ค ำน ำ ร า ยง าน ผลก า ร ด าเนินง านวิ ธีปฏิบัติที่เป็น เ ลิ ศ Best Pracetice ป ร ะ เภทสถ าน ศึ กษ า การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการบริหารจัดการ และส่งเสริมการเรียนรู้ โดยใช้รูปแบบ PDCA โรงเรียน วัดบางพูน ปีงบประมาณ 2566 ฉบับนี้จัดท าขึ้นเพื่อเป็นแนวทางการบริหารจัดการการบริหารงานโรงเรียน วัดบางพูน ตามกรอบการกระจายอ านาจของกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อให้การท างานอย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล บนพื้นฐานศาสตร์พระราชา ประหยัดเรียบง่ายได้ประโยชน์สูงสุด หลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียง หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะเป็นประโยชน์แก่ผู้พบเห็น และน าไปประยุกต์ใช่ต่อไป โรงเรียนวัดบางพูน
สำรบัญ ความเป็นมา 1 จุดประสงค์ และเป้าหมายการด าเนินการ 4 ขั้นตอนการด าเนินงาน 4 ผลการด าเนินงาน 5 ปัจจัยสู่ความส าเร็จ 35 บทเรียนที่ได้รับ 36 การเผยแพร่และได้รับการยอมรับ 36 เอกสารอ้างอิง 37
1 วิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศของสถำนศึกษำ (Best Pracetice) กำรใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อกำรบริหำรจัดกำรและกำรเรียนรู้ โดยใช้รูปแบบ PDCA โรงเรียนวัดบำงพูน กลุ่มเครือข่ำยส่งเสริมประสิทธิภำพกำรจัดกำรศึกษำ กลุ่มที่ 3 สังกัดส ำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำ ประถมศึกษำปทุมธำนีเขต 1 ประจ ำปีงบประมำณ 2566 1. ควำมเป็นมำ สภำพของปัญหำ และแนวทำงแก้ปัญหำ การบริหารงานในโรงเรียน 4 ฝ่าย ตามกฎกระทรวงซึ่งก าหนดหลักเกณฑ์และวิธีการกระจายอ านาจ การบริหารและการจัดการศึกษา พ.ศ. 2550 อาศัยอ านาจตามความในมาตรา 5 และมาตรา 39 วรรคสองแห่ง พระราชบัญญัติการศึกษา แห่งชาติ พ.ศ. 2542 (ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติฉบับ ที่ 2 พ.ศ.2545) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้“ให้ปลัดกระทรวง ศึกษาธิการหรือเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานพิจารณา ด าเนินการกระจายอ านาจการบริหาร และการจัดการศึกษาในด้านวิชาการด้านงบประมาณ ด้าน การบริหารงานบุคคล และด้านการบริหารทั่วไป ไปยังคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษา หรือสถานศึกษาในอ านาจหน้าที่ของตน แล้วแต่กรณีในเรื่องดังต่อไปนี้” 1. ด้านการบริหารงานวิชาการ มีภาระหน้าที่ 17 อย่างด้วยกันคือ 1.1 การพัฒนาหรือการด าเนินการเกี่ยวกับการให้ความเห็นการพัฒนาสาระหลักสูตรท้องถิ่น 1.2 การวางแผนงานด้านวิชาการ 1.3 การจัดการเรียนการสอนในสถานศึกษา 1.4 การพัฒนาหลักสูตรของ สถานศึกษา 1.5 การพัฒนากระบวนการเรียนรู้1.6 การวัดผล ประเมินผล และด าเนินการเทียบโอนผล การเรียน 1.7 การวิจัยเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาในสถานศึกษา 1.8 การพัฒนาและส่งเสริมให้มีแหล่งเรียนรู้ 1.9 การนิเทศการศึกษา 1.10 การแนะแนว 1.11 