ร ะ บ บ ต่ อ ม ไ ร้ ท่ อ
( Endocrine system )
ต่ อ ม ไ ร้ ท่ อ
หมายถึง ต่อมไม่มีท่อ สิ่งที่หลั่งจากต่อมเหล่านี้ เข้าสู่กระแสเลือดไหลเวียน
โดยตรง ไม่ต้องผ่านท่อ ดังนั้นเซลล์ ของต่อมไร้ท่อจะสัมผัสกับหลอดเลือดฝอย
ภายในต่อมอย่างใกล้ชิด ต่อมเหล่านี้ จึงมีเลือดมาเลี้ยงอย่างมากมาย
ต่อมเดียวกันอาจมีทั้งต่อมไร้ท่อและต่อมมีท่ออยู่ด้วยกัน เช่น ตับอ่อน อัณฑะ และ
รังไข่ ตับอ่อนหลั่งน้ำย่อยผ่านท่อไปสู่ดูโอดีนัม และขณะเดียวกันกลุ่มเซลล์ของ
ตับอ่อน (islets of Langerhans ) ก็หลั่งฮอร์โมนสู่กระแสเลือดโดยตรง
อัณฑะก็สร้าง ตัวอสุจิผ่านออกไปทางท่อ แต่ขณะเดียวกันก็มีกลุ่มเซลล์เลย์ดิก
(cells of Leydig) สร้างฮอร์โมนเพศสู่กระแสโลหิต
ต่อมไร้ท่อสร้างสารเคมีซึ่งมักจะเรียกว่า ฮอร์โมน ซึ่งจะไป ควบคุมหรือดัดแปลง
สมรรถภาพของเซลล์ของอวัยวะอื่น ๆ ผลของมันอาจไปกระตุ้นหรือยับยั้งก็ได้
ค ว า ม สำ คั ญ ข อ ง ต่ อ ม ไ ร้ ท่ อ
เ ป็ น ร ะ บ บ ที่ สํ า คั ญ ร ะ บ บ ห นึ่ ง ข อ ง ร่ า ง ก า ย ทำ ห น้ า ที่ ค ว บ คุ ม อ วั ย ว ะ
ภ า ย ใ น ร่ า ง ก า ย ใ ห้ ทำ ง า น ป ร ะ ส า น กั น โ ด ย อ า ศั ย ส า ร เ ค มี ที่ เ รี ย ก ว่ า
“ ฮ อ ร์ โ ม น ” ซึ่ ง ฮ อ ร์ โ ม น จ ะ ถู ก ข น ส่ ง ไ ป สู่ อ วั ย ว ะ ทั่ ว ร่ า ง ก า ย แ ต่ จ ะ
อ อ ก ฤ ท ธิ์ ห รื อ มี ผ ล ต่ อ อ วั ย ว ะ แ ล ะ เ ซ ล ล์ บ า ง ตั ว เ ท่ า นั้ น
เคลลี เอลมอร์
ร ะ บ บ ต่ อ ม ไ ร้ ท่ อ
ร ะ บ บ ฮ อ ร์ โ ม น
ต่อมใต้สมอง ต่อมที่อยู่ในตับอ่อน
ต่อมหมวกไต ต่อมเพศ
ต่อมไทรอยด์ ต่อมไทมัส
ต่อมพาราไทรอยด์
ฮ อ ร์ โ ม น โ ป ร เ จ ส เ ต อ โ ร น ฮ อ ร์ โ ม น ไ ท ร อ ก ซิ น
ฮ อ ร์ โ ม น อ อ ก ซี่ โ ท ซิ น ฮ ฮ ร์ โ ม น อี พิ เ น ฟ ริ น
ฮ อ ร์ โ ม น โ ป ร แ ล ค ติ น ฮ อ ร์ โ ม น จ า ก ไ อ ส์ เ ล ต อ อ ฟ
แ ล ง เ ก อ ร์ ฮ า น ส์
1 . ต่ อ ม ใ ต้ ส ม อ ง ( p i t u i t a r y g l a n d )
เ ป็ น ต่ อ ม ที่ มี ข น า ด เ ล็ ก รู ป ร่ า ง ก ล ม อ ยู่ ใ ต้ ส ม อ ง แ บ่ ง เ ป็ น
2 ส่ ว น คื อ ต่ อ ม ใ ต้ ส ม อ ง ส่ ว น ห น้า ( a n t e r i o r p i t u i t a r y
ห รื อ a d e n o h y p o p h y s i s ) แ ล ะ ต่ อ ม ใ ต้ ส ม อ ง ส่ ว น ห ลั ง
