The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by s12735, 2022-09-02 00:09:43

เขตขั้วโลก1

เขตขั้วโลก1

เขตขั้วโลก

เขตข้วั โลก

เขตข้วั โลก คอื เขตที่อยูเ่ หนือและใตส้ ุดของโลกท่ีอยู่รอบๆบรเิ วณขัว้ โลกทั้งขัว้ โลกเหนอื และข้วั โลกใต้
โดยมีข้วั โลกเปน็ จดุ ศนู ย์กลาง มนี ้าแขง็ ปกคลมุ ไดแ้ กบ่ รเิ วณมหาสมุทรอาร์กติกและทวีปแอนตาร์
กตกิ า ส้าหรับขวั้ โลกใต้เป็นดนิ แดนที่ไม่มีคนอยูอ่ าศัย ตามท่ีไดก้ ้าหนดนโยบายกนั วา่ ห้ามให้แตล่ ะ
ประเทศเข้าไปจบั จองพนื้ ที่ แต่ยงั คงมีนกั วจิ ัยเขา้ มาวิจยั ในพนื้ ทน่ี อ้ี ยู่บ้าง ปจั จบุ ัน เกิดการละลายตัว
ของนา้ แข็งข้ัวโลกบางสว่ นซึง่ น่าจะเป็นผลมาจากภาวะโลกร้อน

คำจำกัดควำม

บริเวณอาร์กตกิ มคี ้าจา้ กัดความมากมาย รวมบรเิ วณทางเหนือของวงรอบอารค์ ติกในปัจจบุ ัน
(66 องศา 33 ลปิ ดา 44 พลิ ปิ ดา เหนือ) หรอื บริเวณทอี่ ยเู่ หนอื เส้นละตจิ ดู 60 องศาเหนอื หรอื
ดนิ แดนทน่ี บั จากข้วั โลกเหนือลงมาทางใตถ้ งึ timberline

บริเวณแอนตาร์กตกิ โดยทวั่ ไปก้าหนดตง้ั แต่ 60 องศาใต้ ซ่งึ เปน็ ข้อกา้ หนดในสนธิสัญญาแอน
ตารก์ ตกิ า พ.ศ. 2502 บางครั้งก้าหนดเปน็ บริเวณทวปี แอนตาร์กตกิ า

ขวั้ โลก

ข้วั โลก (องั กฤษ: geographical pole หรอื geographic pole) หมายถึงจุดสองจดุ —ขวั้ โลก
เหนอื และขัว้ โลกใต้—บนพน้ื ผิวของดาวเคราะหห์ รอื วัตถุหมุนอื่น อนั เป็นท่ซี ่ึงแกนหมนุ บรรจบกบั
พื้นผิวของวัตถุนน้ั ขวั้ โลกเหนอื จะทา้ มมุ 90° และอยู่เหนอื เสน้ ศนู ยส์ ูตร ในขณะที่ขวั้ โลกใตจ้ ะท้ามุม
90° และอยใู่ ต้เส้นศูนย์สตู ร

ขั้วโลกอาจมคี วามเปน็ ไปได้ที่จะคาดเคล่อื นเลก็ นอ้ ยเน่ืองจากการหมนุ ของวตั ถนุ นั้ เอง ข้ัวโลก
เหนือและใตท้ างกายภาพทแี่ ทจ้ ริงของโลกน้ันจะอาจเปล่ียนต้าแหนง่ ไปไดใ้ นระยะทางไมก่ เ่ี มตรเมื่อ
เวลาผา่ นไป ปรากฏการณด์ งั กล่าวมคี วามชดั เจนจากการหมุนควงของวิษุวตั ิของโลก ซงึ่ องศาของดาว
เคราะห์ (ทัง้ แกนหมุนและพ้นื ผิวต่างก็เคลอื่ นที่ไปพรอ้ มกนั ) อาจเปล่ียนแปลงต้าแหนง่ ไดอ้ ย่างช้า ๆ
เมอ่ื เวลาผา่ นไปนับหมนื่ ปี

