ความ 3
รู้
เบอ้ื ง
ต้น
เกย่ี ว
กับ
งาน
ช่างไม้
4
5
การเลือกไม้มาใช้งาน
การเลือกไม้ท่จี ะนามาใช้งานต้องพจิ ารณาใน 2 ประเดน็ คือ 6
1. การเลือกไม้มาใช้ในงานประณีต ไม้ท่เี ลือกมาใช้งานประเภทนี้ เป็ นไม้ท่ไี ม่ต้องรับนา้ หนักหรือต้านแรงมากเหมือน
ไม้ท่ใี ช้งานประเภทแรก แต่งานประเภทนีจ้ ะนาไม้ไปประกอบเป็ นรูปร่างต่างๆ เช่น บาน ประตู หน้าต่าง เคร่ืองเรือน
ตู้ โต๊ะ เก้าอี้ หรือครุภณั ฑ์ต่างๆ ท่จี ะทาอย่างประณีตเรียบร้อยและต้องการความสวยงามมากกว่าความแขง็ แรง เป็ น
งานท่ที าได้ยากและต้องใช้ฝี มือ
2. การเลือกมาใช้ในงานรับนา้ หนักโดยตรง ได้แก่ ไม้ท่ใี ช้ในการก่อสร้างท่ไี ม่ต้องการความประณีตมากนัก เช่น การ
ก่อสร้างบ้านเรือนท่อี ย่อู าศัย ไม้จาพวกนีต้ ้องทาหน้าท่เี ก่ียวกบั การรับนา้ หนักและต้านทานแรงต่าง ๆ มากกว่าความ
สวยงาม ความแข็งแรง จงึ เป็ นข้อแรกท่จี ะต้องคัดเอาไม้ท่แี ข็งแรงเท่าท่จี ะสามารถทาได้ คือ ต้องเป็ นไม้ท่เี นือ้ แน่น
แข็งแกร่ง เหน่ียว ไม่เปราะง่าย ควรเลือกไม้แก่นหรือไม้ท่มี ีอายุเหมาะแก่การตดั ไม่มีรอยชารุดเสียหาย เช่น เป็ น
ตา ผุ แตกร้าว ปิ ดงอ คด โค้ง และเป็ นไม้ท่ผี ่านการผ่งึ มาได้ท่พี อเหมาะแก่งานประเภทนี้
สาเหตทุ ่ที าให้ไม้ผุพังเสียหาย
ไม้ในร่ม จากปลวก
ไม้กลางแจ้ง จากแดดและฝน
ไม้ในท่ชี ืน้ แฉะ จากตวั อ่อนของแมลงพวกเพรียงนา้ จดื
ไม้ในนา้ กร่อยหรือนา้ เค็ม จากเพรียง หอยสองฝา กุ้ง ปู บางชนิด เข้าทาลายเพ่อื เป็ นท่อี ย่อู าศัย
การปรับปรุงคุณภาพไม้ 7
เน่ืองจากไม้ในปัจจุบันมีคุณภาพต่าลง มีการหดตัว แตกร้าว หรือบดิ งอง่าย ทาให้เกดิ ความเสียหายในส่ิงก่อสร้าง ครัวเรือนเคร่ืองใช้ไม้
สอย โดยท่วั ๆ ไปจงึ ต้องมีการปรับปรุงคุณภาพไม้เพ่ือให้ไม้มีคุณภาพท่สี ูงขนึ้ ซ่งึ เป็ นการปรับปรุงทางด้านสี ความแข็งแรง การหดตัว
การพองตัวและ ความทนทาน มีหลายวธิ ีได้แก่
1. การกองไม้เป็ นการกองไม้ให้โปร่งไม่ชิดตดิ ต่อกัน นอกจากจะทาให้ไม้แห้งเร็วแล้ว ยงั ป้องกนั การเกดิ เชือ้ ราท่ที าให้ไม้ผุได้เป็ นอย่างดี
ด้วยส่วนไม้ท่เี ป็ นกระพหี้ รือไม้ท่ไี ม่ทนทาน ในขณะท่แี ปรรูปสด ๆ แล้วกองไม้ชดิ ตดิ กนั เพยี งวันสองวัน กจ็ ะเกดิ ราขึน้ เตม็ อาจเสียหาย
