The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ปวบุคคลสำคัญดนตรีสากล.ภาสินี25

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by , 2022-02-22 09:55:16

ปวบุคคลสำคัญดนตรีสากล.ภาสินี25

ปวบุคคลสำคัญดนตรีสากล.ภาสินี25

รายงานวิชาดนตรี
เรื่อง ประวตั ิบุคคลสาคญั ทางดา้ นดนตรีสากลหรืออดีตกวดี นตรีสากล

จดั ทาโดย
นางสาวภาสินี อินทเขตรการณ์
ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี 5/7 เลขท่ี 25

เสนอ
นาย ศราวฒุ ิ ศรีต๊ะสาร

รายงานเล่มน้ีเป็นส่วนหน่ึงของรายวิชาดนตรี 2 (ศ32102)
ภาคเรียนท่ี 2 ปี การศึกษา 2564

โรงเรียนเมืองพทั ยา 11 (มธั ยมสาธิตพทั ยา)



คำนำ

รายงานเลม่ น้ีเป็นส่วนหน่ึงของรายวิชาดนตรีมุ่งเนน้ ใหผ้ อู้ ่านรายงานเลม่ น้ีเขา้ ใจและไดร้ ับความรู้
เก่ียวกบั เร่ือง ประวตั ิบุคคลสาคญั ทางดา้ นดนตรีสากลหรืออดีตกวีดนตรีสากลบุคคลต่างๆที่เป็นบุคคลสาคญั
ท่ีเป็นตวั อยา่ งของผปู้ ระสบความสาเร็จ และสร้างช่ือเสียงมากมาย และสืบทอดดนตรีใหค้ งอยตู่ ่อไป ซ่ึงการ
ทารายงานคร้ังน้ีทาใหผ้ อู้ า่ นเขา้ ใจและนาความรู้ที่ไดร้ ับน้นั ไปใชใ้ นดา้ นดนตรี เรื่อง ประวตั ิบุคคลสาคญั
ทางดา้ นดนตรีสากลหรืออดีตกวีดนตรีสากล

ผจู้ ดั ทาคาดหวงั วา่ รายงานดนตรี เร่ือง ประวตั ิบุคคลสาคญั ทางดา้ นดนตรีสากลหรืออดีตกวีดนตรี
สากล จะเป็นประโยชน์ต่อผทู้ ี่สนใจวิชาดนตรี และผทู้ ่ีจะศึกษาและคน้ ควา้ ทุกๆท่าน ขอบพระคุณ คุณครูศ
ราวฒุ ิ สีต๊ะสาร ท่ีเป็นผใู้ หค้ าปรึกษาเป็นอยา่ งดี

นางสาวภาสินี อินทเขตรการณ์
ผจู้ ดั ทา

สำรบัญ ข

หัวข้อ หน้ำ
คานา ก
สารบญั ข
ประวตั ิบุคคลสาคญั ทางดา้ นดนตรีสากลหรืออดีตกวีดนตรีสากล 1-27
บรรณานุกรม 28
ภาคผนวก 30

1

ประวตั บิ ุคคลสำคญั ทำงด้ำนดนตรีสำกลหรืออดตี กวดี นตรีสำกล

1. กสุ ตำฟ มำห์เลอร์
กสุ ตาฟ มาห์เลอร์ เกิดในครอบครัวชาวยวิ ในเมืองคาลิชท์ แควน้ โบฮีเมีย บิดามารดาของเขาไดย้ า้ ยไป

อยทู่ ่ีเมืองจิหล์ าวา แควน้ โมราเวีย จกั รวรรดิออสโตร-ฮงั กาเรียน ซ่ึงมาห์เลอร์ไดใ้ ชเ้ วลาในวยั เดก็ ส่วนใหญ่ที่
นน่ั หลงั จากที่บิดามารดาของมาห์เลอร์ไดส้ งั เกตเห็นความสามารถทางดนตรีของเขา ต้งั แต่วยั เดก็ จึงจดั การ
ใหเ้ ขาไดเ้ รียนเปี ยโนต้งั แต่อายหุ กขวบ ในปี ค.ศ. 1875 มาห์เลอร์ผซู้ ่ึงขณะน้นั มีอายไุ ด้ 15 ปี ไดร้ ับใหเ้ ขา้
ศึกษาในวิทยาลยั ดนตรีแห่งกรุงเวยี นนา ที่ซ่ึงเขาไดเ้ รียนเปี ยโนกบั จูเลียส เอปสไตน์ สามปี ต่อมา มาห์เลอร์
ไดเ้ ขา้ ศึกษาในมหาวิทยาลยั เวียนนา ท่ีซ่ึงอนั โตน บรูคเนอร์เป็นอาจารยป์ ระจาอยู่ ในระหวา่ งเรียนใน
มหาวทิ ยาลยั เขาไดท้ างานเป็นครูสอนดนตรีไปดว้ ย และไดล้ องประพนั ธเ์ พลงเป็นคร้ังแรก กบั เพลงร้องที่มี
ช่ือวา่ Das klagende Lied ซ่ึงตอนหลงั ไดเ้ ปลี่ยนรูปแบบมาเป็นคนั ตาตา้ ไดส้ ่งเขา้ ประกวดแต่ประสบกบั
ความลม้ เหลวโดยสิ้นเชิง

2. คำร์ล ออร์ฟ
คาร์ล ออร์ฟ (Carl Orff) คีตกวชี าวเยอรมนั เกิดที่นครมิวนิค เม่ือวนั ที่10 กรกฎาคม ค.ศ.

1895 เสียชีวติ เม่ือวนั ที่ 29 มีนาคม ค.ศ. 1982 ท่ีนครมิวนิคเช่นกนั ออร์ฟเป็นหน่ึงในคีตกวีที่มีช่ือเสียงมาก
ที่สุดในคริสตศ์ ตวรรษที่ 20 ความสาเร็จของเขามีอิทธิพลอยา่ งมากในสาขาดนตรีศึกษาอีกดว้ ย เขาเป็นท่ีรู้จกั

2
จากผลงานประพนั ธ์เพลง คาร์มินา บรู านา ในปี ค.ศ. 1937 ออร์ฟเช่ือวา่ ดนตรี(Music) การเคลื่อนไหว
(Movement)และการพดู (Speech) เป็นสิ่งที่แยกออกจากกนั ไม่ได้ ท้งั สามส่ิงรวมกนั เป็นเอกภาพ(Unity) ซ่ึง
ออร์ฟเรียกวา่ “ดนตรีเบ้ืองตน้ ”(Elelmental Music) คาวา่ ”ดนตรีเบ้ืองตน้ ” น้ี ออร์ฟหมายถึง การแสดงออก
ทางดนตรีของบุคคลที่เป็นไปโดยธรรมชาติ ออร์ฟไดส้ งั เกตจากเดก็ ในสภาวะแวดลอ้ มปรกติไม่มีกฎเกณฑ์
อะไรบงั คบั เดก็ จะใชด้ นตรี การเคลื่อนไหว และภาษาพดู ไปพร้อมกนั เดก็ ที่กาลงั เตน้ ราจะร้องเพลงไปดว้ ย
เมื่อเดก็ ร้องเพลงเขากม็ กั จะเคล่ือนไหวไปตามจงั หวะเสียงเพลง

3. ฌอร์ฌ บีแซ
ฌอร์ฌ บีแซ เกิดท่ีกรุงปารีส ในปี พ.ศ. 2381 (ค.ศ. 1838) บิดาเป็นอาจารยส์ อนขบั ร้อง มารดาเป็นนกั

เปี ยโนสมคั รเลน่ เสียชีวิตท่ีบูฌีวาล ในปี พ.ศ. 2418 (ค.ศ. 1875) บีแซเมีความสามารถทางดนตรีต้งั แต่วยั เดก็
และไดเ้ ขา้ รับการศึกษาท่ีวิทยาลยั ดนตรีและนาฏศิลป์ ช้นั สูงแห่งชาติ ณ กรุงปารีส เมื่อมีอายไุ ด้ 19 ปี เขายงั
ไดร้ ับรางวลั ทางดนตรีมากมาย ท้งั การแขง่ ขนั โซลเฟจ เปี ยโน ฟิ วก์ และออร์แกน แมก้ ระทงั่ วนั น้ี ผลงาน
ประพนั ธ์อุปรากรเร่ือง การ์เมน กย็ งั เป็นหน่ึงในอปุ รากรท่ีมีการแสดงมากท่ีสุดเร่ืองหน่ึงในโลก

3

4. จอร์จ เฟรดริก ฮันเดล
บิดาของฮานเดิลชื่อเกออร์ก เฮนเดิล เกิดเม่ือปี ค.ศ. 1622 เป็นศลั ยแพทยแ์ ละช่างโกนหนวด นบั ถือ

นิกายลูเทอแรน และกลายเป็นพอ่ หมา้ ยเม่ือปี ค.ศ. 1682 เขาแต่งงานในปี ต่อมากบั โดโรเธอา เทาสท์ บุตรีของ
ปาสเตอร์ท่ีออ่ นกวา่ เขาหลายปี จอร์จ เฟรดริก เป็นบุตรชายคนโตของท้งั สอง และมีนอ้ งสาวอีกสองคน บิดา
ใฝ่ ฝันใหฮ้ นั เดลประกอบอาชีพทางดา้ นกฎหมาย แมว้ า่ เขาจะแสดงใหเ้ ห็นถึงความสามารถโดดเด่นเกินวยั
ทางดนตรีกต็ าม พอ่ ยอมใหฮ้ นั เดลเรียนดนตรีอยา่ งเสียไมไ่ ด้ กบั นกั จดั แสดงดนตรีช่ือเฟรดริก วิลเฮลม์ ซา
โชว ผซู้ ่ึงไดถ้ า่ ยทอดความรู้ทางดนตรีใหแ้ ก่ฮนั เดลอยา่ งสมบูรณ์แบบ เขาหดั เลน่ ฮาร์ปซิ
คอร์ด ออร์แกน ไวโอลิน และโอโบ เขาเริ่มประพนั ธ์เพลงสาหรับเคร่ืองดนตรีและสาหรับขบั ร้องต้งั แต่วยั
เยาว์ ในปี ค.ศ. 1697 ขณะพานกั อยทู่ ่ีนครเบอร์ลิน เขามีโอกาสไดพ้ บกบั กษตั ริยแ์ ห่งปรัสเซีย แต่เขากก็ ลบั มา
ที่เมืองฮลั ลต์ ามคาขอของบิดา ผซู้ ่ึงเสียชีวติ เพียงสี่วนั ก่อนที่เขาจะเดินทางกลบั ถึงบา้ น เพ่อื แสดงความเคารพ
ต่อบิดา เขากไ็ ดเ้ ขารับการศึกษาในสถาบนั แห่งหน่ึง พร้อมไปกบั การเลน่ ดนตรี ราวปี ค.ศ. 1702 เขาไดร้ ับ
ตาแหน่งในมหาวหิ ารเมืองฮลั ล์ ในฐานะผจู้ ดั การแสดง และไดม้ ีโอกาสผกู มิตรกบั จอร์จ ฟิ ลิปป์ เทเลมนั น์

