The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หน่วยที่ 5 มาตรฐานเหล็ก

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ครูบู วิไลวัลย์, 2023-09-05 02:54:50

หน่วยที่ 5 มาตรฐานเหล็ก

หน่วยที่ 5 มาตรฐานเหล็ก

หน่วยที่ 5 มาตรฐานเหล็กอุตสาหกรรม สาระสำคัญ มาตรฐานเหล็กอุตสาหกรรมได้เกิดขึ้นมาหลายมาตรฐาน ประเทศผู้ผลิตเหล็กจะผลิตเหล็กโดยมา มาตรฐานเป็นของตนเอง เพื่อให้ประเทศที่มีการจัดการอุตสาหกรรมเดียวกันยอมรับ สามารถนำไปใช้งาน สำหรับบริษัทผู้ผลิตเหล็กทำการผลิตเหล็กออกมาจำหน่ายสู่ตลาด หลายรูปแบบ หลายชนิด แต่ละบริษัทก็ พยายามที่จะผลิตเหล็ก เพื่อให้คุณภาพตรงกับความต้องการตามประเภทของงานที่จะใช้ โดยมีการกำหนด ชนิดและปริมาณส่วนประสมที่รวมอยู่ในโครงสร้างเหล็กนั้น ๆ จึงทำให้เกิดมี มาตรฐานเหล็กอุตสาหกรรม ดังนั้นนักเรียนต้องมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับมาตรฐานเหล็กอุตสาหกรรม 3 มาตรฐาน ได้แก่ มาตรฐาน เหล็กระบบอเมริกา มาตรฐานเหล็กระบบเยอรมัน และมาตรฐานเหล็กระบบญี่ปุ่น สาระการเรียนรู้ 1. ประเภทของมาตรฐานเหล็ก 2. มาตรฐานเหล็กระบบอเมริกา 3. มาตรฐานเหล็กระบบเยอรมัน 4. มาตรฐานเหล็กระบบญี่ปุ่น สมรรถนะรายหน่วย 1. แสดงความรู้เกี่ยวกับประเภทของมาตรฐานเหล็ก 2. แสดงความรู้เกี่ยวกับมาตรฐานเหล็กระบบอเมริกา 3. แสดงความรู้เกี่ยวกับมาตรฐานเหล็กระบบเยอรมัน 4. แสดงความรู้เกี่ยวกับมาตรฐานเหล็กระบบญี่ปุ่น จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม 1. จำแนกประเภทของมาตรฐานเหล็กได้ 2. อธิบายมาตรฐานเหล็กระบบอเมริกาได้ 3. อธิบายมาตรฐานเหล็กระบบเยอรมันได้ 4. อธิบายมาตรฐานเหล็กระบบญี่ปุ่นได้


137 เอกสารประกอบการสอน วิชาวัสดุงานช่างอุตสาหกรรม (20100-1002) แบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยที่ 5 วิชา วัสดุงานช่างอุตสาหกรรม รหัสวิชา 20100-1002 เรื่อง มาตรฐานเหล็กอุตสาหกรรม คำสั่ง จงเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียวทำเครื่องหมาย (X) ลงในกระดาษคำตอบ จำนวนข้อ 15 ข้อ เวลา 10 นาที 1. ข้อใดคือความหมายมาตรฐานเหล็กอุตสาหกรรม ก. ข้อกำหนดเกี่ยวกับเหล็กของผู้ผลิต ข. ข้อตกลงร่วมเกี่ยวกับเหล็กของผู้ใช้ ค. ปริมาณของสารประกอบในเหล็กของผู้ผลิต ง. ข้อกำหนด หรือ ข้อตกลงร่วมกันระหว่างผู้ผลิตกับผู้ใช้เกี่ยวกับโลหะเหล็ก 2. ข้อใดไม่ใช่ข้อกำหนดของมาตรฐานเหล็กอุตสาหกรรม ก. ขนาด ข. รูปร่าง ค. คาร์บอน ง. คุณสมบัติ 3. ข้อใดคือมาตรฐานเหล็กอุตสาหกรรมที่นิยมใช้งาน ก. มาตรฐานเหล็กระบบญี่ปุ่น ข. มาตรฐานเหล็กระบบญี่ปุ่น และมาตรฐานเหล็กระบบอเมริกา ค. มาตรฐานเหล็กระบบญี่ปุ่น มาตรฐานเหล็กระบบอเมริกา และมาตรฐานเหล็กระบบเยอรมัน ง. มาตรฐานเหล็กระบบญี่ปุ่น มาตรฐานเหล็กระบบอเมริกา มาตรฐานเหล็กระบบเยอรมัน และ มาตรฐานเหล็กระบบไทย 4. ข้อใดคือมาตรฐานของสมาคมวิศวกรรมยานยนต์ ก. SAE ข. DIN ค. JIS ง. TIS 5. ข้อใดคือมาตรฐานของระบบเยอรมัน ก. SAE ข. DIN ค. JIS ง. AISI 6. ข้อใดคือมาตรฐานของระบบญี่ปุ่น ก. SAE ข. DIN ค. JIS ง. TIS


138 เอกสารประกอบการสอน วิชาวัสดุงานช่างอุตสาหกรรม (20100-1002) แบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยที่ 5 วิชา วัสดุงานช่างอุตสาหกรรม รหัสวิชา 20100-1002 เรื่อง มาตรฐานเหล็กอุตสาหกรรม คำสั่ง จงเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียวทำเครื่องหมาย (X) ลงในกระดาษคำตอบ จำนวนข้อ 15 ข้อ เวลา 10 นาที 7. จากสัญลักษณ์มาตรฐาน SAE 52100 เป็นเหล็กชนิดใด ก. เหล็กกล้านิเกิล ข. เหล็กกล้าคาร์บอน ค. เหล็กกล้าประสมทังสเตน ง. เหล็กกล้าประสมโครเมียม 8. ข้อใดคือปริมาณเปอร์เซ็นต์คาร์บอนผสมในเหล็ก SAE 52100 ก. 0.1 % ข. 1 % ค. 1.5 % ง. 2 % 9. ข้อใดคือความหมาย มาตรฐานเหล็ก AISI C 7330 ก. เหล็กกล้าผสมโครเมียม ผลิตจากเตา Open Heath ชนิดที่เป็นด่าง มีปริมาณทังสเตนผสมอยู่ 3 % มีปริมาณคาร์บอนผสมอยู่0.3 % ข. เหล็กกล้าผสมโมลิบดินั่ม ผลิตจากเตา Open Heath ชนิดที่เป็นด่าง มีปริมาณทังสเตนผสมอยู่ 3 % มีปริมาณคาร์บอนผสมอยู่ 0.3 % ค. เหล็กกล้าผสมทังสเตน ผลิตจากเตา Open Heath ชนิดที่เป็นด่าง มีปริมาณทังสเตนผสมอยู่ 3 % มีปริมาณคาร์บอนผสมอยู่0.3 % ง. เหล็กกล้าผสมทังสเตน ผลิตจากเตา Bessemer ชนิดที่เป็นด่าง มีปริมาณทังสเตนผสมอยู่ 3 % มีปริมาณคาร์บอนผสมอยู่0.3 % 10. ข้อใดไม่ใช่การจำแนกประเภทของเหล็กตามมาตรฐานระบบเยอรมัน ก. เหล็กหล่อ ข. เหล็กเหนียว ค. เหล็กกล้าคาร์บอน ง. เหล็กกล้าประสมสูง 11. ข้อใดคือความหมาย St 42 มาตรฐานระบบเยอรมัน ก. เหล็กกล้าคาร์บอน รับแรงดึงได้ต่ำสุด 42 Kg/mm2 ข. เหล็กกล้าคาร์บอน รับแรงดึงได้สูงสุด 42 Kg/mm2 ค. เหล็กกล้าคาร์บอน มีปริมาณคาร์บอนผสมอยู่ 0.42 % ง. เหล็กกล้าคาร์บอน มีปริมาณคาร์บอนผสมอยู่ 42 %


139 เอกสารประกอบการสอน วิชาวัสดุงานช่างอุตสาหกรรม (20100-1002) แบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยที่ 5 วิชา วัสดุงานช่างอุตสาหกรรม รหัสวิชา 20100-1002 เรื่อง มาตรฐานเหล็กอุตสาหกรรม คำสั่ง จงเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียวทำเครื่องหมาย (X) ลงในกระดาษคำตอบ จำนวนข้อ 15 ข้อ เวลา 10 นาที 12. ข้อใดคือความหมาย ตัวอักษร X จากมาตรฐานระบบเยอรมัน X 210 Cr W 12 ก. เหล็กหล่อ ข. เหล็กกล้าคาร์บอน ค. เหล็กกล้าประสมต่ำ ง. เหล็กกล้าประสมสูง 13. ข้อใดคือความหมาย GG-40 ก. เหล็กหล่อสีเทา รับแรงดึงสูงสุด 40 Kg/mm2 ข. เหล็กเหนียวหล่อ รับแรงดึงสูงสุด 40 Kg/mm2 ค. เหล็กหล่อเหนียว รับแรงดึงสูงสุด 40 Kg/mm2 ง. เหล็กหล่อกราไฟต์ก้อนกลม รับแรงดึงสูงสุด 40 Kg/mm2 14. ข้อใดคือความหมาย ตัวอักษร G จากมาตรฐานระบบญี่ปุ่น JIS G 3103 ก. แร่ ข. กระดาษ ค. โลหะที่ไม่ใช่เหล็ก ง. โลหะประเภทเหล็ก 15. ข้อใดคือความหมายตัวเลข 2 หลักสุดท้าย จากมาตรฐานระบบญี่ปุ่น JIS G 3103 ก. เหล็กไฮสปีด ข. เหล็กเครื่องมือประสม ค. เหล็กเครื่องมือคาร์บอน ง. เหล็กรีดสำหรับโครงสร้างทั่วไป


140 เอกสารประกอบการสอน วิชาวัสดุงานช่างอุตสาหกรรม (20100-1002) เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยที่ 5 วิชา วัสดุงานช่างอุตสาหกรรม รหัสวิชา 20100-1002 เรื่อง มาตรฐานเหล็กอุตสาหกรรม ข้อที่ คำตอบ 1 ง 2 ค 3 ค 4 ก 5 ข 6 ค 7 ง 8 ข 9 ค 10 ข 11 ข 12 ง 13 ก 14 ง 15 ก


