รายงานวจิ ยั แผนอัตรากาลงั ขา้ ราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศกึ ษา
ในสถานศกึ ษา 10 ปี (พ.ศ.2564 – 2573)
สานักงานเขตพน้ื ทกี่ ารศึกษาประถมศกึ ษานครศรธี รรมราช เขต 3
กลมุ่ บรหิ ารงานบคุ คล
สานกั งานเขตพน้ื ทกี่ ารศกึ ษาประถมศึกษานครศรธี รรมราช เขต 3
สานักงานเขตพน้ื ทก่ี ารศึกษาประถมศกึ ษานครศรธี รรมราช เขต 3
สานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร
ก
ชอื่ ผู้วจิ ัย : กล่มุ บริหารงานบคุ คล สานกั งานเขตพน้ื ทก่ี ารศกึ ษาประถมศกึ ษานครศรีธรรมราช เขต 3
ช่อื เรอ่ื ง : แผนอตั รากาลงั ขา้ ราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศึกษาในสถานศกึ ษา 10 ปี
(พ.ศ.2564 – 2573) สานักงานเขตพนื้ ท่ีการศกึ ษาประถมศกึ ษานครศรธี รรมราช
เขต 3
ปีงบประมาณ : 2564
บทคดั ยอ่
การศึกษาวิจัยในคร้ังน้ี ได้ทาการวิจัยโดยวิเคราะห์ข้อมูล คือ สถิติเชิงพรรณนา ( Descriptive
Statistics) เป็นการบรรยายลักษณะของกลุ่มข้อมูล และหาค่าร้อยละ (Percentage) เรื่อง แผนอัตรากาลัง
ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสถานศึกษา 10 ปี (พ.ศ.2564 – 2573) สานักงานเขตพื้นท่ี
การศกึ ษาประถมศกึ ษานครศรีธรรมราช เขต 3
กลุ่มตัวอย่างท่ีใช้ในการศึกษาวิจัยในครั้งน้ี คือ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสถานศึกษา
สงั กัดสานักงานเขตพ้นื ทีก่ ารศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 3 จานวน 236 โรงเรยี น
เคร่ืองมอื ทใี่ ช้ในการเกบ็ รวบรวมขอ้ มูล คือ เครอื่ งมอื ทีใ่ ช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบฟอร์มสาหรับ
กรอกรายละเอยี ด ดงั นี้
1. แบบมาตรฐานวชิ าเอกทีก่ าหนดไวใ้ นสถานศึกษา สงั กดั สานกั งานเขตพื้นทีก่ ารศกึ ษาประถมศกึ ษา
นครศรธี รรมราช เขต 3 ปงี บประมาณ พ.ศ.2564 (ใชข้ ้อมูล 25 มิถุนายน 2564 เป็นฐานขอ้ มูล)
2. แบบจานวนครูเกษยี ณอายุราชการ ปี พ.ศ.2564 – 2573 จาแนกตามมาตรฐานวิชาเอก
3. แบบจานวนสาขาวิชาเอกท่ีขอทดแทนอตั ราท่ขี าดและเกษยี ณอายุราชการ ปี พ.ศ.2564 - 2573
การศึกษาวจิ ยั ในครงั้ น้ี ได้ดาเนนิ การเก็บข้อมูลที่ได้รับจากสถานศึกษาท้ังหมด 236 โรงเรียนมาทาการ
วิเคราะห์ ในภาพรวมของสานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษานครศรีธรรมราช เขต 3 โดยใช้โปรแกรม Microsoft
Excel และดาเนินการวิเคราะห์ขอ้ มูลผลการศกึ ษาวิจัยปรากฏ ดังน้ี
จากการศกึ ษาวจิ ยั เรื่อง แผนอัตรากาลงั ขา้ ราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสถานศึกษา 10 ปี
(พ.ศ.2564 – 2573) สังกดั สานกั งานเขตพ้ืนทก่ี ารศกึ ษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 3 สรปุ ผลไดด้ งั นี้
1. จานวนข้าราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศกึ ษา สงั กัดสานักงานเขตพนื้ ท่กี ารศึกษาประถมศึกษา
นครศรีธรรมราช เขต 3 ตามข้อมูล 25 มิถุนายน 2564 พบว่ามีจานวนครูตาม จ.18 จานวน 1,851 คน
ขาดเกณฑ์ 426 คน ครูเกษียณอายุราชการ จานวน 139 ราย ครูไปช่วยราชการ 6 คน ครูมาช่วยราชการ 6
คน พนักงานราชการ(ตาแหน่งครูผู้สอน จานวน 23 คน, ตาแหน่งนักจิตวิทยา 1 คน) และอัตราจ้าง (ครูผู้สอน
93 คน)
2. จากตารางท่ี 1 ข้อมูลมาตรฐานวิชาเอกที่กาหนดไว้ในสถานศึกษา ตามเกณฑ์ ก.ค.ศ.กาหนดและ
มาตรฐานวชิ าเอกตาม จ.18 ในสถานศึกษาและจานวนครู – ขาด/+ เกิน ตามมาตรฐานวิชาเอก ในสถานศึกษา
จาแนกตามรายวิชา สามารถสรุปได้ดังนี้ วิชาเอกประถมศึกษา ตามมาตรฐานวิชาเอกตาม ก.ค.ศ.กาหนด
มากท่สี ดุ จานวน 257 อตั รา มาตรฐานวิชาเอกตาม จ.18 จานวน 207 อัตรา จานวนครู –ขาด จานวน - 50
อัตรา รองลงมาวิชาปฐมวัย มาตรฐานวิชาเอกตาม ก.ค.ศ.กาหนด จานวน 279 อัตรา มาตรฐานวิชาเอก
ข
ตาม จ.18 จานวน 147 อัตรา ครู –ขาด จานวน - 132 อตั รา วิชาภาษาไทย มาตรฐานวิชาเอกตาม ก.ค.ศ.
กาหนด จานวน 277 อัตรา มาตรฐานวชิ าเอก ตาม จ.18 จานวน 202 อัตรา ครู –ขาด จานวน - 75 อัตรา
วชิ าคณติ ศาสตร์ มาตรฐานวชิ าเอกตาม ก.ค.ศ.กาหนด จานวน 269 อตั รา มาตรฐานวชิ าเอก ตาม จ.18 จานวน
208 อัตรา ครู –ขาด จานวน - 61 อัตรา วิชาภาษาอังกฤษ มาตรฐานวชิ าเอกตาม ก.ค.ศ.กาหนด จานวน 259
อัตรา มาตรฐานวิชาเอก ตาม จ.18 จานวน 193 อัตรา ครู –ขาด จานวน - 66 อัตรา วิชาสังคมศึกษา
มาตรฐานวิชาเอกตาม ก.ค.ศ.กาหนด จานวน 169 อัตรา มาตรฐานวิชาเอก ตาม จ.18 จานวน 116 อัตรา
ครู –ขาด จานวน - 53 อัตรา วิชาวิทยาศาสตร์ท่ัวไป มาตรฐานวิชาเอกตาม ก.ค.ศ.กาหนด จานวน 195 อัตรา
มาตรฐานวชิ าเอก ตาม จ.18 จานวน 140 อัตรา ครู – ขาด จานวน - 55 อัตรา วิชาฟิสิกส์ มาตรฐานวิชาเอก
ตาม ก.ค.ศ.กาหนด จานวน 0 อัตรา มาตรฐานวิชาเอก ตาม จ.18 จานวน 2 อัตรา ครู + เกิน จานวน
+ 2 อตั รา วิชาเคมี มาตรฐานวชิ าเอกตาม ก.ค.ศ.กาหนด จานวน 1 อัตรา มาตรฐานวิชาเอก ตาม จ.18 จานวน
3 อัตรา ครู +เกิน จานวน + 2 อัตรา วิชาชีววิทยา มาตรฐานวิชาเอกตาม ก.ค.ศ.กาหนด จานวน 0 อัตรา
มาตรฐานวิชาเอก ตาม จ.18 จานวน 3 อัตรา ครู + เกิน จานวน +3 อัตรา วิชาสุขศึกษา มาตรฐานวิชาเอก
ตาม ก.ค.ศ.กาหนด จานวน 21 อัตรา มาตรฐานวิชาเอก ตาม จ.18 จานวน 29 อัตรา ครู +เกิน จานวน
+ 8 อตั รา วชิ าพลศกึ ษา มาตรฐานวชิ าเอกตาม ก.ค.ศ.กาหนด จานวน 74 อัตรา มาตรฐานวิชาเอก ตาม จ.18
จานวน 33 อัตรา ครู –ขาด จานวน - 41 อัตรา วิชาศิลปะ มาตรฐานวิชาเอกตาม ก.ค.ศ.กาหนด จานวน
31 อัตรา มาตรฐานวิชาเอก ตาม จ.18 จานวน 9 อัตรา ครู –ขาด จานวน - 22 อัตรา วิชาทัศนศิลป์
มาตรฐานวิชาเอกตาม ก.ค.ศ.กาหนด จานวน 4 อตั รา มาตรฐานวิชาเอก ตาม จ.18 จานวน 1 อัตรา ครู –ขาด
จานวน - 3 อัตรา วิชาดนตรีศึกษา มาตรฐานวิชาเอกตาม ก.ค.ศ.กาหนด จานวน 11 อัตรา มาตรฐานวิชาเอก
ตาม จ.18 จานวน 1 อัตรา ครู –ขาด จานวน - 10 อัตรา วิชาดนตรีสากล มาตรฐานวิชาเอก ตาม ก.ค.ศ.
กาหนด จานวน 9 อัตรา มาตรฐานวิชาเอก ตาม จ.18 จานวน 4 อัตรา ครู –ขาด จานวน - 5 อัตรา วิชาดนตรี
ไทย มาตรฐานวิชาเอกตาม ก.ค.ศ.กาหนด จานวน 8 อัตรา มาตรฐานวิชาเอก ตาม จ.18 จานวน 2 อัตรา
ครู –ขาด จานวน - 6 อัตรา วิชาดุริยางศิลป์ มาตรฐานวิชาเอกตาม ก.ค.ศ.กาหนด จานวน 1 อัตรา มาตรฐาน
วชิ าเอก ตาม จ.18 จานวน 1 อัตรา ครู –ขาด/+ เกิน จานวน 0 อัตรา วิชานาฏศิลป์ มาตรฐานวิชาเอกตาม
ก.ค.ศ.กาหนด จานวน 23 อัตรา มาตรฐานวชิ าเอก ตาม จ.18 จานวน 20 อัตรา ครู – ขาด จานวน - 3 อัตรา
วิชาคอมพิวเตอร์ มาตรฐานวชิ าเอกตาม ก.ค.ศ.กาหนด จานวน 76 อัตรา มาตรฐานวิชาเอก ตาม จ.18 จานวน
59 อัตรา ครู –ขาด จานวน - 17 อัตรา วิชาเกษตรกรรม มาตรฐานวิชาเอกตาม ก.ค.ศ.กาหนด จานวน
19 อัตรา มาตรฐานวิชาเอก ตาม จ.18 จานวน 31 อัตรา ครู + เกิน จานวน + 12 อัตรา วิชาคหกรรม
ศาสตร์ มาตรฐานวิชาเอกตาม ก.ค.ศ.กาหนด จานวน 13 อัตรา มาตรฐานวิชาเอก ตาม จ.18 จานวน
26 อัตรา ครู +เกิน จานวน + 13 อัตรา วิชาอุตสาหกรรมศิลป์ มาตรฐานวิชาเอกตาม ก.ค.ศ.กาหนด จานวน
5 อัตรา มาตรฐานวิชาเอก ตาม จ.18 จานวน 6 อัตรา ครู + เกิน จานวน + 1 อัตรา วิชาภาษาฝร่ังเศส
มาตรฐานวิชาเอกตาม ก.ค.ศ.กาหนด จานวน 0 อัตรา มาตรฐานวิชาเอก ตาม จ.18 จานวน 1 อัตรา
ครู + เกิน จานวน +1 อตั รา วิชาภาษาจีน มาตรฐานวิชาเอกตาม ก.ค.ศ.กาหนด จานวน 2 อัตรา มาตรฐาน
วิชาเอก ตาม จ.18 จานวน 1 อัตรา ครู -ขาด จานวน - 1 อัตรา วชิ าวัดผลการศึกษา มาตรฐานวิชาเอกตาม
ก.ค.ศ.กาหนด จานวน 4 อัตรา มาตรฐานวชิ าเอก ตาม จ.18 จานวน 7 อตั รา ครู + เกนิ จานวน + 3 อัตรา
วชิ าบรรณารกั ษ์ มาตรฐานวิชาเอกตาม ก.ค.ศ.กาหนด จานวน 6 อตั รา มาตรฐานวิชาเอก ตาม จ.18 จานวน
18 อตั รา ครู + เกนิ จานวน + 12 อัตรา วชิ าจิตวิยาแนะแนว มาตรฐานวิชาเอกตาม ก.ค.ศ.กาหนด จานวน
6 อตั รา มาตรฐานวิชาเอก ตาม จ.18 จานวน 13 อตั รา ครู + เกิน จานวน + 7 อัตรา วิชาการเงินและพัสดุ
มาตรฐานวิชาเอกตาม ก.ค.ศ.กาหนด จานวน 0 อัตรา มาตรฐานวิชาเอก ตาม จ.18 จานวน 2 อัตรา
ค
ครู + เกิน จานวน + 2 อัตรา วิชาอื่น ๆ มาตรฐานวิชาเอกตาม ก.ค.ศ.กาหนด จานวน 0 อัตรา
มาตรฐานวชิ าเอก ตาม จ.18 จานวน 83 อตั รา ครู + เกนิ จานวน + 83 อตั รา ตามลาดบั
3. จากตารางท่ี 2 จานวนข้าราชการครูเกษียณอายุราชการ ปี พ.ศ.2564 - 2573 จาแนก
ตามมาตรฐานวชิ าเอก โดยเรยี งลาดับจากมากไปหานอ้ ย สรปุ ไดด้ ังนี้
ข้าราชการครูที่เกษียณอายุราชการ ตามแผนอัตรากาลังข้าราชการครูและบุคลากรทางการ
ศึกษาในสถานศึกษา 10 ปี จานวนทั้งสิ้น 602 ราย จาแนกตามมาตรฐานวิชาเอก ซึ่งวิชาเอกที่มากที่สุด คือ
วิชาเอกประถมศึกษา จานวน 121 ราย ลาดับที่ 2 วิชาเอกภาษาไทย จานวน 72 ราย ลาดับท่ี 3 วิชาเอก
สังคมศึกษา จานวน 63 ราย ลาดับรองลงมา คือ วิชาเอกคณิตศาสตร์ จานวน 50 ราย วิชาเอกวิทยาศาสตร์
ทวั่ ไป 42 ราย วิชาเอกอ่ืน ๆ จานวน 36 ราย วิชาเอกเกษตรกรรม จานวน 33 วิชาเอกภาษาอังกฤษ จานวน
28 ราย วชิ าเอกปฐมวัย จานวน 26 ราย วิชาเอกพลศึกษา จานวน 23 ราย วิชาเอกสุขศึกษา จานวน 21 ราย
วิชาเอกคหกรรมศาสตร์และบรรณารักษ์ จานวน 19 ราย วิชาเอกจิตวิทยาแนะแนว จานวน 13 ราย วิชาเอก
นาฏศลิ ป์ จานวน 10 ราย วิชาเอกวัดผลการศึกษาและวิชาเอกอุตสาหกรรมศิลป์ จานวน 5 ราย วิชาเอกฟิสิกส์
วิชาเอกชีววิทยา และวิชาเอกโสตทัศนศึกษา จานวน 3 ราย และวิชาเอกท่ีน้อยท่ีสุ ด คือ วิชาเอกศิลปะ
คอมพิวเตอร์ ดนตรีศึกษา ภาษาฝรงั่ เศส และวชิ าเอกการเงนิ /พสั ดุ ตามลาดบั
4. จากตารางที่ 3 แสดงว่า จานวนขา้ ราชการครเู กษยี ณอายุราชการ ปี พ.ศ.2564 – 2573
จาแนกตามวชิ าเอกที่ขอทดแทนอัตราทข่ี าดและเกษียณอายรุ าชการ เรยี งลาดบั จากมากไปหาน้อย สรุปดังนี้
ข้าราชการครทู เี่ กษยี ณอายุราชการ ปี พ.ศ.2564 – 2573 ตามแผนอัตรากาลังข้าราชการครูและ
บุคลากรทางการศกึ ษาในสถานศึกษา 10 ปี จานวนทั้งสิ้น 1,024 อัตรา จาแนกตามวิชาเอกท่ีขอทดแทนอัตรา
ท่ีขาดและเกษียณอายุราชการ วิชาเอกที่ขอทดแทนมากที่สุด คือ วิชาประถมศึกษา จานวน 170 อัตรา
รองลงมาวิชาเอกที่ขอทดแทนมากท่ีสุด คือ วิชาปฐมวัย จานวน 159 อัตรา วิชาภาษาไทย 144 อัตรา
วิชาคณิตศาสตร์ จานวน 128 อัตรา วิชาภาษาอังกฤษ จานวน 104 อัตรา วิชาวิทยาศาสตร์ท่ัวไป จานวน
90 อัตรา วิชาสังคมศึกษา จานวน 86 อัตรา วิชาพลศึกษา จานวน 47 อัตรา วิชาคอมพิวเตอร์ จานวน
31 อัตรา วิชาศิลปะ จานวน 12 อัตรา วิชาสุขศึกษา วิชาเกษตรกรรม และวิชานาฏศิลป์ จานวน 9 อัตรา
วิชาดนตรีศึกษา วิชาคหกรรมศาสตร์ จานวน 5 อัตรา วิชาอื่น ๆ จานวน 4 อัตรา วิชาบรรณารักษ์ จานวน
3 อัตรา วิชาฟิสิกส์ วิชาดนตรีสากล วิชาดนตรีไทย จานวน 2 อัตรา และวิชาเอกท่ีขอทดแทนอัตราท่ีขาดและ
เกษยี ณอายุราชการขอทดแทนนอ้ ยท่ีสุด วชิ าดุริยางคศลิ ป์ วิชาภาษาจีน วิชาทัศนศิลป์ วิชาวัดผลการศึกษา และ
วิชาจติ วทิ ยาแนะแนว จานวน 1 อัตรา
ง
กิตตกิ รรมประกาศ
รายงานการศึกษาวิจัยการวางแผนอัตรากาลงั ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสถานศึกษา
สงั กัดสานกั งานเขตพ้ืนทก่ี ารศึกษาประถมศกึ ษานครศรธี รรมราช เขต 3 สาเร็จลุล่วงได้ด้วยดี เพราะได้รับความ
กรุณาเป็นอย่างสูงจาก นายวิรัตน์ ไกรแก้ว ผู้อานวยการสานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษา
นครศรีธรรมราช เขต 3 นายมนูญ รกั ดี นายพยุงค์ ทองคา นายเจตพงศ์ กิตติพร รองผู้อานวยการสานักงาน
เขตพื้นท่กี ารศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 3 และขอขอบพระคุณคณะกรรมการบริหารอัตรากาลัง
ในสถานศึกษาระดับเขตพื้นท่ีการศึกษา สานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 3
ซ่ึงประกอบด้วย นายวิรัตน์ ไกรแก้ว ผู้อานวยการสานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช
เขต 3 เป็นประธานกรรมการ นายมนูญ รักดี รองผู้อานวยการสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา
นครศรีธรรมราช เขต 3 รองประธานกรรมการ นายประพันธ์ ยังช่วย ผู้อานวยการชานาญการพิเศษ โรงเรียน
วัดไม้เสียบ นายมงคล ยินเจริญ ผู้อานวยการชานาญการพิเศษ โรงเรียนวัดโคกยาง นายสมพร คงดี
ผู้อานวยการชานาญการพิเศษ โรงเรียนบ้านห้วยหาร นายเข็บ บุญวรรณ ผู้อานวยการชานาญการพิเศษ
โรงเรียนบ้านหนองนนทรี นางจิตรา แกล้วทนงค์ ผู้อานวยการกลุ่มนโยบายและแผน นางสาวเนตรหทัย สังสุณี
ผู้อานวยการกลุ่มนิเทศติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา และนายจรูญ พันธ์โภชน์ ผู้อานวยการ
กลุ่มบริหารงานบุคคล ที่ให้ความกรุณาประสิทธ์ิประสาทวิชาความรู้อันมีค่ายิ่งและกรุณาให้คาปรึกษาแนะนา
ปรับปรุงแก้ไขข้อบกพร่องต่าง ๆ ในการศึกษาวิจัยตั้งแต่ต้นจนเสร็จสมบูรณ์ ผู้ศึกษาวิจัยขอขอบคุณเจ้าหน้าที่
ในกลุ่มบริหารงานบุคคลทุกท่าน สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 3 ซึ่งเป็น
ทมี งานและความร่วมมอื ในการจดั ทาศึกษาวิจยั ฉบบั น้จี นสาเร็จลุลว่ งไปไดด้ ้วยดี
ความสาเร็จในการทาการศกึ ษาวิจัยฉบับน้ี ผู้ศกึ ษาวิจัยไดร้ ับการส่งเสริม สนับสนุน จากผู้ร่วมงานในกลุ่ม
บริหารงานบคุ คล ทที่ าให้ผู้ศึกษาวิจยั มีโอกาสศกึ ษาหาความรู้และคอยเป็นกาลังใจอันย่ิงใหญ่แก่ผู้วิจัยหาที่เปรียบ
มิได้ ผู้ศึกษาวิจัยขอระลึกถึงผู้ท่ีเป็นเจ้าของแนวคิดทฤษฎีและงานวิจัยนามาอ้างอิงในการทาวิจัยฉบับน้ี
คุณประโยชน์อันใดท่ีเกิดจากการวิจัยฉบับนี้ขอมอบแด่บุพการีทุกท่านที่มีส่วนเกี่ยวข้องในความสาเร็จ แต่หากมี
ข้อบกพรอ่ งประการใดผวู้ จิ ยั ขอนอ้ มรับไว้ เพอ่ื เปน็ แนวทางในการปรับปรงุ การศึกษาในโอกาสตอ่ ไป