( p o s t e r i o r p i t u i t a r y ห รื อ n e u r o h y p o p h y s i s )
เ ป็ น ศู น ย์ ค ว บ คุ ม ใ ห ญ่ ข อ ง ร่ า ง ก า ย
มี ห น้า ที่ สำ คั ญ ห ล า ย อ ย่ า ง เ ช่ น ส ร้ า ง ฮ อ ร์ โ ม น ค ว บ คุ ม
ก า ร เ จ ริ ญ เ ติ บ โ ต ข อ ง ร่ า ง ก า ย แ ล ะ ก ร ะ ดู ก แ ล ะ ส ร้ า ง
ฮ อ ร์ โ ม น ที่ ทำ ใ ห้ ค ว า ม ดั น เ ลื อ ด สู ง ขึ้ น ทำ ใ ห้ ปั ส ส า ว ะ
เ ป็ น ป ก ติ แ ล ะ ก า ร บี บ ตั ว ข อ ง ม ด ลู ก ใ น เ พ ศ ห ญิ ง ข ณ ะ ค ล อ ด
บุ ต ร ด้ ว ย น อ ก จ า ก นี้ ยั ง ทำ ห น้า ที่ ค ว บ คุ ม ก า ร ทำ ง า น ข อ ง
ต่ อ ม ไ ร้ ท่ อ อื่ น ๆ เ ช่ น ต่ อ ม ไ ท ร อ ย ด์ ต่ อ ม ห ม ว ก ไ ต ร ว ม ไ ป
ถึ ง ค ว บ คุ ม ก า ร ทำ ง า น ข อ ง ร ะ บ บ สื บ พั น ธุ์ ข อ ง ค น เ ร า
2. ต่อมหมวกไต (adrenal gland)
เ ป็ น ต่ อ ม ที่ มี รู ป ร่ า ง ค่ อ น ข้ า ง แ บ น ค ล้ า ย ห ม ว ก
ค ร อ บ อ ยู่ ส่ ว น บ น ข อ ง ไ ต แ บ่ ง อ อ ก เ ป็ น 2 ชั้ น
ชั้ น ใ น ส ร้ า ง ฮ อ ร์ โ ม น อ ะ ด รี น า ลิ น ซึ่ ง มี คุ ณ ส ม บั ติ
เ ห มื อ น ส า ร ที่ ห ลั่ ง จ า ก ป ล า ย ป ร ะ ส า ท อั ต โ น มั ติ
โ ด ย จ ะ ก ร ะ ตุ้ น ร่ า ง ก า ย ทุ ก ส่ ว น ใ ห้ เ ต รี ย ม พ ร้ อ ม
ห ล อ ด เ ลื อ ด ทั่ ว ไ ป ห ด ตั ว แ ล ะ ทำ ใ ห้ ค ว า ม ดั น
เ ลื อ ด สู ง ขึ้ น ส่ ว น ชั้ น น อ ก ส ร้ า ง ฮ อ ร์ โ ม น ค ว บ คุ ม
การเผาผลาญอาหาร(cortisol) ตลอดจน
ฮ อ ร์ โ ม น ค ว บ คุ ม ก า ร ดู ด ซึ ม เ ห ลื อ ที่ ไ ต ( a l d o s t e r o n e )
3. ต่อมไทรอยด์ (thyroid gland)
เ ป็ น ต่ อ ม ที่ มี ลั ก ษ ณ ะ เ ป็ น พู 2 พู เ ชื่ อ ม ต่ อ กั น
เ ป็ น ต่ อ ม ที่ อ ยู่ ติ ด กั บ ก ล่ อ ง เ สี ย ง แ ล ะ ห ล อ ด ล ม
ต่ อ ม นี้ จ ะ มี ข น า ด โ ต ขึ้ น ต า ม อ า ยุ เ พ ศ แ ล ะ
ภ า ว ะ โ ภ ช น า ก า ร ทำ ห น้า ที่ ห ลั่ ง ฮ อ ร์ โ ม น ที่ เ รี ย ก ว่ า
ไ ท ร อ ก ซิ น ( t h y r o x i n ) ซึ่ ง มี ค ว า ม สำ คั ญ ต่ อ
ก า ร ค ว บ คุ ม ก า ร เ จ ริ ญ เ ติ บ โ ต ข อ ง ร่ า ง ก า ย
ใ ห้ ดำ เ นิ น ไ ป ไ ด้ อ ย่ า ง เ ห ม า ะ ส ม
4. ต่อมพาราไทรอยด์ (parathyroid gland)