141 เอกสารประกอบการสอน วิชาวัสดุงานช่างอุตสาหกรรม (20100-1002) ใบความรู้ หน่วยที่ 5 เรื่อง มาตรฐานเหล็กอุตสาหกรรม มาตรฐานเหล็กอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นข้อกำหนด หรือ ข้อตกลงร่วมกันระหว่างผู้ผลิต หรือระหว่าง ประเทศและผู้ใช้ เพื่อเป็นการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับมาตรฐานเหล็กอุตสาหกรรม เกี่ยวกับขนาดรูปร่าง น้ำหนัก คุณภาพคุณสมบัติของเหล็กชนิดต่าง ๆ สำหรับมาตรฐานเหล็กอุตสาหกรรมที่กล่าวถึงในรายวิชา วัสดุงานช่างอุตสาหกรรม ซึ่งมาตรฐานเหล็กอุตสาหกรรมที่นิยมใช้ในปัจจุบัน มี 3 ระบบ คือ ระบบ อเมริกา ระบบเยอรมัน และระบบญี่ปุ่น รายละเอียดดังนี้ ประเภทของมาตรฐานเหล็ก สำหรับมาตรฐานเหล็กอุตสาหกรรม (Steel Standards of Industry) ซึ่งปัจจุบันที่นิยมใช้งานมี 3 ระบบ ดังนี้ 1. มาตรฐานเหล็กระบบอเมริกา ซึ่งนิยมใช้กัน 2 มาตรฐาน ดังนี้ 1.1 มาตรฐานสมาคมวิศวกรรมยานยนต์แห่งอเมริกา (Society of Automotive Engineers) ใช้ตัวย่อสัญลักษณ์SAE 1.2 มาตรฐานของสถาบันเหล็ก และเหล็กกล้าของอเมริกา (American Iron and Steel Institute) ใช้ตัวย่อสัญลักษณ์ AISI 2. มาตรฐานเหล็กระบบเยอรมัน (Deutsch Industrial Norm) ใช้ตัวย่อสัญลักษณ์DIN 3. มาตรฐานเหล็กระบบญี่ปุ่น (Japanese Industrial Standards) ใช้ตัวย่อสัญลักษณ์ JIS มาตรฐานเหล็กระบบอเมริกา 1. มาตรฐานสมาคมวิศวกรรมยานยนต์แห่งอเมริกา (Society of Automotive Engineers) ใช้ตัวย่อสัญลักษณ์SAE การกำหนดมาตรฐานของระบบนี้จะขึ้นต้นด้วย SAE ตามด้วยเลข 4 หลัก หรือ 5 เช่น SAE 4320 ดังภาพที่ 5.1 ภาพที่ 5.1 การกำหนดมาตรฐานของระบบ SAE


142 เอกสารประกอบการสอน วิชาวัสดุงานช่างอุตสาหกรรม (20100-1002) จากภาพที่ 5.1 แสดงการกำหนดมาตรฐานของระบบ SAE โดยมีดัชนีตัวเลข ดังนี้ ตัวเลขหลักที่ 1 เป็นตัวบอกชนิดของเหล็ก ซึ่งมีอยู่ 9 ตัวเลข คือ เลข 1 หมายถึง เหล็กกล้าคาร์บอน เลข 2 หมายถึง เหล็กกล้านิเกิล เลข 3 หมายถึง เหล็กกล้าประสมนิเกิลและโครเมียม เลข 4 หมายถึง เหล็กกล้าประสมโมลิบดินัม เลข 5 หมายถึง เหล็กกล้าประสมโครเมียม เลข 6 หมายถึง เหล็กกล้าประสมโครเมียม และวาเนเดียม เลข 7 หมายถึง เหล็กกล้าประสมทังสเตน เลข 8 หมายถึง เหล็กกล้าประสมนิเกิล โครเมียมและโมลิบดินัม เลข 9 หมายถึง เหล็กกล้าประสมซิลิกอน และแมงกานีส ตัวเลขหลักที่ 2 เป็นตัวบอกปริมาณของโลหะประสมชนิดแรก ตามชนิดของเหล็ก ยกเว้น เหล็กกล้าคาร์บอน ตัวเลขหลักที่เหลือ จะเป็นตัวเลขซึ่ง บอกจำนวนเปอร์เซ็นต์ของคาร์บอน รายละเอียดดังนี้ มี 3 หลัก ในกรณีที่ตัวเลขทั้งหมดมี 5 หลัก มี 2 หลัก ในกรณีที่ตัวเลขทั้งหมดมี 4 หลัก ตัวเลขหลักที่เหลือนี้ จะต้องหารด้วย 100 เสมอ ตัวอย่างที่ 1 การกำหนดมาตรฐานของระบบ SAE 4320 หมายความว่า เป็นมาตรฐานเหล็ก ระบบ SAE เป็นเหล็กกล้าประสมโมลิบดินัม โดยมีโมลิบดินัม 3 % และมีคาร์บอน 20/100 เท่ากับ 0.2 % ตัวอย่างที่ 2 การกำหนดมาตรฐานของระบบ SAE 1040 หมายความว่า เป็นมาตรฐานเหล็ก ระบบ SAE เป็นเหล็กกล้าคาร์บอน และมีคาร์บอน 40/100 เท่ากับ 0.4 % ตัวอย่างที่ 3 การกำหนดมาตรฐานของระบบ SAE 63150 หมายความว่า เป็นมาตรฐานเหล็ก ระบบ SAE เป็นเหล็กกล้าประสมโครเมียม และวาเนเดียม โดยมีโครเมียม 3 % และมีคาร์บอน 150/100 เท่ากับ 1.5 % 2. มาตรฐานของสถาบันเหล็ก และเหล็กกล้าของอเมริกา (American Iron and Steel Institute) ใช้ตัวย่อสัญลักษณ์AISI การกำหนดมาตรฐานระบบนี้ ตัวเลขดัชนีจะมีจำนวนหลักและตัวบ่งชี้ ส่วนประสมจะเหมือนกันกับระบบ SAE จะต่างกันตรงที่ระบบ AISI จะมีอักษรนำหน้าตัวเลข ซึ่งตัวอักษรนี้ จะบอกถึง กรรมวิธีการผลิตเหล็กว่าได้ผลิตจากเตาชนิดใด ดังตารางที่ 5.1 ตารางที่ 5.1 กรรมวิธีการผลิตเหล็ก ตามมาตรฐานระบบ AISI ที่ กรรมวิธีการผลิต สัญลักษณ์ 1 เหล็กประสมที่ผลิตจากเตาเบสเซมเมอร์ (Bessemer) ชนิดที่เป็นกรด A 2 เหล็กประสมที่ผลิตจากเตาเบสเซมเมอร์ (Bessemer) ชนิดที่เป็นด่าง B 3 เหล็กที่ผลิตจากเตาโอเพนฮาร์ท (Open Hearth) ชนิดที่เป็นกรด C 4 เหล็กที่ผลิตจากเตาโอเพนฮาร์ท Open Hearth ชนิดที่เป็นด่าง D 5 เหล็กที่ผลิตจากเตาไฟฟ้า (Electric Furnace) E


143 เอกสารประกอบการสอน วิชาวัสดุงานช่างอุตสาหกรรม (20100-1002) สำหรับการกำหนดมาตรฐานของระบบ AISI เช่น AISI D 3420 ดังภาพที่ 5.2 ภาพที่ 5.2 การกำหนดมาตรฐานของระบบ AISI ตัวอย่างที่ 4 การกำหนดมาตรฐานของระบบ AISI E 3310 หมายความว่า เป็นมาตรฐานเหล็ก ระบบ AISI เป็นเหล็กกล้าที่ผลิตจากเตาไฟฟ้า เป็นเหล็กกล้าประสมนิเกิลและโครเมียม โดยมีนิเกิล 3 % และมีโครเมียมประสมอยู่เล็กน้อย และมีคาร์บอน เท่ากับ 0.1 % ตัวอย่างที่ 5 การกำหนดมาตรฐานของระบบ AISI C 52100 หมายความว่า เป็นมาตรฐานเหล็ก ระบบ AISI เหล็กที่ผลิตจากเตาโอเพนฮาร์ท ชนิดที่เป็นกรด เหล็กกล้าประสมโครเมียม มีโครเมียม 2 % และมีคาร์บอน เท่ากับ 1 % การกำหนดมาตรฐานของระบบ AISI มีอัตราส่วนผสมของสารต่าง ๆ ในเหล็ก ซึ่งดังตารางที่ 5.2 ตารางที่ 5.2 อัตราส่วนผสมของเหล็ก มาตรฐานของระบบ AISI อันดับ AISI สารส่วนผสม คิดเป็นร้อยละ C Ni Cr Mo Si V Mn S P 1020 .18-.23 .30-.50 .05 .04 1040 .37-.44 .60-.90 .05 .04 1095 .90-1.05 .30-.50 .05 .04 1113 .08-.13 .70-1.00 .24-.33 .70-.12 1330 .28-.33 .20-.35 1.60-1.90 .04 .04 2317 .15-.20 3.25-3.75 .20-.35 .40-.60 .04 .04 2330 .28-.33 3.25-3.75 .20-.35 .60-.80 .04 .04 2345 .43-.48 3.25-3.75 .20-.35 .70-.90 .04 .04 2515 .12-.17 4.75-5.25 .20-.35 .40-.60 .04 .04 3115 .13-.18 1.10-1.40 .55-.75 .20-.35 .40-.60 .04 .04 3130 .28-.33 1.10-1.40 .55-.75 .20-.35 .60-.80 .04 .04 3145 .43-.48 1.10-1.40 .70-.90 .20-.35 .70-.90 .04 .04 3240 .38-.45 1.65-2.00 .90-1.20 .20-.35 .40-.60 .04 .04


144 เอกสารประกอบการสอน วิชาวัสดุงานช่างอุตสาหกรรม (20100-1002) ตารางที่ 5.2 อัตราส่วนผสมของเหล็ก มาตรฐานของระบบ AISI (ต่อ) อันดับ AISI สารส่วนผสม คิดเป็นร้อยละ C Ni Cr Mo Si V Mn S P 3310 .08-.13 3.25-3.75 1.40-1.75 .20-.35 .45-.60 .025 .0.25 4042 .40-.45 .20-.30 .20-.35 .75-1.00 .04 .04 4130 .28-.33 .80-1.10 .15-.25 .20-.35 .40-.60 .04 .04 4130 .28-.33 .80-1.10 .15-.25 .40-.60 .05 .04 4140 .38-.43 .80-1.10 .15-.25 .20-.35 .75-1.00 .04 .04 4340 .38-.43 1.65-2.00 .70-.90 .20-.30 .20-.35 .60-.80 .04 .04 4615 .13-.18 1.65-2.00 .20-.30 .20-.35 .45-.65 .04 .04 4640 .38-.43 1.65-2.00 .20-.30 .20-.35 .60-.80 .04 .04 4815 .13-.18 3.25-3.75 .70-.90 .20-.30 .20-.35 .40-.60 .04 .04 5150 .48-.55 1.30-1.60 .20-.35 .70-.90 .04 .04 52100 .95-1.10 .70-.90 .20-.35 .25-.45 .025 .025 6120 .17-.22 .80-1.10 .20-.35 .10 .70-.90 .04 .04 6150 .48-.55 3.00-4.00 .20-.35 .15 .65-.90 .04 .04 71660 .50-.70 Max .30 .04 .035 9255 .50-.60 3.00-3.50 1.08-2.20 .70-.95 .04 .04 9315 .13-.18 ผสม W .15-.18 1.00-1.40 .80-.15 .20-.35 .45-.65 .04 .04 ที่มา : นริศ สุวรรณารางกูร. 2562 : 41 จากที่กล่าวมาแล้ว เป็นการแบ่งชนิดของเหล็กกล้าตามชนิดและปริมาณของสารที่นำมาผสม แต่ เหล็กกล้าตามระบบ AISI ยังแบ่งกลุ่มตามลักษณะการใช้งาน และกรรมวิธีการชุบแข็ง ดังตารางที่ 5.3 ตารางที่ 5.3 เหล็กกล้าตามระบบ AISI ตามลักษณะการใช้งาน และกรรมวิธีการชุบแข็ง ที่ ชื่อกลุ่ม สัญลักษณ์ หมายเหตุ 1 กลุ่มที่ชุบแข็งด้วยน้ำ W 2 กลุ่มเหล็กที่ทนต่อแรงกระแทก S 3 กลุ่มที่ชุบแข็งด้วยน้ำมัน O 4 กลุ่มที่ผลิตโดยกรรมวิธีแปรรูปเย็น (Cold Working) สำหรับเหล็กกล้าคาร์บอนปานกลาง และชุบแข็งโดย ปล่อยให้เย็นในอากาศ A 5 กลุ่มเหล็กกล้าที่ผลิตโดยกรรมวิธีแปรรูปเย็นสำหรับ เหล็กกล้าคาร์บอนสูงและเหล็กกล้าประสมโครเมียมสูง D 6 กลุ่มเหล็กที่ผลิตโดยกรรมวิธีแปรรูปร้อน (Hot Working) H


