ก
ก คำนำ แผนจัดการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์ สำหรับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี จัดทำขึ้นตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ได้ จัดทำขึ้นเพื่อเป็นแนวทางจัดการเรียนการสอน ให้บรรลุตามตัวชี้วัด เพื่อให้นักเรียนมีลักษณะอันพึงประสงค์ตามที่ กำหนด แผนจัดการเรียนรู้เล่มนี้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดีก็ด้วย คำแนะนำจากเพื่อนครู และผู้ที่เกี่ยวข้องทุก ๆ คน จึง ขอขอบพระคุณท่านมา ณ โอกาสนี้ ศิโรจน์ มังคลัง
ข สารบัญ เรื่อง หน้า คำนำ …………………………………………………………………………………………………………………………... ก สารบัญ …………………………………………………………………………………………………………………………. ข เป้าหมายของการจัดการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ ………………………………………………………….. 1 สาระมาตรฐานการเรียนรู้……………………………………………………………………………..………………… 3 สาระมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดชั้นปี ……………………………………………………………………….. 4 โครงสร้างเวลาเรียน ………………………………………………………………………………………………………. 11 คำอธิบายรายวิชาพื้นฐาน ………………………………………………………………………………………………. 15 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 13........................................................................................................... 16 ภาคผนวก ……………………............................................................................................................. 23
1 เป้าหมายของการจัดการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ วิทยาศาสตร์เป็นเรื่องของการเรียนรู้เกี่ยวกับธรรมชาติ โดยมนุษย์ใช้กระบวนการสังเกต สำรวจตรวจสอบ และการทดลองเกี่ยวกับปรากฏการณ์ทางธรรมชาติและนำผลมาจัดระบบ หลักการ แนวคิดและทฤษฎี ดังนั้นการ เรียนการสอนวิทยาศาสตร์จึงมุ่งเน้นให้ผู้เรียนได้เป็นผู้เรียนรู้และค้นพบด้วยตนเองมากที่สุด นั่นคือให้ได้ทั้ง กระบวนการและองค์ความรู้ ตั้งแต่วัยเริ่มแรกก่อนเข้าเรียน เมื่ออยู่ในสถานศึกษาและเมื่อออกจากสถานศึกษาไป ประกอบอาชีพแล้ว การจัดการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ในสถานศึกษามีเป้าหมายสำคัญดังนี้ 1. เพื่อให้เข้าใจหลักการ ทฤษฎีที่เป็นพื้นฐานในวิทยาศาสตร์ 2. เพื่อให้เข้าใจขอบเขต ธรรมชาติและข้อจำกัดของวิทยาศาสตร์ 3. เพื่อให้มีทักษะที่สำคัญในการศึกษาค้นคว้าและคิดค้นทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 4. เพื่อพัฒนากระบวนการคิดและจินตนาการ ความสามารถในการแก้ปัญหาและการจัดการ ทักษะในการสื่อสาร และความสามารถในการตัดสินใจ 5. เพื่อให้ตระหนักถึงความสัมพันธ์ระหว่างวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี มวลมนุษย์และ สภาพแวดล้อมในเชิงที่มีอิทธิพลและผลกระทบซึ่งกันและกัน 6. เพื่อนำความรู้ความเข้าใจในเรื่องวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปใช้ให้เกิดประโยชน์ ต่อสังคมและการดำรงชีวิต 7. เพื่อให้เป็นคนมีจิตวิทยาศาสตร์ มีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมในการใช้วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์ เรียนรู้อะไรในวิทยาศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์มุ่งหวังให้ผู้เรียนได้เรียนรู้วิทยาศาสตร์ ที่เน้นการ เชื่อมโยงความรู้กับ กระบวนการ มีทักษะสำคัญในการค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ โดยใช้ กระบวนการในการสืบเสาะหาความรู้และ แก้ปัญหาที่หลากหลาย ให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ ทุกขั้นตอน มีการทำกิจกรรมด้วยการลงมือปฏิบัติจริงอย่าง หลากหลาย เหมาะสมกับระดับชั้น โดยกำหนดสาระสำคัญ ดังนี้ ✧ วิทยาศาสตร์ชีวภาพ เรียนรู้เกี่ยวกับ ชีวิตในสิ่งแวดล้อม องค์ประกอบของสิ่งมีชีวิต การดำรงชีวิตของ มนุษย์และสัตว์การดำรงชีวิตของพืช พันธุกรรม ความหลากหลายทางชีวภาพ และวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต ✧ วิทยาศาสตร์กายภาพ เรียนรู้เกี่ยวกับ ธรรมชาติของสาร การเปลี่ยนแปลงของสาร การเคลื่อนที่ พลังงาน และคลื่น ✧ วิทยาศาสตร์โลกและอวกาศ เรียนรู้เกี่ยวกับ องค์ประกอบของเอกภพ ปฏิสัมพันธ์ ภายในระบบสุริยะ เทคโนโลยีอวกาศ ระบบโลก การเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยา กระบวนการ เปลี่ยนแปลงลมฟ้าอากาศ และผลต่อ สิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม เทคโนโลยี การออกแบบและเทคโนโลยีเรียนรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีเพื่อการดำรงชีวิต ในสังคม ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ใช้ความรู้และทักษะทางด้านวิทยาศาสตร์คณิตศาสตร์ และศาสตร์อื่น ๆ เพื่อ แก้ปัญหาหรือพัฒนางานอย่างมีความคิดสร้างสรรค์ด้วยกระบวนการออกแบบ เชิงวิศวกรรม เลือกใช้เทคโนโลยีอย่าง เหมาะสมโดยคำนึงถึงผลกระทบต่อชีวิต สังคม และสิ่งแวดล้อม
2 แผนภาพ สาระ มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2560) กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ สาระที่ 2 วิทยาศาสตร์กายภาพ - มาตรฐาน ว 2.1-ว 2.3 สาระที่ 4 เทคโนโลยี - มาตรฐาน ว 4.1-ว 4.2 สาระที่ 3 วิทยาศาสตร์โลกและอวกาศ - มาตรฐาน ว 3.1-ว 3.3 สาระที่ 1 วิทยาศาสตร์ชีวภาพ - มาตรฐาน ว 1.1-ว 1.3
3 สาระและมาตรฐานการเรียนรู้ สาระที่ 1 วิทยาศาสตร์ชีวภาพ มาตรฐาน ว 1.1 เข้าใจความหลากหลายของระบบนิเวศ ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งไม่มีชีวิต กับสิ่งมีชีวิต และ ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ในระบบนิเวศ การถ่ายทอดพลังงาน การ เปลี่ยนแปลงแทนที่ในระบบนิเวศ ความหมายของ ประชากร ปัญหาและผลกระทบที่มีต่อ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แนวทางในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและการแก้ไข ปัญหาสิ่งแวดล้อม รวมทั้งนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ มาตรฐาน ว 1.2 เข้าใจสมบัติของสิ่งมีชีวิต หน่วยพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต การลำเลียงสารเข้า และออกจากเซลล์ ความสัมพันธ์ของโครงสร้าง และหน้าที่ของระบบต่าง ๆ ของสัตว์และมนุษย์ที่ทำงานสัมพันธ์กัน ความสัมพันธ์ของโครงสร้าง และหน้าที่ ของอวัยวะต่างๆ ของพืชที่ทำงานสัมพันธ์กัน รวมทั้งนำ ความรู้ไปใช้ประโยชน์ มาตรฐาน ว 1.3 เข้าใจกระบวนการและความสำคัญของการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม สารพันธุกรรม การ เปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมที่มีผลต่อสิ่งมีชีวิต ความหลากหลาย ทางชีวภาพและวิวัฒนาการของ สิ่งมีชีวิต รวมทั้งนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ สาระที่ 2 วิทยาศาสตร์กายภาพ มาตรฐาน ว 2.1 เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของ สสารกับโครงสร้าง และแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติ ของการเปลี่ยนแปลงสถานะของสสาร การ เกิดสารละลาย และการเกิด ปฏิกิริยาเคมี มาตรฐาน ว 2.2 เข้าใจธรรมชาติของแรงในชีวิตประจำวัน ผลของแรงที่กระทำต่อวัตถุ ลักษณะ การเคลื่อนที่แบบต่าง ๆ ของวัตถุรวมทั้งนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ มาตรฐาน ว 2.3 เข้าใจความหมายของพลังงาน การเปลี่ยนแปลงและการถ่ายโอนพลังงาน ปฏิสัมพันธ์ ระหว่างสสารและพลังงาน พลังงานในชีวิตประจำวัน ธรรมชาติของ คลื่น ปรากฏการณ์ที่ เกี่ยวข้องกับเสียง แสง และคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า รวมทั้ง นำความรู้ไปใช้ประโยชน์ สาระที่3 วิทยาศาสตร์โลก และอวกาศ มาตรฐาน ว 3.1 เข้าใจองค์ประกอบ ลักษณะ กระบวนการเกิด และวิวัฒนาการของเอกภพ กาแล็กซีดาวฤกษ์และระบบสุริยะ รวมทั้งปฏิสัมพันธ์ภายในระบบสุริยะ ที่ส่งผลต่อสิ่งมีชีวิต และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอวกาศ มาตรฐาน ว 3.2 เข้าใจองค์ประกอบและความสัมพันธ์ของระบบโลก กระบวนการเปลี่ยนแปลง ภายในโลก และบน ผิวโลก ธรณีพิบัติภัย กระบวนการเปลี่ยนแปลงลมฟ้า อากาศและภูมิอากาศโลก รวมทั้งผลต่อ สิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม
4 สาระ มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดชั้นปี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 สาระที่ 1 วิทยาศาสตร์ชีวภาพ มาตรฐาน ว 1.1 เข้าใจความหลากหลายของระบบนิเวศ ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งไม่มีชีวิตกับสิ่งมีชีวิตและ ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ในระบบนิเวศ การถ่ายทอดพลังงาน การ เปลี่ยนแปลงแทนที่ในระบบนิเวศ ความหมายของประชากรปัญหาและผลกระทบที่มีต่อ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แนวทางในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและการแก้ไขปัญหา สิ่งแวดล้อมรวมทั้งนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น - - - - สาระที่ 1 วิทยาศาสตร์ชีวภาพ มาตรฐาน ว 1.2 เข้าใจสมบัติของสิ่งมีชีวิต หน่วยพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต การลำเลียงสารผ่านเซลล์ความสัมพันธ์ ของโครงสร้าง และหน้าที่ของระบบต่าง ๆ ของสัตว์และมนุษย์ที่ทำงานสัมพันธ์กัน ความสัมพันธ์ของ โครงสร้าง และหน้าที่ของอวัยวะต่าง ๆ ของพืชที่ทำงานสัมพันธ์กันรวมทั้งนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น ป.4 ว 1.2 ป 4/1 บรรยายหน้าที่ ของราก ลำต้น ใบ และดอกของ พืชดอกโดยใช้ข้อมูลที่รวบรวม ได้ - ส่วนต่าง ๆ ของพืชดอกทำหน้าที่ แตกต่างกัน - รากทำหน้าที่ดูดน้ำและแร่ธาตุขึ้นไป ยังลำต้น - ลำต้นทำหน้าที่ลำเลียงน้ำต่อไปยัง ส่วนต่าง ๆ ของพืช - ใบทำหน้าที่สร้างอาหาร อาหารที่พืช สร้างขึ้นคือน้ำตาลซึ่งจะเปลี่ยนเป็น แป้ง - ดอกทำหน้าที่สืบพันธุ์ ประกอบด้วย ส่วนประกอบต่าง ๆ ได้แก่ กลีบเลี้ยง กลีบดอก เกสรเพศผู้ และเกสรเพศ เมีย ซึ่งส่วนประกอบแต่ละส่วนของ ดอก ทำหน้าที่แตกต่างกัน - พืชที่พบในบริเวณต่าง ๆ เช่น ใกล้โรงเรียน ริม ทะเล ฯลฯ ได้แก่
5 สาระที่ 1 วิทยาศาสตร์ชีวภาพ มาตรฐาน ว 1.3 เข้าใจกระบวนการและความสำคัญของการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม สารพันธุกรรม การเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมที่มีผลต่อสิ่งมีชีวิต ความหลากหลายทางชีวภาพและวิวัฒนาการของ สิ่งมีชีวิต รวมทั้งนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ ท้องถิ่น ป.4 ว 1.3 ป 4/1จำแนกสิ่งมีชีวิตโดยใช้ ความเหมือนและ ความแตกต่างของ ลักษณะของสิ่งมีชีวิตออกเป็นกลุ่มพืช กลุ่มสัตว์ และกลุ่มที่ไม่ใช่พืชและสัตว์ - สิ่งมีชีวิตมีหลายชนิด สามารถ จัดกลุ่มได้โดยใช้ ความเหมือน และความแตกต่างของลักษณะ ต่าง ๆ เช่น กลุ่มพืชสร้างอาหาร เองได้ และเคลื่อนที่ด้วยตนเอง ไม่ได้ กลุ่มสัตว์กินสิ่งมีชีวิตอื่นเป็น อาหารและเคลื่อนที่ได้ กลุ่มที่ ไม่ใช่พืชและสัตว์ เช่น เห็ด รา จุลินทรีย์ - สิ่งมีชีวิตที่พบ บริเวณโรงเรียน ชุมชนโดยรอบ และอื่น ๆ ว 1.3 ป 4/2 จำแนกพืชออกเป็นพืช ดอกและพืชไม่มีดอก โดยใช้การมีดอก เป็นเกณฑ์ โดยใช้ข้อมูล ที่รวบรวมได้ - การจำแนกพืช สามารถใช้การ มีดอกเป็นเกณฑ์ ในการจำแนก ได้เป็นพืชดอกและพืชไม่มีดอก - ข้อมูลพืช และ สัตว์ ที่พบใน บริเวณโรงเรียน ชุมชนโดยรอบ และอื่น ๆ - ว 1.3 ป 4/3จำแนกสัตว์ออกเป็นสัตว์ มีกระดูกสันหลังและสัตว์ไม่มีกระดูก สันหลัง โดยใช้การมีกระดูกสันหลัง เป็นเกณฑ์ โดยใช้ข้อมูลที่รวบรวมได้ -การจำแนกสัตว์ สามารถใช้การมี กระดูกสันหลัง เป็นเกณฑ์ในการ จำแนก ได้เป็นสัตว์มีกระดูกสัน หลังและสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง - สัตว์มีกระดูกสันหลังมีหลาย กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มปลา กลุ่มสัตว์ สะเทินน้ำสะเทินบก กลุ่ม สัตว์เลื้อยคลาน กลุ่มนก และ กลุ่มสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม ซึ่งแต่ ละกลุ่มจะมีลักษณะเฉพาะที่ สังเกตได้ ว 1.3 ป 4/4บรรยายลักษณะเฉพาะที่ สังเกตได้ของสัตว์มีกระดูกสันหลังใน กลุ่มปลา กลุ่มสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก กลุ่มสัตว์เลื้อยคลาน กลุ่มนก และกลุ่ม สัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม และ ยกตัวอย่างสิ่งมีชีวิตในแต่ละกลุ่ม
6 สาระที่ 2 วิทยาศาสตร์กายภาพ มาตรฐาน ว 2.1 เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของสสารกับ โครงสร้างและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะของ สสาร การเกิดสารละลาย และการเกิดปฏิกิริยาเคมี ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ ท้องถิ่น ป.4 ว 2.1 ป 4/1 เปรียบเทียบสมบัติทาง กายภาพด้านความแข็ง สภาพยืดหยุ่น การนำความร้อน และการนำไฟฟ้าของ วัสดุโดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์จาก การทดลองและระบุการนำสมบัติเรื่อง ความแข็ง สภาพยืดหยุ่น การนำความ ร้อน และการนำไฟฟ้าของวัสดุไปใช้ใน ชีวิตประจำวัน ผ่านกระบวนกำรออก แบบชิ้นงาน - วัสดุแต่ละชนิดมีสมบัติทาง กายภาพแตกต่างกัน วัสดุที่มีความ แข็งจะทนต่อแรงขูดขีด วัสดุที่มี สภาพยืดหยุ่นจะเปลี่ยนแปลง รูปร่างเมื่อมีแรงมากระทำและกลับ สภาพเดิมได้ วัสดุที่นำความร้อนจะ ร้อนได้เร็วเมื่อได้รับความร้อน และ วัสดุที่นำไฟฟ้าได้ จะให้ กระแสไฟฟ้าไหลผ่านได้ ดังนั้นจึง อาจนำสมบัติต่าง ๆ มาพิจารณา เพื่อใช้ในกระบวนการออกแบบ ชิ้นงานเพื่อใช้ประโยชน์ใน ชีวิตประจำวัน - วัสดุ/อุปกรณ์ ต่าง ๆ ว 2.1 ป 4/2 แลกเปลี่ยนความคิดกับ ผู้อื่นโดยการอภิปรายเกี่ยวกับสมบัติ ทางกายภาพของวัสดุอย่างมีเหตุผล จากการทดลอง ว 2.1 ป 4/3 เปรียบเทียบสมบัติของ สสารทั้ง 3 สถานะ จากข้อมูลที่ได้จาก การสังเกต มวล การต้องการที่อยู่ รูปร่างและปริมาตรของสสาร - วัสดุเป็นสสารเพราะมีมวลและ ต้องการที่อยู่ สสารมีสถานะเป็น ของแข็ง ของเหลว หรือแก๊ส ของแข็ง มีปริมาตรและรูปร่างคงที่ ของเหลวมีปริมาตรคงที่ แต่มี รูปร่างเปลี่ยนไปตามภาชนะเฉพาะ ส่วนที่บรรจุของเหลว ส่วนแก๊สมี ปริมาตรและรูปร่างเปลี่ยนไปตาม ภาชนะที่บรรจุ ว 2.1 ป 4/4ใช้เครื่องมือเพื่อวัดมวล และปริมาตรของสสารทั้ง 3 สถานะ
