150
ขดั ตอรัฐธรรมนญ หงราชอาณาจักร ทย พ.ศ.2540 มาตรา 236 ท ชบังคบั นขณะนนั สวนการอานคำพิพากษา ปนการดำ นินการ
หลังคด สรจการพิจารณา ทังผพิพากษา ดลงชอ นคำพิพากษาครบองคคณะตามกฎหมาย ลว การอานคำพิพากษายอมกระทำ ด
ดยผพิพากษาคน ดยว
ฎก ท 4419/2555 นชันบังคับคด มอผรองยนคำรอง สดงอำนาจพิ ศษตอศาลอางวา ผรองมสิทธิอย นทดิน ละบาน
พิพาท พราะ ม ชบรวิ ารของจำ ลยทังสอง ศาลชนั ตนตองรับคำรองพรอมสงสำ นาคำรอง ห จทกผซอทดนิ ละบานพิพาทจากการ
ขายทอดตลาดวา จทกจะคัดคานหรอ ม หากคัดคานกตองทำการ ตสวน พอ ปด อกาส หคกรณนำพยานหลักฐาน ขาสบสนับสนน
ขออาง ละขอคดั คาน ลวจงวินิจฉัยชขาด ปตามประ ดนขอพิพาท การทศาลชันตนสัง หผรองสงสำ นาทะ บยนบาน ลวมคำสงั วา
“ ตรวจคำรองพรอมสำ นาทะ บยนบานของผรอง ลว ปนบตรจำ ลยทังสอง ละสำ นาทะ บยนบานกระบ ปนผอาศัย ถอวา ปน
บริวารของจำ ลยทงั สอง จงมคำสังยกคำรอง ” ดย มสงสำ นาคำรอง ห จทกทังทปรากฏวาสำ นาทะ บยนบานของผรองระบบาน
อนมิ ชบานพิพาท ดังน ขอ ทจจริงจงยัง มพอ หวนิ ิจฉยั วา ผรอง ปนบริวารของจำ ลยทังสอง มกรณดังกลาวถอ ดวาศาลชนั ตน ด
ดำ นินการ ตสวนคำรองของผรอง ลวกตาม
การทศาลชันตนยกคำรอง สดงอำนาจพิ ศษของผรอง ดยผพิพากษาคน ดยว ปนผลงนาม นคำสังนัน
ปนการ มชอบดวยพระธรรมนญศาลยติธรรม มาตรา 26 นองจากคำสังดงั กลาวมลักษณะ ปนการวินิจฉยั ชขาดขอพิพาท หงคด
ซง มอย นอำนาจของผพิพากษาคน ดยวทจะออกคำสัง ดตามพระธรรมนญศาลยติธรรม มาตรา 25 (1) อัน ปนกรณทศาลชันตน
มิ ดปฏิบตั ิ หถกตองตามกฎหมาย
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
151
(ค บรรย ย นต ภ ค 2 สมย 67)
ฎก ท 813/2547 จทกยนฟองตอศาลชันตนซง ปนศาลจังหวดั ขอ หหามจำ ลย ละบริวารยง กยวกับทดนิ พพิ าทอนั ปน
คดทมคำขอ หปลด ปลองทกขอัน มอาจคำนวณ ปนราคา งิน ด ต มอจำ ลย หการ ต ยงกรรมสิทธิวา ปนของจำ ลย จง
ปลยน ปนคดทมคำขอ หปลด ปลองทกขอันอาจคำนวณ ปนราคา งิน ดหรอ ปนคดทมทนทรัพย มอราคาทดินพิพาทซง ปนทน
ทรัพยของคด ม กินสาม สนบาท จงอย นอำนาจศาล ขวง ศาลชันตนชอบทจะมคำสัง ห อนคด ปยังศาล ขวงตามพระธรรมนญ
ศาลยติธรรม มาตรา 16 วรรคส ด
ฎก ท 3450-3452/2557 บ ตงทนายความทจำ ลย ตงตัง ห ธ. ปนทนายความระบ หมอำนาจดำ นินกระบวนพิจารณา ป
นทางจำหนายสิทธิ ชน การประนประนอมยอมความ ด การท ธ. ลงนามทำสัญญาประนประนอมยอมความกับ จทก ปนการ
กระทำตามอำนาจทจำ ลยมอบ ห น บ ตงทนายความ สัญญาประนประนอมยอมความยอมมผลผกมัดจำ ลยทังหมด จำ ลยจะ
