The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนอัตรากำลัง สพป.นศ.3 ( ปี พ.ศ.2563)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Poramat Anothai, 2020-09-06 03:54:30

แผนอัตรากำลัง สพป.นศ.3 ( ปี พ.ศ.2563)

แผนอัตรากำลัง สพป.นศ.3 ( ปี พ.ศ.2563)

แผนอตั รากาลงั ขา้ ราชการครแู ละบคุ ลากร
ทางการศกึ ษา ปงี บประมาณ พ.ศ.2563
สพป.นครศรธี รรมราช เขต 3

ขอ้ มลู 20 กรกฎาคม 2563(10 มถิ นุ ายนเดมิ )

กลุ่มบรหิ ารงานบคุ คล
สานกั งานเขตพน้ื ทก่ี ารศกึ ษาประถมศกึ ษานครศรธี รรมราช เขต 3

สานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐาน
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร

คำนำ

สำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำประถมศึกษำนครศรีธรรมรำช เขต 3 เป็นหน่วยงำน
ทำงกำรศึกษำท่ีมีบทบำทสำคัญ ในกำรขับเคล่ือนปฏิรูปกำรศึกษำในภูมิภำค สังกัดสำนักงำน
คณะกรรมกำรกำรศึกษำข้ันพื้นฐำน จึงได้ตระหนัก ถึงกำรบริหำรจัดกำรอัตรำกำลังข้ำรำชกำรครูและ
บุคลำกรทำงกำรศึกษำ ในสถำนศึกษำ ให้เหมำะสม ตรงกับควำมต้องกำรของสถำนศึกษำเพื่อประโยชน์ใน
กำรจัดกำรศึกษำในสถำนศึกษำให้เกิดประโยชน์สูงสุด เป็นไปตำมมำตรฐำนสำนักงำนเขตพ้ืนท่ีกำรศึกษำ
พ.ศ. 2559 มำตรฐำนที่ 2 : กำรบริหำรและจัดกำรศกึ ษำที่มีประสิทธิภำพ ตัวบ่งช้ีที่ 3 : กำรบริหำรงำนด้ำน
กำรบริหำรงำนบุคคล ประเด็นกำรวำงแผนในกำรบรหิ ำรอัตรำกำลังข้ำรำชกำรครูและบุคลำกรทำงกำร
ศกึ ษำให้สอดคล้องกบั นโยบำย ปญั หำ และควำมต้องกำรของสถำนศึกษำอย่ำงมปี ระสิทธภิ ำพ เป็นไปตำม
เป้ำหมำย รวมถึงกำรปรับทิศทำง และกำรบูรณำกำรกับกระบวนกำร ในกำรบริหำรอัตรำกำลังให้
เหมำะสม และใชป้ ระโยชน์อย่ำงสูงสดุ ต่อองค์กรและคนในองค์กร เพื่อกำรบริหำรจัดกำรองค์กรให้มเี กิด
ประโยชนอ์ ยำ่ งสูงสุด

กลุ่มบริหำรงำนบุคคล กลุ่มงำนวำงแผนอัตรำกำลังและกำหนดตำแหน่ง จึงได้จัดทำข้อมูล
พ้ืนฐำน ควำมต้องกำรวิชำเอกของสถำนศึกษำในสังกัด ข้อมูลด้ำนกำรวำงแผนอัตรำกำลัง รวมถึง
เอกสำรกำรวำงแผนอัตรำกำลงั ที่เก่ียวข้อง เพ่ือเปน็ แนวทำงในกำรบริหำรอัตรำกำลงั ของขำ้ รำชกำรครูและ
บุคลำกรทำงกำรศึกษำ ได้อย่ำงถูกต้อง รวมทั้งเป็นข้อมูลในกำรนำเสนอคณะกรรมกำรกำรศึกษำขั้น
พ้ืนฐำน และคณะอนุกรรมกำรศึกษำธิกำรจังหวัดนครศรีธรรมรำช เพ่ือกำรบริหำรอัตรำกำลังของ
สำนักงำนเขตพน้ื ท่กี ำรศึกษำ ให้มปี ระสิทธิภำพ และประสิทธิผล ต่อไป

กลุ่มงำนวำงแผนอัตรำกำลังและกำหนดตำแหนง่
กลุ่มบรหิ ำรงำนบุคคล

สำนกั งำนเขตพืน้ ที่กำรศึกษำประถมศึกษำนครศรีธรรมรำช เขต 3

26 สิงหำคม 2563

สำรบัญ

เร่อื ง หนำ้

ควำมหมำยและควำมสำคญั 1
วตั ถุประสงค์ 2
แนวคดิ ในกำรวำงแผนอตั รำกำลงั คน 2
วธิ ีดำเนินกำรกำรวำงแผนอตั รำกำลังข้ำรำชกำรครูและบุคลำกรทำงกำรศึกษำ .
6
ในสถำนศึกษำ 6
กำรนำไปใช้ประโยชน์ .
กำรวเิ ครำะห์อตั รำกำลังของสำนักงำนเขตพน้ื ทีก่ ำรศกึ ษำประถมศึกษำ 7
16
นครศรธี รรมรำช เขต 3 .
ปัจจยั สำคญั ที่ทำให้ประสบปญั หำควำมขำดแคลนอัตรำกำลังครู 17
ปญั หำ/อปุ สรรค/ข้อจำกดั ทีท่ ำให้กำรดำเนินงำนไมป่ ระสบควำมสำเรจ็ 18
19
ตำมเปำ้ หมำย 20
แนวทำงกำรดำเนนิ งำนใหป้ ระสบผลสำเร็จ .
บรรณำนกุ รม 21
ภำคผนวก .
28
- แบบปรมิ ำณงำน และแบบสำระ ณ วันท่ี 20 กรกฎำคม 2563
(10 มิถุนำยนเดมิ ) .
37
- แบบแสดงจำนวนขำ้ รำชกำรครตู ำม จ.18 (รวมตำแหน่งวำ่ ง) 44
จำแนกตำมวิชำเอก
52
- แบบแสดงจำนวนขำ้ รำชกำรครทู ่ีเกษยี ณอำยุรำชกำร
จำแนกตำมวิชำเอก .
59
- แบบแสดงจำนวนขำ้ รำชกำรครตู ำม จ.18 จำแนกตำมวชิ ำทีส่ อน
65
- แบบแสดงจำนวนข้ำรำชกำรครทู เ่ี กษียณอำยุรำชกำร จำแนกตำมวิชำที่สอน
72
- แบบแสดงควำมต้องกำรทดแทนอัตรำกำลังครทู ่ีเกษียณอำยุรำชกำร
จำแนกตำมวชิ ำเอก 80
82
- แบบแสดงจำนวนพนักงำนรำชกำร จำแนกตำมวิชำทสี่ อน

- แบบแสดงจำนวนลกู จ้ำงชว่ั ครำว จำแนกตำมวิชำทส่ี อน

- แบบสรปุ ปริมำณงำนของสถำนศกึ ษำ ประจำปีงบประมำณ พ.ศ.2562
คณะทำงำน

กำรวำงแผนอตั รำกำลงั ข้ำรำชกำรครูและบคุ ลำกรทำงกำรศกึ ษำในสถำนศกึ ษำ

สำนักงำนเขตพ้นื ท่กี ำรศกึ ษำประถมศึกษำนครศรีธรรมรำช เขต 3

1.ควำมหมำยและควำมสำคญั

กำรวำงแผนอัตรำกำลังข้ำรำชกำรครูและบุคลำกรทำงกำรศึกษำในสถำนศึกษำ หมำยถึง
กำรดำเนนิ กำรอยำ่ งเป็นระบบในกำรวิเครำะห์ กำรวำงแผน กำรบรหิ ำรจัดกำร กำรเสริมสรำ้ งสภำพของ
อัตรำกำลังของบุคลำกรในสถำนศึกษำ/หน่วยงำน ให้เหมำะสมกับงำนทั้งด้ำนปริมำณงำนและคุณภำพ
ของงำน ในระยะเวลำท่ีเหมำะสม ในตำแหน่งท่ีมีควำมรู้ควำมสำมำรถตรงกับควำมต้องกำรของ
สถำนศึกษำ และสำมำรถนำไปใช้บริหำรจัดกำรอัตรำกำลังให้เหมำะสม สอดคลอ้ งกับภำรกิจและโอกำส
เพื่อประโยชน์ในกำรจดั กำรศึกษำให้เกดิ ประโยชนอ์ ย่ำงสงู สุด

