The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 <br>โดยการจัดการเรียนรู้แบบทำนาย-สังเกต-อธิบาย (Predict Observe Explain POE)<br>เรื่อง กรด-เบส

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by teerapatphone2545, 2024-01-30 01:59:56

วิจัยชั้นเรียน

การพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 <br>โดยการจัดการเรียนรู้แบบทำนาย-สังเกต-อธิบาย (Predict Observe Explain POE)<br>เรื่อง กรด-เบส

43 จากตารางที่ 1 ผลการวิเคราะห4ขFอมูลการประเมินทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร4ของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาป?ที่ 5 เรื่อง กรด-เบส ที่ไดFรับการจัดการเรียนรูFแบบทำนาย-สังเกต-อธิบาย (Predict Observe Explain POE) พบวoานักเรียนมีคะแนนเฉลี่ยกoอนเรียน เทoากับ 10.51 คิดเปyนรFอยละ 52.56 และคะแนนเฉลี่ยหลังเรียน เทoากับ 14.30 คิดเปyนรFอยละ 71.53 ซึ่งไมoนFอยกวoาเกณฑ4รFอยละ 70 เปyนไปตามสมมติฐานของการวิจัย ผลการเปรียบเทียบทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร4 การเปรียบเทียบทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร4ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาป?ที่ 5 กoอน เรียนและหลังเรียนดFวยการจัดการเรียนรูFแบบทำนาย-สังเกต-อธิบาย (Predict Observe Explain POE) ผูFวิจัยไดFนำคะแนนเฉลี่ยกoอนเรียนและหลังเรียน มาวิเคราะห4เปรียบเทียบโดยการทดสอบ ttest for Dependent Sample ผลการวิเคราะห4ขFอมูลแสดงผลดังตารางที่ 2 ตารางที่ 2ผลการวิเคราะห4ขFอมูลเปรียบเทียบทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร4ทางการเรียนของ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาป?ที่5 ที่ไดFรับการจัดการเรียนรูFแบบทำนาย-สังเกต-อธิบาย (Predict Observe Explain POE) กoอนเรียนและหลังเรียน การทดสอบ คะแนนเฉลี่ย S.D. รFอยละ t-test กoอนเรียน 10.51 3.15 52.56 7.30 หลังเรียน 14.30 1.36 71.53 **มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 จากตารางที่ 2 ผลการวิเคราะห4ขFอมูลทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร4ของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาป?ที่ 5 พบวoานักเรียนมีคะแนนเฉลี่ยกoอนเรียน เทoากับ 10.51 คิดเปyนรFอยละ 52.56 และ คะแนนเฉลี่ยหลังเรียน เทoากับ 14.30 คิดเปyนรFอยละ 71.53 เมื่อนำมาทดสอบดFวย t-test for Dependent Sample พบวoานักเรียนไดFรับการจัดการเรียนรูFแบบทำนาย-สังเกต-อธิบาย (Predict Observe Explain POE) มีคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนสูงกวoากoอนเรียน อยoางมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 (7.30)


บทที่ 5 สรุป อภิปราย และขFอเสนอแนะ การวิจัยในครั้งนี้ผูFวิจัยมีวัตถุประสงค4เพื่อพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร4ของ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาป?ที่ 5 โดยการจัดการเรียนรูFแบบทำนาย-สังเกต-อธิบาย (Predict Observe Explain POE) จากการเก็บรวบรวมขFอมูลและวิเคราะห4ขFอมูลสามารถสรุปผล อภิปรายผล และใหF ขFอเสนอแนะ ดังรายละเอียดตoอไปนี้ 1. วัตถุประสงค4ของการวิจัย 2. สมมติฐานของการวิจัย 3. ขอบเขตของการวิจัย 4. เครื่องมือที่ใชFในการวิจัย 5. การเก็บรวบรวมขFอมูล 6. การวิเคราะห4ขFอมูล 7. สรุปผลการวิจัย 8. อภิปรายผลการวิจัย 9. ขFอเสนอแนะ วัตถุประสงค4การวิจัย 1. เพื่อพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร4กoอนเรียนและหลังเรียนของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาป?ที่ 5 ที่เรียนดFวยการจัดการเรียนรูFแบบ ทำนาย-สังเกต-อธิบาย (Predict Observe Explain POE) เรื่อง กรด-เบส สมมติฐานการวิจัย 1. นักเรียนที่เรียนดFวยกระบวนการจัดการเรียนรูFแบบทำนาย-สังเกต-อธิบาย (Predict Observe Explain POE) เรื่อง กรด-เบส มีทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร4หลังเรียนสูงรFอยละ 70 ขอบเขตของการวิจัย 1. ประชากรและกลุBมตัวอยBาง 1.1 ประชากร ประชากรที่ใชFในการวิจัยครั้งนี้ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาป?ที่ 5 หFอง 6 จำนวน 39 คน ทั้งหมด 1 หFองเรียน โรงเรียนอุดรพิชัยรักษ4พิทยา อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี


45 1.2 กลุBมตัวอยBาง กลุoมตัวอยoางที่ใชFในการวิจัยครั้งนี้ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาป?ที่ 5 หFอง 6 จำนวน 39 คน ทั้งหมด 1 หFองเรียน โรงเรียนอุดรพิชัยรักษ4พิทยา อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี ใชFการสุoมแบบ แบบเจาะจง (Purposive Sampling) 2. ตัวแปรในการวิจัย 2.1 ตัวแปรตFน ไดFแกoการจัดการเรียนรูFแบบทำนาย-สังเกต-อธิบาย (Predict Observe Explain POE) 2.2 ตัวแปรตาม ไดFแกo ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร4 3.เนื้อหาที่วิจัย การวิจัยครั้งนี้ผูFวิจัยใชFเนื้อหาจากหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ( ฉบับปรับปรุง 2560 ) กลุoมสาระการเรียนรูFวิทยาศาสตร4และเทคโนโลยี รายวิชา เคมี ชั้น มัธยมศึกษาป?ที่ 5 เรื่อง กรด-เบส ประกอบดFวยเนื้อหายoอย ดังนี้ 3.1 ทฤษฎีกรด-เบส 3.2 คูoกรด-เบส 3.3 pHของสารละลาย 3.4 การไทเทรตกรด-เบส 4. ระยะเวลาวิจัย การวิจัยครั้งนี้ผูFวิจัยไดFทำการศึกษาในภาคเรียนที่ 2 ป?การศึกษา 2566 โดยใชFเวลาในการ ทดลอง 12 ชั่วโมง สัปดาห4ละ 3 ชั่วโมง รวมทั้งหมด 4 สัปดาห4 เครื่องมือที่ใชFในการวิจัย 1. แผนการจัดการเรียนรูFวิทยาศาสตร4 วิชาเคมี ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาป?ที่ 5 โดยใชFการ จัดการเรียนรูFแบบทำนาย-สังเกต-อธิบาย (Predict Observe Explain POE) เรื่อง กรด-เบส 2. แบบทดสอบวัดทักษะทางวิทยาศาสตร4วิชาเคมี ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาป?ที่ 5 โดยใชFการจัดการเรียนรูFแบบทำนาย-สังเกต-อธิบาย (Predict Observe Explain POE) เรื่องกรด-เบส การเก็บรวบรวมขFอมูล ผูFวิจัยไดFดำเนินการวิจัย โดยทดลองใชFการเรียนรูFแบบ Predict-Observe-Explain (POE) พัฒนาทักษะการตีความหมายและลงขFอสรุปของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาป?ที่ 5 โรงเรียนอุดรพิชัยรักษ4 พิทยา ภาคเรียนที่ 2 ป?การศึกษา 2566 โดยมีขั้นตอน ดังนี้ 1. ชี้แจงวัตถุประสงค4ในการวิจัยการจัดกิจกรรมการเรียนรูFการวัดและประเมินผลการเรียนรูFใหF กลุoมตัวอยoางทราบ


46 2. ใหFนักเรียนกลุoมตัวอยoางทำแบบทดสอบกoอนเรียน (Pretest) โดยใชFแบบทดสอบทักษะ กระบวนการทางวิทยาศาสตร4เพื่อนำคะแนนมาวิเคราะห4เปyนคะแนนกoอนเรียน 3. ผูFวิจัยดำเนินการสอนนักเรียนกลุoมตัวอยoาง โดยใชFการจัดการเรียนรูFแบบ (Predict Observe Explain POE) จำนาน 4 แผน รวม 12 ชั่วโมง รวมทั้งหมด 4 สัปดาห4 4. ใหFนักเรียนกลุoมตัวอยoางทำแบบทดสอบหลังเรียน (Posttest) โดยใชFแบบทดสอบวัดทักษะ ทางการเรียนวิทยาศาสตร4 เพื่อนำคะแนนมาวิเคราะห4เปyนคะแนนกoอนเรียน การวิเคราะห4ขFอมูล ผูFวิจัยทำการวิเคราะห4ขFอมูลที่ไหFจาการเก็บรวบรวมขFอมูล ดังนี้ 1. วิเคราะห4ผลการศึกษาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร4ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาป?ที่ 5 ที่ใชFการเรียนรูFแบบ Predict-Observe-Explain (POE) โดยใชFคoารFอยละคoาเฉลี่ยสoวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D) 2. วิเคราะห4ผลการเปรียบเทียบทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร4ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาป? ที่ 5กoอนและหลังใชFการเรียนรูFแบบ Predict-Observe-Explain (POE) โดยใชFการทดสอบสมมติฐาน (PairedSample T-test) สรุปผลการวิจัย ผลการวิเคราะห4ขFอมูลการประเมินทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร4ของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาป?ที่ 5 เรื่อง กรด-เบส ที่ไดFรับการจัดการเรียนรูFแบบทำนาย-สังเกต-อธิบาย (Predict Observe Explain POE) พบวoานักเรียนมีคะแนนเฉลี่ยกoอนเรียน เทoากับ 10.51 คิดเปyนรFอยละ 52.56 และคะแนนเฉลี่ยหลังเรียน เทoากับ 14.30 คิดเปyนรFอยละ 71.53 ซึ่งไมoนFอยกวoาเกณฑ4รFอยละ 70 เปyนไปตามสมมติฐานของการวิจัย ผลการวิเคราะห4ขFอมูลทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร4ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาป?ที่ 5 พบวoานักเรียนมีคะแนนเฉลี่ยกoอนเรียน เทoากับ 10.51 คิดเปyนรFอยละ 52.56 และคะแนนเฉลี่ยหลัง เรียน เทoากับ 14.30 คิดเปyนรFอยละ 71.53 เมื่อนำมาทดสอบดFวย t-test for Dependent Sample พบวoานักเรียนไดFรับการจัดการเรียนรูFแบบทำนาย-สังเกต-อธิบาย (Predict Observe Explain POE) มีคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนสูงกวoากoอนเรียน อยoางมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 (7.30)