ฎกาวา ทนายจำ ลยทำสัญญาประนประนอมยอมความกับ จทก ดยมิ ดปรกษา ละ ดรับความยินยอมจากจำ ลยกอน ม ด พราะ
ปนฎกาท ม ขา หต ด หตหนงตามขอยก วนของประมวลกฎหมายวิธพิจารณาความ พงมาตรา 138 วรรคสอง จทกฟองขับ ล
รยกคา สยหาย อัน ปนคดปลด ปลองทกขอัน มอาจคำนวณ ปนราคา งิน ด จำ ลยท 1 ท 4 ละท 5 หการตอส รองกรรมสิทธิ
จง ปนคดทมคำขอปลด ปลองทกขอนั อาจคำนวณ ปนราคา งิน ด ทงั ปรากฏวาราคาทดินพิพาท ละคา สยหายอนั ปนทนทรัพย ม
กิน 300,000 บาท คดจงอย นอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาล ขวง ศาลจังหวัดชอบทจะมคำสัง อนคด ป หศาล ขวง พอ
พจิ ารณาพิพากษา ด พระธรรมนญศาลยตธิ รรมมาตรา 16 วรรคทาย * คำพพิ ากษาตามยอมตามมาตรา 138 มตกอย นบงั คับ หง
บทบญั ญัติมาตรา 142 ทหามพิพากษา กนิ คำขอหรอนอกจากทปรากฏ นคำฟอง พราะคำพพิ ากษาตามยอมมิ ช ปนการวินจิ ฉยั ช
ขาดขอพิพาทอยางคดธรรมดา พยง ตขอตกลงตามสัญญาประนประนอมยอมความนันตอง กยวพันกับประ ดน หงคดหรอ
กยว นองกบั ประ ดน หงคด ศาลกพิพากษาตามยอม ห ด
ฎก ท 6630/2556 จทกฟองขอ หลง ทษจำ ลยตาม ป.อ. มาตรา 362 ละมคำขอ นสวน พงซงมทนทรัพยทพิพาท กิน
กวา 300,000 บาท ศาลชันตนซง ปนศาล ขวงยอม มมอำนาจรับคดสวน พง วพิจารณา ตามพระธรรมนญศาลยติธรรม มาตรา
17 ประกอบมาตรา 25 (4) การทศาลชันตนพิพากษาคดสวน พงจง ปนการ มชอบ ละ มกอสิทธิ หจำ ลยอทธรณฎกา ด คำ
พิพากษาของศาลอทธรณภาค 1 จง มชอบ ชนกัน ปญหาดังกลาว ปนขอกฎหมายอัน กยวดวยความสงบ รยบรอยของประชาชน
ศาลฎกามอำนาจยกขนวินิจฉัย ด องตาม ป.วิ.พ. มาตรา 142 (5) ประกอบ พ.ร.บ.จัดตังศาล ขวง ละวิธพิจารณาความอาญา น
ศาล ขวง พ.ศ.2499 มาตรา 4
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
152
(ค บรรย ย นต ภ ค 2 สมย 68)
ฏก ท 7330/2556 คดนมิ ชคดม นสา ร ละศาลมิ ดสัง หดำ นินคด บบคด มมขอยงยาก การทจำ ลยท 2 มยน
คำ หการ นกำหนด จทกทังสามจงตองยนคำขอตอศาล หมคำพิพากษา ห จทก ปนฝายชนะคด ดยขาดนัดตาม ป.วิ.พ. มาตรา
198 วรรคหนง มอ จทกทังสาม มยนคำขอดังกลาว ศาลชนั ตนจงมอำนาจจำหนายคด นสวนของจำ ลยท 2 ละการสังจำหนาย
คด ชนน ปนอำนาจของผพิพากษานาย ดยวตามพระธรรมนญศาลยติธรรม มาตรา 24 (2) มอคความมิ ดอทธรณ คำสังของศาล
ชันตนท หจำหนายคดจง ปนทสด ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 147 วรรคสอง คดระหวาง จทกทังสาม ละจำ ลยท 2 จง ปนอัน สรจสนิ ม
ถอวาจำ ลยท 2 ปนคความอก ละ มมสทิ ธิยนคำ หการ
