การผลิตน้ าดื่มบรรจุขวด
การผลิตแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อ
๒ - ๒๖
การแจกจ่ายสนับสนุนน้ าดื่มและแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อ
การซ่อมบ ารุงอาคาร สถานที่และระบบสาธารณูปโภค การปรับปรุงภูมิทัศน์
๒ - ๒๗
การซ่อมท าเครื่องมือวิทยาศาสตร์
การตรวจสอบ ซ่อมท าเครื่องดับเพลิง
๒ - ๒๘
ตรวจสอบระบบดับเพลิงแบบประจ าที่
๒ - ๒๙
การชุบโลหะ
แผนกสนับสนุนฯ สนับสนุนฉีดพ่นฆ่าเชื้อให้กับ กบร.
๒ - ๓๐
แผนกสนับสนุนฯ จัดก าลังบรรเทาสาธารณภัยจากสารเคมและวัตถุอันตรายช่วยเหลือขจัดคราบน้ ามัน
กรณีทอน้ ามันใต้ทะเล บ.สตาร์ปิโตรเลียม รั่วกลางทะเล จว.ระยอง
่
ี
การตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ าดื่ม
๒ - ๓๑
กองนิวเคลียร์ ชีวะ เคมี
ภารกิจ
มีหน้าท ด าเนินการเกี่ยวกับการปฏิบัติการสงครามนิวเคลียร์ ชีวะ เคมี การต่อต้าน
ี่
ี่
ี่
ี่
สารเคมีและวัตถุอันตราย และการปฏิบัติการอื่น ๆ ทเกี่ยวข้อง ตลอดจนให้ค าแนะน า
ทางด้านเทคนิค และฝึกเตรียมความพร้อม และสนับสนุนด้านนิวเคลียร์ ชีวะ เคมี ให้กับ
หน่วยต่าง ๆ
การก่อการร้ายทมีการใช้อาวะทมีอานุภาคทาลายล้างสูง การบรรเทาสาธารณภัยจาก
ผลการปฏิบัติงานที่ส าคัญในรอบป
๑. ฉีดพ่นฉีดพ่นน้ ายาฆ่าเชื้อป้องกันโรคไวรัสโคโรน่า ๒๐๑๙ (COVID-19) จ านวน ๖๔ หน่วย
ี
๒ - ๓๒
๒.๑ ฝึกปฏิบัติการสงครามเคมี ชีวะ รังสี นิวเคลียร์ วศ.ทร. ประจ าปี งป.๖๔ ภาคสนาม ณ สนามฝึก
กองทัพเรือหมายเลข ๑๖ บ้านจันทเขลม จว.จันทบุรี ใน ๓๐ พ.ย. - ๖ ธ.ค.๖๓
๒. การฝึก
๒ - ๓๓
๒. ชุดปฎิบัติการ นชค.เข้าร่วมการฝึก cobra gold 2021 ณ รพ.อาภากร และ หาดพลา อ.บ้าน
ฉาง จว.ระยอง ใน ๒ - ๑๑ ส.ค.๖๔
๒ - ๓๔
๓. ฝึกบรรเทาสาธารณภัย
๒ - ๓๕
ช าระล้างสารพษ (คราบน้ ามันที่ปนเปื้อนบนเสื้อผ้า) ให้กับก าลังพลของกองทัพเรือและก าลังพล
ของบริษัท SPCR ที่เข้าด าเนินการเก็บกู้ คราบน้ ามันบนชายหาดแม่ร าพง จังหวัดระยอง ระหว่างวันที่
๓๐ มกราคม - ๔ กุมภาพันธ์ ๖๕
งานมอบหมายพิเศษ ิ ึ
๒ - ๓๖
แผนกคลังวิทยาศาสตร์
ภารกิจ
มีหน้าที่ด าเนินการจัดหา เก็บรักษา แจกจ่าย จ าหน่าย
และควบคุมเคมีภัณฑ์ เครื่องมือ และอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ที่อยู่ในความรับผิดชอบ
ี
ผลการปฏิบัติงานที่ส าคัญในรอบป
๑. การเบิก - จ่ายวัสดุ ครุภัณฑ์สายวิทยาศาสตร์
๑.๑ การเบิกจ่ายภายในหน่วย
- จ่ายให้กับ แผนกส่งก าลังบ ารุง บก.วศ.ทร.
จ านวน ๑๗ รายการ
- จ่ายให้กับ กผบ.วศ.ทร.
จ านวน ๗๒ รายการ
จ านวน ๒๗ รายการ
- จ่ายให้กับ กวทส.วศ.ทร.
- จ่ายให้กับ กวก.วศ.ทร.
จ านวน ๑ รายการ
- จ่ายให้กับ กนชค.วศ.ทร. จ านวน ๒๗
รายการ
จ านวน ๒ รายการ
- จ่ายให้กับ แผนกคลังวิทยาศาสตร์
๑.๒ การเบิกจ่ายให้กับหน่ายต่าง ๆ ในกองทัพเรือ
จ านวน ๑๕๔๑ รายการ
๖๘๕ รายการ
๒. การจัดซื้อ - จัดหาด าเนินการรับของขึ้นบัญชี
จ านวน
๓. แจกจ่ายผลิตภัณฑ์ทางทหาร ให้กับหน่วยต่าง ๆ ใน ทร.
๓.๑ สีพรางหน้าทหาร ด า-เขียว-น้ าตาล จ านวน ๑,๖๑๗ ตลับ
๒,๔๘๗ ขวด
จ านวน
๓.๒ ยาทากันยุง
จ านวน
๓.๓ ฝุ่นโรยเท้าทหาร
๑,๖๕๔ ขวด
๓.๔ เชื้อเพลิงแข็ง จ านวน ๓๓๑ ถุง
๓.๕ จ่ายน้ ายาล้างคอนแทคสวิทช์
๑๐๖ ขวด
จ านวน
๓.๖ เตาเชื้อเพลิงแข็ง จ านวน ๖๕๐ เตา
๓.๗ สบู่ฆ่าเชื้อ จ านวน
๑,๑๒๐ ขวด
๓.๘ น้ ายาดับเพลิงฟองกล จ านวน ๕๑๕ us แกลลอน
๔. งานการเบิก - จ่ายวัสดุ ครุภัณฑ์สายสายพลาธิการ
๔.๑ เบิก - ส่งคืนพัสดุจากหน่วยเทคนิคต่าง ๆ ในระบบ e-SUPPLY
จ านวน ๒๕ ฎีกา จ านวน ๑๕๒ รายการ
๔.๒ รับพัสดุจากหน่ายเทคนิคต่าง ๆ
จ านวน ๒๕ ฎีกา จ านวน ๑๕๒ รายการ
๔.๓ เบิก – ส่งคืนยุทธอาภรณ์จาก พธ.ทร. ในระบบ e-UNIFORM ยุทธอาภรณ์ประจ าหน่วย
และยุทธอาภรณ์ประจ ากาย จ านวน ๒๙ ฎีกา จ านวน ๓๐๘ รายการ
๔.๔ รับยุทธอาภรณ์จาก พธ.ทร.ยุทธอาภรณ์ประจ าหน่วย และยุทธอาภรณ์ประจ ากาย
จ านวน ๒๙ ฎีกา จ านวน ๓๐๘ รายการ
๔.๕ เบิกน้ ามัน ฯ จาก พธ.ทร. ให้กับ นขต.วศ.ทร. เพื่อไปปฏิบัติราชการ ในระบบ e-SUPPOL
จ านวน ๓๓ ฎีกา จ านวน ๑๑,๒๑๔ ลิตร
๔.๖ รับบัตรน้ ามัน ฯ ทางธุรการชนิดต่าง ๆ จาก พธ.ทร. ให้ วศ.ทร.
จ านวน ๑๖ เรื่อง จ านวนน้ ามันฯ ๖,๙๕๖ ลิตร
๔.๗ รับบัตรน้ ามัน ฯ ทางธุรการ ให้นายทหารสัญญาบัตรชั้นยศ น.อ.พิเศษ ขึ้นไป และ ธง. จก.วศ.ทร.
- บัตรน้ ามัน ฯ จ านวน ๑๑ นาย
๔.๘ ควบคุมการเบิกจ่ายพัสดุให้ นขต.วศ.ทร. จ านวน ๙๗ ฎีกา
๒ - ๓๗
งานสนับสนุนหน่วยต่าง ๆ
สนับสนุนเครื่องดับเพลิงให้กับ อร. สนับสนุนเครื่องดับเพลิง ร.ล.ตากสิน
สนับสนุนเครื่องดับเพลิงให้กับ ฐท.กท. สนับสนุนพัสดุป้องกันการแพร่ระบาด
ของโรคไวรัสโคโรน่า -19 ให้กับ นรข.
๒ - ๓๘
สนับสนุน แอลกอฮอล์ล ล้างมือให้กับ นขต.ทร. สนับสนุนหน้ากากป้องกันทางเดินหายใจ
แบบเต็มหน้าให้กับ ฐท.พง.
