี ติ
มีคุณธรรม หมายถึง มีความดีงามที่ถูกปลูกฝังขึ้นในจิตใจ มีความกตัญญู ขยัน ประหยัด ซื่อสัตย์
สามัคคี มีวินัย มีน้ำใจ และ เป็นสุภาพชน เป็นต้น จนเกิดจิตสำนึกที่ดี รู้สึกรับผิดชอบ ชั่ว ดี เกรงกลัวต่อการ
กระทำความช่ัว โดยประการตา่ งๆ เมือ่ จิตเกดิ คุณธรรมขึ้นแลว้ จะทำให้เป็นผ้มู ีจติ ใจดี และคดิ แตส่ ง่ิ ท่ดี ี
นำวิสัยทัศน์ หมายถึง เป็นผู้นำด้านศึกษาในอนาคต ซึ่งจะเป็นเป้าหมายในการเดินไปสู่อนาคต โดย
วิธีการนำเอาระบบการวางแผนมาใช้ หรือหมายถึงสิ่งที่อยากเห็นในอนาคตและเป็นสิ่งที่ดีกว่าเดิม วิสัยทัศน์
จะเกิดจากการรู้จกั คิดโดยใช้ปัญญา และมุ่งมนั่ ใหเ้ กิดขนึ้ จรงิ
มุ่งพัฒนา หมายถึง การพัฒนาเป็นกระบวนการที่มุ่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโดยมีการวางแผนและมี
วธิ ีการทีด่ ี ซ่ึงการพฒั นา หรือแกป้ ญั หานัน้ จะเร่มิ จากการรบั รวู้ า่ มปี ัญหาอะไร หาทางเลอื กในการแกป้ ัญหาโดย
ใช้วิธีการ“คิดเป็น” แล้วตัดสินใจ เลือกทางเลือกที่เหมาะสมในการแก้ปัญหา เมื่อตัดสินใจได้ลงมือปฏิบัติ
กจิ กรรมมกี ารปรับปรุงการดำเนินงานเป็นระยะ ๆ และเมอื่ ปฏบิ ตั ติ ามขัน้ ตอนท่ีวางไว้ มีการประเมินผลว่าสิ่งที่
ไดก้ ระทำลงไปนน้ั เปน็ ทน่ี า่ พอใจหรอื ไม่
วิ ท ย า ลั ย เ ท ค นิ ค ม า บ ต า พุ ด | 15
เอกลักษณ์ของวทิ ยาลัย
Project Based Learning
อัตลักษณ์ของวทิ ยาลยั
คดิ เปน็ แก้ปัญหาได้ ใฝ่เรยี นรู้
คณุ ธรรมอัตลักษณ์
มีวนิ ัย ไฝ่เรียนรู้ คุณธรรม พอเพยี ง
สปี ระจำวทิ ยาลยั เทคนคิ มาบตาพดุ
ชมพู ฟา้
ตน้ ไม้ประจำวทิ ยาลยั
ตน้ ประดู่
วสิ ัยทัศน์
เปน็ สถานศกึ ษาตน้ แบบทางวชิ าชีพทีใ่ ชท้ ฤษฎีการเรยี นรู้สรา้ งสรรคด์ ว้ ยปัญญา Constructionism ใน
การจัดการศึกษาท่ผี เู้ รยี นมสี มรรถนะอาชีพตามความต้องการของประเทศและประชาคมอาเซียน
วิ ท ย า ลั ย เ ท ค นิ ค ม า บ ต า พุ ด | 16
พันธกิจ วิทยาลัยเทคนคิ มาบตาพดุ มีภารกิจหลักท่ตี อ้ งปฏิบตั ิ ดงั นี้
1. จัดการศกึ ษาในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และระดบั ประกาศนียบัตรวชิ าชีพชนั้ สูง
(ปวส.) ในรูปแบบปกติ รปู แบบทวิภาคีและ รูปแบบการเรียนรู้เทยี บโอนประสบการณ์ และ
รูปแบบอืน่ ๆ ที่สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษากำหนด เพื่อผลิตบคุ ลากรด้าน
อุตสาหกรรมทม่ี ีความรู้ความสามารถ มคี ุณธรรมจรยิ ธรรม ตอบสนองความตอ้ งการของสถาน
ประกอบ
2. จัดการศกึ ษาในทุกระดับช้ัน โดยใชท้ ฤษฎกี ารเรยี นร้สู รา้ งสรรค์ดว้ ยปัญญา Constructionism
3. สง่ เสริมการพฒั นาภาษาอังกฤษของผู้เรยี นใหส้ ามารถส่ือสารได้
4. ใหบ้ รกิ ารทางดา้ นวชิ าชีพแก่ชุมชน องค์กรสว่ นท้องถนิ่ ท้ังภาครัฐ เอกชน และผู้ด้อยโอกาส
5. จัดกจิ กรรมต่างๆเพ่ือบูรณาการใหผ้ ูเ้ รยี นมีคุณธรรม จรยิ ธรรมและค่านยิ มท่ีพึงประสงค์
6. จดั กิจกรรมในการอนรุ ักษ์และส่งเสริมศิลปวฒั นธรรม ประเพณไี ทยร่วมกบั ชุมชนและองค์กร
ท้องถ่นิ เพ่ือสบื สานเอกลักษณ์ของชาติ
7. พัฒนาศกั ยภาพบุคลากรของวทิ ยาลัยให้มีความรูค้ วามสามารถอยา่ งท่วั ถึงและสมำ่ เสมอ
8. พฒั นาระบบสารสนเทศและสง่ เสรมิ ให้นำเทคโนโลยที ่ที ันสมัยมาประยุกตใ์ ช้ในการดำเนนิ งานของ
วทิ ยาลยั ทั้งดา้ นการบรหิ ารและด้านการเรียนการสอน
9. พฒั นาการบรหิ ารจัดการ
10. ปรบั ปรงุ ภมู ทิ ศั น์ภายในสถานศึกษาใหเ้ ปน็ แหล่งเรียนรู้
11. จดั สรา้ งระบบความร่วมมือกบั ชุมชน โดยการนำภมู ปิ ัญญาทอ้ งถิ่นมาพัฒนางานดา้ นอาชีพ
12. พัฒนาบุคลากรของสถานศึกษาร่วมกบั สถานประกอบการและหน่วยงานทีเ่ กยี่ วขอ้ ง
13. สง่ เสรมิ นวัตกรรมนวัตกรรมและการวิจัย เพอื่ การศึกษา และการใช้ Project Based Learning
ในการจดั การศึกษาให้กบั ผเู้ รยี นทุกระดับ
14. สร้างเครือข่ายความรว่ มมอื เพือ่ พัฒนาคุณภาพสถานศึกษา
วตั ถปุ ระสงค์
เปิดสอนหลักสูตรปวช.และปวส.ในสาขาที่ขาดแคลนเพิ่มเติมเพื่อสนองความต้องการตลาดแรงงาน
ในเขตพื้นที่พัฒนาชายฝั่งทะเลตะวันออก เช่น สาขาปิโตรเคมี สาขาวิชาเทคนิคการผลิต สาขาวิชา
อิเล็กทรอนิกส์อุตสาหกรรม สาขาวิชาไฟฟ้ากำลัง เป็นต้น โดยรับนักศึกษาจากทุกภาคของประเทศ จัดการ
เรียนการสอนในรูปแบบปกติ รูปแบบทวิภาคีและหลักสูตรเทียบโอนประสบการณ์ใน ระดับ ปวช. และระดับ
ปวส. โดยจดั การศกึ ษาโดยใช้ทฤษฎีการเรียนรู้ สร้างสรรคด์ ว้ ยปัญญา Constructionism
วิ ท ย า ลั ย เ ท ค นิ ค ม า บ ต า พุ ด | 17
เปา้ หมายของสถานศึกษา
วิทยาลัยเทคนิคมาบตาพุด มีเป้าหมายในการผลิตนักเรียนนักศึกษาที่มีคุณภาพ มีความรู้
ความสามารถตามสมรรถนะ มีวิสัยทัศน์ในงานอาชีพตรงตามสาขาวิชาที่เรียน พร้อมทั้งฝึกอบรมให้เป็นคนดี
และดำรงชีวิตได้อยา่ งมคี วามสุขและสงิ่ ท่วี ิทยาลยั เทคนิคมาบตาพดุ มุ่งเน้นเปน็ พิเศษ มีดงั น้ี
1. ครูทุกคนจัดทำ และใช้แผนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญบูรณาการตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจ
พอเพียง
2. บุคลากรของสถานศกึ ษาต้องเปน็ บคุ ลากรแห่งการเรยี นรู้ และเป็น Facilitrator ทด่ี ี
3. บุคลากรของสถานศกึ ษาต้องประเมินผลการปฏิบัตงิ านตนเองอย่างน้อยภาคเรียนละ 1 ครง้ั
4. บุคลากรและนักเรียน นักศึกษาของสถานศึกษาทุกคนต้องจัดทำแฟ้มสะสมงาน เพื่อแสดงการ
พัฒนางานของตนเอง
5. ครูผสู้ อนทกุ คนตอ้ งนำทฤษฎกี ารเรียนร้สู ร้างสรรคด์ ้วยปญั ญามาจดั การศกึ ษา
6. นกั เรียนนักศึกษาท้ังหมดจดั ทำ Project Based ทกุ แผนการเรียน
7. กเรียนนกั ศกึ ษาทกุ ชน้ั ปีไดศ้ ึกษาภาษาอังกฤษเพิ่มเติมสปั ดาหล์ ะ 2 คาบ
8. จดั ให้มีสิง่ ประดษิ ฐ์ งานวจิ ยั ทม่ี ีคุณภาพ ปลี ะไม่น้อยกวา่ 10 ผลงาน
9. สถานศึกษามีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชน และชุมชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาสถานศึกษาทุกภาค
เรยี น
10. ปฏบิ ัตติ ามกรอบประเพณี วัฒนธรรมไทย กฎระเบยี บของสงั คมและสถานศกึ ษา
11. ร่วมมอื กนั สรา้ งสิง่ แวดล้อมทส่ี วยงามและพิทักษ์รักษาใหย้ ่งั ยนื
12. ใช้เทคโนโลยีทท่ี ันสมัยอย่างค้มุ คา่
13. เผยแพร่ผลงานของสถานศกึ ษาส่ชู มุ ชนอย่างตอ่ เน่ือง
14. จัดให้มีการสรา้ งเครอื ข่ายเพิม่ ขึ้นทุกปีการศึกษาเป็นผู้นำในการผลติ บุคลากรด้านอุตสาหกรรมที่
มีความรู้ ความสามารถ มีคุณภาพ มีคุณธรรม จริยธรรม สามารถประกอบอาชีพสนองความ
