รายงาน วชิ าพลศึกษา
เรื่อง กฬี าวอลเลย์บอล
จัดทําโดย
นางสาวพรี ดา น้อยเจรญิ เลขท่ี6
นางสาวอรอุมา ทองอินทร์ เลขท่ี8
นักเรียนช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี 6/2
เสนอ
คุณครูสมิดา จติ รมัน่
รายงานนี้เป็ นส่วนนงึ ในรายวชิ าพลศกึ ษา
ภาคเรียนท่ี 2 ปี การศกึ ษา 2565
โรงเรียนวัดนางสาว(ถาวรราษฎร์บาํ รุง)
คํานาํ
รายงานเร่ือง กฬี าวอลเลยบ์ อล จดั ทาํ ข้ึนโดยคณะผูจ้ ดั ทาํ มุง่ เพ่อื ให้
เป็นประโยชน์ตอ่ ผทู้ ีส่ นใจต่อการออกกาํ ลงั กายแบบ และผูท้ ม่ี คี วามชนื่
ชอบในกฬี าวอลเลยบ์ อล ซ่งึ ทาํ ให้สุขภาพและบคุ ลกิ ภาพดีข้ึน ในบทเรียน
กีฬาวอลเลยบ์ อลจงึ มกี ารนาํ เสนอทกั ษะการในการเลน่ กฬี าวอลเลยบ์ อล
เพอ่ื ให้ผทู้ ่มี ีความสนใจมที กั ษะในการเลน่ วอลเลยบ์ อลทดี่ ขี ้ึนและมี
สุขภาพร่างกายแข็งแรง
ผูจ้ ดั ทาํ หวงั ว่า รายงานเลม่ น้ีจะเป็นประโยชน์แก่ผอู้ ่าน หากมี
ขอ้ ผดิ พลาดประการใด ผูจ้ ัดทาํ ขอน้อมรับไวแ้ ละขออภยั มา ณ ที่น้ดี ้วย
คณะผูจ้ ดั ทาํ
สารบัญ หน้า
หัวข้อ
คาํ นาํ 1-6
สารบญั 7-8
ประวตั วิ อลเลยบ์ อลตา่ งประเทศ 9-34
ประวตั ิวอลเลยบ์ อลในประเทศไทย 35-37
กฎกติกาการเล่น 38
ประโยชนใ์ นการเล่นกีฬาวอลเลยบ์ อล
อา้ งอิง
ประวัตวิ อลเลย์บอลต่างประเทศ
กีฬาวอลเลยบ์ อล ( Valleyball ) ได้เร่ิมข้นึ ในปี พ.ศ. 2438 โดย
WiliamG. Morgan ผอู้ าํ นวยการด้านพลศึกษาแห่งสมาคม Y.M.C.A. (
Young Mans Christian Association)เมืองโฮลโ์ ยก ( Holyoke) มล
รัฐแมสซาทซู ตส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา ซ่งึ ใหเ้ กดิ ข้ึนเพียง 1 ปี กอ่ นการ
แข่งขนั กฬี าไอลมิ ปี กสมยั ใหม่ คร้งั ท่ี 1 ฌ กรุงเอเธนส์ โคยขา ได้พยายาม
คิดและคดั แปลงกิจกรรมตา่ งๆ เพือ่ ใหใ้ ช้เป็นกจิ กรรมนนั ทนาการหรือ
ผ่อนคลายความดงึ เครียดใหเ้ หมาะสมกบั ฤดูกาล และเขาก็เกดิ ความคิดข้ึน
ในขณะทใ่ี ดค้ ุเกมเทนนสิ เพราะกีฬาเทนนสิ เป็นกีฬาท่ีตอ้ งใช้อุปกรณ์ เชน่
เร็กเกต ลูกบอล ตาข่าย และอุปกรณอ์ ่ืนๆ อกี มาก จึงไดม้ แี นวคดิ ท่ีจะใช้ตา
ข่ายสูง 6ฟุต 6 นิ้ว จากพนื้ ซงุ เป็นระดบั สูงกวา่ ความสูงเฉล่ียของผูช้ าย และ
ไดใ้ ชย้ างในของลกู บาสเกตบอสมาทาํ เป็นลกู บอล แต่ปรากฎวา่ ยางในลกู
บาสกตบอลเบาและชา้ เกินไป จงึ ไดใ้ ช้ยางนอกของลกู บาสเกตบอก ซ่งึ ก็
ปรากฏว่าใหญแ่ ละหนาเกนิ ไปไมเ่ หมาะสม ดังน้นั ในปี พ.ศ. 2449
Morgan ไดต้ ดิ ต่อบริษทั A. G.Spalding and Brother ให้ทาํ ลูกบอลตวั อย่าง
ข้ึน 1 ลกู โดยมีขนาดเสน้ รอบวง 25-27 น้วิ น้าํ หนัก 9-12 ออนซ์ เพือ่
นํามาใช้แทนลกู บาสเกตบอล
ในต้นปี พ.ศ. 2439 ไดม้ กี ารประชุมสมั มนาผูน้ ําทางพลศึกษาที่วหิ ยา
ลยั สปรงฟิ ลต์ ไนคร้ังน้นั Dr. I uther Gulick ผูอ้ าํ นวยการโรงเรียนฝึกพล
ศกึ ษาอาชพี และกรรมการบริหารด้านพลศึกษาของสมาคม Y.M.C.A. ได้
เชิญใหน้ าย WiliamG.Morgan นําเคมน้ีเขา้ ร่วมในการจัดนทิ รรศการที่
New College Gymnasim โดยใช้ผูเ้ ล่นฝ่ายละ 5 คน
นาย Morgan ได้อธิบายวา่ เกมใหมช่ นดิ น้เี รียกวา่ มนิ โตเนต
(Mitonette)เป็นเกมทใี่ ช้เลน่ ลูกบอลในโรงยิมเนเซียม แต่อาจจะใชเ้ ล่นใน
สนามกลางแจง้ กไ็ ด้ ซ่งึ ผูส้ ามารถเลน่ ลูกบอลโดยไม่มสี ่ิงกีดขวางเหนอื
ความสูงของตาขา่ ยจากคา้ น หน่งึ ไปอีกานหน่ึง การเล่นเป็นการผสมผสาน
กนั ระหว่างเกม 2 ประเภทคอื เทนนสิ และ แฮนด์บอล
ศาสตราจารย์Atred T. Halstead ผอู้ าํ นวยการ พลศึกษาแห่งวิทยาลยั
สปริงฟิ ลค์ ซ่งึ ได้ชมการสาธิตได้ไห้ ขอ้ คดิ เหน็ และลงความเหน็ ว่า
เนอ่ื งจากเกมการเล่นส่วนใหญ่ถกู าอลจะต้องลอยอยดู่ ลวดเวลา เมื่อตกลง
พื้นก็ถอื วา่ ผดิ กฎเกณฑ์การเล่น จึงใช้ชอื่ เกมการเลน่ น้วี ่า วอลเลยบ์ อล ซ่งึ
ในท่ีประชุมรวมทง้ั นาย Morgan ต่างกย็ อมรับชือ่ น้โี ดยทว่ั กัน
ในปี พ.ศ. 2495 คณะกรรมการบริหารสมาคมวอลเลยบ์ อลแห่ง
ประเทศสหรฐั อเมริกา ได้เสนอใหใ้ ช้ชื่อเป็นคาํ เดียวคอื Volleyball และ
นายMorgan ได้แนะนําวิธกี ารเล่นให้แก่ Dr.Frank Wook ซ่ึงเป็นนกั ฟิสิกส์
และ John Lynah หวั หนา้ หนว่ ยดบั เพลิง โดยได้ร่วมกันร่างกฎเกณฑ์ใน
การเลน่ ข้ึน 10 ขอ้ ดังน้ี
1. เกม (Game) เกมหน่ึงประกอบดว้ ย 9 อินพ่ึง (Innings) เมอื่ ครบ 9
อนิ นง่ิ ฝ่ ายใดไดค้ ะแนนมากวา่ เป็นฝ่ ายชนะ
2. อนิ น่งึ หมายถงึ ผเู้ ลน่ ของแตล่ ะชุดไดเ้ สิรฟ์ ทุกคน
3. สนามเป็นรูปล่เี หลีย่ มผนื ผา้ กวา้ ง 25 ฟุต ยาว 50 ฟุต
4. ตาข่ายกวา้ ง 2 ฟตุ ยาว 27 ฟตุ สูงจากพืน้ 6 ฟุต 6 นิ้ว