7 สาระที่ 2 วิทยาศาสตร์กายภาพ มาตรฐาน ว 2.2 เข้าใจธรรมชาติของแรงในชีวิตประจำวัน ผลของแรงที่กระทำต่อวัตถุ ลักษณะการเคลื่อนที่ แบบต่าง ๆ ของวัตถุ รวมทั้งนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ ท้องถิ่น ป.4 ว 2.2 ป 4/1ระบุผลของ แรงโน้มถ่วงที่มีต่อวัตถุจาก หลักฐานเชิงประจักษ์ - แรงโน้มถ่วงของโลกเป็นแรงดึงดูดที่ โลกกระทำต่อวัตถุ มีทิศทางเข้าสู่ ศูนย์กลางโลก และเป็นแรงไม่สัมผัส แรง ดึงดูดที่โลกกระทำกับวัตถุหนึ่ง ๆ ทำให้ วัตถุตกลงสู่พื้นโลก และทำให้วัตถุมี น้ำหนัก วัดน้ำหนักของวัตถุได้จากเครื่อง ชั่งสปริง น้ำหนักของวัตถุขึ้นกับมวลของ วัตถุโดยวัตถุที่มีมวลมากจะมีน้ำหนัก มาก วัตถุที่มีมวลน้อยจะมีน้ำหนักน้อย - ว 2.2 ป 4/2 ใช้เครื่องชั่ง สปริงในการวัดน้ำหนัก ของวัตถุ ว 2.2 ป 4/3บรรยายมวล ของวัตถุที่มีผลต่อการ เปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่ ของวัตถุจากหลักฐานเชิง ประจักษ์ - มวล คือ ปริมาณเนื้อของสารทั้งหมดที่ ประกอบกันเป็นวัตถุ ซึ่งมีผลต่อความ ยากง่ายในการเปลี่ยนแปลง การเคลื่อนที่ของวัตถุ วัตถุที่มีมวลมาก จะเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่ได้ยากกว่า วัตถุที่มีมวลน้อย ดังนั้น มวลของวัตถุ นอกจากจะหมายถึงเนื้อทั้งหมดของวัตถุ นั้นแล้วยังหมายถึงการต้านการ เปลี่ยนแปลง การเคลื่อนที่ของวัตถุนั้น ด้วย -
8 สาระที่ 2 วิทยาศาสตร์กายภาพ มาตรฐาน ว 2.3 เข้าใจความหมายของพลังงาน การเปลี่ยนแปลงและการถ่ายโอนพลังงาน ปฏิสัมพันธ์ ระหว่างสสารและพลังงาน พลังงานในชีวิตประจำวัน ธรรมชาติของคลื่น ปรากฏการณ์ ที่เกี่ยวข้องกับเสียง แสง และคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า รวมทั้งนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ ท้องถิ่น ป.4 ว 2.3 ป 4/1 จำแนกวัตถุเป็น ตัวกลางโปร่งใส ตัวกลางโปร่ง แสง และวัตถุทึบแสง จาก ลักษณะ การมองเห็นสิ่งต่าง ๆ ผ่านวัตถุนั้นเป็นเกณฑ์โดย ใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ - เมื่อมองสิ่งต่าง ๆ โดยมีวัตถุต่างชนิดกันมา กั้นแสง จะทำให้ลักษณะการมองเห็นสิ่ง นั้นๆ ชัดเจนต่างกัน จึงจำแนกวัตถุที่มากั้น ออกเป็นตัวกลางโปร่งใส ซึ่งทำให้มองเห็น สิ่งต่าง ๆ ได้ชัดเจน ตัวกลางโปร่งแสงทำให้ มองเห็น สิ่งต่าง ๆ ได้ไม่ชัดเจน และ วัตถุ ทึบแสงทำให้มองไม่เห็นสิ่งต่าง ๆ นั้น - สาระที่ 3 วิทยาศาสตร์โลก และอวกาศ มาตรฐาน ว 3.1 เข้าใจองค์ประกอบ ลักษณะ กระบวนการเกิด และวิวัฒนาการของเอกภพ กาแล็กซีดาว ฤกษ์และระบบสุริยะ รวมทั้งปฏิสัมพันธ์ภายในระบบสุริยะที่ส่งผลต่อสิ่งมีชีวิตและการ ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอวกาศ ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการ เรียนรู้ท้องถิ่น ป.4 ว 3.1 ป 4/1 อธิบายแบบรูป เส้นทางการขึ้นและตก ของ ดวงจันทร์ โดยใช้หลักฐานเชิง ประจักษ์ - ดวงจันทร์เป็นบริวารของโลก โดยดวงจันทร์ หมุนรอบตัวเอง ขณะโคจรรอบโลก ขณะที่โลกก็หมุน รอบตัวเอง ด้วยเช่นกัน การหมุนรอบตัวเองของโลกจากทิศตะวันตกไปทิศ ตะวันออกใน ทิศทางทวนเข็มนาฬิกาเมื่อมองจากขั้วโลกเหนือ ทำให้มองเห็น ดวงจันทร์ปรากฏขึ้นทางด้านทิศตะวันออกและตก ทางด้าน ทิศตะวันตกหมุนเวียนเป็นแบบรูปซ้ำ ๆ - - -
9 ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ ท้องถิ่น ป.4 ว 3.1 ป 4/2 สร้าง แบบจำลองที่อธิบายแบบรูป การเปลี่ยนแปลงรูปร่าง ปรากฏของดวงจันทร์ และ พยากรณ์รูปร่างปรากฏของ ดวงจันทร์ - ดวงจันทร์เป็นวัตถุที่เป็นทรงกลม แต่รูปร่าง ของดวงจันทร์ที่ มองเห็นหรือรูปร่างปรากฏของดวงจันทร์บน ท้องฟ้าแตกต่างกันไป ในแต่ละวัน โดยในแต่ละวันดวงจันทร์จะมี รูปร่างปรากฏเป็นเสี้ยว ที่มีขนาดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจนเต็มดวง จากนั้นรูปร่างปรากฏ ของดวงจันทร์จะแหว่งและมีขนาดลดลง อย่างต่อเนื่องจนมอง ไม่เห็นดวงจันทร์ จากนั้นรูปร่างปรากฏของ ดวงจันทร์จะเป็น เสี้ยวใหญ่ขึ้นจนเต็มดวงอีกครั้ง การ เปลี่ยนแปลงเช่นนี้เป็นแบบรูปซ้ำกัน ทุกเดือน ว 3.1 ป 4/3 สร้าง แบบจำลองแสดง องค์ประกอบของระบบสุริยะ และอธิบายเปรียบเทียบคาบ การโคจรของดาวเคราะห์ต่าง ๆ จากแบบจำลอง - ระบบสุริยะเป็นระบบที่มีดวงอาทิตย์เป็น ศูนย์กลางและมีบริวารประกอบด้วย ดาว เคราะห์แปดดวงและบริวาร ซึ่งดาวเคราะห์ แต่ละดวงมีขนาดและระยะห่างจากดวง อาทิตย์แตกต่างกัน และยังประกอบด้วย ดาว เคราะห์แคระ ดาวเคราะห์น้อย ดาวหาง และวัตถุขนาดเล็กอื่นๆ โคจรอยู่รอบดวงอาทิตย์ วัตถุขนาดเล็กอื่น ๆ เมื่อเข้ามาในชั้น บรรยากาศเนื่องจากแรงโน้มถ่วงของโลก ทำ ให้เกิดเป็นดาวตก หรือผีพุ่งไต้และอุกกาบาต
10 สาระที่ 3 วิทยาศาสตร์โลก และอวกาศ มาตรฐาน ว 3.2 เข้าใจองค์ประกอบ และความสัมพันธ์ของระบบโลก กระบวนการเปลี่ยนแปลงภายในโลก และบนผิวโลก ธรณีพิบัติภัย กระบวนการเปลี่ยนแปลงลมฟ้าอากาศและภูมิอากาศโลกรวมทั้งผลต่อ สิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น - - - -
11 โครงสร้างเวลาเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 หน่วยการเรียนรู้ แผนการจัดการเรียนรู้ เวลา (ชั่วโมง) หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 ความหลากหลายของสิ่งมีชีวิต แผนการจัดการเรียนรู้ที่1 ปฐมนิเทศและข้อตกลงในการเรียน 1 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 การจำแนกสิ่งมีชีวิต (1) 1 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 3 การจำแนกสิ่งมีชีวิต (2) 1 แผนการจัดการเรียนรู้ที่4 ลักษณะของสิ่งมีชีวิต (1) 1 แผนการจัดการเรียนรู้ที่5 ลักษณะของสิ่งมีชีวิต (2) 1 แผนการจัดการเรียนรู้ที่6 การจำแนกพืช (1) 1 แผนการจัดการเรียนรู้ที่7 การจำแนกพืช (2) 1 แผนการจัดการเรียนรู้ที่8 พืชไม่มีดอก 1 แผนการจัดการเรียนรู้ที่9 พืชดอก (1) 1 แผนการจัดการเรียนรู้ที่10 พืชดอก (2) 1 แผนการจัดการเรียนรู้ที่11 พืชใบเลี้ยงเดี่ยวและพืชใบเลี้ยงคู่ (1) 1 แผนการจัดการเรียนรู้ที่12 พืชใบเลี้ยงเดี่ยวและพืชใบเลี้ยงคู่ (2) 1 แผนการจัดการเรียนรู้ที่13 หน้าที่ของส่วนต่างๆ ของพืช (1) 1 แผนการจัดการเรียนรู้ที่14 หน้าที่ของส่วนต่างๆ ของพืช (2) 1 แผนการจัดการเรียนรู้ที่15 การลำเลียงน้ำและแร่ธาตุ (1) 1 แผนการจัดการเรียนรู้ที่16 การลำเลียงน้ำและแร่ธาตุ (2) 1 แผนการจัดการเรียนรู้ที่17 การคายน้ำของพืช (1) 1 แผนการจัดการเรียนรู้ที่18 การคายน้ำของพืช (2) 1 แผนการจัดการเรียนรู้ที่19 การสร้างอาหารของพืช 1 แผนการจัดการเรียนรู้ที่20 คลอโรฟิลล์กับการสร้างอาหารของพืช (1) 1 แผนการจัดการเรียนรู้ที่21 คลอโรฟิลล์กับการสร้างอาหารของพืช (2) 1 แผนการจัดการเรียนรู้ที่22 แสงกับการสร้างอาหารของพืช (1) 1 แผนการจัดการเรียนรู้ที่23 แสงกับการสร้างอาหารของพืช (2) 1 แผนการจัดการเรียนรู้ที่24 ส่วนประกอบของดอก (1) 1 แผนการจัดการเรียนรู้ที่25 ส่วนประกอบของดอก (2) 1 แผนการจัดการเรียนรู้ที่26 การจำแนกชนิดของดอก 1 แผนการจัดการเรียนรู้ที่27 การจำแนกสัตว์ (1) 1
