1
คานา
2
โรงเรียนบา้ นตากประถมวิทยา ไดจ้ ดั ทําแผนพัฒนาคณุ ภาพการจดั การศึกษา 5 ปี (พ.ศ.2561 -
2565) เพ่อื ใชเ้ ปน็ กรอบและแนวทางในการบรหิ ารการจัดการศกึ ษาขัน้ พน้ื ฐาน โดยให้มคี วามสมั พันธ์
เชอื่ มโยงกับแผนการบรหิ ารราชการแผน่ ดิน แผนปฏบิ ัตริ าชการ กระทรวงศกึ ษาธิการ แผนปฏบิ ัติราชการ
สาํ นกั งานคณะกรรมการการศึกษาข้นั พื้นฐานและแผนปฏบิ ตั ิราชการ สาํ นกั งานเขตพนื้ ทก่ี ารศึกษาประถม
ศึกษาตาก เขต 1 รวมท้งั แผนปฏิบตั ริ าชการ จังหวดั ตาก ในประเด็นยทุ ธศาสตรข์ องกระทรวงศกึ ษาธกิ ารท่ี
เก่ยี วขอ้ งคอื การสรา้ งโอกาสทางการศกึ ษาและการเรียนรู้ตลอดชีวติ และเพ่ือให้การบรหิ ารงานในโรงเรียนบา้ น
ตากประถมวทิ ยา ได้ใช้เป็นกรอบทิศทางการดําเนนิ งานในระยะ 5 ปี อย่างเชอ่ื มโยงสัมพันธก์ นั
จึงหวังเป็นอย่างย่งิ ว่า เอกสารฉบบั นี้ จะสามารถนําไปใช้เปน็ แนวทางในการดาํ เนินการบรหิ ารขงอางน
โรงเรียนบ้านตากประถมวิทยา เพอ่ื ใหเ้ กดิ การพฒั นาในทางทดี่ ขี ึ้น อนั ส่งผลตอ่ ประสิทธภิ าพการจัด
การศกึ ษาและคณุ ภาพของผ้เู รียน
ขอขอบคณุ คณะผู้จัดทาํ คณะครู นักเรยี นและผ้มู ีส่วนเกีย่ วข้องทุกฝา่ ยท่อี าํ นวยความสะดวก
ในการจัดทําแผนพัฒนาคุณภาพการจดั การศึกษา 5 ปี (พ.ศ.2561 - 2565) ฉบบั น้ี ให้สําเร็จลลุ ่วงไปด้วยดี
กัญญารัตน์ สิทธิ
รกั ษาการในตําแหนง่ ผอู้ าํ นวยการโรงเรียนบา้ นตากประถมวิทยา
3
ส่วนที่ 1
ขอ้ มูลพน้ื ฐานของโรงเรยี น
4
สว่ นที่ 1
ข้อมูลพ้นื ฐานของโรงเรยี น
1. ข้อมลู ทั่วไป
ชอื่ โรงเรยี นบ้านตากประถมวทิ ยา ทีต่ ้งั หม่ทู ่ี 8 ตําบลตากตก อาํ เภอบ้านตาก จงั หวดั ตาก กล่มุ
โรงเรยี นพระบรมธาตบุ า้ นตาก สงั กดั สาํ นกั งานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศกึ ษาตาก เขต 1 สงั กัด สํานกั งาน
คณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพ้นื ฐาน กระทรวงศกึ ษาธกิ าร โทร 55-591-31 โทรสาร 55-591-778
e-mail [email protected] website www.btps.ac.th เปดิ สอนระดบั ชัน้ อนุบาล ถงึ ระดับชน้ั
มธั ยมศกึ ษาปีที่ 3 มีเน้ือที่ 22 ไร่ 28 ตารางวา เขตพน้ื ท่ีบริการ 14 หม่บู า้ น ไดแ้ ก่
ระดับปฐมวยั 6 หมบู่ า้ น หมูท่ ่ี 5-1 ตาํ บลตากตก ไดแ้ ก่ บา้ นหนองนํา้ บ้านน้ําปุ บ้านตากตก
บ้านทุ่งยง้ั บา้ นทา่ นา บ้านวดั โบสถ์
ระดับประถมศกึ ษา 6 หมู่บา้ น หมู่ท่ี 5 -11 ตาํ บลตากตก ไดแ้ ก่ บ้านหนองนํ้า บา้ นน้ําปุ
บ้านตากตก บ้านทงุ่ ยัง้ บา้ นท่านา บา้ นวัดโบสถ์
ระดบั มัธยมศกึ ษา 14 หมูบ่ ้าน หมู่ที่ 1-11 ตําบลตากตก ไดแ้ ก่ บา้ นหนองชะลาบ บ้านหินโคว้
บา้ นหนองงิว้ บ้านแพะ บ้านหนองน้าํ บ้านน้ําปุ บา้ นตากตก บา้ นทงุ่ ย้ัง บ้านท่านา บ้านวดั โบสถ์ บ้านใหม่
หนองนาํ้ พัฒนา และหมู่ท่ี 1–3 ตําบลเกาะตะเภา
ประวตั ิโรงเรยี นโดยยอ่
โรงเรียนบา้ นตากประถมวิทยาตั้งขึน้ มาจากการรวมโรงเรยี น 2 โรงเรียนเขา้ ด้วยกนั คอื โรงเรียน
ประถมวิทยากับโรงเรียนบ้านตาก โรงเรียนประถมวทิ ยาเปิดทาํ การสอนต้ังแตช่ น้ั เดจ็กนเลถ็กึง ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี
4 โรงเรียนบา้ นตากเป็นโรงเรยี นมัธยมศึกษา สงั กัดกรมสามัญศึกษา เปดิ ทาํ การสอนตั้งแตช่ ั้นมธั ยมศึกษาปีที่
1-3 ตอ่ มาโอนมาสงั กัดองคก์ ารบริหารสว่ นจงั หวัดตากเปดิ ทํา การสอนตั้งแต่ช้ันประถมศกึ ษาปีที่ 4-7
ปี พ .ศ. 2521 ได้ยุบรวมโรงเรียนทั้งสองโรงเข้าด้วยกนั ดว้ ยระเบยี บใหก้ ารศึกษา ภาคบงั คบั ตอ้ ง
จบช้นั ประถมศกึ ษาตอนปลาย จงึ ได้นาํ ช่ือของโรงเรียนท้งั สองมารวมกันเปน็ “โรงเรยี นบ้านตากประถมวทิ ยา”
โดยชั้นเดก็ เล็ก ถงึ ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี 3 เรยี นอย่โู รงเรียนประถมวิทยาเดมิ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี 4 -7 เรียนที่
โรงเรียนบ้านตากเดิม ต่อมาเมือ่ วนั ท่ี 1 ตลุ าคม พ.ศ. 2531 นายยงยุทธ์ ดสี ลิด ผู้อาํ นวยการโรงเรยี นพรอ้ ม
ด้วยผู้ปกครองได้มีมตใิ หย้ า้ ยมารวมกันจัดการเรยี นการสอนทีโ่ รงเรยี นในปัจจบุ ันนี้
5
แผนท่ีโรงเรยี น
2. ขอ้ มูลผู้บริหาร
1) รกั ษาการในตาํ แหนง่ ผ้อู ํานวยการโรงเรยี น ชอื่ นางสาวกญั ญารตั น์ สทิ ธิ โทรศพั ท์ 089-
9609764 วฒุ กิ ารศกึ ษาสูงสดุ ปริญญาโท (ศ ษ.ม.) สาขาบรหิ ารการศกึ ษา วิชาเอกบรหิ ารการศึกษา ดํารง
ตาํ แหนง่ ทีโ่ รงเรียนน้ตี ัง้ แต่ 1 ตลุ าคม 2560 จนถงึ ปัจจุบนั เปน็ เวลา - ปี
การบรหิ ารจัดการศึกษา
โรงเรยี นบ้านตากประถมวิทยา แบง่ โครงสร้างการบรหิ ารงานเป็น 4 ดา้ น ได้แก่ ด้านการบรหิ ารวชิ าการ
ดา้ นการบรหิ ารงบประมาณ ดา้ นการบริหารงานบุคคล ดา้ นการบรหิ ารท่วั ไปผบู้ ริหารยึดหลักการบรหิ ารแบบมสี ่วน
รว่ ม (Participatory Governance) ผู้มีสว่ นร่วม ได้แก่ ผมู้ สี ว่ นไดส้ ว่ นเสยี ใน การจัดการศกึ ษา ซงึ่ ได้แก่ ผบู้ รหิ าร
ครู ผูป้ กครอง ชมุ ชนและนกั เรียน คณะกรรมการสถานศกึ ษาข้นั พ้นื ฐาน และบคุ ลากรทางการศึกษาในระดับเขตพื้นท่ี
การศึกษา โดยมสี ่วนรว่ มในเรื่องทีร่ ะบุในมาตรา 39การมีสว่ นรว่ มกอ่ ใหเ้ กิดความรสู้ กึ เป็นเจ้าของ และระดับการมีส่วน
รว่ มไดพ้ ัฒนาจากเดิมคอื การมสี ว่ นร่วมรบั รู้ไปสกู่ ารปฏิบตั ิ ร่วมคดิ รว่ มตดั สนิ ใจ และร่วมรบั ผดิ ชอบต่อการตัดสินใจ
หรือตอ่ ผลของการกระทาํ ในทีส่ ุด
6
โครงสร้างการบรหิ ารงานโรงเรียนบา้ นตากประถมวิทยา
รักษาการในตาแหนง่
ผ้อู านวยการโรงเรียน
นางสาวกัญญารัตน์ สทิ ธิ
คณะกรรมการสถานศกึ ษา
ด้านการบริหารวิชาการ ด้านการบรหิ ารงบประมาณ ด้านการบริหารงานบคุ คล ด้านการบริหารทัว่ ไป
นางสาวกญั ญารัตน์ สทิ ธิ นางจินดามณี บุญมาลีรตั น์ นางดวงเนตร จันทร์อ้น นายสุวรรณวฒั นะ สีงาม
7
โครงสร้างการบริหารงานโรงเรยี น (ต่อ)
โครงสร้างการบรหิ ารงานโรงเรยี นบ้านตากประถมวทิ ยา (ต่อ)
แผนงานวิชาการ แผนงานงบประมาณ แผนบคุ ลากร แผนงานบรหิ ารทว่ั ไป
1. การพัฒนาหรอื การ 1. การจดั ทาํ แผน 1. การวางแผน 1, การพฒั นาระบบ
ดาํ เนินการเกีย่ วกบั การให้ งบประมาณและคาํ ขอตัง้ อตั รากาํ ลงั เครือขา่ ยขอ้ มลู สารสนเทศ
ความเหน็ การพัฒนาสาระ งบประมาณ เพอื่ เสนอตอ่
หลักสูตรทอ้ งถ่ิน เลขาธกิ ารสํานักงาน 2. การจัดสรรอตั รากําลัง 2. การประสานงานและ
คณะกรรมการศกึ ษาข้นั ข้าราชการครแู ละบคุ ลากร พัฒนาเครอื ขา่ ย
2. การวางแผนดา้ นการ พ้นื ฐาน ทางการศึกษา สถานศึกษา
วิชาการ
2. การจดั ทําแผนการใช้ 3. การสรรหาและบรรจุ 3. การวางแผนการ
3. การจัดการเรยี นการ จา่ ยเงิน ตามท่ไี ด้รบั แตง่ ตั้ง บริหารงานการศึกษา
สอนในสถานศึกษา จัดสรรงบประมาณจาก
สํานกั งานคณะกรรมการ 4. การเปลย่ี นตาํ แหน่งให้ 4. งานวจิ ัยเพือ่ การ
4. การพัฒนาหลักสูตรใน ศึกษาข้นั พืน้ ฐานโดยตรง สงู ขึ้น การย้ายข้าราชการ พฒั นานโยบายและแผน
สถานศึกษา ครุและบคุ ลากรทางการ
3. การอนุมตั กิ ารจา่ ย ศกึ ษา 5. การจดั ระบบการ
5. การพัฒนา งบประมาณที่ไดร้ ับจัดสรร บรหิ ารและพฒั นาองค์กร
กระบวนการเรียนรู้ 5. การดําเนนิ การ
4. การขอโอนและการขอ เกีย่ วกบั การเลือ่ นข้ัน 6. การพัฒนามาตรฐาน
6. การวัดผล ประเมินผล เปล่ียนแปลงงบประมาณ เงนิ เดือน
และดําเนนิ การเทียบโอน การปฏบิ ัติงาน
ผลการเรยี น 5. การรายงานผลการ 6. การลาทุกประเภท
เบิกจา่ ยงบประมาณ 7. งานเทคโนโลยเี พอ่ื
7. การวิจยั เพ่อื พฒั นา 7. การประเมนิ ผลการ การศึกษา
คณุ ภาพการศกึ ษาใน 6. การตรวจสอบ ติดตาม ปฏบิ ตั ิงาน
สถานศกึ ษา และรายงานการใช้ 8. การดาํ เนนิ งานธรุ การ
งบประมาณ 8. การดาํ เนนิ การทาง