การพัฒนาระบบประกันคุณภาพภายในและมาตรฐาน การศึกษา 1.12 การส่งเสริมชุมชนให้มีความเข้มแข็งทางวิชาการ 1.13 การประสานความร่วมมือในการพัฒนา วิชาการกับสถานศึกษาและองค์กรอื่น 1.14 การส่งเสริมและสนับสนุนงานวิชาการแก่บุคคล ครอบครัว องค์กร หน่วยงานสถานประกอบการ และสถาบันอื่นที่จัดการศึกษา 1.15 การจัดท าระเบียบและแนวปฏิบัติเกี่ยวกับ งานด้านวิชาการของสถานศึกษา 1.16 การคัดเลือกหนังสือแบบเรียนเพื่อใช้ในสถานศึกษา 1.17 การพัฒนา และใช้สื่อเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา 2. ด้านการบริหารงานงบประมาณ มีภาระหน้าที่ 22 อย่างด้วยกันคือ 2.1 การจัดท าแผนงบประมาณ และค าขอตั้งงบประมาณเพื่อเสนอต่อปลัดกระทรวงศึกษาธิการ หรือ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐาน แล้วแต่กรณี2.2 การจัดท าแผนปฏิบัติการใช้จ่ายเงินตามที่ได้รับจัดสรรงบประมาณจากส านักงาน
2 คณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐานโดยตรง 2.3 การอนุมัติการใช้จ่ายงบประมาณที่ได้รับจัดสรร 2.4 การขอ โอนและการขอเปลี่ยนแปลงงบประมาณ 2.5 การรายงานผลการเบิกจ่ายงบประมาณ 2.6 การตรวจสอบ ติดตามและรายงานการใช้งบประมาณ 2.7 การตรวจสอบติดตามและรายงานการใช้ผลผลิตจากงบประมาณ 2.8 การระดมทรัพยากรและการลงทุนเพื่อการศึกษา 2.9 การปฏิบัติงานอื่นใดตามที่ได้รับมอบหมายเกี่ยวกับ กองทุนเพื่อการศึกษา 2.10 การบริหารจัดการทรัพยากรเพื่อการศึกษา 2.11 การวางแผนพัสดุ 2.12 การก าหนดรูปแบบรายการ หรือคุณลักษณะเฉพาะของครุภัณฑ์ หรือสิ่งก่อสร้างที่ใช้เงิน งบประมาณ เพื่อเสนอต่อปลัดกระทรวงศึกษาธิการหรือเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานแล้วแต่ กรณี 2.13 การพัฒน าระบบข้อมูลและสารสนเทศเพื่อการจัดท าและจัดหาพัสดุ 2.14 การจัดหาพัสดุ 2.15 การควบคุมดูแล บ ารุงรักษาและจ าหน่ายพัสดุ2.16 การจัดหาผลประโยชน์จากทรัพย์สิน 2.17 การเบิกเงินจากคลัง 2.18 การรับเงิน การเก็บรักษาเงิน และการจ่ายเงิน 2.19 การน าเงินส่งคลัง 2.20 การจัดท าบัญชีการเงิน 2.21 การจัดท ารายงานทางการเงินและงบการเงิน 2.22 การจัดท าหรือจัดหา แบบพิมพ์บัญชี ทะเบียน และรายงาน 3. ด้านการบริหารงานบุคคล มีภาระหน้าที่ 20 อย่างด้วยกันคือ 3.1 การวางแผนอัตราก าลัง 3.2 การจัดสรรอัตราก าลังข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 3.3 การสรรหาและบรรจุแต่งตั้ง 3.4 การ เปลี่ยนต าแหน่งให้สูงขึ้น การย้ายข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 3.5 การด าเนินการเกี่ยวกับการ เลื่อนขั้นเงินเดือน 3.6 การลาทุกประเภท 3.7 การประเมินผลการปฏิบัติงาน 3.8 การด าเนินการทางวินัยและ การลงโทษ 3.9 การสั่งพักราชการและการสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน 3.10 การรายงานการด าเนินการทาง วินัยและการลงโทษ 3.11 การอุทธรณ์และการร้องทุกข์3.12 การออกจากราชการ 3.13 การจัดระบบและการ จัดท าทะเบียนประวัติ 3.14 การจัดท าบัญชีรายชื่อและให้ความเห็นเกี่ยวกับการเสนอขอพระราชทาน