The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Chattima Sunkhunthod, 2020-11-05 09:48:07

พระโพธิญาณเถร

พระโพธิญาณเถร

2

สารบัญ

 ปฐมวยั ………………………….1
 บรรพา………………………….3
 ออกศกึ ษาตา่ งถนิ่ …..…………….4
 วตั รปฏบิ ตั .ิ ……………………..6
 ปัจฉมิ บท…….……………..….8
 มรณภาพ………………………10
 คณุ ธรรมท่ีควรถือเป็นแบบอย่าง…...12

3

1

ปฐมวัย

หลวงพ่อชา สุภทฺโท เป็นลูกอีสานโดยกาเนิด ท่านเกิดที่จังหวัดอุบลราชธานี ใน
หมู่บ้านแห่งหน่ึงของอาเภอวารินชาราบ ช่ือบ้านก่อ เมื่อวันศุกร์ ท่ี ๑๗ มิถุนายน
๒๔๖๑ แรม ๗ ค่า เดือน ๗ ปีมะเมีย
ท่านเป็นบุตรคนที่ ๕ ของนายมา และนางพิมพ์ ช่วงโชติ มีพ่ีน้องร่วมมารดา ๑๐
คน ท่านเป็นคนช่างพูด และมีลักษณะผู้นามาตั้งแต่เด็กๆ เม่ืออยู่กับหมู่เพื่อน ไม่
วา่ จะเล่นหรอื ทาอะไรก็ตาม ทา่ นมกั เปน็ ผ้วู างแผนมอบหมายหน้าท่ีแก่คนอ่ืนเสมอ
โดยปกติท่านเป็นคนอารมณ์ดี ร่าเริง วันไหนขาดท่าน เพ่ือนๆ จะเงียบเหงา คุย
หรอื เลน่ ไมค่ ่อยมีรสชาติ
ลักษณะเด่นอีกประการหน่ึงของท่าน คือ ความรักสันติ ไม่เคยมีใครเห็นท่านมี
เร่ืองราวทะเลาะเบาะแว้งเป็นปากเป็นเสียงกับใคร โดยเฉพาะการชกต่อยข่มเหง
รังแกกับผู้อ่อนแอกว่าน้ันยิ่งไม่มีเลย ตรงกันข้ามเม่ือเพื่อนฝูงมีปัญหาขัดใจกัน
ท่านจะเป็นผู้ไกล่เกล่ียคล่ีคลายให้เรียบร้อยได้ด้วยความสามารถอันเป็น ลักษณะ
เฉพาะตัว ประกอบกับปกติท่านเป็นคนมีน้าในโอบอ้อมอารี และให้ความเป็น
ธรรมแก่ทกุ คนเสมอ เพือ่ นๆ ก็เลยเกรงใจ

https://kondeeinvestor.com/archives/19059

2

หลวงพ่อเติบโตขึ้นมาในบรรยากาศอบอุ่นและม่ันคง ครอบครัวของท่าน จัดว่ามี
ฐานะม่ังค่ังครอบครัวหน่ึงในหมู่บ้าน และมักสงเคราะห์ผู้ยากจนกว่าในยามข้าว
ยากหมากแพงอยู่เสมอ ตัวท่านเองเป็นเด็กท่ีมีกาลังวังชา กระฉับกระเฉงว่องไว
ธาตุไฟแรง กินจเุ ป็นนิสัย แตค่ วามทีท่ ่านเป็นคนขยันไมอ่ ยู่น่ิง จึงสามารถช่วยงาน
ในครอบครัวได้เป็นอย่างดีตง้ั แต่อายุยังน้อย งานหลักทเี่ ด็กชายชาเป็นหัวเร่ียวหัว
แรงสาคัญมีอยู่ ๒ อย่าง คือ งานเล้ียงควายและดูแลไร่ยาสูบ แต่งานหนักคืองาน
ในไร่ยาสูบ ซึ่งมีถึง ๔-๕ ไร่ ปีหน่ึงๆ ต้องรดน้าพรวนดิน ดูแลเก็บเกี่ยวจนได้
ผลผลิตเป็นยาสูบ ซ่ึงใช้แลกเปลี่ยนกับผลผลิตอย่างอ่ืน เช่น อาหารและสิ่งของ
เคร่ืองใชก้ ับเพอ่ื นบ้านใกลเ้ คยี ง