47 อภิปรายผล จากการศึกษาการพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร4ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาป?ที่ 5 เรื่อง กรด-เบส โดยใชFกระบวนการจัดการเรียนรูFแบบทำนาย-สังเกต-อธิบาย (Predict Observe Explain POE) สามารถอภิปรายผล ดังนี้ ผลการวิเคราะห4ขFอมูลทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร4ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาป?ที่ 5 เรื่อง กรด-เบส ที่ไดFรับการจัดการเรียนรูFแบบทำนาย-สังเกต-อธิบาย (Predict Observe Explain POE) พบวoานักเรียนมีคะแนนเฉลี่ยกoอนเรียน เทoากับ 10.51 คิดเปyนรFอยละ 52.56 และคะแนนเฉลี่ย หลังเรียน เทoากับ 14.30 คิดเปyนรFอยละ 71.53 ซึ่งไมoนFอยกวoาเกณฑ4รFอยละ 70 เปyนไปตามสมมติฐาน ของการวิจัย ผลการวิเคราะห4ขFอมูลทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร4ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาป?ที่ 5 พบวoานักเรียนมีคะแนนเฉลี่ยกoอนเรียน เทoากับ 10.51 คิดเปyนรFอยละ 52.56 และคะแนนเฉลี่ยหลัง เรียน เทoากับ 14.30 คิดเปyนรFอยละ 71.53 เมื่อนำมาทดสอบดFวย t-test for Dependent Sample พบวoานักเรียนไดFรับการจัดการเรียนรูFแบบทำนาย-สังเกต-อธิบาย (Predict Observe Explain POE) มีคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนสูงกวoากoอนเรียน อยoางมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 (7.30) จึงสามารถสรุปไดFวoาจากการจัดกิจกรรมการเรียนรูFแบบทำนาย-สังเกต-อธิบาย (Predict Observe Explain POE) เรื่อง กรด-เบส สoงผลใหFนักเรียนมีการพัฒนามโนมติหรือความรูFเดิมของ นักเรียนสูoมโนมติทางวิทยาศาสตร4 และทำใหFนักเรียนที่ไดFรับการจัดกิจกรรมการเรียนรูFแบบทำนายสังเกต-อธิบาย (Predict Observe Explain POE) มีทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร4หลังเรียนสูง กวoากoอนเรียน ซึ่งสอดคลFองกับ อนุชา ตูFแกFว (2561) พบวoาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร4หลัง เรียนสูงกวoากoอนเรียนอยoางมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และมีผลการประเมินความสามารถทักษะ กระบวนการทางวิทยาศาสตร4ทุกทักษะอยูoในระดับดี ขFอเสนอแนะ 1. ในขั้นตอน Predict ควรใหFคำแนะนำกับนักเรียน เพราะตFองใหFนักเรียนไดFใชFความรูF จากประสบการณ4เดิมที่เคยเรียนรูFมากoอนแลFว และกระตุFนใหFนักเรียนไดFใชFความคิดในการ ตั้งสมมติฐาน จากสถานการณ4ปญหาที่ครูกำหนด ใหFไดFมากที่สุด 2. ในขั้นตอน Observe ตFองเตรียมแหoลoงเรียนรูFที่จะใหFนักเรียนสืบคFนขFอมูล ทั้งเอกสาร หรือ อินเตอร4เน็ต หรืออุปกรณ4ที่จะใหFนักเรียนทำการทดลองใหFพรFอม เพื่อใหFนักเรียนไดFสังเกตหรือ ทดลอง ตามแผนที่วางไวF 3. ในขั้นตอน Explain ตFองเปõดโอกาสใหFนักเรียนสรุปหรืออธิบายรoวมกันภายในกลุoม ใหF นักเรียนมีสoวนรoวมในการทำงานใหFมากที่สุด 4. ควรนำการจัดการเรียนรูFแบบ Predict-Observe-Explain (POE) ไปใชFในวิชาอื่นดFวยๆ


48 บรรณานุกรม จีระพรรณ สุขศรีงาม. 2533. พัฒนาการทางวิทยาศาสตร6. มหาสารคาม : คณะวิทยาศาสตร4มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มหาสารคาม. ทิพวรรณ สำเภาแกFว. (2560). ปaจจัยการบริหารที่สBงผลตBอประสิทธิผลของสถานศึกษา. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมสระบุรี เขต 2. วิทยานิพนธ4ค.ม. ฉะเชิงเทรา: มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร4. เทพพร โลมารักษ4. (2556). เอกสารประกอบการสอนรายวิชาพฤติกรรมการสอนวิทยาศาสตร4. ผดุงยศ ดวงมาลา. (2531). ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร6. วารสารศึกษาศาสตร4.4(12),33-39. พัชรินทร4 จันทร4หัวโทน. (2544). การศึกษาผลการสอนตามหลักการสอนแบบรBวมมือกัน เรียนรู%ในรายวิชาวิทยาศาสตร6 เรื่อง น้ำเพื่อชีวิต ชั้นมัธยมศึกษาป<ที่ 1. วิทยานิพนธ4 ศษ.ม. ขอนแกoน: มหาวิทยาลัยขอนแกoน. พิริยา พงษ4ภักดิ์. (2556). การพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห6เรื่องกระบวนการเปลี่ยนแปลงของ เปลือกโลกโดยใช%วิธี Predict-observe-explain (POE) สำหรับนักเรียนชั้น ประถมศึกษาป<ที่ 6. วิทยานิพนธ4ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและ การสอน บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยขอนแกoน. ภพ เลาหไพบูลย4. (2542). แนวการสอนวิทยาศาสตร4. กรุงเทพฯ: ไทยวัฒนพานิช. ภัทณิดา พันธุมเสน. 2551. พัฒนาคุณภาพการศึกษา: ภารกิจของทุกคน. การศึกษาไทย 4(43): 4-7. มาธุสร โพธิ์ จันทร4. (2560, กรกฎาคม). การศึกษาเปรียบเทียบเจตคติทางวิทยาศาสตร6 และ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยใช%กิจกรรมการเรียนรู% แบบพีโออี (POE) รายวิชาเคมี เรื่อง ธาตุและสารประกอบในอุตสาหกรรมของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาป< ที่ 5 โรงเรียนมัธยม วัดสุทธาราม.การประชุมวิชาการระดับชาติปญญาภิวัฒน4 ครั้งที่ 7, สถาบันการจัดการปญญา ภิวัฒน4, กรุงเทพฯ. เมธิน อินทรประสิทธิ์. (2560). วารสาร อิเล็กทรอนิกส6ทางการศึกษา, 11(1). วชิยา วงษใหญo. (2537).กระบวนการพัฒนาหลกัสูตรและการเรียนการสอน.กรุงเทพฯ :สุวีริยาสาส4น. วนิดา สุขสมโสด. (2552). การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู%เรื่องแรงและความดัน ความสามารถด%านการคิดวิเคราะห6และทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร6ขั้นพื้นฐาน ของนักเรียนชั้น ประถมศึกษาป<ที่5 ระหวBางการจัดการเรียนรู%แบบวัฏจักรการเรียนรู% 7 ขั้น (7 E) รBวมกับแผนผังความคิด (Mind Map) กับการจัดการเรียนรู%ตามปกติ. วิทยานิพนธ4 กศ.ม. มหาสารคาม: มหาวิทยาลัยมหาสารคาม. วรรณทิพา รอดแรงคFา และพิมพ4พันธ4 เดชะคุปต4. (2532). กิจกรรมทักษะกระบวนการ สำหรับครู.


49 กรุงเทพฯ: สถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ. วารุณี ศิริมาศ. (2556). ผลการใช%แบบฝÄกทักษะการอBานจับใจความตามทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต6 รBวมกับการเรียนรู%แบบรBวมมือที่มีตBอการคิดวิเคราะห6 เจตคติตBอวิชาภาษาไทย และ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาป<ที่ 6 โรงเรียนเทศบาล 4 “รัฐ ประชานุเคราะห6”. วิทยานิพนธ4 ค.ม. สกลนคร. สถาบัน สoงเสริมการสอนวิทยาศาสตร4และเทคโนโลยี. (2546).การจัดสาระการเรียนรู%กลุBม วิทยาศาสตร6 หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน. กรุงเทพฯ: สถาบัน สoงเสริมการสอน วิทยาศาสตร4และเทคโนโลยี. สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา. (2551). แนวทางการบริหารจัดการหลักสูตร ตามหลักสูตร แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ: ชุมนุมสหกรณ4การเกษตร แหoงประเทศไทย. สุภาพร แหoลมแกFว. (2556). การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ทักษะกระบวนการทาง วิทยาศาสตร6 และเจตคติในการเรียนวิทยาศาสตร6 เรื่องไฟฟeา ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ป<ที่ 3 โดยใช%เทคนิคการสอน แบบทำนาย สังเกต อธิบาย กับใช%วิธีสอนแบบสืบเสาะหา ความรู%แบบ 5E. วิทยานิพนครุศาสตรมหาลัยบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน, มหาวิทยาลัยราช ภัฏเทพสตรี. สุวัฒก4นิยมคFา. (2531). ทฤษฎีและการสอนวิทยาศาสตร6แบบสืบเสาะหาความรู%เลBม 1. กรุงเทพฯ : เจเนอรัลบุ¶คส4เซ็นเตอร4 อนุชา ตูFแกFว. (2561). ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู%ด%วยวิธีทำนาย สังเกต อธิบาย ที่มีตBอผลสัมฤทธิ์ อำนาจ เจริญศิลป•. (2532). ธรรมชาติของวิทยาศาสตร6.กรุงเทพฯ: โรงพิมพ4โอ.เอส.พริ้น.ติ้ง เฮFาส4. McComas, W. F. 2000. “The Principle Elements of the Nature of Science : Dispelling the Myths”, In McComas, W. F. (ed.), The Nature of Science in Science Education Rationales and Strategies. Dordrecht : Kluwer Academic Publishers, 53–70. White, R and Gunstone, R. 1992. Probing Understanding.London : The Falmer Press. Wu H. and Hsieh, C. (2006). Developing sixth grades’ inquiry skills to construct explanations in inquiry –base learning environments. International Journal of Science Education, 11(11): pp.1289-1313.


ภาคผนวก ภาคผนวก ก: รายชื่อผูFเชี่ยวชาญในการตรวจประเมินเครื่องมือวิจัย ภาคผนวก ข: แผนการจัดการเรียนรูFแบบทดสอบวัดทักษะทางการเรียนวิทยาศาสตร4 ภาคผนวก ค: การวิเคราะห4คoาดัชนีความสอดคลFอง (IOC) ของแผนการจัดการเรียนรูF แบบทดสอบวัดทักษะทางการเรียนวิทยาศาสตร4 ภาคผนวก ง: ภาพประกอบการวิจัย และผลงานนักเรียน


51 ภาคผนวก ก รายชื่อผูFเชี่ยวชาญในการตรวจประเมินเครื่องมือวิจัย


52 รายชื่อผูFเชี่ยวชาญตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือที่ใชFในการวิจัย ผูFเชี่ยวชาญดFานการเรียนการสอนวิทยาศาสตร4 ที่ประเมินแผนการจัดการเรียนรูFและแบบทดสอบ วัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและแบบประเมินทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร4มีรายนามดังตoอไปนี้ 1. นางสาวพรสุดา วิบูลย4กุล ตำแหนoงครู วิทยาฐานะ ครูชำนาญการ กลุoมสาระการเรียนรูFวิทยาศาสตร4และเทคโนโลยี โรงเรียนอุดรพิชัยรักษ4พิทยา 2. นางสาวสิริพร โสมา ตำแหนoงครู วิทยาฐานะ ครูชำนาญการ กลุoมสาระการเรียนรูFวิทยาศาสตร4และเทคโนโลยี โรงเรียนอุดรพิชัยรักษ4พิทยา 3. นางสินาภรณ4 นันทกุล ตำแหนoงครู วิทยาฐานะ ครูชำนาญการ กลุoมสาระการเรียนรูFวิทยาศาสตร4และเทคโนโลยี โรงเรียนอุดรพิชัยรักษ4พิทยา