เ ป็ น ต่ อ ม ข น า ด เ ล็ ก มี 2 คู่ อ ยู่ ติ ด กั บ ต่ อ ม ไ ท ร อ ย ด์ ทำ ห น้า ที่ ส ร้ า ง
ฮ อ ร์ โ ม น พ า ร า ฮ อ ร์ โ ม น ที่ ค ว บ คุ ม ป ริ ม า ณ ข อ ง แ ค ล เ ซี ย ม ใ น เ ลื อ ด แ ล ะ
รั ก ษ า ค ว า ม เ ป็ น ก ร ด เ ป็ น ด่ า ง ใ น ร่ า ง ก า ย ใ ห้ อ ยู่ ใ น ร ะ ดั บ ที่ เ ห ม า ะ ส ม
5 . ต่ อ ม ที่ อ ยู่ ใ น ตั บ อ่ อ น
(islets of langerhans)
เ ป็ น ต่ อ ม ที่ ส ร้ า ง ฮ อ ร์ โ ม น อิ น ซู ลิ น
ซึ่ ง มี ห น้ า ที่ ค ว บ คุ ม ป ริ ม า ณ น้ำ ต า ล
ใ น ก ร ะ แ ส เ ลื อ ด ถ้ า ข า ด ฮ อ ร์ โ ม น
ช นิ ด นี้ จ ะ ทำ ใ ห้ เ ป็ น โ ร ค เ บ า ห ว า น
เ พ ร า ะ ไ ม่ ส า ม า ร ถ เ ป ลี่ ย น น้ำ ต า ล
ใ น เ ลื อ ด ใ ห้ เ ป็ น ไ ก ล โ ค เ จ น เ ก็ บ ไ ว้
ใ น ก ล้ า ม เ นื้ อ ห รื อ ใ น ตั บ ไ ด้
6. ต่อมเพศ (Gonads)
คือ รังไข่ (ovary) ในเพศหญิง และอัณฑะ (testis)
ในเพศชาย โดยที่รังไข่ทำหน้าที่ผลิตไข่และสร้าง
ฮอร์โมนเพศ คือ ฮอร์โมนเอสโทรเจนกับฮอร์โมน
โพรเจสเทอโรน เป็ นฮอร์โมนที่ควบคุมเกี่ยวกับลักษณะ
ต่าง ๆ ของเพศหญิง เช่น เสียงเล็กแหลม สะโพกผาย
การขยายใหญ่ของอวัยวะเพศ และเต้านม เป็ นต้น
ส่ ว น อั ณ ฑ ะ ทำ ห น้า ที่ ส ร้ า ง ตั ว อ สุ จิ แ ล ะ ส ร้ า ง ฮ อ ร์ โ ม น
เพศชาย คือ เทสโทสเตอโรน เพื่ อควบคุมลักษณะต่าง ๆ
ของเพศชาย เช่น เสียงแตกห้าว ลูกกระเดือกแหลม
มีขนขึ้ น บริเวณหน้าแข้ง รักแร้ และอวัยวะ เป็ นต้น
7. ต่อมไทมัส
(thymus gland)
เ ป็ น ต่ อ ม ที่ มี รู ป ร่ า ง ค ล้ า ย พี ร ะ มิ ด แ บ น ท า ง ข้ า ง
มี 2 ก ลี บ ข น า ด แ ล ะ รู ป ร่ า ง แ ต ก ต่ า ง กั น ไ ป
ต า ม อ า ยุ มี ข น า ด ใ ห ญ่ ใ น ท า ร ก แ ร ก เ กิ ด แ ล ะ
จ ะ ค่ อ ย ๆ เ ล็ ก ล ง เ มื่ อ เ ริ่ ม เ ข้ า สู่ วั ย ผู้ ใ ห ญ่ ทำ
ห น้า ที่ ค ว บ คุ ม ก า ร ทำ ง า น ข อ ง ร ะ บ ภู มิ คุ้ ม กั น
ข อ ง ร่ า ง ก า ย ก า ร ค ว บ คุ ม ก ล ไ ก ต่ า ง ๆ ข อ ง
ร่ า ง ก า ย ใ ห้ เ ป็ น ป ก ติ นั้ น เ กี่ ย ว ข้ อ ง กั บ ร ะ บ บ
ป ร ะ ส า ท แ ล ะ ร ะ บ บ ต่ อ ม ไ ร้ ท่ อ ที่ ทำ ง า น ร่ ว ม กั น
ก า ร ทำ ง า น ข อ ง ร ะ บ บ ป ร ะ ส า ท นั้ น จ ะ เ กิ ด ขึ้ น อ ย่ า ง ร ว ด เ ร็ ว เ พ ร า ะ มี เ ส้ น ป ร ะ ส า ท