8. การพฒั นาและสง่ เสริม วนิ ยั และการลงโทษ 9. การดแู ลอาคารสถานท่ี
ให้มีแหล่งเรยี นรู้ 7. การตรวจสอบ ตดิ ตาม และส่งิ แวดล้อม
และรายงานการใชผ้ ลผลติ 9. การส่งั พักราชการและ
9. การนิเทศการศึกษา จากงบประมาณ การสั่งใหอ้ อกจากราชการ 10. การจัดทาํ สาํ มะโน
ไวก้ ่อน ประชากร
10. การแนะแนว 8. การระดมทรัพยากร
และการลงทุนเพ่ือ 10. การรายงาน 11. การรบั นักเรียน
11. การพัฒนาระบบ
12. การเสนอความ
8
โครงสร้างการบรหิ ารงานโรงเรยี น (ต่อ)
โครงสร้างการบริหารงานโรงเรยี น (ตอ่ )
แผนงานวิชาการ แผนงานงบประมาณ แผนบุคลากร แผนงานบรหิ ารทัว่ ไป
14. การพฒั นาและ 11. การพัฒนาระบบ 14. การส่งเสริม 18. การสง่ เสริม
สง่ เสรมิ ใหม้ ีแหลง่ เรยี นรู้ ข้อมลู สารสนเทศเพ่อื การ มาตรฐานวชิ าชีพและ สนับสนนุ และ
จัดทาํ และจัดหาพสั ดุ จรรยาบรรณวิชาชีพ ประสานงานการจดั
15. การนิเทศการศึกษา การศึกษา ของบคุ คล
12. การจดั หาพสั ดุ 15. การสง่ เสริมวนิ ยั องค์กร หนว่ ยงานและ
16. การแนะแนว คุณธรรมจรยิ ธรรมสาํ หรับ สถาบันสงั คมอื่นทีจ่ ัด
13. การควบคมุ ดแู ล ขา้ ราชการครูและบคุ ลากร การศึกษา
17. การพฒั นาระบบ บํารงุ รักษาและจาํ หน่าย ทางการศกึ ษา
ประกนั คุณภาพภายใน พสั ดุ 19. งานประสานราชการ
และมาตรฐานการศึกษา 16. การริเรมิ่ ส่งเสริมการ สว่ นภูมภิ าคและสว่ น
14. การจดั หา ขอรบั ใบอนญุ าตประกอบ ทอ้ งถิ่น
18. การสง่ เสรมิ ชมุ ชนให้ ผลประโยชนจ์ ากทรพั ยส์ นิ วิชาชพี ครูและบุคลากร
มคี วามเขม้ แข็งทาง ทางการศึกษา 2. การรายงานผลการ
วชิ าการ 15. การรบั เงิน การเกบ็ ปฏบิ ัตงิ าน
รักษาเงนิ และการจ่ายเงนิ 17. การพัฒนาขา้ ราชการ
19. การประสานความ ครแู ละบคุ ลากรทางการ 21. การจัดระบบการ
รว่ มมอื ในการพัฒนา 16. การจัดทําบัญชี ศึกษา ควบคมุ ภายในหน่วยงาน
วิชาการกบั สถานศึกษา การเงิน
และองคก์ รอืน่ 18. สง่ เสรมิ ใหบ้ คุ ลากรใน 22. แนวทางการจดั
17. การจดั ทาํ รายงาน กจิ กรรมเพื่อปรับเปล่ียน
20. การสง่ เสริมและ ทางการเงิน และงบ สถานศกึ ษา เปน็ พฤตกิ รรม
สนับสนนุ งานวิชาการแก่ การเงนิ แบบอย่าง
บคุ คล ครอบครัว องค์กร ในการลงโทษนกั เรยี น
หนว่ ยงาน สถานศกึ ษา 18. การจดั ทําหรอื จดั หา ทดี่ ใี นการดาํ เนินชวี ติ ตาม
และสถานประกอบการอืน่ แบบพิมพบ์ ัญชี ทะเบียน
ท่ีจัดการศึกษา และรายงาน แนวเศรษฐกจิ พอเพียง
21. การจัดทําระเบยี บ
และแนวปฏิบัติเกย่ี วกับ
งานด้านวชิ าการของ
9
แผนภมู ิที่ 4 โครงสร้างการบรหิ ารงานโรงเรยี
3. ข้อมลู นักเรียน (ณ วันที่ 1 มถิ นุ ายน ของปกี ารศึกษาที่รายงาน)
1) จาํ นวนนกั เรียนในเขตพืน้ ท่บี รกิ ารทัง้ ส้นิ 180 คน
2) จํานวนนกั เรียนในโรงเรียนทง้ั สิน้ 509 คน จาํ แนกตามระดับชั้นที่เปิดสอน
ระดับชนั้ เรียน เพศ รวม เฉล่ยี
จานวนหอ้ ง ต่อหอ้ ง
ชาย หญิง
อ.1 1 18 14 32 32
อ.2 2 15 21 36 18
รวม 3 33 35 68
ป.1 2 24 11 35 35
ป.2 2 22 23 45 22.5
ป.3 1 16 17 33 33
ป.4 2 26 18 44 22
ป.5 2 23 24 47 23.5
ป.6 2 26 20 46 23
รวม 11 137 113 250
ม.1 2 42 26 68 34
ม.2 2 36 24 60 30
ม.3 2 35 28 63 31.5
รวม 6 113 78 191
รวมทง้ั หมด 20 283 226 509
10
4. ขอ้ มลู ครแู ละบคุ ลากร
ครูประจาการ
ที่ ช่อื – ช่ือสกุล อายุ
อายุราชการ
ตาแหน่ง/
ิวทยฐานะ
ุว ิฒ
ิวชาเอก
สอนวิชา/ช้ัน
1 นายประหยดั ยะถา 60 39 คร/ู ชํานาญการพิเศษ ค.บ. ศิลปะ คณติ /ทัศนศิลป์/ป.5-6
2 นายแถลง หมูหลา้
60 36 คร/ู ชาํ นาญการ ค.บ. สงั คมศึกษา สงั คม/ประวตั ิ/ป.1-3
3 นางจนิ ดามณี บญุ มาลีรตั น์
59 35 คร/ู ชาํ นาญการ ค.บ. จิตวทิ ยาและการแนะ สงั คม/ประวตั ิ/ป.4-6
4 นางทิพย์วิภา ยะถา แนว
5 นางจงกล บุญพทิ ักษ์
6 นายไพโรจน์ นวลน่ิม 60 35 คร/ู ชาํ นาญการพเิ ศษ ค.บ. วทิ ยาศาสตร์ท่วั ไป วิทย์/ ป.5-6
7 นางนงลกั ษณ์ ยมลาํ ภู
8 นางรพีพร อําไพพันธ์ 58 35 คร/ู ชาํ นาญการ กศ.บ. วิทยาศาสตร์ท่วั ไป วทิ ย์/งานบ้าน/ม.1-2
9 นางมยุรี สิทธิกนั 58 35 คร/ู ชํานาญการ ค.บ. พลศึกษา สขุ ศึกษา/พลศึกษา/ป.1-6
10 น.ส.จันทร์วัน ตนุ่ ภักดี 57 35 คร/ู ชํานาญการพิเศษ ค.บ. ภาษาไทย ไทย/คอมพิวเตอร์/ป.3-4
11 นางปภาวรินท์ เลิศขามปอ้ ม
12 น.ส.ณฐั ธนพร แซเ่ ดียว 55 31 คร/ู ชาํ นาญการพเิ ศษ ค.บ. พลศึกษา ไทย/คณติ /วทิ ย์/ป.3
13 นายปรีชา นาครัตน์ 55 35 คร/ู ชาํ นาญการพิเศษ กศ.ม. หลักสูตรและการ ไทย/ สังคม/ป.5
สอน
14 นางพชรวรรณ บุญยา
54 28 คร/ู ชํานาญการ ค.บ. ภาษาอังกฤษ องั กฤษ/ป.1-6
15 น.ส.กัญญารัตน์ สิทธิ
16 นางนิพาพร พุม่ จนั ทร์ 48 24 คร/ู ชํานาญการพิเศษ ค.บ. นาฏศิลป์ นาฏศลิ ป์/ ป.1-ม.3
17 นายสวุ รรณวัฒนะ สงี าม
18 นายองอาจ ธรรมศร 47 23 คร/ู ชาํ นาญการ ค.บ. สังคมศึกษา คณติ /ไทย ป.1-ป.3
19 น.ส.สทุ ิศา จนั ตะวงศ์
45 22 คร/ู ชํานาญการพเิ ศษ ศษ.ม. การวัดผลและ คณิตฯ/ม.3การงาน ม.2
ประเมนิ ผลฯ
45 21 คร/ู ชาํ นาญการพิเศษ กศ.ม. หลกั สตู รและการ คณิต/ ป.6,ม.1
สอน
42 16 คร/ู ชํานาญการ ศษ.ม. บริหารการศึกษา วิทย์/ม.2-3
39 8 คร/ู ชํานาญการ กศ.บ. คณติ ศาสตร์ คณิต/ม.1-2
36 7 ครผู ชู้ ว่ ย ศษ.ม. บริหารการศกึ ษา ดนตร/ี ป.2-6/เกษตร/ม.3
36 8 คร/ู ชาํ นาญการ ศษ.ม. บริหารการศกึ ษา องั กฤษ/ม.1 - 3
34 7 ครู กศ.ม. คอมพวิ เตอร์ คอมพิวเตอร์/ป.6 - ม.3
จาํ นวนครูที่สอนวิชาตรงเอก 15 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 78.95
จํานวนครูที่สอนตรงความถนดั 4 คน คิดเปน็ ร้อยละ 21.05
11
พี่เลย้ี งเด็กพกิ ารเรียนร่วม
ประสบการ สอนวชิ า/ช้นั จา้ งด้วยเงิน
ที่ ชอ่ื – ชื่อสกลุ อายุ ณ์การสอน วุฒิ วชิ า เอก
(ป)ี
1 นางนงเยาว์ เงินดี 32 7 ปวช. - เดก็ บกพรอ่ งฯเรยี น เดก็ บกพร่องฯเรยี น
รว่ ม ร่วม
ครปู ระจาการระดับปฐมวัย
อายุ ตาแหนง่ / จานวนครงั้ /
ชั่วโมงทีร่ บั
ท่ี ชือ่ – ชื่อสกลุ อายุ ราชก วฒุ ิ วิชาเอก สอนวิชา/ชนั้ การพฒั นา/ปี
4/24/ปี
าร วทิ ยฐานะ ปฐมวัย/อ.1 7/78/ปี
ปฐมวยั /อ.2
1 นางพิสยั จนั ทรอ์ น้ 59 35 ครู/ชํานาญการพเิ ศษ ค.บ. สงั คมศกึ ษา ปฐมวัย/อ.1 4/48/ปี
2 นางดวงเนตร จนั ทรอ์ น้ 42 18 ครู/ชํานาญการพิเศษ ศษ.ม. บรหิ ารการศกึ ษา
3 นางรชั นี จนั พรม 42 19 ครู/ชํานาญการ กศ.ม. แนะแนว
จาํ นวนครทู ่ีสอนวิชาตรงเอก 2 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 66.67
จํานวนครทู สี่ อนวชิ าตรงเอก 1 คน คดิ เปน็ ร้อยละ 33.33
5. ขอ้ มูลอาคารสถานที่
อาคารเรยี น จาํ นวน 6 หลงั อาคารประกอบ จาํ นวน 3 หลัง ส้วม จาํ นวน 5 หลัง สระ
ว่ายน้าํ - สระ สนามเด็กเล่น จาํ นวน 1 สนาม สนามฟุตบอล จํานวน 1 สนาม สนามบาสเกต็ บอล - สนาม
สนามเทนนสิ - สนาม อื่นๆ (ระบ)ุ -
12
6. ขอ้ มูลสภาพชุมชนโดยรวม
1 ) สภาพชุมชนรอบบริเวณโรงเรยี นมีลกั ษณะเป็นชมุ ชนชนบทท่มี ีบา้ นเรอื นตัง้ เรียงรายตามลาํ
แมน่ ํา้ ปิงเป็นทางยาว มีประชากรประมาณ 3,351 คน บรเิ วณใกล้เคียงโดยรอบโรงเรียน ได้แก่ ตลาดรอ้ ยโท
ลว้ น สถานอี นามยั ตาํ บลตากตก องค์การบริหารส่วนตําบลตากตก ป้อมยามตาํ รวจ สหกรณก์ ารเกษตรอําเภอ
วดั น้ําปุ ศนู ย์ฝกึ อาชีพ วัดทา่ นา วดั โบสถ์ วัดทงุ่ ย้งั วัดสว่างอารมณ์ วดั พระธาตนุ อ้ ย และวดั พระบรมธาตุ
เจดยี ์ยทุ ธหัตถี แม่นาํ้ ปงิ วนอทุ ยานไม้กลายเปน็ หิน อาชีพหลัก ของชมุ ชน คือ ทํานา ทาํ ไร่ คา้ ขายและทํา
การเกษตร ส่วนใหญ่นับถอื ศาสนาพุทธ ประเพณ/ี ศลิ ปวฒั นธรรมท้องถ่นิ ทเ่ี ปน็ ทีร่ จู้ กั โดยทว่ั ไป คือ ประเพณี
ขน้ึ ธาตุเดือนเกา้ ประเพณีลอยกระทงสาย ประเพณีก๋นิ สลาก
2 ) ผปู้ กครองสว่ นใหญ่ จบการศึกษาระดับประถมศึกษาปที ี่ 6 อาชีพหลกั คือ รบั จา้ ง ส่วนใหญ่