5. ลกู บอลมียางในหุ้มด้วยหนังหรือผา้ ใบ วดั โดยรอบไมน่ อ้ ยกวา่ 25
นิ้วและไม่เกิน 27 นิว้ มีน้าํ หนกั ไม่น้อยกวา่ 9 ปอนด์ และไม่เกิน 12 ปอนด์
6. ผูเ้ สิรฟ์ และการเสิร์ฟ ผูเ้ สิร์ฟจะต้องยืนดว้ ยเท้าหน่ึงบนเส้นหลงั
และตลี ูกบอลตวั มือขา้ งเดียว อนุญาตใหท้ าํ การเสิรฟ์ ได้ 2 คร้ัง เพื่อทีจ่ ะส่ง
ถูกบอลไปยงั แดนค่ตู ่อสูเ้ ช่นเดียวกบั เทนนสิ การเสิรฟ์ จะต้องตีลูกบอลได้
อยา่ งน้อย 10 ฟุต และห้ามเล้ยี งลูกบอล อนุญาตใหถ้ กู ตาข่ายได้ แต่ถา้ ลกู
บอลถูกผเู้ ลน่ คนอื่นๆ ก่อนถกู ตาข่ายและถ้าลูกขา้ มตาขา่ ยไปยงั แดนคูต่ อ่ สู้
ถอื ว่าดี แตถ่ า้ ลกู ออกนอกสนาม จะหมดสิทธ์การเสิร์ฟ คร้ังท่ี 2
7. การนับคะแนนลกู เสิร์ฟทด่ี ฝี ่ายรบั จะไมส่ ามารถโต้ลูกกลบั มาได้
ให้นบั 1 คะแนบสําหรับฝ่ ายเสิรฟ์ ฝ่ายที่จะสามารถทาํ คะแนนได้คอื ฝ่าย
เสิร์ฟเท่าน้นั ถ้าฝ่ ายเสิรฟ์ ทาํ ลูกบอลเสียในแเดนของตนเอง ผูเ้ สิร์ฟละหมด
สิทธ์ิในการเสิร์ฟ
8.ลูกบอลถกู ตาขา่ ย (ลกู เสิรฟ์ ) ถา้ เป็นการทาํ เสียคร้ังที่ 1 ใหข้ านเป็น
ลูกตาย
9. ลูกบอลถูกเสน้ ใหถ้ อื เป็นลกู ออก
10. การเล่นและผูเ้ ล่น การถกู ตาขา่ ย โดยผูเ้ ลน่ ทาํ ลกู บอลตดิ ตาข่าย
หรือ ลกู บอลลถกู ส่ิงกดี ขวาง และกระดอนเขา้ สู่สนามถอื เป็นลกู ดี
ผูอ้ าํ นวยการพลศกึ ษาตา่ งๆ ของ Y.M.C.A. พยายามส่งเสริมและให้
การสนบั สนนุ กีพาชนิหน้ี โดยนําเขา้ ไปฝึกในโรงเรียน ซ่ึงครูฝึกพลศกึ ษา
ของมหาวทิ ยาลยั สปริงฟิ ลด์ ในมลรัฐเมสซาชูชตส์ กับมหาวิทยาลยั
Geonge
Wilim มลรัชอลิ ลิบอยส์ ไดเ้ ผยแพร่ กีฬาชนดิ น้ีไปทว่ั สหรัฐณมริกา
และแคนาคา โดยมีการทาํ เป็นแบบแผนเพ่ือจะได้นาํ ไปเผยแพร่ต่อไปดงั น้ี
1. นาย Elwodd s. Brown ไดน้ าํ กีฬาวอเลยบ์ อลไปสู่ประเทศ
ฟิลปิ ปินส์
2. นาย J Havard Crocher นาํ ไปเผอแพร่ทีป่ ระเทศจีน
3. นาย Frankin H. Brown นาํ ไปเผยแพร่ที่ประเทศญีป่ ่นุ
4. D. J.H. Cary นําไปเผยแพร่ที่ประเทศพมา่ และอินเดีย
ปี พ.ศ. 2453 นาย Flwovd S. Brown เดนิ ทางไปฟิลิปปิ นส์ ได้ชว่ ย
จดั ตง้ั สมาคม และริเร่ิมการแข่งขนั คร้ังแรกทก่ี รุงมะนลิ า ในปี พ.ศ. 2456
โดยเรียกการแข่งขนั คร้ังน้วี ่า Far Eastern Games
ในระหว่างสงครามโลกคร้ังที่ 1 Dr.Grorge I. ischer เลขาธิการ
ปฏบิ ตั ิการ สงคราม ได้นําอากีฬาวอเลยบ์ อลเขา้ ไวเ้ ป็นกิจกรรมส่วนหน่ึง
ในการฝึกทหารในค่าย ท้งั ในและนอกประเทศ และ ได้พมิ พก์ ถกู ตกิ ากฬี า
วอลเลยบ์ อลเพ่ือแจกจา่ ยไปยงั หนว่ ยตา่ งๆ ของทหาร ท้งั กองทพั บกและ
กองทพั เรือ เพอ่ื ใหท้ หารได้ใช้เวลาวา่ งกับกีฬาโดยอปุ กรณ์ตา่ งๆ เชน่ ลกู
วอลเลยบ์ อล และตาขา่ ยจาํ นวนหลายหมนื่ ช้นิ ได้ถกู ส่งไปยงั คา่ ยทหารท่ี
ประอยตู่ ามหน่ายต่างๆ ท้งั ในประเทศและกองทพั พนั ธมิตร นบั วา่
Dr.Grorge J. Fisher เป็นผชู้ ว่ ยเหลอื กีฬาวอลเลยบ์ อลเป็นอย่างมากจน ได้
ช่อื วา่ บดิ าแห่งกฬี าวอลเลยบ์ อล
ปี พ.ศ. 2465 ได้มกี ารปรบั ปรุงกฎกตกิ าของวอลเลยบ์ อล ใหม่ โคย
สมาคม Y.M.C.A. และสมาคมลกู เสือแหง่ อเมริกนั N.O.A.A. ไดจ้ ัดการ
แข่งขนั กพี าวอลเลยบ์ อลข้ึนมรี ัฐต่างๆ ส่งเขา้ แข่งขนั 11 รัฐ มที มี เขา้ แขง่ ขนั
ทง้ั สิ้น23 ทีม รวมทง้ั ทีมจากแคนาดา
ประวตั ิวอลเลย์บอลในประเทศไทย
วอลเลยบ์ อลได้แพร่หลายเขา้ มาไนไทย ตง้ั แตเ่ มื่อใดไมม่ ีหลกั ฐาน
ยนื ยนั แนช่ ดั เพียงแตท่ ราบกบั วา่ ในระยะแรกๆ เป็นท่ีนิยมเลน่ กันในหมู่
ชาวจนี และชาวญานมาก จนกระทง่ั มีการแขง่ ขนั ระหวา่ งคณะ ชมุ ชน
สโมสร และสมาคมข้ึน บางคร้ังติดตอ่ แขง่ ขนั กันไปในภาคเหนอื ภาค
ตะวนั ออกเฉยี งเหนอื และมกี ารแขง่ ขนั ชงิ ถว้ ยทองคาํ ทางภาคใต้
ปี พ.ศ. 2477 กรมพลศกึ มาไดจ้ ดั พิมพกั ตกิ าวอลเสบอลข้ึน โดย
อาจารยน์ พคุณ พงษ์สุวรรณ เป็นผูแ้ ปล และท่านเป็นผเู้ ชยี่ วชาญในกพี า
วงลเลยบ์ อลเป็นอย่างยิ่ง จงึ ได้รับเชญิ เป็นผบู้ รรยายเก่ียวกับเทคนคิ วิธกี าร
เล่นตลอดจนกติกาการแข่งขนั วอลเลยบ์ อล แก่บรรดาครูพลศกึ ษาทวั่
ประเทศในโอกาสท่ีกระทรวงศึกษาไดเ้ ปิดอบรมข้ึนใน ปีน้เี องกรมพล
ศึกษาได้จดั ใหม้ ีการแขง่ ขนั กฬี าประจาํ ปีข้ึน และบรรจกุ ฬี าวอลเลยบ์ อล
หญงิ เขา้ ไวใ้ นรายการแข่งขนั เป็นคร้ังแรก พรอ้ มท้งั ในหลกั สูตรของ
โรงเรียนพลศกึ ษากลางไดก้ าํ หนดวิชาบงั คบั ใหน้ ักเรียนหญิงเรียนวชิ า
วอลเลยบ์ อลและเนตบอล สมยั น้นั มี น.อ.หลวงสุภชลาศยั ร.น. ดาํ รง
ตาํ แหนง่ อธบิ ดีกรมพลศกึ ษาจนกระทง่ั ปี พ.ศ. 2500 ไดม้ ีการจดั ตง้ั
"สมาคมวอลเลยบ์ อลสมตั รเล่นแหง่ ประเทศไทย" Amaluire Volicyball