5

https://kondeeinvestor.com/archives/19059

3

บรรพชา

หลังจากนั้นไม่นาน เด็กชายชาได้ขอให้พ่อแม่พาตัวไปฝากเป็นลูกศิษย์วัด พ่อแม่ก็ไม่
ขัดข้องและพาไปอยใู่ นความอปุ าระของพระอาจารย์ลีทว่ี ัดบ้านก่อนอก เดก็ ชายชาจึง
มีโอกาสได้เรียนรู้กฎระเบียบและกิจวัตรประจาวันต่างๆ เมื่อได้รับการอบรม
พอสมควรและมีอายุถึงเกณฑ์บรรพชา ท่านเจ้าอาวาสเห็นว่าเป็นเด็กเรียบร้อย ท้ัง
ขยันหมน่ั เพียร รู้จักอุปัฏฐากรับใช้ครูอาจารย์ดว้ ยดีมาตลอด จึงจดั การให้ได้บรรพชา
พร้อมกับเพื่อนๆ อีกหลายคน โดยมีพระครูวิจิตรธรรมภาณี(พวง) เจ้าอาวาสวัดมณี
วนาราม จ.อุบลราชธานี เป็นพระอุปัชฌาย์ ที่วัดบ้านก่อ เม่ือเดือนมีนาคม พ.ศ.
๒๔๗๔ ขณะนั้นหลวงพ่ออายุได้ ๑๓ ปพี อดี
เม่ือบรรพชาแล้วนอกจากการท่องบทสวดมนต์ต่างๆ สามเณรชาได้เรียนหลักสูตร
นักธรรมตรแี ละเรยี นหนังสือพน้ื เมืองทเ่ี รียกว่า “หนังสอื ตวั ธรรม” อย่างเชย่ี วชาญ
ระหว่างที่บรรพชาอยู่น้ัน สามเณรชาได้อุปัฏฐากรับใช้ครูบาอาจารย์รูปหนึ่ง คือท่าน
อาจารย์ลัง จนได้รับความรักใคร่เอ็นดูจากท่านเป็นพิเศษ อาจารย์ลังได้เป็นธุระใน
การอบรมสั่งสอน และเอาใจใส่ดูแลการศึกษาเล่าเรียนของสามเณรอย่างใกล้ชิด เป็น
เหตุให้ได้รู้จักกับครอบครัวของลูกศิษย์ด้วย เมื่อมีโอกาสว่างพระอาจารย์ลังก็มักชวน
สามเณรกลับไปเย่ียมบ้านและไปบ่อยขึ้น ทุกที บางทีก็อยู่จนดึกจึงกลับวัด ในระยะ
หลังๆ พระอาจารย์ลังก็ปรารภเร่ืองทางโลกบ่อยๆ จนกระทั่งวันหน่ึงก็ได้ชักชวนให้
ลกู ศษิ ยล์ าสกิ ขาบทไปด้วยกัน จติ ใจของสามเณรน้อยก็หว่ันไหว เพราะศรัทธาในพระ
ศาสนายังไม่หนักแน่นม่ันคงพอที่จะอยู่ต่อได้ ถ้าอาจารย์ของตนจากไป เมื่อถูกครูบา
อาจารย์ชวนบ่อยๆ ก็เลยลาสิกขาตามไปในท่ีสุด ตอนนั้นอายุได้ ๑๖ ปี