สภำพอำกำศ

ข้ัวโลกเหนอื ข้ัวโลกใต้ มีอากาศหนาวจดั เนื่องจากการโคจรของโลกรอบดวงอาทิตย์ รังสมี คี วาม
เขม้ ขน้ ต้า่ บรเิ วณขว้ั โลกท้ัง 2 ข้าง ในช่วงฤดูหนาวมีอากาศหนาวจัด และนา้ กจ็ ับตัวแข็ง และยังมลี ม
พายทุ พี่ ัดพาหมิ ะมาตกอยา่ งหนกั เรียกกนั ว่า พำยุหมิ ะ (Blizzards)

ขัว้ โลกเหนือ

ข้ัวโลกเหนอื (องั กฤษ: North Pole) หรือ ข้วั โลกเหนือภูมิศำสตร์ (องั กฤษ: Geographical
North Pole) เปน็ จดุ บนผวิ โลกในซกี โลกเหนือทตี่ งั้ ฉากกับแกนหมดุ ของโลก บางคร้ังเรียกวา่ ข้ัวโลก
เหนอื จรงิ (True North) เพื่อแยกกบั ขว้ั โลกเหนือแม่เหล็ก

ข้วั โลกเหนือเปน็ จดุ เหนอื สดุ ของโลกและอยตู่ รงขา้ มกบั ข้วั โลกใต้ตามแนวทะแยง มีการ
กา้ หนดให้ข้วั โลกเหนอื อยู่ตรงกับละติจดู 90 องศาเหนอื ท่ขี ้ัวโลกเหนือทุกทิศทางจะเป็นทิศใต้ การท่ี
เสน้ ลองจิจูดทุกเสน้ ต้องผ่านขวั้ โลกเหนือเราจึงสามารถกา้ หนดใหเ้ ปน็ ค่าลองจิจูดองศาใดกไ็ ด้ ภายใน
วงกลมละตจิ ดู 90° แคบ ๆ น้ันทวนเขม็ นาฬกิ าคอื ทศิ ตะวนั ออกสว่ นตามเข็มนาฬิกาคือทิศตะวนั ตก
ข้วั โลกเหนอื เป็นจุดศูนย์กลางของซกี โลกเหนือ แผ่นดินทีใ่ กล้กับขว้ั โลกเหนอื ทีส่ ดุ คือเกาะคาเฟอคลู
เปิน อันเป็นเกาะทอี่ ยู่นอกชายฝง่ั ทางเหนือของเกาะกรีนแลนด์ เกาะครัฟเฟเคเบนน้นั หา่ งจากข้ัวโลก
เหนอื ราว 700 กม. ทอี่ ย่อู าศยั ถาวรทอ่ี ย่ใู กลท้ ่สี ดุ คอื อะเลิร์ท นูนาวุต ประเทศแคนาดาซ่ึงห่างจากขั้ว
โลกเหนอื ราว 817 กม.

ข้ัวโลกใต้นัน้ อยใู่ นแผ่นดิน แตว่ า่ ขั้วโลกเหนอื นั้นอยกู่ ลางมหาสมทุ รอาร์กติกที่เป็นน่านน้าปก
คลุมดว้ ยน้าแข็งทะเลเกอื บถาวร ใน ค.ศ. 2007 มรี เ์ รือดา้ นา้ สญั ชาตริ สั เซยี วดั ความลึกของทะเลทีข่ ว้ั
โลกเหนือได้ที่ 4,261 ม.[1] และวัดได้ 4,087 ม. จากเรอื ยูเอสเอส นอตลิ ุสใน ค.ศ. 1958[2][3] การที่มี
ลกั ษณะภูมปิ ระเทศเช่นนท้ี ้าใหไ้ ม่สามารถสร้างสถานีถาวรท่ขี ้ัวโลกเหนอื ได้ อย่างไรก้ ็ตามสหภาพโซ
เวยี ตหรือรัสเซยี ในเวลาตอ่ มา ได้สร้างสถานีลอยนา้ แขง็ เปน็ ประจ้าเกอื บทกุ ปตี ัง้ แต่ ค.ศ. 1937 ซง่ึ บาง

