1
สารบญั
ประวตั …ิ ……………………….1
การศกึ ษา……………………….2
การประกอบวชิ าชพี ……………….3
การกุศล………………………..5
ผลงานทางการศกึ ษา
ปัจฉิมวัย
คุณธรรมท่คี วรถอื เป็นแบบอย่าง…....6
บรรณานกุ รม………………..….8
2
1
บรมครแู พทย์ ชีวกโกมารภัจจ์ ถอื กาเนิดทกี่ รุงราชคฤห์ เมืองหลวงของ
แควน้ มคธ เป็นบตุ รของนางคณิกา (หญงิ งามเมือง) ชื่อ นางสาลวดีดว้ ยความจาเปน็
แหง่ อาชีพ เมอ่ื นางให้กาเนดิ ทารกนอ้ ยแล้ว จึงใหค้ นรับใช้นาเด็กทารกใส่ตะกรา้ ไปทิ้งที่
กองขยะในเวลากลางคืน พอรงุ่ เช้าเจ้าชายอภยั โอรสองคห์ นึง่ ของพระเจ้าพิมพิสาร
เสด็จผา่ นมาได้ทอดพระเนตรเห็นฝูงกาจบั ล้อมกองขยะ จงึ ใหม้ หาดเล็กทต่ี ามเสด็จมา
ดว้ ยเข้าไปดู เมื่อทรงทราบว่าเป็นเดก็ ทารก จึงทรงรับสัง่ ถามมหาดเล็กว่าเดก็ ยังมชี ีวติ
อยู่หรอื ไมม่ หาดเลก็ ทลู ว่า ยังมชี วี ิตอยู่ จงึ โปรดใหน้ าไปใหแ้ มน่ มเลีย้ งไวใ้ นวังและเหตทุ ี่
ทรงได้รับคาตอบวา่ ยังมีชวี ติ อยู่ ทารกน้ันจงึ ได้ชอื่ ว่า “ชวี ก” และเพราะเหตุทีเ่ ปน็ ผู้ซง่ึ
เจา้ ชายเลยี้ งไว้จึงมสี รอ้ ยนามว่า “โกมารภจั จ์” (ผูซ้ ง่ึ พระราชกุมารเล้ยี ง)
2
การศึกษา
เม่อื ชวี กเจรญิ วยั ถึงอายุพอทจ่ี ะเลา่ เรียนได้จึงเดนิ ทางไปศึกษาวิชาแพทย์กบั อาจารย์
ท่านหนึง่ ท่ีเมืองตกั กะษลิ าเมืองหลวงแห่งแควน้ คันธาระ ศึกษาอยู่ 7 ปจี งึ สาเรจ็
วธิ ีที่อาจารย์จะสอบความรู้ว่าศษิ ย์คนใดจะออกไปเปน็ หมอได้ หรือยงั ขึน้ อยู่กบั ดุลย
พินจิ ของอาจารยเ์ ฉพาะหมอชีวกอาจารยส์ อบโดยสั่งวา่ “ชวี ก เธอจงเอาเสยี มเล่มน้ี
ออกไปตรวจดบู รรดาสมนุ ไพรรอบกฏุ ินี้ โดยรศั มี 1 โยชนใ์ ห้ตลอด ถ้าพบตน้ ไมอ้ ะไรท่ี
ไมเ่ ปน็ ยา จงเอามาให้ฉันดู” ชวี ก ปฏิบตั ติ ามคาสง่ั ของอาจารย์ ตรวจตราหาต้นไม้ท่ีไม่
เป็นยาตรวจทกุ ตน้ ก็เปน็ ยาไดท้ ้ังน้ัน หาไม่พบจึงเดนิ มอื เปล่ากลับมาบอก
อาจารย์ อาจารย์จงึ บอกว่า “เธอไดส้ าเร็จการศึกษา มวี ิชาพอเลี้ยงชีพได้แลว้ ”