https://kondeeinvestor.com/archives/19059

4

ออกศึกษาต่างถิน่

ปี พ.ศ.๒๔๘๔ ท่านก็ได้ตัดสินใจออกแสวงหาความรู้ในต่างถิ่น โดยไปพานักยังวัด
สวนสวรรค์ อาเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี และไปเรียนหนังสืออยู่ท่ี
สานักเรียนวัดโพธิ์ตาก หลังจากนั้นก็เดินทางไปยังสานักเรียนวัดบ้านหนองหลัก
ตาบลเหล่าบก อาเภอม่วงสามสิบ จังหวัดอุบลราชธานี แต่ไม่ได้จาพรรษาท่ีวัดแห่งน้ี
เพราะเพื่อนของท่านไม่อยากอยู่ จึงเดินทางไปจาพรรษาอยู่ท่ีสานักเรียนวัดเค็งใหญ่
อาเภออานาจเจริญ จังหวัดอุบลราชธานี ท่านได้ศึกษานักธรรมชั้นโทและบาลี
ไวยากรณ์ และสอบนกั ธรรมชนั้ โทไดท้ ่ีวัดนี้
ปี พ.ศ.๒๔๘๖ ท่านไดเ้ ดนิ ทางกลบั มาจาพรรษายังสานักเรยี นวัดบ้านหนองหลัก และ
ได้ทุ่มเทกายใจศึกษาทั้งนักธรรมและบาลีอย่างเต็มที่ เมื่อออกพรรษาก็ได้รับข่าวว่า
โยมบิดาป่วยหนัก ท่านลังเลอยู่นาน หว่ งโยมบิดาก็หว่ ง เรื่องเรยี นก็ห่วง แต่ในทีส่ ุดก็
ตัดสินใจเดินทางกลับบ้านไปดูโยมบิดาและตัดสินใจไม่กลับไปสอบ อยู่ดูแลโยมบิดา
จนกระท่ังวาระสุดทา้ ย
ก่อนถึงแก่กรรม โยมบิดาได้ขอร้องท่านว่า “อย่าลาสิกขานะ อยู่เป็นพระอย่างน้ี
แหละดี สึกออกมามันยุ่งยากลาบาก หาความสบายไม่ได้” ก่อนหน้าน้ี เม่ือได้ยิน
คาพดู แบบนท้ี ่านจะนงิ่ ไมโ่ ตต้ อบอะไร แตใ่ นคร้งั น้ี ท่านกลับให้คาตอบกับโยมว่า “ไม่
สึกหรอก จะสกึ ไปทาไม”
จากคาส่ังเสียของโยมบิดา บวกกับจิตใจที่เร่ิมเบ่ือหน่ายต่อการศึกษา ซึ่งท่านรู้สึกว่า
ไม่ใช่ทางพ้นทุกข์ จึงอยากจะศึกษาทางปฏิบัติดู ในท่ีสุดก็ท่านก็เปล่ียนแนวคิดจาก
การมุเรียนด้านปรยิ ัติ เริ่มชีวิตธดุ งคอ์ อกเดินทางแสวงหาครบู าอาจารย์ตามท่ีต่างๆ

7

https://kondeeinvestor.com/archives/19059

5

ปี พ.ศ.๒๔๘๙ ท่านได้เดินทางไปจาพรรษาอยู่ท่ีวัดเขาวงกต จังหวัดลพบุรี ท่ีนี่
ท่านได้ทดลองวิธีการภาวนาหลายอย่าง ทั้งการนับลูกประคา และการเจริญอา
นาปานสติแบบต่างๆ เป็นต้น และเริ่มหาวิธีกาจัดกามราคะ ซ่ึงท่านเรียกว่าเป็น
เรือ่ ง “ยากย่งิ สิ่งเดยี ว” สาหรับทา่ น
พอออกพรรษาในปีเดียวกันนั้น หลวงพ่อก็ได้เดินธุดงค์ไปนมัสการหลวงปู่ม่ัน ภู
ริทตฺโต วัดหนองผือนาใน อาเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร หลวงปู่ม่ัน ได้
คลายความสงสัยขอ้ งใจใหท้ า่ นเก่ียวกบั เร่อื งนกิ ายทั้งสองเสียได้ และนอกจากนั้น
ท่านยังหมดความลังเลสงสัยในหนทางประพฤติปฏิบัติ มีกาลังใจอาจหาญท่ีจะ
บรรลุมรรคผลนิพพานให้ได้
หลวงพอ่ พกั อยสู่ านกั หลวงปู่ม่ันเพยี ง ๒-๓ วัน กอ็ อกธุดงค์รอนแรมตามป่าเขาไป
เร่ือยๆ ในขณะนั้น ไม่ว่าจะเดินจงกรมหรือน่ังสมาธิอยู่ที่ใด ก็มีความรู้สึกราวกับ
ว่าหลวงปู่ม่ันคอยติดตามให้คาแนะนาตักเตือนอยู่ตลอด เวลา การมากราบ
นมัสการหลวงปู่มั่นในคร้ังนี้ ทาให้ศรัทธาของหลวงพ่อแกร่งกล้าขึ้น พร้อมท่ีจะ
เอาชีวติ เปน็ เดิมพนั ในการทาความเพยี ร