เครื่องราชอิสริยาภรณ์ 3.15 การส่งเสริมการประเมินวิทยฐานะข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 3.16 การส่งเสริมและยกย่องเชิดชูเกียรติ3.17 การส่งเสริมมาตรฐานวิชาชีพและจรรยาบรรณวิชาชีพ 3.18 การส่งเสริมวินัย คุณธรรมและจริยธรรมส าหรับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 3.19 การริเริ่มส่งเสริมการขอรับใบอนุญาต 3.20 การพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา การ ด าเ นิ น ก า ร ที่ เ กี่ ย ว กั บ ก า ร บ ริ ห ารง า น บุ ค ค ล ใ ห้ เ ป็ น ไ ป ต า ม ก ฎ ห ม า ย ว่ า ด้ ว ย ก า ร นั้ น 4. ด้านการบริหารงานทั่วไป มีภาระหน้าที่ 21 อย่างด้วยกันคือ 4.1 การพัฒนาระบบและ เครือข่ายข้อมูลสารสนเทศ 4.2 การประสานงานและพัฒนาเครือข่ายการศึกษา 4.3 การวางแผนการ บริหารงานการศึกษา 4.4 งานวิจัยเพื่อพัฒนานโยบายและแผน 4.5 การจัดระบบการบริหารและพัฒนาองค์กร 4.6 การพัฒนามาตรฐานการปฏิบัติงาน 4.7 งานเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา 4.8 การด าเนินงานธุรการ 4.9 การดูแลอาคารสถานที่และสภาพแวดล้อม 4.10 การจัดท าส ามะโนผู้เรียน 4.11 การรับนักเรียน 4.12 การ เสนอความเห็นเกี่ยวกับเรื่องการจัดตั้ง ยุบ รวมหรือเลิกสถานศึกษา 4.13 การประสานการจัดการศึกษาใน
3 ระบบ นอกระบบและตามอัธยาศัย 4 4.14 การระดมทรัพยากรเพื่อการศึกษา4.15 การทัศนศึกษา 4.16 งานกิจการนักเรียน 4.17 การประชาสัมพันธ์งานการศึกษา 4.18 การส่งเสริม สนับสนุนและประสานการ จัดการศึกษาของบุคคล ชุมชน องค์กร หน่วยงานและ สถาบันสังคมอื่นที่จัดการศึกษา 4.19 งานประสาน ราชการกับส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น การรายงานผลการปฏิบัติงาน 4.20 การจัดระบบการควบคุมภายใน หน่วยงาน 4.21 แนวทางการจัดกิจกรรมเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการลงโทษนักเรียน การกระจายอ านาจการบริหารและการจัดการศึกษา ให้ค านึงถึงหลักการดังต่อไปนี้1 ) ความพร้อม และความเหมาะสมในการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษา และสถานศึกษา ที่จะสามารถรับผิดชอบด าเนินการตามขีดความสามารถได้อย่าง มีประสิทธิภาพ 2) ความ สอดคล้องกับกฎหมาย กฎ ระเบียบ ประกาศหรือมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่จะ กระจายอ านาจ 3) ความเป็นเอกภาพด้านมาตรฐานและนโยบายด้านการศึกษา 4) ความเป็นอิสระและความคล่องตัวในการ บริหารและการจัดการศึกษา 5) มุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของชุมชน และผู้มีส่วนได้เสียในพื้นที่ 6) มุ่งให้เกิดผล ส าเร็จแก่สถานศึกษา โดยเน้นการกระจายอ านาจให้แก่สถานศึกษาให้มากที่สุดเพื่อให้สถานศึกษานั้นมีความ เข้มแข็งและความคล่องตัว 7) เพิ่มคุณภาพและประสิทธิภาพให้แก่สถานศึกษา 8) เพื่อให้ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบ ในการด าเนินการเป็นผู้ตัดสินใจในเรื่องนั้นๆ โดยตรง จากความส