๒ - ๓๙
ส่วนที่ ๓
การพัฒนาระบบราชการ
การพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ
(Public Sector Management Quality Award : PMQA)
ลักษณะองค์กร
ั
กรมวิทยาศาสตร์ทหารเรือเป็นหน่วยงานด้านยุทธบริการ สังกัดกองทพเรือ มีพันธกิจ 4 ดาน เพื่อตอบสนองการบรรลุ
ั
้
้
ั
วิสัยทศน์ และความทาทายเชิงยุทธศาสตร์ดานวิทยาศาสตร์ทส าคัญของกองทพเรือ และเป็นหน่วยงานทปฏิบัตภารกิจ
ี่
ด้าน ส่งก าลังบ ารุงสายวิทยาศาสตร์ และการปฏิบัติการและการป้องกันทาง นิวเคลียร์ ชีวะ เคมี
สภาพแวดล้อมของกรมวิทยาศาสตร์ทหารเรือ
(1) พันธกิจหรือหน้าที่ตามกฎหมาย ตาม อฉก.5300
1. ภารกิจ มีหน้าท อ านวยการ ประสานงาน แนะน า ก ากับการ และดาเนินการเกี่ยวกับการวิจัยและพัฒนา
ี่
ุ
กิจการทางวิทยาศาสตร์ของกองทพเรือ การส่งก าลังพัสดสายวิทยาศาสตร์ การวิเคราะห์และทดสอบพัสด การปฏิบัตการ
ั
ิ
ี่
้
และการป้องกันทางนิวเคลียร์ ชีวะ เคมี ตลอดจนให้การฝึกและศึกษาวิชาการวิทยาศาสตร์และวิชาการอื่น ตามทไดรับ
มอบหมาย มีเจ้ากรมวิทยาศาสตร์ทหารเรือ เป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ
ิ
ตารางพันธกจ ความส าคัญและวิธีส่งมอบบรการ
ิ
ความส าคัญเชิง
ใช้ใน
ผู้มีส่วนได้
เปรียบเทียบ
การส่งมอบผลผลิตและ
ของพันธกิจ ุ กลไก/วิธีการที่ส่วนราชการ ้ กระบวนการ ี่ ิ ผู้รับบริการ/
บริการ
1. การส่งก าลังและซ่อมบ ารุง เป็นการส่งก าลังและ เตรียมความพร้อมพัสดุ/ซ่อม 1.1 การซ่อมครุภัณฑ์ ก าลังรบ
พัสดุสายวิทยาศาสตร ์ ซ่อมบ ารุงพัสดุสาย บ ารุงสายวิทยาศาสตร์ สายวิทยาศาสตร์
วิทยาศาสตร์ ให้หน่วย โดยการจัดหาและผลิตพัสดุสาย 1.2 การซ่อมเครื่อง
ขึ้นตรงกองทัพเรือ มี วิทยาศาสตร์ ให้เป็นไปตามความ ดับเพลิง
ความพร้อมปฏิบัติ ต้องการของผู้รับบริการ และให้มี
ภารกิจทั้งในภาวะปกติ ความพร้อมในการปฏิบัติงานของ 1.3 การผลิต ยุทธบริการ
และไม่ปกติ ผลิตภัณฑ์ทางทหาร
กองทัพเรือ
1.4 การสร้าง/
สนับสนุน พัสดุสาย
วิทยาศาสตร์
2. การบริหารและพัฒนา การบริหารและพัฒนา 1. เตรียมความพร้อมบุคลากร 2.1 การพัฒนาองค์ หน่วยเฉพาะ
บุคคลากรด้านวิทยาศาสตร ์ สมรรถนะของบุคลากร ด้าน วิทยาศาสตร์ โดยการจัดหา บุคคลตามแนว
สายวิทยาศาสตร์ และ บุคลากรและบรรจุให้ตรงตาม ทางการรับราชการ กิจ
บุคลากรของกองทัพเรือ ต าแหน่งงานและขีดสมรรถนะ 2.2 การเพิ่มพูน
ให้พร้อมปฏิบัติการใน 2. พัฒนาและเพิ่มขีด ความรู้ตามขีด
งานที่เกี่ยวข้องกับด้าน
๓ - ๑
นโยบายกองทัพเรือ ได้ วิทยาศาสตร์ทหารเรือ
3. เพิ่มพูนความรู้ความสามารถ
ด้านวิทยาศาสตร์ให้กับบุคลากร
ของกองทัพเรือ
บัญชาการ
3.1 การวิเคราะห์
3 . ก า ร บ ริ ก า ร ด้ า น ด าเนินการ การ 1. เตรียมการจัดชุด
-บริษัท ผู้ขาย
วิทยาศาสตร์
วิเคราะห์ทดสอบทาง ปฏิบัติการภาคสนาม พร้อม ทดสอบ
พัสดุด้าน
วิทยาศาสตร์ การ ตรวจวิเคราะห์ภาคสนาม
วิทยาศาสตร์
บริการวิเคราะห์ ทดสอบ
3.2 การวิจัย
ควบคุมคุณภาพ รวมถึงการวิเคราะห์ใน
ทดลอง วิจัยและนวัตกรรม วิทยาศาสตร์ ตอบสนอง ความสามารถบุคลากรของกรม สมรรถนะ ศึกษา/วิจัย
ทางด้าน
-บริษัท
ทางวิทยาศาสตร์ ร ว ม ถึ ง ส่ ง ม อ บ ห้องปฏิบัติการ ของกรม วิทยาศาสตร์
นวัตกรรม เพอให้ วิทยาศาสตร์ทหารเรือ ผู้ด าเนินการ
ื่
ยุทโธปกรณ์ ก าลัง พร้อมรายงานผลการ 3.3 การควบคุม ซ่อม พัสดุ
พล และครอบครัว วิเคราะห์ผ่านทางช่องทาง คุณภาพและ ด้าน
ข อ ง ก า ลั ง พ ล สื่อสารต่างๆ เช่น การ ประเมินผล วิทยาศาสตร์
กองทัพเรือ มีความ ประชุมร่วม สื่อออนไลน์ --ประชาชน
พร้อมและมีความ เป็นต้น รอบพื้นที่
ปลอดภัย วศ.ทร.
2. เตรียมการจัดชุด
ปฏิบัติการภาคสนาม เพื่อ
การควบคุมคุณภาพ เช่น
งานควบคุมคุณภาพน้ าโรง
กรอง การสอบเทียบเครื่อง
ชั่ง สอบเทียบเครื่องวัดแก๊ส
ระเบิด เป็นต้น
๓ - ๒
การบูรณาการ กา ร
การปฏิบัติและ
ก าลังรบ
4. การปฏิบัติและการป้องกัน เตรียมความพร้อม
ทางด้าน นิวเคลียร์ ชีวะ เคมี องค์บุคคล องค์วัตถุ ป้องกันเคมี ชีวะ รังสี การป้องกัน
และองค์ยุทธวิธี ด้าน นิ ว เ คลี ย ร์ แ ล ะ ก า ร ทางด้าน นชค.
การฝึก และด้านการ ปฏิบัติการทางด้าน เคมี
ปฏิบัติการป้องกัน
ชีวะ รังสี นิวเคลียร์ร่วมกับ
ยุทธบริการ
หน่วยขึ้นตรงกองทัพเรือ
สงครามเคมี ชีวะ
ภายใต้การสั่งการของ
รังสี นิวเคลียร์การ
ต่อต้านการก่อการ
ศปก.ทร. ศบภ.ทร. ศรชล.
ร้ายที่มีการใช้อาวุธที่ เป็นต้น
โดยการให้
หน่วยเฉพาะ
ค าแนะน า/ปรึกษา การ
มีอานุภาพท าลาย
กิจ
ล้างสูง (WMD) การ พิสูจน์ทราบ และการท าลาย
บรรเทาสาธารณภัย
ล้างพิษ
จากสารเคมีและวัตถุ
บริษัท
อันตราย การตรวจ
ผู้ด าเนินการ
ค้นวัสดุ สอง
ซ่อม พัสดุ
วัตถุประสงค์
ด้าน
วิทยาศาสตร์
-ประชาชน -
รอบพื้นที่
วศ.ทร.
รายชื่อ หน่วยตามตาราง
ผู้รับบริการ
ก าลังรบ กร. ทรภ.1 ทรภ.2 ทภร.3 นย. สอ.รฝ. ฐท.สส. ฐท.กท. กรม สห.ทร.
ยุทธบริการ ขส.ทร. อร. อล.ทร. ชย.ทร. สพ.ทร. พธ.ทร. พร. อศ. สก.ท
หน่วยเฉพาะกิจ ศปก.ทร. ศปก.ทรภ.1 ศปก.ทรภ.2 ศปก.ทรภ.3 กปช.จต. นรข. ฉก.นย.ภต. ศรภ.ทร.อม. ศป.ชล.ทพ. ฉก.นย.
ศึกษา/วิจัย ยศ.ทร. รร.นร. สวพ.ทร.
บัญชาการ สลก.ทร. สบ.ทร. กพ.ทร. ขว.ทร. ยก.ทร. กบ.ทร. สสท.ทร. กพร.ทร. สปช.ทร. กง.ทร. จร.ทร. สตน.ทร. สยป.ทร.
และ สธน.ทร.
๓ - ๓
ั
ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย 1. บริษัท ผู้ขายพัสดุด้านวิทยาศาสตร์ 2. บริษัท ผู้ด าเนินการซ่อม พสดุด้านวิทยาศาสตร์ 3.
ื้
ประชาชนรอบพนที่กรมวิทยาศาสตร์
(2) วิสัยทัศน์และค่านิยม
• เป็นเลิศในงานด้านวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม ที่
วิสัยทัศน์
สามารถสนองต่อภารกิจและนโยบายของกองทัพเรือ
• บริหารจัดการและด าเนินการกิจการวิทยาศาสตร์ให้
์
เป้าประสงค
เป็นไปตามเป้าประสงค์ในยุทธศาสตร์ของกองทัพเรือ
ค่านิยม
• บริการด้านวิทยาศาสตร์อย่างมีมาตรฐาน 4S m
OP - 2.1 ค่านิยมของกรมวิทยาศาสตร์ทหารเรือ
• ปฏิบัติงานตาม
หลักการวิทยาศาสตร
มาตรฐานสากล
Standard
Science
Service • มีเหตุผลและยึดมั่นใน ์
Smart and
moral
• การน าเทคโนโลยี • มุ่งมั่นในการ
ดิจิตอลมาใช้ในการ ให้บริการอย่าง
ปฏิบัติงาน ซื่อสัตย์ โปร่งใส
ค่านิยม ความหมาย การแสดงออก
S tandard ปฏิบัติงานตามมาตรฐานสากล - ท างานให้เป็นไปตามหลักวิชาการและมาตรฐานที่
ก าหนด
- ทบทวน / ปรับปรุง / พัฒนามาตรฐานอย่างต่อเนื่อง
S cience มีเหตุผลและยึดมั่นในหลักการวิทยาศาสตร์ - น าความรู้ที่ได้จากการแสวงหาความรู้ มาประยุกต์ใช ้
ในการท างาน
- เป็นคนช่างสังเกต คิด วิเคราะห์และหาเหตุผลหรือ
ค้นคว้าเพื่อแก้ปัญหา
S mart มีความกระตือรือร้น ใฝ่รู้ การน าเทคโนโลยี - มีการใฝ่รู้ / เรียนรู้ตลอดเวลา
ดิจิตอลมาใช้ในการปฏิบัติงาน มีบุคลิกคภาพ - ขยันท างานให้เสร็จตามก าหนดเวลา ใช้ทรัพยากร
องอาจสง่าผ่าเผยสมกับการเป็นทหาร อย่างคุ้มค่า
- ยอมรับการเปลี่ยนแปลง รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น
อย่างสร้างสรรค์
S ervice and moral มุ่งมั่นในการให้บริการอย่างซื่อสัตย์ โปร่งใส ปฏิบัติงานด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต โปร่งใส ไม่เลือก
ปฏิบัติ
๓ - ๔
สมรรถนะหลักของ วศ.ทร.
(3) ลักษณะโดยรวมของบุคลากร อัตรากาลัง ประเภท / จ านวน / คุณวุฒิ ของก าลังพล
ลักษณะโดยรวมของบุคลากร วศ.ทร.
ชั้นยศ อัตรา บรรจุ
ต่ ากว่า ปริญญาตรี ปริญญา ปริญญา
ปริญญาตรี โท เอก
สัญญาบัตร 96 83 33 45 8 - 56 58 27 28
ประทวน 123 65 46 21 2 - 60 48.7 5 4
ลูกจ้าง ประจ า 28 16 20 1 - - 13 46 3 10
พนักงานราชการ 26 8 1 3 - - - - 8 30
รวม/เฉลี่ย 273 182 100 70 7 - 129 70.8 43 23.6
๓ - ๕
ผลลัพธ์การด าเนินการ หมวด 7
้
7.1 ผลลัพธ์ดานประสิทธิผลและการบรรลุพันธกิจ
ข้อมูลย้อนหลัง
ตัวชี้วัดด้านผลผลิตและการบริการตามพันธกิจ
ล าดับ
63
61
64
62
90
7.1 - 1.1 ร้อยละความส าเร็จในการจัดหาวัสดุสิ้นเปลืองสาย
90
90
7.1 - 1.2 ร้อยละความส าเร็จในการสนับสนุนงานด้าน วศ.