Association of Thailand โดยมีวตั ถปุ ระสงคเ์ พ่ือสนบั สนุนและ
เผยแพร่กีฬาวอลเลยบ์ อลให้เจริญรุดหน้าและดาํ เนนิ การจดั การแขง่ ขนั
วอลเลยบ์ อลในระบบ1 คน มีหนว่ ยราชการอืน่ ๆ จัดการแข่งขนั ประจาํ ปี
เช่น กรมพลศึกษา กรมการคณะกรรมการกฬี ามหาวทิ ยาลยั เทศบาลนคร
กรุงเทพฯ สภากีฬาทหาร ตลอดจนการแขง่ ขนั กพี า เขตแห่งประเทศไทย
ใหม้ กี ารจัดแขง่ ขนั ท้งั ประเภททมี ชายและทมี หญิงประจาํ ปีทกุ ปี
กติกาวอลเลย์บอล
กตกิ าข้อท่ี 1 พ้นื ท่เี ล่นลกู (Playing Area)
พืน้ ทีเ่ ลน่ ลกู รวมถงึ สนามแข่งขนั และเขตรอบสนามพ้นื ที่เลนลกู ต้อง
เป็นรูปสามเหลย่ี มผืนผา้ และเหมอื นกันทุกส่วน
ขนาดของสนาม (Dimension)
สนามแขง่ ขนั เป็นรูปลี่เหลย่ี มผืนผา้ ขนาด 8 x 9 เมตร ล้อมรอบด้วย
เขตรอบสนาม กวา้ งอยา่ งน้อยทส่ี ุด 3เมตรทกุ ดา้ นที่วา่ งสาํ หรับเลน่ ลูก คือ
ท่ีวา่ งเหนือพื้นท่เี ลน่ ลกู ซ่งึ ไมม่ ี ส่ิงใดกีดขวาง สูงข้นึ ไปอยา่ งน้อยท่ีสุด 7
เมตร จากพน้ื สนาม สําหรับการแขง่ ขนั ระดบั โลกของสหพนั ธ์วอลเลยบ์ อล
นานาชาติ (FIVB) และการแขง่ ขนั อย่างเป็นทางการ เขตรอบสนามต้อง
กวา้ งอย่างนอ้ ยทีส่ ุด 5 เมตร จากเสน้ ขา้ ง 5 เมตร จากเส้นหลงั และท่ีวา่ ง
สาํ หรับเลน่ ลกู ตอ้ งสูงจากพืน้ สนามข้ึนไปอย่างนอ้ ยทีส่ ุด 2.50 เมตร
พ้นื ผวิ สนาม (PLAYING SURFACE)
พืน้ ผิวสนามต้องเรียบ เป็นพืน้ ราบและเหมือนกนั ตลอดท้งั สนาม
ต้องไม่เป็นอนั ตรายจนเป็นเหตใุ ห้ผูเ้ ล่นบาดเจบ็ และไม่อนุญาตใหแ้ ข่งขนั
บนพ้นื สนามทีข่ รุขระหรือลน่ื สาํ หรับการแข่งขนั ระดับโลกของสหพนั ธ์
วอลเลยบ์ อลนานาชาติ และการแขง่ ขนั อย่างเป็นทางการอนญุ าตให้ใช้ได้
เฉพาะพนื้ ผวิ สนามทเ่ี ป็นไม้หรือพ้ืนผิวสงั เคราะหเ์ ท่าน้นั พน้ื ผิวสนามอืน่
ใด ต้องได้รับการรบั รองจากสหพนั ธ์วอลเลยบ์ อลก่อนท้งั ส้ินสนามแขง่ ขนั
ในร่ม พนื้ ผวิ สนามต้องเป็นสีสวา่ งสําหรบั การแข่งขนั ระดบั โลกของ
สหพนั ธว์ อลเลยบ์ อลนานาชาติและการแข่งขนั อยา่ งเป็นทางการ เสน้
สนามต้องเป็นสีขาวส่วนพืน้ สนามแข่งขนั และบริเวณเขตรอบ
สนามต้องเป็นสีแตกตา่ งกนั ออกไปสนามแข่งขนั กลางแจ้ง อนุญาต
ใหพ้ ้นื ผิวสนามลาดเอียงได้ 1 มลิ ลิมตร ต่อ 1 เมดร เพื่อการระบายน้าํ หา้ ม
ใชข้ องแข็งทาํ เสน้ สนาม
เส้นบนพ้นื สนาม( LINES ON THE COURT )
เส้นทุกเส้นกวา้ ง 5 เซนตเิ มตรเป็นสีสว่างแตกตา่ งจากสีของพื้นผวิ
สนามและเส้นอ่ืนๆเส้นเขตสนาม ส้นั ขา้ ง 2 เสน้ และเสน้ หลงั 2 เส้น เป็น
เส้นกาํ หนดเขตสนามแข่งขนั เสน้ ท้งั หมดน้ีต้องอย่ภู ายในเขตของ
สนามแข่งขนั เสน้ แบง่ แดน ก่งึ กลางเสน้ แบง่ แดน จะแบง่ สนามแข่งขนั
ออกเป็น 2 ส่วนเท่า ๆ กนั ขนาด 9 x 9 เมตร เส้นน้ลี ากจากเส้นขา้ งด้าน
หน่งึ ไปยงั เส้นขา้ งอีกขา้ งหน่ึงใต้ตาขา่ ยเส้นรุก แต่ละแดนของสนามจะมี
เส้นรุกซ่ึงริมสุดดา้ นนอกของเส้นจะขดี ห่างจากจุดก่งึ กลางของเส้นแบ่ง
แดน 3 เมตรเป็นเครื่องหมายของเขตรุก สําหรบั การแข่งขนั ระดบั โลกของ
สหพนั ธว์ อลเลยบ์ อลนานาชาติและการแขง่ ขนั อยา่ งเป็นทางการ เส้นรุกจะ
ถูกขีดต่อออกไปจากเสน้ ขา้ งทง้ั 2 เส้น เป็นเส้นประกวา้ ง 5 เซนตเิ มตรยาว
เส้นละ 15 เซนตเิ มตร 5 เสน้ และเวน้ ชอ่ งวา่ งระหวา่ งเส้นไวช้ อ่ งละ 20 เซนดิ
เมตร รวมยาวขา้ งละ 1.75 เมตร
เขตและพื้นที่ต่าง ๆ (Zone And Areas)
เขตรุก เขตรุกของแต่ละแดนจะถกู กาํ หนดจากก่งึ กลางของเสน้ แบง่
เขตแดนไปจนถึงริมสุดด้านนอกของเส้นรุกเขตรุกถอื เสมือนว่ามคี วามยาว
จากเสน้ ท้งั สองไปจนถึงริมสุดของเขตรอบสนาม
เขตเสิร์ฟ เขตเสิร์ฟมีพนื้ ทก่ี วา้ ง 9 เมตร อยู่เลยเสน้ หลงั แตล่ ะเส้น
ออกไปเส้นขนานส้นั 1 2 เสน้ ยาวเส้นละ 15 เซนตเิ มตร เป็นเสน้ กาํ หนด
เขตเสิร์ฟ เส้นทง้ั สองน้จี ะตีหา่ งจากเสน้ หลงั 20
เซนตเิ มตร เหมอื นกับแนวตอ่ จากเสน้ ขา้ งและรวมอยใู่ นความกวา้ ง
ของเขตเสิรฟ์ ดว้ ยในแนวลึก เขตเสิรฟ์ จะยาวออกไปจนถงึ ปลายสุดของเขต
รอบสนาม
เขตเปลี่ยนตวั คือ เขตทีอ่ ย่ภู ายในแนวของเสน้ รุกทง้ั สองเส้นไป
จนถึง โตะ๊ ผูบ้ นั ทึกการแขง่ ขนั
พื้นที่อบอุน่ ร่างกาย สาํ หรับการแขง่ ขนั ระดับ ใลกของสหพนั ธว์ อลเลยบ์ อล
บานาชาติและการแขง่ ขนั อย่างเป็นทางการ พน้ื ที่อบอุ่นร่างกายขนาจ 3 x 3
เมตร จะอยทู่ น่ี อกเขตรอบสนามตรงมมุ สนามคา้ นเคียวกับมา้ นัง่ ของผูเ้ลน่
สาํ รอง
พน้ื ท่ีทาํ โทษ พน้ื ทีท่ าํ โทษขนาคประมาณ 1 x เมตร มเี กา้ อ้ีต้งั ไว้ 2 ตวั
อยู่ในพนื้ ท่คี วบคมุ การแข่งขนั แตอ่ ยู่เลยแนวของเส้นหลงั และมเี สน้ แดง