8

https://kondeeinvestor.com/archives/19059

วัตรปฏิบตั ิ 6

พระอาจารย์เท่ียง โชติธมฺโมปรารภถึงคาสอนของหลวงพ่อว่า “จุด ใหญ่ใจความท่ี
หลวงพ่อเน้นหนักคือ เรื่องพระวินัยและการปฏิบัติ ข้อวัตรปฏิบัติน่ีทิ้งไม่ได้เลย หยุด
ไม่ได้ กิจสวดมนต์ ไหว้พระ ไม่จาเป็นจริงๆ ไม่ให้หยุด..” เรื่องการเน้นหนักพระวินัย
และข้อวัตรปฏิบัติของหลวงพ่อน้ี พระครูบรรพตวรกิตศิษย์คนหน่ึงของหลวงพ่อ ได้
ถ่ายทอดบรรยากาศอนั เขม้ ขนั ในสมัยแรกๆ ไวว้ า่
กจิ วตั รประจาวันก็ ตสี ามต่ืน มาประชุมทาวัตรเช้า โดยมากท่านจะมาก่อนลูกศิษย์ พอ
มาถึงศาลา ท่านก็น่ังสมาธิ ทาวัตรสวดมนต์ ทุกคนก็มาพร้อมหน้าพร้อมตากันและ
บางครงั้ มกี ารเรยี กชือ่ ถา้ พระเณรมคี วามย่อหยอ่ นในข้อวัตรปฏิบตั ิ หลบหน้าหลบหลัง
ท่านก็เรียกชื่อถามหา ให้เวลา ๑๕ นาทีในการเดินมาถึงศาลา และเม่ือได้เวลา ๑๕
นาทีแล้ว ท่านก็เรียกช่ือ เสร็จแล้วจึงเร่ิมทาวัตร นั่งสมาธิ ท่านก็อธิบายความหมาย
และสอนวิธกี าจัดนิวรณเ์ บ้ืองตน้ ทกุ คนต้งั อกตั้งใจในการปฏิบัติ และท่านก็คอยมองอยู่
เรื่อย ถ้านิวรณ์ครอบงาพระเณรองค์ไหน ท่านเห็นท่านก็ตะโกนไปเตือนให้รู้สึกตัว
ขึน้ มา
เมื่อถึงเวลาเลิก ท่านก็ย้าเตือนอีกเรื่องทางกาย ทางกิริยาและจิต ท่านให้รู้ประจาอยู่
เสมอ ทุกคนเงียบหมดถ้าท่านพูดข้ึนมา มีความเกรงกลัว ไม่กล้ากระดุกระดิก ไม่พูด
หากจะพูดกันก็พูดค่อยที่สุด แล้วก็พากันจัดแต่งบริขารออกบิณฑบาต สายไกลก็
ออกไปก่อน สายใกล้อยู่รอก่อน ส่วนท่านไปสายใกล้ ท่านไม่ไปบิณฑบาตที่บ้านก่อ
ท่านบอกว่า ยังมีเชื้ออยู่ คือมีเชื้อยินดีกับสถานที่กับบุคคล ไปแล้วเห็นบ้านเรือนเห็น
สถานท่ีเกา่ ๆ ที่เคยอาศัย เห็นพ่ีสาวน้องสาว เห็นลูกเห็นหลาน จิตจะวกไปติดอยู่ที่นั้น
ถ้าไม่จาเปน็ ท่านไมไ่ ปบา้ นกอ่ ทา่ นไปบิณฑบาตบ้านกลาง
ช่วงท่ีสายไกลออกไปบิณฑบาตแล้ว ท่านก็จับไม้กวาด กวาดวัดก่อนออกบิณฑบาต
กวาดแล้วก็เก็บไปด้วย บางวันไม่กวาดท่านก็เอาบุ้งกี๋มาเก็บใบไม้ตามทางเดินรอบๆ
ศาลาเลก็ ลูกศิษยก์ ็ทาดว้ ย เมอื่ ถึงเวลาก็ออกไปบณิ ฑบาต เราก็ทากนั อยอู่ ย่างน้ี
ถึงเวลาบ่ายสามโมง ก็ปิดประตูหน้าต่างกุฏิ ถ้าตากจีวรตากผ้าไว้ก็ต้องเก็บเสียก่อน
เพราะถา้ มีเหตุคือลมฝน จะไดไ้ มต่ ้องวง่ิ กลบั ไปเกบ็