90
90
90
94
93
100
7.1 - 1.3 ร้อยละความส าเร็จการฝึกตามแผนการฝึก/ที่ได้รับ
95
93
การร้องขอ ของ วศ.ทร.
91
94
93
100
100
7.1 - 1.4 ร้อยละความส าเร็จการจัดก าลังบรรเทาสาธารณภัย
สารเคมีและวัตถุอันตรายในพื้นที่รับผิดชอบ/ได้รับ
การร้องขอ/ตามสั่งการ
100
97
95
7.1 - 1.5 ร้อยละความส าเร็จในการซ่อมบ ารุงครุภัณฑ์สาย
100
95
วศ. ตามแผนการจัดซื้อ/จัดจ้าง ประจ าปี
90
100
90
100
90
7.1 - 1.6 ร้อยละความส าเร็จในการผลิตวัสดุสายวิทยาศาสตร์
90
90
100
100
7.1 - 1.7 ความส าเร็จในการจัดหาครุภัณฑ์สายวิทยาศาสตร์
100
วิทยาศาสตร์ หลักของส่วนราชการ เป้าหมาย 100 100 100 100
ตัวชี้วัดด้านการน ายุทธศาสตร์ไปปฏิบัติ
7.1 - 2.1 ร้อยละความส าเร็จของการด าเนินการได้ตาม 100 92 95 95 95
แผนปฏิบัติราชการประจ าปีของ วศ.ทร.
7.1 - 2.2 ร้อยละความส าเร็จการจัดท า/ทบทวน/ปรับปรุง 100 92 94 93 94
แผนปฏิบัติราชการของ วศ.ทร.
๓ - ๖
7.1 ผลลัพธ์ด้านประสิทธิผลและแผนปฏิบัติการ
100
90
80
70
60
พ.ศ. 2562
50
พ.ศ. 2563
40
30
พ.ศ. 2564
20
10
0
1.3
1.2
2.2
1.5
1.6
1.4
1.1
7.2 ผลลัพธ์ด้านผู้รบบรการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสย
ี
ั
ิ
ู้
ตัวชี้วัดด้านความพึงพอใจของผรับบริการผละผู้มีส่วน
ล าดับ
เป้าหมาย
ได้ส่วนสีย
62
63
64
95
7.2 - 3.1 ร้อยละของเรื่องร้องเรียนฯ ที่ได้รับการแก้ไขจนได้ข้อยุติ 1.7 90 61 2.1 ข้อมูลย้อนหลัง พ.ศ. 2561
95
92
100
7.2 - 3.2 ร้อยละความพึงพอใจต่อการปฏิบัติงานด้านวิทยาศาสตร์ 75 92 94 93 86
ู้
ตัวชี้วัดด้านการให้ความส าคัญกับผรับบริการและผู้มี
ส่วนได้ส่วนเสีย
7.2 - 4.1 ระดับความส าเร็จของการปรับปรุงคุณภาพการ 4 0 0 4 1
ให้บริการ
๓ - ๗
7.2 ผลลัพธ์ด้านผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
95
95
94
100
93
92
90
80
70
60
พ.ศ. 2562
50
40
พ.ศ. 2563
30
พ.ศ. 2564
20
10
0
3.1
7.3 ผลลัพธ์ดานกาลังพล
้
ข้อมูลย้อนหลัง
ตัวชี้วัดด้านการให้ความส าคัญกับผรับบริการและผู้มี
ล าดับ
64
62
ส่วนได้ส่วนเสีย
7.3 - 5.1 ร้อยละของการบรรจุข้าราชการ วศ.ทร. ตามขีด
90
90
62
90
90
สมรรถนะ (Competency)
97
97
7.3 - 5.2 ร้อยละของก าลังพลของ วศ.ทร. ผ่านการประเมินตาม
96
-
ระบบขีดสมรรถนะของ ทร. 100 ู้ 92 เป้าหมาย 3.2 61 86 - 63 พ.ศ. 2561
7.3 - 5.3 ร้อยละความส าเร็จการจัดการความรู้ของ วศ.ทร. 100 100 100 100 100
ตัวชี้วัดด้านบรรยากาศการท างาน
7.3 – 6.1 ร้อยละบุคลากรที่มีความพึงพอใจในบรรยากาศการ 90 - 80 90 95
ท างาน
7.3 – 6.2 จ านวนกิจกรรมด้านสุขภาพที่หน่วยได้ด าเนินการ 2 - 1 2 2
ตามแผน
ตัวชี้วัดด้านการท าให้ก าลังพลมีความผูกพัน
7.3 – 7.1 จ านวนการสูญเสียข้าราชการเนื่องจาก ขอเปลี่ยน พรรค- < 2 0 1 1
เหล่า ลาออก และโอนย้าย
ตัวชี้วัดดานการพฒนาก าลังพลและการพฒนาผู้น า
้
ั
ั
ของส่วนราชการ
7.3 – 8.1 จ านวนโครงการศึกษา ที่ได้ด าเนินการตามแนวทางการ 3 - 2 3 3
รับราชการ/ตามขีดสมรรถนะ
7.3 – 8.2 จ านวนหลักสูตรที่ได้จัดส่ง ผู้บริหารระดับต้น 3 - 3 3 3
ระดับกลาง และระดับสูง เข้ารับการอบรม
๓ - ๘
7.3 ผลลัพธ์ด้านการมุ่งเน้นบุคลากร
100 100 100 100
96 97
100
พ.ศ. 2562
พ.ศ. 2563
พ.ศ. 2564
0 0
5.1
5.2
้
7.4 ผลลัพธ์ดานการน าองค์การและการกากบดูแล
ั
ตัวชี้วัดด้านการน าองค์การ
ล าดับ
64
จ านวนช่องการการเผยแพร่ค่านิยม วิสัยทัศน์ของ
8
9
7.4 - 9.1
10
7
8
องค์กร ให้ก าลังพล วศ.ทร.
91
95
87
90
7.4 - 9.2
ร้อยละความส าเร็จในการรับรู้ของก าลังพลต่อค่านิยม
วิสัยทัศน์ และเข้าใจทิศทางบริหารขององค์กร
80 60 40 20 0 62 90 90 90 ตัวชี้วัดด้านการก ากับดูแลองค์กร 5.3 เป้าหมาย 61 0 80 6.1 90 62 95 ข้อมูลย้อนหลัง 63 พ.ศ. 2561 86.8
7.4 – 10.1 จ านวนหัวข้อตามระบบควบคุมภายในของ วศ.ทร. ที่มี < 2 2 2 2 2
ปัญหา หรือไม่มีการจัดการ
7.4 – 10.2 จ านวนหัวข้อการตรวจสอบภายในด้านการเงิน การ < 2 3 2 2 2
บัญชีและทรัพย์สินของ วศ.ทร. ที่มีปัญหา หรือไม่มี
การจัดการ
ตัวชี้วัดด้านกฎหมายและกฎระเบยบข้อบังคับ
ี
7.4 – 11.1 ร้อยละความส าเร็จในการจัดซื้อจัดจ้างตาม พ.ร.บ.การ 100 100 100 100 100
จัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560
7.4 – 11.2 จ านวนผู้ท าผิดกฎ ระเบียบ และข้อบังคับ < 1 < 1 < 1 < 1 < 1
ตัวชี้วัดการประพฤติปฏิบัติตามหลักนิติธรรม
ความโปร่งใส และจริยธรรม
7.4 – 12.1 ความโปร่งใสในการปฏิบัติราชการของ วศ.ทร. - - - - 85
7.4 – 12.2 จ านวนเรื่องที่ได้รับการร้องเรียน ตรวจสอบว่ามีมูล และ ๒ - ๔ - - - - 0
ได้รับการแก้ไข
๓ - ๙
ตัวชี้วัดดานสังคมและชุมชน
้
7.4 -13.1
< 1
ชุมชนใกล้เคียงที่มีผลจากการปฏิบัติงาน
< 1
จ านวนครั้งการปฏิบัติงานของ วศ.ทร. ท าให้เกิดผล
< 1
< 1
7.4 -13.2
< 1
< 1
กระทบต่อสภาพแวดล้อม
7.4 ผลลัพธ์ด้านการน าองค์การและการก ากับดูแล
100 100 100 100
91
90 86.8
80
60
พ.ศ. 2562
40
พ.ศ. 2563
20
พ.ศ. 2564
0
0
9.2
11.1
100 0 87 จ านวนเรื่องที่ได้รับการร้องเรียนด้านสิ่งแวดล้อมจาก < 1 < 1 0 12.2 < 1 0 < 1 พ.ศ. 2561
7.5 ผลลัพธ์ดานงบประมาณ การเงิน และการเติบโต
้
ข้อมูลย้อนหลัง
ล าดับ ตัวชี้วัดด้านงบประมาณ การเงิน และการเติบโต เป้าหมาย
61 62 63 64
7.5 - 14.1 ร้อยละความส าเร็จการเบิกจ่ายงบประมาณได้ตามเป้าที่ 95 91 93 91 94
ทร. ก าหนด
ตัวชี้วัดด้านการเติบโต
7.5 – 15.1 จ านวนงานที่เพิ่มขึ้นจากการขยายขีดความสามารถ 3 - - 3 3
และบริการที่เพิ่มขึ้นในการสนับสนุนภารกิจ ทร.
๓ - ๑๐
7.5 ผลลัพธ์ด้านงบประมาณ การเงินและการเติบโต
100
93
91
90
80
70
60
พ.ศ. 2562
50
พ.ศ. 2563
40
30
พ.ศ. 2564
20
10
0
14.1
7.6 ผลลัพธ์ดานประสิทธิผลของกระบวนการและการจัดการเครือข่ายอุปทาน
ตัวชี้วัดด้านประสิทธิผลและประสิทธิภาพของ
ล าดับ
กระบวนการ
61
63
7.6 - 16.1 ้ จ านวนกระบวนการที่ได้รับการทบทวน/ปรับปรุง 91 เป้าหมาย 94 - 62 ข้อมูลย้อนหลัง 7 64 พ.ศ. 2561
7
6
7
7.6 - 16.2 จ านวนผลงานสิ่งประดิษฐ์ที่เกิดจากการปฏิบัติงานที่ 2 1 2 2 3
เกิดขึ้นใน วศ.ทร.
7.6 - 16.3 ร้อยละความส าเร็จในการใช้ระบบสารสนเทศในการ 90 0 15 90 91
ปฏิบัติงานของ วศ.ทร.