53 ภาคผนวก ข แผนการจัดการเรียนรูF แบบทดสอบวัดทักษะทางการเรียนวิทยาศาสตร4


54 แผนการจัดการเรียนรู%ที่1 กลุBมสาระการเรียนรู%วิทยาศาสตร6และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาป<òที่ 5 หนBวยการเรียนรู%ที่ 10 กรด เบส เวลา 30 ชั่วโมง เรื่อง ทฤษฎีกรด-เบส เวลา 3 ชั่วโมง ภาคเรียนที่ 2 ป<การศึกษา 2566 ผู%สอน นายธีรภัทร ชื่นใจ 1. มาตารฐาน/ผลการเรียนรู% ผลการเรียนรู% 1. ระบุ และอธิบายวoาสารเปyนกรดหรือเบสโดยใชFทฤษฎีกรด-เบสของอาร4เรเนียส เบ รินสเตด-ลาวรี และลิวอิส 2. จุดประสงค6การเรียนรู% 1. อธิบายความหมายของกรดและเบสตามทฤษฎีกรด-เบสของอาร4เรเนียส เบรินสเตดลาวรี และลิวอิสไดF (K) 2. บอกไดFวoาสารใดเปyนกรดและสารใดเปyนเบสตามทฤษฎีกรด-เบสของเบรินสเตด-ลาวรี ไดF (K) 3. เขียนสมการเคมีของกรดเบสโดยใชFทฤษฎีกรด-เบสไดF(P) 4. ตั้งใจเรียนรูFและแสวงหาความรูFรับผิดชอบตoอหนFาที่ที่ไดFรับมอบหมาย (A) 3. สาระการเรียนรู% สารในชีวิตประจำวันหลายชนิดมีสมบัติเปyนกรด หรือเบส ซึ่งพิจารณาไดFโดยใชFทฤษฎีกรดเบส ของอาร4เรเนียส เบรินสเตด-ลาวรี หรือลิวอิสตามทฤษฎีกรด-เบสของเบรินสเตด-ลาวรี เมื่อกรด หรือเบสละลายน้ำหรือทำปฏิกิริยากับสารอื่นจะมีการถoายโอนโปรตอนระหวoาง สารตั้งตFนที่เปyนกรด และเบส เกิดเปyนผลิตภัณฑ4ซึ่งเปyนโมเลกุลหรือไอออนที่เปyนคูoกรด-เบส ของสารตั้งตFนนั้น โดยสารที่ เปyนคูoกรด-เบสกันจะมีโปรตอนตoางกัน 1 โปรตอน 4. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด ทฤษฎีกรด-เบสของอาร4เรเนียส กลoาววoา กรด คือ สารที่ละลายน้ำแลFวแตกตัวใหFไฮโดรเจน ไอออน สoวนเบส คือ สารที่ละลายน้ำแลFวแตกตัวใหFไฮดรอกไซด4ไอออน ทฤษฎีกรด-เบสของเบรินสเตด-ลาวรี กลoาววoา กรด คือ สารที่ใหFโปรตอนแกoสารอื่น สoวนเบส คือ สารที่รับโปรตอนจากสารอื่น


55 สารที่เปyนคูoกรด-เบสกันจะมีจำนวนโปรตอนตoางกัน 1 โปรตอน สารบางชนิดสามารถทำหนFาที่เปyนไดFทั้งกรดและเบส เชoน น้ำ เรียกสารประเภทนี้วoา แอมโฟ เทอริก หรือแอมฟõโพรติก ทฤษฎีกรด-เบสของลิวอิส กลoาววoา กรด คือ สารที่รับคูoอิเล็กตรอนจากสารอื่น สoวนเบส คือ สารที่ใหFคูoอิเล็กตรอนแกoสารอื่น 5. สมรรถนะสำคัญของผู%เรียนและคุณลักษณะอันพึงประสงค6 สมรรถนะสำคัญของผู%เรียน คุณลักษณะอันพึงประสงค6 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 1) ทักษะการสังเกต 2) ทักษะการสำรวจคFนหา 3) ทักษะการทำงานรoวมกัน 4) ทักษะการวิเคราะห4 5) ทักษะการตีความหมายและลงขFอสรุป 6) ทักษะการลงความเห็นจากขFอมูล 3. ความสามารถในการใชFทักษะชีวิต 1. มีวินัย รับผิดชอบ 2. ใฝ†เรียนรูF 3. มุoงมั่นในการทำงาน 6. กิจกรรมการเรียนรู% แนวคิด/รูปแบบการสอน/วิธีการสอน/เทคนิค : การจัดการเรียนรูFแบบทำนาย สังเกต อธิบาย (POE) ขั้นที่ 1 การแนะนำและสร%างแรงกระตุ%น (orientation and motivation) 1.1 ครูนำรูปมานำเสนอเกี่ยวกับ กรด-เบส ในชีวิตประจำวัน ครูตั้งคำถามชวนคิด “ภาพทั้งสามรูปนี้ สิ่งใชFเปyนเกณฑ4ระบุความแตกตoางระหวoาง สารละลายกรดและสารละลายเบส” (แนวตอบ : สารละลายกรดจะมีไฮโดรเนียมไอออน เปyนองค4ประกอบ สoวนสารละลายเบสจะมีไฮดรอกไซด4ไอออนเปyนองค4ประกอบ และมี ความแตกตoางกันทั้งรสชาติและคุณสมบัติตoาง ๆ)


56 ขั้นที่ 2 นำเข%าสูBกิจกรรม (Introducing the experiment) 2.1 ครูใหFนักเรียนแตoละกลุoม ทำกิจกรรม ศึกษาความรูF เรื่อง ทฤษฎีกรด-เบสของอาร4เรเนียส ทฤษฎีกรด-เบสของเบรินสเตด-ลาวรี ทฤษฎีกรด-เบสของลิวอิส จากอินเตอร4และหนังสือ เรียนวิทยาศาสตร4 และแลกเปลี่ยนความรูFระหวoางกลุoม ขั้นที่ 3 การทำนาย (Prediction: the elicitation of students' ideas) 3.1 ครูตั้งคำถามเกี่ยวกับทฤษฎีกรด-เบสของอาร4เรเนียส ทฤษฎีกรด-เบสของเบรินสเตด-ลาว รี ทฤษฎีกรด-เบสของลิวอิส ดังนี้ “ทั้งสามทฤษฎีสามารถระบุความเปyนสารละลายกรดและ สารละลายเบสไดFครอบคลุมที่สุด” นักเรียนแลกเปลี่ยนความรูFกันภายในกลุoมและเตรียมตัว นำเสนอหนFาชั้นเรียน ขั้นที่ 4 อภิปรายผลการทำนาย (discussing their prediction) 4.1 ครูใชFเกมวงลFอสุoมนักเรียนแตoกลุoมออกมาอภิปรายเกี่ยวกับทฤษฎีกรด-เบสของอาร4เร เนียส ทฤษฎีกรด-เบสของเบรินสเตด-ลาวรี ทฤษฎีกรด-เบสของลิวอิส ดังนี้ - ทฤษฎีกรด-เบสของอาร4เรเนียส กลoาววoา กรด คือ สารที่ละลายน้ำแลFวแตกตัวใหF ไฮโดรเจนไอออน สoวนเบส คือ สารที่ละลายน้ำแลFวแตกตัวใหFไฮดรอกไซด4ไอออน - ทฤษฎีกรด-เบสของเบรินสเตด-ลาวรี กลoาววoา กรด คือสารที่ใหFโปรตอนแกoสารอื่น สoวนเบส คือ สารที่รับโปรตอนจากสารอื่น - ทฤษฎีกรด-เบสขอทฤษฎีกรด-เบสของลิวอิส กลoาววoา กรด คือ สารที่รับคูo อิเล็กตรอน เบส คือ สารที่ใหFคูoอิเล็กตรอน) - ทฤษฎีกรด-เบสของเบรินสเตด-ลาวรีใชFอธิบายสมบัติของกรด-เบสไดFกวFางกวoา ทฤษฎีกรด-เบสของอาร4เรเนียส เนื่องจากพิจารณาความเปyนกรด-เบสของสารจาก การถoายโอนโปรตอน รวมทั้งไมoจำเปyนตFองอยูoในสารละลายที่มีน้ำเปyนตัวทำละลาย ขั้นที่ 5 สังเกตการณ6 (observation) 5.1 ครูยกตัวอยoางโครงสรFางสมการเคมีเกี่ยวกับกรด-เบส ของแตoละทฤษฎี - ทฤษฎีกรด-เบสของอาร4เรเนียส HClO4 (aq) ® ClO4 - (aq) + H+ (aq) LiOH(aq) ® Li+ (aq) + OH- (aq) - ทฤษฎีกรด-เบสของเบรินสเตด-ลาวรี CH3COO- (aq) + H2O(l) ⇌ CH3COOH(aq) + OH- (aq) HCO3 - (aq) + OH- (aq) ⇌ CO3 2- (aq) + H2O (l) - ทฤษฎีกรด-เบสของลิวอิส


57 Ag+ (aq) + 2NH3(aq) ® [H3N-Ag-NH3] + (aq) (CH3)2NH(aq) + AlCl3(aq) ® (CH3)2NH-AlCl3(aq) ขั้นที่ 6 อธิบาย (Explanation) 6.1 ครูและอธิบายและเกี่ยวกับทฤษฎีกรด-เบสของอาร4เรเนียส และเบรินสเตด-ลาวรีทฤษฎี กรด-เบสของลิวอิส และสารละลายกรดและสารละลายเบส โดยครูยกตัวอยoางกรดหรือเบสบางชนิดที่ไมoสามารถอธิบายความเปyนกรด-เบสโดยใชF ทฤษฎีกรด-เบสของอาร4เรเนียสไดF เชoน NH3 เพื่อชี้ใหFเห็นถึงขFอจำกัดของการใชFทฤษฎีนี้ เพื่อ เชื่อมโยงเขFาสูoการอธิบายสมบัติของกรด-เบสโดยใชFทฤษฎีกรด-เบสของเบรินสเตด-ลาวรี ขั้นที่ 7 เสนอการอธิบายเชิงวิทยาศาสตร6 (Providing the scientific explanation) 7.1 นักเรียนและครูรoวมกันอภิปรายเพื่อหาเกี่ยวกับทฤษฎีกรด-เบสของอาร4เรเนียส และเบ รินสเตด-ลาวรีทฤษฎีกรด-เบสของลิวอิสและสารละลายกรดและสารละลายเบส ครูคoอย เสริมความรูFเพิ่มเติม เพื่อใหFนักเรียนเกิดความเขFาใจมากขึ้น ครูใหFนักเรียนกลุoมนิยามทฤษฎีกรด-เบสของตนเองขึ้น และทำใสoกระดาษ ขั้นที่ 8 ติดตามผล (Follow-up) 8.1 ครูใหFนักเรียนทำใบงาน เรื่อง ทฤษฎีกรด-เบสของอาร4เรเนียส และเบรินสเตด-ลาวรี ทฤษฎีกรด-เบสของลิว 8.2 ครูประเมินนักเรียนจากพฤติกรรมในชั้นเรียนและใบงานความรูF 7. สื่อ/แหลBงการเรียนรู% 7.1 สื่อการเรียนรู% 1. หนังสือเรียนรายวิชาเพิ่มเติมวิทยาศาสตร4 เคมี ม.5 2. ใบงาน เรื่อง ทฤษฎีกรด-เบส 3. PowerPoint เรื่อง ทฤษฎีกรด-เบส 4. เกม “วงลFอ” สุoมรายชื่อ 5. สื่อรูปภาพ


58 8. การวัดและประเมินผล จุดประสงค6การเรียนรู% วิธีการวัด เครื่องมือวัด เกณฑ6การ ประเมิน อธิบายความหมายของกรด และเบสตามทฤษฎีกรด-เบส ของอาร4เรเนียส เบรินสเตดลาวรี และลิวอิสไดF (K) - การนำเสนอหนFาชั้นเรียน - ตรวจใบงาน - สังเกตพฤติกรรมการถามตอบ - ใบงาน - แบบประเมิน คุณลักษณะ อันพึงประสงค4 - คะแนนอยูoใน ระดับคุณภาพ “ดี” ขึ้นไป บอกไดFวoาสารใดเปyนกรดและ สารใดเปyนเบสตามทฤษฎี กรด-เบสของเบรินสเตด-ลาว รีไดF (K) - การนำเสนอหนFาชั้นเรียน - ตรวจใบงาน - สังเกตพฤติกรรมการถามตอบ - ใบงาน - แบบประเมิน คุณลักษณะ อันพึงประสงค4 - คะแนนอยูoใน ระดับคุณภาพ “ดี” ขึ้นไป เขียนสมการเคมีของกรดเบส โดยใชFทฤษฎีกรด-เบสไดF (P) - การทำโจทย4หนFาชั้นเรียน - ตรวจใบงาน - สังเกตพฤติกรรมการถามตอบ - ใบงาน - แบบประเมิน คุณลักษณะ อันพึงประสงค4 - คะแนนอยูoใน ระดับคุณภาพ “ดี” ขึ้นไป ตั้งใจเรียนรูFและแสวงหา ความรูFรับผิดชอบตoอหนFาที่ ที่ไดFรับมอบหมาย (A) - สังเกตพฤติกรรมนักเรียนดFาน คุณลักษณะอังพึงประสงค4 - แบบประเมิน คุณลักษณะ อันพึงประสงค4 - คะแนนอยูoใน ระดับคุณภาพ “ดี” ขึ้นไป