กล่มุ บริหารงานบคุ คล
สานักงานเขตพนื้ ท่กี ารศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 3
สารบญั จ
เร่อื ง หน้า
บทคัดยอ่ ก
กติ ตกิ รรมประกาศ ง
สารบญั จ
สารบัญตาราง ฉ
บทที่ 1 บทนา 1
1
ความเป็นมาและความสาคญั ของปัญหา 2
วตั ถุประสงค์ของการศกึ ษาวิจัย 2
เป้าหมายของการศกึ ษา 2
ระยะเวลาในการดาเนนิ การ 2
ผู้รบั ผดิ ชอบ 3
ประโยชนท์ ีไ่ ด้รบั จาการศกึ ษาวจิ ยั 3
นยิ ามศพั ทเ์ ฉพาะ 4
บทที่ 2 เอกสารและงานวิจยั ทเี่ กย่ี วข้อง 23
บทท่ี 3 วธิ ดี าเนินการศึกษาวจิ ยั 23
ประชากรกลุ่มตวั อย่าง 23
เครื่องมือทใ่ี ชใ้ นการศึกษาวิจยั 23
การเก็บรวบรวมข้อมลู 23
การวิเคราะหข์ ้อมูล 24
สถิตทิ ่ีใช้ในการวิเคราะหข์ อ้ มูล 25
บทที่ 4 ผลการวิเคราะหข์ ้อมูล 33
บทที่ 5 สรุปอภิปรายผลและขอ้ เสนอแนะ
37
บรรณานกุ รม
39
ภาคผนวก 75
ภาคผนวก ก เครอ่ื งมอื ท่ีใช้ในการวิจยั 81
ภาคผนวก ข ข้อมูล 25 มิถนุ ายน 2564 88
ภาคผนวก ค ข้อมูลมาตรฐานวชิ าเอกทกี่ าหนดไว้ในสถานศกึ ษา
ภาคผนวก ง ขอ้ มูลจานวนครูเกษยี ณอายรุ าชการ ปี พ.ศ.2564 – 2573 94
ภาคผนวก จ ขอ้ มลู จานวนสาขาวิชาเอกที่ขอทดแทนอัตราที่ขาดและเกษยี ณ
อายรุ าชการ ปี พ.ศ.2564 - 2573
สารบญั ตาราง ฉ
เรื่อง หน้า
ตารางที่ 1 มาตรฐานวิชาเอกท่ีกาหนดไวใ้ นสถานศึกษา สังกดั สานักงานเขตพนื้ ทีก่ ารศกึ ษา 25
ประถมศึกษานครศรธี รรมราช เขต ๓ ปงี บประมาณ พ.ศ.2564 29
(ใช้ขอ้ มูล 25 มิถุนายน 2564 เปน็ ฐานขอ้ มูล) 31
ตารางที่ 2 จานวนครเู กษยี ณอายรุ าชการ ปี 2564 - 2573 จาแนกตามมาตรฐานวิชาเอก
ตารางที่ 3 จานวนสาขาวิชาเอกท่ีขอทดแทนอตั ราทข่ี าดและเกษียณอายุราชการ
ปี พ.ศ.2564 – 2573 จาแนกตามมาตรฐานวชิ าเอก
1
บทท่ี 1
บทนา
ความเป็นมาและความสาคญั ของปัญหา
ในทุกองค์กรไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานของภาครัฐ และเอกชน โรงงานอุตสาหกรรม สมาคมหรือ
มูลนิธติ ่าง ๆ พบวา่ การบริหารจัดการภายในองคก์ รในทกุ แหง่ จะประกอบดว้ ย 3 สว่ น คอื ระบบงาน ระบบเงิน
ระบบคน การบริหารจดั การองคก์ รใหม้ ปี ระสทิ ธภิ าพและประสทิ ธผิ ลนั้นในแตล่ ะระบบจะต้องมีการวางแผนในแต่
ละสว่ นทัง้ ส้นิ โดยต้องคานึงถงึ ทงั้ สภาพแวดลอ้ มภายในและภายนอกองค์กร นอกจากนย้ี งั ต้องให้ประสานสัมพันธ์
สอดคล้องกันท้ัง 3 ส่วน อย่างเป็นระบบ (วรพงษ์ รวิฉัฐ,2546) ซ่ึงในองค์กรสมัยใหม่ทั้งภาครัฐและเอกชน
ให้ความสาคัญแก่ทรัพยากรมนุษย์ในลาดับต้น ๆ เน่ืองจากทรัพยากรมนุษย์เปรียบเสมือนวัตถุดิบท่ีช่วยให้
ทุกกิจกรรมและทุกหน้าที่ในองค์กรสามารถดาเนินไปได้อย่างต่อเน่ือง จึงกล่าวได้ว่า ทรัพยากรมนุษย์ซ่ึงเป็น
ผู้ปฏิบัติงานในทุกหน่วยงานขององค์กรเป็นผู้ปรับเปลี่ยนองค์กรให้ดาเนินไปในแนวทางที่ต้องการ องค์กร
จะประสบผลสาเร็จตามท่ีต้องการได้หรือไม่ จาเป็นต้องอาศัยมนุษย์ซ่ึงเป็นผู้มีความรู้ ความสามารถและ
ความเชี่ยวชาญในการปฏบิ ตั งิ าน (อนวิ ัช แกว้ จานงค,์ 2552, หน้า 1)
การวางแผนทรัพยากรมนุษย์หรือการวางแผนกาลังคน ( Manpower Planning)
เป็นกระบวนการท่ีเกี่ยวข้องกับการจัดสรรจานวนอัตรากาลังที่เหมาะสม และคัดเลือกบุคคลที่มีคุณสมบัติ
ตรงตามที่ต้องการเข้ามาทางานในองค์กรในช่วงระยะเวลาที่เหมาะสมเพ่ือปฏิบัติงานได้บรรลุตามวัตถุประสงค์
ขององค์กร โดยมกี ารวิเคราะหอ์ ย่างเป็นระบบ วิเคราะห์เก่ียวกับอปุ สงค์และอุปทานกาลังงาน โดยเฉพาะอุปสงค์
กาลังคนด้านวชิ าชีพ และวชิ าการ มกี ารคาดการณ์ความต้องการกาลังคนในอนาคตกับอุปทานในองค์กร รวมท้ัง
หาชอ่ งว่างระหว่างกาลงั คนที่ต้องการกากับกาลังคนท่มี ีอยู่ การวิเคราะห์การเปล่ียนแปลงสภาพแวดล้อมทางบวก
และสภาพแวดล้อมภายในที่มีผลกระทบเกี่ยวกับกาลังคน สภาพปัญหาในปัจจุบัน ตลอดจนคาดการณ์ปัญหา
ทเี่ กดิ ข้ึนให้สอดคล้องสมั พันธก์ บั ภารกิจและเป้าหมายขององค์กร (อุ่นเรือน มงคลชัย และรัศมี สาโรจน์,2551,
หนา้ 1)
สานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน ดาเนินงานภายใต้การบริหารงานของ
กระทรวงศกึ ษาธิการ ซ่ึงเป็นหน่วยงานที่เป็นพลังขบั เคลือ่ นการศกึ ษาขัน้ พืน้ ฐาน ของประเทศไทย โดยพัฒนาและ
ส่งเสริม สนับสนุนการจัดการศึกษาข้ันพ้ืนฐานให้ประชากรวัยเรียนทุกคนได้รับการศึกษาอย่างมีคุณภาพ
โดยพัฒนาผู้เรียนให้เป็นบุคคลท่ีมีความรู้คู่คุณธรรม มีความสามารถตามมาตรฐานการศึกษาข้ันพื้นฐาน
และนาไปสกู่ ารพฒั นาคุณภาพระดับสากล (สานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน, 2554) โดยกาหนด
นโยบาย 6 และ 10 จุดเน้นของสานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน ในคุณภาพที่ 6 (คุณภาพครู)
และจุดเนน้ ท่ี 10 (Efficient Service Areas) ไดก้ ล่าวถึงเรื่องการสนับสนุนการพัฒนาระบบการบริหารบุคลากร
ซ่ึงข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาถือเป็นทรัพยากรมนุษย์ท่ีมีความสาคัญในการขับเคลื่อนองค์กร
ให้ประสบผลสาเร็จ ดังนั้นการวางแผนกาลังคนสาหรับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาเป็นกระบวนการ
ดาเนินการจัดอัตรากาลังคนให้เหมาะสมท้ังปริมาณและคุณภาพในระยะเวลาท่ีเหมาะสม ตามความต้องการ
ของหนว่ ยงานการศึกษา ในตาแหนง่ ทเี่ หมาะสมตรงกับความรู้ความสามารถทีใ่ ชใ้ นการจดั การเรยี นการสอน
การวางแผนกาลังคนสาหรับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา นอกจากจะวางแผ น
ให้สอดคลอ้ งกับความตอ้ งการของสถานศกึ ษาแลว้ ยังตอ้ งวางแผนกาลงั คนเพอ่ื ใชก้ าลงั คนให้ไดป้ ระโยชน์สงู สดุ
2
ดว้ ยกลา่ วคือ จะต้องมกี ารวางแผนอตั รากาลังคนหรือเร่ิมวางแผนกาลังคนตั้งแต่ระดับสถานศึกษา ซ่ึงในปัจจุบัน
พบว่าขา้ ราชการครูและบคุ ลากรทางการศึกษาในระดบั โรงเรียนหลายแห่งมีสภาพอัตรากาลังที่ขาดแคลน ในขณะ
ที่ภาพรวมของอัตรากาลังไม่ได้ สะท้อนภาพดังกล่าว และหากพิจารณาในรายละเอียดเกี่ยวกับสาขาวิชา
ที่ข้าราชการครูที่สาเร็จการศึกษาพบว่า บางสาขาวิชาขาดแคลนครูเป็นจานวนมาก ดังนั้นการวางแผนกาลังคน
สาหรับข้าราชการครูจงึ ควรแก้ปัญหาในเร่อื งจานวนและคณุ ภาพของข้าราชการครใู นสถานศกึ ษา
ดังน้ัน ผู้ศึกษาวิจัยจึงมีความสนใจศึกษาเรื่อง แผนอัตรากาลังข้าราชการครูและบุคลากร
ทางการศึกษาในสถานศกึ ษา สังกดั สานักงานเขตพ้ืนทกี่ ารศกึ ษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 3 ซ่ึงเป็นไป
ตามมาตรา 20 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547 กาหนดให้
ก.ค.ศ. จัดทาแผนอัตรากาลงั คนสาหรับขา้ ราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ซ่ึงแต่ละปี ก.ค.ศ. จะกาหนดให้
สานกั งานเขตพ้นื ทกี่ ารศกึ ษารายงานแผนอัตรากาลังเพือ่ รวบรวมเปน็ ขอ้ มลู ระดบั ประเทศอีกครั้งหนึ่ง นอกจากนั้น
มาตรา 23 (1) กาหนดให้ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นท่ีการศึกษา “กาหนดจานวนและอัตราตาแหน่งและเกล่ียอัตรากาลัง
ให้สอดคล้องกับนโยบายการบริหารงานบุคคลระเบียบหลักเกณฑ์และวิธีการท่ี ก.ค.ศ.กาหนด” และมาตรา 23
(7) “จัดทาและพัฒนาฐานข้อมูลข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา” ดังน้ันการวางแผนอัตรากาลัง
ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา จึงเป็นเร่ืองที่ต้องมีการดาเนินการจัดทาแผนอัตรากาลังข้าราชการครู
และบคุ ลากรทางการศกึ ษา
วัตถปุ ระสงค์ของการศึกษาวิจัย
1. เพื่อศึกษาสภาพและปัญหาอัตรากาลังข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสถานศึกษา
สงั กัดสานกั งานเขตพนื้ ทก่ี ารศึกษาประถมศกึ ษานครศรธี รรมราช เขต 3
2. เพือ่ ศึกษาการจัดทาแผนอัตรากาลงั ข้าราชการครูและบคุ ลากรทางการศึกษาในสถานศกึ ษา
สงั กดั สานกั งานเขตพน้ื ที่การศึกษาประถมศกึ ษานครศรธี รรมราช เขต 3
เปา้ หมายของการศกึ ษา
1. สภาพและปัญหาอัตรากาลังข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสถานศึกษา สังกัดสานักงาน
เขตพน้ื ท่กี ารศกึ ษาประถมศกึ ษานครศรีธรรมราช เขต 3
2. แผนอัตรากาลังข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสถานศึกษา สังกัดสานักงานเขตพ้ืนที่
การศึกษาประถมศกึ ษานครศรีธรรมราช เขต 3
ระยะเวลาในการดาเนินการ
ดาเนนิ การสารวจข้อมลู ความต้องการอัตรากาลังครแู ละบุคลากรทางการศึกษาในสถานศึกษาทุกโรงเรียน
ในช่วงระหว่างวนั ท่ี 25 มถิ นุ ายน 2564 ถงึ 30 กนั ยายน 2564
ผู้รับผดิ ชอบ
กลุ่มงานวางแผนอัตรากาลังและกาหนดตาแหน่ง กลุ่มบริหารงานบุคคล สานักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ประถมศกึ ษานครศรธี รรมราช เขต 3
3
ประโยชนท์ ่คี าดวา่ จะไดร้ บั จากการศึกษาวจิ ัย
1. ทราบถงึ ขอ้ มลู อตั รากาลังขา้ ราชการครแู ละบุคลากรทางการศึกษาในสถานศึกษา สังกัดสานักงานเขต
พนื้ ท่กี ารศกึ ษาประถมศกึ ษานครศรีธรรมราช เขต 3
2. ขอ้ มูลอัตรากาลังข้าราชการครูและบคุ ลากรทางการศึกษา ไปใช้ในการวางแผนอัตรากาลังข้าราชการ
ครูและบุคลการทางการศึกษาในสถานศึกษา สังกัดสานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช
เขต 3 เพอ่ื ใหส้ อดคลอ้ งกับปริมาณงานที่แทจ้ ริง
3. นาไปใชใ้ นการวางแผนการพัฒนาข้าราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศึกษาในสถานศึกษาจะทราบถึง
ความต้องการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสาขาวิชาต่าง ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการ
ทางานมากยง่ิ ขึ้น
นิยามศัพท์เฉพาะ
การวางแผนอัตรากาลัง หมายถึง การดาเนินการอย่างเป็นระบบ ในการวิเคราะห์และพยากรณ์
เก่ียวกับอุปสงค์และอุปทานด้านกาลังคน เพ่ือนาไปสู่การกาหนดวิธีจะให้กาลังคนท่ีมีความรู้ ความสามารถ
เหมาะสมและเพยี งพอ ทัง้ ด้านในจานวนและคณุ ภาพ มาปฏิบัติงานในเวลาท่ีต้องการโดยมีแผนการใช้และพัฒนา
คนเหลา่ นนั้ อยา่ งมีประสทิ ธภิ าพและตอ่ เนอื่ ง ทั้งน้เี พือ่ ธารงรักษากาลังคนท่เี หมาะสมไว้กับองค์กรอย่างตอ่ เน่อื ง
อัตรากาลัง หมายถึง จานวนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสถานศึกษา สังกัดสานักงาน
เขตพ้ืนท่กี ารศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 3
ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา หมายถึง บุคคลท่ีได้รับการบรรจุและแต่งต้ัง
ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาพ.ศ.2547 ให้รับราชการโดยได้รับเงิน
จากงบประมาณแผ่นดิน งบบคุ ลากร ท่จี ่ายในลกั ษณะเงนิ เดือนของกระทรวงศึกษาธิการ
4
บทที่ 2
เอกสารและงานวจิ ัยที่เก่ยี วขอ้ ง
การศึกษาเรื่อง การจัดทาแผนอัตรากาลังข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสถานศึกษา
สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 3 (ประจาปีงบประมาณ พ.ศ.2564)
ครั้งน้ี ผู้จดั ทาได้ศกึ ษาเอกสารและงานวิจยั ที่เกย่ี วข้องดังหัวข้อตอ่ ไปน้ี
1. การวางและวเิ คราะห์อตั รากาลงั
2. แผนการศกึ ษาแห่งชาติ ฉบับปรับปรงุ (พ.ศ.2552 - 2559)
3. อานาจหน้าท่ีของสานักงานเขตพ้นื ทีก่ ารศกึ ษา
4. วสิ ยั ทศั น์ พนั ธกจิ ของสานกั งานเขตพื้นทก่ี ารศกึ ษา
5. เกณฑ์มาตรฐานอัตรากาลังในสถานศึกษาระดบั การศกึ ษาข้ันพ้ืนฐาน
6. งานวจิ ยั ทเ่ี ก่ยี วขอ้ ง
การวางแผนและวิเคราะหอ์ ตั รากาลังคน
ความหมายของการวางแผนทรพั ยากรมนุษย์
กฤต กุลเพ็ง (2552, หน้า 10) กล่าวว่า การวางแผนทรัพยากรมนุษย์ หมายถึง การประเมิน
ทรัพยากรมนุษย์ในปัจจุบัน ประเมินความต้องการในอนาคต และวิธีการแก้ไข ให้เกิดความสมดุลกันระหว่าง
ทรัพยากรมนษุ ยใ์ นปัจจุบันกับทรพั ยากรมนุษยใ์ นอนาคต
อนิวัช แก้วจานง (2552, หน้า 70) กล่าวว่า การวางแผนทรัพยากรมนุษย์ หมายถึง การจัดเตรียม
ข้อมูลด้านกาลังแรงงาน โดยการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อให้ทราบจานวนความต้องการใช้กาลังคนขององค์การ
ทง้ั ในดา้ นปรมิ าณ คุณภาพ และงบประมาณ รวมถึงดาเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่งบุคคลที่องค์การท้ังในระยะส้ันและ
ระยะยาว การวางแผนทรพั ยากรมนษุ ย์จงึ อาจมีความแตกตา่ งจากการวางแผนกาลังคน ในประเด็นท่ีการวางแผน
กาลังคนเปน็ กระบวนการดาเนนิ งานแสวงหาบุคคลทีเ่ หมาะสม แตไ่ ม่มกี ารจัดเตรียมขอ้ มูลและการวิเคราะห์ข้อมูล
ทีเ่ กย่ี วข้อง การวางแผนกาลังคนจึงอาจเปน็ เพียงส่วนหนึ่งของการวางแผนทรัพยากรมนุษยเ์ ท่านนั้
ในการวางแผนกาลังคน ต้องพจิ ารณาส่ิงท่เี ก่ียวข้อง ดงั นี้
1. กาลังคนทมี่ อี ยไู่ ด้ใช้ประโยชนเ์ ตม็ ทีห่ รือไม่ คุม้ กบั ค่าตอบแทนและคา่ ใช้จ่ายที่ต้องไปหรอื ไม่
2. มแี ผนการพฒั นากาลงั คนอย่างไร เพ่อื เพ่มิ พนู ประสิทธภิ าพในการปฏิบัติงาน
3. อตั ราการสญู เสียกาลงั คน ประเภท ระดบั สายงานใด ก่อใหเ้ กิดปญั หาหรอื ไม่ เพราะเหตุใด
4. จะตอ้ งใช้เทคนิคและวิธกี ารใดในการพยากรณ์กาลังคน จึงจะเหมาะสมและคาดวา่ จะไดผ้ ลใกลเ้ คยี ง
กบั ความเปน็ จรงิ มากทสี่ ุด
5. ควรจะวางแผนระยะยาวเทา่ ใด 3 ป,ี 5 ปี, หรือวางแผนทกุ ปี
6. การสรรหาจะกระทาโดยวิธใี ด จงึ จะเหมาะสมและสอดคล้องกับสภาพปัญหาการขาดแคลนกาลังคน
ไดอ้ ยา่ งดีทส่ี ุด
5
เพญ็ ศรี มีสมนัย (2551, หน้า 159) กล่าวว่า การวางแผนทรัพยากรมนุษย์ของส่วนราชการ หมายถึง
กระบวนการตัดสินใจอย่างมีระบบเก่ียวกับการเลือก การรวบรวม การประมวลผล และการวิเคราะห์ข้อมูล
สารสนเทศ การระบุตวั ปัญหา การหาทางแก้ไข และการเลือกแนวทางแก้ไข และตดั สินใจเลอื กทางปฏิบัติเพ่ือปรับ