ต้องการของตลาดแรงงานไดอ้ ย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ และดำรงชีวติ อยใู่ นสังคมได้อยา่ งมีความสขุ
วิ ท ย า ลั ย เ ท ค นิ ค ม า บ ต า พุ ด | 18
ประวัตวิ ิทยาลัยเทคนคิ มาบตาพุด
วิทยาลัยเทคนิคมาบตาพุด สังกัด สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ
จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2537 บนที่ดินราชพัสดุ กรมธนารักษ์ จำนวน 95 ไร่ และที่ดินเขตป่า
สงวนแห่งชาติ จำนวน 10 ไร่ รวมทั้งสน้ิ 105 ไร่ แยกจากถนนสขุ ุมวิทไปทางทิศเหนือตามถนนราษฎร์บำรุง
ประมาณ 7 กิโลเมตร ห่างจากศูนย์ราชการจังหวัดระยอง ประมาณ 14 กิโลเมตร และนิคมอุตสาหกรรมมาบ
ตาพุด ชุมชนเมืองใหมม่ าบตาพุดประมาณ 10 กิโลเมตร พื้นที่เป็นที่ราบเชงิ เขา สูงจากระดับนำ้ ทะเลปกติ 90
เมตร
ประวัตกิ ารจดั ต้งั ที่ต้ัง เนอื้ ที่ความเป็นมา
ตามที่รัฐบาล ได้ประกาศให้เขตจังหวัดระยองและจังหวัดชลบุรี เป็นแหล่งพัฒนาอุตสาหกรรมของ
ประเทศ ท่เี หมาะสมเนอ่ื งจากพืน้ ทร่ี าบชายฝ่ังทะเลสะดวกต่อการคมนาคมทั้งทางบกทางทะเลและทางอากาศ
จึงได้ทำโครงการพัฒนาชายฝั่งทะเลตะวันออก (Eastern Seaboard Project) ขึ้น และได้จัดตั้งโรงแยกก๊าซ
ธรรมชาติขึ้นที่ ตำบลมาบตาพุด และตำบลห้วยโป่ง โดยตั้งเป็นนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ( Maptaphut
Industrial Estate ) จากนั้นโรงงานอุตสาหกรรมต่อเนื่องจากโรงแยกก๊าซธรรมชาติอีกมากมายเกิดขึ้นอย่าง
รวดเร็ว ทำให้ขาดแคลนแรงงานเป็นอย่างมาก สภาพัฒนาเศรษกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) ได้เข้ามา
ช่วยแก้ไขปัญหานี้โดยเร่งด่วนจึงมีแนวคิดที่จะผลิตแรงงานป้อนโรงงานอุตสาหกรรมได้ทันเวลา ตลอดจนตรง
กับความต้องการ จึงได้มอบหมายให้กรมอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ จัดตั้งสถานศึกษาเป็นการเร่งด่วน
ที่ นคิ มอุตสาหกรรมมาบตาพุด อำเภอเมือง จังหวัดระยอง
ทต่ี ั้ง รหสั ไปรษณยี ์ หมายเลขโทรศพั ท์
หมายเลขโทรสาร เว็ปไซต์
ท่ีตั้ง : เลขท่ี 234 ถนนราษฎรบ์ ำรงุ ตำบลหว้ ยโปง่ อำเภอเมอื ง จังหวัดระยอง รหัสไปรษณีย์ 21150
หมายเลขโทรศัพท์ : 0-3802-6479
หมายเลขโทรสาร : 0-3802-6480
เว็ปไซต์ : http://www.mtptc.ac.th
ระบบบรหิ ารจดั การงานวิทยาลัยเทคนคิ มาบตาพดุ (RMS) : http://rms.mtptc.ac.th
Facebook :งานกจิ กรรมนกั เรยี น นกั ศึกษา วทิ ยาลัยเทคนิคมาบตาพุด MTPTC
:งานประชาสัมพันธ์ วิทยาลัยเทคนคิ มาบตาพดุ
: อวท. มาบตาพุด วท.มาบตาพุด
วิ ท ย า ลั ย เ ท ค นิ ค ม า บ ต า พุ ด | 19
ค่มู อื การใชง้ าน RMS สำหรับผปู้ กครองและนกั เรยี น-นักศกึ ษา
วิ ท ย า ลั ย เ ท ค นิ ค ม า บ ต า พุ ด | 20
วิ ท ย า ลั ย เ ท ค นิ ค ม า บ ต า พุ ด | 21
วิ ท ย า ลั ย เ ท ค นิ ค ม า บ ต า พุ ด | 22
วิ ท ย า ลั ย เ ท ค นิ ค ม า บ ต า พุ ด | 23
หลกั สูตรท่ีวิทยาลัยเทคนคิ มาบตาพดุ เปิดสอน
หลักสตู รประกาศนียบตั รวชิ าชีพ พทุ ธศกั ราช 2557
ประเภทวชิ า สาขาวชิ า สาขางาน
อตุ สาหกรรม
ชา่ งยนต์ ยานยนต์
พาณชิ ยกรรม
ช่างกลโรงงาน เครอ่ื งมอื กล
ช่างซ่อมบำรงุ ซ่อมบำรงุ อุตสาหกรรม
ช่างไฟฟา้ กำลัง ไฟฟ้ากำลัง
ช่างอิเลก็ ทรอนกิ ส์ อิเลก็ ทรอนิกส์
ชา่ งเชือ่ ม โครงสรา้ ง
เทคโนโลยสี ารสนเทศเพอื่ การส่ือสาร เทคโนโลยสี ารสนเทศ
หลกั สูตรประกาศนียบตั รวชิ าชีพชัน้ สงู พทุ ธศกั ราช 2547
ประเภทวิชา สาขาวชิ า สาขางาน
อุตสาหกรรม
เครือ่ งกล เทคนิคเครื่องกลอตุ สาหกรรม
พาณชิ ยกรรม
เทคนคิ การผลิต เคร่อื งมอื กล
เทคนคิ การผลิต เครื่องมอื กล (WIL)
ช่างเช่ือม ตรวจสอบและทดสอบงานเช่ือม
ไฟฟา้ กำลงั ไฟฟา้ ควบคุม
ไฟฟ้ากำลงั ไฟฟา้ ควบคุม C
อเิ ล็กทรอนิกส์ เทคโนโลยกี ารวดั และควบคุม
ปิโตรเคมี ปโิ ตรเคมี
เทคโนโลยสี ารสนเทศเพื่อการสื่อสาร เทคโนโลยสี ารสนเทศ
วิ ท ย า ลั ย เ ท ค นิ ค ม า บ ต า พุ ด | 24
หลักสตู รประกาศนยี บตั รวชิ าชพี พุทธศักราช 2562
หลักการของหลักสตู ร
๑. เป็นหลักสูตรระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพหลังมัธยมศึกษาตอนต้นหรือเทียบเท่าด้านวิชาชีพที่
สอดคล้องกบั แผนพัฒนาเศรษฐกจิ และสังคมแหง่ ชาติ แผนการศกึ ษาแห่งชาติ และประชาคมอาเซียน
เพื่อผลิต และ พัฒนากำลังคนระดับฝีมือให้มีสมรรถนะ มีคุณธรรมจริยธรรม และ จรรยาบรรณ
วิชาชีพสามารถประกอบอาชีพได้ตรงตามความต้องการของสถานประกอบการและการประกอบ
อาชพี อสิ ระ
๒. เป็นหลกั สูตรทเ่ี ปดิ โอกาสให้เลือกเรียนไดอ้ ย่างกวา้ งขวาง เน้นสมรรถนะเฉพาะดา้ นด้วยการปฏิบตั ิจริง
สามารถเลือกวธิ ีการเรยี นตามศักยภาพและโอกาสของผู้เรียน เปิดโอกาสให้ผู้เรียนสามารถเทียบโอน
ผลการเรียนสะสมผลการเรียน เทยี บความรแู้ ละประสบการณ์จากแหลง่ วิทยาการ สถานประกอบการ
และสถานประกอบอาชีพอิสระ
๓. เป็นหลักสูตรที่สนับสนุนการประสานความร่วมมือในการจัดการศึกษาร่วมกันระหว่างหน่วยงานและ
องคก์ รท่เี ก่ยี วข้อง ทั้งภาครัฐและเอกชน
๔. เป็นหลักสูตรที่เปิดโอกาสให้สถานศึกษา สถานประกอบการ ชุมชนและท้องถิ่น มีส่วนร่วมในการ
พัฒนาหลักสูตรให้ตรงตามความต้องการและสอดคล้องกับสภาพยุทธศาสตร์ของภูมิภาค เพื่อเพิ่มขีด
ความสามารถในการแข่งขนั ของประเทศ
จุดหมายของหลกั สูตร
1. เพ่อื ให้มีความรู้ ทกั ษะและประสบการณใ์ นงานอาชพี สอดคล้องกบั มาตรฐานวชิ าชีพ สามารถนำความรู้
ทกั ษะและ ประสบการณ์ในงานอาชีพได้อย่างมปี ระสิทธภิ าพ เลือกวิถกี ารดำรงชีวิตและการประกอบ
อาชีพไดอ้ ย่างเหมาะสมกับตน สรา้ งสรรค์ความเจรญิ ตอ่ ชุมชน ท้องถิ่น และประเทศชาติ
2. เพื่อให้เป็นผู้มีปัญญา มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ใฝ่เรียนรู้ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและการประกอบ
อาชพี สามารถสรา้ งอาชพี มีทักษะในการจัดการและพฒั นาอาชพี ให้ก้าวหนา้ อย่เู สมอ
3. เพื่อให้มีเจตคติที่ดีต่ออาชีพ มีความมั่นใจและภาคภูมิใจในวิชาชีพที่เรียน รักงาน รักหน่วยงาน
สามารถทำงานเป็นหมู่คณะไดด้ ี โดยมคี วามเคารพในสทิ ธแิ ละหนา้ ท่ขี องตนเองและผอู้ ืน่
4. เพื่อให้เป็นผู้มีพฤติกรรมทางสังคมที่ดีงาม ทั้งในการทำงาน การอยู่ร่วมกัน การต่อต้านความรุนแรง
และสารเสพติด มีความรับผิดชอบต่อครอบครัว หน่วยงาน ท้องถิ่น และประเทศชาติ อุทิศตนเพ่ือ