145 เอกสารประกอบการสอน วิชาวัสดุงานช่างอุตสาหกรรม (20100-1002) ตารางที่ 5.3 เหล็กกล้าตามระบบ AISI ตามลักษณะการใช้งาน และกรรมวิธีการชุบแข็ง (ต่อ) ที่ ชื่อกลุ่ม สัญลักษณ์ หมายเหตุ 7 กลุ่มเหล็กกล้ารอบสูง (High Speed Steel) T ประสมทังสเตนเป็นหลัก M ประสมโมลิบดินัมเป็นหลัก 8 กลุ่มเหล็กกล้าคุณสมบัติพิเศษ (มีคาร์บอนและ ทังสเตนเป็นหลัก) F 9 กลุ่มเหล็กทำแม่พิมพ์ P สำหรับเหล็กกล้าตามระบบ AISI แบ่งกลุ่มตามลักษณะการใช้งาน และกรรมวิธีการชุบแข็ง เช่น W5 เป็นเหล็กกล้ากลุ่มที่ชุบแข็งด้วยน้ำ โดยมีส่วนประสม 1.1 % C, 0.5 % Cr ใช้ทำตัวประทับตราหรือ เครื่องหมายบนโลหะ ทำตัวแม่พิมพ์ สำหรับงานดึงขึ้นรูป ทำดอกรีมเมอร์ และลูกรีดเหล็กในกรรมวิธีแปร รูปเย็น หรือ T2 เป็นกลุ่มเหล็กกล้ารอบสูง (High Speed Steel) โดยมีทังสเตนเป็นส่วนประสมหลัก และ มีส่วนประสม 0.8 % C, 18 % W, 4 % Cr, 2 % V ใช้ทำเครื่องมือตัดบนเครื่องกลึง ทำดอกกัดบน เครื่องกัด ทำดอกรีมเมอร์ และ P3 เป็นกลุ่มเหล็กกล้าสำหรับทำแม่พิมพ์ มีส่วนประสม 0.1 % C, 0.6 % Cr, 1.25 % Ni ใช้ทำแม่พิมพ์ฉีดพลาสติก เป็นต้น มาตรฐานเหล็กระบบเยอรมัน การจำแนกประเภทของเหล็กตามมาตรฐานเยอรมันจะแบ่งเหล็กออกเป็น 4 ประเภท ดังนี้ 1. เหล็กกล้าคาร์บอน (หรือเหล็กไม่ประสม) เหล็กกล้าประเภทนี้สามารถบอกมาตรฐานได้ 2 ลักษณะตามการใช้งาน รายละเอียดดังนี้ 1.1 เหล็กที่นำไปใช้งานได้เลยโดยไม่ต้องผ่านกรรมวิธีปรับปรุงคุณสมบัติโดยใช้ความร้อน (Heat Treatment) เหล็กประเภทนี้จะบอกย่อคำหน้าว่า St และจะมีตัวเลขตามหลัง ซึ่งจะบอกถึงความสามารถ ที่จะทนแรงดึงสูงสุดของเหล็กชนิดนั้น มีหน่วยเป็น Kg/mm2 หรือ daN/mm2 เช่น St 37, St 42 เช่น เหล็ก St 37 หมายความว่า เหล็กที่มีความเค้นแรงดึงสูงสุดประมาณ 37 Kg/mm2 1.2 เหล็กที่ต้องนำไปผ่านการปรับปรุงคุณสมบัติโดยใช้ความร้อน ก่อนที่จะนำไปใช้งาน เหล็ก ประเภทนี้จะมีอักษรตัว C นำหน้า และตามด้วยตัวเลขที่แสดงปริมาณคาร์บอน แต่ตัวเลขจะต้องหารด้วย 100 เสมอ เช่น C 20 แสดงว่า มีคาร์บอนอยู่ 20/100 เท่ากับ 0.2 % การกำหนดมาตรฐานเหล่านี้จะเห็นมากในแบบสั่งงาน ชิ้นส่วนบางชิ้นต้องนำไปชุบแข็งก่อนใช้ งาน ก็จะกำหนดวัสดุเป็น C นำหน้า ส่วนชิ้นงานที่ไม่ต้องนำไปชุบแข็ง ซึ่งนำไปใช้งานได้เลยจะกำหนด วัสดุเป็นตัว St. นำหน้า ทั้ง ๆ ที่วัสดุงานทั้งสองชิ้นนี้ใช้วัสดุอย่างเดียวกันเหล็กกล้าผสมต่ำ การกำหนด มาตรฐานเหล็กประเภทนี้จะบอกจำนวนคาร์บอนไว้ข้างหน้าเสมอ แต่ไม่นิยมเขียนตัว C กำกับไว้ ตัวถัดมา จะเป็นชนิดของโลหะที่เข้าไปประสม ซึ่งอาจมีชนิดเดียวหรือหลายชนิดก็ได้ 2. เหล็กกล้าประสมต่ำ (Low Alloyed Steel) การกำหนดมาตรฐานเหล็กประเภทนี้จะบอก จำนวนคาร์บอนไว้ข้างหน้าเสมอ แต่ไม่นิยมเขียนตัว C กำกับไว้ ตัวถัดมาจะเป็นชนิดของโลหะที่เข้าไป ประสม ซึ่งอาจมีชนิดเดียวหรือหลายชนิดก็ได้ เช่น 42 Cr Ni 46 ดังภาพที่ 5.3


146 เอกสารประกอบการสอน วิชาวัสดุงานช่างอุตสาหกรรม (20100-1002) ภาพที่ 5.3 การกำหนดจำนวนคาร์บอนที่ผสม ประเภทเหล็กกล้าประสมต่ำ จากภาพที่ 5.3 แสดงการกำหนดจำนวนคาร์บอนที่ผสม มาตรฐานของระบบ DIN ประเภท เหล็กกล้าประสมต่ำ ปริมาณส่วนผสมของโลหะที่เป็นเปอร์เซ็นต์จะต้องมีตัวเลขเฉพาะซึ่งนำมาหาร รายละเอียดดังนี้จำนวนคาร์บอนที่ผสม ต้องหารด้วย 100 จะได้ 42/100 เท่ากับ 0.42 % โลหะประสม ชนิดที่ 1 คือ โครเมียม (Cr) โดยมีส่วนผสมต้องหารด้วย 4 จะได้ 4/4 เท่ากับ 1 % โลหะประสมชนิดที่ 2 คือ นิกเกิล (Ni) โดยมีส่วนผสมต้องหารด้วย 4 จะได้ 6/4 เท่ากับ 1.5 % ตามลำดับ ข้อสังเกต เหล็กกล้าประสมต่ำตัวเลขที่บอกปริมาณของโลหะประสมจะไม่ใช่จำนวนเปอร์เซ็นต์ที่ แท้จริงของโลหะประสมนั้นการที่จะทราบจำนวนเปอร์เซ็นต์ที่แท้จริงจะต้องเอาแฟกเตอร์ (Factor) ของ โลหะประสมแต่ละชนิดไปหารซึ่งค่าแฟกเตอร์ (Factor) ของโลหะประสมต่าง ๆ มีดังนี้ หารด้วย 4 ได้แก่ Co, Cr, Mn, Ni, Si, W หารด้วย 10 ได้แก่ Al, Cu, Mo, Pb, Ti, V หารด้วย 100 ได้แก่ C, N, P, S ไม่ต้องหาร ได้แก่ Zn, Sn, Mg, Fe สำหรับการใช้สัญลักษณ์ดังตัวอย่างที่แล้ว เป็นการบอกส่วนผสมในทางเคมี แต่ในบางครั้งจะมีการ เขียนสัญลักษณ์บอกกรรมวิธีการผลิตไว้ข้างหน้าอีกด้วย ดังตารางที่ 5.4 ตารางที่ 5.4 การใช้สัญลักษณ์บอกกรรมวิธีการผลิต ตามมาตรฐานของระบบ DIN ที่ กรรมวิธีการผลิต สัญลักษณ์ 1 ผลิตจากเตาเบสเซมเมอร์ B 2 ผลิตจากเตาไฟฟ้าทั่วไป E 3 ผลิตจากเตาน้ำมัน F 4 ผลิตจากเตาไฟฟ้าชนิดเตาเหนี่ยวนำ (Induction Furnace) I 5 ผลิตจากเตาไฟฟ้าชนิดอาร์ค (Electric Arc Furnace) LE 6 ผลิตจากเตาซีเมนต์มาร์ติน หรือ เตาพุดเดิล M 7 ผลิตจากเตาโทมัส T 8 ผลิตโดยกรรมวิธี (Crucible Cast Steel) Ti


147 เอกสารประกอบการสอน วิชาวัสดุงานช่างอุตสาหกรรม (20100-1002) ตารางที่ 5.4 การใช้สัญลักษณ์บอกกรรมวิธีการผลิต ตามมาตรฐานของระบบ DIN (ต่อ) ที่ กรรมวิธีการผลิต สัญลักษณ์ 9 เผาด้วยอากาศบริสุทธิ์ W 10 เหล็กที่ไม่ได้ผ่านการกำจัดออกซิเจน (Unkilled Steel) U 11 เหล็กที่ผ่านการกำจัดออกซิเจน (Killed Steel) R 12 เหล็กที่ผ่านการกำจัดออกซิเจน 2 ครั้ง RR สำหรับการกำหนดมาตรฐานระบบ DIN ประเภทเหล็กกล้าประสมต่ำ ซึ่งเขียนสัญลักษณ์บอก กรรมวิธีการผลิตไว้ข้างหน้า เช่น I 15 Cr Mo 43 รายละเอียด ดังภาพที่ 5.4 ภาพที่ 5.4 การกำหนดสัญลักษณ์บอกกรรมวิธีการผลิตของเหล็กกล้าประสมต่ำ จากภาพที่ 5.4 แสดงสัญลักษณ์บอกกรรมวิธีการผลิตของเหล็กกล้าประสมต่ำ ตามมาตรฐานของ ระบบ DIN รายละเอียดดังนี้ เหล็กกล้าผลิตจากเตาไฟฟ้าชนิดเตาเหนี่ยวนำ (Induction Furnace) จำนวนคาร์บอนที่ผสม ต้องหารด้วย 100 จะได้ 15/100 เท่ากับ 0.15 % โลหะประสมชนิดที่ 1 คือ โครเมียม (Cr) โดยมีส่วนผสมต้องหารด้วย 4 จะได้ 4/4 เท่ากับ 1 % โลหะประสมชนิดที่ 2 คือ โมลิบดินัม (Mo) โดยมีส่วนผสมต้องหารด้วย 4 จะได้ 3/6 เท่ากับ 0.5 % ตามลำดับ