การฟอง พิกถอนนิติกรรมทอางวาจำ ลยท 2 รับ อนมาจาก จทกท 1 ดย มชอบกด การทจำ ลยท 2
อนขาย หจำ ลยท 4 ถงท 9 กด จทกทังสามตองฟองจำ ลยท 2 ขามา นคดดวยจงจะบังคับตามคำขอของ จทกทังสาม ด มคด
น จทกทังสามจะฟองจำ ลยท 2 ต มอศาลชันตนสังจำหนายคดสำหรับจำ ลยท 2 ออก สยจากสารบบความ ป ลว มผลทำ ห
จำ ลยท 2 พนจากการทตองถกบังคับตามคำพิพากษา กรณจง มอาจพิจารณาพิพากษา ปตามคำขอ จทกทังสาม ด พราะจะม
ผลกระทบตอจำ ลยท 2 ซง ปนบคคลภายนอกคด
ฎก ท 10829/2556 ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 4 (1) ละมาตรา 5 จทกชอบทจะฟองจำ ลยทังสองตอศาลจังหวัดหลมสัก ด
นองจาก ปน ขตศาลทมลความ หงคด ด กิดขน พราะสญั ญา งินกทำขนทอำ ภอหลมสัก จังหวัด พชรบรณ ศาลจังหวัดหลมสักจง
มอำนาจรับคด วพิจารณา
ตามพระธรรมนญศาลยติธรรม มาตรา 29 ทบัญญัติตอนหนงวา นระหวางการทำคำพิพากษา ด นัน
หมายความวา ผพิพากษาท ดรับมอบหมาย ห ปนองคคณะพิจารณาพิพากษาคดนัน นศาลอทธรณภาค 6 ยงั ตรวจสำนวนประชม
ปรกษา ละยกรางคำพิพากษา ม ลว สรจ กม หตทำ หผพิพากษาท ปนองคคณะคดนัน มอาจพิจารณา ละยกรางคำพิพากษา
ตอ ปจน สรจ ด ตสำหรับคดนคำพิพากษาศาลอทธรณภาค 6 ดมการตรวจสำนวนประชมปรกษา ละยกรางคำพิพากษาจน สรจ
ละลงลายมอชอขององคคณะ นตนรางคำพิพากษา ลว หลอ ตขันตอนทางธรการ พอจัดทำคำพิพากษานัน ปนคำพิพากษาท
พรอมสำหรบั อานตามกฎหมาย ละ ผย พรตอสาธารณะ ดตอ ป ทานัน ดังนนั กรณทประธานศาลอทธรณภาค 6 ลงชอรับรองวา
ผพิพากษาองคคณะคนหนงท ดรวมประชมปรกษา ละลงชอ ว นรางคำพิพากษา ลว ดยาย ปรับราชการทศาลอน ผพพิ ากษานาย
นันจง ม ดลงลายมอชอ นคำพพิ ากษาฉบบั ทจะ ชอานตามกฎหมาย ละ ผย พรตอสาธารณะยอม ปนการดำ นินการทชอบดวย ป.
วิ.พ. มาตรา 141 วรรคสองประกอบมาตรา 246 ลว
ฎก ท 4564/2558 ศาลชันตนพิจารณาลง ทษปรับจำ ลยท 1 กระทงละ 13,500 บาท รวม 4 กระทง คงปรับ 54,000
บาท ดยผพิพากษาลงลายมอชอ นคำพิพากษา พยงคน ดยว ปนกรณทศาลชันตนมิ ดปฏิบัติ หถกตองตามพระธรรมนญศาล
ยติธรรม มาตรา 17 ประกอบมาตรา 25(5) ทังน พราะผพิพากษาคน ดยวจะลง ทษปรับ กินหนงหมนบาท ม ด คำพิพากษาศาล
ชันตนจง มชอบดวยกฎหมายขางตน ซงมผลทำ หศาลอทธรณภาค 3 ยัง มมอำนาจพิจารณาพิพากษาคดน ด ตอง หศาลชันตน
153
ดำ นนิ การ หถกตองกอน ปญหาดังกลาว ปนปญหาขอกฎหมายท กยวกับความสงบ รยบรอย ม มมคความฝาย ดฎกา ศาลฎกาม
อำนาจยกขนวินิจฉัย ด องตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสองประกอบมาตรา 225 พ.ร.บ.จัดตังศาล ขวง ละวิธพิจารณาความ