กวา้ ง 5 เซนตเิ มตร กาํ หนดพ้นื ที่
อุณหภมู ิ (TEMPERATURE)
อุณหภมู ิต่าํ สุดต้องไม่ต่าํ กวา่ 10 องษาเซลเซียส การแข่งขนั ระคบั โลก
ของสหพนั ธ์วอลเลยบ์ อลนานาชาตแิ ละการแข่งขนั อยา่ งเป็นทางการ แสง
สว่างขนพน้ื ทีเ่ ลน่ ลูกตอ้ งมีความสว่าง 1,000 - 1,500 ลกั ซ์ โดยวดั ทีร่ ะดับ
ความสูงจากพืน้ สนาม 1 เมตร
กติกาข้อท่ี2 ตาข่ายและเสาขงึ ตาขา่ ย(NET ANDPOSTS)
ความสูงของตาข่าย (HFIGHT OF THE NET)
ตาข่าย จงึ เป็นแนวตง้ั เหนือเสน้ เบ่งแดน สําหรบั ทีมชาย ขอบบบสุด
ต้องสูงจากพ้ืนที่ 2.43 เมตร ทมี หญิง 2.24ความสูงของตาขา่ ยวดั ทีก่ ่งึ กลาง
ของสนามความสูงของตาข่าย (เหนือเสน้ ท้งั สอง) ตอ้ งสูงเทา่ กนั แตจ่ ะสูง
เกินกว่าความสูงทก่ี าํ หนด 2 เซนติเมตรไม่ได้
โครงสร้าง (STRUCTURE)
ตาข่ายมีความกวา้ ง1 เมตร และยาว 9.50 ถงึ 10.00 เมตร (โดยมคี วาม
ยาวเหลอื อยู่ 25 ถงึ 50 เซนตเิ มตร จากเสน้ ขา้ งแต่ละดา้ น) ทาํ ด้วยวสั ดสุ ีดาํ
เป็นสี่เหล่ียมจัตรุ สั ขนาด 10 เซนติเมตร ทขี่ อบบนของตาขา่ ยมแี ถบขนาน
กบั พ้นื พบั 2 ช้ัน สีขาว กวา้ ง 7 เซนติเมตร เย็บติดตลอดความยาวของตาขา่ ย
ทีป่ ลายสุดแตล่ ะขา้ งเจาะรูไวข้ า้ งละ1รู เพอ่ื รอ้ ยเชอื กผกู กบั เสาขงึ ตาขา่ ยตงึ
ให้แถบบนสุดของตาข่ายตงึ ภายในแถบมีสายทย่ี ืดหยนุ่ ได้
สําหรบั ผูกกับเสาเพอื่ ทาํ ใหส้ ่วนบนสุดของตาขา่ ยตงึ ทีต่ าข่ายดา้ นลา่ ง
มีแถบขนานกบั พื้นกวา้ ง 5 เซนตเิ มตรภายในแถบมสี ายทีย่ ืดหยุ่น ได้
สําหรบั ผกู กับเสาเพือ่ ให้ส่วนล่างของตาขา่ ยตึง
แถบข้าง (SIDE BANDS)
แถบสีขาว 2 เสน้ ผูกในแนวต้งั กบั ตาข่ายเหนอื ท้งั 2 เส้น แถบขา้ ง
กวา้ ง 5 เชนตเิ มตร ยาว 1 เมตร และถือวา่ เป็นส่วนหน่งึ ของตาขา่ ย
เสาอากาศ (ANTENNAE)
เสาอากาศเป็นแหง่ กลมยืดหยนุ่ ให้ ยาว 1.80 เมตร เส้นผา่ ศนู ยก์ ลาง
10 มิลลิเมตร ทาํ ดว้ ยใยแกว้ หรือวสั ดทุ ่ีคล้ายคลึงกนั เสาอากาศแต่ละตน้ ถกู
ขีดตดิ อยู่ท่ีริมดา้ นนอกของแถบขา้ งท้งั สองแตอ่ ยูข่ า้ งละดา้ นของตาข่าย
ส่วนบนสุดของเสาอากาส ถือเป็นสีสลบั กนั เป็นชว่ ง ๆ ยาวช่องละ 10
เซนติเมตร ส่วนมากแล้วนิยมใชส้ ีแดงและขาวเสาอากาศถอื เป็นส่วนหน่ึง
ของตาข่าย เป็นแนวขนานทกี่ าํ หนดพื้นท่ีขา้ มตาข่าย
เสาขึงตาข่าย (POSIS)
เสาจงึ ตาขา่ ยยดึ ติดกบั พืน้ สนาม หา่ งจากเสน้ ขา้ ง 0.50 - 1.00 เมตร มี
ความสูง 2.55 เมตร สามารถปรับระดับได้สําหรบั การแขง่ ขนั ระดบั โลก
ของสหพนั ธ์วอลเลยบ์ อลนานาชาตแิ ละการแขง่ ขนั อยา่ งเป็นทางการเสาขงึ
ตาข่ายยึดติดกับพื้นสนามหา่ งจากเสน้ ขา้ ง1 เมตรเวน้ แตว่ ่าไดร้ บั การ
ยนิ ยอมจากสหพนั ธ์วอลเลยบ์ อลนานาชาติ
เสาขึงตาขา่ ยมีลกั ษณะกลมและเรียบยดึ ตดิ กบั พน้ื โดยไมม่ ีสายยืดเสา
และต้องไม่เป็นสิ่งท่กี ่อใหเ้ กดิ อนั ตรายและไมเ่ ป็นส่ิงกดี ขวางใดๆ
อปุ กรณ์อื่น ๆ (ADDITIONAL EQUIPMENT)
อุปกรณอ์ ่ืนใดให้ข้ึนอยูก่ บั ขอ้ ตกลงตามระเบยี บของสหพนั ธ์
วอลเลยบ์ อลนานาชาติ
กติกาข้อที่3 ลูกบอล (Ball)
มาตรฐาน (STANDARD)
ลกู บอลตอ้ งกลมทาํ ดว้ ยหนงั ฟอกหรือหนงั สงั เคราะหท์ ี่ยดื หยนุ่ ได้
ห่อหุ้มลกู บอลทรงกลมท่ที าํ ด้วยยางหรือวสั ดทุ ี่คล้ายคลึงกนั สีของลกู บอล
อาจเป็นสีออ่ นๆเหมอื นกนั ทง้ั ลกู หรืออาจเป็นหลายสีผสมกนั ก็ได้ลกู บอล
ซ่งึ ทาํ ตวั ยวสั ดทุ เ่ี ป็นหนังสงั เคราะหม์ ีหลายสีผสมกับและจะใช้ในการ
แข่งขนั ระดับนานาชาตอิ ย่างเป็นทางการตอ้ งมีมาตรฐานตามท่สี หพนั ธ์
วอลเลยบ์ อลนานาชาติกาํ หนดลกู บอลต้องมแี รงดนั ลม 0.30 - 0.325
กิโลกรมั /ตารางเซนตเิ มตร ลกู บอลตอ้ งมเี ส้นรอบวงกลม 65 - 67
เซนตเิ มตร และมีน้าํ หนัก 260 - 280 กรัม
รูปแบบของลูกบอล (UNIFORMITY OF BALLS)
ลกู บอลที่ใชใ้ นการแข่งขนั ต้องมเื สน้ รอบวงน้าํ หนักแรงอดั ชนิดและ
สีตามมาตรฐานเดียวกันการแขง่ ขนั ระดบั โลกของสหพนั ธ์วอลเลยบ์ อล
นานาชาตแิ ละรวมทง้ั ระดับชาติ หรือการแข่งขนั ของแตล่ ะประเทศต้องใช้
ถูกบอลที่สหพนั ธ์วอลเลยบ์ อลนานาชาติรบั รองเท่าน้นั เวน้ แตไ่ ดร้ ับการ
ยนิ ยอมจากสหพนั ธว์ อลเลยบ์ อลนานาชาติ
ระบบการใช้ลูกบอล 3 ลูก (THREE - BALL SYSTEM)
การแขง่ ขนั ระดับโลกของสหพนั ธว์ อลเลยบ์ อลนานาชาตแิ ละการ
แข่งขนั อย่างเป็นทางการ จะใชล้ กู บอล 3ลูก โดยมีผกู้ ล้งิ บอล 6 คน ประจาํ
ทม่ี มุ ของเขตรอบสนามท้งั ส่ีมุม มุมละ 1 คนและขา้ งหลงั ผตู้ ดั สินดา้ นละ 1
คน
กตกิ าข้อท่ี4 ทีม (TEAMS)
ส่วนประกอบของทมี (TEAM COMPOSITION)