148 เอกสารประกอบการสอน วิชาวัสดุงานช่างอุตสาหกรรม (20100-1002) นอกจากนี้ยังมี สัญลักษณ์แสดงคุณสมบัติพิเศษของเหล็กนั้นอีกด้วย เช่น A = ทนต่อการกัดกร่อน Q = ตีขึ้นรูปง่าย X = ประสมสูง และ Z = รีดได้ง่าย เช่น B Z 15 Cr Mo 43 ดังภาพที่ 5.5 ภาพที่ 5.5 การกำหนดสัญลักษณ์คุณสมบัติพิเศษของเหล็กกล้าประสมต่ำ จากภาพที่ 5.5 แสดงการกำหนดสัญลักษณ์คุณสมบัติพิเศษของเหล็กกล้าประสมต่ำ ตาม มาตรฐานของระบบ DIN รายละเอียดดังนี้เหล็กกล้าผลิตจากเตาไฟฟ้าชนิดเตาเหนี่ยวนำ (Induction Furnace) ซึ่งเป็นเหล็กที่รีดได้ง่าย มีจำนวนคาร์บอนที่ผสม ต้องหารด้วย 100 จะได้ 15/100 เท่ากับ 0.15 % โลหะประสมชนิดที่ 1 คือ โครเมียม (Cr) โดยมีส่วนผสมต้องหารด้วย 4 จะได้ 4/4 เท่ากับ 1 % โลหะประสมชนิดที่ 2 คือ โมลิบดินัม (Mo) โดยมีส่วนผสมต้องหารด้วย 4 จะได้ 3/6 เท่ากับ 0.5 % ตามลำดับ 3. เหล็กกล้าประสมสูง (High Alloyed Steel) เป็นเหล็กกล้าที่มีวัสดุผสมอยู่ในเนื้อเหล็กเกิน กว่า 8 % การเขียนสัญลักษณ์ของเหล็กประเภทนี้ เขียนนำหน้าด้วยตัว X ก่อน แล้วตามด้วยจำนวน ส่วนผสมของคาร์บอน จากนั้นด้วยชนิดของโลหะประสม ซึ่งจะมีชนิดเดียวหรือชนิดก็ได้ แล้วจึงตามด้วย ตัวเลขแสดงปริมาณของโลหะประสม ตัวเลขที่แสดงปริมาณของโลหะประสมสูง โดยไม่ต้องหารด้วยค่า แฟกเตอร์ (Factor) ใด ๆ ทั้งสิ้น (แตกต่างจากโลหะประสมต่ำ) ส่วนคาร์บอนหารด้วย 100 เป็นต้น เช่น X E 32 Cr Mo 3 3 ดังภาพที่ 5.6


149 เอกสารประกอบการสอน วิชาวัสดุงานช่างอุตสาหกรรม (20100-1002) ภาพที่ 5.6 การกำหนดสัญลักษณ์ของเหล็กกล้าประสมสูง จากภาพที่ 5.6 แสดงการกำหนดสัญลักษณ์ของเหล็กกล้าประสมสูง ตามมาตรฐานของระบบ DIN รายละเอียดดังนี้เป็นเหล็กกล้าประสมสูง ผลิตจาเตาไฟฟ้า มีปริมาณคาร์บอน 32/100 เท่ากับ 0.32 % โลหะประสมชนิดที่ 1 คือ โครเมียม (Cr) เท่ากับ 3 % และโลหะประสมชนิดที่ 2 คือ โมลิบดินัม (Mo) โดย มีส่วนผสม 3 % ตามลำดับ ภาพที่ 5.7 การกำหนดสัญลักษณ์ของเหล็กกล้าประสมสูง จากภาพที่ 5.7 แสดงการกำหนดสัญลักษณ์ของเหล็กกล้าประสมสูง ตามมาตรฐานของระบบ DIN รายละเอียดดังนี้เป็นเหล็กกล้าประสมสูง มีปริมาณคาร์บอน 155/100 เท่ากับ 1.55 % โลหะประสมชนิด ที่ 1 คือ โครเมียม (Cr) เท่ากับ 12 % และโลหะประสมชนิดที่ 2 คือ วาเนเดียม (V) เท่ากับ 1 % และมี โลหะประสมที่ 3 คือ โมลิบดินัม (Mo) เล็กน้อย ตามลำดับ


150 เอกสารประกอบการสอน วิชาวัสดุงานช่างอุตสาหกรรม (20100-1002) 4. เหล็กหล่อ (Cast Iron) การกำหนดมาตรฐานของเหล็กหล่อจะกำหนดโดยการเขียน สัญลักษณ์ชนิดของเหล็กหล่อนำหน้า และตามด้วยสัญลักษณ์กำหนดค่าต่าง ๆ โดยเหล็กหล่อแต่ละชนิด จะมีอักษรเขียนเป็นสัญลักษณ์ ดังตารางที่ 5.5 ตารางที่5.5 สัญลักษณ์อักษรของเหล็กหล่อแต่ละชนิด ตามมาตรฐานของระบบ DIN ที่ ชนิดของเหล็กหล่อ สัญลักษณ์ 1 เหล็กเหนียวหล่อ (Steel Casting) GS 2 เหล็กหล่อสีเทา (Gray Cast Iron) GG 3 เหล็กหล่อกราไฟต์ก้อนกลม (Globular Gray Cast Iron) GGG 4 เหล็กหล่อเหนียว (Malleable Cast Iron) GT 5 เหล็กหล่อเหนียวสีดำ (Black Malleable Cast Iron) GTS 6 เหล็กหล่อแข็ง GH 7 เหล็กหล่อเหนียวสีขาว (White Malleable Cast Iron) GTW 8 เหล็กหล่อด้วยแบบเหล็ก GK 9 เหล็กหล่อแบบที่ใช้แรงเหวี่ยง GZ การเขียนสัญลักษณ์ของเหล็กหล่อ ตามมาตรฐานของระบบ DIN สามารถแบ่งออกได้ 4 วิธี ดังนี้ 1. การเขียนสัญลักษณ์แทนชนิดเหล็กหล่อ ตามด้วยความเค้นแรงดึงสูงสุด เช่น GS-52 ดัง ภาพที่ 5.8 ภาพที่ 5.8 การเขียนสัญลักษณ์แทนชนิดเหล็กหล่อ ตามด้วยความเค้นแรงดึงสูงสุด จากภาพที่ 5.8 แสดงการเขียนสัญลักษณ์แทนชนิดเหล็กหล่อ ตามด้วยความเค้นแรงดึงสูงสุด ตามมาตรฐานของระบบ DIN เหล็กเหนียวหล่อสามารถรับแรงดึงสูงสุด 52 Kg/mm2 หรือ 52 daN/mm2 2. การเขียนสัญลักษณ์แทนชนิดเหล็กหล่อ ตามด้วยปริมาณคาร์บอน (C) สำหรับค่าปริมาณ คาร์บอนจะต้องหารด้วย 100 เสมอ เช่น GTW-C200 ดังภาพที่ 5.9 ภาพที่ 5.9 การเขียนสัญลักษณ์แทนชนิดเหล็กหล่อ ตามด้วยปริมาณคาร์บอน


151 เอกสารประกอบการสอน วิชาวัสดุงานช่างอุตสาหกรรม (20100-1002) จากภาพที่ 5.9 แสดงการเขียนสัญลักษณ์แทนชนิดเหล็กหล่อ ตามด้วยปริมาณคาร์บอน ตาม มาตรฐานของระบบ DIN ชนิดเหล็กหล่อเหนียวสีขาว มีคาร์บอนผสม 200/100 เท่ากับ 2 % 3. การเขียนสัญลักษณ์แทนชนิดเหล็กหล่อประสม ซึ่งจะเขียนเหมือนกับเหล็กกล้าประสมสูง และเหล็กกล้าประสมต่ำ เพียงแต่จะมีสัญลักษณ์บอกชนิดเหล็กหล่อนำหน้า เช่น GGG-22 Cr Mo 5 ดัง ภาพที่ 5.10 ภาพที่ 5.10 การเขียนสัญลักษณ์แทนชนิดเหล็กหล่อประสม จากภาพที่ 5.10 แสดงการเขียนสัญลักษณ์แทนชนิดเหล็กหล่อประสม ตามมาตรฐานของระบบ DIN เป็นชนิดเหล็กหล่อกราไฟต์ก้อนกลม มีคาร์บอนผสม 22/100 เท่ากับ 0.22 % โลหะประสมชนิดที่ 1 คือ โครเมียม (Cr) เท่ากับ 5 % และมีโลหะประสมที่ 2 คือ โมลิบดินัม (Mo) เล็กน้อย ตามลำดับ 4. การเขียนสัญลักษณ์แทนชนิดเหล็กหล่อ ตามด้วยกรรมวิธีการผลิต ซึ่งเตาที่ใช้ในกรรมวิธี การผลิต ดังตารางที่ 44 เช่น GS-B 40 ดังภาพที่ 5.11 ภาพที่ 5.11 การเขียนสัญลักษณ์แทนชนิดเหล็กหล่อ ตามด้วยกรรมวิธีการผลิต จากภาพที่ 5.11 แสดงการเขียนสัญลักษณ์แทนชนิดเหล็กหล่อ ตามด้วยกรรมวิธีการผลิต ตาม มาตรฐานของระบบ DIN เป็นชนิดเหล็กเหนียวหล่อ ผลิตจากเตาเบสเซมเมอร์และสามารถรับแรงดึง สูงสุด 40 Kg/mm2 หรือ 40 daN/mm2