อาญา นศาล ขวง พ.ศ.2499 มาตรา 4 ละพ.ร.บ. หนำวิธพิจารณาความอาญา นศาล ขวงมา ชบังคับ นศาลจังหวัด พ.ศ.2520
มาตรา 3
ฎก ท 2853/2559 การ ตสวนคำรองขอ พกิ ถอนหมายจับของผรองกอนมคำสงั ปนดลพินจิ นการดำ นนิ กระบวนพิจารณา
ตามอำนาจหนาทของศาลชันตน พอ หการพิจารณาคด สรจ ป ดยรวด รว ละชอบดวยกฎหมาย มอศาลชันตน หนวาขอ ทจจริง
ตามคำรองของผรองสามารถวินิจฉัย ด ศาลชันตนมอำนาจทจะมคำสัง ดทันท ดย มจำตอง ตสวนกอน ตามประมวลกฎหมายวิธ
พิ จ า ร ณ า ค ว า ม พ ง ม า ต ร า 21 (4) ป ร ะ ก อ บ ป ร ะ ม ว ล ก ฎ ห ม า ย วิ ธ พิ จ า ร ณ า ค ว า ม อ า ญ า ม า ต ร า 15
อำนาจ นการออกหมายจับ ปนอำนาจ ฉพาะตัวของผพิพากษาศาลชันตนคนหนง พอ ห ดตัวผตองหา
มาสอบสวน ตามพระธรรมนญศาลยติธรรม มาตรา 24 (1) ประกอบประมวลกฎหมายวธิ พิจารณาความอาญา มาตรา 2 (2) มาตรา
66 ละมาตรา 134 ผรองซงถกหมายจับของศาลชันตนยนคำรองขอ หศาลชันตน พิกถอนหมายจับตามประมวลกฎหมายวิธ
พิจารณาความอาญา มาตรา 59 วรรคส ตอนทาย ศาลชันตนมคำสังยกคำรอง ดังน ผรองจะอทธรณหรอฎกา ม ด
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
(ค บรรย ย นต ภ ค 2 สมย 69)
มปร กฏค พพ กษ ศ ลฎก ท กยวของ
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
154
(ค บรรย ย นต ภ ค 2 สมย 70)
ฎก ท 7330/2556 คดนมิ ชคดม นสา ร ละศาล ม ดสัง หดำ นินคด บบ มมขอยงยาก การทจำ ลยท 2 มยนคำ หการ
นกำหนด จทกทังสามจงตองยนคำขอตอศาล หมคำพิพากษา ห จทก ปนฝายชนะคด ดยขาดนัดตามมาตรา 198 วรรคหนง มอ
จทกทังสาม มยนคำขอดังกลาวศาลชันตนจงมอำนาจจำหนายคด นสวนของจำ ลยท 2 การฟอง พิกถอนนิติกรรมทอางวาจำ ลย
ท 2 รบั อนมาจาก จทกท 1 ดย มชอบกด การทจำ ลยท 2 อนขาย หจำ ลยท 4 ถงท 9 กด จทกทงั 3 ตองฟองจำ ลยท 2 ขามา
นคดดวย จงจะบงั คบั ตามคำขอของ จทกทังสาม ด มคดน จทกทังสามจะฟองจำ ลยท 2 ต มอศาลชันตนสงั จำหนายคดสำหรับ
จำ ลยท 2 ออก สยจากสารบบความ ป ลว มผลทำ หจำ ลยท 2 ผลจากการทตองถกบังคับตามคำพิพากษา กรณจง มอาจ
พจิ ารณาพิพากษา ปตามคำขอของ จทกทงั สาม ด พราะจะมผลกระทบตอจำ ลยท 2 ซง ปนบคคลภายนอกคด
ฎก ท 22056/2555 ตามพระธรรมนญศาลยติธรรม มาตรา 17 ประกอบมาตรา 25 (5) บัญญัติ หศาล ขวงมอำนาจ
พิจารณาพิพากษาคดอาญาซงกฎหมายกำหนดอตั รา ทษอยางสง ว หจำคก ม กินสามป หรอปรับ ม กนิ หกหมนบาทหรอทังจำทัง
ปรับ คดน จทกทังสองฟองขอ หลง ทษจำ ลยตาม ป.อ. มาตรา 326, 328 ดยบรรยายฟองรวมกันมา จง ปนกรณทกลาวหาวา