นับถอื ศาสนาพุทธ ฐานะทางเศรษฐกจิ /รายไดโ้ ดยเฉล่ยี ต่อครอบครัว ตอ่ ปี 4, บาท จํานวนคนเฉล่ียต่อ
ครอบครัว 3 คน
3 ) โอกาสและขอ้ จํากัดของโรงเรียน โรงเรียนตั้งอยู่ในชมุ ชน การคมนาคมไปมาสะดวก จึงมี
ผูป้ กครองในชุมชนใกลเ้ คียงนิยมนาํ บตุ รหลานมาเข้ารบั การศกึ ษาทง้ั ในระดับปฐมวยั ระดับประถมศึกษาและ
มัธยมศึกษา และโรงเรียนตงั้ อย่ใู กล้วดั แหลง่ โบราณสถาน ภมู ิปัญญาท้องถิ่น ส่วนราชการต่าง ๆ
สถานศึกษาจงึ ได้รบั การส่งเสรมิ สนับสนนุ จากชุมชน ผ้นู ําชมุ ชน องคก์ รปกครอง ส่วนท้องถิน่ เปน็ อย่างดี ใน
ขณะเดียวกนั มีความเส่ียงดา้ นความปลอดภัยในทอ้ งถนน รา้ นเกมและยาเสพตดิ
7. โครงสรา้ งหลกั สูตรสถานศึกษา
หลกั สูตรสถานศึกษาโรงเรียนบา้ นตากประถมวทิ ยา พุทธศักราช 2552 ตามหลักสูตรแกนกลาง
การศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน พทุ ธศักราช 2551 ได้กาํ หนดกรอบโครงสร้างเวลาเรียนขั้นต่ําสําหรบั กลุม่ สาระการ
เรยี นรู้ 8 กลุ่ม และกิจกรรมพฒั นาผเู้ รียน ซง่ึ ผูส้ อนสามารถ เพิ่มเตมิ ไดต้ ามความพร้อมและจดุ เน้นของ
สถานศกึ ษา โดยสามารถปรบั ใหเ้ หมาะสมตามบรบิ ทของสถานศกึ ษาและสภาพของผ้เู รียน ดงั น้ี
1) การจัดหลักสูตรสถานศกึ ษาปฐมวยั โรงเรยี นบ้านตากประถมวทิ ยา ไดก้ าํ หนดเวลาในการ
จัดการเรียนรู้ 2 ปี
2) ระดบั ช้นั ประถมศึกษา (ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 1-6) ให้จัดเวลาเรยี นเปน็ รายปี โดยมีเวลาเรยี น
วนั ละ 5 ชวั่ โมง
13
3 ) ระดับชนั้ มัธยมศึกษาตอนต้น (ชนั้ มัธยมศึกษาปีที่ 1 -3) ใหจ้ ัดเวลาเรียนเป็นรายภาค มีเวลา
เรียนวันละ 6 ช่ัวโมง คดิ นํา้ หนกั ของรายวชิ าท่ีเรยี นเปน็ หนว่ ยกิต ใชเ้ กณฑ์ 4 ชั่วโมง ต่อภาคเรียนมีคา่ น้าํ หนกั
วิชา เทา่ กับ 1 หนว่ ยกิต (นก.) ดงั แสดงในตารางตอ่ ไปนี้
โครงสร้างและอตั ราเวลาการจัดการเรียนรู้
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรยี นบ้านตากประถมวิทยา พุทธศกั ราช 2552
ระดบั ช้ันปฐมวัย
โครงสรา้ งหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวยั
ช่วงอายุ อายุ 4 - 5 ปี
ประสบการณ์สาํ คัญ สาระทค่ี วรเรียนรู้
สาระการเรียนรู้ ด้านร่างกาย เรอ่ื งราวเกยี่ วกับ ตัว
ด้านอารมณแ์ ละจติ ใจ เด็ก
ด้านสงั คม
ด้านสติปัญญา เร่ืองราวเก่ยี วกับ บุคคล
และสถานทแี่ วดลอ้ มเด็ก
ธรรมชาตริ อบตัว
สง่ิ ตา่ งๆรอบตัวเด็ก
ระยะเวลาเรยี น 2 ปี
14
โครงสรา้ งและอตั ราเวลาการจดั การเรยี นรู้
หลกั สตู รสถานศึกษาโรงเรียนบ้านตากประถมวิทยา พทุ ธศกั ราช 2551 (ฉบับปรบั ปรุง 2561)
ระดับชัน้ ประถมศึกษา
เวลาเรียน
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้/ กจิ กรรม ระดับประถมศึกษา
ป. 1 ป. 2 ป. 3 ป. 4 ป. 5 ป. 6
กลมุ่ สาระการเรียนรู้
ภาษาไทย 200 200 200 160 160 160
คณิตศาสตร์ 160 160 160 160 160 160
วทิ ยาศาสตร์ 40 40 40 80 80 80
สงั คมศกึ ษา ศาสนาและ 40 40 40 80 80 80
วัฒนธรรม
ประวตั ศิ าสตร์ 40 40 40 40 40 40
สขุ ศึกษาและพลศึกษา 80 80 80 80 80 80
ศลิ ปะ 40 40 40 80 80 80
การงานอาชพี และเทคโนโลยี 40 40 40 80 80 80
ภาษาตา่ งประเทศ 200 200 200 80 80 80
รวมเวลาเรียน (พืน้ ฐาน) 840 840 840 840 840 840
กจิ กรรมพฒั นาผูเ้ รยี น 120 120 120 120 120 120
1. กิจกรรมแนะแนว 40 40 40 40 40 40
2. กจิ กรรมนักเรยี น
-ลูกเสอื – ยุวกาชาด 40 40 40 40 40 40
-ชมรม 40 40 40 40 40 40
3.กิจกรรมสาธารณะประโยชน์
(บูรณาการกบั การสอนลกู เสอื (10) (10) (10) (10) (10) (10)
และยวุ กาชาด)
รายวชิ าเพ่มิ เตมิ (หนา้ ท่พี ลเมือง) 40 ชว่ั โมง
กจิ กรรมลดเวลาเรียนเพิม่ เวลารู้ 200 ชวั่ โมง
รวมเวลาเรียนท้งั หมด 1,200 ชว่ั โมง/ปี
15
โครงสรา้ งและอัตราเวลาการจดั การเรียนรู้
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบา้ นตากประถมวิทยา พุทธศกั ราช 2551 (ฉบบั ปรับปรงุ 2561)
ระดับชนั้ มัธยมศกึ ษาตอนต้น
เวลาเรียน
กลมุ่ สาระการเรยี นร/ู้ กิจกรรม ระดบั มธั ยมศึกษาตอนตน้
ม. 1 ม. 2 ม. 3
กลุม่ สาระการเรยี นรู้
ภาษาไทย 120 (3 นก.) 120 (3 นก.) 120 (3 นก.)
คณติ ศาสตร์ 120 (3 นก.) 120 (3 นก.) 120 (3 นก.)
วิทยาศาสตร์ 120 (3 นก.) 120 (3 นก.) 120 (3 นก.)
สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม 120 (3 นก.) 120 (3 นก.) 120 (3 นก.)
ประวัติศาสตร์ 40 (1 นก.) 40 (1 นก.) 40 (1 นก.)
สขุ ศึกษาและพลศกึ ษา 80 (2นก.) 80 (2 นก.) 80 (2 นก.)
ศิลปะ 80 (2นก.) 80 (2 นก.) 80 (2 นก.)
การงานอาชพี และ เทคโนโลยี 80 (2นก.) 80 (2 นก.) 80 (2 นก.)
ภาษาตา่ งประเทศ 120 (3 นก.) 120 (3 นก.) 120 (3 นก.)
รวมเวลาเรยี น (พ้ืนฐาน) 880 (22นก.) 880 (22นก.) 880 (22นก.)
กจิ กรรมพฒั นาผู้เรยี น 120 120 120
1. กจิ กรรมแนะแนว 40 40 40
2. กจิ กรรมนกั เรยี น
2.1 ลูกเสือ – เนตรนารี 40 40 40
2.2 ชมรม 40 40 40
3. กจิ กรรมเพือ่ สังคม และสาธารณประโยชน์ (15) (15) (15)
(บรู ณาการกับการสอนลกู เสือ
และเนตรนารี)
รายวิชาเพิม่ เติม ปีละ 200 ชัว่ โมง
งานอาชพี 120 (3นก.) 120 (3นก.) 120 (3นก.)
งานเกษตร 40 (1นก.) 40 (1นก.) 40 (1นก.)
ภาษาไทยเพิม่ เตมิ 40 (1นก.) 40 (1นก.)
โครงงานวิทยาศาสตร์ 40 (1นก.)
รวมเวลาเรยี นทง้ั หมด 1,200 ชวั่ โมง/ปี
กิจกรรมลดเวลาเรียนเพิม่ เวลารู้ 200 ชัว่ โมง
รวมเวลาเรียนท้งั หมด 1,400 ชวั่ โมง/ปี
● จาํ นวนชั่วโมงทีจ่ ดั ใหน้ ักเรียน เรยี นทง้ั ปี เท่ากบั 1,400 ช่วั โมง/ปี
● แผนการเรียนรู้/จดุ เน้นการพัฒนาผ้เู รยี นทีต่ อ้ งการเน้นเปน็ พเิ ศษ คอื งานอาชีพ
16
8. แหลง่ เรียนรู้ ภมู ปิ ัญญาท้องถิน่
1) หอ้ งสมดุ มขี นาด 64 ตารางเมตร จํานวนหนังสือในหอ้ งสมุด 3,824 เล่ม
การสืบค้นหนงั สือและการยมื -คืน ใชร้ ะบบ ปกติธรรมดา ทะเบียนหนงั สือใช้ระบบคอมพวิ เตอร์
จัดเก็บและสืบค้น
จาํ นวนนกั เรยี นที่ใช้ห้องสมุดในปกี ารศึกษาทีร่ ายงาน เฉลีย่ 393 คน ต่อวนั คิดเป็นรอ้ ยละ
61.59 ของนักเรยี นทั้งหมด
2) หอ้ งปฏิบัตกิ าร
ห้องปฏบิ ัติการวิทยาศาสตร์ จาํ นวน 1 ห้อง
หอ้ งปฏิบัตกิ ารคอมพิวเตอร์ จาํ นวน 1 หอ้ ง
ห้องปฏบิ ัติการคอมพวิ เตอรอ์ นุบาล จาํ นวน 1 ห้อง
ห้องปฏบิ ัติการทางภาษา จาํ นวน 1 ห้อง
หอ้ งเรยี นอจั ฉริยะ จํานวน 1 หอ้ ง
ห้องคณิตศาสตร์ จํานวน 1 ห้อง
ห้องประวตั ิศาสตร์ จาํ นวน 1 หอ้ ง
หอ้ งดนตรี จํานวน 1 ห้อง
ห้อง นาฏศลิ ป์ จาํ นวน 1 ห้อง
3) คอมพิวเตอร์ จํานวน 87 เครือ่ ง
ใชเ้ พอ่ื การเรยี นการสอน 5 5 เครื่อง
ใชเ้ พอื่ สบื ค้นขอ้ มลู ทางอนิ เทอรเ์ น็ต 1 เครือ่ ง
จาํ นวนนักเรยี นที่สืบคน้ ข้อมลู ทางอินเทอรเ์ นต็ ในปีการศกึ ษาท่รี ายงาน เฉล่ยี 12 ตคอ่นวัน
คดิ เปน็ ร้อยละ 16.3 ของนกั เรยี นทง้ั หมด
ใช้เพื่อการบรหิ ารจดั การ 22 เครือ่ ง
4 ) แหลง่ เรยี นรู้ภายในโรงเรยี น
แหล่งเรยี นรู้ภายใน แหล่งเรยี นรูภ้ ายใน
ชื่อแหลง่ เรียนรู้ สถิติการใช้ ช่ือแหลง่ เรียนรู้ สถติ กิ ารใช้
จานวนคร้งั /ปี จานวนครงั้ /ปี
1. หอ้ งคอมพิวเตอร์ 5. หอ้ งคณิตศาสตร์
2. ห้องวทิ ยาศาสตร์ 680 6. ห้องอาเซียน 360
3. ห้องสมดุ 1,080 7. ห้องดนตรี 720
4. หอ้ งเรยี นอจั ฉริยะ 1,200 8. ห้องนาฏศิลป์ 760
1,200 760
17
5) แหลง่ เรียนรูภ้ ายนอกโรงเรยี น
แหล่งเรยี นรภู้ ายนอก สถิตกิ ารใช้
จานวนครัง้ /ปี
ชอ่ื แหลง่ เรยี นรู้
4
1. วนอุทยานไมก้ ลายเป็นหิน 8
2. ตลาดร้อยโทล้วน 3
3. วดั พระบรมธาตุ 3
4. เจดยี ์ยทุ ธหัตถี 1
5. น้ําตกแก่งหว้ ยตาก 1
6. วัดพระธาตุน้อย 3
7. วัดน้าํ ปุ 3
8. วัดสว่างอารมณ์ 3
9. วัดท่านา 3