12 หน่วยการเรียนรู้ แผนการจัดการเรียนรู้ เวลา (ชั่วโมง) หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 ความหลากหลายของสิ่งมีชีวิต แผนการจัดการเรียนรู้ที่28 การจำแนกสัตว์ (2) 1 แผนการจัดการเรียนรู้ที่29 สัตว์มีกระดูกสันหลัง (ปลา) 1 แผนการจัดการเรียนรู้ที่30 สัตว์มีกระดูกสันหลัง (สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก) 1 แผนการจัดการเรียนรู้ที่31 สัตว์มีกระดูกสันหลัง (สัตว์เลื้อยคลาน) 1 แผนการจัดการเรียนรู้ที่32 สัตว์มีกระดูกสันหลัง (นก) 1 แผนการจัดการเรียนรู้ที่33 สัตว์มีกระดูกสันหลัง (สัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม) 1 แผนการจัดการเรียนรู้ที่34 สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง (1) 1 แผนการจัดการเรียนรู้ที่35 สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง (2) 1 แผนการจัดการเรียนรู้ที่36 สัตว์ที่มีขาเป็นข้อ 1 แผนการจัดการเรียนรู้ที่37 การทดสอบกลางปี 1 หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 แรงโน้มถ่วงของโลกและ ตัวกลางของแสง แผนการจัดการเรียนรู้ที่38 แรงโน้มถ่วง (1) 1 แผนการจัดการเรียนรู้ที่39 แรงโน้มถ่วง (2) 1 แผนการจัดการเรียนรู้ที่40 ผลของแรงโน้มถ่วง (1) 1 แผนการจัดการเรียนรู้ที่41 ผลของแรงโน้มถ่วง (2) 1 แผนการจัดการเรียนรู้ที่42 ความสัมพันธ์ของน้ำหนักและมวล (1) 1 แผนการจัดการเรียนรู้ที่43 ความสัมพันธ์ของน้ำหนักและมวล (2) 1 แผนการจัดการเรียนรู้ที่44 ผลของมวลต่อการเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่ (1) 1 แผนการจัดการเรียนรู้ที่45 ผลของมวลต่อการเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่ (2) 1 แผนการจัดการเรียนรู้ที่46 การมองเห็นวัตถุ 1 แผนการจัดการเรียนรู้ที่47 การจำแนกตัวกลางของแสง (1) 1 แผนการจัดการเรียนรู้ที่48 การจำแนกตัวกลางของแสง (2) 1 แผนการจัดการเรียนรู้ที่49 ตัวกลางของแสง 1 แผนการจัดการเรียนรู้ที่50 การเกิดเงา (1) 1 แผนการจัดการเรียนรู้ที่51 การเกิดเงา (2) 1 แผนการจัดการเรียนรู้ที่52 เงามืด เงามัว 1 แผนการจัดการเรียนรู้ที่53 การใช้ประโยชน์จากตัวกลางของแสง 1
13 หน่วยการเรียนรู้ แผนการจัดการเรียนรู้ เวลา (ชั่วโมง) หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 วัสดุและสสาร แผนการจัดการเรียนรู้ที่54 สภาพยืดหยุ่น (1) 1 แผนการจัดการเรียนรู้ที่55 สภาพยืดหยุ่น (2) 1 แผนการจัดการเรียนรู้ที่56 ความแข็ง (1) 1 แผนการจัดการเรียนรู้ที่57 ความแข็ง (2) 1 แผนการจัดการเรียนรู้ที่58 ความเหนียว (1) 1 แผนการจัดการเรียนรู้ที่59 ความเหนียว (2) 1 แผนการจัดการเรียนรู้ที่60 การนำความร้อน (1) 1 แผนการจัดการเรียนรู้ที่61 การนำความร้อน (2) 1 แผนการจัดการเรียนรู้ที่62 กิจกรรมสะเต็มศึกษา (1) 1 แผนการจัดการเรียนรู้ที่63 กิจกรรมสะเต็มศึกษา (2) 1 แผนการจัดการเรียนรู้ที่64 การนำไฟฟ้า (1) 1 แผนการจัดการเรียนรู้ที่65 การนำไฟฟ้า (2) 1 แผนการจัดการเรียนรู้ที่66 สมบัติของของแข็งและของเหลว (1) 1 แผนการจัดการเรียนรู้ที่67 สมบัติของของแข็งและของเหลว (2) 1 แผนการจัดการเรียนรู้ที่68 สมบัติของแก๊ส (1) 1 แผนการจัดการเรียนรู้ที่69 สมบัติของแก๊ส (2) 1 แผนการจัดการเรียนรู้ที่70 การวัดมวลและปริมาตรของสสาร 1 หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 ระบบสุริยะและ การปรากฏของดวงจันทร์ แผนการจัดการเรียนรู้ที่71 การขึ้นและตกของดวงจันทร์ รูปร่างของดวงจันทร์ (1) 1 แผนการจัดการเรียนรู้ที่72 การขึ้นและตกของดวงจันทร์ รูปร่างของดวงจันทร์ (2) 1 แผนการจัดการเรียนรู้ที่73 แบบจำลองระบบสุริยะ 1 แผนการจัดการเรียนรู้ที่74 ส่วนประกอบของระบบสุริยะ (1) 1 แผนการจัดการเรียนรู้ที่75 ส่วนประกอบของระบบสุริยะ (2) 1 แผนการจัดการเรียนรู้ที่76 เกณฑ์การแบ่งประเภทของดาวเคราะห์ในระบบสุริยะ (1) 1 แผนการจัดการเรียนรู้ที่77 เกณฑ์การแบ่งประเภทของดาวเคราะห์ในระบบสุริยะ (2) 1
14 หน่วยการเรียนรู้ แผนการจัดการเรียนรู้ เวลา (ชั่วโมง) หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 ระบบสุริยะและ การปรากฏของดวงจันทร์ แผนการจัดการเรียนรู้ที่78 การสร้างแบบจำลองระบบสุริยะ 1 แผนการจัดการเรียนรู้ที่79 ความเร็วในการโคจรของดาวเคราะห์รอบดวงอาทิตย์ 1 แผนการจัดการเรียนรู้ที่80 การทดสอบปลายปี 1
15 คำอธิบายรายวิชา รายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 เวลา 80 ชั่วโมง/ปี ศึกษาและเรียนรู้เกี่ยวกับการจัดกลุ่มสิ่งมีชีวิต การจำแนกพืชเป็นพืชดอกและพืชไม่มีดอก การจำแนก สัตว์มีกระดูกสันหลังและสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง ลักษณะเฉพาะที่สังเกตได้ของสัตว์มีกระดูกสันหลัง หน้าที่ของ ส่วนต่าง ๆ ของพืช ผลของแรงโน้มถ่วงของโลก การใช้เครื่องชั่งสปริงวัดน้ำหนักของวัตถุ มวลของวัตถุที่มีผล ต่อการเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่ของวัตถุ การจำแนกวัตถุเป็นตัวกลางโปร่งใส ตัวกลางโปร่งแสง และวัตถุทึบ แสง สมบัติทางกายภาพด้านความแข็ง สภาพยืดหยุ่น การนำความร้อน และการนำไฟฟ้าของวัสดุ การนำ สมบัติทางกายภาพของวัสดุไปใช้ในชีวิตประจำวัน สมบัติของสสารทั้ง 3 สถานะ จากข้อมูลที่ได้จากการสังเกต มวล การต้องการที่อยู่ รูปร่างและปริมาตรของสสาร รวมทั้งการใช้เครื่องมือเพื่อวัดมวลและปริมาตรของสสาร ทั้ง 3 สถานะ สร้างแบบจำลองแสดงองค์ประกอบของระบบสุริยะ และคาบการโคจรของดาวเคราะห์ต่าง ๆ จากแบบจำลอง แบบรูปเส้นทางการขึ้นและตกของดวงจันทร์ สร้างแบบจำลองที่อธิบายแบบรูปการ เปลี่ยนแปลงรูปร่างปรากฏของดวงจันทร์และพยากรณ์รูปร่างปรากฏของดวงจันทร์ โดยมุ่งหวังให้ผู้เรียนได้เรียนรู้วิทยาศาสตร์ที่สามารถนำไปใช้อธิบาย แก้ไขปัญหา หรือสร้างสรรค์พัฒนา งานในชีวิตจริงได้ ซึ่งเน้นการเชื่อมโยงความรู้ทางวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และเทคโนโลยี กับกระบวนการ ทางวิศวกรรมศาสตร์ และให้มีทักษะสำคัญในการค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้โดยใช้กระบวนการสืบเสาะหา ความรู้และการแก้ปัญหาที่หลากหลาย เพื่อให้ผู้เรียนเกิดความรู้ ความเข้าใจ มีทักษะการคิด และมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ทุกขั้นตอน รวมทั้ง ส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดจิตวิทยาศาสตร์และมีเจตคติที่ดีต่อการเรียนวิทยาศาสตร์ ตัวชี้วัด ว 1.2 ป.4/1 ว 1.3 ป.4/1 ป.4/2 ป.4/3 ป.4/4 ว 2.1 ป.4/1 ป.4/2 ป.4/3 ป.4/4 ว 2.2 ป.4/1 ป.4/2 ป.4/3 ว 2.3 ป.4/1 ว 3.1 ป.4/1 ป.4/2 ป.4/3 รวม 16 ตัวชี้วัด
16 แผนการจัดการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 รหัสวิชา ว 14101 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง ความหลากหลายของสิ่งมีชีวิต จำนวน 27 ชั่วโมง แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 13 เรื่อง หน้าที่ของส่วนต่างๆ ของพืช (1) เวลา 1 ชั่วโมง ผู้สอน นายศิโรจน์ มังคลัง มาตรฐานการเรียนรู้ ว 1.2 เข้าใจสมบัติของสิ่งมีชีวิต หน่วยพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต การลำเลียงสารเข้าและออกจากเซลล์ ความสัมพันธ์ของโครงสร้าง และหน้าที่ของระบบต่างๆ ของสัตว์และมนุษย์ที่ทำงานสัมพันธ์กัน ความสัมพันธ์ ของโครงสร้าง และหน้าที่ของอวัยวะต่างๆ ของพืชที่ทำงานสัมพันธ์กันรวมทั้งนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ ตัวชี้วัด ว 1.2 ป. 4/1 บรรยายหน้าที่ของราก ลำต้น ใบ และดอกของพืชดอกโดยใช้ข้อมูลที่รวบรวมได้ จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายหน้าที่ของส่วนต่าง ๆ ของพืชได้ (K) 2. จำแนกประเภทหน้าที่ของส่วนต่าง ๆ ของพืชได้ (P) 3. มีเจตคติที่ดีต่อวิชาวิทยาศาสตร์ (A) สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด พืชเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีส่วนประกอบภายนอก ได้แก่ ราก ลำต้น ใบ ดอก และผล สาระการเรียนรู้ ด้านความรู้ 1. หน้าที่ของส่วนต่าง ๆ ของพืช ด้านทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ 1. การสังเกต 2. การจำแนกประเภท 3. การจัดกระทำและสื่อความหมายข้อมูล ด้านเจตคติทางวิทยาศาสตร์ 1. มีความอยากรู้อยากเห็น 2. มีเหตุผล