ทีมประกอบด้วนผูเ้ ล่นไมเ่ กนิ 12 คน ผฝู้ ึกสอน 1 คน ผชู้ ว่ ยผูฝ้ ึกสอน
1 คน เทรนเนอร์ และแพทย์ 1 คนสําหรับการแข่งขนั ระดับโลกของ
สหพนั ธว์ อลเลยบ์ อลนานาชาติและการแขง่ ขนั อยา่ งเป็นทางการ แพทย์
ตอ้ งข้นึ ทะเบียนกับสหพนั ธว์ อลเลยบ์ อลนานาชาตกิ ่อนการแขง่ ขนั
ผเู้ ลน่ คนหนึง่ ของทมี ทีไ่ ม่ใช่ตัวรับอิสระ (I.IR FRO PI AVF R)
ต้องเป็นหวั หนา้ ทมี และจะระบุไวใ้ นไป
บนั ทกึ การแข่งขนั ผูเ้ ล่นทม่ี ชี ่ืออยูใ่ นใบบนั บนั ทึกการแขง่ ขนั เท่าน้นั
จงึ จะลงสนามและร่วมการแข่งขนั ได้ เมอื่ ผูฝ้ ึกสอนและหัวหน้าทมึ
(TEAM CAPTAIN) ลงช่อื ในใบบนั ทึกการแข่งขนั แล้วจะเปลยี่ นแปลงผู้
เล่นอกี ไม่ได้
ตาํ แหน่งทอ่ี ยขู่ องทมี (LOCATION OF THE TEAM)
ผูเ้ ล่นทไ่ี มไ่ ด้ลงแขง่ ขนั ควรนั่งม้านั่งหรืออย่ใู นพื้นทอ่ี บอนุ่ ร่างกาย
ของทีมคนเอง ผฝู้ ึกสอนและผรู้ ่วมทีมคนอ่ืนต้องนง่ั บนม้าน่งั แตอ่ าจลกุ จาก
มา้ นง่ั เป็นคร้งั คราวม้าน่งั ของทีมต้งั อยู่ขา้ งๆโตะ๊ ผูบ้ นั ทกึ นอกเขตรอบ
สนามเฉพาะผูร้ ่วมทีมเทา่ น้นั ทไ่ี ดร้ ับอนญุ าติให้น่งั มา้ น่งั ระหวา่ งการ
แขง่ ขนั และร่วมการอบอนุ่ ร่างกายก่อนการแข่งขนั
ผเู้ ลน่ ท่ไี ม่ได้ลงแขง่ ขนั สามารถอบอุ่นร่างกายโดยไม่ใชล้ ุกบอลได้
ดงั น้ี
1. ระหว่างการแขง่ ขนั ในพื้นทีอ่ บอ่นุ ร่างกาย
2. ระหวา่ งเวลานอกและเวลาเทคนิคในเขตรอบสนามดา้ นหลงั แดน
ของทมี ตนเองชว่ งพกั ระหวา่ งเซตผเู้ ล่นสามารถอบอุ่นร่างกายโดยใชล้ ูก
บอลได้ในเขตรอบสนามของทีมคนเอง
เคร่ืองแต่งกาย (EQUIPMENT)
เคร่ืองแต่งกายของผูเ้ ล่นประกอะดว้ ย เส้ือยืด กางเกงขาส้นั ถุงเท้า
(ชดุ แขง่ ขนั ) และรองเท้า
สีและแบบของเส้ือยดื กางเกงขาส้ัน และถงุ เทา้ ต้อง เหมอื นกนั ทง้ั ทมี
(ยกวนั ตวั รบั อิสระ LIBEROPLAYER) และสะอาดรองเทา้ ต้องเบาและ
อ่อนนุม่ พ้ืนเป็นยางหรือหนังไมม่ ีสัน สาํ หรับการแขง่ ขนั ระดับโลกของ
สหพนั ธ์วอลเลยบ์ อลนานาชาติและ การแข่งขนั อย่างเป็นทางการในรุ่นที่
ไม่จาํ กดั อายสุ ีรองเทา้ ร้องเป็นสีเดยี วกันทง้ั ทีมแต่เครื่องหมายการคา้ อาจมสี ี
แตกตา่ งกนั ได้ เสื้อและกางเกงต้องเป็นไปตามมาตรฐานของสหพนั ธ์
วอลเลยบ์ อลนานาชาติ
เสื้อผเู้ ลน่ ต้องมเี ครื่องหมาย 1-18
1.ตอ้ งติดเคร่ืองที่กลางอกและกลางหลงั สีของเคร่ืองหมายเลขตอ้ งตดั
กบั สีเสื้ออย่างชัดเจน
2. หมายเลขด้านหน้าต้องสูงอย่างนอ้ ยทส่ี ุด 15 เซนตเิ มตร ด้านหลงั
อย่างน้อยท่ีสุด 20เซนตเิ มตรและความกวา้ งของแถบทท่ี าํ หมายเลขตอ้ ง
กวา้ งอย่างน้อยท่ีสุด 1 เซนตเิ มตร
หวั หนา้ ทมี ต้องมแี ถวยาว 5 เซนตเิ มตร กวา้ ง 2 เซนติเมตรติดอยไู่ ด้
หมายเลขตรงอกเสื้อห้ามใส่ชดุ แข่งขนั ทม่ี ีหมายเลขไมถ่ กู ต้องหรือชดุ ทม่ี ีสี
แตกต่างจากผูเ้ ลน่ อน่ื
การเปลยี่ นเครื่องแต่งกาย (CHANGE OF FQUIPMENT
ผตู้ ดั สินคนท่ี 1 มอี าํ นาจทจ่ี ะให้ผูเ้ ล่น 1 คน หรือมากกว่าลงแข่งขนั
โดยไมส่ วมรองเทา้ ทไ่ี ด้เปลย่ี นชดุ ทเ่ี ปียกช่วงพกั ระหว่างเซตหรือหลงั จาก
การเปลี่ยนตวั ไดโ้ ดยสีแบบและหมายเลขของชุดใหมต่ ้องเหมือนกับชดุ
เดมิ
3.ชดุ วอร์มลงแข่งขนั ไดถ้ า้ อากาศหนาวถา้ สีและแบบของชดุ วอรม์ ห
มือนกันท้งั ทีมและหมายเลขต้องเป็นไปตามปกติ
สิ่งทีห่ ้ามสวมใส่ (FORBIDDEN ORIECTS)
ห้ามสวมใส่ส่ิงของซ่งึ อาจเป็นสาเหตุให้เกดิ การบาดเจ็บหรือชว่ ยใหผ้ ู้
เล่นไดเ้ ปรียบผูอ้ ื่นผเู้ ลน่ อาจสวมแว่นตาหรือคอนแทคเลนซ์ไดโ้ ดย
รับผิดชอบอนั ตราบที่อาจเกดิ ข้นึ ดว้ ยตวั เอง
กตกิ าข้อท่ี5 ผ้นู ําของทมี (TEAM LEADER)
ท้งั หวั หน้าทีมหรือผฝู้ ึกสอนเป็นคนผรู้ ับผิดชอบความประพฤตแิ ละ
ระเบียบวินยั ของรู้ร่วมทีมตวั รับอสิ ระจะเป็นหัวหน้าทมี ไม่ได้
หวั หน้าทมี (CAPTAIN)
ก่อนการแข่งขนั หวั หน้าทมี เป็นผูล้ งชอื่ ในใบบนั ทกึ การแขง่ ขนั และ
เป็นผูแ้ ทนของทีมในการเสี่ยง
ระหว่างการแขง่ ขนั และขณะอยใู่ นสนามแข่งขนั หัวหนท้ ีม (TEAM
CAPTAIN) ผนู้ าํ ในการแขง่ ขนั เม่อื หัวหน้าทมี ไมไ่ ด้เลน่ อยู่ในสนาม ผู้
ฝึกสอนหรือหวั หนา้ ทีมตอ้ งแตง่ ต้งั ผเู้ ล่นคนหน่งึ ทอี่ ยู่ในสนาม แต่ต้อง
ไม่ใชต่ วั รับอสิ ระทาํ หนา้ ท่ีหวั หนา้ ทมี ในการแขง่ ขนั (GAME CAPTA/N)
และต้องรับผิดชอบไปจนกวา่ หัวหน้าทมี (TEAM CAPTAIN) จะเปลยี่ นตวั
มาลงเล่นอกี หรือจนกวา่ จะส้ินสุดเซตน้นั เม่ือลูกตายหัวหนา้ ทีมในการ
แข่งขนั เทา่ น้นั ทมี่ สี ิทธเิ ป็นผูแ้ ทนของผเู้ ล่นทง้ั หมดพดู กบั ผตู้ ดั สิน เพือ่
1. ขอคาํ อธิบายในการตคี วามกตกิ าหรือนาํ กติกามาใช้และร้องขอ