1. วดั ท่งุ ยงั้ 3
11. วดั โบถส์ 6
12. แมน่ ํา้ ปงิ 1
13. หนองเลม่ 1
14. จังหวัดกําแพงเพชร 1
15. จังหวัดลําปาง 1
16.จงั หวดั เชยี งใหม่ 1
17.จงั หวดั สพุ รรณบุรี
1
6) ปราชญช์ าวบ้าน/ภมู ิปญั ญาท้องถิ่น ผูท้ รงคณุ วฒุ ิ ทส่ี ถานศกึ ษาเชิญมาใหค้ วามแรกู้ ค่ รู นกั เรยี น
ในปีการศกึ ษาท่รี ายงาน
6.1 นายแสงทอง มั่นเมอื ง ให้ความรู้ เรอ่ื ง ประวัตคิ วามเปน็ มาของอําเภอบา้ นตาก คาํ
ภาษาถิน่ สถิติการให้ความรู้ในโรงเรียนแหง่ นี้ จํานวน 5 ครัง้ /ปี
6 .2 นางชลดา บุญมาลรี ัตน์ ใหค้ วามรู้ เร่ือง น้ําหมกั ชวี ภาพ สถติ กิ ารใหค้ วามรู้
ในโรงเรยี นแหง่ นี้ จํานวน 2 ครง้ั /ปี
6 .3 ร.ต.ท.สมชาย ดีใจ ให้ความรู้ เรอ่ื ง ยาเสพติด สถิตกิ ารใหค้ วามรู้ในโรงเรยี นแห่งนี้
จํานวน 2 ครงั้ /ปี
18
6.4 นายใบ ธวิ งศ์ ให้ความรู้ เรือ่ ง การเพาะเหด็ นางฟ้า สถติ กิ ารให้ความรใู้ นโรงเรียแนห่งน้ี
จํานวน 4 คร้งั /ปี
6 .5 นางรงุ่ วงษ์ชมภู ให้ความรู้ เรอ่ื ง การปลกู กลว้ ย สถติ กิ ารให้ความรู้ในโรงเรียแนห่งน้ี
จาํ นวน 3 ครงั้ /ปี
6 .6 นายบณั ฑติ ทิมยศ ใหค้ วามรู้ เร่อื ง การปลกู ผกั ปลอดสารพิษ สถติ ิการใหค้ วามรูใ้ น
โรงเรยี นแห่งน้ี จํานวน 1 ครงั้ /ปี
6 .7 นางเนียม นาคแกว้ ให้ความรู้ เร่อื ง การแปรรูปอาหารธรรมชาติ สถติ ิการให้ความรใู้ น
โรงเรยี นแหง่ น้ี จาํ นวน 1 ครัง้ /ปี
6 .8 นางอภญิ ญา เพม่ิ พนู ให้ความรู้ เรื่อง การวาดภาพระบายสดี ้วยสีชอล์ค สถติ กิ ารให้
ความรใู้ นโรงเรยี นแหง่ นี้ จาํ นวน 1 คร้งั /ปี
6 .9 นางสาวเบญจมาศ ทองอาํ่ ให้ความรู้ เรอ่ื ง การวาดภาพระบายสีดว้ ยสชี อล์ค สถติ กิ าร
ให้ความรใู้ นโรงเรยี นแห่งนี้ จาํ นวน 1 ครั้ง/ปี
6 .1 พระอธกิ ารพรชัย เจตนาสุโภ ให้ความรู้ เรอื่ ง พระพทุ ธศาสนา สถิตกิ ารให้ความรใู้ น
โรงเรยี นแหง่ น้ี จาํ นวน 2 ครงั้ /ปี
6.11 นางบังอร อินจนั ทร์ ใหค้ วามรู้ เร่อื ง การรอ้ งเพลงซอ สถิติการใหค้ วามรู้ ในโรงเรียน
แห่งน้ี จาํ นวน 1 คร้ัง/ปี
6.12 สํานักงานสหกรณจ์ ังหวดั ตาก ใหค้ วามรู้ เร่ือง การจัดทาํ บญั ชรี ายรับ -รายจ่าย สถิติ
การใหค้ วามรู้ในโรงเรียนแห่งนี้ จํานวน 1 ครั้ง/ปี
6.13 นางเยาวลักษณ์ ขาวหอม ใหค้ วามรู้ เร่อื ง วดั พระบรมธาตแุ ละพระเจา้ ทันใจ สถิตกิ าร
ให้ความรู้ในโรงเรียนแหง่ น้ี จํานวน 2 คร้ัง/ปี
6.14 นางสาธิณี บวั เผอื่ น ให้ความรู้ เรื่อง สง่ิ เสพตดิ สถติ ิการให้ความรใู้ นโรงเรยี แนห่งน้ี
จาํ นวน 2 ครัง้ /ปี
6.15 นางบษุ กร ประสพศรี ใหค้ วามรู้ เรอื่ ง การทําบายศรีพรม สถติ ิการใหค้ วามในรู้
โรงเรยี นแห่งน้ี จํานวน 2 ครง้ั /ปี
6.16 โรงพยาบาลบ้านตาก ใหค้ วามรู้ เรอ่ื ง การตรวจสขุ ภาพ สถติ กิ ารใหค้ วามรใู้ นโรงเรียน
แห่งน้ี จาํ นวน 2 ครัง้ /ปี
6.17 โรงพยาบาลสง่ เสริมสขุ ภาพตาํ บลตากตก ใหค้ วามรู้ เรือ่ ง การรกั ษาสขุ ภาพและอนามัย
ของตนเอง เพศศกึ ษา สถติ กิ ารใหค้ วามรูใ้ นโรงเรยี นแห่งนี้ จาํ นวน 2 ครง้ั /ปี
19
ส่วนท่ี 2
การวิเคราะหส์ ถานภาพโรงเรียน
20
ส่วนที่ 2
การวเิ คราะห์สถานภาพโรงเรยี น
ผลการวเิ คราะหส์ ภาพแวดล้อมภายนอก (STEP) ทงั้ 4 ด้านดังนี้
ปจั จยั ภายนอกโรงเรียน
1. ปจั จัยดา้ นสงั คมและวัฒนธรรม (Social – cultural : S)
โรงเรียนบา้ นตากประถมวิทยา อําเภอบ้านตาก จงั หวัดตาก ตงั้ อยทู่ างทศิ ตะวันออกค่อนไป
ทางเหนอื ของตาก หา่ งจากจังหวดั ตาก 24 กิโลเมตร หา่ งจากกรุงเทพฯ 430 กโิ ลเมตรอาณาเขตตดิ ต่อดังน้ี
ทิศเหนอื ติดต่อกบั หมู่ 1 ตาํ บลเกาะตะเภา อาํ เภอบ้านตาก จังหวดั ตาก
ทศิ ใต้ ติดตอ่ กับ หมู่ 6 ตําบลหนองบัวเหนอื อําเภอเมอื ง จังหวัดตาก
ทศิ ตะวนั ออก ติดตอ่ กบั หมู่ 6 ตาํ บลตากออก อาํ เภอบา้ นตาก จงั หวดั ตาก
ทิศตะวันตก ติดต่อกบั หมู่ 3 ตําบลทงุ่ กระเชาะ อําเภอบา้ นตาก จงั หวัดตาก
การคมนาคม มีความสะดวกในการเดินทางมาเรียน โดยมีรถยนตร์ ับสง่ นักเรียนเป็นประจาํ
บางส่วนผปู้ กครองมาส่ง ใชร้ ถจักรยานยนต์ จักรยาน และเดินทางมาเอง
สภาพสงั คม เปน็ สงั คมเมอื งและเกษตรกรรมในชุมชนชนบท มสี ภาพเปน็ สงั คมญาติ พี่ น้องท่ีมี
ความผูกพันพ่งึ พาอาศัยช่วยเหลือซ่งึ กันและกนั
วฒั นธรรม เป็นวฒั นธรรมของทอ้ งถ่ินชนบท ท่ียดึ ม่ันในขนบธรรมเนยี มประเพณเี คารพผู้นาํ และผู้
อาวุโส และปฏบิ ตั ิตามครรลองคลองธรรมของศาสนาที่นับถือ
การศึกษาของประชากร สว่ นใหญไ่ ด้รับการศกึ ษาสูงมากขน้ึ เพราะความสะดวกของการคมนาคม
การตดิ ต่อส่อื สาร และเทคโนโลยที ่ีเขา้ ถงึ ไดง้ า่ ย ตลอดจนการศกึ ษาไดแ้ พรห่ ลายเขา้ ถงึ ทกุ ทอ้ งที่ และบริการ
ท่ัวถึงใกล้ตัวไม่ยงุ่ ยาก
ดังนน้ั ปัจจยั ด้านสงั คมและวัฒนธรรมจงึ เปน็ โอกาสมากกว่าอุปสรรค ถึงแมจ้ ะมสี อ่ื ท่เี ป็นภยั และยา
เสพติดจะแพร่ระบาด และแรงงานบางสว่ นจะอพยพตามฤดกู าลไปทํางานยังตา่ งถิน่ ท่ีกอ่ ใหเ้ กิดปัญหาเยาวชน
มีพฤตกิ รรมไม่พึงประสงค์อยู่บ้าง
2. ปัจจัยด้านเทคโนโลยสี ารสนเทศ (Technological : T)
ความกา้ วหนา้ ทางด้านเทคโนโลยีส่งผลใหส้ ามารถใช้เป็นส่อื การจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ ทน่ี ักเรียน
สามารถเรียนรู้ไดด้ ้วยตนเองไดต้ ามความถนัดและความสนใจ อีกทัง้ สถานศกึ ษายังนํามาประยุกต์ใช้ในการ
บริหารจดั การศกึ ษาได้ แต่ความก้าวหนา้ ทางด้านเทคโนโลยีสามารถสอื่ สารไดอ้ ยา่ งรวดเร็ว สง่ ผลให้นกั เรียน
เลยี นแบบพฤติกรรมทไ่ี ม่พงึ ประสงค์ได้ ทง้ั นท้ี ่ตี ้งั ของชมุ ชนอยตู่ วั อําเภอและชนบท ชุมชนชนบทที่การ
21
ใหบ้ ริการดา้ นการสื่อสารและเทคโนโลยที ่ีเข้าไปยังไม่ครอบคลุม ทวั่ ถึง จงึ เป็นอุปสรรคมากกว่า แมว้ า่
ปัจจบุ ันการสื่อสารและเทคโนโลยีจะเจริญกา้ วหนา้ สะดวก รวดเร็ว และแพรห่ ลาย แต่เทคโนโลยีดังกล่าว
มรี าคาสงู ประกอบกับประชากรสว่ นใหญย่ ังขาดความรใู้ นการผลิต การใช้ และการบาํ รุงรกั ษา
3. ปจั จัยด้านเศรษฐกิจ (Economic : E)
ประชากรของชมุ ชนมีอาชีพค้าขาย รับราชการ และการทําเกษตรกรรม ท่ีก่อให้เกิดรายไดแ้ ละอาชพี
ทมี่ ่ันคงถงึ จะยังใหผ้ ลผลติ ไม่เตม็ ท่ีแต่ ตาํ บลตากออก ตําบลทงุ่ กระเชาะ ตําบลทอ้ งฟ้า ตําบลสมอโคน ตําบล
แม่สลิด ตาํ บลเกาะตะเภา มพี ื้นทปี่ า่ ชมุ ชน มีสัตวน์ าํ้ ทเ่ี ปน็ แหลง่ หล่อเลี้ยงและประกอบอาชีพของชุมชน
ประชากรจงึ มรี ายได้ค่อนขา้ งดี ถึงแมจ้ ะมแี รงงานบางสว่ นอพยพตามฤดูกาลไปทาํ งานในตา่ งถิน่ แตก่ ็ยงั เปน็
ส่วนที่นาํ รายไดก้ ลบั สูช่ ุมชน ทงั้ นอ้ี งค์การบรหิ ารส่วนท้องถิน่ ไดเ้ ขา้ มามีสว่ นร่วมในการสนบั สนนุ การจดั
การศึกษา โดยการสนับสนุนงบประมาณอย่างตอ่ เนอื่ งจึงถอื โอกาสมากกวา่ อปุ สรรค
4. ปัจจัยด้านการเมอื งและกฎหมาย (Political and Legal : P )
เป็นโอกาสมากกว่าอุปสรรค เนอื่ งจากพระราชบัญญตั ิการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ท่ที ําให้
เดก็ ไทยในวยั เรียนทุกคนไดร้ ับการศึกษาในภาคบังคับ 9 ปี และมีสิทธไิ ด้รบั การศกึ ษาข้นั พ้ืนฐาน 12 ปี
และรัฐบาลยังมีนโยบายเรยี นฟรี 15 ปี อยา่ งมีคณุ ภาพ ทไ่ี มต่ ้องเสียค่าใชจ้ ่าย จงึ ทําให้คนไทยในวัยเรยี น
มโี อกาสไดศ้ ึกษาเล่าเรียนเท่าเทียมกัน นอกจากน้นั ยังมีองค์การบริหารสว่ นทอ้ งถน่ิ ทีใ่ หก้ ารสนบั สนนุ การ
จดั การศกึ ษาอกี ดว้ ย
สรปุ ผลการวเิ คราะห์สถานภาพภายนอกของโรงเรียน
การวิเคราะห์จากปัจจยั ภายนอกโรงเรยี นทงั้ 4 ด้าน สรปุ ได้วา่ โรงเรยี นมีปจั จยั ทีเ่ ป็นโอกาสมากกวา่
อุปสรรค คอื มสี ภาพสังคมและวฒั นธรรมทีเ่ ข้มแขง็ เศรษฐกจิ ของชุมชนคอ่ นขา้ งดี ประชากรมรี ายได้ดีขึ้น