59


60 แผนการจัดการเรียนรู%ที่2 กลุBมสาระการเรียนรู%วิทยาศาสตร6และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาป<òที่ 5 หนBวยการเรียนรู%ที่ 10 กรด เบส เวลา 30 ชั่วโมง เรื่อง คูBกรด-เบส เวลา 2 ชั่วโมง ภาคเรียนที่ 2 ป<การศึกษา 2566 ผู%สอน นายธีรภัทร ชื่นใจ 1. มาตารฐาน/ผลการเรียนรู% ผลการเรียนรู% 1. ระบุคูoกรด-เบสของสารตามทฤษฎีกรด-เบสของเบรินสเตด-ลาวรี 2. จุดประสงค6การเรียนรู% 1. อธิบายความหมายของคูoกรด-เบส และระบุคูoกรด-เบสในปฏิกิริยาที่กำหนดใหFไดF (K) 2. เขียนสมการเคมีของคูoกรด-เบสไดF(P) 3. ตั้งใจเรียนรูFและแสวงหาความรูFรับผิดชอบตoอหนFาที่ที่ไดFรับมอบหมาย (A) 3. สาระการเรียนรู% สารในชีวิตประจำวันหลายชนิดมีสมบัติเปyนกรด หรือเบส เมื่อกรดหรือเบสละลายน้ำหรือ ทำปฏิกิริยากับสารอื่นจะมีการถoายโอนโปรตอนระหวoาง สารตั้งตFนที่เปyนกรดและเบส เกิดเปyน ผลิตภัณฑ4ซึ่งเปyนโมเลกุลหรือไอออนที่เปyนคูoกรด-เบส ของสารตั้งตFนนั้น โดยสารที่เปyนคูoกรด-เบสกัน จะมีโปรตอนตoางกัน 1 โปรตอน 4. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด สารที่เปyนคูoกรด-เบสกันจะมีจำนวนโปรตอนตoางกัน 1 โปรตอน สารบางชนิดสามารถทำ หนFาที่เปyนไดFทั้งกรดและเบส เชoน น้ำ เรียกสารประเภทนี้วoา แอมโฟเทอริก หรือแอมฟõโพรติก 5. สมรรถนะสำคัญของผู%เรียนและคุณลักษณะอันพึงประสงค6 สมรรถนะสำคัญของผู%เรียน คุณลักษณะอันพึงประสงค6 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 1) ทักษะการสังเกต 2) ทักษะการสำรวจคFนหา 3) ทักษะการทำงานรoวมกัน 1. มีวินัย รับผิดชอบ 2. ใฝ†เรียนรูF 3. มุoงมั่นในการทำงาน


61 สมรรถนะสำคัญของผู%เรียน คุณลักษณะอันพึงประสงค6 4) ทักษะการวิเคราะห4 5) ทักษะการตีความหมายและลงขFอสรุป 6) ทักษะการลงความเห็นจากขFอมูล 3. ความสามารถในการใชFทักษะชีวิต 6. กิจกรรมการเรียนรู% แนวคิด/รูปแบบการสอน/วิธีการสอน/เทคนิค : การจัดการเรียนรูFแบบทำนาย สังเกต อธิบาย (POE) ขั้นที่ 1 การแนะนำและสร%างแรงกระตุ%น (orientation and motivation) 1.2 ครูทบทวนความรูFเกี่ยวกับทฤษฎีกรด-เบสของอาร4เรเนียส ทฤษฎีกรด-เบสของเบรินส เตด-ลาวรีทฤษฎีกรด-เบสของลิวอิส จากนั้นใหFนักเรียนระบุและอธิบายสมบัติความเปyน กรดหรือเบสของสารจากสมการการแตกตัวในน้ำ โดยใชFทฤษฎีกรด-เบสของเบรินสเตดลาวรี H2S(aq) + H2O(l) ® HS- (aq) + H3O+ (aq) กรด เบส เบส กรด ขั้นที่ 2 นำเข%าสูBกิจกรรม (Introducing the experiment) 2.1 ครูใหFความรูFเกี่ยวกับการระบุคูoกรด-เบสของสารที่สามารถใหFหรือรับโปรตอนไดFมากกวoา 1 โปรตอนตoอ 1 โมเลกุล โดยใชFตัวอยoางในหนังสือเรียนเรียนวิทยาศาสตร4เคมี ขั้นที่ 3 การทำนาย (Prediction: the elicitation of students' ideas) 3.1 ครูตั้งคำถาม “สารที่เปyนคูoกรดจะมีโปรตอนมากกวoาเบสหรือไมo”, “สามารถใชFทฤษฎี กรด-เบสของอาร4เรเนียส มาอธิบายแทนทฤษฎีกรด-เบสของเบรินสเตด-ลาวรีไดFหรือไมo ตoางกันอยoางไร” ใหFนักเรียนรoวมกันวิเคราะห4และอภิปรายจากตัวอยoางปฏิกิริยาที่ศึกษา ขั้นที่ 4 อภิปรายผลการทำนาย (discussing their prediction) 4.1 ครูใชFเกมกลoองจับฉลากตัวแทน 1 กลุoม ออกมาอภิปรายหัวขFอคำถามขFางตFน พรFอมใหF เหตุประกอบ สารที่เปyนคูoกรด-เบสกันเปyนสารที่มีจำนวนโปรตอนตoางกัน 1 โปรตอน


62 - เนื่องจากทฤษฎีกรด-เบสอาร4เรเนียสกำหนดวoา สารที่เปyนกรดหรือเบสตFองเปyน สารทoี ละลายในน้ำเทoานั้น ดังนั้นสารที่ไมoละลายน้ำหรือปฏิกิริยาเคมีที่ไมoไดFเกิดขึ้นในน้ำ จะ ไมoสามารถระบุไดFวoาเปyนกรดหรือเบสตามทฤษฎีกรด-เบสอาร4เรเนียส จึงเกิดทฤษฎีกรดเบสเบรินสเตด-ลาวรี ซึ่งใหFนิยามกรดและเบสที่กวFางขึ้นและไมoจำเปyนตFองมีน้ำเปyนตัวทำ ละลาย ขั้นที่ 5 สังเกตการณ6 (observation) 5.1 ครูใหFนักเรียนสoงตัวแทนแตoละกลุoมออกมาระบุเกี่ยวกับคูoกรด-เบส ขั้นที่ 6 อธิบาย (Explanation) 6.1 ครูอธิบายเพิ่มเติม เกี่ยวกับคูoกรด-เบส โดยครูตั้งคำถามดังนี้ “สารที่ทำหนFาที่เปyนไดFทั้งกรดและเบสเรียกวoาอยoางไร” (แนวตอบ : สารแอมโฟเทอริก หรือสารแอมฟõโพรติก) “จงระบุคูoเบสของ H3O+ H2SO4 OHและ HCl ตามลำดับ” (แนวตอบ : H2O HSO4 - O2- และ Cl- ตามลำดับ) “จงระบุคูoกรดของ HS- HCO3 - NH3 และ CN- ตามลำดับ” (แนวตอบ : H2S H2CO3 NH4 + และ HCN ตามลำดับ) ขั้นที่ 7 เสนอการอธิบายเชิงวิทยาศาสตร6 (Providing the scientific explanation) 7.1 นักเรียนและครูรoวมกันอภิปรายเพื่อหาขFอสรุปเกี่ยวกับคูoกรด-เบสของสาร พรFอมอธิบาย เหตุผลทางวิทยาศาสตร4 ดังนี้ - สารที่เปyนคูoกรด-เบสกันจะมีจำนวนโปรตอนตoางกัน 1 โปรตอน - สารบางชนิดสามารถทำหนFาที่เปyนไดFทั้งกรดและเบส เชoน น้ำ เรียกสารประเภทนี้วoา แอมโฟเทอริก หรือแอมฟõโพรติก ขั้นที่ 8 ติดตามผล (Follow-up) 8.1 ครูใหFนักเรียนทำใบงาน เรื่อง คูoกรด-เบส 8.2 ครูประเมินนักเรียนจากพฤติกรรมในชั้นเรียนและใบงานความรูF


63 7. สื่อ/แหลBงการเรียนรู% 7.1 สื่อการเรียนรู% 1. หนังสือเรียนรายวิชาเพิ่มเติมวิทยาศาสตร4 เคมี ม.5 2. ใบงาน เรื่อง คูoกรด-เบส 3. PowerPoint เรื่อง คูoกรด-เบส 4. เกมกลoองจับฉลาก 8. การวัดและประเมินผล จุดประสงค6การเรียนรู% วิธีการวัด เครื่องมือวัด เกณฑ6การประเมิน อธิบายความหมายของคูoกรดเบส และระบุคูoกรด-เบสใน ปฏิกิริยาที่กำหนดใหFไดF (K) - การนำเสนอหนFาชั้นเรียน - ตรวจใบงาน - สังเกตพฤติกรรมการถาม-ตอบ - ใบงาน - แบบประเมิน คุณลักษณะ อันพึงประสงค4 - คะแนนอยูoในระดับ คุณภาพ “ดี” ขึ้นไป เขียนสมการเคมีของคูoกรด-เบส ไดF (P) - การนำเสนอหนFาชั้นเรียน - ตรวจใบงาน - สังเกตพฤติกรรมการถาม-ตอบ - ใบงาน - แบบประเมิน คุณลักษณะ อันพึงประสงค4 - คะแนนอยูoในระดับ คุณภาพ “ดี” ขึ้น ไป ตั้งใจเรียนรูFและแสวงหาความรูF รับผิดชอบตoอหนFาที่ที่ไดFรับ มอบหมาย (A) - สังเกตพฤติกรรมนักเรียนดFาน คุณลักษณะอังพึงประสงค4 - แบบประเมิน คุณลักษณะ อันพึงประสงค4 - คะแนนอยูoในระดับ คุณภาพ “ดี” ขึ้น ไป


64


65 แผนการจัดการเรียนรู%ที่3 กลุBมสาระการเรียนรู%วิทยาศาสตร6และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาป<òที่ 5 หนBวยการเรียนรู%ที่ 10 กรด เบส เวลา 30 ชั่วโมง เรื่อง pH ของสารละลาย เวลา 3 ชั่วโมง ภาคเรียนที่ 2 ป<การศึกษา 2566 ผู%สอน นายธีรภัทร ชื่นใจ 1. มาตารฐาน/ผลการเรียนรู% ผลการเรียนรู% 1. คำนวณคoา pH ความเขFมขFนของไฮโดรเนียมไอออนหรือไฮดรอกไซด4ไอออนของ สารละลายกรดและเบส 2. จุดประสงค6การเรียนรู% 1. บอกความสัมพันธ4ระหวoาง pH กับความเขFมขFนของไฮโดรเนียมไอออนไดF (K) 2. บอกความเปyนกรด-เบสของสารละลายเมื่อทราบ pH ไดF(K) 3. ตรวจสอบคoา pH ของสารละลาย เมื่อทราบความเขFมขFนของไฮโดรเนียมไอออนหรือ ความเขFมขFนของไฮดรอกไซด4ไอออนไดF (P) 4. ตั้งใจเรียนรูFและแสวงหาความรูFรับผิดชอบตoอหนFาที่ที่ไดFรับมอบหมาย (A) 3. สาระการเรียนรู% น้ำบริสุทธิ์ที่อุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียสแตกตัวใหFไฮโดรเนียมไอออนและไฮดรอกไซด4ไอออน ที่มีความเขFมขFนเทoากัน คือ 1.0 × 10-7 โมลตoอลิตรโดยมีคoาคงที่การแตกตัวของน้ำเทoากับ 1.0 × 10-14 เมื่อกรดหรือเบสแตกตัวในน้ำ คoาความเปyนกรด-เบสของสารละลายแสดงไดFดFวยคoา pH ซึ่ง สัมพันธ4กับความเขFมขFนของไฮโดรเนียมไอออน โดยสารละลายกรดมีความเขFมขFนของไฮโดรเนีย ไอออนมากกวoา 1.0 × 10-7 โมลตoอลิตร หรือมีคoา pH นFอยกวoา 7 สoวนสารละลายเบสมีความเขFมขFน ของไฮโดรเนียมไอออนนFอยกวoา 1.0 × 10-7 โมลตoอลิตร หรือมีคoา pH มากกวoา 7 4. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด pH เปyนคoาที่ใชFบอกความเขFมขFนของ H3O+ ในสารละลาย โดยกำหนดใหF pH = -log [H3O+] สารละลายที่มีสมบัติเปyนกรดจะมี pH < 7 สารละลายที่มีสมบัติเปyนกลางจะมี pH = 7 สoวน สารละลายที่มีสมบัติเปyนเปyนจะมี pH > 7