4

5. ฌัก ออแฟนบกั
ออแฟนบกั เขา้ เรียนเชลโล ท่ีวิทยาลนั ดนตรีและนาฏศิลป์ ช้นั สูงแห่งกรุงปารีส และไดเ้ ร่ิมตน้ อาชีพ

เป็นนกั ดนตรีเอกที่เล่นเด่ียว ต่อมาไดเ้ ขา้ ร่วมวงออเคสตราของ โอเปร่า-โคมิค และที่ โรงละครชวนหัว
ฝรั่งเศสในกรุงปารีส ในปี พ.ศ. 2398 (ค.ศ. 1855) เขา้ ไดส้ ร้างโรงละครส่วนตวั ข้ึนเพ่ือจะไวเ้ ป็นที่เปิ ด
แสดงผลงานท่ีเขาประพนั ธข์ ้นึ เอง เขาไดท้ างานกบั ออ็ งรี เมลกั และลุดวกิ อาเลวี นกั ประพนั ธล์ ะครส้นั
ผลงานของเขาไดแ้ สดงถึงความกินดีอยดู่ ีของประชาชนในสมยั จกั รวรรดิที่สองของฝร่ังเศส ที่เตม็ ไปดว้ ย
อารมณ์ขนั จนแทบจะมีแต่เร่ืองไร้ศีลธรรมและออกแนวอ้ือฉาว (การขอโทษต่อฉากรักสามเสา้ ในเรื่อง ลา
แบเลแลน และฉากการนอกใจในเรื่อง ออร์เฟโอซองแฟร์)

6. ชำร์ล กโู น
กโู นเขา้ รับการศึกษาที่วิทยาลยั ดนตรีแห่งกรุงปารีส และไดร้ ับรางวลั โรมไพรซใ์ นปี พ.ศ. 2380 (ค.ศ.

1837) ซ่ึงเขาไดถ้ ือโอกาสพานกั ที่วลิ ลาเมดีชี ประเทศอิตาลี เพอื่ ศึกษาทางดนตรี โดยเฉพาะอยา่ งยงิ่ ดนตรี
ทางศาสนา ในปี พ.ศ. 2402 (ค.ศ. 1859) อปุ รากรเร่ือง เฟาสท์ ซ่ึงเป็นผลงานการประพนั ธ์ของเขา กไ็ ดถ้ ูกนา
ออกแสดงที่โรงละคร เตอัทร์-ลรี ิก (Théâtre-lyrique) ซ่ึงเป็นผลงานท่ีสร้างมาจากบทประพนั ธ์

5
โศกนาฏกรรมของเกอเทอ เป็นเร่ืองราวของหญิงสาวช่ือ มาการิท ที่ถูกลอ่ ลวงโดยชายแก่ช่ือ เฟาสท์ ผซู้ ่ึง
ขายวญิ ญาณของตนใหแ้ ก่ ซาตาน ดว้ ยบทเพลงท่ียอดเยย่ี ม รวมถึงบทร้องของ เมฟิ สโต เลอโวดอร์ (ววั
ทองคา) และบทร้องของ มาการิท แลร์เดอบีชู (บทเพลงแห่งเพชรพลอย) บทร้องของ แอร์เจ ชื่อลากสั ตาฟี
โอเร และเพลงประสานเสียงของเหลา่ ทหารจากบลั เลตช์ ่ือ นยุ เดอวาลเปอร์จี ทาใหอ้ ปุ รากรเรื่อง เฟาสท์
ประสบความสาเร็จอยา่ งถลม่ ทลาย ดว้ ยการเปิ ดการแสดงถึง 70 รอบในปี แรก และในปี พ.ศ. 2410 เขากไ็ ด้
นาอุปรากรเร่ือง โรมิโอกับจูเลยี ต จากบทประพนั ธข์ องเชกสเปี ยร์ ออกแสดง ซ่ึงมีบทร้องที่โด่งดงั ไดแ้ ก่
เพลงวอลทซข์ องจูเลียต เฌอเวอวีฟวร์ (ฉนั อยากมีชีวติ อย)ู่ และบทร้องเสียงเทนเนอร์ ชื่อเพลง ลามูร์
ลามูร์ (ความรัก ความรัก)

7. เบลำ บำร์ต็อก
มารดาของบาร์ตอ็ กไดส้ อนดนตรีใหแ้ ก่เขาต้งั แต่วยั เดก็ ซ่ึงเขาไดเ้ ปิ ดตวั ในฐานะนกั เปี ยโนต้งั แต่อายุ

เพียงสิบปี ที่สถาบนั ดนตรีหลวงแห่งบดู าเปสต์ เขาไดพ้ บกบั โซลทาน โคดาลี และตอ่ มา ท้งั คู่ร่วมกนั
รวบรวมและสะสมดนตรีพ้นื บา้ นในทอ้ งถิ่น ก่อนหนา้ น้นั ดนตรีพ้นื บา้ นฮงั การีในทศั นะของบาร์ตอ็ กมี
พ้ืนฐานมาจากทานอง เพลงของพวกยปิ ซี ท่ีคีตกวีเอก ฟร้านซ์ ลิซท์ นามาเรียบเรียงใหม่ และในปี พ.ศ.
2446 (ค.ศ. 1903) เขาไดป้ ระพนั ธ์ผลงานชิ้นสาคญั สาหรับวงดุริยางค์ ที่มีช่ือวา่ Kossuth ในขณะที่พานกั อยทู่ ่ี

6
เมืองแมนเชสเตอร์ ต้งั แต่ปี พ.ศ. 2450 (ค.ศ. 1907) ถึงปี พ.ศ. 2477 (ค.ศ. 1934) เขาไดเ้ รียนเปี ยโน ที่วทิ ยาลยั
ดนตรีหลวงแห่งบูดาเปสต์ ในปี พ.ศ. 2450 เขาไดป้ ระพนั ธ์บทเพลงพ้นื บา้ นฮงั การี 3 เพลง และในปี พ.ศ.
2451 (ค.ศ. 1908) เขาไดป้ ระพนั ธ์บทเพลงสาหรับวงควอเตต็ บทแรก

8. ปี เตอร์ อลิ ชิ ไชคอฟสกี
ไชคอฟสกีเกิดในครอบครัวผมู้ ีอนั จะกิน ชีวิตของเขาเตม็ ไปดว้ ยความขดั แยง้ ระหวา่ งความหรูหราและ

การอดม้ือกินม้ือ ขา่ วอ้ือฉาว และความตอ้ งการเป็นท่ียอมรับ เขาไดร้ ับการศึกษาจากวิทยาลยั ดนตรีแห่งนคร
เซนตป์ ี เตอร์สเบิร์ก ภายใตก้ ารดูแลของอนั ทอน รูบินสไตน์ จากน้นั ถูกเรียกใหไ้ ปเป็นครูสอนวชิ าเรียบเรียง
เสียงประสานใหแ้ ก่นอ้ งชายของรูบินสไตน์ที่กรุงมอสโก ท่ีมอสโกน่ีเองท่ีเขาไดป้ ระพนั ธ์ผลงานสาคญั
หลายชิ้น เป็นตน้ วา่ ซิมโฟนีหมายเลขหน่ึง ช่ือ ความฝันในเหมนั ตฤดู เขาสมรสในปี พ.ศ. 2420 (ค.ศ. 1877)
ดว้ ยความมุ่งมน่ั ที่จะรักษาความขดั แยง้ ภายในตนวา่ เขาเป็นพวกรักร่วมเพศ แต่ความลม้ เหลวของชีวติ
แต่งงาน ท่ีเป็นท่ีโจษจนั วา่ อยกู่ นั อยา่ งไร้ความรักกบั เจา้ สาวที่เป็นศิษยข์ องเขาเอง ทาใหเ้ ขาเกือบฆ่าตวั ตาย
สาเร็จ อารมณ์ของเขามน่ั คงข้ึนในปี พ.ศ. 2423 (ค.ศ. 1880) เม่ือเขาไดอ้ อกเดินทางไปทว่ั ทวีปยโุ รป ประเทศ
อิตาลีไดส้ ร้างแรงบนั ดาลใจใหเ้ ขาประพนั ธ์ผลงานหลายชิ้น รวมท้งั บทเพลงช่ือ คราพริชิโอ อิตาเลียน
(capriccio italien) เขาประสบความสาเร็จหลายคร้ังและไดพ้ บปะกบั คตี กวเี ล่ืองช่ือร่วมสมยั เป็นตน้ วา่ โย
ฮนั เนส บราหม์ แอนโทนิน ดโวชาค ฯลฯ เขาเดินทางไปถึงสหรัฐอเมริกาเพ่อื เปิ ดการแสดง ไชคอฟสกี
เสียชีวิตในปี พ.ศ. 2436 (ค.ศ. 1893) ดว้ ยอหิวาตกโรคแต่บางกระแสกล่าววา่ เขาถูกบงั คบั ใหด้ ื่มยาพษิ ฆ่าตวั
ตาย จากขอ้ หารักร่วมเพศ เพลงของเขาเป็นสะพานเชื่อมระหวา่ งดนตรีตะวนั ตกกบั ดนตรีรัสเซีย ดว้ ยการ

7
นาเสนอแบบร่วมสมยั ซ่ึงรวมถึงคีตกวีโมเดสต์ มูสซอร์กสก้ี และ กลุม่ คีตกวที ้งั หา้ ซ่ึงเขาไดส้ ร้างมิตรภาพ
กบั พวกเขาเหลา่ น้นั ไวด้ ว้ ย

9. ฟรันซ์ ชูแบร์ท
ฟรันซ์-เพเทอร์ เกิดที่เมืองลิชเทนทลั (Lichtenthal) ใกลก้ บั กรุงเวยี นนา ประเทศออสเตรีย เม่ือปี พ.ศ.