แหง่ ไดล้ อยผ่านและใกลก้ บั ข้วั โลกมาก ตงั้ แต่ ค.ศ. 2002 เป็นต้นมารสั เซียได้สร้างแคมปบ์ าเนียวใกล้
กบั ขว้ั โลกเปน็ ประจา้ ทุกปี

การพยายามพิชติ ขว้ั โลกเหนอื เรมิ่ ข้นึ ในปลายศตวรรษท่ี 19 โดยมีสถิติทถ่ี กู บันทึกไว้หลายคร้ัง
การเดนิ ทางถึงขั้วโลกเหนือโดยไม่ประสบปญั หาเกดิ ขนึ้ ครง้ั แรกในปี 1926 การส้ารวจครงั้ นี้เดนิ ทาง
โดยการใช้เรอื เหาะนอรส์ บนิ สา้ รวจ คณะเดินทางชดุ นีม้ ีท้ังหมด 16 คนโดยนบั รวมรอู าล อามนึ เซินผู้
เป็นหัวหนา้ คณะสา้ รวจดว้ ย

ขว้ั โลกใต้

ขว้ั โลกใต้ (อังกฤษ: South Pole) เปน็ จุดทอี่ ยู่ทำงทิศใต้สุดของโลก

ทำงภมู ิศำสตร์

ขั้วโลกใตท้ ำงภมู ศิ ำสตร์ (Geographic South Pole) เปน็ หนึ่งในสองจุดทแ่ี กนหมนุ ของโลกต้ัง
ฉำกกบั พน้ื ผวิ โลก (อีกจุดหนึง่ คอื ขว้ั โลกเหนือทำงภมู ิศำสตร์) อยู่ทล่ี ะติจดู 90 องศำใต้ บน
แผน่ ดนิ ของทวีปแอนตำรก์ ตกิ ำ

ทวีปแอนตำรก์ ตกิ ำ

แอนตำร์กตกิ ำ (องั กฤษ: Antarctica) เปน็ ทวีปทอี่ ยู่ใตส้ ดุ ของโลก ต้งั อยู่ในภมู ภิ าคแอนตาร์
กติกในซีกโลกใตแ้ ละเป็นทตี่ ั้งข้วั โลกใตท้ างภมู ศิ าสตร์ เกือบท้งั หมดอยู่ในวงกลมแอนตาร์กตกิ และ
ลอ้ มรอบด้วยมหาสมทุ รใต้ มีพื้นที่ประมาณ 14 ลา้ นตารางกโิ ลเมตร เปน็ ทวีปทีใ่ หญ่เปน็ อันดบั 5 ของ
โลก ใหญก่ วา่ ทวปี ออสเตรเลียถงึ 2 เทา่ พืน้ ที่ 98% ของทวีปปกคลมุ ดว้ ยน้าแข็งหนาเฉลีย่ 1.9
กิโลเมตร[1] ซง่ึ ครอบคลุมพื้นทีท่ ั้งหมดเวน้ แต่สว่ นเหนอื สดุ ของคาบสมุทรแอนตาร์กติก

โดยค่าเฉลี่ยแลว้ แอนตาร์กตกิ าเป็นทวปี ทห่ี นาวท่ีสุด แหง้ แลง้ ทส่ี ุด ลมแรงท่ีสุดและมีความสูง
โดยเฉลยี่ มากทส่ี ดุ [2] แอนตาร์กตกิ าเป็นทะเลทรายทมี่ ีหยาดน้าฟา้ เฉลีย่ 200 มลิ ลเิ มตรตอ่ ปตี ามแนว