ที่ เ ชื่ อ ม โ ย ง ต่ อ เ นื่ อ ง ต ล อ ด ร่ า ง ก า ย จึ ง ทำ ใ ห้ ก า ร ต อ บ ส น อ ง ต่ อ สิ่ ง เ ร้ า ต่ า ง ๆ
เ ป็ น ไ ป อ ย่ า ง ร ว ด เ ร็ ว แ ต่ ก า ร ทำ ง า น ข อ ง ร ะ บ บ ต่ อ ม ไ ร้ ท่ อ จ ะ เ ป็ น ไ ป อ ย่ า ง ช้ า ๆ
เ พ ร า ะ ต่ อ ม ไ ร้ ท่ อ ไ ม่ มี ท า ง ข น ส่ ง สำ เ ลี ย ง ฮ อ ร์ โ ม น ไ ป ยั ง เ ป้ า ห ม า ย โ ด ย ต ร ง ต้ อ ง
อ า ศั ย ไ ป กั บ ก ร ะ แ ส ห มุ น เ วี ย น ข อ ง โ ล หิ ต ซึ่ ง ต้ อ ง ผ่ า น อ วั ย ว ะ อื่ น ๆ ก่ อ น จ ะ
ถึ ง เ ป้ า ห ม า ย ซึ่ ง ก า ร ทำ ง า น ข อ ง ร่ า ง ก า ย จ ะ มี ข้ อ ดี ที่ ว่ า ถ้ า ไ ม่ ใ ช่ อ วั ย ว ะ ซึ่ ง เ ป็ น
เ ป้ า ห ม า ย ข อ ง ฮ อ ร์ โ ม น แ ล้ ว อ วั ย ว ะ นั้ น ๆ จ ะ ไ ม่ ถู ก ก ร ะ ตุ้ น ดั ง นั้ น ก า ร ค ว บ คุ ม
ก า ร เ จ ริ ญ เ ติ บ โ ต ข อ ง เ ด็ ก ข บ ว น ก า ร เ ม แ ท บ อ ลิ ซึ ม ข อ ง ร่ า ง ก า ย เ ป็ น ต้ น
ฮอร์โมนในระบบต่อมไร้ท่อ
1) ฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน
(Oestrogen and Progesterone)
ฮอร์โมนสองชนิ ดนี้ มีอยู่มากในเพศหญิง
ที่กำลังอุ้มท้อง คือสร้างจากรกที่ห่อหุ้มตัวอ่อน
มีหน้าที่กระตุ้นให้เต้านมเจริญเติบโตและ
ขณะเดียวกันก็เป็นตัวยับยั้งการสร้างน้ำนมด้วย
ฮอร์โมนสองชนิ ดนี้ จะลดจำนวนลงเป็นอันมาก
เมื่อคลอดลูก
หน้าที่ของโปรเจสเตอโรน
โปรเจสเตอโรนจะทำงานร่วมกับฮอร์โมนเอสโตรเจนเพื่อให้ร่างกายของผู้หญิงทำงานเป็นปกติ
และพร้อมสำหรับการตั้งครรภ์ และเมื่อเข้าสู่วัยทองฮอร์โมนนี้ก็จะลดลงไปเองตามธรรมชาติ
• โ ป ร เ จ ส เ ต อ โ ร น จ ะ ไ ป ก ร ะ ตุ้ น ใ ห้ เ ลื อ ด ไ ป เ ลี้ ย ง บ ริ เ ว ณ เ ยื่ อ บุ ม ด ลู ก เ พิ่ ม ขึ้ น เ พื่ อ ใ ห้
เ ยื่ อ โ พ ร ง ม ด ลู ก ห น า แ ล ะ ค ง ตั ว พ ร้ อ ม สำ ห รั บ ไ ข่ ที่ ผ ส ม กั บ อ สุ จิ แ ล้ ว จ ะ ม า ฝั ง ตั ว
แ ต่ ห า ก ไ ม่ มี ก า ร ป ฏิ ส น ธิ โ ป ร เ จ ส เ ต อ โ ร น ก็ จ ะ ล ด ร ะ ดั บ ล ง ทำ ใ ห้ เ ยื่ อ บุ โ พ ร ง ม ด ลู ก
ห ลุ ด ล อ ก อ อ ก ม า ก ล า ย เ ป็ น ป ร ะ จำ เ ดื อ น ใ น ทุ ก ๆ เ ดื อ น
• ข ณ ะ ตั้ ง ค ร ร ภ์ โ ป ร เ จ ส เ ต อ โ ร น จ ะ ยั บ ยั้ ง ม ด ลู ก ไ ม่ ใ ห้ บี บ ตั ว แ ต่ เ มื่ อ ใ ก ล้ ค ล อ ด