่
ตัวชี้วัดด้านการเตรียมความพร้อมตอภาวะฉุกเฉิน
7.6 – 17.1 จ านวนแผนบริหารสถานการณ์วิกฤตให้ทันสมัย ต่อ 3 - - 2 5
ภัยคุกคามสมัยใหม่
ตัวชี้วัดด้านนการจัดการเครือข่ายอุปทาน
7.6 – 18.1 ร้อยละของผลงาน/ผลิตภัณฑ์ ที่ส่งไม่ทันตามสัญญา 0 0 0 0 0
ให้ วศ.ทร. (น้อยดี)
๓ - ๑๑
7.6 ผลลัพธ์ด้านประสิทธิผลของกระบวนการและการจัดการเครือข่ายอุปทาน
3.5
3
3
2.5
พ.ศ. 2561
2
2
2
พ.ศ. 2562
1.5
พ.ศ. 2563
1
1
พ.ศ. 2564
0.5
0
16.2
ั
การพฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐของ วศ.ทร. มีการพฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยมีแนว
ั
ื่
ื้
ประสิทธิผลอย่างเป็นระบบเพื่อการเรียนรู้และปรับปรุง
ทางการด าเนินการเพอตอบสนองข้อก าหนดพนฐานหัวข้อต่างๆ ทบทวนการประเมินประสิทธิภาพและ
การประชุม เชิงปฏิบัติการเรื่อง “การจัดท าแนวทางการปฏิบัติเพื่อพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ
ของ วศ.ทร. ประจ าปี งป.๖๕” ในวันที่ ๒๙ พ.ย.๖๔
๓ - ๑๒
ระหว่างวันที่ ๑๒-๑๓ ม.ค.๖๕
การประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่อง การปรับปรุงลักษณะส าคัญขององค์กร (Organization Profile)
การประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่อง “การทบทวนลักษณะส าคัญขององค์กร (Organization Profile) และทบทวน
ผลลัพธ์การด าเนินการหมวด ๗” ระหว่างวันที่ ๑๐ - ๑๑ ก.พ.๖๕
การประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่อง “ผลการพิจารณาการทบทวนลักษณะส าคัญขององค์กร Organization
Profile)และรายงานรายหมวด ๑ – หมวด ๖ ในวันที่ ๑๙ – ๒๐ เมษายน ๒๕๖๕
๓ - ๑๓
การจัดการความรู้
(Knowledge Management : KM)
กรมวิทยาศาสตร์ทหารเรือ มีคณะกรรมการการจัดการความรู้ และได้แต่งตั้งคณะท างานการจัดการ
(ผู้บริหารการจัดการความรู้ กรมวิทยาศาสตร์ทหารเรือ : CKO) โดยมีการแบ่งมอบหน้าที่ในคณะท างาน ใน
ื่
การด าเนินงาน ควบคุม ก ากับ ติดตามการด าเนินงานด้านการจัดการความรู้ เพอให้มีการด าเนินการตามแผน
ั
อย่างครบถ้วนตามเป้าหมายที่ก าหนด ตามแนวทางที่สอดรับกับทิศทางการพฒนายุทธศาสตร์ ทร. โดย
รับผิดชอบกระตุ้น และสร้างให้ก าลังของ กรมวิทยาศาสตร์ทหารเรือ มีลักษณะนิสัยในการจัดการความรู้อย่าง
ิ
เป็นระบบ บันทึกความรู้ที่มีอยู่ในแบบบันทึกรูปเล่ม ข้อมูลอเล็กทรอนิกส์ และคลิปวีดีโอ โดยน าความรู้ที่ได้
จากการวัดวิเคราะห์ และจัดการความรู้ไปพฒนาองค์กรอย่างมีระบบตามนโยบายของ กองทัพเรือ และมี
ั
นขต.กรมวิทยาศาสตร์ทหารเรือ ร่วมขับเคลื่อน และรับนโยบายจากคณะกรรมการการจัดการความรู้ กรม
วิทยาศาสตร์ทหารเรือไปสู่การปฏิบัติ โดยมีการทบทวน และพฒนาองค์ความรู้เดิมให้ทันต่อสถานการณ์
ั
ปัจจุบัน และคิดค้นองค์ความรู้ใหม่ๆ มาพัฒนาการปฏิบัติงานประจ าให้เกิดประโยชน์สูงสุด และเพอส่งเสริมให้
ื่
ก าลังพลของ กรมวิทยาศาสตร์ทหารเรือสนใจ เข้าใจหลักการในการน าองค์ความรู้มาใช้ และพฒนางาน
ั
นอกจากนี้ กรมวิทยาศาสตร์ทหารเรือยังให้ความส าคัญกับผู้รับบริการโดยมีการมุ่งความพอใจและประโยชน์สุข
ผู้รับบริการ มีการทบทวนตนเองเพอปรับปรุงกระบวนการในการท างานให้มีประสิทธิภาพ และประสิทธิผล
ื่
มากขึ้น และมีการส ารวจความพงพอใจ และน าผลส ารวจมาปรับปรุง โดยการส ารวจความคิดเห็นของ
ึ
ผู้รับบริการเพื่อน ามาปรับปรุงการท างาน บริหารจัดการความรู้ของ กรมวิทยาศาสตร์ทหารเรือ
กรมวิทยาศาสตร์ทหารเรือโดยผู้น า/CKO และคณะท างานได้ร่วมกันก าหนดนโยบายจัดการความรู้ที่
ความรู้ กรมวิทยาศาสตร์ทหารเรือโดยมี จก.กรมวิทยาศาสตร์ทหารเรือ เป็นประธานคณะกรรมการฯ
มีความเชื่อมโยงจัดการความรู้กับวิสัยทัศน์ ภารกิจ/พนธกิจ ของ ทร. โดย กรมวิทยาศาสตร์ทหารเรือมี
ั
วิสัยทัศน์ ได้แก่ “เป็นเลิศในงานด้านวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม ที่สามารถสนองต่อภารกิจและนโยบายของ
กองทัพเรือ” และวิสัยทัศน์ด้านการจัดการความรู้ของหน่วย ได้แก่ “เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้และศูนย์รวม
องค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ของกองทัพเรือ” การจัดการความรู้ของ กรมวิทยาศาสตร์ทหารเรือได้จัดตามแนว
ทางการพฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐของ กรมวิทยาศาสตร์ทหารเรือ โดยมีการจัดการความรู้ใน
ั
องค์ความรู้ที่เป็นกระบวนการหลัก และกระบวนการสนับสนุน ตามพนธกิจของ กรมวิทยาศาสตร์ทหารเรือ ๔
ั
ั
ด้าน ได้แก่ ๑) การส่งก าลังและซ่อมบ ารุงพสดุสายวิทยาศาสตร์ ๒) การบริหารและพฒนาบุคลากรสาย
ั
วิทยาศาสตร์ ๓) การบริการด้านวิทยาศาสตร์ ๔) การปฏิบัติและการป้องกันทางด้าน นิวเคลียร์ ชีวะ เคมี
กรมวิทยาศาสตร์ทหารเรือ มีการจัดการความรู้ภายใต้การก ากับดูแลของคณะกรรมการพฒนาก าลังพล
ั
และการจัดการความรู้ของ กองทัพเรือ และคณะกรรมการจัดการความรู้ของ วศ.ทร. โดย กรมวิทยาศาสตร์
ทหารเรือ ได้ตระหนักถึงความส าคัญของการจัดการความรู้ โดยมีการส่งเสริมให้ นขต.วศ.ทร. ทุกหน่วย เห็นถึง
ความส าคัญของการจัดการความรู้ จัดงบประมาณสนับสนุน ก าหนดให้ KM facilitator เป็นส่วนหนึ่งใน
การขับเคลื่อนการจัดการความรู้ในแต่ละ นขต.วศ.ทร. มีการด าเนินการถ่ายทอดความรู้จากงานประจ า พฒนา
ั
เป็นนวัตกรรมเพื่อน ามาปรับปรุงการปฏิบัติงานให้ดียิ่งขึ้น และสามารถน าความรู้ที่ได้มาส่งต่อให้เกิดประโยชน์
กับบุคลากรใหม่ ๆ จากประสบการณ์การท างานของผู้ที่เชี่ยวชาญ และมีความช านาญ จนสามารถแก้ปัญหาที่
เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้จัดเวทีแลกเปลี่ยนการเรียนรู้ซึ่งกันและกัน เป็นการสร้างความคุ้นเคยในการ
๓ - ๑๔
ปฏิบัติงานร่วมกัน ส่งเสริมการจัดการความรู้โดยใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ ได้แก่ การจัดตั้งชุมชนนัก
ปฏิบัติ ใน นขต.วศ.ทร. เพื่อสร้างองค์ความรู้ร่วมกัน โดยการสร้างทีมข้ามสายงาน ในกรณีที่ต้องให้ผู้เชี่ยวชาญ
่
หลายด้านมาท างานร่วมกัน ตัวอย่างการสร้างทีมข้ามสายงาน เช่น การบูรณาการระบบตู้พนฆ่าเชื้อให้กับ ทร.