สังคม เข้าใจ และ เห็นคุณค่าของศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น มีจิตสำนึกด้านปรัชญาของ
เศรษฐกจิ พอเพยี ง ร้จู ักใช้และอนุรักษท์ รัพยากรธรรมชาติ และสรา้ งสิง่ แวดลอ้ มท่ีดี
5. เพื่อให้มีบุคลิกภาพที่ดี มีมนุษยสัมพันธ์ มีคุณธรรม จริยธรรม และวินัยในตนเอง มีสุขภาพอนามัยท่ี
สมบรู ณ์ท้งั รา่ งกายและจิตใจ เหมาะสมกบั งานอาชีพ
6. เพื่อให้ตระหนักและมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ สังคม การเมืองของประเทศและโลก มี
ความรักชาติ สำนึกในความเป็นไทย เสียสละเพื่อส่วนรวม ดำรงรักษาไว้ซึ่งความมั่นคงของชาติ
ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอนั มีพระมหากษตั ริยเ์ ป็นประมุข
วิ ท ย า ลั ย เ ท ค นิ ค ม า บ ต า พุ ด | 25
สถานศกึ ษาเฉพาะทาง
สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ได้ดำเนินการพิจารณาคัดเลือกสาขาวิชาและสถานศึกษาอาชีวศึกษา
ในการพฒั นาให้เป็นสถานศึกษาท่ีมีความเป็นเลิศเฉพาะทางใหส้ อดคล้องกับนโยบายรฐั บาลในการส่งเสริมการ
ลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย เพื่อผลิตและพัฒนากำลังคน ให้มีทักษะและความเชี่ยวชาญเฉพาะทางให้
สอดคล้องกับความต้องการ ของภาคอุตสาหกรรมในกลุ่ม New Growth Engine ของประเทศ 10 ประเทศ
ในเขตอตุ สาหกรรมเปา้ หมาย First S-Curve และ New S-Curve 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายและคลัสเตอร์
ที่เป็นความต้องการเร่งด่วนของประเทศ ทั้งในปัจจุบัน และรองรับความต้องการในอนาคต โดยสำนักงาน
คณะกรรมการการอาชีวศึกษาได้คัดเลือกสถานศึกษาอาชีวศกึ ษานำร่องใน ดงั นี้
ระยะที่ 1 ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2562 กำหนดสาขาวชิ า 7 สาขาวชิ า และสถานศึกษาเฉพาะทาง (นำรอ่ ง)
7 แห่ง ดงั นี้
1) คลัสเตอร์ยานยนต์แห่งอนาคต วิทยาลัยเทคนิคสมุทรสงคราม สาขาแม่พิมพ์
2) คลัสเตอร์เชื้อเพลิงชีวภาพ พลังงานและเคมีชีวภาพ วิทยาลัยเทคนิคมาบตาพุด สาขาปิโตรเคมี
และวิทยาลัยเทคโน โลยีและการจัดการ กฟผ.แม่เมาะสาขาอุตสาหกรรมการผลิต ไ ฟ ฟ้า
3) คลัสเตอร์ท่องเที่ยว เชิงคุณภาพ วิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงราย สาขาท่องเที่ยว
4) คลัสเตอร์อาหารเพ่ือแห่งอนาคต
5) คลัสเตอร์เกษตรเชิงประสิทธิภาพและเทคโนโลยีชีวภาพ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีพะเยา
สาขาเทคโนโลยีอาหารปลอดภยั
6) คลัสเตอร์ขนส่งและการบิน วิทยาลัยเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมการต่อเรือนครศรีธรรมราช
สาขาพาณชิ ยน์ าวี และวทิ ยาลยั เทคนิคสัตหบี สาขาขนส่งระบบราง
ระยะท่ี 2 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 กำหนดสาขาวิช า 5 สาขาวิชาและสถานศึ ก ษา
(นำรอ่ ง) 5 แห่ง ดังนี้
1) คลัสเตอร์ยานยนต์แห่งอนาคต วิทยาลัยเทคนิคฉะเชิงเทรา สาขาชิ้นส่วนยานยนต์
2) คลัสเตอร์เชื้อเพลิงชีวภาพ พลังงานและเคมีชีวภาพ วิทยาลัยเทคนิคหาดใหญ่ สาขาปิโตรเลียม
3) คลสั เตอรท์ ่องเทย่ี วเชงิ คุณภาพ วทิ ยาลยั อาชีวศกึ ษาอุบลราชธานี สาขาโรงแรม
4) คลสั เตอร์อาหารเพ่ือแห่งอนาคตและ
5) คลัสเตอรเ์ กษตรเชงิ ประสิทธิภาพและเทคโนโลยชี ีวภาพ วทิ ยาลยั เกษตรและเทคโนโลยีสพุ รรณบุรี
สาขาเทคโนโลยีอาหารปลอดภยั
6) คลสั เตอรอ์ ิเลก็ ทรอนิกส์อจั ฉริยะ วทิ ยาลยั เทคนิคนครนายก สาขาวิชาอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์
ระยะที่ 3 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 กำหนด จำนวน 6 แห่ง ดังน้ี
1) คลัสเตอร์อาหารเพื่อแห่งอนาคต วิทยาลัยอาชีวศึกษานครปฐม สาขาอาหารและแพคเก็จจิ้ง
(Packaging)
2) คลัสเตอร์เกษตรเชิงประสิทธิภาพและเทคโนโลยีชีวภาพ วิทยาลัยประมงติณสูลานนท์ สาขา
เทคโนโลยีอาหารปลอดภัย (ผลิต แปรรูป สัตว์น้ำ) วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีลพบุรี สาขาเทคโนโลยี
อาหารปลอดภยั (สุกร สตั วป์ ลีก) วิทยาลยั เทคนิคโพธาราม สาขาเทคโนโลยีสิ่งทอและโรงเรยี นคุณธรรม
3. คลัสเตอรข์ นสง่ และการบิน วทิ ยาลัยเทคนิคสัตหีบ และวิทยาลยั เทคนคิ ถลาง สาขาช่างอากาศยาน
วิ ท ย า ลั ย เ ท ค นิ ค ม า บ ต า พุ ด | 26
โครงการพฒั นาช่างเทคนคิ วิศวกรรมเคมี วทิ ยาลยั เทคนคิ มาบตาพุด
(Vocational Chemical Engineering Practice College V-ChEPC)
ในมิตขิ องการสร้างสรรค์มลู คา่ ธุรกจิ คสู่ งั คม และพลังแห่งความร่วมมือ
ความเป็นมา
V-ChEPCเป็นโครงการรเิ ร่ิมจากความรว่ มมือระหว่างสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศกึ ษา สำนักงาน
คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กลุ่มอุตสาหกรรมปิโตรเคมี สภาอุตสาหกรรมแห่ง
ประเทศไทย มูลนิธิศึกษาพัฒน์ และสถาบันปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยที่ทดลองเปิดรับนักศึกษาระดับ ปวช.
จากทั่วประเทศ เข้าศึกษาในโครงการพิเศษ สาขาปิโตรเคมี ซึ่งเป็นการศึกษาในระดับ ปวส.ที่วิทยาลัยเทคนิค
มาบตาพุด จังหวัดระยอง ซึ่งเป็นโครงการทดลองพัฒนาทรพั ยากรมนุษย์และความสามารถในการแข่งขันของ
อุตสาหกรรมหลักของประเทศ ตามยุทธศาสตร์สำคัญของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม
แห่งชาติที่มีมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548 โดยโครงการนี้ได้เริ่มขึ้นปี พ.ศ. 2551ความจำเป็นที่จะต้องมีการพัฒนา
ความสามารถของทรพั ยากรในด้านน้ีของไทย กเ็ ป็นเพราะว่า ที่ผา่ นมาระบบการศึกษาของไทยผลิตบคุ ลากรไม่
สอดคล้องกับความต้องการของแรงงาน ในขณะที่ภาคเศรษฐกิจมีความต้องการแรงงานในด้านอาชีวะ ทักษะ
ฝีมือแรงงาน แต่ระบบการศึกษาและค่านิยมของประชาชนกลับนิยมเรียนในระดับมหาวิทยาลัยด้าน
สังคมศาสตร์ ประกอบกับ SCG Chemical มีประสบการณ์ความสำเร็จร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระ
จอมเกล้าธนบุรี ในการนำเอาวิธีการเรียนรู้ตามทฤษฎีว่าด้วย “แนวทางการเรียนรู้เพื่อการสร้างสรรค์ด้วย
ปัญญา”Constructionism เข้ามาใช้ในการผลิตช่างเทคนิคโดยหลักสูตร 1 ปี ตามโครงการที่เรียกว่า C-
ChEPS (Constructionism Chemical Engineering Practice School)การดำเนินงานตามโครงการดังกลา่ ว
“...ทำให้ SCG สามารถเพิ่มประสิทธิภาพผลผลิต ลดการสูญเสีย ลดอุบัติเหตุ ประหยัดพลังงานและมีการ
ปรับปรงุ การทำงานใหด้ ขี น้ึ อยา่ งเห็นได้ชัด ...”