าคัญดังกล่าวสถานศึกษาในสังกัดของส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน แบ่งขนาดโรงเรียนออกเป็นขนาดเล็ก ขนาดกลาง ขนาดใหญ่ และขนาดใหญ่พิเศษ ต่างมีงานและภาระงานที่ แตกต่างกัน การบริหารงานโรงเรียนให้ประสบความส าเร็จมีปัจจัยที่เกี่ยวข้องมากมาย เช่น 4 M ประกอบด้วย 1) คน (Man) ซึ่งถือว่าเป็นปัจจัยที่ส าคัญที่สุด เพราะจะเกิดขึ้นได้ต้องอาศัยความคิดของคน มีคนเป็น ผู้ด าเนินก าร ห รือจัดก า รท าให้เกิดง านหลาย รูปแบบ เพื่อให้ป ระสบความส าเร็จใน ง านนั้นๆ 2) เงิน (Money) เป็นปัจจัยในการด าเนินบริหารโรงเรียนอีกชนิดหนึ่งที่ต้องน ามาประกอบเพื่อให้เกิด การสนับสนุน การใช้จ่าย ตามกรอบงานของโรงเรียนโดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเรียนรู้ของครู และ นักเรียน ซึ่งแต่ละโรงเรียนได้รับกำรอุดหนุนตำมจ ำนวนนักเรียน 3) วัสดุหรืออุปกรณ์(Material) ซึ่งในการบริหารโรงเรียน ต้องอาศัยวัสดุอุปกรณ์ในการส่งเสริม สนับสนุน บริหารให้มีประสิทธิภาพ เพื่อให้เกิดประสิทธิผลสูงสุด 4) กำรบริหำรจัดกำร Management คือ การให้กลุ่มบุคคลในสถานศึกษามาท างานร่วมกัน เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ร่วมกัน ประกอบด้วยการวางแผน การจัดการองค์กร การสรรบุคลากร การน าหรือสั่ง การ และการควบคุมองค์กรหรือความพยายามที่จะบรรลุวัตถุประสงค์ร่วมกันการจัดการบุคคล ประกอบด้วย การมอบหมายงานตามต าแหน่ง ตลอดจนการจัดวางทรัพยากรบุคคล ทรัพยากรการเงิน ทรัพยากรเทคโนโลยี และทรัพยากรธรรมชาติ ทั้งยังช่วยบริหารให้กับโรงเรียนให้มีความก้าวหน้าด้วย โดยในปีการศึกษา 2565 ข้าพเจ้าได้มารับงานบริหารโรงเรียนวัดบางพูน และปัจจุบันมีจ านวน นักเรียน 962 คน คณะครูและบุคลากรทางการศึกษา รวม 50 คน จ านวนห้องเรียน 32 ห้องเรียน กายภาพ
4 ของห้องเรียนบางส่วนมีความพร้อม บางห้องเรียนไม่มีความพร้อม (ความพร้อมหมายถึงมีโทรทัศน์ในห้องเรียน สามารถเชื่อมต่อกับ IPAD หรือคอมพิวเตอร์ต่างๆ ได้) บางห้องก็มีสภาพคับแคบไม่เอื้อต่อการจัดกิจกรรมการ เรียนรู้ มีจ านวนนักเรียนห้องละ 40 คน โดยเฉพาะห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ และห้องสมุดเครื่อง คอมพิวเตอร์ส าหรับสืบค้นข้อมูลไม่ตอบสนองต่อการใช้งาน (ประกอบกับซอฟแวร์ที่ใช้ในการบริหารจัดการ ไ ม่ ไ ด้ รั บ ก า ร ส่ง เ ส ริ ม ห รื อไ ม่ มี ผู้ น า ที่ จ ะ พั ฒ น าง า น ใ น ร ะ บ บ ใ ห้ มี ป ร ะ สิ ท ธิ ภ าพ ยิ่ง ขึ้ น ไ ป ในการแก้ไขปัญหาข้อจ ากัดดังกล่าว ฝ่ายบริหารของโรงเรียนจึงได้ร่วมกันวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน สภาพปัญหา และโอกาส โดยยึดแนวทางของศาสตร์พระราชา ประหยัดเรียบง่ายได้ประโยชน์สูงสุด ใช้ ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เต็มศักยภาพ ประสานงานเครือข่ายของสถานศึกษา เพื่อสร้างโอกาสความเสมอภาคต่อไป 2. จุดประสงค์และเป้ำหมำยของกำรด ำเนินงำน 2.1 จุดประสงค์ 1) เพื่อจัดหา และหรือส่งเสริมให้สถานศึกษา สามารถเข้าถึง ใช้เทคโนโลยีดิจิตอลเป็นเครื่องมือใน