17 คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. มีวินัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการทำงาน สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด ชิ้นงาน/ภาระงาน 1. ใบกิจกรรม เรื่อง หน้าที่ของส่วนประกอบของพืช กิจกรรมการเรียนรู้ แนวคิด/รูปแบบการสอน/วิธีการสอน/เทคนิค : สืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model) โดย เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ดำเนินการเรียนการสอนดังต่อไปนี้ 1. ขั้นสร้างความสนใจ (Engagement) 1.1 ครูนำเข้าสู่บทเรียนโดยการร้องเพลงให้นักเรียนฟัง 1 เพลง ชื่อเพลงว่า ป่าไม้ของไทย 1.2 นักเรียนเล่นเกมแข่งกันบอกชื่อต้นพืชโดยครูกำหนดจำนวนพยางค์ เช่น - 2 พยางค์ (แนวคำตอบ กุหลาบ มะลิ ชบา ดาวเรือง อัญชัญ กล้วยไม้) - 3 พยางค์ (แนวคำตอบ เบญจมาศ ทานตะวัน บานบุรี ราชพฤกษ์หางนกยูง) - 4 พยางค์ (แนวคำตอบ บานไม่รู้โรย คุณนายตื่นสาย ลีลาวดี พุทธรักษา ผักตบชวา) 1.3 ครูให้นักเรียนสังเกตรูปร่างลักษณะและโครงสร้างของต้นพืชที่นักเรียนเตรียมมาคนละ 1 ต้น และ ใช้คำถามว่า “โครงสร้างของพืชที่นักเรียนสังเกตเห็นประกอบด้วยโครงสร้างอะไรบ้าง” (แนวคำตอบ โครงสร้างของพืชประกอบด้วย ราก ลำต้น ใบ ดอก และผล) 1.4 ครูให้นักเรียนนำต้นพืชที่นักเรียนเตรียมมาคนละ 1 ต้นใช้กาวติดลงในใบกิจกรรม เรื่อง หน้าที่ของ ส่วนประกอบของพืชและให้เขียนชื่อส่วนประกอบของพืชในแต่ละส่วน 1.5 ครูนำเข้าสู่กิจกรรมวงล้อปริศนาหน้าที่ของส่วนประกอบของพืชโดยกล่าวว่า “ในคาบเรียนนี้เรามา รู้จักส่วนประกอบของพืชและหน้าที่ของแต่ละส่วนประกอบกันครับ” 2. ขั้นสำรวจและค้นหา (Exploration) 2.1 ครูให้นักเรียนทำกิจกรรมวงล้อปริศนาหน้าที่ของส่วนประกอบของพืชตามขั้นตอนดังต่อไปนี้ 2.1.1 นักเรียนแต่ละคนหมุนวงล้อคนละ 1 รอบ ถ้าวงล้อหยุดหมุนตรงกับส่วนประกอบของพืช ใดให้นักเรียนบอกชื่อส่วนประกอบของพืชส่วนประกอบนั้น 2.2.2 เมื่อนักเรียนบอกชื่อส่วนประกอบของพืชที่หมุนได้แล้วให้นักเรียนหยิบบัตรคำหน้าที่ของ ส่วนประกอบของพืช โดยเลือกให้ตรงกับส่วนประกอบของพืชที่นักเรียนหมุนวงล้อได้อธิบายหน้าที่ของ ส่วนประกอบของพืชนั้นและนำไปติดที่บอร์ดรูปโครงสร้างภายนอกของพืช
18 2.2 หลังจากทำกิจกรรมวงล้อปริศนาหน้าที่ของส่วนประกอบของพืชเสร็จให้นักเรียนศึกษาข้อมูล เพิ่มเติมเกี่ยวกับหน้าที่ของส่วนประกอบของพืชในใบความรู้ 2.3 ให้นักเรียนเขียนอธิบายหน้าที่ของส่วนประกอบของพืชแต่ละส่วนที่ได้ศึกษาเพิ่มเติมจากใบ ความรู้ลงในใบกิจกรรม เรื่อง หน้าที่ของส่วนประกอบของพืชที่ใช้กาวติดต้นพืชและเขียนโครงสร้างไว้ก่อนทำ กิจกรรม (ใบกิจกรรมเดิม) 3. ขั้นอธิบายและลงข้อสรุป (Explanation) 3.1 ครูให้ตัวแทนนักเรียน 1 คน ออกมานำเสนอผลการปฏิบัติกิจกรรม โดยการนำเสนอผลงานและ อธิบายหน้าที่ของส่วนประกอบของพืชแต่ละส่วนให้เพื่อน ๆ ฟัง 3.2 ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายและหาข้อสรุปจากการปฏิบัติกิจกรรม โดยใช้แนวคำถาม ต่อไปนี้ – รากของพืชทำหน้าที่อะไร (แนวคำตอบ ดูดซับน้ำและแร่ธาตุขึ้นไปยังลำต้น) – ลำต้นของพืชทำหน้าที่อะไร (แนวคำตอบ ลำเลียงน้ำและอาหารไปยังส่วนต่าง ๆ ของพืช) – ใบของพืชทำหน้าที่อะไร (แนวคำตอบ สร้างอาหาร) – ดอกของพืชทำหน้าที่อะไร (แนวคำตอบ สืบพันธุ์และสร้างผลและเมล็ด) – ผลของพืชทำหน้าที่อะไร (แนวคำตอบ ผลมีเมล็ดทำหน้าที่ขยายพันธุ์) 3.2 ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปผลการปฏิบัติกิจกรรม โดยครูเน้นให้นักเรียนเข้าใจว่า พืชมี ส่วนประกอบที่สำคัญ คือ ราก ลำต้น ใบ ดอก และผล โดยแต่ละส่วนทำหน้าที่แตกต่างกันเพื่อช่วยให้พืช เจริญเติบโตและขยายพันธุ์ได้ 4. ขั้นขยายความรู้ (Elaboration) ครูให้นักเรียนสังเกตและบรรยายพืชที่ขึ้นอยู่บริเวณโรงเรียนว่ามีส่วนประกอบอะไรบ้าง และแต่ละ ส่วนทำหน้าที่อะไร แล้วนำมาเล่าให้เพื่อนฟัง ซึ่งครูอธิบายเพิ่มเติม โดยครูเน้นให้นักเรียนเข้าใจว่า พืชแต่ละ ชนิดมีส่วนประกอบที่สำคัญ คือ ราก ลำต้น ใบ ดอก และผล โดยพืชแต่ละชนิดอาจมีลักษณะของส่วนประกอบ แตกต่างกัน แต่ส่วนประกอบของพืชเหล่านั้นทำหน้าที่เหมือนกัน 5. ขั้นประเมิน (Evaluation) 5.1 ครูให้นักเรียนแต่ละคนพิจารณาว่า จากหัวข้อที่เรียนมาและการปฏิบัติกิจกรรมมีจุดใดบ้างที่ยังไม่ เข้าใจหรือยังมีข้อสงสัย ถ้ามี ครูช่วยอธิบายเพิ่มเติมให้นักเรียนเข้าใจ 5.2 ครูและนักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประโยชน์ที่ได้รับจากการปฏิบัติกิจกรรมและ การนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ 5.3 ครูทดสอบความเข้าใจของนักเรียนโดยถามคำถามนักเรียน เช่น – พืชมีส่วนประกอบสำคัญอะไรบ้าง – ถ้าพืชไม่มีใบจะส่งผลต่อพืชลักษณะใด – ถ้าพืชไม่มีรากจะส่งผลต่อพืชลักษณะใด
19 สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ สื่อ 1. ใบความรู้ เรื่อง หน้าที่ของส่วนประกอบของพืช 2. ใบกิจกรรม เรื่อง หน้าที่ของส่วนประกอบของพืช 3. หนังสือเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ รายวิชาพื้นฐาน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 4. วงล้อปริศนาหน้าที่ของโครงสร้างพืช 5. ต้นพืช แหล่งการเรียนรู้ 1. สวนสมุนไพรหรือสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน การวัดและประเมินผล รายการประเมิน วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์การผ่าน ด้านความรู้(K) ตรวจกิจกรรม เรื่อง โครงสร้างและ หน้าที่ของโครงสร้างพืช กิจกรรม เรื่อง โครงสร้างและ หน้าที่ของโครงสร้างพืช ร้อยละ 70 ด้านทักษะ กระบวนการทาง วิทยาศาสตร์ (P) สังเกตพฤติกรรมการสังเกต แบบประเมินทักษะ กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ระดับคุณภาพระดับดี ขึ้นไป สังเกตพฤติกรรมการจำแนก ประเภท สังเกตพฤติกรรมการจัดกระทำและ สื่อความหมายข้อมูล ด้านคุณลักษณะ/ เจตคติทางวิทยาศาสตร์ (A) สังเกตความอยากรู้อยากเห็นใจ กว้าง ความซื่อสัตย์และมีใจ เป็น กลาง ความเพียรพยายาม มีเหตุผล ความละเอียดรอบคอบก่อนการ ตัดสินใจ แบบประเมินเจตคติทาง วิทยาศาสตร์ ระดับคุณภาพระดับดี ขึ้นไป
20 ความคิดเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ลงชื่อ …………………………………..………………… (………………….………………….……………..) หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ วันที่……../……………/………. ความคิดเห็นของหัวหน้าฝ่ายวิชาการโรงเรียน .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ลงชื่อ ………………………..…………………………………………………... (………………….………….……………………..) หัวหน้าฝ่ายวิชาการ วันที่……../……………/………. ความคิดเห็นของผู้อำนวยการโรงเรียน .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ลงชื่อ ………………………..…………………………………………………... (………………….……………..…………………..) ผู้อำนวยการโรงเรียน วันที่……../……………/……….