9

https://kondeeinvestor.com/archives/19059

7

การกราบก็มอี ยู่ทุกครงั้ ก่อนลงจากกฏุ กิ ก็ ราบ ถ้าไมก่ ราบลงเดินมาถึงกลางทางพอ
นึกขนึ้ ได้ กต็ อ้ งกลบั ไปกราบก่อน แลว้ ถอื ไมก้ วาดและกาน้ามาด้วย ผา้ สรงนา้ เอา
หนีบรักแรม้ าหรอื ไมก่ ็พบั แล้ววางไวบ้ นศรี ษะ มาถงึ ศาลากเ็ อาของวางลงแล้วเขา้ ไป
กราบพระในศาลาใหญเ่ สียก่อน กาน้าวางไวท้ อ่ี าสนะสงฆ์ สว่ นผ้าอาบนา้ นาออกมา
ดว้ ย ถ้ามีแดดก็เอาปดิ ศรี ษะ แตไ่ ม่ใช่เอาคลมุ เอาวางเป็นระเบยี บเรยี บร้อย แล้ว
ช่วยกนั กวาดใบไม้ หลวงพ่อกก็ วาด พระเณรกวาดเป็นแถว และไมไ่ ดย้ ินเสยี งพูดคยุ
กัน ถา้ ไมจ่ าเปน็ จรงิ ๆ จะไม่พดู คยุ กนั ได้ยินแตเ่ สียงทางาน ปดั กวาดเสรจ็ กม็ าเตรียม
นา้ ใช้นา้ ฉัน เมื่อก่อนก็ต้องตกั และหามเอา หลวงพ่อเป็นคนจับเชอื กและช่วยดึงถังน้า
ข้นึ มา พระคอยรับถังน้า ตอนนั้นพระเณรก็มีไม่มากเท่าไร เร่มิ ต้ังแต่ ๖ องค์ ๘ องค์
๑๐ องค์ เพิ่มข้นั เรอ่ื ยๆ ตักนา้ ขึน้ มาแล้วก็ช่วยกันหามไปทง้ั คนแกแ่ ละหนุม่ ได้ยนิ แต่
เสียงทางาน ไมม่ ีเสียงพูดคุยกัน ท่านคอยสังเกตตลอดเวลา พระเณรจึงมีความ
ระมัดระวงั มคี วามยาเกรง และมีศรัทธากนั จริงๆ พอตกั น้าใช้นา้ ฉนั เสรจ็ กเ็ ข้าไปใน
ศาลาปัดกวาดปอู าสนะ คอื กวาดข้างนอกก่อน กวาดไปตามลาดับ เพอื่ ไม่ใหฝ้ ่นุ ฟุ้ง
เข้าไปในศาลา กวาดข้างนอกศาลาเสร็จก็ถูศาลาและจดั อาสนะต่อจากน้นั กส็ รงนา้
เม่อื สรงนา้ แลว้ ก็แยกกนั เขา้ ส่ทู างจรงกรม เดินจนถงึ หกโมงเยน็ พอไดย้ ินเสียงระฆงั
จัดเก็บบริขารและปดิ เสนาสนะ แล้วรบี มารวมกนั ท่ีศาลา เขา้ ศาลาตอนเย็น ท่านจะ
เทศนเ์ ตือนเสมอใหม้ ากอ่ น อย่าใหค้ รบู าอาจารย์ต้องมารอ ทาวัตรสวดมนตเ์ สร็จท่าน
ก็ขึน้ เทศนบ์ พุ พสกิ ขา อธิบายโวหารใหฟ้ งั จบแล้วจงึ ไหว้พระ จากนั้นพระเณรกแ็ ยก
ย้ายกันกลบั กฏุ ปิ ระมาณสี่ห้าทมุ่ บางวันอาจถึงหกทมุ่ หรือตีหนง่ึ จงึ พอสรุปวตั ร
ประจาวนั ของพระภิกษุสามเณรของวัดหนองปา่ พงไดค้ ร่าวๆ คือ
๐๓.๐๐ น. ต่นื นอน ทาวัตรเช้า ทาสมาธิ เดนิ จงกรม
๐๕.๐๐ น. ทาความสะอาดหอฉนั จดั อาสนะฉัน บณิ ฑบาต
๐๘.๐๐ น. ฉัน เก็บกวาดสถานที่ ฟงั โอวาท กลบั กุฏิ
๑๓.๐๐ น. ตักน้า ปดั กวาดลานวดั ฯลฯ
๑๗.๐๐ น. ฉันนา้ ปานะ
๑๘.๐๐ น. ทาวัตรเย็น ฟังธรรม ทาสมาธิ เดนิ จงกรม
๒๒.๐๐ น. กลับกุฏิ (ไมค่ วรนอนก่อน ๕ ทุ่ม)