152 เอกสารประกอบการสอน วิชาวัสดุงานช่างอุตสาหกรรม (20100-1002) มาตรฐานเหล็กระบบญี่ปุ่น สำหรับการจำแนกประเภทของเหล็ก ตามมาตรฐานระบบญี่ปุ่น จะแบ่งเหล็กตามลักษณะงานที่ ใช้ตัวอักษรชุดแรก ซึ่งจะมีคำว่า JIS อยู่หน้าสัญลักษณ์ เช่น JIS G 3101 รายละเอียดดังนี้ 1. ตัวอักษร JIS ซึ่งหมายถึง มาตรฐานระบบญี่ปุ่น (Japanese Industrial Standards) 2. ตัวอักษรกลุ่มผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมต่าง ๆ ดังตารางที่ 5.6 ตารางที่ 5.6 ตัวอักษรกลุ่มผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมต่าง ๆ ตามมาตรฐานระบบ JIS ที่ กลุ่มผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม สัญลักษณ์ 1 งานวิศวกรรมก่อสร้าง และงานสถาปัตย์ A 2 งานวิศวกรรมเครื่องกล B 3 งานวิศวกรรมไฟฟ้า C 4 งานวิศวกรรมรถยนต์ D 5 งานวิศวกรรมรถไฟ E 6 งานก่อสร้างเรือ F 7 โลหะประเภทเหล็ก และโลหะวิทยา G 8 โลหะที่ไม่ใช่เหล็ก H 9 งานวิศวกรรมเคมี K 10 งานวิศวกรรมสิ่งทอ L 11 แร่ M 12 กระดาษหรือเยื่อกระดาษ P 13 เซรามิค R 14 สินค้าที่ใช้ภายในบ้าน S 15 ยา T 16 การบิน W 17 งานบรรจุหีบห่อ งานเชื่อม กัมมันตภาพรังสี Z 3. ตัวเลขตัวแรก หมายถึง กลุ่มประเภทของเหล็ก ดังตารางที่ 5.7 ตารางที่ 5.7 กลุ่มประเภทของเหล็ก ตามมาตรฐานระบบ JIS ที่ กลุ่มประเภทของเหล็ก 0 เรื่องทั่ว ๆ ไป เช่น งานทดสอบ และกฎต่าง ๆ 1 วิธีวิเคราะห์ 2 วัตถุดิบ เหล็กดิบ ธาตุประสม 3 เหล็กคาร์บอน 4 เหล็กกล้าประสม 5 เหล็กหล่อ 9 เบ็ดเตล็ดและคำแนะนำ


153 เอกสารประกอบการสอน วิชาวัสดุงานช่างอุตสาหกรรม (20100-1002) 4. ตัวเลขตัวที่ 2 หมายถึง ตัวแยกประเภทของวัสดุในกลุ่มนั้น เช่น ถ้าเป็นกลุ่มของเหล็ก ดัง ตารางที่ 5.8 ตารางที่ 5.8 ตัวแยกประเภทของวัสดุ ในกลุ่มประเภทของเหล็ก ตามมาตรฐานระบบ JIS ที่ ตัวแยกประเภทของเหล็กในกลุ่ม 1 เหล็กกล้าประสมนิเกิล และโครเมียม 2 เหล็กกล้าประสมอะลูมิเนียม และโครเมียม 3 เหล็กไร้สนิม 4 เหล็กเครื่องมือ 8 เหล็กสปริง 9 เหล็กกล้าทนการกัดกร่อน และความร้อน 5. ตัวเลขที่เหลือ 2 หลักสุดท้าย หมายถึง จะเป็นตัวแยกชนิดของส่วนประสมที่มีอยู่ในวัสดุนั้น เช่น ถ้าเป็นเหล็กตัวเลข 2 หลักสุดท้าย จะเป็นตัวแยกชนิดเหล็กตามส่วนผสมของธาตุที่มีอยู่ในเหล็กชนิด นั้น ๆ ดังตารางที่ 5.9 ตารางที่ 5.9 ตัวแยกชนิดของส่วนประสมที่มีอยู่ในวัสดุ ในกลุ่มประเภทของเหล็ก ตามมาตรฐานระบบ JIS ที่ ตัวแยกชนิดเหล็กตามส่วนผสมที่มีอยู่ในเหล็ก 01 เหล็กเครื่องมือคาร์บอน 02 เหล็กไฮสปิด 03 เหล็กเครื่องมือประสม การกำหนดมาตรฐานเหล็กตามระบบ JIS เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจเพิ่มขึ้นในการกำหนด สัญลักษณ์ เช่น JIS G 3103 ดังภาพที่ 5.12 ภาพที่ 5.12 การเขียนสัญลักษณ์ตามมาตรฐานระบบ JIS จากภาพที่ 5.12 แสดงการเขียนสัญลักษณ์ตามมาตรฐานระบบ JIS กลุ่มผลิตภัณฑ์โลหะประเภท เหล็ก กลุ่มประเภทของเหล็กคาร์บอน เหล็กกล้าประสมนิเกิล และโครเมียม เป็นเหล็กไฮสปีด ตามลำดับ


154 เอกสารประกอบการสอน วิชาวัสดุงานช่างอุตสาหกรรม (20100-1002) ตารางที่ 5.10 มาตรฐานเหล็กอุตสาหกรรมระบบ JIS มาตรฐาน JIS ลักษณะงาน สัญลักษณ์ เหล็กแผ่นและเหล็กแท่ง JIS G 3101 เหล็กรีดสำหรับโครงสร้างทั่วไป SS JIS G 3103 เหล็กรีดสำหรับงานความดันสูง ทนความร้อนสูง SB JIS G 3106 เหล็กรีดสำหรับโครงสร้างงานเชื่อม SM JIS G 3112 เหล็กเส้นเสริมคอนกรีตงานก่อสร้าง SR, SD, SDC JIS G 3302 เหล็กแผ่นชุบสังกะสี SPG JIS G 3350 เหล็กท่อไลท์เกจ SSC ท่อเหล็ก JIS G 3442 ท่อน้ำอาบสังกะสี SG PW JIS G 3452 ท่อเหล็กคาร์บอนสำหรับงานทั่วไป SGP JIS G 3454 ท่อเหล็กสำหรับงานความดันสูง STPG JIS G 3456 ท่อเหล็กทนความร้อนสูง STPT เหล็กกล้าประสม JIS G 4102 เหล็กกล้าผสมนิกเกิลและโครเมียม SNC JIS G 4104 เหล็กกล้าผสมโครเมียม SCr JIS G 4401 เหล็กกล้าเครื่องมือคาร์บอน - ใช้ทำเครื่องมือตัด ใบมีดโกน ตะไบคมมีด - ใช้ทำคัตเตอร์ดอกสว่าน - ใช้ทำดอกตัดเกลียว ใบเลื่อยมือ เกจวัด SK1 ถึง SK7 SK1 SK2 SK3 JIS G 4403 เหล็กกล้าเครื่องมือรอบสูง - ใช้ทำเครื่องมือตัดทั่วไป สำหรับงานตัดที่ต้องใช้ ความเร็วรอบสูง - ใช้ทำเครื่องมือตัดต่าง ๆ SKH SKH2 SKH3 JIS G 4404 เหล็กกล้าเครื่องมือผสม - ใช้ทำเครื่องมือตัดแม่พิมพ์ - ใช้ทำดอกต๊าป ดอกสว่าน คัตเตอร์ และแม่พิมพ์ขึ้นรูป - ใช้ทำสกัด และแม่พิมพ์ตัวผู้ (Punch) - ใช้ทำใบเลื่อยวงเดือน เลื่อยสายพาน - ใช้ทำใบเลื่อยมือ SKS SKS1 SKS2 SKS4 SKS5 SKS7 JIS G 4801 เหล็กกล้าทำสปริง - ใช้ทำสปริงแผ่นยาง - ใช้ทำสปริงขด USP USP3 USP7


155 เอกสารประกอบการสอน วิชาวัสดุงานช่างอุตสาหกรรม (20100-1002) ตารางที่ 5.10 มาตรฐานเหล็กอุตสาหกรรมระบบ JIS (ต่อ) มาตรฐาน JIS ลักษณะงาน สัญลักษณ์ JIS G 4804 เหล็กกล้าคาร์บอนผสมกำมะถัน SUM JIS G 5101 เหล็กกล้าทำแบริ่ง (ผสมโครเมียม) SUJ JIS G 4901 เหล็กกล้าผสมทนต่อการกัดกร่อนและความร้อน NCF เหล็กหล่อ JIS G 5101 เหล็กกล้าหล่อ - ใช้ทำชิ้นส่วนมอเตอร์ไฟฟ้า - ใช้ทำโครงสร้างเครื่องจักรทั่วไป SC SC37 SC42 JIS G 5121 เหล็กกล้าไร้สนิมหล่อ SCS JIS G 5122 เหล็กกล้าหล่อทนความร้อน SCH JIS G 5501 เหล็กหล่อสีเทา FC JIS G 5502 เหล็กกล้าแกรไฟต์ก้อนกลม FCD JIS G 5702 เหล็กกล้าหล่อมัลลิเอเบิลสีดำ FCMB JIS G 5703 เหล็กกล้าหล่อมัลลิเอเบิลสีขาว FCMW สำหรับประเทศไทย ได้มีการกำหนดมาตรฐานเหล็ก คือ มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (Thai Industrial Standards Institute) ใช้อักษรย่อ TIS ทั้งนี้สามารถสืบค้นเพิ่มเติมได้จาก www.tisi.go.th/ ที่สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ได้กำหนดขึ้นเพื่อเป็นแนวทางแก่ผู้ผลิตในการผลิต สินค้าให้มีคุณภาพในระดับที่เหมาะสมกับการใช้งานมากที่สุด สำหรับมาตรฐานเหล็กก็มีแบ่งมาตรฐาน TIS ตามประเภทของเหล็ก เช่น มอก.20-2559 คือ มาตรฐานเหล็กเส้นกลม (Round Bars : RB) มีขั้นคุณภาพ คือ SR24 หมายถึง เหล็กต้องมีกำลังจุดคลากไม่ต่ำกว่า 2,400 กิโลกรัม/ตารางเซนติเมตร ขนาดของเหล็กมีตั้งแต่ 6 มิลลิเมตร ถึง 25 มิลลิเมตร ส่วนความยาวมาตรฐานคือ 10 เมตร และ 12 เมตร หรือสามารถสั่งดัดพิเศษ ตามแบบที่ต้องการได้ เหล็กขนาด 6 มิลลิเมตร และ 9 มิลลิเมตร มักถูกใช้เป็นเหล็กปลอกในคานหรือใน เสา ส่วนเหล็กขนาด 12 มิลลิเมตร ขึ้นไป มักจะถูกใช้ในงาน เหล็กเสริมแกนในงานคอนกรีต เพื่อเพิ่ม ความแข็งแรงให้กับโครงสร้างนั้นๆ ดังภาพที่ 5.13 ภาพที่ 5.13 มาตรฐานเหล็กเส้นกลม มีขั้นคุณภาพ SR24 ที่มา : https://www.vcsasia.co.th/product