มอี าชพี ทมี่ น่ั คงมากข้ึน ประกอบกบั กฎหมายและนโยบายของรัฐบาลดา้ นการศกึ ษาที่ชัดเจน ทําให้ประชากร
วัยเรียนได้ศกึ ษาเล่าเรียนทกุ คนและเรยี นฟรีอย่างมีคุณภาพ จงึ เป็นปัจจยั สง่ เสริม สนับสนุนการจดั การศึกษา
ของโรงเรยี นได้รบั การพฒั นาย่งิ ข้นึ แต่ในดา้ นเทคโนโลยี ก็เป็นอปุ สรรคท่ีไมส่ ามารถนาํ เขา้ มาใชไ้ ดค้ รอบคลุม
ท่วั ถงึ เพยี งพอ เพราะต้องลงทุนสูง
ผลการวเิ คราะหส์ ภาพแวดลอ้ มภายใน (2S 4M)
ปจั จัยภายในโรงเรยี น
1. ดา้ นโครงสรา้ งและนโยบาย (Structure : S1)
โรงเรียนมกี ารจดั องคก์ ร โครงสร้างการบรหิ ารอย่างเป็นระบบที่เนน้ โรงเรยี นเปน็ ฐานใหท้ กุ ภาคสว่ น
มสี ่วนรว่ ม มกี ารบริหารในรปู องคค์ ณะบคุ คล ทํางานเป็นทีม มกี ารกระจายการตดั สนิ ใจลงไปยงั ฝา่ ย/งานที่
รบั ผิดชอบ ทําให้เกิดความคล่องตวั ในการบริหาร การดาํ เนินการและการปฏบิ ัติ จึงถือเปน็ จุดแข็งมากกวา่
22
แมว้ ่าจะมจี ดุ ออ่ นในดา้ นการประสานงาน การประชาสัมพนั ธท์ าํ ความเขา้ ใจต่อบทบาทหนา้ ท่ขี ององคค์ ณะ
บคุ คล ผูป้ กครอง และบคุ ลากรอยบู่ า้ ง
2. ด้านการบรหิ ารจัดการ (Service & Product : S2)
โรงเรียนมีการบริหารจดั การท่สี อดคลอ้ งกบั นโยบาย และการปฏิรปู การศกึ ษา โดยมี
แผนพัฒนาคณุ ภาพการศึกษาเปน็ กรอบทิศทางการจัดการศกึ ษา และมแี ผนปฏบิ ัติการประจําปีเป็นเครอื่ ง
ชว้ี ัดความสาํ เร็จในการดําเนินงาน โดยการบริหารแบบมีส่วนร่วมในรปู ขององค์คณะบคุ คล ทํางานเป็นทมี
มีการกาํ หนดขอบข่ายหน้าทแ่ี ละความรับผดิ ชอบงานทช่ี ัดเจน โปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ จงึ เป็น
จดุ แข็งมากกวา่ จุดอ่อน ถงึ แมว้ า่ การดาํ เนินงานตามแผนปฏบิ ตั กิ ารประจาํ ปจี ะยังปฏิบัตไิ ดไ้ มค่ รบถว้ น
ตามแผน และระบบตรวจสอบภายใน การจดั ระบบสารสนเทศ จะมปี ัญหาอยบู่ า้ ง
3. ด้านการผลิตและการบริการ (Service & Product : S2) (ตอ่ )
สรุปสภาพปัญหา จดุ เด่น จดุ ทค่ี วรพัฒนาในการจดั การศึกษาของสถานศึกษา
สภาพปญั หา
ผูเ้ รยี นมผี ลสมั ฤทธิ์ทางการเรียนผลการทดสอบระดบั ชาตOิ -Net อยู่ในระดบั ตอ้ งปรบั ปรุงในวิชา
ภาษาตา่ งประเทศ และในระดบั พอใช้ ไดแ้ ก่ กลมุ่ สาระการเรยี นร้วู ชิ าภาษาไทย คณิตศาสตร์ วทิ ยาศาสตร์
สุขศกึ ษา และ การงานอาชีพและเทคโนโลยี
การวเิ คราะห์ผลการทดสอบของผูเ้ รยี น วิเคราะห์ความสามารถของผู้เรียนเป็นรายบคุ คล และ มี
การวจิ ัยในชน้ั เรยี น แล้วนาํ ผลมาพัฒนาสือ่ พฒั นากระบวนการเรียนการสอน กระบวนการวดั ผลและจัดการ
สอนซ่อมเสริม เพอ่ื พัฒนาคุณภาพการศกึ ษาและผลสัมฤทธ์ทิ างการเรียนของผ้เู รยี น
การจัดการนเิ ทศภายในให้เข้มแข็งและนาํ ผลการนิเทศภายใน มาพฒั นากระบวนการเรยี น
การสอนการวัดผลประเมินผลอยา่ งจริงจงั
จดุ เด่น
1. ผ้เู รียนมีสุขภาพกายสขุ ภาพจติ สมบูรณ์ มีคณุ ธรรม จริยธรรม และคา่ นิยมท่ีพงึ ประสงใคฝ์ ่รู้
และเรยี นรู้อย่างต่อเนอื่ ง มีความสามารถในการคิดเปน็ ทําเปน็
2. ครจู ดั การเรียนการสอนทเ่ี น้นผู้เรยี นเปน็ สําคัญเกดิ ประสิทธิผล
3. สถานศกึ ษามีการจัดโครงสรา้ งการบริหารงาน ออกเปน็ 4 ฝา่ ยงาน ได้แก่ ฝ่ายงานวชิ าการ
ฝา่ ยงานบุคคล ฝา่ ยงานงบปรมิ าณ ฝ่ายงานบริหารทวั่ ไป ดําเนนิ การพัฒนาคณุ ภาพการศึกษา และสถานศึกษในา
การจัดครู อาคารสถานท่ี วสั ดุ อุปกรณ์ ใหม้ ีเพียงพอเหมาะสม สะอาดรม่ รนื่ สวยงาม ปลอดภัย มี
คณะกรรมการสถานศึกษา กํากบั ติดตาม ผลการดาํ เนนิ งาน และมกี ารประกันคุณภาพภายในทเ่ี ข้มแข็ง ซึ่ง
เปน็ สว่ นหน่งึ ของการบรหิ าร
4. การบรหิ ารจดั การมีประสทิ ธภิ าพเกดิ ประสิทธิผล
23
จดุ ทค่ี วรพฒั นา
1. การยกระดบั ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนในวชิ าภาษาต่างประเทศ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้
วชิ าภาษาไทย คณิตศาสตร์ วทิ ยาศาสตร์ สุขศกึ ษา และ การงานอาชีพและเทคโนโลยี
2. การวเิ คราะหผ์ ูเ้ รียนเปน็ รายบุคคล การวจิ ยั ในชัน้ เรยี นเพื่อพัฒนาคณุ ภาพการศกึ ษาและ
ผลสัมฤทธ์ิทางการเรยี นของผู้เรยี น
3. การนเิ ทศภายใน
การให้บรกิ าร โรงเรยี นไดจ้ ดั แหล่งเรียนรสู้ าํ หรับการศึกษาค้นควา้ ได้แก่ ห้องสมุด หอ้ งกลมุ่
สาระการเรียนรู้ เครอื ข่ายอนิ เตอรเ์ นต็ ศูนยเ์ รยี นรแู้ ละฐานเศรษฐกจิ พอเพยี ง สว่ นการจดั บรกิ ารด้านอน่ื ๆ
ไดแ้ ก่ สนามกีฬา โรงอาหาร หอประชุม ห้องประชมุ ท่ใี ห้บรกิ ารทั้งนกั เรียน ชมุ ชน และหนว่ ยงานตา่ งๆ จงึ
ถอื ว่าทกี่ ล่าวมาท้ังหมดเป็นจดุ แข็งมากกว่าจุดอ่อน
4. ด้านบุคลากร (Man : M1)
โรงเรียนมคี รูและบคุ ลากรทางการศกึ ษา ยงั ไม่เพยี งพอ สว่ นใหญเ่ ปน็ คนในท้องถน่ิ ท่ีมีความสมั พันธ์
และร่วมกิจกรรมกับชมุ ชนไดด้ ี เป็นผู้มคี ุณวุฒแิ ละวฒุ กิ ารศึกษาสูงตามเกณฑ์ ทําการสอนตามวิชาเอกและ
ความสามารถมากทีส่ ดุ มคี วามเปน็ เอกภาพ เสียสละ ทํางานเปน็ ทีม มีความรับผิดชอบ และทุกคนมขี วัญ
กําลังใจในการทํางานดี จงึ เป็นจดุ แขง็ มากกว่าจุดอ่อน แมว้ ่าจะมีภาระงานอื่นมากนอกจากการสอน และ
บางคนยังขาดการทาํ วิจยั ในชนั้ เรียนและแผนการจดั การเรียนรู้
5. ด้านงบประมาณ (Money : M2)
การบริหารงบประมาณ มีระบบบรหิ ารจัดการในรูปแบบการกระจายอาํ นาจ มีระเบียบ กฎหมาย
ข้อบังคบั และแนวปฏิบัติทช่ี ัดเจน รวดเรว็ โปร่งใส โดยมแี ผนปฏิบตั กิ ารเปน็ เครื่องมอื กํากบั ควบคุมการ
ใชจ้ า่ ยงบประมาณให้ถูกตอ้ งตรงตามความตอ้ งการของทุกฝา่ ย/งานมากท่สี ดุ ประกอบกับงบประมาณท่ีไดร้ บั
จดั สรรค่อนขา้ งจะเพียงพอ นอกจากน้นั ยังไดร้ ะดมจากภายนอกเข้ามาสนับสนนุ เพม่ิ เติม จงึ เปน็ จุดแขง็
มากกว่าจุดออ่ น แมว้ า่ การจดั สรรงบประมาณจะได้รับช้าไปบ้าง และการระดมจากภายนอกยงั ไมม่ าก
6. ดา้ นทรพั ยากรและวสั ดุอปุ กรณ์ (Materials: M3) และ (Management : M4)
โรงเรยี นมอี าคารเรียน ทใี่ ช้จดั เป็นหอ้ งเรียน หอ้ งปฏิบัตกิ าร หอ้ งสํานกั งาน และห้องบริการอืน่ ๆ
เพียงพอและไดม้ าตรฐาน
ส่งิ อํานวยความสะดวก ส่ือ วสั ดอุ ุปกรณ์ แหล่งเรียนรู้ และระบบไอซีที เอ้ือตอ่ การจดั การเรยี นการ
สอนให้มีประสิทธภิ าพตามเป้าหมายความตอ้ งการ จึงเปน็ จดุ แข็งมากกวา่ จุดอ่อน ถึงแมส้ ื่อดา้ นเทคโนโลยี
ประจาํ ห้องเรียนยงั ไม่เพยี งพอ เน่อื งจากมีงบประมาณจาํ กัด และชาํ รุดเสียหายตามกาลเวลาการใชง้ านเป็น
เวลานาน และขาดการบาํ รงุ รกั ษาที่ดพี อ
ผลการวิเคราะห์สถานภาพภายในโรงเรยี น
จากการวิเคราะหจ์ ากปจั จยั ภายในโรงเรียน ประเมนิ ไดว้ ่าโรงเรียนมจี ดุ แขง็ มากกวา่ จุดออ่ น คือ
มีความเขม้ แข็งในด้านของโครงสร้างและนโยบายท่ีเป็นระบบ มีเอกภาพ ทุกภาคส่วนมสี ว่ นรว่ มใน
24
การบริหารจดั การ งบประมาณก็มีค่อนขา้ งเพยี งพอใชจ้ ่ายไดต้ รงตามความต้องการ เป็นจริง เพราะมี
แผนปฏบิ ัติการประจําปเี ปน็ เคร่ืองกําหนด กาํ กับควบคุม ประกอบกับบคุ ลากรมีขวญั กําลงั ใจดี ทาํ งาน
เปน็ ทีม มคี วามรับผิดชอบ จงึ สง่ ผลให้ผลผลติ และการบรกิ ารอยใู่ นระดบั ทน่ี ่าพอใจ แมว้ า่ จะมจี ุดออ่ น
ในดา้ นของทรพั ยากรและวัสดุอปุ กรณ์ทยี่ งั ขาดแคลนไมเ่ พียงพอ ทีท่ ําใหไ้ ม่เอ้ือตอ่ การบริหารจัดการ
และการจัดการเรียนการสอนเทา่ ทค่ี วร
ผลการวเิ คราะหส์ ถานภาพรวมของโรงเรียน
สรปุ สถานภาพของโรงเรียนบ้านตากประถมวิทยา โดยรวมมีโอกาส และจดุ แข็งที่เอือ้ อาํ นวยต่อการ
จัดการศกึ ษามากกวา่ โดยทโี่ รงเรียนมสี มรรถนะภายในที่เข้มแขง็ และมปี ัจจัยภายนอกทเี่ อือ้ ต่อการ
ดาํ เนินงาน จึงเป็นสภาวะท่ีเหมาะสมในการกําหนดยทุ ธศาสตร์การบริหารจัดการการศกึ ษาของโรงเรยี นท่ี