66 ผลคูณของ [H3O+] กับ [OH-] มีคoาเทoากับ 1.0 × 10-14 ซึ่งเปyนคoาคงที่ ที่อุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียส ดังนั้น สารละลายที่มี [H3O+] มาก จะมี [OH-] นFอย สoวนสารละลายที่มี H3O+] นFอย จะมี [OH-] มาก สารละลายที่มี [H3O+] มาก จะมีความเปyนกรดมาก คoา pH จะต่ำ สoวนสารละลายที่มี [H3O+] นFอย จะมีความเปyนกรดนFอย คoา pH จะสูง 5. สมรรถนะสำคัญของผู%เรียนและคุณลักษณะอันพึงประสงค6 สมรรถนะสำคัญของผู%เรียน คุณลักษณะอันพึงประสงค6 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 1) ทักษะการสังเกต 2) ทักษะการสำรวจคFนหา 3) ทักษะการทำงานรoวมกัน 4) ทักษะการวิเคราะห4 5) ทักษะการตีความหมายและลงขFอสรุป 6) ทักษะการลงความเห็นจากขFอมูล 3. ความสามารถในการใชFทักษะชีวิต 1. มีวินัย รับผิดชอบ 2. ใฝ†เรียนรูF 3. มุoงมั่นในการทำงาน 6. กิจกรรมการเรียนรู% แนวคิด/รูปแบบการสอน/วิธีการสอน/เทคนิค : การจัดการเรียนรูFแบบทำนาย สังเกต อธิบาย (POE) ขั้นที่ 1 การแนะนำและสร%างแรงกระตุ%น (orientation and motivation) 1.1 ครูถามคำถาม “เกณฑ4ใดใชFในการเปรียบเทียบความเปyนกรด-เบสของสารละลาย” ใหF นักเรียนรoวมกันตอบคำถาม จากนั้นครูและนักเรียนรoวมกันอภิปราย (แนวตอบ : การเปลี่ยนสีกระดาษลิตมัส โดยกรดจะเปลี่ยนสีกระดาษลิตมัสจากสีน้ำเงินเปyนสี แดง สoวนเบสจะเปลี่ยนสีกระดาษลิตมัสจากสีแดงเปyนสีน้ำเงิน) ขั้นที่ 2 นำเข%าสูBกิจกรรม (Introducing the experiment) 2.1 นักเรียนแบoงกลุoม กลุoมละ 3 คน โดยแตoละกลุoมรoวมกันศึกษา เรื่อง pH ของสารละลาย จากหนังสือเรียนรายวิชาเพิ่มเติมวิทยาศาสตร4 เคมี ม.5 เรื่อง กรด-เบส จากนั้นใหFรoวมกัน อภิปรายเรื่องที่ไดFศึกษาไป จนเกิดความเขFาใจที่ตรงกัน ขั้นที่ 3 การทำนาย (Prediction: the elicitation of students' ideas)


67 3.1 ครูตั้งคำถาม “การระบุคoา PH ของสารละลายสามารถระบุไดFในกรณีที่สารละลายชนิด นั้นเปyนกรดแกoหรือกรดอoอนเทoานั้น เบสอoอนและเบสแกoละบุไมoไดF” ใหFนักเรียนรoวมกัน วิเคราะห4และอภิปรายจากตัวอยoางปฏิกิริยาที่ศึกษา ขั้นที่ 4 อภิปรายผลการทำนาย (discussing their prediction) 4.1 ครูสุoมนักเรียน 1 กลุoม ออกมาแสดงเนื้อหาที่ครุไดFตั้งคำถามไป โดยครูคอยเสริมความรูF ในสoวนที่นักเรียนยังไมoเขFาใจ - ถFาตFองการหาคoาpHของกรด ตFองใชFสูตร pH = -log [H3O+ ] - ถFาตFองการหาคoาpOHของเบส ตFองใชFสูตร pOH = -log [OH- ] ขั้นที่ 5 สังเกตการณ6 (observation) 5.1 ครูใหFนักเรียนสoงตัวแทนแตoละกลุoมออกมาระบุเกี่ยวกับ pH ของสารละลาย ขั้นที่ 6 อธิบาย (Explanation) 6.1 ครูยกตัวอยoางโจทย4เกี่ยวกับ pH ของสารละลาย โดยครูเขียนโจทย4และแสดงวิธีทำใหF นักเรียนดูบนกระดาน ดังนี้ 1) สารละลาย NaOH เขFมขFน 0.5 โมล/ลูกบาศก4เดซิเมตร จะมีคoา pH เทoาใด (กำหนดใหF log 2 = 0.3010) วิธีทำ NaOH เปyนเบสแกo จึงแตกตัวไดFหมด ดังนั้น สารละลาย NaOH 0.5 mol/dm3 จะแตกตัวใหF [OH-] 0.5 mol/dm3 [H3O+][OH-] = 1.0 × 10-14 [H3O+] × 0.5 = 1.0 × 10-14 [H3O+] = 2 × 10-14 สารละลาย NaOH มี [H3O+] = 2 × 10-14 pH = -log [H3O+] = -log(2 × 10-14) = 14 – log2


68 = 14 – 0.3010 = 13.699 ดังนั้น สารละลาย NaOH จะมีคoา pH เทoากับ 13.699 2) สารละลาย KOH มี pH เทoากับ 8 จะมีความเขFมขFนเทoาใด วิธีทำ สารละลาย KOH มี pH เทoากับ 8 จะมี [H3O+] = 10-8 mol/dm3 [H3O+][OH-] = 1.0 × 10-14 10-8 × [OH-] = 1.0 × 10-14 [OH-] = 2 × 10-6 mol/dm3 ดังนั้น สารละลาย KOH มีความเขFมขFน 2 × 10-6 mol/dm3 ขั้นที่ 7 เสนอการอธิบายเชิงวิทยาศาสตร6 (Providing the scientific explanation) 7.1 นักเรียนและครูรoวมกันอภิปรายเพื่อหาขFอสรุปเกี่ยวกับ pH ของสารละลาย ของสาร พรFอมอธิบายเหตุผลทางวิทยาศาสตร4 ดังนี้ - pH เปyนคoาที่ใชFบอกความเขFมขFนของ H3O+ ในสารละลาย โดยกำหนดใหF pH = -log [H3O+] - สารละลายที่มีสมบัติเปyนกรดจะมี pH < 7 สารละลายที่มีสมบัติเปyนกลางจะมี pH = 7 สoวนสารละลายที่มีสมบัติเปyนเปyนจะมี pH > 7 - ผลคูณของ [H3O+] กับ [OH-] มีคoาเทoากับ 1.0 × 10-14 ซึ่งเปyนคoาคงที่ ที่อุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียส ดังนั้น สารละลายที่มี [H3O+] มาก จะมี [OH-] นFอย สoวนสารละลายที่มี H3O+] นFอย จะมี [OH-] มาก - สารละลายที่มี [H3O+] มาก จะมีความเปyนกรดมาก คoา pH จะต่ำ สoวนสารละลายที่มี [H3O+] นFอย จะมีความเปyนกรดนFอย คoา pH จะสูง - pH ของสารละลายอาจมีคoาต่ำกวoา 0 หรือสูงกวoา 14 ก็ไดF ขั้นที่ 8 ติดตามผล (Follow-up) 8.1 ครูใหFนักเรียนทำใบงาน เรื่อง pH ของสารละลาย 8.2 ครูประเมินนักเรียนจากพฤติกรรมในชั้นเรียนและใบงานความรูF 7. สื่อ/แหลBงการเรียนรู% 7.1 สื่อการเรียนรู% 1. หนังสือเรียนรายวิชาเพิ่มเติมวิทยาศาสตร4 เคมี ม.5 2. ใบงาน เรื่อง pH ของสารละลาย 3. PowerPoint เรื่อง pH ของสารละลาย


69 8. การวัดและประเมินผล จุดประสงค6การเรียนรู% วิธีการวัด เครื่องมือวัด เกณฑ6การประเมิน บอกความสัมพันธ4ระหวoาง pH กับความเขFมขFนของไฮโดรเนียม ไอออนไดF (K) - การนำเสนอหนFาชั้นเรียน - ตรวจใบงาน - สังเกตพฤติกรรมการถาม-ตอบ - ใบงาน - แบบประเมิน คุณลักษณะ อันพึงประสงค4 - คะแนนอยูoในระดับ คุณภาพ “ดี” ขึ้นไป บอกความเปyนกรด-เบสของ สารละลายเมื่อทราบ pH ไดF (K) - การนำเสนอหนFาชั้นเรียน - ตรวจใบงาน - สังเกตพฤติกรรมการถาม-ตอบ - ใบงาน - แบบประเมิน คุณลักษณะ อันพึงประสงค4 - คะแนนอยูoในระดับ คุณภาพ “ดี” ขึ้น ไป ตรวจสอบคoา pH ของ สารละลาย เมื่อทราบความ เขFมขFนของไฮโดรเนียมไอออน หรือความเขFมขFนของไฮดรอก ไซด4ไอออนไดF (P) - การนำเสนอหนFาชั้นเรียน - ตรวจใบงาน - สังเกตพฤติกรรมการถาม-ตอบ - ใบงาน - แบบประเมิน คุณลักษณะ อันพึงประสงค4 - คะแนนอยูoในระดับ คุณภาพ “ดี” ขึ้น ไป ตั้งใจเรียนรูFและแสวงหาความรูF รับผิดชอบตoอหนFาที่ที่ไดFรับ มอบหมาย (A) - สังเกตพฤติกรรมนักเรียนดFาน คุณลักษณะอังพึงประสงค4 - แบบประเมิน คุณลักษณะ อันพึงประสงค4 - คะแนนอยูoในระดับ คุณภาพ “ดี” ขึ้น ไป


70


71 แผนการจัดการเรียนรู%ที่4 กลุBมสาระการเรียนรู%วิทยาศาสตร6และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาป<òที่ 5 หนBวยการเรียนรู%ที่ 10 กรด เบส เวลา 30 ชั่วโมง เรื่อง การไทเทรตกรด-เบส เวลา 4 ชั่วโมง ภาคเรียนที่ 2 ป<การศึกษา 2566 ผู%สอน นายธีรภัทร ชื่นใจ 1. มาตารฐาน/ผลการเรียนรู% ผลการเรียนรู% 1. ทดลอง และอธิบายหลักการการไทเทรต และเลือกใชFอินดิเคเตอร4ที่เหมาะสมสำหรับ การไทเทรตกรด-เบส 2. คำนวณปริมาณสารหรือความเขFมขFนของสารละลายกรดหรือเบสจากการไทเทรต 2. จุดประสงค6การเรียนรู% 1. บอกความหมายของการไทเทรต สารละลายมาตรฐาน และจุดสมมูลไดF(K) 2. คำนวณหาปริมาณกรดหรือเบสที่ทำปฏิกิริยาพอดีกัน โดยใชFขFอมูลจากการไทเทรตไดF(K) 3. ทดลองเพื่อศึกษาการไทเทรตหาจุดยุติของปฏิกิริยาระหวoางกรดกับเบสไดF(P) 4. ตั้งใจเรียนรูFและแสวงหาความรูFรับผิดชอบตoอหนFาที่ที่ไดFรับมอบหมาย (A) 3. สาระการเรียนรู% การไทเทรตเปyนเทคนิคในการวิเคราะห4หาปริมาณ หรือความเขFมขFนของสารที่ทำปฏิกิริยา พอดีกัน จุดที่สารทำปฏิกิริยาพอดีกันเรียกวoา จุดสมมูล ในทางปฏิบัติจุดสมมูลของปฏิกิริยาอาจไมo สามารถสังเกตเห็นไดF จึงสังเกตจากการเปลี่ยนสีของอินดิเคเตอร4 เพื่อบอกจุดยุติของการไทเทรต ดังนั้นอินดิเคเตอร4ที่เหมาะสมในการไทเทรตกรด-เบสควรเปyนอินดิเคเตอร4ที่เปลี่ยนสีในชoวง pH ตรง กับหรือใกลFเคียงกับ pH ของสารละลาย ณ จุดสมมูล ปริมาณกรดและเบสที่ทำปฏิกิริยาพอดีกันจากการไทเทรตกรด-เบส สามารถนำไปคำนวณ ความเขFมขFนของกรดหรือเบสที่ตFองการทราบความเขFมขFนไดF 4. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด การไทเทรตเปyนการหาปริมาณกรดและเบสที่ไมoทราบคoาความเขFมขFน โดยการนำมาทำ ปฏิกิริยากับสารละลายมาตรฐานที่ทราบความเขFมขFน ซึ่งอาจเปyนสารละลายกรดหรือเบสก็ไดF จุดยุติ คือ จุดที่อินดิเคเตอร4เปลี่ยนสี