ถงึ กับทาให้ไม้ใช้การไม่ได้ตลอดไป
2. การแช่นา้ การแช่นา้ เป็ นระยะเวลานาน ๆจะทาให้แป้งและนา้ ตาลท่มี ีในไม้สลายตัวไป เม่ือนาไม้มาใช้งาน ถงึ แม้จะมีกระพีต้ ดิ อยู่ มอด
กจ็ ะไม่เข้ารบกวน
3. การอบหรือน่ึงจะทาให้สารประกอบทางเคมีบางประเภทซ่งึ ดดู และคายนา้ ได้มากสลายตัวไป ทาให้การพองและการหดตวั ของไม้ลดลง
4.การอบหรือผ่ึงโดยการใส่ไม้ท่จี ะอบในเตาอบ ซ่งึ สามารถทาให้ไม้แห้งได้เร็วไม่ทาให้ไม้เสียหายจากการหดตวั ส่วนการผ่งึ ในอากาศไม้
จะแห้งเร็วหรือแห้งช้าขึน้ อยู่กบั ความชืน้ ในอากาศ ถ้าอากาศมีความชืน้ ต่า ไม้กแ็ ห้งเร็ว และถ้าอาคารมีความชืน้ มากไม้กแ็ ห้งช้า
5. การอัดไม้ด้วยความร้อน ทาให้ไม้มีปริมาตรเลก็ ลงและคงรูปได้ภายหลังการอัดและทาให้ไม้แข็งและทนทานขึน้
6. การอัดพลาสตกิ โดยการอัดสารท่เี ป็ นพลาสตกิ เหลวเข้าไปในเนือ้ ไม้ แล้วทาให้มันรวมตวั จบั กันเป็ นเนือ้ พลาสตกิ กลายเป็ นของแขง็
7. การอบนา้ ยาเป็ นการทา ชุป แช่ หรืออัดนา้ ยาเข้าไปในไม้ด้วยแรงอัดสูง ซ่งึ เป็ นวิธีท่มี ีประสทิ ธิภาพสูงสุด โดยการนาไม้เข้าห้องปิ ดฝา
จนสนิททาการดูดอากาศในไม้และในห้องอบออกจนหมด แล้วจงึ ปล่อยนา้ ยาเข้าไป ขณะเดียวกนั กจ็ ะเพ่มิ ความกดดนั ของอากาศในท่อ
ให้สูงขนึ้ ถงึ ระดบั ท่ตี ้องการทงิ้ ไว้ระยะหน่ึงแล้วจงึ ลดความดนั ลง ไม้ท่ที าการอาบนา้ ยาแล้วจะมีความทนทานสูงกว่าไม้ธรรมชาตหิ ลายเท่า
เคร่ืองมือและอปุ กรณ์ที่ใช้ในงานไม้ 8
1.ค้อนหงอน ( curved-claw hammer) เป็นเคร่ืองมือท่ีใช้ทบุ หรือตอกและถอนตะปใู นงานไม้
2. เลื่อย : เลื่อยลนั ดา (Hand Saw) เป็นเลื่อยที่ใช้ในงานไม้โดยทวั่ ไป เลื่อยชนดิ นีท้ งั้ ชนิดใช้ตดั และโกรกไม้
โดยที่ฟันของเลื่อยชนิดนีจ้ ะมีความแตกตา่ งกนั ตามความเหมาะกบั การใช้งานแบง่ ออกเป็น 2 ชนดิ คือ
2.1 เลื่อยโกรก ( Rip Saw) 2.2 เล่ือยตดั ( Crosscut Saw)
3. ตลบั เมตร 6. คีม 9
4. ไม้บรรทดั (ฟตุ เหล็ก) 7. ดินสอ
5. ไขควง 8. ฉาก
งานช่างเบือ้ งต้น 10
งานชา่ งเบือ้ งต้นที่ทกุ คนสามารถทาได้ด้วยตนเอง งานช่างพนื ้ ฐานส่วนใหญ่จงึ เป็นงานเกี่ยวกบั งาน