ื่
และประยุกต์ใช้เพอน ามาปรับปรุงและสามารถใช้เป็นแนวทางการสร้างนวัตกรรม จัดท าแผนการปฏิบัติงาน
ด้านการจัดการความรู้ พร้อมจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ เพื่อการพัฒนากรมวิทยาศาสตร์ทหารเรือ
กรมวิทยาศาสตร์ทหารเรือ มีการน าองค์ความรู้ไปใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม และเมื่อน าไปใช้
ื่
แล้วสามารถประเมินการใช้งานเพอน ามาปรับปรุงกระบวนการท างานของหน่วย และหน่วยงานต่าง ๆ ที่
เกี่ยวข้องได้อย่างแพร่หลาย ตัวอย่างเช่น ได้น าองค์ความรู้ที่ใช้ในการปฏิบัติงานประจ า มาพฒนางานประจ าสู่
ั
งานวิจัยด้วยสิ่งประดิษฐ์ ได้แก่โครงการประดิษฐ์ชุดตรวจติดตามน้ ามันเชื้อเพลิงดีเซลที่มีแนวโน้มอดตันไส้
ุ
ั
กรองและหัวฉีด ส าหรับเรือรบ โดย น.ท.คณาวุฒิ แสงมณี การพฒนางานประจ าสู่งานวิจัยด้วยสิ่งประดิษฐ์
ิ
เพื่อแก้ปัญหาในการปฏิบัติงานของกรมวิทยาศาสตร์ทหารเรือ โดยใช้ชื่อโครงการวิจัย ยานพสูจน์ทราบเสือด า
โดย น.อ.มนตรี วงศ์ประยูร และจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด - ๑๙ ที่ก่อให้เกิดผลกระทบ
อย่างรุนแรงต่อการปฏิบัติงานปกติของหน่วยงานต่าง ๆ กรมวิทยาศาสตร์ทหารเรือ เป็นหน่วยหนึ่งที่มีส่วน
ิ
เกี่ยวข้องในการท าลายล้างพษ (Decontamination) ในพื้นที่ที่มีการแพร่กระจายเชื้อโควิด - ๑๙ เช่น
โรงพยาบาลสนาม และสถานที่กักกนของรัฐ (SQ) เพอการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมการแพร่กระจายของ
ั
ื่
่
เชื้อไวรัสดังกล่าว วศ.ทร.จึงได้ด าเนินการจัดสร้างตู้พนน้ ายาฆ่าเชื้อ ป้องกันการแพร่กระจายเชื้อโควิด-๑๙
สนับสนุนภารกิจของ ทร. และวศ.ทร. โดยน าองค์ความรู้จากการปฏิบัติการ นชค. ในส่วนการท าลายล้างพษ
องค์ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ในการก าจัดเชื้อโรค ประกอบกับองค์ความรู้ทางทางอเล็กทรอนิกส์น ามา
ิ
่
ปรับปรุงกระบวนการท างาน และจัดสร้างตู้พนน้ ายาฆ่าเชื้อให้มีความเหมาะสมและสอดคล้องต่อการ ิ
ปฏิบัติงานของก าลังพลที่เกี่ยวข้อง และเพื่อช่วยรับมือกับสถานการณ์วิกฤตการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด - ๑๙
ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งนับว่าเป็นประโยชน์ต่อบุคลากรอย่างมาก
การจัดการความรู้ประจ าปี งบ.๖๔ วศ.ทร. ได้รับรางวัล ดีเลิศ
๓ - ๑๕
ส่วนที่ ๔
งานมอบหมายที่ส าคัญ
และงานสนับสนุนที่ส าคัญ
ผลการปฏิบัติงานตามกรอบแผนแม่บทระยะ ๕ ปีที่เจ็ด (๑ ตุลาคม ๒๕๖๔ - ๒๐ กันยายน ๒๕๖๙)
โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชด าริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรม
ิ
ราชกุมารี สนองพระราชด าริโดย กรมวทยาศาสตร์ทหารเรือ
(การด าเนินการห้วง ๑ ต.ค.-๖๔ - มิ.ย.๖๕)
ตรวจคุณภาพเกาะแสมสารและเกาะ ขางเคียง รวม ๙ เกาะและอ่าวสัตหีบ
จ านวนจุดเก็บตัวอย่างเกาะแสมสารและใกล้เคียง
ห้วงการ
กิจกรรม F1A2 : การส ารวจเก็บ รวบรวมทรัพยากร เก็บตัวอย่างน าผิวดิน น าทะเลและตะกอนดิน เพอ ื่
ครั งที่ ด าเนินการ น าทะเล น าผิวดิน ทราย/ตะกอน งานวิจัย/
ดิน ส ารวจ
ครั งที่ ๑/๖๕ ๑๒-๑๓ พ.ย.๖๕ ๑๕ ๕ - -
ครั งที่ ๒/๖๕ ๒๕-๒๖ มี.ค.๖๕ ๒๐ ๕ ๓ เตยทะเล
(ส ารวจใหญ่ ๑/
๖๕)
ครั งที่ ๓/๖๕ ๒๙-๓๐ พ.ค.๖๕ ๒๐ ๕ ๖ ไมโครพลาสติก
(ส ารวจใหญ่ ๒/ (หาดลูกลม)
๖๕)
๔ - ๑
กิจกรรม F1A2 : การส ารวจเก็บ รวบรวมตัวอย่างทรัพยากรชีวภาพเพอน ามาเพาะเลี ยงเนื อเยื่อ และ
ศึกษาวิจัย พื นที่ด าเนินการภาคะวันออกภาคใต้ ทั งฝั่งอาวไทยและทะเลอันดามัน
หมายเหตุ
ผลการด าเนินการ
๑. การศึกษาและพฒนาวิธีการเตรียมเม็ดบีดน ามันหอม
ร้อยละ ๘๐
-
ิ่
ระเหยสมุนไพรด้วยเทคนิค Encapsulation เพอเพมมูลค่า
ื่
ผลิตภัณฑ
์
ก าลังขยายชอบ
ร้อยละ ๘๐
ั
๒. การศึกษาการกระจายพนธุ์ของเตยทะเล ชายฝั่งของเกาะ
เขตการศึกษา
แสมสารและหมู่เกาะใกล้เคียง
ร้อยละ ๕๐
๓. การแพร่กระจายของไมโครพลาสติกในน าทะเลและ
อยู่ระหว่าง
ตะกอนดินตามแนวชายหาด บริเวณหาด ลูกลม เกาะ
ด าเนินการ
แสมสาร (โครงการศึกษาน าร่อง)
กิจกรรม F2A4 : การน าทรัพยากรที่ไดจากการเพาะเลี ยงเนื อเยื่อไปปลูกคืนถิ่น และติดตาม
ความก้าวหน้า
พื นที่ด าเนินการ อพ-สธ. อาวไทย ทะเลอันดามัน และพื นที่จว.ชายทะเล
พื นที่ด าเนินการ
ครั ง
ห้วงการ
จ านวนต้นกล้วยไม้ที่น าไปปลูกคืนถิ่นและ
สภาพป่าตามธรรมชาติ
ที่ ด าเนินการ ั หัวข้อวิจัย เพชรหึง กะเรกะร่อน ื่ เหลืองจันทบูร ไอยเรศ
ปากเป็ด
๑. ๒๔ พ.ย.๖๔ อช.เขาหลัก-ล ารู่
จว.พังงา
๒. ๒๑ ก.พ.๖๕ อช.น าตกคลองพลู
และอช.น าตกพลิ ว
จว.จันทบุรี
๓. ๒๙ มี.ค.๖๕ วนอุทยานน าตก
บริพัตร และเขต
รักษาพันธุ์สัตว์ป่า
โตนงาช้าง จว.
สงขลา
๔ - ๒
ั
ื
ั
กิจกรรม F3A8 : การจัดแสดงนิทรรศการโครงการอนุรักษพนธุกรรมพชอน เนื่องมาจากพระราชด าริ ฯ
ร่วมกับ อพ.สธ. และหนวยงานที่ร่วมสนองพระราชด าริ (การประชุมวิชาการและนิทรรศการ ครั งที่ ๑๑
ทรัพยากรไทย : ๓ ๐ ปี อพ.สธ. ประโยชน์แท้แก่มหาชน ณ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จว.
นครศรีธรรมราช ระหว่างวันที่ ๑๙-๒๔ ก.ย.๖๕)
ผลการด าเนินการ
หมายเหตุ
การด าเนินการ
ื่
-
ความคืบหน้า ส่ ง หั ว ข้ อ /
๑. การเตรียมข้อมูลและผลงานเพอสนับสนุนการจัด
ร้อยละ ๕๐
ข้อมูลเบื องต้น
นิทรรศการในส่วนที่เกี่ยวข้อง
ให้กับ นสร.กร.
เรียบร้อยแล้ว
กิจกรรมการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์พันธุกรรมพืช
พลเรือตรี ธานินทร์ ทิพย์โส เจ้ากรมวิทยาศาสตร์ทหารเรือ และคณะฯ ส ารวจเก็บรวบรวม
ั
ทรัพยากร รวมทั งน ากล้วยไม้พนธุ์หายากปลูกคืนถิ่น ณ อทยานแห่งชาติเขาหลัก-ล ารู่ จว.พงงา ใน
ุ
ั
โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช อันเนื่องมาจากพระราชด าริ ฯ ในวันพุธที่ ๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๔
๔ - ๓
พลเรือตรี ธานินทร์ ทิพย์โส เจ้ากรมวิทยาศาสตร์ทหารเรือ และคณะท างานโครงการอนุรักษ์
ั
ื
พนธุกรรมพชอนเนื่องมาจากพระราชด าริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
ั
ด าเนินการน าทรัพยากรที่ได้จากการเพาะเลี ยงเนื อเยื่อ ได้แก่ กล้วยไม้พนธุ์เพชรหึง เอองกะเรกะร่อน
ื
ั
ปากเป็ด และเอื องเหลืองจันทบูร ไปปลูกคืนถิ่นและสภาพป่าธรรมชาติรวมทั งติดตามความก้าวหน้าฯ ณ
ุ
ุ
อทยานแห่งชาติน าตกพลิ ว อาเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี และอทยานแห่งชาติน าตกคลองพลู
อ าเภอเกาะช้าง จังหวัดตราด ระหว่างวันที่ ๒๑ - ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕
๔ - ๔
ั
ั
กายภาพและชีวภาพ รวมทั งน ากล้วยไม้พนธุ์หายากปลูกคืนถิ่น ณ เขตรักษาพนธุ์สัตว์ป่า โตนงาช้าง อ.
หาดใหญ่ จว.สงขลา
พลเรือตรี ธานินทร์ ทิพย์โส เจ้ากรมวิทยาศาสตร์ทหารเรือ และคณะฯ ส ารวจทรัพยากร
๔ - ๕
พลเรือตรี ธานินทร์ ทิพย์โส เจ้ากรมวิทยาศาสตร์ทหารเรือ และคณะฯ ส ารวจทรัพยากร
กายภาพและชีวภาพ รวมทั งน ากล้วยไม้พันธุ์หายากปลูกคืนถิ่น ณ วนอุทยานน าตกบริพตร อ.รัตภูมิ จว.
ื
ั
ั
สงขลา ในโครงการอนุรักษ์พนธุกรรมพช อนเนื่องมาจากพระราชด าริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ
สยามบรมราชกุมารี - กองทัพเรือ (อพ.สธ. - ทร.) ในวันพุธที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๖๕
ั
๔ - ๖
็
เกบตัวอย่างน้าทะเล
๔ - ๗
โครงการยานพิสูจน์ทราบสารพิษ
(Unmanned Ground Vehicle (UGV)) / เสือด า
ตามที่กองทัพเรือ มอบหมายให้ วศ.ทร. มีหน้าที่ในการปฏิบัติและการป้องกันทาง นิวเคลียร์
ชีวะ เคมี (นชค.) ในภารกิจการบรรเทาสาธารณภัยจากสารเคมี และวัตถุอันตราย ซึ่งในการจัดก าลังของ
ชุดปฏิบัติการบรรเทาสาธารณภัย ของ วศ.ทร. ประกอบด้วย ๑ ชุดพสูจน์ทราบ ๒. ส่วนควบคุมและ
ิ
ก าหนดพื นที่อันตราย ๓. ชุดท าลายล้างพิษ เพื่อให้การปฏิบัติการป้องกัน นชค.ในภารกิจการบรรเทาสา
ธารณภัยจากสารเคมี และวัตถุอันตรายโดยเฉพาะการเข้าพิสูจน์ทราบ การควบคุมบังคับบัญชา และการ
ั
ิ
ก าหนดพนที่อนตราย รวมทั งการท าลายล้างพษเป็นไปอย่างถูกยุทธวิธี และเกิดประสิทธิภาพสูงสุดกับ
ื
วศ.ทร. ได้มีการด าเนินการจัดการความรู้การปฏิบัติการ โดยมีการรวบรวมองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องเพอ
เป็นแนวทางการปฏิบัติเผยแพร่ให้กับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง และเพอการปรับปรุง จัดหา วัสดุ อปกรณ์
ื่
ยุทโธปกรณ์ทางด้าน นชค. ให้มีความทันสมัย และ มีประสิทธิภาพมาก รวมทั งสิ่งที่ส าคัญมากสุดคือ
การรักษาไว้ซึ๋งสุขภาพและชีวิตของก าลังพลของหน่วยปฏิบัติการบรรเทาสาธารณภัยจากสารเคมีและ
ุ
วัตถุอันตราย วศ.ทร. อาทิเช่น ผลงานการปฏิบัติที่ดี (Best Practices) อปกรณ์ส าหรับรองรับสารพษ
ในปฏิบัติการด้านการนิวเคลียร์ ชีวะ เคมี (งป.๖๐) และองค์ความรู้เรื่อง สถานีท าลายล้างพษคนหมู่มาก
แบบเคลื่อนที่เร็ว (งป.๖๑) การจัดท าราวอาบน าแบบห่วง (งป.๖๒) เป็นต้น
โครงสร้างหน่วยปฏิบัติการบรรเทาสาธารณภัย วศ.ทร.