หรือถามคาํ ถามของเพื่อนร่วมทมี ถ้าคาํ อธบิ ายไม่เป็นทีพ่ อใจ หวั หนา้ ใน
การแขง่ ขนั ต้องประทว้ งการตดั สินน้นั และสงวนสิทธิบนั ทึกการประทว้ ง
การตดั สินน้นั และสงวนสิทธิบนั ทึกการประท้วงอย่างเป็นทางการใน
ใบบนั ทกึ การแขง่ ขนั เม่อื การแขง่ ขนั จบส้ินลง
2 ขอสิทธิ
ก. เปลี่ยนชดุ หรืออุปกรณ์การแขง่ ขนั บางส่วนหรือท้งั หมด
ข. ตราจตาํ แหนง่ ผเู้ ล่นของทีม
ล. ตรวจพนื้ สนาม ตาขา่ ย และลูกบอล
3 ขอเวลานอกและเปลย่ี นตวั ผเู้ ลน่
เมอ่ื สิ้นสุดการเเข่งขนั หวั หนา้ ทีมตอ้ งแสดงความขอบคุณผูต้ ดั สิน
และลงช่ือในใบบนั ทกึ การแขง่ ขนั การประห้องอย่างเป็นทางการต่อผู้
ตดั สินเกี่ยวกับการนํากติกาใช้หรือตคี วามกติกาลงในใบบนั ทึกการแข่งขนั
ผฝู้ ึ กสอน (COACH)
ตลอดการแข่งขนั ผูฝ้ ึกสอนฝึกผคู้ วบคมุ การเล่นของทีมภายใน
สนามแขง่ ขนั เป็นผูเ้ ลือกผูเ้ ลน่ 6 คนแรกเปล่ยี นตวั ผเู้ ลน่ และขอเวลานอกผู้
ฝึกสอบทาํ หน้าทด่ี งั กล่าวไดโ้ ดยขอผ่านทางผูต้ ดั สินท่ี 2
ก่อนการแขง่ ขนั ผูฝ้ ึกสอนต้องบนั ทึกหรือตรวจสอบรายชอ่ื และ
หมายเลขของผกู้ รอกในใบบนั ทกึ การแข่งขนั ระหว่างการแข่งขนั ผูฝ้ ึกสอน
ตอ้ งย่ืนใบส่งตาํ แหน่งของผูเ้ ลน่ ที่ลงชื่อแล้วใหผ้ ูต้ ดั สินหรือผบู้ นั ทึกก่อน
การแขง่ ขนั ทกุ เซตนั่งม้านั่งของทีมซ่งึ ใกลก้ บั ผบู้ นั ทกึ มากที่สุดลุกจากมา้
น่งั ใหเ้ ป็นคร้ังคราว ขอเวลานอกและเปลย่ี นตวั ผเู้ ลน่ ฝึกสอนรวมท้งั ผรู้ ่วม
ทมี อนื่ ๆ อาจให้คาํ เนะนําผเู้ ล่นในสนามไดโ้ ดยผฝู้ ึกสอนอาจให้คาํ แนะนาํ
ผูเ้ ลน่ ในสนามไดโ้ คยผูฝ้ ึกสอนอาจใหค้ าํ แนะนาํ ขณะ ที่ยืนหรือเดนิ ภายใน
เขตเลน่ ลูก (FREE ZONE) ดา้ นหน้าของมา้ น่งั ผูเ้ ล่นสํารองต้งั แตแ่ นวท่ชี ืน่
ออกมาของเสน้ รุกจนถงึ พื้นท่ีอบอุ่นร่างกายแตต่ อ้ งไม่รบกวนหรือถ่วงเวลา
การแขง่ ขนั
กตกิ าข้อที่6 การได้คะแนนการชนะในแต่ละเซต และการชนะ
แต่ละนัดการได้คะแนน(TO SCORE A POINT)
คะแนน ทมี ไดค้ ะแนนเม่อื
1 . ทาํ ใหล้ ูกบอลตกลงพนื้ สนามในฝง่ั ของทมี ตรงขา้ ม
2 . ทีมตรงขา้ มทาํ ผดิ กติกา
3 . ทีมตรงขา้ มถูกลงโทษ
การทาํ ผดิ กติกา ทีมทาํ ผดิ กติกาเมื่อลกั ษณะของการเลน่ ตรงขา้ มกบั
กตกิ าการแขง่ ขนั
หรือขดั แยง้ กบั กติกาโดยวิธีอ่ืนใดผูต้ ดั สินจะตดั สินการการกระทาํ ผดิ
และตดั สินใจคาํ เนนิ การตามกตกิ า ดังน้ี
1. ถา้ มกี ารเลน่ ผิดกติกาสองอย่างหรือมากกวา่ เกดิ ข้นึ ตอ่ เนื่องกัน จะ
ลงโทษเฉพาะการผิดกตกิ าท่เี กดิ ข้นึ ก่อนเท่าน้นั
2 ถ้าทง้ั สองทีมเล่นผดิ กติกาสองอยา่ งหรือมากกวา่ พรอ้ ม 1 กันท้งั
สองทมี จะถือว่าเป็นการกระทาํ ผิดท้งั คู่และจะเล่นลูกน้นั ใหม่
ผลทต่ี ามมาเม่ือชนะการเลน่ ลูก การเลน่ ลูกเป็นลกั ษณะการเล่นท่เี ร่ิม
คน้ั ต้งั แต่ผเู้ สิรฟ์ ทาํ การเสิร์ฟ จนกระท้งั ลกู ตาย ถา้ ทมี ทเี่ ป็นฝ่ายเสิร์ฟขณะ
การเล่นลกู จะได้คะแนนและได้เสิรฟ์ ต่อต้านทีมทีเ่ ป็นฝ่ายรับลกู เสิร์ฟชนะ
การเลน่ ลกู จะไดค้ ะแนนและได้เสิร์ฟในคร้ังตอ่ ไป
การชนะในแต่ละเซต (TO WIN A SET)
ทมี ทท่ี าํ ได้ 25 คะแนนก่อน (ยกเวนั เซตตดั สิน) และมคี ะแนนนาํ ทีม
ตรงขา้ มอย่างน้อยทส่ี ุด 2 คะแนน จะเป็นทมี ชนะการแขง่ ขนั เซตน้ัน ถา้ ทาํ
ได้ 24 คะแนนเทา่ กัน จะแขง่ ขนั กนั ตอ่ ไปจนกวา่ ทีมใดทมี หน่ึงอยา่ งน้อย
ที่สุด 2 คะแนน
การชนะการแข่งขันแต่ละนดั (TO WIN THE MATCH)
ทีมทท่ี าํ ได้ 3 เซต เป็นทีมท่ขี ณะการแขง่ ขนั บดั น้นั
ในกรณีท่ไี ดเ้ ซตเท่ากัน 2 : 2 การแข่งขนั เซตตดั สิน (เซตที่ 5) จะ
แขง่ ขนั กนั 15 คะแนน และต้องมีคะแนนนาํ อีกทีมหน่งึ อยา่ งน้อย 2
คะแนน
ทมี ทผี่ ดิ ระเบยี บการแข่งขนั และไม่พร้อมจะแข่งขัน (DEFAULT
AND INCOMPLETE TEAM)
ถา้ ทีมปฏเิ สธทีจ่ ะแขง่ ขนั หลงั จากได้รับแจ้งให้แข่งขนั ต่อ ทีมน้นั จะ
ถูกเลง็ ว่าทาํ ผดิ ระเบียบการแข่งขนั และปรับเป็นแพใ้ นการแขง่ ขนั นัดน้นั
ดว้ ยผลการแข่งขนั 0 - 3 เซต คะแนน 0 - 25 ในแตล่ ะเชตทีมท่ีไมป่ รากฏตวั
ณ สนามแขง่ ขนั ตามเวลาทก่ี าํ หนดโดยไมม่ ีเหตุผลอนั สมควรถอื ว่าผดิ
ระเบยี บการแข่งขนั และมีผลการแข่งขนั เช่นเคยี วกับกติกาขอ้ 6.4.ทีมทถี่ ูก
แจง้ ว่าไมพ่ ร้อมในการแขง่ ขนั นัดใดนดั หน่งึ หรือการแข่งขนั เซต ใดเซต
หน่ึง จะแพใ้ นเซตน้นั หรือการแขง่ ขนั นัดน้นั ทมี ตรงขา้ มจะไดค้ ะแนนและ
เซตเพอ่ื เป็นทมี ชนะในเซตหรือการแข่งขนั นัดน้นั ส่วนทมี ที่ไม่พร้อมจะ
แข่งขนั จะยงั คงไดค้ ะแนนและเขตท่ที าํ ไว้
กตกิ าข้อท่ี7 การเล่นลกู บอล (PI.AYINGTHE BALI.)