ความต้องการทรัพยากรมนุษย์ (Demand) ท่ีพยากรณ์ไว้กับอุปทาน (Supply) ที่เป็นไปได้ของทรัพยากรมนุษย์
ในสว่ นราชการที่สอดคลอ้ งกนั
อย่างไรก็ตามในทางปฏิบตั ิ การวางแผนทรัพยากรมนษุ ย์มใิ ชง่ านท่ีจะกระทาไดง้ ่าย ๆ ท้ังน้ี เพราะว่าเมื่อ
จะวางแผนทรัพยากรมนุษย์ ในระดับส่วนราชการนักวางแผนจะต้องตอบคาถามบางประการ ซ่ึงยากที่จะหา
คาตอบคาถามดงั กลา่ ว ได้แก่
1. ส่วนราชการ จะมนั่ ใจได้อย่างไรว่าจะมีทรัพยากรมนุษย์ทเี่ หมาะสมกบั งานในเวลาที่ต้องการ
2. ส่วนราชการ จะใชว้ ิธกี ารใดในการพยากรณว์ ่าทรัพยากรมนุษย์ประเภทใดท่ีต้องการในอนาคตจะต้อง
การเมือ่ ใด ในจานวนมากนอ้ ยแคไหนในชว่ งเวลาข้างหนา้ อาจเปน็ 3 – 5 ปกี ไ็ ด้
3. ส่วนราชการ จะมั่นใจได้อย่างไรว่า จะมีทรัพยากรมนุษย์พร้อมท่ีจะแต่งต้ังให้ดารงตาแหน่งแทน
ไดท้ นั ทีเม่ือต้องการจะบรรจบุ คุ คลในตาแหนง่ วา่ ง
4. จะใช้นโยบายและวิธีการสรรหาทรัพยากรมนุษย์อย่างไร จึงจะทาให้มั่นใจได้ว่าบุคลากรท่ีมีความ
เหมาะสมทส่ี ดุ ในวันน้ี จะสามารถปฏิบตั อิ ย่างไดผ้ ล ตลอดในระยะเวลาอยา่ งนอ้ ย 5 ปขี ึน้ ไป
5. จะต้องทาอย่างไรบ้างเพื่อให้เกิดความมั่นใจว่า องค์กรจะได้มีการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรมนุษย์
อย่างดีที่สดุ เทา่ ทจี่ ะทาได้ เพ่อื ให้การดาเนินงานขององคก์ รบรรลุวตั ถุประสงค์
6. จะใช้วิธีการบริหารทรพั ยากรมนษุ ยอ์ ยา่ งไร เช่น การบรรจุแต่งต้ัง ฝึกอบรม การวางแผนและพัฒนา
บุคลากรเพื่อความกา้ วหน้าในสายอาชีพ จงึ จะสามารถตอบสนองความตอ้ งการทรพั ยากรมนษุ ยใ์ นอนาคตได้
ความสาคญั ของการวางแผนทรัพยากรมนษุ ย์
การท่ีจะให้งานประสบความสาเร็จตามเป้าหมายขององค์กรนั้น จะต้องเตรียมทรัพยากรด้านวัตถุ
เงินและทรัพยากรมนุษย์ไว้ให้พร้อม โดยทั่วไปผู้บริหารมักจะคิดถึงทางด้านวัตถุก่อนโดยไม่ลืมไปว่าทรัพยากร
มนุษย์กเ็ ปน็ สว่ นสาคัญอยา่ งยิง่ ตอ่ ความสาเรจ็ ของงาน พจิ ารณาดงู า่ ย ๆ ถ้าหากองค์กรไม่มีการเตรียมบุคคลไว้เพื่อ
ทดแทนบุคคลท่ีออกไป หรือโครงการขยายงาน ไม่อาจหาคนเข้าทางานได้ครบจานวน อะไรจะเกิดข้ึนสิ่งที่เห็น
ง่าย ๆ ก็คือ จะเกิดผลกระทบต่อการอยู่รอดขององค์การ การดาเนินงานหยุดชะงักและกระทบกระเทือน
การลงทุน จะเห็นได้ชัดว่าองค์กรประกอบด้วยคน หากไม่มีคน องค์การนั้นก็อยู่ไม่ได้ การจัดหาคนเข้ามาใน
องค์กรไม่เหมือนการจดั หาวตั ถุ กลา่ วคือ องคก์ รเป็นเจ้าของวัตถุเม่ือจัดหาวัตถุเข้ามาแล้วครั้งหน่ึงวัตถุนั้นก็จะอยู่
กับองคก์ รได้นาน หากมกี ารบารงุ รักษาให้ดกี ็จะใช้งานไดต้ ามอายุที่คาดคะเนไว้ และเมื่อครบกาหนดก็หาวัตถุใหม่
มาทดแทนได้ แตอ่ งคก์ รไมอ่ าจเปน็ เจ้าของทรัพยากรมนุษยเ์ หมือนเจ้าของวัตถุ เพราะทรัพยากรมนุษย์ไม่ได้อยู่น่ิง
และมีการเปล่ียนแปลงอยู่ตลอดเวลา ทรัพยากรมนุษย์เป็นทรัพยากรที่ต้องติดตามเอาใจใส่ เมื่อมีการขาดแคลน
บคุ ลากรขน้ึ จะตอ้ งใชเ้ วลานานจึงจะหาคนที่เหมาะสมเข้ามาทางานได้ งานบางอย่างจะต้องใช้เวลานับเป็นสิบ ๆ
ปี หรือมากวา่ นั้นจึงจะพัฒนาและหาคนเขา้ มาทางานได้ ซ่งึ ผดิ กับการขาดแคลนทางด้านวัตถุ ซึ่งมนุษย์อาจสร้าง
หรอื จดั หาวัสดนุ นั้ ข้ึนมาได้หากเกิดการขาดแคลนก็เปน็ เพยี งระยะเวลาชว่ั คราวเท่านนั้
6
ความสาคัญของการวางแผนทรัพยากรมนุษย์พอสรุปได้เป็น 4 ประการ คือ (กฤติน กุลเพ็ง, 2 552,
หน้า 12 – 19)
1. ทาให้สามารถใช้คนที่มีประสิทธิภาพ การขาดการวางแผนจะทาให้องค์กรเผชิญปัญหาท้ังในทางขาด
แคลนบุคคลท่ีเหมาะสม และการมคี นในองค์กรมากเกดิ ไป เหตกุ ารณท์ ้ังสองอย่างลว้ นเป็นสาเหตุให้องค์กรประสบ
ความลม้ เหลวได้ทง้ั นัน้ การวางแผนทรพั ยากรมนุษยเ์ ป็นจุดแรกทจ่ี ะกาหนดประสทิ ธภิ าพของกิจกรรมที่เก่ียวข้อง
งานบุคคลทัง้ หมด เช่น ถ้าหากเราไม่รู้ว่าเราต้องการคนมากน้อยเท่าไรที่จะเข้าทางาน เราก็ไม่อาจวางแผนจัดหา
คนเขา้ ทางานได้หรือถา้ เราไม่รูว้ ่าเราตอ้ งการคนทีม่ ีคณุ สมบตั ิอย่างไร เรากไ็ มส่ ามารถวางแผนว่าเราอยากได้คนที่มี
ลักษณะอย่างไรเข้ามาทางาน หากเปน็ เช่นนเ้ี ราจะใช้คนให้มปี ระสทิ ธภิ าพได้อย่างไร การวางแผนทรัพยากรมนุษย์
จึงเปน็ จดุ เริ่มต้นของการสร้างประสทิ ธิภาพใหเ้ กดิ ข้นึ กบั การทางาน ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อการผลติ
2. กอ่ ใหเ้ กิดความพอใจในการทางานและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การวางแผนทรัพยากรมนุษย์ถือได้ว่า
เปน็ ข้ันตอนแรกในการส่งเสริมใหพ้ นกั งานมีโอกาสก้าวหน้า และมีส่วนร่วมในการทางานให้องค์กรมากขึ้นทั้งการ
พัฒนาและการสรา้ งความพอใจในการทางานจะช่วยใหพ้ นักงานมคี วามรูใ้ นทางสรา้ งสรรค์และส่งเสริมให้พนักงาน
ใช้ความรู้ ความสามารถอย่างเต็มที่ ผลที่ได้รับย่อมนาไปสู่การลดอุบัติเหตุ ลดการขาดงาน ลดอัตราหมุนเวียน
แรงงาน และทาใหค้ ณุ ภาพของงานสงู ขึน้
3. ทาให้เกิดความเท่าเทยี มกันในด้านการจ้างงาน การวางแผนทรัพยากรมนุษย์จะเร่ิมต้ังแต่การสรรหา
การคัดเลอื ก การประเมินผลการปฏบิ ัติงาน การเลื่อนตาแหน่ง การวางแผนงานอาชีพ การฝึกอบรม การบริหาร
ผลตอบแทน และการออกจากงาน สง่ิ ตา่ ง ๆ เหล่านี้เองที่ใช้เป็นแนวทางในการจัดหาคนเข้าทางาน เช่น แผนงาน
เกย่ี วกับการบรหิ ารผลตอบแทน ซึ่งมีผลกระทบต่ออัตราค่าจ้างหรือเงินเดือน ช่ัวโมงการทางาน การออกจากงาน
และการจ่ายเงนิ เมื่อออกจากงานหรือการวางแผนเกย่ี วกับความปลอดภัยในการทางาน ซึ่งมีผลกระทบต่อสุขภาพ
และอนามัยของพนักงานเหล่าน้ี หากผ้สู มัครทราบลว่ งหน้าว่าองค์กรกาหนดแผนงานไว้อย่างไร เขาก็จะได้เตรียม
ตัวใหเ้ หมาะสม แผนงานดังกล่าวจงึ กอ่ ให้เกิดความเป็นกลางและความเสมอภาคในการจ้างงาน รวมไปถงึ การเลื่อน
ขนั้ เลอ่ื นตาแหนง่ ตลอดจนการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในอนาคตอีกด้วย การท่ีพนักงานทุกคนมีโอกาสเท่าเทียม
กัน จะช่วยส่งเสริมกาลังใจในการทางาน เพราะรู้ว่าตนได้รับความเป็นธรรมก่อให้เกิดความมั่นคงในอาชีพและ
ทกุ คนจะปฏบิ ตั ิ เพื่อม่งุ หวงั ใหเ้ กิดประโยชน์ต่องานมากท่สี ดุ
4. กอ่ ให้เกิดการตัดสินใจอย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ ผู้บรหิ ารจาเป็นตอ้ งตดั สนิ ใจเกีย่ วกับการวางแผนทรพั ยากร
มนุษย์ใน 4 เร่ืองที่สาคญั คือ
4.1 การตัดสินใจเมือ่ สว่ นประกอบแรงงานไม่เหมาะสม
4.2 การตัดสนิ ใจเมอ่ื ความต้องการด้านแรงงานกับปรมิ าณการจา้ งงานพอดกี นั
4.3 การตัดสินใจเม่อื ความตอ้ งการแรงงานมมี ากกว่าปรมิ าณแรงงาน
4.4 การตดั สินใจเมอื่ ปรมิ าณงานมีมากกว่าความตอ้ งการทางดา้ นแรงงาน
การวางแผนกาลังคนจะก่อให้เกิดกระบวนการบริหารทรัพยากรมนุษย์ท่ีเหมาะสม ต้ังแต่การรับคนเข้า
พฒั นา จงู ใจ และกระทัง่ การเลิกจา้ ง องคก์ รใดทม่ี ีการวางแผนไวด้ ี การบริหารทรัพยากรมนุษย์ก็จะราบร่ืนซึ่งจะ
ส่งผลตอ่ การสร้างกาไรให้กบั องคก์ รดว้ ย
7
ประโยชน์ของการวางแผนทรพั ยากรมนษุ ย์
การวางแผนทรัพยากรมนุษย์ได้ก่อให้เกิดประโยชน์แก่องค์การในหลายด้าน คือ (วิชัย โถสุวรรณจินดา,
2551, หนา้ 21 - 22)
1. เปน็ การสรา้ งความแนน่ อนในการจ้างงาน ทาให้องค์การมที รพั ยากรทีจ่ าเปน็ ได้ โดยไม่ขาดแคลน
แรงงาน และไมม่ แี รงงานส่วนเกิน
2. เป็นการป้องกันการลาออกของพนกั งานท่ีมคี วามรู้ความสามารถดว้ ยการจดั ระบบความก้าวหน้า
ในอาชีพ และจดั ระบบทดแทนอย่างเหมาะสม
3. ชว่ ยใหก้ ิจกรรมดา้ นการบรหิ ารทรัพยากรมนษุ ยเ์ ป็นไปอยา่ งมรี ะบบ และมีความสมั พนั ธ์ตอ่ เนือ่ งกัน
ทง้ั การวิเคราะหง์ าน การสรรหา การคดั เลือก การบรรจุงาน การปฐมนิเทศ การจ่ายค่าตอบแทนการประเมินผล
พนักงาน การพัฒนาและฝึกอบรม ตลอดจนการจัดสวัสดิการเกื้อกูลต่าง ๆ เพื่อป้องกันการขาดแคลนบุคลากร
ในงานประเภทตา่ ง ๆ และสอดคลอ้ งกับการวางแผน
4. ช่วยใหก้ ารจา้ งพนกั งานใหม่เป็นไปอยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ สอดคลอ้ งกบั ความตอ้ งการของหนว่ ยงาน
ตามเวลาที่กาหนด
5. ช่วยให้การจ่ายคา่ จา้ งเงินเดือนให้พนกั งานมคี วามสอดคลอ้ ง และเหมาะสมกับตาแหนง่ งานและ
ประสิทธิภาพในการปฏบิ ตั งิ าน เพราะการวางแผนทาให้รู้ว่าตาแหน่งใดมีความจาเป็นต่องานในองค์การ และงาน
ใดผ้ปู ฏบิ ัติงานสามารถทางานไดอ้ ยา่ งมีประสทิ ธิภาพ คมุ้ ค่ากบั คา่ ตอบแทนท่จี ่ายให้ในการทางานน้ัน
กฤติน กุลเพ็ง (2552, หน้า 42 – 43) กล่าวถึง ประโยชน์ของการวางแผนทรัพยากรมนุษย์หลาย
ประการด้วยกนั คือ
1. ลดปญั หาการขาดแคลนอัตรากาลังในองค์กร บางคร้ังการขาดแคลนกาลงั คนบางประเภทในองค์การ
มีสูงมาก โดยเฉพาะกลุ่มผู้บริหารระดับกลางและผู้บริหารระดับสูง ซ่ึงถือว่าเป็นพนักงานระดับกุญแจสาคัญของ
องคก์ ารทุกแหง่ และองค์การตอ้ งการใช้เวลาในการพัฒนาพนักงานระดับนค้ี ่อนขา้ งนานท้งั ยังตอ้ งมกี ารวางแผนที่ดี
หรือมีประสทิ ธิภาพมากจงึ จะทาใหไ้ ด้ผบู้ รหิ ารทม่ี คี ุณค่าต่อองค์การได้
นอกจากน้ี พนักงานระดบั นีอ้ งคก์ รต้องพฒั นาขึ้นมาเองจงึ จะเกิดประโยชนส์ งู สดุ การรบั จากภายนอกเพื่อ
เขา้ มาทางานมักจะมขี ้อจากัดมาก เช่น ทาให้บรรยากาศ ขวัญและกาลังใจของพนักงานอื่นในองค์กรเสีย รวมทั้ง
ต้องใช้เวลามากในการที่จะให้คนใหม่คุ้นเคยกับวัฒนธรรมในองค์กรและบางครั้งก็ล้มเหลว กล่าวคือ ไม่สามารถ
ปรับตัวเข้าไดก้ ับวฒั นธรรมใหม่จึงเกิดการสญู เสียคา่ ใชจ้ า่ ยในการสรรหาและพัฒนาตามมา
2. เพ่ือกาหนดแนวทางการบริหารและพัฒนาแผนทรพั ยากรมนษุ ยใ์ ห้สอดคลอ้ งและสนบั สนุนแผนกล
ยุทธ์ขององค์กร ปัจจุบันองค์การต่าง ๆ ให้ความสนใจเร่ืองการงานแผนองค์กรเพราะเห็นประโยชน์ว่าจะทาให้
ปรบั ตัวเองให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จึงทาให้ต้องพัฒนาแผนงานทุกด้านพร้อมๆ กันไปด้วย เช่น
แผนการตลาด แผนทรพั ยากรมนษุ ย์ แผนการพัฒนาคณุ ภาพ เป็นตน้
3. เพอื่ รองรับการขยายงานของธุรกิจ เมอ่ื องค์การขยายงาน กจ็ าเป็นจะตอ้ งเตรยี มคนให้พรอ้ มและ
ให้ทันกับอัตราการขยายน้ัน แผนทรัพยากรมนุษย์ท่ีเหมาะสมจะช่วยให้องค์การมีกาลังคนเพียงพอกับความ
ต้องการและพรอ้ มใช้ได้ ในเวลาท่เี หมาะสม หากมีการวางแผนทีด่ ีและมีขอ้ มูลเพยี งพอ
4. เพื่อเพ่ิมประสิทธภิ าพขององคก์ าร จากสภาพการแขง่ ขนั ทรี่ ุนแรง ทาให้องคก์ ารต้องพฒั นา
ประสทิ ธภิ าพการทางานเพอ่ื ลดตน้ ทุน และเพื่อให้ได้งานท่ีมีคุณภาพสูงกว่าคู่แข่งขันให้ได้มิฉะน้ันองค์การก็จะอยู่
ในอุตสาหกรรมน้ัน ๆ ไม่ได้องค์การจึงต้องหาทางเพ่ิมประสิทธิภาพในการทางานและพัฒนาพนักงานให้
ความสามารถ
8
มากข้ึนสาหรับงานบางลักษณะบางองค์กรถึงกับมีนโยบายให้รับคนที่มีทักษะหรือมีความสามารถทางาน
ได้หลากหลาย (Multi Skill) กอ่ นรบั คนที่ทางานไดเ้ พยี งอยา่ งเดียว
5. เพื่อเตรียมคนให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี จากเทคโนโลยีท่ีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
องคก์ ารจึงตอ้ งการกาลังคนท่ีมคี วามรู้ ความสามารถใหม่ ๆ มาทางานกับเทคโนโลยีใหม่ ๆ ในขณะเดียวกันก็ต้อง
ปรับเปลี่ยนความชานาญของพนกั งานใหส้ ามารถโยกยา้ ยไปทางานอื่น ๆ ไดห้ ลายประเภทไปพรอ้ ม ๆ กัน
6. เพือ่ เตรยี มการคนใหเ้ หมาะสมกับงาน การวางแผนทรพั ยากรมนษุ ย์ทด่ี ีจะช่วยเตรียมใหพ้ นักงาน
มีคณุ สมบัติพร้อมตามท่ีองคก์ ารต้องการในเวลาที่ตอ้ งการ
กระบวนการในการวางแผนทรัพยากรมนุษย์
การวางแผนทรัพยากรมนุษยไ์ ด้กาหนดเป็นข้นั ตอนต่าง ๆ ดงั น้ี (วิชยั โถสุวรรณจนิ ดา,2551,หน้า 22)
1. การพิจารณาเปา้ หมายและแผนขององคก์ าร เปน็ การศกึ ษาแผนกลยุทธ์ขององคก์ ารและเปา้ หมายที่
กาหนดไว้ในด้านการตลาด การผลิต การให้บริการ ตามภาวะเศรษฐกิจ การแข่งขันภาวะเงินเฟ้อ ระดับการ
ว่างงาน ตลอดจนแนวโน้มด้านเทคโนโลยี การท่ีได้ทราบเป้าหมายและแผนงานขององค์การอย่างชัดเจนจะช่วย
ในการวางแผนทรัพยากรมนุษยไ์ ดอ้ ยา่ งชดั เจน
2. การพจิ ารณาสภาพการณข์ องทรัพยากรมนษุ ยใ์ นปัจจบุ นั เปน็ การสารวจจานวนพนักงานทง้ั หมดท่ีมี
อยู่ โดยจาแนกตามด้านต่าง ๆ เช่น ลักษณะงาน ตามเพศ ตามแผนก ตามอายุ ตามระดับการศึกษาตามศาสนา
ตามสถานะครอบครวั เป็นต้น
3. การคาดการณ์ทรัพยากรมนษุ ย์ในอนาคต เป็นการพจิ ารณาถงึ จานวนและประเภทของพนักงานที่
องคก์ รตอ้ งการในอนาคต (เชน่ 1 ปี ขา้ งหนา้ ) พร้อมท้งั ตรวจสอบพนกั งานทจี่ ะเกษียณอายุราชการโยกย้าย เล่ือน
ตาแหน่งเพอ่ื จะไดท้ ราบจานวนและประเภทของพนักงานทมี่ ีอยจู่ รงิ เทียบกบั จานวนที่องค์การต้องการ ซ่ึงจะทาให้
ไดร้ ูว้ า่ องค์การจะต้องเพิ่มคนหรือลดคนในกลุ่มใดบา้ งในระยะเวลาใด
4. การกาหนดแผนปฏิบตั กิ าร เป็นการกาหนดแผนที่จะตอ้ งดาเนินการโดยแยกเปน็ แผนการสรรหา
พนักงาน แผนการคัดเลือกและบรรจุพนักงาน แผนการประเมินผลการปฏิบัติงาน แผนการโยกย้าย การเล่ือน
ตาแหนง่ การฝกึ อบรมและพัฒนา ท้ังแต่ละแผนกจะต้องมีการกาหนดผู้รับผิดชอบ วิธีการดาเนินการ ระยะเวลา
ในการปฏบิ ตั งิ าน งบประมาณทใี่ ช้ และวิธีการตรวจสอบประเมินผลไวด้ ว้ ย
5. การตรวจสอบและปรบั ปรุง เป็นการตรวจสอบความเหมาะสมและความกา้ วหน้าของแผนปฏบิ ตั งิ าน
รวมทง้ั ขอ้ บกพร่องเพือ่ การปรบั ปรงุ และเปล่ยี นแปลงใหส้ อดคล้องกบั แผนขององคก์ าร
การวางแผนทรัพยากรมนษุ ย์น้ีสามารถแยกได้เป็น 2 ระดับ คือ ระดับองค์การ ซึ่งจะมีลักษณะเป็นแผน
รวมทง้ั องค์การ และแผนของแตล่ ะหน่วยงานทจ่ี ะต้องตระเตรยี มบคุ ลากรไวร้ องรับการเปล่ียนแปลงที่เกดิ ข้ึนดว้ ย
การประเมนิ ทรัพยากรมนุษย์ในปจั จุบนั