2340 (ค.ศ. 1797) บิดาของเขา ฟรันซ์-เธโอดอร์ เป็นครูโรงเรียนมธั ยม ไดส้ อนใหเ้ ขาเล่นไวโอลินเป็นเคร่ือง
ดนตรีชิ้นแรก ในขณะท่ีอิกนาซ (Ignaz) พ่ีชายไดส้ อนเปี ยโนใหแ้ ก่เขา ระหวา่ งปี พ.ศ. 2351 ถึง พ.ศ. 2356
(ค.ศ. 1808 - 1813) เขาไดเ้ ป็นนกั ร้องในวงประสานเสียงประจาวหิ ารหลวงแห่งกรุงเวยี นนา และไดเ้ ขา้ เรียน
ที่โรงเรียน Konvitk (โรงเรียนฝึกหดั นกั ร้องเพ่อื วหิ ารและราชสานกั ) เขาจึงไดเ้ ป็นศิษยข์ องอนั โตนีโอ ซาลิ
เอรี (Antonio Salieri) ผอู้ านวยการวงดนตรีประจาราชสานกั ระหวา่ งช่วงเวลาท่ีเขาเขา้ รับการศึกษาท่ีนี่ เขา
ไดเ้ ริ่มประพนั ธ์เพลง โดยเร่ิมจากบทเพลงสาหรับเปี ยโนต้งั แต่ปี พ.ศ. 2353 (ค.ศ. 1810) ต่อมากแ็ ต่งเพลง
สาหรับวงสตริงควอเตต็ ท่ีใชเ้ ครื่องสายอยา่ งนอ้ ยแปดชิ้น รวมถึงเพลงโหมโรง รวมท้งั บทเพลงประเภทอ่ืน
ๆ ในปี พ.ศ. 2356 (ค.ศ. 1813) เขาไดร้ ับอิทธิพลอยา่ งมากจากโวลฟ์ กงั อะมาเดอุส โมซาร์ท ในการประพนั ธ์
ซิมโฟนี สองปี ต่อมาจึงไดป้ ระพนั ธ์อปุ รากรเรื่องแรก, เพลงสวดบทแรก และผลงานชิ้นเอกของเขาท่ีเป็น
เพลงร้อง (Lied) ชื่อเพลง Marguerite au rouet จาก Gretchen am Spinnrade

8

10. อำนโตนิน ดโวชำค
บิดาของดโวชากเป็นเจา้ ของโรงเตี๊ยมและโรงฆ่าสตั วข์ องหมู่บา้ น ดโวชากตอ้ งออกจากโรงเรียนเม่ือ

อายุ 11 ปี เพ่อื ฝึกหดั อาชีพของบิดา แต่บิดากร็ ู้ถึงความสามารถทางดนตรีท่ีโดดเด่นของบุตรชายอยา่ งรวดเร็ว
และในปี พ.ศ. 2396 (ค.ศ. 1853) ไดส้ ่งเขาใหไ้ ปอยกู่ บั ลุงท่ีเมืองซโลนิซ ที่ซ่ึงดโวชากไดเ้ รียนภาษาเยอรมนั
อนั เป็นภาษาภาคบงั คบั ของทางการออสเตรีย และไดพ้ ฒั นาความรู้ทางวฒั นธรรมดนตรี และไดเ้ ขา้ ร่วมวง
ดนตรีของหมบู่ า้ น เขาไดเ้ ขา้ เรียนท่ีโรงเรียนในเมืองคาเมนิซ ในปี พ.ศ. 2400 (ค.ศ. 1857) เขาไดร้ ับการตอบ
รับใหเ้ ขา้ เรียนในโรงเรียนสอนออร์แกนแห่งกรุงปราก ท่ีซ่ึงเขาพานกั อยถู่ ึงปี พ.ศ. 2402 (ค.ศ. 1859) จากน้นั
ดโวชากกไ็ ดเ้ ขา้ ร่วมวงดุริยางคข์ องโรงละครแห่งชาติท่ีกรุงปรากและเริ่ม ประพนั ธ์เพลง เขาประสบ
ผลสาเร็จคร้ังแรกจากการประพนั ธเ์ พลงศาสนา ชื่อ ฮิมนุส ในปี พ.ศ. 2416 (ค.ศ. 1872) และไดร้ ับตาแหน่ง
ผจู้ ดั การแสดงดนตรีของโบสตน์ กั บุญอลั ดาเบิร์ด

11. โยฮันน์ เซบำสเตียน บำค
โยฮนั น์ เซบาสเตียน บาค (Johann Sebastian Bach) เป็นคีตกวีและนกั ออร์แกนชาวเยอรมนั เกิดเม่ือ

วนั ท่ี 21 มีนาคม พ.ศ. 2228 (ค.ศ. 1685) ในครอบครัวนกั ดนตรี ท่ีเมืองไอเซนนาค บาคแต่งเพลงไวม้ ากมาย
โดยด้งั เดิมเป็นเพลงสาหรับใชใ้ นโบสถ์ เช่น “แพชชน่ั ” บาคถึงแก่กรรมเมื่อวนั ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2293 ท่ี
เมืองไลพซ์ ิก

9
บาคเป็นนกั ประพนั ธด์ นตรีสมยั บาโรค เขาสร้างดนตรีของเขาจนกลายเป็นเอกลกั ษณ์ของยคุ สมยั
บาคมีอิทธิพลอยา่ งสูงและยนื ยาวต่อการพฒั นาดนตรีตะวนั ตก แมแ้ ต่นกั ประพนั ธเ์ พลงผยู้ งิ่ ใหญเ่ ช่น โม
ซาร์ท และ เบโธเฟน ยงั ยอมรับบาคในฐานะปรมาจารย์
งานของบาคโดดเด่นในทุกแง่ทุกมุม ดว้ ยความพถิ ีพถิ นั ของบทเพลงที่เตม็ ไปดว้ ย ทว่ งทานอง เสียง
ประสานหรือ เทคนิคการสอดประสานกนั ของท่วงทานองต่าง ๆ รูปแบบที่สมบูรณ์แบบ เทคนิคที่ฝึกฝนมา
เป็นอยา่ งดี การศึกษาคน้ ควา้ แรงบนั ดาลใจอนั เตม็ เป่ี ยม รวมท้งั ปริมาณของบทเพลงท่ีแต่ง ทาใหง้ านของ
บาคหลุดจากวงจรทวั่ ไปของงานสร้างสรรคท์ ่ีปกติแลว้ จะเริ่มตน้ เจริญเติบโตถึงขีดสุด แลว้ เส่ือมสลาย นน่ั
คือไม่วา่ จะเป็นเพลงที่บาคไดป้ ระพนั ธไ์ วต้ ้งั แต่วยั เยาว์ หรือเพลงท่ีประพนั ธ์ในช่วงหลงั ของชีวติ น้นั จะมี
คุณภาพทดั เทียมกนั

12. เอริก ซำตี
เอริก ซาตี (ฝรั่งเศส: Erik Satie) เป็นคีตกวี นกั เปี ยโน และนกั ประพนั ธ์ชาวฝรั่งเศส ช่ือเดิม เอริก อาล

แฟรด เลลี ซาตี (Éric Alfred Leslie Satie) เกิดที่เมืององเฟลอร์ จงั หวดั กาลวาโดส วนั ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ.
2409 (ค.ศ. 1866) เสียชีวติ ท่ีกรุงปารีส วนั ท่ี 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2468 (ค.ศ. 1925)

ซาตีไดป้ ระพนั ธ์ผลงานมากมายท่ีปราศจากเสน้ ก้นั แบ่งหอ้ งในบรรทดั หา้ เส้น และมีวิธีเขยี น
โนต้ เพลงในแบบฉบบั ของตนเอง ในอนั ที่จะถ่ายทอดผลงานของตนออกมา เขายงั เป็นแรงบนั ดาลใจใหก้ บั
คีตกวีคนอื่น ๆ ไม่วา่ จะเป็น จอห์น เคจ, โกลด เดอบูวซ์ ี, ฟร็องซิส ปูแลง็ ก,์ มอริส ราแวล, ชอง คอ็ คโต้ หรือ
ท่ีเรียกวา่ กลุ่มคีตกวที ้งั หก และเล่นประจาอยทู่ ่ีชาท์ นวั ร์

10
ป้ายบอกช่ือของซาตี ยงั ติดอยทู่ ่ีหนา้ ของเขาที่ยา่ นมงมาทร์ เรายงั สามารถไปเยย่ี มบา้ นเกิดของซาตี ซ่ึง
ปัจจุบนั กลายเป็นพิพธิ ภณั ฑ์ ไดท้ ี่เมืององเฟลอร์

13. ลุดวกิ ฟำน เบโทเฟน
เบโทเฟนเป็นตวั อยา่ งของศิลปิ นยคุ โรแมนติกผโู้ ดดเด่ียว และไม่เป็นท่ีเขา้ ใจของบุคคลในยคุ เดียวกนั

กบั เขา ในวนั น้ี เขาไดก้ ลายเป็นคีตกวีที่มีคนช่ืนชมยกยอ่ งและฟังเพลงของเขากนั อยา่ งกวา้ งขวางมากท่ีสุด
คนหน่ึง ตลอดชีวติ ของเขามีอปุ สรรคนานปั การที่ตอ้ งฝ่ าฟัน ทาใหเ้ กิดความเครียดสะสมในใจเขา ในรูปภาพ
ต่างๆ ท่ีเป็นรูปเบโธเฟน สีหนา้ ของเขาหลายภาพแสดงออกถึงความเครียด แต่ดว้ ยจิตใจท่ีแขง็ แกร่งของเขา
กส็ ามารถเอาชนะอุปสรรคต่างๆในชีวติ ของเขาได้ ตานานที่คงอยนู่ ิรันดร์เน่ืองจากไดร้ ับการยกยอ่ งจากคีต
กวีโรแมนติกท้งั หลาย เบโทเฟนไดก้ ลายเป็นแบบอยา่ งของพวกเขาเหลา่ น้นั ดว้ ยความเป็นอจั ฉริยะที่ไม่มีใคร
เทียมทาน ซิมโฟนีของเขา (โดยเฉพาะอยา่ งยงิ่ ซิมโฟนีหมายเลข 5 ซิมโฟนีหมายเลข 6 ซิมโฟนีหมายเลข 7
และ ซิมโฟนีหมายเลข 9) และคอนแชร์โตสาหรับเปี ยโนที่เขาประพนั ธข์ ้ึน (โดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ คอนแชร์โต
หมายเลข 4 และ 5) เป็นผลงานที่ไดร้ ับความนิยมมากท่ีสุด แต่กม็ ิไดร้ วมเอาความเป็นอจั ฉริยะท้งั หมดของ
คีตกวีไวใ้ นน้นั