มงุ่ เน้นการยกระดบั คณุ ภาพให้ได้ระดบั มาตรฐานสากลต่อไป
25
สว่ นที่ 3
ทิศทางการจัดการศกึ ษา
26
ส่วนที่ 3
ทิศทางการจัดการศกึ ษา
ทศิ ทางการจดั การศกึ ษาของโรงเรยี นบา้ นตากประถมวิทยา
จากการประเมนิ สถานภาพปัจจบุ นั ทไี่ ด้ศึกษาจากผลการดาํ เนนิ งานตามภารกจิ ตา่ งๆ
โรงเรยี น บ้านตากประถมวทิ ยา ได้กาํ หนดทศิ ทางการดาํ เนนิ งาน โดยกาํ หนดวสิ ัยทัศน์ (Vision) เพ่ือแสดงถงึ
ภาพอนาคตหรือเป้าหมายการดําเนินงาน พนั ธกจิ (Mission) เปา้ ประสงค์ (Goal) ที่ต้องการและกําหนดกล
ยุทธ์ (Strategies) เพ่ือให้เห็นแนวทางทจ่ี ะนาํ ไปสู่การบรรลผุ ลตามเปา้ ประสงค์ ตวั ชี้วัดและเป้าหมาย ดังนี้
อตั ลักษณ์ของโรงเรยี น (School Identity)
ดนตรีเด่น
เอกลกั ษณข์ องโรงเรยี น (School Entity)
รหู้ น้าที่ มวี ินยั ห่างไกลยาเสพตดิ
วสิ ัยทศั น์ (Vision)
วชิ าการดี มีคุณธรรมนําใจ ให้โอกาสทางการศึกษา นําพาเศรษฐกจิ พอเพยี ง เคียงค่ชู มุ ชน สสู่ ากลอาเซยี น
พนั ธกจิ (Mission)
1. สง่ เสริมสนับสนุนให้ผเู้ รียนได้รับการศึกษาอยา่ งท่วั ถงึ มคี วามรู้ และทกั ษะท่ีจําเปน็ ตามหลกั สตู ร เตม็
ศักยภาพของตนเอง
2. ส่งเสรมิ ผู้เรียนให้มสี มรรถนะ ในการสอื่ สาร การคิด การแกป้ ัญหา การใชท้ ักษะชีวิต การใชเ้ ทคโนโลยี
3. พฒั นาครูและบคุ ลากรใหส้ ามารถจดั กิจกรรมการเรยี นการสอน โดยเนน้ ผเู้ รยี นเปน็ สําคญั
ส่งเสริมให้ผูเ้ รยี นมีคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ 8 ประการ และค่านิยมหลกั ของไทย 12 ประการ
4. ส่งเสรมิ ใหผ้ ูเ้ รยี นนาํ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง สู่การใชท้ กั ษะชวี ิต
27
5. ส่งเสรมิ ใหผ้ เู้ รียนมที ักษะด้านดนตรี และนาฏศิลป์ สู่การใช้ทกั ษะชีวติ
6. จดั กจิ กรรมส่งเสริมให้ ครู บคุ ลากรทางการศกึ ษา และผู้เรียน มีความพรอ้ มในการเข้าสปู่ ระชาคมอาเซียน
7. สนบั สนนุ ใหค้ รู ผปู้ กครอง คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพน้ื ฐาน ผู้นาํ ชุมชน องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ิน และ
ผ้มู สี ว่ นเกี่ยวข้องอ่นื ๆ มสี ่วนร่วมในการบริหารจดั การศกึ ษา โดยยึดหลกั ประชาธิปไตย
เป้าประสงค์ (Goal)
1. ผู้เรยี นมีทักษะที่จาํ เป็นตามหลักสูตร มีสมรรถนะ ในการสอ่ื สาร การคิด การแกป้ ัญหา การใช้
ทักษะชีวติ และการใชเ้ ทคโนโลยใี นการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง
2. ผู้เรียนมคี ณุ ลกั ษณะทพี่ ึงประสงค์ ค่านิยมหลกั 12 ประการ และดาํ รงชีวิตอยู่ในสงั คมไดอ้ ยา่ งมี
ความสขุ ตามหลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง
3. ผู้เรียนไดร้ บั การศึกษาอย่างท่ัวถึง และได้รับการพฒั นาเต็มตามศักยภาพของตนเอง
4. ครแู ละบคุ ลากรทางการศกึ ษา เป็นครูมอื อาชพี สามารถจัดการเรียนการสอนไดอ้ ย่างมี
ประสทิ ธิภาพ
5. โรงเรียนมคี วามเขม้ แขง็ ในการบรหิ ารจัดการและการพัฒนาคณุ ภาพการศึกษา โดยความร่วมมือ
ของผู้มสี ว่ นเก่ยี วขอ้ งทุกฝ่าย
6. ครู บคุ ลากรทางการศกึ ษา และผูเ้ รยี น มคี วามพร้อมในการเขา้ สปู่ ระชาคมอาเซยี น
กลยทุ ธ์ (Strategic)
1. พัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศกึ ษาทุกระดบั ตามหลักสตู รและสง่ เสรมิ ความสามารถทาง
เทคโนโลยีเพ่ือเปน็ เครื่องมือในการเรียนรู้
2. ปลูกฝงั คณุ ธรรม ความสาํ นึกในการเป็นชาตไิ ทย และวิถชี วี ติ ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
3. ขยายโอกาสทางการศกึ ษาใหท้ ่วั ถงึ ครอบคลุม ผเู้ รียนไดร้ ับโอกาสในการพัฒนาเต็มตามศกั ยภาพ
4. พัฒนาครูและบคุ ลากรทางการศกึ ษาทั้งระบบ ให้สามารถจัดการเรยี นการสอนไดอ้ ยา่ งมคี ณุ ภาพ
5. พฒั นาประสทิ ธิภาพการบรหิ ารจดั การศึกษา เน้นการมีส่วนรว่ มจากทุกภาคส่วน
6. พฒั นาสง่ เสรมิ ให้ ครู บุคลากรทางการศึกษา และผู้เรยี น มคี วามพรอ้ มในการเขา้ สู่ประชาคม
อาเซียน
จดุ เน้น (Focus)
28
โรงเรียนบ้านตากประถมวทิ ยา กําหนดจุดเนน้ การดาํ เนนิ การในปงี บประมาณ พ.ศ. 2561 โดย
แบง่ เป็น 3 สว่ นดังนี้
ส่วนที่ 1 จดุ เนน้ ดา้ นผ้เู รยี น
1.1 นกั เรยี นมสี มรรถนะสาํ คญั สมู่ าตรฐานสากล ดงั ต่อไปนี้
1.1.1 นกั เรียนระดับก่อนประถมศกึ ษา มีพัฒนาการดา้ นร่างกาย อารมณ์ จติ ใจ และ
สตปิ ัญญาทสี่ มดลุ เหมาะสมกบั วยั และเรียนรอู้ ยา่ งมีความสุข
1.1.2 นกั เรียนชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 6 และช้ันมธั ยมศึกษาปีท่ี 3 มีผลสัมฤทธทิ์ างการ
เรยี นจากการทดสอบระดับชาติ (O-NET) กลุม่ สาระหลกั เพิม่ ขน้ึ เฉลีย่ ไมน่ อ้ ยกว่ารอ้ ยละ 3
1.1.3 นกั เรียนชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ 3 มคี วามสามารถด้านภาษา อ่านออก เขยี นได้
ด้านคํานวณ และด้านการใชเ้ หตผุ ลทเี่ หมาะสม
1.1.4 นกั เรียนช้ันประถมศึกษาปีที่ 6 ถงึ ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 3 ไดร้ ับการสง่ เสรมิ ให้มี
แรงจงู ใจสู่อาชีพ ด้วยการแนะแนวท้งั ครแู ละผ้ปู ระกอบอาชพี ตา่ งๆ (ผ้ปู กครอง ศิษยเ์ ก่า สถานประกอบการ)
และได้รับการพฒั นาความรู้ ทกั ษะท่เี หมาะสมกับการประกอบอาชพี สุจริตในอนาคต
1.1.5 นกั เรยี นมที ักษะชีวิต ทักษะการคดิ วเิ คราะห์ คิดสร้างสรรค์ และทักษะการ
สือ่ สารอย่างสรา้ งสรรคอ์ ยา่ งนอ้ ย 2 ภาษา ทักษะด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ เพือ่ เปน็ เครอื่ งมอื ในการเรียนรู้
เหมาะสมตามช่วงวัย
1.2 นักเรียนมีคณุ ธรรม จริยธรรม รักความเปน็ ไทย หา่ งไกลยาเสพตดิ มีคุณลกั ษณะและ
ทักษะทางสังคมที่เหมาะสม
1.2.1 นักเรยี นระดับประถมศึกษา ใฝเ่ รียนรู้ ใฝ่ดี และอยใู่ นสงั คมได้อย่างมีความสุข
1.2.2 นกั เรยี นระดบั มัธยมศึกษาตอนตน้ มีทกั ษะการแก้ปญั หา อย่ใู นสงั คมไดอ้ ยา่ งมี
ความสขุ และใชช้ วี ติ อยา่ งพอเพยี ง
1.3 นักเรยี นท่มี คี วามตอ้ งการพเิ ศษได้รบั การส่งเสริม สนับสนุน และพฒั นาเต็มศักยภาพ
เปน็ รายบคุ คล ดว้ ยรปู แบบทหี่ ลากหลาย
1.3.1 เด็กพิการได้รับการพฒั นาศักยภาพเปน็ รายบคุ คล ดว้ ยรปู แบบท่ีหลากหลาย
ตามหลกั วชิ า
1.3.2 เด็กดอ้ ยโอกาสและเด็กในพน้ื ทีพ่ เิ ศษ ได้รับโอกาสทางการศกึ ษาทม่ี คี ณุ ภาพ
ตามมาตรฐานการเรยี นร้ขู องหลกั สูตรและอัตลักษณแ์ ห่งตน
1.3.3 นกั เรียนท่มี คี วามสามารถพิเศษ ได้รบั การสง่ เสริมใหม้ เี ปน็ เลศิ ด้านวทิ ยาศาสตร์
เทคโนโลยพี ื้นฐานทางวิศวกรรมศาสตร์ คณิตศาสตรภ์ าษา กีฬา ดนตรแี ละศิลปะ
29
1.3.4 นักเรยี นทีเ่ รียนภายใต้การจดั การศึกษาโดยครอบครวั สถานประกอบการ บุคคล
องคก์ รวชิ าชีพ องคก์ รเอกชน องค์กรชมุ ชน และองคก์ รสังคมอื่น และการศกึ ษาทางเลอื ก ไดร้ ับการพัฒนา
อย่างมีคณุ ภาพตามมาตรฐาน
1.3.5 เดก็ กลมุ่ ทีต่ ้องการการคมุ้ ครองและช่วยเหลือเป็นกรณพี เิ ศษ ได้รับการคุ้มครอง
และชว่ ยเหลอื เยยี วยา ดว้ ยรปู แบบท่ีหลากหลาย
สว่ นที่ 2 จุดเน้นด้านครแู ละบคุ ลากรทางการศกึ ษา
2.1 ครไู ด้รับการพัฒนาองค์ความรู้และทักษะในการส่ือสาร มสี มรรถนะในการสอนอย่างมี
ประสิทธภิ าพ
2.1.1 ครูได้รบั การพฒั นาวธิ ีการจัดการเรยี นการสอน การสอนคดิ แบบต่าง ๆ และ
การวัดประเมนิ ผล ใหส้ ามารถพฒั นาและประเมนิ ผลนักเรียนให้มคี ุณภาพตามศักยภาพเป็นรายบุคคล
2.1.2 ครูสามารถยกระดับคณุ ภาพการศกึ ษาโดยประยกุ ตใ์ ช้ระบบสารสนเทศและการ
ส่อื สารอย่างเหมาะสม
2.1.3 ครูไดร้ ับการนิเทศแบบกลั ยาณมิตร โดย ผูบ้ รหิ ารสถานศกึ ษา และครทู ัง้ ในโรงเรียน
ระหว่างโรงเรยี น หรอื ภาคสว่ นอืน่ ๆ ตามความพร้อมของโรงเรียน