ในการบริหารทรพั ยากรมนุษยน์ ้ัน ข้อมลู ทรัพยากรมนุษยท์ ม่ี อี ยู่ถอื เป็นปัจจัยสาคัญที่มีผลต่อการตัดสินใจ
ของฝา่ ยบรหิ าร ซง่ึ จะช่วยให้ฝา่ ยบริหารสามารถกาหนดนโยบายและเป้าหมายด้านทรัพยากรมนุษย์ การวางแผน
จัดหากาลังคนท่ีขาดแคลน การวางแผนการฝึกอบรมและอ่ืน ๆ ได้ข้อมูลทรัพยากรมนุษย์ภายในหน่วยงาน
ท่ีผู้บรหิ ารควรตอ้ งการทราบมี 3 ประเภท คือ (วิชยั โถสุวรรณจินดา, 2551, หน้า 23 - 26)
9
1. ข้อมูลเกีย่ วกับโครงสรา้ งโดยทัว่ ไปของทรัพยากรมนุษย์ ขอ้ มลู ประเภทนี้ได้แกร่ ายละเอียดเก่ียวกบั
กาลงั คนในปจั จบุ นั ซงึ่ จาแนกไดด้ ังน้ี
1.1 จานวนกาลงั คนทีม่ ีอยู่ในตาแหนง่ ต่าง ๆ
1.2 จานวนกาลงั คนท่มี อี ย่ใู นแตล่ ะแผนก/ฝ่าย
1.3 เพศ
1.4 อายุ
1.5 อายุการทางาน
1.6 อตั ราเงนิ เดือน
1.7 วฒุ กิ ารศึกษา
1.8 ความชานาญงาน
1.9 ภูมิลาเนา
1.10 ศาสนา
1.11 ประเภทของการจา้ ง (ชัว่ คราวหรือถาวร)
1.12 อ่นื ๆ
2. ข้อมลู เกยี่ วกับการเปล่ยี นแปลงของทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งไดแ้ ก่ข้อมูลดังตอ่ ไปน้ี
2.1 ขอ้ มลู เก่ยี วกับการจา้ งและการบรรจคุ นใหม่ ได้แก่
2.1.1 จานวนการจา้ งและการบรรจุคนใหม่
2.1.2 ระดบั ตาแหนง่ และแผนก/ฝ่าย ท่บี รรจุ
2.1.3 เป็นตาแหนง่ ถาวรหรือตาแหน่งชวั่ คราว
2.1.4 วัน เดือน ปี ทีจ่ ้างหรอื บรรจุ
2.1.5 อายุ เพศของผ้ถู กู จา้ ง
2.1.6 คณุ วุฒิและความชานาญงาน
2.1.7 วธิ ีการคัดเลือก (โดยการสอบหรอื การสัมภาษณ)์
2.1.8 อ่นื ๆ
2.2 ขอ้ มูลเก่ยี วกับการยา้ ยตาแหนง่ ได้แก่
2.2.1 จานวนทีค่ นที่ย้ายตาแหนง่
2.2.2 ตาแหนง่ ทม่ี ีการย้าย
2.2.3 ย้ายจากแผนก/ฝา่ ยใดไปยังหนว่ ยงานใด
2.2.4 อายขุ องคนยา้ ย
2.2.5 ระยะเวลาการทางาน หรืออายงุ านของคนทย่ี ้าย
2.2.6 คุณวุฒแิ ละความชานาญงานของคนท่ีย้าย
2.2.7 สาเหตุการยา้ ย
2.2.8 อน่ื ๆ
2.3 ขอ้ มลู เกี่ยวกับการเลื่อนตาแหน่ง
2.3.1 จานวนผทู้ ไ่ี ด้เลอ่ื นตาแหนง่
2.3.2 เพศของผทู้ ไี่ ด้เลื่อนตาแหนง่
10
2.3.3 อายขุ องผ้ทู ่ไี ด้เล่ือนตาแหนง่
2.3.4 ระยะเวลาการทางาน หรอื อายงุ านของผูท้ ่ไี ดเ้ ลื่อนตาแหนง่
2.3.5 ระดบั ตาแหนง่ และอัตราเงนิ เดอื นกอ่ นและหลังการเลอ่ื นตาแหน่ง
2.3.6 คณุ วุฒิและความชานาญงานของผู้ทไี่ ดเ้ ลือ่ นตาแหนง่
2.3.7 วนั เดอื น ปี ทีเ่ ล่ือนตาแหนง่
2.3.8 อื่น ๆ
2.4 ขอ้ มูลเก่ียวกับการออกจากหน่วยงาน
2.4.1 จานวนผทู้ ีอ่ อกจากหนว่ ยงาน
2.4.2 ลักษณะของการออกจากงาน เช่น เกษียณ ตาย ลาออกหรือถกู ไลอ่ อก
2.4.3 วนั เดอื น ปี ที่ออกจากหน่วยงาน
2.4.4 อายุถงึ วันที่ออกจากหน่วยงาน
2.4.5 อายุการทางานจนถึงวันที่ออก
2.4.6 ระดบั ตาแหนง่ และเงินเดอื นของผู้ที่ออกจากงาน
2.4.7 คณุ วุฒแิ ละความชานาญงาน
2.4.8 สาเหตุที่ออกจากงาน
2.4.9 อ่นื ๆ
2.5 ข้อมูลเกี่ยวกบั การทางานลว่ งเวลา ได้แก่
2.5.1 จานวนคนทีท่ างานล่วงเวลา
2.5.2 เหตุผลความจาเปน็ ทีต่ อ้ งทางานลว่ งเวลา
2.5.3 ตาแหน่งทที่ างานลว่ งเวลา
2.5.4 คณุ วฒุ ิและความชานาญของงานผทู้ างานล่วงเวลา
2.5.5 ค่าใช้จ่ายในการทางานลว่ งเวลา
2.5.6 อน่ื ๆ
2.6 ข้อมูลเกีย่ วกบั การขาดงาน ได้แก่
2.6.1 จานวนคนท่ขี าดงาน
2.6.2 จานวนวนั หรอื ชว่ั โมงทางานทข่ี าดไป
2.6.3 ตาแหนง่ และระดับที่ขาดงาน
2.6.4 อายุ เพศ ระยะเวลาทางานของผทู้ ่ขี าดงาน
2.6.6 อ่ืน ๆ
3. ข้อมลู ด้านทศั นคติและข้อมูลอนื่ ๆ ท่จี าเป็น
ข้อมูลประเภทน้ีจะเป็นข้อมูลท่ีได้จากการสารวจ เพ่ือให้ได้ทราบทัศนคติ หรือความคิดเห็นของ
กาลังคนในเร่ืองตา่ ง ๆ รวมทั้งการสารวจสภาพข้อเท็จจริงในเร่ืองความเป็นอยู่ของพนักงาน เพ่ือใช้เป็นข้อมูลใน
การวางแผนทรัพยากรมนุษย์ การสารวจข้อมูลประเภทน้ีขึ้นอยู่กับปัญหาและความจาเป็นของแต่ละหน่วยงานว่า
ควรมกี ารศกึ ษาสารวจในเรอื่ งใด และจะนาไปใช้ประโยชน์อยา่ งไร
เทคนคิ การพยากรณอ์ ตั รากาลังในองคก์ ร
การดาเนินงานโดยการพยากรณ์อัตรากาลงั ในองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพขึ้นอยู่กับการเลือกใช้เทคนิค
ในการพยากรณ์ซึง่ ในองค์กรสมยั ใหม่นิยมนามาใช้ 4 วธิ ีดว้ ยกัน ดังนี้ (อนวิ ัช แก้วจานง, 2552, หนา้ 82 - 83)
1. การใชผ้ เู้ ชยี่ วชาญในการพยากรณ์ (Delphi Technic) เป็นวธิ กี ารท่งี ่ายท่ีสุดเน่อื งจากเปน็ การเชิญ
11
ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการอตั รากาลัง โดยเป็นผู้ชานาญการภายในองค์กรร่วมกับผู้ชานาญการซึ่งเป็นนักวิชาการ
รวมถึงผู้มปี ระสบการณจ์ ากองคก์ รต่าง ๆ ทีป่ ระสบผลสาเรจ็ ในเร่ืองนม้ี าแล้ว ผ้ชู านาญการจะประชุมโดยพิจารณา
ข้อมูลอัตรากาลังคนในอดีตและปัจจุบันร่วมกับซักถามปัญหาในการทางานเพื่อให้สามารถทาการพยากร ณ์
อัตรากาลังภายในองค์กรได้แมน่ ยาและเหมาะสม
2. เทคนคิ การพยากรณแ์ บบแนวโน้ม (Trend Technic) อาจใชผ้ ้ชู านาญการรว่ มกบั ผู้บริหารในองค์กร
หรืออาจใช้ผู้บริหารองค์กรท่ีมีความรู้เกี่ยวข้องกับอัตรากาลังร่วมกันพิจารณาความจาเป็นของกาลังแรงงานโดย
พิจารณาจากนโยบายการลดหรือขยายกิจการในอนาคตรวมถึงตลาดแรงงานในปัจจุบันและอนาคตด้วย ย่อมมี
ความสมั พนั ธ์กับการจา้ งแรงงานขององคก์ ร
3. เทคนิคการพยากรณ์จากหนว่ ยงานภายในองค์กร เปน็ การใหท้ ุกหนว่ ยงานภายในองคก์ รทาการ
พยากรณด์ ้วยความตอ้ งการอัตรากาลังภายในหน่วยงานในปัจจุบันไปสู่อนาคต เพื่อให้ฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ได้รับ
ทราบขอ้ มลู อตั รากาลังของแตล่ ะหนว่ ยงานและให้นาข้อมูลเหล่าน้ันไปใช้ประโยชน์ต่อไปได้ เทคนิคการพยากรณ์
ในลักษณะนี้ผู้บริหารของหน่วยงานจะต้องนาข้อมูลที่เกี่ยวข้องทั้งในอดีตและปัจจุบันมาประกอบการพิจารณา
เพ่ือให้ได้จานวนกาลงั แรงงานทเี่ หมาะสมกบั หน่วยงาน
4. การสรา้ งภาพจาลองกาลงั แรงงาน (Model) เป็นเทคนคิ การพยากรณ์รปู แบบใหม่ที่เริ่มนามาใชใ้ น
การพยากรณอ์ ัตรากาลังโดยพิจารณาจากปจั จยั สภาพแวดลอ้ มทางธรุ กจิ ทง้ั ภายในและภายนอกองค์กรท่ีเก่ียวข้อง
เพ่ือสร้างจาลองออกมา ได้แก่ การใช้ภาพจาลอง (Model) ของ Markov นาคณิตศาสตร์และสถิติเข้ามาช่วย
ในการสร้างภาพจาลอง เป็นต้น วิธีนี้มีความเหมาะสมกับองค์กรขนาดใหญ่ท่ีมีการบริหารจัดการที่ซับซ้อนและ
มคี วามต้องการกาลังแรงงานจานวนมาก
ทงั้ น้ี อาจพบไดว้ ่าในการพยากรณอ์ ตั รากาลังแรงงาน องคก์ รสามารถจัดทาใหอ้ ยใู่ นรปู ของรายงาน
กราฟและตาราง เปน็ ตน้ เพอ่ื ใหง้ ่ายตอ่ การตรวจสอบและสามารถเพมิ่ ลดกาลงั แรงงานได้
แผนการศึกษาแหง่ ชาติ ฉบับปรับปรงุ (พ.ศ.2552 - 2559)
ปรัชญาหลักและกรอบแนวคิด
การจัดทาแผนการศึกษาแหง่ ชาติ ฉบับปรบั ปรุงฯ ยดึ หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงยึดทางสายกลาง
อยู่บนพื้นฐานของความสมดุลพอดี รู้จักพอประมาณ อย่างมีเหตุผล มีความรอบรู้ เท่าทันโลก เพื่อมุ่งให้เกิดการ
พัฒนาทีย่ ัง่ ยืนและความอยู่ดมี สี ขุ ของคนไทย เกิดการบรู ณาการแบบองค์รวมท่ียดึ คนเปน็ ศูนยก์ ลางของการพัฒนา
อยา่ งมีดุลยภาพ ทง้ั ด้านเศรษฐกิจ สงั คม การเมอื ง สิง่ แวดล้อม เปน็ แผนบูรณาการศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม และ
กีฬากบั การศกึ ษาทกุ ระดับ รวมท้ังเชือ่ มโยงการพฒั นาการศกึ ษากบั การพฒั นาด้านต่าง ๆ ท้ังด้านเศรษฐกิจ สังคม
การเมอื ง การปกครอง วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นต้น โดยคานึงถึงการพัฒนาอย่าง
ต่อเนือ่ งตลอดชีวิต
เจตนารมณข์ องแผน
แผนการศึกษาแห่งชาติ มีเจตนารมณ์เพ่ือมุ่งพัฒนาชีวิตให้เป็นมนุษย์ท่ีสมบูรณ์ทั้งทางร่างกายและจิตใจ
สตปิ ญั ญา ความรูและคุณธรรม มจี รยิ ธรรม และวัฒนธรรมในการดารงชวี ิตสามารถอยู่ร่วมกบั ผู้อื่นไดอ้ ยา่ งมี
ความสุข และพัฒนาสังคมไทยให้เป็นสังคมท่ีมีความเข้มแข็งและมีดุลยภาพใน 3 ด้าน คือ เป็นสังคมคุณภาพ
สังคมแหง่ ภมู ปิ ัญญาและการเรียนรู้ และสังคมสมานฉันท์และเอ้อื อาทรต่อกัน
12
วตั ถุประสงค์ของแผน
เพ่ือให้บรรลุตามปรัชญาหลักและเจตนารมณ์ของแผนการศึกษาแห่งชาติ ฉบับปรุงปรุงฯ จึงกาหนด
วัตถุประสงค์ของแผนท่ีสาคัญ 3 ประการ คือ 1) เพื่อพัฒนาคนอย่างรอบด้านและสมดุลเพื่อเป็นฐานของการ
พัฒนา 2) เพื่อสร้างสังคมไทยให้เป็นสังคมคุณธรรม ภูมิปัญญาและการเรียนรู้ 3) เพื่อพัฒนาสภาพแวดล้อม
ของสังคมเพื่อเปน็ ฐานในการพฒั นาคน และสร้างสงั คมคุณธรรมภมู ปิ ัญญา และการเรยี นรู้
แนวนโยบาย เป้าหมาย และกรอบการดาเนนิ งาน
เพื่อให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ท้ังสามประการดังกล่าว ประกอบกับการคานึงถึงทิศทาง การพัฒนา
ประเทศในอนาคตท่ีเน้นการใช้ความรู้เป็นฐานการพัฒนา ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม ประชากร
สิง่ แวดลอ้ ม วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี จงึ ไดก้ าหนดแนวนโยบายในแตล่ ะวตั ถปุ ระสงค์ ดงั น้ี
วตั ถปุ ระสงค์ 1 พัฒนาคนอย่างรอบดา้ น และสมดุล เพือ่ เป็นฐานหลักของการพฒั นานโยบาย
1. พฒั นาคณุ ภาพการศึกษาและการเรยี นรใู้ นทกุ ระดับและประเภทการศกึ ษา
2. ปลูกฝงั และเสริมสร้างใหผ้ เู้ รยี นมีศีลธรรม คุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม มีจติ สานกึ และมีความภูมิใจใน
ความเป็นไทย มีระเบียบวินัย มีจิตสาธารณะ คานึงถึงประโยชน์ส่วนรวม และยึดมั่นในการปกครองระบอบ
ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษตั รยิ ์ทรงเป็นประมุข และรงั เกยี จการทจุ รติ ตอ่ ต้านการซอ้ื สิทธิ์ขายเสยี ง
3. เพมิ่ โอกาสทางการศกึ ษาให้ประชาชนทุกคนตงั้ แต่แรกเกดิ จนตลอดชีวิตได้มโี อกาสเข้าถึงบรกิ าร
การศึกษาและการเรียนรู้ โดยเฉพาะผู้ด้อยโอกาส ผู้พิการ หรือทุพพลภาพ ยากจน อยู่ในท้องถิ่นห่างไกล
ทุรกนั ดาร
4. ผลติ และพัฒนากาลงั คนใหส้ อดคล้องกับความต้องการของประเทศ และเสรมิ สรา้ งศักยภาพการ
แข่งขัน และร่วมมือกบั นานาประเทศ
5. พัฒนามาตรฐานและระบบการประกันคณุ ภาพการศกึ ษา ทง้ั ระบบประกันคุณภาพภายในและระบบ
การประกันคณุ ภาพภายนอก
6. ผลติ และพฒั นาครู คณาจารย์ และบคุ ลากรทางการศึกษาใหม้ คี ณุ ภาพและมาตรฐานมคี ุณธรรม และ
มคี ุณภาพชีวิตท่ดี ี
วตั ถุประสงค์ 2 สร้างสงั คมไทยให้เปน็ สังคมคุณธรรม ภมู ิปัญญาและการเรยี นรู้แนวนโยบาย
1. ส่งเสริมการจดั การศกึ ษา อบรม และเรียนร้ขู องสถาบันศาสนา และสถาบันทางสังคมทัง้ การศึกษา
ในระบบ การศกึ ษานอกระบบ และการศึกษาตามอธั ยาศัย
2. ส่งเสริมสนบั สนนุ เครอื ข่ายภมู ปิ ญั ญา และการเรยี นรปู้ ระวตั ศิ าสตร์ ศลิ ปะวฒั นธรรม พลศึกษา กฬี า
เปน็ วถิ ชี ีวิตอยา่ งมคี ณุ ภาพและตลอดชวี ติ
3. ส่งเสริมการวิจัยและพฒั นาเพ่อื สร้างองคค์ วามรู้ นวตั กรรม และทรัพยส์ นิ ทางปัญญา พฒั นาระบบ
บรหิ ารจดั การความรู้ และสรา้ งกลไกการนาผลการวจิ ยั ไปใชป้ ระโยชน์
วตั ถปุ ระสงค์ 3 พัฒนาสภาพแวดลอ้ มของสังคม เพ่ือเป็นฐานในการพัฒนาคน และสร้างสังคมคุณธรรม
ภมู ิปัญญาและการเรียนรู้
1. พัฒนาและนาเทคโนโลยสี ารสนเทศมาใช้เพอื่ การพฒั นาคณุ ภาพ เพ่มิ โอกาสทางการศึกษา และการ
เรียนรตู้ ลอดชีวติ
2. เพิม่ ประสิทธิภาพการบรหิ ารจัดการ โดยเรง่ รัดกระจายอานาจการบริหารและจัดการศกึ ษาไปสู่
สถานศึกษา เขตพ้นื ท่ีการศกึ ษา และองค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถิ่น
13
3. ส่งเสริมการมสี ่วนรว่ มของภาคเอกชน ประชาชน ประชาสังคม และทกุ ภาคส่วนของสังคมในการ
บริหารจดั การศกึ ษา และสนบั สนนุ ส่งเสรมิ การศึกษา
4. ระดมทรพั ยากรจากแหลง่ ตา่ ง ๆ และการลงทุนเพื่อการศึกษา ตลอดจนบรหิ ารจัดการและใช้
ทรัพยากรอย่างมีประสทิ ธิภาพ
5. ส่งเสริมความร่วมมอื ระหวา่ งประเทศด้านการศกึ ษา พัฒนาความเปน็ สากลของการศึกษา เพือ่ รองรบั
การเป็นประชาคมอาเซียน และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของประเทศภายใต้กระแสโลกาภิวัฒน์ขณะเดียวกัน
สามารถอยูร่ ่วมกันกับพลโลกอยา่ งสนั ตสิ ขุ มีการพ่งึ พออาศัยและเกอื้ กลู กนั
การบริหารแผนสู่การปฏิบตั ิ
แผนการศึกษาแห่งชาติฉบับน้ีได้ให้ความสาคัญกับการนาแผนสู่การปฏิบัติ เพ่ือเป็นกลไกขับเคล่ือน
ข้อเสนอปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง ท่ีเน้นเป้าหมาย 3 ด้าน คือ การพัฒนาคุณภาพการศึกษา การขยาย
โอกาสทางการศึกษา และการส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการบริการและจัดการศึกษา ตลอดจนคานึงถึงความ
สอดคลอ้ งกบั ระยะเวลาของแผนพฒั นาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติจงึ เหน็ ควรกาหนดระยะเวลาดาเนนิ งานบรหิ าร
แผนสกู่ ารปฏิบตั เิ ปน็ 2 ระยะ ดังนี้
ระยะท่ี 1 แผนงานรีบด่วน ระหว่างปี 2552 - 2554 ให้เร่งดาเนินการตามข้อเสนอการปฏิรูป
การศึกษาในทศวรรษทส่ี อง โดยใหม้ ีการจัดทาแผนเพื่อพัฒนาการศกึ ษาตามประเด็นเป้าหมายการปฏิรูปการศึกษา
ไดแ้ ก่ แผนพฒั นาคุณภาพการศกึ ษา แผนขยายโอกาสทางการศกึ ษา และแผนส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการบริหาร
และจัดการศกึ ษา รวมท้งั ควรมกี ารสร้างกลไกเพอื่ ขับเคลื่อนการดาเนนิ งานตามแผนการศกึ ษาแห่งชาติ
ระยะที่ 2 ระหว่างปี 2552 – 2559 ให้เร่งดาเนินการตามนโยบายท้ัง 14 ด้านให้บรรลุผลตาม
เป้าหมายทก่ี าหนดไว้ และตดิ ตามประเมนิ ผลการดาเนนิ งานตามแผนฯ เมอื่ สิ้นสุดระยะที่ 1 และระยะที่ 2 รวมท้ัง
การเตรยี มการร่างแผนการศึกษาแห่งชาตฉิ บับใหมต่ อ่ ไป
นอกจากน้ี ให้มีการจดั ทากรอบทิศทางการพัฒนาการศกึ ษาในช่วงระยะเวลา 5 ปี เพื่อเป็นกรอบแนวทาง