การบริหารงาน 2) เพื่อจัดหา และหรือส่งเสริมให้ครู สามารถใช้สื่อที่เป็นดิจิตอลเป็นเครื่องมือในการจัดกิจกรรมการ เรียนรู้ 3) เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ ประสิทธิผลในการบริหารงาน และการจัดการเรียนรู้ได้เหมาะสมกับ บริบทของสถานศึกษา 2.2 เป้ำหมำย 1) เชิงปริมำณ กลุ่มบริหารวิชาการ กลุ่มบริหารงานบุคคล กลุ่มบริหารทั่วไป และกลุ่มบริหาร งบประมาณ สามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยีได้อย่างเหมาะสม 2) เชิงคุณภำพ กลุ่มบริหารวิชาการ กลุ่มบริหารงานบุคคล กลุ่มบริหารทั่วไป และกลุ่มบริหาร งบประมาณ บริหารงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น อย่างน้อยร้อยละ 80 3.ขั้นตอนกำรด ำเนินงำน (P-Plan) 3.1 ศึกษาบริบท และความต้องการของสถานศึกษา 3.2 วิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อนของสถานศึกษา (D-Do) 3.3 แต่งตั้งคณะกรรมกำรด ำเนินกำร การด าเนินการก้าวไปสู่เป้าหมายของวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ ต้องสามารถแก้ปัญหาในการท างานได้ ทั้งใน
5 เรื่องของการบริหารงานในสถานศึกษา และการจัดการเรียนการสอน โดยศึกษาเอกสาร แนวคิด ทฤษฎีต่างๆ ด าเนินการประสานงานผู้เกี่ยวข้อง โดยจัดท าโครงการต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น โครงการปรับปรุงห้องเรียนทาง คอมพิวเตอร์ โครงการอุดหนุนโรงเรียนวัดบางพูน ต าบลบางพูน อ าเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี เพื่อ จัดท าห้องปฏิบัติการทางคอมพิวเตอร์ โครงการส่งเสริมความเป็นเลิศ โครงการส่งเสริมการจัดการเรียนการ สอน ฯลฯ ตลอดจนประสานงานกับหน่วยงานภายนอกโรงเรียน เช่น เทศบาลต าบลบางพูน องค์การบริหาร ส่วนจังหวัดปทุมธานี กองทุนไฟฟ้าปทุมธานี 2 ในการสนับสนุนการด าเนินการในโครงการต่างๆ ของโรงเรียน โดยที่ผ่านมาโรงเรียนได้รับงบประมาณมา จัดเครื่องคอมพิวเตอร์ในการบริหาร และประกอบการจัดการเรียนรู้ จัดหาซอฟต์แวร์/แพลตฟอร์ม ตามความต้องการใช้งาน จัดอบรมใช้การใช้งาน/จัดท าเอกสารนิเทศการใช้งาน ส่งครูเข้ารับการพัฒนากับหน่วยงานภายใน หรือภายนอก การเสริมสร้างขวัญและก าลังใจ กิจกรรมยกย่อง ชมเชย กิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และขยายผลงาน (C-Check) ประชุมคณะกรรมการบริหารโรงเรียน เพื่อติดตามผลการด าเนินการ และแสวงหาแนวทางในการต่อ ยอดกิจกรรมต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น (A-Act) ประเมินความพึงพอใจของคณะครู นักเรียนและผู้เกี่ยวข้อง และสิ่งที่โรงเรียนได้ด าเนินการตาม โครงการตลอดปีที่ผ่านมา 4.ผลกำรด ำเนินงำน 4.1 ด้ำนฮำร์ดแวร์/อุปกรณ์ 1) รับการสนับสนุนงบประมาณจากเทศบาลต าบลบางพูน 100,000 บาท ปีงบประมาณ 2565 จัดซื้อ Smart Tv จ านวน 8 เครื่อง ส่งผลให้ทุกห้องเรียนเป็น Smart Tv ครบทุกห้องเรียน สามารถใช้อินเทอร์เน็ต และสื่อผสมได้ทุกห้องเรียน
6 ติดตั้ง Smart TV ขนาด 55 นิ้ว ทดแทนของเดิม ปรับปรุงกระดานหน้าชั้นเรียน ให้สามารถซ่อน Smart Tv ได้ และปรับระดับจอ TV ให้อยู่ในระดับ สายตา