เท่ากบั ประสาทปรญิ ญาและออกใบอนญุ าตประกอบโรคศิลปะให้เปน็ หมอไปในตัวเสรจ็
4
3
การประกอบวิชาชพี
หลังสำเร็จกำรศึกษำ หมอชีวกได้ประกอบวิชำชีพทำงกำรแพทย์รักษำคนไข้คร้ังแรก
ที่เมืองสำเกตโดยเข้ำรักษำภรรยำเศรษฐีคนหนึ่ง ซึ่งป่วยเป็นโรคปวดศีรษะมำ 7 ปี
หมดค่ำหมอไปมำกมำยก็รักษำไม่หำย หมอชีวกทำกำรรักษำโดยเอำเนยเหลว 1
ประสำร (1 ฟำยมือ)ต้มเข้ำกับยำต่ำง ๆ เสร็จแล้วเอำยำกรอกเข้ำทำงจมูกคนไข้
ปรำกฏว่ำกรอกคร้ังเดียวเท่ำน้ัน ภรรยำเศรษฐีก็หำยจำกอำกำรปวดศีรษะมำ 7 ปี
ครอบครัวของเศรษฐีให้รำงวัลเป็นเงินถึง 16,000 กหำปณะ (เหรียญเงินโบรำณ
อินเดีย)พร้อมทำสทำสีและรถม้ำ เพ่ือใช้เดนิ ทำงกลับกรุงรำชคฤห์ เมื่อกลับถึงกรุงรำ
ชคฤห์ หมอชีวกได้นำเงินและของรำงวัลทั้งหมดไปถวำยเจ้ำชำยอภัย เป็นค่ำปฏิกำร
คุณท่ีได้ทรงเลี้ยงตนมำแต่เจ้ำชำยอภัยไม่ทรงรับ โปรดให้หมอชีวกเก็บรำงวัลนั้นไว้
เป็นของตนเองและโปรดให้หมอชีวกปลูกสร้ำงบ้ำนอยู่ในวังของพระองค์ ต่อมำพระ
เจ้ำพิมพิสำรทรงพระประชวร เป็นฝีคัณฑสูตร (คือฝีใด ๆ ท่ีเกิดตำมริมขอบทวำร
หนัก)ฝีแตกแล้วกลำยเป็นแผลลำรำง (FISTULA) เป็นเร้ือรังมำนำน หมอชีวก
พิจำรณำพระโรคโดยละเอียดแล้วจึงถวำยกำรรักษำโดยใช้น้ำมันยำชนิดหน่ึงใส่ ไม่
ชำ้ แผลลำรำงของพระองคก์ ็หำยเป็นปกติจงึ พระ
รำชทำนสตรีชำววงั 500 นำง แต่งเครอื่ งประดบั ครบครันเป็นรำงวัล หมอชีวกไม่
รับ ขอให้ทรงถอื ว่ำเปน็ หนำ้ ทขี่ องตนเท่ำนั้น พระเจ้ำพิมพิสำรจึงโปรดใหห้ มอชีวก
เปน็ แพทยห์ ลวงประจำพระองค์ และเปน็ แพทย์ประจำพระองค์ของพระพุทธเจำ้
หมอชวี กได้รกั ษำโรคร้ำยสำคญั หลำยครั้ง เช่น ผำ่ ตัดรักษำโรคในสมองของเศรษฐี
ดึงเอำหนอนออกมำได้ 2 ตวั ผ่ำตัดหนำ้ ทอ้ งใหล้ กู เศรษฐี กรุงพำรำณสี ท่ชี อบหกคะ
เมนตีลังกำจนลำไสเ้ กิดบดิ กนั ข้ึน (VOLVULUS) รักษำอำกำรประชวรของพระเจ้ำ
จณั ฑปัชโชติผู้ครองกรุงอุชเชนี ซึ่งประชวรเปน็ กำฬสิงคลี หรอื ดีซำ่ น (JAUNDICE)
และถวำยกำรรักษำแด่พระพุทธเจ้ำในครำวทพ่ี ระบำทห้อพระโลหิต เนื่องจำกเศษ