156 เอกสารประกอบการสอน วิชาวัสดุงานช่างอุตสาหกรรม (20100-1002) มอก.24-2559 คือ มาตรฐานเหล็กข้ออ้อย (Deformed Bars : DB) มีชั้นคุณภาพ SD30, SD40 และ SD50 เหล็กที่ต้องมีกำลังจุดคลากไม่ต่ำกว่า 3,000 กิโลกรัม/ตารางเซนติเมตร หรือ SD40 หมายถึง เหล็กที่ต้องมีกำลังจุดคลากไม่ต่ำกว่า 4,000 กิโลกรัม/ตารางเซนติเมตร ขนาดของเหล็กมีตั้งแต่ 10 มิลลิเมตร ถึง 40 มิลลิเมตร แต่ที่นิยมใช้สำหรับงานก่อสร้างบ้านเราคือขนาด 12 มิลลิเมตร ถึง 25 มิลลิเมตร ความยาวมาตรฐาน คือ 10 เมตร และ 12 เมตร เหล็กข้ออ้อยจะใช้ในงานก่อสร้างที่ต้องรับ น้ำหนักมาก ๆ ดังภาพที่ 5.14 ภาพที่ 5.14 มาตรฐานเหล็กข้ออ้อย มีชั้นคุณภาพ SD40 ที่มา : https://www.onestockhome.com/th/products/ บทสรุป มาตรฐานเหล็กอุตสาหกรรม เป็นข้อกำหนด หรือ ข้อตกลงร่วมกันระหว่างผู้ผลิต หรือระหว่าง ประเทศและผู้ใช้ เพื่อเป็นการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับมาตรฐานเหล็กอุตสาหกรรม เกี่ยวกับขนาดรูปร่าง น้ำหนัก คุณภาพคุณสมบัติของเหล็กชนิดต่าง ๆ สำหรับมาตรฐานเหล็กอุตสาหกรรมที่นิยมใช้ในปัจจุบัน มี 3 ระบบ คือ มาตรฐานเหล็กระบบอเมริกา ซึ่งนิยมใช้ 2 มาตรฐาน คือ มาตรฐานสมาคมวิศวกรรมยาน ยนต์แห่งอเมริกา (SAE) และมาตรฐานของสถาบันเหล็ก และเหล็กกล้าของอเมริกา (AISI) มาตรฐานเหล็ก ระบบเยอรมัน (DIN) และมาตรฐานเหล็กระบบญี่ปุ่น (JIS) ทั้งนี้ในการเลือกใช้นั้นสามารถเทียบมาตรฐาน กันได้ เพื่อความเหมาะสม ความถูกต้อง และการนำไปใช้ สำหรับประเทศไทยได้มีการกำหนดมาตรฐานเหล็ก คือ มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (TIS) หรือ มอก. ที่สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ได้กำหนดขึ้นเพื่อเป็นแนวทางแก่ผู้ผลิตใน การผลิตสินค้าให้มีคุณภาพในระดับที่เหมาะสมกับการใช้งานมากที่สุด


157 เอกสารประกอบการสอน วิชาวัสดุงานช่างอุตสาหกรรม (20100-1002) 1. จงอธิบายความหมายมาตรฐานเหล็กอุตสาหกรรม (2 คะแนน) ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. 2. จงบอกมาตรฐานเหล็กอุตสาหกรรมที่ใช้งานกันมีกี่ระบบ อะไรบ้าง (8 คะแนน) ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. 3. จงอธิบายความหมายของมาตรฐานเหล็กระบบ SAE (3 คะแนน) 3.1 SAE 1020................................................................................................................................. 3.2 SAE 2210............................................................................................................................... 3.3 SAE 72150............................................................................................................................... 4. จงอธิบายความหมายของมาตรฐานเหล็กระบบ AISI (3 คะแนน) 4.1 AISI A 1020.............................................................................................................................. 4.2 AISI B 3310............................................................................................................................. 4.3 AISI E 4310..................................................................................................................... 5. จงอธิบายความหมายของมาตรฐานเหล็กระบบ DIN (8 คะแนน) 5.1 St 37.............................................................................................................................. 5.2 C 25............................................................................................................................. 5.3 42 Cr Ni 4 3..................................................................................................................... 5.4 56 Cu Mn 4 6......................................................................................................................... 5.5 X 155 Cr V Mo 121 .............................................................................................................. 5.6 E X 12 Cr Mo 4 4............................................................................................................ 5.7 GS-C10.............................................................................................................................. 5.8 GGG-70............................................................................................................................. 6. จงอธิบายความหมายของมาตรฐานเหล็กระบบ JIS (4 คะแนน) 6.1 JIS G 3101.............................................................................................................................. 6.2 JIS G 3103............................................................................................................................. 6.3 JIS G 3350..................................................................................................................... 6.4 JIS G 4102......................................................................................................................... แบบฝึกหัด หน่วยที่ 5 วิชา วัสดุงานช่างอุตสาหกรรม รหัสวิชา 20100-1002 เรื่อง มาตรฐานเหล็กอุตสาหกรรม ชื่อ.............................................................ชั้น...................เลขที่...............กลุ่ม.................. คำสั่ง ให้นักเรียนตอบคำถามให้ถูกต้อง คะแนนเต็ม.30.คะแนน คะแนนที่ทำได้ ...............คะแนน


158 เอกสารประกอบการสอน วิชาวัสดุงานช่างอุตสาหกรรม (20100-1002) 7. จงอธิบายความหมายมาตรฐานเหล็ก TIS (2 คะแนน) ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. แบบฝึกหัด หน่วยที่ 5 วิชา วัสดุงานช่างอุตสาหกรรม รหัสวิชา 20100-1002 เรื่อง มาตรฐานเหล็กอุตสาหกรรม ชื่อ.............................................................ชั้น...................เลขที่...............กลุ่ม.................. คำสั่ง ให้นักเรียนตอบคำถามให้ถูกต้อง คะแนนเต็ม.30.คะแนน คะแนนที่ทำได้ ...............คะแนน


159 เอกสารประกอบการสอน วิชาวัสดุงานช่างอุตสาหกรรม (20100-1002) ใบมอบงานที่ 1 หน่วยที่5 ชื่อวิชา วัสดุงานช่างอุตสาหกรรม รหัสวิชา 20100 – 1002 สอนครั้งที่ 9-10 หน่วยที่5 เรื่อง มาตรฐานเหล็กอุตสาหกรรม จำนวน 4 ชั่วโมง ชื่อเรื่อง อภิปรายมาตรฐานเหล็กอุตสาหกรรม จำนวน 20 นาที จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม อภิปรายมาตรฐานเหล็กอุตสาหกรรมได้ ข้อตกลงเบื้องต้น ให้นักเรียนแบ่งกลุ่มๆ ละ 4-5 คน ร่วมกันศึกษา ค้นคว้า และออกมาอภิปรายเกี่ยวกับมาตรฐาน เหล็กอุตสาหกรรม พร้อมทั้งในกลุ่มร่วมกันสรุปแนวคิดและส่งตัวแทนออกมานำเสนอหน้าชั้นเรียน สื่อประกอบการเรียนการสอน 1. ใบความรู้ หน่วยที่ 5 เรื่อง มาตรฐานเหล็กอุตสาหกรรม 2. สื่ออินเตอร์เน็ต 3. สื่อ Power Point ประกอบการสอน เรื่อง มาตรฐานเหล็กอุตสาหกรรม เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้ในการเรียนการสอน 1. เครื่องคอมพิวเตอร์ 2. เครื่องฉายโปรเจคเตอร์ ลำดับขั้นตอนการดำเนินงาน 1. แบ่งกลุ่มนักเรียนอัตราส่วน 1:3:1 โดยการคละคนเก่ง ปานกลาง และอ่อน ให้แต่ละกลุ่มตั้งชื่อ กลุ่มและทำการเลือกประธาน เลขานุการ ของกลุ่ม 2. แต่ละกลุ่มอภิปรายเกี่ยวกับมาตรฐานเหล็กอุตสาหกรรม 3. ให้แต่ละกลุ่มนำเสนอผลการอภิปรายเกี่ยวกับมาตรฐานเหล็กอุตสาหกรรมหน้าชั้นเรียนตามแบบ ประเมินผลใบมอบงานที่ 1


160 เอกสารประกอบการสอน วิชาวัสดุงานช่างอุตสาหกรรม (20100-1002) แบบประเมินผลใบมอบงานที่ 1 หน่วยที่5 ชื่อวิชา วัสดุงานช่างอุตสาหกรรม รหัสวิชา 20100 – 1002 สอนครั้งที่ 9-10 หน่วยที่5 เรื่อง มาตรฐานเหล็กอุตสาหกรรม จำนวน 4 ชั่วโมง ชื่อเรื่อง อภิปรายมาตรฐานเหล็กอุตสาหกรรม จำนวน 20 นาที หัวข้ออภิปราย อภิปรายมาตรฐานเหล็กอุตสาหกรรม สมาชิกกลุ่ม ............................................................................................................................................ ............................................................................................................................................ รายการประเมิน คะแนนเต็ม ผลคะแนน หมายเหตุ 1. การแบ่งหน้าที่ในการทำงานกลุ่ม 2. การทำงานเป็นทีม 3. ความรับผิดชอบ 4. การอภิปรายใบมอบงานของกลุ่ม 5. การร่วมแสดงความคิดเห็น 6. ความพร้อมในการนำเสนอของกลุ่ม 7. บุคลิกในการนำเสนอ 8. ความชัดเจนของเนื้อหาการนำเสนอ 9. การตอบข้อซักถาม 10. การสรุปประเด็นสำคัญของเนื้อหา 10 10 10 10 10 10 10 10 10 10 ผล/คะแนน ดี = 9-10 ปานกลาง = 7-8 พอใช้ = 4-6 ปรับปรุง = 1-3 เกณฑ์การประเมิน คะแ น น รวม ต าม แบ บ ประเมินผลใบมอบงานที่ 1 ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80 รวม 100


161 เอกสารประกอบการสอน วิชาวัสดุงานช่างอุตสาหกรรม (20100-1002) แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้รายบุคคล หน่วยที่ 5 เรื่อง มาตรฐานเหล็กอุตสาหกรรม คำชี้แจง ให้ทำเครื่องหมาย ✓ และหากนักเรียนมีพฤติกรรมนั้น ลงในช่องรายการ เกณฑ์การวัดผล ให้คะแนนระดับคุณภาพของแต่ละพฤติกรรมดังนี้ 1. ดีมาก = 4 สนใจฟัง ไม่หลับ ไม่พูดคุยในชั้น มีคำถาม ตอบคำถามถูก ทำงานส่งตามเวลา อยู่ในเกณฑ์ประมาณ 90 - 100% 2. ดี = 3 พฤติกรรมการแสดงออกอยู่ในเกณฑ์ประมาณ 70 - 89% 3. ปานกลาง = 2 พฤติกรรมการแสดงออกอยู่ในเกณฑ์ประมาณ 50 - 69 % 4. ปรับปรุง = 1 เข้าชั้นเรียน แต่การแสดงออกน้อยมาก ส่งงานไม่ครบ ส่งงานไม่ตรงเวลา เกณฑ์การประเมิน คะแนนรวมตามแบบแบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้รายบุคคล ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80 ลงชื่อ .....................................ครูผู้สอนสังเกต (..........................................) ที่ ชื่อ-นามสกุล การแสดงพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียน รวม คะแนน การสนใจ เรียน การแสดง ความคิดเห็น การตอบ คำถาม การยอมรับฟัง คนอื่น ทำงานตามที่ ครูมอบหมาย 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16