ตำมมำตรฐำนสำนักงำนเขตพ้ืนที่กำรศึกษำ พ.ศ. 2563 : มำตรฐำนที่ 2 กำรบริหำรและ
จัดกำรศึกษำท่ีมีประสิทธิภำพ ตัวบ่งชี้ที่ 3 : กำรบริหำรงำนด้ำนกำรบริหำรงำนบุคคล/ประเด็น
กำรวำงแผน ในกำรบริหำรอัตรำกำลงั ข้ำรำชกำรครูและบุคลำกรทำงกำรศึกษำให้สอดคล้องกับนโยบำย
ปัญหำ และควำมต้องกำรของสถำนศึกษำอย่ำงมีประสิทธภิ ำพ เป็นไปตำมเปำ้ หมำยท่วี ำงไว้

ตำมมำตรำ 20 แห่งพระรำชบัญญัติระเบียบข้ำรำชกำรครูและบุคลำกรทำงกำรศึกษำ
พ.ศ. 2547 กำหนดให้ ก.ค.ศ. จัดทำแผนกำลังคนสำหรับข้ำรำชกำรครูและบุคลำกรทำงกำรศึกษำ
ซึ่งแต่ละปี ก.ค.ศ. จะกำหนดให้สำนักงำนเขตพื้นท่ีกำรศึกษำ รำยงำนแผนกำลังคนเพ่ือรวบรวมเป็น
ข้อมูลภำพรวมระดับประเทศ นอกจำกนั้นมำตรำ 23 (1) กำหนดให้ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่กำรศึกษำ
“กำหนดจำนวนและอัตรำตำแหน่ง และเกลี่ยอัตรำกำลังให้สอดคล้องกับนโยบำยกำรบริหำร
งำนบุคคล ระเบียบหลักเกณฑ์และวิธีกำรที่ ก.ค.ศ. กำหนด” และมำตรำ 23 (7) “จัดทำและพัฒนำ
ฐำนขอ้ มลู ขำ้ รำชกำรครแู ละบุคลำกรทำงกำรศกึ ษำ”

ตำมคำสั่งหัวหน้ำคณะรักษำควำมสงบแห่งชำติ ที่ 10/2559 สั่ง ณ วันที่ 21 มีนำคม 2559
เร่ือง กำรขับเคล่ือนกำรปฏิรูปกำรศึกษำของกระทรวงศึกษำธิกำรในภูมิภำค ข้อ 5 ให้ยุบเลิก อ.ก.ค.ศ.
เขตพื้นทก่ี ำรศึกษำ และให้โอนอำนำจหนำ้ ทีข่ อง อ.ก.ค.ศ.เขตพ้ืนท่กี ำรศึกษำตำมกฎหมำยว่ำดว้ ยระเบยี บ
ข้ำรำชกำรครูและบุคลำกรทำงกำรศึกษำ ไปเป็นอำนำจหน้ำท่ีของคณะกรรมกำรศึกษำธิกำรจังหวัด
ของจงั หวดั นน้ั ๆ ตำมคำสงั่ นี้

ดังน้ัน สำนักงำนเขตพ้ืนที่กำรศึกษำประถมศึกษำนครศรีธรรมรำช เขต 3 จึงได้จัดทำ
แผนอัตรำกำลังข้ำรำชกำรครูและบคุ ลำกรทำงกำรศึกษำเพอื่ ประโยชน์ในกำรวำงแผนอัตรำกำลัง และกำร
บรหิ ำรงำนบุคคลของหนว่ ยงำนใหเ้ กิดประสิทธภิ ำพต่อไป

2. วัตถปุ ระสงค์
กำรวำงแผนอตั รำกำลังข้ำรำชกำรครูและบุคลำกรทำงกำรศึกษำในสถำนศึกษำ สังกัดสำนักงำน

เขตพืน้ ที่กำรศึกษำประถมศึกษำนครศรธี รรมรำช เขต 3 มีวัตถุประสงค์ ดงั นี้
1. สำนักงำนเขตพนื้ ที่กำรศึกษำและสถำนศกึ ษำมีแผนอตั รำกำลังขำ้ รำชกำรครูและบุคลำกร

ทำงกำรศึกษำในกำรบรหิ ำรจดั กำรอัตรำกำลงั ในภำพรวมของเขตพ้ืนท่ีกำรศึกษำ
2. เพือ่ เปน็ แนวทำงในกำรบรหิ ำรงำนบุคคลของสำนักงำนเขตพ้ืนท่กี ำรศกึ ษำ
3. เพอ่ื ประโยชน์ด้ำนกำรศกึ ษำสอดรบั กบั นโยบำยกำรขบั เคลื่อนปฏริ ปู กำรศึกษำในภมู ิภำค

สงั กัดสำนกั งำนคณะกรรมกำรกำรศกึ ษำขั้นพืน้ ฐำน

3. แนวคิดในกำรวำงแผนอัตรำกำลงั

กำรวำงแผนอัตรำกำลังคน มีองคป์ ระกอบสำคัญ 3 ด้ำน คอื
1. กำลงั คนทม่ี อี ยใู่ นปัจจบุ ัน: หนว่ ยงำนตอ้ งมีข้อมูลกำลังคน ทเี่ ปน็ ปัจจุบันทงั้ ในเชงิ
ปรมิ ำณและเชงิ คุณภำพ
2. กำรคำดหวงั กำลังคนในอนำคต : หน่วยงำนต้องมีกำรคำดกำรณ์ในอนำคตว่ำต้องกำรบคุ คล
จำนวนเทำ่ ใด ประเภทใดบำ้ ง ตลอดจนระบุรำยละเอยี ดถงึ คุณสมบตั ติ ำ่ งๆอยำ่ งเป็นระบบและต่อเนือ่ ง
3. แผนกำลังคน : เป็นแผนเฉพำะท่ีใช้แน่นอน สำหรับนำมำใช้ปฏิบัติเพ่ือเสริมส่วนท่ีขำด
ระหวำ่ งขอ้ แตกตำ่ งทเี่ กดิ ขึ้นจำกกำลงั คนทคี่ ำดกำรณแ์ ละกำลงั คนท่มี ีอยู่ในปัจจุบนั

จำกแนวคดิ กระบวนกำรวำงแผนกำลังคน สำมำรถนำมำกำหนดแนวทำงกำรวำงแผนอัตรำกำลัง
ขำ้ รำชกำรครแู ละบคุ ลำกรทำงกำรศึกษำในสถำนศกึ ษำ ดังน้ี

1. กำรกำหนดปริมำณงำนในสถำนศึกษำ แบง่ งำนออกเป็น 3 ดำ้ น คือ
1.1 ปริมำณงำนด้ำนกำรบริหำร หมำยถึง จำนวนช่ัวโมงปฏิบัติงำนด้ำนกำรบริหำรใน

สถำนศึกษำในหน่ึงสปั ดำหข์ องผ้อู ำนวยกำรสถำนศกึ ษำและรองผู้อำนวยกำรสถำนศึกษำ
1.2 ปริมำณงำนด้ำนกำรสอน เป็นปริมำณงำนท่ีสำมำรถรวบรวมได้จำกข้อมูลจำนวน

นักเรียน ในปัจจุบัน ( ณ วนั ท่ี 10 มถิ ุนำยนของทุกปี) โดยนับจำกจำนวนนกั เรียนแยกตำมระดบั ในแต่
ละชั้นและแต่ละห้องเรียน สถิติกำรรับนักเรียนของสถำนศึกษำหรือข้อมูลกำรรับนักเรียนย้อนหลงั 3 ปี
กำรศึกษำ จำนวนช่ัวโมงปฏิบัติงำนสอนในหนึ่งสัปดำห์ของข้ำรำชกำรครูและบุคลำกรทำงกำรศึกษำ
พนักงำนรำชกำร และครอู ตั รำจ้ำง

1.3 ปริมำณงำนอื่น หมำยถึงปริมำณงำนอ่ืนๆ ที่นอกเหนือจำกงำนด้ำนกำรบริหำร
สถำนศึกษำและปริมำณงำนด้ำนกำรสอน ได้แก่ จำนวนชั่วโมงปฏิบัติงำนสนับสนุนกำรสอนในหนึ่ง
สัปดำห์ของข้ำรำชกำรครูและบุคลำกรทำงกำรศึกษำ พนักงำนรำชกำร และครูอัตรำจ้ำง ที่มีชั่วโมงงำน
สนับสนุนกำรสอน