การดำเนนิ งาน
โครงการ V-ChEPCที่ดำเนินงานโดยวิทยาลัยเทคนิคมาบตาพุด ได้ดำเนินการในทางปฏิบัติด้วยการ
สนับสนุนและการจัดการในด้านต่างๆ ประกอบด้วย 1) ความร่วมมือในการสนับสนุนงบประมาณสถานที่
ฝึกงาน และวิทยากรพี่เลี้ยง จาก PTT Chem, SCG Chemical, Dow, UBE, SPRC และ Thai oil 2) การ
สนับสนุนงานด้านวิชาการจากมูลนิธิศึกษาพัฒน์ สถาบันปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี
พระจอมเกล้าธนบุรี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา 3)
การสร้างความร่วมมือเพื่อพัฒนาครูผู้สอนให้เข้าใจในบทบาทของการสนับสนุนการเรียนรู้ Facilitator)
มากกว่าที่จะบรรยายสอนหน้าชั้นเรียน ซึ่งเป็นความร่วมมือกับโรงเรียนดรุณสิกขาลัย – โรงเรียนนวัตกรรม
แห่งการเรียนรู้ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี สถาบันปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย โครงการ
PI-ChEPSของบรษิ ทั ปตท.เคมีคอล จำกัด (มหาชน) และ C-ChEPS ของ SCG Chemicalเพอื่ สร้างให้ครผู ู้สอน
ได้เข้าใจในกระบวนการและเครื่องมือต่างๆ เช่น Mediation, Dialogue, Mind Mapping, Portfolio, 7
Habits, Six Hat, และ Relations
วิ ท ย า ลั ย เ ท ค นิ ค ม า บ ต า พุ ด | 27
การเรียนการสอนของโครงการ V-ChEPCจะดำเนินการตามกรอบของ Constructionism Learning
Modelประกอบไปด้วย Learn how to Learn, Thinking and Problem Solving Skills, Learner Center
Learning และ Project Based Learning ซึ่งมีรายละเอียดต่างๆ เช่น การสร้างสติและสมาธิ การเสริมสร้าง
กระบวนการคิดอย่างเป็นระบบ การเสริมสร้างจินตนาการ การทำงานเป็นทีม การแก้ไขปัญหาด้วย LEGO-
Logo การเรียนรู้ด้วยการปฏิบัติการจริง การแสวงหาความรู้จนสามารถนำเสนอจุดของการเรียนรู้ การ
แลกเปลยี่ นความรู้ การเรยี นร้จู ากการทำโครงงานและการนำเสนอผลงาน ฯลฯ
นักศึกษาในโครงการนี้ จะได้รับทุนการศึกษาค่าเล่าเรียน มีหอพักให้นักศึกษาพักในวิทยาลัย และมี
งานให้ทำหลังจากจบการศึกษาทั้งในกลุ่มบริษัทที่สนับสนุนข้างต้นหรือบริษัทอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับปิโตร
เคมี ด้วยคา่ จ้างที่สงู กวา่ ผูท้ จี่ บการศกึ ษาในระดับ ปวส.ของหลักสูตรทว่ั ไป ปจั จุบัน (พ.ศ.2558) มีนักเรียนเข้า
มาศึกษาในโครงการนีท้ ้งั สิ้น 204 คน ไดท้ ำงานแล้วกบั SCG Chemical 35 คน DOW 17 คน ฝกึ งานกับ SCG
Chemical 56 คน อยู่ระหว่างการศึกษา 74 คน
การสรา้ งสรรค์มูลคา่ ธุรกิจคสู่ ังคม (Creating Shared Value : CSV)
การอธิบายลกั ษณะของการดำเนนิ งานโครงการข้างต้น อธิบายตามหลกั การทมี่ วี ิทยาลยั เทคนคิ มาบตา
พุด เป็นผู้ดำเนินงาน มีบริษัทเอกชนร่วมสนับสนุนโครงการ พร้อมกับมีองค์กรภาครัฐ และภาคประชาสังคม
ร่วมสนับสนุนตามบทบาทต่างๆ แต่หากอธิบายตามบทบาทของธุรกิจที่มีต่อสังคม ก็จะอธิบายได้ว่า ธุรกิจ
เอกชน 6 แห่ง ร่วมกันดำเนินงานพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ตามโครงการพฒั นาขีดความสามารถทางการแข่งขัน
ของประเทศ กับภาครัฐและองค์กรภาคประชาสงั คม การพิจารณาตามแง่มุมหลงั นี้ จะอธบิ ายถึง CSV ได้ ดงั นี้
ผลลพั ธ์ต่อธรุ กิจ
นอกจากบรษิ ทั ผรู้ ว่ มสนับสนนุ โครงการ จะไดร้ ับประโยชนจ์ ากการมผี ู้รว่ มบริหารจดั การงบประมาณ
เพื่อสาธารณกุศลอย่างมีกลยุทธ์ เป็นหุ้นส่วนความร่วมมือแบบ 3 ฝ่าย (ความร่วมมือนี้ สำนักงาน
คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เรียกว่า ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนแบบ
Public Private Partnership : PPP)แล้ว กรณีของ SCG Chemicalและ DOW ที่รับบุคลากรเหล่านี้เข้าไป
ร่วมงาน ยังจะได้รับผลประโยชน์ทางตรงจากการลดงบประมาณเพื่อการแสวงหาและคัดเลือกบุคลากรจาก
สถาบันการศึกษาโดยทัว่ ไป ที่อาจจะไม่ตรงกับคุณสมบัติที่ต้องการ (อันเนื่องมาจากข้อจำกดั ของกระบวนการ
คัดเลือก) แต่บริษัทจะทราบก็ต่อเมื่อบุคลากรเหล่านั้นร่วมงานกับบริษัทไปในระยะหนึ่งแล้ว และหากผ่าน
ระยะเวลาการทดลองงานไปแล้ว ก็จะเป็นปัญหาที่จะต้องจัดสรรงบประมาณอีกจำนวนหนึ่งเพื่อมาพัฒนา
ความรคู้ วามสามารถของบุคคลเหลา่ นี้
วิ ท ย า ลั ย เ ท ค นิ ค ม า บ ต า พุ ด | 28
ผลลัพธ์ต่อสังคม
ในขณะเดียวกัน การดำเนินงานตามโครงการนี้ นอกจากจะสอดคล้องนโยบายของภาครัฐและ
ยุทธศาสตร์ของประเทศว่าด้วยการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และการสร้างขีดความสามารถทางการแข่งขัน ซึ่ง
เป็นนโยบายในระดับประเทศแล้ว จากข้อมูลที่ได้จากการสัมภาษณ์จากบริษัทผู้จ้างงาน ระบุว่า นักศึกษาใน
โครงการนี้จะได้รับค่าจ้างเริ่มต้นไม่ต่ำกว่า 26,000 บาท/เดือน ซึ่งสูงกว่ารายได้ต่อครัวเรือนเฉลี่ยของ
ประเทศ ย่อมแสดงว่า หากครอบครัวใดมีลูกที่จบจากโครงการนี้ นอกจากจะเรียนจบแล้วมีงานรองรับแล้ว
ครอบครัวนั้น ยังจะมรี ายไดส้ ูงกวา่ รายไดโ้ ดยเฉลย่ี อกี ลำดบั หนึ่งดว้ ย
ด้วยเหตุดงั กล่าว ในเวลาต่อมา สถาบันปิโตรเลยี มแห่งประเทศไทย จึงไดจ้ ัดทำโครงการติวเตอร์เพื่อ
กระตนุ้ และเตรยี มความพร้อมของเดก็ นักเรยี นในจังหวัดระยองเปน็ การเฉพาะ ในปี พ.ศ. 2555 มนี ักเรยี นจาก
จงั หวดั ระยองเข้ารว่ มในโครงการนม้ี ากถึง 40 % ซึ่งถือไดว้ ่า เป็นโครงการท่ีตอบสนองสังคมในพืน้ ทต่ี ง้ั ของ
โรงงานของผูส้ นับสนุนงบประมาณโดยตรง
พลงั ของความร่วมมือ (The Power of Collaboration)
โครงการ V-ChEPCและการเรียนการสอนตามกรอบ Constructionism Learning Modelได้รับ
ความสนใจจากสถาบนั อาชีวศึกษาในอินโดนีเซีย และ UNESCO กรุงเทพฯท่ีจะขยายความรว่ มมอื และขยายผล
การดำเนินงานตามโครงการในลักษณะเดียวกันนใ้ี หก้ วา้ งขวางออกไป อยา่ งไรก็ตาม จะเหน็ ได้ว่า ความร่วมมือ
แบบ PPP ในโครงการนี้ แท้ที่จริงแล้ว เป็นความร่วมมือของผู้มีส่วนได้เสียแบบหลายภาคส่วน ( Multi-
Stakeholder Collaboration) มาต้ังแต่ต้น กล่าวคือ ความร่วมมือของภาครัฐระหว่างสำนักงาน
คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติในฐานะที่เป็นองค์กรระดับนโยบาย กับ
กระทรวงศึกษาธิการ โดยสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาในฐานะองค์กรระดับปฏิบัติการ เพื่อจัดการ
แก้ไขปัญหาการจัดการศึกษาที่ไม่สนองตอบต่อความต้องการของตลาดและความสามารถทางการแข่งขันทาง
เศรษฐกิจ โดยความร่วมมือดังกล่าวยังร่วมกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นองค์กรภาคเอกชน
และมูลนิธิศึกษาพัฒน์ และสถาบันปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นองค์กรภาคประชาสังคม ไปพร้อมๆกัน
ด้วย ขณะเดียวกัน แนวคิดว่าด้วย Constructionism Learning Model ที่มาปรับใช้เพื่อการเรียนการสอนใน
โครงการนี้ ก็ได้รับความร่วมมือจากโรงเรียนดรุณสิกขาลัย ซึ่งเป็นโรงเรียนนวัตกรรมของมหาวิทยาลัย
เทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ประสบการณ์จากโครงการPI-ChEPSและ C-ChEPSยงิ่ ไปกว่านัน้ ยังมีการสร้าง
ความร่วมมือกับบริษัทเอกชน ในการใช้สถานที่ของโรงเรียน และวิทยากรพี่เลี้ยง ซึ่งเป็นทรัพยากรของ
บริษัทเอกชน ความร่วมมือของการสร้างความรู้ข้างต้ น สอดคล้องและตอกย้ำความสำเร็จของ
Constructionism
พลังของความร่วมมือที่หลากหลายการทำงานที่เป็นขัน้ เปน็ ตอนและการวางอยู่บนรากฐานของการ
พัฒนา จึงทำให้โครงการนี้ จัดการปัญหาได้ทั้งการเรียนการสอน การจัดการศึกษาที่สอดคล้องกับความ