หน่วยปฏิบัติการบรรเทาสาธารณภัย วศ.ทร. ิ ุ ื่ ิ
(ส่วนควบคุมและก าหนดพื นที่อันตราย)
ชุดพิสูจน์ทราบ
ชุดช าระล้างสารพิษ
- ตอนพิสูจน์ทราบสารพิษ - ตอนช าระล้างชุดพิสูจน์ทราบ
- ตอนก าหนดขอบเขตอันตราย - ตอนช าระล้างผู้ประสบภัย
- ตอนระงับเหตุ/กักกั นการแพร่กระจาย - ตอนช าระล้างพื นที่ และยุทโธปกรณ์
- ตอนช่วยเหลือผู้ประสบภัย
๔ - ๘
ั
การปฏิบัติการในการบรรเทาสาธารณภัยจากสารเคมีและวัตถุอนตราย ที่ส าคัญคือ การ
หลีกเลี่ยงจากการปนเปื้อนจากสารพษ แต่ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ให้ป้องกัน โดยการป้องกันส่วนรวม หรือ
ิ
ุ
ป้องกันส่วนบุคคล การใช้อปกรณ์การป้องกนส่วนบุคคล ประกอบด้วย หน้ากากป้องกัน และชุดป้องกน
ั
ื
สารเคมีและวัตถุอันตราย ซึ่งเมื่อปฏิบัติภารกิจเรียบร้อย หากต้องการออกจากพนที่ที่เปื้อนพษไปยังพนที่
ื
ิ
ื่
สะอาด หรือเมื่อต้องการถอดชุดป้องกันนั น จะต้องมีการท าลายล้างพษหน้ากากและชุดป้องกัน เพอให้เกิด
ิ
ื่
ความปลอดภัยกับเจ้าหน้าที่ผู้สวมใส่และเพอไม่ให้แพร่กระจายออกสู่ก าลังพลอนและสิ่งแวดล้อม ใน
ื่
ภารกิจการพสูจน์ทราบสารพษ และยับยั งการแพร่กระจายอนตรายของสารพษนั น การเข้าปฏิบัติงาน
ิ
ั
ิ
ิ
เจ้าหน้าที่จะต้องสวมใส่ชุดป้องกันระดับ A B หรือ C ซึ่งแล้วแต่ระดับของการป้องกัน ซึ่งผู้สวมใส่
จะต้องมีความช านาญ และมีประสบการณ์ในการสวมใส่อย่างมาก
รูปภาพ : ชุดป้องกันระดับ A B และ C ตามล าดับ
ิ
การพสูจน์ทราบสารพษ เป็นภารกิจหนึ่งของการระบุถึงชนิดและความเข้มข้นของสารพษ
ิ
ิ
บริเวณพนที่เป้าหมาย ตอนพสูจน์ทราบชุดแรก (อย่างต่ า ๒ นาย) ถือได้ว่าเป็นด่านแรกที่มีส่วนส าคัญ ิ ั
ื
อย่างมากต่อความส าเร็จของภารกิจ เนื่องจากจะต้องท าหน้าที่พสูจน์ทราบชนิดและความเข้มข้นของ
ิ
สารพิษ ไม่ว่าจะเป็นสารเคมีหรือ สารรังสี ซึ่งข้อมูลข่าวสารนี จะส่งไปให้กับส่วนควบคุมและก าหนดพนที่
ื
อันตราย เพื่อน าข้อมูลจากการพิสูจน์ทราบนี มาประมวลผลเพื่อไปยืนยันในการก าหนดพนที่อนตรายจริง
ื
ั
และพื นที่อันตรายตามลม รวมทั งก าหนดระดับชุดป้องกันส าหรับเจ้าหน้าที่ล าดับถัดไปที่จะเข้าไปปฏิบัติ
ภารกิจในพื นที่นั น และยังรวมทั งน าข้อมูลดังกล่าวมาก าหนดชนิดและค านวณความเข้มข้นของสารช าระ
ล้างให้กับชุดช าระล้างสารพิษเพื่อช าระล้างสารพิษให้กับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานหรือประชาชนที่เปื้อนพษ ิ
ต่อไป
ตามภารกิจที่มอบหมายให้ชุดพิสูจน์ทราบนั น ถือได้ว่ามีความเสี่ยงอย่างมาก โดยเมื่อเกิดความ
ผิดพลาดบางอย่างเช่น ชุดหรือหน้ากากที่สวมใส่เกิดการรั่ว อากาศในถังอากาศหมด มีอบัติเหตุ
ุ
ิ
เจ้าหน้าที่พสูจน์ทราบล้มหมดสติ โดยเฉพาะก าลังพลที่สวมใส่ชุดป้องกันระดับ A หรือระดับ B ที่มี
ขีดจ ากัดด้านการหายใจ ซึ่งต้องใช้ระดับการป้องกันสูงสุด (พื นที่พิสูจน์ทราบมีความเข้มข้นของสารเคมีที่
เป็นอนตรายในด้านการกัดกร่อนและเป็นพษต่อร่างกายสูง และมีสภาวะที่แวดล้อมของอากาศที่มี
ั
ิ
ออกซิเจนน้อยกว่า ๑๙ %) การวิเคราะห์สถานการณ์ผิด เช่น ก าหนดระดับชุดป้องกันต่ ากว่าความเป็น
ั
จริงซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวหากไม่ได้รับการช่วยเหลืออย่างทันเวลา อาจท าให้เป็นอนตรายต่อสุขภาพของ
ก าลังพลหรือเกิดการสูญเสียถึงชีวิตได้ และยังอาจส่งผลกระทบให้ภารกิจที่ได้รับมอบหมายล้มเหลว ซึ่ง
จะมีผลกระทบต่อประชาชน สังคมและเศรษฐกิจในพื นที่โดยรอบอย่างมาก
๔ - ๙
ผู้บังคับบัญชาทั งในปัจจุบันและในอดีตได้ตระหนักถึงความเสี่ยงต่อสุขภาพ และการสูญเสียถึง
ชีวิตของก าลังพลที่เข้าไปพิสูจน์ทราบโดยเฉพาะคู่แรกเป็นอย่างดี ได้คิดหาหนทางปฏิบัติในการเข้าไปใน
พนที่เสี่ยงให้ปลอดภัยมากที่สุด แต่ก็ยังต้องด ารงค์ไว้ซึ่งภารกิจจะต้องส าเร็จและทันเวลา ซึ่งได้คิดหา
ื
ิ
ื่
หนทางในการใช้ยุทโธปกรณ์เพอเข้ามาท างานแทนที่ก าลังพลชุดพสูจน์ทราบ แต่เนื่องจาก วศ.ทร.ได้
ิ
ั
งบประมาณในแต่ละปีที่จ ากัด ยานพสูจน์ทราบสารเคมีและวัตถุอนตราย (Unmanned Ground
Vehicle :UGV) สามารถสั่งซื อจากต่างประเทศนั นมีราคาต่อ ๑ ชุด ประมาณ ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่ง
ค่อนข้างราคาสูง
รูปภาพ : ยานพิสูจน์ทราบสารพิษ สั่งซื อจากต่างประเทศ
แต่เนื่องจากองค์ความรู้และขีดความสามารถของก าลังพลของ วศ.ทร. เมื่อประเมินศักยภาพ
ั
ิ
ต่าง ๆ แล้ว สามารถประดิษฐ์ยานพสูจน์ทราบสารเคมีและวัตถุอนตราย (Unmanned Ground
Vehicle : UGV) ได้ และใช้งบประมาณไม่มาก จึงได้ด าเนินการจัดสร้าง ยานพสูจน์ทราบสารเคมีและ
ิ
วัตถุอันตราย ซึ่งใช้นามเรียกขานในการปฏิบัติการว่า “เสือด า” ทั งนี จะเป็นการใช้ยานดังกล่าวประกอบ
ิ
ขึ นโดยก าลังพลของ ชุดบรรเทาสาธารณภัย วศ. สามารถใช้ทดแทนก าลังพลชุดพสูจน์ทราบได้ (๒ นาย)
ื
ื่
โดยใช้ก าลังพลควบคุมยานเพยงคนเดียว และยังติดกล้องเพอส่งสัญญาณภาพพนที่เกิดเหตุและ ภาพ
ี
ชนิดและความเข้มข้นของสารเคมีมายังส่วนควบคุมเพอเป็นข้อมูลประการตัดสินใจของผู้บังคับบัญชา
ื่
โดยเหตุผลที่ส าคัญอย่างมากคือ ท าให้ก าก าลังพลไม่มีความเสี่ยงต่อการสูญเสียชีวิตในการเข้าไปพสูจน์
ิ
ทราบสารพษดังกล่าว และนอกจากนี ยังประหยัดงบประมาณของชุดป้องกันที่สวมใส่ ซึ่งปัจจุบันชุด
ิ
ป้องกันระดับ A หรือ B มีราคาประมาณชุดละ ๕๐๐,๐๐๐ บาท รวม ๒ ชุด เป็นเงิน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท
๔ - ๑๐
รูปภาพ : ยานพิสูจน์ทราบสารพิษ /Unmanned Ground Vehicle (UGV) / เสือด า
๔ - ๑๑
โครงการศึกษาและพัฒนาจัดสร้างระบบพ่นน้ ายาฆ่าเชื้อโควิด - ๑๙ ต้นแบบ
เพื่อตอบสนองมาตรการป้องกันการแพร่กระจายเชื้อโควิด - ๑๙
๑. ความเป็นมา
จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื อโควิด - ๑๙ ที่ก่อให้เกิดผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการ
ปฏิบัติงานปกติของหน่วยงานทั งภาครัฐและเอกชน รวมถึงประชาชนโดยทั่วไป ทั งนี รัฐบาลได้มี
มาตรการและแนวทางการด าเนินการเพอการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมการแพร่กระจายของเชื อ
ื่
ไวรัสดังกล่าว ที่ผ่านมา ผบ.ทร.ก าหนดมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของเชื อไวรัส
ดังกล่าว “กฎเหล็ก ๑๕ ข้อ รับมือโควิด-๑๙” แต่อย่างไรก็ดี ถึงแม้ว่าหนึ่งในกฎเหล็กดังกล่าว มีการปรับ
ระบบการท างานในลักษณะ Work from home แต่ยังคงมีก าลังพลในหลายหน่วยที่ยังคงต้องด ารงการ
ปฏิบัติในหน่วย ซึ่งในปัจจุบัน ทร. มีระบบการคัดกรองการแพร่กระจายเชื อโควิด-๑๙ หลายรูปแบบ
ุ
เช่น การใช้เครื่องตรวจวัดอณหภูมิร่างกายที่เปรียบเสมือนด่านแรกในการคัดกรอง แต่ยังคงมีช่องว่าง
ุ