แต่ละทมี ต้องเล่นลูกบอลภายในพื้นทเ่ี ล่นลกู และท่ีวา่ งของทมี ตนอง
อย่างไรก็ตามผเู้ ล่นสมารถนาํ บอลท่อี อกไปนอกเขตรอบสนามกลบั มาเล่น
ตอ่ ได้
การถกู ลกู บอลของทีม (TEAM HITS)
ทีมถกู ลกู บอลไดม้ ากทสี่ ุด 3 คร้ัง เพอื่ ส่งลกู บอลกลบั ไปยงั ทมี ตรง
ขา้ ม ถา้ ถูกลกู บอลมากกวา่ น้ี ถอื วา่ ทีมทาํ ผดิ กตกิ า"ถกู ลกู 4 คร้ัง" การถูกลูก
บอลของทีม นับรวมทง้ั ทผี่ ูเ้ ลน่ ตง้ั ใจถกู หรือไม่ต้งั ใจถกู ก็ตามการถูกลกู
บอลอย่างตอ่ เนื่อง (CONSFCUTIVE CONTACTS) ผูเ้ ลน่ จะถูกลกู บอล 2
คร้ังตดิ ตอ่ กันไม่ได้
การถูกลูกบอลพร้อมกนั (SIMULTENEOUS CONTACT)
ผูเ้ ล่น 2 คนหรือ 3 คนอาจถูกลกู บอลพร้อมๆกันได้ในเวลาเดียวกนั
เมอื่ ผูเ้ ล่นทมี เดียวกนั 2 คน (3 คน) ถกู บอลพรอ้ มกัน จะถือวา่ เป็นการถูก
บอล 2 คร้ัง (3 คร้ัง)ยกเวน้ เมอื่ ทาํ การสกดั ก้นั ถา้ ผูเ้ ล่นหลายคนถึงลูกบอล
พรอ้ มกันแตม่ ีผเู้ ล่นถูกลกู บอลเพียงคนเดียวจะถอื วา่ ถกู ลกู บอล 1 คร้ัง
ถึงแม้ว่าผูเ้ ลน่ ชนกนั กไ็ ม่ถือว่าผดิ กติกา
เม่อื ทง้ั สองทมี ถกู ลูกบอลพร้อมกันเหนือตาข่าย และยงั เล่นลูกบอล
น้นั ตอ่ ไปได้ ทมี รับที่รับลกู น้นั สามารถถกู ลูกบอลไดอ้ กี 5 กร้งั ถ้าลกู บอล
ออกนอกสนาม จะถือว่าทมี ทอ่ี ยฝู่ ง่ั ตรงขา้ มกบั ลูกบอลเป็นฝ่ายทาํ ลูกบอล
ออกนอกสนามถา้ การถกู ลูกบอลพร้อมๆกนั ท้งั สองทีมเป็นการจับลกู
(CATCH) จะถือว่าผิดกติกาทง้ั สองทมี และต้องเล่นลูก
น้นั ใหมก่ ารเลน่ ลกุ บอลโดยมีการช่วยเหลือ (ASSISTED HIT)
ภายในบริเวณพ้ืนทีเ่ ลน่ ไมอ่ นุญาตใหผ้ ูเ้ ลน่ อาศยั เพ่ือนร่วมทมี หรือส่ิงใด
ๆ ขา่ ยใหไ้ ปถึงลูกบอลได้ อยา่ งไรกต็ าม ผูเ้ ลน่ ท่กี าํ ลงั จะทาํ ผิดกตกิ า(โดย
กาํ ลงั จะถูกตาข่ายหรือเส้นข้นั เขตแดน) อาจถูกฉุดหรือตงึ โดยเพ่ือนร่วม
ทีมได้
การถกู ถกู บอลในลกั ษณะต่าง ๆ (CHARACTERISTICS OF THE
HIT)
ลกู บอลอาจถกู ส่วนใดส่วนหน่งึ ของร่างกายได้ ทาํ การถกู ลูกบอลตอ้ ง
เป็นการกระทบไม่ใช่จับหรือโยนลกู บอลจะสะท้อนกลบั ในทิศทางใดก็ได้
ถกู บอลอาจถูกหลายส่วนของร่างกายได้ ถา้ การถูกน้นั เกิดข้นึ พรอ้ ม ๆ กนั
ในการสกัดก้นั ลูกบอลอาจถกู สูส้ กดั ก้นั คนเดยี วหรือมากกวา่ ติดตอ่ กันได้
ถา้ การถกู ลูกบอลเป็นลกั ษณะการเล่นลูกบอลเพยี งคร้ังเดยี วการถกู ลูกบอล
คร้ังแรกของทมี ลูกบอลอาจถกู ส่วนต่าง ๆ ของร่างกายตอ่ เน่อื งกันได้ถ้า
การถูกลกู บอลเป็นลกั ษณะการเล่นลูกคร้ังเดยี ว
การทําผิดกตกิ าในการเล่นลกู บอล (HAULT IN PLATING THR
BALL)
การถกู ลกู บอล + คร้ัง ทมี ถูกลกู บอล 4 คร้งั กอ่ นส่งลูกบอลไปยงั ทมี
ตรงขา้ มการถูกลูกบอลโดยมกี ารช่วยเหลอื ผเู้ ลน่ อาศยั เพ่ือนร่วมทีมหรือ
ส่ิงของใดๆชว่ ยให้เขา้ ถงึ ลกู บอลภายในบริเวณพืน้ ท่ีเล่นลูกการจบั ลกู บอล
ผูเ้ ลน่ ไม่ได้กระทบลกู แต่ขบั หรือโยนลกู บอลการถูกลูกบอลตดิ ตอ่ กนั 2
คร้ัง ผเู้ ล่นถูกลูกบอล 2 คร้ัง หรือถกู ส่วนตา่ ง ๆ ของร่างกายในการเล่นลูก
1 คร้ัง
กตกิ าข้อที่8 การเสิร์ฟ(SERVICE)
การเสิรฟ์ เป็นการนําลกู เขา้ สู่การเลน่ โดยผเู้ ล่นตาํ แหนง่ หลงั ขวาท่ียนื
อยใู่ นเขตเสิรฟ์
การเสิรฟ์ คร้ังแรกในแต่ละเซต (FIRST SERVICE IN A SE1) ทีมใด
จะไดเ้ สิรฟ์ ถูกแรกในเซตท่ี 1 และเซตตดั สิน (เซต 5) มผี ลมาจากการ
ตดั สินใจของทมี เม่อื ทาํ การเสี่ยง ในเซตอนื่ ๆทีมท่ีไม่ได้เสิรฟ์ ลกู แรกใน
เซตท่ีผ่านมาจะเป็นทีมทที่ าํ การเสิร์ฟลูกแรก
ลําดบั การเสิร์ฟ (SERVICE ORDER)
ลาํ ดับการเสิรฟ์ ของผูเ้ ลน่ ต้องเป็นไปตามที่บนั ทกึ ไวใ้ นใบส่ง
ตาํ แหน่งหลงั จาการเสิร์ฟคร้งั แรกในแตล่ ะเซตผูเ้ ลน่ ท่เี สิรฟ์ คร้งั ต่อไปจะ
เป็นดังน้ี เม่อื ฝ่ ายเสิรฟ์ ชนะการเล่นลกู น้นั ผูท้ ี่ทาํ การเสิร์ฟอย่แู ล้ว (หรือผู้
เล่นสาํ รองเปล่ียนตวั เขา้ มาแทน) จะทาํ การเสิร์ฟต่อไปอีก เมื่อฝ่ายรบั ถกู
เสิร์ฟชนะในการเล่นลูกน้นั จะไดส้ ิทธท์ าํ การเสิร์ฟและต้องหมนุ ตาํ แหนง่
กอ่ นทาํ การเสิร์ฟ ผเู้ ลน่ ท่ีหมนุ จากตาํ แหนง่ หนา้ ขวาไปยงั หลงั ขวาจะเป็นผู้
เสิร์ฟ
การอนุญาตให้เสิร์ฟ (AUTHORIZATION OF THE SERVICE)
ผตู้ ดั สินที่ 1 เป็นผอู้ นณุ าติให้เสิรฟ์ หลงั จากการตรวจดวู ่าท้งั สองทมี
พร้อมแข่งขนั และผูเ้ สิรฟ์ ถือลกู บอลไวแ้ ลว้
การปฏบิ ัตใิ นการเสิร์ฟ (EXECUTION OF THE SERVICE)
หลงั จากผเู้ สิรฟ์ โยนหรือปลอ่ ยถกู บอลออกจากมอื แล้วจะเสิรฟ์ ดว้ ย
มอื หรือส่วนใดส่วนหน่ึงของแขนเพียงขา้ งเดียวอนุญาติให้ทาํ การโซนลูก
บอลเพอ่ื ทาํ การเสิรฟ์ เพียงคร้ังเดยี า แตอ่ นญุ าตให้ตาะหรือเคล่อื นไหวลกู
บอลในมือได้ ขณะทาํ การเสิร์ฟหรือกระโคดเสิร์ฟผูเ้ สิรฟ์ ตอ้ งไปถกู พื้นที่
เขตสนาม (รวมท้งั เสน้ หลงั ด้วย) หรือพนื้ ท่ีนอกเขตเสิรฟ์ หลงั จากทาํ การ
เสิรฟ์ แลว้ ผเู้ สิรฟ์ จึงสามารถเหยียบหรือถกู พน้ื นอกเขตเสิร์ฟและพ้นื ในเขต
สนามไดผ้ เู้ สิรฟ์ ตอ้ งทาํ การเสิรฟ์ ลูกภายใน 8 นาที หลงั จาก ผูต้ ดั สินท่ี : เปา
นกหวดี ให้ทาํ การเสิร์ฟ การเสิร์ฟก่อนสัญญาณนกหวดี ของผตู้ ดั สิน ต้อง
ยกเลกิ และไห้ทาํ การเสิรฟ์ ใหม่
การขอหยดุ การแข่งขนั ทผ่ี ดิ ปกติ (IMPROPER REQUFSTS)
การขอหยดุ การแข่งขนั ต่อไปน้ีเป็นการกระทาํ ทีผ่ ดิ กตกิ าระหวา่ งการ