72 จุดสมมูล คือ จุดที่สารละลายกรดและเบสทำปฏิกิริยาพอดีกัน จุดสมมูลจพมีคoาใกลFเคียงจุด ยุติเมื่อเลือกใชFอิเนดิเคเตอร4ที่เหมาะสมในการไทเทรต การไทเทรตระหวoางกรดแกoกับเบสแกo ที่จุดสมมูล pH ของสารละลายมีคoาประมาณ 7 ความ ชันของกราฟมีคoา pH 3-11 เลือกใชFอินดิเคเตอร4ที่เปลี่ยนสีในชoวงนี้ไดFหลายชนิด คือ เมทิลออเรนจ4 เมทิลเรด โบรไทมอลบลู และฟõนอล4ฟทาลีน การไทเทรตระหวoางกรดอoอนกับเบสแกo ที่จุดสมมูล pH ของสารละลายมีคoามากกวoา 7 ความ ชันของกราฟมีคoา pH 7-11 เลือกใชFอินดิเคเตอร4ที่เปลี่ยนสีในชoวงนี้ไดF คือ ฟõนอล4ฟทาลีน การไทเทรตระหวoางกรดแกoกับเบสอoอน ที่จุดสมมูล pH ของสารละลายมีคoานFอยกวoา 7 ความ ชันของกราฟมีคoา pH 3-7 เลือกใชFอินดิเคเตอร4ที่เปลี่ยนสีในชoวงนี้ไดF คือ เมทิลออเรนจ4 เมทิลเรด 5. สมรรถนะสำคัญของผู%เรียนและคุณลักษณะอันพึงประสงค6 สมรรถนะสำคัญของผู%เรียน คุณลักษณะอันพึงประสงค6 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 1) ทักษะการสังเกต 2) ทักษะการสำรวจคFนหา 3) ทักษะการทำงานรoวมกัน 4) ทักษะการวิเคราะห4 5) ทักษะการตีความหมายและลงขFอสรุป 6) ทักษะการลงความเห็นจากขFอมูล 3. ความสามารถในการใชFทักษะชีวิต 1. มีวินัย รับผิดชอบ 2. ใฝ†เรียนรูF 3. มุoงมั่นในการทำงาน 6. กิจกรรมการเรียนรู% แนวคิด/รูปแบบการสอน/วิธีการสอน/เทคนิค : การจัดการเรียนรูFแบบทำนาย สังเกต อธิบาย (POE) ขั้นที่ 1 การแนะนำและสร%างแรงกระตุ%น (orientation and motivation) 1.1 ครูถามคำถาม “การติดตามการทำปฏิกิริยาระหวoางกรด-เบสสามารถทำไดFโดยวิธีการ ใดบFาง” ใหFนักเรียนรoวมกันตอบคำถาม จากนั้นครูและนักเรียนรoวมกันอภิปราย เพื่อนำไปสูo ขั้นสอนตoอไป (แนวตอบ : การไทเทรต) ขั้นที่ 2 นำเข%าสูBกิจกรรม (Introducing the experiment)


73 2.1 นักเรียนแตoละกลุoมศึกษาวิธีการไทเทรตหาจุดยุติของปฏิกิริยาระหวoางกรดแกoกับเบสแกo และสรุปเปyนชาร4จแลป 2.2 นักเรียนแบoงกลุoม กลุoมละ 6 คน เพื่อทำการทดลอง เรื่อง การไทเทรตหาจุดยุติของ ปฏิกิริยาระหวoางกรดแกoกับเบสแกo 2.3 สมาชิกทุกคนในกลุoมชoวยกันลงมือทำการทดลอง ขั้นที่ 3 การทำนาย (Prediction: the elicitation of students' ideas) 3.1 ครูตั้งคำถามใหFนักเรียนรoวมกันอภิปราย “ถFาเราใชFอินดิเคเตอร4ที่ตoางกัน สีของ สารละลายที่จุดยุติจะแตกตoางกันหรือไมo” ขั้นที่ 4 อภิปรายผลการทำนาย (discussing their prediction) 4.1 นักเรียนแตoละกลุoมสoงตัวแทนออกมานำเสนอผลการทดลองหลังจากนั้นใหFนักเรียนทุกคน รoวมกันอภิปรายผลการทดลองจนมีความเขFาใจที่ตรงกัน เชoน “สารละลาย HCl มีสมบัติเปyนกรด เมื่อหยดฟ?นอล4ฟทาลีนลงไปจึงไมoเกิดการ เปลี่ยนสี แตoเมื่อหยด NaOH ลงไป OH- จาก NaOH จะไปทำปฏิกิริยากับ H3O+ จาก HCl สoงผลใหF pH ของสารละลายเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนในตอนทFายของการทดลอง อินดิเคเตอร4จะ เปลี่ยนเปyนสีชมพูอoอน เรียกภาวะนี้วoา จุดยุติ หรือจุดสิ้นสุดการทดลอง ซึ่งจะทราบปริมาตร ของ NaOH ที่ทำปฏิกิริยาพอดีกับ HCl” ขั้นที่ 5 สังเกตการณ6 (observation) 5.1 ครูใหFนักเรียนสังเกตสีของสารละลายหลังจากถึงจุดยุติ โดยใชFอินดิเคเตอร4ที่ตoางชนิดกัน ขั้นที่ 6 อธิบาย (Explanation) 6.1 ครูยกตัวอยoางโจทย4เกี่ยวกับการคำนวณหาความเขFนขFมของสารละลายหลังจากการไทเทรต 6.2 ถFาในน้ำสFมสายชูมีกรดแอซีติกอยูoเพียงชนิดเดียว จะมีวิธีการหาความเขFมขFนของกรดแอ ซีติกไดFอยoางไร (แนวตอบ : การจะทราบวoากรดแอซีติกมีความเขFมขFนเทoาใด จะตFองทำน้ำสFมสายชชูใหFเจือ จางแลFวนำมาไทเทรตกับสารละลายมาตรฐาน NaOH โดยใชFฟ?นอล4ฟทาลีนเปyนอินดิเคเตอร4 เมื่อทราบปริมาตรของสารละลาย NaOH ที่ใชFในการทำปฏิกิริยา ก็จะสามารถนำมา คำนวณหาความเขFมขFนของกรดแอซีติกในน้ำสFมสายชูไดF) ขั้นที่ 7 เสนอการอธิบายเชิงวิทยาศาสตร6 (Providing the scientific explanation) 7.1 นักเรียนและครูรoวมกันอภิปรายเพื่อหาขFอสรุปเกี่ยวกับการไทเทรตกรด-เบสพรFอม อธิบายเหตุผลทางวิทยาศาสตร4 ดังนี้ - จุดสมมูลของการไทเทรตระหวoางสารละลายกรดแกoกับเบสแกo ควรมี pH ประมาณ 7 - จุดสมมูลของการไทเทรตระหวoางสารละลายกรดอoอนกับเบสแกo ควรมี pH มากกวoา 7


74 - จุดสมมูลของการไทเทรตระหวoางสารละลายกรดแกoกับเบสอoอน ควรมี pH นFอยกวoา 7 - จุดสมมูลของการไทเทรตระหวoางสารละลายกรดอoอนกับเบสอoอน อาจมี pH มากกวoา หรือ นFอยกวoา หรือเทoากับ 7 ก็ไดF ขึ้นอยูoกับคoา Ka และ Kb ของกรดกับเบสที่ทำปฏิกิริยากัน” ขั้นที่ 8 ติดตามผล (Follow-up) 8.1 ครูใหFนักเรียนทำใบงาน เรื่อง การไทเทรตกรด-เบส 8.2 ครูประเมินนักเรียนจากพฤติกรรมในชั้นเรียนและใบงานความรูF 7. สื่อ/แหลBงการเรียนรู% 7.1 สื่อการเรียนรู% 1. หนังสือเรียนรายวิชาเพิ่มเติมวิทยาศาสตร4 เคมี ม.5 2. ใบงาน เรื่อง การไทเทรตกรด-เบส 3. PowerPoint เรื่อง การไทเทรตกรด-เบส 8. การวัดและประเมินผล จุดประสงค6การเรียนรู% วิธีการวัด เครื่องมือวัด เกณฑ6การประเมิน บอกความหมายของการ ไทเทรต สารละลายมาตรฐาน และจุดสมมูลไดF (K) - การนำเสนอหนFาชั้นเรียน - ตรวจใบงาน - สังเกตพฤติกรรมการถาม-ตอบ - ใบงาน - แบบประเมิน คุณลักษณะ อันพึงประสงค4 - คะแนนอยูoในระดับ คุณภาพ “ดี” ขึ้นไป คำนวณหาปริมาณกรดหรือเบสที่ ทำปฏิกิริยาพอดีกัน โดยใชFขFอมูล จากการไทเทรตไดF (K) - การนำเสนอหนFาชั้นเรียน - ตรวจใบงาน - สังเกตพฤติกรรมการถาม-ตอบ - ใบงาน - แบบประเมิน คุณลักษณะ อันพึงประสงค4 - คะแนนอยูoในระดับ คุณภาพ “ดี” ขึ้น ไป ทดลองเพื่อศึกษาการไทเทรต หาจุดยุติของปฏิกิริยาระหวoาง กรดกับเบสไดF (P) - การนำเสนอหนFาชั้นเรียน - ตรวจใบงาน - สังเกตพฤติกรรมการถาม-ตอบ - ใบงาน - แบบประเมิน คุณลักษณะ อันพึงประสงค4 - คะแนนอยูoในระดับ คุณภาพ “ดี” ขึ้น ไป ตั้งใจเรียนรูFและแสวงหาความรูF รับผิดชอบตoอหนFาที่ที่ไดFรับ มอบหมาย (A) - สังเกตพฤติกรรมนักเรียนดFาน คุณลักษณะอังพึงประสงค4 - แบบประเมิน คุณลักษณะ อันพึงประสงค4 - คะแนนอยูoในระดับ คุณภาพ “ดี” ขึ้น ไป