จำ ลยกระทำความผิดกรรม ดยว ปนความผิดตอกฎหมายหลายบท ม จทกจะมคำขอทายฟอง หลง ทษจำ ลยหลายกรรมตางกัน
ตาม ป.อ. มาตรา 91 ดวยกตาม ตหากพจิ ารณา ดความตามฟอง ศาลตองลง ทษจำ ลยตามมาตรา 328 ซง ปนกฎหมายทม ทษ
หนักทสดตาม ป.อ. 90 มอบทบัญญัติดังกลาวมอัตรา ทษจำคก ม กินสองป ละปรับ ม กินสอง สนบาท กรณจง กินอำนาจศาล
ชันตนซง ปนศาล ขวงทจะพิจารณาพิพากษาตามบทบัญญัติดังกลาวขางตน ศาลชันตนจง มมอำนาจพิจารณาพิพากษาคดน
ท จทกฎกาวา ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 192 หน ดวาศาลสามารถทจะลง ทษจำ ลย นบทมาตราทถกตอง ด ละศาลชันตนมคำสัง
ประทับรับฟอง วถกตองตาม ป.วิ.อ. ลว หากศาลชันตน หนวา จทกสบสม ตอางฐานความผิดหรอบทมาตราผิด ศาลชันตนกม
อำนาจลง ทษจำ ลยตามฐานความผดิ ทถกตอง ด ซงตามฟองของ จทกทังสองรวมการกระทำความผิดหลายอยาง ละ ตละอยาง
ปนความผิด ดอย นตัว อง ศาลจะลง ทษจำ ลย นการกระทำอยางหนงอยาง ดตามทพิจารณา ดความก ด หน ดวาศาลชันตน
พจิ ารณารบั ฟอง ดยชอบมา ตตน ลวนัน หนวา ขอกฎหมายท จทกทังสองยกขนฎกา ปนขอกฎหมายท กยวกบั การพพิ ากษาหรอ
สัง กินคำขอหรอทมิ ดกลาว นฟองซง ปนคนละกรณกบั อำนาจพจิ ารณาพพิ ากษาของศาลชนั ตน ละการจะนำบทบัญญตั ิดงั กลาว
มา ชบังคับนัน ศาลชันตนตองมอำนาจพจิ ารณาพิพากษาคดน สยกอน มอศาลชันตน มมอำนาจพิจารณาพิพากษาคดน ลวจง ม
สามารถนำบทบัญญัตดิ ังกลาวมากลาวอาง ดวาศาลชนั ตนพิจารณารบั ฟอง จทกทงั สอง ดยชอบ ลว
ฎก ท 7651/2552 จทกฟองขอ หลง ทษจำ ลยตาม ป.อ. มาตรา 326, 328 ซงตามมาตรา 328 มระวาง ทษจำคก ม กิน
สองป ละปรบั ม กนิ สอง สนบาท การพจิ ารณาพิพากษาคดของศาลชนั ตน ตองมผพพิ ากษาอยางนอยสองคนจง ปนองคคณะทม
อำนาจพิจารณาพิพากษาคด ดตามพระธรรมนญศาลยติธรรม มาตรา 26 ม จทกจะขอ หลง ทษ ตาม ป.อ. มาตรา 326 ซงม
ระวาง ทษจำคก ม กินหนงปหรอปรับ ม กินสองหมนบาทหรอทังจำทังปรับ ทผพิพากษาคน ดยวมอำนาจพิจารณาพิพากษาคด
ตามพระธรรมนญศาลยติธรรม มาตรา 25 (5) มาดวยกตาม ต จทกฟองวาจำ ลยกระทำความผิด พยงกรรม ดยวตอศาลชนั ตนซง
155
ปนศาลจังหวัด องคคณะ นการพิจารณาพิพากษาคดนจงตองมผพิพากษาอยางนอยสองคนตามมาตรา 26 ดังกลาว การทศาล
ชันตนพจิ ารณาคดน ลวพพิ ากษายกฟอง ดยผพพิ ากษาคน ดยว ปนผพจิ ารณาพิพากษาคดจง ปนการ มชอบดวยพระธรรมนญศาล
ยติธรรม มาตรา 25 (5) ละมาตรา 26 ละ ปนกรณทศาลชันตนมิ ดปฏิบัติ หถกตองตามกฎหมาย ศาลอทธรณภาค 3 จงยัง มม
อำนาจพิจารณาพิพากษาคดตอง หศาลชันตนดำ นินการ หถกตอง สยกอน ปญหาดังกลาว ปนปญหาขอกฎหมายท กยวกับความ