7
8 ติดตั้งการประชาสัมพันธ์ กิจกรรมต่างๆของโรงเรียนผ่าน TV ระบบปิด ตามอาคารต่างๆ 2) ขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากเทศบาลต าบลบางพูน จ านวน 150,000 บาท จัดซื้อ Computer ในการสืบค้นข้อมูล จ านวน 9 เครื่อง ปีงบประมาณ 2566
9 3) ได้รับเงินอุดหนุนจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี จ านวน 1,335,750 บาท อยู่ระหว่างการด าเนินการตามระเบียบพัสดุ 2560 ท าสัญญาซื้อขาย และส่งมอบงาน 4) รับเงินอุดหนุนจากกองทุนไฟฟ้าปทุมธานี 2 จัดซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์ จ านวน 29 เครื่องงบประมาณ ทั้งสิ้น 607,300 บาท งบประมาณปี 2567 ผ่านมติที่ประชุมระดับจังหวัด (รอแจ้งสรรจัด)
10 5) ปรับปรุงห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ให้มีความพร้อม รองรับอุปกรณ์ตามข้อ 3
11 4.2 ด้ำนครูหรือบุคลำกร อบรมการใช้งานโปรแกรม Bookmark เพื่อทดแทนระบบเดิมที่เป็นสมุดบันทึกข้อมูล
12 อบรมกำรใช้โปรแกรมวิเครำะห์ข้อสอบ
13 อบรมกำรผลิตสื่อเสมือนจริง โครงกำร Matarverse to school การผลิตโดยใช้โปรแกรม Canva และการตัดต่อสื่อวีดิทัศน์
14 บริกำรระบบกระจำยสัญญำณ Internet ครอบคลุมทุกพื้นที่ของโรงเรียน
15 ติดตั้งระบบกล้องวงจรปิด ตามอาคารและสถานที่ที่เป็นสุดเสี่ยง 4.3 ด้ำนซอฟแวร์ ด้านการบริหารงานโรงเรียน กลุ่มบริหารทั่วไป, งานธุรการ (โปรแกรม SMSS ระบบสนับสนุนการ บริหารจัดการสถานศึกษา) กลุ่มบริหำรวิชำกำร ใช้โปรแกรม Student 2544 และ Student junior เป็นหลักในการบริหารจัดการงานวิชาการ การบันทึก ข้อมูลรายวิชาตามโครงสร้างหลักสูตรของสถานศึกษา งานบุคคล งานทะเบียนวัดผล ให้มีความทันสมัย พอเหมาะสมกับบริบทของสถานศึกษา ลดเวลาในการด าเนินการลง ไม่ก่อให้เกิดความผิดพลาด และเกิด
16 ประสิทธิผลในการด าเนินการ ส่งผลให้ครูและบุคลากรมีเวลาที่จะอยู่กับนักเรียนมากขึ้น และส่งเสริมศักยภาพ นักเรียนให้ไปสู่เป้าหมายของการจัดการศึกษาต่อไป กำรจัดตำรำงเรียน ใช้โปรแกรม กำรจัดตำงสอน TRWIN6.08
17
18 ตำรำง แสดงกำรใช้ห้องเรียน แสดงตำรำงครู
19 แสดงตำรำงนักเรียน กำรบริหำรงำนบุคคล
20 ด้ำนอำคำรสถำนที่
21
22
23 ด้ำนทะเบียนนักเรียน
24 ด้ำนงำนวัดผลกำรศึกษำ
25
26
27 กำรบริหำรงำนห้องสมุด UPC LIBRARY 2007 ระบบช่วยเหลือดูแลนักเรียน ติดตามนักเรียนมาเรียนรายวัน ใช้โปรแกรม SMSS ให้ครูประจ าชั้นตรวจสอบการมาเรียนของ นักเรียน และรายงานเข้ามาในระบบ เพื่อเป็นสารสนเทศในการบริหารต่อไป
28 ด้ำนกำรจัดกำรเรียนรู้ของครู โรงเรียนสนับสนุน ส่งเสริมให้บุคลากรใช้ทรัพยากรที่โรงเรียนสนับสนุนไว้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ประกอบด้วย Smart tv 55 นิ้ว สัญญาณ Wifi เครื่องขยายเสียง ห้องปฏิบัติการทางคอมพิวเตอร์ ห้องสมุด คณะครู และนักเรียนใช้ได้ตามความเหมาะสม และเข้าถึงสื่อประเภทต่างๆ ได้ เช่น โปรแกรม Chat GPT
29 ตัวอย่ำงกำรประยุ กต์ใช้สื่อของครู
30