ต้องการ ความสามารถของบุคลากร ประสิทธิภาพการผลิตของบริษัท ความมั่นคงของกิจการ ความสามารถ
ทางการแข่งขนั และระบบเศรษฐกจิ ของประเทศ ในขณะเดียวกันด้านของสังคม นอกจากจะสร้างความสามารถ
ส่วนบุคคลแล้ว ยังสร้างรายได้ที่ดีให้กับครอบครัว และเป็นการตอบสนองการอยู่ร่วมกันของโรงงานกับชุมชน
โดยรอบได้อยา่ งเปน็ รปู ธรรม
วิ ท ย า ลั ย เ ท ค นิ ค ม า บ ต า พุ ด | 29
งานกิจกรรมนักเรยี นนกั ศกึ ษา
มุ่งเน้นเสริมสร้างคุณธรรมจริยธรรม เพื่อพัฒนาคุณลักษณะที่พึงประสงค์ และตอบสนองความต้องการ
ของนกั เรยี นนักศกึ ษา เนน้ ยุทธศาสตรก์ ารจัดกจิ กรรม ดังน้ี
1. กจิ กรรมชมรมของหน่วยองค์การนกั วชิ าชีพในอนาคตแห่งประเทศไทย วทิ ยาลัยเทคนิคมาบตาพดุ
2. กิจกรรม ศิลปะ ดนตรี กฬี า และนนั ทนาการ
3. กจิ กรรมส่งเสริมภาวะผ้นู ำและพัฒนาบุคลิกภาพ
4. กิจกรรมเขา้ คา่ ยคุณธรรมจรยิ ธรรม
5. กิจกรรมนักศึกษาวชิ าทหาร
6. กจิ กรรมลูกเสือวิสามัญ
7. กจิ กรรมวนั สำคัญของชาติ ศาสนา พระมหากษตั ริย์
8. กิจกรรมตามประเพณีของชมุ ชนและท้องถน่ิ
9. กิจกรรมอื่นๆ ตามนโยบายของรัฐบาล นโยบายสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา นโยบาย
จงั หวัดระยอง และนโยบายของวทิ ยาลัยเทคนคิ มาบตาพดุ
กิจกรรมดังกล่าวจัดดำเนินการบูรณาการโดยคณะกรรมการองค์การนักวิชาชีพในอนาคตแห่งประเทศ
ไทย (อ.ว.ท.) หน่วยวิทยาลัยเทคนิคมาบตาพุด คณะกรรมการชมรมวิชาชีพทุกสาขาวิชา และคณะกรรมการ
ชมรมต่างๆ ทว่ี ทิ ยาลยั ประกาศจัดตง้ั
นักเรียนนักศึกษาทุกคนตอ้ งเป็นสมาชิก อ.ว.ท. และเลือกเป็นสมาชิกชมรมอื่นๆ อีกอย่างน้อย 1 ชมรม
และตอ้ งมี สว่ นรว่ มดังน้ี
1. การเลอื กตัง้ คณะกรรมการ อ.ว.ท. ระดบั หน่วย
2. การเลือกตัง้ คณะกรรมการชมรมวชิ าชพี ที่ตนเองสังกดั
3. ปฏิบัติกิจกรรมในชั่วโมงกิจกรรมที่กำหนดตามตารางเรียน กิจกรรมพบครูที่ปรึกษา และช่วงเวลา
อ่นื ๆ ตามท่ีวทิ ยาลยั เทคนคิ มาบตาพุดกำหนด
4. ปฏิบัตกิ จิ กรรมหนา้ เสาธงตอนเช้า ไมน่ อ้ ยกว่าร้อยละ 60 (คิดจากจำนวนครั้งทเี่ ขา้ รว่ ม)
5. ปฏบิ ัติกจิ กรรมอื่นๆ ทไ่ี ดร้ ับมอบหมายจากครูและวิทยาลยั เทคนคิ มาบตาพุดมอบหมาย
วิ ท ย า ลั ย เ ท ค นิ ค ม า บ ต า พุ ด | 30
หลกั เกณฑแ์ ละแนวทางเก่ียวกับการประเมินผลกจิ กรรมวิทยาลยั เทคนคิ มาบตาพุด
1. นกั เรียนนกั ศึกษาทุกคน จะตอ้ งมีสมุดประจำตวั บันทึกกิจกรรมนักเรยี นนักศึกษาของวิทยาลัยเทคนิค
มาบตาพุด และเก็บรักษาไว้ตลอดการศึกษาทีว่ ิทยาลัยเทคนคิ มาบตาพดุ
2. การสำเรจ็ การศึกษา ระดับ ปวช. จะตอ้ งเขา้ ร่วมกิจกรรมไม่น้อยกวา่ 200 ชัว่ โมง ระดับ ปวส. ไม่
นอ้ ยกวา่ 120 ชัว่ โมง
3. การประเมินผลกจิ กรรม แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ
3.1 กิจกรรมตามตารางเรียนและการพบครูท่ปี รึกษา สัปดาหล์ ะ 2 ชวั่ โมง
3.2 กจิ กรรมหน้าเสาธง (สัดส่วนการประเมนิ 60 %)
สรุปผลการประเมินกิจกรรมประจำภาคเรียน นักเรียนนกั ศึกษาจะผ่านการประเมินกิจกรรมประจำภาคเรียน
โดยผู้เรียนจะต้องเข้าร่วมกิจกรรมทั้ง 2 ส่วน ไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 จึงจะได้รับการประเมินผ่านกิจกรรม
(ได้ผลการประเมิน ผ.) และถ้าผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมน้อยกว่าร้อยละ 60 จะได้รับการประเมินผลไม่ผ่าน
กจิ กรรม (ได้ผลการประเมนิ ม.ผ.)
3.3 นักเรียนนักศึกษาท่ีได้ผลการประเมิน ม.ผ. จะต้องลงทะเบียนซ่อมเสริมกิจกรรมตามระเบียบ
และปฏิบัติ ซ่อมเสริมกิจกรรมตามหลักเกณฑ์ที่วิทยาลัย (งานกิจกรรมนักเรียนนักศึกษา) มอบหมายให้
ดำเนินการจนครบถ้วนสมบรู ณ์
3.4 นักเรียนนักศึกษาที่ไม่ผ่านการประเมินผลกิจกรรม (ม.ผ.) และไม่ดำเนินการซ่อมเสริมให้
เรียบร้อยตามหลักเกณฑ์และระยะเวลาที่วิทยาลัยกำหนด วิทยาลัยขอสงวนสิทธิ์และไม่อนุญาตให้นักเรียน
นกั ศึกษาได้รบั สทิ ธ์ิ (ที่เปน็ อำนาจของวิทยาลยั ) ในเรื่องตอ่ ไปนี้
3.4.1 โควตาทกุ ประเภท
3.4.2 ทนุ การศึกษาทุกประเภท
3.4.3 การกู้ยืมเงินกองทุนเงนิ ใหก้ ยู้ ืมเพื่อการศึกษา
3.4.4 หนังสือรับรองความประพฤตทิ ุกกรณี
วิ ท ย า ลั ย เ ท ค นิ ค ม า บ ต า พุ ด | 31
กิจกรรม ศิลปะ ดนตรี กฬี า และนนั ทนาการ
วิทยาลัยเทคนิคมาบตาพุดสนับสนุนส่งเสริมให้นักเรียนนักศึกษาได้แสดงความสามารถและมีส่วนร่วม
ด้านศลิ ปะ ดนตรี กฬี า และนันทนาการ ตลอดปีการศกึ ษา โดยมีการจดั ต้งั ชมรมต่างๆ
1. ด้านศิลปะ: ส่งเสริมให้นักเรียนนักศึกษาได้แสดงความสามารถทางด้านศิลปะอย่างหลากหลาย ทั้ง
ประเภทประกวด แข่งขัน และบริการชมุ ชน
2. ดา้ นดนตรี: ส่งเสริมให้นักเรียนนกั ศึกษาได้แสดงความสามารถทางดา้ นดนตรีไทยและดนตรสี ากล ทง้ั
ภายในสถานศึกษาและภายนอกสถานศึกษา
3. ด้านกีฬา: ส่งเสริมให้นักเรียนนักศึกษาได้แสดงความสามารถทางด้านกีฬาอยา่ งหลากหลาย จัดให้มี
การแขง่ ขนั กีฬาประเภทต่างๆ ตามความสนใจของผู้เรียนดว้ ยความเหมาะสมตลอดปีการศึกษา ทั้งกีฬาภายใน
กฬี าและกรีฑาระดบั จงั หวัด ระดับภาคใต้ และระดับชาติ
4. ดา้ นนนั ทนาการ: สง่ เสรมิ ให้นักเรยี นนักศึกษาใชเ้ วลาว่างให้เกิดประโยชน์ ผ่อนคลายความตึงเครียด
เสริมสรา้ งสขุ ภาพจติ ทดี่ ี มคี วามรัก สามัคคแี ละสมานฉนั ท์
วิ ท ย า ลั ย เ ท ค นิ ค ม า บ ต า พุ ด | 32
วิ ท ย า ลั ย เ ท ค นิ ค ม า บ ต า พุ ด | 33
วิ ท ย า ลั ย เ ท ค นิ ค ม า บ ต า พุ ด | 33
วิ ท ย า ลั ย เ ท ค นิ ค ม า บ ต า พุ ด | 34
วิ ท ย า ลั ย เ ท ค นิ ค ม า บ ต า พุ ด | 34
วิ ท ย า ลั ย เ ท ค นิ ค ม า บ ต า พุ ด | 35
วิ ท ย า ลั ย เ ท ค นิ ค ม า บ ต า พุ ด | 35
วิ ท ย า ลั ย เ ท ค นิ ค ม า บ ต า พุ ด | 36
วิ ท ย า ลั ย เ ท ค นิ ค ม า บ ต า พุ ด | 36
วิ ท ย า ลั ย เ ท ค นิ ค ม า บ ต า พุ ด | 37
วิ ท ย า ลั ย เ ท ค นิ ค ม า บ ต า พุ ด | 37
วิ ท ย า ลั ย เ ท ค นิ ค ม า บ ต า พุ ด | 38
วิ ท ย า ลั ย เ ท ค นิ ค ม า บ ต า พุ ด | 38
วิ ท ย า ลั ย เ ท ค นิ ค ม า บ ต า พุ ด | 39
วิ ท ย า ลั ย เ ท ค นิ ค ม า บ ต า พุ ด | 39
วิ ท ย า ลั ย เ ท ค นิ ค ม า บ ต า พุ ด | 40
วิ ท ย า ลั ย เ ท ค นิ ค ม า บ ต า พุ ด | 40
การสมคั รเป็นนกั ศึกษาวชิ าทหาร
ระเบยี บ–วิธกี าร รบั สมคั รและรายงานตวั ของนกั ศึกษาวชิ าทหาร
1. การเตรยี มสมัครเปน็ นศท. ช้นั ปที ี่ 1
1.1 สมัครใจที่จะเป็นทหาร เพราะการสมัครเรียน นศท. ก็ต้องพร้อมที่จะเป็นทหาร แต่เป็นทหาร
กองหนุนท่เี ปน็ กำลังสำรองของชาติ ซ่ึงต้องถูกเรียกพลตามที่เหล่าทัพกำหนด มิใชส่ มัครเปน็ นศท. เพ่ือสิทธิได้
ปลดเปน็ กองหนุนโดยไม่ตอ้ งเขา้ รับราชการทหารกองประจำการ ตาม พ.ร.บ.วา่ ด้วยการรับราชการ พ.ศ.2497
1.2 คณุ สมบตั ทิ ่วั ไป
1. ต้องเปน็ นักเรียนนักศึกษาในสถานศกึ ษาท่เี ปิดการฝึกวิชาทหาร
2. เป็นผู้ท่ีมสี ัญชาติไทย
3. อายุไม่เกนิ 21 ปบี รบิ ูรณ์
4. ไม่พิการทุพลภาพ หรือ มีโรคที่ขดั กับราชการทหาร
5. มคี วามประพฤตเิ รยี บร้อย
6. ไม่เปน็ ทหารประจำการ, กองประจำการ หรือ ถกู กำหนดตวั เข้ากองประจำการ
1.3 คณุ สมบตั ทิ างการศกึ ษา
- สำเร็จการศกึ ษาตั้งแต่ ม.3 ขึ้นไป และมคี ะแนนเฉลย่ี ตามที่กองทัพบกกำหนด (คะแนนเฉลี่ย
ตั้งแต่ 1.00 ข้ึนไป)
- ขนาดร่างกาย จะต้องมขี นาดรา่ งกายตามที่ นสร. กำหนด (ตามตารางข้างลา่ ง)
ขนาดร่างกายของผสู้ มคั รเข้าเปน็ นศท. ช้นั ปที ่ี 1
อายไุ ม่เกิน ชาย หญิง
(ป)ี
ความขยายของอก (ซม.) น้ำหนกั ความสูง นำ้ หนัก ความสูง
15 หายใจเข้า หายใจออก (กก.) (ซม.) (กก.) (ซม.)