10

https://kondeeinvestor.com/archives/19059

ปจั ฉมิ บท 8

หลวงปู่ชา สุภทฺโท ขณะมชี วี ิตอยูท่ ่านได้อทุ ิศชวี ิตเพ่ือการปฏิบัติธรรม และเผย
แผ่พุทธศาสนา ทง้ั แก่ชาวไทยและชาวตา่ งประเทศ ซงึ่ บงั เกิดผลทาให้ผลงานท่ี
เป็นประโยชน์อเนกอนันตแ์ กพ่ ระศาสนา ทัง้ ท่ีเป็นพระธรรมเทศนา และสานกั
ปฏบิ ัตธิ รรม ดงั น้ี
1. ธรรมเทศนา สาหรบั บรรพชิต สาหรับคฤหสั ถ์ เสียสละเพอ่ื ธรรม การเขา้ สู่
หลกั ธรรม ธรรมะทห่ี ยั่งรู้ยาก ธรรมะธรรมชาติ ปฏบิ ัตกิ นั เถดิ ธรรมปฏิสันถาร
สองหนา้ ของสจั ธรรม ปัจฉมิ กถา การฝึกใจ มรรคสามัคคี ดวงตาเหน็ ธรรม อยู่
เพือ่ อะไร เรอื่ งจิตน้ี นา้ ไหลน่งิ ธรรมในวินยั บ้านที่แท้จรงิ สมั มาสมาธิ ขน้ึ ตรง
ต่อพระพุทธเจา้ ความสงบบ่อเกดิ ปญั ญา พระองคเ์ ดยี ว นอกเหตุเหนือผล
สมมตติและวิมุตติ การทาจิตใหส้ งบ ตุจโฉโปฎฐิละ ดวงตาเหน็ ธรรม ทาใจให้
เป็นบญุ ทรงไว้ซงึ่ ข้อวัตร เหนือเวทนา เพยี รละกามฉนั ทะ ทางพน้ ทกุ ข์ ไมแ่ น่
คอื อนิจจัง โอวาทบางตอน อ่านใจธรรมชาติ อยู่กบั งเู ห่า สมั มาทิฐิทเี่ ยอื กเย็น
มรรคผลไมพ้ ้นสมยั นกั บวชนกั รบ ธดุ งค์ทกุ ข์ดง สมั มาปฏปิ ทา พงึ ต่อสู้ความ
กลัว กวา่ จะเปน็ สมณะ เครื่องอยูข่ องบรรพชิต กญุ แจภาวนา วมิ ตุ ติ
2. สานักปฏิบตั ธิ รรม มสี านักปฏิบตั ธิ รรม ในประเทศไทยซง่ึ อยู่ทุกภาคของ
ประเทศจานวนท้งั ส้นิ 82 สาขา และในต่างประเทศอีก 7 สาขา และเฉพาะศิษย์
ทเ่ี ป็นพระชาวต่างประเทศซึ่งอยู่เปน็ ประธานสงฆผ์ ้มู พี รรษาต่าสดุ คอื 16
พรรษา รายนามสาขาในตา่ งประเทศ มีดงั น้ี.-