สงบ รยบรอย ม มมคความฝาย ดฎกา ศาลฎกามอำนาจยกขนวินิจฉัย ด องตาม ป.ว.ิ อ. มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา
225
ฎก ท 810/2560 จทกฟองวาจำ ลยกระทำผิดฐานยนบัญชรายรับ ละรายจาย นการ ลอกตัง มถกตองครบถวนตาม
พ.ร.บ. การ ลอกตังสมาชกิ สภาทองถินหรอผบริหารทองถิน พ.ศ. 2545 มาตรา 54, 55 ซงมาตรา 117 บัญญัติวา ผกระทำความผิด
ตองระวาง ทษจำคก ม กินสองปหรอปรับ ม กินสหมนบาทหรอทังจำทงั ปรับ ละ หศาลสัง พิกถอนสิทธิ ลอกตังมกำหนดหาป จง
ปนคดอาญาทมอัตรา ทษจำคก ละ ทษปรับทอย นอำนาจของศาลชันตนซง ปนศาล ขวงทจะพิจารณาพิพากษา ด สวนการ พิก
ถอนสิทธิ ลอกตัง ปนการ พิกถอนสิทธิ นทาง พง พิม ติมจาก ทษ นทางอาญา มิ ชคด กยวกับการ ลอกตัง ละการ พิกถอนสิทธิ
ลอกตัง นการ ลอกตังสมาชิกสภาทองถิน ละผบริหารทองถินทอย นอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลอทธรณหรอศาลอทธรณ
ภาค
156
( ค บรรย ย นต ภ ค 2 สมย 71)
ฎก ท 8192/2560 มพระธรรมนญศาลยติธรรม มาตรา 25 (4) วรรคหนง กำหนดวา ผพิพากษาคน ดยวมอำนาจ
พจิ ารณาพิพากษาคด พง ซงราคาทรัพยสินทพิพาทหรอจำนวน งินทฟอง ม กินสาม สนบาทกตาม ต ป.ว.ิ อ. มาตรา 40 บัญญัติ
วา "การฟองคด พงท กยว นองกับคดอาญาจะฟองตอศาลซงพิจารณาคดอาญาหรอตอศาลทมอำนาจชำระคด พงก ด การ
พจิ ารณาคด พงตอง ปน ปตามบทบัญญตั ิ หงประมวลกฎหมายวิธพิจารณาความ พง" การทบทกฎหมายดังกลาวบัญญัติ กยวกับ
รองคด พงท กยว นองกับคดอาญา ดยกำหนด หรัฐ (พนักงานอัยการ) ละผ สยหายสามารถฟองคดสวน พงรวม ปกับคดอาญา
ละ หศาลทพิจารณาคดอาญาพจิ ารณาพิพากษาคด พง ป นคราว ดยวกัน ดย มตอง ปฟองรองกัน หม ก พอคมครองสิทธิของ
ผ สยหายทตก ปน หยออาชญากรรม ห ดรับการชด ชคาสิน หมทด ทน ดยสะดวก ละรวด รว ดังนัน ถง มวา นบางกรณ ขต
อำนาจปกติของศาลทพิจารณาคดอาญา มอาจพจิ ารณาพิพากษาคด พงท กยว นองกับคดอาญานัน ดกตาม ตองถอวา ปนกรณท
กฎหมายประสงคจะยก วน หทำ ด ดัง ชนพนักงานอัยการรองขอ ห รยกทรพั ยสินหรอราคา ทนผ สยหายตาม ป.วิ.อ. มาตรา 43
หรอผ สยหายยนคำรองขอ หบังคับจำ ลยชด ชคาสิน หมทด ทนตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 กรณจง มจำตองคำนงวาศาลท
พิจารณาคดอาญาจะ ปนศาลทมอำนาจพิจารณาคด พงตาม ป.วิ.พ. มาตรา 2 (1) ละพระธรรมนญศาลยติธรรม มาตรา 17
ประกอบมาตรา 25 (4) วรรคหนงหรอ ม ละผ สยหายทยนฟองจะขอ หบังคับจำ ลยชด ชคาสิน หมทด ทน ปนจำนวน งินมาก