16
17 75 72 42 154 41 148
18 76 73 44 156 42 149
19-22 77 74 46 158 43 150
78 75 48 160 44 151
79 76 49 161 45 152
วิ ท ย า ลั ย เ ท ค นิ ค ม า บ ต า พุ ด | 41
2. เงือ่ นไขข้อบงั คบั ตอ้ งปฏบิ ตั ติ ามระเบยี บ นศท. ดังน้ี
2.1 ต้องสมัคร–รายงานตวั จงึ จะเขา้ รบั การฝกึ ได้
2.2 ตอ้ งชำระเงินบำรงุ เพือ่ สง่ เสรมิ การฝกึ ศึกษานักศึกษาวิชาทหาร
2.3 ต้องไวผ้ มตามระเบียบทีก่ รมการรักษาดินแดนกำหนด
2.4 ตอ้ งแต่งกายตามระเบยี บกำหนด
2.5 ตอ้ งเชอื่ ฟังและปฏบิ ัตติ ามระเบียบข้อบงั คบั และคำสงั่ โดยเคร่งครดั
2.6 ผสู้ มคั รเปน็ นศท. ช้ันปีที่ 1 (ชาย,หญงิ ) ตอ้ งผ่านการทดสอบสมรรถภาพร่างกายตามระเบยี บท่ี
กำหนดดงั นี้
เกณฑ์ผ่านการทดสอบสมรรถภาพรา่ งกายของผู้สมัคร นศท. ชน้ั ปที ี่ 1
ชาย หญงิ
ลำดับ การทดสอบ จำนวน เวลา
จำนวน เวลา
1 ลกุ น่ัง 35 คร้งั ภายใน 2 นาที 20 ครง้ั ภายใน 2 นาที
2 ดนั พื้น 22 ครัง้ ไมจ่ ำกัดเวลา 10 ครง้ั ไม่จำกัดเวลา
3 วิง่ 800 เมตร 3.15 นาที 800 เมตร 5 นาที
3. หลักฐานการรับสมคั ร นศท. ชน้ั ปที ่ี 1
3.1 ใบสมัคร (ทบ.344-002) ติดรูปถ่ายในเครื่องแบบนักเรียนนักศึกษา ขนาด 3 x 4 ซม. กรอก
ข้อความที่ต้องการให้ครบถ้วนถูกต้อง โดยให้หัวหน้าสถานศึกษา และ บิดา, มารดา หรือ ผู้ปกครองตาม
กฎหมายลงนามให้การยินยอมให้เป็นที่เรียบร้อย สำหรับช่องผลการตรวจร่างกาย เจ้าหน้าที่รับสมัครเป็นผู้
กรอกข้อความ
3.2 สำเนาทะเบยี นบ้าน จำนวน 1 ฉบับ
3.3 สำเนาหลกั ฐานการศึกษา จำนวน 1 ฉบับ
4. การรับสมคั ร–การมอบตัวของผ้สู มคั รเข้าเป็นนักศึกษาวชิ าทหารช้นั ปีที่ 1
รบั สมคั ร เดอื นมิถนุ ายนของทุกปีการศึกษา
คา่ ใชจ้ า่ ย ประมาณ 2,170 บาท
วิ ท ย า ลั ย เ ท ค นิ ค ม า บ ต า พุ ด | 42
การผอ่ นผนั เข้ารบั ราชการทหาร
นักศึกษาชายที่มีอายุครบ 21 ปีบริบูรณ์ จะต้องไปรับหมายเรยี กเข้ารับราชการทหาร (แบบ สด.35)
ณ ที่ว่าการอำเภอตามภูมิลำเนาทหาร ผู้ที่มีสิทธิได้รับการผ่อนผันเข้ารับราชการทหารจะต้องเป็นผู้ที่กำลัง
ศกึ ษาอยแู่ ละมีอายไุ ม่เกนิ 26 ปี เทา่ นนั้
1. หลักฐานในการผอ่ นผันเข้ารบั ราชการทหาร
1. สำเนาใบสำคญั สด.9 จำนวน 2 ฉบบั ขนาดกระดาษ A4
2. สำเนาทะเบียนบา้ น จำนวน 2 ฉบบั ขนาดกระดาษ A4
3. สำเนาบัตรประชาชน จำนวน 2 ฉบับ ขนาดกระดาษ A4
4. สำเนาหมายเรียก (สด.35) จำนวน 2 ฉบับ ขนาดกระดาษ A4
5. หนงั สอื รับรองการเปน็ นักศกึ ษา
2. การปฏบิ ตั ิ
1. หลกั ฐานทุกฉบับให้รบั รองสำเนาถกู ต้อง
2. ใหส้ ง่ เอกสารท่งี านกจิ กรรมนักเรยี นนักศึกษา ตั้งแต่ต้นเดอื นตลุ าคมถงึ ส้ินเดือนธนั วาคม
3. ในการส่งเอกสารใหน้ ักศึกษากรอกข้อมลู ตามบัญชรี ายชอ่ื ที่จดั ทำให้
4. เมื่อได้รับหมายเรียกให้ไปตรวจเลือกจากที่วา่ การอำเภอ ให้นักศึกษาไปรับหมายเรียก (แบบ สด.
35) ทันที
3. การปฏิบตั ติ นของผู้ท่ีได้รับการผ่อนผนั เข้ารับราชการทหาร
1. นักศึกษาที่ได้รับการผ่อนผัน ถ้ายังไม่ได้รับหมายเรยี กเข้ารับราชการทหาร ให้ไปแสดงตนเพื่อรับ
หมายเรยี ก เขา้ รับราชการทหาร (แบบ สด.35) ท่ีอำเภอภูมลิ ำเนาทหารทุกปี จนกวา่ จะหมดเขตผ่อนผัน
2. นกั ศกึ ษาท่ีจะไดร้ บั การผอ่ นผนั ทุกคนจะต้องไปรายงานตวั เข้ารับการตรวจเลือกทหารตามกำหนด
วัน เวลา และสถานที่ที่กำหนดไว้ในหมายเรียก เมื่อคณะกรรมการตรวจเลือกฯ พิจารณาผ่อนผันให้แล้ว
ประธานกรรมการตรวจเลือก จะมอบใบรับรองผลการตรวจเลอื กฯ (แบบ สด.43) ใหไ้ วเ้ ปน็ หลกั ฐาน
3. ผู้ขอผ่อนผัน ถ้าไม่ปฏิบัติตามข้อ 1 และ ข้อ 2 ถือว่าหลีกเลี่ยงขัดขืน ย่อมมีความผิดต้องได้รับ
โทษตามกฎหมาย
4. อนึ่ง นักศึกษาผู้ใดที่สถาบันได้ส่งเรื่องขอผ่อนผันเข้ารับราชการทหารไว้ครั้งหนึ่งแล้ว หากยัง
ศึกษาอยู่สถาบันเดิมก็ไม่ต้องส่งเรื่องมาอีก แต่ถ้าหากนักศึกษาไปศึกษาต่อยังสถาบันใหม่ก็ต้องส่งหลักฐาน
การขอผ่อนผันเข้ารับราชการทหารกับสถาบันนั้นอีกครั้ง เว้นแต่จะพ้นสภาพจากการเป็นนักศึกษาหรืออายุ
ครบกำหนดตามกฎกระทรวง
4. เอกสารสำหรับผ้ทู ี่ได้รับการผอ่ นผันฯ ที่จะตอ้ งนำไปแสดงในวันตรวจเลือกตามหมายเรยี ก
1. หมายเรียก (แบบ สด.35) ฉบบั จริง
2. แบบ สด.9 หรอื สด.43 ฉบับจริง
3. บัตรประจำตัวประชาชน
วิ ท ย า ลั ย เ ท ค นิ ค ม า บ ต า พุ ด | 43
งานครทู ี่ปรกึ ษา
หน้าที่และความรับผดิ ชอบของครทู ี่ปรกึ ษา
(1) ให้ความคิดเห็นและข้อมูลเกี่ยวกับการกำหนดรายวิชาในการลงทะเบียนเรียน ให้ความเห็นชอบแก่
นกั เรยี น นกั ศึกษาในการลงทะเบียนรายวชิ า การลงทะเบียนเทยี บโอนความรู้และประสบการณ์ การขอเปลี่ยน
ขอเพิ่ม และขอถอนรายวิชา การขอพักการเรียน การโอนย้าย การลาออก การขอผอ่ นผนั หรือยกเวน้ การชำระ
เงินคา่ ลงทะเบียนรายวชิ า ติดตาม แนะนำ ให้คำปรึกษาเก่ียวกับการเรียน การคำนวณหาคา่ ระดบั คะแนนเฉล่ีย
แก่นกั เรยี น นักศึกษา
(2) ใหค้ ำปรกึ ษาแนะนำเกีย่ วกับการเขา้ ร่วมกจิ กรรมต่างๆ แก่นกั เรยี น นักศกึ ษา
(3) ให้คำปรึกษา แนะนำ ป้องกัน ตักเตือน ดูแล และปรับปรุงแก้ไขความประพฤติของนักเรียน
นักศึกษา ประสานงานและรายงานผลการเรยี นและพฤติกรรมของนักเรยี น นักศกึ ษา ใหผ้ ู้ปกครองทราบ
(4) จดั ทำ เก็บ รวบรวม ประวตั ิ ขอ้ มูลการเรียน และพฤติกรรมของนกั เรยี น นักศึกษา
วิ ท ย า ลั ย เ ท ค นิ ค ม า บ ต า พุ ด | 44
กองทุนเงนิ ให้กู้ยมื เพ่อื การศกึ ษา
กองทนุ เงินใหก้ ยู้ มื เพ่ือการศึกษา (กยศ.) จัดตัง้ ขึน้ ตามมตคิ ณะรัฐมนตรี เม่ือวันท่ี 28 มีนาคม พ.ศ.2538
ในลักษณะเงินทุนหมุนเวียน ตามนัยมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติเงินคงคลัง พ.ศ.2491 โดยได้เริ่ม