11

14. มอริส รำเวล
เกิดวนั ท่ี 7 มีนาคม 1875 ที่ Ciboure ใกลก้ บั St.Jean de Luz ทางตอนใตข้ องฝรั่งเศสเกือบติดเขต

แดนสเปญ เร่ิมเรียนเปี ยโนต้งั แต่อายุ 7 ขวบ เรียน การประสานเสียงอาย1ุ 1 ขวบและเขา้ ศึกษาในสถาบนั
ดนตรีแห่งปารีส (Paris Conservatory) อายุ 14 ขวบเป็นเพอ่ื นกบั เดอบุสซี ราเวลมกั ถูกนาไปเปรียบเทียบกบั
เดอบุสซีอยบู่ ่อย ๆ แต่อนั ท่ีจริงแลว้ ดนตรีของท้งั สองต่างกนั มากในส่ิงท่ีเรียกวา่ “สไตล”์ ถึงแมว้ า่ ราเวลจะ
ถูกจดั วา่ เป็นคีตกวใี นสมยั อิมเพรสชน่ั คนหน่ึง แตด่ นตรีของเขามีสีสนั ไปทางคลาสสิกมากกวา่ อยา่ งไรกต็ าม
ราเวลกม็ ีชี ีวติ อยรู่ ะหวา่ งปลายสมยั ดนตรีอิมเพรสชนั่ กาลงั เติบโตเตม็ ท่ีคนหน่ึง

ชีวติ ส่วนตวั ของราเวลเขาไม่เคยแต่งงานเลยท้งั ๆ ที่พบปะคุน้ เคยกบั สตรีมากมายเช่นเดียวกบั เกิร์ชวนิ
ซ่ึงกไ็ ม่ได้ แต่งงานเหมือนกนั ราเวลเป็นคนร่างเลก็ แต่งตวั ดีอยา่ งไม่มีที่ติแต่ชีวติ ของเขาไม่ฟ่ ูฟ่ า มีนิสยั ชอบ
สนั โดษอยา่ งมาก สาหรับเขา “ความสาเร็จ” กบั “อาชีพ” ดูเหมือนวา่ จะคนละอยา่ งกนั ยงิ่ ประชาชนเพิ่ม
ความนิยมชมชอบเขามากเท่าไรแต่เขากลบั ทาตวั ธรรม ดามากข้ึน เขาสร้างดนตรีเพราะตอ้ งทา ไม่เคยสร้าง
ดนตรีเพราะตอ้ งการความกา้ วหนา้ หรือเพอ่ื หาเงิน ไม่มีความเป็นนกั ธุรกิจเลยแมแ้ ต่นอ้ ยไม่ตอ้ งการแมแ้ ต่จะ
หาลูกศิ ษยส์ อนเพอื่ จะไดเ้ งิน เขามีรายไดจ้ ากงานประพนั ธแ์ ละการแสดงดนตรีแคพ่ อมีชีวิตอยอู่ ยา่ งสบาย ๆ
พอประมาณเท่าน้นั ลกั ษณะเด่นของราเวล คือ การเรียบเรียงเสียงประสานสาหรับวงออร์เคสตรา

15. สกอ็ ต จอปลนิ
สกอ็ ต จอปลิน (องั กฤษ: Scott Joplin) (พ.ศ. 2410 — 1 เมษายน พ.ศ. 2460) เป็นนกั ดนตรีและคีตกวี

เพลงแร็กไทม์ ท่ีมีช่ือเสียงอยา่ งมาก และไดส้ ร้างมาตรฐานไวใ้ หส้ าหรับคนรุ่นหลงั สกอ็ ต จอปลิน เกิดใกลๆ้

12

กบั เมืองลินเดน รัฐเทก็ ซสั มารดาช่ือนางฟลอเร้นซ์ โจปลิน และบิดาช่ือนายไจลส์ โจปลิน สกอ็ ตเป็น
บุตรชายคนที่สองจากท้งั หมดหกคน ถึงแมว้ า่ เราจะเคยถือวา่ จอปลินเกิดเม่ือวนั ท่ี 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2411
(ค.ศ. 1868) แต่การคน้ ควา้ สมยั ใหม่พบวา่ ขอ้ มูลดงั กลา่ วไม่ถูกตอ้ ง

หลงั จากปี พ.ศ. 2414 (ค.ศ. 1871) ครอบครัวจอปลินไดย้ า้ ยไปอยทู่ ี่เมืองเทก็ ซาร์คานา รัฐเทก็ ซสั และ
มารดาของจอปลินไดท้ าความสะอาดบา้ นเพ่อื สกอ็ ตจะไดม้ ีท่ีหดั เลน่ ดนตรี ในปี พ.ศ. 2425 (ค.ศ. 1882) แม่
ของเขาไดซ้ ้ือเปี ยโน หลงั จากท่ีไดแ้ สดงใหเ้ ห็นถึงความสามารถต้งั แต่อายยุ งั นอ้ ย จอปลินนอ้ ยกไ็ ดเ้ รียน
เปี ยโนฟรีกบั คณุ ครูชาวเยอรมนั ผไู้ ดใ้ หค้ วามรู้เร่ืองรูปแบบของดนตรีคลาสสิกแก่จอปลินเป็นอยา่ งดี ซ่ึงสิ่ง
น้ีจะเป็นประโยชน์ต่อเขาในภายภาคหนา้ และไดเ้ ป็นไฟใหเ้ ขาสร้างรูปแบบคลาสสิกใหแ้ ก่ดนตรีแร็กไทม์
เขาไดเ้ พมิ่ เติมความรู้ดา้ นดนตรีโดยการเขา้ เรียนที่ George Smith College ในเมืองเซดาเลีย ในวิชาประพนั ธ์
เพลง

16. อกี อร์ สตรำวนิ สกี
สตราวนิ สกีเป็นบุตรชายของนกั ร้องชื่อดงั แห่งโรงละครหลวง เขาเกิดท่ีเมืองออรานีนบาม

(Oranienbaum) ซ่ึงตอนน้ีเปลี่ยนเป็นช่ือ โลโมโนซอฟ (Lomonosov) ใกลก้ บั นครเซนตป์ ี เตอร์สเบิร์ก ใน
ประเทศรัสเซีย เขาเรียนดา้ นกฎหมายกบั เปี ยโน ก่อนท่ีจะมาเป็นศิษยข์ องนีโคไล ริมสกี-คอร์ซาคอฟ บท
เพลงช่ือดงั ชิ้นแรกของเขาไดแ้ ก่ วหิ คเพลิง (ค.ศ. 1910 ดว้ ยการจา้ งของแซร์จ เดียกิเลฟ เพ่อื ใชแ้ สดงในคณะ
บลั เลตร์ ัสเซีย ตามมาดว้ ยเพลง เปทรูชกา้ (ค.ศ. 1911) พธิ ีบูชายญั ในฤดูใบไมผ้ ลิ (ค.ศ. 1913) และอปุ รากร
เร่ือง นกไนติงเกล (ค.ศ. 1914) มีเรื่องท่ีวพิ ากษว์ จิ ารณ์กนั มากเก่ียวกบั บลั เลตเ์ รื่อง พธิ ีบูชายญั ในฤดูใบไมผ้ ลิ
ท้งั จากท่าเตน้ และความไม่เหมือนใครของดนตรีประกอบ ทาใหส้ ตราวินสกีกลายเป็นคีตกวี ท่ีมีช่ือเสียงมาก
ที่สุดในคริสตศ์ ตวรรษที่ 20 สตราวนิ สกีเสียชีวิตท่ีนิวยอร์ก ศพของเขาถูกฝังไวท้ ่ีสุสานซาน มิเชลในนครเว
นิซ ประเทศอิตาลี

13
สตารวนิ สกีเป็นคีตกวหี น่ึงในสองคนท่ีปฏิวตั ิแนวคิดทางดนตรีของคริสตศ์ ตวรรษท่ี 20 อยา่ งสาคญั
อีกคนหน่ึงคือ อาร์โนลด์ เชินแบร์ก (Arnold Schoenberg) สตราวินสกีมีอิทธิพลอยา่ งสูงในดา้ นของแนวคดิ
เร่ืองจงั หวะที่ไม่ปกติที่เรียกวา่ "อิเร็กกลู าร์ ริทึม" (Irregular Rhythm) แนวคิดทางดา้ นการใชบ้ นั ไดเสียง
หลาย ๆ บนั ไดพร้อมกนั ท่ีเรียกวา่ "โพลีโทนลั ลิตี" (Polytonality) และเป็นผนู้ าหน่ึงในสองคนของกระแส
ดนตรีท่ีเรียกวา่ "นีโอคลาสสิค" (Neo-classicism) (อีกคนคือ พอล ฮินเดมิธ (Paul Hindemith) หลงั จากท่ีเชิน
แบร์ก เสียชีวติ เม่ือปี ค.ศ. 1951 แลว้ สตราวนิ สกีไดน้ าเอาเทคนิคในการประพนั ธ์ดนตรีท่ีเรียกวา่ "ระบบ
อนุกรม" หรือ "ซีเรียลิซม"์ (Serialism) มาใชแ้ ต่ยดึ ตามแนวทางท่ีมีลกั ษณะเป็นคณิตศาสตร์ในแบบของ เว
เบิร์น (Anton Webern) มากกวา่ ดนตรีในลกั ษณะนีโอคลาสสิค ที่เขาเป็นผปู้ ลุกกระแสข้ึนมาน้นั ส่งอิทธิพล
ต่อคีตกวมี ากมาย เช่น กลุ่มคีตกวีท้งั หก หรือ "เลส์ ซิกซ์" (Les Six) ในฝรั่งเศส นาเดีย บูลองเช (Nadia
Boulanger) ครูดนตรีและคีตกวหี ญิงชาวฝรั่งเศส ไดส้ อนวิธีการประพนั ธ์และลกั ษณะดนตรีแบบสตราวนิ
สกีใหแ้ ก่คีตกวอี เมริกนั คนสาคญั ๆ เช่น แอรอน คอปแลนด,์ เวอร์จิล ทอมป์ สนั และเอลเลียต คาร์เตอร์ เป็น
ตน้

17. อลั บำน เบิร์ก
นกั ประพนั ธ์เพลงชาวออสเตรียเป็นลูกศิษยข์ องโชนเบิร์กและนาเอาหลกั การใชบ้ นั ไดเสียงแบบ 12