2.1.4 ครูสร้างเครอื ข่ายการเรียนรู้ การมสี ว่ นรว่ มจากผมู้ สี ว่ นเกยี่ วข้องและทกุ ภาคส่วน
ใหเ้ กดิ ชุมชนแหง่ การเรียนรู้
2.1.5 ครูจดั การเรยี นการสอน ให้สอดรับกบั การเปน็ ประชาคมอาเซียน
2.1.6 ครูและบุคลากรทางการศึกษา มจี ิตวิญญาณของความเป็นครู การเปน็ ครูมอื อาชพี
และยดึ ม่ันในจรรยาบรรณของวชิ าชพี
2.2 ผูบ้ รหิ ารสถานศึกษามีความสามารถในการบริหารงานทกุ ดา้ นให้มปี ระสิทธิภาพและ
เกิดประสิทธผิ ล
2.3 ครูและบคุ ลากรทางการศกึ ษา มีขวญั กาํ ลงั ใจในการทาํ งาน
2.4 องคก์ ร คณะบุคคล และผมู้ สี ว่ นไดส้ ่วนเสยี ทเี่ กี่ยวข้อง วางแผนและสรรหาครูและ
บุคลากรทางการศึกษา ใหส้ อดคล้องกบั ความตอ้ งการของโรงเรยี นและสังคม
สว่ นท่ี 3 จุดเนน้ ดา้ นการบรหิ ารจัดการ
3.1 โรงเรียน บริหารจัดการโดยมุง่ เน้นการกระจายอํานาจ การมีส่วนร่วม และมคี วาม
รับผดิ ชอบตอ่ ผลการดําเนินงาน
3.1. 1 โรงเรยี นมีการบรหิ ารจัดการอย่างมีคณุ ภาพ โดยใชม้ าตรฐานสํานกั งานเขตพน้ื ที่
การศกึ ษา
3.1.3 โรงเรยี น พฒั นาระบบช่วยเหลือ กํากับ ตดิ ตามตรวจสอบการบริหารจัดการ
งบประมาณ ทมี่ ปี ระสทิ ธิภาพอยา่ งจรงิ จังและตอ่ เนอื่ ง
30
3.2 โรงเรยี นสง่ เสริมการมสี ว่ นรว่ มในการพัฒนาคณุ ภาพการศึกษา
3.2.1 โรงเรียนส่งเสรมิ ให้ทุกภาคส่วนเขา้ มามีสว่ นร่วมในการพัฒนาคณุ ภาพการศึกษา
3.2.2 โรงเรยี น ส่งเสรมิ การระดมทรพั ยากรในการพัฒนาคณุ ภาพการศกึ ษา
ตวั ช้ีวดั
เพือ่ ใหก้ ารดําเนนิ การเป็นไปตามจุดเน้นที่กาํ หนดไว้ โรงเรยี นบ้านตากประถมวิทยา จงึ กาํ หนด
ตวั ชว้ี ดั ดังน้ี
จุดเนน้ ที่ 1 ดา้ นผ้เู รียน
1. นกั เรียนมสี มรรถนะสําคัญสู่มาตรฐานสากล
คา่ เฉลย่ี รอ้ ยละของนักเรียนชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 3 ของการสอบ NT เพิ่มขนึ้ ไม่น้อยกว่า
ร้อยละ 3
ค่าเฉล่ยี รอ้ ยละของนักเรยี นชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ 6 ของผลการทดสอบระดับชาติ
O-NET ภาษาไทย คณติ ศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาองั กฤษ โดยรวมเพ่ิมข้นึ ไมน่ ้อยกว่าร้อยละ 3
นกั เรียนมีความสามารถด้านทกั ษะการสอ่ื สารภาษาองั กฤษตามมาตรฐานทก่ี าํ หนดร้อยละ 50
นกั เรยี นทุกคนที่ได้รับการพัฒนาใหม้ คี ณุ ลักษณะผู้นํานักเรียนอาเซียน
โรงเรยี นมีแนวปฏบิ ัตใิ นการบรหิ ารจดั การหลกั สูตรสถานศึกษาทมี่ ีประสทิ ธภิ าพ
โรงเรยี นมขี ้อสรปุ /แนวปฏบิ ัติในการปรับหลักสูตรการศึกษาข้ันพนื้ ฐาน
2. นกั เรยี นมีคณุ ธรรม จริยธรรม รกั สามัคคี ปรองดองสมานฉันท์ รกั ชาติ ศาสน์ กษัตริย์
ภูมิใจในความเปน็ ไทย หา่ งไกลยาเสพตดิ มีคุณลกั ษณะและทกั ษะทางสังคมท่ีเหมาะสม
ระดบั ความสําเรจ็ การดาํ เนนิ กิจกรรม ใหผ้ ูเ้ รียนมีค่านยิ มหลกั คนไทย 12 ประการ
ครบทุกตวั สอดคล้องตามช่วงวัย
3. นักเรียนทม่ี คี วามตอ้ งการพเิ ศษได้รบั การส่งเสริมและพัฒนาเตม็ ตามศกั ยภาพเปน็ รายบุคคล
ร้อยละ 80 ของนกั เรียนพกิ ารทีไ่ ด้รบั โอกาสให้สามารถพฒั นาไดเ้ ตม็ ตามศักยภาพ
รอ้ ยละ 80 ของนักเรียนพกิ ารผา่ นการพัฒนาตามศักยภาพเป็นรายบุคคล
จดุ เน้นท่ี 2 ด้านครูและบคุ ลากรทางการศึกษา
1. ครูได้รับการพัฒนาความรู้และสมรรถนะ
ครูโรงเรยี นบา้ นตากประถมวทิ ยา มอี งคค์ วามรู้ตามเนื้อหาท่กี ําหนดในระดบั ดีขน้ึ ไป
ครไู ดร้ บั การนิเทศอย่างนอ้ ยภาคเรียนละ 2 คร้งั
2. ผ้บู รหิ ารสถานศกึ ษาไดร้ ับการพัฒนา
ผู้บริหารมคี วามรคู้ วามสามารถในการบริหารวิชาการในศตวรรษท่ี 21 ในระดบั ดขี นึ้ ไป
3. ครูสอนตรงตามวิชาเอก และมคี วามสามารถ สอดคล้องกบั ความต้องการของโรงเรยี น ชมุ ชน และสงั คม
จุดเน้นที่ 3 ด้านการบริหารจดั การ
31
1. โรงเรียนบริหารจัดการโดยมุ่งผลสัมฤทธ์ิ เนน้ การกระจายอํานาจ การมสี ่วนรว่ มและการ
รบั ผดิ ชอบต่อการดําเนนิ งาน
เม่ือสนิ้ ปงี บประมาณ พ.ศ. 2561 โรงเรียนเบิกจ่ายงบประมาณในภาพรวมได้ไมน่ อ้ ยกว่า
รอ้ ยละ 95 และงบลงทนุ ไมน่ ้อยกว่ารอ้ ยละ 85
โรงเรียนพฒั นารปู แบบการบรหิ ารโรงเรยี นนิติบคุ คลมคี วามสามารถพฒั นารปู แบบการ
บริหารโรงเรียนอยา่ งมปี ระสิทธิภาพ
4. โรงเรียนจัดการศกึ ษาอยา่ งมคี ุณภาพตามมาตรฐาน
โรงเรยี นผา่ นการประเมินมาตรฐาน ระดบั ดีมากขน้ึ ไป รอ้ ยละ 90
โรงเรียนมรี ะบบประกนั คุณภาพภายในท่ีเข้มแข็งตามกฎกระทรวง ว่าดว้ ยหลักเกณฑ์ และ
วธิ ีการประกนั คณุ ภาพการศกึ ษา พ.ศ. 2553
โรงเรียนมีผลงานของโรงเรยี น ครู และนกั เรียนท่เี ป็นเลศิ
32
ส่วนท่ี 4
ตัวชีว้ ัด เป้าหมาย กลยุทธ์ โครงการ
และ กจิ กรรมในการดาเนนิ การ
33
สว่ นที่ 4
ตวั ช้ีวัด เป้าหมาย กลยทุ ธ์ โครงการ และ กจิ กรรมในการดาเนินการ
ตัวชีว้ ดั ความสาเรจ็ ( Indicator )
โรงเรยี นบ้านตากประถมวทิ ยา ได้กําหนด กลยทุ ธ์ เปา้ หมาย และตัวชี้วดั ในการพัฒนาคุณภาพ
การศกึ ษาระยะเวลา 3 ปี พ.ศ. 2559-2561 เพอ่ื ใหโ้ รงเรียนใชเ้ ปน็ แนวทาง ในการวางแผนพัฒนาการศกึ ษา
ซ่งึ จะสง่ ผลการเรียนร้ตู ่อผู้เรยี นเปน็ สาํ คัญ ทําให้ผู้เรียนมีคณุ ภาพและยกระดับผูเ้ รียนใหส้ งู ข้ึนในทุกระดบั
โดยได้กําหนดตัวชว้ี ดั เปา้ หมาย กลยทุ ธ์ และโครงการในการดําเนินการบรหิ ารจัดการจากประเดน็ ยุทธศาสตร์
และเปา้ ประสงค์ ดังนี้
34
ตารางแสดงเป้าหมายแผนพัฒนาคณุ ภาพการศกึ ษา
โรงเรียนบา้ นตากประถมวทิ ยา
พ.ศ. 2561-2565
ตารางแสดงเปา้ หมายแผนพัฒนาคุณภาพการศ
เป้าประสงค์ เป้าหมาย
ตวั ช้วี ัด
2561 2562 2563 2564
ข้อท่ี 1 ผูเ้ รียนมีทักษะที่ -ร้อยละของระดบั 75 80 85 90
จาํ เป็นตามหลักสตู ร มี คุณภาพตามเกณฑ์ 75 80 85 85
สมรรถนะ ในการสอ่ื สาร มาตรฐานคุณภาพ
การคิด การแก้ปญั หา การ การศึกษาของสพฐ.
ใช้ทักษะชวี ติ และการใช้
เทคโนโลยใี นการแสวงหา ในแต่ละมาตรฐาน
ความรู้ดว้ ยตนเอง
ร้อยละของผ้เู รยี นมี 80 85 90 95
ประสบการณ์ตรงและ
ศกึ ษาความรู้
วิทยาศาสตรจ์ ากแหล่ง
เรยี นรู้ทีห่ ลากหลาย
ภายในนิทรรศการ
สปั ดาหว์ ิทยาศาสตร์
ศกึ ษาโรงเรยี นบ้านตากประถมวทิ ยาพ.ศ. 2561-2565
กลยุทธ์ โครงการ/กจิ กรรม ผ้รู ับผิดชอบ
2565
90 กลยุทธท์ ี่ 1 พฒั นาคณุ ภาพและ 1. โครงการพฒั นาหลักสตู ร ครูพชรวรรณ
มาตรฐานการศึกษาทกุ ระดับ สถานศึกษาและรปู แบบการ บุญยา
ตามหลักสูตรและส่งเสรมิ จดั การเรยี นการสอน
ความสามารถทางเทคโนโลยี
เพ่อื เปน็ เครื่องมือในการเรยี นรู้
85 2. โครงการวัดผล ครกู ญั ญารตั น์
ประเมินผล สทิ ธิ
95 3. โครงการกจิ กรรมสัปดาห์ ครูกญั ญารัตน์
วันวิทยาศาสตร์ สทิ ธิ
เป้าประสงค์ เปา้ หมาย
ตวั ชี้วดั
2561 2562 2563 2564
ข้อที่ 1 ผูเ้ รยี นไดร้ บั -ร้อยละของระดบั 75 80 85 85
การศกึ ษาอย่างท่วั ถงึ มี คุณภาพตามเกณฑ์
ความรู้ และทักษะท่ีจําเป็น มาตรฐานคุณภาพ
ตามหลกั สูตร เต็มศักยภาพ การศึกษาของสพฐ.ในแต่
ของตนเอง ละมาตรฐาน
- ร้อยละของนกั เรยี นมี 75 80 85 85
ผลสมั ฤทธิท์ างการเรยี น
บรรลุตามจุดประสงค์
-ร้อยละของนักเรยี นช้ัน 80 80 85 90
อนบุ าลมปี ระสบการณ์
การเรียนตามแนวคดิ
มอนเตสซอร่ี
-รอ้ ยละโรงเรียนมรี ะบบ 80 80 85 85
การประกนั คณุ ภาพ
การศึกษาอยา่ งมี
ประสิทธภิ าพ
กลยุทธ์ โครงการ/กจิ กรรม ผรู้ ับผิดชอบ
2565
85 กลยทุ ธท์ ี่ 1 พฒั นาคุณภาพและ 4. โครงการส่งเสรมิ ครูกญั ญารตั น์
มาตรฐานการศึกษาทุกระดับ ประสิทธิภาพการเรียนการ สทิ ธิ
ตามหลกั สตู รและสง่ เสริม สอน
ความสามารถทางเทคโนโลยี
เพื่อเป็นเครื่องมอื ในการเรยี นรู้
85 5. โครงการส่งเสรมิ ครูกัญญารัตน์
กระบวนการจดั การเรียนรู้ สิทธิ
วิทยาศาสตร์
90 6. โครงการการจัด ครดู วงเนตร
ประสบการณต์ ามแนวคดิ จันทรอ์ ้น
มอนเตสซอร่ี ในบรบิ ทสพฐ.