ดำเนินการให้กู้ยืม ครั้งแรกในปีการศึกษา 2539 ต่อมารัฐบาลได้มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติกองทุนเงนิ
ให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ.2541 เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2541 ส่งผลให้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพือ่ การศึกษามีฐานะ
เป็นนิติบุคคล ในกำกับดูแลของกระทรวงการคลัง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อมุ่งสร้างโอกาสทางการศึกษา
โดยสนับสนุนค่าเล่าเรียน ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษา และค่าครองชีพแก่นักเรียนนักศึกษาที่มีความ
จำเป็น ตั้งแต่ระดับมัธยมปลาย (สายสามัญและสายอาชีพ) อาชีวศึกษาและอุดมศึกษา โดยไม่คิดดอกเบ้ี ย
ระหว่างศึกษาอยู่ และจะต้องชำระเงินคืนหลังจากจบการศึกษาหรือเลิกการศึกษาแล้ว เป็นเวลา 2 ปี
โดยกองทุนฯ คดิ อตั ราดอกเบย้ี รอ้ ยละ 1 ต่อปี
คณุ สมบตั ิผ้มู สี ทิ ธกิ ยู้ มื
• นักเรียนนกั ศึกษา
• ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (สายสามัญและสายอาชพี )
• ระดับอุดมศึกษา (อนุปริญญา ปรญิ ญาตรี) ทง้ั ภาคปกติ ภาคพิเศษ
• ระดับอาชีวศึกษา (ประกาศนียบัตรวิชาชพี ช้นั สงู อนปุ รญิ ญา ปริญญาตร)ี
• ต้องมีสัญชาติไทย รายได้ต่อครอบครัวไม่เกิน 200,000 บาทต่อปี และมีคุณสมบัติอื่นๆ ครบถ้วน
ตามทกี่ องทนุ ฯ กำหนด
ผ้คู ำ้ ประกันในสัญญาก้ยู ืมเงิน (ข้อใดข้อหน่ึง)
1. บิดา มารดา หรือผู้ปกครอง
2. กรณบี ิดามารดาเสยี ชวี ติ ให้ผู้ปกครองท่รี ับอปุ การะเลย้ี งดลู งนามแทน
3. บุคคลทป่ี ระกอบอาชพี มรี ายไดน้ า่ เชื่อถอื
4. กรณีคู่สมรสของผู้คำ้ ประกันไม่ให้ความยินยอม ใหผ้ คู้ ำ้ ประกนั ลงนามฝ่ายเดียวได้
5. กรณีไม่มบี ุคคลคำ้ ประกนั ใหใ้ ชห้ ลักทรพั ย์แทน
บุคคลผูร้ ับรองรายไดใ้ นสัญญากู้ยืมเงิน (ขอ้ ใดขอ้ หนง่ึ )
1. ขา้ ราชการระดับ 5 ขนึ้ ไปหรอื เทยี บเท่า หากรับราชการทหารหรือตำรวจตอ้ งมียศตั้งแต่พนั ตรีข้ึนไป
2. ผู้บรหิ ารสถานศึกษา
3. ผ้ปู กครองท้องถ่นิ ระดับผู้ใหญ่บ้านขน้ึ ไป (สว่ นพนักงานรัฐวิสาหกจิ นายกเทศมนตรี หรือตำแหนง่ อน่ื
ทน่ี อกเหนือ จากนี้ไมส่ ามารถรับรองได้)
วิ ท ย า ลั ย เ ท ค นิ ค ม า บ ต า พุ ด | 45
เงอ่ื นไขตามสัญญากู้ยืมเงินกองทนุ ฯ ทีผ่ ูก้ ้คู วรทราบและถือปฏิบัติ
1. ถ้าผู้กู้ยืมเปลี่ยนแปลงชื่อ นามสกุล หรือสถานที่อยู่ หรือย้ายสถานที่ศึกษา หรือจบการศึกษา หรือ
เลิกการศึกษา ผู้กู้ยืมมีหน้าที่แจ้งให้ธนาคารผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืมทราบ เป็นหนังสือภายใน 15 วัน
นับแต่วันที่เปลี่ยนแปลง ชื่อ นามสกุล หรือสถานที่อยู่ หรือย้ายสถานศึกษา หรือจบการศึกษา หรือเลิก
การศึกษา มิฉะนั้นถือว่าผู้กู้ยืมผิดสัญญา ผู้ให้กู้ยืมมีสิทธิบอกเลิกสัญญาและเรียกเงินกู้ที่ผู้กู้ยืมได้รับไปแล้ว
ทัง้ หมดคืนในทนั ที
2. ผู้กู้ยืมสำเร็จการศึกษาและเข้าทำงานในสถานที่ใด ผู้กู้ยืมต้องแจ้งที่อยู่และสถานที่ทำงานนั้ น
พร้อมทั้งจำนวนเงินเดือนหรือค่าจ้างที่ได้รับให้ธนาคารผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาทราบ
เป็นหนังสือภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ผู้กู้ยืมเริ่มทำงาน และในกรณีที่ผู้กู้ยืมย้ายที่อยู่ หรือเปลี่ยนงาน
หรือสถานท่ี หรือเปล่ียนแปลงเกีย่ วกับเงินเดือนหรือค่าจ้าง ผู้ก้ยู ืมตอ้ งแจ้งใหธ้ นาคารผบู้ ริหารและ จัดการเงิน
ใหก้ ยู้ ืมฯ ทราบ ภายใน 30 วนั นับแต่วนั ทผี่ กู้ ู้ยืมยา้ ยท่ีอยู่ เปลี่ยนงาน หรือเปล่ยี นแปลงเกี่ยวกับเงินเดือนหรือ
คา่ จา้ งทุกๆ ครั้ง
3. ให้แนบเอกสารหลักฐานตา่ งๆ ทเ่ี กี่ยวขอ้ งกับข้อปฏิบัติในขอ้ 1 และขอ้ 2 สง่ บมจ.ธนาคารกรงุ ไทย
หลักเกณฑ์การขอผ่อนผันชำระหน้ี
หลักเกณฑ์ เอกสารเพ่อื ประกอบการพจิ ารณา หลกั เกณฑ์
1. เปน็ ผู้ไม่มีรายได้ - ยืดเวลาได้คราวละ
* แบบฟอร์ม กยศ.202 , 203 ไม่เกนิ 6 เดือน
2. เป็นผูม้ รี ายได้ * หนงั สือรบั รองจากผู้ใหญบ่ า้ น รวมแลว้ ไมเ่ กิน 2 ปี
ตำ่ กว่าเดือนละ หรอื ขา้ ราชการ ระดบั 5 ขน้ึ ไป
4,700.- บาท * สำเนาภาพถ่ายบัตรประจำตัวขา้ ราชการผรู้ ับรอง - ผ่อนชำระได้ไมต่ ่ำกว่า
* แบบฟอร์ม กยศ.202 , 203 300 บาทต่อเดือน
3. เป็นผ้ปู ระสบภัยพบิ ัติ * หนังสอื รับรองจากผู้ใหญ่บา้ น หรอื 2,400.-บาทตอ่ ปี
จากธรรมชาติ , หรอื ข้าราชการ ระดบั 5 ขน้ึ ไป แต่ไม่นอ้ ยกว่าดอกเบ้ยี
สงคราม , จลาจล * หนังสอื รบั รองรายได้/แสดงรายได้จากหนว่ ยงาน
* สำเนาภาพถา่ ยบัตรประจำตัวข้าราชการผู้รบั รอง - ยืดเวลาได้คราวละ
* แบบฟอร์ม กยศ.202 , 203 ไมเ่ กิน 6 เดือน
* หนงั สอื รบั รองจากผ้ใู หญบ่ า้ น รวมแลว้ ไมเ่ กนิ 2 ปี
หรือขา้ ราชการ ระดับ 5 ขน้ึ ไป
หรอื ตำรวจยศรอ้ ยตำรวจตรีขนึ้ ไป
* สำเนาภาพถา่ ยบตั รประจำตวั ข้าราชการผ้รู ับรอง
วิ ท ย า ลั ย เ ท ค นิ ค ม า บ ต า พุ ด | 46
การขอผอ่ นผันชำระหน้ี
ผู้กู้ยมื ตอ้ งดำเนินการตดิ ต่อกบั ธนาคารเพื่อขอผ่อนผันชำระหน้ีให้เสร็จสน้ิ ก่อนวนั ที่ครบกำหนดชำระหนี้
แต่ละงวด และหากพ้นวันท่ีครบกำหนดชำระแลว้ (5 กรกฎาคมของทุกปี) ถอื ว่าผู้กู้ยืมคา้ งชำระหน้ี จะต้องเสีย
เบย้ี ปรับ และถูกติดตามหนี้จนกว่าจะได้รับอนุมัตผิ ่อนผนั ชำระหน้ี จึงจะระงับการติดตาม และถือเป็นหน้ีปกติ
ตอ่ ไป
สอบถามรายละเอยี ดเพิ่มเติมไดท้ ี่
บมจ.ธนาคารกรงุ ไทย 1551 ศนู ย์ลกู คา้ สมั พนั ธ์ โทรศัพท์ : 0-2208-8699 โทรสาร : 0-2256-8375
0-2256 -8198 http://www.studentloan.ktb.co.th , E-mail address :[email protected]
