The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เรื่องแมวน้อยน่ารัก

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Kasidech Payukkasemsopon, 2024-02-07 03:43:05

เรื่องแมวน้อยน่ารัก

เรื่องแมวน้อยน่ารัก

เรื่องแมวน้อยน่ารัก u


เรามาท าความรู้จักกับแมวกันครับ แมว (ชื่อวิทยาศาสตร์: Felis catus) เป็นสปีชีส์สัตว์เลี้ ยงของสัตว์เลี้ ยงลูกด้วย นมกินเนื้ อขนาดเล็ก[1][2] โดยเป็นแมวสปีชีส์เดียวในวงศ์ Felidae ที่ถูกปรับ เป็นสัตว์เลี้ ยง และมักเรียกเป็น แมวบ้าน เพื่อแยกมันจากสมาชิกที่อยู่ในป่ า[4] แมวเหล่านี้ สามารถอาศัยเป็นแมวบ้าน, แมวฟาร์ม หรือแมวจรได้ แต่แมวประเภท หลังสุดมักอาศัยอยู่อย่างอิสระและหลีกเลี่ยงการติดต่อกับมนุษย์[5] มนุษย์ให้ค่า กับแมวบ้านในฐานะคู่หูและความสามารถในการฆ่าสัตว์ฟันแทะ ส านักจดทะเบียน แมว (cat registries) หลายแห่งยอมรับสายพันธุ์แมวประมาณ 60 สายพันธุ์ [6]


แมวมีกายวิภาคคล้ายกับสปีชีส์วงศ์เสือและแมวอื่น ๆ มันมีร่างกายที่แข็งแรง ยืดหยุ่น, ตอบสนองอย่างรวดเร็ว, ฟันและเล็บคมที่สามารถซ่อนได้เพื่อล่าเหยื่อ ขนาดเล็ก มุมมองกลางคืนกับการรับรู้กลิ่นที่ผ่านการพัฒนา และการสื่อสารของ แมว เช่น การส่งเสียงอย่างเหมียว (meow), เพอร์ (purr), รัว (trill), ฟ่ อ (hiss), ค าราม (growl) และร้องคราง (grunt) เช่นเดียวกันกับภาษากาย เฉพาะของแมว แมวเป็นนักล่าที่มักกระฉับกระเฉงที่สุดในตอนเช้าและค ่า (crepuscular) ซึ่งแม้จะเป็นนักล่าผู้โดดเดี่ยวแต่ก็ยังเป็นสัตว์สังคม มันสามารถ ได้ยินเสียงความถี่ที่เบาหรือดังกว่าที่หูมนุษย์ได้ยิน เช่นเสียงที่หนูและสัตว์เลี้ ยงลูก ด้วยนมขนาดเล็กอื่น ๆ ท า[7] แมวยังสามารถหลั่งและรับรู้ถึงฟีโรโมนด้วย[8] แมวบ้านเพศเมียมักออกลูกประมาณ 2 - 5 ตัวในช่วงฤดูใบไม้ผลิถึงปลายฤดูใบไม้ ร่วง[9] แมวบ้านสามารถเลี้ ยงและจัดแสดงในงานต่าง ๆ ได้ การควบคุมประชากร แมวสามารถท าได้ผ่านการท าหมัน แต่การขยายพันธุ์และการทิ้ งสัตว์เลี้ ยง