2. กำรกำหนดปรมิ ำณงำนของบุคลำกรตอ่ หนึ่งหนว่ ยเวลำ
กำรกำหนดปริมำณงำนของบุคลำกรต่อหนึ่งหน่วยเวลำ หมำยถึง กำรกำหนดปริมำณงำน

ประเภทต่ำงๆ ในสถำนศึกษำ ได้แก่ งำนบริหำรสถำนศึกษำ งำนสอนในแต่ละกลุ่มสำระกำรเรียนรู้
และงำนสนับสนุนกำรสอน ซึ่งใน กำรกำหนดปริมำณ งำนท่ีคนหนึ่งคน สำมำรถปฏิบัติได้
ในหนึ่งหน่วยเวลำของกำรวำงแผนอัตรำกำลังคนในสถำนศึกษำนี้ เป็นกำรกำหนดจำกเกณฑ์มำตรฐำน
อัตรำกำลังข้ำรำชกำรครูและบุคลำกรทำงกำรศึกษำ หลักสูตรแกนกลำงกำรศึกษำข้ันพ้ืนฐำน
พทุ ธศักรำช 2551

สำนักงำน ก.ค.ศ. ได้กำหนดเกณฑ์มำตรฐำนอัตรำกำลังข้ำรำชกำรครูและบุคลำกรทำงกำรศึกษำ
ในสถำนศกึ ษำ สังกดั สำนกั งำนคณะกรรมกำรกำรศึกษำขัน้ พน้ื ฐำน ดงั นี้

แบบ 1 โรงเรียนประถมศึกษำท่ีมนี ักเรียน 120 คน ลงมำและจัดกำรเรียนกำรสอน อ.1 - ป.6
หรือ ป.1-ป.6

แบบ 2 โรงเรยี นประถมศึกษำทม่ี นี ักเรียน 121 คนขึน้ ไป และจัดกำรเรียนกำรสอน อ.1 - ป.6
หรือ ป.1 – ป.6

แบบ 3 โรงเรยี นประถมศึกษำที่มนี ักเรยี น 121 คนขนึ้ ไป และจัดกำรเรียนกำรสอน อ.1 - ม.3
หรอื ป.1 - ม.3

แบบ 4 โรงเรียนมธั ยมศึกษำ ปกติ
แบบ 5 โรงเรยี นมัธยมศกึ ษำ (กรณีมีนกั เรยี นประจำบำงส่วน หรือนกั เรียนประจำท้งั หมด)
แบบ 6 กำรคำนวณอตั รำกำลงั ขำ้ รำชกำรครโู รงเรยี นศกึ ษำพเิ ศษ จำแนกตำมประเภทควำมพกิ ำร
แบบ 7 กำรคำนวณอัตรำกำลังข้ำรำชกำรครโู รงเรยี นศกึ ษำสงเครำะห์

สูตรกำรคำนวณอตั รำกำลงั ข้ำรำชกำรครูตำมเกณฑ์ ก.ค.ศ.

กรณีที่ 1 โรงเรยี นทม่ี ีนักเรยี น 120 คนลงมำ

รำยกำร นกั เรียน นักเรียน นกั เรียน นกั เรียน นักเรยี น นกั เรยี น
20 คนลงมำ 21-40 คน 41-60 คน 61-80 คน 81-100 คน 101-120 คน
ผสู้ อน
ผบู้ รหิ ำร 1 234 5 6

รวม 1 111 1 1
บคุ ลำกรสนับสนุน 2
- 345 6 7

- -11 1

กรณีที่ 2 โรงเรียนทม่ี ีนักเรียน 121 คนขึ้นไป

จำนวนครูสำยงำนกำรสอน จำนวนห้องเรยี น x นกั เรยี น:ห้อง + นกั เรียนทั้งหมด

ระดบั ก่อนประถม ครู : นักเรยี น ครู : นักเรียน

2

นกั เรียน:ห้อง = 30 : 1

ครู : นกั เรียน = 1 : 25

ระดบั ประถมศกึ ษำ จำนวนห้องเรยี น x นกั เรียน:ห้อง + นักเรียนท้ังหมด

นกั เรยี น:ครู นักเรยี น:ครู

2

นกั เรียน:ห้อง = 40 : 1

นักเรียน:ครู = 1 : 25

ระดับมธั ยมศึกษำ X = na

b

X = จำนวนครูสำยงำนกำรสอน

n = จำนวนห้องเรยี น

a = นกั เรยี น : หอ้ ง = 40 : 1

b = ครู : นักเรยี น = 1 : 20

เง่อื นไข : กำรคดิ จำนวนห้องเรียนแต่ละชัน้ หำกมีเศษตั้งแต่ 10 คน ขนึ้ ไป ใหเ้ พิม่ อีก 1 ห้อง
กำรคิดจำนวนครูใหป้ ัดเศษตำมหลกั คณติ ศำสตร์

สำยงำนบริหำรในสถำนศึกษำ ดังน้ี

โรงเรียนท่ีมนี กั เรยี นต่ำกวำ่ 360 คน มีผูบ้ รหิ ำร 1 คน
โรงเรียนท่ีมนี ักเรยี น 360 ข้ึนไป มีดงั นี้

จำนวนนกั เรียน (คน) ผบู้ รหิ ำร (คน) ผชู้ ่วยผบู้ รหิ ำร(คน)

360 – 719 1 1
720 – 1,079 1 2
1,080 – 1,679 1 3
1,680 ขน้ึ ไป 1 4

เกณฑม์ ำตรฐำนอัตรำกำลงั บุคลำกรสนับสนุนกำรสอน ประมำณร้อยละ 10 ของจำนวน

ขำ้ รำชกำรครูและบคุ ลำกรทำงกำรศึกษำ พิจำรณำตำมควำมจำเปน็ ดงั นี้

1. โภชนำกำร 2. อนำมัยโรงเรยี น

3. บรรณำรกั ษ์ 4. กำรเงนิ

5. ธุรกำร 6. บันทกึ ขอ้ มลู

7. โสตทัศนศกึ ษำ 8. คอมพวิ เตอร์

9. ทะเบียนวัดผล 10.พัสดุ

11.แนะแนว

หลักสูตรกำรศึกษำขั้นพื้นฐำน พุทธศักรำช 2551 เป็นหลักสูตรแกนกลำง ของประเทศ

ท่ีมีจุดประสงค์ที่จะพัฒนำคนไทยให้เป็นมนุษย์ท่ีสมบูรณ์เป็นคนดี มีปัญญำ มีควำมสุข และมีควำมเป็น

ไทยโดยได้กำหนดเนอ้ื หำควำมรอู้ อกเปน็ 8 กลมุ่ สำระกำรเรียนรู้ ดงั น้ี

(1) ภำษำไทย

(2) คณิตศำสตร์

(3) วทิ ยำศำสตร์

(4) สังคมศึกษำ ศำสนำ และวัฒนธรรม

(5) สุขศึกษำและพลศึกษำ

(6) ศิลปะ

(7) กำรงำนอำชีพและเทคโนโลยี

(8) ภำษำต่ำงประเทศ

ไดแ้ บง่ เวลำเรยี นออกเปน็ ช่วงชั้น ดงั น้ี

(1) ช่วงช้ันที่ 1 ชั้นประถมศึกษำปีที่ 1-3 เรียนปีละประมำณ 800 – 1,000 ช่ัวโมง

โดยเรียนวันละประมำณ 4-5 ชั่วโมง และควรใช้เวลำเรียนในกลุ่มภำษำไทย และคณิตศำสตร์

ร้อยละ 50 ของเวลำเรยี นท้ังหมด สว่ นเวลำที่เหลอื กใ็ ช้สอนให้ครบทกุ กลุ่มสำระกำรเรยี นรู้

(2) ช่วงช้ันท่ี 2 ช้ันประถมศึกษำปีที่ 4-6 เรียนปีละประมำณ 800 – 1,000 ช่ัวโมง

โดยเรียน วันละประมำณ 4-5 ช่ัวโมง และใช้เวลำเรียนในกลุ่มภำษำไทย และคณิ ตศำสตร์

ร้อยละ 40 ของเวลำเรยี นทัง้ หมด โดยให้เวลำกบั กลุ่มวิทยำศำสตรม์ ำกข้นึ

(3) ช่วงช้ันท่ี 3 ชั้นมัธยมศึกษำปีท่ี 1-3 เรียนปีละประมำณ 1,000-1,200 ช่ัวโมง

โดยเรียนวันละประมำณ 5-6 ช่ัวโมง และใช้เวลำเรียนทั้ง 8 กลุ่มสำระกำรเรียนรู้ในสัดส่วน