หินจำกก้อนศลิ ำท่พี ระเทวทัตกล้ิงลงมำจำกภเู ขำเพือ่ หมำยปลงพระชนม์ชีพและได้
ถวำยพระโอสถประจถุ ่ำยพระกำยแด่พระพุทธเจ้ำ
6
5
การกศุ ล
หมอชวี กเม่ือสมบรู ณด์ ว้ ยลำภสักกำระ กต็ งั้ อยู่ในควำมไม่ประมำทมีจติ ศรัทธำ ใน
พระพทุ ธเจ้ำได้จดั สร้ำงวัดในสวมมะม่วงของตนถวำยให้พระพุทธเจ้ำเรยี กกันว่ำ
“ชวี กัมพวัน” (อมั พวันของหมอชวี ก) เมอ่ื พระเจ้ำอชำตศัตรูเรม่ิ น้อมพระทยั มำทำง
ศำสนำหมอชีวกกเ็ ปน็ ผู้แนะนำใหเ้ สดจ็ ไปเฝำ้ พระพุทธเจำ้
ผลงานทางการศกึ ษา
หมอชีวกเม่อื มีประสบกำรณท์ ำงกำรแพทย์ของตนมำกแลว้ ท่ำนได้เรียบเรียงตำรำ
แพทยใ์ ห้อนุชนรนุ่ หลังไดศ้ ึกษำสบื ตอ่ กันมำจนถึงปจั จบุ ันนเ้ี ช่น พระคมั ภรี ์โรคนทิ ำน
พระคัมภรี จ์ ลนะสังคหปกรณ์
ปัจฉิมวัย
เมอ่ื พระพุทธองคใ์ กล้จะเสด็จสูพ่ ระปรนิ ิพพำนหมอชีวกในฐำนะที่เป็นแพทย์ประจำ
พระองคไ์ ดอ้ ยูเ่ ฝ้ำพระอำกำรพร้อมกบั พระอำนนท์เพียงสำมทำ่ นพระพุทธองค์ไม่ทรง
รบั สั่งถงึ เรอื่ งกำรป่วยเจบ็ ว่ำเกิดจำกอะไรหมอชีวกขณะนั้นแม้จะอำยุล่วงเขำ้ สู่วยั 70
ปีแล้ว แต่สติยงั ดีอยเู่ มื่อพบเห็นพระอำกำรของพระองค์เช่นน้ัน ก็รูส้ ึกวติ กกงั วลเปน็
ท่ีสุดจึงไดป้ ระกอบพระโอสถขึ้นมำเม็ดหน่งึ หวงั ใหพ้ ระองค์เสวย แต่พระองค์ไมย่ อม
เสวยหมอชีวกไดน้ ำยำเมด็ นน้ั ไปจำเรญิ ที่บอ่ เพรำะผใู้ ดจะใชย้ ำนี้ไม่ไดแ้ ตเ่ ปน็ ยำ
สำหรับพระพทุ ธองค์ ทำ่ นจงึ ไปจำเริญเสยี ในนำ้ น้ำในบ่อเดอื ดข้นึ มำ สูงขึ้นมำเปน็
เรอ่ื งนำ่ อศั จรรยห์ ลังจำกจัดกำรเร่อื งพระบรมศพของพระพุทธองคเ์ สรจ็ แล้วหมอชีวก
ไดก้ ลับกรงุ รำชคฤห์แลว้ เขำ้ ไปอย่ใู นถำ้ แหง่ หนึ่งในเขำคิชฌกูฏ ทำงทิศตะวนั ออก
ถำ้ น้นั ชือ่ วำ่ “ถ้ำเขำคชิ ฌกฏู ” และไมไ่ ดอ้ อกมำอกี เลย
7
คณุ ธรรมท่คี วรถือเป็นแบบอย่าง 6
เป็นผูม้ แี รงจงู ใจใฝส่ ัมฤทธิส์ งู ย่งิ หมอชีวกกุมารภัจจ์มีความตง้ั ใจแน่วแน
ตั้งแต่ยังเดก็ แลว้ ว่าจะศกึ ษาวิชาการ เพ่ือให้เป็นท่ีนบั หน้าถอื ตาของคนอน่ื ให้จง