โ ป ร เ จ ส เ ต อ โ ร น จ ะ ล ด ป ริ ม า ณ ล ง ม ด ลู ก จึ ง บี บ ตั ว เ พื่ อ ช่ ว ย ใ น ก า ร ค ล อ ด ลู ก
• ข ณ ะ ตั้ ง ค ร ร ภ์ โ ป ร เ จ ส เ ต อ โ ร น จ ะ ช่ ว ย ป รั บ ก า ร ทำ ง า น ข อ ง ร่ า ง ก า ย เ พื่ อ ใ ห้ เ ห ม า ะ กั บ
ก า ร มี ท า ร ก เ ติ บ โ ต อ ยู่ ใ น ค ร ร ภ์ เ ช่ น ก ร ะ ตุ้ น ใ ห้ ผู้ ห ญิ ง ที่ กำ ลั ง ตั้ ง ค ร ร ภ์ ห า ย ใ จ เ ร็ ว ขึ้ น
เ พื่ อ เ พิ่ ม ป ริ ม า ณ อ อ ก ซิ เ จ น เ ข้ า สู่ ร่ า ง ก า ย ช่ ว ย ใ ห้ ข้ อ ต่ อ แ ล ะ เ อ็ น ยื ด ข ย า ย เ พื่ อ ร อ ง รั บ
ก า ร เ ป ลี่ ย น แ ป ล ง ข อ ง ร่ า ง ก า ย แ ล ะ ส รี ร ะ เ มื่ อ ท า ร ก เ ติ บ โ ต ใ น ท้ อ ง แ ม่
2. ฮอร์โมนออกซี่โทซิน
(Oxytocin)
เป็นฮอร์โมนที่สร้างจากต่อมไฮโปธาลามัส
(Hypothalamus) และส่งออกทางต่อม
ใต้สมองส่วนหลัง(Posterior Pituitary Gland)
เข้าสู่กระแสเลือด มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสร้าง
น้ำนมด้วยโดยเป็นตัวกระตุ้นการปล่อยฮอร์โมน
Prolactin จากต่อมใต้สมองส่วนหน้า
(Anterior Pituitary Gland) อีกทีหนึ่ง
เพศหญิงที่ขาดฮอร์โมนนี้ หรือมีไม่เพียงพอ
จะไม่ปล่อยนมจากเต้า มีผลทำให้นมลดลงและ
หยุดการให้นมเร็วขึ้นกว่าปกติ เป็นเพราะขาด
ฮอร์โมน Oxytocin ที่เป็นตัวกระตุ้นการสร้างน้ำนม
หน้าที่ของฮฮร์โมนออกซี่โทซิน
1. กระตุ้นการหดรัดตัวของกล้ามเนื้อเรียบของมดลูกของหญิงมีครรภ์ ในการ
คลอดบุตรในระยะใกล้คลอด จะพบว่ามีออกซิโทซิน รีเซฟเตอร์เพิ่มมากขึ้นอย่างมาก
ซึ่งจะทำให้มีการหดรัดตัวของมดลูกถี่ขึ้นในระยะใกล้คลอด และในระยะคลอด ในขณะ
คลอดถ้ามีการกระตุ้นการถ่ายขยายของ ปากมดลูกจะทำให้มีการหลั่งของออกซิโทซิน
เพิ่มมากขึ้น
2. กระตุ้นการหลั่งน้ำนม (milk ejection) ทำให้กล้ามเนื้อของต่อมน้ำนม
บีบตัวให้หลั่งน้ำนมออกมา เมื่อน้ำนมถูกสร้างขึ้นจะไปเก็บไว้ในถุงน้ำนม ซึ่งเรียกว่า
อะวีโอไล (alveoli) เพื่อเตรียมไว้ให ้ทารก อะวีโอไลจะล้อมรอบด้วยกล้ามเนื้อเรียบ
ที่เรียกว่าเซลล์ไมโออิปิทีเลียม (myoepithelial cell) ซึ่งเป็นเซลล์เป้าหมาย (target cell)
ของออกซิโทซิน ออกซิโทซินจะกระตุ้นให้มีการหดรัดตัว ของกล้ามเนื้อเรียบนี้