ในการพัฒนาการศึกษาในภาพรวม และแผนพัฒนาการศึกษาแห่งชาตแิ ต่ละระดับ/ประเภท การศึกษาที่สอดคล้อง
กับแผนการศึกษาแห่งชาติและแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้แก่ แผนพัฒนาการศึกษาข้ันพื้นฐาน
แผนพัฒนา การอาชวี ศึกษา แผนพฒั นาการอดุ มศึกษา เปน็ ตน้
ส่วนในระดับจังหวัด/กลุ่มจังหวัด ให้มีการจัดทาแผนพัฒนาการศึกษาจังหวัด/กลุ่มจังหวัด และในระดับ
เขตพื้นท่ีการศึกษา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถานศึกษา ให้มีการจัดทาแผนพัฒนาการศึกษาเขตพื้นที่
การศกึ ษา แผนพัฒนาการศึกษาองค์การปกครองส่วนท้องถิน่ และสถานศกึ ษา
อานาจหน้าทีข่ องสานกั งานเขตพ้นื ท่กี ารศกึ ษา
สานักงานเขตพ้ืนทก่ี ารศกึ ษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 3 เป็นหน่วยงานอยู่ภายใต้ การกากับ
ดแู ลของสานกั งานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน ตาม พระราชบัญญัติบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ
พ.ศ.2546 ประกาศของกระทรวงศึกษาธิการ เร่ืองการแบ่งส่วนราชการภายในเขตพื้นที่การศึกษา พ.ศ.2560
และ ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เร่ือง การแบ่งส่วนราชการภายในสานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษา (ฉบับท่ี 2)
พ.ศ. 2561 มีบทบาทหน้าที่ ดังน้ี
1. จัดทานโยบายแผนพัฒนาและมาตรฐานการศึกษาของเขตพ้ืนที่การศึกษาให้สอดคล้องกับนโยบาย
มาตรฐานการศึกษา แผนการศึกษา แผนพัฒนาการศึกษาข้ันพ้นื ฐานและความตอ้ งการของทอ้ งถ่นิ
14
2. วเิ คราะหก์ ารจดั ตัง้ งบประมาณเงนิ อดุ หนุนท่ัวไปของสถานศึกษาและหน่วยงานในเขตพ้ืนท่ีการศึกษา
และแจ้งการจัดสรรงบประมาณที่ได้รับให้หน่วยงานต้นสังกัดทราบ รวมท้ังกากับ ตรวจสอบ ติดตาม การใช้จ่าย
งบประมาณของหนว่ ยงานดังกล่าว
3. ประสาน สง่ เสรมิ สนับสนุนและพฒั นาหลกั สูตรร่วมกับสถานศึกษาในเขตพน้ื ทกี่ ารศึกษา
4. กากับ ดูแล ตดิ ตามและประเมนิ ผลสถานศึกษาข้นั พน้ื ฐานและในเขตพ้ืนทีก่ ารศกึ ษา
5. ศึกษาวิเคราะห์ วจิ ยั และรวบรวมขอ้ มูลสารสนเทศดา้ นการศึกษาในเขตพน้ื ท่กี ารศกึ ษา
6. ประสานการระดมทรัพยากรด้านต่าง ๆ รวมทั้งทรัพยากรบุคคล เพ่ือส่งเสริมสนับสนุนการจัดและ
พัฒนาการศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษา
7. จดั ระบบการประกนั คุณภาพการศกึ ษา และประเมนิ ผลสถานศึกษาในเขตพน้ื ทก่ี ารศึกษา
8. ประสาน ส่งเสริม สนับสนุนการจัดการศึกษาของสถานศึกษาเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน
รวมทั้งบุคคล องค์กรชุมชน องค์กรวิชาชีพ สถานบันศาสนา สถานประกอบการและสถาบันอ่ืนท่ีจัดการศึก ษา
รูปแบบทห่ี ลากหลายในเขตพ้ืนที่การศกึ ษา
9. ดาเนินการและประสาน ส่งเสรมิ สนับสนุนการวิจยั และพัฒนาการศกึ ษาในเขตพื้นทีก่ ารศึกษา
10. ประสาน ส่งเสริมการดาเนนิ การของคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการและคณะทางานด้านการศกึ ษา
11. ประสานการปฏิบัติราชการทั่วไปกับองค์กร หรือหน่วยงานต่าง ๆ ท้ังภาครัฐ เอกชน และองค์กร
ปกครองสว่ นทอ้ งถิน่
12. ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอ่ืนท่ีเกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมาย
โดยมกี ารแบ่งสว่ นราชการภายในสานักงานเขตพ้นื ที่การศกึ ษาไว้ จานวน 10 กลุ่มงานดังน้ี
(1) กล่มุ อานวยการ
(2) กลมุ่ นโยบายและแผน
(3) กล่มุ ส่งเสริมการศึกษาทางไกล เทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่ือสาร
(4) กลุ่มบรหิ ารงานการเงินและสนิ ทรพั ย์
(5) กลุ่มบรหิ ารงานบุคคล
(6) กลุ่มพัฒนาครแู ละบุคลากรทางการศึกษา
(7) กลมุ่ นิเทศ ตดิ ตาม และประเมนิ ผลการจัดการศกึ ษา
(8) กลุ่มสง่ เสรมิ การจัดการศึกษา
(9) หนว่ ยตรวจสอบภายใน
(10) กล่มุ กฎหมายและคดี
วสิ ัยทัศน์ พันธกิจของสานักงานเขตพ้นื ท่กี ารศึกษา
วสิ ัยทัศน์
“ขับเคลื่อนคุณภาพผู้เรียนสู่มาตรฐานสากล บนพื้นฐานความเป็นไทย ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพยี ง และมจี ิตสาธารณะ”
15
พนั ธกจิ
1. สง่ เสริม สนับสนนุ พัฒนาผเู้ รียนให้มคี ุณภาพตามมาตรฐาน
2. ส่งเสรมิ สนบั สนุน พัฒนาผบู้ ริหาร ครแู ละบคุ ลากรทางการศกึ ษาใหเ้ ป็นมอื อาชพี
3. เสรมิ สรา้ งการมีสว่ นร่วมขององค์กรภายนอกในการจัดการศึกษา
4. ส่งเสริมการจัดการศึกษาให้ผู้เรียนแสดงออกถึงความรักในสถาบันหลักของชาติ และการปกครอง
ในระบอบประชาธปิ ไตยอันมพี ระมหากษัตริยท์ รงเป็นประมุข
5. สง่ เสริมการจัดการศึกษาเพอื่ สืบสาน รักษา ตอ่ ยอด และอนุรกั ษ์ประเพณีวฒั นธรรมของความเปน็ ไทย
6. ส่งเสริม สนับสนุน ให้สถานศึกษาน้อมนาหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบัติอย่างย่ังยืน
มีจิตสาธารณะ และอนรุ ักษส์ งิ่ แวดล้อม
คา่ นิยมองค์กร
“ยึดมน่ั ธรรมาภิบาล บริการดี มีน้าใจ”
เป้าประสงค์
1. ประชากรวยั เรยี นทกุ คนได้รบั โอกาสในการศึกษาข้นั พ้นื ฐานอยา่ งทว่ั ถงึ มคี ณุ ภาพและเสมอภาค
2. ผเู้ รียนทุกระดับมีคณุ ภาพตามมาตรฐาน
3. ผู้เรียนทุกคน มีคุณลักษณะท่ีพึงประสงค์ แสดงออกถึงความรักในสถาบันหลักของชาติ และการ
ปกครองในระบอบประชาธิปไตยอนั มีพระมหากษตั ริยท์ รงเป็นประมุข
4. ผ้เู รียนทกุ คนมที ักษะชีวติ และอยรู่ ่วมกับผอู้ ื่นอย่างมีความสุข
5. ผบู้ ริหารมีสมรรถนะในการจดั การศกึ ษาอยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ
6. ครูและบุคลากรทางการศกึ ษามคี วามสามารถในการจัดการเรยี นรูใ้ ห้ผูเ้ รียนมีคุณภาพตามมาตรฐาน
7. สถานศกึ ษาได้รับการส่งเสริม สนบั สนนุ จากองค์กรภายนอกท่เี กี่ยวข้องกบั การจดั การศึกษา
8. สถานศกึ ษาจัดการเรียนรเู้ พอ่ื สบื สาน รกั ษา ตอ่ ยอด และอนรุ กั ษ์ประเพณีวฒั นธรรมของความเปน็ ไทย
9. สถานศึกษาน้อมนาหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบัติอย่างย่ังยืนมีจิตสาธารณะ และ
อนรุ ักษ์ส่งิ แวดล้อม
10. สานกั งานเขตพน้ื ทกี่ ารศึกษาเปน็ องคก์ รหลักที่ใช้ระบบเทคโนโลยีดิจิทัลในการบริหารและสนับสนุน
การจดั การศกึ ษา เพอ่ื พฒั นามุ่งสู่ ไทยแลนด์ 4.0 (Thailand 4.0)
กลยุทธ์
กลยทุ ธ์ท่ี 1 พฒั นาคณุ ภาพผู้เรยี นระดบั กอ่ นประถมศกึ ษา ประถมศึกษา และมธั ยมศึกษาตอนต้น
กลยทุ ธท์ ่ี 2 พัฒนาคณุ ภาพผบู้ ริหาร ครูและบคุ ลากรทางการศกึ ษา
กลยุทธท์ ี่ 3 พฒั นาระบบการบรหิ ารจดั การศึกษาโดยใชเ้ ทคโนโลยีดจิ ิทัล เพอ่ื พฒั นามุ่งสู่ ไทยแลนด์ 4.0
กลยุทธท์ ่ี 4 เสริมสรา้ งการมีส่วนรว่ มขององค์กรภายนอกในการจัดการศกึ ษา
กลยุทธท์ ่ี 5 ส่งเสรมิ การจดั การศึกษาใหผ้ ู้เรียนแสดงออกถงึ ความรักในสถาบนั หลกั ของชาติ และ
การปกครองในระบอบประชาธปิ ไตยอันมพี ระมหากษตั รยิ ท์ รงเปน็ ประมขุ และความเป็นไทย
กลยุทธท์ ่ี 6 สง่ เสรมิ สนบั สนุน ให้สถานศึกษาน้อมนาหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียงส่กู ารปฏิบัติ
มีจติ สาธารณะและอนุรักษส์ ิง่ แวดล้อม
16
จุดเนน้ เชงิ นโยบาย
สานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 3 ได้กาหนดจุดเน้นเชิงนโยบายใน
ปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 ดงั น้ี
1. การยกระดบั ผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียน (O-NET/NT)
2. พฒั นาการอ่านออก-เขียนได้ (RT)
3. การจดั การศึกษาปฐมวัย
เกณฑ์อัตรากาลังข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสถานศึกษา สังกัดสานักงานคณะกรรมการ
การศึกษาขนั้ พืน้ ฐาน
เพ่ือให้สถานศึกษามีอัตรากาลังข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่เหมาะสม สามารถ
จดั การเรยี นรู้ได้อยา่ งมีคุณภาพ ลดความเหล่ือมล้าทางการศึกษา คืนครูสู่ห้องเรียน เป็นการเพ่ิมโอกาสการเข้าถึง
ทรัพยากรทางการศึกษาและเพิ่มประสิทธภิ าพการบริหารงบประมาณ
อาศัยอานาจตามความในมาตรา 19 (2) และ (4) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครู
และบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547 ก.ค.ศ.จึงกาหนดเกณฑ์อัตรากาลังข้าราชการครูและบุคลากรทางการ
ศึกษาในสถานศึกษา สังกดั สานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาข้ันพ้ืนฐาน ดังน้ี
1. เกณฑอ์ ัตรากาลงั นี้ใช้สาหรับสถานศึกษา สังกดั สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขัน้
พ้ืนฐาน ยกเว้น สถานศึกษาสังกัดสานักบริหารงานการศึกษาพิเศษ และโรงเรียนวิทยาศาสตร์ จุฬาภรณ์ราช
วิทยาลัย โดยให้สถานศึกษามีอัตรากาลังตามสายงาน ได้แก่ สายงานบริหารสถานศึกษา สายงานการสอน และ
สายงานสนบั สนนุ การศกึ ษา ซึ่งกาหนดเป็น 2 กรณี ดังน้ี
1.1 สถานศึกษาทม่ี ีจานวนนักเรยี นตง้ั แต่ 119 คนลงมา
1.2 สถานศกึ ษาท่มี ีจานวนนักเรียนต้งั แต่ 120 คนขน้ึ ไป
2. กลมุ่ สถานศกึ ษา หมายถึง สถานศึกษาในสงั กดั สานกั งานคณะกรรมการการศึกษาข้นั
พ้ืนฐานท่ีมีการจัดการเรียนการสอนแบบรวมสถานศึกษาต้ังแต่ 2 แห่งขึ้นไป ตามประกาศของสานักงาน
คณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพน้ื ฐาน หรอื คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด
3. ช่วั โมงการปฏบิ ตั งิ านของครู จาแนกเป็น
3.1 ช่วั โมงสอนตามตารางสอน ระดบั ปฐมวยั ไม่ตา่ กวา่ 6 ช่ัวโมง/สปั ดาห์ ระดับ
ประถมศกึ ษาและระดับมธั ยมศึกษา ไม่ตา่ กว่า 12 ชั่วโมง/สปั ดาห์
3.2 งานสนับสนนุ การจดั การเรยี นรู้ และงานตอบสนองนโยบายและจดุ เน้นของรัฐบาล
กระทรวงศึกษาธิการ และสว่ นราชการต้นสงั กดั ไมต่ ่ากว่า 8 ชวั่ โมง/สปั ดาห์
ทัง้ นี้ การคานวณอัตรากาลังตามเกณฑ์อัตรากาลังน้ี กาหนดชั่วโมงการปฏิบัติงานของครูเท่ากับ 20
ช่วั โมง/สัปดาห์
4. การกาหนดสาชาวิชาเอกในสถานศกึ ษา ใหเ้ ป็นไปตามมาตรฐานวชิ าเอก
5. จานวนนักเรยี นตอ่ ห้องเรียน พิจารณาตามระดบั การศกึ ษาทีเ่ ปิดสอน ดังนี้
5.1 ระดับปฐมวยั (ช้ันอนบุ าล 1-3) กาหนด 30 คน ต่อหอ้ ง
5.2 ระดับประถมศึกษา (ช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี 1 – 6) กาหนด 30 คน ต่อหอ้ ง
5.3 ระดับมธั ยมศึกษาตอนตน้ (ชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 1 - 3) กาหนด 35 คน ตอ่ ห้อง
5.4 ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 4– 6) กาหนด 35 คน ตอ่ หอ้ ง
17
การคิดจานวนห้องเรยี น กรณีจานวนนักเรียนแตล่ ะช้นั เรียน มีเศษต้งั แต่ 10 คนขึน้ ไปใหค้ ดิ เพ่มิ
อีก 1 ห้อง เช่น ชนั้ อนุบาล 1 มนี กั เรยี น 38 คน (มีเศษ 8 คน) จะคิดเป็น 1 ห้อง และชั้นอนุบาล 2 มีนักเรียน
45 คน (มีเศษ 15 คน) จะคิดเป็น 2 ห้อง รวมจานวนห้องที่จะนาไปคานวณอัตรากาลังระดับปฐ มวัย
จานวน 3 หอ้ ง
6. กาหนดเวลาเรียนตอ่ สปั ดาห์ ตามหลักสูตรการศกึ ษาปฐมวยั และหลกั สูตรแกนกลาง
การศกึ ษาข้ันพื้นฐาน สาหรับการคานวณอตั รากาลงั ตามเกณฑ์อัตรากาลงั ดังนี้
ระดับการศึกษา ชั่วโมงเรียนตามหลกั สตู รต่อปี ชั่วโมงเรยี นตามหลักสูตร
ต่อสปั ดาห์
ปฐมวัย ไมน่ ้อยกวา่ 800 ช่วั โมง 20 ชัว่ โมง
ประถมศกึ ษา ไม่นอ้ ยกวา่ 1,000 ช่ัวโมง 25 ชวั่ โมง
มัธยมศึกษาตอนต้น ไมน่ อ้ ยกวา่ 1,200 ชว่ั โมง 30 ชว่ั โมง
มัธยมศกึ ษาตอนปลาย ไมน่ ้อยกว่า 1,400 ชวั่ โมง 35 ชั่วโมง
7. การคานวณอัตรากาลงั ให้คานวณตามสายงาน ดังนี้
7.1 สายงานบรหิ ารสถานศึกษา
7.1.1 สถานศกึ ษาท่มี จี านวนนกั เรียนตั้งแต่ 40 คนลงมา ไมก่ าหนดอตั รากาลงั สาย
งานบริหารสถานศึกษา ยกเว้น สถานศกึ ษาทต่ี งั้ อยใู่ นพน้ื ทจ่ี ังหวัดชายแดนภาคใต้ (จังหวัดสตูล ยะลา ปัตตานี
นราธิวาส และ 4 อาเภอในจังหวัดสงขลา ได้แก่ อาเภอจะนะ เทพา นาทวี และสะบ้าย้อย) และพื้นที่พิเศษเส่ียง
ภัย ทรุ กันดาร ชนกลมุ่ น้อย เกาะ ภูเขา และพ้นื ที่ในเขตชายแดนที่มอี าณาเขตติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน(ตาม
ประกาศรายช่ือสถานศึกษาในเขตพ้ืนท่ีพิเศษ สังกัดสานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน) โรงเรียนตาม
โครงการพระราชดาริ หรือโรงเรยี นในโครงการโรงเรยี นร่วมพฒั นา (Partnership School Project) หรือ
โรงเรียนคุณภาพประจาตาบล หรือโรงเรียนที่มีวัตถุประสงค์พิเศษ ให้กาหนดอัตรากาลังสายงานบริหาร
สถานศกึ ษา ตาแหน่งผอู้ านวยการสถานศึกษา จานวน 1 อตั รา
7.1.2 สถานศึกษาทม่ี ีจานวนนกั เรียนตง้ั แต่ 41 คนขึน้ ไป (ทุกพน้ื ท)่ี ให้กาหนด
อตั รากาลงั สายงานบรหิ ารสถานศึกษา ดงั น้ี
จานวนนักเรยี น อัตรากาลังสายงานบริหารสถานศึกษา รวม
41 – 119 คน ผู้อานวยการสถานศึกษา รองผู้อานวยการสถานศกึ ษา 1 อตั รา
120 – 719 คน 2 อตั รา
720 – 1,079 คน 1 อตั รา - 3 อตั รา
1,080 – 1,679 คน 4 อตั รา
ตงั้ แต่ 1,680 คนขนึ้ ไป 1 อตั รา 1 อตั รา 5 อตั รา
1 อตั รา 2 อัตรา
1 อัตรา 3 อตั รา
1 อตั รา 4 อตั รา
18
โดยกาหนดใหต้ าแหน่งผู้อานวยการสถานศึกษา ปฏบิ ัติหน้าที่สอนไม่ต่ากวา่ 5 ชว่ั โมง/สัปดาห์
และตาแหน่งรองผู้อานวยการสถานศึกษา ปฏิบตั กิ ารสอนไม่ต่ากวา่ 10 ชว่ั โมง/สปั ดาห์
ทั้งน้ี กล่มุ สถานศกึ ษา ถือเป็นเพยี งหนงึ่ สถานศกึ ษา และกลุ่มสถานศึกษาท่ีมีนักเรียนตั้งแต่ 41
คนขน้ึ ไป ให้กาหนดอตั รากาลังสายงานบริหารสถานศกึ ษา ตามข้อ 7.1.2
7.2 สายงานการสอน
7.2.1 สถานศกึ ษาท่ีมจี านวนนักเรียนต้ังแต่ 119 คนลงมา
กาหนดอตั รากาลงั สายงานการสอนในสถานศึกษา ตามแต่กรณี ดังนี้
(1) สถานศึกษาท่ีเปดิ สอนระดับปฐมวยั และหรือระดับประถมศึกษา กาหนด
อัตรากาลังตามจานวนนกั เรียน ดงั นี้
จานวนนักเรียน อัตรากาลงั สายงานการสอน