ชายฝ่ังและพน้ื ทภี่ ายใน[3] ในชว่ งไตรมาสที่สามซึ่งเปน็ ชว่ งที่หนาวสดุ ของปีจะมอี ุณหภมู ิเฉลี่ย -63 °C
แต่ (ท่ีสถานีวอสตอค ของรสั เซยี ) อณุ หภมู ิท่ีวัดไดเ้ คยต้่าถึง -89.2 °C (และเคยวัดได้ถงึ -94.7 °C โดย
เปน็ การวดั จากดาวเทยี มในอวกาศ[4]) บางสถานที่มีคนราว 1,000 ถึง 5,000 คนอาศยั ในสถานีวิจยั ที่
กระจายอยู่ทวั่ ทงั้ ทวีปตลอดท้งั ปี สง่ิ มีชีวิตในแอนตาร์กติกาจะเป็นพวกสาหรา่ ย, แบคทีเรยี , เหด็ รา
, พชื , โพรทสิ ต์และสัตวบ์ างชนิดเช่น ตัวเหบ็ , ตัวไร, หนอนตัวกลม, เพนกวนิ , สตั ว์ตนี ครีบและหมนี า้
ส่วนพืชก็จะเปน็ พวกทันดรา

แมว้ ่ามีตา้ นานเล่าขานเกยี่ วกับการมีอยขู่ องดนิ แดนใตต้ ง้ั แตย่ คุ โบราณ แอนตารก์ ติกาถกู ระบวุ ่า
เป็นดนิ แดนสดุ ท้ายบนโลกในประวตั ิศาสตร์ที่ถูกคน้ พบ เพราะไม่มีใครเคยพบเลยจนกระทั่ง พ.ศ.
2363 นกั สา้ รวจชาวรสั เซยี เฟเบียน ก็อทลีป ฟอน เบลลงิ่ เชาเซนและมิคาอลิ ลาซาเรฟทอ่ี ยบู่ นเรือ
สลบุ วอสตอค และเรอื สลบุ เมอร์นีย์ ได้สังเกตเหน็ หิ้งน้าแขง็ ฟิมโบลแตก่ ไ็ ม่ได้สนใจ เน่ืองจาก
สภาพแวดล้อมทไ่ี ม่เป็นมติ รตอ่ มนุษย์ ขาดแคลนทรัพยากรในการสา้ รวจและความหา่ งไกลของพน้ื ท่ี
ตอ่ มา พ.ศ. 2438 ทีมส้ารวจชาวนอร์เวย์ไดร้ บั การยนื ยันถึงการมาเยือนดนิ แดนแห่งนี้เป็นครัง้ แรก

ทวปี แอนตารก์ ติกาเป็นดนิ แดนใตก้ ารปกครองร่วมโดยพฤตนิ ยั ตามกฎหมายระหวา่ งประเทศ
และอยภู่ ายใตก้ ารควบคมุ ของระบบสนธิสญั ญาแอนตารก์ ติกทลี่ งนามคร้ังแรกโดย 12 ประเทศใน
พ.ศ. 2502 และตามด้วยการลงนามอีกเพม่ิ 38 ประเทศ ระบบสนธิสญั ญานี้ห้ามมิให้มีการทา้ เหมอื ง
แร่ กิจกรรมทางทหาร ทดลองระเบดิ นิวเคลยี ร์และการก้าจัดกากนิวเคลยี ร์ แต่จะสนบั สนุนการวิจยั
ทางวทิ ยาศาสตรแ์ ละปกปอ้ งช้ันโอโซนของทวีป ท้าให้มกี ารทดลองอยา่ งตอ่ เนือ่ งโดยนักวิทยาศาสตร์
4,000 คนจากหลายประเทศบนทวปี นี้

นริ กุ ตศิ ำสตร์

ชอ่ื แอนตาร์กตกิ า (Antarctica ) เป็นการถอดเปน็ อกั ษรโรมันจากคา้ ประสมภาษากรกี ค้าวา่
ἀνταρκτική (antarktiké ) เป็นคา้ นามเพศหญงิ
ของ ἀνταρκτικός (antarktikós ค้านามเพศชาย) ซึง่ มีความหมายว่า "ตรงข้ามกับอารก์ ติก"
หรือ "ตรงขา้ มกับทิศเหนือ"]