ก่อให้เกิดแมวจรจ านวนมากทั่วโลก ซึ่งมีส่วนต่อการสูญพันธุ์ของสปีชีส์ของนก สัตว์ เลี้ ยงลูกด้วยนม และสัตว์เลื้ อยคลานทั้งหมด[10] แมวบ้านเพศเมียมักออกลูกประมาณ 2 - 5 ตัวในช่วงฤดูใบไม้ผลิถึงปลายฤดูใบไม้ ร่วง[9] แมวบ้านสามารถเลี้ ยงและจัดแสดงในงานต่าง ๆ ได้ การควบคุมประชากร แมวสามารถท าได้ผ่านการท าหมัน แต่การขยายพันธุ์และการทิ้ งสัตว์เลี้ ยง ก่อให้เกิดแมวจรจ านวนมากทั่วโลก ซึ่งมีส่วนต่อการสูญพันธุ์ของสปีชีส์ของนก สัตว์ เลี้ ยงลูกด้วยนม และสัตว์เลื้ อยคลานทั้งหมด[10] แมวถูกปรับเป็นสัตว์เลี้ ยงครั้งแรกในตะวันออกใกล้ช่วงประมาณ 7,500 ปีก่อน คริสต์ศักราช[11] เป็นที่เชื่อกันมานานแล้วว่าการเลี้ ยงแมวเริ่มขึ้ นในอียิปต์โบราณ ตั้งแต่ประมาณ 3,100 ปีก่อนคริสต์ศักราช โดยแมวได้รับการเคารพนับถือ [12][13] ข้อมูลเมื่อ 2021 มีการประมาณการว่ามีแมวที่มีเจ้าของประมาณ 220 ล้านตัว และแมวจร 480 ล้านตัวทั่วโลก[14][15] ข้อมูลเมื่อ 2017 แมวบ้านเป็น สัตว์เลี้ ยงยอดนิยมอันดับสองในสหรัฐ โดยมีแมวที่มีเจ้าของ 95.6 ล้านตัว [16][17][18] และประมาณ 42 ล้านครัวเรือนมีแมวอย่างน้อยหนึ่งตัว[19] และ ข้อมูลเมื่อ 2020 ผู้ใหญ่ในสหราชอาณาจักรร้อยละ 26 มีแมวเลี้ ยง โดยมี ประชากรการจัดจ าแนก ดูเพิ่ม: รายชื่อสายพันธุ์แมวแมวเลี้ ยงประมาณ 10.9 ล้านตัว[20]


โดยทั่วไปมีการแบ่งพันธุ์แมวออกเป็น 2 ลักษณะใหญ่ ๆ คือ แมวขนยาว (longhaired cat) และ แมวขนสั้น (shorthaired cats) การแบ่งพันธุ์ ด้วยวิธีนี้ ท าให้จ าแนกแมวออกได้ตามลักษณะพันธุ์ที่จ าเพาะต่าง ๆ กัน การจัด จ าแนกแมวในยุโรปและสหรัฐอเมริกามีการก าหนดมาตรฐานของพันธุ์แมวที่เป็นที่ ยอมรับกัน ทั้งนี้ ลักษณะมาตรฐานของพันธุ์ก็มีการเปลี่ยนแปลงอยู่บ่อย ๆ การใช้ ชื่อเรียกพันธุ์แมวที่แสดงถึงลักษณะของพันธุ์ที่จ าเพาะมีความแตกต่างกันระหว่าง ในยุโรปและสหรัฐอเมริกา และมีบางพันธุ์มีการจัดจ าแนกเฉพาะต่างหากใน สหรัฐอเมริกาเท่านั้น แมวในโลกนี้ มีมากมายหลายพันธุ์ โดยเฉพาะแมวที่เป็นสัตว์เลี้ ยงไม่นับรวมสัตว์ ตระกูลแมว พวกเสือ แมวดาว แมวป่ า หรือสิงโต แมวเลี้ ยงหรือที่เราเรียกว่า Domestic cat นั้นมีวิวัฒนาการมาจากแมวป่ าในธรรมชาติจากหลายภูมิภาค ของโลก ชื่อเรียกพันธุ์แมวที่แตกต่างกันที่เรียกกันทุกวันนี้ เช่น เปอร์เซีย แมวสยาม แมวบาหลี แมวอะบิสซิเนีย และแมวโซมาลี นั้น แสดงถึงถิ่นก าเนิดที่แสดงถึง ภูมิศาสตร์ที่เขาถือก าเนิดมา ในการจัดนิทรรศการที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศอังกฤษ เมื่อปีคริสศักราช 1871 ถือเป็นการเริ่มต้นในการน าเสนอพันธุ์แมวในระดับ นานาชาติ ท าให้ผู้สนใจในแมวมีความตื่นตัว แต่การแสดงในครั้งนั้นส่วนใหญ่เป็น แมวเปอร์เซียและแมวขนสั้นเป็นหลัก