ของการแพร่กระจายของเชื อดังกล่าว เนื่องจากการวัดอณหภูมิจะเป็นการคัดแยกผู้ติดเชื อ หากแต่เชื อ
ไวรัสติดมากับเสื อผ้า อุปกรณ์พกพาต่าง ๆ ของก าลังพล จะมีโอกาสที่เชื อจะแพร่กระจายต่อไปยังบุคคล
่
ื่
อนที่สัมผัสได้ ซึ่งจ าเป็นที่จะต้องฆ่าเชื อดังกล่าวโดยการพนน ายาฆ่าเชื อดังกล่าว ท าให้ ทร. มีความ
ต้องการเร่งด่วนในการเพิ่มระบบการฆ่าเชื อโควิด-๑๙ ของบุคคลเข้า-ออกในพนที่/สถานที่ของหน่วยต่าง
ื
ๆ ของ ทร. รวมถึงโรงพยาบาลสนาม และสถานที่กักกันของรัฐ (SQ) ในการคัดกรองก าลังพล ประชาชน
ื
เข้าไปในสถานที่/พนที่นั น รวมถึงการท าลายเชื อโควิด-๑๙ ที่อาจปนเปื้อนมากับบุคคลก่อนออกจาก
พื นที่มีเชื อไปสู่ภายนอก
เพอตอบสนองต่อมาตรการของ ทร.ในการป้องกันการแพร่ระบาดเชื อโควิด-๑๙ ในการนี
ื่
่
วศ.ทร. จึงได้เสนอโครงการวิจัยในการศึกษาความเป็นไปได้ในการสร้างตู้พนน ายาฆ่าเชื อโควิด - ๑๙
ต้นแบบ เพอป้องกันการแพร่กระจายเชื อโควิด-๑๙ โดยการวิจัยพฒนาต่อยอดนวัตกรรมที่เป็นตู้พ่น
ั
ื่
ฆ่าเชื อ/อุโมงค์ฆ่าเชื อที่มีอยู่ในปัจจุบัน ให้มีความเหมาะสมและสอดคล้องต่อการปฏิบัติงานของก าลังพล
ื่
ใน ทร. เพอช่วยรับมือกับสถานการณ์วิกฤตการแพร่ระบาดของเชื อโควิด-๑๙ รวมถึงตอบสนองการ
พงพาตนเองด้านเทคโนโลยีที่จ ากัดด้วยงบประมาณ และส่งผลให้มาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่
ึ่
ระบาดของเชื อโควิด-๑๙ ของ ทร. มีประสิทธิภาพสูงขึ น
๒.วัตถุประสงค์
ื่
๒.๑ เพอศึกษารูปแบบและแนวทางการพฒนาต่อยอดในการสร้างตู้พนน ายาฆ่าและยับยั งเชื อ
่
ั
โควิด-๑๙
ื่
๒.๒ เพอศึกษารูปแบบและประเภทของสารฆ่าเชื อหรือสารยับยั งเชื อโรคที่มีประสิทธิภาพ ที่
ใช้ได้กับตู้พ่นน ายาฆ่าเชื อโรค/ยับยั งเชื อโรคที่สร้างขึ นใหม่
๒.๓ เพื่อจัดสร้างตู้พ่นน ายาฆ่าเชื อต้นแบบ (Prototype) ป้องกันการแพร่กระจายเชื อโควิด-๑๙
สนับสนุนภารกิจของ ทร. และรัฐบาล
๓. สมมุติฐาน
่
ตู้พนน ายาฆ่าเชื อโรคต้นแบบ (Prototype) สามารถใช้กับน ายาฆ่าเชื อโรคหรือยับยั งการแพร่
เชื อโรคที่ออกแบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ
๔ - ๑๒
๔.๑ มาตรการคัดกรองก าลังพลในการเข้า-ออกพนที่ มีประสิทธิภาพสูงขึ น ส่งผลต่อขวัญและ
ก าลังใจของก าลังพลให้มีความมั่นใจในการปฏิบัติงานในพื นที่มากขึ น
๔.๒ สามารถขยายผลในการจัดสร้างตู้พ่นน ายาฆ่าเชื อโควิด-๑๙ ต้นแบบในการสนับสนุนหน่วย
ต่างๆ ทั งในและนอก ทร.
๔.๓ ทร.สามารถพงพาตนเองในการสร้างตู้พนน ายาฆ่าเชื อโควิด-๑๙ ที่ผลงานสิ่งประดิษฐ์นี มี
ึ่
ความเป็นอัตลักษณ์ของทหารเรือ/ความเป็นชาวเรือ
๔.๔ ตอบสนองต่อนโยบาย ทร.ในด้านการบรรเทาสาธารณภัย / การสาธารณสุขในภาวะวิกฤต
ได้ทันต่อสถานการณ์
๕. เป้าหมายของการน าตู้ฆ่าเชื้อโควิด-๑๙ ไปใช้หรือติดตั้ง
๕.๑ ใช้กับพื นที่หรือหน่วยของ ทร. ที่พิจารณาแล้วว่าก าลังพลเป็นผู้ที่มีความเสี่ยงติดเชื อ แม้ผล
การตรวจยังเป็น Negative Test รวมถึงการมีผู้ติดเชื อ ที่ระบบยังไม่ทราบและไม่อยู่ในกลุ่มที่เข้าเกณฑ์
สอบสวนโรค (Patient under investigation: PUI)
ื
๕.๒ ใช้กับพนที่ที่มีความจ าเป็นในการคัดกรองการเข้าออกพนที่กักตัวของรัฐ (State
Quarantine)
๕.๓ ใช้ในการช าระล้าง/ท าลายพิษให้กับบุคคลซึ่งเป็นบุคคลส าคัญ (VIP)
๕.๔ ใช้กับหน่วยบริการทางการแพทย์หรือเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ในการท าลายพษตนเอง
ระดับบุคคล (Self Decontamination)
๖. แนวคิดของลักษณะและรูปแบบทั่วไปของตู้พ่นน้ ายาฆ่าเชื้อโรค
๖.๑ แม้ว่าปัจจุบันหลายหน่วยงานทั งภาครัฐและเอกชน ได้สร้างตู้หรืออโมงค์พนน ายาสารเคมี
๔. ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ ่ ื ื ุ ่ ิ
ฆ่าเชื อโรค รวมถึงการใช้รังสียูวีซี ส่วนใหญ่จะเป็นลักษณะแบบติดตั ง (Static) ไม่สามารถเคลื่อนย้ายไป
ยังจุดพื นที่ต่าง ๆได้สะดวก และบางรุ่นยังไม่เป็นระบบอตโนมัติ จากข้อจ ากัดนี โครงการนี จึงก าหนด
ั
ลักษณะและรูปแบบให้สามารถเคลื่อนที่ได้ง่ายสะดวก (Mobile) และเป็นการควบคุมด้วยระบบอตโนมัติ
ั
และสามารถควบคุมในระยะไกลได้ (Automatic control & Remote Control) ทั งนี รองรับการ
ท างานกับไฟฟ้าทั ง AC และ DC อีกด้วย
๖.๒ เป็นเครื่องที่สามารถสร้างละอองหรือไอของสารฆ่าเชื อโรค/ยับยั งเชื อโรคที่ปนเปื้อน
ภายนอกกับบุคคล โดยใช้เทคโนโลยีแบบ Ultrasonic Atomizer หรือเทคโนโลยีอน ซึ่งมีประสิทธิภาพ
ื่
ิ่
สูงที่จะปรับเพม/ลดแรงดันให้สามารถกระจายละอองไปยังห้องที่ไม่มีผู้อาศัยอยู่ได้ครอบคลุมพนที่หรือ
ื
ปริมาตรที่กว้างกว่า
๖.๓ ด้วยประสิทธิภาพของเครื่องมือในการสร้างละอองที่มีขนาดละเอยดเล็กมาก และ
ี
ครอบคลุมพนที่ในเวลาสั นนี จึงเป็นตู้พนฯ ที่ประหยัดความสิ นเปลืองของน ายา/สารเคมีได้ จึงเป็นการ
ื
่
ลดค่าใช้จ่ายในการจัดหาสารเคมีอีกทางหนึ่งด้วย
๖.๔ สามารถใช้งานได้กับน ายาหลากหลายแบบ ทั ง Chemical Based และสารผสม เช่น สาร
สกัดสมุนไพร สารชีวภาพที่มีสารออกฤทธิ์ ยับยั งเชื อโรคได้ (Bioactive ingredients)
ื่
๖.๕ มีระบบท าลายพษตนเองอตโนมัติ (Auto self -cleaning Machine) เพอป้องกันการ
ิ
ั
แพร่กระจายของสารเคมี รวมถึงเชื อโรค ก่อนใช้งานกับบุคคลอน และก่อนการปล่อยสาร/ของเสียสู่
ื่
สิ่งแวดล้อม
๔ - ๑๓
องค์ประกอบของเครื่องพ่นฆ่าเชื้อโรค ประกอบด้วย ๔ ส่วนหลัก ดังนี้
๑. ส่วนสร้างละอองน ายาขนาดอนุภาคละเอียด (Ultrasonic Atomizer)
๒. ส่วนเติมน ายาฆ่าเชื อโรคและหรือยับยั งเชื อโรค (Disinfectant solution tank)
๓. ส่วนห้องหรืออุโมงค์เพื่อเป็นพื นที่ท าลายพิษ (Decontamination area)
ั
๔. ระบบควบคุมอตโนมัติ และเซนเซอร์จับวัตถุ (Automatic Control & Sensors)
๔ - ๑๔
๕ - ๓๗
๔ - ๑๕
๗. วิธีการด าเนินการและแผนงาน
๗.๑ การพิจารณาแนวทางการแกปญหา
ี
๗.๑.๑ เทคโนโลยีการสร้างเครื่องพนหมอกไอน าที่มีขนาดอนุภาคละเอยดมาก หรือควัน
่
ส่วนประกอบที่ส าคัญได้แก่ ปั๊มแรงดันต่ า (Low Pressure Pump) แรงดันประมาณ ๑๕ บาร์ ส่วน
หัวฉีดและท่อทางน าส่งของเหลว (nozzle and piping) โซลินอยด์วาล์ว (Solenoid valves) ทั งนี อาจ
ื่
ุ
มีอปกรณ์กรองน ายา (Filter) เพอป้องกันการอดตันของหัวฉีด จ านวนหัวฉีดและแรงดันของปั๊มจะมี
ุ
ั
ี
ื
ความสัมพนธ์โดยตรง ยิ่งต้องการละอองขนาดละเอยดจ านวนหลายหัวฉีดและครอบคลุมพนที่มาก
แรงดันของปั๊มก็ต้องมากขึ น การออกแบบและผลิตในปัจจุบันมักจะติดตั งเซนเซอร์การเปิดปิดโดย
อตโนมัติเมื่อมีวัตถุ (คน) อยู่ในระยะเหมาะสมที่เซนเซอร์สามารถตรวจจับได้ ปั๊มแรงดันสูงจะท างาน
ั
ุ
ตามเวลาที่ก าหนดโดยการติดตั งอปกรณ์ควบคุมเวลา (Digital Timer) ระยะเวลาที่เหมาะสมต่อการใช้
งานอยู่ในช่วง ๖ วินาทีขึ นไป หรือจนถึง ๒๐ วินาที (กรณีใช้กับวัตถุขนาดใหญ่หรือมีพื นที่ผิวมาก)