ทำให้น้ำนมที่สร้างไว้แล้วไหลเข้าไปสู่ท่อน้ำนมเมื่อทารกดูด
3. ฮอร์โมนโปรแลคติน
(Prolactin)
เป็ นฮอร์โมนที่สร้างจากต่อมใต้สมองส่วนหน้า (Anterior Pituitary Gland)
ทำหน้าที่ควบคุมการสร้างน้ำนมโดยตรง ฮอร์โมนนี้ จะไปกระตุ้นให้น้ำย่อย
ในเซลล์ของ Alveoli ทำการเปลี่ยนวัตถุดิบธาตุอาหาร(Precursors) ที่ได้
จากเลือด มาสังเคราะห์ขึ้ นใหม่เป็ นส่วนประกอบของน้ำนม ถ้าเพศหญิง
สามารถสร้างฮอร์โมนนี้ ได้อย่างสม่ำเสมอ อัตราการสร้างน้ำนมก็จะมากและ
สม่ำเสมอ แต่ถ้าขาดการสร้างน้ำนมก็จะหยุดตามไปด้วย
ห น้า ที่ ข อ ง ฮ อ ร์ โ ม น โ ป ร แ ล ค ติ น
กระตุ้นให้เกิดการสร้างและหลั่งต่อมน้ำนม (lactation) ให้นมบุตร
เพื่ อเลี้ยงลูกอ่อน หลังคลอด โดย PRL มีผลโดยตรงต่อเนื้ อเยื่ อและต้องอาศัย
การออกฤทธิ์ของฮอร์โมนอื่นร่วมด้วย เช่น อีสโทรเจน(estrogen) โพรเจสเทโรน
(progesterone) คอร์ติโคสเตอโรน (corticosterone) และอินซูลิน (insulin)
เมื่อต่อมน้ำนมได้รับฮอร์โมนเหล่านี้ ก่อนแล้ว PRL จึงจะทำให้เกิดการหลั่งน้ำนมได้
อี ก ทั้ ง ก า ร ทำ ง า น ข อ ง โ พ ร แ ล ก ติ น มี ก า ร ทำ ง า น ค ล้ า ย กั บ อ อ ก ซิ โ ท ซิ น
การหลั่งของ PRL ถูกควบคุมโดยโพรแลกทิน รีลิสซิงฮอร์โมน แฟคเตอร์
( p r o l a c t i n r e l e a s i n g h o r m o n e f a c t o r : P R F ) แ ล ะ โ พ ร แ ล ก ทิ น อิ น ฮิ บิ ทิ ง
ฮ อ ร์ โ ม น ( p r o l a c t i n i n h i b i t i n g h o r m o n e : P I F ) จ า ก ไ ฮ โ พ ท า ล า มั ส โ ด ย มี
ก า ร เ ป ลี่ ย น แ ป ล ง ก า ร ห ลั่ ง ต า ม ก า ร เ ป ลี่ ย น แ ป ล ง ข อ ง ฮ อ ร์ โ ม น เ พ ศ ใ น ร อ บ เ ดื อ น
(menstruation cycle)
4. ฮอร์โมนไทรอกซิน (Thyroxin)
เ ป็ น ฮ อ ร์ โ ม น ที่ ส ร้ า ง จ า ก ต่ อ ม ไ ท ร อ ย ด์
( T h y r o i d ) ทำ ห น้า ที่ ค ว บ คุ ม
ก า ร เ ป ลี่ ย น แ ป ล ง ข อ ง อ า ห า ร
ใ น ร่ า ง ก า ย แ ล ะ ก า ร ส ร้ า ง น้ำ น ม ด้ ว ย
ถ้ า ห า ก เ พ ศ ห ญิ ง ส ร้ า ง ฮ อ ร์ โ ม น นี้ อ อ ก
ม า น้อ ย ก า ร ส ร้ า ง น ม ก็ จ ะ น้อ ย ล ง ด้ ว ย
เ พ ศ ห ญิ ง บ า ง ค น อ า จ ใ ห้ น ม เ พิ่ ม ขึ้ น
ไ ด้ โ ด ย ก า ร ใ ห้ ฮ อ ร์ โ ม น T h y r o x i n