1 – 40 คน 1 – 4 อตั รา
41 – 80 คน 6 อัตรา
81 – 119 คน 8 อตั รา
(2) สถานศึกษาท่ีเปดิ สอนระดบั มัธยมศกึ ษา ใหก้ าหนดอตั รากาลัง โดยนา
จานวนหอ้ งเรยี นแตล่ ะระดบั การศกึ ษา ช่ัวโมงเรยี นตามหลักสูตร และชัว่ โมงการปฏิบตั ิงานของครู มาคานวณตาม
สูตร ดงั น้ี
จานวนห้องเรยี นแต่ละระดับการศกึ ษา X ช่ัวโมงเรยี นตามหลักสตู รตอ่ สัปดาห์
อัตรากาลัง = ชว่ั โมงการปฏิบตั ิงานของครู 1 คนต่อสัปดาห์ (20 ช่ัวโมง)
เมื่อคานวณอัตรากาลังในแต่ละระดับการศึกษาแล้ว ให้นามารวมกันเพื่อ
กาหนดเป็นอตั รากาลงั สานงานการสอนของสถานศกึ ษานั้น ๆ
(3) โรงเรียนขยายโอกาสทางการศกึ ษา ให้กาหนดอัตรากาลงั ดังนี้
(3.1) ระดับปฐมวยั และหรอื ระดบั ประถมศึกษา ใหน้ าจานวนนักเรยี น
ระดบั ปฐมวัยรวมกับจานวนนกั เรียนระดบั ประถมศึกษา แลว้ กาหนดอัตรากาลังตามตารางข้อ (1)
(3.2) ระดับมัธยมศกึ ษา ให้นาจานวนห้องเรียนแต่ละระดับการศึกษาช่ัวโมง
เรียนตามหลักสูตร และชั่วโมงการปฏบิ ัตงิ านของครู มาคานวณตามสูตร ดังน้ี
จานวนหอ้ งเรียนแตล่ ะระดับการศึกษา X ช่ัวโมงเรียนตามหลักสตู รตอ่ สัปดาห์
อัตรากาลัง = ชัว่ โมงการปฏิบัตงิ านของครู 1 คนตอ่ สัปดาห์ (20 ช่วั โมง)
เมื่อคานวณอัตรากาลังตามข้อ (3.1) และข้อ (3.2) แล้วให้นาผลการคานวณ
มารวมกนั เป็นอตั รากาลงั สายงานการสอนของสถานศึกษานัน้ ๆ
19
ทั้งนี้ สาหรับสถานศึกษาทม่ี จี านวนนกั เรียนตั้งแต่ 1 – 40 คน ใหส้ านกั งานเขตพืน้ ที่
การศึกษาพิจารณาวางแผนและกาหนดอัตรากาลังสานงานการสอน เสนอคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด
พิจารณาโดยคานงึ ถงึ ภาระงาน บริบทของสถานศึกษา ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน คุณภาพของผู้เรียน และแผนการ
บรหิ ารจัดการโรงเรียนขนาดเล็กของจงั หวัด และอตั รากาลงั ของสถานศกึ ษาน้นั ตอ้ งไมเ่ กินเกณฑ์ท่ี ก.ค.ศ.กาหนด
7.2.2 สถานศึกษาทม่ี ีจานวนนักเรยี นตัง้ แต่ 120 คนขึน้ ไป
กาหนดอัตรากาลังสายงานการสอนในสถานศึกษา โดยนาจานวนนักเรียนแต่ละ
ระดับการศึกษา ช่ัวโมงเรยี นตามหลักสูตร และช่ัวโมงการปฏบิ ัติงานของครู มาคานวณตามสูตร ดงั นี้
จานวนห้องเรียนแต่ละระดับการศึกษา X ชั่วโมงเรียนตามหลักสตู รต่อสัปดาห์
อตั รากาลัง = ช่ัวโมงการปฏิบตั งิ านของครู 1 คนตอ่ สปั ดาห์ (20 ช่วั โมง)
ชั่วเโมมอื่งกคาารนปวฏณบิ อตั ตั งิ ราานกขาอลงังคในรูแ1ต่ลคะนรตะ่อดสับปั กดาารหศ์กึ (2ษา0แชลวั่้วโมใหงน้) ามารวมกันเพอ่ื กาหนดเปน็ อตั รากาลงั
สายงานการสอนของสถานศกึ ษาน้ัน ๆ
การคานวณอัตรากาลงั สายงานการสอนรวมทุกระดบั การศกึ ษา หากมเี ศษตั้งแต่ 0.5 ขึ้นไปให้
คิดอตั ราเพ่ิมขน้ึ อกี 1 อตั รา
กรณโี รงเรยี นสาขา (ตามท่ีสานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาข้ันพื้นฐานกาหนด) ใหค้ านวณ
อัตรากาลังสายงานการสอนแยกออกจากโรงเรียนหลกั ตามเกณฑอ์ ตั รากาลังนี้ แล้วจึงนามารวมกนั เป็นอัตรากาลัง
สายงานการสอนของโรงเรยี นหลกั
7.3 สายงานสนบั สนนุ การศึกษา
กาหนดอตั รากาลงั สายงานสนบั สนนุ การศกึ ษาในสถานศกึ ษา โดยพิจารณาจากความรู้
ความสามารถ ความจาเป็น และภาระงานของสถานศึกษา ดังนี้
จานวนนกั เรียน อตั รากาลังสายงานสนับสนนุ การศกึ ษา
1 – 359 คน พนักงานราชการ/อตั ราจ้าง บุคลากรทางการศึกษาอื่น
360 – 719 คน ตามมาตรา 38 ค(2)
720 – 1,079 คน
1,080 – 1,679 คน 1 อัตรา -
ตัง้ แต่ 1,680 คนข้ึนไป
- 1 อัตรา
- 2 อัตรา
- 3 อัตรา
- 4 อัตรา
8. การกาหนดอตั รากาลังในสถานศึกษาปกตทิ ม่ี เี ดก็ พิการเรยี นรว่ ม
ใหก้ าหนดอัตรากาลังเพ่มิ จากอัตรากาลังข้าราชการครูและบคุ ลากรทางการศกึ ษาใน
สถานศกึ ษาตามข้อ 7 เปน็ พนักงานราชการ หรืออัตราจ้างครูพี่เล้ียงเด็กพิการ ตามความเหมาะสมกับจานวนเด็ก
พิการประเภทของความพกิ าร และภาระงานของสถานศึกษานน้ั
20
กรณีมีความจาเป็นท่ีจะยกระดับคุณภาพการศึกษา ซึ่งจะต้องกาหนดกรอบอัตรากาลังต่างไป
จากเกณฑ์นี้ ให้คณะกรรมการศึกษาจังหวัดเสนอเหตุผลความจาเป็นและแนวทางการพัฒนาต่อสานักงาน
คณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน ก่อนเสนอ ก.ค.ศ.พจิ ารณาเป็นกรณี ๆ ไป
เกณฑม์ าตรฐานวชิ าเอกทกี่ าหนดใหม้ ีในสถานศกึ ษาระดบั ปร
จานวนนักเรยี น จานวนครู
1 – 40 คน ตามเกณฑ์ ก.ค.ศ. 1 2 3
41 – 80 คน ภาษาไทย
81 – 119 คน 1 – 4 ประถมศึกษา ปฐมวัย ภาษาไทย
ภาษาไทย
6 ประถมศกึ ษา ปฐมวัย นกั เรียนรว
8 ประถมศกึ ษา ปฐมวัย ภาษาไทย
ระดับการศึกษา คานวณตาม ประถมศึกษา ปฐมวยั ภาษาไทย
ปฐมวยั เกณฑ์ ก.ค.ศ. ประถมศึกษา ปฐมวัย
ประถมศกึ ษา
ขยายโอกาส
ทางการศึกษา
หมายเหตุ 1. หากสถานศึกษาใดไม่มกี ารจดั การเรียนการสอนระดบั ปฐมวยั ใหน้ าส
ประถมศึกษาตามลาดับ
2. สาขาวิชาเอกเพิ่มเติม สามารถกาหนดตามกรอบโครงสร้างเวลาเรียน
โดยจะต้องกาหนดจานวนสาขาวชิ าเอกให้เทา่ กบั จานวนครูตามเกณฑ
21
ระถมศกึ ษา สังกดั สานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาข้ันพนื้ ฐาน
สาขาวชิ าเอกของครูผ้สู อน 7 8
456 เพม่ิ เตมิ
วทิ ยาศาสตร์
คณติ ศาสตร์ ภาษาอังกฤษ วิทยาศาสตร์
คณติ ศาสตร์ ภาษาอังกฤษ สังคมศึกษา
คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ สังคมศกึ ษา
วม 120 ขึ้นไป
คณติ ศาสตร์ ภาษาองั กฤษ สงั คมศกึ ษา วิทยาศาสตร์
เพม่ิ เตมิ
คณติ ศาสตร์ ภาษาอังกฤษ สงั คมศกึ ษา วทิ ยาศาสตร์
สาขาวิชาเอกในลาดับที่ 3 – 8 มากาหนดเปน็ สาขาวชิ าเอกถดั จากสาขาวิชาเอก
ตามหลกั สตู รแกนกลางฯ และหลักสูตรสถานศึกษา เชน่ พลศกึ ษา,ศิลปะ,ดนตรี เป็นต้น
ฑ์ ก.ค.ศ.กาหนด
เกณฑ์มาตรฐานวิชาเอกทกี่ าหนดใหม้ ใี นสถานศกึ ษาระดบั มัธ
จานวนครูผู้สอน จานวน
ตามเกณฑ์ ก.ค.ศ. ภาษาไทย คณิตศาสตร์ ภาษาองั กฤษ สังคมศกึ ษา ม.ต้น(วิทยา
(อตั รา)
ม.ปลาย(วทิ
ฟสิ ิกส,์ เคมี,
12 1 1 1 1 1
24 2 2 2 2 2
36 3 3 3 3 3
48 3 3 3 4 4
60 4 4 4 5 5
72 5 5 5 6 6
84 6 6 6 7 7
96 7 7 7 8 8
108 8 8 89 9
120 8 8 8 10 10
132 9 9 9 11 11
144 10 10 10 12 12
156 10 10 10 13 13
168 11 11 11 14 14
180 12 12 12 15 15
192 13 13 13 16 16
204 13 13 13 17 17
216 14 14 14 18 18
228 15 15 15 19 19
240 15 15 15 20 20
หมายเหตุ - วิชาเอกเพม่ิ เตมิ ใหส้ ถานศึกษากาหนดวชิ าเอกตามกรอบโครงสร้างเวลาเรยี นตา
- การกาหนดจานวนครผู สู้ อนตามมาตรฐานวชิ าเอกในสถานศึกษา ใหก้ าหนดจา
22
ธยมศกึ ษา สังกดั สานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน
นครูผู้สอนและสาขาวิชาเอก
าศาสตร)์ พลศกึ ษา/ ศิลปศึกษา/ การงานอาชีพ/เทคโนโลยี วชิ าเอกเพิ่มเตมิ
ทยท์ ั่วไป, สุขศึกษา ดนตรี/นาฏศิลป์ (คอมพิวเตอร์,คหกรรม,เกษตรกรรม,
,ชวี วิทยา
อตุ สาหกรรม)
111 1 4
211 1 11
322 2 15
422 2 25
533 3 29
633 3 36
744 4 40
844 4 47
955 5 51
05 5 5 61
16 6 6 67
26 6 6 73
36 6 6 80
47 7 7 87
57 7 7 93
68 8 8 100
78 8 8 107
88 8 8 113
99 9 9 120
09 9 9 127
ามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐานและหลักสูตรสถานศกึ ษา
านวนตามเกณฑ์ที่ ก.ค.ศ.กาหนด
23
บทที่ 3
วธิ ดี าเนนิ การ
การศึกษาวจิ ัยในครง้ั น้ี มวี ัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพอตั รากาลงั ข้าราชการครูและบุคลากรทางการ
ศึกษา ของสานักงานเขตพ้นื ท่กี ารศึกษาประถมศึกษานครศรธี รรมราช เขต 3 จงั หวัดนครศรีธรรมราช โดย
งานวจิ ัยคร้ังน้ีเปน็ งานวิจัยเชงิ สารวจ (Surrey Research) เป็นการสารวจสามะโน (Census) เป็นการสารวจ
เพอ่ื รวบรวมข้อมลู จากประชากรกลุม่ เป้าหมายทั้งหมด ไมม่ กี ารสมุ่ ตวั อยา่ งโดยผวู้ จิ ยั ได้ดาเนนิ การศึกษาวิจยั
ตามหัวขอ้ ดังตอ่ ไปนี้
1. ประชากรทใ่ี ชใ้ นการศกึ ษา
2. เครอื่ งมอื ที่ในการเกบ็ รวบรวมข้อมลู
3. การเก็บรวบรวมข้อมูล
4. การวิเคราะห์ข้อมูล
5. สถิติท่ใี ชใ้ นการวิเคราะห์ขอ้ มูล
ประชากรทีใ่ ช้ในการศึกษา
ประชากรทใ่ี ช้ในการศกึ ษาในครัง้ น้ี คอื ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศกึ ษาในสถานศึกษา สงั กดั
สานักงานเขตพ้นื ที่การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 3 จานวน 236 โรงเรียน
เครือ่ งมือทใี่ ชใ้ นการเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู
เคร่ืองมอื ทีใ่ ช้ในการเกบ็ รวบรวมข้อมลู เป็นแบบฟอรม์ สาหรับกรอกรายละเอียด ดงั นี้
1. แบบมาตรฐานวชิ าเอกท่กี าหนดไว้ในสถานศึกษา สงั กดั สานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้
พืน้ ฐาน ประจาปงี บประมาณ พ.ศ.2564 (ใช้ขอ้ มลู 5 มิถนุ ายน 2564 เปน็ ฐานขอ้ มลู )
2. แบบสารวจจานวนครูเกษยี ณอายุราชการ ปี พ.ศ.2564 – 2573 จาแนกตามมาตรฐานวชิ าเอก
3. แบบสารวจจานวนสาขาวิชาเอกท่ขี อทดแทนอตั ราทีข่ าดและเกษยี ณอายรุ าชการ ปี พ.ศ.2564 –
2573
การเก็บรวบรวมข้อมลู
โดยการส่งแบบสาระสาหรับเก็บข้อมูลข้าราชการครูบุคลากรทางการศึกษาไปให้สถานศึกษา ในสังกัด
สานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 3 จานวน 236 โรงเรียน เพ่ือให้โรงเรียน
กรอกข้อมลู ดงั กล่าว และส่งคนื สานักงานเขตพืน้ ที่การศกึ ษาประถมศกึ ษานครศรธี รรมราช เขต 3 เพื่อนาข้อมูล
มาวเิ คราะห์ในขั้นตอนต่อไป
การวเิ คราะหข์ อ้ มลู
การศึกษาวจิ ยั ในคร้งั นี้ ได้ดาเนนิ การเก็บขอ้ มูลที่ได้รบั จากสถานศกึ ษาทง้ั หมด 236 โรงเรยี นมาทาการ
วเิ คราะห์ ในภาพรวมของสานกั งานเขตพ้ืนทกี่ ารศกึ ษา โดยใชโ้ ปรแกรม Microsoft Excel และดาเนินการ
วิเคราะหข์ ้อมลู ดังน้ี
24
1. ตรวจสอบความถูกตอ้ ง สมบูรณ์แบบสารวจท้งั หมด
2. นาขอ้ มลู ทุกแบบกรอกรายละเอียดในแบบ
2.1 แบบมาตรฐานวชิ าเอกทก่ี าหนดไวใ้ นสถานศกึ ษา สังกัดสานักงานคณะกรรมการการศึกษา
ข้ันพื้นฐาน ประจาปีงบประมาณ พ.ศ.2564 (ใช้ข้อมลู 5 มถิ ุนายน 2564 เปน็ ฐานขอ้ มูล)
2.2 แบบสารวจจานวนครเู กษียณอายรุ าชการ ปี พ.ศ.2564 – 2573 จาแนกตามมาตรฐาน
วิชาเอก
2.3 แบบสารวจจานวนสาขาวชิ าเอกที่ขอทดแทนอตั ราท่ีขาดและเกษยี ณอายุราชการ ปี พ.ศ.
2564 – 2573 จาแนกตามมาตรฐานวิชาเอก
สถิตทิ ใ่ี ช้ในการวิเคราะห์ข้อมลู
การศกึ ษาวิจัยในครงั้ นี้ ไดท้ าการวเิ คราะห์ข้อมูล คอื สถิตเิ ชงิ พรรณนา (Descriptive Statistics)
เปน็ การบรรยายลักษณะของกลุ่มขอ้ มูล
25
บทท่ี 4
ผลการวเิ คราะหข์ อ้ มูล
จากการศกึ ษาวจิ ยั ในคร้ังน้ี การจดั ทาแผนอตั รากาลงั ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาใน
สถานศกึ ษา สังกัดสานักงานเขตพ้ืนทก่ี ารศกึ ษาประถมศึกษานครศรธี รรมราช เขต 3 ซ่ึงเปน็ วิจัยเชงิ สารวจ
(Surrey Research) มกี ารวิเคราะห์ข้อมลู ที่ไดด้ ังตอ่ ไปนี้
ตารางที่ 1 มาตรฐานวิชาเอกทกี่ าหนดไว้ในสถานศึกษา สงั กัดสานักงานเขตพื้นทีก่ ารศึกษาประถมศึกษา
นครศรธี รรมราช เขต ๓ ปงี บประมาณ พ.ศ.2564 (ใชข้ ้อมลู 25 มถิ นุ ายน 2564 เป็นฐานข้อมูล)
มาตรฐานวชิ าเอกท่กี าหนดในสถานศกึ ษา
จาแนกรายวิชา/ระบวุ ิชา ตามเกณ ์ฑ ก.ค.ศ. หมายเหตุ
มาตรฐานตาม จ .18
(ลาดับท่ี)
จานวนค ูร –ขาด/+เ ิกน
ตามมาตรฐาน ิวชาเอก
ปฐมวัย 279 147 - 132 1
ภาษาไทย 2
ภาษาอังกฤษ 277 202 - 75 3
คณติ ศาสตร์ 4
วิทยาศาสตร์ท่ัวไป 259 193 - 66 5
สังคมศกึ ษา 6
ประถมศึกษา 269 208 - 61 7
พลศกึ ษา 8
ศิลปะ 195 140 - 55 9
คอมพิวเตอร์ 10
ดนตรีศึกษา 169 116 - 53 11
ดนตรีไทย 12
ดนตรีสากล 257 207 - 50 13
ทศั นศิลป์ 14
นาฏศิลป์ 74 33 - 41 15
ภาษาจนี 16
อุตสาหกรรมศลิ ป์ 31 9 - 22 17
ภาษาฝร่งั เศส 18
เคมี 76 59 - 17 19
11 1 - 10
8 2 -6
9 4 -5
4 1 -3
23 20 -3
2 1 -1
5 6 +1
0 1 +1
1 3 +2
26
มาตรฐานวชิ าเอกท่กี าหนดในสถานศึกษา
จาแนกรายวชิ า/ระบุวิชา ตามเกณ ์ฑ ก.ค.ศ. หมายเหตุ
มาตรฐานตาม จ .18
(ลาดบั ท)ี่
จานวนค ูร –ขาด/+เ ิกน
ตามมาตรฐาน ิวชาเอก
ฟสิ ิกส์ 0 2 +2 20
การเงนิ และพัสดุ 0 2 +2 21
โสตทัศนศกึ ษา 2 4 +2 22
ชวี วทิ ยา 0 3 +3 23
วดั ผลการศึกษา 4 7 +3 24
จติ วิทยาแนะแนว 6 13 +7 25
สุขศึกษา 21 29 +8 26
บรรณารักษ์ 6 18 + 12 27
เกษตรกรรม 19 31 + 12 28
คหกรรมศาสตร์ 13 26 + 13 29
อ่นื ๆ 16 39 + 23 30
ตาแหน่งวา่ ง 0 83 + 83 31
ดรุ ยิ างคศิลป์ 1 1 0 32
ภาษาเยอรมนั 0 0 0 33
ภาษารัฐเซยี 0 0 0 34
ภาษาเกาหลี 0 0 0 35
ภาษาญปี่ ุน่ 0 0 0 36
ภาษามลายู 0 0 0 37
ภาษาเมยี นมาร์ 0 0 0 38
ภาษาเวยี ดนาม 0 0 0 39
ภาษาเขมร 0 0 0 40
ภาษาอาหรับ 0 0 0 41
การศกึ ษาพเิ ศษ 0 0 0 42
การงานพ้นื ฐานอาชพี 0 0 0 43
2,037 1,611 426
รวมทงั้ สนิ้
27
จากตารางท่ี 1 แสดงว่าสานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต ๓ มีอัตรากาลัง
ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา แผนอัตรากาลัง 10 ปี ( พ.ศ.2564 – พ.ศ.2573) ตามข้อมูล
มาตรฐานวิชาเอกที่กาหนดไว้ในสถานศึกษา ตามเกณฑ์ ก.ค.ศ.กาหนด และมาตรฐานวิชา เอก ตาม จ.18
ในสถานศกึ ษา และจานวนครู – ขาด/+เกิน ตามมาตรฐานวิชาเอกในสถานศึกษา จาแนกตามรายวิชา สามารถ
สรุปได้ ดังนี้ วิชาประถมศึกษา มาตรฐานวิชาเอกตาม ก.ค.ศ.กาหนด จานวน 257 อัตรา มาตรฐานวิชาเอก
ตาม จ.18 จานวน 207 อัตรา ครู –ขาด จานวน - 50 อัตรา วิชาปฐมวัย มาตรฐานวิชาเอกตาม ก.ค.ศ.
กาหนด จานวน 279 อัตรา มาตรฐานวิชาเอก ตาม จ.18 จานวน 147 อัตรา ครู –ขาด จานวน - 132
อัตรา วิชาภาษาไทย มาตรฐานวิชาเอกตาม ก.ค.ศ.กาหนด จานวน 277 อัตรา มาตรฐานวิชาเอก
ตาม จ.18 จานวน 202 อตั รา ครู –ขาด จานวน - 75 อัตรา วิชาคณิตศาสตร์ มาตรฐานวิชาเอกตาม ก.ค.ศ.