นอย พยง ด ดังน ม จทกฟองขอ หบังคับจำ ลยชด ชคาสิน หมทด ทนซงจำนวน งินทขอ กินอำนาจพิจารณาพิพากษาของผ
พพิ ากษาคน ดยว นศาลชันตน ผพพิ ากษาคน ดยว นศาลชันตนกมอำนาจพิจารณาพพิ ากษาคด นสวน พง ด
ฎก ท 6289-6290/2561 ศาลชันตนพิพากษาลง ทษจำคกจำ ลย 2 กระทง กระทงละ 1 ป ดยมผพิพากษาลงลายมอชอ นคำ
พพิ ากษา พยงคน ดยว ปนกรณทศาลชันตนมิ ดปฏบิ ตั ิ หถกตองตามพระธรรมนญศาลยตธิ รรม มาตรา 17 ประกอบมาตรา 25(5)
ทังน พราะผพพิ ากษาคน ดยวจะพพิ ากษาลง ทษจำคกหก ดอนหรอปรบั กินหนงหมนบาท หรอทงั จำทังปรบั ซง ทษจำคกหรอปรับ
อยาง ดอยางหนงหรอทังสองอยาง กนิ อัตราทกลาว ลว ม ด คำพพิ ากษาศาลชันตนจง มชอบดวยบทกฎหมายขางตน ซงมผลทำ ห
ศาลอทธรณภาค 2 ยัง มมอำนาจพจิ ารณาพิพากษาคดน ด ตอง หศาลชนั ตนดำ นินการ หถกตองกอน ปญหาดังกลาว ปนปญหา
ขอกฎหมายท กยวกับความสงบ รยบรอย ม มมคความฝาย ดฎกา ศาลฎกามอำนาจยกขนวินิจฉยั ด องตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195
วรรคสอง ประกอบดวย มาตรา 225 ละพ.ร.บ.จัดตังศาล ขวง ละวิธพิจารณาความอาญา นศาล ขวง พ.ศ.2499 มาตรา 4 ละ
พ.ร.บ. หนำวิธพจิ ารณาความอาญา นศาล ขวงมา ชบังคับ นศาลจังหวัด พ.ศ.2520 มาตรา 3
157
( ค บรรย ย นต ภ ค 2 สมย 72 )
ฎก ท 2345/2562 ศาลฎกา ดยมติของทประชม หญ หนวา การกระทำ นคด ดิม ปนความผิดตามพระราชบัญญัติ
นำบาดาล พ.ศ. 2520 มาตรา 16 , 36 ทวิ ซงมระวาง ทษจำคก ม กินหก ดอน หรอปรับ ม กินสองหมนบาทหรอทังจำทังปรับ
อัน ปนคดทอย นอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาล ขวง ต นองจากจังหวัดปราจนบรมิ ดมศาล ขวง ปดทำการซงตาม
พระราชบัญญตั จิ ดั ตงั ศาล ขวง ละวิธพจิ ารณาความอาญา นศาล ขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 4 ละพระราชบัญญัติ หนำวธิ พจิ ารณา
ความอาญา นศาล ขวงมา ชบังคับ นศาลจังหวัด พ.ศ. 2520 มาตรา 3 บัญญัติ หนำวิธพิจารณาความอาญาตามบทบัญญัติ หง
กฎหมายวาดวยการจัดตังศาล ขวง ละวธิ พจิ ารณาความอาญามา ชบังคับ นศาลจงั หวัดปราจนบรดวย ดังนันการยนคำรองขอคน
ของกลางทศาลสังริบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 36 ซง ปนสาขาของคด ดิมทศาล หมคำพิพากษา หริบของกลาง องค
คณะผพิพากษาจะตองถอตามคด ดิม มอคด ดิมศาลชันตนซง ปนศาลจังหวัดยังคงพิพากษาลง ทษจำคก 3 ดอน ละ
ปรับ 10,000 บาท จง ปนคดทอย นอำนาพิจารณาของผพิพากษาคน ดยวตามพระธรรมนญศาลยติธรรม พ.ศ. 2543 มาตรา 25