ที่ สั ง เ ค ร า ะ ห์ ขึ้ น ม า เ พิ่ ม เ ติ ม ใ น อ า ห า ร
หน้าที่ของฮอร์โมนไทรอกซิน
1 . ก ร ะ ตุ้ น ก า ร เ จ ริ ญ เ ติ บ โ ต ข อ ง ร่ า ง ก า ย โ ด ย ก า ร ทำ ง า น พ ร้ อ ม กั บ โ ก ร ท ฮ อ ร์ โ ม น
(growth hormone:GH) เพื่อเพิ่ มการเจริญเติบโต โดยเฉพาะการเจริญเติบโต
ของระบบประสาท ถ้าขาดไทรอกซิน ในวัยทารกจะทำให้จำนวนเซลล์ประสาทลดลง
แ ล ะ ก า ร ส ร้ า ง เ ยื่ อ เ ซ ล ล์ ป ร ะ ส า ท ( m y e l i n e ) ร อ บ ๆ แ ข น ง ป ร ะ ส า ท ล ด ล ง
ทำให้สมองเจริญช้า (mental retardation) เกิดโรคปัญญาอ่อน อีกทั้งกระดูก
จะเจริญช้า ทำให้มีรูปร่างเล็กและอวัยวะไม่เจริญ
2 . ค ว บ คุ ม ก า ร เ ผ า ผ ล า ญ ส า ร อ า ห า ร ข อ ง ร่ า ง ก า ย โ ด ย ค ว บ คุ ม ข บ ว น ก า ร ส ล า ย โ ม เ ล กุ อ า ห า ร
(catabolism) ซึ่งเป็นขบวนการที่ให้พลังงาน ได้แก่ การเผาผลาญคาร์โบไฮเดรตทำให้
ระดับน้ำตาลในเลือดสูง การเพิ่มการดูดซึมคาร์โบไฮเดรตที่ลำไส้ การกระตุ้นการแตกตัว
ข อ ง โ ป ร ตี น แ ล ะ ก ร ะ ตุ้ น ใ ห้ มี ตั ว รั บ สั ญ ญ า ณ ข อ ง L D L ใ น ตั บ ม า ก ทำ ใ ห้ มี ก า ร ส ร้ า ง
ค อ เ ล ส เ ท อ ร อ ล ใ น ตั บ เ พิ่ ม ม า ก ขึ้ น จึ ง ทำ ใ ห้ ใ ห้ ร ะ ดั บ ไ ข มั น ใ น เ ลื อ ด ล ด น้อ ย ล ง
3.ผลที่ได้จะทำให้มีพลังงานออกมา และเพิ่มอุณหภูมิให้แก่ร่างกาย(calorigeniceffect)
นอกจากนี้ยังควบคุม ขบวนการสังเคราะห์สารอาหารที่เก็บไว้ในร่างกาย (anabolism)
5.ฮอร์โมนอีพิเนฟริน (Epinephrine)
อ ะ ด รี น า ลี น ( A d r e n a l i n e ) ห รื อ อิ พิ เ น ฟ ริ น ( E p i n e p h r i n e )
เ ป็ น ฮ อ ร์ โ ม น ที่ ห ลั่ ง จ า ก ต่ อ ม ห ม ว ก ไ ต เ ป็ น ส า ร แ ห่ ง ค ว า ม โ ก ร ธ
แ ล ะ เ กี่ ย ว เ นื่ อ ง กั บ ก า ร ป้ อ ง กั น ตั ว ร่ า ง ก า ย จ ะ ห ลั่ ง ฮ อ ร์ โ ม น นี้
เ พื่ อ ใ ห้ มี ภ า ว ะ เ ต รี ย ม พ ร้ อ ม ใ ห้ ร่ า ง ก า ย เ ข้ า สู่ ก า ร ต อ บ ส น อ ง ต่ อ
ภ า ว ะ ฉุ ก เ ฉิ น แ ล ะ ก า ร ใ ช้ พ ลั ง ง า น ทำ ใ ห้ ก ล้ า ม เ นื้ อ ห ล อ ด เ ลื อ ด หั ว ใ จ
ทำ ง า น อ ย่ า ง เ ต็ ม ที่ หั ว ใ จ บี บ ตั ว ม า ก ขึ้ น อั ต ร า ก า ร เ ต้ น ข อ ง หั ว ใ จ สู ง ขึ้ น