กาหนด จานวน 269 อตั รา มาตรฐานวิชาเอก ตาม จ.18 จานวน 208 อตั รา ครู –ขาด จานวน - 61 อัตรา
วิชาภาษาอังกฤษ มาตรฐานวิชาเอกตาม ก.ค.ศ.กาหนด จานวน 259 อัตรา มาตรฐานวิชาเอก ตาม จ.18
จานวน 193 อัตรา ครู –ขาด จานวน - 66 อัตรา วิชาสังคมศึกษา มาตรฐานวิชาเอกตาม ก.ค.ศ.กาหนด
จานวน 169 อัตรา มาตรฐานวิชาเอก ตาม จ.18 จานวน 116 อัตรา ครู –ขาด จานวน - 53 อัตรา
วชิ าวทิ ยาศาสตร์ทั่วไป มาตรฐานวิชาเอกตาม ก.ค.ศ.กาหนด จานวน 195 อัตรา มาตรฐานวิชาเอก ตาม จ.18
จานวน 140 อัตรา ครู – ขาด จานวน - 55 อัตรา วิชาฟิสิกส์ มาตรฐานวิชาเอกตาม ก.ค.ศ.กาหนด จานวน
0 อัตรา มาตรฐานวิชาเอก ตาม จ.18 จานวน 2 อัตรา ครู + เกิน จานวน + 2 อัตรา วิชาเคมี มาตรฐาน
วิชาเอกตาม ก.ค.ศ.กาหนด จานวน 1 อัตรา มาตรฐานวิชาเอก ตาม จ.18 จานวน 3 อัตรา ครู +เกิน จานวน
+ 2 อัตรา วิชาชวี วทิ ยา มาตรฐานวิชาเอกตาม ก.ค.ศ.กาหนด จานวน 0 อัตรา มาตรฐานวิชาเอก ตาม จ.18
จานวน 3 อัตรา ครู + เกิน จานวน +3 อัตรา วิชาสุขศึกษา มาตรฐานวิชาเอกตาม ก.ค.ศ.กาหนด จานวน
21 อัตรา มาตรฐานวิชาเอก ตาม จ.18 จานวน 29 อัตรา ครู +เกิน จานวน + 8 อัตรา วิชาพลศึกษา
มาตรฐานวิชาเอกตาม ก.ค.ศ.กาหนด จานวน 74 อัตรา มาตรฐานวิชาเอก ตาม จ.18 จานวน 33 อัตรา
ครู –ขาด จานวน - 41 อัตรา วิชาศิลปะ มาตรฐานวิชาเอกตาม ก.ค.ศ.กาหนด จานวน 31 อัตรา มาตรฐาน
วิชาเอก ตาม จ.18 จานวน 9 อัตรา ครู –ขาด จานวน - 22 อัตรา วิชาทัศนศิลป์ มาตรฐานวิชาเอกตาม
ก.ค.ศ.กาหนด จานวน 4 อัตรา มาตรฐานวิชาเอก ตาม จ.18 จานวน 1 อัตรา ครู –ขาด จานวน - 3 อัตรา
วิชาดนตรศี กึ ษา มาตรฐานวิชาเอกตาม ก.ค.ศ.กาหนด จานวน 11 อัตรา มาตรฐานวิชาเอก ตาม จ.18 จานวน
1 อัตรา ครู –ขาด จานวน - 10 อตั รา วิชาดนตรีสากล มาตรฐานวิชาเอกตาม ก.ค.ศ.กาหนด จานวน 9 อัตรา
มาตรฐานวชิ าเอก ตาม จ.18 จานวน 4 อัตรา ครู –ขาด จานวน - 5 อัตรา วิชาดนตรีไทย มาตรฐานวิชาเอก
ตาม ก.ค.ศ.กาหนด จานวน 8 อัตรา มาตรฐานวิชาเอก ตาม จ.18 จานวน 2 อัตรา ครู –ขาด จานวน
- 6 อัตรา วิชาดุริยางศิลป์ มาตรฐานวชิ าเอกตาม ก.ค.ศ.กาหนด จานวน 1 อตั รา มาตรฐานวิชาเอก ตาม จ.18
จานวน 1 อัตรา ครู –ขาด / + เกิน จานวน 0 อัตรา วิชานาฏศิลป์ มาตรฐานวิชาเอกตาม ก.ค.ศ.กาหนด
จานวน 23 อัตรา มาตรฐานวิชาเอก ตาม จ.18 จานวน 20 อัตรา ครู –ขาด จานวน - 3 อัตรา
วิชาคอมพิวเตอร์ มาตรฐานวิชาเอกตาม ก.ค.ศ.กาหนด จานวน 76 อัตรา มาตรฐานวิชาเอก ตาม จ.18
จานวน 59 อัตรา ครู –ขาด จานวน - 17 อัตรา วิชาเกษตรกรรม มาตรฐานวิชาเอกตาม ก.ค.ศ.กาหนด
จานวน 19 อัตรา มาตรฐานวิชาเอก ตาม จ.18 จานวน 31 อัตรา ครู + เกิน จานวน + 12 อัตรา
วิชาคหกรรมศาสตร์ มาตรฐานวิชาเอกตาม ก.ค.ศ.กาหนด จานวน 13 อัตรา มาตรฐานวิชาเอก ตาม จ.18
จานวน 26 อัตรา ครู +เกิน จานวน + 13 อัตรา วิชาอุตสาหกรรมศิลป์ มาตรฐานวิชาเอกตาม ก.ค.ศ.
กาหนด จานวน 5 อัตรา มาตรฐานวิชาเอก ตาม จ.18 จานวน 6 อัตรา ครู + เกิน จานวน + 1 อัตรา
28
วิชาภาษาฝร่ังเศส มาตรฐานวิชาเอกตาม ก.ค.ศ.กาหนด จานวน 0 อัตรา มาตรฐานวิชาเอก
ตาม จ.18 จานวน 1 อัตรา ครู + เกิน จานวน +1 อัตรา วิชาภาษาจีน มาตรฐานวิชาเอกตาม ก.ค.ศ.
กาหนด จานวน 2 อัตรา มาตรฐานวิชาเอก ตาม จ.18 จานวน 1 อัตรา ครู -ขาด จานวน - 1 อัตรา
วิชาวัดผลการศึกษา มาตรฐานวิชาเอกตาม ก.ค.ศ.กาหนด จานวน 4 อัตรา มาตรฐานวิชาเอก ตาม จ.18
จานวน 7 อัตรา ครู + เกิน จานวน + 3 อัตรา วิชาบรรณารักษ์ มาตรฐานวิชาเอกตาม ก.ค.ศ.กาหนด
จานวน 6 อัตรา มาตรฐานวิชาเอก ตาม จ.18 จานวน 18 อัตรา ครู + เกิน จานวน + 12 อัตรา
วิชาจิตวิยาแนะแนว มาตรฐานวิชาเอกตาม ก.ค.ศ.กาหนด จานวน 6 อัตรา มาตรฐานวิชาเอก ตาม
จ.18 จานวน 13 อตั รา ครู + เกนิ จานวน + 7 อัตรา วชิ าการเงนิ และพัสดุ มาตรฐานวิชาเอกตาม ก.ค.ศ.
กาหนด จานวน 0 อัตรา มาตรฐานวิชาเอก ตาม จ.18 จานวน 2 อัตรา ครู + เกิน จานวน + 2 อัตรา
วิชาอื่น ๆ มาตรฐานวิชาเอกตาม ก.ค.ศ.กาหนด จานวน 0 อัตรา มาตรฐานวิชาเอก ตาม จ.18 จานวน
83 อัตรา ครู + เกิน จานวน + 83 อัตรา
29
ตารางท่ี 2 จานวนครูเกษยี ณอายุราชการ ปี 2564 - 2573 จาแนกตามมาตรฐานวิชาเอก
จาแนกรายวชิ า/ระบุ ปี พ.ศ. รวม
ท้ังสิน้
วชิ า 2564 ลาดับ
ทีส่ อนมากทสี่ ุด 2565 ท่ี
2566
2567
2568
2569
2570
2571
2572
2573
ประถมศกึ ษา 27 26 16 13 12 5 4 6 7 5 121 1
ภาษาไทย 19 9 15 8 4 3 3 4 4 3 72 2
สงั คมศกึ ษา 15 12 10 11 0 5 2 1 5 2 63 3
คณติ ศาสตร์ 16 5 9 3 3 2 2 3 1 6 50 4
วิทยาศาสตรท์ ัว่ ไป 8 7 11 5 2 0 3 3 1 2 42 5
อนื่ ๆ 7 9 5 5 4 3 1 1 1 0 36 6
เกษตรกรรม 9 8 12 0 1 0 2 1 0 0 33 7
ภาษาอังกฤษ 6 4 4 6 1 0 2 1 2 2 28 8
ปฐมวัย 9 1 1 2 6 0 1 1 2 3 26 9
พลศึกษา 3 4 4 2 5 2 2 0 1 0 23 10
สขุ ศึกษา 4 4 6 0 2 4 1 0 0 0 21 11
คหกรรมศาสตร์ 1 5 3 5 2 1 0 0 2 0 19 12
บรรณารกั ษ์ 3 4 7 0 2 1 0 0 2 0 19 13
จิตวิทยาแนะแนว 4 2 0 1 3 0 1 0 0 2 13 14
นาฏศิลป์ 4 1 1 0 1 2 0 0 0 1 10 15
วัดผลการศึกษา 0 1 1 1 0 0 0 1 1 0 5 16
อตุ สาหกรรมศิลป์ 1 1 1 1 0 0 1 0 0 0 5 17
ฟสิ ิกส์ 0 0 3 0 0 0 0 0 0 0 3 18
ชวี วิทยา 0 0 2 0 0 1 0 0 0 0 3 19
โสตทัศนศกึ ษา 1 0 0 0 1 0 0 1 0 0 3 20
ศลิ ปะ 1 1 0 0 0 0 0 0 0 0 2 21
คอมพิวเตอร์ 0 0 1 1 0 0 0 0 0 0 2 22
ดนตรศี ึกษา 0 0 0 0 0 0 0 0 1 0 1 23
ภาษาฝรง่ั เศส 0 0 0 1 0 0 0 0 0 0 1 24
การเงนิ /พสั ดุ 1 0 0 0 0 0 0 0 0 0 1 25
เคมี 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 26
ทัศนศิลป์ 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 27
ดนตรีสากล 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 28
ดนตรไี ทย 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 29
30
จาแนกรายวิชา/ระบุ ปี พ.ศ. รวม ลาดับ
ท้งั ส้ิน ท่ี
วิชา 2564
ทส่ี อนมากท่ีสดุ 2565
2566
2567
2568
2569
2570
2571
2572
2573
ดุริยางคศลิ ป์ 0 0 0 0 0 0 00 0 0 0 30
ภาษาเยอรมัน 0 0 0 0 0 0 00 0 0 0 31
ภาษารฐั เซยี 0 0 0 0 0 0 00 0 0 0 32
ภาษาจนี 0 0 0 0 0 0 00 0 0 0 33
ภาษาเกาหลี 0 0 0 0 0 0 00 0 0 0 34
ภาษาญ่ปี นุ่ 0 0 0 0 0 0 00 0 0 0 35
ภาษามลายู 0 0 0 0 0 0 00 0 0 0 36
ภาษาเมียนมาร์ 0 0 0 0 0 0 00 0 0 0 37
ภาษาเวียดนาม 0 0 0 0 0 0 00 0 0 0 38
ภาษาเขมร 0 0 0 0 0 0 00 0 0 0 39
ภาษาอาหรับ 0 0 0 0 0 0 00 0 0 0 40
ตาแหนง่ วา่ ง 0 0 0 0 0 0 00 0 0 0 41
การศกึ ษาพเิ ศษ 0 0 0 0 0 0 00 0 0 0 42
การงานพนื้ ฐานอาชีพ 0 0 0 0 0 0 00 0 0 0 43
139 104 112 65 49 29 25 23 30 26 602
รวมทั้งสน้ิ
จากตารางท่ี 2 แสดงว่า จานวนขา้ ราชการครเู กษียณอายุราชการ ปี พ.ศ.2564 - 2573
จาแนกตามมาตรฐานวชิ าเอก โดยเรียงลาดับจากมากไปหานอ้ ย ดังนี้
ข้าราชการครูที่เกษียณอายุราชการ ตามแผนอัตรากาลังข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
ในสถานศึกษา 10 ปี จานวนท้ังสิ้น 602 ราย จาแนกตามมาตรฐานวิชาเอก ซึ่งวิชาเอกท่ีมากที่สุด คือ
วิชาเอกประถมศึกษา จานวน 121 ราย ลาดับที่ 2 วิชาเอกภาษาไทย จานวน 72 ราย ลาดับท่ี 3 วิชาเอก
สงั คมศกึ ษา จานวน 63 ราย ลาดับรองลงมา คือ วิชาเอกคณิตศาสตร์ จานวน 50 ราย วิชาเอกวิทยาศาสตร์
ท่วั ไป 42 ราย วชิ าเอกอืน่ ๆ จานวน 36 ราย วชิ าเอกเกษตรกรรม จานวน 33 วิชาเอกภาษาอังกฤษ จานวน
28 ราย วิชาเอกปฐมวัย จานวน 26 ราย วิชาเอกพลศกึ ษา จานวน 23 ราย วชิ าเอกสุขศึกษา จานวน 21 ราย
วชิ าเอกคหกรรมศาสตร์และบรรณารกั ษ์ จานวน 19 ราย วิชาเอกจิตวิทยาแนะแนว จานวน 13 ราย วิชาเอก
นาฏศลิ ป์ จานวน 10 ราย วิชาเอกวดั ผลการศกึ ษาและวิชาเอกอตุ สาหกรรมศิลป์ จานวน 5 ราย วิชาเอกฟิสิกส์
วิชาเอกชีววิทยา และวิชาเอกโสตทัศนศึกษา จานวน 3 ราย และวิชาเอกที่น้อยท่ีสุด คือ วิชาเอกศิลปะ
คอมพิวเตอร์ ดนตรศี กึ ษา ภาษาฝร่ังเศส และวชิ าเอกการเงนิ /พสั ดุ ตามลาดับ
31
ตารางที่ 3 จานวนสาขาวชิ าเอกทขี่ อทดแทนอตั ราทขี่ าดและเกษยี ณอายรุ าชการ ปี พ.ศ.2564 – 2573
ปี พ.ศ.
จาแนกรายวชิ า/ระบุ 2564 รวม ลาดบั ท่ี
วิชา 2565 ทัง้ ส้นิ
2566
ทสี่ อนมากที่สดุ 2567
2568
2569
2570
2571
2572
2573
ประถมศกึ ษา 98 23 10 11 7 5 5 5 4 2 170 1
ปฐมวัย 117 8 13 3 8 2 2 2 3 1 159 2
ภาษาไทย 88 13 10 10 4 3 3 5 5 3 144 3
คณติ ศาสตร์ 80 15 15 3 4 2 1 3 1 4 128 4
ภาษาอังกฤษ 72 12 5 5 6 1 1 2 0 0 104 5
วทิ ยาศาสตร์ท่วั ไป 50 12 12 4 4 3 1 1 1 1 90 6
สังคมศกึ ษา 43 8 13 14 1 0 1 1 4 1 86 7
พลศกึ ษา 21 9 6 2 4 3 0 2 0 0 47 8
คอมพิวเตอร์ 16 10 2 2 0 0 0 0 1 0 31 9
ศิลปะ 4 1 1 0 2 1 0 0 2 1 12 10
สขุ ศึกษา 3 0 3 0 2 1 0 0 0 0 9 11
เกษตรกรรม 3 2 3 1 0 0 0 0 0 0 9 12
นาฏศิลป์ 2 3 3 0 0 0 1 0 0 0 9 13
ดนตรศี กึ ษา 5 0 0 0 0 0 0 0 0 0 5 14
คหกรรมศาสตร์ 0 3 1 1 0 0 0 0 0 0 5 15
อ่ืน ๆ 2 1 0 0 0 1 0 0 0 0 4 16
บรรณารักษ์ 1 1 0 0 1 0 0 0 0 0 3 17
ฟิสกิ ส์ 0 0 1 0 0 0 0 1 0 0 2 18
ดนตรีสากล 2 0 1 0 0 0 0 0 0 0 2 19
ดนตรีไทย 1 0 1 0 0 0 0 0 0 0 2 20
ดุรยิ างคศลิ ป์ 0 0 0 0 0 0 0 1 0 0 1 21
ภาษาจนี 0 0 0 0 0 0 0 1 0 0 1 22
ทัศนศิลป์ 0 0 0 0 0 0 0 0 0 1 1 23
วัดผลการศกึ ษา 0 0 0 0 0 0 0 0 1 0 1 24
จติ วิทยาแนะแนว 0 0 0 0 1 0 0 0 0 0 1 25
เคมี 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 26
ชวี วิทยา 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 27
32
จาแนกรายวิชา/ระบุ ปี พ.ศ.
วชิ า 2564 รวม ลาดบั ท่ี
ท่ีสอนมากทีส่ ุด 2565 ทั้งสิ้น
2566
2567
2568
2569
2570
2571
2572
2573
อตุ สาหกรรมศิลป์ 0 0 0000 0 000 0 28
ภาษาฝรงั่ เศส 0 0 0000 0 000 0 29
ภาษาเยอรมัน 0 0 0000 0 000 0 30
ภาษารฐั เซยี 0 0 0000 0 000 0 31
ภาษาเกาหลี 0 0 0000 0 000 0 32
ภาษาญป่ี ุน่ 0 0 0000 0 000 0 33
ภาษามลายู 0 0 0000 0 000 0 34
ภาษาเมียนมาร์ 0 0 0000 0 000 0 35
ภาษาเวยี ดนาม 0 0 0000 0 000 0 36
ภาษาเขมร 0 0 0000 0 000 0 37
ภาษาอาหรับ 0 0 0000 0 000 0 38
โสตทัศนศกึ ษา 0 0 0000 0 000 0 39
การเงิน/พัสดุ 0 0 0000 0 000 0 40
ตาแหนง่ วา่ ง 0 0 0 0 0 0 00 0 0 0 41
การศกึ ษาพิเศษ 0 0 0 0 0 0 00 0 0 0 42
การงานพน้ื ฐานอาชพี 0 0 0 0 0 0 00 0 0 0 43
608 121 99 56 44 22 16 23 22 13 1,024
รวมทัง้ ส้นิ
จากตารางที่ 3 แสดงว่า จานวนขา้ ราชการครูเกษยี ณอายรุ าชการ ปี พ.ศ.2564 – 2573
จาแนกตามวิชาเอกที่ขอทดแทนอตั ราที่ขาดและเกษียณอายุราชการ เรียงลาดับจากมากไปหานอ้ ย ดงั น้ี
ข้าราชการครูท่ีเกษียณอายุราชการ ปี พ.ศ.2564 – 2573 ตามแผนอัตรากาลังข้าราชการครู
และบคุ ลากรทางการศึกษาในสถานศกึ ษา 10 ปี จานวนท้ังสิน้ 1,024 อัตรา จาแนกตามวิชาเอกท่ีขอทดแทน
อัตราท่ขี าดและเกษียณอายุราชการ วิชาเอกที่ขอทดแทนมากที่สุด คือ วิชาประถมศึกษา จานวน 170 อัตรา
รองลงมาวิชาเอกท่ีขอทดแทนมากท่ีสุด คือ วิชาปฐมวัย จานวน 159 อัตรา วิชาภาษาไทย 144 อัตรา
วิชาคณิตศาสตร์ จานวน 128 อัตรา วิชาภาษาอังกฤษ จานวน 104 อัตรา วิชาวิทยาศาสตร์ท่ัวไป
จานวน 90 อัตรา วิชาสังคมศึกษา จานวน 86 อัตรา วิชาพลศึกษา จานวน 47 อัตรา วิชาคอมพิวเตอร์
จานวน 31 อัตราวิชาศิลปะ จานวน 12 อัตรา วิชาสุขศึกษา วิชาเกษตรกรรม และวิชานาฏศิลป์
จานวน 9 อัตรา วิชาดนตรีศึกษา วิชาคหกรรมศาสตร์ จานวน 5 อัตรา วิชาอ่ืน ๆ จานวน 4 อั ตรา
วชิ าบรรณารักษ์ จานวน 3 อัตรา วชิ าฟิสิกส์ วิชาดนตรีสากล วิชาดนตรีไทย จานวน 2 อัตรา และวิชาเอกท่ีขอ
ทดแทนอตั ราท่ขี าดและเกษยี ณอายุราชการขอทดแทนน้อยท่ีสุด วิชาดุริยางคศิลป์ วิชาภาษาจีน วิชาทัศนศิลป์
วิชาวัดผลการศกึ ษา และวชิ าจติ วทิ ยาแนะแนว จานวน 1 อัตรา
33
บทท่ี 5
สรปุ ผล อภปิ รายผล และขอ้ เสนอแนะ
การศกึ ษาวจิ ัย เรื่อง แผนอัตรากาลังข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสถานศึกษา
10 ปี (พ.ศ.2564 – 2573) สังกัดสานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 3
นาเสนอออกเป็น 3 ตอน คือ สรุปผล อภปิ รายผล และขอ้ เสนอแนะ
สรุปผล
ประชากร คือ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสถานศึกษา สังกัดสานักงานเขต
พ้ืนที่การศึกษาประถมศกึ ษานครศรีธรรมราช เขต 3 จานวน 1,611 คน เครื่องมือที่ใช้ในการจัดเก็บข้อมูล
ประกอบด้วย แบบสารวจ จานวน 3 แบบ คือ แบบที่ 1 แบบสารวจมาตรฐานวิชาเอกที่กาหนดไว้ใน
สถานศึกษา โดยใช้ข้อมูล 25 มิถุนายน 2564 เป็นฐานข้อมูล แบบที่ 2 แบบสารวจจานวนครูเกษียณอายุ
ราชการ ปี พ.ศ.2564 – 2573 จาแนกตามมาตรฐานวิชาเอก และแบบท่ี 3 แบบสารวจจานวนสาขาวิชาเอก
ที่ขอทดแทนอตั ราทขี่ าดและเกษยี ณอายรุ าชการ ปี พ.ศ.2564 – 2573
การศึกษาวิจัยครั้งน้ีเป็นการวิจัยเชิงสารวจ (Surrey Research) เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยการ
ใช้แบบสารวจข้อมูลจากประชากรกลุ่มเป้าหมายทั้งหมด ไม่มีการสุ่มตัวอย่าง การวิเคราะห์เป็นการบรรยาย
ลักษณะของกลุ่มขอ้ มูล
อภิปรายผล
จากผลการศึกษาวิจัย เรื่อง แผนอัตรากาลังข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาใน
สถานศกึ ษา ปีงบประมาณ 2564 สังกัดสานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษานคศรีธรรมราช เขต 3 ทา
ให้ทราบถึงสภาพอัตรากาลงั ครูและบคุ ลากรทางการศึกษาในสถานศึกษา ดงั นี้
1. จานวนครแู ละบุคลากรทางการศึกษา สงั กดั สานกั งานเขตพ้นื ทก่ี ารศึกษาประถมศกึ ษา
นครศรีธรรมราช เขต 3 เมื่อจาแนกตามปีงบประมาณ 2564 ปรากฏว่า มีจานวนครูตาม จ. 18 จานวน
1,851 คน ขาดเกณฑ์ 426 คน ครูเกษยี ณอายรุ าชการ จานวน 139 ราย ครูไปชว่ ยราชการ 6 คน ครูมาช่วย
ราชการ 6 คน พนกั งานราชการ(ตาแหน่งครผู สู้ อน จานวน 23 คน, ตาแหน่งนักจิตวิทยา 1 คน) และอัตราจ้าง
(ครูผ้สู อน 93 คน จงึ ตอ้ งมีการดาเนินการสรรหาทดแทนตามสาขาวิชาท่ีครูเกษียณอายุราชการ โดยการรับย้าย
หรือดาเนนิ การสอบบรรจแุ ละแตง่ ตัง้ เพื่อให้อัตรากาลังข้าราชการครูและบุคลากรทางการศกึ ษา มคี วามเพียงพอ
และสัมพันธ์กับจานวนนักเรียน ซึ่งการวางแผนกาลังคนจะช่วยลดปัญหาการขาดแคลนอัตรากาลังในองค์กร
ได้เป็นอย่างดี
2. จานวนอัตรากาลังข้าราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศึกษา ตามขอ้ มูลมาตรฐานวชิ าเอกท่ี
กาหนดในสถานศึกษา สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 3 มีอัตรากาลัง
ขา้ ราชการครแู ละบุคลากรทางการศึกษา ตามแผนอัตรากาลงั 10 ปี (พ.ศ.2564 – 2573)
2.1 จากตารางท่ี 1 ข้อมูลมาตรฐานวิชาเอกท่ีกาหนดไว้ในสถานศึกษา ตามเกณฑ์
ก.ค.ศ.กาหนดและมาตรฐานวิชาเอกตาม จ.18 ในสถานศึกษาและจานวนครู - ขาด/+ เกิน ตามมาตรฐาน
วิชาเอก ในสถานศึกษา จาแนกตามรายวิชา สามารถสรุปได้ดังนี้ วิชาเอกประถมศึกษา ตามมาตรฐานวิชาเอก
ตาม ก.ค.ศ.กาหนด มากทีส่ ุด จานวน 257 อัตรา มาตรฐานวชิ าเอกตาม จ.18 จานวน 207 อัตรา
34
จานวนครู - ขาด จานวน - 50 อัตรา รองลงมาวิชาปฐมวัย มาตรฐานวิชาเอกตาม ก.ค.ศ.กาหนด จานวน
279 อัตรา มาตรฐานวิชาเอก ตาม จ.18 จานวน 147 อัตรา ครู - ขาด จานวน - 132 อัตรา วิชา
ภาษาไทย มาตรฐานวิชาเอกตาม ก.ค.ศ.กาหนด จานวน 277 อัตรา มาตรฐานวิชาเอก ตาม จ.18 จานวน
202 อตั รา ครู - ขาด จานวน - 75 อัตรา วิชาคณติ ศาสตร์ มาตรฐานวิชาเอกตาม ก.ค.ศ.กาหนด จานวน 269
อัตรา มาตรฐานวิชาเอก ตาม จ.18 จานวน 208 อัตรา ครู - ขาด จานวน - 61 อัตรา วิชาภาษาอังกฤษ
มาตรฐานวชิ าเอกตาม ก.ค.ศ.กาหนด จานวน 259 อัตรา มาตรฐานวิชาเอก ตาม จ.18 จานวน 193 อัตรา
ครู - ขาด จานวน - 66 อัตรา วิชาสังคมศึกษา มาตรฐานวิชาเอกตาม ก.ค.ศ.กาหนด จานวน 169 อัตรา
มาตรฐานวิชาเอก ตาม จ.18 จานวน 116 อัตรา ครู - ขาด จานวน - 53 อัตรา วิชาวิทยาศาสตร์ท่ัวไป
มาตรฐานวิชาเอกตาม ก.ค.ศ.กาหนด จานวน 195 อัตรา มาตรฐานวิชาเอก ตาม จ.18 จานวน 140 อัตรา
ครู - ขาด จานวน - 55 อัตรา วิชาฟิสิกส์ มาตรฐานวิชาเอกตาม ก.ค.ศ.กาหนด จานวน 0 อัตรา มาตรฐาน
วิชาเอก ตาม จ.18 จานวน 2 อัตรา ครู + เกิน จานวน + 2 อัตรา วิชาเคมี มาตรฐานวิชาเอกตาม ก.ค.ศ.