ท่ีใกล้เคียงกัน แต่กลุ่มภำษำไทย คณิตศำสตร์ และวิทยำศำสตร์ ยังคงให้ควำมสำคัญกว่ำกลุ่มอ่ืน

ซง่ึ ควรจดั เวลำเรียนใหม้ ำกกวำ่ กลุม่ อื่น ๆ

(4) ชว่ งช้ันที่ 4 ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4-6 กำหนดเวลำเรียนเป็นรำยภำค 600 ช่ัวโมง/ภำคเรียนหรือ
ภ ำคเรียน ละ 13.5 ห น่ ว ยกิ ต (ยก เว้ น ม .4 ภ ำค เรีย น ท่ี 1 เรีย น 15.5 ห น่ ว ยกิ ต ) ห รือ
30 ชั่วโมง/สัปดำห์ หรือ วันละ 6 ชั่วโมง กำรจัดหลักสูตรจัดให้ครบท้ัง 8 กลุ่มสำระในทุกชั้น ยืดหยุ่น
ตำมแผนกำรเรียนรู้ท่ีตอบสนองควำมสำมำรถควำมถนัด ควำมสนใจของผู้เรียนแต่ละคน
ท้งั ด้ำนวชิ ำกำรและวชิ ำชีพ

4. วิธีดำเนนิ กำรวำงแผนอตั รำกำลงั ขำ้ รำชกำรครูและบุคลำกรทำงกำรศกึ ษำในสถำนศกึ ษำ
1. สถำนศึกษำ
1.1 รวบรวมข้อมูลตำมแบบสำรวจ ( จำนวนนักเรียน/ช้ันเรียน/ห้องเรียน/ครู/วิชำเอก/ ครู

เกษียณ อำยุรำชกำร ครูไป - มำช่วยรำชกำร พ นักงำนรำชกำร อัตรำจ้ำง ฯลฯ ) ณ วัน ท่ี
20 กรกฎำคม 2563 (10 มถิ ุนำยนเดิม)

1.2 นำข้อมูลมำวิเครำะห์ตำมหลักเกณฑ์และวิธีกำรที่ ก.ค.ศ. กำหนด เพ่ือทรำบจำนวน
ผบู้ รหิ ำรและครูในแตล่ ะระดับชั้นปีกำรศึกษำ

1.3 ประมวลผลข้อมูลแล้วนำมำเทียบกับสภำพอัตรำกำลังปัจจุบัน เพ่ือหำจำนวน
อตั รำกำลงั ของผ้บู ริหำร และครูทขี่ ำดเกณฑ์/เกินเกณฑ/์ พอดเี กณฑ์

1.4 นำเสนอคณะกรรมกำรสถำนศึกษำขัน้ พ้ืนฐำน และสำนักงำนเขตพื้นท่กี ำรศกึ ษำ
2. สำนักงำนเขตพนื้ ทีก่ ำรศกึ ษำ

2.1 นำเสนอข้อมูลท่ีสถำนศึกษำรำยงำนมำตรวจสอบควำมถูกต้อง และวิเครำะห์
ตำมหลักเกณฑ์กำรคำนวณอัตรำกำลงั ขำ้ รำชกำรครแู ละบุคลำกรทำงกำรศกึ ษำท่ี ก.ค.ศ. กำหนด

2.2 ประมวลผลข้อมูลแล้วนำมำเทียบกับสภำพอัตรำกำลังปัจจุบันรำยโรงเรียน
จนครบทกุ โรง เพ่ือหำจำนวนและร้อยละของอัตรำกำลงั ของผู้บริหำรและครูทีข่ ำดเกณฑ/์ เกินเกณฑ/์ พอดี
เกณฑ์

2.3 นำข้อมูลของทุกโรงเรียนมำสรุปเป็นภำพรวมอัตรำกำลังข้ำรำชกำรครูและบุคลำกร
ทำงกำรศึกษำในสถำนศึกษำของสำนักงำนเขตพ้ืนที่กำรศึกษำ และนำเสนอคณะอนุกรรมกำรศึกษำธิกำร
จังหวัดนครศรธี รรมรำช และสำนักงำนคณะกรรมกำรกำรศึกษำขนั้ พืน้ ฐำน

กำรวิเครำะห์และประมวลผลข้อมูล ณ วันท่ี 20 กรกฎำคม 2563 (10 มิถุนำยนเดิม)ของ
ทุกปกี ำรศกึ ษำ โดยใช้ฐำนข้อมูลท่ีโรงเรียนรำยงำนกลมุ่ นโยบำยและแผน (Data Management Center)
ซ่ึงเปน็ ข้อมลู ที่ถูกตอ้ ง มีคณุ ภำพจะทำให้กำรวิเครำะห์ขอ้ มลู เป็นไปอยำ่ งถูกตอ้ ง มีคุณภำพสำมำรถนำไป
เป็นฐำนในกำรบริหำรอัตรำกำลังในภำพรวมของสำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำได้อย่ำงมีประสิทธิภำพ
ตอ่ ไป

5. กำรนำไปใชป้ ระโยชน์
กำรวำงแผนอัตรำกำลังสำหรับข้ำรำชกำรครูและบุคลำกรทำงกำรศึกษำ เป็นประโยชน์

ที่นำไปใชใ้ นเรอื่ งกำรบริหำรงำนบคุ คลได้ ดงั นี้

1. นำไปใช้ในกำรบริหำรอัตรำกำลังข้ำรำชกำรครูและบุคลำกรทำงกำรศึกษำ ให้สอดคล้องกับ
ควำมต้องกำรใช้อัตรำกำลังคนในสถำนศึกษำในภำพรวมของสำนักงำนเขตพ้ืนที่กำรศึกษำ และเป็นไป
ตำมนโยบำยกำรขับเคลื่อนปฏริ ปู กำรศึกษำในภูมิภำค สังกัดสำนักงำนคณะกรรมกำรกำรศึกษำข้นั พืน้ ฐำน

2. นำไปใช้ในกำรวำงแผนกำรพัฒนำข้ำรำชกำรครูและบุคลำกรทำงกำรศึกษำในสถำนศึกษำ
เพอ่ื เพ่ิมประสทิ ธภิ ำพกำรปฏบิ ัตงิ ำนของขำ้ รำชกำรในสงั กัด

6. กำรวเิ ครำะห์อตั รำกำลังของสำนักงำนเขตพ้ืนท่ีกำรศึกษำประถมศึกษำนครศรธี รรมรำช เขต 3
6.1 สภำพอตั รำกำลังขำ้ รำชกำรครแู ละบคุ ลำกรทำงกำรศกึ ษำ
สำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำประถมศึกษำนครศรีธรรมรำช เขต 3 บริหำรและจัดกำรกำรจัด

ก ำร ศึ ก ษ ำข้ั น พื้ น ฐำน ใน เข ต พ้ื น ที่ ทั้ งห ม ด 6 อ ำเภ อ ได้ แ ก่ อ ำเภ อ จุฬ ำภ ร ณ์ อ ำเภ อ
เชียรใหญ่ อำเภอชะอวด อำเภอปำกพนัง อำเภอร่อนพิบูลย์ และอำเภอหัวไทร มีปริมำณงำน
ณ วนั ท่ี 20 กรกฎำคม 2563 (10 มถิ นุ ำยน เดิม) จำแนกได้ ดงั นี้

1. จำนวนโรงเรียนในสังกัด รวม 230 โรง จำแนกตำมอำเภอ ดงั นี้

ลำดับท่ี อำเภอ จำนวนโรงเรียน หมำยเหตุ
1 จฬุ ำภรณ์ 19
2 เชยี รใหญ่ 32
3 ชะอวด 52
4 ปำกพนัง 52
5 รอ่ นพิบลู ย์ 38
6 หัวไทร 37
รวม 230

2. จำนวนโรงเรียนจำแนกตำมจำนวนนกั เรียน จำนวนโรงเรยี น

จำนวนนักเรียน (คน) 11

1 - 19 36
20 - 40 32
41 - 60 75
61-120 65
121-250
13
251-500 4
501-1500 -
1500 ข้ึนไป 225