31
32
33
34 4.3 ผลกำรประเมินควำมพึงพอใจของผู้รับบริกำร n=42 ข้อ รำยกำร ระดับคุณภำพ X S.D. แปลค่า 5 4 3 2 1 1 โรงเรียนก าหนดความส าคัญของเทคโนโลยีมากน้อย เพียงใด 41 1 4.98 .15 มากที่สุด 2 โรงเรียนมีแผนการส่งเสริม สนับสนุนด้านเทคโนโลยี 38 2 2 4.86 .47 มากที่สุด 3 โรงเรียนพัฒนาครูให้มีความรู้ ทักษะด้านเทคโนโลยี มากน้อยเพียงใด 39 3 4.93 .26 มากที่สุด 4 โรงเรียนส่งเสริมให้ครูผลิตสื่อ ด้านเทคโนโลยี เหมาะสม 36 6 4.86 .35 มากที่สุด 5 โรงเรียนจัดหาเทคโนโลยีต่างๆ ไว้บริการครูได้อย่าง เหมาะสมกับบริบทของโรงเรียน 37 2 3 4.81 .55 มากที่สุด 6 โรงเรียนจัดหาโปรแกรมการบริหารงานโรงเรียน 34 6 2 4.76 .53 มากที่สุด ได้เหมาะสมกับบริบท 7 โรงเรียนมีการนิเทศติดตาม ให้ใช้งานโปรแกรม ได้อย่างเหมาะสม 32 6 4 4.67 .65 มากที่สุด 8 โรงเรียนแสวงหา เครื่องข่ายสนับสนุนงานเทคโนโลยี มากน้อยเพียงใด 42 5 0 มากที่สุด 9 โรงเรียนจัดบริการสัญญาณอินเทอร์เน็ตเหมาะสม 40 2 4.95 .22 มากที่สุด 10 ครูสามารถใช้สื่อต่างๆได้อย่างสะดวก และมีคุณภาพ 36 2 1 3 4.69 .84 มากที่สุด 11 นักเรียนมีสมรรถนะด้านเทคโนโลยี เหมาะสมกับวัย 32 8 2 4.71 .55 มากที่สุด 12 โรงเรียนใช้เทคโนโลยีติดต่อสื่อสารกับผู้ปกครอง ได้อย่างเหมาะสม 40 1 1 4.93 .34 มากที่สุด 13 ท่านพอใจในเทคโนโลยีของโรงเรียนเพียงใด 39 3 4.93 .26 มากที่สุด จากตารางข้างต้นพบว่า ระดับความพึงพอใจต่อ การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการบริหารจัดการ และการเรียนรู้ โดยใช้รูปแบบ PDCA โรงเรียนวัดบางพูน อยู่ในระดับมากที่สุด โดยสามารถเรียงค่าเฉลี่ยจาก มากไปหาน้อยตามล าดับคือ โรงเรียนแสวงหา เครื่องข่ายสนับสนุนงานเทคโนโลยีมากน้อยเพียงใด X = 5 ,S.D.=0 รองลงมาได้แก่ โรงเรียนก าหนดความส าคัญของเทคโนโลยีมากน้อยเพียงใด X = 4.98,
35 S.D. = .15 และข้อที่มีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุดคือ โรงเรียนมีการนิเทศติดตาม ให้ใช้งานโปรแกรมได้อย่างเหมาะสม X = 4.67,S.D=.65 หมำยเหตุการแปลค่าเฉลี่ยของระดับความคิดเห็นในการเข้าร่วมโครงการพิจารณาจากค่าเฉลี่ยตามเกณฑ์ ของ เพ็ญแข แสงแก้ว (2541: 205) ดังนี้ ค่ำเฉลี่ย ระดับควำมคิดเห็น 4.21 – 5.00 หมายถึง เหมาะสมมากที่สุด 3.41 – 4.20 หมายถึง เหมาะสมมาก 2.61 – 3.40 หมายถึง เหมาะสมปานกลาง 1.81 – 2.60 หมายถึง เหมาะสมน้อย 1.00 – 1.80 หมายถึง เหมาะสมน้อยที่สุด 5.ปัจจัยสู่ควำมส ำเร็จ 5.1 ภำวะผู้น ำของผู้บริหำร การน าองค์กรไปสู่เป้าหมายถือว่าเป็นหัวใจอันดับต้นๆ ที่ท าให้ทุกคนในองค์กรมองเห็น เป้าหมายร่วมกัน และหล่อหลอมให้ทุกคนในองค์กรเห็นคล้อยตามโดยท างานด้วยใจ 5.2 ทีม กระบวนการท างานให้ประสบความส าเร็จ สู่การท างานอย่างยั่งยืน ลดข้อบกพร่องให้น้อยลง การท างานเป็นทีม ทุกคนล้วนเป็นเจ้าของถือเป็นปัจจัยที่ส าคัญ 5.3 กำรมีส่วนร่วม การมีส่วนร่วมของบุคคลในองค์กร ทั้งผู้บังคับบัญชา รองผู้อ านวยการ ครู นักเรียน ชุมชน ผู้ปกครอง และหน่วยงานองค์กรต่างๆ มีส่วนส าคัญในการเติมเต็มซึ่งกันและกัน และที่ส าคัญส่งเสริมให้รู้จักให้ 5.4 ทรัพยำกร หมายถึงคน อุปกรณ์ งบประมาณ มีความส าคัญ และจ าเป็นอย่างยิ่งที่จะเอื้อให้งานส าเร็จสู่ เป้าหมาย และมีความเป็นเลิศในโอกาสต่อไป 5.5 กำรบริหำรจัดกำร การท างานในทุกส่วนแต่ละกลุ่ม ฝ่าย งานต่างๆ ล้วนมีความส าคัญทั้งสิ้น การบริหารจัดการ