21 บันทึกหลังสอน 1. ผลการสอน ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ….………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. ปัญหา/อุปสรรค 2.1 ด้านการเรียนการสอน ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2.2 ด้านพฤติกรรม ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. แนวทางแก้ไขปัญหา 3.1 ด้านการเรียนการสอน ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3.2 ด้านพฤติกรรม ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
22 4. ข้อเสนอแนะ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ..............................................ผู้สอน ( นายศิโรจน์ มังคลัง )
23 ภาคผนวก
24 แบบประเมินผลงานนักเรียน ชื่อผลงาน............................................................................ คำชี้แจง 1. ให้ครูผู้สอนทำเครื่องหมาย ✓ ลงในช่องคะแนนตามเกณฑ์การประเมินพฤติกรรม 2.รวมคะแนนการประเมิน และเปรียบเทียบกับเกณฑ์การประเมิน เลขที่ พฤติกรรม/ระดับคะแนน ชื่อ-นามสกุล ผลงาน ถูกต้อง ความ สะอาด สวยงาม ทำงาน ตาม ขั้นตอ น ความคิด สร้างสรร ค์ รวม (12) เกณฑ์การ ประเมินผ่าน ไม่ผ่าน 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 ลงชื่อ………………………………………......(ผู้ประเมิน) ( นายศิโรจน์ มังคลัง )
25 เกณฑ์การให้คะแนนการประเมินผลงาน รายการประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน 3 2 1 1. ผลงานถูกต้อง ผลงานถูกต้องตามหลัก วิชา ผลงานถูกต้องตามหลัก วิชาเป็นส่วนใหญ่ ผลงานถูกต้องตามหลัก วิชาเป็นส่วนน้อย 2.ความสะอาดสวยงาม มีความสะอาด สวยงาม เรียบร้อย มีความสะอาด สวยงาม เรียบร้อยเป็นส่วนใหญ่ มีความสะอาด สวยงาม เรียบร้อยเป็นส่วนน้อย 3. ทำงานตามขั้นตอน การทำงานมีครบทุก ขั้นตอน การทำงานไม่ครบทุก ขั้นตอนและผิดพลาด บ้าง การทำงานไม่มีขั้นตอน มีความผิดพลาดต้อง แก้ไข 4. ความคิดสร้างสรรค์ ผลงานแสดงออกถึง ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ แปลกใหม่ ผลงานแสดงออกถึง ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ เกิดจากการเลียนแบบ ผลงานไม่แสดงออกถึง ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ เกณฑ์การประเมินจากคะแนนรวม 10-12 หมายถึง ดีมาก 7 – 9 หมายถึง ดี 4 – 6 หมายถึง พอใช้ 1 – 3 หมายถึง ปรับปรุง
26 แบบประเมินทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เรื่อง.................................................................... คำชี้แจง : ให้ผู้สอนเขียนเครื่องหมาย ✓ ลงในช่องระดับคุณภาพ รายการละ 1 ระดับเลขที่ ทักษะ ชื่อ-นามสกุล ทักษะการ สังเกต ทักษะการ จัดกระทำ และสื่อ ความหมาย ข้อมูล ทักษะการ จำแนก ประเภท รวม เกณฑ์การ ประเมินผ่าน ไม่ผ่าน 3 2 1 3 2 1 3 2 1 9 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 ลงชื่อ………………………………………......(ผู้ประเมิน) ( นายศิโรจน์ มังคลัง )
27 เกณฑ์การให้คะแนนการประเมินทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ รายการประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน 3 2 1 1 ทักษะการสังเกต พฤติกรรมตามลำดับขั้น: 1.1 ใช้ประสาทสัมผัสอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลาย อย่างรวมกันเพื่อสัมผัสโดยตรงกับวัตถุ 1.2 บันทึกการสังเกตในเชิงคุณภาพ 1.3 บันทึกการสังเกตในเชิงปริมาณ 1.4 บันทึกการสังเกตในเชิงการเปลี่ยนแปลง 1.5 ไม่ใส่ความคิดเห็นส่วนตัวของผู้สังเกตลงไปใน สิ่งที่สังเกต ปฏิบัติได้อย่าง ถูกต้อง ครบทุก ข้อ ปฏิบัติตามข้อ 1,2,3 ปฏิบัติตามข้อ 1 2. ทักษะการจัดกระทำและสื่อความหมายข้อมูล พฤติกรรมตามลำดับขั้น : 1. เลือกรูปแบบที่จะใช้ในการนำเสนอข้อมูลได้ เหมาะสม 2. บอกเหตุผลในการเลือกรูปแบบที่จะใช้ในการ เสนอข้อมูลได้ 3. ออกแบบการเสนอข้อมูลให้อยู่ในรูปแบบใหม่ ที่เข้าใจดีขึ้นได้ 4. เปลี่ยนแปลงข้อมูลให้อยู่ในรูปใหม่ที่เข้าใจดี ขึ้นได้ 5. บรรยายลักษณะของสิ่งใดสิ่งหนึ่งด้วยข้อความ ที่เหมาะสม กะทัดรัด จนสื่อความหมายให้ผู้อื่น เข้าใจได้ 6. บรรยายหรือวางแผนผังแสดงตำแหน่งของ ภาพ จนสื่อความหมายให้ผู้อื่น จนสื่อความหมาย ให้ผู้อื่นเข้าใจได้ ปฏิบัติได้ครบ ทุกข้อ ปฏิบัติตามข้อ 1,2,5 ปฏิบัติตามข้อ 5
28 เกณฑ์การให้คะแนนการประเมินทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์(ต่อ) เกณฑ์การประเมินจากคะแนนรวม 7 – 9 หมายถึง ดี 4 – 6 หมายถึง พอใช้ 1 – 3 หมายถึง ปรับปรุง รายการประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน 3 2 1 3. ทักษะการจำแนกประเภท พฤติกรรมตามลำดับขั้นตอน : 1. กำหนดเกณฑ์ในการจำแนกประเภทด้วยตนเอง ได้ 2. แบ่งวัตถุหรือเหตุการณ์ออกเป็นกลุ่มๆ ตาม เกณฑ์ที่ตั้งขึ้นเองได้ 3. จัดเรียงวัตถุหรือเหตุการณ์ตามเกณฑ์ที่ตั้งขึ้นเอง ได้ 4. บอกเกณฑ์ที่ผู้อื่นใช้ในการจัดจำแนกประเภทได้ 5. แบ่งวัตถุหรือเหตุการณ์ออกเป็นกลุ่มๆ ตาม เกณฑ์ที่ผู้อื่นกำหนดให้ได้ 6. จัดเรียงวัตถุหรือเหตุการณ์ตามเกณฑ์ที่ผู้อื่น กำหนดให้ได้ ปฏิบัติได้ครบ ทุกข้อ ปฏิบัติตามข้อ 1,2,3 ปฏิบัติตามข้อ 3และ4
29 แบบประเมินเจตคติทางวิทยาศาสตร์ เรื่อง......................................................... คำชี้แจง : ให้ผู้สอนเขียนเครื่องหมาย ✓ ลงในช่องระดับคุณภาพ รายการละ 1 ระดับเลขที่ เจตคติ ชื่อ-นามสกุล มีความ สนใจใฝ่รู้ หรืออยากรู้ อยากเห็น ความมี เหตุผล ความมี ระเบียบ และ รอบคอบ รวม เกณฑ์การ ประเมินผ่าน ไม่ผ่าน 3 2 1 3 2 1 3 2 1 9 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 ลงชื่อ………………………………………......(ผู้ประเมิน) ( นายศิโรจน์ มังคลัง )