เสียง (Atonality) มาพฒั นารูปแบบใหเ้ ป็นของตนเอง เพอื่ ตอ้ งการพสิ ูจน์ใหเ้ ห็นวา่ ลกั ษณะบนั ไดเสียงแบบน้ี
สามารถนามาใชใ้ นการประพนั ธ์เพลงใหม้ ีลกั ษณะเป็นดนตรีท่ีมีความไพเราะสวยงามและเตม็ ไปดว้ ย
อารมณ์ในปัจจุบนั เบิร์กเป็นท่ีรู้จกั ในฐานะผปู้ ระพนั ธ์เพลงประเภทโอเปร่าและไวโอ ลินคอนแชร์โต
(ณรุทธ์ สุทธจิตต,์ 2535 : 180)

14

18. เซอร์ไก โปรโกเฟี ยฟ
นกั ประพนั ธเ์ พลงชาวรัสเซียเกิดวนั ที่ 23 เมษายน 1891 ทางภาคใตข้ องรัสเซีย เริ่มเรียนเปี ยโนจาก

มารดาต้งั แต่เดก็ ต่อจากน้นั ไม่นานนกั เขากส็ ามารถประพนั ธด์ นตรี ท้งั ประเภทดนตรีบรรเลงและดนตรี
สาหรับโอเปร่า (Opera) ต้งั แต่อายเุ พยี ง 9 ขวบ

ประวตั ิการสร้างสรรคข์ องเขาเริ่มตน้ ต้งั แต่เยาวว์ ยั จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่เขาเติบโตมาเป็นคีตกวีเอก
คนหน่ึงของโลกคน เราอาจเร่ิมตน้ ดีไดด้ ว้ ยกนั ท้งั น้นั แตน่ อ้ ยคนที่จะยนื หยดั ไดต้ ลอดรอดฝั่ง ดว้ ยเหตุน้ีเอง
จึงเป็นความจริงที่วา่ “สิ่งท่ีพิสูจน์คุณค่าของคนไม่ไดอ้ ยทู่ ี่ตอนเริ่มแตท่ วา่ อยทู่ ี ี่ตอนจบ” โปรโกเฟี ยฟ เป็น
อีกบทพิสูจนห์ น่ึงท่ีทาใหช้ นรุ่นหลงั ควรนามาเป็นแบบอยา่ งท้งั ทางดา้ นความวริ ิยะอตุ สาหะ ในการฝึกฝน
ดนตรี

ผลงานท่ีประพนั ธท์ ี่สาคญั ท่ีประสบผลสาเร็จมากที่สุดจานวนหน่ึงถ ีูกเขียนข้ึนซ่ึงรวมท้งั ซิมโฟนี
หมายเลข 5 ประกอบดว้ ย นิทานดนตรี Peter and the Wolf บลั เลยเ์ รื่อง Romeo and Juliet และโอเปร่าเร่ือง
War and Peace (ไพบูลย์ กิจสวสั ด์ิ, 2535 :293)

15

19. พอล ฮินเดมิธ
ผปู้ ระพนั ธ์ เพลงและนกั ไวโอลิน วโิ อลาชาวเยอรมนั ซ่ึงต่อมาไดย้ า้ ยมาต้งั รกรากที่สหรัฐอเมริกา

หลงั จากนาซีมีอานาจในยโุ รป ฮินเดมิธ ประพนั ธ์เพลงเด่นในลกั ษณะของดนตรีสาหรับชีวิตประจาวนั
มากกวา่ ดนตรีศิลปะ ที่เรียกวา่ “Gebrauchsumsik” ผลงานสองชิ้นของเขายงั คงเป็นผลงานดีเด่นท่ีบรรเลงใน
การแสดงคอนเสิร์ต คือ Symphonic Mathis der Maler ดดั แปลงจากโอเปร่าของฮินเดมิธเอง และ Symphonic
Metamorphose on Themes of Wehse แนวการประพนั ธข์ องฮินเดมิธไดย้ ดึ หลกั การใชบ้ นั ไดเสียง 12 เสียง
(Atonality) โดยไม่ละทิ้งระบบเสียงที่มีเสียงหลกั ซ่ึงฮินเดมิธถือวา่ เป็นหลกั สาคญั ต่างไปจากหลกั การของ
โชนเบิร์ก (ณรุทธ์ สุทธจิตต,์ 2535 :181)

16

20. จอร์จ เกริ ์ชวนิ

ผปู้ ระพนั ธ์และนกั เขียนเพลง ชาวอเมริกนั เกิดเม่ือวนั ที่ 26 กนั ยายน 1898 บิดาเป็นชาวยวิ อพยพจาก
รัสเซีย เกิร์ชวนิ เร่ิมอาชีพเป็นนกั เขยี นเพลง ในระหวา่ งปี 1920-1930 เพลงแรกของจอร์จ คือ Since I Found
You ซ่ึงไม่เคยตีพมิ พม์ าก่อน จอร์จชื่นชมผลงานของเออร์วิง เบอร์ลิน (Irving Berlin) ซ่ึงเป็นนกั ประพนั ธ์
เพลงป๊ อปปูลา่ สมยั น้นั เพลงท่ีมีช่ือเสียงเพลงแรกของเบอร์ลิน คือ Alexander’s Ragtime Band

ผลงานชิ้นเอกของเกิร์ชวนิ ไดแ้ ก่ Rhapsody in Blue สาหรับเปี ยโนและวงออร์เคสตราหรือวงดนตรี
ประเภทแจ๊ส Cuban Overture สาหรับวงออร์เคสตรา Concerto in F สาหรับเปี ยโนและวงออร์เคสตรา Piano
Preludes, Porgy and Bess (Folk opera), An American in Paris งานชิ้นแรกสาหรับเวทีบรอดเวยค์ ือ La La
Lucille นอกจากน้ีแลว้ ผลงานเพลงของเกิร์ชวินถือไดว้ า่ มีอิทธิพลต่อคีตกว ีี ในงานดนตรีประเภทที่เรียกวา่
“เซียเรียส มิวสิค” (Serious Music) และมีผลต่อดนตรีแจ๊ส (Jazz) การที่ผลงานของเขามีอิทธิพลต่อวงการ
ดนตรีอยา่ งกวา้ งขวางน้ีแหละ ที่ทาใหเ้ กิร์ชวนิ และคีตกวีเอกอื่น ๆ เป็นผทู้ ี่ประวตั ิศาสตร์ดนตรีไม่อาจตดั ช่ือ
ของเขาทิ้งไปได้

เกิร์ชวนิ กห็ นีไม่พน้ ความตายเฉกเชนกบั มนุษยค์ นอ่ืน ๆ ทว่ั ไป เขาจากโลกไปเม่ือวนั ที่ 11 กรกฎาคม
ปี 1937 ดว้ ยโรคเน้ืองอกในสมอง วทิ ยปุ ระกาศข่าวการมรณกรรมของเขาวา่ “บุรุษผกู้ ลา่ ววา่ ในหวั ของเขามี
เสียงดนตรีมากเกินกวา่ ท่ีเขาจะสามารถบนั ทึกลงบนกระดาษใหห้ มดได้ ไดถ้ ึงแก่กรรมเสียแลว้ ในวนั น้ีที่
ฮอลลิวดู้ ” (ไพบูลย์ กิจสวสั ด์ิ, 2535 : 300)

17
21. อำรอน คอปแลนด์

ผปู้ ระพนั ธ์เพลงชาวอเมริกนั ซ่ึงวตั ถดุ ิบในการแต่งเพลงนามาจากสงั คมของอเมริกนั เองไมว่ า่ จะเป็น
เพลงประเภทพ้ืนเมือง เพลงเตน้ รา ดนตรีแจ๊ส หรือเหตุการณ์อื่น ๆ ในสงั คมอเมริกนั ผลงานเพลงของคอป
แลนดป์ ระกอบดว้ ย ดนตรีบลั เลท์ Billy the Kid, Rode และAppalachian Spring เป็นเพลงท่ีนิยมบรรเลงโดย
ไม่มีบลั เลทป์ ระกอบในระยะต่อ ๆ มา เพลงสาหรับออร์เคสตรา El Salon Mexico และ A Lincoln Portrait มี
การบรรยายประกอบวงออร์เคสตรานอกจากน้ียงั แต่งเพลงประกอบภาพยนตร์อีกจานวนหน่ึง

22. ดมทิ รี ชอสตำโกวชิ
ผปู้ ระพนั ธ์เพลงชาวรัสเซีย เกิดท่ีเซ็นตป์ ี เตอร์สเบิร์ก เมื่อวนั ท่ี 25 กนั ยายน 1906 เขา้ เรียนดนตรีใน

สถาบนั ดนตรีแห่ง เซ็นตป์ ี เตอร์สเบิร์ก ขณะอายุ 13 ปี ไดเ้ รียนเปี ยโนกบั Nikolaev
ในผลงานของชอสตาโกวชิ ในระยะแรกมกั ถูกวจิ ารณ์อยา่ งรุนแรงวา่ ยากแ ละกา้ วล้าสมยั เกินกวา่ ความ

เขา้ ใจของผฟู้ ังท่ีจะรับได้ ไม่มีลกั ษณะของชาตินิยมอยใู่ นผลงานและเขาเองกต็ อ้ งทนทุกขก์ บั คา ติเตียนอยา่ ง
หนกั ชอสตาโกวิชยดึ หลกั ในการแต่งเพลงท่ีตอ้ งการสนอง ความตอ้ งการของตนเองโดยไม่ละทิ้งความ
ตอ้ งการของประเทศและประชาช นชาวรัสเซีย ผลงานดนตรีส่วนใหญข่ องเขาที่เป็นที่ยอมรับกนั ทว่ั โลกและ
ประวตั ิ ศาสตร์ของรัสเซียตอ้ งยกยอ่ งเขาใหเ้ ป็นคีตกวีคนสาคญั ทางดนตรีตะว ีันตกในศตวรรษท่ี 20 น้ี

18

นอกจากน้ีแลว้ ทานองเพลงท่ีสาคญั ของเขาที่เขียนใหก้ บั ภาพยนตเ์ ร่ือง Vstrechnyi ไดถ้ ูกนามาใชเ้ ป็นบท
เพลงแห่งสหประชาชาติ (United Nations Hymn)