75


76 แบบทดสอบทักษะทางวิทยาศาสตร6 กBอนเรียน วิชาเคมี ว32224 ชื่อ-นามสกุล………………………………………………….ชั้น………………………….เลขที่……………………….. คำชี้แจง : ให-นักเรียนเลือกคำตอบที่ถูกต-องที่สุดเพียงข-อเดียว ทั้งหมด 10 ข-อ 20 คะแนน 1. ข+อใดจัดเป1นสารละลายเบส ก. NH3 ข. HCl ค. HNO3 ง. HBr 2. ข+อใดจัดเป1นสารละลายกรด ก. NH3 ข. NaCl ค. H2SO4 ง. NaOH 3. “กรด คือ สารที่ละลายน้ำแล+วแตกตัวให+ไฮโดรเนียม ไอออน” คำกลTาวนี้ตรงกับทฤษฎีกรด-เบสของ นักวิทยาศาสตร[ทTานใด ก. ลาวรี ข. ลิวอิส ค. เบรินสเตด ง. อาร[เรเนียส 4. ข+อใดระบุคูTเบสของสารที่กำหนดให+ได+ถูกต+อง สาร คูIเบส ก. NH3 NH4 + ข. H3O+ H2O ค. H2O OHง. HCO3 - H2CO3 5. สารละลายกรดไฮโดรคลอริกเข+มข+น 10-3 โมล/ลูกบาศก[ เดซิเมตร ปริมาตร 200 ลูกบาศก[เซนติเมตร จะมี pH เทTาใด ก. 1 ข. 3 ค. 5 ง. 9 6. กรดแอซิติก (CH3COOH) เป1นกรดอTอน ข+อใดเขียนสมการ การแตกตัวได+ถูกต-อง ก. CH3COOH ® CH3CO+ + OH- ข. CH3COOH + H2O ® CH3CO- + H3O+ ค. CH3COOH ⇌ H+ + CH3COO ง. CH3COOH + H2O ⇌ H3O+ + CH3COO7. เมื่อนำสารละลายที่มี pH เทTากับ 9 มาหยดอินดิเคเตอร[ช นิดใด สารละลายจึงจะมีสีชมพู ก. เมทิลเรด ข. ฟoนอล[ฟทาลีน ค. คองโกเรด ง. เมทิลออเรนจ[ 8. สารละลายกรดแอซีติก (CH3COOH) มีความเข+มข+นของ H3O+เทTากับ 3.0 × 10-3 mol/L มีคTา pH เทTาใด ก. 2.52 ข. 1.35 ค. 9.45 ง. 6.34 9. ในการไทเทรตสารละลายกรดไนทริก (HNO3) ปริมาตร 25.00 มิลลิลิตร พบวTาทำปฏิกิริยาพอดีกับสารละลาย โพแทสเซียมไฮดรอกไซด[ (KOH) 0.10 โมลตTอลิตร ปริมาตร 20.00 มิลลิลิตร สารละลายกรดไนทริกมีความ เข+มข+นเทTาใด ก. 0.06 ข. 0.08 ค. 0.10 ง. 0.12 10. สารละลาย HCl มีคTา pOH = 10 จงคTาหา pH ของ สารละลายนี้ ก. 1 ข. 2 ค. 3 ง. 4 เฉลย 1. ก $. ค %. ง &. ค 5. ก (. ง 7. ข *. ก 9. ข ,-. ง


77 แบบทดสอบทักษะทางวิทยาศาสตร6 หลังเรียน วิชาเคมี ว32224 ชื่อ-นามสกุล………………………………………………….ชั้น………………………….เลขที่……………………….. คำชี้แจง : ให-นักเรียนเลือกคำตอบที่ถูกต-องที่สุดเพียงข-อเดียว ทั้งหมด 10 ข-อ 20 คะแนน 1. ข+อใดเป1นเบสตามนิยามของเบรินสเตด – ลาวรี ก. สารที่ให+โปรตอนแกTสารอื่น ข. สารที่รับโปรตอนจากสารอื่น ค. สารที่ลายน้ำ แล+วแตกตัวให+ไฮโดรเนียมไอออน ง. สารที่ลายน้ำ แล+วแตกตัวให+ไฮดรอกไซด[ไอออน 2. ข+อใดจัดเป1นสารละลายกรด ก. NH3 ข. NaCl ค. H2SO4 ง. NaOH 3. จากปฏิกิริยา NH3 (aq) + H2O (l) ⇌ NH+4 (aq) + OH- (aq) ข+อใดกลTาวถูกต+อง ก. H2O และ NH4 + ทำหน+าที่เป1นกรด ข. NH3 และ NH4 + ทำหน+าที่เป1นเบส ค. NH3 และ NH4 + ทำหน+าที่เป1นกรด ง. H2O และ OH-ทำหน+าที่เป1นเบส 4. ข+อใดระบุคูTเบสของสารที่กำหนดให+ได+ถูกต+อง สาร คูIเบส ก. NH3 NH4 + ข. H3O+ H2O ค. HCO3 - H2CO3 ง. H2O OH5. สารละลายกรดไฮโดรคลอริกเข+มข+น 10-14 โมล/ลูกบาศก[ เดซิเมตร ปริมาตร 200 ลูกบาศก[เซนติเมตร จะมี pH เทTาใด ก. 12 ข. 13 ค. 11 ง. 14 6. สารละลายเบสอTอนเข+มข+น 0.5 โมล/ลูกบาศก[เดซิเมตร แตกตัวเป1นไอออนได+ร+อยละ 4 จะมี pH เทTากับเทTาใด (กำหนดให+ log 2 = 0.3010) ก. 1.699 ข. 3.010 ค. 12.301 ง. 14.21 7. เมื่อนำสารละลายที่มี pH เทTากับ 9 มาหยดอินดิเคเตอร[ช นิดใด สารละลายจึงจะมีเหลือง ก. เมทิลเรด ข. ฟoนอล[ฟทาลีน ค. คองโกเรด ง. เมทิลออเรนจ[ 8. สารละลาย (NaOH) มีความเข+มข+นของ OH- เทTากับ 3.0 × 10-3 mol/L มีคTา pH เทTาใด ก. 13.39 ข. 14.56 ค. 10.54 ง. 11.53 9. ในการไทเทรตสารละลายกรดไนทริก (HNO3) ปริมาตร 20.00 มิลลิลิตร พบวTาทำปฏิกิริยาพอดีกับสารละลาย โพแทสเซียมไฮดรอกไซด[ (KOH) 0.20 โมลตTอลิตร ปริมาตร 10.00 มิลลิลิตร สารละลายกรดไนทริกมีความ เข+มข+นเทTาใด ก. 0.05 ข. 0.01 ค. 0.12 ง. 0.03 10. สารละลาย HBr มีคTา pOH = 2 จงคTาหา pH ของ สารละลายนี้ ก. 5 ข. 9 ค. 12 ง. 14 เฉลย 1. ข $. ค %. ก &. ง 5. ง (. ค 7. ก *. ก 9. ข ,-. ค


78 ภาคผนวก ค การวิเคราะห6คBาดัชนีความสอดคล%อง (IOC) แผนการจัดการเรียนรู% แบบทดสอบวัดทักษะทางการ เรียนวิทยาศาสตร6


79 แบบประเมินความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา (Content Validity) แผนการจัดการการเรียนรู%แบบทำนาย-สังเกต-อธิบาย (Predict Observe Explain POE) เรื่อง กรด-เบส รายวิชา เคมี รหัสวิชา ว32224 ชั้นมัธยมศึกษาป<ที่ 5 โดยผู%เชี่ยวชาญ คำชี้แจง: 1. แบบประเมินนี้สำหรับผูFเชี่ยวชาญเพื่อใชFประเมินความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหาของแผนการจัดการ การเรียนรูFแบบทำนาย-สังเกต-อธิบาย (Predict Observe Explain POE) เรื่อง กรด-เบส รายวิชา เคมี รหัสวิชา ว32224 ชั้นมัธยมศึกษาป?ที่ 5 ซึ่งจะใชFเปyนเครื่องมือในการเก็บรวบรวมขFอมูลการดำเนินการ วิจัย ประกอบดFวยแผนการจัดการเรียนรูFจำนวน 4แผน ดังนี้ แผนการจัดการเรียนรูFที่ 1 เรื่อง ทฤษฎีกรด-เบส 3 ชั่วโมง แผนการจัดการเรียนรูFที่ 2 เรื่อง คูoกรด-เบส 2 ชั่วโมง แผนการจัดการเรียนรูFที่ 3 เรื่อง pHของสารละลายกรดและเบส 3 ชั่วโมง แผนการจัดการเรียนรูFที่ 4 เรื่อง การไทเทรตกรด-เบส 4 ชั่วโมง 2. ใหFผูFเชี่ยวชาญประเมินความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหาของแผนการจัดการการเรียนรูFโดยพิจารณา จากคoาดัชนีความสอดคลFอง (Index of item Objective Congruence: IOC) ระหวoางจุดประสงค4 การเรียนรูF เนื้อหา กระบวนการจัดการเรียนรูF สื่อการเรียนรูF และการวัดประเมินผลของแตoละแผนการ จัดการเรียนรูFโดยพิจารณาตรวจสอบใหFคะแนน ดังนี้ ใหFคะแนน +1 เมื่อแนoใจวoาองค4ประกอบของแผนการจัดการเรียนรูFเหมาะสมและสอดคลFองกัน ใหFคะแนน 0 เมื่อไมoแนoใจวoางองค4ประกอบของแผนการจัดการเรียนรูFมีความเหมาะสมและ สอดคลFองกัน ใหFคะแนน -1 เมื่อแนoใจวoาองค4ประกอบของแผนการจัดการเรียนรูFไมoเหมาะสมและไมo สอดคลFองกัน ขอขอบพระคุณผู%เชี่ยวชาญมา ณ โอกาสนี้


80 แบบประเมินความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา (Content Validity) แผนการจัดการการเรียนรู%แบบทำนาย-สังเกต-อธิบาย (Predict Observe Explain POE) เรื่อง กรด-เบส รายวิชา เคมี รหัสวิชา ว32224 ชั้นมัธยมศึกษาป<ที่ 5 โดยผู%เชี่ยวชาญ แผนการจัดการเรียนรู%ที่ 1 เรื่อง ทฤษฎีกรด-เบส จำนวน 3 ชั่วโมง ที่ รายการประเมิน ความคิดเห็นของ ผู-เชี่ยวชาญ ∑R IOC คนที่ 1 คนที่ 2 คนที่ 3 1. สาระสำคัญ 1.1 เขียนได+ใจความสำคัญของเรื่อง +1 +1 +1 3 1 1.2 สอดคล+องกับจุดประสงค[การเรียนรู+ +1 +1 +1 3 1 2. จุดประสงค[การเรียนรู+ 2.1 ถูกต+องครอบคลุมเนื้อหา +1 +1 +1 3 1 2.2 สามารถวัดและประเมินได+ +1 +1 +1 3 1 3. สาระการเรียนรู+สอดคล+องกับตัวชี้วัด/จุดประสงค[การเรียนรู+ +1 0 +1 2 0.67 4. กระบวนการจัดการเรียนรู+ 4.1 การจัดกิจกรรมการเรียนรู+เป1นไปตามการจัดการการเรียนรู+แบบ ทำนาย-สังเกต-อธิบาย (Predict Observe Explain POE) +1 +1 +1 3 1 4.2 กิจกรรมการเรียนรู+สอดคล+องกับจุดประสงค[การเรียนรู+และ เนื้อหา/สาระการเรียนรู+ +1 +1 +1 3 1 4.3 กิจกรรมเหมาะสมกับระดับของผู+เรียน +1 +1 +1 3 1 4.4 กิจกรรมสนับสนุนให+ผู+เรียนได+ลงมือปฏิบัติกิจกรรมด+วยตนเอง +1 +1 +1 3 1 4.5 กิจกรรมสTงเสริมผลการเรียนรู+ด+านความรู+ของผู+เรียน +1 +1 +1 3 1 4.6 กิจกรรมสTงเสริมทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร[ของผู+เรียน +1 +1 +1 3 1 4.7 กิจกรรมสTงเสริมให+ผู+เรียนได+แสดงความคิด และนำเสนอผลงาน +1 +1 +1 3 1 4.7 เวลาที่ใช+เพียงพอตTอกิจกรรมการเรียนรู+ 0 +1 +1 2 0.67 5. สื่อการเรียนรู+เหมาะสมกับสาระการเรียนรู+ +1 +1 +1 3 1 6. การวัดและประเมินผล 6.1 การวัดและประเมินผลมีความหลากหลาย +1 +1 0 2 0.67 6.2 วิธีวัดและเครื่องมือวัด สามารถวัดได+ +1 +1 +1 3 1 6.3 ตรงและครบถ+วนตามจุดประสงค[การเรียนรู+ +1 +1 +1 3 1