350 ปกี อ่ นคริสตศ์ กั ราชแอรสิ ตอเตลิ เขยี นเก่ียวกบั ภูมิภาคแอนตาร์กตกิ ลงในหนงั สือ
อตุ ุนยิ มวิทยาของเขา, มารนิ สั ออฟ ไทเออร์ไดใ้ ช้ชือ่ น้ใี นแผนทโี่ ลกตง้ั แต่ศตวรรษที่ 2 ของเขา ซ่งึ ถกู
พบอยใู่ นสภาพท่ไี ม่ได้ดูแลรกั ษา, นกั ประพันธ์ชาวโรมนั ไฮจีนสั และอพูเลยี ส (ครสิ ต์ศตวรรษท่ี 1-2) ใช้
คา้ วา่ polus antarcticus แทนขว้ั โลกใตซ้ ่ึงเปน็ การถอดเปน็ อักษรโรมันจากชื่อภาษากรกี , ภาษา
ฝรั่งเศสโบราณรบั มาเปน็ pole antartike (ภาษาฝรั่งเศสปัจจุบนั pôle antarctique) โดยมี
หลักฐานใน พ.ศ. 1813 และภาษาอังกฤษสมยั กลางรับมาตอ่ เป็นคา้ ว่า pol antartik ในบทความ
วชิ าการโดยเจฟฟรีย์ ชอสเซอร์ ใน พ.ศ. 1934 (ภาษาองั กฤษปจั จุบัน Antarctic Pole )[ ก่อนทีจ่ ะมี

ความหมายทางภมู ิศาสตร์ในปจั จบุ นั คา้ น้ีจะเอาไว้ใชเ้ รียกสถานทต่ี ่าง ๆ ท่อี ยู่ "ตรงขา้ มกับทางเหนอื "
เชน่ อาณานิคมฝรง่ั เศสทก่ี อ่ ต้งั ข้นึ ในบราซลิ เป็นเวลาสัน้ ๆ ในครสิ ต์ศตวรรษท่ี 16 เรยี กวา่
"แอนตารก์ ตกิ ฝรงั่ เศส" (ฝรงั่ เศส: France Antarctique, โปรตุเกส: França Antártica)

ในชว่ งทศวรรษปี 2433 จอหน์ จอร์จ บารโ์ ธโลมิวชาวสกอตแลนดไ์ ด้ท้าแผนทโ่ี ดยใช้ค้าวา่ แอน
ตาร์กตกิ าเปน็ ช่ือทวปี เปน็ ครั้งแรก

พชื

น่ืองจำกมีอำกำศหนำวเยน็ จึงมีพันธ์พุ ชื ไมม่ ำกนกั พชื บำงชนิดมีควำมทนทำนสูง บำงคร้ังอำจจม
ใต้หมิ ะเป็นเวลำนำนนับปี กว่ำจะมีโอกำสเจรญิ เตบิ โตได้อีกเม่ือฤดรู อ้ นมำถึง หญำ้ และพชื ท่ี
ทนทำน เชน่ มอส ไลเคน ตะไครน่ ำ้ มกั มพี ุ่มเต้ีย

สัตว์

สตั ว์ในข้ัวโลกเหนอื
ในอารก์ ตกิ มสี ตั ว์จา้ นวนหนึง่ อาศัยอยู่ตลอดปี แตบ่ างชนิดกอ็ ยใู่ นฤดทู ่อี บอ่นุ สัตว์ขว้ั โลกเหนอื

สว่ นใหญ่ มขี นหนา เพื่อความอบอนุ่ เชน่ วอลรัส ววั มสั ก์ หมขี ั้วโลก

สัตว์ในขั้วโลกใต้
มหาสมุทรทล่ี อ้ มรอบแอนตาร์กติก คือถ่ินทอ่ี ยู่ของสัตวห์ ลายชนิด แตไ่ ม่กี่ชนิดท่อี าศยั ทแ่ี อน