ซอ่ มแซมแก้ไขส่ิงของเคร่ืองใช้ในบ้านที่ชารุดเสียหาย เล็ก ๆ น้อย ๆ หรือสร้างส่ิงของเครื่องใช้งา่ ย ๆ
ไมย่ ่งุ ยากสลบั ซบั ซ้อนนกั เช่น การเดนิ สายไฟฟา้ ในบ้าน การเดินสายโทรศพั ท์ การเปล่ียนก๊อกนา้
การต่อทอ่ ประปา การซอ่ มแซมโต๊ะ เก้าอี ้ รัว้ กนั สาด ผนงั และถนนหรือทางเดนิ เท้าภายในบ้าน
เป็นต้น
การต่อไม้ คือการทาให้ไม้ยาวขนึ ้ หรือการเอาไม้มาเชื่อมกนั โดยวางไปในทางเดียวกนั การเชื่อมนนั้
จะต้องไม่ทาให้บงั เกิดมมุ ขนึ ้
การเข้าไม้ คือ การนาไม้ตงั้ แต่ 2 แผน่ หรือ 2 ท่อนขนึ ้ ไปมาบากรับ แล้วประกอบเข้าด้วยกนั ซงึ่ เม่ือประกอบกนั แล้วต้องแข็งแรงเป็น 11
ชนิ ้ เดียวกนั
การเพลาะไม้ เป็นการนาเอาไม้หลาย ๆ แผน่ มาอดั ติดกนั เป็นแผน่ ที่กว้างเพื่อให้ได้ขนาดเหมาะสมกบั การใช้งาน โดยการใช้กาวหรือ
ทาท่ีขอบชนิ ้ งานทงั้ สองด้านท่ีแระกบกนั แล้วใช้แคลมป์ หรือแม่แรงอดั บีบทงิ ้ ไว้ประมาณ 10 -20 ชว่ั โมง ถงึ นามาใช้งานได้
12
การเคลือบผิวงานไม้ คือ การเพมิ่ ความสวยงามตามธรรมชาตขิ องไม้ให้ดดู ีขนึ ้
กระบวนการนีท้ าให้ได้ไม้ที่มีสีตามต้องการ และช่วยปอ้ งกนั เนือ้ ไม้จากการใช้งาน
ประจาวนั
สมาชิกกลุ่ม
1.นายอษั ฎา ออ๋ ง เลขท่ี 2
2.นายยทุ ธภมู ิ คาสวนมอญ เลขท่ี 5
3.นายศภุ ชยั ปัชชามลู เลขท่ี 8
4.นางสาวคทั รียา บษุ ทพิ ย์ เลขท่ี 19
5.นางสาวสกลุ กานต์ ชาวทองหลาง เลขท่ี 20
6.นางสาวอรไท วงษ์ชยั เพง็ เลขท่ี 21
เสนอ
คณุ ครูพทิ กั ษ์ เชียงนางาม
1
คานา
E-Book เลม่ นีม้ ีเนือ้ หาเก่ียวกบั งานชา่ งไม้ ซง่ึ มีรายละเอียดประกอบด้วย ความรู้
เบือ้ งต้นเก่ียวกบั งานช่างไม้ เครื่องมืองานช่าง รวมทงั้ งานชา่ งไม้เบือ้ งต้น โดยรวบรวมข้อมลู มาเพ่อื
ผ้ทู ่ีสนใจศกึ ษาและเรียนรู้เพมิ่ เติม
โดยเป็นส่วนหนง่ึ ของรายวิชาการงาน ง33101 โปรแกรมนาเสนอข้อมลู ระดบั ชนั้
มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 6/1 ซงึ่ หวงั เป็นอย่างย่ิงว่าผ้อู า่ นจะได้รับประโยชน์ไม่มากก็น้อย และขอบคณุ ทกุ
ทา่ นที่สนใจ E-Book เล่มนีข้ องเรา
สารบัญ
คานา หน้า
1
สารบญั 2
ความรู้เบ้ืองตน้ เกี่ยวกบั งานช่างไม้ 3-7
เคร่ืองมืองานช่าง 7-9
งานช่างไมเ้ บ้ืองตน้ 10-12