(5) ศาลชนั ตน ดยผพพิ ากษาคน ดยวจงมอำนาจวินิจฉยั ชขาดคำรองขอคนของกลางอัน ปนคดสาขาของคดดงั กลาว ด
ฎก ท 5276/2562 ความผิดตาม ป.อ. มาตรา 328 มระวาง ทษจำคก ม กิน 2 ป ละปรับ ม กิน 200,000 บาท กิน
อำนาจผพิพากษาคน ดยวทจะพิพากษายกฟอง ดตามพระธรรมนญศาลยติธรรม มาตรา 25(5) ละมาตรา 26 ตผพิพากษา
คน ดยวมอำนาจ ตสวนมลฟอง ดตามพระธรรมนญศาลยติธรรม มาตรา 25(3) การ ตสวนมลฟอง ดยผพิพากษา จาของสำนวน
คน ดยว นศาลชนั ตนชอบดวยกฎหมาย ลว
ศาลอทธรณภาค 7 พิพากษายกคำพิพากษาศาลชันตน ละยอนสำนวน หศาลชันตนดำ นินกระบวน
พิจารณา ละพิพากษา หม ปน พยงการยอนสำนวนมา หดำ นนิ กระบวนพจิ ารณา ละทำคำพพิ ากษา หม นสวนท มชอบตามพระ
ธรรมนญศาลยติธรรม มาตรา 31(1) ประกอบมาตรา 29(3) มอการ ตสวนมลฟอง นความผิดตาม ป.อ. มาตรา 328 ดยผ
พพิ ากษา จาของสำนวนคน ดยว นศาลชนั ตนชอบดวยพระธรรมนญศาลยติธรรม มาตรา 25(3) ศาลชนั ตนหาจำตอง ตสวนมลฟอง
หมอก ม ละ มอทนาย จทก ถลงตอศาลชันตน นชัน ตสวนมลฟองวา จทกหมดพยาน นชัน ตสวนมลฟอง การ ตสวนมลฟอง
ยอม สรจสินลง ดยชอบ ลว จทก มอาจนำพยาน ขา ตสวน พิม ติม ดอก
คำพิพากษาศาลชันตนซงผพิพากษา จาของสำนวนกับผพิพากษาหัวหนาศาลลงลายมอชอรวม ปนองค
คณะ ปนกรณม หตจำ ปนอนอันมิอาจกาวลวง ด ตามพระธรรมนญศาลยติธรรม มาตรา 31(1) ผพิพากษาหัวหนาศาลยอมม
อำนาจตรวจสำนวนคด ละลงลายมอชอรวม ปนองคคณะ ด ตามพระธรรมนญศาลยติธรรม มาตรา 29(3) การทศาลชันตน
พิพากษายกฟอง จทก นคดความผิดตาม ป.อ. มาตรา 328 ซงมระวาง ทษ กินอำนาจผพิพากษาคน ดยว นศาลชันตน ดยผ
พิพากษาหวั หนาศาลตรวจสำนวนคด ละลงลายมอชอรวม ปนองคคณะจง ปนการพิจารณา ละพิพากษา หม ดยมผพิพากษาครบ
องคคณะ ดยชอบ
การ สความผอนตอบคคลทสาม ดยประการทนาจะทำ หผอน สยชอ สยง ถกดหมิน หรอถก กลยดชัง
อันจะ ปนความผิดฐานหมินประมาท ตาม ป.อ. มาตรา 326 ละมาตรา 328 ตอง ปนการ สความระบถงตัวบคคลผถก สความ
158
ปนการยนยนั ร ด นนอนวา บคคลทถก สความ ปน คร หรอหาก มระบถงผทถก สความ ดยตรง การ สความนนั กตอง ดความวา
หมายถงบคคล ดบคคลหนง ดย ฉพาะ
ความผิดฐานหมินประมาท ดยการ ฆษณาตาม ป.อ. มาตรา 328 ผกระทำตอง ผย พรขอความอัน ปนการหมิน
ประมาทออก ปยังสาธารณชน หรอประชาชนทัว ป การทจำ ลยสงขอความลง น อปพลิ คชัน ลน กลม พสตนิวออน ลน
มลักษณะ ปน พยง จตนาการ จงหรอ ขขาว ปยัง ฉพาะกลมบคคลซงอย นกลม ลน ทานัน ยัง มถงกับ ปนการกระจายขาว ปส
สาธารณชนหรอประชาชนทวั ป คด จทก มมมลความผดิ ตาม ป.อ. มาตรา 328
ขอ ห ชคด นก รสอบ