บรรพบุรุษของแมวสายพนัธ ์ุนี้ถูกผสมโดยชาวไวกงิ้มาตั้งแต่2,000 ปีที่แล้วจุดเด่นของมัน คือความงามของขนที่ยาวสลวย ที่มีไว้ป้องกันความหนาวเย็น นอกจากนั้นมันยังเป็ นนักล่าที่ดี อีกด้วย 2. แมวหิมาลายัน (17,250 – 44,850 บาท)


แมวหิมาลายันค่อนข้างคล้ายคลึงกับแมวเปอร์เซีย แต่ลักษณะเด่นของมันคือมีตาสีฟ้า และมีสี ล าตัวที่อ่อน แต่มีสีทึบที่บริเวณใบหน้า เท้า หูและหางแมวสายพนัธ ์ุนี้ถูกผสมขึ้นในช่วงปี 1950 ในอเมริกา มันมีนิสัยว่าง่าย อ่อนโยน เป็ นมิตร และรักสงบ 3. สกอตทิช โฟลด์ (6,900 – 51,750 บาท) จุดเด่นที่สุดของสกอตทิชโฟลด ์ ค ื อใบหูที่พบัลงมาน่ารักไม่เหม ื อนใคร ความแปลกนี้เป็นผลพวง มาจากการกลายพนัธ ์ุทางพนัธุกรรม พวกมันเป็นแมวที่ฉลาด เข้ากบัคนง่ายและพร้อมที่จะเล่น เสมอ นอกจากนั้น จุดเด่นของมันอีก 2 อย่างก็คือ มันชอบยืน 2 ขา และท่านั่งที่แปลกไม่ เหม ื อนแมวสายพนัธ ์ุไหน 4. ปี เตอร์บัลด์ (13,800 – 41,400 บาท)


ปีเตอร์บัลด์หรือที่รู้จักกันในชื่อ ปีเตอร์สเบิร์ก สฟิงซ์ถูกผสมในรัสเซียเมื่อปี1994 จุดเด่นของพวกมันคือมีร่างกาย ที่ผอม หัวยาวและมีหูขนาดใหญ่นอกจากนั้นพวกมันยังเป็ นแมวที่เข้าสังคมได้ง่าย อ่อนโยน และฝึ กง่าย 5. อียิปเตียน โม (17,250 – 51,750 บาท)


ลักษณะของแมวสายพนัธ์ุอียิปต์ชนิดนี้เปลี่ยนไปเล็กน้อยในช่วง 3,000 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่สมยัอียิปต์โบราณ จุดเด่น ของพวกมันคือมีจดุและลวดลายสีด าที่คล้ายกับเสือนั่นเอง 6. เมนคูน (20,700 – 51,750 บาท)


นี่คือหนึ่งในสายพนัธ์ุแมวที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก น ้าหนักของพวกมันอยู่ระหว่าง 5-15 กิโลกรัม และแมวเมนคูน ที่โตเต็มที่ จะมีความยาวได้ถึง 1.23 เมตรแต่ถึงแม้รูปร่างมนัจะดูใหญ่โตน่ากลัวแต่นิสัยของมันค่อนข้างอ่อนโยน และขี้เล่น 7. ลาเปิ ร์ม (6,900 – 69,000 บาท)