ผลงานการประพนั ธข์ องชอสตาโกวิชท่ีเป็นผลงานขนาดใหญ่ คือ ซิมโฟนี 15 บท บางบทมีสาระ
เน้ือหาเกี่ยวกบั การเมืองและความรักชาติ เช่น หมายเลข 7 Leningrad Symphony (ซ่ึงบางส่วนเขียนข้ึน
ขณะที่เมืองเลนินกราดถูกลอ้ มในปี 1914 ระหวา่ งสงครามโลกคร้ังที่ 2 และเพือ่ อทุ ิศใหแ้ ด่ผทู้ ่ีต่อสูป้ ้องกนั
เมืองเลนินกราด) นอกจากน้ียงั มีเพลงประเภทคอนแชร์โตสาหรับเคร่ืองดนตรี สตริงควอเตทดนตรีสาหรับ
เปี ยโน และโอเปร่าเรื่อง Lady Macbeth of Mt. Sensk District เขียนข้ึนจากงานวรรณกรรมของ Leskov ซ่ึง
ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น Katerina Ismailova เป็นผลงานท่ีทาใหช้ อสตาโกวชิ พบกบั ความยงุ่ ยากทางการเมือง มี
คนที่จะพยายามใชค้ าพดู อธิบายลกั ษณะดนตรีของชอสตาโกวชิ ส่วนใหญม่ กั ใชค้ าวา่ “รุนแรง” “เดด็ ขาด”
“ชดั เจน” และ “เปิ ดเผยตรงไปตรงมา”

ชอสตาโกวิช สิ้นชีวติ วนั ที่ 9 สิงหาคม 1975 นอกกรุงมอสโคว์ เขาไดร้ ับการนบั ถือวา่ เป็นคีตกวีชาว
รัสเซียท่ียง่ิ ใหญท่ ่ีสุดใน สมยั เดียวกนั

19

23. คำร์ลไฮนซ์ สตอคเฮำเซน

ผปู้ ระพนั ธ์เพลงชาวเยอรมนั ซ่ึงมีความเพอ้ ฝันและการสร้างสรรคเ์ ก่ียวกบั ดนตรีอยา่ งมากท่ีสุ ดผหู้ น่ึง
ในศตวรรษท่ี 20 ส่วนหน่ึงของผลงานการประพนั ธใ์ ชห้ ลกั การของโชนเบิร์ก คือ การใชบ้ นั ไดเสียง 12 เสียง
(Atonality) การใชเ้ ครื่องดนตรีประเภทอิเลคโทรนิค และพฒั นาความคิดของผฟู้ ังใหม้ ีส่วนในการทาความ
เขา้ ใจกบั ดนตรีด้ วยตนเอง (ณรุทธ์ สุทธจิตต,์ 2535 : 183)

ผลงานของสตอคเฮาเซนประกอบดว้ ย

– Gruppen สาหรับวงออร์เคสตรา 3 กลุ่ม

– Zyklus สาหรับเคร่ืองประกอบจงั หวะ

– Kontelte สาหรับเสียงอีเลคโทรนิค เปี ยโน และเครื่องประกอบจงั หวะ Hymnen เป็นดนตรีอีเลคโทร
นิคโดยนาแนวทานองของเพลงชาติประเทศต่าง ๆ มาเป็นวตั ถุดิบและ Stimmung สาหรับเคร่ืองอีเลคโทรนิค
6 เคร่ือง

สตอกเฮาเซนเป็นผปู้ ระพนั ธ์เพลงคนแรกที่พมิ พโ์ นต้ เพลงอีเลคโทรนิคในรูปแบบของ แผนภูมิ
นอกจากเป็นผปู้ ระพนั ธ์แลว้ เขายงั เป็นครูสอนแนวคิดทางดนตรีท่ีเป็นของตนเองดว้ ย

20

24. ฟิ ลปิ กลำส

ผปู้ ระพนั ธเ์ พลง ชาวอเมริกนั ผซู้ ่ึงในระยะแรกยดึ หลกั การแต่งแบบมาตรฐานท่ีใชก้ นั มาในสมยั ต่าง ๆ
หลงั จากไปศึกษาเพิ่มเติมดา้ นดนตรีในปารีส แนวคิดของกลาสเร่ิมเปลี่ยนไปในทางสร้างสรรคผ์ ลงานใหม่
ๆ ที่ต่างไปจากรูปแบบมาตรฐาน อยา่ งไรกต็ ามกลาสเลิกจริงจงั กบั การประพนั ธเ์ พลงไปพกั ใหญ่ โดย
เปล่ียนไปประกอบอาชีพเป็นคนขบั รถแทก็ ซ่ี ช่างไม้ และช่างประปา จนกระทงั่ ไปพบกบั ผปู้ ระพนั ธเ์ พลง
แนวเดียวกนั อีกคร้ังหน่ึงกลาสจึงต้งั วงดนตรีท่ี ประกอบดว้ ย ออร์แกนอีเลคโทรนิค 2 ตวั ซ่ึงกลาสเล่นเอง 1
ตวั ผเู้ ล่นเครื่องเป่ า 4 คน และนกั ร้องหญิง 1 คน ซ่ึงมิไดถ้ ือเป็นการร้องเพลงแต่ทาหนา้ ที่เป็นเสมือนเคร่ือง
ดนตรีชิ้นหน่ึง วงดนตรีน้ีเลน่ เพลงท่ีกลาสประพนั ธ์เอง ซ่ึงระยะแรกไม่มีผสู้ นใจฟังสกั เท่าไร แต่เมื่อเวลา
ผา่ นไปผฟู้ ังเร่ิมสนใจและติดตามผลงานของกลาสมากข้ึน

หลกั การที่กลาสใชใ้ นการประพนั ธเ์ พลง คือ การบรรเลงแนวทานองหน่ึงซ้า ๆ กนั และเริ่มบรรเลง
แนวทานองตอ่ ไป ซ่ึงพฒั นามาจากทานองเดิมโดยเพม่ิ ตวั โนต้ เขา้ ไปทีละ 2 ตวั และทาเช่นน้ีเร่ือย ๆ ไปจน
ในที่สุดแนวทานองเดิมจะกลายเป็นแนวทานองใหม่ท่ีมีความยาวมา กถึงกบั มีตวั โนต้ 210 ตวั จากด้งั เดิมมี 8
ตวั

ผลงานของกลาสมีมากมายหลายประเภทท้งั โอเปร่า ดนตรีบรรเลงในแนวอีเลคโทรนิค เช่น Music
Fifth, Music in Twelve Parts, Music with Changing Parts และโอเปร่า Einstein on the Beach และ
Satyagrapha เป็นตน้

กลาสสนใจศึกษาดนตรีของชนชาติและเผา่ ต่าง ๆ ทวั่ โลกและนามาเป็นวตั ถุดิบในการประพนั ธเ์ พลง
ผลงานของกลาสเป็นอีกสมยั หน่ึงของดนตรีท่ีเปล่ียนแปลงไปตามความค ีิดสร้างสรรคข์ องกลาส
ผปู้ ระพนั ธ์ที่ไม่หยดุ อยกู่ บั ที่ ผซู้ ่ึงตอ้ งการเสนอผลงานในอีกรูปแบบหน่ึง ซ่ึงผฟู้ ังมีส่วนร่วมในการตดั สินใจ
วา่ ความหมายที่แทจ้ ริงของดนต รีอยทู่ ่ีใดแน่(ณรุทธ์ สุทธจิตต,์ 2535 :184)

21

25. โยฮันเนส บรำห์ม
บรามส์ เกิดเม่ือวนั ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2376 (ค.ศ. 1833) ที่นครฮมั บูร์กประเทศเยอรมนี บิดาของบ

รามส์เป็นนกั เลน่ ดบั เบิลเบสและยงั เป็นครูดนตรีคนแรกของเขาอีกดว้ ย บรามส์ไดแ้ สดงใหเ้ ห็นถึ’
ความสามารถมากอนั โดดเด่นเกินวยั สนใจเครื่องดนตรีทุกประเภท ครูดนตรีคนสาคญั ของเขาไดแ้ ก่เอดว๊ ด
มาร์กเซ็น ไดส้ อนเขาอยา่ งต้งั อกต้งั ใจ ดว้ ยความหวงั ท่ีวา่ เขาจะกลายเป็นนกั เปี ยโนเอกในอนาคต โดยได้
สอนเทคนิคการเลน่ ของ บาค โมซาร์ท และเบโธเฟน ซ่ึงกลายเป็นที่จดจาของบรามส์ไปตลอด โดยมิได้
ทาลายพรสวรรคท์ างการสร้างสรรคข์ องศิษยค์ วามสามารถทางการเลน่ เปี ยโนของเขา ทาใหเ้ ขาไดเ้ ป็นนกั
ดนตรีอาชีพคร้ังแรกท่ีผบั แห่งหน่ึงในนครฮมั บูร์ก ต้งั แต่มีอายเุ พยี งสิบสามปี ในปี พ.ศ. 2396 (ค.ศ. 1853)
บรามส์ออกตระเวนเปิ ดการแสดงกบั เพ่อื นนกั ไวโอลิน ชื่อเอด๊วด เรเมนยี ซ่ึงทาใหเ้ ขามีโอกาสไดพ้ บกบั นกั
ไวโอลินช่ือดงั แห่งยคุ โยเซ็ฟ โยอาคิม ผซู้ ่ึงประทบั ใจฝีมือของบรามส์มาก และยงั ไดแ้ นะนาใหเ้ ขาไดร้ ู้จกั
กบั ฟรานซ์ ลิซท์ และโดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ ชูมนั น์ กบั ภรรยา คลาร่า ชูมนั น์ ซ่ึงเขาไดส้ นิทสนมดว้ ยเป็นอยา่ งดี
อิทธิพลของชูมนั นท์ ี่มีต่องานของบรามส์น้นั ใหญ่หลวงนกั ระหวา่ งปี พ.ศ. 2400 (ค.ศ. 1857) ถึง พ.ศ. 2402
(ค.ศ. 1859) เขาไดร้ ับแต่งต้งั ใหเ้ ป็นหวั หนา้ คณะนกั ร้องประสานเสียงประจาวงั ของเจา้ ชายแห่งเดต็ โมลด์
ในช่วงเวลาน้ีเองท่ีเขาไดป้ ระพนั ธ์เซเรเนดสาหรับวงดุริยางคข์ ้ึนสองบท และคอนแชร์โตส้ าหรับเปี ยโนช้ืน
แรก ปี พ.ศ. 2405 (ค.ศ. 1862) เขาไดเ้ ดินทางกลบั สู่นครเวยี นนา ชื่อเสียงในฐานะนกั ดนตรีของเขาเพม่ิ ข้ึน
และไดร้ ับการยกยอ่ งใหเ้ ป็น ทายาทดนตรีของเบโธเฟน เพลงสวดเรเควยี มของเขาเป็นเคร่ืองพิสูจนค์ ากล่าว
น้นั ไดเ้ ป็นอยา่ งดี ในปี พ.ศ. 2413 (ค.ศ. 1870) เขาไดพ้ บกบั วาทยกรฮนั ส์ ฟอน บือโลว์ ผซู้ ่ึงมีอุปการคุณต่อ
งานดนตรีของบรามส์เป็นอยา่ งมากในภายหลงั ในปี พ.ศ. 2419 (ค.ศ. 1876) บรามส์แต่งซิมโฟนีบทแรก
สาเร็จ ไดร้ ับการขนานนามวา่ เป็นซิมโฟนีบทท่ี 10 ของเบโธเฟน ตามคากล่าวของบือโลว์ จากน้นั กม็ ีงาน
ประพนั ธส์ าหรับวงดุริยางคต์ ามมาจานวนมาก ซิมโฟนีอีกสามบท คอนแชร์โตส้ าหรับไวโอลิน คอนแชร์โต้
หมายเลขสองสาหรับเปี ยโน จนกระทง่ั ถึงผลงานเอกในช่วงบ้นั ปลายชีวติ นน่ั กค็ ือบทเพลงสาหรับคลาริเน็ท
งานของบรามส์ไดร้ ับอิทธิพลหลากหลาย โดดเด่นดว้ ยศาสตร์แห่งเคานเตอร์พอ้ ยท์ และ โพลีโฟนี ความ