รวม

3. จำนวนนักเรียนจำแนกตำมระดบั ท่ีเปดิ สอน

จำนวนหอ้ งเรียน / นกั เรียน รวมทง้ั สน้ิ

ก่อนประถม ประถม มธั ยม ห้อง นกั เรียน
2,045 27,919
ห้อง นกั เรยี น ห้อง นกั เรียน ห้อง นกั เรียน

520 5,672 1,405 20,478 120 1,769

4. สภำพอัตรำกำลังข้ำรำชกำรครสู ำยงำนบรหิ ำรและสำยงำนกำรสอน

อัตรำครตู ำมเกณฑ์ อัตรำครู ตำม จ.18 สภำพ % กำร
บร. ครู รวม บร. ครู รวม ขำด/เกิน
236 1,657 1,893 243 1,611 1,854 อตั รำกำ -10.03
ลัง

-49

5. บุคลำกรในสถำนศึกษำ (ตำแหน่งคร)ู

ลำดบั ที่ ประเภท จำนวน(คน)

1 พนักงำนรำชกำร (ครู) 27
2 ครูอัตรำจำ้ งขน้ั วิกฤติ 16
3 ครูวิทยำศำสตร์ – คณิตศำสตร์ 9
4 พเ่ี ล้ียงเดก็ พิกำร 39
5 ครผู ทู้ รงคณุ คำ่ แห่งแผน่ ดิน 17
6 บุคลำกรทำงกำรศึกษำอน่ื ตำม ม.38 ค.(2) 35
133
รวมทั้งส้ิน

6.2 วิเครำะหส์ ภำพอตั รำกำลงั ขำ้ รำชกำรครูและบุคลำกรทำงกำรศกึ ษำ
กำรวิเครำะห์สภำพอัตรำกำลังข้ำรำชกำรครูและบุคลำกรทำงกำรศึกษำในสถำนศึกษำ

สังกัดสำนักงำนเขตพ้ืนที่กำรศึกษำประถมศึกษำนครศรีธรรมรำช เขต 3 ประจำปีงบประมำณ พ.ศ.
2563 ปรำกฏตำมตำรำง ดงั น้ี
ตำรำงท่ี 1 สรุปปริมำณงำนของสถำนศกึ ษำในสังกัดสำนักงำนเขตพน้ื ท่กี ำรศกึ ษำประถมศกึ ษำ

นครศรีธรรมรำช เขต ๓

จำกตำรำงท่ี 1 แสดงว่ำสำนักงำนเขตพ้นื ที่กำรศึกษำประถมศึกษำนครศรีธรรมรำช เขต ๓
มีอตั รำกำลงั ข้ำรำชกำรครแู ละบุคลำกรทำงกำรศกึ ษำ ในปีงบประมำณ พ.ศ.2563 ดังนี้

- ระดบั ประถมศกึ ษำ ปริมำณงำนของสถำนศึกษำทงั้ หมด 243 โรง มีจำนวนนกั เรียน 27,919
คน มีห้องเรียน 2,045 ห้อง จำนวนครูตำม จ.18 จำนวน 1,854 คน จำนวนครูตำมเกณฑ์ ก.ค.ศ.
จำนวน 1,893 คน สภำพอัตรำกำลังครู ขำดเกณฑ์ - 49 อัตรำ คิดเป็นร้อยละ 178.67 มีครู
เกษียณอำยุรำชกำรในปีงบประมำณ พ.ศ. 2563 จำนวน 132 คน ครูไปช่วยรำชกำร 14 คน
ครูมำช่วยรำชกำร 12 คน พนักงำนรำชกำร(ครู) 27 คน อัตรำจ้ำง (เงินงบประมำณ (ครู)) 68 คน
สภำพอตั รำกำลังมีอยจู่ รงิ ขำดเกณฑ์ 193 คิดเปน็ ร้อยละ – 10.04

- ระดับขยำยโอกำสทำงกำรศึกษำ ปริมำณงำนของสถำนศึกษำท้ังหมด 40 โรง มีจำนวน
นักเรียน 1,769 คน มีห้องเรียน 120 ห้อง จำนวนครูตำม จ.18 จำนวน 493 คน จำนวนครูตำม
เกณฑ์ ก.ค.ศ. จำนวน 488 คน สภำพอัตรำกำลังครู เกินเกณฑ์ 5 อัตรำ คิดเป็นร้อยละ 1.02
มีครูเกษียณอำยุรำชกำรในปีงบประมำณ พ.ศ.2563 จำนวน 38 คน พนักงำนรำชกำร(ครู) 4 คน
อตั รำจำ้ ง (งปม.(คร)ู ) 6 คน สภำพอตั รำกำลังมีอยจู่ รงิ เกนิ เกณฑ์ 5 คิดเปน็ ร้อยละ 1.02

ตำรำงที่ 2 แผนบริหำรอตั รำกำลงั ขำ้ รำชกำรครูและบุคลำกรทำงกำรศึกษำในสถำนศึกษำ
แสดงจำนวนครตู ำม จ.18 จำแนกตำมรำยวิชำที่จบ ปงี บประมำณ พ.ศ.2563

จำกตำรำงที่ 2 แสดงวำ่ สำนกั งำนเขตพื้นทกี่ ำรศึกษำประถมศึกษำนครศรธี รรมรำช เขต ๓
มีข้ำรำชกำรครตู ำมสำขำวชิ ำท่ีจบเรียงลำดับจำกมำกไปหำนอ้ ย ดังน้ี

- จบวิชำประถมศึกษำ 255 คน ภำษำไทย 200 คน คณิตศำสตร์ 181 คน ภำษำอังกฤษ
154 คน ปฐมวัย 129 คน วิทยำศำสตร์ 127 คน สงั คมศึกษำ 114 คน อ่ืน ๆ 85 คน พลศกึ ษำ 45
คน คอมพิวเตอร์ 45 คน เกษตรกรรม 39 คน สุขศึกษำ 31 คน คหกรรมศำสตร์ 25 คน บรรณำรักษ์
24 คน นำฏศิลป์ 22 คน จิตวิทยำแนะแนว 19 คน เทคโนโลยีทำงกำรศึกษำ 17 คน ชีววิทยำและเคมี
9 คน อุตสำหกรรมศิลป์ 8 คน โสตทัศนศึกษำ 4 คน ฟิสิกส์ ดนตรีสำกล และ ทัศนศิลป์ 3 คน ภำษำ
ฝรั่งเศส กำรศกึ ษำพิเศษ และกำรเงิน/บัญชี 2 คน ศิลปศึกษำ กำรงำนพนื้ ฐำนอำชีพ ดนตรีไทย และดุริ
ยำงศิลป์ 1 คน

ตำรำงท่ี 3 แผนบรหิ ำรอตั รำกำลงั ขำ้ รำชกำรครแู ละบุคลำกรทำงกำรศึกษำในสถำนศึกษำ
จำแนกตำมจำนวนครูตำม จ.18 จำแนกตำมรำยวิชำท่ีสอน ปีงบประมำณ พ.ศ.2563

จำกตำรำงที่ 3 แสดงวำ่ สำนักงำนเขตพนื้ ทกี่ ำรศกึ ษำประถมศกึ ษำนครศรธี รรมรำช
เขต 3 มีควำมต้องกำรข้ำรำชกำรครู จำแนกตำมวชิ ำท่ีสอน เรยี งลำดับจำกมำกไปหำน้อย ดงั น้ี

- สอนวิชำคณิ ตศำสตร์ 236 คน ประถมศึกษำ 209 คน ภำษำไทย 200 คน
ภำษำอังกฤษ 165 คน ปฐมวัย 146 คน วิทยำศำสตร์ 132 คน สังคมศึกษำ 120 คน อ่ืน ๆ 83 คน
พลศึกษำ 47 คน คอมพิวเตอร์ 44 คน เกษตรกรรม และสุขศึกษำ จำนวน 28 คน นำฏศิลป์ 20 คน
คหกรรมศำสตร์ 19 คน เทคโนโลยที ำงกำรศึกษำ 17 คน บรรณำรกั ษ์ 14 คน จิตวิทยำแนะแนว 13
คน ศิลปศึกษำ จำนวน 11 คน เคมี 7 คน ชีววิทยำ และกำรงำนพ้ืนฐำนอำชีพ จำนวน 6 คน
อตุ สำหกรรมศิลป์ ทศั นศิลป์ และดนตรสี ำกล จำนวน 3 คน ฟิสกิ ส์ กำรศึกษำพิเศษ และกำรเงนิ /บัญชี
2 คน ดนตรไี ทย และดุริยำงศิลป์ โสตทัศนศึกษำ และภำษำฝรัง่ เศส จำนวน 1 คน