30 เกณฑ์การให้คะแนนการประเมินเจตคติทางวิทยาศาสตร์ รายการประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน 3 2 1 1. มีความสนใจใฝ่รู้หรืออยากรู้อยากเห็น พฤติกรรมตามลำดับขั้น: 1.1 ยอมรับว่าการทดลองค้นคว้าจะใช้เป็นวิธีการในการแก้ปัญหาได้ 1.2 มีความใฝ่ใจและพอใจใคร่จะสืบเสาะแสวงหาความรู้ใน สถานการณ์และปัญหาใหม่ๆ อยู่เสมอ 1.3 มีความกระตือรือร้นต่อกิจกรรมและเรื่องต่างๆ 1.4 ชอบทดลองค้นคว้า 1.5 ชอบสนทนาซักถาม ฟัง อ่าน เพื่อให้ได้รับความรู้เพิ่มเติม เมื่อมี 5 พฤติกรรม เมื่อมี 3-4 พฤติกรรม เมื่อมี 1-2 พฤติกรรม 2. ความมีเหตุผล พฤติกรรมตามลำดับขั้นตอน: 1.1 ยอมรับในคำอธิบายเมื่อมีหลักฐานหรือข้อมูลมาสนับสนุนอย่าง พอเพียง 1.2 เห็นคุณค่าในการใช้เหตุผลในเรื่องต่างๆ 1.3 พยายามอธิบายสิ่งต่างๆ ในแง่เหตุและผลไม่เชื่อโชคลางหรือคำ ทำนายที่ไม่สามารถอธิบายตามวิธีการทางวิทยาศาสตร์ได้ 1.4 อธิบายหรือแสดงความคิดเห็นอย่างมีเหตุผล 1.5 หาความสัมพันธ์ของเหตุและผลที่เกิดขึ้น 1.6 ตรวจสอบความถูกต้องหรือความสมเหตุสมผลของแนวคิดต่างๆ กับแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ 1.7 เสาะแสวงหาหลักฐาน/ข้อมูลจากการสังเกตหรือการทดลองเพื่อ สนับสนุนคำอธิบาย 1.8 รวบรวมข้อมูลอย่างเพียงพอก่อนจะลงข้อสรุปเรื่องราวต่างๆ เมื่อมี 7-8 พฤติกรรม เมื่อมี 4-6 พฤติกรรม เมื่อมี 1-3 พฤติกรรม
31 เกณฑ์การให้คะแนนการประเมินเจตคติทางวิทยาศาสตร์(ต่อ) เกณฑ์การประเมินจากคะแนนรวม 7 – 9 หมายถึง ดี 4 – 6 หมายถึง พอใช้ 1 – 3 หมายถึง ปรับปรุง รายการประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน 3 2 1 3. ความมีระเบียบและรอบคอบ พฤติกรรมตามลำดับขั้นตอน: 1.1 ยอมรับว่าความมีระเบียบเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ 1.2 เห็นคุณค่าของความมีระเบียบ 1.3 มีการวางแผนการทำงานและจัดระบบการทำงาน 1.4 ทำงานอย่างมีระเบียบและเรียบร้อย 1.5 ยอมรับว่าความรอบคอบเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ 1.6 เห็นคุณค่าความรอบคอบ 1.7 นำวิธีการหลายๆ วิธีมาตรวจสอบผล นำวิธีการหลายๆ วิธีมาใช้ 1.8 มีการใคร่ครวญ ไตร่ตรอง พินิจพิเคราะห์ 1.9 มีความละเอียดถี่ถ้วนในการทำงาน 1.10 ตรวจสอบความเรียบร้อยของงาน เมื่อมี7-10 พฤติกรรม เมื่อมี 4-6 พฤติกรรม เมื่อมี 1-3 พฤติกรรม
32 แบบประเมินสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน เรื่อง.................................................................... คำชี้แจง : ให้ผู้สอนเขียนเครื่องหมาย ✓ ลงในช่องระดับคุณภาพ รายการละ 1 ระดับเลขที่ สมรรถนะ ชื่อ-นามสกุล ความสามารถ ในการสื่อสาร ความสามารถ ในการคิด รวม เกณฑ์การ ประเมินผ่าน ไม่ผ่าน 3 2 1 3 2 1 6 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 ลงชื่อ………………………………………......(ผู้ประเมิน) ( นายศิโรจน์ มังคลัง )
33 เกณฑ์การให้คะแนนการประเมินสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน รายการประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน 3 2 1 1. ความสามารถในการสื่อสาร พฤติกรรมตามลำดับขั้น : 1.1 มีความสามารถในการรับ-ส่งสาร 1.2 มีความสามารถในการถ่ายทอดความรู้ ความคิด ความเข้าใจของตนเอง โดยใช้ภาษาอย่างเหมาะสม 1.3 ใช้วิธีการสื่อสารที่เหมาะสม มีประสิทธิภาพ 1.4 เจรจาต่อรองเพื่อขจัดและลดปัญหาความ ขัดแย้งต่าง ๆ ได้ 1.5 เลือกรับและไม่รับข้อมูลข่าวสารด้วยเหตุผล และถูกต้อง พฤติกรรมที่ ปฏิบัติ ชัดเจนและ สม่ำเสมอ พฤติกรรมที่ ปฏิบัติ ชัดเจนและ บ่อยครั้ง พฤติกรรมที่ ปฏิบัติ บางครั้ง 2. ความสามารถในการคิด พฤติกรรมตามลำดับขั้น : 2.1 มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์เห็นคุณค่า ในการใช้ เหตุผลในเรื่องต่าง ๆ 2.2 มีทักษะในการคิดนอกกรอบอย่างสร้างสรรอธิบายหรือ แสดงความ คิดเห็นอย่างมีเหตุผล 2.3 สามารถคิดอย่างมีวิจารณญาณ 2.4 มีความสามารถในการสร้างองค์ความรู้ 2.5 ตัดสินใจแก้ปัญหาเกี่ยวกับตนเองได้อย่าง เหมาะสม พฤติกรรมที่ ปฏิบัติ ชัดเจนและ สม่ำเสมอ พฤติกรรมที่ ปฏิบัติ ชัดเจนและ บ่อยครั้ง พฤติกรรมที่ ปฏิบัติ บางครั้ง เกณฑ์การประเมินจากคะแนนรวม 5 – 6 หมายถึง ดี 3 – 4 หมายถึง พอใช้ 1 – 2 หมายถึง ปรับปรุง
34 แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียน เรื่อง......................................................... คำชี้แจง : ให้ผู้สอนเขียนเครื่องหมาย ✓ ลงในช่องระดับคุณภาพ รายการละ 1 ระดับเลขที่ เจตคติ ชื่อ-นามสกุล มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นใน การทำงาน รวม เกณฑ์การ ประเมินผ่าน ไม่ผ่าน 3 2 1 3 2 1 3 2 1 9 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 ลงชื่อ………………………………………......(ผู้ประเมิน) ( นายศิโรจน์ มังคลัง )
35 เกณฑ์การให้คะแนนการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียน รายการประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน 3 2 1 1. มีวินัย พฤติกรรมตามลำดับขั้น : 1.1 ปฏิบัติตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ข้อบังคับของครอบครัวและโรงเรียน มีความตรงต่อ เวลาในการปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวัน มีความรับผิดชอบ พฤติกรรมที่ ปฏิบัติชัดเจน และสม่ำเสมอ พฤติกรรมที่ ปฏิบัติชัดเจน และบ่อยครั้ง พฤติกรรมที่ ปฏิบัติบางครั้ง 2. ใฝ่เรียนรู้ พฤติกรรมตามลำดับขั้น : 1. ตั้งใจเรียน 2. เอาใจใส่ในการเรียน และมีความเพียรพยายาม ในการเรียน 3. เข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ต่างๆ 4. ศึกษาค้นคว้า หาความรู้จากหนังสือ เอกสาร สิ่งพิมพ์ สื่อเทคโนโลยีต่าง ๆ แหล่งการเรียนรู้ทั้ง ภายในและภายนอกโรงเรียน และเลือกใช้สื่อได้อย่าง เหมาะสม 5. บันทึกความรู้ วิเคราะห์ ตรวจสอบบางสิ่งที่ เรียนรู้ สรุปเป็นองค์ความรู้ 6. แลกเปลี่ยนความรู้ ด้วยวิธีการต่างๆ และ นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน พฤติกรรมที่ ปฏิบัติชัดเจน และสม่ำเสมอ พฤติกรรมที่ ปฏิบัติชัดเจน และบ่อยครั้ง พฤติกรรมที่ ปฏิบัติบางครั้ง
36 เกณฑ์การให้คะแนนการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียน เกณฑ์การประเมินจากคะแนนรวม 7 – 9 หมายถึง ดี 4 – 6 หมายถึง พอใช้ 1 – 3 หมายถึง ปรับปรุง รายการประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน 3 2 1 3. มุ่งมั่นในการทำงาน พฤติกรรมตามลำดับขั้นตอน : 1. มีความตั้งใจและพยายามในการทำงานที่ได้รับ มอบหมาย 2. มีความอดทนและไม่ท้อแท้ต่ออุปสรรคเพื่อให้งาน สำเร็จ พฤติกรรมที่ ปฏิบัติชัดเจนและ สม่ำเสมอ พฤติกรรมที่ ปฏิบัติชัดเจนและ บ่อยครั้ง พฤติกรรมที่ ปฏิบัติบางครั้ง