หนึ่งในสายพนัธ์ุแมวที่แปลกที่สุด ที่ปรากฏขึ้นในช่วงปี1980 ในสหรัฐอเมริกาจุดเด่นที่เห็นได้ชัดที่สุดก็คือขนของ มันที่มีลักษณะหยิกหยอย และขนของมันไม่ท าให้เกิดอาการแพ้ ลาเปิ ร์มจึงเป็นแมวที่เหมาะที่สุดส าหรับคนที่เป็น ภูมิแพ้ 8. รัสเซียน บลู(13,800 – 69,000 บาท)


หนึ่งในแมวพนัธ์ุขนสั้นที่เป็นทนี่ิยมมากที่สุด และเริ่มเป็นที่รู้จกันอกประเทศรัสเซียเมื่อปี1893 จุดเด่นของมันคือสี ขนเทาน ้าเงินที่เรียบเนียนสวย นอกจากนั้น ยังมีความเชื่อที่ว่าแมวสายพนัธ์ุนี้จะน าโชคดมีาสู่บ้านที่เลี้ยง 9. เซเรนเกติ (20,700 – 69,000 บาท)


ประวัติศาสตร์ของแมวเซเรนเกติ เริ่มต้นมาได้ไม่นาน โดยมันเกิดขึ้นในแคลิฟอร์เนีย เมื่อปี 1994 สายพนัธ์ุของพวก มันถูกพฒันาให้ใหญ่ขึ้น จนมีน ้าหนักมากถึง 8-12 กิโลกรัม มีใบหูที่ใหญ่มีจุดด าตามล าตัวและมีขาที่ยาวมาก 10. เอลฟ์ (ประมาณ 69,000 บาท)


สายพนัธ์ุที่ถูกพฒันามาได้ไม่นานในอเมริกาเมื่อปี2006 โดยเป็ นการผสมกันระหว่าง แมวสฟิ งซ์ และ อเมริกัน เคิร์ล ซึ่งมันดูเป็นกันเองอย่างไม่น่าเชื่อแถมยังฉลาด ซุกซน ขี้สงสัยกระตือรือร้น และซื่อสัตย์ 11. ทอยเกอร์ (17,250 – 103,500 บาท)


เป็นแมวสายพนัธ ์ุขนาดใหญ่ที่มีลักษณะคล้ายเส ื อเพราะทอยเกอร ์ ถูกพฒันาสายพนัธ ์ุมาจากผู้ที่ มีแรงบันดาลใจในการอนุรักษ ์ เส ื อในป่า ดังนั้นจงึไม่แปลกใจที่ช ื่อของมัน ทอยเกอร ์ จะมาจากค า ว่า ไทเกอร์ ที่แปลว่า เสือ นั่นเอง 12. อเมริกัน เคิร์ล (34,500 – 103,500 บาท)


เป็นสายพนัธ์ุที่ถูกพฒันาขึ้นในแคลิฟอร์เนียในปี1981 ลูกแมวอเมริกัน เคิร์ลจะดูไม่ออกว่ามันเป็นพนัธ์ุนี้ จนกระทั่งมันโตเต็มที่ แต่ในช่วงวันที่ 10 เป็นต้นไป คุณจะเริ่มเห็นหูของมันโผล่ขึ้นมาเหมือนกบัเขาเล็กๆ ด้วย ลักษณะเช่นนี้ ท าให้มันเป็ นแมวที่โดนใจใครหลายๆ คน 13. เบงกอล (34,500 – 138,000 บาท)


เป็นการพฒันาข้ามสายพนัธ์มุาจากแมวดาวเอเชียกับแมวบ้าน แมวเบงกอลชื่นชอบในการว่ายน ้าอย่างมากและถึงแม้ ขนาดตัวของมันจะหนัก 4-8 กิโลกรัม แต่มันก็ชอบปีนขึ้นมาบนไหล่เจ้าของๆ มันอยู่บ่อยๆ 14. ซาฟารี (138,000 – 276,000 บาท)