ี
อกเทคโนโลยีหนึ่งของการสร้างละอองของเหลวขนาดละเอยดมาก (mist) ในเครื่องมือ
ี
วิเคราะห์เป็นส่วนที่เรียกว่า atomizer ซึ่งจะมีอุปกรณ์สร้างแรงดันหรืออาจมาจากแรงดันของก๊าซในท่อ
(gas inlet) ส่วนหัวฉีด (nebulizer) และทางเข้าของของเหลว (liquid inlet) ที่ต่อเข้ากับห้องผสมสาร
(mixing chamber) สารที่สร้างได้ปล่อยออกทาง exit orifice ในรูปของไอระเหย (aerosol)
ี
ส าหรับเทคโนโลยีของการสร้างละอองขนาดละเอยดมากในระดับไมครอน ที่ทราบกันอก
แบบหนึ่งคือ Ultrasonic Atomizer ที่มีการประยุกต์ใช้เซนเซอร์สร้างแรงสั่นสะเทือนของอนุภาค ชนิด
ที่เรียกว่า Piezo electrics sensor โดยทั่วไปท าจากเซรามิกส์จึงมักเรียกว่า Piezo ceramics เมื่อ
ปล่อยของเหลวผ่านเซนเซอร์นี จะท าให้เกิดแรงสั่นสะเทือน (vibration) ของของเหลวจนกลายเป็นไอ
โดยจ านวนรอบของการสั่นมีตั งแต่ระดับ kHz ถึง MHz ซึ่งสัมพนธ์กับขนาดของเซนเซอร์ที่ใหญ่ขึ นตั งแต่ ี
ั
ระดับขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางตั งแต่ ๑๖ มิลลิเมตรขึ นไป หรือเมื่อต้องการสร้างละอองจ านวนมาก ก็
เพิ่มจ านวน Ultrasonic Atomizer จ านวนหลายหัวได้เช่นกัน โดยก าลังไฟฟ้าที่ใช้อยู่ในช่วง ๒๕๐ วัตต์
แรงดัน ๑๒/๒๔ โวลต์ ก็สามารถใช้งานได้
การฆ่าเชื อโรคด้วยเทคโนโลยีการฉายรังสียูวี (Ultra Violet Germicidal Irradiation :
UVGI) เป็นอีกแนวทางหนึ่งของการไม่ใช้สารเคมีฆ่าเชื อโรคได้ แต่มีเงื่อนไขการใช้ที่เหมาะสม รังสียูวีซีมี
ความยาวคลื่นในช่วง ๒๐๐-๓๑๓ นาโนเมตร แต่ช่วงที่มีประสิทธิภาพในการฆ่าเชื อโรคสูงสุดอยู่ที่ ๒๕๖
นาโนเมตร โดยหลอดรังสียูวีที่ใช้อยู่ในช่วงความยาวคลื่น ๒๕๓.๗ นาโนเมตร (อยู่ในช่วงคลื่น UVC)
ั
หรือ ๑๘๕ นาโนเมตร เป็นหลอดยูวีที่มีจ าหน่ายในท้องตลาดด้วย โดยรังสีจะท าลายสารพนธุกรรมของ
ไวรัสและแบคทีเรีย ท าให้ไม่สามารถเพมจ านวนได้และเชื อจะตายในที่สุด การใช้หลอดรังสียูวีต้องได้รับ
ิ่
มาตรฐานรับรอง โดยกระทรวงอตสาหกรรมได้ประกาศใช้ มอก.๑๙๙๕-๒๕๕๑ : การจ ากัดขีดสัญญาณ
ุ
รบกวนวิทยุ (EMC) การใช้รังสีมีข้อดีในเรื่องไม่มีสารเคมีตกค้าง แต่ต้องระมัดระวังในด้านการป้องกัน
รังสีไม่ให้กระทบกับสิ่งมีชีวิต และเป็นอันตรายต่อดวงตาและผิวหนังได้ นั่นคือ ต้องปลอดคน ระยะเวลา
การฆ่าเชื อ ก าลังวัตต์ของหลอดรังสีต่อหน่วยพื นที่ที่ใช้ฆ่าเชื อ รวมถึงปัจจัยในเรื่องความสามารถของรังสี
ที่ไม่สามารถซึมลึกเข้าไปในผิวของวัตถุ การติดตั งอย่างถูกต้อง ค่าความชื นที่มากท าให้ต้องใช้รังสีที่เข้ม
ขึ นหรือใช้ระยะเวลานานขึ น จึงจะท าให้ประสิทธิภาพการฆ่าเชื อสูงถึงร้อยละ ๙๙.๙๙ ขึ นไป ทั งนี
ื่
การติดตั งหลอดยูวีในตู้ฆ่าเชื อปกติติดตั งบนเพดานโดยให้รังสีฉายไปในเฉลียงทางเดิน เพอให้รังสี
สามารถกระจายได้อย่างทั่วถึง และไม่กระทบต่อดวงตา การติดตั งหลอดยูวีมีความจ าเป็นต้องมีระบบ
ผสมอากาศ (Air mixing device) เพื่อให้อากาศผ่านรังสีด้วย และควรเป็นระบบปิด (ห้องปิด)
๔ - ๑๖
จากงานวิจัยในต่างประเทศ พบว่ารังสียูวีซีที่มีก าลังมากกว่า ๓,๒๔๐ จูล/ตารางเมตร
ั
สามารถก าจัดเชื อไวรัสโคโรนาสายพนธุ์ P9 ที่ก่อให้เกิดโรคซาร์ (SARS) ได้หมด เมื่อเทียบเคียงกับไวรัส
ั
โคโรนา สายพนธุ์ใหม่ จึงมีความเป็นไปได้สูงที่หลอดยูวีซีประเภทปลอดการผลิตก๊าซโอโซน (Ozone
free germicidal lamp) จะสามารถก าจัดเชื อโควิด-๑๙ ได้
๗.๑.๒ สารฆ่าเชื อโรคที่มีศักยภาพและปลอดภัยกับมนุษย์ในการน ามาใช้ฆ่าเชื อและหรือ
ยับยั งเชื อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19) ด้วยเหตุที่โควิด ๑๙ เป็นโรคอบัติใหม่ จึงไม่มีข้อมูล
งานวิจัยเกี่ยวกับสารฆ่าเชื อโรคนี ที่มากนัก อย่างไรก็ตาม จากเป็นไวรัสซึ่งมีโปรตีนรูปร่างแหลม (Spike
Proteins) ล้อมรอบอนุภาคไวรัสที่มีเปลือกไขมันหุ้มไว้ นักวิจัยและเจ้าหน้าที่ขององค์การอนามัยโลก จึง
เสนอแนะให้น าข้อมูลวิจัย ประสบการณ์ของโรคที่เกิดจากกลุ่มไวรัสโคโรนาใกล้เคียงที่พบก่อนหน้านี
เช่น SARS-CoV-2 และ MERS มาใช้โดยอนุโลมและทดลองใช้อย่างรอบคอบไปก่อน โดยปัจจัยที่มีผล
ต่อประสิทธิภาพของน ายาฆ่าเชื อไวรัสกลุ่มโคโรนา ได้แก
่
- ชนิดของเชื อ ทั งนี เชื อกลุ่มเดียวกันการทนทานต่อน ายาอาจมากหรือน้อยแตกต่าง
กันได้
- ความสกปรกของวัสดุที่จะท าความสะอาด
- ความเข้มข้นของน ายาฆ่าเชื อต้องพอเหมาะ ซึ่งการมีความเข้มข้นที่สูงไปอาจไม่
สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น แอลกอฮอล์ ๙๕% มีประสิทธิภาพการฆ่าเชื อต่ ากว่า ๗๐%
เป็นต้น
- ระยะเวลาที่เชื อสัมผัสกับน ายา (Contact time) จากการวิจัยส่วนใหญ่ถือว่าถ้า
เชื อไวรัสสัมผัสกับน ายาไม่เกิน ๑ นาที แล้วปริมาณเชื อลดลงอย่างมีนัยส าคัญตามเกณฑ์มาตรฐาน ถือว่า
น ายานั นได้ผล (> 3 log10 หรือมีปริมาณเชื อเหลือน้อยกว่า ๐.๑% ของที่มีอยู่เดิม) ุ
- ความเป็นกรด-ด่างของน ายา โดยเชื อไวรัสกลุ่ม โคโรนามีชีวิตอยู่ได้ดีที่ค่า pH
เป็นกรดเล็กน้อย (ช่วง pH 6-6.5) มากกว่าที่ pH 8 ดังนั น หากน ายามีความเป็นกรดแก่หรือด่างแก่
เชื อจะตายได้ง่ายขึ น
ิ
การพจารณาน าน ายาฆ่าเชื อชนิดใดมาใช้ให้เกิดประสิทธิภาพจึงต้องอาศัยข้อมูลน ามา
พจารณาหลากหลายด้าน และการน าข้อมูลวิจัยใดมาใช้ต้องพจารณาเงื่อนไขและสิ่งแวดล้อมของการ
ิ
ิ
ทดลองกับการใช้งานจริงมาประกอบด้วยเสมอ จากการแนะน าให้ใช้แอลกอฮอล์ ๒ ชนิดที่น ามาใช้ฆ่า
ิ
เชื อได้แก่ เอทิลแอลกอฮอล์และ ไอโซโพรพลแอลกอฮอล์ โดยความเข้มข้นดั งเดิมที่ใช้กันมาคือ ๗๐%
โดยปริมาตร เนื่องจากต้องอาศัยน าช่วยให้แอลกอฮอล์แทรกซึมสู่เชื อโรคได้ ศูนย์ควบคุมโรคของ
สหรัฐอเมริกาหรือ Centers for Disease Control and Prevention, CDC และองค์การอนามัยโลก
(WHO) ได้แนะน าให้ใช้ผลิตภัณฑ์แอลกอฮอล์ ความเข้มข้น ๖๐-๙๕ % โดยปริมาตร ซึ่งเป็นไปตาม
ผลการวิจัยส่วนใหญ่ที่ทดลองเกี่ยวกับการใช้แอลกอฮอล์ฆ่าเชื อไวรัสและแบคทีเรียต่าง ๆ ส าหรับ
ประเทศไทย มีการประกาศกระทรวงสาธารณสุข ณ วันที่ ๙ มี.ค.๖๓ เรื่อง ก าหนดลักษณะของ
ื่
เครื่องส าอางที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์เพอสุขอนามัยส าหรับมือที่ห้ามผลิต น าเข้าหรือขาย พ.ศ.๒๕๖๓
ื่
ื่
ก าหนดให้ “เครื่องส าอางที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์เพอสุขอนามัยส าหรับมือ โดยมีวัตถุประสงค์เพอท า
ิ
็
ความสะอาดมือโดยไม่ใช้น า ซึ่งมีความเข้มข้นของเอทิลแอลกอฮอล์ ไอโซโพรพลแอลกอฮอล์ หรือ เอน -
โพรพานอล เพียงสารเดียวหรือผสมรวมกันอยู่ต่ ากว่าร้อยละ ๗๐ โดยปริมาตร (Volume by Volume)
เป็นเครื่องส าอางที่ห้ามผลิต น าเข้า หรือขาย”
๔ - ๑๗