ตาร์กตกิ ตลอดทั้งปี เช่น วาฬ แมวน้า ก้งุ ฝอย

นก

นกเพนกวนิ มีอำศยั เฉพำะขว้ั โลกใต้ ไม่เคยปรำกฏในขวั้ โลกเหนอื สว่ นนกอ่นื ๆ สว่ นมำกอำศัย
อยู่ในขว้ั โลกเฉพำะชว่ งหนำ้ ร้อน เชน่ นกเค้ำแมวสีขำว

ภูเขาน้าแขง็

ภเู ขำน้ำแขง็ คอื ก้อนน้าแข็งน้าจืดขนาดใหญท่ ่ีแตกออกมาจากธารน้าแข็งหรือหง้ิ นา้ แขง็ (ice
shelf) และลอยอยใู่ นแหลง่ น้าเปิดเช่นทะเลหรือมหาสมุทร[1][2] ภเู ขาน้าแข็งมขี นาดแตกต่างกันต้งั แต่
ขนาดเลก็ จนถงึ ขนาดมหมึ า เกดิ จากแผน่ ดินในแถบขัว้ โลกเหนอื และขั้วโลกใต้ทีม่ อี ากาศหนาวเย็นจน

อุณหภมู ิติดลบ มีหมิ ะปกคลมุ ตลอดเวลา พน้ื ท่บี างสว่ นในขว้ั โลกเหนือและข้วั โลกใต้มีลักษณะภูมิ
ประเทศเปน็ เทือกเขา บริเวณยอดเขาปกคลุมดว้ ยหิมะจา้ นวนมาก ซึ่งในเวลาต่อมาหิมะเหลา่ นี้ไดจ้ บั
ตวั เป็นกอ้ นนา้ แข็งจัด

เนอ่ื งจากน้าแขง็ บริสทุ ธิม์ คี วามหนาแนน่ อยู่ทีป่ ระมาณ 920 กิโลกรัมตอ่ ลกู บาศกเ์ มตร ในขณะ
ทนี่ ้าทะเลมคี วามหนาแนน่ ประมาณ 1,025 กโิ ลกรมั ต่อลูกบาศก์เมตร ทา้ ใหภ้ ูเขานา้ แข็งจะมีส่วนที่
โผลพ่ ้นน้าประมาณ 1 ใน 10 ส่วนโดยปรมิ าตร ไม่วา่ จะเล็กหรือใหญ่แคไ่ หนกต็ าม ภูเขาน้าแข็งถูกถอื
วา่ เป็นภยั รา้ ยแรงทางทะเล (List of ships sunk by icebergs) การอับปางของเรืออารเ์ อ็มเอสไท
ทานกิ ใน ค.ศ. 1912 ทา้ ให้มกี ารสถาปนาตระเวนน้าแข็งระหว่างประเทศ (International Ice Patrol)
ข้นึ ใน ค.ศ. 1914

ภูเขาน้าแข็งทแ่ี บ่งตวั (ice calving) ออกมาจากธารนา้ แข็งที่หันหนา้ เขา้ หาทะเลเปิดอย่างเช่น
ในกรีนแลนดจ์ ะมีรูปรา่ งเปน็ กองไมส่ มา่้ เสมอ ในขณะท่ีภูเขานา้ แข็งที่แบง่ ตัวออกมาจากแอนตาร์กติกา
จะมรี ูปรา่ งแบนหนา (เหมือนโต๊ะ) ขนาดใหญ่ ภเู ขาน้าแขง็ ท่ีใหญท่ สี่ ุดเท่าทเ่ี คยมีการบันทกึ มาคือภเู ขา
น้าแขง็ บ-ี 15 ซ่งึ แยกตวั ออกมาจากหง้ิ นา้ แขง็ รอสส์ในแอนตารก์ ตกิ าใน ค.ศ. 2000


Click to View FlipBook Version