85 7. โครงการพฒั นาระบบ ครูมยุรี
ประกนั คณุ ภาพภายใน สทิ ธกิ นั
สถานศกึ ษา
เปา้ ประสงค์ ตวั ชว้ี ดั 2561 เป้าหมาย
2562 2563 2564
ขอ้ ท่ี 1 ผเู้ รยี นไดร้ บั -รอ้ ยละของผู้เรยี นได้รบั 80 85 90 90
การศึกษาอยา่ งท่วั ถึง มี การเรยี นรู้ตามกิจกรรม
ความรู้ และทักษะที่จําเป็น ลดเวลาเรยี น เพมิ่ เวลา 80 85 90 90
ตามหลักสตู ร เตม็ ศกั ยภาพ เรยี นรู้ 80 85 90 90
ของตนเอง -รอ้ ยละของผู้เรียนระดบั
ปฐมวัยมนี สิ ยั รกั การอา่ น 80 85 90 90
-ร้อยละของผเู้ รยี น
ระดบั ป. 1 –ม. 3 มีนิสยั
รกั การอ่าน และแสวงหา
ความรู้ดว้ ยตนเอง
-รอ้ ยละของผเู้ รียน
ระดบั ป.5-6 และชั้นม. 1
ทดี่ ร้ บั ความร้จู ากการ
อบรมคอมพิวเตอร์
เป้าประสงค์ เป้าหมาย
ตวั ชี้วดั 2561 2562 2563 2564
2565 กลยทุ ธ์ โครงการ/กิจกรรม ผ้รู ับผดิ ชอบ
90 กลยทุ ธท์ ี่ 1 พฒั นาคณุ ภาพและ 8. โครงการพฒั นากิจกรรม ครูกัญญารัตน์
มาตรฐานการศกึ ษาทุกระดบั ลดเวลาเรียน เพม่ิ เวลา สิทธิ
ตามหลกั สตู รและส่งเสรมิ เรียนรู้
ความสามารถทางเทคโนโลยี
90 เพ่อื เป็นเครือ่ งมือในการเรยี นรู้ 9. โครงการอา่ นนิทานสาน ครูดวงเนตร
นสิ ยั รักการอ่านเด็กปฐมวัย จันทรอ์ น้
90 10. โครงการพัฒนาสง่ เสรมิ ครจู นั ทร์วนั
นสิ ัยรักการอา่ น ต่นุ ภักดี
90 11. โครงการอบรม ครสู ทุ ิศา
คอมพวิ เตอรเ์ พื่อพัฒนาการ จันตะวงศ์
เรยี นการสอน
2565 กลยทุ ธ์ โครงการ/กจิ กรรม ผรู้ บั ผิดชอบ
ข้อที่ 1 ผูเ้ รียนได้รบั -รอ้ ยละของผเู้ รยี นที่ 75 80 85 85
การศกึ ษาอยา่ งท่ัวถึง มี ได้รบั รางวัลเหรยี ญ
ความรู้ และทกั ษะท่จี ําเป็น ทองแดง เงนิ และ
ตามหลกั สูตร เต็มศกั ยภาพ เหรยี ญทองในการ
ของตนเอง แขง่ ขนั ศิลปหตั ถกรรม
นักเรยี น
-รอ้ ยละของผเู้ รียน 75 80 85 85
ระดบั ชั้นอนบุ าลทม่ี ี
ความสนใจอยากรอู้ ยาก
ลองด้านวทิ ยาศาสตร์
- ร้อยละของผู้เรียนท่มี ี 75 80 85 85
ความร้แู ละมที กั ษะด้าน
ดนตรไี ทย
- รอ้ ยละของผู้เรยี นทีม่ ี
ความรแู้ ละมีทักษะดา้ น
ดนตรีสากล
เป้าประสงค์ เปา้ หมาย
ตัวช้วี ัด 2561 2562 2563
ข้อท่ี 2. ผูเ้ รยี นมี
คุณลกั ษณะท่พี งึ ประสงค์ -รอ้ ยละของผู้เรียนเกดิ 75 80 85
คา่ นิยมหลกั 12 ประการ การเรยี นรู้ในเรื่องหลกั
ปรชั ญาของเศรษฐกิจ
85 กลยทุ ธท์ ี่ 1 พัฒนาคณุ ภาพและ 12. โครงการสง่ เสริมการ ครกู ัญญารตั น์
มาตรฐานการศึกษาทุกระดับ แข่งขนั ศลิ ปหัตถกรรม สิทธิ
ตามหลกั สูตรและส่งเสริม นักเรยี น
ความสามารถทางเทคโนโลยี
เพื่อเป็นเครอื่ งมอื ในการเรยี นรู้
85 13. โครงการบา้ น ครรู ัชนี
นกั วิทยาศาสตร์น้อย จนั พรม
85 14. โครงการส่งเสริมการ ครูสวุ รรณ
เล่นดนตรีในสถานศึกษาเพ่อื วฒั นะ สงี าม
พัฒนาเยาวชน
2564 2565 กลยุทธ์ โครงการ/กิจกรรม ผู้รบั ผดิ ชอบ
85 85 กลยทุ ธ์ที่ 2 ปลูกฝัง 1. โครงการการขับเคล่ือน ครูจงกล
คุณธรรม ความสาํ นึกในการ หลักปรชั ญาเศรษฐกจิ บุญพทิ กั ษ์
เป็นชาติไทย และวิถีชวี ิต พอเพยี งในโรงเรยี น
และดํารงชีวิตอยู่ในสงั คมได้ พอเพยี ง
อย่างมคี วามสุขตามหลกั - รอ้ ยละของบุคลากรและ
ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง นักเรยี นนําหลกั ปรชั ญา
ของเศรษฐกจิ พอเพยี งไป
ใช้ในชีวติ ประจาํ วนั 80 85 90
- รอ้ ยละของนักเรียนทีม่ ี 80 85 90
คณุ ธรรมจรยิ ธรรม นําใจ
- ร้อยละของนักเรียนท่ี เปา้ หมาย
นาํ คณุ ธรรมจริยธรรม 2562 2563
และประชาธปิ ไตยไปใช้ 80 85
ในชวี ิตประจาํ วนั และอยู่
ในสังคมได้อย่างมี 80 85
ความสขุ
เป้าประสงค์ ตวั ช้ีวัด 2561
ข้อท่ี 2. ผ้เู รียนมี -ร้อยละของผู้เรียนที่ 75
คุณลักษณะทพ่ี งึ ประสงค์ สุขภาพรา่ งกายแขง็ แรง 75
คา่ นยิ มหลัก 12 ประการ - ร้อยละของนักเรยี นทม่ี ี
และดาํ รงชีวิตอยใู่ นสังคมได้ ความสามัคคี รแู้ พ้ รู้ชนะ
อย่างมคี วามสุขตามหลกั รู้อภัย
ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง -ร้อยละของผเู้ รยี นท่ี
ตามหลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจ
พอเพียง
90 90 2. โครงการโรงเรยี นวถิ ี ครณู ัฐณภรณ์
90 90 พุทธ แซเ่ ดียว
3.โครงการส่งเสริม ครูองอาจ
คุณธรรมจริยธรรม และ ธรรมศร
ประชาธิปไตยในโรงเรยี น
2564 2565 กลยทุ ธ์ โครงการ/กิจกรรม ผรู้ บั ผดิ ชอบ
ครไู พโรจน์
85 85 กลยทุ ธท์ ี่ 2 ปลกู ฝัง 4. โครงการกีฬาสาน นวลนม่ิ
คุณธรรม ความสํานึกในการ สัมพันธ์ต้านยาเสพตดิ ครูพสิ มัย
เป็นชาตไิ ทย และวถิ ีชีวติ
ตามหลักปรชั ญาเศรษฐกิจ
พอเพยี ง
85 85 5. โครงการโรงเรียน
สุขภาพร่างกายแข็งแรง
และสขุ ภาพจิตท่ดี ี
- รอ้ ยละของผเู้ รียนที่เข้า 75 80 85
รว่ มกจิ กรรม เข้าคา่ ยพัก
แรมลกู เสือ – ยวุ กาชาด
– เนตรนารี
- ร้อยละของนกั เรียนท่ี 90 90 90
มคี วามรแู้ ละร้จู กั ปอ้ งกัน
ตนเองจากยาเสพตดิ และ
ไม่เก่ยี วขอ้ งกบั ยาเสพติด
เปา้ ประสงค์ เป้าหมาย
ตวั ช้ีวัด 2561 2562 2563 2564
ข้อท่ี 2. ผู้เรียนมี -ร้อยละของผู้เรียนท่ี 80 85 90 90
คณุ ลักษณะทีพ่ ึงประสงค์ ได้รับการปลกู ฝังใหร้ ัก
คา่ นยิ มหลัก 12 ประการ ความเปน็ ไทย อนรุ กั ษ์
และดํารงชีวิตอย่ใู นสังคมได้ วัฒนธรรมไทย เห็นและ
อยา่ งมคี วามสขุ ตามหลัก ตระหนักรจู้ ักวันสําคัญ
ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง ตา่ ง ๆ พร้อมกบั ปฏิบัติ
ใหถ้ กู ต้องเหมาะสม
85 85 ส่งเสริมสุขภาพ “สุขกาย ทองมา
90 90 สบายชีว”ี
6. โครงการการเข้าค่ายพัก ครสู ุวรรณ
แรมลกู เสอื – ยุวกาชาด – วัฒนะ สงี าม
เนตรนารี
7. โครงการต่อตา้ นยาเสพ ครูสวุ รรณ
ติดในสถานศึกษา วัฒนะ สงี าม
2565 กลยุทธ์ โครงการ/กิจกรรม ผรู้ ับผิดชอบ
8. โครงการวันสําคัญ
90 กลยุทธ์ที่ 2 ปลกู ฝังคณุ ธรรม ครรู พีพร
ความสาํ นกึ ในการเปน็ ชาติไทย อําไพพนั ธ์
และวถิ ชี วี ิตตามหลักปรัชญา
เศรษฐกิจพอเพยี ง
-รอ้ ยละของผู้เรยี นที่ 80 85 90 90
สขุ ภาพรา่ งกายแขง็ แรง
- รอ้ ยละของนกั เรียนท่มี ี
ความสามคั คี รแู้ พ้ รชู้ นะ
รอู้ ภัย
-รอ้ ยละของผ้เู รียนที่ 80 85 90 90
ได้รับการปรกึ ษา
- ร้อยละของผเู้ รยี นที่
ความพร้อมท้งั ทางด้าน
รา่ ย จิตใจ ที่จะเรียนรู้
เปา้ ประสงค์ เปา้ หมาย
ตัวชวี้ ดั 2561 2562 2563 2564
ข้อที่ 2 ผเู้ รยี นมี -รอ้ ยละของผเู้ รยี นท่ี 80 85 90 90
คณุ ลกั ษณะทพ่ี ึงประสงค์ ไดร้ บั การปลกู ฝงั ใหร้ ัก
คา่ นิยมหลกั 12 ประการ ความเป็นไทย อนรุ ักษ์
และดาํ รงชวี ติ อยใู่ นสงั คมได้ วัฒนธรรมไทย เหน็ และ
อยา่ งมคี วามสุขตามหลกั ตระหนักรูจ้ กั วันสาํ คัญ
ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง ตา่ ง ๆ พร้อมกบั ปฏิบัติ
ใหถ้ ูกต้องเหมาะสม
ข้อท่ี 3 ผู้เรยี นไดร้ ับ -รอ้ ยละของผู้เรยี นที่มี 80 85 90 90
90 9. โครงการกีฬาอนบุ าล ครพู ิสมัย
หรรษา ทองมา
90 10. โครงการระบบการดแู ล นายองอาจ
ชว่ ยเหลอื นักเรียน ธรรมศร
2565 กลยทุ ธ์ โครงการ/กิจกรรม ผ้รู บั ผิดชอบ
90 กลยทุ ธ์ท่ี 2 ปลูกฝังคุณธรรม 11.โครงการรว่ มกิจกรรมวัน ครูพสิ มัย
ความสํานกึ ในการเปน็ ชาตไิ ทย สําคัญของชาติศาสนา และ ทองมา
และวถิ ชี วี ติ ตามหลักปรัชญา พระมหากษตั รยิ แ์ ละเรยี นรู้
เศรษฐกิจพอเพียง วฒั นธรรมประเพณีท้องถนิ่
90 กลยทุ ธ์ที่ 3 ขยายโอกาสทาง 1. โครงการพัฒนาคณุ ภาพ ครนู งเยาว์
การศกึ ษาอยา่ งทว่ั ถงึ และ ความบกพร่องทางการ
ไดร้ ับการพฒั นาเต็มตาม เรียนร้ไู ด้รบั การพฒั นา
ศกั ยภาพของตนเอง อยา่ งต่อเนือ่ งและมี
คณุ ภาพ
- ร้อยละของนักเรียนที่ 100 100 100 100
อยใู่ นเขตบรกิ ารและ
นอกเขตบริการได้รบั
การศึกษาอยา่ งท่วั ถงึ
เป้าประสงค์ ตวั ชวี้ ัด 2561 เปา้ หมาย
2562 2563 2564
ขอ้ ท่ี 3 ผูเ้ รยี นไดร้ ับ -รอ้ ยละของนักเรยี นท่ี 100 100 100 100
การศกึ ษาอย่างท่วั ถึง และ ได้รบั การเรยี นฟรี 15 ปี
ไดร้ ับการพฒั นาเตม็ ตาม 100 100 100
ศกั ยภาพของตนเอง - รอ้ ยละของนกั เรยี นที่ 100 100 100 100
ไดร้ บั การเรียนฟรี 15 ปี 100
- รอ้ ยละของนกั เรยี น
ระดับอนุบาล – ระดับ
ประถมศกึ ษาปีที่ 6
ไดร้ ับประทานอาหาร
การศึกษาใหท้ ัว่ ถงึ ครอบคลุม การศึกษาสําหรบั นกั เรยี นที่ เงินดี
ผเู้ รียนได้รบั โอกาสในการ มีความบกพรอ่ งทางการ
พัฒนาเตม็ ตามศักยภาพ เรยี นรู้
100 2. โครงการรบั นกั เรยี น ครูรัชนี
จันพรม
2565 กลยุทธ์ โครงการ/กิจกรรม ผู้รบั ผดิ ชอบ
100 กลยทุ ธ์ที่ 3 ขยายโอกาสทาง
3. โครงการเรียนฟรี 15 ปี ครรู ชั นี
การศึกษาให้ทว่ั ถึง ครอบคลมุ
ผู้เรียนได้รับโอกาสในการ ระดบั ปฐมวยั จันพรม
100 พฒั นาเต็มตามศักยภาพ
4. โครงการเรียนฟรี 15 ปี ครนู พิ าพร
100 ระดบั การศกึ ษาข้ันพ้นื ฐาน พมุ่ จนั ทร์
5. โครงการอาหารกลางวัน ครจู งกล
บุญพทิ กั ษ์