ตำรำงท่ี 4 แผนบรหิ ำรอตั รำกำลงั ขำ้ รำชกำรครูและบุคลำกรทำงกำรศึกษำในสถำนศึกษำ
จำแนกตำมจำนวนผู้เกษียณอำยรุ ำชกำร ท่ีจบ ปีงบประมำณ พ.ศ.2563

จำกตำรำงท่ี 4 แสดงวำ่ สำนกั งำนเขตพื้นทีก่ ำรศึกษำประถมศึกษำนครศรธี รรมรำช
เขต ๓ มขี ้ำรำชกำรครู จำแนกตำมตำมจำนวนผ้เู กษียณอำยุรำชกำรที่จบ ปงี บประมำณ พ.ศ.2563
เรียงลำดับจำกมำกไปหำนอ้ ย ดังนี้

- จบวิชำประถมศึกษำ 41 คน ภำษำไทย 15 คน สังคมศึกษำ 13 คน คณิตศำสตร์ 10
คน ภำษำอังกฤษ ปฐมวัย น พลศึกษำ และอุตสำหกรรมศิลป์ 8 คน วิทยำศำสตร์ 5 คน สุขศึกษำ
จิตวิทยำแนะแนว โสต ทัศนศึกษำ และอื่น ๆ 4 คน เทคโนโลยีทำงกำรศึกษำ ชีววิทยำ เกษตรกรรม
และนำฏศิลป์ 2 ตน ศิลปศึกษำ กำรงำนพื้นฐำนอำชีพ ดนตรีไทย และดุริยำงศิลป์ คหกรรมศำสตร์
บรรณำรักษ์ และคอมพิวเตอร์ 1 คน

ตำรำงท่ี 5 แผนบรหิ ำรอตั รำกำลังข้ำรำชกำรครูและบุคลำกรทำงกำรศกึ ษำในสถำนศึกษำ
จำแนกรำยวิชำที่สอนของครูเกษยี ณอำยุรำชกำร ปงี บประมำณ พ.ศ.2563

จำกตำรำงท่ี 5 แสดงวำ่ สำนักงำนเขตพ้ืนทกี่ ำรศึกษำประถมศึกษำนครศรีธรรมรำช
เขต ๓ มีข้ำรำชกำรครทู ีเ่ กษียณอำยรุ ำชกำรเมือ่ สิ้นปงี บประมำณ พ.ศ.2563 จำแนกตำมวชิ ำทส่ี อน
เรียงลำดบั จำกมำกไปหำนอ้ ย ดังนี้

- สอนวิชำประถมศึกษำ 41 คน ภำษำไทย 15 คน สังคมศึกษำ 13 คน คณิตศำสตร์ 10
คน ภำษำอังกฤษ ปฐมวัย น พลศึกษำ และอุตสำหกรรมศิลป์ 8 คน วิทยำศำสตร์ 5 คน สุขศึกษำ
จิตวิทยำแนะแนว โสต ทัศนศึกษำ และอื่น ๆ 4 คน เทคโนโลยีทำงกำรศึกษำ ชีววิทยำ เกษตรกรรม
และนำฏศิลป์ 2 ตน ศิลปศึกษำ กำรงำนพ้ืนฐำนอำชีพ ดนตรีไทย และดุรยิ ำงศิลป์ คหกรรมศำสตร์
บรรณำรกั ษ์ และคอมพวิ เตอร์ 1 คน

ตำรำงท่ี 6 แผนบริหำรอตั รำกำลังข้ำรำชกำรครูและบคุ ลำกรทำงกำรศึกษำในสถำนศกึ ษำ
แสดงควำมต้องกำรทดแทนอัตรำกำลงั ครูท่เี กษียณอำยรุ ำชกำร ปีงบประมำณ พ.ศ. 2563
จำแนกตำมสำขำวิชำเอก ปงี บประมำณ พ.ศ.2563

จำกตำรำงที่ 6 แสดงว่ำ สำนักงำนเขตพน้ื ท่ีกำรศกึ ษำประถมศึกษำนครศรีธรรมรำช
เขต ๓ มขี ้ำรำชกำรครูที่เกษยี ณอำยุรำชกำรเมอ่ื ส้ินปงี บประมำณ พ.ศ.2563 แสดงควำมต้องกำร
ทดแทนอัตรำกำลังครูท่เี กษียณอำยรุ ำชกำร ปีงบประมำณ พ.ศ. 2563 จำแนกตำมสำขำวิชำเอก
เรียงลำดับจำกมำกไปหำน้อย ดังน้ี

- วชิ ำปฐมวัย 53 คน ภำษำไทย 45 คน ประถมศึกษำและภำษำอังกฤษ จำนวน 35 คน
คณติ ศำสตร์ 32 คน วิทยำศำสตร์ทัว่ ไป 16 คน พลศึกษำ 9 คน คอมพวิ เตอร์ 5 คน นำฏศลิ ป์ 3 คน
ศลิ ปะศกึ ษำ ดนตรศี กึ ษำ ดนตรีสำกล ดนตรไี ทย คหกรรมศำสตร์ และกำรเงนิ บญั ชี จำนวน 1 คน

ตำรำงที่ 7 แผนบรหิ ำรอตั รำกำลังข้ำรำชกำรครูและบุคลำกรทำงกำรศึกษำในสถำนศึกษำ
แสดงสรุปปรมิ ำณงำนของสถำนศกึ ษำ สงั กัดสำนักงำนเขตพืน้ ทก่ี ำรศึกษำประถมศึกษำ
นครศรธี รรมรำช เขต 3 ปงี บประมำณ พ.ศ. 2563

จำกตำรำงที่ 7 แสดงวำ่ สำนกั งำนเขตพ้นื ทกี่ ำรศึกษำประถมศกึ ษำนครศรีธรรมรำช เขต ๓

ปรมิ ำณงำนของสถำนศึกษำ สังกดั สำนกั งำนเขตพื้นท่ีกำรศกึ ษำประถมศึกษำนครศรีธรรมรำช เขต 3

ปีงบประมำณ พ.ศ. 2563 ในภำพรวม ดังนี้
1. ข้อมูลจำนวนนกั เรยี นทัง้ หมด 27,919 คน จำนวนหอ้ งเรยี น 2,045 ห้อง
1.1 ชน้ั อนบุ ำล 3 ขวบ จำนวนนกั เรยี น 857 คน
จำนวนห้องเรยี น 84 หอ้ ง
1.2 ขน้ั อนุบำล 1 จำนวนนักเรยี น 2,180 คน
จำนวนห้องเรยี น 211 ห้อง
1.3 ขั้นอนุบำล 2 จำนวนนักเรียน 2,635 คน
จำนวนห้องเรียน 225 ห้อง
1.4 ชั้นประถมศกึ ปที ี่ 1 จำนวนนกั เรียน 3,413 คน
จำนวนหอ้ งเรียน 232 ห้อง
1.5 ชน้ั ประถมศึกปีท่ี 2 จำนวนนกั เรยี น 3,488 คน
จำนวนห้องเรียน 237 หอ้ ง
1.6 ชน้ั ประถมศึกปีท่ี 3 จำนวนนกั เรยี น 3,377 คน
จำนวนห้องเรยี น 234 ห้อง
1.7 ช้นั ประถมศกึ ปที ี่ 4 จำนวนนกั เรยี น 3,342 คน
จำนวนหอ้ งเรยี น 233 หอ้ ง
1.8 ชน้ั ประถมศึกปที ี่ 5 จำนวนนกั เรียน 3,402 คน
จำนวนหอ้ งเรียน 235 ห้อง
1.9 ช้ันประถมศึกปีที่ 6 จำนวนนักเรยี น 3,456 คน
จำนวนหอ้ งเรยี น 234 ห้อง
1.10 ชน้ั มธั ยมศึกษำปีท่ี 1 จำนวนนักเรียน 595 คน
จำนวนหอ้ งเรยี น 40 ห้อง
1.11 ช้ันมัธยมศึกษำปีท่ี 2 จำนวนนกั เรยี น 596 คน
จำนวนหอ้ งเรียน 40 หอ้ ง