37 พืชประกอบด้วยอวัยวะที่สำคัญต่อการดำรงชีวิต ได้แก่ ราก ลำต้น ใบ ดอก ผล และเมล็ด ซึ่งอวัยวะแต่ ละส่วนของพืชนั้นมีหน้าที่และส่วนประกอบแตกต่างกัน แต่ทำงานเกี่ยวข้องและสัมพันธ์กันหากขาดอวัยวะส่วนใดส่วน หนึ่งไป อาจทำให้พืชนั้นผิดปกติหรือตายได้ และยังมีปัจจัยบางประการที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืช ราก (Root) คือ อวัยวะที่เป็นส่วนประกอบของพืชที่ไม่มีคลอโรฟิลล์ ไม่มีข้อ ปล้อง ตาและใบ รากเจริญเติบโตตามแรงดึงดูดของโลกลงสู่ดิน มีขนาดและความยาวแตกต่างกัน รากของพืชมีหลายชนิด ได้แก่ รากแก้ว เป็นรากที่งอกออกมาจากเมล็ด โคนของรากแก้วจะมีขนาดใหญ่แล้ว ค่อยๆ เรียวไปจนถึงปลายราก รากแขนง เป็นรากที่แตกออกมาจากรากแก้ว จะเจริญเติบโตขนานไปกับพื้นดิน และสามารถแตกแขนงไป ได้เรื่อย ๆ รากฝอย เป็นรากที่มีลักษณะและขนาดโตสม่ำเสมอกัน จะงอกออกมาเป็นกระจุก รากขนอ่อนหรือขนราก เป็นขนเส้นเล็กๆ จำนวนมากมายที่อยู่รอบๆ ปลายราก ทำหน้าที่ดูดน้ำและแร่ธาตุ หน้าที่ของราก 1. ยึดลำต้นให้ติดกับพื้นดิน 2. ดูดน้ำและธาตุอาหารที่ละลายน้ำจากดิน แล้วลำเลียงขึ้นไปยังส่วนต่างๆ ของพืช โดยผ่านทาง ลำต้นหรือ กิ่ง ใบความรู้ เรื่อง หน้าที่ของส่วนประกอบของพืช 1. ราก (Root)
38 นอกจากนี้ยังมีรากพืชอีกหลายชนิดยังทำหน้าที่พิเศษต่างๆ อีก เช่น รากสะสมอาหาร เป็นรากที่ทำหน้าที่เป็นแหล่งเก็บสะสมอาหารไว้สำหรับลำต้น เช่นรากมันแกว รากแครอท รากมันสำปะหลัง และรากหัวผักกาด เป็นต้น รากค้ำจุน เป็นรากที่ช่วยค้ำยันและพยุงลำต้นไว้ เช่น รากโกงกาง รากข้าวโพด เป็นต้น รากยึดเกาะ เป็นรากสำหรับยึดเกาะลำต้นหรือกิ่งไม้อื่น เช่น รากพลูด่าง เป็นต้น รากสังเคราะห์แสง พืชบางชนิดมีสีเขียวตรงปลายของรากไว้สำหรับสร้างอาหาร โดยวิธีการสังเคราะห์ด้วยแสง เช่น รากกล้วยไม้ รากไทร เป็นต้น รากหายใจ เป็นรากที่มีลักษณะแหลมๆ โผล่ขึ้นมาเหนือดินและน้ำ ช่วยในการดูดอากาศ เช่น รากแสม ราก ลำพู เป็นต้น ลำต้น (Stem) คือ อวัยวะของพืชที่โดยทั่วไปเจริญอยู่เหนือพื้นดินต่อจาก ราก มีขนาด รูปร่าง ลักษณะแตกต่างกันไป และลำต้นมีประกอบด้วยส่วนสำคัญ 3 ส่วน คือ ข้อ ปล้อง ตา ลำต้นมีทั้งลำต้นอยู่เหนือดิน เช่น มะละกอ มะม่วง มะนาว ชมพู่ เป็นต้น และลำต้นอยู่ใต้ดิน เช่น ขิง ข่า ขมิ้น กล้วย หญ้าแพรก พุทธรักษา เป็นต้น หน้าที่ของลำต้น 1. เป็นแกนช่วยพยุงอวัยวะต่างๆ ได้แก่ กิ่ง ใบ ดอก ผล และเมล็ด ช่วยให้ใบกางออก รับแสงแดดเพื่อ ประโยชน์ในการสร้างอาหาร โดยวิธีการสังเคราะห์ด้วยแสง 2. เป็นทางลำเลียงน้ำและแร่ธาตุที่รากดูดขึ้นมาส่งต่อไปยังใบและส่วนต่างๆ ของพืช 3. เป็นทางลำเลียงอาหารที่ใบสร้างขึ้น ส่งผ่านลำต้นไปยังรากและส่วนอื่นๆ นอกจากนี้ลำต้นของพืชอีกหลายชนิดยังทำหน้าที่พิเศษต่างๆ อีก เช่น 1. ลำต้นสะสมอาหาร เป็นลำต้นที่ทำหน้าที่เป็นแหล่งเก็บสะสมอาหาร จะมีลำต้นอยู่ใต้ดิน เช่น ขิง ข่า ขมิ้น เผือก มันฝรั่ง เป็นต้น 2. ลำต้นสังเคราะห์แสง พืชบางชนิดมีลำต้นเป็นสีเขียวไว้สำหรับสร้างอาหาร โดยวิธีการสังเคราะห์ด้วย แสง เช่น กระบองเพชร พญาไร้ใบ ผักบุ้ง เป็นต้น 3. ลำต้นขยายพันธุ์เช่น โหระพา พลูด่าง โกสน คุณนายตื่นสาย ลีลาวดี เป็นต้น 4. ลำต้นเปลี่ยนไปเป็นมือพัน เพื่อช่วยพยุงค้ำจุนลำต้น เช่น บวบ ตำลึง น้ำเต้า เป็นต้น 2. ล าต้น (Stem)
39 ใบ (Leaf) คือ อวัยวะของพืชที่เจริญออกมาจากข้อของลำต้นและกิ่ง ใบส่วน ใหญ่จะมีสารสีเขียวเรียกว่า คลอโรฟิลล์ ใบมีรูปร่างและขนาดแตกต่างกันไปตาม ชนิดของพืช ใบประกอบด้วย ก้านใบ แผ่นใบ เส้นกลาง และเส้นใบ หน้าที่ของใบ 1. สร้างอาหาร ใบของพืชจะดูกแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์เพื่อนำไปสร้าง อาหาร เรียกกระบวนการสร้างอาหารของพืชว่า การสังเคราะห์ด้วยแสง 2. คายน้ำ พืชคายน้ำทางปากใบ 3. หายใจ ใบของพืชจะดูดแก๊สออกซิเจนและคายแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ นอกจากนี้ใบยังอาจเปลี่ยนแปลงไปเพื่อทำหน้าที่พิเศษอื่นๆ เช่น 1. สะสมอาหาร เช่น ใบว่านหางจระเข้ กลีบของกระเทียม และหัวหอม เป็นต้น 2. ขยายพันธุ์เช่น ใบคว่ำตายหงายเป็น ใบเศรษฐีพันล้าน เป็นต้น 3. ยึดและพยุงลำต้นให้ไต่ขึ้นที่สูงได้เช่น ใบตำลึง ใบมะระ และถั่วลันเตา เป็นต้น 4. ล่อแมลง เช่น ใบดอกของหน้าวัว ใบดอกของเฟื่องฟ้า เป็นต้น 5. ดักและจับแมลง ทำหน้าที่จับแมลงเป็นอาหาร เช่น ใบหม้อข้าวหม้อแกงลิง ใบกาบหอยแครง เป็นต้น 6. ลดการคายน้ำของใบ เช่น ใบกระบองเพชรจะเปลี่ยนเป็นหนามแหลม เป็นต้น ดอก (Flower) คือ อวัยวะสืบพันธุ์ของพืช ทำหน้าที่สืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ ที่เกิดมาจา ตาชนิดตาดอกที่อยู่ตรงบริเวณปลายยอด ปลายกิ่ง บริเวณลำต้นตามแต่ชนิดของพืช ดอก ประกอบด้วยส่วนต่างๆ 4 ส่วน แต่ละส่วนจะเรียงเป็นชั้นเป็นวงตามลำดับจากนอกสุดเข้าสู่ ด้านใน คือ กลีบเลี้ยง กลีบดอก เกสรเพศผู้ และเกสรเพศเมีย ดอกบางชนิดมีส่วนประกอบ ครบในดอกเดียว บางชนิดมีส่วนประกอบไม่ครบในดอกเดียว 3. ใบ (Leaf) ดอก (Flower) 4.
40 หน้าที่ของดอก 1. ช่วยล่อแมลงให้มาผสมเกสร 2. ทำหน้าที่สืบพันธุ์ให้กับพืช ผล (Fruit) คือรังไข่ที่เจริญเติบโตเต็มที่แล้ว รังไข่ดังกล่าวอาจเจริญ เปลี่ยนแปลงมาภายหลังการปฏิสนธิ ซึ่งจะมีเมล็ดอยู่ภายในหรือเจริญมาโดยไม่ได้ รับการปฏิสนธิ ผลประเภทนี้โดยทั่วไปจะไม่มีเมล็ด เมล็ด เป็นแหล่งสะสมสาร พันธุกรรมของพืชชนิดนั้น ๆ และสามารถขยายพันธุ์ต่อไปได้ ผลของพืชบางชนิด อาจมีส่วนอื่น ๆ ของดอกเจริญควบคู่มากับรังไข่และกลายเป็นส่วนหนึ่งของผลด้วย เช่น มังคัด แอปเปิล ฝรั่ง ทับทิม มีกลีบเลี้ยงรวมอยู่ ชมพู่ แอปเปิ้ล และมะเดื่อมีส่วนของฐานดอกรวมอยู่ เป็นต้น เมล็ด (Seed) ประกอบด้วยส่วนสำคัญ คือ เปลือกหุ้มเมล็ด ต้นอ่อน และอาหารสำหรับเลี้ยงต้นอ่อน ส่วนที่ คล้ายต้นและใบเล็ก ๆ อยู่ภายในเมล็ด คือ ต้นอ่อนและส่วนที่มีสีขาวหนา แยกออกได้เป็น 2 ซีก คือ อาหารสำหรับ เลี้ยงต้นอ่อน หน้าที่ของผลและเมล็ด ใช้ในการขยายพันธุ์ของต้นพืชชนิดต่าง ๆ ผลบางชนิดรับประทานได้ ผลบางชนิดรับประทานไม่ได้ เมล็ดเมื่อ นำไปเพาะสามารถงอกเป็นต้นใหม่ได้ ส่วนประกอบของดอก ผลและเมล็ด (Fruit and Seed) 5.
41 ใบกิจกรรม เรื่อง หน้าที่ของส่วนประกอบของพืช วันที่________เดือน_______________พ.ศ.___________ ชื่อ_____________________________เลขที่________ชั้น______ คำชี้แจง ให้นักเรียนวางแผน สำรวจเก็บต้นพืชคนละ 1 ต้น แล้วนำมาทับในสมุดให้แห้ง ออกแบบและปะติดต้นพืชลง ในใบกิจกรรม เขียนส่วนประกอบพร้อมทั้งบอกหน้าที่ของส่วนประกอบของพืชแต่ละส่วนและตกแต่งให้สวยงามตาม จินตนาการของนักเรียน ได้__________คะแนน
42