162 เอกสารประกอบการสอน วิชาวัสดุงานช่างอุตสาหกรรม (20100-1002) คำชี้แจง ให้ทำเครื่องหมาย ✓ หากนักเรียนมีพฤติกรรมนั้น ลงในช่องรายการ เกณฑ์การวัดผล ให้คะแนนระดับคุณภาพของแต่ละพฤติกรรมดังนี้ 1. ดีมาก = 4 ประสิทธิภาพอยู่ในเกณฑ์ 90 - 100% หรือปฏิบัติบ่อยครั้ง 2. ดี = 3 ประสิทธิภาพอยู่ในเกณฑ์ 70 - 89% หรือปฏิบัติบางครั้ง 3. ปานกลาง = 2 ประสิทธิภาพอยู่ในเกณฑ์ 50 - 69% หรือปฏิบัติครั้งเดียว 4. ปรับปรุง = 1 ประสิทธิภาพอยู่ในเกณฑ์ 50% หรือไม่ปฏิบัติเลย เกณฑ์การประเมิน คะแนนรวมตามแบบสังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80 ลงชื่อ .............................................ครูผู้สอนสังเกต (..........................................) แบบสังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม หน่วยที่ 5 เรื่อง มาตรฐานเหล็กอุตสาหกรรม ที่ ชื่อ-นามสกุล การแสดงพฤติกรรมของนักเรียนในการร่วมกิจกรรมกลุ่ม รวม คะแนน ความร่วมมือ ทำงานในกลุ่ม การแสดง ความคิดเห็น การรับฟัง ความคิดเห็น การตั้งใจ ทำงานกลุ่ม ทำงานตามที่ ครูมอบหมาย 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20


163 เอกสารประกอบการสอน วิชาวัสดุงานช่างอุตสาหกรรม (20100-1002) แบบประเมินการนำเสนอผลงานรายบุคคล หน่วยที่ 5 เรื่อง มาตรฐานเหล็กอุตสาหกรรม คำชี้แจง ให้ทำเครื่องหมาย ✓ หากนักเรียนมีพฤติกรรมนั้น ลงในช่องรายการ ที่ ชื่อ-ชื่อสกุล บุคลิก การแต่ง กาย มารยาท ในการ พูด การใช้ ภาษา วิธีการ นำเสนอ เนื้อหาที่ นำเสนอ รวม คะแนน 10 10 10 10 10 50 ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. เกณฑ์การประเมิน คะแนนรวมตามแบบประเมินการนำเสนอผลงานรายบุคคล ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80 เกณฑ์การสังเกต บุคลิกการแต่งกาย : มีความเชื่อมั่นในตนเองแต่งกายสะอาดถูกระเบียบเสื้อ มารยาทในการพูด : มองหน้าและสบตาผู้ฟังไม่เหน็บแนมเสียดสีผู้อื่น การใช้ภาษา : ชัดเจนตามหลักภาษาตัวคำควบกล้ำถ้อยคำข้อความสุภาพ วิธีการนำเสนอ : น่าสนใจหลากหลาย เช่น ใช้แผ่นใส รูปภาพ ตั้งคำถาม เนื้อหาที่นำเสนอ : มีสาระสำคัญตรงกับหัวข้อเรื่องใช้เวลาตามที่กำหนด คะแนนอยู่ในดุลยพินิจของครูผู้สอนประเมินกำหนด ลงชื่อ……………………………….ครูผู้สอนประเมิน (……………………………….) …………/…………/………..


164 เอกสารประกอบการสอน วิชาวัสดุงานช่างอุตสาหกรรม (20100-1002) แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ หน่วยที่ 5 เรื่อง มาตรฐานเหล็กอุตสาหกรรม คำชี้แจง ให้ทำเครื่องหมาย ✓หากนักเรียนมีคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ลงในช่องรายการ ที่ ชื่อ-ชื่อสกุล ความมีมนุษย์สัมพันธ์ ความมีวินัย ความรับผิดชอบ ความเชื่อมั่นในตนเอง ความสนใจใฝ่รู้ ความรักสามัคคี ความกตัญญูกตเวที รวม คะแนน 2 1 3 1 1 1 1 10 ลงชื่อ……………….…………………….ครูผู้สอนประเมิน (………………………..…………….) …………/…………/……….. เกณฑ์การประเมิน คะแนนรวมตามแบบประเมินผลคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80 เกณฑ์การพิจารณา 1. ความมีมนุษยสัมพันธ์ ได้แก่ แสดงกิริยา ท่าทางสุภาพ เรียบร้อย ให้ความร่วมมือกับผู้อื่น 2. ความมีวินัย ได้แก่ -ปฏิบัติตามกฎระเบียบข้อบังคับและข้อตกลงต่างๆของ วิทยาลัยได้แก่แต่ง กายถูกต้องตามระเบียบและข้อบังคับตรงต่อเวลา 3. ความรับผิดชอบ ได้แก่ มีการเตรียมความพร้อมในการเรียนและการปฏิบัติงาน ปฏิบัติงานด้วย ความตั้งใจ มีความเพียรพยายามในการเรียนและการปฏิบัติงาน 4. ความเชื่อมั่นในตนเอง ได้แก่กล้าแสดงความคิดเห็นอย่างมีเหตุผล 5. ความสนใจใฝ่รู้ได้แก่ซักถามปัญหาข้อสงสัย 6. ความรักสามัคคีได้แก่ ร่วมมือในการทำงาน 7. ความกตัญญูกตเวทีได้แก่ มีสัมมาคารวะต่อครูอาจารย์อย่างสม่ำเสมอทั้งต่อหน้าและลับหลัง


165 เอกสารประกอบการสอน วิชาวัสดุงานช่างอุตสาหกรรม (20100-1002) 1. จงอธิบายความหมายมาตรฐานเหล็กอุตสาหกรรม (2 คะแนน) มาตรฐานเหล็กอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นข้อกำหนด หรือ ข้อตกลงร่วมกันระหว่างผู้ผลิต หรือระหว่าง ประเทศและผู้ใช้ เพื่อเป็นการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับมาตรฐานเหล็กอุตสาหกรรม เกี่ยวกับขนาดรูปร่าง น้ำหนัก คุณภาพคุณสมบัติของเหล็กชนิดต่าง ๆ 2. จงบอกมาตรฐานเหล็กอุตสาหกรรมที่ใช้งานกันมีกี่ระบบ อะไรบ้าง (8 คะแนน) สำหรับมาตรฐานเหล็กอุตสาหกรรม (Steel Standards of Industry) ซึ่งปัจจุบันที่นิยมใช้งานมี 3 ระบบ ดังนี้ 1. มาตรฐานเหล็กระบบอเมริกา ซึ่งนิยมใช้กัน 2 มาตรฐาน ดังนี้ 1.1 มาตรฐานสมาคมวิศวกรรมยานยนต์แห่งอเมริกา (Society of Automotive Engineers) ใช้ตัวย่อสัญลักษณ์ SAE 1.2 มาตรฐานของสถาบันเหล็ก และเหล็กกล้าของอเมริกา (American Iron and Steel Institute) ใช้ตัวย่อสัญลักษณ์ AISI 2. มาตรฐานเหล็กระบบเยอรมัน (Deutsch Industrial Norm) ใช้ตัวย่อสัญลักษณ์ DIN 3. มาตรฐานเหล็กระบบญี่ปุ่น (Japanese Industrial Standards) ใช้ตัวย่อสัญลักษณ์ JIS 3. จงอธิบายความหมายของมาตรฐานเหล็กระบบ SAE (3 คะแนน) 3.1 SAE 1020 เป็นเหล็กกล้าคาร์บอน มีคาร์บอน 0.2 % 3.2 SAE 2210 เป็นเหล็กกล้านิเกิล มีนิเกิล 2 % และมีคาร์บอน 0.1 % 3.3 SAE 72150 เป็นเหล็กกล้าประสมทังสเตน มีทังสเตน 2 % และมีคาร์บอน 1.5 % 4. จงอธิบายความหมายของมาตรฐานเหล็กระบบ AISI (3 คะแนน) 4.1 AISI A 1020 เป็นเหล็กกล้าคาร์บอนที่ผลิตจากเตาเบสเซมเมอร์ชนิดที่เป็นด่าง และมี คาร์บอน 0.2 % 4.2 AISI B 3310 เป็นเหล็กกล้าประสมนิเกิลและโครเมียม ที่ผลิตจากเตาเบสเซมเมอร์ ชนิดที่ เป็นกรด มีนิเกิล 3 % มีโครเมียมประสมเล็กน้อย และมีคาร์บอน 0.1 % 4.3 AISI E 4310 เป็นเหล็กกล้าประสมโมลิบดินัม ที่ผลิตจากเตาไฟฟ้า มีโมลิบดินัม 3 % และมี คาร์บอน 0.1 % 5. จงอธิบายความหมายของมาตรฐานเหล็กระบบ DIN (8 คะแนน) 5.1 St 37 เหล็กกล้าคาร์บอน สามารถรับแรงดึงสูงสุดได้ 37 Kg/mm2 5.2 C 25 เหล็กกล้าคาร์บอน มีปริมาณคาร์บอนผสม 0.25 % 5.3 42 Cr Ni 4 3 เหล็กกล้าประสมต่ำ มีคาร์บอนที่ผสม 0.42 % โลหะประสมชนิดที่ 1 คือ โครเมียม (Cr) 1 % โลหะประสมชนิดที่ 2 คือ นิกเกิล (Ni) 1.5 % เฉลยแบบฝึกหัด หน่วยที่ 5 วิชา วัสดุงานช่างอุตสาหกรรม รหัสวิชา 20100-1002 เรื่อง มาตรฐานเหล็กอุตสาหกรรม ชื่อ.............................................................ชั้น...................เลขที่...............กลุ่ม.................. คำสั่ง ให้นักเรียนตอบคำถามให้ถูกต้อง คะแนนเต็ม.30.คะแนน คะแนนที่ทำได้ ...............คะแนน


166 เอกสารประกอบการสอน วิชาวัสดุงานช่างอุตสาหกรรม (20100-1002) 5.4 56 Cu Mn 4 6 เหล็กกล้าประสมต่ำ มีคาร์บอนผสม 0.56 % โลหะประสมชนิดที่ 1 คือ ทองแดง (Cu) 0.4 % โลหะประสมชนิดที่ 2 คือ แมงกานีส (Mn) 1.5 % 5.5 X 155 Cr V Mo 12 1 เหล็กประสมสูง มีคาร์บอนผสม 1.55 % มีโครเมียม (Cr) 12 % และ โลหะประสมชนิดที่ 2 คือ วาเนเดียม (V) 1 % และมีโลหะประสมที่ 3 คือ โมลิบดินัม (Mo) เล็กน้อย 5.6 E X 12 Cr Mo 4 4 เหล็กประสมสูง ที่ผลิตจากเตาไฟฟ้าทั่วไป มีคาร์บอนผสม 0.12 % มี โครเมียม (Cr) 4 % และโลหะประสมชนิดที่ 2 คือ โมลิบดินัม (Mo) 4 % 5.7 GS-C10 เหล็กเหนียวหล่อ มีปริมาณคาร์บอนผสม 0.1 % 5.8 GGG-70 เหล็กหล่อกราไฟต์ก้อนกลม รับความเค้นแรงดึงสูงสุด 70 Kg/mm2 6. จงอธิบายความหมายของมาตรฐานเหล็กระบบ JIS (4 คะแนน) 6.1 JIS G 3101 เหล็กรีดสำหรับโครงสร้างทั่วไป 6.2 JIS G 3103 เหล็กรีดสำหรับงานความดันสูง ความร้อนสูง เช่น หม้อไอน้ำ 6.3 JIS G 3350 เหล็กท่อไลท์เกจ 6.4 JIS G 4102 เหล็กประสมนิเกิลและโครเมียม 7. จงอธิบายความหมายมาตรฐานเหล็ก TIS (2 คะแนน) มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (Thai Industrial Standards Institute) ใช้อักษรย่อ TIS ที่สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ได้กำหนดขึ้นเพื่อเป็นแนวทางแก่ผู้ผลิตในการผลิต สินค้าให้มีคุณภาพในระดับที่เหมาะสมกับการใช้งานมากที่สุด เฉลยแบบฝึกหัด หน่วยที่ 5 วิชา วัสดุงานช่างอุตสาหกรรม รหัสวิชา 20100-1002 เรื่อง มาตรฐานเหล็กอุตสาหกรรม ชื่อ.............................................................ชั้น...................เลขที่...............กลุ่ม.................. คำสั่ง ให้นักเรียนตอบคำถามให้ถูกต้อง คะแนนเต็ม.30.คะแนน คะแนนที่ทำได้ ...............คะแนน