22
งดงามของบทเพลงที่เขาประพนั ธอ์ ยทู่ ี่รูปแบบคลาสสิกท่ีถูกแต่งแตม้ ดว้ ยความถวลิ หาของยคุ โรแมนติก แต่
กม็ ีเอกลกั ษณ์เฉพาะตวั สีสนั ทางดนตรีอนั บรรเจิด ท่วงทานองท่ีสร้างสรรค์ และจงั หวะทาใหป้ ระหลาดใจ
ดว้ ยการสอดประสานกนั เป็นผลงานส่วนตวั ของบรามส์ท่ีเป่ี ยมดว้ ยคุณภาพ ซ่ึงเราอาจนึกวา่ จะเขา้ ใจยากเมื่อ
แรกไดย้ นิ แต่เรากจ็ ะเขา้ ถึงไดแ้ ละขาดไม่ไดใ้ นท่ีสุด นบั เป็นหน่ึงในคีตกวีคนสาคญั ของประวตั ิศาสตร์
ดนตรีตะวนั ตก ศพของโยฮนั เนส บรามส์ถูกฝังไวท้ ่ีสุสานกลางแห่งนครเวียนนา ในส่วนของนกั ดนตรีคน
สาคญั ผลู้ ่วงลบั

26. เฟรเดริก ฟร็องซัว ชอแป็ ง
ชอแป็งเกิดเมื่อวนั ที่ 1 มีนาคม ค.ศ. 1810(ตามบนั ทึกของสงั ฆมณฑลบอกวา่ เป็นวนั ท่ี 22 กมุ ภาพนั ธ)์

ที่เมืองแชลาซอวาวอลา (Żelazowa Wola) ซ่ึงต้งั อยตู่ อนกลางของประเทศโปแลนด์ บิดาของเขาช่ือนีกอลา
(Nicolas Chopin) เป็นชาวฝรั่งเศสโดยกาเนิด พ้ืนเพมาจากเมืองมาแร็งวลี -ซูร์-มาดง (Marainville-sur-
Madon) ในแควน้ ลอแรน มารดาเป็นชาวโปแลนด์ ชอแป็งเริ่มเรียนดนตรีต้งั แต่อายหุ กขวบ และแต่งเพลง
แรกเม่ืออายเุ พยี งเจด็ ขวบ และเปิ ดการแสดงต่อสาธารณชนคร้ังแรกเม่ืออายแุ ปดขวบ (ค.ศ. 1818) ครูสอน
ดนตรีคนแรกของชอแป็งไดแ้ ก่ วอยแชค ชึฟนือ (Wojciech Żywny) และหลงั จาก ค.ศ. 1826 เขาไดเ้ ขา้ รับ

23
การศึกษาท่ีโรงเรียนดนตรีแห่งกรุงวอร์ซอ ซ่ึงเขาไดร้ ับการถ่ายทอดวิชาดนตรีจากยแู ซฟ เอลส์เนอร์ (Józef
Elsner) เป็นหลกั

ใน ค.ศ. 1830 เขาไดจ้ ากโปแลนดป์ ระเทศบา้ นเกิดเพอ่ื มาประกอบอาชีพนกั ดนตรีที่ประเทศฝร่ังเศส
ซ่ึงเขาไดใ้ ชช้ ่วงชีวติ ที่เหลือพานกั อยทู่ ี่กรุงปารีสหรือไม่กใ็ นบริเวณใกลเ้ คียง เขาตกหลุมรักสาวนางหน่ึง
อยา่ งหวั ปักหวั ปา ความรักท่ีเขามีต่อหลอ่ นเป็นแรงบนั ดาลใจในการประพนั ธเ์ พลง "บลั ลาดหมายเลข 1 โอ
ปุสที่ 23" ที่แสนไพเราะ รวมถึงท่อนที่สองของคอนแชร์โตหมายเลข 1 ระหวา่ ง ค.ศ. 1838 ถึง ค.ศ. 1847 เขา
ไดก้ ลายเป็นชูร้ ักของฌอร์ฌ ซ็องด์ (George Sand) นกั ประพนั ธ์นวนิยายชาวฝรั่งเศสผอู้ ้ือฉาว แต่ในที่สุดกไ็ ด้
แยกทางกนั ดว้ ยความเตม็ ใจของท้งั สองฝ่ ายเมื่ออาการป่ วยของชอแป็งทรุดหนกั ฉากหน่ึงของเรื่องราวความ
รักของคู่รักบนั ลือโลกที่ผคู้ นจดจาไดด้ ีท่ีสุด เห็นจะไดแ้ ก่เหตุการณ์ในเกาะมายอร์กา ประเทศสเปน ในช่วงที่
ชอแป็งใชช้ ีวติ ส่วนใหญ่อยอู่ ยา่ งอนาถในบา้ นชาวนาโดยปราศจากเครื่องทาความร้อน บทเพลงเขาได้
ประพนั ธ์ระหวา่ งช่วงเวลาอนั น่าสงั เวชน้ีไดแ้ ก่พรีลูด โอปุสที่ 28 อนั พรรณนาถึงความสิ้นหวงั ของท้งั คู่
ช่วงเวลาดงั กลา่ วไดม้ ีผลกระทบอยา่ งใหญห่ ลวงต่อสุขภาพของชอแป็งที่ป่ วยจากวณั โรคเร้ือรัง ทาใหเ้ ขา
และฌอร์จ ซ็องดต์ ดั สินใจเดินทางกลบั กรุงปารีสเพอื่ รักษาชีวิตเอาไว้ เขารอดชีวติ มาไดก้ จ็ ริง แต่กไ็ ม่
หายขาดจากอาการป่ วย จนกระทง่ั จบชีวติ อยา่ งน่าสลดดว้ ยวยั เพยี ง 39 ปี

27. ฟรันทซ์ ลสิ ท์
บิดาของเขาชื่ออาดมั ลิสท์ เป็นนกั เชลโลในวงดนตรีทอ้ งถิ่น อีกท้งั ยงั เป็นเลขานุการของเจา้ ชายเอ

สเตอร์ฮาซี บิดาไดส้ อนใหล้ ิสทเ์ ลน่ เปี ยโนต้งั แต่เดก็ ใหห้ ดั เลน่ บทเพลงของลูทวชิ ฟัน เบทโฮเฟิ น, โยเซ็ฟ

24
ไฮเดิน และวอ็ ลฟ์ กงั อมาเดอสุ โมทซาร์ท เขาไดเ้ ผยใหเ้ ห็นความสามารถที่โดดเด่นเกินวยั ต้งั แต่อายุ 10
ชวบ เขาเดินทางไปที่กรุงเวยี นนา (ประเทศออสเตรีย) เพอ่ื ศึกษาเรื่องเสียงประสานกบั ซาลีเอรี และเรียน
เปี ยโนกบั คาร์ล แชร์นี เป็นเวลาสองปี ในขณะที่ไดเ้ ดินทางไปแสดงที่กรุงปารีส โดยมีบิดาไปดว้ ย เขาได้
พยายามสมคั รเขา้ เรียนที่วิทยาลยั ดนตรีและนาฏศิลป์ แห่งชาติ ณ กรุงปารีส (เม่ือก่อนใชช้ ื่อวา่ โรงเรียนดนตรี
และการแสดงแห่งราชสานกั ) แต่พา่ ยต่อเกรูบีนี ในการสอบเขา้ ดว้ ยเหตุผลท่ีวา่ ลิสทเ์ ป็นชาวต่างชาติ ในปี
พ.ศ. 2367 (ค.ศ. 1824) เขาไดก้ ลายมาเป็นศิษยข์ องแฟร์ดีนนั โด ปาแอร์ และไดป้ ระพนั ธอ์ ุปรากรเรื่อง
ปราสาทแห่งรัก เมื่อมีอายไุ ด้ 14 ปี ลิสทป์ ระสบปัญหาซึมเศร้าหลงั การตายของบิดาในปี พ.ศ. 2370 (ค.ศ.
1827) หลงั จากเดินทางไปประเทศองั กฤษ เขากไ็ ดเ้ ดินทางกลบั มายงั กรุงปารีสอีกคร้ังเพ่อื หาเล้ียงชีพดว้ ยการ
สอนเปี ยโน

28. เฟลคิ ส์ เมน็ เดลิ ส์โซน
ยาคอ็ พ ลูทวชิ เฟลิคส์ เมน็ เดิลส์โซน บาร์ทอ็ ลดี (เยอรมนั : Jakob Ludwig Felix Mendelssohn

Bartholdy) เป็นที่รู้จกั กนั ในช่ือ เฟลิคส์ เมน็ เดิลส์โซน (3 กมุ ภาพนั ธ์ ค.ศ. 1809 - 4 พฤศจิกายน ค.ศ. 1847)
เป็นนกั เปี ยโน คีตกวี และผอู้ านวยเพลงชาวเยอรมนั อยใู่ นยคุ โรแมนติกตอนตน้ มีผลงานประพนั ธท์ ้งั
ซิมโฟนี คอนแชร์โต ออราทอริโอ และเชมเบอร์มิวสิก