1.12 ชั้นประถมศกึ ษำปที ี่ 3 จำนวนนักเรียน 578 คน
จำนวนหอ้ งเรียน 40 หอ้ ง
2. จำนวนครตู ำม จ.18 จำนวนทั้งหมด 1,854 คน
2.1 ผู้อำนวยกำรโรงเรียน จำนวน 231 คน
2.2 รองผู้อำนวยกำรโรงเรยี น จำนวน 12 คน
2.3 ครู จำนวน 1,611 คน
3. จำนวนครตู ำมเกณฑ์ ก.ค.ศ.กำหนด มจี ำนวนทง้ั หมด 1,893 อัตรำ
3.1 ตำแหนง่ ผ้อู ำนวยกำรโรงเรียน จำนวน 225 อตั รำ
3.2 ตำแหนง่ รองผู้อำนวยกำรโรงเรยี น จำนวน 11 อัตรำ
3.3 ตำแหนง่ ครู จำนวน 1,657 อัตรำ
4. จำนวนครู –ขำด, + เกนิ จำนวน 1 ตำแหน่ง
4.1 ตำแหน่งผ้อู ำนวยกำรโรงเรยี น เกนิ 6 ตำแหนง่
4.2 ตำแหนง่ รองผอู้ ำนวยกำรโรงเรียน เกิน 1 ตำแหนง่
4.3 ตำแหนง่ ครู ขำด - 49 ตำแหนง่
5. จำนวนผ้เู กษียณอำยุรำชกำร ปี 2563 จำนวน 151 คน
6. สภำพอตั รำกำลงั ณ วันท่ี 1 ตลุ ำคม 2563 จำนวน ๑,๗03 อตั รำ
7. สภำพอตั รำกำลัง ณ วันท่ี 1 ตุลำคม 2563 ขำด 190 อัตรำ
คิดเปน็ ร้อยละ - 10.03
8. สรุปอตั รำกำลังในภำพรวม ดงั นี้
8.1 โรงเรยี นขำดเกณฑ์ จำนวน 94 โรง จำนวน - 147 อัตรำ
8.2 โรงเรยี นเกินเกณฑ์ จำนวน 67 โรง จำนวน 108 อัตรำ
8.3 โรงเรียนพอดเี กณฑ์ จำนวน 83 โรง

7. ปจั จยั สำคัญท่ีทำให้ประสบปัญหำควำมขำดแคลนอัตรำกำลังครู

1. แนวปฏบิ ัติกำรบรรจุครูใหม่ไม่ไดท้ ันทีที่ว่ำงลง มีกระบวนกำรตำมขอ้ กฎหมำยทำให้โรงเรียน
ขำดแคลนครูช่วงรอยต่อในระยะเวลำนำน

2. กระบวนกำรสรรหำ มีกำรดำเนินกำรหลำยข้นั ตอนทำใหใ้ ช้เวลำนำน เนื่องจำกต้องพิจำรณำ
ดำเนิ น กำรตำมหลักเกณ ฑ์ ท่ีกำหน ดอย่ำงเคร่งครัด โดยยึดหลักควำมโปร่งใส เป็น ธร รม
และตรวจสอบได้

3. ผลกระทบจำกมำตรกำรบริหำรและพัฒนำกำลังคนภำครัฐ จำกคณะกรรมกำรกำหนด
เป้ำหมำยและนโยบำยกำลังคนภำครัฐ (คปร.) ในกำรจัดสรรคืนอัตรำว่ำงจำกผลกำรเกษียณอำยุรำชกำร
กำรบรรจอุ ตั รำทดแทนกรณีเกษียณอำยุรำชกำรไมต่ ่อเนอ่ื ง

4. นโยบำยของรัฐบำลท่ีให้ควบคุมอัตรำกำลังข้ำรำชกำร โดยกำรตรึงอัตรำกำลังจำนวน
ข้ำรำชกำรท่ีมีอยู่ในปัจจุบันไว้ไม่ให้มีกำรเพ่ิมอัตรำต้ังใหม่ ทำให้ไม่สำมำรถขอเพ่ิมอัตรำตำมจำนวน
ทข่ี ำดแคลนได้

8. ปญั หำ/อปุ สรรค/ข้อจำกดั ทที่ ำให้กำรดำเนนิ งำนไมป่ ระสบควำมสำเร็จตำมเปำ้ หมำย

1. นโยบำยกำรบรหิ ำรอัตรำกำลังคนภำครัฐ ไม่มีกำรเพ่ิมจำนวนอัตรำตำแหน่งข้ำรำชกำรตำม
จำนวนปรมิ ำณงำนทเี่ พม่ิ ข้ึน

2. ระบบค่ำตอบแทนข้ำรำชกำรครูท่ีไม่สอดคล้องกับเศรษฐกิจทำให้มีรำยได้ไม่เพียงพอกับ
รำยจำ่ ย และเพิ่มภำระหนส้ี นิ สว่ นตัวของขำ้ รำชกำรมำกขนึ้

3. กระบวนกำรสรรหำ บรรจุ และแต่งต้ัง ครูทดแทนตำแหน่งว่ำงมีควำมล่ำช้ำ ใช้เวลำนำน
เนอ่ื งจำกมีแนวปฏิบตั ิ ข้ันตอนกำรดำเนนิ งำนมำกเกินไป

4. กำรรับย้ำย/รับโอนในบำงตำแหน่ง ก.ค.ศ.ยงั ไมม่ ีกำรมอบอำนำจให้ดำเนนิ กำร ได้เอง จะตอ้ ง
สง่ เรอ่ื งให้ ก.ค.ศ.พจิ ำรณำอนุมตั ิ

5. กำรเกล่ียอัตรำกำลังในโรงเรียนเกินเกณฑ์ดำเนินกำรได้ยำก เน่ืองจำกไม่มีคนประสงค์ย้ำย
ออก จะตอ้ งรอจนกวำ่ มีครเู กษยี ณอำยุรำชกำร จงึ จะสำมำรถเกลีย่ ได้

6. โครงสรำ้ งบรหิ ำรงำนบุคคลของกระทรวงศึกษำธิกำร มีมำกมำยทำให้งำนลำ่ ช้ำ ไม่ทนั ควำม
ต้องกำรของโรงเรียน ควรปรบั โครงสร้ำงกระจำยอำนำจให้เขตพื้นท่กี ำรศกึ ษำบรหิ ำรจดั กำรตำมบริบท
ของพนื้ ท่ี
9. แนวทำงกำรดำเนนิ งำนใหป้ ระสบผลสำเร็จ

1. บริหำรอัตรำกำลังครูท่ีมีอยู่ให้บังเกิดประโยชน์สูงสุด โดยกำรเกลี่ยอัตรำกำลังครูจำก
โรงเรยี นท่ีมีครเู กินเกณฑ์ ไปกำหนดใหม่ในโรงเรียนท่ีมีครตู ำ่ กว่ำเกณฑ์ จำกโรงเรยี นท่มี ีครูครบตำมเกณฑ์
และครตู ่ำกว่ำเกณฑ์น้อยกว่ำไปกำหนดใหมใ่ นโรงเรยี นท่ีมคี รูต่ำกว่ำเกณฑท์ ีม่ ีร้อยละควำมขำดแคลนหลัง
กำรตัดโอนมำกกว่ำ เพื่อให้โรงเรียนต่ำงๆมีสภำพอัตรำกำลังครูเม่ือเทียบเกณฑ์แล้วใกล้เคียงกัน โดยใช้
มำตรกำร ดังนี้

1.1 ดำเนินกำรเกลย่ี อัตรำกำลังครู กรณตี ำแหน่งว่ำงในโรงเรียนที่มอี ตั รำกำลังครูเกินเกณฑ์
ทันทีที่มีตำแหน่งว่ำง โดยตัดโอนตำแหน่งที่ว่ำงดังกล่ำวไปกำหนดใหม่ในโรงเรียนท่ีมีร้อยละ
ควำมขำดแคลนอัตรำกำลังมำกท่ีสุดเป็นลำดับแรก และในโรงเรียนท่ีตง้ั อยู่ในพื้นที่ห่ำงไกลกำรคมนำคม
ไม่สะดวก ไม่ปลอดภัย และครูภำยในไม่ประสงค์ขอย้ำยเข้ำ เพ่ือนำไปใช้รับย้ำยข้ำรำชกำรครูท่ีมีสำขำ
วชิ ำเอกที่โรงเรยี นต้องกำรและขำดแคลน