เลน่ กาํ ลงั คาํ นนิ อยู่ หรือขณะกาํ ลงั ใหส้ ญั ญาณทาํ การเสิร์ฟแล้วโดยผรู้ ่วม
ทมี ทไ่ี ม่ได้รบั มอบอาํ นาจ ขอเปลี่ยนตวั คร้งั ท่ี 2 โดยยงั ไม่ได้คาํ เนนิ การ
แขง่ ขนั หลงั จากเปล่ยี นตวั คร้ังแรกไปแลว้ หลงั จากจาํ นวนคร้ังท่ีขอเวลา
นอกการขอเปลีย่ นตวั ได้ใชไ้ ปหมดแล้ว การขอหยุดการแขง่ ขนั ทผ่ี ดิ กติกา
คร้ังแรกทไี่ มม่ ีผลกระทบหรือทาํ ใหก้ ารแข่งขนั ล่าช้า จะไดร้ ับการปฏิเสธ
โดยไม่มีการทาํ โทษใดๆ
การขอหยดุ การแข่งขนั ท่ผี ิดกติก ซ้าํ อกี ในการแข่งขนั นดั น้นั ถือว่า
เป็นการถว่ ง
กติกาข้อท่ี 10การผดิ มารยาทและการลงโNษ(MISCONDUCT AND
IIS SANCTIONS)
การผดิ มารยาทท่ีไม่รนุ แรง (MINOR MISCONDUCT)
การผิดมารยาทที่ไม่รุนแรง ไม่ตอ้ งมีการทาํ ไทย ผูต้ ดั สินท่ี1 ต้องทาํ
หนา้ ท่ปี ้องกนั ทีมไมใ่ หผ้ ิดบารยาทจนใกล้ระดบั ของการถูกทาํ โทม โดย
การเตือบดว้ ยวจาหรือสัญญาณมอื ตอ่ ผทู้ ีท่ าํ ผดิ มารยาทหรือต่อทีมผา่ นทาง
หวั หน้าทมี ขณะแข่งขนั (GAME CAPTAIN)
การเตือนน้ไี ม่ใช่การทาํ โทษ ไม่นับตอ่ เนอื่ งและ ไม่มกี ารบนั ทึกลง
ในใบบนั ทกึ การแข่งขนั
การผิดมารยาททน่ี าํ ไปสู่การทําโทษ (MISCONDUCT LEADING
TO SANCTION
การทาํ ผิดมารยามของผเู้ ลน่ ต่อเจา้ หนา้ ท่ีทีมตรงขา้ ม เพื่อนรวมทีม
หรือผูช้ ม แบง่ ไดเ้ ป็น 3 ระดับ ตามความหนักเบาของความรุนแรง
ความหยาบคาย ได้แก่ การกระทาํ ใด ๆ ทีไ่ มส่ ุภาพไรค้ ณุ ธรรมและ
แสดงการดูหม่ืน การกา้ วร้าว ได้แก่ การสบประมาท ใชค้ าํ พดู หรือทาํ ทาง
เป็นการดูถูกเหยยี ดหยาม
ประโยชน์ของกีฬาวอลเลย์บอล
1.วอลเลยบ์ อลเป็นกฬี าทีฝ่ ึกหดั เล่นใหเ้ ป็นได้งา่ ยและเลน่ ได้ทกุ เพศ
ทุกวยั เมอื่ เลน่ วอลเลยบ์ อลเป็นแล้วจะทาํ ใหผ้ เู้ ลน่ สามารถเล่นกีฬาไดน้ าน
กวา่ กีฬาบางประเภท ซ่งึ คุม้ กับทไี่ ดฝ้ ึกฝนมาแมแ้ ตส่ ตรีทีม่ ีบตุ ร แลว้ หากมี
ร่างกายแขง็ แรงกส็ ามารถเขา้ ร่วมการแข่งขนั ไดเ้ ป็นอยา่ งดี
2. วอลเลยบ์ อลเป็นกฬี าประเภททีม จงึ ต้องมีการฝึกเพ่ือใหก้ ารเล่นใน
ทมี มคี วามสัมพนั ธ์และรักใคร่ปรองดองเป็นอนั หน่ึงอนั เดียวกนั
3. วอลเลยบ์ อลเป็นกีพาที่ชว่ ยฝึกฝนให้ผูเ้ ลน่ มไี หวพริบทีช่ าญฉลาด
และแกป้ ัญหาอย่างฉบั พลนั ทนั ที เพราะการเลน่ วอลเลยบ์ อลน้นั ผูเ้ ลน่
จะต้องเคลอ่ื นไหวร่างกายอยู่ตลอดเวลา รวมท้งั ต้องมไี หวพริบที่ดี สามารถ
ตดั สินใจและแก้ปญั หาเฉพาะหน้าตา่ งๆ ได้จึงจะทาํ ใหม้ ีชยั ชนะในการเลน่
4. การเลน่ วอลเลยบ์ อลเป็นการส่งเสริมและฝึกใหผ้ ูเ้ ลน่ มีจิตใจเยือก
เยน็ สุขุมรอบคอบ อารมณม์ น่ั คง มีสมาธดิ ี มีความชือ่ มนั่ ในตวั เองเพราะผู้
ลน่ ทอ่ี ารมณ์รอ้ น ดดุ ัน เอาแตใ่ จตนเอง จะทาํ ใหก้ ารเลน่ ผิดพลาดบอ่ ยๆ ถา้
เป็นการแขง่ ขนั กจ็ ะแพ้ ฝ่ ายตรงขา้ มได้งา่ ย ซ่งึ คณุ สมบตั เิ หล่าน้ีลว้ นแตม่ ี
ประโชชนต์ ่อตวั ผเู้ ลน่ วอลเลยบ์ อลทีจ่ ะนาํ มาประยุกต์ใชก้ บั ชีวติ ประจาํ วนั
ใหเ้ กดิ ประโยชน์ต่อตนเองและสังคมอกี ดว้ ย
5. วอลเลยบ์ อลเป็นกฬี าท่ีเลน่ ได้โดยไมจ่ าํ กดั เวล ถ้าหากผูเ้ ล่นรู้จัก
การใชเ้ วลาวา่ งให้เป็นประโยชน์ ซ่ึงอาจจะเลน่ ตอนเชา้ สาย บา่ ย เย็นหรือ
แมแ้ ตใ่ นเวลากลางคนื กไ็ ด้ถา้ มีแสงสว่างเพยี งพอ และเลน่ ได้ทง้ั ในท่ีร่ม
หรือ กลางแจง้
6. การเล่นวอลเลยบ์ อล ผเู้ ล่นต่างก็อยู่ในแดนของตนเองและมตี าขา่ ย
ก้นั กลางสนามทาํ ให้ไมม่ โี อกาสทจ่ี ะปะทะกนั ระหว่างผูเ้ ล่นท้งั สองฝ่ายจงึ
ไม่กอ่ ให้เกดิ การทะเลาะววิ าทกนั ข้นึ
7.วอลเลยบ์ อลเป็นกฬี าท่ีชว่ ยส่งเสริมบุคลิกภาพของผูเ้ ลน่ อยา่ งหน่งึ
เพราะผเู้ ลน่ จะตอ้ งถกู ฝึกให้มรี ะเบียบมีวินัยมีเหตมุ ีผล รูจ้ ักการเป็นผูน้ าํ ผู้
ตาม และมคี วามรบั ผดิ ชอบในหน้าท่ีของตน ซ่งึ ส่ิงเหลา่ น้จี ะเป็นการ
ปลูกฝังนิสัย อนั มีผลที่จะนาํ มาใชใ้ นชีวติ ประจาํ วนั ด้วย
8.วอลเลยบ์ อลเป็นกีฬาทีม่ กี ฎกตกิ า ผเู้ ลน่ ต้องเคารพและปฏิบตั ิตาม
กฎกติกาการเล่น ดังน้นั การเล่นวอลเลยบ์ อล ย่อมชว่ ยสอนให้ผูเ้ ล่นรู้จัก
ความยุติธรรม มคี วามอดทน อดกล้นั รู้จักเคารพรสิทธิของผอู้ นื่
9. วอลเลยบ์ อลเป็นกีฬาประเภทหน่งึ ที่ช่วยเสริมสรา้ งสมรรถภาพ
ทางดา้ นร่างกายให้มีความสมบรู ณ์ แข็งแรง เพราะผเู้ ลน่ จะตอ้ งฝึกให้
ร่างกายแขง็ แรง มคี วามอดทนมคี วามคลอ่ งแคล่ววอ่ งไว มีพลงั และ
ความเร็ว เมอ่ื ร่างกายได้ออกกาํ ลงั กายแลว้ ยงั ชว่ ยให้ระบบตา่ งๆภายใน
ร่างกายได้ทาํ งานประสานสัมพนั ธ์กันเป็นอยา่ งดีและมปี ระสิทธิภาพ มาก
ยง่ิ ข้ึน เมื่อร่างกายแขง็ แรงก็จะช่วยเพม่ิ ความสามารถของร่างกายให้มคี วาม
ตา้ นทาน ได้ดีด้วย
10. กีฬาวอลเลยบ์ อลเหมอื นกับกฬี าประเกทอน่ื ๆ ทีส่ รา้ งความมี
น้าํ ใจนักกพี าเอื้อเฟ้ื อเผ่ือแผ่ การรู้จกั แพ้ชนะและอภยั นอกจากน้ยี งั เป็น
เครื่องมอื ในการเป็นส่ือกลาก่อใหเ้ กดิ ความสนิทสนมคนุ้ เคยและมี
สัมพนั ธไมตรีอนั ดีตอ่ กันท้งั ระหวา่ งภายในประเทศ และระหวา่ งประเทศ
ได้อยา่ งดี
แหล่งอ้างองิ
http:/guru.google.co.th/gur/thread?tid=67408f0db4e786
http:/sites.google.com/site/anupong2554tlcokika-wxlltybxl
http://sutetida.blogspot.com/2012/02/blog-post_6419.html
http://www.parwat.com/147
https:/kriengkraikks.files.wordpress.com
https://31510blog.fles.wordpress.com