เฟลิคส์ เมน็ เดิลส์โซน เกิดท่ีฮมั บวร์ค ในครอบครัวชาวยวิ เป็นบุตรของอบั ราฮมั นายธนาคารซ่ึง
ต่อมาไดเ้ ปลี่ยนศาสนาเป็นคาทอลิก ต่อมาครอบครัวไดย้ า้ ยมาอาศยั ท่ีเบอร์ลิน

25
เฟลิคส์ไดร้ ับการฝึกฝนใหเ้ ล่นเปี ยโนจากมารดา ป้า และพีส่ าวชื่อฟันนี ซ่ึงเป็นนกั ดนตรีสมคั รเล่น
และไดร้ ับการยอมรับวา่ เป็นอจั ฉริยะมาต้งั แต่เดก็ เช่นเดียวกบั โมทซาร์ท เขาไดร้ ับการฝึกฝนการประพนั ธ์
เพลง ต้งั แต่ปี ค.ศ. 1817 เมื่ออายเุ พียง 9 ปี และไดเ้ ร่ิมแสดงคอนเสิร์ตต้งั แต่ปี น้นั ต่อมาเขาไดศ้ ึกษาต่อดา้ น
ปรัชญา สุนทรียศาสตร์ ประวตั ิศาสตร์ และภูมิศาสตร์ ท่ีมหาวทิ ยาลยั เบอร์ลิน
เมน็ เดิลส์โซนเป็นคีตกวเี พยี งไมก่ ี่คนท่ีมีฐานะร่ารวย แตกต่างจากศิลปิ นท่ีมีชื่อเสียงส่วนใหญท่ ่ีตอ้ ง
ใชช้ ีวติ อยา่ งยากจนขน้ แคน้
ผลงานที่มีชื่อเสียงของเมน็ เดิลส์โซน คือ ไวโอลินคอนแชร์โต ในบนั ไดเสียง อี ไมเนอร์ ท่ีประพนั ธ์
ข้ึนในปี ค.ศ. 1844

29. โรเบริ ์ต ชูมำนน์
โรเบิร์ต ชูมานน์(Robert Schumann) มีความสนใจดา้ นดนตรีต้งั แต่วยั เดก็ แต่แม่ของเขาตอ้ งการให้

เขาเป็นนกั กฎหมาย และชกั นาใหเ้ ขาไปเรียนกฎหมาย สุดทา้ ยเขากต็ อ้ งออกจากโรงเรียนกฎหมาย

26

ต่อจากน้นั เขาไดไ้ ปเรียนดนตรีกบั นกั เปี ยโนท่ีมีชื่อเสียง คือ ฟริดริช วคิ (Friedrich Wieck) ซ่ึงกค็ ือพอ่ ของ
คลาร่า วิค ซ่ึงในเวลาต่อมาไดแ้ ต่งานใชช้ ีวติ ร่วมกนั อยา่ งมีความสุข มีลูกดว้ ยกนั 8 คน

หลงั จากท่ีชูมานน์เกิดอาการบาดเจบ็ ท่ีนิ้วของเขา ไม่สามารถเลน่ เปี ยโนได้ เขาจึงหนั มาประกอบอาชีพ
เป็นนกั แต่งเพลงอยา่ งเตม็ ตวั บทประพนั ธด์ นตรีของเขามีช่ือเสียงมากที่สุดคือเพลงสาหรับเปี ยโน เขาเป็น
นกั เขียน และเผยแพร่นิตยสารดนตรีที่ช่ือวา่ Neue Zeitschrift เขยี นเกลด็ ความรู้ดา้ นดนตรี ไดเ้ ขียนวจิ ารณ์
เกี่ยวกบั บทเพลงในยคุ น้นั

ชูมานน์เป็นคนท่ีทางานหนกั ทาใหเ้ ขาเกิดอาการเจบ็ ป่ วยเป็นโรคประสาท ปี ค.ศ. 1854 ในขณะท่ีเขา
มีอายุ 44 ปี สุขภาพเขาทรุดโทรมอยา่ งหนกั เขาเมีอาการเจบ็ ป่ วยท้งั ทางร่างกายและทางจิตใจ เกิดอาการ
ทอ้ แทส้ ิ้นหวงั การครองชีวติ ที่บีบรัดเน่ืองจากการมีลูกมากถึง 8 คน เขาเขา้ รับการรักษาตวั ในโรงพยาบาล
คนเสียจริตและไดเ้ สียชีวิตลงในวนั ท่ี 29 กรกฎาคม 1856 ในออ้ มแขนของคลาร่า

27

30. ริชชำร์ท วำกเนอร์

ริชชาร์ท วากเนอร์ (Richard Wagner) เกิดมาในครอบครัวชาวเยอรมนั อาศยั อยใู่ นเมืองไลพซ์ ิก รับ
บพั ติสมาท่ีโบสถเ์ ซนตโ์ ทมสั เป็นลูกคนท่ีเกา้ ของ คาร์ล ฟรีดริช วากเนอร์ (Carl Friedrich Wagner) ผเู้ ป็น
เสมียนในหน่วยงานตารวจของเมืองไลพซ์ ิก และภรรยาของเขา โจฮนั นา โรซีน (Johanna Rosine) เป็นลูก
สาวของคนทาขนมปัง คาร์ล วากเนอร์ (Carl Wagner) เสียชีวติ จากโรคไขร้ ากสาดใหญ่หกเดือนหลงั จากท่ี
ริชชาร์ทเกิด ผเู้ ป็นแม่จึงตอ้ งไปอาศยั อยกู่ บั เพอ่ื นของคาร์ล นกั แสดงและนกั เขียนบทละคร ลุดวิก เกเยอร์
(Ludwig Geyer)

ในเดือนสิงหาคม ค.ศ. 1814 โยฮนั นาและเกเยอร์แต่งงานกนั แมว้ า่ จะไม่พบเอกสารการจดทะเบียน
ของท้งั สอง ในโบสถท์ ี่เมืองไลพซิก เธอและครอบครัวไดย้ า้ ยเขา้ ไปอยทู่ ่ีบา้ นของเกเยอร์ในเดรสเดิน วาก
เนอร์เป็นท่ีรู้จกั ในนามวิลเฮลม์ ริชาร์ด เกเยอร์ (Wilhelm Richard Geyer) จนกระทง่ั เขาอายสุ ิบส่ี เขาเกือบคิด
วา่ เกเยอร์เป็นบิดาผใู้ หก้ าเนิดแทๆ้ เสียดว้ ยซ้า ดว้ ยความหลงใหลในการละครของเกเยอร์ไม่ไดห้ ยดุ อยแู่ ค่ตวั
เขาเอง เพราะมนั ถูกส่งต่อผา่ นมายงั ลูกเล้ียงของเขาดว้ ย

ปลายปี ค.ศ. 1820 วากเนอร์ เขา้ รับการศึกษาต่อใน Pastor Wetzel’s เขาไดร้ ับการสอนเปี ยโนจาก
อาจารยล์ ะตินคนหน่ึง หลงั จากการเสียชีวิตของเกเยอร์ในปี ค.ศ. 1821 ริชชาร์ทถูกส่งไปเรียนต่อท่ี
Kreuzschule โรงเรียนประจาของ Dresdner Kreuzchor คา่ ใชจ้ ่ายท้งั หมดอยใู่ นการดูแลของพ่ีชายเกเยอร์ ใน
ปี ค.ศ. 1831 วากเนอร์กไ็ ดเ้ รียนต่อในมหาวทิ ยาลยั ไลพซ์ ิก ท่ีซ่ึงเขาไดเ้ ป็นสมาชิกของสมาคมนกั เรียนชาว
แซกซนั 1 ปี ตอ่ มา วากเนอร์ไดส้ ร้างผลงาน Symphony in C major จากน้นั เขากเ็ ริ่มสร้างผลงานโอเปร่าใน
Die Hochzeit ซ่ึงมนั เขาไม่เคยไดม้ ีโอกาสทาใหเ้ สร็จ

28

บรรณำนุกรม

http://citizens-in-the-world.blogspot.com/2013/12/blog-post_21.html (สืบคน้ ขอ้ มูล เม่ือ 11/2/2565)

https://sites.google.com/site/chutimakae2526/bukhkhl-sakhay-thang-dntri-sakl (สืบคน้ ขอ้ มูล เม่ือ
11/2/2565)

https://www.mtk.ac.th/ebook/forum_posts.asp?TID=1966 (สืบคน้ ขอ้ มูล เมื่อ 11/2/2565)

https://musicl3.wordpress.com/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1
%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%80%E
0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0
%B8%87%E0%B8%94%E0%B8%99-2/ (สืบคน้ ขอ้ มูล เมื่อ 11/2/2565)

http://atittaya12681.blogspot.com/p/blog-page_65.html (สืบคน้ ขอ้ มูล เมื่อ 11/2/2565)

https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%9F%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%94%E
0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%81_%E0%B8%8A%E0%B8%AD%E0%B9%81%E0%B8%9B%E0
%B9%87%E0%B8%87 (สืบคน้ ขอ้ มูล เม่ือ 11/2/2565)

https://www.desymphony.org/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1
%E0%B8%95%E0%B8%B4-richard-wagner-
%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%9B%E0%B8%8F%E0%B8%B4%E0%B8%A7%
E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%99%E0%B8%95/ (สืบคน้ ขอ้ มูล เมื่อ
11/2/2565)

https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9F%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E
0%B8%8B%E0%B9%8C_%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%97%E0%B9%8C
(สืบคน้ ขอ้ มูล เมื่อ 11/2/2565)

https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%84%E
0%B8%AA%E0%B9%8C_%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B9%80%E0
%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%A5%E0%B8%AA%E0%B9%8C%E0%B9%82%E0%B8%8B%E0%
B8%99 (สืบคน้ ขอ้ มูล เม่ือ 11/2/2565)

29

https://sites.google.com/site/mrjisclassroom/prawati-sangkhit-kwi-laea-phl-ngan/robert-schumann (สืบคน้
ขอ้ มูล เม่ือ 11/2/2565)

https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B8%B5%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%A3%
E0%B9%8C_%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%B4%
E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%81%E0%B8%B5 (สืบคน้ ขอ้ มูล เมื่อ 11/2/2565)

30

ภำคผนวก

31


Click to View FlipBook Version