1.2 เกลีย่ อตั รำกำลังครูกรณีทีม่ คี นครอง
1.2.1 ข้ำรำชกำรครูในสังกัด จะดำเนินกำรย้ำยโดยกำรตัดโอนตำแหน่งและอัตรำ

เงนิ เดอื นตำมตวั ไปกำหนดใหม่ในโรงเรียนที่มอี ัตรำกำลงั ครูตำ่ กวำ่ เกณฑ์ตำมควำมประสงคข์ องตนเองโดย
ใชม้ ำตรกำรจูงใจ เช่น ไดร้ ับสทิ ธิในกำรเบิกคำ่ เชำ่ บ้ำน

1.2.2 ข้ำรำชกำรครูจำกต่ำงเขตพื้นท่ีกำรศึกษำ ที่มำช่วยรำชกำร หำกโรงเรียนต้น
สงั กัดมีอัตรำกำลังครูเกนิ เกณฑ์ จะดำเนินกำรเสนอขออนมุ ัติหน่วยงำนต้นสงั กัดเพ่ือตัดโอนตำแหน่งและ
อตั รำเงินเดอื นตำมตัวมำกำหนดใหมใ่ นโรงเรียนท่ีมีอัตรำกำลังครูต่ำกวำ่ เกณฑ์

2. รวมโรงเรียนขนำดเล็กที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงกันเข้ำด้วยกัน บรหิ ำรงำนในลกั ษณะกลุ่ม
โรงเรยี นโดยใช้ทรัพยำกรบุคคลร่วมกัน ซึ่งสอดคล้องกบั แนวทำงกำรจัดอัตรำกำลังและกำรบรหิ ำรจัดกำร

ในภำรกิจกำรศึกษำขั้นพ้ืนฐำนของสำนักงำนคณะกรรมกำรกำรศึกษำขั้นพื้นฐำนจะช่วยลดปัญหำควำม
ขำดแคลนอัตรำกำลังครไู ดร้ ะดบั หนง่ึ

3. ขอรบั กำรจดั สรรตำแหน่งครูเกษยี ณอำยุรำชกำรคืน เพอ่ื นำไปจัดสรรให้กบั โรงเรยี น
ทป่ี ระสบปัญหำควำมขำดแคลนอัตรำกำลงั ครู และบรรจุครูทจ่ี บสำขำวชิ ำเอกทีโ่ รงเรยี นต้องกำรและขำด
แคลนซงึ่ ตง้ั อยู่ในพืน้ ทหี่ ำ่ งไกล กำรคมนำคมไม่สะดวก

4. คดั เลือกครอู ตั รำจำ้ ง พนักงำนรำชกำรท่ปี ฏิบตั งิ ำนมำแลว้ ไม่น้อยกวำ่ 3 ปี เพอ่ื บรรจุ
และแตง่ ต้งั เข้ำรับรำชกำรเปน็ ข้ำรำชกำรครู โดยคดั เลอื กในสำขำวิชำเอกทโ่ี รงเรียนต้องกำรและขำดแคลน

5. ขอรับกำรจัดสรรอัตรำจ้ำงช่ัวครำวครูรำยเดือน เพ่ือนำไปจัดสรรให้กับโรงเรียนในสังกัด
ทม่ี รี อ้ ยละควำมขำดแคลนอตั รำกำลังครูจำกมำกไปหำน้อย

6. สงวนอัตรำว่ำงจำกกำรเกษียณอำยุรำชกำร เพ่ือบรรจุครู และนักเรียนทุนตำมโครงกำร
ท่สี ำนกั งำนคณะกรรมกำรกำรศกึ ษำขนั้ พ้นื ฐำนจัดสรรให้

7. กำหนดใหม้ ีครูผ้สู อนท่จี บสำขำวิชำเอกทข่ี ำดแคลน คือ คณติ ศำสตร์ ภำษำอังกฤษ
และภำษำไทย ให้มอี ย่ใู นโรงเรียนทุกโรงเรยี น

8. พัฒนำครูที่ปฏิบัติกำรสอนไม่ตรงกับสำขำวิชำเอก/โดยกำรฝึกอบรม ท้ังนี้ เพื่อให้
ผลสมั ฤทธ์ิทำงกำรเรียนของนักเรียนในสังกดั ในกล่มุ ทกุ กลุ่มสำระกำรเรยี นร้สู ูงขนึ้

****************************

บรรณำนุกรม

สำนักงำนคณะกรรมกำรกำรศกึ ษำแหง่ ชำติ “หลักสตู รกำรศกึ ษำพนื้ ฐำน พทุ ธศกั รำช 2544” , 2544.

สำนกั งำนคณะกรรมกำรกำรศึกษำขน้ั พื้นฐำน “หลักสตู รแกนกลำงกำรศึกษำพื้นฐำน พุทธศกั รำช 2551”,2551.

สำนักงำนคณะกรรมกำรข้ำรำชกำรครูและบุคลำกรทำงกำรศึกษำ “หลักเกณฑ์และวิธีกำรเกล่ีย
อัตรำกำลัง

ขำ้ รำชกำรครูและบคุ ลำกรทำงกำรศกึ ษำ”, 2555.

สำนักงำนคณะกรรมกำรกำรศึกษำขั้นพื้นฐำน “ร่ำง แนวทำงกำรวำงแผนอัตรำกำลังครูในสถำนศึกษำ
สังกัดสำนักงำนคณะกรรมกำรกำรศึกษำข้ันพ้ืนฐำน เพ่ือรองรับกำรขับเคล่ือนกำรปฏิรูปกำรศึกษำใน
ภมู ิภำค”,

2559.

สำนักงำนวิจัยและพัฒนำระบบงำนบุคคล สำนักงำนข้ำรำชกำรพลเรือน. “แนวทำงกำรวำงแผนอัตรำ
กำลงั คน

เชงิ กลยทุ ธใ์ นสว่ นรำชกำร”, 2549.

คณะทำงำน

ทปี่ รกึ ษำ ผอู้ ำนวยกำรสำนักงำนเขตพื้นท่ีกำรศกึ ษำ
ประถมศกึ ษำนครศรีธรรมรำช เขต 3
1. นำยวริ ตั น์ ไกรแกว้
รองผู้อำนวยกำรสำนกั งำนเขตพื้นทก่ี ำรศึกษำ
2. นำงสำวสมุ ล ชุมทอง ประถมศกึ ษำนครศรีธรรมรำช เขต 3
ผอู้ ำนวยกำรกลุ่มนโยบำยและแผน
3. นำงจิตรำ แกลว้ ทนงค์
4. นำงวนั ทนำ แก้วผอม รักษำกำรผูอ้ ำนวยกำรกลมุ่ นเิ ทศติดตำมและประเมินผล
5. นำยประพนั ธ์ ยงั ช่วย ผู้อำนวยกำรโรงเรียนวัดไมเ้ สียบ
6. นำยมงคล ยินเจรญิ
7. นำยโชติ คำนวณ ผอู้ ำนวยกำรโรงเรยี นวดั โคกยำง
8. นำงกลั ยำ เกอ้ื กำญจน์ ผู้อำนวยกำรโรงเรยี นบำ้ นห้วยหำร
9. นำยเขบ็ บุญวรรณ ผอู้ ำนวยกำรกลุม่ บรหิ ำรงำนกำรเงินและสนิ ทรัพย์

ผอู้ ำนวยกำรโรงเรียนบ้ำนหนองนนทรี

คณะทำงำน ผอู้ ำนวยกำรกลมุ่ บริหำรงำนบคุ คล
นกั ทรพั ยำกรบคุ คลชำนำญกำรพเิ ศษ
1. นำยจรูญ พันธโ์ ภชน์ นักทรพั ยำกรบคุ คลชำนำญกำรพเิ ศษ
นกั ทรพั ยำกรบคุ คลชำนำญกำร
2. นำงนิวร พลู นวล นักทรัพยำกรบุคคลชำนำญกำร
3. นำงณฐั วดี ลมิ ปนำนนท์ เจำ้ หนำ้ ทธี่ รุ กำร
4. นำงนภัสสรณ์ หม่นื ภกั ดี
เจำ้ หนำ้ ท่ีธรุ กำร
5. นำงวำสนำ ถำวรนรุ ักษ์
6. นำงสำวรตั นำภรณ์ นำคนคิ ำม

7. นำยปรมัตถ์ อโณทยั


Click to View FlipBook Version