ได้ เมือ่ ถกู ดูหม่ินเหยยี ดหยามจากบรรดาเดก็ ๆในวังวา่ เป็นลกู ไมม่ พี อ่ แทนทจ่ี ะ
โต้ตอบในแงล่ บ เช่น ดา่ ตอบหรือทาร้าย เขากลับคิดในแงส่ รา้ งสรรค์วา่ สักวัน
หน่ึงเถอะ จะเรยี นวิชาใส่ตวั เอาชนะพวกลกู มพี อ่ เหล่าน้ใี หไ้ ด้ จงึ ไดเ้ ดินทางไป
ศกึ ษาวชิ าแพทยจ์ นสาเรจ็ สมความตั้งใจ ที่เขาได้เคลื่อนยา้ ยสถานภาพจากเดก็
กาพรา้ กลายมาเปน็ นายแพทยผ์ เู้ ปน็ ทเี่ คารพนับถือของคนเกอื บทวั่ ประเทศได้
เช่นน้ี กเ็ พราะเขามแี รงจงู ใจใฝส่ มั ฤทธิ์สงู มาตั้งแต่สมยั ยงั เด็กนัน่ เอง
เป็นผู้ใฝ่รูแ้ ละมคี วามพากเพยี รสงู เมื่อตั้งใจศึกษาเลา่ เรยี นวชิ าใด กพ็ ยายาม
หาทางให้ไดเ้ รียน แม้ไมม่ ีเงินคา่ เดนิ ทางก็พยายามตสี นทิ กับพวกพอ่ ค้าวานชิ ตา่ ง
เมอื งขออาศยั เดนิ ทางไปยังเมอื งตกั กสลิ าจนได้ รวมท้งั ไดใ้ ช้แรงงาน คอื การอยู่
รับใช้งานของอาจารย์ แลกกบั สิทธกิ ารไดศ้ ึกษาเลา่ เรียน ซ่ึงแน่นอนวา่ การ
ทางานสารพดั ไปด้วยเรยี นไปด้วย จะตอ้ งยากลาบากเพยี งใดแตก่ ็ไมย่ ่อทอ้ ตั้งใจ
ศึกษาวิชาการจากอาจารย์ด้วยความเคารพและอดทนจนกระทง่ั สาเรจ็ การศกึ ษา
เปน็ อบุ าสกท่ีดี หมอชีวกโกมารภัจจม์ คี วามเคารพในพระพทุ ธเจา้ และยึด
มน่ั ในพระรัตนตรยั มาก จะเหน็ ไดจ้ ากการท่เี ขาถวายสวนมะม่วงใหเ้ ปน็ วดั และ
เมอื่ ไดส้ ิ่งท่ีดเี ช่น ไดผ้ า้ เนอื้ ละเอียดมาก็นกึ ถงึ พระพทุ ธเจา้ ข้นึ มาทันทีและนาไป
ถวาย เมื่อคร้งั พระเจ้าอชาตศตรทู รงเกดิ ความเดือดร้อนพระทัยเนอ่ื งจากได้ปลง
พระชนมพ์ ระราชบดิ า จนสะด้งุ หวาดกลวั จนบรรทมไม่หลบั พระองค์ตรสั ถาม
หมอชีวกว่ามวี ิธีใดทจี่ ะทาใหพ้ ระองค์สงบพระทยั ได้ หมอชีวกไดถ้ วายคาแนะนา
ใหพ้ ระเจา้ ชาตศตรไู ปเฝา้ พระพทุ ะเจา้ และพระสงฆ์ จนกระท่งั พระเจ้าอชาตศตรู
ได้ถวายตนเป็นสาวกของพระพทุ ธเจา้ การชกั จงู คนทีย่ ังไมม่ ีจิตศรทั ธาให้เกดิ การ
ศรทั ธาในพระรัตนตรยั การให้คาแนะนาแกค่ นท่ีมคี วามทกุ ข์ให้ไดพ้ บทางผอ่ น