81 แบบประเมินความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา (Content Validity) แผนการจัดการการเรียนรู%แบบทำนาย-สังเกต-อธิบาย (Predict Observe Explain POE) เรื่อง กรด-เบส รายวิชา เคมี รหัสวิชา ว32224 ชั้นมัธยมศึกษาป<ที่ 5 โดยผู%เชี่ยวชาญ แผนการจัดการเรียนรู%ที่ 2 เรื่อง คูBกรด-เบส จำนวน 2 ชั่วโมง ที่ รายการประเมิน ความคิดเห็นของ ผู-เชี่ยวชาญ ∑R IOC คนที่ 1 คนที่ 2 คนที่ 3 1. สาระสำคัญ 1.1 เขียนได+ใจความสำคัญของเรื่อง +1 +1 +1 3 1 1.2 สอดคล+องกับจุดประสงค[การเรียนรู+ +1 +1 +1 3 1 2. จุดประสงค[การเรียนรู+ 2.1 ถูกต+องครอบคลุมเนื้อหา +1 +1 +1 3 1 2.2 สามารถวัดและประเมินได+ +1 +1 +1 3 1 3. สาระการเรียนรู+สอดคล+องกับตัวชี้วัด/จุดประสงค[การเรียนรู+ +1 +1 +1 3 1 4. กระบวนการจัดการเรียนรู+ 4.1 การจัดกิจกรรมการเรียนรู+เป1นไปตามการจัดการการเรียนรู+แบบ ทำนาย-สังเกต-อธิบาย (Predict Observe Explain POE) +1 +1 +1 3 1 4.2 กิจกรรมการเรียนรู+สอดคล+องกับจุดประสงค[การเรียนรู+และ เนื้อหา/สาระการเรียนรู+ +1 +1 +1 3 1 4.3 กิจกรรมเหมาะสมกับระดับของผู+เรียน +1 +1 0 2 0.67 4.4 กิจกรรมสนับสนุนให+ผู+เรียนได+ลงมือปฏิบัติกิจกรรมด+วยตนเอง +1 +1 +1 3 1 4.5 กิจกรรมสTงเสริมผลการเรียนรู+ด+านความรู+ของผู+เรียน +1 +1 +1 3 1 4.6 กิจกรรมสTงเสริมทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร[ของผู+เรียน +1 +1 +1 3 1 4.7 กิจกรรมสTงเสริมให+ผู+เรียนได+แสดงความคิด และนำเสนอผลงาน +1 +1 +1 3 1 4.7 เวลาที่ใช+เพียงพอตTอกิจกรรมการเรียนรู+ +1 +1 +1 3 1 5. สื่อการเรียนรู+เหมาะสมกับสาระการเรียนรู+ +1 +1 +1 3 1 6. การวัดและประเมินผล 6.1 การวัดและประเมินผลมีความหลากหลาย +1 +1 1 3 1 6.2 วิธีวัดและเครื่องมือวัด สามารถวัดได+ +1 0 +1 2 0.67 6.3 ตรงและครบถ+วนตามจุดประสงค[การเรียนรู+ +1 +1 +1 3 1


82 แบบประเมินความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา (Content Validity) แผนการจัดการการเรียนรู%แบบทำนาย-สังเกต-อธิบาย (Predict Observe Explain POE) เรื่อง กรด-เบส รายวิชา เคมี รหัสวิชา ว32224 ชั้นมัธยมศึกษาป<ที่ 5 โดยผู%เชี่ยวชาญ แผนการจัดการเรียนรู%ที่ 3 เรื่อง pHของสารละลายกรดและเบส จำนวน 3 ชั่วโมง ที่ รายการประเมิน ความคิดเห็นของ ผู-เชี่ยวชาญ ∑R IOC คนที่ 1 คนที่ 2 คนที่ 3 1. สาระสำคัญ 1.1 เขียนได+ใจความสำคัญของเรื่อง +1 +1 +1 3 1 1.2 สอดคล+องกับจุดประสงค[การเรียนรู+ +1 +1 +1 3 1 2. จุดประสงค[การเรียนรู+ 2.1 ถูกต+องครอบคลุมเนื้อหา +1 +1 +1 3 1 2.2 สามารถวัดและประเมินได+ +1 +1 +1 3 1 3. สาระการเรียนรู+สอดคล+องกับตัวชี้วัด/จุดประสงค[การเรียนรู+ 0 +1 +1 2 0.67 4. กระบวนการจัดการเรียนรู+ 4.1 การจัดกิจกรรมการเรียนรู+เป1นไปตามการจัดการการเรียนรู+แบบ ทำนาย-สังเกต-อธิบาย (Predict Observe Explain POE) +1 +1 +1 3 1 4.2 กิจกรรมการเรียนรู+สอดคล+องกับจุดประสงค[การเรียนรู+และ เนื้อหา/สาระการเรียนรู+ +1 +1 +1 3 1 4.3 กิจกรรมเหมาะสมกับระดับของผู+เรียน +1 +1 +1 3 1 4.4 กิจกรรมสนับสนุนให+ผู+เรียนได+ลงมือปฏิบัติกิจกรรมด+วยตนเอง +1 +1 +1 3 1 4.5 กิจกรรมสTงเสริมผลการเรียนรู+ด+านความรู+ของผู+เรียน +1 +1 +1 3 1 4.6 กิจกรรมสTงเสริมทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร[ของผู+เรียน +1 +1 +1 3 1 4.7 กิจกรรมสTงเสริมให+ผู+เรียนได+แสดงความคิด และนำเสนอผลงาน +1 +1 +1 3 1 4.7 เวลาที่ใช+เพียงพอตTอกิจกรรมการเรียนรู+ +1 +1 0 2 0.67 5. สื่อการเรียนรู+เหมาะสมกับสาระการเรียนรู+ +1 +1 +1 3 1 6. การวัดและประเมินผล 6.1 การวัดและประเมินผลมีความหลากหลาย +1 0 +1 2 0.67 6.2 วิธีวัดและเครื่องมือวัด สามารถวัดได+ +1 +1 +1 3 1 6.3 ตรงและครบถ+วนตามจุดประสงค[การเรียนรู+ +1 +1 +1 3 1


83 แบบประเมินความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา (Content Validity) แผนการจัดการการเรียนรู%แบบทำนาย-สังเกต-อธิบาย (Predict Observe Explain POE) เรื่อง กรด-เบส รายวิชา เคมี รหัสวิชา ว32224 ชั้นมัธยมศึกษาป<ที่ 5 โดยผู%เชี่ยวชาญ แผนการจัดการเรียนรู%ที่ 4 เรื่อง การไทเทรตกรด-เบส จำนวน 4 ชั่วโมง ที่ รายการประเมิน ความคิดเห็นของ ผู-เชี่ยวชาญ ∑R IOC คนที่ 1 คนที่ 2 คนที่ 3 1. สาระสำคัญ 1.1 เขียนได+ใจความสำคัญของเรื่อง +1 +1 +1 3 1 1.2 สอดคล+องกับจุดประสงค[การเรียนรู+ +1 +1 +1 3 1 2. จุดประสงค[การเรียนรู+ 2.1 ถูกต+องครอบคลุมเนื้อหา +1 +1 +1 3 1 2.2 สามารถวัดและประเมินได+ +1 +1 +1 3 1 3. สาระการเรียนรู+สอดคล+องกับตัวชี้วัด/จุดประสงค[การเรียนรู+ +1 +1 +1 3 1 4. กระบวนการจัดการเรียนรู+ 4.1 การจัดกิจกรรมการเรียนรู+เป1นไปตามการจัดการการเรียนรู+แบบ ทำนาย-สังเกต-อธิบาย (Predict Observe Explain POE) +1 +1 +1 3 1 4.2 กิจกรรมการเรียนรู+สอดคล+องกับจุดประสงค[การเรียนรู+และ เนื้อหา/สาระการเรียนรู+ +1 +1 +1 3 1 4.3 กิจกรรมเหมาะสมกับระดับของผู+เรียน +1 +1 +1 3 1 4.4 กิจกรรมสนับสนุนให+ผู+เรียนได+ลงมือปฏิบัติกิจกรรมด+วยตนเอง +1 +1 +1 3 1 4.5 กิจกรรมสTงเสริมผลการเรียนรู+ด+านความรู+ของผู+เรียน +1 +1 +1 3 1 4.6 กิจกรรมสTงเสริมทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร[ของผู+เรียน +1 +1 +1 3 1 4.7 กิจกรรมสTงเสริมให+ผู+เรียนได+แสดงความคิด และนำเสนอผลงาน +1 +1 +1 3 1 4.7 เวลาที่ใช+เพียงพอตTอกิจกรรมการเรียนรู+ 0 +1 +1 2 0.67 5. สื่อการเรียนรู+เหมาะสมกับสาระการเรียนรู+ +1 +1 +1 3 1 6. การวัดและประเมินผล 6.1 การวัดและประเมินผลมีความหลากหลาย +1 +1 0 2 0.67 6.2 วิธีวัดและเครื่องมือวัด สามารถวัดได+ +1 +1 +1 3 1 6.3 ตรงและครบถ+วนตามจุดประสงค[การเรียนรู+ +1 +1 +1 3 1


84 ตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือของผู%เชี่ยวชาญ การหาคBาดัชนีความสอดคล%องของแบบทดสอบวัดทักษะทางการเรียน เรื่อง กรด-เบส รายวิชา เคมี รหัสวิชา ว32224 ชั้นมัธยมศึกษาป<ที่ 5 (Index of Item Objective Congruence: IOC) เรื่อง กรด-เบส ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาป<ที่ 5 โดยผู%เชี่ยวชาญ ข-อที่ คะแนนของผู-เชี่ยวชาญ รวม คIา IOC แปลผล หมายเหตุ คนที่ 1 คนที่ 2 คนที่ 3 1 +1 +1 +1 3 1 ใช+ได+ - 2 +1 +1 +1 3 1 ใช+ได+ - 3 0 +1 +1 3 0.67 ใช+ได+ - 4 +1 +1 +1 3 1 ใช+ได+ - 5 +1 +1 +1 3 1 ใช+ได+ - 6 +1 +1 +1 3 1 ใช+ได+ - 7 +1 +1 +1 3 1 ใช+ได+ - 8 +1 0 +1 3 0.67 ใช+ได+ - 9 +1 +1 +1 3 1 ใช+ได+ - 10 +1 +1 0 3 0.67 ใช+ได+ - 11 +1 0 +1 3 0.67 ใช+ได+ - 12 +1 +1 +1 3 1 ใช+ได+ - 13 +1 +1 +1 3 1 ใช+ได+ - 14 +1 +1 +1 3 1 ใช+ได+ - 15 +1 +1 +1 3 1 ใช+ได+ - 16 +1 +1 0 3 0.67 ใช+ได+ - 17 0 +1 +1 3 0.67 ใช+ได+ - 18 +1 +1 +1 3 1 ใช+ได+ - 19 +1 +1 +1 3 1 ใช+ได+ - 20 +1 +1 +1 3 1 ใช+ได+ -


85 ภาคผนวก ง ภาพประกอบการวิจัย และผลงานนักเรียน


86 ภาพที่ 1 การทดลองไทเทรตของนักเรียน ภาพที่ 2 การทดลองไทเทรตของนักเรียน


87 ภาพที่ 3 การทดลองไทเทรตของนักเรียน ภาพที่ 4 การทดลองไทเทรตของนักเรียน


88 ภาพที่ 5 ผลการทดลอง ภาพที่ 6 ผลการทดลอง


89 ประวัติผู4วิจัย ชื่อ-สกุล นายธีรภัทร ชื่นใจ วัน เดือน ป<เกิด 26 กุมภาพันธ42545 ที่อยูB 316/24 เวียงพิงค4 5 ตำบลหมากแขFง อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี 41000 เบอร6โทรศัพท6 0634127630 E-mail [email protected] ประวัติการศึกษา สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต%น โรงเรียนอุดรพิชัยรักษ4 อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานีป?การศึกษา 2559 สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนอุดรพิชัยรักษ4อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานีป?การศึกษา 2562 สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะครุศาสตร4 สาขาวิทายาศาสตร4ทั่วไปและ เคมี มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี


Click to View FlipBook Version