11

https://kondeeinvestor.com/archives/19059

9

ยโุ รป และ อเมริกา
•วดั จติ ตวเิ วก ประเทศองั กฤษ
•วดั อมรวดี ประเทศอังกฤษ
•วดั ป่าสันติธรรม ประเทศอังกฤษ
•วดั รตั นคิรี (ฮาร์นัม) ประเทศอังกฤษ
•เดวอ่ น วหิ าร ประเทศอังกฤษ
•วดั สันตจติ ตรามา ประเทศอิตาล่ี
•วดั ธรรมปาละ ประเทศสวสิ เซอร์แลนด์
•วดั อภยั คริ ี อเมรกิ า
•วดั ป่านานาชาติ อบุ ลราชธานี
ออสเตรเลยี
•วดั โพธิญาณ ประเทศออสเตรเลยี
•โพธญิ าณรามา นวิ ซแี ลนด์
วดั และศูนยป์ ฏิบตั ธิ รรมทเ่ี กย่ี วเน่อื ง
•ศูนยป์ ฏิบตั ิธรรมแมน่ ้าแอร์โร่ ประเทศแคนาดา
•วดั ป่าเบริ ก์ เคน ประเทศแคนาดา
•วัดปา่ สนั ติ ประเทศออสเตรเลยี
•อัคแลนด์ วหิ าร ประเทศนิวซีแลนด์
ที่วัดหนองป่าพงยังมีสถานที่พอจะเป็นท่ีเตือนใจของผู้ประสงค์จะนมัสการและ
ราลึกถึงท่านคือ พิพิธภัณฑ์พระโพธิญาณเถระ (ชา สุภทฺโท) ซ่ึงเป็นพิพิธภัณฑ์ท่ี
รวบรวมประวัตแิ ละผลงานของท่านมารวมไว้ ตลอดจนรูปป้ันขี้ผ้ึงของท่าน ท่ีผนัง
พิพิธภัณฑ์ก็ยังมีภาพชีวิตของท่าน ท่ีทาจากกระเบื้องดินเผา เม่ือเข้าไปใน
พิพิธภัณฑ์แล้วจะให้ท้ังความร่มเย็นศักดิ์สิทธ์ิ และปรากฏการณ์เสมือนหน่ึงท่าน
ยงั ไมถ่ ึงมรณภาพเลย

12

https://kondeeinvestor.com/archives/19059

10

มรณภาพ

เมอื่ อายุย่างสู่วัย ๖๐ หลวงพ่อก็มีอาการผิดปกติทางร่างกายเกิดข้ึน เร่ิมจากรู้สึกว่า
รา่ งกายโงนเงน การทรงตวั ไม่ค่อยดี มีอาการปวดเมื่อยบริเวณต้นคอ บางคร้ังหลวง
พ่อมอี าการทรุดหนัก แต่เมอ่ื ลูกศิษย์ลูกหามาเยี่ยม ท่านจะนั่งพูดคุยด้วยหน้าตาย้ิม
แย้มแจ่มใส เหมือนไม่มีอะไรเกิดข้ึน ลูกศิษย์ต่างวิตกเรื่องการอาพาธของหลวงพ่อ
แตท่ า่ นกลับห่วงการประพฤตปิ ฏิบตั ขิ องลูกศษิ ยม์ ากกว่า
กลางเดือนตุลาคม พ.ศ.๒๕๒๔ อาการอาพาธของหลวงพ่อทรดุ ลงอีก ศิษย์จงึ กราบ
นิมนตท์ ่านไปรักษาตัวทโี่ รงพยาบาลสาโรง จังหวัดสมุทรปราการ ขณะนั้นหลวงพ่อ
ยังพอเดินเองได้ แต่ต้องพยุงบ้าง ผลการตรวจของแพทย์พบว่า ช่องภายในสมองมี
ขนาดโตผิดกว่าปกติ เป็นโรคน้าไขสันหลังสมองค่ัง คณะแพทย์จึงได้ทาการผ่าตัด
อาการดีขน้ึ นดิ หน่อย แต่ความจาไม่คอ่ ยดี
เมื่อกลับมาถึงวัดหนองป่าพง อาการกลับแย่ลงอีก ต้นเดือนสิงหาคม พ.ศ.๒๕๒๕
ลูกศิษย์จึงนิมนต์ท่านเข้ารับการรักษาท่ีโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ พระบาทสมเด็จ
พระเจ้าอยู่หัวฯ โปรดเกล้าฯ รับหลวงพอ่ ไวใ้ นพระบรมราชานุเคราะห์ ผลการตรวจ
แพทย์ได้วินิจฉัยอาการป่วยของท่านว่า มีสาเหตุมาจากเนื้อสมองเส่ือมจากเส้น
เลือดอุดตัน และเน้ือสมองตายเป็นหย่อมๆ รวมทั้งเป็นเบาหวานด้วย อาการท่ัวไป
ไม่ดีขึ้นเลย หลังจากพักรักษาตัวอยู่ท่ีโรงพยาบาลนานถึง ๕ เดือน ท่านพระ
อาจารย์เล่ียม ฐิตธมฺโม (รักษาการเจ้าอาวาสวัดหนองป่าพงขณะนั้น) จึงตัดสินใจ
นมิ นตห์ ลวงพอ่ กลบั วดั หนองป่าพง