167 เอกสารประกอบการสอน วิชาวัสดุงานช่างอุตสาหกรรม (20100-1002) แบบทดสอบหลังเรียน หน่วยที่ 5 วิชา วัสดุงานช่างอุตสาหกรรม รหัสวิชา 20100-1002 เรื่อง มาตรฐานเหล็กอุตสาหกรรม คำสั่ง จงเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียวทำเครื่องหมาย (X) ลงในกระดาษคำตอบ จำนวนข้อ 15 ข้อ เวลา 10 นาที 1. ข้อใดคือความหมายมาตรฐานเหล็กอุตสาหกรรม ก. ข้อกำหนดเกี่ยวกับเหล็กของผู้ผลิต ข. ข้อตกลงร่วมเกี่ยวกับเหล็กของผู้ใช้ ค. ปริมาณของสารประกอบในเหล็กของผู้ผลิต ง. ข้อกำหนด หรือ ข้อตกลงร่วมกันระหว่างผู้ผลิตกับผู้ใช้เกี่ยวกับโลหะเหล็ก 2. ข้อใดคือมาตรฐานเหล็กอุตสาหกรรมที่นิยมใช้งาน ก. มาตรฐานสมาคมวิศวกรรมยานยนต์แห่งอเมริกา ข. มาตรฐานระบบญี่ปุ่น และมาตรฐานระบบอเมริกา ค. มาตรฐานระบบอเมริกา มาตรฐานระบบเยอรมัน และมาตรฐานระบบญี่ปุ่น ง. มาตรฐานระบบญี่ปุ่น มาตรฐานระบบอเมริกา มาตรฐานระบบเยอรมัน และมาตรฐานระบบไทย 3. ข้อใดคือมาตรฐานระบบอเมริกา ก. SAE, AISI ข. DIN, AISI ค. JIS, DIN ง. AISI, TIS 4. ข้อใดคือมาตรฐานของระบบเยอรมัน ก. SAE ข. DIN ค. JIS ง. AISI 5. ข้อใดคือมาตรฐานของระบบญี่ปุ่น ก. SAE ข. DIN ค. JIS ง. TIS 6. ข้อใดคือความหมายของ มาตรฐานเหล็ก SAE 1035 ก. มาตรฐานเหล็ก SAE เหล็กกล้านิเกิล มีคาร์บอนผสมอยู่ 0.5 % ข. มาตรฐานเหล็ก SAE เหล็กกล้านิเกิล มีคาร์บอนผสมอยู่ 0.35 % ค. มาตรฐานเหล็ก SAE เหล็กกล้าคาร์บอน มีคาร์บอนผสมอยู่ 0.5 % ง. มาตรฐานเหล็ก SAE เหล็กกล้าคาร์บอน มีคาร์บอนผสมอยู่ 0.35 %


168 เอกสารประกอบการสอน วิชาวัสดุงานช่างอุตสาหกรรม (20100-1002) แบบทดสอบหลังเรียน หน่วยที่ 5 วิชา วัสดุงานช่างอุตสาหกรรม รหัสวิชา 20100-1002 เรื่อง มาตรฐานเหล็กอุตสาหกรรม คำสั่ง จงเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียวทำเครื่องหมาย (X) ลงในกระดาษคำตอบ จำนวนข้อ 15 ข้อ เวลา 10 นาที 7. ข้อใดคือมาตรฐานเหล็ก St 37 ก. เหล็กกล้าคาร์บอน รับแรงดึงได้ต่ำสุด 37 Kg/mm2 ข. เหล็กกล้าคาร์บอน รับแรงดึงได้สูงสุด 37 Kg/mm2 ค. เหล็กกล้าคาร์บอน มีปริมาณคาร์บอนผสมอยู่ 0.37 % ง. เหล็กกล้าคาร์บอน มีปริมาณคาร์บอนผสมอยู่ 37 % 8. ข้อใดคือปริมาณผสมของโลหะประสมชนิดที่ 1 จากมาตรฐานเหล็ก 42 Cr Ni 4 6 ก. โครเมียม (Cr) ผสมอยู่ 0.4 % ข. โครเมียม (Cr) ผสมอยู่ 0.46 % ค. โครเมียม (Cr) ผสมอยู่4 % ง. โครเมียม (Cr) ผสมอยู่ 46 % 9. ข้อใดคือปริมาณผสมของโลหะประสมชนิดที่ 2 จากมาตรฐานเหล็ก 42 Cr Ni 4 6 ก. นิเกิล (Ni) ผสมอยู่ 1 % ข. นิเกิล (Ni) ผสมอยู่ 1.5 % ค. นิเกิล (Ni) ผสมอยู่ 2 % ง. นิเกิล (Ni) ผสมอยู่ 6 % 10. ข้อใดคือความหมาย ตัวอักษร E จากมาตรฐานระบบเยอรมัน X E 210 Cr W 12 ก. เหล็กกล้าประสมสูง ผลิตจากเตาโทมัส ข. เหล็กกล้าประสมสูง ผลิตจากเบสเซมเมอร์ ค. เหล็กกล้าประสมสูง ผลิตจากเตาไฟฟ้าทั่วไป ง. เหล็กกล้าประสมสูง ผลิตจากเตาไฟฟ้าชนิดเหนี่ยวนำ 11. ข้อใดคือความหมาย GGG-40 ก. เหล็กหล่อสีเทา รับแรงดึงสูงสุด 40 Kg/mm2 ข. เหล็กเหนียวหล่อ รับแรงดึงสูงสุด 40 Kg/mm2 ค. เหล็กหล่อเหนียว รับแรงดึงสูงสุด 40 Kg/mm2 ง. เหล็กหล่อกราไฟต์ก้อนกลม รับแรงดึงสูงสุด 40 Kg/mm2 12. ข้อใดคือความหมาย GS-B 40 ก. เหล็กหล่อสีเทา ผลิตจากเตาเบสเซมเมอร์ รับแรงดึงสูงสุด 40 Kg/mm2 ข. เหล็กเหนียวหล่อ ผลิตจากเตาเบสเซมเมอร์ รับแรงดึงสูงสุด 40 Kg/mm2 ค. เหล็กหล่อเหนียว ผลิตจากเตาเบสเซมเมอร์ รับแรงดึงสูงสุด 40 Kg/mm2 ง. เหล็กหล่อกราไฟต์ก้อนกลม ผลิตจากเตาเบสเซมเมอร์ รับแรงดึงสูงสุด 40 Kg/mm2


169 เอกสารประกอบการสอน วิชาวัสดุงานช่างอุตสาหกรรม (20100-1002) แบบทดสอบหลังเรียน หน่วยที่ 5 วิชา วัสดุงานช่างอุตสาหกรรม รหัสวิชา 20100-1002 เรื่อง มาตรฐานเหล็กอุตสาหกรรม คำสั่ง จงเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียวทำเครื่องหมาย (X) ลงในกระดาษคำตอบ จำนวนข้อ 15 ข้อ เวลา 10 นาที 13. ข้อใดคือความหมาย ตัวอักษร G จากมาตรฐานระบบญี่ปุ่น JIS G 3103 ก. แร่ ข. กระดาษ ค. โลหะที่ไม่ใช่เหล็ก ง. โลหะประเภทเหล็ก 14. ข้อใดคือความหมายมาตรฐานเหล็ก JIS G 4102 ก. เหล็กกล้าคาร์บอน ที่มีส่วนผสมของนิเกิล และโครเมียม ข. เหล็กกล้าคาร์บอน ที่มีส่วนผสมของนิเกิล และทังสเตน ค. เหล็กกล้าประสม ที่มีส่วนผสมของนิเกิล และโครเมียม ง. เหล็กกล้าประสม ที่มีส่วนผสมของอะลูมิเนียม และโครเมียม 15. ข้อใดคือสัญลักษณ์ ของมาตรฐานเหล็กระบบญี่ปุ่น JIS G 5501 ซึ่งเป็นเหล็กหล่อสีเทา ก. SS ข. SB ค. FC ง. GGG


170 เอกสารประกอบการสอน วิชาวัสดุงานช่างอุตสาหกรรม (20100-1002) เฉลยแบบทดสอบหลังเรียน หน่วยที่ 5 วิชา วัสดุงานช่างอุตสาหกรรม รหัสวิชา 20100-1002 เรื่อง มาตรฐานเหล็กอุตสาหกรรม ข้อที่ คำตอบ 1 ง 2 ค 3 ก 4 ข 5 ค 6 ง 7 ข 8 ค 9 ข 10 ค 11 ง 12 ข 13 ง 14 ค 15 ค


171 เอกสารประกอบการสอน วิชาวัสดุงานช่างอุตสาหกรรม (20100-1002) บรรณานุกรม ดอกธูป พุทธมงคล.(2534). ทฤษฎีงานช่างพื้นฐาน. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์จินดาอักษร. นริศ ศรีเมฆ.(2549). วัสดุช่างอุตสาหกรรม. นนทบุรี : สำนักพิมพ์เอมพันธ์ จำกัด. นริศ สุวรรณางกูร.(2562). วัสดุงานช่างอุตสาหกรรม. นนทบุรี : สำนักพิมพ์เอมพันธ์ จำกัด. มณฑล ฉายอรุณ.(2537). วัสดุอุตสาหกรรม. นนทบุรี: สำนักพิมพ์ศูนย์ส่งเสริมอาชีวะ. วิชัย โรมไธสง.(2548). วัสดุช่างอุตสาหกรรม. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์วังอักษร. เสกสรร ศรียศ.(2560). วัสดุงานช่างอุตสาหกรรม.นนทบุรี : สำนักพิมพ์ศูนย์ส่งเสริมอาชีวะ. เว็บไซต์(Web side) https://www.vcsasia.co.th/product /.วันเข้าถึง 2 มกราคม 2564. https://www.onestockhome.com/th/products/.วันเข้าถึง 2 มกราคม 2564.


Click to View FlipBook Version