ค ว า ม ดั น เ ลื อ ด สู ง ขึ้ น แ ล ะ ทำ ใ น สิ่ ง ที่ เ มื่ อ ก่ อ น ไ ม่ ส า ม า ร ถ ทำ ไ ด้ เ ช่ น
เ มื่ อ เ กิ ด เ ห ตุ ไ ฟ ไ ห ม้ จ ะ รี บ วิ่ ง เ ข้ า ไ ป ย ก ข อ ง ห นั ก ใ น บ้ า น อ อ ก ม า ไ ด้
โ ด ย ป ก ติ แ ล้ ว อ ะ ด รี น า ลิ น จ ะ ห ลั่ ง ช่ ว ง ที่ เ ร า ตื่ น เ ต้ น ห รื อ มี ภ า ว ะ ฉุ ก เ ฉิ น
แ ล้ ว จ ะ ล ด ล ง ม า อ ยู่ ใ น ร ะ ดั บ ป ก ติ แ ต่ ถ้ า ห ลั่ ง ม า ก ผิ ด ป ก ติ อ า จ เ กิ ด จ า ก
เนื้องอกที่ต่อมหมวกไต ซึ่งทำให้มีอาการหัวใจเต้นเร็ว ความดันโลหิตสูงเรื้อรังควบคุมได้ยาก
6. ฮอร์โมนจากไอส์เลตออฟแลงเกอร์ฮานส์
ตับอ่อน (Pancreas) ตั้งอยู่ที่ด้านบนซ้าย
ของช่องท้อง โดยวางตัวจากส่วนโค้งของ
ลำไส้เล็กส่วนดูโอดีนัม (Duodenum) ถึง
ม้าม (Spleen) และด้านหลังของกระเพาะ
(Stomach) มีลักษณะค่อนข้างแบน
มีความยาวประมาณ 12 - 15 เซนติเมตร
ตับอ่อนทำหน้าที่ทั้งเป็นต่อมมีท่อ คือ
การสร้างน้ำย่อยไปที่ลำไส้เล็ก และเป็น
ต่อมไร้ท่อสร้างฮอร์โมนที่ทำหน้าที่ในการ
ผลิตฮอร์โมนจะรวมกันเป็นกลุ่มที่มีชื่อว่า
ไอส์เลตออฟแลงเกอร์ฮานส์ (Islets of
Langerhans) มีปริมาณ 1-3 เปอร์เซ็นต์
ของเนื้ อเยื่ อตับอ่อนทั้งหมด
ฮอร์โมนที่สร้างจากไอส์เลตออฟแลงเกอร์ฮานส์
1.ฮอร์โมนอินซูลิน (Insulin)
สร้างจากเบต้าเซลล์ (Beta cell) ซึ่งเป็นเซลล์ที่อยู่รอบนอกของกลุ่มเซลล์ไอส์เลตออฟแลงเกอร์ฮานส์
อวัยวะเป้าหมาย ตับ,กล้ามเนื้อ
หน้าที่ลดระดับน้ำตาลในเลือด (ระดับน้ำตาลในเลือดปกติ 80-100 มิลลิกรัม/100 ลบ.ซม)
โดยเพิ่มการนำกลูโคสเข้าสู่เซลล์กล้ามเนื้อและเซลล์ตับ กระตุ้นให้ตับและเซลล์กล้ามเนื้อ
เปลี่ยนกลูโคสให้เป็นไกลโคเจน(โมเลกุลของคาร์โบไฮเดรตที่สร้างจากกลูโคส)เก็บสะสมไว้ในเซลล์
ถ้าตับอ่อนสร้างฮอร์โมนอินซูลินน้อยทำให้เกิดโรคเบาหวาน
2.ฮอร์โมนกลูคากอน (Glucagon)
สร้างจากแอลฟาเซลล์ (Alpha cell) ซึ่งเป็นส่วนที่อยู่ในและเป็นเซลล์ส่วนใหญ่ของกลุ่มเซลล์
ไอส์เลตออฟแลงเกอร์ฮานส์
อวัยวะเป้าหมาย ตับ,กล้ามเนื้อ
หน้าที่ เพิ่มระดับน้ำตาลในเลือด กระตุ้นให้เซลล์ตับและเซลล์กล้ามเนื้อเปลี่ยนไกลโคเจน
ให้เป็นกลูโคสปล่อยเข้าสู่กระแสเลือด เพิ่มการสังเคราะห์กลูโคสจากกรดอะมิโนและกรดไขมัน
Thank you