13

https://kondeeinvestor.com/archives/19059

11

หลวงพ่อได้เขา้ พกั ในกุฏิพยาบาล ซ่ึงสร้างขน้ึ ด้วยพระราชทรัพย์ของพระบาทสมเด็จ
พระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตพระบรมราชนิ ีนาถ และ
คณะศิษย์ได้ร่วมสมทบโดยเสด็จพระราชกุศล แม้หลวงพ่อจะอาพาธหนัก แต่
บรรยากาศของวัดหนองปา่ พงยังคงสงบและมั่นคง วัตรปฏิบตั ิของพระเณรดาเนินไป
อย่างต่อเน่ือง โดยมีคณะพระเถระร่วมกันปกครองหมู่คณะแทนหลวงพ่อและทุกๆ ปี
จะมีการประชุมใหญ่ในวันท่ี ๑๗ มิถุนายน (วันคล้ายวันเกิดของหลวงพ่อ) พระสงฆ์
จากทุกสานักสาขาท้ังในและต่างประเทศ จะเดินทางมาร่วมปฏิบัติบูชาราลึกถึงคุณ
ของหลวงพ่อ รวมท้งั ประชมุ กันในวนั น้ัน
อาการของหลวงพ่อมีแต่ทรงกับทรุดเร่ือยมา จนกระทั่งเช้ามืดวันท่ี ๑๖ มกราคม
พ.ศ.๒๕๓๕ เวลา ๐๕.๒๐ น. หลวงพ่อได้ละสังขารไปด้วยอาการสงบ ภายในกุฏิ
พยาบาล ท่ามกลางความเศร้าสลดของบรรดาลูกศิษย์
ตลอดชีวิตสมณะของหลวงพ่อ ท่านได้สร้างคุณงามความดีมากมายเกินกว่าที่จะ
กล่าวถึงให้ครอบคลุมทั้งหมดได้ สานักวัดหนองป่าพงและสาขาน้อยใหญ่ อันเป็นวัด
ซ่ึงมุ่งประโยชน์ด้านปฏิบัติเพ่ือนาผู้คนไปสู่ความพ้นทุกข์อย่าง แท้จริง ลูกศิษย์ลูกหา
ทั้งที่เป็นพระและฆราวาส ล้วนเป็นผู้ทรงธรรมวินยั และคนท่ีท่านได้สร้างมานั้น กไ็ ด้
ขยายบุญเขตกว้างขวางออกไปเร่ือยๆ โดยมีภาพลักษณ์ของหลวงพ่อเป็นตัวอย่าง
เปน็ ขวัญและกาลงั ใจใหอ้ ยา่ งยอดเย่ียม

14

https://kondeeinvestor.com/archives/19059

12
คณุ ธรรมที่ควรถอื เปน็ แบบอยา่ ง

 เป็นพระวปิ สั สนาจารย์ ทา่ นไดเ้ ปน็ แบบอย่างของพระวิปสั สนา จนมีผู้นา
แบบอย่างของท่านมาเป็นแนวปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐาน ท่านจึงมีลูกศิษย์ท่ีเป็นพระ
วปิ ัสสนาท่ีสาคัญ ๆ หลายทา่ น นอกจากน้ันทา่ นยังเป็นแบบอย่างของบุคคลผู้ถือความ
มกั นอ้ ย สันโดษ เปน็ แบบอย่างในการปฏิบตั ติ นท่ีเหมาะสมกับสภาพปัญหาเศรษฐกิจที่
ควรทาตนให้เป็นคนพอดีในการดารงชีวิต
 ด้านการเผยแผพ่ ระพุทธศาสนา ทา่ นไดเ้ ผยแผพ่ ระพุทธศาสนาไปยงั ต่างประเทศ
เช่น ยุโรป อเมริกา จนเป็นท่ีสนใจของชาวต่างประเทศท่ีเข้ามาบวช และศึกษา
พระพุทธศาสนา จึงเป็นกาลังสาคัญท่านหน่ึงในการประกาศพระพุทธศาสนาให้แผ่
ขยายกว้างไกลต่อไป

https://sites.google.com/site/socialbuddhismm6/unit_8/sara_8-6

15

16


Click to View FlipBook Version