หรอื สำนักงานกองทุนเงนิ ให้กู้ยมื เพื่อการศกึ ษา http://www.studentloan.or.th
โทรศพั ท์ : 0-2610-4888 โทรสาร : 0-2643-1470
วิ ท ย า ลั ย เ ท ค นิ ค ม า บ ต า พุ ด | 47
งานสวัสดกิ ารนักเรยี นนกั ศึกษา
หนา้ ทคี่ วามรับผดิ ชอบของงานสวสั ดิการนักเรียนนกั ศึกษา
1. รับผิดชอบงานสวสั ดิการภายในสถานศกึ ษา บรกิ ารจดั เล้ียง การบริการในดา้ นตา่ ง ๆ
2. ดำเนินการเกย่ี วกับมลู นธิ ิการกุศลต่าง ๆ ให้ความชว่ ยเหลือการกุศลในด้านตา่ ง ๆ
3. จัดเรอื่ งน้ำดม่ื ดแู ลร้านอาหารและคณุ ภาพอาหาร จัดอบรมให้ความรใู้ นการประกอบการด้านอาหาร
ให้ถกู สุขลกั ษณะ
4. ดำเนินการเกี่ยวกับงานพยาบาลในสถานศึกษา เช่น จัดห้องพยาบาล จัดยาไว้ประจำห้องพยาบาล
และดำเนินการตรวจสุขภาพ ตรวจสารเสพติด นักเรียน นักศึกษาประจำปี ส่งเสริมให้นักเรียน
นักศึกษา มีความรใู้ นเรอ่ื งการปอ้ งกันโรคติดต่อรวมท้ังสารเสพติด ใหค้ วามรเู้ บอื้ งต้นเรอ่ื งการปฐมพยาบาล
แกน่ กั เรียนนักศกึ ษาเป็นตน้
5. ปฐมพยาบาลนักเรียนนักศึกษาที่เกิดอุบัติเหตุในสถานศึกษา การทำประกันอุบัติเหตุ ติดต่อ
ประสานงานให้ความสะดวกให้ข้อมูลแก่นักเรียนนักศึกษาและผู้ปกครองที่มาติดต่อประสานงานใน
ดา้ นการบำบดั รกั ษา การส่งตัวเข้ารบั การรักษาในสถานพยาบาลตา่ ง ๆ
6. ติดต่อประสานงานกบั ผูป้ กครองในกรณที น่ี ักศึกษาเกิดอุบัติเหตุและเจบ็ ป่วย
การทำประกนั อบุ ตั เิ หตุ
นักเรยี นนกั ศกึ ษาที่ทำประกนั ภัยอบุ ัติเหตุ เมอื่ นักเรยี นนกั ศึกษาประสบอบุ ัตเิ หตุ ควรปฏิบัตดิ งั นี้
1. การรักษาพยาบาล
ขอรบั การรกั ษาพยาบาลทนั ทีเมอ่ื ประสบอบุ ัติเหตุ ณ สถานพยาบาลทง้ั ของรฐั และเอกชน ตามท่ี
นักเรยี นนกั ศึกษาไว้วางใจขอรับการรกั ษาพยาบาล เม่ือชำระค่ารกั ษาพยาบาลทุกคร้ังต้องขอใบรบั รองแพทย์
2. ขอเบกิ คืนคา่ รักษาพยาบาล
นำใบเสร็จรับเงิน (ต้นฉบับ) ใบรับรองแพทย์ และบัตรประจำตัวประชาชน ติดต่อขอเบิกคืนค่า
รักษาพยาบาลได้ทบี่ รษิ ทั ที่ทำประกันอบุ ัติเหตุ
3. กรณีเสยี ชวี ติ ผ้ปู กครองนำหลกั ฐานตอ่ ไปน้ี
- ใบแจง้ ความบันทกึ ประจำวนั
- สำเนาบตั รประจำตวั ประชาชน , บัตรประจำตัวนักเรียนนกั ศกึ ษา
- สำเนาบัตรประจำตวั ผู้ปกครอง
- สำเนาทะเบียนบา้ น
- ใบมรณบัตร
วิ ท ย า ลั ย เ ท ค นิ ค ม า บ ต า พุ ด | 48
การฝกึ ปฏิบัติงานจริงในสถานประกอบการ
แนวปฏิบัตกิ ารดำเนินการ
การปฏบิ ัติงานจรงิ กับสถานประกอบการ
1. นักเรียน ระดับ ปวช. ทุกสาขาวิชา ทุกสาขางาน ทุกชั้นปี ออกปฏิบัติงานจริงกับสถานประกอบการ
ไม่นอ้ ยกว่า ปลี ะ 20 ช่วั โมงซ่ึงวทิ ยาลัยฯ กำหนดให้นกั เรียนทุกคนออกฝึกปฏิบัตงิ านจริง จำนวน
5 วัน
2. นักศึกษา ระดบั ปวส. ทุกสาขาวิชา ทกุ สาขางาน ทุกช้ันปี ออกปฏบิ ัตงิ านจริงกับสถานประกอบการ
ไม่น้อยกว่า ปีละ 10 ชั่วโมงซึ่งวิทยาลัยฯ กำหนดให้นักศึกษาทุกคนออกฝึกปฏิบัติงานจริง จำนวน
5 วนั
3. นักเรียนนักศกึ ษาออกปฏิบตั ิงานจริงได้ 2 ช่วงระยะเวลา คือ ช่วงท่ี 1 ระหว่างเปิดภาคเรยี น โดยฝกึ
ในวันหยุด ชว่ งท่ี 2 ระหวา่ งปดิ ภาคเรยี น โดยกำหนดจำนวนชั่วโมงให้ครบตามข้อ 1 และขอ้ 2
4. นักเรียนนักศึกษาก่อนออกปฏิบัติงานจริงในสถานประกอบการ จะต้องดำเนินการยื่นเอกสาร
หลักฐานต่าง ๆ ดังต่อไปน้ี
4.1 หนงั สือคำรอ้ งขอฝึกปฏบิ ัติงานจริงในสถานประกอบการ (แบบปฏิบตั งิ าน 01)
4.2 หนงั สอื ขออนญุ าตผปู้ กครองให้ออกปฏบิ ัตงิ านจรงิ ในสถานประกอบการ (แบบปฏิบตั ิงาน
02)
4.3 หนงั สอื บนั ทกึ ขอ้ ตกลงเกี่ยวกบั พฤติกรรมของนกั เรยี นนักศึกษา (แบบปฏบิ ัตงิ าน 03)
5. การนิเทศติดตาม ผู้ดำเนินการฝึกหรือครูฝึกในสถานประกอบการ เป็นผู้นิเทศติดตามนักเรียน
นักศกึ ษาทอี่ อกปฏบิ ตั งิ านจรงิ ในสถานประกอบการ
6. การนิเทศ เมือ่ ผู้ดำเนินการฝกึ หรือครฝู กึ ในสถานประกอบการไดด้ ำเนนิ การนิเทศนักศึกษาแลว้ ให้ลง
ชื่อ ในเอกสารรายงานการฝึกปฏิบัติงานจริงในสถานประกอบการ (หน้า : บัญชีลงเวลา
ปฏบิ ตั ิงาน และหน้า : บนั ทึกการปฏิบตั งิ าน โดยลงช่อื ในชอ่ งครนู ิเทศ) (แบบปฏิบตั ิงาน 08)
7. นกั เรยี นนกั ศกึ ษาบนั ทกึ การออกปฏิบัตงิ านจริงทุกวัน ในสมุดบันทกึ รายงานการฝึกปฏิบัติงานจริงใน
สถานประกอบการ (แบบปฏิบัติงาน 08) ฝึกปฏิบัติงานจริงครบตามจำนวนชั่วโมงที่วิทยาลัยฯ
กำหนด และสง่ สมุดบนั ทกึ รายงานการฝกึ ปฏิบัตงิ านทงี่ านทวิภาคี
8. นักเรียนนักศึกษาออกฝึกปฏิบัติงานจริงในสถานประกอบการครบจำนวนชั่วโมงที่กำหนดจะได้รับ
หนงั สอื รับรองการฝึกปฏบิ ัติงานจริงในสถานประกอบการ (แบบปฏิบตั งิ าน 09, 10)
วิ ท ย า ลั ย เ ท ค นิ ค ม า บ ต า พุ ด | 49
ผงั แสดงขั้นตอนการฝกึ ปฏิบัตงิ านจริงในสถานประกอบการ นกั เรยี น นักศกึ ษา
ตดิ ต่อสถาน
นกั เรียนนักศึกษารบั ฟังการชแี้ จงการฝึกปฏบิ ตั ิงานจรงิ ในสถาน
ประกอบการ ประกอบการท่ตี นเอง
ประสงค์ฝึก
นักเรยี น นกั ศึกษา ปฏิบตั งิ าน
รบั คำรอ้ งขอฝกึ ปฏิบัติงานจรงิ
ในสถานประกอบการ
นกั เรยี น นักศึกษา ย่นื คำร้อง
ขอฝึกปฏบิ ตั ิงานจริงในสถานประกอบการ
งานทวภิ าคีจัดเตรียมเอกสาร
และประสานงานสถานประกอบการ
นกั เรียน นกั ศกึ ษา รับหนังสือ
ส่งตัวเขา้ ฝึกปฏบิ ัตงิ านจรงิ
ในสถานประกอบการ
นกั เรียน นกั ศึกษา เขา้ รบั การฝกึ
ปฏบิ ตั ิงานจรงิ ในสถานประกอบการ
ครูนเิ ทศ นิเทศการฝกึ ปฏบิ ัติงานจริงในสถานประกอบการ(ครู
นิเทศ : ครฝู กึ ในสถานประกอบการ)
ไม่
ผา่
นกั เรียน นักศกึ ษา ไดร้ ับหนงั สือรบั รองการฝกึ
ปฏบิ ตั งิ านจรงิ ในสถานประกอบการ
วิ ท ย า ลั ย เ ท ค นิ ค ม า บ ต า พุ ด | 50