กาหนด จานวน 1 อัตรา มาตรฐานวิชาเอก ตาม จ.18 จานวน 3 อัตรา ครู +เกิน จานวน + 2 อัตรา
วิชาชีววิทยา มาตรฐานวิชาเอกตาม ก.ค.ศ.กาหนด จานวน 0 อัตรา มาตรฐานวิชาเอก ตาม จ.18 จานวน
3 อัตรา ครู + เกิน จานวน +3 อัตรา วิชาสุขศึกษา มาตรฐานวิชาเอกตาม ก.ค.ศ.กาหนด จานวน 21 อัตรา
มาตรฐานวิชาเอก ตาม จ.18 จานวน 29 อัตรา ครู +เกิน จานวน+ 8 อัตรา วิชาพลศึกษา ม าตรฐาน
วิชาเอกตาม ก.ค.ศ.กาหนด จานวน 74 อัตรา มาตรฐานวิชาเอก ตาม จ.18 จานวน 33 อัตรา ครู - ขาด
จานวน - 41 อัตรา วิชาศิลปะ มาตรฐานวิชาเอกตาม ก.ค.ศ.กาหนด จานวน 31 อัตรา มาตรฐานวิชาเอก
ตาม จ.18 จานวน 9 อัตรา ครู - ขาด จานวน - 22 อัตรา วิชาทัศนศิลป์ มาตรฐานวิชาเอกตาม ก.ค.ศ.
กาหนด จานวน 4 อัตรา มาตรฐานวิชาเอก ตาม จ.18 จานวน 1 อัตรา ครู - ขาด จานวน - 3 อัตรา วิชา
ดนตรีศึกษา มาตรฐานวิชาเอกตาม ก.ค.ศ.กาหนด จานวน 11 อัตรา มาตรฐานวิชาเอก ตาม จ.18 จานวน
1 อัตรา ครู - ขาด จานวน - 10 อตั รา วชิ าดนตรีสากล มาตรฐานวิชาเอก ตาม ก.ค.ศ.กาหนด จานวน 9 อัตรา
มาตรฐานวิชาเอก ตาม จ.18 จานวน 4 อัตรา ครู - ขาด จานวน - 5 อัตรา วิชาดนตรีไทย มาตรฐานวิชาเอก
ตาม ก.ค.ศ.กาหนด จานวน 8 อัตรา มาตรฐานวิชาเอก ตาม จ.18 จานวน 2 อัตรา ครู - ขาด จานวน
- 6 อัตรา วิชาดุริยางศิลป์ มาตรฐานวิชาเอกตาม ก.ค.ศ.กาหนด จานวน 1 อัตรา มาตรฐานวิชาเอก ตาม
จ.18 จานวน 1 อัตรา ครู - ขาด/+ เกิน จานวน 0 อัตรา วิชานาฏศิลป์ มาตรฐานวิชาเอกตาม ก.ค.ศ.
กาหนด จานวน 23 อัตรา มาตรฐานวิชาเอก ตาม จ.18 จานวน 20 อัตรา ครู - ขาด จานวน - 3 อัตรา
วิชาคอมพิวเตอร์ มาตรฐานวิชาเอกตาม ก.ค.ศ.กาหนด จานวน 76 อัตรา มาตรฐานวิชาเอก ตาม จ.18
จานวน 59 อัตรา ครู - ขาด จานวน - 17 อัตรา วิชาเกษตรกรรม มาตรฐานวิชาเอกตาม ก.ค.ศ.กาหนด
จานวน 19 อัตรา มาตรฐานวิชาเอก ตาม จ.18 จานวน 31 อัตรา ครู + เกิน จานวน + 12 อัตรา
วิชาคหกรรมศาสตร์ มาตรฐานวิชาเอกตาม ก.ค.ศ.กาหนด จานวน 13 อัตรา มาตรฐานวิชาเอก ตาม จ.18
จานวน 26 อตั รา ครู +เกิน จานวน + 13 อัตรา วิชาอุตสาหกรรมศิลป์ มาตรฐานวิชาเอกตาม ก.ค.ศ.กาหนด
จานวน 5 อัตรา มาตรฐานวิชาเอก ตาม จ.18 จานวน 6 อัตรา ครู + เกิน จานวน + 1 อัตรา วิชาภาษา
ฝรั่งเศส มาตรฐานวิชาเอกตาม ก.ค.ศ.กาหนด จานวน 0 อัตรา มาตรฐานวิชาเอก ตาม จ.18 จานวน
1 อตั รา ครู + เกนิ จานวน +1 อตั รา วิชาภาษาจีน มาตรฐานวิชาเอกตาม ก.ค.ศ.กาหนด จานวน 2 อัตรา
มาตรฐานวิชาเอก ตาม จ.18 จานวน 1 อัตรา ครู -ขาด จานวน - 1 อัตรา วิชาวัดผลการศึกษา มาตรฐาน
วิชาเอกตาม ก.ค.ศ.กาหนด จานวน 4 อัตรา มาตรฐานวิชาเอก ตาม จ.18 จานวน 7 อัตรา ครู + เกิน
35
จานวน + 3 อัตรา วชิ าบรรณารักษ์ มาตรฐานวิชาเอกตาม ก.ค.ศ.กาหนด จานวน 6 อตั รา มาตรฐานวิชาเอก
ตาม จ.18 จานวน 18 อัตรา ครู + เกิน จานวน + 12 อัตรา วิชาจิตวิยาแนะแนว มาตรฐานวิชาเอกตาม
ก.ค.ศ.กาหนด จานวน 6 อัตรา มาตรฐานวิชาเอก ตาม จ.18 จานวน 13 อัตรา ครู + เกิน จานวน + 7
อัตรา วิชาการเงินและพัสดุ มาตรฐานวิชาเอกตาม ก.ค.ศ.กาหนด จานวน 0 อัตรา มาตรฐานวิชาเอก ตาม จ.
18 จานวน 2 อัตรา ครู + เกิน จานวน + 2 อัตรา วิชาอ่ืน ๆ มาตรฐานวิชาเอก ตาม ก.ค.ศ.กาหนด
จานวน 0 อตั รา มาตรฐานวชิ าเอก ตาม จ.18 จานวน 83 อตั รา ครู + เกนิ จานวน + 83 อัตรา ตามลาดับ
2.2 จากตารางที่ 2 จานวนขา้ ราชการครูเกษียณอายุราชการ ปี พ.ศ.2564 - 2573
จาแนกตามมาตรฐานวชิ าเอก โดยเรยี งลาดับจากมากไปหานอ้ ย สรุปไดด้ งั น้ี
ข้าราชการครูท่ีเกษียณอายุราชการ ตามแผนอัตรากาลังข้าราชการครูและบุคลากร
ทางการศึกษา ในสถานศึกษา 10 ปี จานวนทงั้ ส้ิน 602 ราย จาแนกตามมาตรฐานวิชาเอก ซึ่งวิชาเอกที่มาก
ที่สุด คือวิชาเอกประถมศึกษา จานวน 121 ราย ลาดับท่ี 2 วิชาเอกภาษาไทย จานวน 72 ราย ลาดับที่ 3
วิชาเอกสังคมศึกษา จานวน 63 ราย ลาดับรองลงมา คือ วิชาเอกคณิตศาสตร์ จานวน 50 ราย วิชาเอก
วิทยาศาสตร์ทั่วไป 42 ราย วิชาเอกอ่ืน ๆ จานวน 36 ราย วิชาเอกเกษตรกรรม จานวน 33 วิชาเอก
ภาษาอังกฤษ จานวน 28 ราย วิชาเอกปฐมวยั จานวน 26 ราย วิชาเอกพลศึกษา จานวน 23 ราย วิชาเอกสุข
ศึกษา จานวน 21 ราย วิชาเอกคหกรรมศาสตร์และบรรณารักษ์ จานวน 19 ราย วิชาเอกจิตวิทยาแนะแนว
จานวน 13 ราย วิชาเอกนาฏศิลป์ จานวน 10 ราย วิชาเอกวัดผลการศึกษาและวิชาเอกอุตสาหกรรมศิลป์
จานวน 5 ราย วชิ าเอกฟสิ ิกส์ วชิ าเอกชวี วิทยา และวชิ าเอกโสตทัศนศึกษา จานวน 3 ราย และวิชาเอกท่ีน้อย
ท่ีสดุ คือ วิชาเอกศิลปะ คอมพิวเตอร์ ดนตรีศกึ ษา ภาษาฝรั่งเศส และวชิ าเอกการเงนิ /พสั ดุ ตามลาดบั
2.3 จากตารางท่ี 3 แสดงว่า จานวนข้าราชการครูเกษียณอายุราชการ ปี พ.ศ.2564 –
2573 จาแนกตามวิชาเอกที่ขอทดแทนอัตราที่ขาดและเกษียณอายุราชการ เรียงลาดับจากมากไปหาน้อย
สรุปดังนี้
ข้าราชการครูท่ีเกษียณอายุราชการ ปี พ.ศ.2564 – 2573 ตามแผนอัตรากาลัง
ข้าราชการครูและบคุ ลากรทางการศึกษาในสถานศึกษา 10 ปี จานวนท้งั สิ้น 1,024 อตั รา จาแนกตามวิชาเอก
ท่ีขอทดแทนอตั ราที่ขาดและเกษียณอายุราชการ วิชาเอกท่ีขอทดแทนมากที่สุด คือ วิชาประถมศึกษา จานวน
170 อัตรา รองลงมาวิชาเอกท่ีขอทดแทนมากที่สุด คือ วิชาปฐมวัย จานวน 159 อัตรา วิชาภาษาไทย
144 อัตรา วิชาคณิตศาสตร์ จานวน 128 อัตรา วิชาภาษาอังกฤษ จานวน 104 อัตรา วิชาวิทยาศาสตร์
ทวั่ ไป จานวน 90 อัตรา วชิ าสงั คมศกึ ษา จานวน 86 อัตรา วิชาพลศกึ ษา จานวน 47 อตั รา วิชาคอมพิวเตอร์
จานวน 31 อัตราวิชาศิลปะ จานวน 12 อัตรา วิชาสุขศึกษา วิชาเกษตรกรรม และวิชานาฏศิลป์
จานวน 9 อัตรา วิชาดนตรีศึกษา วิชาคหกรรมศาสตร์ จานวน 5 อัตรา วิชาอื่น ๆ จานวน 4 อัตรา
วิชาบรรณารักษ์ จานวน 3 อัตรา วิชาฟิสิกส์ วิชาดนตรีสากล วิชาดนตรีไทย จานวน 2 อัตรา และวิชาเอก
ท่ีขอทดแทนอัตราที่ขาดและเกษียณอายุราชการขอทดแทนน้อยที่สุด วิชาดุริยางคศิลป์ วิชาภาษาจีน
วชิ าทศั นศลิ ป์ วิชาวดั ผลการศึกษา และวชิ าจติ วิทยาแนะแนว จานวน 1 อัตรา
36
3. ข้อเสนอแนะ
3.1 บรหิ ารอัตรากาลังครทู ม่ี ีอยใู่ หบ้ งั เกิดประโยชน์สูงสดุ โดยการเกลยี่ อัตรากาลงั ครู
จากโรงเรียนท่ีมีครูเกินเกณฑ์ ไปกาหนดใหม่ในโรงเรียนท่ีมีครูต่ากว่าเกณฑ์ จากโรงเรียนท่ีมีครูครบตามเกณฑ์
และครูตา่ กวา่ เกณฑ์น้อยกว่าไปกาหนดใหมใ่ นโรงเรยี นท่ีมคี รตู า่ กว่าเกณฑ์ท่ีมีร้อยละความขาดแคลนหลังการตัด
โอนมากกว่า เพ่ือให้โรงเรียนต่างๆมีสภาพอัตรากาลังครูเม่ือเทียบเกณฑแ์ ล้วใกลเ้ คยี งกนั โดยใชม้ าตรการ ดังนี้
3.2 ดาเนนิ การเกลีย่ อัตรากาลังครู กรณตี าแหนง่ วา่ งในโรงเรยี นท่มี อี ัตรากาลังครูเกินเกณฑ์
ทันที ท่ีมีตาแหน่งว่าง โดยตัดโอนตาแหน่งที่ว่างดังกล่าวไปกาหน ดใหม่ในโรงเรียนที่มีร้อยละ
ความขาดแคลนอัตรากาลังมากท่ีสุดเป็นลาดับแรก และในโรงเรียนท่ีตั้งอยู่ในพ้ืนที่ห่างไกลการคมนาคม
ไมส่ ะดวก ไม่ปลอดภัย และครูภายในไม่ประสงค์ขอย้ายเข้า เพ่ือนาไปใช้รับย้ายข้าราชการครูท่ีมีสาขาวิชาเอก
ทโี่ รงเรียนตอ้ งการและขาดแคลน
3.3 เกลยี่ อตั รากาลงั ครูกรณที ่ีมคี นครอง
3.3.1 ข้าราชการครูในสังกัด จะดาเนินการย้ายโดยการตัดโอนตาแหน่งและอัตรา
เงินเดือนตามตัวไปกาหนดใหม่ในโรงเรียนที่มีอัตรากาลังครูต่ากว่าเกณฑ์ตามความประสงค์ของตนเองโดยใช้
มาตรการ จงู ใจ เช่น ได้รบั สทิ ธใิ นการเบกิ ค่าเช่าบา้ น
3.3.2 ขา้ ราชการครูจากต่างเขตพื้นที่การศึกษา ที่มาช่วยราชการ หากโรงเรียนต้น
สงั กดั มีอตั รากาลงั ครูเกนิ เกณฑ์ จะดาเนนิ การเสนอขออนมุ ัติหน่วยงานตน้ สังกดั เพอ่ื ตัดโอนตาแหน่งและอัตรา
เงินเดอื นตามตัวมากาหนดใหม่ในโรงเรยี นท่ีมีอตั รากาลังครูต่ากวา่ เกณฑ์
3.4 รวมโรงเรียนขนาดเล็กที่ต้ังอยู่ในพื้นท่ีใกล้เคียงกันเข้าด้วยกัน บริหารงานในลักษณะ
กลุ่มโรงเรียนโดยใช้ทรัพยากรบุคคลร่วมกัน ซ่ึงสอดคล้องกับแนวทางการจัดอัตรากาลังและการบริหารจัดการ
ใ น ภ า ร กิ จ ก า ร ศึ ก ษ า ข้ั น พ้ื น ฐ า น ข อ ง ส า นั ก ง า น ค ณ ะ ก ร ร ม ก า ร ก า ร ศึ ก ษ า ขั้ น พ้ื น ฐ า น จ ะ ช่ ว ย ล ด ปั ญ ห า
ความขาดแคลนอตั รากาลังครูได้ระดบั หนึง่
****************************
37
บรรณานุกรม
วรพงษ์ รวิฉฐั ,2546 “การบรหิ ารจดั การองคก์ ร”, 2546
อนิวัช แกว้ จานงค,์ 2552, “การบรหิ ารจัดการองค์กร”, 2552 หน้า 1.
อ่นุ เรือน มงคลชยั และรัศมี สาโรจน์,2551,“การวางแผนทรัพยากรมนุษยห์ รอื การวางแผนกาลังคน”,
หน้า 1)
กฤต กลุ เพ็ง 2552, “การวางแผนทรัพยากรมนษุ ย์” ,2552 หน้า 10.
อนวิ ัช แกว้ จานง 2552, “เทคนคิ การพยากรณ์อตั รากาลงั ในองคก์ ร”, 2552, หน้า 70.
เพ็ญศรี มีสมนยั กระบวนการในการวางแผนทรัพยากรมนษุ ย์, 2551, หนา้ 159.
วิชัย โถสวุ รรณจนิ ดา,การประเมินทรพั ยากรมนษุ ย์ในปัจจุบนั 2551, หนา้ 23 - 26
สานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาแห่งชาติ “หลักสูตรการศกึ ษาพน้ื ฐาน พุทธศักราช 2544” , 2544.
สานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พ้นื ฐาน “หลกั สตู รแกนกลางการศึกษาพ้นื ฐาน พทุ ธศักราช 2551”,2551.
สานกั งานคณะกรรมการขา้ ราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา “หลกั เกณฑ์และวิธีการเกลีย่ อัตรากาลัง
ข้าราชการครแู ละบุคลากรทางการศึกษา”, 2555.
สานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน “เกณฑ์อัตรากาลงั ขา้ ราชการครูและบคุ ลากรทางการศกึ ษา
ในสถานศึกษาในสถานศกึ ษา สังกดั สานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พ้นื ฐาน”, 2564.
ภาคผนวก