คลายทุกข์เช่นนน้ี ับเปน็ หนา้ ที่ของอบุ าสกท่ีดีของพระพุทธศาสนา
8
7
เป็นผ้เู สียสละอย่ำงยง่ิ หมอชีวกโกมำรภจั จ์เปน็ ทั้งแพทย์หลวง แพทย์
ประจำพระองคข์ องพระพทุ ธเจำ้ ขณะเดียวกนั กย็ ังดูแลประชำชนอกี ดว้ ย ทำให้
หำเวลำพักผ่อนได้ยำก ดังคร้งั หนง่ึ เมื่อเขำไดท้ รำบพระพทุ ธเจ้ำถูกเทวทัตทำรำ้ ย
บำดเจบ็ (พระเทวทตั กลง้ิ หินหมำยให้ทบั พระองค์ ก่อนหินกลิง้ ลงมำปะทะ
ชะงอ่ นผำ สะเกด็ หนิ ไปต้องพระบำทจนหอ้ พระโลหติ ) กร็ บี ไปถวำยกำร
รกั ษำพยำบำลพนั แผลทีพ่ ระบำท แล้วรีบเข้ำไปตรวจคนไข้ในเมือง ต้ังใจวำ่ ตอน
ค่ำจะกลบั ไปแกพ้ นั แผล แต่ประตูเมืองปิดเสยี กอ่ น ทำใหต้ ้องรอจนกระทั่งรงุ่ เช้ำ
ทำ่ นรบี เรง่ เขำ้ เฝ้ำด้วยควำมเป็นหว่ งในพระอำกำรประชวรของพระพทุ ธเจ้ำ
เสรจ็ จำกน้ันแล้วก็รบี เข้ำเมอื งเพือ่ รกั ษำพยำบำลประชำชนต่อไป ท่ำนต้อง
เสยี สละท้ังเวลำสว่ นตน เพือ่ บำเพ็ญประโยชน์แกพ่ ระศำสนำและประชำชน
เพรำะควำมเป็นคนเสยี สละถึงดังน้ี ท่ำนจึงเปน็ ทรี่ กั ของปวงชนดังท่ที รำบอยูแ่ ลว้
9
48
บรรณาณุกรม
1. ขุนนทิ เทสสขุ กิจ, อายุรเวทศึกษา,
(กทม.: โรงพมิ พ์พร้อมจกั รการพมิ พ,์ 2516), หน้า 48 – 52
2. พระครูวินัยธรสเุ ทพ อกญิ จโน, ตารายาแผนโบราณฉบบั คัดจาก
สมดุ ข่อย,(กทม.: สานกั พิมพ์มหรรณพ, 2540) หนา้ (5) – (8)
3. อาจารยบ์ ญุ สู ไชยจนั ลา, ชวี ะประวตั ขิ องทา่ นบรมครูเร่อื งบรม
ครูแพทย์ชีวกโกมารภจั , (หนังสืออนุสรณ์คณะแพทย์แผนโบราณ
สถานพยาบาลบรรเทาทกุ ข์โบราณภาคเหนือ ครบรอบ 7 ปี
, เชยี งใหม.่ : โรงพมิ พธ์ าราทองการพิมพ์, 2514) หนา้ 38 – 52
4. องสรภาณมธุรส, เจ้าอาวาสวดั สมณานัมบรกิ าร, บนั ทึกประวตั ิ
ชีวิตตอนบ้ันปลาย ของบรมครแู พทยช์ ีวกโกมารภัจ. คร้ังที่ 1,
(หนังสอื อนสุ รณ์คณะแพทยแ์ ผนโบราณสถานพยาบาลบรรเทาทุกข์
โบราณภาคเหนอื ครบรอบ 7 ป,ี เชียงใหม.่ : โรงพมิ พธ์ าราทอง
การพมิ พ์, 2514) หน้า 53 – 60
10
11
12