แมวสายพนัธ ์ุหายากที่เกดิจากการผสมข้ามสายพนัธ ์ุระหว่างแมวบ้านและแมวชอฟรัว ซึ่งเป็น แมวป่ าในอเมริกาใต้ โดยการผสมเกิดขึ้นครั้งแรกในสหรัฐอเมริกาเมื่อปี 1970 เพื่อ วัตถุประสงค ์ในการศึกษาโรคมะเร็งเม็ดเล ื อดขาวและน ้าหนักของแมวชนิดนี้หนักถงึ11 กิโลกรัม 15. ขาวมณี (241,500 – 379,500 บาท)


แมวไทยโบราณส่งเข้าประกวด โดยมันถูกพบในบันทึก“ต าราแมว” ที่อยู่ในช่วงปี1350- 1767 ในสยามบ้านเรา โดยเป็นแมวที่ถูกเลี้ยงโดยชนชั้นสูงจุดเด่นของมันค ื อมีสีขาวปลอด และมีตาสองสีโดยในต่างประเทศค่อนข้างหายากมากและมีราคาสูงลิบลิ่ว 16. ชอซี (276,000 – 345,000 บาท)


หนึ่งแมวสายพนัธ ์ุหายากที่สุด โดยมันถูกพฒันาข้ามสายพนัธ ์ุโดยการผสมกนัระหว่างแมวบ้าน และแมวป่าแต่มันเป็นแมวที่เข้ากบัคนได้ง่ายมากและไม่ชอบที่จะอยู่อย่างสันโดษ ชอซีมี ความสุขกบัการได้อยู่กบัมนุษย ์ แมวตัวอ ื่นๆ หร ื อแม้กระทั่งสุนัข 17. คาราคัล (241,500 – 345,000 บาท)


คาราคัลถอ ื เป็นแมวที่มีความเสี่ยงต่อการสูญพนัธ ์ุจุดเด่นของมันค ื อใบหูที่มีลักษณะไม่เหม ื อน แมวพนัธ ์ุไหน เม ื่อหลายปีก่อน แมวสายพนัธ ์ุนี้ถูกเปลี่ยนจากสถานะสัตว ์ป่าเป็นสัตว ์ เลี้ยงพเิศษ นั่นจึงเป็นเหตุผลที่มันมีราคาสูงมาก 18. ซาวันนนาห์ (138,000 – 759,000 บาท)


เป็นสายพนัธ ์ุที่ถูกพฒันามาจากการผสมข้ามสายพนัธ ์ุของแมวเซอวัลแอฟริกนัและแมวบ้าน พวกมันถอ ื ว่าเป็นแมวที่มีขนาดใหญ่ที่สุด โดยมีนา ้หนักเฉลี่ยถงึ15 กโิลกรัม และมีความสูงถงึ 60 เซนติเมตรแมวซาวันนาห ์ เป็นที่รู้จักในเร ื่องของความฉลาด ใจเย็น อยากรู้อยากเห็น และ กระตือรือร้น นอกจากนั้นพวกมันยังชอบอาบน ้าและเดินเล่นอีกด้วย 19. อาชีร่า (759,000 – 3,450,000 บาท)


แมวที่โคตรแพงที่สุด นิยมเลี้ยงโดยไฮโซในต่างประเทศ อาชีรา เป็นแมวที่เกดิจากการผสม ระหว่างแมวเซอวัลแอฟริกนัแมวดาวเอเชียและแมวบ้าน โดยผู้ที่ผสมสายพนัธ ์ุของอาชีร่ากล่าว ว่า มันเป็นแมวที่ไม่ส่งผลต่อคนที่เป็นโรคภูมิแพ้แต่ยังมีข้อถกเถยีงในเร ื่องนอี้ยู่ ที่มา : brightside | เรียบเรียงโดย เพชรมายา


Click to View FlipBook Version