36 ทั้งระบบ ผู้บริหารองค์ต้องวิเคราะห์คน วิเคราะห์งานให้เหมาะสม ท าให้ทุกคนรักในงานของตนเองมองเห็น ประโยชน์ขององค์กรส่วนรวมเป็นหลัก 5.6 กระบวนกำรนิเทศ/กำรเสริมแรง การก ากับติดตาม การนิเทศกระบวนการท างานของกลุ่ม ฝ่าย งาน ตลอดจนการเสริมแรง เพื่อให้กระบวนการท างานเกิดการพัฒนา และเป็นการดึงศักยภาพภายในของตัวบุคคลออกมาให้ได้มากที่สุด 5.7 นโยบำย นโยบายจากหน่วยงานภายนอก โดยเฉพาะจากส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้น พื้นฐาน นโยบายของส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต 1 เป็นแรงพลักดันส าคัญที่ จะส่งเสริมให้การด าเนินของโรงเรียนสู่ความส าเร็จ 6.บทเรียนที่ได้รับ การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการบริหารจัดการและการเรียนรู้ส าหรับโรงเรียนเป็นสิ่งจ าเป็นอย่างยิ่ง และควรมีในการบริหารจัดการให้มีความพอเหมาะกับขนาดของโรงเรียน (พอประมาณ) ลงทุนการจัดซื้อไป มากส่งผลให้สิ้นเปลืองงบประมาณ และเทคโนโลยีเปลี่ยนเร็ว มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา หน่วยงาน หรือบุคคลที่รู้จักวิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อมูลเกิดการเรียนรู้จนสามารถสรุปเป็นองค์ความรู้ ใหม่ได้เร็วกว่า มีคุณภาพสมบูรณ์กว่าจะถือว่าเป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ส่วนในการบริหาร จัดการจ าเป็นต้องอาศัยการท างานเป็นทีมและการสร้างเครือข่ายที่ดีในการส่งเสริมสนับสนุนให้ได้มาซึ่ง งบประมาณ หรือครุภัณฑ์ต่างๆ และบริหารจัดการให้คุ้มค่าบนพื้นฐานแห่งความพอเพียง พอประมาณ อีกทั้ง โรงเรียนควรสร้างบุคลากรรองรับไว้อย่างต่อเนื่อง 7.กำรเผยแพร่และได้รับกำรยอมรับ 7.1 ได้รับการเชิญเป็นวิทยากรไปจัดอบรมเชิงปฏิบัติให้แก่โรงเรียนคลองลาดช้าง ในการใช้งานโปรแกรม การบริหารงานทะเบียนวัดผล 7.2 เผยแพร่ให้กับกลุ่มเครื่องข่ายส่งเสริมประสิทธิภาพการจัดการศึกษา กลุ่มที่ 1 และ 2 7.3 เผยแพร่ในช่องทาง https://www.facebook.com/anusit.sri 7.4 เผยแพร่ในช่องทาง http://bangpoonschool.ac.th/mainpage
37 เอกสำรอ้ำงอิง กระทรวงศึกษาธิการ. 2546. คู่มือกำรบริหำรสถำนศึกษำขั้นพื้นฐำนที่เป็นนิติบุคคล. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์. คณะอาจารย์ผู้สอนรายวิชา GEN 1303-62. 2563. ศำสตร์พระรำชำ ฉบับที่ 6. กรุงเทพมหานคร: วนิดาการพิมพ์ ณิชาภัส ชนาดิศัย. 2554. ศำสตร์พระรำชำ เรื่อง งำนของพระรำชำ. กรุงเทพมหานคร: ส านักพิมพ์ อมรินทร์คอมมิกส์ รุ่ง แก้วแดง. 2546. โรงเรียนนิติบุคคล กรุงเทพมหานคร: ส านักพิมพ์วัฒนาพานิช จ ากัด.
38